Malish All New Plus

เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus ไอเทมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์แม่ Gen Y

ผู้หญิงสมัยนี้ทำงานกันเก๊ง เก่ง แต่พอมีลูกก็เลี้ยงลูกได้เก่งไม่แพ้แม่รุ่นเก๋า บวกกับไลฟ์สไตล์ของแม่ Gen Y ชอบหาข้อมูล ชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่า ทำไมถึงเลือก Hot Item สำหรับการปั๊มนมเลี้ยงลูก เป็น เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids จะพาว่าที่คุณแม่มือใหม่ไปรู้จักกับไอเทมใหม่มาแรงจากแบรนด์มาลิชกันค่ะ

เคล็ดลับความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จมีอยู่ไม่กี่อย่างค่ะ คุณแม่สามารถเตรียมตัวให้พร้อมง่าย ๆ ก็แค่

1. กินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงน้ำนม

2. นอนพักผ่อนให้พอ ดื่มน้ำให้มาก

3. กระตุ้นร่างกายผลิตน้ำนมตรงรอบด้วยเครื่องปั๊มนม

!! ปักหมุดกันตรงนี้เลยค่ะว่า เครื่องปั๊มนม ไอเทมจำเป็นที่ยังไงก็ต้องมีไว้ใช้ ถ้าอยากจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สำเร็จ ลูกได้กินนมแม่ไปจนถึงวัยขวบ

Malish All New Plus

เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus ครบจบในเครื่องเดียว

ตัวตึงท็อปฟอร์มที่สุดในรุ่น ต้องยกให้ เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus ของแบรนด์มาลิชเครื่องนี้เลยค่ะ ความดีเด่นคือปั๊มได้เกลี้ยงเต้าโดยไม่ต้องจบด้วยบีบมือตามหลังปั๊มเสร็จ เราไปสืบมานะคะ คือเขามีการันตีจากผู้ใช้ที่เป็นคุณแม่ผู้ใช้งานจริงลงความเห็นว่า เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus ปั๊มนมได้เกลี้ยงเต้าที่สุดที่เคยใช้มา 👏👏

1. จุดเด่น เป็นเครื่องปั๊ม 2 มอเตอร์ การทำงานของมอเตอร์จะส่งแรงดูดออกไปที่กรวยแต่ละข้างได้เสถียรกว่า โดยไม่ต้องแชร์แรงดูดเหมือนเครื่องมอเตอร์เดียว และจะปรับให้ระดับเดียวกันทั้งสองข้างหรือคนละระดับได้ตามความพึงพอใจของคุณแม่เลยค่ะ

2. มีโหมดการทำงานหลากหลายเรียกว่าสเปคเครื่องคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่คุ้ม เปิดเครื่องมาบุ๊ป คุณแม่จะกับเจอโหมดการทำงานที่ให้เลือกก่อนก็คือการทำงานของมอเตอร์ว่าจะใช้เป็น ปั๊มเดี่ยวข้างซ้าย , ปั๊มเดี่ยวข้างขวา หรือ ปั๊มคู่พร้อมกันสองข้าง

Malish All New Plus

ทำให้คุณแม่พึงพอใจไปกับโหมดการทำงานของมอเตอร์ จะปั๊มคู่ ปั๊มเดี่ยวซ้าย ขวา ก็เลือกได้ตามใจชอบ แต่ยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ เพราะคุณแม่ยังได้สนุกกับการใช้งาน Malish All New Plus กับ “โหมดจังหวะการดูด” ซึ่งก็ออกแบบมาให้ได้เลือกกันถึง 4 โหมด

1. โหมดกระตุ้น เปิดเครื่องมาบุ๊ปต้องเริ่มต้นใช้งานโหมดนี้ทุกครั้ง 3-5 นาที เป็นการวอร์มอัพเต้าให้เตรียมพร้อมก่อนอันดับแรก จังหวะการดูดจะสั้นและเร็ว

2. โหมดดูด ใช้ดึงน้ำนมส่วนหน้าและหลังให้ออกมาได้เกลี้ยงเต้า จังหวะการดูดจะยาวและหนักแน่นขึ้นกว่าโหมดกระตุ้น เต้าเป็นก้อนไตหรือท่อน้ำนมตันแนะนำให้ใช้โหมดนี้ต่อจากโหมดกระตุ้นตอนเปิดเครื่องไปยาว ๆ จนจบ รับรองว่าก้อนไตหายดึงน้ำนมได้จนหยดสุดท้าย

3. โหมด2อิน1 เริ่มจากจังหวะกระตุ้น 5 ครั้งและสลับไปดูด 5 ครั้ง เป็นโหมดการทำงานผสมผสานระหว่างโหมดกระตุ้นและโหมดดูดวนไปแบบนี้เรื่อยๆ จนครบ 30 นาที เครื่องตัดการทำงานอัตโนมัติเหมาะกับ คุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นปั๊มนม ยังไม่รู้จังหวะหรือยังจับจุดการหลั่งน้ำนมของเต้าตัวเองไม่ถูก ให้ลองใช้โหมด 2อิน1 ที่เป็นโหมดการปั๊มอัตโนมัติเพื่อจับจุดเต้าคุณแม่ไปก่อนและนอกเหนือจากนี้โหมดนี้เหมาะสำหรับ คุณแม่ที่ตกรอบปั๊ม จนน้ำนมค้างเต้านานและเริ่มมีก้อนไตอีกด้วย

4. โหมดมาลิช จังหวะการทำงานของมอเตอร์กระตุ้น 3 นาที ดูด 7 นาที เป็นโหมดการทำงานที่เลียนแบบการทำ Power Pump เพื่อกระตุ้นน้ำนมให้ผลิตออกมาตามจังหวะเลียนแบบการดูดของเด็กทารก และยังเป็นเทคนิคเพิ่มน้ำนมที่ได้เห็นผลดี วนรอบแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบกำหนด 30 นาทีเครื่องจะตัดอัตโนมัติ

ยอดเยี่ยมไหมล่ะคะ ก็บอกแล้วรุ่นนี้ท็อปฟอร์มสุด ๆ มาลิชเขาเข้าใจความต้องการและการใช้งานของคุณแม่ ฉะนั้นไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะ มาลิชเขาเพิ่มพิเศษให้อีก 5 ฟังก์ชั่น ที่มีให้เฉพาะรุ่น All New Plus

1. โหมดบันทึกการปั๊มนมส่วนตัว Memory Mode ช่วยบันทึกระดับความแรงและโหมดที่ใช้เป็นประจำใน 1 รอบการปั๊มนม 30 นาทีได้ โดยไม่ต้องค่อยเปลี่ยนโหมดไปมาทุกรอบที่ปั๊มนม เพียงแค่เปิดเครื่องแล้วกดที่รูปคนเครื่องก็จะทำงานโหมดประจำตัวของคุณแม่ได้เลย

2. โหมดหยุดการทำงานชั่วคราว Pause ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้คุณแม่ต้องหยุดการปั๊มนมไว้สักครู่หนึ่ง เพียงแค่ Pause เครื่องไว้ก็สามารถกลับมาปั๊มนมต่อได้ทันที เพื่อให้คุณแม่ไม่ต้องเริ่มต้นเปิดเครื่องนับวินาทีที่ 1 ใหม่

3. โหมดล็อคหน้าจอการทำงาน เครื่องปั๊มนม All New Plus หน้าจอเป็นแบบระบบสัมผัส แต่เราก็ไม่สามารถห้ามลูกน้อยที่คลานมาเล่นอยู่ข้าง ๆ ได้ เพียงเปิดโหมดการทำงานนี้ก็จะช่วยป้องกันการเปลี่ยนโหมดการทำงานของเครื่องได้ แม้ลูกน้อยจะคว้าเครื่องปั๊มนมก็คลายความกังวลได้ค่ะว่าเครื่องจะไม่ปิดเปิดเองได้

4. โหมดปิดเสียงปุ่มกด Mute เพราะบางครั้งคุณแม่ก็ต้องปั๊มนมในห้องประชุมหรือในที่สาธารณะ คุณแม่สามารถเลือกที่จะเปิดหรือปิดเสียงปุ่มกดเครื่องได้เอง เพื่อป้องกันเสียงปุ่มกดการรบกวนคนรอบข้างระหว่างปั๊มนม

5. สายชาร์จแบบType C สามารถชาร์จกับ Power Bank 10,000 มิลลิแอมป์ขึ้นไปได้ ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการชาร์จแบตเต็ม

และอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานกับ Malish All New Plus ที่ทางแบรนด์มาลิช ให้ความสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ “กรวยปั๊มนม” หากคุณแม่เลือกใช้กรวยปั๊มนมที่มีขนาดเหมาะเข้ากันดีกับหัวนม จะช่วยให้ราบรื่นตลอดการปั๊มนม ได้น้ำนมเต็มปริมาณ ลูกได้กินนมอิ่ม แม่ก็แฮปปี้ที่สุดแล้วค่ะ

เครื่องปั๊มนม Malish All New Plus

  • กรวยมาลิชพลาสติกมาพร้อมซิลิโคนรองกรวยขนาดมาตราฐาน 25, 27 มิล

กรวยมาลิชซิลิโคน 3D

  • กรวยมาลิชซิลิโคน 3D มีขนาดให้เลือก 21, 25 มิล

 Malish All New Plus

  • กรวยพลาสติกสำหรับคุณแม่ที่มีขนาดหัวนมเล็กหรือใหญ่กว่าขนาดมาตราฐาน มีขนาดให้เลือก 15,17,19,21,23,28,30,32 มิล

กรวยปั๊มนมมีความสำคัญมาก ๆ นะคะ สำหรับความปลอดภัยของ #อุปกรณ์กรวยปั๊มนมมาลิชทุกรุ่น #ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์ และ #สถาบันตรวจวิเคราะห์SGS ตามมาตรา 369 ที่กำหนดไว้ คุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า #ปลอดภัยทุกครั้งที่ใช้เครื่องปั๊มนม Malish ค่ะ

เครื่องปั๊มนมคุณภาพดี มีฟังก์ชั่นการใช้หลากหลาย ครบจบในเครื่องเดียว เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่สุด กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids คอนเฟิร์ม!!

🛒 ช่องทางการสั่งซื้อเครื่องปั๊มนม Malish All New Plus
Facebook :  
Malish Thailand
Line :  @malishthailand
Website : www.malishthailand.com

ปั้นดินน้ำมันง่ายๆ ปั้นดินน้ำมัน

ปั้นดินน้ำมันง่ายๆ แต่ผลงานขั้นเทพ ลูกได้สนุกฝึกทักษะ

ปั้นดินน้ำมันง่ายๆ ได้ผลงานสวย ๆ ขั้นเทพ คุณเองก็ทำได้ แม้คุณพ่อคุณแม่ไม่มีทักษะด้านนี้ แต่สามารถสอนลูกน้อยปั้นดินได้ แถมได้ฝึกทักษะหลายด้าน

ปั้นดินน้ำมันง่าย ๆ แต่ผลงานขั้นเทพ!! ลูกได้สนุกฝึกทักษะ

การปั้นดิน หากพูดถึงคุณพ่อคุณแม่คงมีความทรงจำเกี่ยวกับการเล่นปั้นดินนี้กันมาไม่น้อย เพราะเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กทุกยุคทุกสมัย แต่หากเป็นสมัยที่คุณพ่อคุณแม่ยังเด็ก ดินปั้น นั้นคงมีกันไม่กี่ชนิด ภาพในความทรงจำในวัยเด็ก คงจะคล้าย ๆ กัน นั่นคือ ดินน้ำมัน หรือดินเหนียว แต่ในปัจจุบันรู้กันหรือไม่ว่า ดินปั้นนั้นพัฒนามาหลากหลายแบบ หลายชนิด และมีความปลอดภัยสูง แต่ยังคงเสน่ห์ของการเล่นปั้นดินไว้เหมือนเดิม

เสน่ห์ของงานปั้น : ทักษะดี ๆ จากงานปั้นที่ไม่เคยจางหาย

  • พัฒนากล้ามเนื้อมือกล้ามเนื้อมัดเล็ก มือและนิ้วมือ ในการนวด นวด คลึง และปั้น
  • พัฒนากล้ามเนื้อมือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ แขนหยิบจับเล่น
  • พัฒนาประสาทสัมพันธ์ สอดคล้องระหว่างตากับมือ ระหว่างที่ปั้น
  • พัฒนาทักษะทางด้านภาษาในการอธิบายผลงานของตนเอง
  • พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเสริมสร้างจินตนาการ
  • ฝึกสมาธิทำให้เด็กจดจ่อกับงานที่ทำได้นานมากขึ้น
  • ผ่อนคลายอารมณ์เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทำกิจกรรม
  • เสริมสร้างความภูมิใจในตัวเอง พึงพอใจในผลงานของตน
  • พัฒนาการทางด้านสังคม โดยเด็กสามารถเล่นร่วมกับเพื่อน พี่น้อง คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง และญาติผู้ใหญ่ได้
  • ฝึกนิสัยการเก็บของเล่นให้เป็นที่ การรักษาของ เพราะหลังจากเล่นเสร็จแล้ว ต้องเก็บดินน้ำมันหรือแป้งโดว์ให้มิดชิด และดูแลแป้งโดว์ให้มีอายุนานขึ้น เพื่อที่จะนำมาเล่นได้อีกในครั้งต่อไป
ทักษะดี ๆ ช่วยพัฒนาลูก ที่มาพร้อมกับการเล่น
ทักษะดี ๆ ช่วยพัฒนาลูก ที่มาพร้อมกับการเล่น

พัฒนาการเด็กในการปั้น

  • พัฒนาการเด็กวัย 1-2 ปี : หยิบ ขยำ กด ทุบให้แผ่ออก มีลักษณะการใช้มือแบบกำทั้ง 5 นิ้ว
  • พัฒนาการเด็ก 2-3 ปี : ดึงดินน้ำมัน ฯลฯ ออกจากกันเป็นก้อนๆ มีลักษณะการกำหรือใช้นิ้ว และตัดด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ได้
  • พัฒนาเด็กวัย 3-4 ปี : ปั้นดินน้ำมัน ฯลฯ และคลึงเป็นเส้นยาว คลึงเป็นลูกบอล และกดเป็นแผ่นแบนกลมด้วยฝ่ามือ
  • พัฒนาการเด็กวัย 4-5 ปี : ปั้นดินน้ำมัน ฯลฯ เป็นรูปร่าง ที่เด็กอาจจะเข้าใจความหมายได้คนเดียว
  • พัฒนาการเด็ก 5 ปีขึ้นไป : ปั้นดินน้ำมัน ฯลฯ เป็นรูปร่างที่มีรายละเอียด ผู้อื่นเข้าใจความได้ มีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ช่วยในการปั้น

ทำความรู้จักกับชนิดของดินปั้นกัน!!

ดินเบา เป็นดินปั้นที่มีชื่อเรียกหลากหลาย ทั้ง ดินญี่ปุ่น ดินเกาหลี ซึ่งแต่ละชื่อก็มาจากประเทศผู้ผลิตที่แตกต่างกัน แต่ในส่วนของเนื้อดินนั้น มีลักษณะและคุณสมบัติที่คล้ายกันคือ มีความนุ่ม ปั้นง่ายและยืดหยุ่นมาก สามารถปั้นเป็นรูปทรงแล้วนำมาเชื่อมติดกันได้ โดยไม่ต้องใช้กาวทา และเมื่อปล่อยให้โดนอากาศจนแห้งสนิทแล้ว ดินจะเบาคล้ายโฟม ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เด็ก ๆ หลายคนจึงชอบเนื้อสัมผัสของดินเบามากกว่าดินปั้นชนิดอื่น โดยแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกดินเบาแบบปลอดสารพิษ หรือ Non-toxic เพราะเด็ก ๆ จะได้เล่นอย่างสนุก และผู้ปกครองก็สบายใจเรื่องความปลอดภัยด้วย

แป้งโดว์ คือแป้งที่ไว้ให้เด็กปั้นเล่น เหมือนกับดินปั้นอื่น ๆ มีลักษณะ นิ่ม ยืดหยุ่น ปั้นง่าย และไม่มีกลิ่น เหมาะกับเด็กเล็กตั้งแต่ 2 ขวบ ที่ต้องการฝึกกระตุ้น และพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก อีกทั้งแป้งโดนั้น ทำมาจากส่วนผสมที่สามารถทานได้ อย่าง แป้ง เกลือ น้ำมัน และน้ำ ซึ่งไม่เป็นอันตราย แป้งโดจึงเหมาะกับเด็กเล็ก ที่มักจะหยิบของเข้าปากอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้ว่าหากเด็กเผลอหยิบเข้าปากก็ไม่เป็นอันตรายจากส่วนประกอบของแป้งโด แต่ยังไงก็ต้องระวัง หากเด็กหยิบแป้งโดชิ้นใหญ่เข้าปากอาจเกิดอันตรายติดคอได้ ผู้ผลิดบางยี่ห้อจึงได้ใส่เกลือเพิ่มความเค็ม เพื่อให้เวลาเด็กเผลอหยิบเข้าปากจะได้ไม่กลืนลงไปในคอ อย่างแน่นอนเพราะมีรสเค็มจัด จนต้องคายทิ้ง แป้งโดนั้นก็มีข้อเสีย คือระยะเวลาการใช้งานที่สั้นมาก ๆ เพราะแป้งโดจะเริ่มแห้ง และแข็งตัวเมื่อผ่านไปไม่กี่วัน ทำให้ต้องซื้อให้เด็ก ๆ ใหม่อยู่เรื่อย

ประเภทของแป้งปั้น แป้งโดว์
ประเภทของแป้งปั้น แป้งโดว์

ดินน้ำมัน เป็นดินปั้นที่หลาย ๆ คนคงรู้จักกันดี เพราะรุ่นคุณพ่อคุณแม่คงคุ้นเคยตั้งแต่สมัยวัยเด็ก เนื้อดินนั้นก็มีหลากหลายแบบ ทั้งแบบนิ่ม ๆ ปั้นง่าย และแบบที่ค่อนข้างแข็ง ต้องคอยทำให้เนื้อดินอ่อนตัวลงก่อนใช้ปั้น ด้วยความแข็ง และความเหนียวของดินน้ำมัน ทำให้ดินปั้นชนิดนี้ เหมาะกับเด็ก 5 ขวบขึ้นไป ที่มือสามารถออกแรง กด นวด และบีบ ได้อย่างต่อเนื่องพอสมควร แต่กลิ่นของดินน้ำมันที่ค่อนข้างแรงในดินน้ำมันรุ่นก่อน ๆ ทำให้บางคนไม่ชอบ ปัจจุบันมีหลายบริษัทผลิตดินน้ำมันแบบ Non-toxic ออกมา ทั้งไร้สารพิษ ไร้กลิ่น ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก

ดินเยื่อกระดาษ เป็นดินปั้นที่มีส่วนผสมของกระดาษ ซึ่งถ้าใครเคยทำงานปั้นเปเปอร์มาเช่มาก่อนก็คงจะพอนึกลักษณะของดินออก แต่ดินเยื่อกระดาษนั้น จะมีความละเอียดมากกว่า ทำให้งานที่ปั้นออกมาดูเรียบเนียนกว่าเปเปอร์มาเช่ เหมาะกับการปั้นขึ้นรูป 3 มิติ แต่ตัวดินเยื่อกระดาษจะค่อนข้างแห้งเร็ว ระหว่างปั้นจึงต้องคอยใช้น้ำลูบอยู่บ่อย ๆ ตัวเนื้อดินปั้นสามารถเชื่อมติดกันได้โดยการใช้น้ำลูบก่อนเพื่อเป็นตัวกลาง และด้วยการใช้งานที่ค่อนข้างยุ่งยาก ดินเยื่อกระดาษ จึงเหมาะกับเด็ก ๆ ที่โตขึ้นมาหน่อยประมาณ 7-8 ขวบขึ้นไป เพราะว่าดินเยื่อกระดาษ มีความเหนียวมากว่าดินปั้นชนิดอื่นที่กล่าวมา ทำให้ต้องใช้แรงในการกด การบีบและการปั้นมากขึ้น

อ่านต่อ>> เทคนิคการ ปั้นดินน้ำมันง่ายๆ ที่คุณหรือใครก็ทำตามได้สบาย คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

VIV SKIN วิฟสกิน

VIV SKIN “KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC” ให้ผู้หญิงสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

สาวยุคใหม่ที่อยากมีสุขภาพแข็งแรง มีผิวพรรณที่สวยสดใส กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids มีไอเทมใหม่ฮอตสุด ๆ นาที นั่นคือ KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC ขมิ้น แอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก จากแบรนด์ VIV SKIN วิฟสกิน ของคุณจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ที่คิดค้นออกแบบมาเพื่อผู้หญิงรักสุขภาพทุกคนค่ะ

บอกลาความโทรม ผิวไม่สวย ด้วย VIV SKIN KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC ขมิ้น แอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก

อยากให้ผิวหน้า ผิวกายสวยสดใส ไม่โทรม วิฟสกิน ขมิ้น แอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก ช่วยได้ค่ะ ขมิ้น แอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก เป็นอาหารเสริมจากธรรมชาติ ที่มีทั้ง SUPER FOOD และ SUPER FRUIT จุดเด่นของ VIV SKIN  KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC จะมีสารสกัดจากขมิ้นชัน CURCUGEN ลิขสิทธิ์สารสกัดขมิ้นชันนวัตกรรมพิเศษ สามารถดูดซึมได้ดีกว่าสารสกัดขมิ้นชันทั่วไปถึง 39 เท่า มีความเสถียรคงตัว ไม่ถูกทำลายในระบบทางเดินอาหารก่อนที่ร่างกายจะดูดซึม กระจายตัวในน้ำได้ดี สามารถอยู่ในร่างกายได้นาน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งจะถูกนำส่งไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น การรับประทาน VIV SKIN KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC เป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก เพราะช่วยต้านการอักเสบต่าง ๆ และช่วยชะลอวัย ป้องกันการเสื่อมโทรมของเซลล์ ป้องกันร่างกายไม่ให้เสื่อมไปตามวัยด้วยค่ะ

VIV SKIN KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC

VIV SKIN KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC ยังมี RED ORANGE COMPLEX สารสกัดส้มสีแดง 3 สายพันธุ์ ลิขสิทธิ์จากอิตาลี ที่เปรียบเสมือนครีมกันแดดชนิดกินได้ ช่วยชะลอความเสื่อมและ ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ , โพรไบโอติก ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร และการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ และผสานพลัง 5 SUPER FRUITS ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และให้วิตามิน C สูง ดีไม่ไหว ปังไม่หยุด ให้เต็ม 10 10 10 กันไปเลยค่ะ

กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids เราได้ลองทานขมิ้น แอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก แล้วนะคะ คือ อร่อย ทานง่ายมาก แค่ฉีกซองเทใส่ปาก ชีวิตดูง่ายขึ้นมาเลย ไม่ต้องเสียเวลาเทใส่แก้วชงผสมน้ำให้วุ่นวาย ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของสาวสมัยใหม่มากค่ะ และที่สำคัญคือเราสามารถพกแอสต้า ช็อต พลัส โพรไบโอติก ใส่กระเป๋าไว้ทานระหว่างวันตอนไหนก็ได้สะดวกที่สุดค่ะ  

เผยความลับสวยแบบนางงาม คุณอิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ พรีเซ็นเตอร์ของ VIV SKIN KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC

คุณอิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์

“เราทำงานทุกวัน แทบไม่มีเวลาไปหาหมอผิวที่คลินิกเลย ก็ต้องหาตัวช่วยบำรุงผิวพรรณที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และตัวหลักที่เราชอบมาก ๆ คือ ขมิ้น แอสต้าช็อต พลัส โพรไบโอติก เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลภายในสู่ภายนอก ที่ดูแลทั้งผิวพรรณ นอกจากจะมี CURCUGEN สารสกัดจากขมิ้นสูตรพิเศษแล้ว ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติอื่น ๆ ทั้ง SUPER FOOD และ SUPER FRUIT เหมาะกับคนที่มีเวลาว่างน้อย พกพาง่าย ฉีกซอง เทกรอกปาก รับประทานได้เลย แถมอร่อย ไม่มีน้ำตาลด้วยค่ะ”

สาว ๆ วัยทำงานที่อยากสวยสุขภาพดีด้วยตัวช่วยจากธรรมชาติที่ปลอดภัยดูแลร่างกายให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าต้องมี KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC ติดบ้าน ติดกระเป๋าไว้รับประทานดูแลสุขภาพกันทุกวันนะคะ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์  KAMIN ASTA SHOT PLUS PROBIOTIC  สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือส่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ช่องทางออนไลน์ด้านล่างนี้ค่ะ

Facebook : Viv Skin https://www.facebook.com/vivskin/

Instagram :  vivskin https://www.instagram.com/vivskin/

Line ID : @vivskin (มี @ นำหน้า)

 

 

 

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ ปั๊มเกลี้ยง เสียงเบา ฟังก์ชั่นครบ

ปัจจุบันในท้องตลาดมีเครื่องปั๊มนมหลากหลายยี่ห้อมากมาย และก็มีหลายประเภทให้เลือกซื้อ คุณแม่หลาย ๆ ท่าน อาจจะมีประสบการณ์การใช้เครื่องปั๊มนมกันมาบ้าง หรือเครื่องปั๊มนมที่ใช้อยู่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์มากนัก บางท่านอาจยังไม่เคยลองใช้ หรือกำลังตัดสินใจเลือกซื้ออยู่ หากคุณแม่มีปัญหาในการเลือกเครื่องปั๊มนมอยู่นั้น วันนี้เราจะมา จัดอันดับเครื่องปั๊มนม พร้อมมีข้อมูลดี ๆ มาแบ่งปันว่า ก่อนจะซื้อเครื่องปั๊มนมควรต้องเลือกซื้อจากอะไรบ้าง  เลือกเครื่องปั๊มนมยี่ห้อไหนดี

เครื่องปั๊มนมเป็นอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งสำหรับคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้ดื่มนมแม่อย่างต่อเนื่องให้นานที่สุดถึงแม้คุณแม่ต้องออกมาทำงานนอกบ้าน โดยเครื่องปั๊มนมจะช่วยทำให้คุณแม่ได้ปั๊มนมสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการคัดเต้านม ซึ่งการที่คุณแม่ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยกระตุ้นน้ำนมให้ผลิตได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมได้หากน้ำนมมีปริมาณมากพอ

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ ปั๊มเกลี้ยง เสียงเบา ฟังก์ชั่นครบ

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม

ประเภทของเครื่องปั๊มนม

เครื่องปั๊มนม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท แต่ละประเภทนั้นจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ให้คุณแม่ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้

  1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ จะมีข้อดีคือ ราคาถูก ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้แรงมือในการบีบเพื่อปั๊มนมทำให้คุณแม่สามารถควบคุมแรงและจังหวะการในการปั๊มนมได้ด้วยตัวเองตามความชอบ และไม่มีเสียงรบกวน ส่วนข้อเสียโดยส่วนใหญ่จะสามารถปั๊มได้เพียงทีละข้างเท่านั้น ทำให้เสียเวลาในการปั๊มนมมากกว่าปั๊มพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง และไม่เหมาะกับการปั๊มนมควบคู่กับให้ลูกดูดนมแม่ไปด้วยอีกข้าง
  2. เครื่องปั๊มนม แบบไฟฟ้า จะมีข้อดีคือ ปั๊มนมได้แบบอัตโนมัติ ทำให้คุณแม่ไม่เมื่อยมือ ใช้งานสะดวก รวดเร็วสามารถปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามความต้องการ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แม่สะดวกขึ้น เช่น ตั้งเวลาได้ โคมไฟเพิ่มแสงสว่างขณะปั๊มตอนกลางคืน โหมดจดจำการทำงาน มีให้เลือกหลายโหมด เพื่อให้เหมาะกับความต้องการ เช่น โหมดปั๊ม โหมดกระตุ้น และยังสามารถปรับความแรงในการปั๊มได้อีกด้วย ตัวเครื่องมีให้เลือกหลากหลายขนาด ช่วยให้เหมาะการใช้งานกับคุณแม่มากขึ้น ส่วนข้อเสียจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่มักมีความคงทน ใช้งานได้นาน มีเสียงการทำงานของตัวเครื่องอาจรบกวนลูกน้อยได้

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องปั๊มนม

  1. รูปแบบการให้นมลูก

คุณแม่วางแผนที่จะใช้เครื่องปั๊มนมนี้อย่างไร จะใช้ปั๊มนอกเหนือจากการป้อนนมจากเต้านมหรือคุณแม่จะปั๊มและเก็บนมน้ำนม เพื่อทำสต๊อกให้ลูกน้อยมากแค่ไหน คุณแม่จะกลับไปทำงานใช่หรือเปล่า หรือคุณแม่จะต้องอยู่ห่างจากลูกน้อยเป็นเวลากี่วัน เพราะข้อมูลเหล่านี้จะประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมได้ตรงตามการใช้งาน

  1. เวลาในการปั๊มนม

คุณแม่อาจจะมีระยะเวลาในการปั๊มนมที่แตกต่างกัน ซึ่งเครื่องปั๊มนมบางประเภทอาจใช้งานง่ายกว่าและสามารถดึงน้ำนมได้เร็วขึ้น หากคุณแม่วางแผนที่จะปั๊มในที่ทำงานหรือไม่มีเวลามากในการปั๊มนม คุณแม่อาจต้องพิจารณาแบตเตอรี่หรือที่ปั๊มน้ำนมด้วยไฟฟ้าและควรเป็นแบบปั๊มคู่ ซึ่งจะช่วยปั๊มน้ำนมจากเต้านมทั้งสองเต้าได้ในเวลาเดียวกัน จะช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการปั๊มนมได้ดี

  1. สถานที่ในการใช้เครื่องปั๊มนม

สถานที่ในการใช้งานเครื่องก็เป็นอีกตัวแปรที่มีผลต่อการเลือกใช้เครื่องปั๊มนม ถ้าเป็นเครื่องปั๊มนมแบบใช้มือและแบบใช้แบตเตอรี่สามารถขนย้ายและใช้งานได้ง่ายในพื้นที่ขนาดเล็ก ในขณะที่ปั๊มไฟฟ้าจำเป็นจะต้องมีเต้ารับเพื่อการใช้งานในการปั๊ม ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นและน้ำหนักมากขึ้น คุณแม่บางคนอาจพบว่ามีการพกพาที่ไม่สะดวก

  1. สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือพกพา

หากคุณแม่เป็นคนที่เดินทางบ่อยหรือวางแผนที่จะปั๊มนมในที่ทำงาน ควรจะพิจารณาซื้อเครื่องปั๊มนมที่มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่าย มีแบตเตอรี่ในตัวเครื่องปั๊มนมหรืออาจมีกระเป๋าใส่เครื่องปั๊มนมและอุปกรณ์ที่สามารถพกพาสะดวก แต่ถ้าหากคุณแม่วางแผนที่จะปั๊มในสถานที่เดียวกันทุกครั้ง คุณแม่ก็อาจไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความสะดวกและง่ายในการพกพา

  1. ขนาดของกรวยปั๊มนม

คุณแม่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดของกรวยปั๊มนมเป็นขนาดที่ถูกต้องสำหรับคุณแม่ ควรจะสามารถวางจุกนมไว้ที่กึ่งกลางด้านในของและควรพิจารณาดูว่าคุณแม่สามารถหาซื้อหรือเปลี่ยนได้ตามขนาดหรือพื้นผิวที่แตกต่างกันได้หรือไม่ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับคุณแม่จะได้ไม่เจ็บเต้านมขณะใช้งาน

  1. ฟังก์ชันของเครื่องปั๊มนม

คุณแม่อาจจำเป็นจะต้องพิจารณาในการเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีฟังก์ชันเสริมเพื่อช่วยในการกระตุ้นเต้านม ซึ่งฟังก์ชันเสริมเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถปรับระดับความหนักเบาในการปั๊มได้ ไปจนถึงการเลียนแบบการดูดนมของเด็กทารก ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เต้านมของคุณแม่ถูกกระตุ้นและมีน้ำนมไหลออกมาได้ดียิ่งขึ้น เพราะบางครั้งเต้านมของคุณแม่จะยังไม่สามารถปล่อยน้ำนมให้ไหลออกมาอย่างทันทีทันใด หรือยังได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นเครื่องปั๊มนมที่มีโหมดกระตุ้นเต้านมจึงเป็นฟังก์ชันเสริมที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก

 

เมื่อพิจารณาถึงความต้องการและความเหมาะสมกันถี่ถ้วน วันนี้ทีมกองบรรณาธิการจะพามาทำความรู้จักกับเครื่องปั๊มนม พร้อมกับ จัดอันดับเครื่องปั๊มนม น่าใช้ ให้คุณแม่ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกันเลยค่ะ

  1. Philips Avent

Philips Avent เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบปั๊มคู่ รุ่น SCF303/01 สำหรับรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพราะใช้งานไม่ยาก มีเทคโนโลยี Rhythmic Wave ที่คล้ายคลึงกับการดูดนมของทารก อีกทั้งยังมีที่นวดกันกระแทกที่ออกแบบมาติดกับเต้านม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนน้ำนมให้ออกมาอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ มีโหมดการปั๊มน้ำนมถึง 4 โหมด รวมถึงโหมดสลับการดูด ที่ทำให้ปั๊มน้ำนมได้อย่างผ่อนคลาย ที่โดดเด่นคือมีฟังก์ชันการจดจำระดับความถี่ที่ใช้งาน เครื่องทำงานด้วยแบตเตอรี่ 4AA และสามารถไฟฟ้าได้ มีน้ำหนักเบาพกพาได้สะดวก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.philips.co.th/c-m-mo/breast-pumps-care

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.philips.co.th/c-p/SCF303_01/natural-twin-electrical-breast-pump

 

  1. MEDELA

MEDELA เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น Freestyle Flex™ 2-Phase double electric ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถปั๊มนมไปด้วยทำอย่างอื่นไปด้วยได้อย่างสะดวกสบาย เพราะตัวเครื่องเบามากและยังมีคลิปสำหรับเหน็บตัวเครื่องไว้กับบราหรือขอบกางเกง แถมยังพกไปชาร์จไปได้อีก โดยฟังก์ชั่นก็น่าสนใจสุดๆ เพราะมีเทคโนโลยีการดูด 2 เฟส เริ่มจากการจำลองการดูดของทารก เป็นแบบดูดจังหวะสั้นแต่รวดเร็วจนน้ำนมเริ่มไหล แล้วจึงเปลี่ยนเป็นจังหวะช้าๆ ให้น้ำนมไหลอย่างสม่ำเสมอ แต่คุณแม่ก็สามารถเลือกปรับให้เป็นแบบที่ชอบได้เช่นกัน โดยปรับระดับแรงดูดได้ 9 ระดับ สามารถบันทึกแรงดูดและรอบที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.medela.com/breastfeeding/

จัดอันดับเครื่องปั๊มนม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.medela.com/breastfeeding/products/breast-pumps/freestyle-flex

 

  1. ATTITUDE MOM

ATTITUDE MOM เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น Galaxy ll มาพร้อมฟังก์ชั่นที่จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นโหมดการทำงาน ที่เลือกได้ถึง 5 โหมด เพื่อตอบโจทย์คุณแม่ได้อย่างครบครัน อาทิ ช่วยระบายน้ำนม, ช่วยนวดกระตุ้น เพิ่มปริมาณน้ำนม, ช่วยเพิ่มการไหลของน้ำนม บรรเทาอาการนมคัดตึง และช่วยรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า สามารถปรับ 2 เต้าให้เป็นโหมดที่ต่างกันได้ เพราะระบบการทำงานเป็นแบบ 2 มอเตอร์ ที่แยกกันอย่างอิสระ สามารถสลับข้างปั๊มได้ง่าย ๆ เพียงกดปุ่มเดียว รอบความถี่ในการดูดสูงสุด 137 รอบต่อนาที ในโหมด 2in1 เพื่อเพิ่มการกระตุ้นการผลิตน้ำนม ปรับระดับการทำงานได้หลากหลายระดับ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://attitudemombreastpump.com/

เครื่องปั๊มนม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.central.co.th/th/attitude-mom-galaxy-ll-electric-breast-pump-white-cds75856885

 

  1. NATUR

NATUR เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น D-5 เครื่องปั๊มนมที่ทำงานง่ายจนเราอยากขอแนะนำมากๆ อีกแบรนด์หนึ่งคือ เครื่องปั๊มนม natur ซึ่งเป็นแบบ 2 มอเตอร์ ทำงานอิสระแยกซ้าย-ขวา ปรับความถี่ในการกระตุ้นและแรงปั๊มแบบแยกข้างได้สูงสุดถึง 9 ระดับ ตัวกรวยปั๊มนมออกแบบมาอย่างดี ปากกรวยกระชับกับเต้านม จึงสามารถปั๊มเกลี้ยงเต้าได้อย่างนุ่มนวล แรงดูดนุ่มลึก สม่ำเสมอ ทำให้ปั๊มได้เร็ว ประหยัดเวลา ทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ชาร์จ 1 ครั้ง ใช้ปั๊มนมได้นาน 2 ชั่วโมง เป็นเครื่องปั๊มนม พกพา สะดวก เพราะหนักเพียง 400 กรัม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.naturbf.com/

เครื่องปั๊มนม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/NaturCorporation/

 

  1. YOUHA

YOUHA PLUS เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น 8804+ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคุณแม่ที่มองหาเครื่องปั๊มนม ถูกและดี เพราะนี่เป็นเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายและยังปั๊มได้อย่างนุ่มนวล สบายเต้า ตัวเครื่องใช้แบตลิเธียมเก็บไฟได้นานประมาณ 3 ชั่วโมง ใช้ปั๊มนมได้ 6-8 รอบ มีกรวยถอดเปลี่ยนได้ เข้ากับหัวนมได้ทั้งเล็ก ใหญ่ หรือแม้กระทั่งหัวนมยาว มี 3 โหมดการทำงาน 3 โหมด คือ โหมดเร่งกระตุ้นการหลั่งน้ำนม ช่วยเร่งและกระตุ้นการสร้างน้ำนม, โหมดดูดทั่วไป ช่วยดูดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า และโหมดดูดท่อน้ำนมอุดตัน มีโหมดจดจำการทำงานและมีระบบกันน้ำนมย้อน ตัวเครื่องเล็ก เบา เงียบ พกพาสะดวก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th-th.facebook.com/youhathai/

เครื่องปั๊มนม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.babyfirstcenter.com/category

 

อ่านต่อ.. จัดอันดับเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ ปั๊มเกลี้ยง เสียงเบา ฟังก์ชั่นครบ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันว่าท้อง

ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันแบบนี้เรื่องดีหรือร้าย ลุ้นกัน!!

ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันว่าท้อง ฝันเห็นคนท้อง หรือว่าเราจะมีข่าวดี รวมความเชื่อเกี่ยวกับ ทำนายฝัน ฝันแบบนี้ลางดี หรือลางร้าย เลขเด็ด รวยปังลุ้นกัน

ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันแบบนี้เรื่องดีหรือร้าย ลุ้นกัน!!

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือกำลังคิดวางแผนว่าจะมีบุตร แต่เมื่อคืนดัน ฝันว่าตัวเองท้อง !! ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังจะมีลูกเป็นตัวเป็นตนในอนาคตอันใกล้ แล้วจะหมายความว่าอย่างไร ฝันแบบนี้ลางดี หรือลางร้ายกันแน่ มาลองลุ้นกัน

ลางดี หรือลางร้าย ขึ้นอยู่กับรายละเอียด

เมื่อคุณฝันเรื่องใด ๆ ก็ตาม สิ่งหนึ่งหากคุณอยากทำนายความฝันนั้น ว่าเป็นลางบอกเหตุในด้านดี หรือด้านร้าย ต้องอย่าลืม จำรายละเอียดปลีกย่อยในความฝันเอาไว้ เพราะหากคุณจำรายละเอียดได้มากเท่าไหร่ ทำนายฝัน ก็จะมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากของใครหลาย ๆ คน เพราะเมื่อเราฝัน ตื่นขึ้นมาทำภารกิจประจำวันไปสักพัก ก็มักจะลืมความฝันนั้นไปเสียเกือบหมด บางคนก็ใช้เทคนิค จดความฝันนั้น ๆ ทันทีเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ดีไอเดียหนึ่ง หากคุณอยากนำไปใช้ก็คงไม่มีใครว่ากระไร

เมื่อคุณ ฝันว่าตัวเองท้อง มาค้นหาคำ ทำนายฝัน กัน
เมื่อคุณ ฝันว่าตัวเองท้อง มาค้นหาคำ ทำนายฝัน กัน

ตามตำราโบราณ การฝันว่าท้อง ฝันเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งมงคล ชีวิตกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่อาจจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย แต่อย่าเพิ่งกังวลใจกันไป เพราะเรารวมทุกคำทำนายที่เกี่ยวข้องกับคนท้อง พร้อมวิธีแก้เคล็ด มาฝากกันแล้ว ที่นี่ !!

รวมคำทำนายด้านดี เมื่อคุณ ฝันว่าตัวเองท้อง !!

ฝันว่าท้อง

ในความเป็นจริงแล้วคนที่ฝันว่าท้อง หรือฝันว่าตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่าจะได้ลูกเสมอไป ขึ้นอยู่กับบริบทต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จะทำนายว่ากำลังจะมีสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต เส้นทาง หรือทิศทางที่กำลังเดินไปจะมีแต่ความก้าวหน้า และจะตั้งตัวได้ในไม่ช้า หากต้องเจอกับอุปสรรคก็ขอให้มีสติ ไตร่ตรองในการกระทำเสมอก็จะทำให้แก้ปัญหาได้ไม่ยาก สำหรับผู้ที่รับราชการ หรือทำงานอยู่ในบริษัท ก็จะได้รับการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง มีหน้าที่การงานที่สูงขึ้น

ฝันว่าท้องใกล้คลอด

หากฝันว่าท้องใกล้คลอด ทำนายว่าสิ่งที่กำลังคิดหรือทำไว้จะประสบความสำเร็จ แต่อาจไม่ใช่ในทันที ต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป

ฝันว่าท้องอ่อนๆ

หากฝันว่าท้องอ่อนๆ ทำนายว่าเรื่องที่คิดไว้จะสำเร็จสมหวัง หรือถ้าใครคาดหวังเรื่องบุตร มีโอกาสที่บุตรคนนี้จะเป็นผู้หญิง

ฝันว่าท้องลูกแฝด

หากฝันว่าท้องลูกแฝด ทำนายว่าจะมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงาน หรือจะมีผู้ใหญ่เอ็นดูคอยช่วยเหลือเรา

ฝันว่าท้องแล้วแท้ง

หากฝันว่าท้องแล้วแท้ง ทำนายว่าจะหมดสิ้นเคราะห์กรรม หรือหายเจ็บไข้ แต่ก็จะมีเรื่องให้เสียเงินเสียทองตามมาด้วยเช่นกัน

ฝันเห็นคนท้อง

หากฝันเห็นคนท้อง ทำนายว่าจะได้รับข่าวของมิตรจากทางไกล ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งข่าวดีและข่าวร้าย

ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันว่าท้อง
ฝันว่าตัวเองท้อง ฝันว่าท้อง

ฝันเห็นเด็กทารก

หากฝันเห็นเด็กทารก ทำนายว่าจะได้รับโชคอย่างไม่คาดคิด ซึ่งอาจเป็นโชคจากการค้า หรือจากการเสี่ยงโชคก็ได้

ฝันเห็นเด็กผู้ชาย

หากฝันเห็นเด็กผู้ชาย ทำนายว่าคนในครอบครัวจะพบกับความสุขกันถ้วนหน้า ทรัพย์สินเงินทองหลั่งไหลเข้ามา มีแต่เรื่องน่ายินดี

เลขเด็ด รวยปัง!!

หากคุณฝันเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ฝันว่าท้อง ที่มีรายละเอียดในด้านดี แสดงถึงความมีโชค รับทรัพย์ แล้ว อย่าปล่อยผ่าน เรามาหยิบโชค จับเงินกัน ให้ปังยิ่งขึ้นกว่าเก่ากันดีกว่าไหม มาลองคำนวณเลขเด็ด เลขดี เลขที่ทำให้รวยปัง รวยเปรี้ยง กันเลย

ทำนายฝัน เลขเด็ด
ฝันว่าท้อง เลขเด็ดนำโชค : 10 , 19 , 59 , 101 , 195 , 910
ฝันว่าท้องใกล้คลอด เลขนำโชค : 3, 5, 8, 9
ฝันว่าท้องอ่อน ๆ เลขนำโชค : 0, 8
ฝันว่าท้องลูกแฝด เลขนำโชค : 0, 3, 4, 8
ฝันว่าท้องแล้วแท้ง เลขนำโชค : 0, 3, 7, 8
ฝันเห็นคนท้อง เลขนำโชค : 2, 6, 8
ฝันเห็นเด็กทารก เลขนำโชค : 1
ฝันเห็นเด็กผู้ชาย เลขนำโชค : 3, 4, 5

 

รวมคำทำนายด้านไม่ดี หากคุณฝันว่าท้อง!!

