โรงพยาบาลพระรามเก้า

โรงพยาบาลพระรามเก้า จัดสัมมนาฟรี ! เมื่อโลกนี้ช่างวุ่นวาย รับมืออย่างไรในฐานะคุณพ่อคุณแม่

โรงพยาบาลพระรามเก้า ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ที่มีบุตรอายุ 6-15 ปี  เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาฟรี ! ในหัวข้อเรื่อง “เมื่อโลกนี้ช่างวุ่นวาย รับมืออย่างไรในฐานะคุณพ่อคุณแม่” ในวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 9.30 – 12.00 น. 

ซึ่งมีหัวข้อสัมมนาแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ ให้คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจได้เข้าฟังสัมมนาปรึกษารับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลพระรามเก้า โดยมีวิทยากรแพทย์หญิงนิศารัตน์ วัชรีอุดมกาล จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ประจำศูนย์ Mind Center  จะมาให้ความรู้พร้อมวิธีรับมือกับลูก ๆ ในเรื่องของ ” Executive Function สำคัญอย่างไร “ และ ” รับมือความวุ่นวายอย่างสงบเมื่อพบว่าลูกสมาธิสั้น ” 

คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจต้องการเข้าร่วมฟังสัมมนาในครั้งนี้กับทางโรงพยาบาลพระรามเก้า สามารถลงทะเบียนผ่าน QR CODE ที่แสดงในภาพด้านล่างได้เลยค่ะ

โรงพยาบาลพระรามเก้า

 

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

ต้องเรียกว่าจังหวัดภูเก็ต เป็นปลายทางอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว แน่นอนว่าที่นี่ต้องเต็มไปด้วยที่พักระดับคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะครอบครัวไหนที่กำลังวางแผนไปพักผ่อนกันยกบ้านก็คงมองหาที่พักที่ทุกคนจะเอ็นจอยได้ถ้วนหน้า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต้องมีกิจกรรมให้เค้าได้เล่นสนุก หรือได้ประสบการณ์แปลกใหม่กลับไป ทีมแม่จึงขอนำเสนอ 10 ที่พักภูเก็ต ที่คัดสรรมาแล้วว่า เหมาะสำหรับครอบครัว มาให้ลองเลือกดูว่า แบบไหนที่จะเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่บ้านมากที่สุด

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

  1. Katathani Phuket Beach Resort 

เอาใจทั้งครอบครัวแบบสุดๆ เรียกว่าได้ชุ่มฉ่ำทั้งวันแน่นอน ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ชิดติดกับหาดกะตะน้อย แบบแค่ก้าวเดียวก็เหยียบทรายขาวละเอียดแล้ว จะลงเล่นน้ำทะเลตอนไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำให้สนุกด้วยอย่างพาย SUP Board หรือเล่นเซิร์ฟโต้คลื่น นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำถึง 6 สระกระจายตามจุดต่างๆ ยิ่งบ้านที่พาเด็กๆมาจะต้องถูกใจกับโซน Aqua Play ที่เป็นเครื่องเล่นขนาดใหญ่พร้อมถังน้ำที่จะปล่อยน้ำทุก 30 วินาที นอกจากนี้ยังมี Kids Club ที่มีเครื่องเล่นและเกมให้สนุกได้ทั้งวัน ส่วนความสะดวกสบายคือครบมาก ทั้งห้องพักที่ดีไซน์น่านอน สีสบายตา เตียงก็นุ่มสบาย ส่วนห้องอาหารก็มีหลายแห่ง ให้บริการทั้งวัน พื้นที่นั่งเล่นนอนเล่นมีให้เลือกชิลทั่วรีสอร์ท   

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.katathani.com/

 

  1. Pamookkoo Resort

จะดีแค่ไหนถ้าจะรวมรีสอร์ทแสนสะดวกสบายและสวนน้ำไว้ในที่เดียวกันแบบนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ที่นำเอากลิ่นอายอารยธรรมโบราณมาผสมผสานกับโครงสร้างสวนน้ำ ชวนผจญภัยเหมือนก้าวเข้าสู่เมืองโบราณ จุดเด่นที่นี่ก็หนีไม่พ้นโซนสวนน้ำตรงกลางที่มีสระขนาดใหญ่พร้อมสไลด์เดอร์คล้ายป้อมปราการโบราณขนาดใหญ่ 3 ระดับ สูงเท่าตึก 4 ชั้น มีทั้งแบบทางตรงและแบบเกลียว ส่วนเด็กเล็กก็ยังมีสระแยกให้เล่นเพื่อความปลอดภัยด้วย Kids Club เครื่องเล่นเด็กมีครบ นอกจากนี้ยังพร้อมความสะดวสบายด้วยห้องพักกว้าง นอนสบาย ห้องอาหาร ห้องประชุมสัมมนา ฯลฯ มาที่นี่ไม่มีเหงาแน่นอน  

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.pamookkoo.com/

 

  1. Splash Beach Resort Mai Khao Phuket

พักที่นี่ก็จะได้สนุกแบบทูอินวันกันไปเลย โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากมาสนุกสุดๆกับสวนน้ำสุดฮิตอย่าง Splash Jungle Water Park Phuket สวนน้ำพร้อมเครื่องเล่นขนาดใหญ่ ที่สามารถเข้าใช้ได้ตลอดเวลาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แนะนำห้องพักแบบเพนท์เฮาส์และแบบวิลล่า ที่ทั้งกว้างและเป็นส่วนตัว ท่ามกลางความร่มรื่น ภายในสวนน้ำห้ามพลาดเครื่องเล่นอย่าง Boomerango, Super Bowl, The Whizzard และยังมีสระคลื่นความแรงถึง 6 ระดับ หรือจะล่องห่วงยางชิลๆ ก็มี Lazy River นี่แค่ตัวอย่างเท่านั้น นอกจากนี้โรงแรมยังอยู่ติดกับหาดไม้ขาวที่ขึ้นชื่อเรื่องมุมถ่ายรูปกับเครื่องบินสุดฮิต พักที่นี่ไม่ต้องมารอจังหวะให้เมื่อย เพียงแค่เดินไปหน้าหาดก็ได้เห็นแล้ว  

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://splashbeachresort.com/en/

 

  1. Phuket Orchid Resort & Spa

โรงแรมใหญ่ไม่ไกลหาดกะรน ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัวแน่นอนด้วยประสบการณ์ให้บริการมายาวนาน และอัพเดทกิจกรรมใหม่ๆตลอด ห้องพักที่นี่มีหลายแบบ แนะนำห้องแบบครอบครัวที่มี Pool Access ได้เลย จะเหมาะกับเจ้าตัวเล็กที่ชอบเล่นน้ำเพราะเปิดประตูปุ๊บได้โดดลงน้ำเลย ถ้าให้จุใจก็ต้องไปเล่นที่โซนสวนน้ำ ที่นี่มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ให้ไหลลงมาแบบสะใจ แต่ถ้ายังเป็นเด็กเล็กก็มีสระเด็กที่จะเพลิดเพลินได้เช่นกัน นอกจากนี้ทางโรงแรมยังมีสนามเด็กเล่น และ Kids Club ให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมทั้งวันไม่เบื่อ และเพียงเดินข้ามถนนไปนิดเดียวก็ได้ชมอาทิตย์ลับฟ้าจากหาดกะรนแล้ว

เที่ยวภูเก็ต

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.phuketorchid.com/

 

  1. Rawai VIP Villas Kids Park & Spa

ที่นี่มีกิจกรรมให้สนุกเพียบจริงๆ พิเศษด้วยห้องพักแบบ Pool Villa ตั้งแต่ 2-6 ห้องนอน พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว พื้นที่นั่งเล่นและห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ทำอาหารครบชุดทุกหลัง ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ราไวย์ ปาร์ค ที่มาสนุกได้ทั้งครอบครัวกับพื้นที่สวนน้ำและเครื่องเล่นหลายแบบ และยังมีคิดส์คลับ สนามเด็กเล่น บ้านบอล ฯลฯ สำหรับเด็กเล็กด้วย และยังมีพื้นที่นั่งชิลและอิ่มอร่อยทั้งบ้านริมสวนน้ำที่ เลิฟ ราไวย์ คาเฟ่ ที่มีอาหาร ของกินเล่น เบเกอรี่ และเครื่องดื่มให้เลือกมากมาย หรือคุณพ่อคุณแม่อยากผ่อนคลายก็ยังมี เพรียว สปา ให้ไปนวดเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ที่นี่อยู่ห่างจากหาดราไวย์เพียง 300 เมตร สามารถเดินไปเล่นน้ำที่หาดในหาน หาดยะนุ้ย หรือไปชมวิวที่แหลมพรหมเทพได้ในเวลาเพียง 10 นาที  

เที่ยวภูเก็ต

ข้อมูลเพิ่มเติม https://web.facebook.com/RawaiVIPVillas/?_rdc=1&_rdr

10 ที่พักภูเก็ต ชุ่มฉ่ำเล่นน้ำ ผ่อนคลายได้ทั้งครอบครัว

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรงเรียนประถมศึกษา เลือกโรงเรียนลูก

โรงเรียนประถมศึกษา เลือกอย่างไรเหมาะสมทั้งลูกทั้งคุณ

โรงเรียนประถมศึกษา สำหรับลูกน้อยที่ก้าวผ่านวัยอนุบาลกันมาแล้ว จะมีวิธีเลือกโรงเรียนอย่างไรให้เหมาะ และต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเลือกโรงเรียน

โรงเรียนประถมศึกษา เลือกอย่างไรเหมาะสมทั้งลูกทั้งคุณ!!

ปัจจุบันการแข่งขันเรื่องการเรียนเป็นสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างมีการแข่งขันในอัตราการแข่งขันที่สูง โดยเราสามารถเห็นการสอบแข่งขันของเด็กเล็ก จากในยุคก่อน ๆ เด็กจะเริ่มเข้าสู่สนามสอบแข่งขัน เมื่อย่างเข้าสู่วัยเรียนช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ในปัจจุบันสนามสอบแข่งขันนั้น เริ่มกันเสียตั้งแต่วัยประถมศึกษากันเสียแล้ว โดยบางแห่งหากมีอัตราการแข่งขัน และคนสนใจที่สูง ก็อาจเริ่มแข่งขัน สอบเข้ากันตั้งแต่วัยอนุบาลเลยเชียว เนื่องจากว่า เป็นโรงเรียนที่มีโควต้าให้กับเด็กสามารถเข้าโรงเรียนประถมในสังกัดเดียวกันได้เลย

แม้ว่าจะเริ่มมีการตระหนัก และรณรงค์ให้งดการสอบเข้าสำหรับเด็กประถมกันบ้าง ในบางโรงเรียนแล้วก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่อาจกล่าวได้เลยว่า การแข่งขันสำหรับเด็กไทยจะลดลง เนื่องจากคุณภาพของโรงเรียนในไทยนั้น ยังคงมีความกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้ความต้องการของเข้าเรียนของนักเรียนมีสูงกว่าความสามารถในการรับนักเรียนของโรงเรียนดัง ๆ ได้

การสมัครเข้าเรียนของ โรงเรียนประถมศึกษา ของไทยนั้น จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องทำการเตรียมตัวศึกษากันเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่บุตรหลานของตนเอง การเลือกโรงเรียน แนวทางหรือหลักสูตรของโรงเรียน จึงมีความสำคัญ เพื่อที่พ่อแม่จะได้เตรียมตัวสำหรับการสมัครเข้าเรียนให้แก่ลูก เพราะโรงเรียนบางแห่งใช้การคัดเลือกด้วยการสอบเข้าเท่านั้น ดังนั้นเรามาศึกษาถึง โรงเรียนประถมศึกษา กันก่อนว่ามีหลักสูตรการเรียนการสอนแบบไหน อย่างไร??

โรงเรียนประถมศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษา

6 ประเภทโรงเรียนประถม (แยกตามหลักสูตรการเรียนการสอน)

1. โรงเรียนรัฐบาล

เป็นโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการตั้ง และดำรงอยู่ได้ด้วยเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็จะไม่ต้องเสียค่าบำรุงการศึกษา แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ บ้าง เช่น ค่าเรียนเสริม ค่าเรียนภาษาต่างประเทศ เป็นต้น และสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหารกลางวัน ค่านม ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือเรียน ทางกระทรวงศึกษาธิการจะมีงบในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลดภาระค่าใช้จ่ายลง

จุดเด่น :

โรงเรียนรัฐบาลจะมีบรรยากาศ และสภาพแวดล้อม สังคมที่หลากหลาย เพราะทุกคนมีสิทธิ์เข้าโรงเรียนได้หากสอบเข้าได้ หรือบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน นับว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ที่จะใช้ในการสอนให้ลูกรู้จักปรับตัวอยู่กับสังคมที่หลากหลายรูปแบบที่เข้าจะต้องเจอในชีวิตจริง นอกจากนี้ จุดเด่นของโรงเรียนรัฐบาลจะมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวดตั้งแต่เรื่องทรงผมและเครื่องแบบ ซึ่งจะช่วยฝึกวินัยและความเป็นระเบียบให้ลูกได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่ควรคำนึงถึง : 

สำหรับโรงเรียนรัฐบาลนั้น เป็นโรงเรียนที่มีเด็กที่ต้องการจะเข้าเรียนมาก ทำให้ใน 1 ห้องจะมีจำนวนนักเรียนที่ค่อนข้างมาก ในขณะที่อาจารย์ก็มีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้อาจดูแลได้ไม่ทั่วถึงได้ และควรหาโอกาสไปเดินดูบรรยากาศ สถานที่ และเด็กนักเรียนของโรงเรียนรัฐบาลที่คุณสนใจก่อนการตัดสินใจ เพื่อจะได้เห็นบรรยากาศจริงว่าเข้ากันกับครอบครัว และลูกของคุณได้หรือไม่

2. โรงเรียนคาทอลิก

โรงเรียนที่เป็นลักษณะไปตามประเภทของโรงเรียน นั่นคือ คาทอลิก หมายถึง โรงเรียนของศาสนาคริสต์ แต่ไม่ได้หมายความว่า เด็กนักเรียนที่จะเข้าเรียนต้องนับถือศาสนาคริสต์เท่านั้น โรงเรียนค่อนข้างเปิดกว้างให้กับทุกศาสนา เพียงแต่ว่า จะมีกิจกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และการเรียนคุณครู ที่เป็นไปตามแบบของคาทอลิก ด้วยลักษณะเฉพาะที่นำเอาพื้นฐานความเชื่อศาสนามาประยุกต์เข้ากับวัฒนธรรมในการพัฒนาบุคลิกภาพ เน้นให้นักเรียนมีระเบียบวินัย รู้จักบังคับตนเอง และเตรียมความพร้อมทั้งการวางตัว การเข้าสังคมหรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม จึงเป็นอีก โรงเรียนประถมศึกษา ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย สำหรับเรื่องวิชาการก็เข้มข้น บวกกับเป็นโรงเรียนที่มีพื้นฐานเป็นศาสนาคริสต์ ทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าทักษะพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษของลูกดีแน่นอน การเรียนการสอนก็ยังอิงกับหลักสูตรไทยของกระทรวงศึกษาธิการตามปกติ

จุดเด่น :

สำหรับจุดเด่นของโรงเรียนคาทอลิก คือเรื่องภาษาอังกฤษ การไปเรียนโรงเรียนคาทอลิกเรื่องภาษารับประกันได้ อย่างน้อยก็ต้องได้ในระดับสื่อสารกับคนอื่นได้ การสอนภาษาในโรงเรียนคาทอลิกเป็นไปในลักษณะปลูกฝังมากกว่าบังคับ ทำให้การเรียนภาษาเป็นเรื่องที่สนุก นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เรื่องการปลูกฝังค่านิยม ศีลธรรม จรรยา การวางตัวในสังคม โรงเรียนคาทอลิกถือว่าทำได้ดีเลย ไม่ว่าจะเป็นมารยาทที่เป็นมาตรฐานสังคมโลก ทั้งเรื่องการกิน การเดิน การนอน บุคลิกภาพ ท่าทาง คำพูด และการเข้าสังคม  ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานอันดีทำให้เด็กปรับตัวได้เร็วกว่า วางตัวดีกว่า เพราะถูกสอนมาตั้งแต่ยังเล็ก

สิ่งที่ควรคำนึง : 

แม้ว่าเรื่องเงินจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญสุดของการเรียน แต่ต้องยอมรับว่าค่าเทอมโรงเรียนคาทอลิกเหล่านี้ก็หนักเอาการเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นกลุ่มโรงเรียนคาทอลิกชั้นนำของประเทศบอกเลยว่าไม่แพ้กันกับโรงเรียนนานาชาติเลยทีเดียว แต่สำหรับบางครอบครัวที่คิดว่าไหว การที่มีค่าเทอมค่อนข้างสูง เขาก็คิดว่า เป็นการซื้อสังคมที่ใกล้เคียงกันให้กับลูกอีกทางหนึ่ง

3. โรงเรียนสาธิต

เป็นโรงเรียนประถม และมัธยมในกำกับของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อให้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติการทางการศึกษา และเป็นสถานที่ฝึกการปฏิบัติงานของนักศึกษาหรือเด็กฝึกงานเพื่อที่จะเตรียมเป็นคุณครูในอนาคต ใช้เป็นสถานที่ศึกษาวิจัยงานต่าง ๆ ดังนั้น นอกจากจะมีแค่ครูบาอาจารย์วัยผู้ใหญ่แล้ว นักเรียนก็จะได้เรียนกับนิสิตนักศึกษาฝึกสอนด้วย ซึ่งก็อาจนำมาซึ่งวิธีการเรียนการสอนใหม่ๆ และวิธีคิดที่นอกกรอบ ผู้สอนมีช่วงอายุที่ใกล้เคียงกับนักเรียนมากขึ้น จึงมีแนวโน้มเชื่อมสัมพันธ์กันได้ง่ายขึ้น โรงเรียนสาธิต เป็นได้ทั้งรัฐบาล และเอกชน ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในสังกัด

จุดเด่น : 

