มะเร็งเต้านม

30 ปีแห่งการรณรงค์โครงการกระตุ้นเตือนภัย มะเร็งเต้านม หรือ Breast Cancer Campaign ภายใต้การดำเนินงานของ เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์

วันนี้ 30 ปีแห่งการรณรงค์โครงการกระตุ้นเตือนภัย มะเร็งเต้านม หรือ Breast Cancer Campaign ภายใต้การดำเนินงานของ เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์

ที่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้หญิงทั่วโลกตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็งเต้านมพร้อมการประชาสัมพันธ์โครงการภายใต้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีชมพู โดยโครงการและมูลนิธิการกุศลของเอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ สามารถระดมทุนได้กว่า 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศไทย เอสเต ลอเดอร์ คอมพานีส์ ประเทศไทย ได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือหน่วยงานด้านโรคมะเร็งมาเป็นระยะเวลากว่า 19 ปี โดยระดมทุนได้กว่า 20 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพบริการด้านการแพทย์เพื่อผู้ป่วย มะเร็งเต้านม ในประเทศไทย ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการรถตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามชุนชนต่าง ๆ ในอนาคตอีกด้วย

โครงการกระตุ้นเตือนภัย มะเร็งเต้านม หรือ Breast Cancer Campaign

 

วัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สำหรับเด็กเล็ก

วัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม เด็ก 6 เดือน-4 ปี เปิดจองแล้ว

วัคซีน สำหรับเด็กเล็กมาแล้ว ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สำหรับเด็ก 6 เดือน-4 ปี พร้อมเปิดจองสำหรับผู้ปกครองที่สนใจฉีดแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนฉีดดูเลย

วัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม เด็ก 6 เดือน-4 ปี เปิดจองแล้ว!!

วัคซีนโควิด19 สำหรับเด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 4 ปี มาถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม หลังตรวจรับรองรุ่นผลิต สธ.จะทำการกระจาย และคิกออฟฉีดพร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 12 ตุลาคมนี้

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการให้บริการวัคซีนโควิด 19 ในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 4 ปี แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด พร้อมกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 โรคโควิด 19 ได้ปรับจากโรคติดต่ออันตรายเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การควบคุมโรคประสบความสำเร็จ คือ การฉีดวัคซีนโควิด 19 ซึ่งปัจจุบันฉีดได้กว่า 143 ล้านโดส ทำให้คนไทยส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกัน และปัจจุบันได้ขยายการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี ซึ่งจะคิกออฟวันที่ 12 ตุลาคมนี้ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี จึงมีการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการให้บริการวัคซีนเด็กกลุ่มนี้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทั้งประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการอย่างปลอดภัย โดยมีผู้ปกครองสมัครใจให้เด็กฉีดแล้วจํานวนมาก ย้ำติดตามอาการหลังฉีด 30 นาที และติดตามต่อ 1 เดือน

วัคซีน สำหรับเด็กเล็ก มาแล้ว!!
วัคซีน สำหรับเด็กเล็ก มาแล้ว!!

เข็มกระตุ้นยังจำเป็น!!

ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงกรกฎาคม 2565  พบผู้ป่วยโควิดเป็นเด็กอายุ 0 – 4 ปี จำนวน 3.6 แสนราย จำนวนนี้ต้องนอนโรงพยาบาลเกือบ 1 แสนราย มีอาการปอดบวมรุนแรงเกือบ 1 พันราย เสียชีวิต 65 ราย อัตราเสียชีวิต 0.01 % ประมาณ 1 ในหมื่น กระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำว่าการฉีด วัคซีน เข็มกระตุ้นยังมีความจำเป็น สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก และกลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากพบว่าการฉีดทำให้โรคลดความรุนแรงลง ขอให้ฉีดกระตุ้นอย่างน้อย 4 เดือนจากเข็มล่าสุด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ควรรับถึงเข็มที่ 4 โดยขอให้พื้นที่ช่วยกันรณรงค์ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2565

เนื่องจากเมื่อโรคโควิด19 ลดความรุนแรงลง ทำให้เกิดความชะล่าใจ และความต้องการฉีดวัคซีนป้องกันจึงลดลงตามไปด้วย ขอย้ำว่าหลังจากที่มีการปรับโควิด19จากโรคติดต่ออันตราย เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ลง จึงมีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แต่วัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยหนักได้ง่าย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น วัคซีนเข็มกระตุ้น หรือวัคซีนตัวใหม่ที่กำลังมา สำหรับเด็กเล็ก 6 เดือน -4 ปีนี้ จึงยังคงมีความจำเป็น เนื่องจากว่า เมื่อเด็กไม่ป่วย พ่อแม่ผู้สูงอายุในบ้านจะลดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

วัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนพื้นฐานได้ไหม??

นพ.ธเรศ กรัษนัยวริวงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้มสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี จะมาถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2565 เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบรับรองรุ่นการผลิตจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะจัดส่งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง เพื่อให้กระจายต่อในพื้นที่ตามจำนวนที่มีการแจ้งความประสงค์ และเริ่มคิกออฟพร้อมกัน วันที่ 12 ตุลาคมนี้ ซึ่งวัคซีนโควิด19 สำหรับเด็กเล็กนี้สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนพื้นฐานชนิดอื่นได้

รายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม รู้ไว้อุ่นใจกว่า!!

ปัจจุบันเด็ก 6 เดือน ถึง 4 ปี เป็นกลุ่มเดียวที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งช่วงการระบาดของโอมิครอนพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีการป่วย และอัตราเสียชีวิตสูงกว่าเด็กโต 3 เท่า!! การฉีดวัคซีนจึงเป็นเรื่องที่ต้องหันมาให้ความใส่ใจ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม มีรายละเอียด ข้อมูลอะไรบ้าง เรามาดูกันไว้ก่อนฉีด เพราะรู้ไว้อุ่นใจกว่า เพื่อลูกน้อยไม่เสี่ยง ไม่ติด
วัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน-4ปี
วัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน-4ปี
ปริมาณวัคซีน
วัคซีนไฟเซอร์นี้จะมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไป คือ ฝาสีแดงเข้ม  ขวดก็แดงเข้มเช่นกัน จะทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแยกง่ายขึ้น และจัดให้มีจุดบริการแยกจากกลุ่มวัยอื่น เพื่อป้องกันความสับสนในการใช้วัคซีน โดยวัคซีนชนิดนี้ต้องผสมตัวทำละลายตามที่กำหนด ซึ่ง 1 ขวดฉีดได้ 10 โดส หรือ 10 คน โดยเด็กเล็กจะใช้ปริมาณวัคซีนน้อยลง คือ มีขนาดโดสละ 0.2 มิลลิลิตร (3 ไมโครกรัม) ซึ่งถือว่าปริมาณน้อย โดยต้องฉีดจำนวน 3 เข็ม คือ
  • เข็ม 1 และเข็ม 2 ห่างกัน 3-8 สัปดาห์ ที่แนะนำคือ 4 สัปดาห์
  • ส่วนเข็ม 2 และ เข็ม 3 ให้ฉีดได้ตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไป

หลังฉีดให้สังเกตอาการ 30 นาที และติดตามต่อจนครบ 1 เดือน สำหรับข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียง สหรัฐอเมริกามีการฉีดและติดตามล้านกว่าโดส พบว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่าเด็กโต ไม่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงถึงเสียชีวิต ถือว่าปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะ MIS-C จากการติดเชื้อด้วย

แพทย์ชี้ผลข้างเคียงไม่รุนแรง

พญ.ปิยนิตย์ ธรรมาภรณ์พิลาศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนและการสร้งเสริมภูมิคุ้มกันโรค และนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่ววว่า สำหรับอาการข้างเคียงไม่รุนแรง มีความปลอดภัยดี โดยส่วนใหญ่จะเจ็บบริเวณที่ฉีด มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  โดยอาการข้างเคียงเหมือนกันทั้งเข็ม 1 เข็ม 2 และเข็ม 3  ไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรงในการศึกษาที่ผ่านมา แต่มีบางคนที่ขึ้นผื่น ตัวบวมจากการแพ้ แต่ไม่มีอาการรุนแรงช็อก อย่างไรก็ตาม จำนวนตัวอย่างที่ศึกษาที่ผ่านมาไม่ได้มากเท่ากับการใช้จริง ซึ่งก็ต้องมีการติดตามต่อไป และหลังฉีดเบื้องต้นต้องติดตามอาการ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย
ปกป้องลูกน้อยด้วย วัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กเล็ก
ปกป้องลูกน้อยด้วย วัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กเล็ก