แม้ว่าจะเป็นคำทำนายฝัน ที่เมื่อคุณฝันว่าท้อง แล้วจะได้คำทำนาย ลางร้าย มา แต่อย่าเพิ่งกังวลใจมากไปนัก เพราะเรามีเคล็ดลับสะเดาะเคราะห์ เสริมดวง ที่อาจเปลี่ยนเรื่องร้าย ๆ ให้กลายเป็นดีได้อย่างแน่นอน

ฝันว่าท้อง สำหรับพ่อค้าแม่ค้า

หากใครที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าแล้วเกิดฝันว่าท้อง ก็อาจจะมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการค้าขาย อาจได้ย้ายที่ย้ายทางไปในตำแหน่งที่ไม่ค่อยดีนัก

ฝันว่าท้อง สำหรับสาวโสด

ฝันว่าท้องสำหรับสาวโสด ก็อาจหมายถึงการต้องมีชีวิตที่โดดเดี่ยว ต้องอยู่คนเดียวเสมอ หาคนรู้ใจ หรือคนที่ถูกใจได้ค่อนข้างยาก เมื่อตัดสินใจคบใครก็จะเจอแต่คนที่ไม่จริงใจเข้ามาในชีวิต ซึ่งอาจเทียบได้กับการอยู่บน ‘คานทอง’ สำหรับสาว ๆ ที่มีคู่ครองอยู่แล้ว ทำนายว่าจะเกิดความขัดแย้ง หรือมีปากเสียงกับคนรัก ใช้ชีวิตไปก็ไม่มีความสุข ส่วนใครที่ชีวิตเหงาเป็นปกติอยู่แล้วก็อาจจะก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่เรียกว่าอ้างว้างได้

ฝันเห็นคนอื่นท้อง

คนที่ฝันในลักษณะนี้ ทำนายได้ว่ามีเกณฑ์ที่จะต้องเจอกับปัญหาที่ทำให้เกิดความทุกข์ ความผิดหวัง เรื่องที่ไม่สมหวัง หรือความเศร้าใจจนก่อให้เกิดความเครียดได้ หากเก็บสะสมปัญหาเหล่านี้ไว้นานเข้าก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ฝันว่าท้องลูกชาย

หากฝันว่าท้องลูกชาย ทำนายว่าจะพบอุปสรรคหรือเคราะห์ร้ายจากหน้าที่การงาน ช่วงนี้หากได้รับหน้าที่สำคัญอะไร ควรระมัดระวังรอบคอบให้ดี อย่าใจร้อนกระทำสิ่งใด

ฝันว่าได้ลูกผู้หญิง
ฝันว่าได้ลูกผู้หญิง

ฝันเห็นเด็กผู้หญิง

หากฝันเห็นเด็กผู้หญิง ทำนายว่าจะมีเหตุให้ได้รับเคราะห์ หรือมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ แต่จะมีญาติผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่

ฝันว่าอุ้มเด็กภายในบ้าน

หากฝันว่าอุ้มเด็กภายในบ้าน ทำนายว่าจะเสียของรักหรือสิ่งของมีค่าภายในบ้านไป

ฝันว่าท้องลูกสาว

หากฝันว่าท้องลูกสาว ทำนายว่าจะได้รับเคราะห์ ทะเลาะเบาะแว้ง อาจจนถึงขั้นแตกหักกัน

อ่านต่อ >>เคล็ดลับไหว้พระเสริมดวงเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

รีวิวผ้าคลุมให้นม

10 อันดับ รีวิวผ้าคลุมให้นม นุ่มสบาย คลุมมิด ไม่มีโป๊

หากตอนนี้คุณแม่ที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับของที่จะใช้สำหรับลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาขึ้นมาดูโลก ซึ่งมีข้าวของเครื่องใช้มากมายที่ต้องเตรียมพร้อม และผ้าคลุมให้นม (Nursing Cover) ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ต้องเตรียมพร้อมไว้ด้วย เพราะหากวันหนึ่งคุณแม่ต้องเดินทางไปข้างนอกพร้อมกับลูกน้อย คุณแม่จะสามารถให้นมกับลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและไม่ทำลายความมั่นใจให้กับตัวคุณแม่เอง ผ้าคลุมให้นมสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด และเงียบสงบสำหรับลูกน้อยของคุณในทันที ช่วยปิดบังการให้นมลูกในที่สาธารณะทำให้คุณแม่ไม่โป๊เกินไป  นอกจากนี้ผ้าคลุมให้นมจะรักษาและเสริมสร้างความผูกพันพิเศษที่คุณแม่สร้างขึ้นระหว่างการให้นมลูกของคุณได้ด้วย เพราะมีลักษณะช่องว่างช่วงโค้งที่ขอบด้านบนนับเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิด Eye Contact ระหว่างแม่และลูกได้ มาดู รีวิวผ้าคลุมให้นม 10 แบรนด์ที่คัดเลือกมาแล้วว่าดีจริง

รีวิวผ้าคลุมให้นม 10 แบรนด์ นุ่มสบาย คลุมมิด ไม่มีโป๊

รีวิวผ้าคลุมให้นม

รูปแบบของผ้าคลุมให้นม

  1. ผ้าคลุมให้นมลูกแบบทั่วไป

ผ้าคลุมให้นมลูกแบบทั่วไปเป็นผ้าคลุมที่พบบ่อยที่สุดและอาจเป็นผ้าชนิดแรกที่คุณแม่นึกถึงผ้าคลุมให้นม จะมีลักษณะเป็นผ้าผืนใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมมีห่วงคล้องคอ ผ้าคลุมให้นมแบบดั้งเดิมก็มีเชือกผูกที่หลังของคุณด้วย ขอบเสื้อผู้หญิงตรงที่หน้าอกโค้งมนที่ด้านบนของผ้าคลุมให้นม ช่วยให้ผ้าคลุมไหลเวียนอากาศได้ดี มันเป็นผ้าคลุมให้นมที่สวมใส่สบายมาก

  1. ผ้าคลุมแบบเต็มตัวหรือผ้าปอนโช (Poncho)

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการจะสวมใส่ให้ดูเหมือนเป็นเสื้อไปในตัวนั้น แนะนำให้ใช้ผ้าคลุมให้นมแบบเต็มตัวหรือที่เราเรียกกันว่าผ้าปอนโช (Poncho) ซึ่งสามารถคลุมได้รอบทิศทาง โดยผ้าคลุมจะมีรูตรงกลางสำหรับสวมศีรษะ และด้วยลักษณะส่วนใหญ่ของเนื้อผ้าที่มีความพริ้วยืดหยุ่น จึงหมดกังวลเรื่องทารกในชุดคลุมจะมีความอึดอัดหรือไม่สบายตัวไปได้เลย

  1. ผ้าคลุมให้นมแบบผ้าคลุมไหล่

ผ้าคลุมไหล่เป็นเสื้อผ้าอเนกประสงค์ที่สามารถใช้เป็นผ้าคลุมให้นมหรือเป็นเสื้อคลุมได้ ผ้าคลุมไหล่ให้นมแทบจะแยกไม่ออกจากผ้าคลุมไหล่ทั่วไปและมีให้เลือกหลายแบบอีกทั้งมีสีให้เลือกหลากหลาย แต่ผ้าคลุมให้นมรูปแบบผ้าคลุมไหล่อาจไม่เหมาะสมเมื่อทารกมีแนวโน้มที่จะดึงผ้าคลุมขณะให้นมบุตร

  1. ผ้าคลุมให้นมแบบผ้าพันคอ

จะคล้ายกับผ้าพันคอธรรมดา แต่ขยายไปปิดด้านหน้าลำตัว ผ้าคลุมให้นมแบบผ้าพันคอมีขนาดกะทัดรัดและไม่เหมือนผ้าคลุมให้นมแบบทั่วไปซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน แม้ว่าพวกมันอาจไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเท่ากับผ้าคลุมให้นมอื่นๆ แต่ก็มีความยาวเพียงพอที่จะครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ

 

วิธีเลือกซื้อผ้าคลุมให้นม

  1. เลือกผ้าฝ้าย (Cotton) ซึ่งอ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด

เนื่องจากผ้าคลุมให้นมเป็นสิ่งที่ต้องสัมผัสกับผิวของทารกโดยตรง ดังนั้นผ้าคลุมที่ดีก็ควรมีผิวสัมผัสที่เหมาะสมและอ่อนโยนต่อผิวของทารกให้มากที่สุด โดยผ้าฝ้าย (Cotton) ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติดูดซับเหงื่อและช่วยระบายความร้อนได้ดี จึงทำให้นอกจากจะนิยมทำเสื้อผ้ามากที่สุดแล้ว ในผ้าคลุมให้นมก็ยังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ในทางกลับกัน เพื่อความปลอดภัยในเด็กที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าคลุมให้นมที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic Fiber) หรือผ้าจำพวกเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เนื่องจากเนื้อผ้าเหล่านี้มีคุณสมบัติสะสมประจุไฟฟ้าสถิต โดยหากทารกมีผิวแห้งก็จะยิ่งส่งเสริมให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย

  1. เลือกผ้าคลุมให้นมที่แกะกระดุมได้ เพื่อใช้เป็นผ้าคลุมไหล่หรือผ้าพันคอ

ผ้าคลุมให้นมสามารถใช้แทนผ้าคลุมไหล่ หรือผ้าพันคอ เพื่อปกคลุมบริเวณคอและไหล่ รวมถึงให้ความอบอุ่นกับคุณแม่ได้ โดยแนะนำให้เลือกผ้าคลุมให้นมแบบที่มีกระดุมเพื่อที่เวลาต้องการใช้เป็นผ้าคลุมไหล่ธรรมดาก็สามารถแกะกระดุมออกมาได้ และอาจเลือกผ้าคลุมที่มีสีสัน หรือมีดีไซน์ที่ทันสมัยและเข้ากับการแต่งตัวของตัวเองเพื่อนำมาประยุกต์กับลุคแต่งตัวในแต่ละวันได้ ทำให้เราสามารถใช้ผ้าคลุมให้นมได้หลายโอกาสและใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับคุณแม่ลูกอ่อนได้อีกด้วย

  1. เลือกผ้าคลุมให้นมที่มีขนาดเหมาะสม น้ำหนักเบาและพกพาสะดวก

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อผ้าคลุมให้นมคือขนาดและน้ำหนักของผ้า โดยควรเลือกผ้าคลุมที่มีขนาดเหมาะสมกับรูปร่างของคุณแม่และสามารถคลุมปิดบริเวณหน้าอกไปจนถึงหน้าท้องได้ทั้งหมด รวมถึงควรเลือกผ้าคลุมที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดภาระบริเวณไหล่และพกพาได้สะดวก เนื่องจากคุณแม่ลูกอ่อนมีอุปกรณ์ที่ต้องพกติดตัวมากมาย ผ้าคลุมให้นมจึงควรพับเก็บได้ง่ายและเมื่อถึงเวลาใช้งาน ก็ควรจะนำออกมาใช้งานได้สะดวกนั่นเอง

อย่างไรก็ตามนวัตกรรมที่ทันสมัยในปัจจุบันก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะหลายแบรนด์ได้มีการออกแบบผ้าคลุมสำหรับให้นมลูกโดยเฉพาะที่ใช้งานง่ายและมีประโยชน์หลายด้านมาไว้ให้เหล่าคุณแม่ได้เลือกซื้อมากขึ้น โดยในครั้งนี้ทีมแม่ ABK ได้รวบรวม 10 อันดับผ้าคลุมให้นมจากผู้ผลิตชั้นนำหลากหลายแบรนด์ ที่ต้องถูกใจคุณแม่ที่ต้องให้นมกับลูกน้อยมาฝากกันโดยมีให้เลือกทั้งแบบผ้าคลุมไหล่ แบบกระดุม และแบบผ้ากันเปื้อนเลยค่ะ

 

  1. Wacoal

ผ้าคลุมให้นม Wacoal x Summerstuff.marine รุ่น WW120200 ผลิตจาก ผ้า Premium comb cotton  ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่มีคุณภาพสูงและดีที่สุดของผ้า Cotton (ผ้าฝ้าย100%) ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัยในการหวีเส้นใย โดยเป็นการผลิตที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนทำให้ได้เนื้อผ้าที่นุ่ม หนา เนียนละเอียด อยู่ทรง ทิ้งตัวได้ดี ระบายอากาศ เหมาะสำหรับคลุมให้นม และอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อยมากกว่าผ้าจำพวกโพลีเอสเตอร์เนื่องจากเกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย ผ้าคลุมให้นมเป็นรูปแบบกระดุมหน้า ถอด-ใส่ได้ง่าย คลุมรอบด้าน เข้ากับเสื้อผ้าได้หลากหลาย สกรีนลายแม่ลูก สไตล์มินิมอล น่ารัก เป็นเอกลักษณ์ลายเส้นจาก Summerstuff.marine มาพร้อม Package กระเป๋าผ้าหูรูดช่วยให้จัดเก็บพกพาได้ง่าย กันฝุ่น ขนาดความยาวเสื้อ 73 ซม. อกยาว 140 ซม.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopfb.wacoal.co.th/th/product/913097/product-913097

รีวิวผ้าคลุมให้นม

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopfb.wacoal.co.th/th/product/913097/product-913097

 

  1. Iflin Baby

ผ้าคลุมให้นมรุ่น My Trendy Bamboo Nursing Cap มาในรูปแบบเสื้อคลุมให้นมใยไผ่ (แบบคลุมทั้งตัว หน้าหลัง) เป็นเสื้อคลุมให้นมที่ออกแบบมาสำหรับคุณแม่สาย fashionista ทุกท่าน เสื้อคลุม style collar cape มีปกเสื้อ ทำให้ใส่คลุมแล้วดูดี สวยเนี๊ยบ ดูไม่เหมือนผ้าคลุมให้นมทั่วๆไป ใส่คลุมแล้วเดินไปไหนมาไหนได้ไม่เคอะเขิน นอกจากมีปกแล้วยังมีกระดุม คุณแม่สามารถสวมใส่ได้แบบเสื้อเชิ้ตติดกระดุม ที่สำคัญที่สุดคือเสื้อคลุมให้นมตัวนี้ ทำจากผ้าใยไผ่ ที่นิ่ม ลื่น เบาบาง โปร่ง ผิวสัมผัสเย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี แต่ไม่โป๊ ทำให้คลุมให้นมหรือปั้มนมแล้วสบายตัว ไม่ร้อนทั้งคุณแม่คุณลูก หมดปัญหาลูกไม่ยอมเข้าเต้าหรือผลักผ้าคลุม ขนาดความยาวเสื้อ 22 นิ้ว อกยาว 60 นิ้ว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/iflinbaby

รีวิวผ้าคลุมให้นม

ขอขอบคุณภาพจากhttps://shopee.co.th/iflinbaby_official?categoryId=100632&entryPoint=ShopByPDP&itemId=1697114511

 

  1. Qd Little things

ผ้าคลุมให้นมเอนกประสงค์ รุ่น Flexi ผลิตจากผ้า 100% cotton knit (made in Japan) เพื่อความสะดวก สวย ใช้งานง่าย เหมาะกับทุกสภาพอากาศ เป็นได้ทั้งผ้าคลุมให้นม, ผ้าห่ม, ผ้าพันคอ, ผ้าคลุมไหล่, ผ้าห่ม,ผ้าคลุมรถเข็นซุปเปอร์มาเก็ต, ผ้าคลุมรถเข็น, ผ้าคลุมคาร์ซีท เนื้อผ้า นิ่ม นุ่ม และระบายอากาศได้ดี มีกระดุม สามารถเลือกปิดเพียง 1 เม็ดหรือจะปิดทุกเม็ดก็ได้ ขนาด Free Size เหมาะสำหรับคุณแม่ทุกคน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.qdlittlethings.com/

ผ้าคลุมให้นม

ขอขอบคุณภาพจาก https://nappibaby.com/product/nursing-cover-qd-flexi/

 

  1. A little Pearl

ผ้าคลุมให้นมลูก คุณภาพพรีเมี่ยม ที่สำคัญสามารถสั่งใส่ชื่อบนผ้าคลุมได้ ผลิตจากผ้าไหมสเปน เนื้อนุ่มน่าสัมผัส โดยเฉพาะด้านในที่ต้องสัมผัสโดนตัวคุณแม่และลูกน้อยจะนุ่มเป็นพิเศษ ใส่สบาย ไม่ร้อน บริเวณคอมีโครงพลาสติกให้คุณแม่สามารถก้มมองลูกได้ขณะให้นม และทำให้เด็กหายใจได้สะดวก คลุมเต็มตัวทั้งด้านหน้าและหลัง คลุมมิดชิด ไม่โป๊ ขนาด 42×25 นิ้ว (วัดจากจุดกว้างสุด) แถมฟรีถุงผ้าไหมซาตินสำหรับใส่ผ้าคลุม สะดวกแก่การพกพา สามารถสั่งทำใส่ชื่อและข้อความตามต้องการได้ ระยะเวลาการผลิต: 7-14 วัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/alittlepearl.official/

ผ้าคลุมให้นม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.alittlepearl.com/category

 

  1. Granny Ben

Granny Ben ผ้าคลุมให้นมใยเทนเซล TENCEL™ Muslin Poncho เนื้อผ้านุ่ม ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง สัมผัสเย็นสบายทำให้คุณแม่และลูกน้อยไม่รู้สึกร้อนขณะให้นม ผ้าคลุมสามารถคลุมได้ 360 องศา ปกปิดได้มิดชิด มาพร้อม Pocket ที่ติดอยู่ที่แถบคอด้านหลัง จัดเก็บและพกพาสะดวก นอกจากจะคลุมให้นมยังสามารถคลุมขณะออกไปข้างนอกหรือคลุมไหล่กันเปื้อนได้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.facebook.com/grannybenthailand/

ผ้าคลุมให้นม

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bclink.co/shop/grannyben/

 

รีวิวผ้าคลุมให้นม 10 แบรนด์ นุ่มสบาย คลุมมิด ไม่มีโป๊

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตั้งชื่อมงคล ตั้งชื่อลูก

ตั้งชื่อมงคล !เริ่มต้นดี ชีวิตรุ่ง เสริมมงคลให้ลูกน้อย

ตั้งชื่อมงคล ให้กับลูกน้อยกันเถอะ อันว่าชื่อเป็นด่านแรกของตัวตน ให้คนอื่นเรียกขาน ชื่อดี ชีวิตรุ่ง เสริมมงคลให้ลูกได้ มีหลักในการตั้งอย่างไรนะ

ตั้งชื่อมงคล !เริ่มต้นดี ชีวิตรุ่ง เสริมมงคลให้ลูกน้อย

เมื่อลูก คือ ที่สุดในดวงใจของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดเกี่ยวกับตัวเขา พ่อแม่ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอยู่เสมอ หากข้ามเรื่องของข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ นานาไปแล้ว สิ่งที่เราพ่อแม่จะต้องตระเตรียมไว้ให้ลูก เมื่อเขากำลังลืมตาดูโลก เห็นจะเป็น การตั้งชื่อลูก

ชื่อมงคล นับเป็นของขวัญชิ้นแรกที่เราพ่อแม่ได้จัดเตรียมไว้ให้แก่ลูกน้อย ดังนั้น พ่อแม่ทุกคนจึงพิถีพิถันในการเลือกชื่อกันไม่น้อย ก่อนจะไปถึงหลักการในการเลือกชื่อลูก ให้เป็นมงคล และถูกใจนั้น เรามาดูเหตุผลกันว่า

ทำไมจึงยังไม่ควรให้เด็กเลือกชื่อของตัวเอง?”

สำหรับแนวความคิดในการให้เด็กเลือกชื่อของตัวเอง โดยการไม่แจ้งชื่อไว้อย่างเป็นทางการนั้น เป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้นในโลกตะวันตก ซึ่งอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในสังคมไทย แต่ปัญหาที่ว่า การไม่ชอบชื่อของตัวเองที่พ่อแม่ตั้งให้นั้น ก็ยังมีให้เห็นได้ในสังคมของบ้านเรา เด็กบางคนโตขึ้นอาจรู้สึกอายในชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ ซึ่งมันเป็นชื่อที่ทันสมัย และดูดีในยุค ๆ หนึ่ง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ยิ่งชื่อที่กำลังอินเทรน จะยิ่งกลายเป็นชื่อที่น่าอายมากขึ้นเมื่อเวลาเปลี่ยนไป แต่ถึงกระนั้น นักจิตวิทยาก็ยังคงแนะนำว่า พ่อแม่ควรตั้งชื่อให้กับลูกเสียก่อน และทางเลือกที่ดีที่สุดต่อแนวความคิดที่จะให้ลูกเลือกชื่อที่ตัวเองชอบเองนั้น คือการให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนชื่อได้ตามกฎหมายเมื่ออายุมากขึ้น และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดยได้ให้เหตุผลไว้ว่า  “เด็กที่ไม่มีชื่อจะรู้สึกเหมือนไม่มีตัวตน และจะประสบปัญหาทางจิตใจอย่างแน่นอน”

ตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ลูก ดีไหม
ตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ลูก ดีไหม

หรือในอีกนัยหนึ่ง นักจิตวิทยาเชื่อว่า การที่พ่อแม่ไม่ตั้งชื่อให้กับลูกโดยอ้างว่าเพื่อต้องการให้เขาเลือกชื่อที่ชอบด้วยตนเองนั้น แม้แนวความคิดจะเป็นเรื่องที่ดูดี แต่สิ่งที่จะตามมาคือ การทำให้เด็กไม่เชื่อใจพ่อแม่ พวกเขาจะตั้งคำถามขึ้นในใจว่า จะเชื่อใจพ่อแม่ของเขาได้อย่างไรในการตัดสินใจเรื่องอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา เพราะแม้แต่ชื่อ พ่อแม่ยังไม่อาจรับผิดชอบได้  การไม่ตั้งชื่ออาจเป็นเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันในการตั้งชื่อให้ลูก บางทีพ่อแม่อาจไม่ต้องการรู้สึกรับผิดชอบกับการที่ลูกอาจถูกรังแก เพราะมีชื่อแปลก ๆ หรือล้าสมัย

การเลือกชื่อลูก : เรื่องที่ดูง่าย แต่ไม่ง่ายเอาเสียเลย!!