เด็กๆ ที่เรียนโรงเรียนสาธิตจะได้รับการเตรียมพร้อมอย่างครบครันหากหวังจะเข้ามหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่กำกับดูแล แม้ว่าจะหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตจะดูไม่เข้มข้นเท่าโรงเรียนในแบบอื่น ๆ แต่ประสิทธิผลของการเรียนของโรงเรียนสาธิตที่วัดได้จากเกณฑ์การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของแต่ละสาธิต เรียกได้ว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว จึงเป็นอีกหนึ่ง โรงเรียนประถมศึกษา ในใจของพ่อแม่หลาย ๆ คน

สิ่งที่ควรคำนึง :

นอกจากนี้โรงเรียนสาธิตบางแห่ง ยังมีตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลายเลย สามารถเรียนได้อย่างยาวๆ หากตั้งใจไว้แบบนั้น ดังนั้นหากสนใจโรงเรียนสาธิต คุณพ่อคุณแม่ก็ควรศึกษาว่าสาธิตของโรงเรียนที่เราต้องการนั้น รับสมัครเด็กนักเรียนช่วงอายุเท่าไหร่กันบ้าง

บรรยากาศในห้องเรียน โรงเรียนประถมศึกษา
บรรยากาศในห้องเรียน โรงเรียนประถมศึกษา

4. โรงเรียนทางเลือก

สำหรับโรงเรียนทางเลือกนั้น หากจะอธิบายให้พ่อแม่อย่างเราเข้าใจได้แบบง่าย ๆ มันก็คือ โรงเรียนที่มีการเรียนการสอนแตกต่างจากระบบเดิมที่เราคุ้นชินกันมา โรงเรียนจะมีการสอนที่มีความยืดหยุ่นทั้งทางด้านแนวคิด ความเชื่อ วิธีการและเนื้อหาที่สอนลงไปในแต่ละวัน  ซึ่งจุดเด่นของการเรียนโรงเรียนทางเลือกนั้นไม่ได้หมายถึงการเรียนเพื่อเก่งที่สุด แต่เป็นการเรียนด้วยแนวคิดปรัชญาใหม่จากทั้งฝั่งตะวันตก และ ตะวันออก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรัก ความชอบ ความรู้ ความสามารถในการเข้าสังคม และเตรียมความพร้อมในระดับที่สูงขึ้นไปได้(สำหรับชั้นอนุบาล) ซึ่งโรงเรียนทางเลือกเหล่านี้จะได้รับการประเมินจากหน่วยงานการศึกษาของรัฐแล้วว่าสามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้

แม้จะบอกว่าเป็นโรงเรียนทางเลือกเหมือนกัน แต่โรงเรียนทางเลือกแต่ละแห่งต่างก็มีแนวคิด ปรัชญา แตกต่างกันไปแบบไม่เหมือนกันเลย ซึ่งเราต้องศึกษาให้ดีก่อนว่า โรงเรียนทางเลือกที่เราจะเลือกให้กับลูกนั้นเป็นแบบใด เหมาะสมกับความต้องการ และจุดประสงค์ของเราหรือไม่  ตัวอย่างของโรงเรียนทางเลือก ได้แก่ โรงเรียนที่เน้นการสอนแบบมอนเตเซอรี่ โรงเรียนที่สอนแบบโครงการ โรงเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ โรงเรียนการสอนแบบพหุปัญญา โรงเรียนการสอนแบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ โรงเรียนการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย โรงเรียนการสอนแบบไฮสโคป โรงเรียนการสอนแบบภาษาธรรมชาติ เป็นต้น

สิ่งที่ควรคำนึงถึง :

การเข้าโรงเรียนทางเลือกไม่ว่าจะเป็นระดับอนุบาล หรือ ระดับที่สูงกว่านั้น สิ่งแรกที่พ่อแม่ต้องเข้าใจก่อนเลยก็คือการเตรียมตัวของพ่อแม่จะต้องดีระดับหนึ่งเลย ต้องเข้าใจวิธี และ วิถีการสอนของโรงเรียนทางเลือกเหล่านี้ บางโรงพ่อแม่ต้องเข้าไปศึกษากับครูก่อน ถึงจะส่งลูกเข้ามาเรียนได้ หากแนวคิดของพ่อแม่ไม่สอดคล้องกับทางโรงเรียน ก็เข้าไม่ได้แบบนี้ก็มี สองเรื่องของค่าใช้จ่าย โรงเรียนทางเลือกส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การเข้าใจว่าโรงเรียนทางเลือกนั้นไม่ได้เน้นหลักสูตรแบบเดียวกับการเรียนการสอนในโรงเรียนปกติ ทำให้อาจดูว่าลูกเราแข่งขันสู้คนอื่นไม่ได้ในระดับอายุเท่ากัน แต่แนวทางการสอนของเด็กในโรงเรียนทางเลือกนี้ จะเน้นที่ให้ผู้เรียนตระหนัก และดูแลตนเองได้ อยากเรียนเมื่อพร้อมเรียน และมีความรับผิดชอบด้วยตนเอง ไม่ใช่การบังคับ หรือท่องจำ

โรงเรียนทางเลือก จะมีแนวคิดแตกต่างกันทำให้วิธีการจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันด้วย อย่างถ้าเป็นโรงเรียนทางเลือกแบบมอนเตเซอรี่ จะเน้นการฝึก การทำ การทดลอง เพื่อให้เด็กได้เกิดประสบการณ์ในตัวเอง พัฒนาตัวอย่างอย่างมีอิสระ แต่โรงเรียนปกติอาจจะไม่ได้ทำทุกอย่างแบบนั้น ซึ่งความแตกต่างของแนวคิด และการจัดการเรียนการสอนจะทำให้ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน จากกรณีนี้เด็กที่เรียนจากมอนเตเซอรี่ (ระดับอนุบาล) อาจจะมีทักษะการช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าโรงเรียนปกติ เป็นต้น ดังนั้นหากจะยึดแนวทางนี้ต้องไม่นำลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กที่เรียนในแบบอื่น

อ่านต่อ>> โรงเรียนประถมศึกษา แบบไหนเหมาะกับลูก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชื่อจีนผู้ชาย ตั้งชื่อลูก

รวม ชื่อจีนผู้ชาย ลูกชายมังกรคำอ่าน+ความหมายสุดเฮง

ชื่อจีนผู้ชาย ยอดนิยม ความหมายดี สมเป็นลูกชายมังกร รวบรวมชื่อดี ๆ เด่น ๆ พร้อม ตั้งชื่อลูก ให้เฮงปัง ดวงดี ทะยานไกลดั่งมังกร ที่นี่ห้ามพลาด

รวม ชื่อจีนผู้ชาย ลูกชายมังกรคำอ่าน+ความหมายสุดเฮง!!

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีเชื้อสายชาวจีน หรือว่าคุณมีธุรกิจติดต่อกับคนจีน การที่เรามีชื่อจีนไว้ติดต่อค้าขายย่อมเป็นเรื่องที่ให้ความสะดวกขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว และในอนาคตที่มีแนวโน้มว่า ประเทศจีนจะเป็นอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจของโลก ด้วยความที่มีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง บวกกับการค้าขายของชาวจีนก็ติดต่อไปมากมายแทบจะเรียกได้ว่าทั่วโลกแล้วกระมัง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เรียกได้ว่า ไทยจีนแทบแยกจากกันไม่ออก จึงยิ่งเป็นข้อสนับสนุนให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตั้งชื่อลูกน้อย ลองพิจารณาการ ตั้งชื่อลูก เป็นชื่อจีนเพิ่มขึ้นมาบ้างก็เห็นจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว ว่าไหม??

ชื่อจีนผู้ชาย ในการตั้งชื่อลูกของชาวจีนนั้น นับว่าให้ความสำคัญมากเลยทีเดียว เนื่องจากว่าเป็นดั่งหน้าตาของเจ้าของชื่อ ดังนั้นการตั้ง ชื่อจีนผู้ชาย จึงมีหลักการเสริมความเป็นมงคล เสริมบารมีอย่างไม่ต้องสงสัย

2 ข้อที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับชื่อภาษาจีน

  1. ชื่อคนจีนประกอบด้วย 姓 (xìng) – ชื่อสกุล และ 名 (míng) – ชื่อที่กำหนด และไม่มีการเว้นวรรคระหว่างชื่อเหล่านี้ เมื่อเขียนเป็นตัวอักษร ชื่อสกุลซึ่งโดยปกติจะเป็นอักขระหนึ่งตัว (พยางค์) ที่สืบทอดมาจากบิดา มักจะมาก่อนชื่อที่กำหนดเสมอ ชื่อภาษาจีนปกติมีอักขระหนึ่งหรือสองตัว ชื่อที่มีอักขระตัวเดียวเป็นที่นิยมตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ถึงต้นทศวรรษ 2000 แต่ชื่อที่มีอักขระสองตัวนั้นพบได้บ่อยมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาชื่อสกุลจีนหรือชื่อตั้ง
  2. เมื่อตั้งชื่อลูก เสียง ความหมาย และรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจเป็นข้อพิจารณาหลักสำหรับพ่อแม่ชาวจีน จำนวนจังหวะที่ใช้ในการเขียนอักขระก็เป็นปัจจัยเช่นกัน โดยปกติแล้ว ภาษาจีนหนึ่งพยางค์สามารถแทนตัวอักษรได้หลายตัว โดยแต่ละตัวมีความหมายต่างกัน ตัวอย่างเช่น พยางค์ “yī” สามารถเขียนเป็น 一 (หนึ่ง), 衣 (เสื้อผ้า), 依 (พิง) เป็นต้น

แม้ว่าชื่อภาษาจีนหลายชื่อจะออกเสียงเหมือนกันและดูเหมือนกันเมื่อแปลงเป็นอักษรโรมันเป็นพินอิน (รูปแบบอักษรโรมันอย่างเป็นทางการที่ใช้ในประเทศจีน) แต่จะแสดงเป็นอักขระต่างกัน และถือเป็นชื่อที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น ชื่อภาษาจีนยอดนิยม 2 ชื่อสำหรับเด็กทารกในปี 2021 คือ 沐宸 และ 沐辰 ต่างก็ออกเสียงว่า “มูเช็น” แต่มีความหมายต่างกัน

ลูกชายมังกร :  ไอเดีย ชื่อจีนผู้ชาย 

ชื่อภาษาจีนส่วนใหญ่เป็นการรวมกันของคำกวีที่ทำให้เกิดภาพที่สวยงาม หรือลักษณะของตัวละครที่สร้างแรงบันดาลใจ อ้างถึงสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง และความเป็นชาย หรือทำให้นึกถึงความเข้มแข็ง ทรงพลังซึ่งได้รับพรจากธรรมชาติ

ตัวอย่าง ชื่อจีน พร้อมความหมาย

เฟินหัว Fenhua เป็นชื่อไม่จำกัดเพศ แปลว่า “อ่อนเยาว์และกระฉับกระเฉง”

ฮาวยู ผู้ปกครองทั้งจักรวาล อาจพิจารณาชื่อเด็กทารกที่แข็งแกร่งนี้ ซึ่งหมายถึง “จักรวาลอันกว้างใหญ่”

ไห่เทา หากคุณเป็นคนชื่นชอบทะเล และหวังว่าเจ้าตัวเล็กของคุณจะชอบเช่นกัน? ลองชื่อไห่เทา ซึ่งแปลว่า “คลื่นทะเลที่แรงและทรงพลัง”

จุนเฟิง  ทิวทัศน์ภูเขาตระหง่านที่มองเห็นจากมุมสูง สวยงาม ทรงพลัง

ลิกซิน Lixin (อ่านว่า ลี-ชิน) เป็นชื่อที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กชายที่สดใส และร่าเริง ซึ่งแปลว่า “พระอาทิตย์ขึ้นที่รุ่งโรจน์และสวยงาม”

หลิงหยุน “หลิง” หมายถึง “สูงส่ง” หรือ “สูง” ในขณะที่ “หยุน” หมายถึง “เมฆ”

เฉียนฟาน Qianfan (ชีอันฟาน) เป็นชื่อที่ทำให้นึกถึงภาพการเดินเรือ หมายถึง “ใบเรือพันใบ”

ชูชาง. Shuchang เป็นชื่อที่ดีหากคุณต้องการสุภาพบุรุษที่มีท่าทางที่มีความสุข ชื่อนี้มีความหมายว่า “เรียบง่ายและมีความสุข”

ไซล์ ออกเสียงว่า ซี-เลอ ชื่อนี้สำหรับเด็กผู้ชายที่ร่าเริง มองโลกในแง่ดี และมีความสุขอยู่เสมอ นี่คือสิ่งที่พ่อแม่ต้องการสำหรับลูกน้อยของคุณ!

สีชัง. ลองตั้งชื่อ Sicong (อ่านว่า ซิ-สึ-โอง) ซึ่งแปลว่า “ฉลาดและไม่เหมือนใคร”

เทียนหยู ชื่อภาษาจีนสุดคลาสสิกชื่อนี้มีความหมายว่า “หยกสวรรค์”

ซีหยาง ถ้า Lixin ไม่ค่อยเหมาะกับคุณ อาจลองใช้ Xiyang (ชีเอี้ยน-จี) ซึ่งแปลว่า “พระอาทิตย์ยามเย็น” หรือ “พระอาทิตย์ตกดิน”

ซือซง. อีกชื่อหนึ่งสำหรับคนรักธรรมชาติ “xue” (อ่านว่า ชู-เย) แปลว่า “หิมะ” ในขณะที่เพลงแปลว่า “ต้นสน” ชื่อรวมกันทำให้นึกถึงต้นสนที่ปกคลุมด้วยหิมะใหม่: ชื่อที่งดงามสำหรับทารกในฤดูหนาว

หยางฟาง. เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบทะเล ชื่อนี้สื่อถึงภาพลักษณ์ของใบเรือที่โอ่อ่าตระหง่านรับลม ชื่อที่ดีสำหรับเด็กน้อยผู้กล้าหาญ และรักการผจญภัยของคุณ!

หยูเฟย. Yufei (อ่านว่า หยูเฟย) เป็นชื่อที่เงียบสงบแต่หนักแน่น แปลว่า “ขนนกที่โบยบิน”

ยู่หลง แปลว่า “มังกรหยก” ชื่อภาษาจีนคลาสสิกนี้เป็นตัวเลือกที่สวยงามสำหรับเจ้าตัวน้อยของคุณ

ยูเซะ. ออกเสียงว่า ยู-เซะ ชื่อที่นำมาซึ่งความหมายนี้หมายถึง “ลมมรสุมที่สดชื่นหลังจากวันที่อากาศชื้น”

จื่อหยวน ออกเสียงว่า จิร-หยู-วาน ชื่อนี้กำหนดเส้นทางสำหรับเด็กชายผู้ทะเยอทะยานของคุณ หมายถึง “ผู้มีวิสัยทัศน์” หรือ “นักฝันที่ไขว่คว้า”

ชื่อจีน ชื่อจีนผู้ชาย หล่อ ตี่ ชื่อดีเสริมดวงเฮง
ชื่อจีน ชื่อจีนผู้ชาย หล่อ ตี่ ชื่อดีเสริมดวงเฮง

รายชื่อยอดนิยม 10 อันดับแรกสำหรับเด็กผู้ชายในประเทศจีนในปี 202 1 พร้อมความหมาย

1. 沐宸 (มู่เฉิน)

อันดับความนิยมในปี 2021: 1
No. of Boys 2021: 22,958

ความหมาย:  อาบน้ำในสวรรค์

2. 浩宇 (ห่าวอี้)

อันดับความนิยมในปี 2021: 2
No. of Boys 2021: 15,722
ความหมาย:จักรวาลอันกว้างใหญ่
ชื่อที่ออกเสียงเหมือนกันในตัวเขียนอื่น:皓宇, 昊宇

3. 沐辰 (มู่เฉิน)

อันดับความนิยมในปี 2021: 3
No. of Boys 2021: 15,660
ความหมาย: อาบแสงตะวัน พระจันทร์ ดวงดาว
ชื่อที่มีเสียงเดียวกันในตัวเขียนอื่น:沐宸, 慕辰, 慕宸

4. 茗泽 (หมิงเจ๋อ)

อันดับความนิยมในปี 2021: 4
No. of Boys 2021: 13,175
ความหมาย: ความ เมตตากรุณาของใบชา
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:明泽, 铭泽

5. 奕辰 (อี้เฉิน)

อันดับความนิยมในปี 2021: 5
No. of Boys 2021: 12,583
ความหมาย: พระอาทิตย์ดวงใหญ่ พระจันทร์ ดวงดารา
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:亦辰, 奕宸, 亦宸

6. 宇泽 (อี้เจ๋อ)

อันดับความนิยมในปี 2021: 6
No. of Boys 2021: 12,191
ความหมาย: ความ  เมตตากรุณาของจักรวาล
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:雨泽, 宇择

7. 浩然 (ห่าวรัน)

อันดับความนิยมในปี 2021: 7
No. of Boys 2021: 11,808
ความหมาย:ความกว้างใหญ่
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:皓然, 昊然

8. 奕泽 (อี้เซ่อ)

อันดับความนิยมในปี 2021: 8
No. of Boys 2021: 10,899
ความหมาย: ความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:亦泽, 奕择

9. 宇轩 (อี้ซวน)

อันดับความนิยมในปี 2021: 9
No. of Boys 2021: 10,825
ความหมาย: สูงในจักรวาล
ชื่อที่ออกเสียงเหมือนกันในอักขระอื่น:雨轩, 宇宣

10. 沐阳 (มู่หยาง)

อันดับความนิยมในปี 2021: 10
No. of Boys 2021: 10,212
ความหมาย:  อาบแสงตะวัน
ชื่อที่มีตัวอักษรสลับกัน:慕阳, 沐杨, 慕杨

 

อ่านต่อ>> ชื่อจีนผู้ชาย ยอดนิยม พร้อมความหมายสุดเฮง คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อยากสูง โกรทฮอร์โมน

3 ข้อท่องไว้ปฎิบัติหาก อยากสูง ด้วยโกรทฮอร์โมน

อยากสูง เป็นสิ่งที่คนทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากมีรูปร่างที่ดี นั่นหมายถึงการนำมาซึ่งโอกาสทางสังคมมากมาย หากอยากสูงลองทำ 3 ข้อนี้รับรองไม่ผิดหวัง

3 ข้อท่องไว้ปฎิบัติหาก อยากสูง ด้วยโกรทฮอร์โมน!!