กลุ่มเด็กที่ควรเข้ารับวัคซีน

กลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ได้แก่

  • เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี
  • ทารกที่คลอดก่อนกำหนด
  • เด็กอ้วน
  • เด็กที่มีโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งหอบหืด
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมทั้งโรคหลอดเลือดสมอง
  • กลุ่มโรคไตวายเรื้อรัง
  • โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
  • โรคเบาหวาน และกลุ่มโรคพันธุกรรม
  • กลุ่มอาการดาวน์

ข้อควรระวัง ในเด็ก และวัยรุ่นที่เคยมีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบที่สัมพันธ์กับการฉีดวัคซีน mRNA มาก่อน ให้เลื่อนการฉีดเข็มถัดไปไปก่อน ซึ่งกรณีนี้ที่ผ่านมายังไม่เคยพบในเด็กเล็ก การรับวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กเล็ก 6 เดือน -4 ปี นี้ ขอย้ำว่า เป็นการรับวัคซีนที่เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ปกครอง และเด็ก ไม่ได้บังคับ และไม่ได้เป็นเงื่อนไขของการไปโรงเรียน จึงควรทำการศึกษา และหากมีข้อกังวลใจควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนดังกล่าว

อ่านต่อ >>จุดฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงเข้ม สำหรับเด็กเล็ก 6 เดือน – 4 ปี มีที่ไหนบ้าง คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Long Covid

หาย Covid กินอะไรดีช่วยฟื้นฟูร่างกาย ป้องกัน Long Covid

โควิด -19 (Covid – 19) จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน ไม่มีใครตอบได้ค่ะ ทำได้อย่างดีที่สุดก็คือการรักษาสุขอนามัย ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับการฉีดวัคซีน เพื่อลดความรุนแรงจากการป่วยโควิด สำหรับครอบครัวไหนที่ตอนนี้อาจจะมีลูก หรือผู้ใหญ่ในบ้าน ป่วย Covid กำลังรักษาอยู่ กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids มีวิธีดูแลฟื้นฟูร่างกายหลังหายโควิด -19 ด้วยการรับประทานอาหารและวิตามิน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีป้องกันการเกิดภาวะ Long Covid มาแนะนำให้ค่ะ

Long Covid คืออะไร มีอาการอย่างไร

หลายคนยังสงสัยค่ะว่า Long Covid ลองโควิด คืออะไร อาการที่เป็นอยู่หลังจากหายโควิดจะใช่ลองโควิดหรือเปล่า ? สำหรับลองโควิด คือ ภาวะที่ร่างกายยังคงมีอาการของโรคบางอย่างเหลืออยู่ หลังจากหายป่วยโควิด ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย ก็เช่น

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ
  • ปวดศีรษะ
  • ท้องเสีย
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย รู้สึกหายใจไม่ค่อยอิ่ม
  • ไอเรื้อรัง
  • ผมร่วง
  • เจ็บหน้าอก ใจสั่น
  • เครียด มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล
  • การรับรสและกลิ่นผิดปกติ

อาการลองโควิด ทั้งหมดนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นทุกอาการนะคะ บางคนอาจจะมีแค่อาการไอ ท้องเสีย หรือรู้สึกอ่อนเพลีย อาการลองโควิดจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้ใน 1-3 เดือนค่ะ

สงสัยไหมคะว่า… ใครเสี่ยงเกิดอาการ Long Covid ได้บ้าง ?

อาการลองโควิดมีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณ 30-50% ของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาหายแล้วซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่ป่วยโควิดจะมีอาการลองโควิดกันทุกคนค่ะ และนี่คือกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอาการลองโควิดได้ หากป่วยจากโควิด-19

  1. ผู้หญิงวัยทำงาน
  2. กลุ่มผู้สูงอายุ
  3. คนที่ปอดอักเสบรุนแรงขณะติดโควิด
  4. คนที่มีภาวะอ้วน และมีโรคประจำตัว เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น
  5. เด็กเล็ก ในกรณีของเด็ก พบว่าหลังหายจากโควิด จะมีอาการที่เรียกว่า MIS-C เป็นอาการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสูงผิดปกติ อาการที่แสดงจะคล้ายโรคคาวะซากิ เช่น มีไข้สูง ผื่น ตาแดง ปากแดง แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตลูก ๆ อย่างใกล้ชิดหลังหายจากโควิด ถ้าพบอาการผิดปกติเกิดขึ้นให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ

Long Covid

เสริมภูมิคุ้มกันหลังหายโควิด ฟื้นฟูร่างกายต้องกินอะไร ป้องกันภาวะ Long Covid 

คำแนะนำจากคุณหมอสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย สำหรับผู้ป่วยหลังหายโควิด เกี่ยวกับอาหารที่ควรรับประทานเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และป้องกันอาการลองโควิด

เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้คุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่ เลือกกินอาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม เนยแข็ง ถั่วต่าง ๆ เต้าหู้ รวมทั้งบริโภคอาหารที่มีจุลินทรีย์สุขภาพ หรือโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ได้แก่  โยเกิร์ต นมเปรี้ยว กินร่วมกับอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง กล้วย หัวหอมใหญ่ กระเทียม เป็นต้น

กินวิตามินเสริม ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังป่วย Covid เสริมสร้างภูมิต้านร่างกายแข็งแรง ลดการเกิดอาการลองโควิด

1. กระเทียม (Garlic)

กระเทียมมีสารที่ชื่อว่า “อัลลิซิน” จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เมื่อเม็ดเลือดขาวมีมากก็จะช่วยบรรเทาและลดอาการภูมิแพ้ ฉะนั้นเพื่อเป็นการสร้างสมดุล เสริมภูมิต้านทาน และลดการเกิดภูมิแพ้ และยังมีส่วนช่วยป้องกันอาการ Covid Heart โดยช่วยป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นอาการที่พบได้โดยเฉพาะผู้ที่พักฟื้นร่างกายจากอาการเจ็บป่วยไม่สบายของผู้ป่วยโควิด แนะนำให้รับประทานกระเทียมบ่อย ๆ หรือถ้าจะให้สะดวกในทุกวัน จะกินเป็นสารสกัดเข้มข้นในรูปแบบ “น้ำมันกระเทียม” แคปซูลก็ได้เช่นกัน แต่ควรเลือกชนิดที่ไม่ใส่สารกันบูด หรือแต่งสี แต่งกลิ่น ก็จะช่วยให้สุขภาพดีในระยะยาวได้ด้วยค่ะ

2. น้ำมันปลา (Fish Oil)

น้ำมันปลา เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ซึ่งสารสำคัญ คือ โอเมก้า-3 ซึ่งประกอบด้วย สารสำคัญ 2 ชนิด คือ EPA และDHA  เมื่อร่างกายได้รับจะเปลี่ยนเป็นสารต้านอักเสบที่ชื่อว่า Resolvins ที่สามารถลดภาวะการอักเสบในร่างกายเมื่อเกิดการติดเชื้อ เช่น ลดภาวะปอดอักเสบ ลดภาวะการเกิดลองโควิด และยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดต่างๆอุดตัน ซึ่งจะเป็นที่มาของอาการ Covid Heart ได้ สำหรับการบริโภคน้ำมันปลานั้น ควรเลือกน้ำมันปลาที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกที่มีคุณภาพซึ่งมักเป็นปลาทะเลน้ำลึกในเขตหนาว เช่น ปลาทะเลน้ำลึกอย่างปลาแองโชวี่จากประเทศไอซ์แลนด์ เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งทะเลน้ำลึกที่สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากมลภาวะ ทำให้คุณภาพปลามีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง และถ้าผ่านการรับรองการผลิตระดับยาสากลก็จะยิ่งปลอดภัยในการกินมากขึ้นนะคะ

3. โคเอ็นไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)

โคเอ็นไซม์ คิวเทน มีความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ หากขาดโคเอ็นไซม์ คิวเทน จะทำให้ร่างกายขาดพลังงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง หรือเซลล์สมองทำงานผิดปกติ นอกจากความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ต่าง ๆ แล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกายได้ รวมทั้งยังมีส่วนช่วยบำรุงเซลล์หัวใจ ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะ Covid Heart ที่เป็นหนึ่งในอาการลองโควิด อีกด้วย แต่ให้ดีควรเลือกโคเอ็นไซม์ คิวเทน (Q 10) ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีอีมัลแคป และอยู่ในแบบแคปซูลนิ่ม ก็จะทำให้การดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และเห็นผลในการกินมากขึ้นนะคะ