หากคุณเคยลองตั้งชื่อให้ใครสักคน คุณจะเข้าใจในความง่าย ที่ไม่ง่ายเลยสักนิด เพราะชื่อนั้น จะติดตัวคน ๆ นั้นไป อย่างน้อยก็สักระยะหนึ่งแล้วกัน ดังนั้นหากคุณกำลังเหนื่อย และสับสน วุ่นวายอยู่กับการเลือกชื่อแล้วละก็ ลองมาฟังคำแนะนำ ในการตั้งชื่อ 8 ประการ กันก่อนดีไหมไม่ว่าลูกคุณจะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ตาม

8 เคล็ดลับในการเลือกชื่อให้ลูกน้อย!!

1. หลีกเลี่ยงการตั้งชื่อตามเทรนด์ ชื่อแปลก ๆ

การศึกษาของมหาวิทยาลัย Marquette พบว่าผู้ที่มีชื่อสามัญมักจะได้รับการว่าจ้างมากกว่า และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กค้นพบว่าผู้ที่มีชื่อที่ออกเสียงง่ายกว่าจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า การตั้งชื่อให้คุณพ่อคุณแม่ลองถามคำถามกับตัวเองว่า ชื่อนั้นจะ…หากคำตอบของคำถามเหล่านี้คือ “ใช่” ให้หลีกเลี่ยง

  • ฟังดูไร้สาระ น่าตลก ในอีก 10 ปีข้างหน้าหรือไม่?
  • เด็กคนอื่นๆ เมื่อได้ฟังชื่อนั้น แล้วจะหัวเราะเยาะ หรือขบขันที่โรงเรียนหรือไม่?
  •  ลูกของฉันจะต้องสะกดหรืออธิบายชื่อของพวกเขาทุกวันในชีวิตหรือไม่?

2.จำไว้ว่าชื่อคลาสสิกไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ

แต่ก็มิได้แนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องตั้งชื่อที่คนตั้งกันเยอะแยะ มากมาย ชื่อคลาสลิกอาจเป็นชื่อเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่ไม่ค่อยซ้ำใครก็ได้ หรืออย่างน้อยคนใกล้ตัวไม่ค่อยได้มีชื่อเหล่านั้น

3.ย้อนดูชื่อบรรพบุรุษของครอบครัวของคุณ

อีกหนึ่งความคิดที่ดี คือ การที่คุณลองนึกย้อนไปถึงคนในครอบครัว ชั้นบรรพบุรุษว่าพวกท่านมีชื่อที่คุณฟังแล้วชอบใจ หรือถูกใจหรือไม่ เพราะชื่อเหล่านั้นนอกจากจะมีความหมายดีแล้ว ยังมีคุณค่าทางใจให้เราระลึกถึงอีกด้วย

4.ให้เกียรติวัฒนธรรมของคุณ

หากการตั้งชื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมของครอบครัว เช่น ชื่อเป็นชื่อที่มีความเป็นไทย คำไทย หรือหากคุณมีเชื้อสายใด ๆ การระลึกถึงวัฒนธรรมของชื่อในแบบของคุณ ก่อนการเลือกชื่อให้ลูกก็จะทำให้ชื่อนั้นมีความหมายมากกว่าแค่คำที่มีความหมายดี แต่มีประวัติความเป็นมาอีกด้วย

5.ค้นหาความหมาย

ชื่อบางชื่อ อาจออกเสียงไพเราะ ฟังแล้วน่าฟัง แต่ความหมายนั้นตรงกันข้าม ดังนั้นคุณควรจะหาข้อมูลถึงความหมายของชื่อเหล่านั้นที่คุณเลือกว่า มีความหมายไปในทางที่ดีหรือไม่

เคล็ดลับ ตั้งชื่อลูก
เคล็ดลับ ตั้งชื่อลูก

6.พิจารณาความหมายแฝงของชื่อที่เป็นไปได้ทั้งหมด

บางครั้งชื่อที่เราเลือกด้วยความตั้งใจถึงความหมายอย่างหนึ่ง แต่มันสามารถเพี้ยน หรือมีความหมายแฝงไปอีกแบบหนึ่ง ทางที่ดีคุณควรเรียกทุกคนที่รู้จักลองให้ความเห็นเกี่ยวกับชื่อที่คุณเลือก เพื่อขยายความว่าคนอื่นเขารับรู้ในชื่อนั้น ในทางใดบ้าง

7.ค้นหาว่าชื่อนั้น มีบุคคลดังใครบ้างที่มีชื่อนี้

ให้แน่ใจว่าไม่มีตัวละคร หรือบุคคลที่เป็นที่รู้จักในทางไม่ดี มามีชื่อเดียวกับลูกในท้องของคุณ สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการคือการให้คนอื่นพูดว่า “มีดาราหนังผู้ใหญ่ชื่อนั้นไม่ใช่เหรอ!”

8.อย่าเครียดมาก

แม้ว่าการเลือกชื่อนั้นจะดูไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปในอนาคต อาจมีเหตุบางอย่างที่เราคาดไม่ถึง ทำให้ชื่อที่เราเลือกให้ลูกฟังดูตลก แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลจนเครียดมากเกินไป ถึงแม้ว่าลูกจะไม่ชอบชื่อนั้น ด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่จำไว้ว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนชื่อของเขาได้เมื่อโตขึ้น  แม้ว่าจะต้องใช้เอกสารจำนวนมากและค่าธรรมเนียมบางอย่าง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

จากเคล็ดลับทั้ง 8 ประการในการเลือกชื่อลูก คงทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจขึ้นมาบ้างกันแล้วใช่ไหม มาถึงตอนนี้เมื่อเราได้แนวทางมาครบแล้ว คราวนี้ลองมาเพิ่มอ๊อฟชั่นในชื่อลูกน้อยกันอีกเสียหน่อย ด้วยการเลือกชื่อที่เป็นมงคล เพราะหากคุณ ตั้งชื่อมงคล ให้กับลูกเป็นการเริ่มต้นที่ดี ทำให้ชีวิตรุ่งเรืองได้ไม่ยาก ด้วยศาสตร์แห่งการตั้งชื่อมงคล

 

อ่านต่อ>> ตั้งชื่อมงคล ให้ลูก เริ่มต้นดี ชีวิตรุ่ง เสริมมงคลให้ลูกน้อย คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฝันเห็นผี ผีหลอก

ฝันเห็นผี ผีหลอก ยิ่งน่ากลัวยิ่งดีนะเออ!!

ฝันเห็นผี ผีหลอก ผีมาขอส่วนบุญ ฝันแบบนี้น่ากลัวพาให้จิตตก แต่รู้ไหมยิ่งน่ากลัวยิ่งเป็นเรื่องดีนะเออ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นมาฟัง ทำนายฝัน ผีๆ กัน

ฝันเห็นผี ผีหลอก ยิ่งน่ากลัวยิ่งดีนะเออ!!

ผีหลอก ในฝัน ผีมาหา มาขอส่วนบุญ หรือว่ามาให้โชคเรากันแน่นะ เมื่อฝันว่าโดนผีหลอก คงทำให้ใครหลาย ๆ คนกลุ้มใจ คิดว่าเป็นเรื่องไม่ดี ฝันร้าย ดวงตกแน่ ๆ แต่รู้กันไหมว่า ฝันเห็นผี ผีมาหลอกนั้น ยิ่งฝันน่ากลัว ยิ่งให้โชคนะเออ!!

ทำนายฝันผี ๆ สไตล์จิตวิทยา!!

ความฝันแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวที่มักถูกอธิบายทางด้านไสยศาสตร์ หรือโหราศาสตร์ ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ แต่ยังมีอีกศาสตร์หนึ่งที่ให้ความสนใจ และมักจะนำ ความฝันมาทำนายถึงสภาวะอารมณ์ของคนที่ฝัน ทำความเข้าใจในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ที่มักจะเก็บกดอารมณ์ด้านลบ ปมในใจไว้ในส่วนลึกของจิตใจ จนตัวเองต้องทำการปลดปล่อยออกมาในรูปแบบของความฝัน ที่แม้เจ้าตัวเองยังไม่รู้ถึงสภาวะอารมณ์นั้น ๆ

ฝันเห็นผี ฝันดีหรือฝันร้าย
ฝันเห็นผี ฝันดีหรือฝันร้าย

ฝันว่าผีหลอก

เมื่อเราฝันว่าโดนผีหลอก หรือถูกผีอำ มักจะเป็นสัญญาณถึงความเก็บกดอารมณ์บางอย่าง หรืออาจกำลังมีปมในใจที่แก้ไขไม่ได้ หาทางออกไม่เจอ มีเรื่องที่ยังเป็นปริศนาที่คุณกำลังตามหาความจริงอยู่ เลยเก็บมาฝันถึงผีหรือสิ่งลี้ลับ ซึ่งจัดเป็นสิ่งที่ไม่มีความชัดเจนในตัวเอง ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหม และไม่รู้ความต้องการว่ามาเข้าฝันเราทำไม

ฝันเห็นผีทำร้าย

หากฝันเห็นผีน่ากลัวมาก เหมือนจะมาเอาชีวิตเราไป มักจะหมายถึงคุณอยากหายไปเพื่อกลายเป็นคุณคนใหม่ อยากลืมเรื่องบางอย่างที่คอยทำร้ายไม่จบไม่สิ้น จิตใจจึงหาทางออกด้วยการทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองได้หายไป ตายไป

ฝันว่าฆ่าผี

อันนี้ออกแนวโหด เมื่อเป็นคุณเสียเองที่ทำร้ายผี หมายถึงว่า สิ่งที่คุณกำลังเครียดอยู่ในใจอาจเป็นปัญหาภายในครอบครัว หรือกำลังเผชิญปัญหาที่วันยังค่ำคุณก็ตกเป็นรอง ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แน่ ๆ เลยต้องมาระเบิดเอาในฝัน

ฝันว่าผีหลอกแต่ไม่กลัว

ถ้าฝันว่าเห็นผี แต่ในฝันคุณไม่กลัวผีเลย นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกได้ว่า คุณมีความมั่นคงทางอารมณ์พอตัว คุณไม่ได้มีความเครียด ไม่ได้มีสิ่งที่รู้สึกเป็นกังวล แถมยังกำลังเป็นสุขกับชีวิต จนต่อให้เจอผีร้ายก็ไม่ทำให้รู้สึกสั่นคลอนไปได้ อาจมีเรื่องดี ๆ ในชีวิตจนไม่เก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ทำให้ไม่ว่าเรื่องน่ากลัวใด ๆ ก็ไม่อาจทำให้คุณกลัวไปได้

ฝันว่าผีหลอก ตกใจมาก

คุณเป็นกลุ่มคนที่มีนิสัยเพอร์เฟกชั่นนิสต์ หรือคนที่มีสิ่งที่คาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมอยู่ในตัวเองอยู่แล้วใช่ไหม? ซึ่งต่อให้จะแสดงออกว่ามั่นใจแค่ไหน ไม่หวั่นไหวเพียงใด แต่ลึก ๆ แล้วในใจคุณกำลังกังวลถึงคนบางคนหรือเรื่องบางเรื่องอยู่อย่างที่สุดต่างหาก เลยเก็บเอาความรู้สึกในทางลบมาระบายออกในฝัน เพื่อให้ชีวิตจริงยังสามารถคงความนิ่งไว้ได้

ฝันเห็นผีอยู่ไกล ๆ

คุณเป็นคนที่ขี้กังวล ชอบวิตกกับอนาคต เป็นความฝันที่บ่งบอกถึงสิ่งที่กังวลอยู่ในใจ และเป็นความกังวลถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น กังวลกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีความแน่นอน

ฝันเห็นผีหลาย ๆ ตน

แสดงว่าคุณกำลังสับสน วุ่นวาย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำในช่วงเวลานี้ แต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือทำอะไรเลยสักอย่าง ในทางจิตวิทยาการฝันเกี่ยวกับผีมาหลอกแบบนี้ เป็นการแสดงความกังวลลึก ๆ ในใจ

อย่าเพิ่งตกใจกลัว เมื่อ ฝันเห็นผี
อย่าเพิ่งตกใจกลัว เมื่อ ฝันเห็นผี

ฝันว่าตายไปเป็นผี

ถ้าฝันว่าตัวเองกลายเป็นผีซะเอง ในทางจิตวิทยาจะบ่งชี้ได้ถึงความรู้สึกในทางลบที่คุณรู้สึกกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความอับอาย ความละอายใจ ความกลัว ความรู้สึกผิด ที่อัดแน่นอยู่ในใจ เป็นการระบาย ปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้นผ่านความฝัน

ฝันว่าเพื่อนกลายเป็นผี

ถ้าฝันว่าเพื่อนคนไหนเป็นผีแล้วมาเข้าฝันเรา แปลว่าคุณกำลังใช้ชีวิตอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่น่าพอใจเท่าไรอยู่หรือเปล่า และในใจลึก ๆ ก็กำลังคิดว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดี ซึ่งหากฝันแนวนี้ซ้ำบ่อย ๆ คงต้องตัดสินใจสักทีแล้วล่ะ

ฝันว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่กลายเป็นผี

เป็นความฝันถึงคนที่ห่าง ๆ กับเจ้าของความฝัน หรืออาจเป็นคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำไป แต่เกิดอาการไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเจอ ไม่ถูกชะตา เป็นคนที่ต้องระวัง เพราะเมื่อเข้าใกล้คน ๆ นี้แล้วเสี่ยงเจอเรื่องไม่ดีมากกว่าเรื่องดี

ฝันเห็นคนที่ตายไปแล้ว

ถ้าฝันแบบนี้บ่อยจนรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ ลองทบทวนดี ๆ ว่าคุณรู้สึกกับคนในฝันแบบไหน มีอะไรที่รู้สึกติดค้าง มีสิ่งที่ทำผิดพลาดกับเขา หรือมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำให้เขาไหม เพราะความฝันแบบนี้มักจะแสดงถึงความรู้สึกผิด ความรู้สึกที่ยังค้างคา ซึ่งทางที่ดีคุณควรปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกดังกล่าวได้แล้ว เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ให้เราได้แก้ไขหรือทำอะไรให้อีกต่อไป

ฝันเห็นผีไม่มีหน้า

คุณกำลังรู้สึกเหนื่อย แต่อีกใจหนึ่งก็เฝ้าบอกให้ตัวเองสู้ ๆ ผีไม่มีหน้าตนนั้น นั่นหมายถึงตัวคุณเอง

ฝันเห็นผี ยิ่งน่ากลัว ยิ่งดีนะเออ
ฝันเห็นผี ยิ่งน่ากลัว ยิ่งดีนะเออ

ฝันว่าผีพยายามจะคุยด้วย

คุณอาจมีปัญหาขัดแย้งกับใครสักคนที่เป็นคู่ปรับ เป็นคู่แข่งที่อยากเอาชนะให้ได้ จึงพยายามจะเสาะหาวิถีทางต่าง ๆ แม้กระทั่งในฝัน อาจบ่งชี้ถึงภาวะเครียดหรือการหนักใจกับปัญหาและอุปสรรคที่กำลังพบเจอ

ฝันว่ามีอะไรกับผี

คุณเคยสูญเสียคนรัก หรือเขาอาจมาให้กำลังใจ มาสื่อให้คุณใช้ชีวิตต่อไป โดยมีความทรงจำดี ๆ ไว้เติมเต็มหัวใจในวันที่รู้สึกไม่ไหวก็พอ ทว่าหากไม่เคยสูญเสียคนรักแต่ฝันว่ามีซีนโรแมนติกกับผี อาจหมายถึงการรอคอยอะไรบางอย่าง และอาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังโหยหาความรู้สึกรัก ๆ ใคร่ ๆ จากใครสักคนอยู่ก็ได้
         
ความฝันในทางจิตวิทยา ไม่ใช่เป็นเรื่องไร้สาระ แต่หากเป็นกลไกป้องกันตัวเองของมนุษย์อย่างหนึ่ง ที่เอาไว้ใช้ระบายความเครียด ปมในใจ ปัญหาที่คิดไม่ตก แล้วมาระบายออกเป็นความฝัน ทำให้จิตใจได้ผ่อนคลายลง ดังนั้นหากมองความฝันในทางจิตวิทยาแล้ว สิ่งที่เราฝันก็คือตัวเราเองนั่นแหละ ไม่ใช่สิ่งเร้นลับแต่อย่างใด

อ่านต่อ >>คำทำนายฝันทางโหราศาสตร์ เมื่อคุณ ฝันเห็นผี ทำนายดีหรือร้ายมาลุ้นกัน!! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Resilience

เทคนิคสร้าง Resilience สำหรับเด็กเล็ก เพื่อเพิ่มทักษะ “ล้มแล้วลุกให้ไว”

Resilience – ในช่วงชีวิตของเด็ก การเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกับเหตุและผลในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คือ สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องปลูกฝัง การต้องพบเจอกับเรื่องผิดหวัง และความล้มเหลวในโลกของเด็กนั้นมีมากมายหลายอย่าง ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การได้รับการปลูกฝัง ความยืดหยุ่น หรือ ทักษะการ ‘ล้มแล้วลุกให้ไว’ หลังจากความท้าทายและช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเด็กๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การต่อบล็อกของเล่นไม่สำเร็จดังใจ หรือแม้แต่ เรื่องใหญ่ๆ เช่นการไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก การย้ายบ้าน หรือการต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว นอกจากนี้ยังอาจรวมถึงประสบการณ์ที่ร้ายแรง เช่น การถูกรังแก ครอบครัวแตกแยก ความเจ็บป่วยในครอบครัว หรือการเสียชีวิต พ่อแม่สามารถช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะและพัฒนาทักษะความยืดหยุ่นนี้ได้โดยการสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวและพร้อมเสมอที่จะสนับสนุนพวกเขาด้วยแนวทางที่เหมาะสม

เทคนิคสร้าง Resilience สำหรับเด็กเล็ก เพื่อเพิ่มทักษะ “ล้มแล้วลุกให้ไว”

แม้ว่าวัยผู้ใหญ่จะเต็มไปด้วยความรับผิดชอบในโลกแห่งความจริง แต่สำหรับเด็ก โลกของพวกเขาก็ไม่ได้ปราศจากความเครียดเสมอไป เด็กๆ อาจจะต้องรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ในชีวิตที่ไม่คุ้นเคย การต้องย้ายโรงเรียน เปลี่ยนเพื่อนบ้าน ความเจ็บป่วย การเผชิญหน้ากับคนพาล การคบเพื่อนใหม่ และบางครั้งอาจโดนเพื่อน แกล้ง แน่นอนว่าพวกเขาต้องเผชิญกับความชอกช้ำในโลกแห่งความเป็นจริงที่พ่อแม่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ในทุกสถานการณ์ การสอนให้พวกเขารับมือกับเรื่องราวต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขตามความเป็นจริง

เมื่อเด็กๆ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ท้าทายได้ พวกเขา จะเกิดความรู้สึกว่าพวกเขาสามารถหาทางออกให้ตัวเองได้ รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร และจะสามารถจัดการกับสิ่งที่ถาโถมใส่พวกเขาด้วยความรู้สึกมั่นใจ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าเด็กๆ จะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่พวกเขาจะรู้จักวิธีขอความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมเพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาในขั้นตอนต่อไปได้ในแบบของตัวเอง

ความยืดหยุ่นไม่ใช่ทักษะที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดแต่เป็นสิ่งที่สามารถสอนและเรียนรู้ได้ วัฒนธรรมที่พยายามทำให้ลูกๆ ของเราสบายใจในทุกๆ เรื่อง คือสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ในฐานะผู้ปกครองเราพยายามที่จะเอาชนะทุกสิ่งที่ลูกๆ ของเรากำลังเผชิญ แต่ในเมื่อปัญหาของเด็กเกิดขึ้น ชีวิตจริงอาจไม่ง่ายแบบนั้น ซึ่งต่อไปนี้ คือ คำแนะนำและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณปลูกฝังทักษะ ล้มแล้วลุกให้ไว ให้แก่ลูกๆ ของคุณได้ค่ะ

1. สร้าง Resilience ต้องไม่ตอบสนองทุกความต้องการของลูก

เมื่อใดก็ตามที่เราพยายามให้ความมั่นใจและความสบายใจแก่เด็กๆ มากเกินไป นั่นหมายความว่าเรากำลังขัดขวางหนทางที่เด็กๆ จะสามารถพัฒนาการแก้ปัญหาและสร้างความเชี่ยวชาญด้วยตัวเอง การตอบสนองทุกความต้องการของลูกอาจทำให้เด็กเกิดความวิตกกังวล ตัวอย่าง เช่น สมมุติว่าลูกลืมทำการบ้านที่ต้องส่งคุณครูในวันรุ่งขึ้น ลูกต้องการที่จะเล่นของเล่นมากกว่า แล้วบอกให้พ่อแม่จัดการรีบทำให้ลูกในตอนกลางคืน เป็นต้น ด้วยการแก้ปัญหาวิธีนี้ อาจส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาได้ด้วยตัวเองในอนาคตไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นอย่ามองว่าการช่วยเหลือลูกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ส่งผลเสียต่ออนาคตของลูก เพราะทุกๆ การกระทำในปัจจุบันย่อมส่งผลต่ออนาคต

2. สร้าง Resilience ต้องหลีกเลี่ยงการขจัดความเสี่ยงทั้งหมด

โดยธรรมชาติแล้ว ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานของตนเองปลอดภัย สบายใจ แต่การขจัดความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจทำให้ลูกพบกับความยากลำบาก อาจปิดโอกาสเด็กๆ จากการเรียนรู้ที่จะสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ตัวเองได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง เช่น เด็กที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นในสนามเด็กเล่นเนื่องจากผู้ปกครองต้องการปกป้องเด็กจากการบาดเจ็บ  แน่นอนว่าเด็ฏจะได้รับการขัดขวางไม่ให้เรียนรู้เกี่ยวกับการรับความเสี่ยงในสนามเด็กเล่น เป็นต้น ดังนั้นกุญแจสำคัญคือการยอมให้มีความเสี่ยงที่เหมาะสมและสอนทักษะที่จำเป็นแก่ลูก ๆ ของคุณ การให้อิสระที่เหมาะสมกับวัยแก่เด็กจะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ขีดจำกัดของพวกเขาและรับมือกับเรื่องต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

3. สร้าง Resilience ต้องสอนให้ลูกรู้จักแก้ปัญหา

สมมติว่าบุตรหลานของคุณต้องการเข้าค่ายพักแรมกับโรงเรียน แต่กังวลว่าจะต้องอยู่ไกลบ้าน พ่อแม่ที่กังวลใจอาจบอกลูกว่าถ้าอย่างนั้นลูกก็ไม่ต้องไปหรอก แต่แนวทางที่มีสติและเหมาะสม คือ การทำให้ความกังวลใจของบุตรหลานของคุณเป็นปกติ และช่วยให้พวกเขาคิดหาวิธีรับมือได้เมื่อรู้สึกคิดถึงบ้าน ดังนั้นคุณอาจถามลูกของคุณว่าพวกเขาจะฝึกทำความคุ้นเคยกับการต้องอยู่ไกลบ้านได้อย่างไร?  หรือเมื่อการสอบปลายภาคทำให้เด็กๆ กังวล คุณควรคิดหากลยุทธ์ต่างๆ รวมกับเด็กๆ เพื่อหาวิธีที่พวกเขาจะสามารถจัดการเวลาและตารางเรียนเพื่อเตรียมสอบได้ กล่าวคือ การให้ลูกๆ ของคุณมีส่วนร่วมกับการค้นหา ได้คิดว่าพวกเขาจะจัดการกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตได้อย่างไร ตลอดจนการให้โอกาสพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อค้นหาว่าสิ่งใดใช้ได้ผลและไม่ได้ผลจ ะช่วยสร้างทักษะความยืดหยุ่นที่สำคัญกับชีวิตของพวกเขาได้

วิธีสร้าง Resilience ให้ลูก
วิธีสร้าง Resilience ให้ลูก

4. ต้องสอนทักษะที่เป็นรูปธรรม

ดังคำเปรียบเปรยที่ว่า “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลา และสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า” ด้วยแนวทางนี้จะช่วยสอนทักษะเฉพาะที่เด็กๆ จะต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับสถานการณ์บางอย่างด้วยตนเอง การเปิดโอกาสให้พวกเขารู้ว่าต้องใช้ทักษะอะไรถึงจะไปถึงจุดหมายนั้นๆ ได้จึงสำคัญเสมอ

อ่านต่อ…เทคนิคสร้าง Resilience สำหรับเด็กเล็ก เพื่อเพิ่มทักษะ “ล้มแล้วลุกให้ไว” คลิกหน้า2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ไบโพลาร์

ทำความเข้าใจ ไบโพลาร์ โรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอด ควรรับมืออย่างไร?