อาการ อยากสูง เป็นความต้องการอย่างหนึ่งของคนทุกคน การมีบุคลิกภาพที่ดี รูปร่างหน้าตาที่ตรงตามค่านิยม และรูปแบบที่สังคมต้องการยอมรับ เป็นสิ่งที่คนทุกคนใฝ่ฝันอยากให้เกิดกับตัวเอง เพราะนอกจากเราจะได้ในเรื่องของโอกาสทางสังคมที่ดีกว่าแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังทำให้เราเกิดความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการทำสิ่งใด ๆ ให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก จึงไม่แปลกอะไรที่ใครหลาย ๆ คนเฝ้ามองหาวิธีเพิ่มความสูง แต่ความสูงนี้เราสามารถเพิ่มได้จริงหรือ และทำได้ทุกคนหรือไม่

ความจริงของร่างกายมนุษย์ ว่าด้วยเรื่อง ความสูง !!

การเจริญเติบโตของร่างกายบางด้านนั้นมีข้อจำกัด รวมถึงความสูงที่จะไม่เพิ่มขึ้นอีกเมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง โดยทั่วไปคนเรามักสูงขึ้นในอัตราที่น้อยมากในช่วงอายุ 18-20 ปี และจะหยุดสูงในที่สุด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการหยุดเจริญเติบโตของกระดูก โดยเฉพาะบริเวณแผ่นการเจริญเติบโต (Growth Plate) ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนพิเศษบริเวณส่วนปลายของกระดูกยาว ในวัยเด็กกระดูกส่วนนี้ยังเจริญเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้กระดูกตามส่วนต่าง ๆ ยาวขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้กระดูกอ่อนดังกล่าวกลายเป็นส่วนของกระดูกแข็ง และไม่สามารถเติบโตได้อีก

ขอขอบคุณภาพจากเพจ drama addict
ขอขอบคุณภาพจากเพจ drama addict

อย่างไรก็ตาม ความสูงของแต่ละคนอาจเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยในแต่ละวันแม้กระดูกจะหยุดเจริญเติบโตไปแล้ว เนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันนั้นส่งผลต่อการยุบตัวและคลายตัวของหมอนรองกระดูกสันหลังได้ ความสูงในระหว่างวันของคนเราจึงไม่คงที่ โดยอาจลดลงได้มากที่สุดประมาณ 1.5 เซนติเมตร

อยากสูงเพิ่มอีก…จะได้ไหม??

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสูงเป็นกลไกธรรมชาติตามพันธุกรรมที่เราได้มาจากพ่อ แม่  ครอบครัว แต่กลไกธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อความสูงของลูก 100% ยังมีส่วนที่เหลือที่เป็นผลมาจากปัจจัยอื่น ซึ่งเราสามารถพัฒนา ส่งเสริมด้วยการดูแลสุขภาพ วิถีชีวิต และการรับประทานอาหาร บางคนปล่อยให้เวลาผ่านไปเพราะคิดว่าความสูงเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์เพียงอย่างเดียว จึงไม่คิดจะทำอะไรเพื่อเสริมสร้างความสูง ทั้งๆ ที่หากดูแลร่างกายในระยะเวลาที่เหมาะสม รับประทานสารอาหารที่ถูกต้องอาจจะทำให้สูงขึ้นได้นับ 10 ซมอยากสูง ต้องเข้าใจระบบร่างกาย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสูง

ความสูงที่ไม่เท่ากันของแต่ละคน เป็นผลมาจากปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

  • พันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์คาดว่าพันธุกรรมเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความสูง โดยคิดเป็น 60-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20-40 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือนั้นเป็นผลมาจากปัจจัยอื่น ๆ แนวโน้มความสูงของบุตรจึงมักขึ้นอยู่กับยีนส์ของพ่อและแม่
  • เพศ ชายและหญิงมีช่วงที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (Growth Spurt) แตกต่างกัน ในเพศชาย ช่วงนี้มักเริ่มต้นเมื่ออายุประมาณ 11 ปี และมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วสุดที่อายุประมาณ 13 ปี ส่วนเพศหญิงมักเริ่มต้นเมื่ออายุประมาณ 9-10 ปี และมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วสุดที่อายุประมาณ 11-12 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เพศชายจะสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 4 นิ้วต่อปี และเพศหญิงสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 3 นิ้วต่อปี อัตราการเจริญเติบโตที่แตกต่างกันนี้ ทำให้เพศชายมีความสูงมากกว่าเพศหญิงโดยเฉลี่ย 5 นิ้ว
  • โภชนาการ อาหารมีความสำคัญอย่างมากต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็ก การได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ อาจทำให้เด็กเจริญเติบโตช้าและตัวเตี้ยกว่าเด็กที่มีโภชนาการดี
  • ปัญหาสุขภาพ โรคหรือความผิดปกติบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและส่วนสูง เช่น
    • กลุ่มอาการเทอเนอร์ (Turner syndromeเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นกับเพศหญิง ผู้ป่วยอาจมีรูปร่างเตี้ยและมีพัฒนาการทางเพศช้ากว่าปกติ
    • โรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle Cell Anemia) เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมที่ทำให้เม็ดเลือดแดงมีลักษณะคล้ายเคียวเกี่ยวข้าว ซึ่งผิดไปจากเม็ดเลือดแดงปกติที่มีรูปร่างค่อนข้างกลมและบุ๋มตรงกลาง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีแนวโน้มเจริญเติบโตช้า และเข้าสู่วัยแรกรุ่นช้ากว่าคนทั่วไป
    • ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมนี้อาจส่งผลให้ร่างกายเจริญเติบโตช้ากว่าคนทั่วไป เช่น ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism) ภาวะขาดฮอร์โมนเจริญเติบโต (Growth Hormone Deficiency) เป็นต้น

โดยปกติแล้ว คนที่อยากสูงและอยู่ในช่วงวัยที่สามารถพัฒนาความสูงได้ คือ ช่วงวัยเด็ก ถึงวัยรุ่น ก็มักจะเป็นช่วงวัยที่ พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ตระหนัก หรือมีความต้องการมากนักในเรื่องความสูงของตนเอง ทำให้เสียโอกาสในการเพิ่มความสูงไปเสีย จึงมักเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตที่ต้องคอยย้ำ คอยเตือน และหาวิธีที่จะทำให้ลูกสามารถเพิ่มความสูงให้ได้มากที่สุด

แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยที่ร่างกายไม่สามารถพัฒนาทางด้านความสูงให้เพิ่มขึ้นได้อีกนั้น ก็ใช่ว่าเราจะละเลยไม่ดูแลในเรื่องนี้ เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า แม้ร่างกายจะไม่กระดูกส่วนที่สามารถยืดหยุ่นพัฒนาให้เพิ่มเป็นความสูงที่มากขึ้นได้ แต่ร่างกายที่เสื่อมถอย จะทำให้แลดูเรามีส่วนสูงที่ลดลงไปได้ เช่น จากการที่กระดูกสันหลังโค้งงอ งุ้มลง ทำให้เราดูเตี้ยลงได้ ซึ่งสามารถมีวิธีแก้ให้เรากลับมาดูมีส่วนสูงที่เพิ่มขึ้น จากการทำให้กระดูกกลับมาคืนรูปได้เช่นกัน

อยากสูง ต้องทำอย่างไร
อยากสูง ต้องทำอย่างไร

เข้าใจร่างกาย ก็ อยากสูง ได้!!

ร่างกาย กลไกธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่เข้าใจ และไม่ได้ทำงานตามค่านิยมส่วนใหญ่ของสังคม ระบบการทำงานของร่างกายนั้นทำงานไปตามธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต โดยเห็นได้จากระบบของร่างกายที่เราไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่ ระบบดำรงชีพ ระบบป้องกันอันตราย ระบบสืบพันธ์ุ เป็นต้น โดยระบบเหล่านี้จะทำงานโดยอัตโนมัตินอกเหนือการควบคุมทั่วไปของเรา

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อเราอยู่ในวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต สารอาหารต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปนั้น ก็จะถูกร่างกายนำไปใช้เพื่อเพิ่มความสูง และเมื่อร่างกายเริ่มพ้นวัยในการเจริญเติบโตแล้ว ร่างกายก็จะนำสารอาหารเหล่านั้น ไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ที่ต้องพัฒนาในช่วงวัยนั้น ๆ เช่น เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เด็กผู้หญิงต้องมีรอบเดือน หรือเด็กผู้ชายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงร่างกายในเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ ร่างกายก็จะเปลี่ยนมาเน้นเสริมสร้างระบบสืบพันธ์ุ เราจึงพบว่าเมื่อถึงวัยที่มีรอบเดือนในเด็กผู้หญิง เด็กก็จะหยุดสูง และในเด็กผู้ชายก็เช่นกัน แต่เนื่องด้วยเด็กผู้ชายมีช่วงวัยที่พัฒนาระบบสีบพันธุ์ช้ากว่า จึงทำให้ส่วนสูงของเด็กผู้ชายมีมากกว่าเด็กผู้หญิงนั่นเอง การเสริมสร้างของร่างกายนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติเพื่อดำรงชีวิต เพราะร่างกายไม่รู้ว่าความสูงที่ดีเป็นอย่างไร ร่างกายจึงสูงและหยุดตามกลไกธรรมชาติของกรรมพันธุ์นั้น ๆ

อ่านต่อ>> 3 ข้อ รู้ไว้ให้รีบปฎิบัติ หาก อยากสูง เพิ่ม!! คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Woodnote

แม่ชะเอม สอนลูกติดดิน พาตะลุยโคลน กระโจนลงน้ำ ที่ Woodnote

#ABKExplorersClub#แม่ชะเอม #kidsexplore ถึงเวลาพาลูกเที่ยว กับสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พากันไปตะลุยโคลน สอนลูกติดดิน แทนมือถือ มันน่าทึ่งมาก!!! ลุยโคลนกระโจนลงน้ำ อีกประสบการณ์ที่ลูกบอกว่า ไว้พาหนูมาอีกนะ ที่ Woodnote Natural Co-Playing Space
การให้เด็กได้ปล่อยพลังตามช่วงวัย ได้ออกวิ่ง ได้สูดอากาศเต็มปอดอย่างบริสุทธิ์ ได้ใช้เท้าน้อยๆได้สัมผัสธรรมชาติ ได้ใช้ขาออกวิ่งอย่างสนุกสนาน ได้ใช้มือเล็กๆปาดเหงื่อเบาๆ แล้วนั่งลงพักพร้อมเงยหน้ารับแสงแดด ที่สำคัญ ลูกได้หัวเราะ ในความสุขที่เราอาจจะลืมไปว่า แค่ลูกได้วิ่งก็สนุกแล้ว

งานวิจัยเผยเด็กที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ไอคิวสูง

ผลการวิจัยโดยนักระบาดวิทยาด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาสเซลท์ (Hasselt University) ประเทศเบลเยียม ระบุว่า พื้นที่สีเขียวจากธรรมชาตินั้นสัมพันธ์กับความฉลาดของเด็ก ๆ โดยพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น 3.3% (รัศมี 3 กิโลเมตรรอบบ้าน) จะช่วยเพิ่มไอคิวของเด็กได้ถึง 2.6% เลยทีเดียว โดยค่าเฉลี่ยไอคิวอยู่ที่ 105
การวิจัยครั้งนี้ศึกษาข้อมูลจากเด็กช่วงอายุ 10-15 ปีมากกว่า 600 คน ผู้พักอาศัยอยู่ในประเทศเบลเยียม งานวิจัยยังบอกด้วยว่า 4% ของเด็กไอคิวต่ำกว่า 80 อยู่ในย่านที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยกว่า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า พื้นที่สีเขียวสัมพันธ์กับการรับรู้ เช่น ทักษะเรื่องการจดจำและความตั้งใจ
ธรรมชาติยังมีผลต่อสมาธิและอารมณ์ โดยมีงานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า ความจำของเด็กจะดีขึ้นเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และมีงานวิจัยจากวารสาร Plos Medicine ระบุว่า การอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติช่วยลดระดับความเครียด เด็ก ๆ ได้เล่นกับเพื่อน มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และในพื้นที่สีเขียวยังเป็นสภาพแวดล้อมที่สงบอีกด้วย การสร้างพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง จึงนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็ก
หากเด็กได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม มีพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ด้านวิชาการ ร่วมกับการทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้จะหล่อหลอมให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างฉลาดสมวัย ไอคิวสูงได้

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ Woodnote ที่แม่ชะเอมอยากแนะนำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว แค่สตาร์ทรถแล้วออกไปเล่นกัน … เรารู้ว่าคุณเหนื่อยจากการทำงาน แต่ลูกๆรอเราอยู่นะ เมื่อคุณเห็นรอยยิ้มเค้า เชื่อได้ว่าคุณจะหายเหนื่อย

Woodnote
การที่พาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน ได้สร้างเสริมการเข้าสังคม การทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และ การรู้จักแบ่งปัน … ไม่คิดว่า ลูกจะรู้ว่าการที่มือเปื้อนทรายอยู่แล้วจะเช็ด ลูกหันไปเช็ดทางอื่น แม่ก็นึกว่าลูกจะทำอะไร ลูกหันมาบอกว่า เดี๋ยวเข้าตาเพื่อน … คุณพระ!!!!ดีใจจัง

 

Woodnote
มันก็จะยืดๆเหนียวๆ ผสมเข้าไปค่ะ ลูกตา แมงมุม ให้เข้าธีมฮาโลวีน บอกได้เลยว่าเด็กชอบมาก
Woodnote
อีกหนึ่งปัญหาที่เจอ ขาติดโคลนค่า ช่วยหนูด้วย … แม่ได้แต่บอกว่า ทำไงดีแม่ขาก็ติดอยู่ทางนี้ ลูกช่วยบอกแม่ทีแม่ต้องทำยังไง ( บทบาทสมมติแล้วหนึ่งแกล้งไม่รู้บ้างจะเป็นไร ) ลูกตะโกนมาว่า ดึงขาออกแรงขึ้นมาเลยหม่าม้า โอเค ลุยต่อ
ลูกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เราแก่ขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน หันมาอีกที เสียงหัวเราะคิกคักแบบไม่มีเหตุผล มันอาจถูกประดิษฐ์ขึ้นจากประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่เค้าจะต้องเติบโต แต่อยากแนะนำให้อย่างน้อย พื้นที่ความทรงจำของครอบครัวเรา มีเสียงหัวเราะไปด้วยกัน เพราะ #เรื่องเล่นเป็นเรื่องใหญ่ มาดูกันว่า ที่ #woodnote มีอะไรให้เราได้สนุกกันบ้าง (คลิกที่ภาพเลย)

Woodnote

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Woodnote Natural Co-Playing Space นะคะ โดยธีมงาน #woodnoteoktoberfest2022 ให้เราอยู่กันแบบเต็มอิ่ม เช้าจรดค่ำ เล่นกันตลอดวัน ยังเหลืออีก 2 วันนะคะ 29,30 ต.ค. 65 นะคะ
ชื่อเท่ ๆ ตั้งชื่อลูก

ไอเดีย ชื่อเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร เทรนด์ดีไม่ตกยุค!!

ชื่อเท่ ๆ ชื่อไม่ซ้ำใคร ชื่ออินเทรนด์ไม่ตกยุค มีมาให้เลือกแล้ว สำหรับคุณพ่อคุณแม่สุดคูล ที่ชื่อลูกน้อยของเราต้องไม่โหล แปลกสะดุดหูแบบนี้สิโดน

ไอเดีย ชื่อเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร เทรนด์ดีไม่ตกยุค!!

ชื่อนั้นสำคัญไฉน เมื่อชื่อเปรียบเสมือนหน้าตาของเจ้าของชื่อ การตั้งชื่อลูก จึงเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนให้ความสำคัญ ในยุคสมัย การตั้งชื่อ อาจอ้างอิงหลักการตั้งชื่อตามแบบนิยมโบราณ ตั้งชื่อมงคล ตั้งชื่อตามวันเกิด หรือการนำเอาวันเดือนปีเกิดของเด็กไปผูกดวง กับพ่อแม่ดูว่าควรตั้งชื่อแบบไหนถึงเข้ากัน และยังมีศาสตร์แห่งการตั้งชื่ออีกมากมายตามแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคล

ยุคปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัยแบบนี้ การตั้งชื่อลูก ของเด็กเจนใหม่จะเป็นอย่างไร? แน่นอนว่าคนรุ่นใหม่กำลังเติบโตก้าวเข้ามาสู่วัยแห่งการเป็นพ่อแม่ ดังนั้นการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างแตกต่างของคนเจนใหม่นี้ย่อมมีความเชื่อ ความคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ อยู่บ้าง การที่วิถีชีวิตของพวกเขาวนเวียนอยู่กับโลกอินเตอร์เน็ต โลกโซเซียล เป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น พฤติกรรมของคนรุ่นนี้จึงเข้าถึงสิ่งที่ต้องการค้นหาได้ไม่ยาก การเลือกเชื่อ เลือกตัดสินใจจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่พวกเขาเป็นคนหามาเอง และแน่นอนย่อมอิงอยู่กับกระแสบนสังคมออนไลน์อย่างเสียมิได้

แนวคิดการตั้งชื่อลูก ชื่อเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร จึงเห็นจะเป็นเทรนด์แนวใหม่ที่กำลังมาแรง พวกเขาให้ความสำคัญกับความโดดเด่น ความเป็นปัจเจกบุคคลมากกว่า การเน้นในเรื่องโชคลาภ สิ่งมงคล เหมือนดั่งคนรุ่นก่อน ๆ จึงมักจะเห็นชื่อที่ถูกตั้งด้วยคำศัพท์แปลกตา ต่าง ๆ กันไป

ไอเดียแห่งการตั้ง ชื่อเท่ ๆ จึงเป็นสิ่งที่เราอยากนำเสนอไว้เป็นไอเดีย เผื่อคุณพ่อคุณแม่คนไหนเกิดสนใจหาข้อมูลไว้เป็นไอเดียในการตั้งชื่อให้กับเจ้าตัวน้อยของคุณ รับรองไม่ผิดหวังกับ หลากหลาย ชื่อเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร ที่มีมาให้เลือก ไปลองดูกันเลย

ตั้ง ชื่อเท่ ๆ ให้ลูก
ตั้ง ชื่อเท่ ๆ ให้ลูก

ชื่อเท่ๆ พยางค์เดียว

คำอ่านธรรมดา เพิ่มความเท่ด้วยการสะกดไม่เหมือนใคร!!