4. เวย์โปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำไปซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย  และเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารภูมิต้านทาน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น  เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนที่เพียงพอ ทั้งปริมาณและคุณภาพ ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้เชื้อโรค ไม่เจ็บป่วยบ่อยและฟื้นฟูร่างกายหลังป่วยได้เร็วขึ้น ซึ่งในการเลือกโปรตีนนั้น ควรเลือกเวย์โปรตีน ไอโซเลท ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ดูดซึมเร็ว ย่อยง่าย ไม่ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนในปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้งมีส่วนประกอบของ Zinc และ Selenium จะยิ่งช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

5. โสม (Ginseng)

โสมเกาหลีสกัด มีจินซิโนไซด์ (Ginsenoside) คือ สารสำคัญที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย  ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า  กระฉับกระเฉง นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายแข็งแรง สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังป่วยโควิด และลดการเกิดอาการ ลองโควิด แนะนำเป็นโสมเกาหลี เพราะช่วยลดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง มีสรรพคุณในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน สร้างสมดุลในร่างกาย และช่วยฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรง ซึ่งโสมมีหลากหลายรูปแบบ แต่ให้ดีควรเลือกรูปแบบแคปซูลนิ่มจะมีการดูดซึมที่ดีและโสมที่ดีควรอยู่ในรูปแบบสารสกัดมาตรฐาน ซึ่งเป็นสารสกัดที่ผ่านการปรับสัดส่วนของสารสำคัญให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ และเมื่อมีส่วนประกอบของวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ยิ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพกันเป็นอย่างดีในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

6. สมุนไพรวาเลอเรียน (Valerian)

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการเจ็บป่วยไม่สบายให้กลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น  รากวาเลอเรียนได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการนอนไม่หลับอย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรป มีสรรพคุณช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้ดี หลับง่าย หลับสนิท ไม่ตื่นกลางดึก และไม่ง่วงซึมหลังจากตื่นนอน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยคลายความวิตกกังวล  มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการเสพติด สารสกัดจากรากวาเลอเรียน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับที่ไม่อยากพึ่งยานอนหลับ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

7. วิตามินบี (Vitamin B)

การรับประทานวิตามินหลังหายป่วยจากโควิดมีส่วนสำคัญมาก ๆ นะคะ วิตามินอีกหนึ่งตัวที่อยากแนะนำให้กินหลังหายโควิด เพื่อป้องกันและลดอาการสมองล้าจากภาวะลองโควิด ก็คือ  วิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) ที่มีส่วนบำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยคลายเครียด ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และมีสมาธิดีขึ้น โดยแนะนำเลือกรับประทานสูตรที่ประกอบด้วยวิตามินบีปริมาณสูงครบถ้วนทั้ง 10 ชนิด

เพราะวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันเเละกันและเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ขนาดแนะนำของวิตามินบี แต่ละชนิดอยู่ที่ 25-300 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากนี้ยังควรเลือกวิตามินบีรวมสูตรสมดุล คือวิตามินบีแต่ละชนิดมีปริมาณเท่ากัน เพื่อไม่ให้ขัดขวางการ ดูดซึมซึ่งกันและกัน เพราะถ้าหากวิตามินบีชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป จะทำให้แย่งการดูดซึมวิตามินบีตัวอื่นได้

8. โพรไบโอติกส์ (Probiotics)

โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์ขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ ช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ช่วยการดูดซึมอาหาร ป้องกันโรค ทั้งยังจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ป่วยลองโควิด-19 ให้รับประทานโพรไบโอติกส์ สำหรับผู้ที่มีอาการหลังหายจากการติดเชื้อไวรัส เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

ด้วยความห่วงใยจากกองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ขอให้ทุกครอบครัวมีสุขภาพดี ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และอย่าลืมดูแลสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงด้วยการเสริมวิตามินทุกวันนะคะ

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ คลิก https://www.megawecare.co.th/

 

 

 

 

เครดิตข้อมูล : กรมอนามัย  ,  RAMA  ,  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก

10 พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุก เสริมความรู้

ในปัจจุบันการศึกษาหาความรู้สำหรับเด็ก คือ กิจกรรมที่มีความสำคัญมาก ๆ เพราะทำให้เด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์จำลองที่อาจนำไปพัฒนาหรือต่อยอดกลายเป็นองค์ความรู้หรือแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพในอนาคต การเข้าชมพิพิธภัณฑ์จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ลูก ๆ ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก ในกรุงเทพหรือที่ใกล้ ๆ มีที่ไหนกันบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ จะพาลูกน้อยไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ รวมทั้งได้พัฒนาทักษะทางด้านความคิด ทางร่างกายและจินตนาการสร้างสรรค์ วันนี้ทีมกองบรรณาธิการรวบรวม 10 พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็กที่ต้องไป ซึ่งแต่ละที่เป็นอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

10 พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุก เสริมความรู้

พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก

 

  1. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร

พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ที่ 810 ถนน กำแพงเพชร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีรูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด “Learning for Young Creative Mind” ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ (Method of Learning) ที่มีแรงจูงใจ (Motivation) ที่หลากหลายสอดคล้องกับพัฒนาการและศักยภาพของเด็ก โดยสรรหาสาระความรู้ที่เหมาะสมเพื่อบ่มเพาะจิตสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น นับเป็นสถานที่ที่สร้างสรรค์นิทรรศการความรู้สำหรับเด็กและผู้ปกครองในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย เสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องพัฒนาสมอง ทักษะและกล้ามเนื้อ มีการจัดโซนกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลานสร้างสรรค์ โซนวิทยาศาสตร์หรือโซนสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ เป็นสถานที่ที่น่าพาน้อง ๆ ไปเที่ยวเล่นเพื่อเสริมสร้างจินตนาการและพัฒนาทักษะ เปิดให้บริการ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) โทร 02-272-4500

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.cdm-bangkok.com/

พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพ https://travel.mthai.com/blog/106294.html

 

  1. มิวเซียมสยาม

มิวเซียมสยาม ตั้งอยู่ที่ 4 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและเข้าถึงในงานศิลปะ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง  รู้จักเพื่อนบ้าน  และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้  ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่าง ๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น  เปิดให้บริการ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) โทร 02-225-2777

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.museumsiam.org/index.php

พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.finearts.go.th/museumexpo2021/museum-21.html

 

  1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าตั้งอยู่ที่ 39 หมู่ 3 ถนนรังสิต – นครนายก ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานีเป็นโครงการที่ริเริ่มเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยนำเสนอหลักการคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมที่แสดงถึงวิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละภูมิภาคของโลกรวมถึงประเทศไทย ที่นี่จึงเอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของประชาชน ในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักในบทบาทความสัมพันธ์ของระบบนิเวศที่สำคัญของโลกและประเทศไทย อันจะนำไปสู่การมีจิตสำนึกในการรักษา อนุรักษ์ระบบนิเวศ และเตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรู้เท่าทัน การจัดแสดงนิทรรศการ ประกอบด้วยส่วนจัดแสดงหลัก 3 ส่วน  ได้แก่ ส่วนที่ 1 บ้านของเรา กำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิต ส่วนที่ 2 ชีวิตของเรา ชีวนิเวศแบบต่าง ๆ บนโลก ส่วนที่ 3 ในหลวงของเรา ศาสตร์พระราชาสู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน เปิดให้บริการ วันอังคาร – ศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น.วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์) 02-577-9999 ต่อ 2122, 2123

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nsm.or.th/nsm/index.php/th/node/3324

พิพิธภัณฑ์

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.nsm.or.th/nsm/index.php/th/museum/rama9-museum

 

  1. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตั้งอยู่ ณ เทคโนธานี เลขที่ 39 หมู่ 3 ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตั้งขึ้นในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นด้วยรูปทรงลูกบาศก์ 3 ลูกเชื่อมติดกัน มีการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน และวิทยาศาสตร์ในภูมิปัญญาไทย นิทรรศการในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แต่ละชั้นประกอบด้วย สาระดังนี้

  • ชั้นที่ 1 นักวิทยาศาสตร์รุ่นบุกเบิก กิจกรรมเสริมศึกษา โลกของหนูน้อยนักประดิษฐ์ (Enjoy Maker Space), Engineering Design, ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์แบบโดม, การแสดงทางวิทยาศาสตร์ และนิทรรศการหมุนเวียน
  • ชั้นที่ 2 ประวัติและความเป็นมาของทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
  • ชั้นที่ 3 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน อุโมงค์พลังงาน และ โรงภาพยนตร์พลังงาน 4 มิติ
  • ชั้นที่ 4 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย
  • ชั้นที่ 5 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
  • ชั้นที่ 6 เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย

เหมาะมากที่จะพาน้อง ๆ ไปเที่ยวชมที่แห่งนี้ รับรองได้ความสนุกและความรู้มากมาย เปิดให้บริการ วันอังคาร – ศุกร์ เวลา 09.30 – 16.00 น.วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30 – 17.00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์) 02-577-9999