ไบโพลาร์ – ช่วงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความท้าทายด้านสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณหรือสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคทางจิต รวมถึงโรคไบโพลาร์ นอกจากนี้สำหรับการตั้งครรภ์ท้องแรก คุณแม่หลายๆ คนอาจเกิดความวิตกกังวลได้ต่างๆ นาๆ จนอาจพัฒนากลายเป็นโรคทางจิตใจได้ ที่สำคัญผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์อยู่แล้วก่อนตั้งครรภ์ อาการต่างๆ อาจทรุดลงได้ทั้งระหว่างและหลังการตั้งครรภ์ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ทำความเข้าใจ ไบโพลาร์ โรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอด ควรรับมืออย่างไร?

หากพูดถึงอารมณ์ที่แปรปรวนช่วงหลังคลอดคงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับคนท้องทุกคน และเป็นเรื่องปกติมากหากคุณประสบกับความสุข ความเศร้า ความเหนื่อยล้า และความกังวลในช่วงของสัปดาห์หลังคลอด แต่ถ้าคุณมีความรู้สุกคุ้มดีคุ้มร้ายแที่ต่างกับแบบสุดขั้ว คุณอาจกำลังประสบกับโรคอารมณ์สองขั้ว ผู้หญิงมากถึงครึ่งหนึ่งที่มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด ในจำนวนนี้อาจตรวจพบโรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอดด้วยเช่นกัน

การต้อนรับทารกแรกเกิดสู่โลกเป็นเรื่องปกติที่คุณจะได้สัมผัสกับอารมณ์ที่หลากหลาย แต่ถ้าดูเหมือนว่าอารมณ์ของคุณมีลักษณะแตกต่างเป็นสองขั้วอย่างรุนแรงคงไม่ใช่เรื่องปกติ

แน่นอนว่าโรคอารมณ์สองขั้วมาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะตัว ซึ่งรวมถึงอารมณ์แปรปรวนอันเป็นผลมาจากความผันผวนของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจส่งผลต่ออารมณ์ของคุณ บางวันคุณอาจรู้สึกมีความสุข แต่อีกวันคุณอาจรู้สึกหงุดหงิดและหดหู่ ที่สำคัญ อาการไบโพลาร์อาจเด่นชัดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้หญิงอาจพบว่าการตั้งครรภ์สามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ได้

ผู้ที่ต้องเผชิญกับโรคที่สภาวะทางอารมณ์แบ่งเป็นสองขั้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่สำคัญซึ่งสลับกันไปมา ระหว่างอารมณ์ดีมากแบบผิดปกติและอารมณ์ซึมเศร้าอย่างหนักหน่วง เมื่อเข้าสู่ช่วงหลังคลอด มีโอกาสเป็นไปได้ที่คุณอาจต้องเผชิญกับภาวะอารมณ์สองขั้ว ซึ่งเป็นภาวะสุขภาพจิตที่อาจเริ่มต้นขึ้นไม่นานหลังคลอด ได้แก่ อารมณ์ดีผิดปกติและภาวะซึมเศร้า  ในบางกรณี สัญญาณแรกของโรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอดอาจคล้ายกับโรคจิตหลังคลอด เป็นความเจ็บป่วยทางจิตที่พบได้น้อยแต่ร้ายแรง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอารมณ์แปรปรวนอย่างรวดเร็วจนสามารถเห็นภาพหลอน หรือมีความเชื่อแบบหลงผิดได้ งานวิจัยจากแหล่งที่เชื่อถือได้ในปี พ.ศ. 2561 ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอดอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (PPD) หรือโรคจิตหลังคลอด ในช่วงหลังคลอด

ไบโพลาร์ หลังคลอดสาเหตุเกิดจากอะไร?

ภาวะสุขภาพจิตหลังคลอดอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด ในผู้หญิงบางคนอาจมีอาการมากอาการน้อยแตกต่างกันได้ สำหรับโรคไบโพลาร์เคมีในสมองส่วนบุคคล ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองและองค์ประกอบทางพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรค

หากคุณมีประวัติภาวะซึมเศร้าหลังคลอดหรือโรคจิตเภทหลังคลอด ตลอดจนมีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวเป็นโรคไบโพลาร์ คุณอาจมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาอาการของโรคไบโพลาร์ในช่วงหลังคลอดได้มากขึ้น ซึ่งทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมนั้นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโรคสองขั้วหลังคลอด

ปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาของไบโพลาร์หลังคลอด ได้แก่

  • มีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้ว
  • ประวัติเคยเป็นโรคไบโพลาร์
  • ประวัติภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
  • ประวัติโรคจิตหลังคลอด

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอด ได้แก่

  • การไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี
  • การว่างงานหรือความยากจน
  • การมีลูกเมื่อยังไม่พร้อม

ความผิดปกติอื่นๆ หลังคลอดที่มีผลต่อการเกิดโรคอารมณ์สองขั้ว อาจรวมถึง

  • การอดนอน
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่สำคัญ (เช่น ระหว่างตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร)
  • ประสบการณ์การคลอดที่เจ็บปวด
โรคอารมณ์สองขั้ว
โรคอารมณ์สองขั้ว

สัญญาณและอาการของโรค ไบโพลาร์ หลังคลอด

เช่นเดียวกับโรคไบโพลาร์ โรคไบโพลาร์หลังคลอดมีลักษณะเฉพาะด้วยความผันผวนของอารมณ์ที่เรียกได้ว่าคุ้มดีคุ้มร้ายแบบสุดขั้ว ความแตกต่างหลักคือการเริ่มมีอาการในวันหรือสัปดาห์หลังการคลอดบุตร โดยอาการจะเริ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในศูนย์ถึงสองเดือน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดโดยทั่วไปจะมีระยะเวลาที่เริ่มมีอาการนานกว่าตั้งแต่ศูนย์ถึงห้าเดือนหลังคลอด

อารมณ์สุดขั้วที่เกิดขึ้นหลังคลอดสามารถแสดงออกเป็นความคุ้มคลั่งหรือภาวะ Hypomania ความคุ้มคลั่งเป็นอาการที่รุนแรงมากที่ทำให้เกิดความบกพร่องในการใช้ชีวิต คุณอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หรือสำหรับอารมณ์ที่ยกระดับขึ้นเพื่อพิจารณาความคุ้มคลั่งนั้นจะต้องคงอยู่อย่างน้อยเจ็ดวันติดต่อกันและมีอยู่เกือบทั้งวัน

สำหรับผู้ป่วยไบโพลาร์หลังคลอด จะมีช่วงที่รู้สึกซึมเศร้า (depressive episode) สลับกับช่วงที่อารณ์ดี หรือคึกคักมากกว่าปกติ โรคไบโพลาร์หลังคลอดอาจเริ่มต้นด้วยภาวะซึมเศร้าหรือความคลุ้มคลั่งที่เรียกว่าภาวะ Hypomania ซึ่ง Mania และ Hypomania เป็นอารมณ์ “คุ้มร้าย” ของโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งอาการ Mania มีอาการรุนแรงกว่า ซึ่งส่งผลให้มีความบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้เกิด อาการทางจิต เช่น ภาพหลอนและอาการหลงผิด สามารถเกิดขึ้นได้ในภาวะคลุ้มคลั่งและภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง

อาการของ Mania หรือ Hypomania อาจรวมถึง:

  • คุ้มคลั่ง
  • ความรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่
  • มีความคิดที่อยากจะแข่งขัน
  • ฟุ้งซ่านง่าย/ขาดสมาธิ
  • พูดมาก พูดในแง่ลบ
  • ความต้องการนอนลดลง
  • อารมณ์หุนหันพลันแล่น
  • หงุดหงิดง่าย

การวิจัยจาก Trusted Source ชี้ให้เห็นว่าโรคไบโพลาร์ส่วนใหญ่ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับอาการของโรคซึมเศร้า

โดยอาการซึมเศร้าในโรคไบโพลาร์หลังคลอด ได้แก่

  • อารมณ์หดหู่ ไม่ยินดียินร้าย
  • เหนื่อยล้าไม่ค่อยมีแรง
  • วิตกกังวล
  • รู้สึกว่างเปล่าหรือสิ้นหวัง
  • รู้สึกตัดขาดจากทารก
  • รู้สึกไม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสม
  • รู้สึกผิดกับการเป็น “พ่อแม่ที่ไม่ดี”
  • โกรธหรือหงุดหงิดง่าย
  • ร้องไห้หนัก
  • นอนไม่หลับ
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนไป
  • สูญเสียความสนใจในงานอดิเรกหรือกิจกรรมต่างๆ
  • รู้สึกกลัวการพลัดพรากจากคนที่รัก
  • การเกิดอาการแพนิค
  • กังวลว่าตัวเองจะทำร้ายลูก
  • ความรู้สึกหนักที่แขนและขา

อ่านต่อ…ทำความเข้าใจ ไบโพลาร์ โรคอารมณ์สองขั้วหลังคลอด อาการกำเริบควรรับมืออย่างไร? คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Cookpad (คุ๊กแพด)

Cookpad (คุ๊กแพด) แพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารระดับโลก

Cookpad (คุ๊กแพด) แพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารระดับโลก เปิดสถิติความเสมอภาคในการทำอาหารของผู้ชายไทยและผู้หญิงไทยจากรายงาน Cookpad-Gallup ทั่วโลก 

ผู้ชายไทยทำอาหารมากกว่าผู้ชายทั่วโลก 34% มี ‘ช่องว่างระหว่างเพศ’ ที่น้อยมาก คุ๊กแพด เผย 5 อันดับเมนูที่ผู้ชายไทยและผู้หญิงไทยนิยมทำเองที่บ้าน และความถี่ในการทำอาหารของ Gen Z ไทยเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ

กรุงเทพฯ 17 ตุลาคม 2565 : การทำอาหารเองที่บ้านเนื่องจากช่วยประหยัด ดีต่อสุขภาพ และให้โภชนาการที่ยั่งยืนทำให้คนไทยทำอาหารมากกว่าปี 2020 ถึง 3% เมื่อเทียบกับการลดลงถีง 6% ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ดัชนีการทำอาหารโลกประจำปีครั้งที่สี่โดย Cookpad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารระดับโลก และ Gallup (การนำเสนอการวิเคราะห์และคำแนะนำเพื่อช่วยผู้นำและองค์กรระดับโลก) พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยปรุงอาหารในมื้อกลางวันและมื้อเย็น 6.6 มื้อโดยปรุงสดใหม่ที่บ้านในแต่ละสัปดาห์ จากทั้งหมด 14 มื้อ

ผู้หญิงทั่วโลกทำอาหารมากกว่าผู้ชายเฉลี่ยสัปดาห์ละ 4 มื้อจากการสำรวจ ใน 122 ประเทศ ในขณะเดียวกัน ช่องว่างระหว่างเพศในการทำอาหารของประเทศไทยแทบไม่มีเลยเนื่องจากผู้หญิงไทยทำอาหาร 6.8 มื้อต่อสัปดาห์และผู้ชาย 6.3 มื้อ มากกว่าผู้ชายเพียง 0.5 มื้อเท่านั้น  ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ ผู้หญิงทำอาหารมากกว่าผู้ชาย 2.7 มื้อ กัมพูชา 7.4 มื้อ และเมียนมาร์ 5.9 มื้อ

ผู้ชายไทยทำอาหารมากกว่าสามเท่า (+34%) เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกสำหรับผู้ชายที่ทำอาหารเอง (4.7 มื้อต่อสัปดาห์) ผู้ชายไทยที่แต่งงานแล้วคือผู้ที่ทำอาหารมากที่สุด (7 มื้อต่อสัปดาห์) ในกลุ่มนี้ เทียบกับปี 2020 (6.5 มื้อ) คิดเป็นการเติบโต 8% ซึ่งสูงกว่าความถี่ในการทำอาหารของผู้ชายที่แต่งงานแล้วในมาเลเซีย (6 มื้อ) และสิงคโปร์ (3.2 มื้อ)

Cookpad (คุ๊กแพด) แพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารระดับโลก

“สิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากดัชนีการทำอาหารโลกนั้น ตรงกับเทรนด์ที่เราเห็นภายในกลุ่มคนรักการทำอาหารเองในประเทศไทยของเรา มีผู้ใช้ในไทยที่เป็นผู้ชายร่วมเผยแพร่สูตรอาหารบนแพลตฟอร์ม Cookpad มากขึ้น และยังมีผู้ร่วมงานที่เป็นผู้ชายมาเข้าร่วมกิจกรรมทำอาหารของเราเกือบครึ่งหนึ่งจากผู้ร่วมงานทั้งหมด โดย 5 อันดับเมนูที่ผู้ชายไทยนิยมทำที่บ้านและโพสต์บนแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของเราจะเป็นเมนูที่เน้นเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้หญิงจะนิยมทำทั้งของหวานและอาหารคลีน ทีมงานคุ๊กแพดมีความยินดีอย่างมากที่คนไทยเลือกทำอาหารเองมากขึ้น ทั้งยังร่วมแบ่งปันวิธีทำและเทคนิคต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มของเรา ทุกคนได้มีส่วนช่วยให้ผู้อื่นฝึกทำอาหาร เรียนรู้ และมีความสุขกับอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเราทุกคนไว้ด้วยกัน

สุทธิกานต์ ศรีสวิตติยากร ผู้จัดการประจำภูมิภาคประเทศไทย แพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหาร คุ๊กแพด กล่าว

5 อันดับเมนูที่ผู้ชายนิยมทำเองที่บ้าน โดยแพลตฟอร์มคุ๊กแพด ประเทศไทย::

  1. ข้าวผัด อาหารจานเดียวจากวัตถุดิบในบ้าน เช่น ข้าวผัดหมูยอใส่ไข่ โดย ต่อต่อ
  2. ไข่เจียว เมนูง่ายๆ ที่มีเคล็ดลับในการทำ เช่น ไข่เจียวอ้วนฟูผิวกรอบ โดย ครัวหมีอวดเมีย
  3. พะโล้ เมนูสไตล์จีนที่เป็นที่นิยมอย่าง พะโล้ขาหมู โดย Kasama #RunawayHubbyKitchen
  4. ผัดกะเพรา เมนูรสเผ็ดชื่อดังของไทยอย่าง กะเพราหมูหมัก(สูตรร้อนแรง) โดย ครัวตัวดำคนบ้านนอก
  5. เนื้อย่าง เหมาะสำหรับการทานอาหารแบบคีโตหรือโลว์คาร์บ เช่น เนื้อย่างเสือร้องไห้ โดย สุทธิพงศ์

5 อันดับเมนูที่ผู้หญิงนิยมทำเองที่บ้าน โดยแพลตฟอร์มคุ๊กแพด ประเทศไทย:

  1. ขนมไทย ของหวานยอดนิยมต่างๆ เช่น บ้าบิ่นเผือก/ใบเตยหอม โดย Ae NakKeaw
  2. ยำ เมนูรสจัดจ้านที่มีความหลากหลาย เช่น ยำปลาทูน่ากระป๋อง โดย Sukanda S.
  3. อาหารคลีน เช่นเมนูโปรตีนสูงที่ใช้การย่างแทนการทอด ทอดมันอกไก่ปลาดอลลี่ (คลีน) โดย Mattyhun
  4. เค้ก ตัวเลือกของหวานที่หลายคนชื่นชอบอย่างแครอทเค้กครีมชีสเลมอน ออสเตรเลี่ยนสไตล์ จากหนึ่งในนักโพสต์สูตรชาวไทยในต่างแดน โดย Ta Nattalia Lean
  5. แกงเขียวหวาน เมนูคู่ครัวไทย เช่น แกงเขียวหวานไก่ใส่ฟัก ทานกับขนมจีน โดย ก้อย ก้อย

การทำอาหารของคนหนุ่มสาว : กลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยทำอาหารเฉลี่ยอยู่ที่ 6.4 มื้อต่อสัปดาห์ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหนุ่มสาวในกลุ่มอายุเดียวกันทั่วโลก ในประเทศไทย กลุ่มอายุ 15-24 ปี ทำอาหารมากกว่ากลุ่มอายุ 25-34 ปี (6.2 มื้อ) โดยกลุ่ม Gen Z ทำอาหารเพิ่มขึ้น 15% ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ความถี่ในการทำอาหารของ กลุ่ม Millennial ลดลงเล็กน้อย 3% ตั้งแต่ปี 2018 (6.5 มื้อ) กลุ่ม Gen Z ในประเทศไทยจึงถือเป็นกลุ่มอายุที่เติบโตเร็วที่สุดในการทำอาหารที่บ้าน

Cookpad

รายงานฉบับเต็ม “A Global Analysis of Cooking Around the World” เป็นภาษาอังกฤษ

วิธีการสำรวจ :

Gallup และ Cookpad วัดความถี่ของการทำอาหารโดยขอให้ผู้ตอบแบบสอบถามนับจำนวนอาหารที่พวกเขาทำเองที่บ้านในช่วง 7 วันที่ผ่านมา รวมถึงอาหารกลางวันและอาหารเย็น ผู้ตอบแบบสอบถามได้รับคำจำกัดความดังต่อไปนี้: “’ทำอาหารที่บ้าน’; หมายถึงอาหารที่ปรุงที่บ้านจากส่วนผสม เช่น ผัก เนื้อสัตว์ ธัญพืช หรือส่วนผสมอื่นๆ ไม่รวมอาหารปรุงสำเร็จหรือของเหลือที่นำมาอุ่นใหม่”

แบบสำรวจนี้อยู่ในแบบสำรวจของ Gallup World Poll ในปี 2564 นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา World Poll ได้สำรวจผู้คนในกว่า 160 ประเทศเป็นประจำทั้งทางโทรศัพท์และการสัมภาษณ์แบบเห็นหน้ากัน โดยปกติ ผลการสำรวจแสดงผลมากกว่า 95% ของประชากรโลกที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่สุ่มและเลือกจากตัวแทนในแต่ละประเทศ

เกี่ยวกับ Cookpad :

Cookpad เป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันสูตรอาหารสำหรับคนทำอาหารเองที่บ้าน ที่มีจุดมุ่งหมายคือทำให้การทำอาหารทุกวันเป็นเรื่องสนุก Cookpad ก่อตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในปี 1997 ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือและเว็บไซต์ในกว่า 70 ประเทศ และ 30 ภาษา  มีผู้ใช้งาน Cookpad 100 ล้านคนต่อเดือน เพื่อหาไอเดียและสูตรอาหารในแต่ละวัน รวมถึงมีส่วนรวมในการสร้างแรงบันดาลใจและสีสันให้กับกลุ่มคนทำอาหารที่บ้าน  เราเชื่อว่าการทำอาหารเป็นกุญแจสู่ชีวิตที่มีความสุขและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นสำหรับผู้คน ชุมชน และโลกใบนี้

เกี่ยวกับ Gallup :

Gallup นำเสนอการวิเคราะห์และคำแนะนำเพื่อช่วยผู้นำและองค์กรในการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่สุด ด้วยประสบการณ์มากกว่า 80 ปีในการเข้าถึงทั่วโลก Gallup รู้เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของพนักงาน ลูกค้า นักเรียน และพลเมืองมากกว่าองค์กรอื่นในโลก

Amarin Baby & Kids Awards 2022

Amarin Baby & Kids Awards 2022 มอบรางวัลสุดยอดแบรนด์ในดวงใจแม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำคอมมูนิตี้ที่รู้ใจแม่ลูกอันดับ 1 ของเมืองไทย

Amarin Baby & Kids สุดยอดคอมมูนิตี้สำหรับแม่ลูกที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ในเครืออมรินทร์ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำคอมมูนิตี้แม่ลูกอันดับหนึ่งของประเทศที่รู้ใจคุณแม่มากที่สุด

จัดงานประกาศรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2022 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อมอบรางวัลให้กับสุดยอด แบรนด์สินค้าในดวงใจ เพื่อการเลี้ยงดูลูกรักอย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์ ที่คุณแม่ตัวจริงจาก ทั่วประเทศกว่า 30,000 คน ร่วมเทคะแนนโหวตให้สูงสุด เพื่อให้ได้สินค้าแม่และเด็ก ที่ใช้ดีมีคุณภาพอย่างแท้จริง โดยในปีนี้มีการมอบรางวัลให้แก่แบรนด์ต่างๆ ในสาขา Mommy’s Choice และสุดยอดแบรนด์สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง ที่ได้รับการคัดเลือกจากทีมบรรณาธิการ ในสาขา Editor’s Choice และ  รางวัล Rising Star สุดยอดผลิตภัณฑ์ดาวรุ่ง คุณภาพดีเหมาะกับลูกน้อย จากงาน Amarin Baby And Kids Fair ในปี 2021 ผ่านการคัดสรรจากทีมบรรณาธิการ ให้เป็นสินค้าน่าช้อป น่าใช้สำหรับคุณแม่ตัวจริง  รวมทั้งหมด 93 รางวัล ซึ่งภายในงานมีคุณแม่ศิลปินชื่อดัง โอปอล์ปาณิสรา อารยะสกุล และ พลอยชิดจันทร์ ห่ง ร่วมรับรางวัลฯ ในครั้งนี้ ณ Siloo’et House บางใหญ่