  • ธีร์
  • โฬม
  • คินน์
  • นายน์
  • ธารณ์
  • คุณ
  • คีน
  • มาร์ช
  • เทรย์
  • เซทท์

ชื่อเท่ ๆใช้ได้ทั้งชาย – หญิง

  • ภีม
  • ภาม
  • ปริญ
  • มิลล์
  • ธันย์
  • วอร์
  • ลุกซ์
  • เทมป์
  • เรย์
  • นอร์ท

สุดเท่ ชื่อสำหรับคนคูล ๆ 

  • โฮป
  • เจย์
  • ไค
  • เชส
  • เคลย์
  • ดีน
  • เคนท์
  • เคิร์ท
  • ลุคค์
  • ปาร์ค

ชื่ออินเตอร์ ฟังดีไม่มีสะดุด

  • ทรอย
  • ราล์ฟ
  • เรซ
  • ฟรอสต์
  • จีน
  • คีท
  • คิม
  • คริส
  • ลี
  • แพกซ์

ชื่อคำเรียกติดหู 

  • ฌอน
  • เซบบ์
  • ทิม
  • ทอดด์
  • ทริสต์
  • วินซ์
  • ซาน
  • เฟรย์
  • เซน
  • บอนซ์
  • กัญจ์
  • ธาม / ธามม์
  • คอปป์
  • จัั๊มพ์
  • ยอร์ช
  • เซนต์/เซ้นส์
  • เติร์ก
  • เซฟ
  • โซน
  • ฌาม
  • เฑียร์
  • เติร์ด
  • กลัฟ
  • เกล
  • เควส
  • แคมป์
  • จัส
  • เชน
  • เชส
  • เซย์
ตั้งชื่อลูก ให้พร้อมรับสมาชิกใหม่
ตั้งชื่อลูก ให้พร้อมรับสมาชิกใหม่

ชื่อเท่ๆ สองพยางค์

ตั้งชื่อสองพยางค์เท่ ๆ จะใช้เป็นชื่อจริง หรือชื่อเล่นก็เก๋ไม่เบา

  • ต้นกล้า
  • ปริญ
  • คิริน
  • ผืนป่า
  • ดินดิน
  • มูอัส
  • ภูผา
  • มิลตัน
  • อามิท
  • วาฟิกซ์
  • นับหนึ่ง
  • ปอร์เช่
  • จินเบ
  • สิงหา
  • โอโซน
  • กัปตัน
  • คอปเตอร์
  • ขุนเขา
  • ธารา
  • ออสการ์
  • พระพาย
  • เจ้านาย
  • เจ้าขุน
  • อชิ
  • ต้นโอ๊ค
  • อธิ
  • ออสติน
  • เจได
  • วายุ
  • ทิศเหนือ
  • ธามไท
  • ภิภู
  • ต้นหน
  • มาวิน
  • คูเปอร์
  • มังกร
  • ทิวเขา
  • วินเนอร์
  • ปลาวาฬ
  • โนอา
  • ฉลาม
  • ไททัน
  • แลมโบ
  • ไทเกอร์
  • เหมันต์
  • สกาย
  • ไอเดน
  • เจเจ
  • พีพี
  • พีเจ

ชื่อเท่ๆ สองพยางค์ยุคโลกไร้พรมแดน

  • กวินทร์
  • ลูกคลื่น
  • โอเชี่ยน
  • อเล็กซ์
  • ปกป้อง
  • ไรวิน

    ไอเดีย ตั้งชื่อลูก
    ไอเดีย ตั้งชื่อลูก
  • ชาร์วี
  • ทิกเกอร์
  • ไลก้า
  • ไลออน
  • โซนิก
  • โทนี่
  • บรู๊คลิน
  • คอลลิน
  • ออกัส
  • อาร์ตี้
  • เอเดน
  • อาร์ชี่
  • ลาเต้
  • สายฟ้า
  • พายุ
  • ไตเติล
  • ไรอัน
  • ดีแลน
  • ตะวัน
  • มิลเลี่ยน
  • ธันวา
  • ภูเขา
  • ไต้ฝุ่น
  • นาวา
  • คีตะ
  • โอนิกซ์
  • มีก้า
  • แพนเทอร์
  • ภาคิน
  • มาร์ติน
  • อาเชอร์
  • เจเดน
  • ดีแลน
  • ไมเลส
  • คูเปอร์
  • กันต์ธี
  • ขอบฟ้า
  • คิมหันต์
  • คิริน
  • คิรา
  • ติณติณ
  • นักรบ
  • พอดี
  • ภูเมฆ
  • อาธิป
  • อคิน
  • องศา
  • ออสติน
  • โลแวน
  • ไรเกอร์
  • เจย์ซี
  • ธีโอ
  • บีเวอร์
  • ไทก้า

ชื่อเด่น โดน ๆ สองพยางค์

  • ตั้งเต
  • วิกเตอร์
  • ณดล
  • มาโก้
  • เลโก้
  • วาตะ
  • สตรอม
  • ฮันเตอร์
  • ฮาร์เปอร์
  • ออสการ์
  • โกเบ
  • ไคเลอร์
  • ชิม่อน
  • ไรเลย์
  • วอลเทอร์

    พ่อแม่ยุคใหม่ ตั้งชื่อลูก อย่างไรดี
    พ่อแม่ยุคใหม่ ตั้งชื่อลูก อย่างไรดี
  • เคลย์ตัน
  • ซีนาย
  • เซนเซ
  • ณนน
  • ไคโร
  • เฮคเตอร์
  • โรนิน
  • เดมอน
  • อัลเล็น
  • ไทเป
  • เทปปัน
  • นิวตั้น
  • โซเรน
  • เคนโซ่
  • ปอร์เช่
  • พันไมล์
  • อควา
  • มาร์เวล
  • ฟาโรห์
  • น้ำเหนือ
  • เมสัน
  • ภูวิน
  • พาร์ทไทม์
  • ซอโซ่
  • พระเพลิง

อินเทรนด์ อัพเดทสุด ๆ กับชื่อสองพยางค์

  • นาที
  • ณภัทร
  • นุนิว
  • ไทเธย์
  • ข้าวตัง
  • กูเกิ้ล
  • บอสตัน
  • บาร์เบล
  • มาร์วิน
  • โอนิกซ์
  • เลย์ตัน
  • ฮ่องเต้
  • เอเธนส์
  • อีตั้น
  • โอเชี่ยน
  • วาโย
  • กรกัน
  • เจแปน
  • เดนนิส
  • โอทิส
  • ควินตัน
  • เลนนอน
  • เมลวิน

    ชื่อโดน ๆ เท่โดนใจ
    ชื่อโดน ๆ เท่โดนใจ
  • มิลเลอร์
  • เปตอง
  • ไปเปอร์
  • มังกร
  • อีธาน
  • ไซออน
  • เรเดน
  • ปันปัน
  • เจเค
  • ริกเตอร์
  • ช้อปเปอร์
  • พอตเตอร์
  • มีคุณ
  • ธีร์ธาม
  • ชัตเตอร์
  • ซันไชน์
  • โอบดิน
  • คอนเซ็ปต์
  • ไบรท์ตัน / ไบรตัน
  • ฟีนิกซ์
  • เฟียสต้า
  • ไซเคิล
  • โซลาร์
  • ออก้า
  • ดีเดย์
  • ติวเตอร์
  • เวกัส

อ่านต่อ >>ชื่อเท่ๆ ไอเดียเก๋ สไตล์นานาชาติ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Lactadherin แลคตาเดริน

มารู้จัก Lactadherin แลคตาเดริน สารอาหารสำคัญในนมแม่

คุณพ่อคุณแม่เคยได้ยินสารอาหารที่ชื่อว่า Lactadherin แลคตาเดริน กันไหมคะ ขอบอกว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญกับลูกมากค่ะ โดยเฉพาะในช่วงวัย 1-3 ปี ควรได้รับอย่างต่อเนื่อง กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids จะพาทุกครอบครัวยุคใหม่ ไปรู้จักกับสารอาหารที่ชื่อว่าแลคตาเดรินกันค่ะ

รู้ไหม.. นมแม่ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง  

เรารู้กันอยู่แล้วว่า “น้ำนมแม่” สุดยอดอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด น้ำนมแม่ เป็นอาหารบริสุทธิ์ที่กลไกธรรมชาติของร่างกายสร้างผลิตมาเพื่อลูกน้อย องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจนถึง 6 เดือน และให้ลูกกินนมแม่เสริมควบคู่ไปกับอาหารที่หลากหลายด้วยคุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่ที่ได้จาก เนื้อสัตว์ ข้าว ผัก ผลไม้  ไปจนถึง 1 ขวบปี  นมแม่ อุดมด้วยคุณค่าโภชนาการสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย

  • ภูมิคุ้มกัน น้ำนมช่วงแรกหลังคลอดที่เรียกกว่า “น้ำนมเหลือง” หรือ Colostrums น้ำนมในระยะนี้จะมีปริมาณสารภูมิคุ้มกันสูง ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดโอกาสการติดเชื้อของทารกแรกเกิดได้ มีเม็ดเลือดขาวเป็นส่วนประกอบ 2,000-3,000 เซลล์/มิลลิลิตร มีปริมาณไลโซไซม์ ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียทำให้เชื้อตาย สูงกว่านมอื่น ๆ ถึง 5,000 เท่า จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ได้รับการเปรียบเปรยว่านมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนแรกของลูก
  • โปรตีน น้ำนมแม่มีโปรตีนมากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งกว่า 60% เป็นโปรตีนชนิดที่เรียกกันว่า “เวย์โปรตีน” มีคุณสมบัติย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และป้องกันการติดเชื้อได้ดี
  • น้ำตาล น้ำนมแม่มีน้ำตาลเชิงซ้อนกว่า 200 ชนิดที่เรียกว่าโอลิโกแซ็กคาไรด์ 6 ซึ่งทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติกในลำไส้ ช่วยป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลดความเสี่ยงของการอักเสบของสมอง
  • ไขมัน นมแม่จะมีปริมาณไขมันอยู่ที่ 4 กรัมต่อน้ำนม 100 มิลลิลิตร เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของลูก และกรดไขมันส่วนใหญ่ในน้ำนมแม่จะเป็นกรดไขมันสายยาวและไม่อิ่มตัว ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง และยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน กระตุ้นกระบวนการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานอย่างสมบูรณ์
  • วิตามินและแร่ธาตุ ในน้ำนมแม่จะมีวิตามินบี วิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี แต่ปริมาณวิตามินจะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณวิตามินที่แม่ได้รับ คุณแม่ที่ให้นมลูก ควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ นมแม่ยังมีธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพียงพอกับลูกวัยแรกเกิด – 6 เดือน1

Lactadherin แลคตาเดริน

นมแม่มี Lactadherin แลคตาเดริน คืออะไร ทำไมถึงมีประโยชน์กับลูก

ความมหัศจรรย์ของน้ำนมแม่ ไม่ได้มีแค่คุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนดีมีประโยชน์ต่อพัฒนาการการเจริญเติบโต และพัฒนาการสมองการเรียนรู้ที่ดีสมวัยเท่านั้นนะคะ แต่ใน “นมแม่” ยังมีสารอาหารภูมิต้านทานช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพดีแข็งแรงค่ะ

ในนมแม่จะมีสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งชื่อว่า Lactadherin แลคตาเดริน เป็นไกลโคโปรตีน ที่ออกฤทธิ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรต้า ช่วยให้การอักเสบลดลง และช่วยรักษาการอักเสบของลำไส้ทำให้สภาพของลำไส้ดีขึ้น

ลำไส้เปรียบเสมือนสมองที่สองของร่างกาย หากดูแลให้ลูกน้อยมีสุขภาพลำไส้แข็งแรง ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพราะจะช่วยลดการอาการเจ็บป่วย ไม่สบายลงได้ค่ะ เมื่อลูกมีสุขภาพดี พัฒนาการต่าง ๆ ก็ย่อมดีด้วยเช่นกันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป หากกำลังหานมเสริมให้ลูก ที่ช่วยในเรื่องพัฒนาการการเจริญเติบโตดีสมวัย มีพัฒนาการสมองการเรียนรู้ดี และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids แนะนำว่าอาจต้องเลือกนมเสริมที่มีแลคตาเดริน และมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์หลากหลายอาทิเช่น…

  • ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ ปริมาณต่อ 1 หน่วยบริโภค = 53 ก.
  • นิวคลีโอไทด์ ปริมาณต่อ 1 หน่วยบริโภค = 9 มก.
  • ดีเอชเอ ปริมาณความต้องการ DHA ที่ใช้โดยทั่วไปในแต่ละวัน เด็ก อายุต่ำกว่า 2 ปี รับประทานปริมาณ 10-12 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ส่วนเด็กอายุ 2 ปี ขึ้นไปอาจรับประทานปริมาณไม่เกิน 250 มิลลิกรัม/วัน
  • แคลเซียม จำเป็นในการซ่อมแซมในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • เหล็ก มีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินตามปกติ และมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และมีส่วนช่วยคงสภาพปกติของการมองเห็น
  • วิตามินซี ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และมีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
  • วิตามินดี มีส่วนช่วยคงสภาพปกติกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • วิตามินอี มีส่วนช่วยในการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ
  • กรดโฟลิค มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงตามปกติ

นมแม่แน่ที่สุด อยากให้ลูกได้รับสารอาหารดี ๆ ในนมแม่ อย่างแลคตาเดรินอย่างต่อเนื่อง คุณแม่ต้องมีตัวช่วยเสริมให้ลูกกันนะคะ ข้อมูลเพิ่มเติมแลคตาเดรินในนม คลิก !  

นมแม่มี Lactadherin แลคตาเดริน

 

 

เครดิตข้อมูล : 1รพ.พญาไท เปิดส่วนประกอบ “นมแม่” ใน 1 หยดมีสารอาหารอะไรบ้างนะ , พบแพทย์

 

Infolife Fiber

Infolife Fiber ใยอาหารพรีไบโอติกส์จากผักในรูปแบบผง หมดห่วงเรื่องท้องผูกของลูกน้อยที่แม่ๆ หลายบ้านเลือกเป็นตัวช่วยอันดับ 1

ถ้าพูดถึงปัญหา “ลูกท้องผูก” เป็นปัญหาสามัญประจำบ้านของหลาย ๆ ครอบครัวเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ จะต้องพบเจอปัญหานี้ไม่มากก็น้อย จากที่ลูกขับถ่ายปกติดี อยู่ ๆ ก็เริ่มทำหน้าบึ้งตึงเวลาขับถ่าย บางครั้งร้องไห้งอแงเลยก็มี แบบนี้คนเป็นแม่จะอยู่เฉยได้อย่างไร

ผู้ใหญ่อย่างเราสามารถเลือกทานผักหรือผลไม้ เป็นทางเลือกเพื่อเสริมไฟเบอร์ได้ แต่กับลูกน้อยที่รักแค่เห็นสีเขียวก็เมินหน้าหนีแล้ว คุณแม่จะมีตัวช่วยดี ๆ บ้างไหมนะ…?

Infolifefiber (อินโฟไลฟ์ไฟเบอร์) จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณแม่หลายคนไว้วางใจ เพราะเขาใส่พรีไบโอติกส์จากธรรมชาติมาให้ถึง 4 ชนิด ซึ่งพรีไบโอติกส์เหล่านี้เป็นสารอาหารที่ส่งผลโดยตรงต่อระบบขับถ่าย ช่วยให้จุลินทรีย์ที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย

ด้วยการพัฒนาไฟเบอร์ให้อยู่ในรูปแบบผง คุณแม่ยุคใหม่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความยุ่งยาก เพราะเพียงแค่ “ฉีกซอง” และ “ผสมลงในอาหารหรือเครื่องดื่มที่ลูกชอบ” ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือออกไปข้างนอก ก็เสริมใยอาหารดี ๆ ให้ลูกได้ทุกที่ทุกเวลา ผสมนมหรือน้ำผลไม้ หรือแม้แต่อาหารมื้อหนักเช่น พาสต้าที่ลูกโปรดปราน ก็ทานร่วมกันได้อย่างแฮปปี้

** ทางแบรนด์แอบกระซิบมาว่า เด็กทารก 6 เดือนขึ้นไปที่มีปัญหาท้องผูกจากการทานนมผง แนะนำใช้ผสมนมผงได้เลย ช่วยลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

 Infolifefiber (อินโฟไลฟ์ไฟเบอร์)

ทำไมถึงต้องใช้ อินโฟไลท์ ไฟเบอร์

อินโฟไลฟ์ ไฟเบอร์ อุดมไปด้วยโอลิโกฟรุคโตส หรือฟลุคโตโอลิโลเเซคคาไรด์ (FOS) ใยอาหารซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกที่อาศัยอยู่ส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ พร้อมทั้งสารอินนูลิน (Inulin) ใยอาหารซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติกที่อาศัยอยู่ส่วนปลายลำไส้ใหญ่

เมื่อโพรไบโอติกส์ทั้งสองส่วนในบริเวณลำไส้ใหญ่ได้รับพรีไบโอติกส์ที่ดี จุลินทรีย์จะสามารถดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเข้าไปยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค สร้างเอนไซม์ที่กระตุ้นการย่อยอาหาร ปรับให้ลำไส้ใหญ่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อีกทั้งยังมีเบต้ากลูเเคนจากผนังเซลของยีส ซึ่งเป็นเเหล่งที่ดีที่สุด ที่มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าช่วยฟื้นฟูให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างสมดุล  และ วิตามินบีรวมจากต้นอ่อนควินัว Organic Quinoa ที่เป็นเมล็ดธัญพืชตระกูลเดียวกับข้าว โปรตีนและไฟเบอร์สูง ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มกากใยและลดการอักเสบของลำไส้ได้