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  https://www.nsm.or.th/nsm/th/museum/science-museum

พิพิธภัณฑ์

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.nsm.or.th/nsm/

 

  1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ที่เลขที่ 4 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร บริเวณ “พระราชวังบวรสถานมงคล” หรือ “วังหน้า” เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีการจัดนิทรรศการแบ่งเป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดิน ประณีตศิลป์สืบสมัย ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทยสืบสาน โบราณสถานวังหน้าที่เป็นงานสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามมากๆ ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่งดงามของไทย เปิดบริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ (หยุดจันทร์ – อังคาร) เวลา 9.00 – 16.00 น. โทร 02-224-1402

ข้อมูลเพิ่มเติมของทางร้าน https://www.finearts.go.th/museumbangkok

พิพิธภัณฑ์

ขอขอบคุณภาพจาก https://thaiza.com/travel/city/185286/

 

อ่านต่อ.. 10 พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุก เสริมความรู้ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เครื่องนึ่งขวดนม

เครื่องนึ่งขวดนม 6 แบรนด์ ฆ่าเชื้อ มั่นใจ ลูกน้อยดื่มนมปลอดภัย

สิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจเสมอคือความสะอาดของทุกสิ่งรอบตัวลูกน้อย ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องเอาเข้าปากนี่ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ ขวดนม ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกน้อยต้องนำเข้าปากทุกวัน วันละหลายเวลา การล้างขวดนมแล้วผึ่งให้แห้งแบบปกติอาจจะไม่ใช้วิธีที่ดีที่สุด เพราะบางครั้งการทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ อาจหลงเหลือเชื้อโรคที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการป่วยได้ คราวนี้ทีมแม่จึงขอมาแนะนำแบรนด์ เครื่องฆ่าเชื้อขวดนม อีกขั้นของการทำความสะอาดขวดนมให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ให้คุณแม่ไว้พิจารณากันค่ะ

เครื่องนึ่งขวดนม 6 แบรนด์ ฆ่าเชื้อ มั่นใจ ลูกน้อยดื่มนมปลอดภัย

เครื่องนึ่งขวดนม

เครื่องฆ่าเชื้อขวดนม หรือ เครื่องนึ่งขวดนม เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดขวดนมด้วยระบบการฆ่าเชื้อและการทำให้แห้งในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อโรคและกลิ่นที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าการล้างแล้วผึ่งลมแบบทั่วไป รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาไปกับการต้มน้ำร้อนแล้วลวกเพื่อฆ่าเชื้อโรคด้วย เป็นการฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เพื่อช่วยป้องกันลูกน้อยจากการอาการป่วยเนื่องจากดื่มนมจากขวดนมที่ปนเปื้อน 

 

เลือกเครื่องฆ่าเชื้อขวดนมแบบไหน

  • เลือกตามประเภทและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ตามที่ต้องการ ซึ่งเครื่องฆ่าเชื้อขวดนมแบบนึ่งด้วยไฟฟ้า และแบบไมโครเวฟ จะใช้ความร้อนจากไอน้ำในการฆ่าเชื้อเป็นหลัก บางรุ่นมีระบบอบแห้งในตัวด้วย หาซื้อได้ทั่วไป ราคาเริ่มต้นไม่สูง บางรุ่นใช้ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดได้ด้วย ส่วนแบบนึ่งและฆ่าเชื้อด้วยระบบ Sterilize หรือรังสียูวี ตัวนี้มีประสิทธิภาพระดับทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ ราคาจะค่อนข้างสูง  
  • เลือกเครื่องที่รองรับขวดนมได้เยอะและรองรับขวดนมแบบคอกว้าง เผื่อสำหรับการทำความสะอาดที่ไม่แออัด รวมทั้งใช้ทำความสะอาดภาชนะอื่นได้ด้วย เช่น แก้วน้ำเด็ก 
  • ควรมีระบบอบแห้งในตัว เพราะเครื่องนึ่งที่ใช้ไอน้ำอย่างเดียว การผึ่งปกติแห้งอาจก่อให้เกิดกลิ่นหรือเชื้อราสะสมเพราะภาชนะไม่แห้งดี หากมีระบบอบแห้งจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้น 
  • พิจารณาฟังก์ชั่นการใช้งาน สามารถใช้งานได้สะดวก เช่น ระบบสัมผัส สั่งการผ่านแอปได้ หรือทำความสะอาดง่ายหรือไม่ ไปจนถึงความหลากหลาย สารพัดประโยชน์ เช่น ใช้อุ่นอาหารได้ด้วย เป็นต้น  

 

  1. PHILIPS AVENT รุ่น SCF284/02

เป็นเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อแบบไฟฟ้า สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายได้ถึง 99.9% และยังปลอดเชื้อได้นานสุด 24 ชั่วโมงหากไม่มีการเปิดฝา ทำความสะอาดขวดนมได้ภายในเวลาเพียง 6 นาที สามารถบรรจุขวดนมได้ถึง 6 ขวด มาพร้อมกับตะแกรงช่วยจัดเรียงสิ่งของภายใน และยังปรับขนาดได้เพื่อรองรับการทำความสะอาดที่หลากหลาย ทั้งขวดนม เครื่องปั๊มน้ำนม และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันตัดไฟอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานง่าย เปิด-ปิดด้วยสวิตช์เดียว ตัวเครื่องยังทำความสะอาดง่ายด้วย 

เครื่องนึ่งขวดนม

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.philips.co.th/c-p/SCF284_02/3-in-1-electric-steam-sterilizer

 

  1. Fico รุ่น X5 Innovation

ตัวนี้เป็นเครื่องฆ่าเชื้อขวดนมด้วยแสง UVC สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างมั่นใจด้วยการฆ่าเชื้อทุก 2 ชั่วโมง ครั้งละ 5 นาที ระบายอากาศ 2 นาที จึงปลอดเชื้อได้ตลอดวัน มาพร้อมหลอด UVC Phillips คุณภาพสูง กำลัง 4 วัตต์ แบบหลอดคู่ ช่วยให้การฆ่าเชื้อมีประสิทธิภาพขึ้นถึง 99% ตัวเครื่องเป็นไซต์ใหญ่พิเศษ ความจุ 22 ลิตร ภายในมีสองชั้น จึงจุขวดนมได้เยอะ วัสดุสแตนเลสภายในช่วยสะท้อนแสงได้ดี มั่นใจว่าภาชนะจะได้รับการทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม นอกจากนี้ยังมีแผ่นกรองอากาศ HEPA 2 ช่องทางกรองฝุ่นละอองเล็กๆ ที่เป็นสาเหตุของเชื้อโรค และมีตัวกรองคาร์บอนดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยมด้วย

เครื่องนึ่งขวดนม

ข้อมูลเพิ่มเติม Fico รุ่น X5 Innovation

 

  1. Säker UV Sterilizer

เป็นเครื่องฆ่าเชื้อขวดนมเกรดพรีเมี่ยม ที่ผ่านการทดสอบจากสถาบันระดับโลก ว่าฆ่าเชื้อโรคได้ 99.999% ด้วยหลอด UVC ที่ดีที่สุดจาก Philips มาพร้อมเทคโนโลยีอบแห้งรุ่นใหม่ล่าสุด Airflow-S/D 360 องศา ให้ลมร้อนแบบอ่อนโยน รอบทิศ ใช้ระบบความร้อนแบบสะสมที่ 40-60 องศา จึงไม่ทำลายสิ่งของ มีระบบไหลเวียนอากาศ กระจายได้ทั่วทั้งเครื่อง ไม่มีมุมอับ แห้งสนิท แห้งไวกว่าเดิม ระบบทำงานแบบ 3 in 1 ในปุ่มเดียว คืออบแห้ง ฆ่าเชื้อ และระบายกลิ่นอับ หรือจะเลือกโหมดใดโหมดหนึ่งก็ได้เช่นกัน จัดเป็นไอเทมสำหรับคุณแม่ที่ต้องการยกระดับสุขอนามัยลูกน้อยไปอีกขั้นอย่างแท้จริง

เครื่องอบขวดนม

ข้อมูลเพิ่มเติม เครื่องฆ่าเชื้อขวดนม Säker UV Sterilizer

 