Amarin Baby & Kids Awards 2022

ดร. สรัญ ฐิตะวสันต์ Deputy Managing Director บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เผยว่า “Amarin Baby & Kids แบรนด์มีเดียในเครืออมรินทร์ กรุ๊ป ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งเครือข่ายแม่ลูกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยการเป็นสื่อกลางความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ครอบครัว ยุคใหม่ โดยเป็นแบรนด์แม่ลูกที่มีคอนเทนต์ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ทั้งเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การเตรียมตัวเป็นคุณแม่ เทคนิคการดูแลลูกน้อย โรคที่ต้องระวังสำหรับเด็กๆ ตลอดจนโภชนาการ และความสัมพันธ์ในครอบครัว

Amarin Baby & Kids Awards 2022
Amarin Baby & Kids Awards 2022

ไม่เพียงเท่านี้ด้านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Line Official ที่นำเสนอคอนเทนต์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย รวมทั้งยังเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์การจัดงาน Amarin Baby & Kids Fair งานแฟร์สุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ที่รวบรวมสินค้าแม่ลูกจากแบรนด์ต่างๆ มากมาย ที่จัดมาอย่างต่อเนื่อง และกำลังจะจัดครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 1- 4 ธันวาคมนี้ และงานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2022 ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 เพื่อมอบให้แก่แบรนด์สินค้าแม่ลูกในดวงใจ

Amarin Baby & Kids Awards 2022

Amarin Baby & Kids Awards 2022

โดยมีแบรนด์สินค้าเข้ารับรางวัลทั้งหมด 52 ประเภท จำนวน 93 รางวัล แบ่งเป็นสาขาต่างๆ ได้แก่ รางวัล Mommy’s Choice ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคุณแม่ที่ใช้สินค้าจริงทั่วประเทศ จำนวน 40 รางวัล, รางวัล Editor’s Choice ได้รับการคัดเลือกจากกองบรรณาธิการเว็บไซต์ Amarin Baby & Kids ว่าเป็นสินค้าใช้ดี มีประโยชน์จริง จำนวน 32 รางวัล อาทิ ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ-แต่งตัว, อุปกรณ์การดูแลเด็ก, ผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับครอบครัว และสื่อสำหรับครอบครัว รวมถึงรางวัลสุดพิเศษรางวัล Rising Star มอบให้กับผลิตภัณฑ์ดาวเด่นจาก แบรนด์ SME ที่ร่วมออกบูธในงาน Amarin Baby & Kids Fair ที่ผ่านมา จำนวน 21 รางวัล ตลอดจนรางวัลพิเศษอื่นๆ ที่เพิ่มประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกในช่วงวัยที่โตขึ้น และการสร้างความสัมพันธ์ให้ครอบครัวแข็งแรง มอบให้กับคุณแม่ศิลปินที่มีชื่อเสียง และอินฟลูเอนเซอร์ด้านแม่และเด็กชื่อดังของเมืองไทย ได้แก่ รางวัลเพจคุณหมอในดวงใจ, รางวัลเพจคุณแม่ดาราในดวงใจ, รางวัลครอบครัวในดวงใจ และ รางวัลยูทูปเบอร์เด็กในดวงใจ รวมจำนวน 4 รางวัล

Amarin Baby & Kids Awards 2022

เพื่อตอกย้ำถึงศักยภาพของการเป็นผู้นำด้านสื่อและโฆษณาของเครืออมรินทร์ กรุ๊ป ถึงการเป็น
แบรนด์ที่รวมถึงสื่อและแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีครอบคลุมครบทุกช่วงวัย  ที่ยังไม่หยุดนิ่งและยังเดินหน้าพัฒนาบริการและแพลตฟอร์มเพื่อก้าวสู่บทใหม่ของการเป็นธุรกิจสื่อและโฆษณาด้วยฐานข้อมูล (Data) เพื่อตอบสนองคนทุกกลุ่มวัย ด้วยการทำงาน Data – Driven Creativity โดยการเตรียมพร้อมจับมือกับพันธมิตรอย่าง CJ Worx ที่จะมาช่วยการทำงานด้านครีเอทีฟด้วยฐานข้อมูล เสริมกำลังด้านสื่อและโฆษณาให้ดียิ่งขึ้น”

 

สามารถติดตามภาพบรรยากาศการมอบรางวัลในหมวดต่างๆ และบทความดีๆ ได้ทาง www.amarinbabyandkids.com
หรือ Facebook และ Line Official : Amarin Baby & Kids

รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล งานประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2022

หมวด อุปกรณ์ดูแลเด็ก

1. ประเภทรถเข็นเด็ก

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ JOIE
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Baby Style ( Eggs 2 )

2. ประเภทคาร์ซีท

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Apramo (RockingKids)
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Chicco

3. ประเภทเป้อุ้มเด็ก

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ POGNAE
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Haenim 9 Plus

4. ประเภทชุดเครื่องนอนสำหรับทารก

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ elava
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ OXY Baby

5. ประเภทคอกกั้นเด็กชนิดกันกระแทก (Soft Folding Playpen)

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ HOYO
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ HOYO

6. ประเภทคอกกั้นเด็กชนิดรั้วพลาสติก (Plastic Baby Playpen)

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Bebeplay
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Bebeplay

7. ประเภทเครื่องฆ่าเชื้อขวดนม

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Philips Avent
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Saker

8. ประเภทภาชนะใส่อาหารและเครื่องดื่มสำหรับเด็ก

  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Tasty Mate
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Dodolove

Amarin Baby & Kids Awards 2022

หมวดผลิตภัณฑ์อาบน้ำแต่งตัว

  1. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Mamy Poko
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Molfix
  1. ผลิตภัณฑ์โลชั่นสูตรทั่วไป
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Enfant
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Oilatum
  1. ผลิตภัณฑ์โลชั่นสูตรส่วนผสมธรรมชาติและออร์แกนิค
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ D-nee
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ D-nee
  1. ผลิตภัณฑ์โลชั่นสูตรสำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Ezerra
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Eucerin
  1. ผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับเด็ก
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Kodomo
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Kodomo
  1. ผลิตภัณฑ์เฮดทูโทสูตรส่วนผสมธรรมชาติและออร์แกนิค
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Babimild
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ D-nee
  1. ผลิตภัณฑ์เฮดทูโทสูตรสำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Eucerin
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Kodomo
  1. ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากสำหรับเด็ก(แปรงสีฟัน)
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Ray
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ JORDAN

หมวดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความสะอาด

  1. ผลิตภัณฑ์กันยุงสำหรับเด็ก
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Little Bear
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Kindee
  1. ทิชชู่เปียก
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ PIGEON
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ PUREEN
  1. น้ำยาซักผ้าเด็กสูตรส่วนผสมธรรมชาติและออร์แกนิค
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ D-nee
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Breeze Baby
  1. น้ำยาล้างขวดนม
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Nanny
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Enfant

หมวดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเด็ก

  1. นมผงสำหรับเด็ก (สูตร 3)
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Enfa
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ S-26
  1. นมกล่อง UHT สำหรับเด็ก
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ HiQ
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Foremost
  1. ผลิตเสริมโภชนาการเด็กชนิดน้ำ
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Mamarine Kids
  1. ผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการเด็กชนิดแคปซูล
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ NBL
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ NBL
  1. อาหารเสริมพัฒนาการแบบบดเหลว
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Cerelac
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Peachy

หมวดผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับคุณแม่

  1. ผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการคุณแม่ตั้งครรภ์
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Anmum
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ BLACKMORES
  1. ผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมชนิดเม็ด
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ JESSIE MUM
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ JESSIE MUM
  1. ผลิตภัณฑ์เพิ่มน้ำนมพร้อมดื่ม
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Mommy Booster
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ MOMMY LICIOUS JUICE
  1. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าคุณแม่
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ SMOOTHE
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ VIV SKIN
  1. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าท้องคุณแม่
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Palmer’s
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ COCORO TOKYO
  1. เครื่องปั๊มนมทั่วไป
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ NATUR
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Malish
  1. เครื่องปั๊มนมมัลติฟังก์ชัน
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Attitude Mom
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ Attitude Mom
  1. ถุงเก็บน้ำนม
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ LAMOON
  • รางวัล Editor’s Choice ได้แก่ MISTER FOX
  1. โรงพยาบาลสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท2

Amarin Baby & Kids Awards 2022

หมวดผลิตภัณฑ์บริการสำหรับครอบครัว

  1. แหล่งเรียนรู้นอกบ้าน
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ TK Park
  1. ของเล่นเสริมพัฒนาการ
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ LEGO
  1. สถาบันเสริมพัฒนาการเด็ก
  • รางวัล Mommy’s Choice ได้แก่ Gymboree Play & Music

หมวด สื่อสำหรับครอบครัว

  • ยูทูปเบอร์เด็กในดวงใจ POPULAR KID YOUTUBER ได้แก่ LITTLE MONSTER FAMILY
  • เพจคุณหมอในดวงใจ POPULAR CHILDREN’s EXPERT FANPAGE ได้แก่ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
  • แม่ดาราในดวงใจ POPULAR CELEBRITY MOM ได้แก่ คุณโอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล
  • ครอบครัวในดวงใจ POPULAR FAMILY INFLUENCER ได้แก่ ครอบครัวคุณพลอย ชิดจันทร์ ห่ง คุณแม่คนเก่ง เจ้าของช่อง Momme Chidjun

 

รางวัล Rising Star

  1. RISING STAR: BEST DISPOSABLE DIAPERS (ผ้าอ้อมสำเร็จรูป)

ได้แก่ KUMO และ Offspring

  1. RISING STAR: BEST DISINFECTANT CLEANER FOR FAMILY (ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสำหรับครอบครัว)

ได้แก่ ALMIND และ ROYS

  1. RISING STAR: BEST ELECTRIC BREAST PUMP (เครื่องปั๊มนม)

ได้แก่  Melody Chubby และ imani

  1. RISING STAR: BEST BABY BEDDING PRODUCTS (ชุดเครื่องนอนสำหรับทารก)

ได้แก่  VEVA.KIDS และ Bebe Cheri

  1. RISING STAR: BEST MULTIPURPOSE SAUCE (ซอสปรุงรสอาหาร)

ได้แก่ Jinny sauce ซอสปรุงรสสำหรับเด็ก

  1. RISING STAR: BEST BABY FINGER FOOD (ขนมเสริมพัฒนาการ)

ได้แก่ BEBEKIM และ Nobi Nobi

  1. RISING STAR: BEST PREGNANCY STRETCH MARKS PRODUCTS (ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าท้องคุณแม่)

ได้แก่ My Dear Mom และ PregSkin

  1. RISING STAR: BEST PROTECTIVE SUNSCREEN LOTION FOR KIDS (ครีมกันแดดเด็ก)

ได้แก่ Little Bear Organic และ Godmami

  1. RISING STAR: BEST DIETARY SUPPLEMENT FOR MOM (วิตามินรวมคุณแม่)

ได้แก่ UGENTALAB POWDER C+

  1. RISING STAR: BEST ORAL CARE PRODUCT FOR KIDS (ยาสีฟันสำหรับเด็ก)

ได้แก่ Dr.Wise และ Gentles Tots

  1. RISING STAR: BEST ESSENTIAL OIL PRODUCT FOR KIDS (น้ำมันหอม)

ได้แก่ Oz-P และ Umbili

ฝันว่าได้สร้อยทอง ฝันว่าได้ทอง

ฝันว่าได้สร้อยทอง ได้จับทองเผยเคล็ดลับให้ฝันกลายเป็นจริง

ฝันว่าได้สร้อยทอง ฝันดีมีดวงเศรษฐีหรือเปล่า แล้วจะทำอย่างไรให้ฝันกลายเป็นจริง ทำนายฝัน บอกโชคล่วงหน้า เลขเด็ด เคล็ดลับใด ๆ รวมไว้พร้อมให้คุณแล้ว

ฝันว่าได้สร้อยทอง ได้จับทอง เผยเคล็ดลับให้ฝันกลายเป็นจริง!

ใครจะเป็นเศรษฐี?? ฉันที่ฝันว่าได้ทอง นะสิ นะสิ!! เมื่อ ความฝัน เกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ทำให้คุณตื่นมาพร้อมรอยยิ้ม ทำนายฝัน จะดีดั่งความรู้สึกดีนั้นหรือไม่ เรามาดูคำทำนายความฝัน ฝันว่าได้ทอง ฝันว่าได้สร้อยทอง ฝันว่าได้ใส่ทอง ฝันว่าได้สร้อยข้อมือทอง หรือฝันเห็นทอง ได้จับทอง และอีกนานา ความฝันเกี่ยวกับทอง ว่าจะทำนายไว้ว่าเช่นไร

รวมคำทำนาย ความฝัน เกี่ยวกับ ทอง!!

  • เมื่อคุณฝันว่าได้ทอง 1 เส้น!!

เปิดคำทำนาย

เป็นความฝันที่ดี ช่วงนี้มีเกณฑ์ได้รับโชคลาภจากผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีคนให้การสนับสนุน จะประสบความสำเร็จในเรื่องที่หวังไว้ มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง ขยายกิจการ การงานและการเงินรุ่งเรือง

เลขนำโชค : 1, 9, 8

  • หากฝันว่าได้ทอง 2 เส้น,  3 เส้น

เปิดคำทำนาย!!

แสดงว่าดวงกำลังขึ้นสุดๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่น ไร้อุปสรรค แต่ทั้งนี้ ก็ควรใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท

เลขนำโชค : 1, 5, 7

ฝันว่าได้สร้อยทอง ดวงเป็นเศรษฐี ช้อปปิ้งให้เข็ด
ฝันว่าได้สร้อยทอง ดวงเป็นเศรษฐี ช้อปปิ้งให้เข็ด
  • ฝันว่าได้สร้อยทอง

เปิดคำทำนาย

จะได้รับโชคลาภจากการเสี่ยงโชค สิ่งที่มุ่งหวังไว้จะประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่เกื้อหนุน มีเรื่องดีๆ เข้ามา

เลขนำโชค : 0, 4, 6

  • ฝันว่าได้ใส่สร้อยทอง

เปิดคำทำนาย

จะได้รับโชคลาภเป็นเงินทอง หรือสิ่งของ

เลขนำโชค : 4, 8, 2, 5

  • ฝันว่ามีคนเอาทองมาให้

เปิดคำทำนาย

ระวังคนรักจะนอกใจ หากมีเรื่องไม่เข้าใจกันอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน

เลขนำโชค : 8, 6, 0, 9

  • ฝันว่าได้ทองคำแท่ง (1 บาท, 3 บาท, 5 บาท) 

เปิดคำทำนาย

หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ทายว่จะได้บุตรสาวน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนเรื่องการงานและการเงินจะก้าวหน้า ไม่มีปัญหาให้ลำบากใจอะไร มีผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์อยู่เสมอ

 เลขนำโชค : 6, 9, 8, 5

  • ฝันว่าได้ต่างหูทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะหมดเคราะห์ หมดโศก ที่เจ็บป่วยก็จะหายคลายกังวล

เลขนำโชค : 1, 6

ฝันว่าได้สร้อยทอง กำไลทอง
ฝันว่าได้สร้อยทอง กำไลทอง
  • ฝันว่าได้จี้ทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่าจะได้โชคลาภจากญาติผู้ใหญ่ หรือได้รับข่าวดีจากเพื่อนฝูง จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ หมดเคราะห์ และจะมีโชคตามมาในภายหลัง

เลขนำโชค : 2, 4, 9

  • ฝันว่าได้เหรียญทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่าจะหมดเคราะห์ และการงานจะได้รับการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่

เลขนำโชค : 9, 0, 1, 3

  • ฝันว่าได้กำไลทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะหมดเคราะห์ หมดโศก และการงานจะได้รับการโยกย้าย หรือเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่

เลขนำโชค : 9, 0, 1, 3

  • ฝันว่าได้แหวนทอง

เปิดคำทำนาย

จะถูกเพ่งเล็งในทางที่ไม่ดี ดังนั้น ในช่วงนี้จะทำอะไรก็ควรระวังตัวให้มาก ๆ

เลขนำโชค : 7, 2, 5

  • ฝันว่าได้พระพุทธรูปทองคำ

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า หากจะทำอะไรให้รีบลงมือทำทันที อย่ามัวรีรอ หรือละทิ้งกลางคัน ความสำเร็จกำลังรอคุณอยูา

 เลขนำโชค : 4, 9, 5, 7

  • ฝันว่าได้ทองปลอม

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า ให้ระมัดระวังอุบัติเหตุเรื่องฟืนไฟภายในบ้าน หรืออุบัติเหตุนอกบ้าน

เลขนำโชค : 6, 0

  • ฝันว่าได้ใส่ทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะมีคนนำโชคลาภหรือสิ่งของมาให้

เลขนำโชค : 4, 8, 2, 5

  • ฝันว่าได้ฟันทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะมีเคราะห์ หรือเจ็บป่วย แต่ถ้าผ่านไปได้แล้วจะมีโชคลาภ

เลขนำโชค : 1, 4

  • ฝันว่าได้พระเลี่ยมทอง

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะอยู่เย็นเป็นสุข คิดสิ่งใดก็จะสมหวังทุกประการ

เลขนำโชค : 1, 0, 7

  • ฝันว่ามีคนเอาทองมาให้

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่าคนรักมีแววจะนอกใจ

 เลขนำโชค : 8, 6, 0, 9

  • ฝันว่าเก็บทองได้

เปิดคำทำนาย

ทำนายว่า จะมีโชคลาภจากการเสี่ยงโชคเล็ก ๆ น้อย ๆ

เลขนำโชค : 6, 8, 5, 3

เลขเด็ด เมื่อคุณฝันว่าได้ทอง!!

คนไทยจำนวนไม่น้อยมักเชื่อมโยงการฝันว่าได้ทอง และเรื่องการเสี่ยงโชคเข้าด้วยกัน เรียกได้ว่าไหน ๆ ความฝันดวงได้เป็นเศรษฐีแล้ว มาทำให้ความฝันกลายเป็นจริงกันจะดีกว่า นับเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล เรื่องแบบนี้ไม่สามารถตัดสินกันได้ว่าใครผิดใครถูก หากความเชื่อนี้ไม่ไปทำร้ายใคร และหากสามารถทำให้คุณได้กลายเป็นเศรษฐีจริง ๆ ก็คงจะดีไม่น้อย มาดูเลขเด็ดเกี่ยวกับความฝันว่าได้ทองรูปแบบต่างๆ จะมีเลขที่เกี่ยวข้องกับความฝัน ได้แก่ 12, 24, 36, 124, 164 และ 362 เป็นเลขเด่นที่หากคุณฝันว่าได้ทอง เลขเหล่านี้มาแน่

อ่านต่อ >>ทำความฝันดีให้กลายเป็นจริงได้ง่าย ๆ ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ที่พักเชียงใหม่

ที่พักเชียงใหม่ น่าพาลูกเที่ยว แอ่วเหนือ สัมผัสลมหนาว

เชียงใหม่ จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยว พักผ่อน เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวหลายได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ ภูเขา วิวหมอก และสถานบันเทิง เรียกได้ว่ามาเที่ยวเชียงใหม่ครบจบในจังหวัดเดียวเลยค่ะ แต่จะไปเที่ยวเชียงใหม่ทั้งทีเรื่องที่พักก็ต้องจัดเต็ม ถ้าใครที่กำลังมีแพลนไปเที่ยวเชียงใหม่ และมองหา ที่พักเชียงใหม่ กันอยู่ล่ะก็ วันนี้ทางเราได้รวบรวม 10 ที่พักเชียงใหม่ ที่ทั้งสวยงามท่ามกลางธรรมชาติน่าไปพักผ่อน มีให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ ไม่ว่าเป็นโซนในเมือง ที่พักวิวหมอกภูเขา หรือแบบล้านนา เรารวบรวมมาให้แล้ว มีที่ไหนโดนใจกันบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ

ที่พักเชียงใหม่ น่าพาลูกเที่ยว แอ่วเหนือ สัมผัสลมหนาว

ที่พักเชียงใหม่

  1. Cross Chiang Mai Riverside

โรงแรมครอส เชียงใหม่ ริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ที่ 369/1 ถนนเจริญราษฎร์ วัดเกต เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โรงแรมบูติกหรู ระดับ 5 ดาว อีกหนึ่งที่พักริมแม่น้ำปิงในตัวเมืองเชียงใหม่ที่เราอยากแนะนำให้ไปพักกันค่ะ ที่นี่โดดเด่นด้านการออกแบบการตกแต่งผสมผสานความทันสมัยและสไตล์ล้านนาดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โดยมีการจำลองกำแพงเมืองเชียงใหม่ ในการออกแบบตัวอาคารโดดเด่นด้วยสีส้มอมน้ำตาลจากกำแพงอิฐถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย และยังมีบ่อน้ำโบราณ พร้อมกับต้นมะขามอายุ 120 ปีที่ทำให้ที่นี่ดูมีเรื่องราวและเสน่ห์มากมายเลยล่ะค่ะ ในส่วนของห้องพักมีให้เลือก 4 รูปแบบภายในห้องพักตกแต่งอย่างดีมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน มีทั้งห้องอาหาร ฟิตเนส สปา มีสระว่ายน้ำ OZONE ซึ่งตั้งอยู่บนดาดฟ้า จะมานั่งดูดาวริมสระน้ำตอนกลางคืนก็ได้เช่นกัน ที่นี่เป็นที่พักที่เดียวในเชียงใหม่ที่มีระบบไฟเบอร์ออปติกในสระว่ายน้ำ ส่องแสงสว่างระยิบระยับคล้ายดวงดาวในตอนกลางคืน ใครมาเที่ยวเชียงใหม่ต้องรีบจองเเล้วนะคะรับรองจะประทับใจจนไม่อยากกลับเลยค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.crosshotelsandresorts.com/crosschiangmai

ที่พักเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพ https://www.facebook.com/cross.chiangmai/

 