เพราะสารอาหารที่อัดแน่นในทุกๆซอง เทียบเท่าการการได้รับใยอาหารจากผักเป็นกิโล ทำให้อาการท้องผูกของหนูน้อยลดลงจนหายขาดไปในที่สุด คุณพ่อคุณแม่หลายคนจึงมั่นใจที่จะกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ จนทำให้อินโฟไลฟ์เป็นที่ 1 ในใจของหลายครอบครัวไปแล้วค่ะ

และที่สำคัญที่สุดในการที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อะไรก็ตาม ต้องดูที่มาตรฐานเป็นสำคัญ แบรนด์อินโฟไลท์เขาก็ไม่ละเลยในจุดนี้ มีการส่งตรวจสารที่อาจจะก่อให้เกิด

ภูมิเเพ้ที่เเม่ๆรู้จักกัน 8 ชนิด ซึ่งเด็กที่เเพ้ นม ไข่ ปลา อาหารทะเล ถั่วพีนัท ถั่วลิสง ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ก็สามารถทานได้ มาตรฐาน อย. , GMP, HACCP, GRAS ครบ คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลยว่าปลอดภัยต่อลูกน้อยแน่นอน

constipation ท้องผูก

นอกจากท้องผูก ปัญหาที่ตามมาคือลูก เบื่ออาหารทานน้อย ไม่สบายตัว INFOLIFE VEGGIE+ LYSINE อินโฟไลท์ เวกกี้พลัส ไลซีน ตัวช่วยเปลี่ยนลูกกินยาก ให้เป็นเด็กกินเก่ง ด้วยใยอาหารผสมไลซีน

คุณแม่เคยเจอเหตุการณ์นี้ไหมคะ ทำอาหารให้ลูกสุดฝีมือ ผัก ผลไม้ สารอาหารครบถ้วนแบบจัดเต็ม แต่สุดท้ายลูกเขี่ยออก เลือกทานแต่สิ่งที่ตัวเองชอบเท่านั้น จนเริ่มจะต้องบังคับมากขึ้น สุดท้ายแม้ลูกไม่อยากแต่ก็ต้องกินทั้งน้ำตาเพราะกลัวแม่ดุ สัญญาณว่าเขาเป็น “เด็กกินยาก/เลือกกิน” ได้ออกมาเรียบร้อยแล้วค่ะ

ผลเสียของการเป็นเด็กเลือกกินนอกจากจะทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีน้ำหนักน้อยและตัวเล็กแล้ว ลูกรักจะกลายเป็นเด็กโตช้า มีพัฒนาการช้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกันด้วยค่ะ

ทางอินโฟไลฟ์ที่เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้พัฒนาใยอาหารผงผักและผลไม้รวม เวกกี้พลัส ไลซีน ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและกากใยอาหาร พร้อมกรดอะมิโนจำเป็นอย่าง “ไลซีน” ที่สำคัญต่อร่างกายอย่างมากในการสร้างโปรตีนเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ อีกทั้งไลซีนช่วยในการเจริญเติบโต เสริมภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความอยากอาหารให้ลูกรัก

ลูกท้องผูก

ผงผักและผลไม้รวม เวกกี้พลัสไลซีน ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และละลายได้กับทุกเมนูอาหาร  ไม่มีการพองตัวหรือทำให้น้ำข้นหรือหนืด  หมดกังวลลูกจับได้แน่นอน

Infolife Fiber

ต้องบอกเลยว่าทั้งอินโฟไลฟ์ไฟเบอร์และเวกกี้พลัสไลซีน ตอบโจทย์ในปัญหายาก ๆ ด้วยวิธีที่แสนง่าย พร้อมทั้งช่วยให้คุณแม่ประหยัดเงินและเวลาได้อีกด้วย แล้วคุณแม่ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ พร้อมจะพิสูจน์ผลลัพธ์เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกหรือยังคะ

หากคุณแม่คนไหนสนใจ สามารถสั่งซื้อหรือปรึกษาปัญหาลูกท้องผูก ลูกทานข้าวยาก และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://infolifefiber.com/

สั่งซื้อได้เลยที่ :

Hotline : 094-239-4488

Line ID : @infolife-fiber

FB fanpage : Infolife Fiber Thailand

Lazada : INFOLIFE FIBER

 

ฝากครรภ์ที่ไหนดี

ฝากครรภ์ที่ไหนดี อัปเดตราคาแต่ละโรงพยาบาล 2565

ฝากครรภ์ (Prenatal care) คือการตรวจสุขภาพเป็นระยะ ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์จนกระทั่งถึงวันคลอด โดยแพทย์จะคอยตรวจความเรียบร้อยเกี่ยวกับสุขภาพของแม่และเด็ก คนที่กำลังสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ ก็มักจะไปตรวจเพื่อความแน่ใจว่าตั้งครรภ์จริงไหม และหากตั้งครรภ์จริงแพทย์จะแนะนำให้ฝากครรภ์ทันที เมื่อคุณแม่รู้ว่าตั้งครรภ์ การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการฝากกครรภ์ก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องเอาใจใส่กันเป็นพิเศษ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องปรับตัว ทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมกับการเติบโตของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยที่แข็งแรงสมบูรณ์ การตั้งครรภ์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลปกป้องที่ไม่สิ้นสุด ดังนั้นการเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยให้สมบูรณ์จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ฝากครรภ์ที่ไหนดี อัปเดตราคาแต่ละโรงพยาบาล

ฝากครรภ์ที่ไหนดี

การฝากครรภ์เป็นสิ่งแรก ๆ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนควรรีบฝากครรภ์เสียแต่เนิ่น ๆ คือ ไม่ควรเกิน 3 เดือน นับจากมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่นั้นตั้งครรภ์ปกติและทารกในครรภ์แข็งแรงและสมบูรณ์ แพทย์จะตรวจสุขภาพคุณแม่ว่ามีโรคแทรกซ้อนใด ๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง และกามโรค เป็นต้น

 

บริการทั่วไปที่คุณแม่จะได้รับเมื่อฝากครรภ์

  1. คุณแม่จะได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะ
  2. แพทย์หรือพยาบาลจะซักประวัติเกี่ยวกับการขาดประจำเดือน อาการแพ้ท้อง เด็กดิ้น ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ประวัติการตั้งครรภ์ และการคลอดครั้งก่อน ๆ ตลอดจนประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว และการแพ้ยาต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลแก่สูติแพทย์ และมีประโยชน์ในการดูแลคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์และคลอด
  3. คุณแม่จะได้รับการตรวจครรภ์ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากสูติ-นรีแพทย์ รวมทั้งการคาดคะเนกำหนดคลอดให้ด้วย ซึ่งโดยทั่วไปจะคลอดในระยะ 1-2 สัปดาห์ ก่อนหรือหลังการคาดคะเนได้
  4. สูติแพทย์จะให้คำแนะนำหรือตอบปัญหาเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนในระหว่างตั้งครรภ์ ให้ยาบำรุงหรือยาอื่นๆ ที่จำเป็นให้และนัดวันตรวจครั้งต่อไปเป็นระยะๆ
  5. การไปรับการตรวจครั้งต่อไปจะกำหนดให้คร่าว ๆ ดังนี้  ตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรกถึงครรภ์ 7 เดือน ควรไปตรวจเดือนละครั้ง  ระหว่างครรภ์ 7 เดือน ถึง 8 เดือน ควรไปตรวจทุก 2 สัปดาห์  และครรภ์เดือนสุดท้าย ควรไปตรวจสัปดาห์ละครั้ง ถ้าการตรวจครรภ์ผิดปกติ เช่น มีโรคแทรกซ้อน แพทย์อาจจัดให้ไปตรวจบ่อยกว่าที่กำหนด

 

หลังจากทราบแล้วว่าการฝากครรภ์สำคัญแค่ไหน ก็ควรหาโรงพยาบาลที่สะดวกในการฝากครรภ์ทันที ทีมกองบรรณาธิการจึงรวบรวม 10 โรงพยาบาลที่มีแพ็กเกจฝากครรภ์ที่สามารถเลือกแพ็กเกจฝากครรภ์ และจองวันพบแพทย์ได้เลย

  1. โรงพยาบาลเปาโล เกษตร

โปรแกรมฝากครรภ์เหมาจ่ายไม่เกิน 13 ครั้ง ราคา 18,900 บาท สามารถแบ่งจ่ายได้ 4 ครั้ง สนใจติดต่อสอบถามโทร 02-1500-900 ต่อ 5420 แผนกสูตินรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.paolohospital.com/th-TH/kaset/Home

ฝากครรภ์ที่ไหนดี

ขอบคุณภาพจาก https://www.paolohospital.com/th-TH/center

 

  1. สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

อัตราค่าบริการรับฝากครรภ์ ครั้งละประมาณ 650 บาท/ครั้ง รวมอัลตร้าซาวด์และยา จำนวน 8-10 ครั้งตลอดการตั้งครรภ์ ตรวจเลือดธาลัสซีเมีย 2,500 บาท ตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 500 บาท สนใจติดต่อสอบถามโทร 02-839-6242-3 ต่อ 5420 หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกสูติ-นรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.rama.mahidol.ac.th/cnmi/th

ฝากครรภ์ที่ไหนดี

ขอบคุณภาพจาก https://www.rama.mahidol.ac.th/cnmi/th

 

  1. โรงพยาบาลบางปะกอก สมุทรปราการ

ราคาแพ็กเกจฝากครรภ์ 13,000 บาท รวมตรวจสุขภาพ อัลตร้าซาวด์ และเจาะเลือดตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียและเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สนใจติดต่อสอบถามโทร  0-2109-3222  ศูนย์สูติ-นรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bpksamutprakan.com/

ฝากครรภ์

ขอบคุณภาพจาก https://www.bpksamutprakan.com/

 

  1. โรงพยาบาลวิภาราม

แพ็กเกจฝากครรภ์คุณภาพ มีให้เลือกหลากหลายโปรแกรมราคาตั้งแต่ 17,900 – 22,900 บาท สามารถดูรายละเอียดโปรแกรมเพิ่มเติมได้ สนใจติดต่อสอบถามโทร 02-0322-550 ต่อ 2419, 2420 แผนกสูติ-นรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://vibharam.com/package-detail.php?pack_id=124

ฝากครรภ์

ขอบคุณภาพจาก https://vibharam.com/

 

  1. โรงพยาบาลพญาไท 3

ฝากครรภ์ค่าใช่จ่ายแต่ละครั้งประมาณ 3,000 บาท/ครั้ง หากมีการเจาะเลือดร่วมด้วยราคาประมาณ 10,000 บาท/ครั้ง สนใจติดต่อสอบถามโทร 02-4671-111 ต่อ 3264-65 ศูนย์สุขภาพหญิง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://phyathai3hospital.com/home/

ฝากครรภ์

ขอบคุณภาพจาก https://phyathai3hospital.com/home/

 

อ่านต่อ.. ฝากครรภ์ที่ไหนดี อัปเดตราคาแต่ละโรงพยาบาล ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก

10 อันดับ แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก คลานได้ เล่นด้วย ปลอดภัย เซฟลูกน้อยวัยคลาน

ไอเทมเกี่ยวกับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังนึกไม่ถึงตอนลูกน้อยยังเป็นทารก แต่พอเข้าสู่วัยคลาน เชื่อว่าหลายคนคงต้องมองหา แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก ที่เหมาะกับลูกน้อยกัน เพราะการที่ลูกน้อยเริ่มคลานได้ คือก้าวนึงที่สำคัญของพัฒนาการ แต่จะให้เค้าคลานไปบนพื้นบ้านคงไม่เหมาะกับผิวและสรีระบอบบางแน่ ๆ การปูพื้นด้วยแผ่นรองคลานจึงช่วยให้พื้นผิวสัมผัสอ่อนโยนขึ้น และยังป้องกันอันตรายหากลูกน้อยล้มคะมำด้วย คราวนี้ทีมแม่จึงขอแนะนำแผ่นรองคลานพร้อมคุณสมบัติ ให้ลองเลือกกันดูค่ะ

10 อันดับ แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก คลานได้ เล่นด้วย ปลอดภัย เซฟลูกน้อยวัยคลาน

แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก

แผ่นรองคลาน คือแผ่นรองพื้นสำหรับลูกน้อยวัยคลานเพื่อช่วยป้องกันมือ เข่า และส่วนอื่น ๆ เสียดสีกับพื้นโดยตรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือบาดเจ็บจากการล้มกระแทกได้ แผ่นรองคลานจึงผลิตจากวัสดุที่มีความนุ่มนวลกว่าพื้นผิวทั่วไป นอกจากนี้แผ่นรองบางแบบยังเพิ่มการเรียนรู้เข้าไปเพื่อเสริมพัฒนาการด้วย

 

เลือกแผ่นรองคลานแบบไหนดี

  • ควรเลือกแผ่นรองคลานที่มีความหนามากกว่า 1 เซนติเมตร เพื่อให้มีความหนาเพียงพอปกป้องลูกน้อยหากเกิดการล้ม หรือจากแรงกระแทกเวลาคลาน 
  • เลือกขนาดแผ่นรองคลานให้เข้ากับขนาดพื้นที่ที่ต้องการ เป็นไปได้ควรเลือกแผ่นรองคลานขนาดใหญ่ ข้อดีของแผ่นรองคลานขนาดใหญ่คือทำความสะอาดง่าย ไม่มีซอกหลืบเก็บฝุ่นหรือสะสมเชื้อโรค
  • เลือกวัสดุที่ปราศจากสารอันตราย เช่น พลาสติก EVA และ PE ควรเป็นวัสดุที่ระบายอากาศหรือทนต่อความร้อนได้ดี ทำความสะอาดได้ง่าย ไปจนถึงมีความยืดหยุ่น กันน้ำ และกันกระแทกได้ดี 
  • เลือกแผ่นรองคลานที่มีลายเกมปริศนา ทายศัพท์ จับคู่ หรือจิ๊กซอว์ ให้ลูกน้อยได้ฝึกพัฒนาไปในตัว

 

  1. Bebeplay แผ่นรองคลาน XPE รุ่น Rolling Mat 

ให้ลูกน้อยเพลินกับการคลานด้วยแผ่นรองคลานลายการ์ตูนน่ารักๆจาก Babeplay รุ่นนี้ ที่เคลือบลายการ์ตูนสดใส ด้วยเทคโนโลยีพริ้นติ้งพิเศษทั้งสองด้าน สลับด้านใช้ได้ ผลิตจากวัสดุ XPE (Closed Cell Chemical Cross-Linked Polyethylene) เกรดอาหาร และยังใช้สี NON Toxic ปลอดสารพิษ ไม่มีสารตกค้าง ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย เพิ่มความปลอดภัยด้วยปุ่มกันลื่นหน้าหลัง ให้ความฝืดที่เหมาะสม ทำให้เด็กฝึกคลาน ฝึกเดิน ได้อย่างมั่นคง แผ่นรองหนา 1.5 เซนติเมตร เก็บของแบบ Round Edge เพื่อป้องกันความคม และยังกันน้ำ ทำความสะอาดได้ง่าย  

แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก

ข้อมูลเพิ่มเติม https://bebeplay.co/products/xpe-mat?variant=39520902185117

 

  1. Fin Babiesplus แผ่นรองคลานผ้าโพลีเอสเตอร์

แผ่นรองรุ่นนี้จะใช้คลานหรือจะรองนอนก็ได้ และยังเพิ่มพัฒนาการในการทรงตัวด้วย ผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% สีปลอดสารพิษ Non-Toxic ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย มีความหนานุ่ม ใส้ในบุด้วยเส้นใยอย่างดี ขนาดใหญ่ 5 ฟุต ให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวได้อิสระ แผ่นรองด้านล่างมีปุ่มกันลื่น ป้องกันแผ่นรองลื่นไถล และยังเย็บเก็บขอบเรียบร้อย ทนทาน สวยงาม ซักทำความสะอาดได้ พกพาสะดวก ส่วนลวดลายมีทั้งตัวการ์ตูนสัตว์ต่างๆ และเกมตัวเลขให้ฝึกพัฒนาการเพลิน ๆ  

แผ่นรองคลาน

ข้อมูลเพิ่มเติม FIN BABIESPLUS แผ่นรองคลาน ผ้าโพลีเอสเตอร์

 

  1. Dodolove แผ่นรองคลานแบบจิ๊กซอว์

เพิ่มความสนุกให้กับลูกน้อยวัยคลานด้วยแผ่นรองคลานแบบจิ๊กซอว์คละลายการ์ตูนสุดน่ารัก 2 ด้าน พิมพ์แบบพิเศษ ป้องกันรอยขีดข่วน แผ่นปูเป็นโฟมหนา 2 ซม. ยืดหยุ่นสูง นุ่ม ลดแรงกระแทกได้ดี คืนตัวได้เยี่ยม ทำจากวัสดุ XPE ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดสารอันตรายกับเด็กทุกชนิดเคลือบกันน้ำ หมดปัญหาเรื่องความชื้น เชื้อรา และสิ่งสกปรกต่าง และยังทำความสะอาดง่ายมาก เพียงแค่ใช้ผ้าหมาดๆเช็ดก็ขจัดสิ่งสกปรกได้ทันที ในหนึ่งแพ็คมี 6 แผ่น ขนาดใหญ่ นอกจากต่อเป็นแผ่นรอง ยังสามารถนำมาต่อเป็นรูปทรงต่างๆ ตามจินตนาการได้ด้วย

แผ่นรองคลาน

ข้อมูลเพิ่มเติม DodoLove แผ่นรองคลาน

 

  1. Parklon แผ่นรองคลาน รุ่น Air Bubble Mat

แผ่นรองคลานแบรนด์คุณภาพจากเกาหลี การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ซึ่งรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาจากรุ่นก่อนให้มีพื้นที่มากขึ้น และหนานุ่มขึ้น ทั้งขนาด 150×230 ซม. และหนาจุใจถึง 4 ซม. มั่นใจในความปลอดภัยจากการรับรองโดยผลแล็บว่าสามารถลดแรงกระแทกได้ถึง 73% มาพร้อม Air Hole Technology ลิขสิทธิ์เฉพาะ Parklon ที่ให้ความรู้สึกหนานุ่มขึ้น รวมทั้งเคลือบ Antibacterial & Waterproof Coating จึงกันน้ำ กันเชื้อรา ไร้กลิ่นกวนใจแน่นอน 

แผ่นรองคลาน

ข้อมูลเพิ่มเติม แผ่นรองคลาน Parklon Air Bubble Mat

 

  1. Babiesplus แผ่นรองคลาน รุ่น TCN-376

คลานไปพร้อมกับเสริมพัฒนาการลูกน้อยแบบทูอินวัน จิ๊กซอว์แต่ละตัวสามารถถอดและประกอบเป็นรูปร่างต่างๆได้ จึงช่วยเสริมทักษะเด็ก ฝึกพัฒนาการในเรื่องการนับและหยิบจับ นอกจากนี้ยังปลอดภัยด้วยวัสดุ EVA Non Toxic เกรด A เนื้อหนาแน่ ไม่ฉีดขาดง่าย ไม่เปื่อย ไม่ขึ้นรา มีกลิ่นหอม ไม่ฉุน น้ำหนักเบา ใช้สี NON Toxic ปลอดสารพิษ ไม่มีสารตกค้าง ทำความสะอาดง่าย แห้งเร็ว แผ่นโฟมยังช่วยลดแรงกระแทกระหว่างลูกน้อยกับพื้นเวลาล้มหรือหงายหลัง โดยใน 1 ชุดมี 18 ชิ้น ลายให้เลือก เช่น Animal Train, Animal Circle, Build a House เป็นต้น 

แผ่นรองคลาน

ข้อมูลเพิ่มเติม Babiesplus แผ่นรองคลาน

 

อ่านต่อ.. 10 อันดับ แผ่นรองคลานสำหรับเด็ก คลานได้ เล่นด้วย ปลอดภัย เซฟลูกน้อยวัยคลาน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง เช็กอาการบ่งบอกว่าคุณท้องแน่ๆ

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง เมื่อการคุมกำเนิดผิดพลาด และไม่มีวิธีไหนได้ผล 100% โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์ย่อมมีเสมอ มาเช็กอาการคนท้องในวันเมนไม่มา

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง เช็กอาการบ่งบอกว่าคุณท้องแน่ ๆ!!