  1. Pureen เครื่องนึ่งขวดนมไฟฟ้าพร้อมอบแห้ง

เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้งในตัว จึงมั่นใจได้ในความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99% มาพร้อมแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง HEPA ช่วยดักจับฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปในตัวเครื่อง ตัวเครื่องเป็นระบบดิจิตอล ฟังก์ชั่นใช้งานง่าย แถมมีถึง 6 โหมดอเนกประสงค์ ทั้งนึ่ง อบแห้ง นึ่งและอบแห้ง อุ่นนม อุ่นอาหารและนึ่งอาหาร ประหยัดเวลาเพราะสามารถนึ่งได้เร็วสุดเพียง 6 นาที และตัดไฟทันทีเมื่อน้ำแห้ง ถังบรรจุขนาดใหญ่ และยังสามารถบรรจุขวดทรงมาตรฐานได้ถึง 10 ขวด หรือคอกว้างถึง 7 ขวด หรือสามารถใส่ได้แม้กระทั่งจานชามหรือถ้วยของเด็กๆ เรียกว่าคุณสมบัติครบในเครี่องเดียวจริง ๆ

เครื่องอบขวดนม

ข้อมูลเพิ่มเติม Pureen เครื่องนึ่งขวดนมไฟฟ้าพร้อมอบแห้ง

 

อ่านต่อ.. เครื่องนึ่งขวดนม 6 แบรนด์ ฆ่าเชื้อ มั่นใจ ลูกน้อยดื่มนมปลอดภัย ..ได้ที่หน้า 2

 

ที่พักพัทยา

ที่พักพัทยา ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุกทั้งครอบครัว

เมืองพัทยาเป็นเขตปกครองพิเศษ ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี  เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชายหาดและทะเลที่สวยงาม ปัจจุบันนี้ก็มีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบชายหาด ให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น โดยพัทยานี้ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน อีกทั้งเมืองพัทยายังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่มีสีสันทั้งกลางวัน และกลางคืน เป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถเพียงสองชั่วโมงนิด ๆ ก็ได้เจอกับบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเลแล้ว ทางเราเลยรวบรวม ที่พักพัทยา 10 แห่ง ติดทะเลและเป็นที่นิยมในเมืองพัทยา ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวพัทยา ก็ลองนำเอาไปเป็นตัวเลือกในเรื่องที่พักกันดู รับรองว่าบรรยากาศดี ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนโดนใจที่จะทำให้คุณเก็บกระเป๋าแล้วเปลี่ยนที่นอนในวันหยุดครั้งต่อไป

ที่พักพัทยา ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุกทั้งครอบครัว

ที่พักพัทยา

  1. Mandarin Eastville Pattaya

แมนดาริน อีสต์วิลล์ พัทยา ตั้งอยู่ที่ 66/66 ม.6 นาเกลือ บางละมุง พัทยา จ.ชลบุรี ที่พักสุดหรู ดีไซน์สวยโซนพัทยาเหนือ นาเกลือ ที่เปิดได้ไม่นาน โดยส่วนของโรงแรมแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ทั้ง 2 อาคารนั้นมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ตึกสีขาวจะตกแต่งสไตล์ตะวันตกคลาสสิกส แนวยุโรปที่เน้นไปที่การตกแต่งประดับประดา ด้วยสัดส่วนที่สวยงามและลงตัว ดูหรูหรา และอาคารสีเข้มที่ตกแต่งสไตล์ Zen เน้นการตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น ทุกห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และที่สำคัญมีอ่างอาบน้ำให้แช่เพื่อความผ่อนคลายกันด้วย  ในส่วนบริเวณโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 2 สระ มีซาวน่า ฟิตเนส เปิดให้ใช้บริการ นอกจากนี้ความสะดวกสบายยังไม่หมดเท่านั้นเพราะที่ taya มีห้องอาหารแบบ All Day Dining ที่เสิร์ฟอาหารนานาชาติทั้งไทย จีน ฝรั่ง ตลอดทั้งวัน ใครอยากพักผ่อนสุดพิเศษในวันหยุดนี้ต้องมาเช็คอินที่นี่เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.mandarineastville.com/

ที่พักพัทยา

ขอขอบคุณภาพ https://www.facebook.com/MandarinEastvillePattaya/

 

  1. D’Villa PATTAYA

D’Villa PATTAYA ตั้งอยู่ในซอยชัยพรวิถี 21 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นพูลวิลล่าแบบเหมาหลังเปิดใหม่ดีไซน์สุดเก๋ในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างมีสไตล์ บรรยากาศภายในเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ให้คุณชวนแก๊งค์เพื่อนหรือครอบครัวมาปาร์ตี้ริมสระ หรือมาพักผ่อนแบบส่วนตัวท่ามกลางบ้านสีขาวสไตล์เรียบง่าย พร้อมสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 2 สระ ด้านในบ้านประกอบไปด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำมีอ่างให้ได้แช่ตัวแบบฟินๆ ถึง 2 ห้อง พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น และอุปกรณ์ครบครัน ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังมีห้องนั่งเล่นถึง 2 ห้อง มีสมาร์ททีวีพร้อม Netflix และฟรี Wi-fi อีกด้วย มาพร้อมห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครันและเตาปิ้ง BBQ ที่พักมีเตรียมพร้อมให้ บอกเลยว่ามาที่นี่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/dvillapattaya/

ที่พักพัทยา

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/dvillapattaya/

 

  1. The Pattaya Glamper

The Pattaya Glamper ตั้งอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท-พัทยา 28 แยก 1 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ห่างจากเทอร์มินอล 21 และชายหาดพัทยาไม่ถึง 10 นาที เป็นการนอนเต็นท์แบบสไตล์ซาฟารี ที่พักเปิดใหม่แนว camping มีกลิ่นอายบาหลีนิดๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา พร้อมบรรยากาศเป็นส่วนตัวเพราะที่นี่มีเต็นท์ให้เข้าพักเพียง 8 หลังเท่านั้น แถมทุกเต็นท์ยังมีแอร์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และมีห้องน้ำในตัว ที่มีอ่างอาบน้ำให้แช่ฟินๆ กันทุกเต็นท์เลยด้วย ห้องที่นี่สะอาด เตียงนอนหนานุ่ม เพื่อการนอนพักผ่อนสุดแสนสบาย ที่พักมีให้เลือกทั้งแบบเต็นท์พักสำหรับ 2 คน และเต็นท์พักสำหรับ 4 คน จึงเหมาะทั้งการพักผ่อนแบบเป็นคู่เพื่อน คนรัก หรือจะมากับแก๊งค์เพื่อน ครอบครัว  ส่วนไฮไลท์ของที่นี่คือสระว่ายน้ำกลางที่พักที่ตกแต่งไว้อย่างดีเหมาะกับการถ่ายรูปสวยทุกมุม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/thepattayaglamper/

ที่พักพัทยา

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/thepattayaglamper/

 

  1. Best Western Premier Bayphere Pattaya

Best Western Premier Bayphere Pattaya ตั้งอยู่ที่ ซ.นาจอมเทียน 18 ต.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ที่พักดีไซน์สวยติดทะเล การันตรีด้วยรางวัล รางวัล “Best Condo Low-Rise Condo Architectural Design (Resort)” จากงาน Asia Pacific Property Awards ที่จะทำให้ใช้วันหยุดพักผ่อนของคุณได้อย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เงียบสงบเหมาะกับการมาพักผ่อนชิลๆ รับลมริมทะเลริมหาด ในส่วนของห้องพักจะมีห้องไฮไลท์อย่าง Executive Ocean ที่มาพร้อมอ่างริมระเบียงส่วนตัว โต๊ะทำงานวิวทะเล และเตียงนอนขนาดใหญ่ ไปต่อกันที่สระว่ายน้ำของที่นี่ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์คือ สระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบ 180 องศา นอกจากนั้นที่นี่ยังมีห้องอาหาร LUNAR ให้คุณได้ไปนั่งชิลล์จิบค็อกเทลชมแสงยามเย็นของพระอาทิตย์ตกดินกันอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  https://www.bwpbayphere.com/

โรงแรมพัทยา

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/BestWesternPremierBaypherePattaya

อ่านต่อ.. ที่พักพัทยา ใกล้กรุงเทพ เที่ยวสนุกทั้งครอบครัว ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ตีลูกดีไหม

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็นภัยต่อพัฒนาการลูกลงโทษแบบไหนถึงดี

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เมื่อการตีมีข้อเสียต่อพัฒนาการลูก ยังอยากสอนเขาด้วยการตีอีกไหม มาดูวิธีการสอนแบบไม่ตี ได้ดีเหมือนกัน วิธีดีๆเพื่อลูก

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เป็นภัยต่อพัฒนาการลูก แล้วลงโทษแบบไหนถึงดี!!