  1. Flora Creek

ฟลอร่า ครีค ตั้งอยู่ที่เลขที่ 90 หมู่ 4 ต.บ้านโป่ง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ที่พักเชียงใหม่ สวยหรูหรา มาในคอนเซ็ปต์ Coloured by Seasons ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สวนดอกไม้ของกฤษดาดอย บรรยากาศจึงแวดล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา และลำธาร ออกแบบและตกแต่งในสไตล์ Modern-Localised Boutique Resort เน้นใช้วัสดุอย่างอิฐ ไม้ ปูน หิน เพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ที่พักให้บริการห้องพักทั้งหมด 4 รูปแบบให้คุณได้เลือกพัก ภายในห้องพักตกแต่งอย่างสวยงามทันสมัย โทนสีสีขาวตัดกับเฟอร์นิเจอสีไม้ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน นอกจากนี้ยังมี ฟิตเนส สปา สระว่ายน้ำ หนาวนี้มาเที่ยวพักผ่อนที่เชียงใหม่ต้องจองมาพักที่นี่แล้วคุณจะประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.floracreekchiangmai.com/th

ที่พักเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก https://th-th.facebook.com/FloraCreekChiangMai/

 

  1. Raya Heritage

รายา เฮอริเทจ ตั้งอยู่ที่ 157 ม.6 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นที่พักที่เรียบหรูท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบริมฝั่งแม่น้ำปิง ด้วยบรรยากาศความเป็นส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติจึงเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง การออกแบบของที่นี่จะเป็นแนวร่วมสมัยในสไตล์ไทยดั้งเดิมที่ผสมผสานศิลปะและหัตถศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมล้านนา ที่พักให้บริการห้องพักทั้งหมด 38 ห้อง ให้คุณได้เลือกพัก ภายในห้องตกแต่งอย่างดี เน้นใช้เอิร์ธโทน สบายตา มาพร้อมความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีห้องอาหาร ฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ หนาววนี้ใครมีแพลนมาเที่ยวพักผ่อนที่เชียงใหม่แนะนำ มาเช็คอินที่นี่ได้เลยค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.rayaheritage.com/en/index.php

ที่พักเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก https://th-th.facebook.com/RayaHeritage/

 

  1. U Chiang Mai

ยู เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ 70 ถนน ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เป็นโรงแรมหรูสไตล์บูติก ตั้งอยุ่ในทำเลดี ใจกลางเมือง ริมถนนท่าแพ หน้าโรงแรมเป็นถนนคนเดิน และใกล้สถานที่ท่องเที่ยวและวัดและร้านอาหารดังต่างๆ โรงแรมที่มีการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างมรดกท้องถิ่นล้านนากับความเป็นไทยสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัวให้บริการห้องพักทั้งหมด 41 ห้อง ภายในห้องพักตกแต่งไว้อย่างดี น่าพักผ่อน พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีฟิตเนส สปา และสระว่ายน้ำแก่ผู้เข้าพัก พลาดไม่ได้สำหรับใครที่อยากทานอาหารเหนือกับห้องอาหาร eat & drink พร้อมให้บริการอาหารเหนือพื้นเมือง รสชาติต้นตำรับ กับหลากหลายเมนูอร่อยให้คุณเลือกรับประทาน ใครมองหาที่พักสวย บริการดี แนะนำเลยค่ะโรงแรมในเครือยูไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.uhotelsresorts.com/th/uchiangmai

เที่ยวเชียงใหม่ โรงแรมเชียงใหม่ รีสอร์ทเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก https://th-th.facebook.com/UChiangmai/

 

  1. Away Chiang Mai Thapae Resort – A Vegan Retreat

อะเวย์เชียงใหม่ท่าแพรีสอร์ต – อะวีแกนรีทรีต ตั้งอยู่ที่ 9 ซ.1 ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ที่นี่เป็นอีกที่พักในเครือครอส ตั้งอยู่ใจกลาง จ.เชียงใหม่ ใกล้ประตูท่าแพ รีสอร์ตสไตล์โคโลเนียลสีขาวสวยสะดุดตาไม่ว่ามุมไหนก็ถ่ายรูปออกมาสวย ที่นี่ให้บริการที่พักหลากหลายแบบพร้อมระเบียงส่วนตัวทุกห้อง ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับวิวสระว่ายน้ำและบรรยากาศอันเงียบสงบของตัวเมืองเก่าเชียงใหม่ เหมาะสำหรับพักผ่อนเติมเต็มความสุขในช่วงวันหยุด ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา ฟิตเนส อาหารเพื่อสุขภาพ และ บริการด้านความงามต่างๆ มีจักรยานให้ยืมปั่นเล่นชมเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ที่พักใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย อาทิ ถนนคนเดินวัวลาย ถนนช้างม่อยแหล่งรวมสินค้าหัตถกรรมงานหวาย วัดพระสิงห์ ตลาดของฝากวโรรส เป็นต้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.crosshotelsandresorts.com/awaychiangmai

เที่ยวเชียงใหม่ โรงแรมเชียงใหม่ รีสอร์ทเชียงใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/awaychiangmai/

 

อ่านต่อ.. ที่พักเชียงใหม่ น่าพาลูกเที่ยว แอ่วเหนือ สัมผัสลมหนาว ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คนท้อง

เป็น คนท้อง มันไม่ง่าย! มีหลายอย่างที่อยากบอกให้โลกรู้ และเข้าใจ!

คนท้อง – สำหรับใครที่เคยผ่านมาแล้วคงรู้ดีว่าการตั้งครรภ์นั้นคือช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายทั้งดีและร้ายปะปนกันไป  เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ คนอาจต้องการให้คนรอบๆ กายได้รับรู้และเข้าใจ กับข้อจำกัดทั้งทางกายและทางใจของคนท้องที่ย่อมไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ในแต่ละวันคุณอาจต้องพบเจอเรื่องแย่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและใจที่อาจทำให้เสียน้ำตาได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งถึงตรงนี้เชื่อว่ามีคุณแม่บางคนอยากบอกบางสิ่งที่อยู่ในใจให้คนรอบกายได้รับรู้ และรับรองได้ว่าไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวแน่นอนค่ะ

เป็น คนท้อง มันไม่ง่าย! มีหลายอย่างที่อยากบอกให้โลกรู้ และเข้าใจ!

ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ แน่นอนว่ามันเป็นเวลาแห่งความสุขของคุณแม่ทุกคน การได้เฝ้ารอการมาถึงของทารกน้อยสมาชิกใหม่ของครอบครัวในแต่ละวันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ายินดีเสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนท้องแล้ว เป็นธรรมดาที่อารมณ์แห่งความสุขมักไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา มันมีเรื่องราวมากมายให้ น่ากังวลใจ น่าเหนื่อยใจ น่าหงุดหงิด น่าน้อยใจ น่าอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่เกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ต้องอุ้มท้องเจ้าตัวเล็ก

อารมณ์ความรู้สึกของคนท้องนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยระดับของฮอร์โมนในร่างกายที่แปรปรวนซึ่งทำให้อารมณ์ของคุณเปลี่ยนไปแบบขึ้นๆ ลงๆ ได้ คุณอาจเหวี่ยงวีนใครบางคนโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณอาจหวั่นไหวกับคำพูดของใครบางคนได้แบบไม่น่าเชื่อ  คุณอาจร้องไห้ออกมาเองโดยไม่รู้ตัว และคงอยากบอกให้คนรอบๆ ข้างพูดกับคุณด้วยคำพูดที่มันน่าฟังไม่เป็นพิษต่อจิตใจ

แม้ว่าคุณจะเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่คุณอาจสังเกตเห็นว่าตัวเองร้องไห้มากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ หรือ ถ้าปกติแล้วคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยหลั่งน้ำตาง่ายๆ น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ อาจทำให้คุณรู้สึกประหลาดใจ เพราะอะไรคนท้องถึงหวั่นไหวหรือร้องไห้ได้ง่ายกว่าปกติ เรามาทำความเข้าใจคร่าวๆ ในประเด็นนี้กันก่อนค่ะ

ไตรมาสแรก : ผู้หญิงทุกคนอาจมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันดังนั้นผู้หญิงบางคนอาจมีอารมณ์ที่อ่อนไหวหรือร้องไห้ได้บ่อยๆ ตลอดการตั้งครรภ์ ในขณะที่คนอื่นๆ อาจเป็นแค่ในช่วงไตรมาสแรกเท่านั้น อารมณ์ที่อ่อนไหว ร้องไห้ง่ายในช่วงไตรมาสแรกไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายของคนท้องนั้นหลั่งออกมาผิดปกติ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นในช่วงไตรมาสแรกดูเหมือนจะเป็นสาเหตุของอารมณ์แปรปรวน ซึ่งสังเกตได้จากความหงุดหงิดและความเศร้าหมอง นอกจากนี้ การตั้งครรภ์นั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต และด้วยเหตุนี้ เมื่อรวมกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การร้องไห้ในช่วงไตรมาสแรกอาจเกิดจากอะไรก็ตาม ตั้งแต่ความสุขสุดขีดไปจนถึงความวิตกกังวลหรือความกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับทารก หรือแม้แต่คำพูดที่ไม่เข้าหูจากคนรอบข้าง เป็นต้น

ไตรมาสที่สองและสาม :  การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนสามารถดำเนินต่อไปได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3  ดังนั้นช่วงเวลานี้ คนท้องจึงอาจมีอารมณ์อ่อนไหวได้เช่นกัน ร่างกายของคุณเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถเพิ่มระดับความวิตกกังวลได้ เป็นผลให้ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกถึงอารมณ์ที่ท่วมท้นได้มากขึ้นในไตรมาสที่สอง ถ้าเป็นเช่นนั้น ความเครียดและความผิดหวังตามปกติในชีวิตประจำวันก็อาจทำให้คุณร้องไห้ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณใกล้ถึงกำหนดคลอด คุณก็อาจจะมีอะไรมากมายอยู่ในความคิดของคุณ คุณต้องเตรียมเลี้ยงลูกทารก เตรียมเรื่องการเงิน ที่สำคัญเมื่อนึกถึงการคลอดลูกอาจทำให้คุณรู้สึกตื่นตระหนก คุณกำลังจะมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นท้องรแกหรือท้องสองหรือสามก็ตาม นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดราม่า และหากอารมณ์พุ่งสูงขึ้นน้ำตาก็อาจไหลออกมาได้ไม่รู้ตัว

ความจริงที่คนท้องต้องเจอ
ความจริงที่คนท้องต้องเจอ

สำหรับใครที่ไม่ได้ท้อง แล้วได้เข้ามาอ่านบทความนี้ ต่อไปเรามาดูอาการต่างๆ มากมาย ที่คนท้องต้องเผชิญระหว่างการอุ้มท้องค่ะ

หลากหลายอาการที่คนท้องต้องเผชิญตลอดการตั้งครรภ์

1. คนท้อง ต้องทรมานกับการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง คืออาการคลื่นไส้หรืออาเจียนระหว่างตั้งครรภ์ โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรก แม้ชื่อในภาษาอังกฤษจะบอกว่าเป็น” Morning Sickness” แต่อาการแพ้ท้องสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน แม้ว่าสตรีมีครรภ์ส่วนใหญ่จะมีอาการแพ้ท้องแค่ช่วงไตรมาสแรก แต่สำหรับผู้หญิงหลายๆ คนก็อาจจะมีอาการแพ้ท้องได้จนถึงช่วงไตรมาสที่ 2

2. คนท้อง ต้องทนทุกข์กับการปวดหลัง

ในระหว่างตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เส้นเอ็นในร่างกายเกิดการคลายและยืดตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อต่อของหลังส่วนล่าง และกระดูกเชิงกรานของคนท้องตึงมากผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ นอกจากนี้น้ำหนักของทารกที่กำลังเติบโตในท้องยังทำให้ส่วนโค้งของหลังส่วนล่างของคนท้องต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ

3. คนท้อง มีปัญหาการขับถ่าย

ในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้หญิงจำนวนมากประสบกับภาวะที่ไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น มีอาการท้องผูกอย่างหนัก หรือต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ ริดสีดวงทวาร

อ่านต่อ… เป็น คนท้อง มันไม่ง่าย! มีหลายอย่างที่อยากบอกให้โลกรู้ และเข้าใจ! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

AgiAgi ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก

AgiAgi เปิดตัวผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ผสานความใส่ใจจากคุณแม่ คัดสรรส่วนผสมที่อ่อนโยนที่สุดเพื่อลูกน้อย

AgiAgi (อากิ อากิ) แบรนด์ที่เกิดจากความตั้งใจและพิถีพิถันของคุณแม่สองคน เอมมี่ – มรกต แสงทวีป และ บี – นนท์ทิพย์ ชลสายพันธ์ ที่ต้องการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย เพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของคุณแม่มือใหม่ที่เต็มไปด้วยความกังวล ไม่ยอมเสี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ได้ และมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่มีความเป็นธรรมชาติ (Organic) จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทั้งสองอยากส่งมอบสิ่งที่มั่นใจว่าดีสำหรับลูกน้อยให้คุณแม่ทุกคนได้อุ่นใจไปกับผลิตภัณฑ์ของอากิ อากิ

สำหรับคำว่า “Agi” มาจากภาษาเกาหลีที่แปลว่า เด็กทารก เมื่อออกเสียงซ้ำ ๆ แบบที่เด็ก ๆ ชอบพูดกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ AgiAgi ตัวแทนของช่วงเวลาพิเศษของคุณแม่กับลูกน้อยที่อบอวลไปด้วยความรักและความผูกพัน

จากจุดเริ่มต้นจนกลายมาเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่อ่อนโยนจากธรรมชาติ ผ่านขั้นตอนในการเลือกส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด เพื่อใช้ดูแลความสะอาดให้กับลูกน้อย ปลอดภัยสำหรับทุกผิวสัมผัส เพราะผิวเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า และมาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนโยนอย่างเป็นธรรมชาติ ตัวช่วยสำหรับคุณแม่มือใหม่ทุกคนในการดูแลลูกน้อยให้เติบโตอย่างมีความสุข

กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ดีที่สุดเพื่อลูก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แบรนด์ได้วิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผลิตจากโรงงานมาตรฐานระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กมานานกว่า 40 ปี

ผลิตภัณฑ์ของ AgiAgi มีสารสกัดที่โดดเด่นอย่าง Mango Extract เป็นสารสกัดจากกรดอินทรีย์ธรรมชาติ หรือ organic acid นิยมใช้เป็นสารทำความสะอาด (cleaning agent) ที่ทั้งอ่อนโยนแต่มีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบต่าง ๆ บนเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงปราศจาก SLS, SLES, พาราเบน และสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย จึงได้รับการรับรองจาก COSMOS (certificated in France) ซึ่งเป็น 1 ใน 2 มาตรฐานออร์แกนิกที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดของโลก

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ AgiAgi จากสารสกัดธรรมชาติ มีสินค้า 5 ประเภท ประกอบด้วย

AgiAgi น้ำยาซักผ้า

1. น้ำยาซักผ้า (Baby Fabric Wash) Blossom my world ขนาด 750 ราคา 285 บาท ผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าเด็กที่อ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย พร้อมทำความสะอาดและขจัดคราบล้ำลึกด้วยสารสกัดกรดอินทรีย์ธรรมชาติ จาก Mango Extract ล้างออกง่าย ลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของผ้าเหม็นอับ

น้ำยาปรับผ้านุ่ม

2. น้ำยาปรับผ้านุ่ม (Baby fabric softener) Twinkle, Giggle, Cuddle star ขนาด 750 ราคา 285 บาท ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม กลิ่นหอมผ่อนคลายจากธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี VivaScentz ล็อคความหอมสดชื่นไว้ที่ใยผ้า โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวลูกน้อย พร้อมช่วยลดกลิ่นอับและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ด้วยส่วนผสมจาก Mango Extract อ่อนโยนต่อผิวสัมผัสของลูกน้อย

 Multi-Surface cleaner spray

3. สเปรย์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ (Multi-Surface cleaner spray) A whole clean world ขนาด 500 ราคา 250 บาท สเปรย์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ สำหรับทำความสะอาดทุกพื้นผิวสัมผัสได้ทันทีแบบไม่ต้องล้างออก มี pH balance อ่อนโยนและปลอดภัยในทุกการสัมผัส และสารสกัดกรดอินทรีย์ธรรมชาติจาก Mango Extract ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อากิ อากิ

4. น้ำยาล้างขวดนมและจุกนม (Baby bottle & Nipple liquid cleanser) Grow young together ขนาด 500 ราคา 275 บาท ผลิตภัณฑ์น้ำยาล้างขวดนมและจุกนม อ่อนโยนอย่างมีประสิทธิภาพ ล้างคราบโปรตีนและไขมันได้หมดจด ด้วย Mango Extract ที่มีประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรก และอ่อนโยนต่อผิวสัมผัส ไม่ระคายเคืองขณะใช้งานไม่ทิ้งกลิ่นหลังล้าง ไม่มีสารตกค้าง

อากิ อากิ น้ำยาล้างผักผลไม้

5. น้ำยาล้างผักผลไม้ (Vegetable & Fruit & wash) Fruity. Wash. ขนาด 400 ml. ราคา 250 บาท น้ำยาสำหรับล้างผักผลไม้ให้สะอาดปลอดภัย ด้วยสารทำความสะอาด food grade ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก US FDA ไม่ทำให้ผักผลไม้เสียรสชาติ ยืดอายุให้เก็บได้นาน ไม่มีสารตกค้าง กำจัดจุลินทรีย์เชื้อรา สิ่งสกปรกและแว็กซ์เคลือบผลไม้

สุดท้ายนี้สำหรับคุณแม่ทั้งมือใหม่ มือเก่า ผลิตภัณฑ์ของ AgiAgi จะคอยอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยดูแลทุกโมเมนต์พิเศษของครอบครัว เพราะเราสร้างสรรค์ AgiAgi ขึ้นมาเพื่อให้ทุกวินาทีเป็นช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัวอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์ AgiAgi มีจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์แล้วที่ Line Official: @agiagi.baby,
Official Store บนLazada: https://www.lazada.co.th/shop/agi-agi-baby และLine Shopping: https://shop.line.me/@agiagi.baby ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.agiagi.baby/# และ Facebook/ Instagram : agiagi.baby 

 

Gen y Alpha Gen

ความท้าทายของพ่อแม่ Gen y ในการเลี้ยงดูลูก Alpha Gen

Gen y กับการเป็นพ่อแม่ที่มีลูกใน Alpha Gen จะเป็นอย่างไร เมื่อความแตกต่างระหว่างวัยมีมาก มาฟังคำแนะนำแนวทางการเลี้ยงเด็กยุคนี้จากคุณหมอกัน

ความท้าทายของพ่อแม่ Gen y ในการเลี้ยงดูลูก Alpha Gen!!

การแบ่งกลุ่มประชากรตามแนวคิดนักเศรษฐศาสตร์ แบ่งประชากรออกเป็น 4 กลุ่ม โดยใช้อายุเป็นเครื่องมือในการแบ่งกลุ่ม ได้แก่

  1. Baby Boomer หรืออีกนัยหนึ่งคือ กลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งได้แก่ กลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 54-72 ปี
  2. Gen X ซึ่งได้แก่ กลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 38-53 ปี
  3. Generation Y อายุระหว่าง 21-37 ปี
  4. Gen Z อายุระหว่าง 8-20 ปี

โดยแต่ละกลุ่ม ในแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยเรื่องผู้ซื้อผู้ขาย มีพฤติกรรมการแตกต่างกัน การทำความเข้าใจแต่ละกลุ่มจะทำให้สามารถลดช่องว่างในการสื่อสาร ขณะเดียวกันโลกยุคนี้เป็นยุคที่ประกอบไปด้วยกลุ่ม เจน y ซึ่งถือเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ

Gen y กับการเป็นพ่อแม่
Gen y กับการเป็นพ่อแม่

ทำความรู้จัก คนGen y!!

เนื่องจากว่า gen y เป็นกลุ่มประชากรที่อยู่ในวัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. จึงได้ร่วมกับบริษัทศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ศึกษาทัศนคติและปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา โดยข้อสรุปตอนหนึ่งคือ กลุ่มประชากรเจนเนอเรชั่นวาย คือผู้ที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523–2543 หรือมีอายุ ระหว่าง 18 ถึง 38 ปี (ณ ปี พ.ศ. 2561) โดยสำรวจเชิงปริมาณ จำนวน 3,734 ตัวอย่าง ในช่วงระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2561 ในพื้นที่ 12 จังหวัด17 และสัมภาษณ์เชิงลึก พบว่า

“ทัศนคติ ปัจจัยและเงื่อนไข การสร้างครอบครัว และแนวทางการดำเนินชีวิตนั้นแตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน คือ มีความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จ และความก้าวหน้าในอาชีพ ต้องการรูปแบบชีวิตที่มีความยืดหยุ่น ต้องการการดำเนินชีวิตที่ท้าทายแสวงหาโอกาสในการทำงาน หรือเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ รวมถึงมีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง ขณะเดียวกันมีแนวคิดที่ยอมรับการเป็นคู่รักเพศเดียวกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจมีผลต่อการสร้างครอบครัวและการมีบุตร”

ขณะเดียวกัน ข้อมูลพื้นฐานครอบครัว และแนวทางการสร้างครอบครัวของคน เจนวาย พบว่า ประมาณร้อยละ 29.4 เติบโตมาแบบไม่พร้อมหน้าพ่อ แม่ บุตร และกลุ่มที่มีครอบครัวแล้ว พบว่า ร้อยละ 69.9 ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนตัดสินใจแต่งงานเฉลี่ย 2 ปี ขณะที่แนวทางการสร้างครอบครัว พบว่า ลดความสำคัญของข้อผูกมัดทางกฎหมายและพิธีการ โดยร้อยละ 42.9 ไม่ให้ความสำคัญกับการจดทะเบียน ร้อยละ 27.0 ไม่ให้ความสำคัญกับการแต่งงาน

Alpha Gen!! เจนนี้มีเทรนด์แบบไหน??