หลังมีเพศสัมพันธ์ คุณกำลังกลุ้มใจอยู่หรือเปล่า  กำลังกังวลเกี่ยวกับประจำเดือนที่คลาดเคลื่อนอยู่หรือไม่ มาลองเช็กอาการเหล่านี้กันก่อนว่าคุณมีอาการแสดงต่าง ๆ เหล่านี้กันกี่ข้อ

คุณกำลังมีอาการ…

  • คัดตึงเต้านม หน้าอกบวม อาจรู้สึกเจ็บเต้านมและรู้สึกไม่สบายเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และรอบ ๆ หัวนมอาจมีสีเข้มขึ้น
  • คลื่นไส้และอาเจียน เป็นอาการแบบพะอืดพะอม ไม่สบายท้อง
  • เหนื่อยล้า เหนื่อยง่าย เหนื่อยแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
  • อารมณ์แปรปรวน การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ไวเกิน จนคุณเองยังรู้สึกได้ว่าไม่ปกติ
  • วิงเวียนศีรษะ รู้สึกมึน ๆ โงนเงน แบบบอกไม่ถูก
  • ปวดปัสสาวะบ่อย แบบไม่ใช่อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่มีอาการปวดแสบร่วม

หากคุณกำลังมีอาการเหล่านี้ นั่นคือ สัญญาณของคนท้อง!!

ประจำเดือนไม่มากี่วันถึงท้อง เป็นคำถามคาใจ วนเวียน สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันหรือเกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิด เช่น ถุงยางอนามัยขาด ลืมกินยาคุม เป็นต้น แต่รู้หรือไม่ว่า การคุมกำเนิดแม้ไม่ได้เกิดความผิดพลาด ก็ยังไม่ได้ให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด 100%

ยาเม็ดคุมกำเนิด
ยาเม็ดคุมกำเนิด

วิธีคุมกำเนิดที่คุณใช้นั้น มีโอกาส เสียงตั้งครรภ์ กี่เปอร์เซ็นต์ ?

1.ห่วงอนามัย (Intrauterine device)

เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ชิ้นเล็ก ๆ ที่มีไว้สำหรับใส่เข้าไปในโพรงมดลูกของสตรี เพื่อทำให้สภาพในโพรงมดลูกไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน จึงใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ชั่วคราวได้ดี โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้

  • ห่วงอนามัยหุ้มทองแดง (IUD with copper) ในปัจจุบันที่ใช้กันอยู่จะมี 2 ชนิด คือ มัลติโหลด (มีอายุการใช้งานได้ 3 ปี สำหรับ Cu250 และ 5 ปี สำหรับ Cu375) และคอปเปอร์ที (มีอายุการใช้งาน 10 ปี)
  • ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน (IUD with progestogen) มีอยู่ด้วยกัน 2 ขนาด คือ LNg14 (Skyla®) ที่ใช้คุมกำเนิดได้นาน 3 ปี และ LNg20 (Mirena®) ที่ใช้คุมกำเนิดได้นาน 5 ปี

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01-1%

2.ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptives: COC)

คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดที่เป็นแผง มีส่วนประกอบของฮอร์โมนรวมสองชนิด ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสติน ซึ่งยับยั้งการตกไข่และทำให้อสุจิเคลื่อนที่ยากขึ้น บางยี่ห้อมีเพียง 21 เม็ดแล้วเว้นไป 7 วันค่อยเริ่มกินแผงใหม่ แต่ส่วนใหญ่มี 28 เม็ด ซึ่ง 7 เม็ดสุดท้ายเป็นแป้งหรือวิตามินเพื่อป้องกันการลืมกินยา

วิธีการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด:  ให้เริ่มต้นกินยาในวันแรกที่ประจำเดือนมาหรือภายใน 5 วันแรกของรอบเดือน จากนั้นต้องกินยาวันละ 1 เม็ดในเวลาเดียวกันของทุกวัน จึงแนะนำให้กินก่อนนอน และไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่น

อย่างไรก็ตาม ยาเม็ดคุมกำเนิดมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคบางโรค เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรก่อนใช้

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9 %

3.ถุงยางอนามัย(ชาย) (Male latex condom)

คือ อุปกรณ์ที่ใช้คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง (หากใช้อย่างถูกวิธี) สามารถช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเอดส์ นอกจากจะใช้เพื่อคุมกำเนิดแล้วยังป้องกันโรคได้ด้วย

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์ 2-18 %

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง
ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง

4.ยาฝังคุมกำเนิด (Contraceptive implant)

โดยเป็นการใช้ฮอร์โมนชนิดเดียว คือ โปรเจสติน (Progestin) ที่บรรจุเอาไว้ในหลอดหรือแท่งพลาสติกเล็ก ๆ ขนาดเท่าไม้จิ้มฟันชนิดกลม นำมาฝังเข้าไปที่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านที่ไม่ถนัด ซึ่งฮอร์โมนจะค่อย ๆ ซึมผ่านออกมาจากแท่งยาเข้าสู่ร่างกาย และไปยับยั้งการเจริญเติบโตของฟองไข่ ส่งผลทำให้ไม่มีการตกไข่ตามมา จึงช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยมาก เพียง 0.01%-0.5%

5.ยาฉีดคุมกำเนิด (Injectable contraceptive)

คือ วิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวแบบหนึ่ง โดยจะเป็นการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อของสตรีในระยะเวลาตามที่แพทย์กำหนด หลังจากฉีดตัวยาจะค่อย ๆ ขับฮอร์โมนออกมา เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในรายที่ต้องการเว้นระยะการมีบุตร เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง ทำได้ง่าย สะดวก และมีราคาถูก โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งเป็นยาฉีดคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) เพียงอย่างเดียว คือ ยา Depot Medroxyprogesterone acetate (DMPA) ขนาด 150 มิลลิกรัม (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก 3 เดือน) เป็นตัวยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน มีชื่อทางการค้าว่า Depo-Provera® และอีกชนิดคือยา Norethisterone Enanthate (NET-EN) ขนาด 200 มิลลิกรัม มีชื่อทางการค้าว่า Noristerat® (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก 2 เดือน)
  • ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เป็นยาฉีดคุมกำเนิดแบบใหม่ที่ผลิตมาเพื่อลดอาการผิดปกติของประจำเดือน ในยาฉีดจะมีทั้งฮอร์โมนโปรเจสติน (Progestin) และฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ชนิดนี้มีชื่อทางการค้าว่า Cyclofem® และ Lunelle™ ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อด้อยของยาฉีดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวและเพื่อเป็นการเลียนแบบฮอร์โมนของร่างกาย (ใช้ฉีดเข้ากล้ามทุก ๆ 1 เดือน)

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์ 1-9%

ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง
ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง

6.การนับระยะปลอดภัย (safety period)

“หน้า 7 หลัง 7” เป็นระยะปลอดภัย โดยนับจากวันแรก ที่มีประจำเดือน คือ 7 วันก่อน ‘หน้า’ ที่จะมีประจำเดือนวันแรก และ 7 วัน ‘หลัง’ จากวันแรกที่มีประจำเดือนแล้ว เพราะในระยะนี้จะยังไม่มีไข่ตก จึงสามารถมีเพศสัมพันธ์ ได้โดยไม่ตั้งครรภ์  แต่วิธีการนี้ไม่เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาไม่แน่นอน หรือมีรอบเดือนรอบสั้นที่สุดกับรอบยาวที่สุดต่างกันมากกว่า 10 วัน (จะต้องจดบันทึกประวัติประจำเดือนมาแล้วหนึ่งปี) หรือช่วงที่มีอารมณ์เครียด ก็สามารถทำให้การตกไข่เปลี่ยนแปลงไปได้

ประสิทธิภาพ : มีโอกาสตั้งครรภ์สูงถึง 24% จึงไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักในการคุมกำเนิด

จะเห็นได้ว่า วิธีการคุมกำเนิดทุกวิธีที่กล่าวมานั้น ไม่มีวิธีไหนที่ให้ผล ให้ประสิทธิภาพได้ถึง 100% เต็ม เมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์แม้จะป้องกัน หรือไม่ป้องกัน หรือเกิดการผิดพลาดก็ตาม โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์จึงมีอยู่ โดยปกติหากมีเพศสัมพันธ์แล้วประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนดประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาจเป็นไปได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ซึ่งวิธีนี้อาจใช้ได้สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาตรงกำหนดทุกเดือน แต่สำหรับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ และสงสัยว่ามีโอกาสตั้งครรภ์ เพื่อให้แน่ใจควรใช้ชุดตรวจครรภ์เพื่อยืนยันผล อย่างไรก็ตาม ประจำเดือนไม่มาอาจเกิดสาเหตุอื่น ๆ ได้ เช่น การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ความเครียด วัยหมดประจำเดือน ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นต้น

 

อ่านต่อ >>ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง ?? กลุ้มใจจัง ต้องทำอย่างไรดี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แบบฝึกหัดอนุบาล 3

แจก แบบฝึกหัดอนุบาล 3 แบบฝึกการพัฒนาทักษะการคิด

แบบฝึกหัดอนุบาล 3 แบบฝึกพัฒนาทักษะการคิดในเรื่องต่าง ๆ สำหรับเด็กวัยอนุบาล เตรียมความพร้อมลูกได้ทั้งกล้ามเนื้อ สมอง ความคิด เติมทักษะให้พร้อม

แจกฟรี!! แบบฝึกหัดอนุบาล 3 แบบฝึกการพัฒนาทักษะการคิด

งานวิจัยของ Center on Developing Child แห่ง Harvard University กล่าวว่า คนสองคนที่มีต้นทุนชีวิตเท่ากันทั้งฐานะของครอบครัว และได้รับการศึกษามาเหมือนกันแต่เหตุผลที่คนหนึ่งประสบความสำเร็จมากกว่าอีกคนหนึ่งนั้นเกิดจากคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่านั้นได้รับการฝึกทักษะสมอง EF มามากกว่าอีกคนหนึ่งนั่นเอง และ EF บ่มเพาะได้ดีที่สุดในช่วงวัย 3 – 6 ขวบ (วัยอนุบาล)  และทักษะสมอง EF จะพัฒนาอย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อมนุษย์มีอายุครบ 25 ปี

EF คืออะไร??

EF ย่อมาจาก Executive Functions เป็นชื่อเรียกหน้าที่ของสมองส่วนหน้า (Pre-frontal Cortex) ซึ่งสมองส่วนหน้านี้มีหน้าที่บริหารจัดการชีวิตของมนุษย์แต่ละคน เป็นที่อยู่ของทักษะการคิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหา ความจดจ่อ ไหวพริบ การควบคุมตัวเองให้อยู่ในขอบเขต การควบคุมอารมณ์ ทัศนคติ บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ทักษะสมอง EF แบ่งออกเป็น 9 คุณลักษณะ และเด็กทุกคนควรได้รับการบ่มเพาะให้มีทั้ง 9 ด้านนี้เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างชีวิตให้ประสบความสำเร็จต่อไปได้ด้วยตนเอง

  1. Working Memory ความจำเพื่อใช้งาน เมื่อจำข้อมูลใดได้แล้วต้องนำไปประยุกต์ใช้เป็น เมื่อพบเจอกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ข้อมูลนั้น ไม่ใช่จำเพื่อสอบ มีความรู้แค่ในตำรา แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง
  2. Cognitive Flexibility  มีความหมายเดียวกับ Flexible Thinking หมายถึง ไม่ยึดติดกับวิธีคิดแบบใดแบบหนึ่ง ยืดหยุ่นเป็น
  3. Inhibitory Control  ควบคุมตัวเองให้อยู่ในขอบเขตที่ควรทำ ควรเป็น ควรมีได้
  4. Focus / Attention  มีความจดจ่อใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่หยิบโหย่งทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
  5. Planning & Organizing  วางแผนเป็น จัดลำดับเป็น รู้ว่าควรทำอะไรก่อน หลัง วางระบบระเบียบให้กับชีวิตเป็น
  6. Initiative  เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ
  7. Goal-directed Persistence  ไม่ย่อท้อ เรียนรู้สิ่งที่ทำอยู่จนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ ไม่ยกเลิกกลางคัน
  8. Emotional Control  มี EQ ที่ดี จัดการบริหารอารมณ์ตัวเองได้ สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองที่เกิดขึ้นให้เหมาะสมได้ ไม่ให้เกิดปัญหา
  9. Self-Monitoring  คอยติดตามดูผลของการกระทำของตนเองเสมอ ปรับปรุงงาน พัฒนาตนเองให้ดีขึ้น

***ในเด็กปฐมวัย 3 – 8 ขวบ ขอให้พ่อแม่สร้าง 3 ข้อแรกก่อนแล้วจึงค่อยเขยิบออกมายังข้อที่ 4 – 9 ***

การพัฒนาทักษะเด็กปฐมวัย
การพัฒนาทักษะเด็กปฐมวัย

แบบฝึกหัดอนุบาล พัฒนาลูกน้อยอย่างไร??

การให้เด็กได้ฝึกเชาวน์ปัญญาในหัวข้อการเรียนรู้ต่าง ๆ ผ่าน แบบฝึกหัดอนุบาล 3 เป็นการกระตุ้นให้สมองส่วนหน้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และธรรมชาติของเชาวน์ที่ดีต้องอาศัยคุณลักษณะของ EF นำพาเสมอ

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

ฝึกให้เด็กสังเกตภาพเหมือน – ภาพต่าง เป็นการพัฒนา EF เด็กในด้านใดบ้าง

  • Focus / Attention : เด็กต้องจดจ่อใส่ใจสังเกตความเหมือน – ความต่างของภาพที่อยู่ตรงหน้า
  • Goal – directed Persistence : เด็กต้องมีความพยายามในการหาจุดที่แตกต่างให้ครบตามที่กำหนด
  • Emotional Control : แม้ยากลำบากในการหาแต่ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ ดูแลใจของตนเองไม่ให้หงุดหงิด เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็มาทำต่อ
ที่มา : PlayAcademy

แจกฟรี! แบบฝึกหัดอนุบาล 3 ฝึกพัฒนาทักษะครบทุกด้าน โหลดเลย…

การกระตุ้นให้เด็กมีเชาวน์ปัญญาที่ดี คือ การฝึกให้เด็กช่างสังเกต คิดวิเคราะห์ วางแผน แก้ปัญหาซึ่งเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองส่วน EF นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถหา แบบฝึกหัดอนุบาล 3 ที่เป็นแบบฝึกหัดสำหรับเด็กที่มีภาพสวยงาม และสอดแทรกเนื้อหาการเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาทักษะแก่เด็กในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เขาได้เตรียมความพร้อม ฝึกฝนทักษะได้อย่างเต็มที่ ในช่วงวัยที่ EF บ่มเพาะได้ดีที่สุดวัยนี้

แบบฝึกหัดอนุบาล 3 ฝึกทักษะการสังเกต ความจำ

นิวแมน (Neuman 1978: 26)  ได้เสนอหลักสำคัญไปสู่การสังเกตสำหรับเด็กปฐมวัย ดังนี้

1. ความรู้ที่ได้จากการสังเกตต้องเกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทั้งห้า
2. ควรใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสังเกตอย่างละเอียดละออ
3. ต้องใช้ความสามารถของร่างกาย โดยเฉพาะประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสังเกตอย่างระมัดระวัง และจากประสบการณ์ที่ได้รับจะทำให้การสังเกตของเด็กพัฒนาขึ้น การสังเกตสามารถกลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่มีคุณค่า

การสังเกตที่สำคัญที่ควรฝึกให้แก่เด็ก มี 3 ทางคือ

  1. การสังเกตรูปร่างลักษณะและคุณสมบัติทั่วไป คือ ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่าง สังเกตสิ่งต่าง ๆ แล้วรายงานให้ผู้อื่นเข้าใจได้ถูกต้อง คือ การใช้ตาดูรูปร่าง ลักษณะ หูฟังเสียง ลิ้นชิมรส จมูกดมกลิ่น และการสัมผัสจับต้องดูว่าเรียบ ขรุขระ แข็ง นิ่ม เป็นต้น
  2. การสังเกตควบคู่กับการวัดเพื่อทราบปริมาณ เช่น การใช้เทอร์โมมิเตอร์ ตาชั่ง ไม้บรรทัด กระบอกตวง ช้อน ลิตร ถัง เป็นต้น ใช้เครื่องมือเหล่านี้วัดสิ่งต่าง ๆ แล้วรายงานออกมาเป็นปริมาณ เป็นจำนวน
  3. การสังเกตเพื่อรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง เช่น สังเกตการเจริญเติบโตของต้นพืช การเจริญเติบโตของสัตว์ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงขนาดของผลึก การกลายเป็นไอของน้ำ เป็นต้น