เมื่อผู้เชื่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กแนะ สุภาษิต ” รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ” อาจใช้ไม่ได้กับยุคปัจจุบัน การตี การลงโทษที่รุนแรงส่งผลต่อพัฒนาการของลูก ซ้ำร้ายยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเขาไปยันโต

ผศ.ดร.สมบัติ ตาปัญญา ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก เผยว่า การตีเด็ก คิดง่ายๆ ก็เหมือนการใช้ยาฆ่าหญ้า มันได้ผลทันที เด็กหยุดกระทำผิด แต่ก็เหมือนยาพิษ ต้องใช้บ่อยๆ และสะสมเยอะกัดกินจิตใจเขา หมอเองทำงานด้านบำบัดเจอคนไข้รายหนึ่งอายุ 40 ปีแล้ว เป็นโรคซึมเศร้า เพราะถูกพ่อตีตั้งแต่เด็ก เขาหวาดกลัวตลอด และก็ไปตีสามีของเขาอีก เป็นวงจรต่อไป จากการวิจัยพบว่าเด็กที่ได้รับความรุนแรงจะล้มเหลวด้านบุคลิกภาพ ซึมเศร้า บางรายถึงกับฆ่าตัวตาย ทำให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ผิดตั้งแต่เล็กด้วย

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ดีจริงหรือ
รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ดีจริงหรือ

สมองส่วนคิดวิเคราะห์ พัฒนาเต็มที่ในวัย 25 ปี!!

เรามาทำความเข้าใจกับพัฒนาการของเด็ก จากคำแนะนำของ พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร หรือหมอโอ๋ กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าในช่วงเด็ก สมองส่วนอารมณ์ของเราจะทำงานเร็ว เด็กใช้อารมณ์ตอบโต้กับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเขา แต่สมองส่วนคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผลจะยังไม่พัฒนามาก จะเต็มที่ในวัย 25 ปี การคาดหวังให้ลูกทำอะไรที่เกินวัยเป็นสิ่งที่ไม่เป็นไปตามพัฒนาการสมอง เหมือนให้เขาทำอะไรเกินข้อจำกัดไป

“ในวัยเด็ก สมองส่วนอารมณ์จะต่อสู้ในสถานการณ์ต่างๆ กันไป หากเด็กสู้บ่อยๆ โตมาก็จะเป็นคนใช้ความรุนแรง หากเด็กหนีก็จะเป็นคนปกปิดความผิด หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และถ้าเด็กยอม นั่นก็เพราะว่าเขากลัว เขาจะติดกับความรู้สึกกลัว มองว่าตนขี้แพ้ สู้ใครก็ไม่ได้ ทั้งหมดส่งผลต่อบุคลิกภาพของเขาตอนโต ซึ่งการที่สมองส่วนอารมณ์ทำงานก็จะกระตุ้นส่วนอารมณ์มากกว่าความคิด ครอบครัวและครูอาจต้องมีสติและความยับยั้งชั่งใจ ก่อนที่ความเคยชินจะทำร้ายลูกๆ”

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ⇒ รักวัวให้ผูก รักลูกให้…

จากงานวิจัยที่สำรวจในพื้นที่ 4 จังหวัดโดยองค์การช่วยเหลือเด็ก พบว่าพ่อแม่มากกว่าร้อยละ 79 ตีลูกของตน โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าการตีเด็ก และทำให้อายเพียงเล็กน้อย สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่ทำให้เด็กเจ็บปวด ขณะที่พ่อแม่กว่าร้อยละ 66.9 เชื่อว่าการลงโทษทางกายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย และครอบครัวมากกว่าร้อยละ 67 เชื่อว่าครูมีสิทธิทางกฎหมายในการตีเด็กที่มือได้ พ่อแม่ร้อยละ 78.9 ยังเห็นด้วยว่าการขู่ให้เด็กกลัวเป็นเครื่องมือในการลงโทษที่ดี และพ่อแม่สามารถทำได้ ขัดกันกับความคิดเห็นของเด็กส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 60.8 ที่อยากให้พ่อแม่พูดกับเขาดีๆ อธิบายถึงเหตุผลที่ทำผิดมากกว่าการลงโทษ

เมื่อผลสำรวจออกมาแล้วพบว่า ผู้ใหญ่ พ่อแม่ยังคงเห็นความสำคัญของการ “ตี” ว่าเป็นการสั่งสอนที่สามารถทำให้ลูกดีขึ้นได้ ในขณะที่เด็กไม่เข้าใจความหมายของการตี การลงโทษที่รุนแรงของผู้ใหญ่ เด็กอยากให้อธิบายเหตุผล สอน หรือพูดดี ๆ เสียมากกว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าตี หรือไม่ตี แต่อยู่ที่ว่า ตีอย่างไร??

การลงโทษเด็กที่รุนแรง ส่งผลต่อพัฒนาการ
การลงโทษเด็กที่รุนแรง ส่งผลต่อพัฒนาการ

เมื่อไหร่ที่ควร ตี หรือลงโทษลูก

พฤติกรรมที่เป็นปัญหาร้ายแรง ที่ต้องทำการหยุดพฤติกรรมนั้นอย่างทันที คือ กรณีทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่น และการทำลายข้าวของ ทั้ง 3 พฤติกรรมนี้ พ่อแม่สามารถเลือกใช้การตีได้ แต่ต้องไม่ใช่การตีด้วยอารมณ์โกรธ หรือฉุนเฉียว แต่เป็นการตีจากความรัก ความปรารถนาดี พร้อมอธิบายถึงเหตุผลให้เด็กเข้าใจ

รูปแบบในการตีเด็กที่เหมาะสม

  • ไม่ควรตบหน้า
  • ไม่ใช้การตีด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นการทำร้ายเด็ก เช่น ไม้เรียว ไม้แขวนผ้า เข็มขัด เป็นต้น
  • แนะนำให้ใช้มือตีมือของเด็ก ทำให้สามารถประมาณน้ำหนักมือได้
  • สีหน้าท่าทางต้องจริงจัง ไม่ใช่เกรี้ยวกราด อาละวาด ด่าทอ ต้องมีท่าทีที่หนักแน่น
  • บอกถึงเหตุผลในการตี ว่าพ่อแม่เองก็ไม่ได้มีความสุขที่ต้องตีเขา และการกระทำใดที่ลูกต้องได้รับโทษ

มาถึงจุดนี้ คุณพ่อคุณแม่คงเริ่มเข้าใจแล้วว่า การตีลูก นั้น ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะปรับพฤติกรรมเจ้าจอมดื้อ จอมซน ให้กลับมามีพฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับ การลงโทษทำให้เด็กติดลบทั้ง IQ (Intelligence Quatient) TQ (Thinking Quatient) และ EQ (Emotion Quatient)

จำกัดเวลาเล่น อีกหนึ่งการลงโทษที่ไม่มีไม้เรียว
จำกัดเวลาเล่น อีกหนึ่งการลงโทษที่ไม่มีไม้เรียว

ตีลูกได้ตั้งแต่อายุกี่ขวบ ?

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผอ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรับรู้เหตุและผลของเด็ก โดยทั่วไปเด็กอายุก่อน 3 ขวบ ไม่เคยนึกถึงวิธีการตี เพราะส่วนใหญ่เด็กที่ไม่รู้ความ การสื่อสารยังเป็นข้อจำกัดอยู่ การตีเป็นสิ่งที่รุนแรงเกินไป เด็กยังไม่รู้เรื่องเหตุและผล ยังไร้เดียงสาอยู่ เช่น เด็กเอามือไปแหย่ปลั๊กไฟ จะบอกว่าเด็กทำร้ายตัวเองคงไม่ใช่ แต่เด็กที่เริ่มเข้าใจเหตุและผลบ้างแล้วประมาณ 3 ขวบ การที่เขาไปตีเด็กคนอื่นเพื่อแย่งชิงสิ่งของ ก็ควรถูกห้ามด้วยสายตาที่จริงจัง ขึงขัง และบอกว่า ถ้าหนูตีเพื่อนหนูถูกตี เด็กก็จะเรียนรู้ว่าทำไม่ได้ แต่ถ้าเด็กโมโหเอาหัวโขกฝา ทึ้งผมตัวเอง ก็ต้องจับมือเขารวบแน่น ๆ และสบตาบอกเขาว่า หนูทำตัวเองเจ็บไม่ได้ เพราะแม่เสียใจ หนูถูกตี ทำท่าตีมือให้เขารู้ว่าต้องโดนตีแบบนี้ ซึ่งการตีที่มือน้อยกว่าที่เด็กทำร้ายตัวเอง มันเป็นสัญลักษณ์การลงโทษ

อ่านต่อ >>ถ้าไม่ตี แล้วจะสอนอย่างไรให้ได้ดี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นมอัลมอนด์

รีวิว 5 ยี่ห้อ นมเด็ก UHT สูตร DHA แบรนด์ไหนให้โอเมก้าสูงสุด ?