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Alpha Generation หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Alpha Gen กันก่อน เด็ก Alpha Gen ก็คือเด็กที่เกิดในปี ค.ศ. 2010 – 2024 หรือก็คือพ.ศ. 2553 – 2567 ลักษณะเด่นคือ ชีวิตค่อนข้างสบาย เพราะพ่อแม่ คือ คนเจน y มีความรู้ มีงาน มีเงิน เรียกได้ว่าเกิดมาคู่กับความพร้อมในหลาย ๆ ด้านนั่นเอง เด็ก ๆ รุ่นนี้มีข้อได้เปรียบกว่าคนรุ่นก่อน ๆ ตรงที่ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนมาก มีพร้อมอยู่แล้วทั้งเงิน เทคโนโลยี การแพทย์ที่พัฒนา การศึกษาที่ทันสมัยจุดเด่นอีกอย่างของคนเจนนี้ คือ ความสามารถในการปรับตัวได้เร็ว เพราะโลกในปัจจุบันของคนเจนนี้เปลี่ยนเร็วมาก แต่ข้อเสียก็คือ มีแนวโน้มเป็นคนวัตถุนิยม เบื่อง่ายและความอดทนต่ำ นิยมความรวดเร็วทันใจ จึงมักมองหาสูตรความสำเร็จที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยแต่แนวโน้มทางด้านสุขภาพของเด็กยุคนี้

ด้วยความที่เป็นโลกแห่งความรวดเร็ว หากการดูแล เลี้ยงดูของเด็กไม่ได้รับความใส่ใจมากพอ ปล่อยไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัวมากเกินไป มักจะพบว่า เด็กรุ่น Alpha Gen มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมาธิสั้น Attention-deficit/hyperactivity disorder (ADHD)โรคออทิสติกเทียม และโรคต่อต้านสังคม (Antisocial) รู้แบบนี้แล้ว พ่อแม่โดยเฉพาะพ่อแม่คนเจน y ที่ให้ความสำคัญกับแนวทางใหม่ ๆ ในการเลี้ยงดูลูก คงเริ่มเกิดคำถามขึ้นในใจแล้วว่า แบบนี้เราควรเลี้ยงดูลูก Alpha Gen อย่างไรให้ห่างไกลความเสี่ยงเหล่านี้ ในขณะที่ชีวิตรายล้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่เป็นต้นเหตุให้เกิดโรค

สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้ เมื่อมีลูก Alpha Gen!!

1. เป็นเจนเนอเรชั่นที่ทุกคนมีการศึกษาเป็นพื้นฐาน

แม้ว่าในตอนนี้พวกเขาส่วนใหญ่จะยังอยู่ในวัยเด็ก แต่เมื่อถึงวัย Generation Alpha พวกเขาจะเป็น Generation ที่มีการศึกษามากที่สุด พวกเขาจะเติบโตขึ้นและเรียนรู้โลกมากขึ้นเรื่อยๆ มากกว่ารุ่นก่อนๆ ทั้งหมด สิ่งนี้ยังเปลี่ยนธรรมชาติของการศึกษาระดับอุดมศึกษาเนื่องจากทำให้ความคาดหวังของสถาบันแตกต่างไปอย่างมาก

2. พวกเขาเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

พ่อแม่ของพวกเขาอาจเป็นคนแรกที่เกิดมาในโลกดิจิทัล แต่ Gen Alpha จะเป็นคนที่ปรับให้เทคโนโลยี และความล้ำสมัยเหล่านั้นมาใช้ได้จริง และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขา อันที่จริง Alpha Gen และเทคโนโลยีเชื่อมโยงกันมากจนประมาณว่าเมื่ออายุได้ 8 ขวบ พวกเขาจะแซงหน้าพ่อแม่ของพวกเขาในด้านทักษะด้านเทคโนโลยี พวกเขาจะไม่มีวันรู้จักโลกที่ปราศจากอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีอันชาญฉลาด และโลกเสมือน

สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้ เมื่อมีลูก Alpha Gen
สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้ เมื่อมีลูก Alpha Gen

3. AI คือความจริงของพวกเขา

เป็นไปไม่ได้ที่คนรุ่นก่อนจะจินตนาการถึงผลกระทบของ Siri, Alexa และ Google Assistant ในชีวิตและที่บ้านของพวกเขา สำหรับ Gen Alpha แล้ว  Ai จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของพวกเขาโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ข้อมูลอันมหาศาล (Big Data)จะเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจของพวกเขาในทุกการตัดสินใจ

4. การเรียนรู้ของพวกเขามีความเฉพาะตัวสูง

Gen Alphas คุ้นเคยกับการเข้าถึงข้อมูลในทันที ซึ่งทำให้การเรียนรู้แบบเก่าพวกเขาจะรู้สึกว่าล้าสมัย และช้าไม่ทันใจ เด็กยุคนี้สามารถเรียนรู้ได้ในทุกที่ การเรียนรู้ออนไลน์ และสื่อต่าง ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกในแนวทางการศึกษาของพวกเขา

5. การปฎิสัมพันธ์ระหว่างกัน มักอยู่ในโซเซียลมีเดีย

Gen Alphas จะโต้ตอบกับเพื่อน ๆ และคนรอบข้างส่วนใหญ่ผ่านโซเชียลมีเดียและเชื่อมต่อกันตลอดทั้งวัน ทำให้เป็นสิ่งที่พ่อแม่กังวลว่าจะเกิดการบุลลี่ กลั่นแกล้งกันทางออนไลน์ พวกเขาจะให้ความสำคัญกับการกดไลค์ในโซเซียลมีเดียค่อนข้างมาก แต่แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเด็กยุคนี้มากแค่ไหน แต่พวกเขาจำเป็นต้องได้รับการสอนถึงความสำคัญของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เพื่อลดการบุลลี่กันลงได้

6. พวกเขาไม่ชอบแบ่งปัน หรือใช้ของร่วมกัน

เจเนอเรชั่นอัลฟ่าไม่ชอบแบ่งปันมากเกินไป ต่างจากเจเนอเรชั่นก่อนๆ การใช้ข้าวของเครื่องใช้ของเด็กยุคนี้จะเป็นคนใครของมัน ไม่ได้ใช้ร่วมกัน อาจเป็นเพราะต้องมีการลงทะเบียน ยืนยันตัวตนกับข้าวของเครื่องใช้ในปัจจุบัน เช่น สมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี เป็นต้น

สิ่งควรรู้เมื่อคุณมีลูก Alpha Gen!!

7.ไม่เล่นตามกฎ

หมดเวลาเล่นเกมกระดานและระบายสีระหว่างบรรทัดแล้ว Gen Alphas ไม่สามารถถูกจำกัดด้วยกฎเหมือนรุ่นก่อน พลังงานของพวกเขานั้นยากที่จะควบคุมได้ เนื่องจากโลกดิจิทัลของพวกเขาทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับมุมมองมากมายที่ไม่รู้จบ พวกเขาจึงมองว่าเป็นเรื่องปกติในการหาวิธีลัดที่จะเอาชนะ

8. ศาสนาไม่ใช่เครื่องยึดเหนี่ยว

Gen Alpha จำนวนมากโดยธรรมชาติมักจะต่อต้าน เป็นการยากที่จะชักชวนให้พวกเขาเข้าสู่ศาสนาหรือระบบความเชื่อ เนื่องจากพวกเขามีแนวโน้มที่จะหลุดพ้นจากโครงสร้างที่มีอยู่ แม้ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการทำให้พวกเขายอมรับระบบความเชื่อตั้งแต่อายุยังน้อย ในไม่ช้าพวกเขาจะเติบโตและเริ่มมีแนวทางของตัวเอง

อัลฟ่าเจน โตมากับเทคโนโลยี
อัลฟ่าเจน โตมากับเทคโนโลยี

9. พวกเขาเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ต่างจากรุ่นที่คาดการณ์ได้ก่อนหน้านี้ นักการตลาดมีปัญหาหนักใจเมื่อกำหนดเป้าหมายไปที่ Gen Alpha เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นปัจเจกมากกว่าและด้วยเหตุนี้จึงไม่ตกอยู่ในกลุ่มคนที่มีอำนาจเหนือกว่า ดังนั้น เมื่อคุณคิดหาข้อสรุปทำนายพฤติกรรมของพวกเขา พวกเขาก็เปลี่ยนไปอีกเสียแล้ว

10. วัยเด็กของพวกเขาแตกต่างกันมาก

Gen Alpha ต่างจากพ่อแม่รุ่นมิลเลนเนียลที่ชอบเล่นกลางแจ้งและใช้เวลาเพื่อความสนุกอย่างไม่รีบร้อน แต่พวกเขาอาศัยอยู่ในโลกแห่งการแข่งขัน ด้วยความที่โลกแคบลงจากเทคโนโลยี ทำให้เป้าหมาย และความสำเร็จของคนรอบตัวมีแตกต่างกันมาก เพิ่มแรงกดดันในพวกเขาต้องกระตุ้นตัวเองให้พัฒนาขึ้นตลอดเวลา ต้องใช้เวลาในการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรเพื่อความเป็นเลิศ แม้ว่าวิธีนี้จะได้ผลสำหรับบางคน แต่หลายคนอาจรู้สึกเครียดและวิตกกังวล

11. อาหารของพวกเขา

คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และไดอารี่ออร์แกนิกจะเป็นส่วนใหญ่ของสิ่งที่พวกเขาชอบที่จะดื่มด่ำเพราะพวกเขาต้องการพลังงานทั้งหมดที่พวกเขาจะได้รับ Gen Alphas ส่วนใหญ่มักติดพาสต้า มักกะโรนีและชีส และซีเรียล อาหารที่มาพร้อมกับไขมันอิ่มตัว แม้ว่าจะถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ Generation ของพวกเขาก็ยังคงมีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่ารุ่นก่อน ๆ

การเลี้ยงดูเด็ก Alpha Gen!!

ต่อข้อคำถาม และความกังวลใจทั้งหลายว่าควรเลี้ยงดูลูก Alpha Gen อย่างไรให้ห่างไกลความเสี่ยงจากโรคทางใจ ให้มีสุขภาพจิตที่ดี มาร่วมหาคำตอบจากข้อแนะนำในการเลี้ยงเด็ก Alpha Gen ของ รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี จากสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้ให้แนวทางในการเลี้ยงดูไว้เป็นขอบเขต ซึ่งมีทั้งหมด 5 แนวทางด้วยกัน ดังนี้

1. เป็นนักคิดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มศักยภาพใหม่ๆ ให้กับลูก

ฝึกให้เด็กคิดและวิเคราะห์โดยเริ่มจากการชวนกันตั้งคำถาม ข้อสังเกต ให้เด็กรู้จักวิธีแก้ปัญหา ได้ฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรอง ฝึกให้ลูกคิดว่าเรื่องที่ได้ฟัง ได้เห็น ได้รู้นั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ สมควรเชื่อถือหรือไม่

2. เพิ่มเติมความรู้ในโลกความเป็นจริงแทนความเพ้อฝัน

สนับสนุนให้ลูกคิดในสิ่งที่เป็นไปได้ ทำได้โดยพ่อแม่ต้องสื่อสารกับลูกด้วยเหตุผล ฝึกลูกให้คิดเป็น เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย รู้จักคิด ตัดสินใจ วางแผน และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง รู้เท่าทันคน

ความท้าทายของพ่อแม่ Gen y
ความท้าทายของพ่อแม่ Gen y

3. ส่งเสริมสภาพอารมณ์ สังคม จิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรม

สิ่งสำคัญพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ใช้วิธีการสอนด้วยความรักและสัมพันธภาพที่ดี จะทำให้เด็กค่อยๆ ซึมซับเอาแบบอย่างที่ดีนั้นมาปฏิบัติตามจนเกิดเป็นนิสัย

4. พ่อแม่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยการเปิดใจรับฟังลูก

โดยพ่อแม่สามารถสังเกตทัศนคติ มุมมอง ความคิดของลูกได้ และใช้วิธีการพูดคุย แลกเปลี่ยน สั่งสอน ปลูกฝังสิ่งที่ดีต่างๆ เพื่อเขาจะได้เกิดวิธีคิดที่ดีและถูกต้อง

5. การเลือกรับสื่อให้เด็กอย่างสร้างสรรค์

พ่อแม่ควรใช้สื่อให้สร้างสรรค์ คิดให้เท่าทันสื่อ ให้คำแนะนำในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็ก และร่วมกันหาทางรับมือกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา

ข้อมูลอ้างอิงจาก https://parenting.firstcry.com/https://www.istrong.co/https://dmh.go.th

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

นิทานสอนใจ สอนทักษะชีวิตให้ลูกผ่านตัวหนังสือ

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็นภัยต่อพัฒนาการลูกลงโทษแบบไหนถึงดี

GEN ME!!Genที่ หลงตัวเอง คุณกำลังเลี้ยงลูกให้เป็นอยู่หรือเปล่า

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร ทำที่ไหน ราคาเท่าไหร่

คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคงอยากทราบว่าลูกในครรภ์จะสมบูรณ์ดีไหม มีพัฒนาการอย่างไร แค่คิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของลูกเป็นครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้น ตื้นตันแล้ว ซึ่งการตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพเหล่านี้ได้ ก่อนที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลกภายนอก แต่ก่อนที่จะไปทำการตรวจอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติ เรามาทำความรู้จักกับการตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ว่าสามารถบอกอะไรได้บ้าง ทำให้เราทราบรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับลูกได้บ้าง ควรทำช่วงไหน ปลอดภัยหรือเปล่า หรือช่วงเวลาไหนที่เราสามารถอัลตร้าซาวด์ 4 มิติได้ วันนี้ทีมกองบรรณาธิการได้นำข้อมูล อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ให้ได้ศึกษาเตรียมพร้อมล่วงหน้ากัน

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร ทำที่ไหน ราคาเท่าไหร่

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร 

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คือ การตรวจอัลตร้าซาวด์ชนิดหนึ่งที่จะทำให้เห็นสิ่งต่าง ๆ ภายในช่องท้องได้คล้ายจริงมากที่สุด โดยเมื่อเราทำการอัลตร้าซาวด์เราจะเห็นเป็นภาพเรียงต่อ ๆ กันเป็นภาพเคลื่อนไหว และสิ่งที่เราเห็นอยู่ในขณะนั้นจะเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง ณ ขณะนั้นหรือที่มักเรียกกันว่า Real time นั่นเอง

การทำงานของเครื่องอัลตร้าซาวด์ 4 มิติส่วนใหญ่คือการส่งคลื่นเสียงไปบริเวณท้องของคุณแม่ เมื่อไหร่ที่เราส่งคลื่นเสียงตัวนี้เข้าไปบริเวณท้อง คลื่นเสียงตัวนี้ก็จะส่งไปยังบริเวณมดลูกต่อ ทำให้ลูกของเรามีการเคลื่อนไหว หรือมีการตอบสนองต่อคลื่นเสียงชนิดนี้ และการตอบสนองหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกเราก็จะสะท้อนกลับมายังเครื่องตรวจตัวนี้ พร้อมกับแสดงให้เราเห็นเป็นภาพเสมือนจริงมากที่สุด และสิ่งนี้ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนเห็นการเคลื่อนไหวของลูกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม การหาว หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกในครรภ์

 

ควรทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ในช่วงไหนดีที่สุด

ในช่วงของการตั้งท้อง ก่อนที่เราจะทำการอัลตร้าซาวด์ เราอาจจะต้องศึกษารายละเอียด ให้ดีก่อนว่าอายุครรภ์ช่วงไหน เหมาะแก่การอัลตร้าซาวด์ 4 มิติมากที่สุด เพราะถ้ารู้ว่าตัวเองตั้งท้อง แต่อายุครรภ์เรายังไม่ได้มาก สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้มองเห็นพัฒนาการของเขาได้ยาก ส่วนใครที่อยากจะรู้ว่าลูกของเราเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เราก็อาจจะทำการอัลตร้าซาวด์ได้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 19 – 24 สัปดาห์ หรือหากใครที่อยากจะทำการอัลตราซาวด์ 4 มิติ ก็อาจจะต้องรอให้อายุครรภ์ประมาณ 27 – 32 สัปดาห์ก่อนดีที่สุด หรือบางคนก็อาจจะตรวจอัลตร้าซาวด์ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 26 – 30 สัปดาห์ได้ ซึ่งกรณีต่างๆ เหล่านี้เราอาจจะต้องปรึกษาคุณหมอ และควรศึกษาให้ละเอียดรอบคอบก่อน

 

การทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ บอกอะไรได้บ้าง

  1. บอกเพศของลูก

แน่นอนว่าการอัลตร้าซาวด์สามารถมองเห็นอวัยวะภายนอกร่างกายลูก ทำให้เราสามารถเห็นอวัยวะเพศของลูกได้อีกด้วย ทำให้มราบเพศของลูกน้อย

  1. พัฒนาการของลูก

เป็นอีกหนึ่งข้อที่ทำเอาคุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องแอบกังวลใจอยู่บ่อย ๆ เพราะทุกครั้งของการอัลตร้าซาวด์เราจะได้เห็นพัฒนาการของลูกว่า ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดีไหม หรือมีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า

  1. โครงสร้างกะโหลกศรีษะและสมองของลูก

การอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ สิ่งนี้ก็จะทำให้เราเห็นได้ว่าโครงสร้างบริเวณกะโหลกหรือสมองของลูกเราปกติดีไหม หรือมีอวัยวะส่วนไหนที่ผิดปกติไปหรือไม่

  1. ตำแหน่งของลูก

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราจะได้เห็นตอนอัลตร้าซาวด์ นั่นคือตำแหน่งของลูก เราจะได้เห็นว่าช่วงที่เราตั้งท้องในช่วงอายุครรภ์แต่ละสัปดาห์ ตำแหน่งของลูกเราอยู่ตรงส่วนไหนของบริเวณท้อง และนอกจากตำแหน่งแล้ว สิ่งนี้ยังจะทำให้เราเห็นสายสะดือและปริมาณน้ำคร่ำในท้องอีกด้วย

  1. อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

ทุกครั้งของการอัลตร้าซาวด์เราจะสามารถเห็นได้ว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของลูกเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา มือ เท้า นิ้ว และบริเวณใบหน้า คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้

  1. ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด

นอกจากสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เห็นเกี่ยวกับลูกแล้ว การอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ก็ยังสามารถทำให้เราเห็นระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดของลูกได้ด้วย ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ระบบต่างๆ เหล่านี้มีการทำงานที่ผิดปกติไป หมอก็จะได้ทำการรักษา หรือมีวิธีการรับมือลูกของเราได้ทันเวลา

  1. อัตราการเจริญเติบโตของลูก

อีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบกันนั่นคืออัตราการเจริญเติบโตของลูก รวมถึงขนาดรอบศรีษะ ความยาวและน้ำหนักตัวของลูกตามไปด้วย และสิ่งนี้ก็อาจจะบอกเราได้ว่า ลูกของเราเจริญเติบโตตามเกณฑ์หรือไม่

 

การทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ปลอดภัยหรือไม่

ผลจากการวิจัยยังไม่พบว่าการที่คุณแม่ทำการอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ จะส่งผลอันตรายต่อลูก หากเราอยู่ในความดูแลของคุณหมอ และตรวจในช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสม และที่สำคัญเราอาจจะเว้นการตรวจอัลตร้าซาวด์ไว้สักระยะ ไม่ควรที่จะตรวจติดต่อกันบ่อยจนเกินไป เพราะถ้าเราตรวจบ่อยมาก ๆ สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้เช่นกัน ดังนั้นทุกครั้งของการตรวจเราอาจจะต้องสอบถามและขอคำแนะนำจากคุณหมอก่อน เพื่อความปลอดภัยของลูกเราด้วย

เมื่อทราบถึงข้อดีของการอัลตร้าซาวด์ 4 มิติกันแล้ว ทีมกองบรรณาธิการก็รวบรวมข้อมูลสถานที่รับตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นำไปศึกษาเตียมพร้อมก่อนการตัดสินใจว่าจะเลือกไปตรวจที่ใดหรือมีที่ใกล้บ้านหรือไม่ เพื่อเป็นตัวเลือกให้ได้ลองเลือกใช้บริการค่ะ

 

  1. โรงพยาบาลนนทเวช

การตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ช่วงอายุครรภ์ที่จะให้ภาพได้ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ ตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ราคาตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ 3,500 บาท พร้อมรับรูปและแผ่น CD สนใจติดต่อสอบถามโทร 0-2596-7901 ศูนย์สุขภาพสตรีชั้น 4

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nonthavej.co.th/

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ

ขอบคุณภาพจาก https://www.nonthavej.co.th/

 

  1. โรงพยาบาลเปาโล พระประแดง

โปรแกรมตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ พร้อมอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ  (4D 1 ครั้ง / 2D 2 ครั้ง) ราคา 4,900 บาท โปรแกรมตรวจสุขภาพรวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว คิดอัตราค่าบริการตามจริงสามารถเข้ารับบริการได้ภายในวันนี้ – 31 ธันวาคม 2566 สนใจติดต่อสอบถามโทร 0-2818-9000 แผนกสูตินรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.paolohospital.com/th-TH/center

ultrasound 4D

ขอบคุณภาพจาก https://www.paolohospital.com/th-TH/center

 

  1. โรงพยาบาลธนบุรี 2

แพ็กเกจตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ราคา 3,900 บาท (จากปกติราคา 5,290 บาท) พิเศษเฉพาะคุณแม่ที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลธนบุรี2 รับ Gift Voucher ส่วนลด มูลค่า 500 บาท เมื่อซื้อแพ็กเกจตรวจอัลตร้าซาวด์ 4D (จากปกติ 3,900 บาท) สามารถเข้ารับการตรวจได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2565 พร้อมรับ CD และภาพถ่ายจากการทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ คลินิกสูติ-นรีเวช โทร. 02 487 2100 ต่อ 5247, 5248

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.thonburi2hospital.com/

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ

ขอบคุณภาพจาก https://www.thonburi2hospital.com/

 

  1. โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

แพ็กเกจตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ราคา 3,000 บาท ยังไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์ประมาณ 1,000-3,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแพทย์) และค่าบริการจากโรงพยาบาล 300 บาท มีรูปภาพจากการอัลตร้าซาวด์ใส่ CD และภาพถ่ายจากการทำอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ศุนย์สุขภาพสตรี โทร 0-2022-2555-6

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.samitivejhospitals.com/th

ultrasound 4D

ขอบคุณภาพจาก https://www.samitivejhospitals.com/th

 

  1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

แพ็กเกจตรวจอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ราคา 5,000 บาท ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์เริ่มต้น 500 บาท(ขึ้นอยู่กับแพทย์) และค่าบริการจากโรงพยาบาล 270 บาท/ครั้ง มีรูปภาพจากการอัลตร้าซาวด์ใส่ CD สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์สูติ-นรีเวช โทร 0-2066-8888 และ 063-189-3406

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bumrungrad.com/th

ultrasound 4D

ขอบคุณภาพจาก https://www.bumrungrad.com/th

 

อ่านต่อ.. อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร ทำที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่