ตัวอย่าง แบบฝึกหัดอนุบาล เรื่องการสังเกต

แบบฝึกหัดอนุบาล 3 beginning sound

แบบฝึกหัดอนุบาล 3

                 ใบงานอนุบาล

แบบฝึกหัดอนุบาล 3        แบบฝึกหัดอนุบาล

 

แบบฝึกหัดอนุบาล 3 ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์

เด็กอนุบาลจะสามารถคิดวิเคราะห์ได้จริงหรือ?? เด็กนั้นสามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะ และตัดสินใจได้จริง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เขาเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ถ้าเด็กสามารถสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้ในด้านต่างๆ ไว้ได้จำนวนมาก เด็กจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะเด็กจะรู้จักคิดเชื่อมโยงเหตุ และผลได้เป็นอย่างดี ซึ่งทักษะนี้จะนำไปต่อยอดสู่กระบวนการคิดในด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

วิธีที่จะช่วยให้เด็กรู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

  1. ฝึกตั้งคำถามปลายเปิดให้เด็กคิด เพื่อหาคำตอบตามมุมมอง และความคิดของเด็กเอง เมื่อได้คำตอบแล้วก็ลองพูดคุยร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุดในเรื่องนั้น
  2. นำผลที่เกิดจากเหตุการณ์รอบๆ ตัว เข่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มาให้เด็กลองค้นคว้าหาสาเหตุว่าทำไมจึงเกิดการระบาดนี้ได้ และถ้าเป็นตัวเด็กเองจะมีวิธีป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อีกในอนาคต เป็นต้น
  3. กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเด็กให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเด็กเกิดคำถาม อย่าปล่อยผ่าน ให้ช่วยกันหาคำตอบ เช่น ถ้าเด็กอยากรู้ว่าสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ทำไมถึงกินอาหารไม่เหมือนกัน เช่น แมวก็ต้องกินอาหารแมว สุนัขก็ต้องกินอาหารสุนัข หรือปลาก็ต้องกินอาหารปลา เราก็ลองให้เด็กเข้าไปสืบค้นข้อมูลแล้วเอามาแชร์ร่วมกันเพื่อหาข้อสรุป แล้วก็อาจตั้งคำถามเชื่อมโยงต่อไปด้วยเลยว่า ถ้าสัตว์กินอาหารที่ไม่ใช่ของตนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
  4. สร้างนิสัยการช่างสังเกตให้เด็กตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยการชวนพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้มรอบตัวทุกเรื่อง เพื่อกระตุ้นสมองให้มีพัฒนาการสม่ำเสมอ
  5. ให้ทำแบบฝึกหัด ที่ออกแบบมาสำหรับการคิดวิเคราะห์ เนื้อหาในหนังสือจะเป็นแบบฝึกที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กรู้จักคิดอย่างมีเหตุและผล เมื่อใช้แบบฝึกเหล่านี้อย่างม่ำเสมอ เด็กจะเรียนรู้การตั้งคำถามด้วยตนเองเพื่อค้นคว้าให้ได้คำตอบ และข้อสรุปเก็บเป็นองค์ความรู้เข้าคลังสมองอย่างต่อเนื่อง

 

อ่านต่อ>> แบบฝึกหัดอนุบาล 3 ฝึกทักษะให้ลูกเก่งรอบด้าน คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝันเห็นแม่

ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่มาหา แม่จ๋าให้โชคใหญ่ลูกเต็มๆ

ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่มาหา ทำนายฝันว่าอย่างไร แม่จ๋าจะมาหาให้โชคใหญ่ลูกใช่ไหม เลขเด็ด เลขโดนงวดนี้มาแน่ไหม เปิดดวงพร้อมล่วงรู้เบื้องลึกในจิตใจ

ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่มาหา แม่จ๋าให้โชคใหญ่ลูกเต็มๆ!!

ความฝัน กับคำทำนายฝัน เป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันไม่สิ้นสุด กับการนำสองสิ่งมาเกี่ยวโยงกัน ทั้งในศาสตร์สมัยใหม่ และตำราโบราณ ก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยว่าของทั้งสองสิ่งนั้นมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่

การตีความความฝันในทางจิตวิทยา มักจะสนใจความฝัน ว่าเป็นกลไกทางจิตอย่างหนึ่งที่จะพยายามแสดงออกถึงสิ่งที่กังวล หรือสิ่งที่เราคิดแต่ไม่สามารถยอมรับมันได้ กลไกป้องกันทางจิตของเราจึงได้เก็บกดมันไว้อยู่ลึกภายใต้จิตใต้สำนึก ดังนั้น ความฝันกับจิตวิทยา จึงมิใช่เรื่องที่ไร้สาระไปเสียทีเดียว การตีความความฝันตามตำราโบราณก็เช่นกัน เป็นการนำสัญลักษณ์ในความฝันนั้นมาวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เรากำลังเผชิญในชีวิต ณ ช่วงเวลานั้น ๆ แล้วนำมาตีความถึงสิ่งที่จะเป็นไปได้ จึงมักจะพบอยู่เสมอ ๆ ว่า คำทำนายฝันมักจะตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของเรา อย่างน้อยก็บางส่วน

ด้วยเหตุเช่นนี้ทำให้การทำนายความฝัน จึงมิใช่เรื่องที่ไร้สาระกันไปเสียทีเดียว การที่เราสามารถล่วงรู้ความกังวลภายใต้จิตใจของเราได้นั้น ก็จะช่วยให้เราสามารถเตรียมการ เตรียมตัว เตรียมใจและพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่ตัวเราเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจได้ไม่น้อย

ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว
ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว

ฝันเห็นคนตาย ฝันเห็นความตาย ฝันเห็นแม่

ในบทนี้เราจะมากล่าวถึง ความฝันชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นความฝันที่พบเห็น พบเจอได้บ่อยครั้ง นั่นคือ การฝันเห็นแม่ ฝันเห็นญาติ ฝันเห็นบุคคล ซึ่งมีทั้งได้ล่วงลับไปแล้ว และตายในความฝันของเราเอง มาลองดูคำวิเคราะห์ การทำนายฝันกันดูว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

แยกแยะ อะไรคือความฝันทำนาย อะไรคือความระลึกถึง??

หากคุณฝันถึงญาติ ฝันถึงแม่ หรือเพื่อนที่เสียชีวิตไปนานแล้วสิ่งนี้สามารถพูดถึงสาเหตุได้มากมาย คุณต้องแยกแยะ นึกถึงช่วงเวลาในตอนตื่นว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไรกับบุคคลที่คุณฝันถึงหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากคุณเพิ่งจำได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือดูรูปถ่ายเก่า ๆ ของบุคคลนั้น ความฝันนั้นก็ไม่ต้องวิเคราะห์ หรือทำนาย เพราะเป็นความฝันที่เกิดจากการระลึกถึงเสียมากกว่า

ในทางกลับกัน ถ้าคุณจำคนๆ นั้นไม่ได้ และจู่ๆ เขาก็ปรากฎตัวในความฝัน แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงที่ร้ายแรงในชีวิตรอคุณอยู่ บางทีสิ่งที่คุณคุ้นเคยอาจเปลี่ยนไปตลอดกาล และตอนนี้โลกใหม่และเส้นทางใหม่จะเปิดขึ้นต่อหน้าคุณ หรือหากฝันว่าญาติหรือคนที่คุณรักซึ่งยังมีชีวิตอยู่และสบายดีได้ตายไปแล้ว ความฝันเช่นนี้เป็นสัญญาณว่าคุณอาจจะได้โยกย้าย ในหน้าที่การงาน หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ซึ่งใด ๆ ก็แล้วแต่ คำทำนายฝันนั้นยังคงมีรายละเอียดปลีกย่อย ให้เราได้ทำนายให้ตรงหรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในชีวิตของคุณอีกมาก ในจุดนี้เพียงคุณต้องแยกแยะให้ได้เสียก่อนว่าความฝันนั้น ไม่ได้เกิดจากห้วงความคิดถึงที่คุณมีต่อแม่ ญาติ หรือบุคคลนั้น ๆ จึงเกิดความฝัน

ทำนายฝัน : ฝันเห็นแม่

ฝันเห็นแม่

ตามตำราทำนายความฝันโบราณ ระบุว่า คุณจะถูกโกง อันนี้เขียนไว้ข้างเตียง หรือจดเอาไว้และเซฟเป็นวอลเปเปอร์ในมือถือคุณแน่ ว่าให้ระวังเรื่องคนใกล้ชิดจะมาทำเลวใส่เรา หรือว่าขี้โกง โดยอาศัยความไว้ใจ หรือทำต่อหน้าเราอย่างลับหลังอีกอย่าง แต่ก็มีข่าวดีอยู่บ้านเรื่องการเงินที่กำลังขัดสน ไม่ไหลลื่น หรืองานถูกหักหลัง คุณมีเกณฑ์ได้เริ่มต้นงานใหม่ๆ และประสบผลสำเร็จสูงเสียด้วย

ความรัก

ตามตำราทำนายความฝันโบราณ ระบุว่า ข่าวดีถ้าคุณชอบสลับรางรถไฟ เพราะคุณจะมีกิ๊กนั่นเอง แต่ถ้าคุณสลับรางไม่เก่งแนะนำให้ทำใจให้หนักแน่น เพราะว่าจะมีคนที่ถูกใจ น่ารัก หน้าตาดี เข้ามาทำให้ใจหวั่นไหวแต่ดันเป็นช่วงที่คุณมีแฟนนั่นแหละคือปัญหา ดังนั้น ทำใจให้หนักแน่น คนที่เจอใหม่ๆ จากสถานที่สาธารณะ ห้าง ฟิตเนส หรือในสายงาน ก็คิดซะว่านี่คืองาน แบ่งแยกกันให้ชัดเจน ปัญหาเรื่องรักสามเส้าก็จะไม่เกิด

เลขเด็ด 

ตามตำราทำนายความฝันโบราณ ระบุว่า เลข 2 เลข 6 เลข 9 หรือเลข 24 เลข 65 เลข 91 อย่าลืมสลับกลับจะโชคดี

ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว

ทำนายฝัน – ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว ทำนายว่าคุณมีเกณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสูงมาก เตรียมตัวรับการเลื่อนขั้นได้เลย ด้านการเงินจะมีขัดข้องเป็นครั้งคราว หากทำธุรกิจควรดูฤกษ์งามยามดีเสียก่อน

ความรัก

ส่วนความรักไม่มีเกณฑ์ที่จะสมหวังกับคนที่ชอบ ด้านคนมีคู่พบอาจจะต้องแยกกันอยู่ ขอให้เตรียมใจกันไว้ด้วย

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว: ควรมีเลข 2 6 และ 4
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 26 24 62 64 46 42
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 264 462 246 642

ฝันว่าแม่เสียชีวิต

ทำนายฝัน ฝันว่าแม่เสียชีวิต ความฝันลักษณะนี้สามารถทำนายได้ว่าอาจจะถูกโยกย้ายสถานที่ทำงาน เพราะถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมงาน ส่วนการเงินจะมีการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ก็แลกมากับรายรับที่สูงตามด้วยเช่นกัน

ความรัก

ด้านความรักจะได้สมหวังกับคนที่รอคอยมานาน ลองไปบอกความในใจดูกันได้เลย

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันว่าแม่เสียชีวิต: ควรมีเลข 6 3 และ 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 63 68 36 38 83 86
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 638 863 368 836

    ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว คิดถึงแม่ หรือลางบอกเหตุ
    ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว คิดถึงแม่ หรือลางบอกเหตุ

ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว

ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ความฝันลักษณะนี้สามารถทำนายได้ว่าคุณมีเกณฑ์ที่จะพบเจอคู่ค้าคนสำคัญ ขอให้มองคนนอกให้ออกว่าเขาเข้ามาเพื่อสิ่งใด ด้านการเงินจะมีรายรับจำนวนมหาศาลที่คุณคาดเดาไม่ได้เลยทีเดียว

ความรัก

ทำนายว่าจะพบคู่ชีวิตที่เป็นคนในใจของคุณ เตรียมสละโสดกันได้เลย ส่วนคนมีคู่ก็รอฉลองการลั่นระฆังวิวาห์กันได้เลย

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว: ควรมีเลข 5 6 และ 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 56 58 65 68 85 86
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 568 856 658 865

ฝันเห็นแม่บังเกิดเกล้า

ทำนายฝันเห็นแม่บังเกิดเกล้า ความฝันลักษณะนี้สามารถทำนายได้ว่าคุณกำลังถูกจับตามองจากคนที่มีอำนาจมากกว่า ควรระมัดระวังในสถานที่ทำงานไว้ให้ดี ส่วนการเงินจะมีปัญหาเล็กน้อยจากความสุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายเกินตัวของคุณเอง

ความรัก

ด้านความรักทำนายว่าคนโสดจะเจอเนื้อคู่ในเร็ววันนี้ ส่วนคนมีคู่อาจเกิดการทะเลาะกันก็ขอให้เตรียมใจรับมือให้พร้อม

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นแม่บังเกิดเกล้า: ควรมีเลข 2 7 และ 8
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 27 28 72 78 87 82
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 278 782 872 287

ฝันเห็นแม่ตัวเอง

ฝันเห็นแม่ตัวเอง ทำนายว่าคุณมีเกณฑ์ที่จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้อุปถัมภ์ช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ด้านการเงินทำนายว่าคนรอบข้างคุณจะพาโชคลาภกลับเข้าสู่ตัวคุณ ลองเสี่ยงทายรางวัลต่าง ๆ ดูก็ไม่เสียหาย

ความรัก

ส่วนความรักนั้นขอให้พักเรื่องนี้ไปก่อนนะครับ

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นแม่ตัวเอง: ควรมีเลข 7 9 และ 1
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 79 71 97 91 19 17
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 791 197 719 971
ฝันเห็นแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่
ฝันเห็นแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่

ฝันเห็นแม่ ที่ยังมีชีวิตอยู่

ทำนายฝัน ฝันเห็นแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำนายว่าคุณจะพบเจอกับมิตรภาพในที่ทำงานที่ดี สภาพแวดล้อมทำให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ ส่วนการเงินจะมีปัญหาเล็กน้อย เพราะการไม่วางแผนเรื่องเงินที่จะใช้ในอนาคต

ความรัก

ส่วนด้านความรักทำนายว่าจะได้ครองคู่กับคนในปัจจุบันจนนิรันดร์ ส่วนคนโสดก็ขอให้อยู่กับความโสดไปเสียก่อน

เลขเด็ด

  • เลขเด็ด ฝันเห็นแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่: ควรมีเลข 6 3 และ 4
  • เลขเด็ด 2 ตัว : 63 64 34 36 43 46
  • เลขเด็ด 3 ตัว : 634 463 436 364

 

อ่านต่อ>> ทำนายฝันแม่น ๆ ฝันเห็นแม่ ฝันเห็นแม่ที่เสียไปแล้ว ดวงดี เลขเด็ด มาครบที่นี่ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ลูกป่วยติดเชื้อบ่อย อาจป่วย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พ่อแม่ต้องระวัง!

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง – ระบบภูมิคุ้มกันเป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะที่มีหน้าที่คอยป้องกัน เตือนร่างกาย และกำจัดการติดเชื้อ ภายในร่างกายมนุษย์ ผู้ที่มีความบกพร่องในส่วนประกอบของระบบภูมิคุ้มกันอาจมีความบกพร่องในการทำหน้าที่เหล่านี้ และอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ในผู้ใหญ่ ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันมักเกิดขึ้นจากการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือการใช้ยาที่กดระบบภูมิคุ้มกัน และเราเรียกว่า “โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องทุติยภูมิ” ในทางตรงกันข้าม เด็กมักประสบกับ “ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ระบุผู้ป่วยที่เกิดมาพร้อมความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน

ลูกป่วยติดเชื้อบ่อย อาจป่วย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พ่อแม่ต้องระวัง!

ระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร?

ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่ค้นหาและโจมตีเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ระบบภูมิคุ้มกันประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวหลายชนิด เซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะ ตัวอย่างเช่น นิวโทรฟิลมีความสำคัญในการต่อสู้กับแบคทีเรียและเชื้อรา ในขณะที่ลิมโฟไซต์โดยทั่วไปต่อสู้กับไวรัส ทีลิมโฟไซต์บางตัวสามารถฆ่าเซลล์อื่นๆ ที่ติดเชื้อไวรัสได้ และบีลิมโฟไซต์ทำหน้าที่สร้างแอนติบอดี ซึ่งเป็นโปรตีนที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ โดยปกติแล้ว เซลล์เม็ดเลือดขาวหลายชนิดทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อทุกชนิด ดังนั้น ระบบภูมิคุ้มกันจึงเป็นระบบที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์  ปัญหาในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบอาจทำให้การติดเชื้อเล็กน้อยกลายเป็นโรคร้ายแรงได้

โรค ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ปฐมภูมิ คืออะไร?

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ  หรือ (PIDDs) คือ โรคที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้เกิดการติดเชื้อและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น หลายคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหลักเกิดขาดการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกายบางส่วนหรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ซึ่งทำให้พวกเขาไวต่อเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ จนถึงตอนนี้ นักวิจัยได้ระบุความผิดปกติของภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิมากกว่า 300 รูปแบบ บางรูปแบบนั้นไม่รุนแรงจนไม่สามารถสังเกตเห็นได้จนถึงวัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดในเด็กทารกหรือเด็กเล็กจะสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างมาก

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันตั้งแต่แรกเกิด ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กที่เป็นโรค PIDD จะทำงานไม่ถูกต้องและไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้ เนื่องจากปัญหาในเซลล์เม็ดเลือดขาว เช่น T Lymphocytes หรือ B Lymphocytes

ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจทำให้เด็กป่วยเร็วขึ้นและนานขึ้นจากการติดเชื้อในวัยเด็กตามปกติ เด็กๆ เหล่านี้ยังไวต่อการติดเชื้อจากสิ่งมีชีวิตปกติที่ไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม PIDDs ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ยังมีความสำคัญที่จะต้องวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายถึงชีวิต

เด็กบางคนที่เป็นโรค PIDD นั้นเกิดมาไม่มีเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด ตัวอย่างเช่น เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมกันอย่างรุนแรงจะไม่มีเซลล์เม็ดเลือดขาว T Lymphocytes ผู้ที่เป็นโรค Kostmann อาจไม่มีนิวโทรฟิล เด็กที่มีความผิดปกติอื่นๆ เช่น โรค Wiskott-Aldrich syndrome อาจมีจำนวนลิมโฟไซต์ปกติแต่ลิมโฟไซต์ของพวกเขาอาจทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

แม้ว่าสาเหตุของการมีภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบปฐมภูมิจะเป็นแต่กำเนิด แต่ผู้ป่วยไม่จำเป็นจะต้องมีอาการแสดงตั้งแต่แรกเกิด อาจมีอาการแสดงออกเมื่อมีอายุมากขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละโรค จึงมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุมากขึ้น หรือเมื่อพ้นวัยเด็กไปแล้ว

โดยทั่วไป โรค PIDDs มี ประเภทหลัก ๆ ตามส่วนของระบบภูมิคุ้มกันที่ได้รับผลกระทบ

1. ภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบรวม

2. ข้อบกพร่องของแอนติบอดีส่วนใหญ่ (B-cell)

3. ขาด T-cell เป็นหลัก

4. ภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมกับความผิดปกติอื่นๆ

5. ฟาโกไซติกบกพร่อง

6. คอมพลีเมนต์บกพร่อง

อ่านต่อ…ลูกป่วยติดเชื้อบ่อย อาจป่วย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง พ่อแม่ต้องระวัง! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตั้งชื่อเล่นลูกสาว

100 ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก ความหมายดี

ตั้งชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก ความหมายดี ใครได้ยินเป็นต้องรักใคร่ มีมาให้เป็นไอเดียตั้งชื่อลูกที่นี่แล้ว ห้ามพลาดกับ 100 ตัวอย่างชื่อลูกสาวโดนๆ

100 ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก ความหมายดี!!

ลูกสาว น่ารัก อ่อนโยน ขี้อ้อน น่าทะนุถนอม นิยามของสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกสาว ใคร ๆ ก็อยากตั้งชื่อลูกสาวให้ออกมาดี มีความหมายมงคล และสื่อถึงความน่ารัก สดใส ให้ชื่อสมตัวกับความสวย ออร่าแรงของเจ้าหญิงน้อย ๆ กันใช่ไหม?

วันนี้เรามาดูไอเดียในการตั้งชื่อลูก โดยเฉพาะชื่อของลูกสาวตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่กันดูว่า จะมีหลักการ ข้อเสนอแนะ และเป็นแนวทางไอเดียให้กับคุณพ่อคุณแม่อย่างไรในการเลือกชื่อให้กับเจ้าหญิงน้อย ๆ ของเรากัน

ไอเดียเบื้องต้นในการ ตั้งชื่อเล่นลูกสาว…

  1. ตั้งชื่อลูกสาว ที่มาจากชื่อของพ่อแม่ เป็นอีกเคล็ดลับที่สามารถใช้ได้ตลอดกาล ด้วยการนำชื่อพ่อแม่มาตั้งเป็นชื่อของลูกของคุณ ไม่ว่าจะเป็น การนำตัวอักษรมาตั้งเป็นชื่อใหม่ หรือใช้ตัวอักษรที่เหมือนกัน เช่น ลูกชายตั้งชื่อตามอักษรของแม่ และ ชื่อเล่นลูกสาวทันสมัย ใช้ชื่ออักษรตามชื่อของพ่อ เป็นต้น เป็นเคล็ดลับที่ทันสมัย และสร้างความผูกพันให้กับสมาชิกในครอบครัวได้ไม่น้อยอีกด้วย เพราะเรามีสายใยผูกพันกันแม้กระทั่งชื่อด้วยเชียวนะ
  2. ตั้งชื่อลูกสาว ที่เกิดจากความชอบของพ่อแม่ หากเป็นชื่อที่คุณพ่อคุณแม่มีอยู่ในใจอยู่แล้วก็สามารถนำมาตั้งชื่อเป็นชื่อของหนูน้อยของคุณได้เลย เพราะว่าหลายท่านอาจจะมีชื่อดารา ชื่อตัวละครดัง หรือชื่อการ์ตูนที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก มาเป็นชื่อให้กับลูกของคุณได้เช่นกัน เรียกได้ว่านำสิ่งที่ชอบมาอยู่ในตัวลูกสาว ให้ความสำคัญกับเจ้าหญิงน้อยสุด ๆ ไปเลย
  3. ตั้งชื่อลูกสาวด้วยการใช้ตัวอักษรมงคล บางครั้งการตั้งชื่อลูกอาจจะไม่สามารถเตรียมการได้มากหากต้องการตั้งชื่อให้มีความเป็นมงคลตามวันเกิดของลูก ง่ายที่สุดอาจจะหลีกเลี่ยงชื่อที่เป็นกาลกิณีต่อวันเกิดต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่พอจะประมาณการชื่อได้ว่าลูกที่จะเกิดมานั้น ควรมีวันเกิดเป็นวันไหน

    ตั้งชื่อเล่นลูกสาว
    ตั้งชื่อเล่นลูกสาว

อักษรกาลกิณี ตามวันเกิด มีอะไรบ้าง รู้ด่วน!!

ตั้งชื่อลูกสาว ตามวันเกิด อักษรที่ควรหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ อย่างที่เราได้แนะนำไปว่าการ ตั้งชื่อเล่นลูกสาว นั้น จะมีชื่อที่ให้เลือกมากมายแต่สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือ การหลีกเลี่ยงอักษรที่ไม่เหมาะสมกับคนที่เกิดวันนั้น ๆ เพราะว่าเป็นอักษรที่สร้างความไม่เป็นมงคลแก่ชีวิตของลูกสาวคุณได้ โดยคุณสามารถนำไปให้หลวงพ่อหรือพระที่ท่านนับถือ ช่วยตั้งให้ได้เช่นกัน แต่เราสามารถศึกษาถึงตัวอักษรเหล่านี้ไว้ก่อน เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงได้ และตัวอักษรกาลกิณีที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังต่อไปนี้

  •  ลูกสาวที่เกิดวันอาทิตย์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ศ ษ ส ห ฬ ฮ
  • ลูกสาวที่เกิดวันจันทร์ ควรเลี่ยง สระ ทั้งหมด
  • ลูกสาวที่เกิดวันอังคาร ควรเลี่ยงตัวอักษร ก ข ค ฆ ง
  • สาวที่เกิดวันพุธกลางวัน ควรเลี่ยงตัวอักษร จ ฉ ช ซ ฌ ญ
  • สาวที่เกิดวันราหูวันพุธกลางคืน ควรเลี่ยงตัวอักษร บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
  • ลูกสาวที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรเลี่ยงตัวอักษร ด ต ถ ท ธ น
  • สาวที่เกิดวันศุกร์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ย ร ล ว
  • ลูกสาวที่เกิดวันเสาร์ ควรเลี่ยงตัวอักษร ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

100 ไอเดีย!! ตั้งชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก เสริมมงคล

ชื่อเล่นลูกสาวขึ้นต้นด้วย ศ ษ ส ห ฬ ฮ (ไม่เหมาะกับสาววันอาทิตย์)

  1. สกาย แปลว่า ท้องฟ้า
  2. สโนว์ แปลว่า หิมะ
  3. สมายด์ แปลว่า รอยยิ้ม
  4. สรัล แปลว่า ผู้ซื่อตรง
  5. แสตมป์ แปลว่า ดวงตราไปรษณียากร
  6. สายรุ้ง แปลว่า แสง 7 สีที่ขึ้นบนท้องฟ้าหลังฝนตก
  7. แสนดี แปลว่า ผู้ที่แสนดี
  8. สมายล์ แปลว่า รอยยิ้ม
  9. เหม่ยลี่ แปลว่า สวยงาม
  10. หยก แปลว่า หินเนื้อละเอียด แข็ง หลายสี ถือเป็นของมีค่าและมงคล
  11. เหม่ยเหมย แปลว่า สวยงาม
  12. หว่าหวา แปลว่า ตุ๊กตา
  13. หลัน แปลว่า ดอกกล้วยไม้
  14. ฮันนา แปลว่า โปรดปรานในภาษาฮีบรู
  15. ฮานะ แปลว่า ดอกไม้
  16. ฮารุ แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ
  17. ฮาร์ท แปลว่า หัวใจ
  18. ฮันนี่ แปลว่า น้ำผึ้ง
  19. ฮาร์โมนี่ แปลว่า ความกลมกลืนกัน
  20. แฮปปี้ แปลว่า มีความสุข
  21. ฮานิ แปลว่า มีความสุข
  22. ฮานา แปลว่า หนึ่ง
  23. ฮันนาห์ แปลว่า ความรักจากพระเจ้า
  24. ฮาย แปลว่า สวัสดี
ตั้งชื่อเล่นลูกสาว เสริมมงคล
ตั้งชื่อเล่นลูกสาว เสริมมงคล

ชื่อเล่นลูกสาวที่ขึ้นต้นด้วยอักษร ก ข ค ฆ ง (ไม่เหมาะกับสาววันอังคาร)

  1. กันตา แปลว่า สาวสวย เป็นสุข
  2. ไกอา แปลว่า ชื่อของเทพเจ้ากรีกผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
  3. เกรซ แปลว่า ความงดงาม ความสง่า
  4. แก้วตา แปลว่า สิ่งที่รักยิ่ง
  5. กานต์แก้ว แปลว่า ดวงแก้วอันเป็นที่รัก
  6. ของขวัญ แปลว่า สิ่งที่ให้แก่กัน เพื่อแสดงความยินดี
  7. ขวัญเนตร แปลว่า เรียกหญิงที่รัก
  8. ขอบฟ้า แปลว่า แนวที่เห็นเสมือนฟ้าจดกับแผ่นดินหรือทะเล
  9. ข้าวขวัญ แปลว่า ข้าวบายศรี
  10. ข้าวตู แปลว่า ชื่อขนมไทยอย่างหนึ่ง
  11. โคลอี้ แปลว่า ใบอ่อนสีเขียวหรือยอดอ่อนมาจากภาษากรีก
  12. คุณ แปลว่า ประโยชน์ ความดี
  13. คะขา แปลว่า คำขานรับของผู้หญิง
  14. คนโปรด แปลว่า ผู้เป็นที่รักใคร่เอ็นดูมากเป็นพิเศษ
  15. ควีน แปลว่า เทพธิดา สิ่งที่เลิศที่สุด

อ่านต่อ>> 100 ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกสาว น่ารัก เสริมมงคล คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทักษะในศตวรรษที่ 21

เด็กยุคใหม่กับ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะใดบ้างที่จำเป็นต้องมี?

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 – ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเราพูดคุยกันมากมายเกี่ยวกับทักษะในศตวรรษที่ 21 และเรามั่นใจว่าคุณเคยได้ยินเกี่ยวกับทักษะเหล่านี้มามากแล้ว (วลีนี้กลายเป็นคำศัพท์ไปแล้ว) แต่ทักษะในศตวรรษที่ 21 คืออะไร และอะไรสำคัญที่สุด คำตอบสั้นๆ ก็คือ ทั้งหมดมีความสำคัญ แต่เราจะเจาะลึกเพิ่มเติมลงไปในแต่ละข้อที่นี่ ตลอดจนแนะนำวิธีการที่เหมาะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างทักษะที่สำคัญให้แก่เด็กๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กยุคใหม่กับ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะใดบ้างที่จำเป็นต้องมี?

สำหรับพ่อแม่ทุกคน แน่นอนว่าต่างต้องการเตรียมลูกๆ ให้พร้อมสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราในฐานะพ่อแม่จะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพื่อประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 ในขณะที่เทคโนโลยียังคงพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและเร็วขึ้น มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น และอาชีพเก่าๆ ก็เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา ด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรูปแบบของอาชีพในโลกอนาคต เราจึงจำเป็นต้องให้เด็กๆ ได้รับการสอนชุดทักษะต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ไม่ว่าอนาคตของสังคมโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อทางดิจิทัลจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ตาม

ทักษะและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คืออะไร?

ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคของโอกาสที่ไม่สิ้นสุด นวัตกรรมต่างๆ ก้าวหน้ากว่าอดีตที่เคยเป็นมา ส่วนหนึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการศึกษาทั่วประเทศ ทักษะและความรู้เพื่อการเอาชีวิตรอดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในโลกอนาคตที่กำลังมาถึง ดังนั้นเด็กๆ จำเป็นต้องมีทักษะพิเศษซึ่งต้องได้รับการสอนและปลูกฝังตั้งแต่เนิ่นๆ แม้วิธีการศึกษาแบบดั้งเดิมจะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถอยู่รอดได้ในโลก แต่ในศตวรรษที่ 21 เป็นที่รู้กันว่าทักษะพิเศษที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เด็กๆ มีความเชี่ยวชาญในทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่ทักษะชีวิตไปจนถึงทักษะดิจิทัลเพื่อให้พร้อมเผชิญกับความท้าทายของความน่าจะเป็นที่ไม่แน่นอนในอนาคต

คำว่า “ทักษะในศตวรรษที่ 21” โดยทั่วไปใช้เพื่ออ้างถึงความสามารถหลักบางอย่าง เช่น การทำงานร่วมกัน ความรู้ทางดิจิทัล การคิดเชิงวิพากษ์ และการแก้ปัญหา ซึ่งทั้งครูและผู้ปกครองจำเป็นต้องสอนเพื่อช่วยให้เด็กๆ ประสบความสำเร็จในโลกปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในความหมายที่กว้างขึ้น แนวคิดที่ว่าการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรมีลักษณะอย่างไรนั้นคอ่นข้างเปิดกว้างสำหรับการตีความและการโต้เถียง

ปัจจุบันโรงเรียนมีส่วนสำคัญในการสอนเด็ก ๆ ให้มีทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองยังสามารถมีบทบาทของในการสอนทักษะที่จำเป็นเหล่านี้แก่เด็ก ๆ ได้เพื่อสนับสนุนโรงเรียน เนื่องจากพ่อแม่เปรียบเสมือนครูคนแรกๆ ที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เกิดการเรียนรู้ โดยเฉพาะในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมตั้งแต่ยังเล็ก

ทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่

  • การสื่อสาร
การสื่อสารเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ 21 การรู้วิธีพูดไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะรู้วิธีในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ วัยเด็กเป็นช่วงที่เราสามารถวางรากฐานสำหรับทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมให้แก่เด็กได้ การสื่อสารช่วยให้เราแก้ปัญหา แสดงอารมณ์ และเชื่อมต่อกับผู้อื่น ทารกเริ่มสำรวจการสื่อสารได้อย่างไร? คำตอบคือ ท่าทาง สีหน้า และเสียง ต่อมาพวกเขาเริ่มพัฒนาคำศัพท์ซึ่งจะสะสมต่อไปตลอดวัยเด็ก ซึ่งพ่อแม่สามารถพูดคุยกับลูกน้อยเพื่อช่วยในการพัฒนานี้ได้ การสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณมีกับลูกของคุณจะปลูกฝังทักษะในการสื่อสารของพวกเขาให้พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
  • การทำงานร่วมกัน

การอธิบายความหมายของการทำงานร่วมกันให้เด็กๆ ฟังอาจเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเข้าใจ แต่คุณสามารถสอนลูกของคุณได้ด้วยการฝึกฝน อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กที่จะเข้าใจว่าทุกสิ่งบนโลกไม่ได้หมุนรอบตัวพวกเขา แต่ชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้นด้วยการเรียนรู้ร่วมกันและแบ่งปันความสนุกด้วยกัน เด็กบางคนเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันเมื่อพวกเขาเริ่มเข้าโรงเรียน บางคนอาจเข้าใจความหมายของการทำงานร่วมกันตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ตัวอย่างเช่น เราสามารถแสดงให้ลูกๆ เห็นวิธีการช่วยทำงานบ้านง่ายๆ เช่น การจัดระเบียบและเก็บของเล่นหลังจากเล่นกับพวกเขา หรือถ้าหากคุณมีลูกหลายคน เด็กๆ ทั้งหมดจะสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้ การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งในทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราได้รู้จักเพื่อน รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น และได้คิดจากมุมมองใหม่ๆ นอกกรอบ

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
  • การคิดอย่างมีวิจารณญาณ

การคิดเชิงวิพากษ์ หรือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับเด็ก หมายถึงการถามคำถามและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น เด็กๆ สามารถเริ่มด้วยคำถามง่ายๆ แล้วค่อยซับซ้อนขึ้น  เมื่อเด็กๆ ถามเรา เป็นความคิดที่ดีที่ผู้ใหญ่จะตอบทุกคำถามของพวกเขาด้วยใจที่เปิดกว้าง ลูกของคุณเคยถามคุณไหมว่าทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า? หรือเด็กทารกมาจากไหน? นี่แหละค่ะ คือตัวอย่างของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ว่าแต่เราจะช่วยให้เด็กๆ เกิดความอยากรู้อยากเห็นและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ได้อย่างไร?  คำตอบคือ การแก้ปัญหาร่วมกันเล็กๆ น้อยๆ กับลูกจะมีความสำคัญเมื่อลูกของคุณถามคำถาม นอกจากนี้คุณสามารถลองถามคำถามลูกของคุณเพื่อเริ่มการสนทนาที่น่าสนใจ และเปิดโอกาสให้พวกเขาคิด เช่น ถ้าพวกเขาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ พวกเขาอยากได้พลังวิเศษอะไร? นี่เป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับลูกของคุณมากขึ้น และโดยปกติแล้วคำตอบจะสนุกและน่ารัก บทสนทนาเหล่านี้จะช่วยสร้างความทรงจำร่วมกับลูกของคุณอีกด้วยค่ะ

อ่านต่อ…เด็กยุคใหม่กับ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทักษะใดบ้างที่จำเป็นต้องมี? คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่