มีคุณพ่อคุณแม่ทักหลังไมค์ช่วยแนะนำนมสำหรับเด็ก 1 ขวบ+ ให้หน่อย มีนมยี่ห้อไหนบ้าง ขอมาก็จัดให้ค่ะ รีบแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ตให้ทันที จากที่ดูมีนมเด็ก UHT หลายยี่ห้อเลยค่ะ แต่ที่สะดุดตาต้องใจก็เจ้า นมอัลมอนด์ กล่องเล็กน่ารักจากแบรนด์ 137 degrees almond milk with DHA ซื้อมาชิม อร่อยมากค่ะคุ๊ณ! ฉะนั้นไม่รอช้าวันนี้กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids เราจะมารีวีวนมเด็ก UHT ที่เป็นสูตร DHA กันค่ะเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีตัวเลือกในการเลือกนมให้ลูกดื่มกันค่ะ

ประโยชน์ของการดื่ม “นมอัลมอนด์ “

คุณหมอเด็กแนะนำว่า นมที่ดีกับสุขภาพของเด็ก ๆ ก็คือ “นมรสจืด” เพราะนอกจากจะช่วยลดการติดรสหวานในเด็กได้แล้ว ปัญหาสุขภาพอย่าง ฟันผุ โรคอ้วน โรคเบาหวาน ฯลฯ ก็ไม่มีมากวนใจค่ะ

  • นมอัลมอนด์ มีไขมันดี ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
  • วิตามินสูง ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินอี ช่วยบำรุงสมองและบำรุงสายตา
  • มีแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

คุณแม่ควรเสริมให้ลูกได้ดื่มนมทุกวันพร้อมไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่  เพื่อที่ร่างกายจะได้เติบโตสมวัย และมีสมองการรู้เรียนที่มีประสิทธิภาพค่ะ

เคยมีคำถามมาว่าในนมวัวมี DHA ด้วยไหม ในนมวัวมีสารอาหารหลากหลาย แต่ไม่มีสารอาหารสำคัญอย่าง DHA นะคะ สำหรับ DHA (Docosahexaenoic acid) เป็นกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมองและจอประสาทตา และร่างกายของเราไม่สามารถสร้าง DHA ขึ้นมาได้เองนะคะ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น DHA มีมากในนมแม่ ในปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาโอลาย ปลาทู และสาหร่ายทะเลบางชนิด และมีมากในปลาน้ำจืดที่มีไขมันสูง เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน หรือ ในพืชจะมีอยู่ใน อัลมอนด์ , วอลนัท , เมล็ดแฟลกซ์ ,  เมล็ดงาขี้ม่อน ฯลฯ

DHA ให้ประโยชน์อะไร ?

  1. ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและสายตาของเด็ก
  2. ช่วยส่งเสริมความจำ เรียนรู้จดจำได้ดี
  3. ช่วยให้มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ดี มีสมาธิ และช่วยให้มีการนอนหลับที่มีคุณภาพ

นมอัลมอนด์

นมกล่องสำหรับเด็ก UHT ปัจจุบันนี้มีให้เลือกดื่มหลายยี่ห้อ หลากชนิดนมไม่ว่าจะเป็น นมวัว นมแพะ นมควาย นมถั่วเหลือง และกับตัวเลือกใหม่ ที่ดีต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูก ทำให้การดื่มนมสนุกมาก

เปิดดูสารอาหารนมกล่อง UHT สำหรับเด็ก สูตร DHA ที่ให้ “โอเมก้าสูง”

กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids เรามีนมสำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป สามารถดื่มได้ ดีต่อสุขภาพและดีต่อพัฒนาการของเด็ก ๆ และนี่คือนมกล่อง UHT สำหรับเด็ก 5 แบรนด์ ได้แก่ 137 Degrees Almond Milk with DHA (137 ดีกรี นมอัลมอนด์ สูตรดีเอชเอ) , Foremost OMEGA 3 6 9 GOLD 1 Plus (โฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 โกลด์ 1 พลัส) , S-26 GOLD Sphingomyelin (เอส 26 โกลด์ สฟิงโกไมอีลิน) , Hi-Q1 Plus Super Gold (ไฮคิว 1 พลัส ซูเปอร์โกลด์) , Enfagrow A+ Superior (เอนฟาโกร เอพลัส ซุพีเรียร์)

Almond Milk Almond Milk นมอัลมอนด์

นมกล่องสำหรับเด็ก UHT สูตร DHA  มีโอเมก้าสูง

นมอัลมอนด์ almond milk

Foremost OMEGA 3 6 9 GOLD 1 Plus

S-26 GOLD Sphingomyelin

Hi-Q1 Plus Super Gold

Enfagrow A+ Superior

พอมาแยกดูสารอาหารบำรุงสมอง เห็นเลยว่า นมอัลมอนด์ 137 degrees almond milk with DHA มีสารอาหารสำคัญอย่าง โอเมก้า 3 6 9 สูงมาก ใน 1 กล่องให้ โอเมก้า 3 = 66 มก. โอเมก้า 6 = 277 มก. และโอเมก้า 9 = 1,253 มก.

ลูก ๆ ของคุณพ่อคุณแม่จะเติบโตสมวัย มีพัฒนาการร่างกาย และสมองการเรียนรู้ดี นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ที่สำคัญต้องเสริมให้ลูกได้ดื่มนมทุกวันด้วยนะคะ

 

รวมเป้อุ้มเด็ก

รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง

ในปัจจุบันนี้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่หันมาใช้เป้อุ้มเด็กกันมากขึ้น อาจจะด้วยรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ต้องมีการทำกิจกรรมในหลายรูปแบบพร้อมกัน เช่น สามารถอุ้มลูกไปด้วยเดินช็อปปิ้งไปด้วย หรืออาจจะทำงานบ้านไปด้วยอุ้มลูกน้อยไปได้ด้วย นอกจากนั้นการนำรถเข็นเด็กไปด้วยอาจจะไม่สะดวกต่อการเดินทางในบางครั้ง เป้อุ้มเด็กจึงเป็นของใช้สำหรับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เลือกใช้งานเพื่ออุ้มลูกน้อย และช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีเป้อุ้มเด็กมาให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ วันนี้ทีมกองบรรณาธิการจึง รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ ที่คัดเลือกมาแล้วว่าดี และมีมาตรฐาน มาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกกัน

รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง

รวมเป้อุ้มเด็ก

วิธีเลือกเป้อุ้มเด็ก

  • เลือกจากประเภทของเป้อุ้มเด็ก ในปัจจุบันเป้อุ้มเด็กจะมีหลากหลายรูปแบบ แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เป้อุ้มเด็กแบบมีโครงและผ้าอุ้มเด็กหรือเบบี้สลิง
  • เป้อุ้มเด็กแบบมีโครง (Structured Baby Carrier) เป้อุ้มลักษณะนี้จะพบได้บ่อย เหมาะกับเด็กหลายหลายวัย ลักษณะคล้ายกระเป๋าเป้สามารถสะพายได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บางรุ่นจะออกแบบให้มีสายประคองเอวของผู้สะพายเพื่อช่วยถ่ายเทน้ำหนักของลูกน้อยจากบริเวณบ่า ลดการเมื่อยล้าทำให้อุ้มได้นานขึ้น นอกจากนี้จะมีโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อประคองบริเวณด้านหลังและศีรษะของเด็กทารก เป้ลักษณะนี้อาจจะมีขนาดใหญ่ยากต่อการพับเก็บและพกพาไม่ค่อยสะดวก
  • ผ้าอุ้มเด็กหรือเบบี้สลิง (Baby Wrap/Baby Sling) เป็นเป้อุ้มเด็กแบบคลาสสิก ลักษณะเป็นการใช้ความยืดหยุ่นของผ้าผืนยาวมาเป็นตัวช่วยโอบอุ้มและกระชับตัวลูกน้อยไว้ ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์ของแม่ จึงลดอาการงอแงของลูกน้อยได้ดี รวมถึงกระจายน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกต่อการให้นมลูกและการพกพาอีกด้วย แต่การใช้เป้อุ้มลักษณะนี้จะต้องใช้ให้ถูกท่าถูกวิธีเพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้
  • เลือกเป้อุ้มให้เหมาะสมกับอายุของลูกน้อย เมื่อพิจารณาตามอายุของเด็กในช่วงวัยต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญในกาเลือกใช้เป้อุ้ม เด็กแรกเกิด – 4 เดือน การพยุงช่วงคอเป็นสิ่งสำคัญควรเลือกเป้อุ้มที่ออกแบบเฉพาะให้มีส่วนที่พยุงคอและวางตำแหน่งของเข่าและสะโพกได้ถูกต้อง เด็กที่มีอายุ 4 เดือนขึ้นไปสามารถชันคอได้เองแล้ว แนะนำให้เลือกเป้อุ้มเด็กที่สามารถใช้ได้ทั้งหันหน้าเข้าและออก หากเด็กยังชันคอได้ไม่แข็งแรงควรอุ้มเด็กแบบหันหน้าเข้า และเมื่อเด็กเริ่มควบคุมการหันคอได้แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นอุ้มแบบหันหน้าออก
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่ทำมาจากวัสดุที่ช่วยระบายอากาศได้ดี เพื่อปกป้องลูกน้อยจากการเกิดผดผื่นจากความอับชื้น จึงขอแนะนำว่าหากเป็นไปได้ให้เลือกเป้ที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นตาข่ายเพราะช่วยระบายอากาศได้ดี แถมยังลดปัญหาอบอ้าวและกลิ่นอับชื้นได้อีกด้วย
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่อุ้มได้ถูกสรีระร่างกาย ทดสอบดูว่าเมื่อใช้เป้อุ้มเด็กแล้วรูปร่างของเป้เข้ากับสรีระของผู้อุ้มหรือไม่ มีส่วนซัพพอร์ตที่ช่วยลดการเมื่อยล้า ลูกน้อยอยู่ในท่าทางการอุ้มที่เหมาะสม
  • เลือกเป้อุ้มเด็กที่มีความปลอดภัย ความปลอดภัยในแง่ของโครงสร้างเป้อุ้มเด็ก มีการออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักตัวเด็กได้ในช่วงน้ำหนักเท่าไหร่ วัสดุที่ผลิตเป้อุ้มเด็กมีความปลอดภัยต่อผิวหนังลูกน้อย การตัดเย็บมีความหนาแน่นปลอดภัยไม่ฉีกขาดง่าย สายรัดและตัวล็อกมีความหนาแน่นและกระชับเมื่อใช้งาน

เมื่อทราบถึงวิธีการเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กที่ทางทีมแม่ ABK ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว หวังว่าจะใช้เป็นทางเลือกหนึ่งให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เป็นวิธีเลือกเป้อุ้มเด็กสำหรับลูกน้อย ต่อมาเรามาดูกันว่ามีแบรนด์ไหนน่าใช้งานกันบ้าง

  1. Sunveno

Sunveno รุ่น Multi-function Baby Carrier – SV22094 เป้อุ้มเด็กที่ทำมาจากวัสดุ Polyester และผ้าฝ้ายที่ให้สัมผัสสบายผิว ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถใช้กับเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี รองรับน้ำหนักได้สูงสุดที่ 20 kg จุดเด่นของรุ่นนี้คือ มีสายแบบสะพายไขว้แบบเฉพาะของแบรนด์ช่วยกระชับและเสริมแรงในการอุ้มมากขึ้น มีช่องระบายอากาศพิเศษ เปิด/ปิดได้ มีซิลิโคนกันลื่นปลอดภัยต่อลูกน้อย เบาะนั่งถูกออกแบบให้มีการรับกับสรีระของเด็ก มีช่องเก็บของมากมาย มีผ้าคลุมศีรษะ กันแดด กันลม และป้องกันคอสำหรับเด็กแรกเกิด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sunveno.in/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.sunveno.in/c

 

  1. Todbi

Todbi รุ่น Air Peacell All-in-one Carrier เป้อุ้มเด็กที่รองรับการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ขวบ Hip seat Ergonomic design ด้วยการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ซึ่งเป็นกลไกการกระจายจุดศูนย์ถ่วง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและลดแรงกดทับ ตัวเป้อุ้มผลิตจากผ้า Bamboo Rayon ที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล จุดเด่นของรุ่นนี้คือนวัตกรรม Air Cell Shoulder Pads เพิ่มความสบายให้คุณแม่มากขึ้นด้วยสายรองไหล่ที่มาพร้อมกับความนุ่มสบายและช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยมประกอบกับการนวดด้วยปุ่ม Air Cell ให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้า

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Todbi.thailand.official/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/Todbi.thailand.official/

 

  1. Punnita

Punnita รุ่น XP Hipseat เป้อุ้มเด็กแบรนด์ไทยที่ผ่านการทดสอบมาตราฐานความปลอดภัยสากล ASTM F2236-16a จากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 kg ตัวเป้อุ้มทำจากผ้า super soft cotton USA นุ่มสบายผิวลูกน้อย จุดเด่นของรุ่นนี้คือไม่มีก้อนโฟมมากดหน้าท้องผู้อุ้มหรือกดแผลผ่าคลอด จะมีแผ่นรองขาลูกน้อยให้นั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้ พกพาได้สะดวก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.punnita.com/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.punnita.com/

 

  1. Camera

Camera รุ่น Hippa 5 เป้อุ้มเด็กที่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ขวบ รองรับน้ำหนักเด็กได้ 20 Kg ได้รับการรับรองจาก สถาบัน IHDI (International Hip Dysplasia Institute) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าเป็น Hip seat Healthy Product สามารถรองรับสรีระช่วงสะโพกและขาของเด็ก ช่วยป้องกันภาวะข้อต่อสะโพกเคลื่อน เนื้อผ้าของเป้อุ้มมี 2 ชนิดพิเศษ ทั้งผ้า Polyster  และ  cotton 100 % จุดเด่นของรุ่นนี้คือใช้ฟองน้ำชนิดพิเศษที่ใช้เป็นตัวดันทรงของสายคาดเอวซึ่งจะช่วยให้ไม่กดทับรอบเอว มีผ้าเสริมฟองน้ำชนิดพิเศษที่ป้องกันการเสียดสีบริเวณขอบขาเด็กไม่ให้เจ็บ ฐานนั่งใช้โฟม EPP ที่มีความแข็งแรงน้ำหนักเบาไม่แตกหัก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th-th.facebook.com/camerababy/

รวมเป้อุ้มเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopee.co.th/tdmthailand

อ่านต่อ.. รวมเป้อุ้มเด็ก 10 แบรนด์ เหมาะกับสรีระลูก อุ้มสบาย ไม่ปวดหลัง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวทิชชู่เปียก

รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

เนื่องจากผิวของเด็กมักบอบบางมากกว่าผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิถีพิถันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเด็ก โดยเฉพาะทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะสามารถพกพาไปได้ทุกที่ และใช้แล้วสามารถทิ้งได้เลยไม่ต้องซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ให้ยุ่งยาก และด้วยเหตุนี้เองหลายแบรนด์จึงผลิตทิชชูเปียกออกมาหลายสูตร ซึ่งถ้าเราไม่ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อยได้ มาดู รีวิวทิชชู่เปียก ที่อ่อนโยนสำหรับเด็ก และทุกคนในครอบครัวกันค่ะ

รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

รีวิวทิชชู่เปียก

การใช้ทิชชู่เปียกกับเด็ก

การเลือกใช้ทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กจำเป็นต้องคำนึงถึงหลายเรื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติของทิชชูเปียกให้ดีก่อนเลือกซื้อ ซึ่งจะมีเรื่องใดที่ควรใส่ใจบ้าง เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

  • การเลือกใช้ทิชชูเปียกทำความสะอาดผิวเด็กที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะผิวของเด็กนั้นบอบบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย การเลือกทิชชูเปียกสูตรอ่อนโยนอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากอาจมีสารเคมีบางตัวที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวจนเกิดผื่นแดงหรืออาการคันได้ จึงควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุแน่ชัดว่าผ่านการทดสอบทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างวางใจ และสามารถใช้เช็ดทำความสะอาดได้แม้บริเวณที่มีผิวบอบบางอย่างรอบดวงตาหรือใบหน้าได้
  • เลือกใช้ทิชชูเปียกที่ปราศจากสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เนื่องจากผิวของเด็กบอบบางและแพ้ง่ายกว่าผู้ใหญ่มาก ทางที่ดีจึงควรเลือกซื้อทิชชูเปียกที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอมและสารกันเสีย (Paraben) นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปริมาณความชุ่มชื้นและความหนาของทิชชูเปียกว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าหยาบหรือแห้งจนเกินไป เวลาเช็ดอาจบาดผิวของลูกน้อยได้ แนะนำให้เลือกรุ่นที่ผลิตมาจากฝ้ายเพราะเนื้อสัมผัสจะค่อนข้างนุ่มนวล ใช้แล้วอ่อนโยนมากกว่า
  • เลือกทิชชูเปียกทารกให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทิชชูเปียกนั้นมีขนาดและจำนวนที่บรรจุต่อหนึ่งห่อแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งแบบที่มีฝาล็อกบรรจุทิชชูในปริมาณมาก (80-100 แผ่น) และแบบพกพาที่เหมาะสำหรับใช้งานนอกบ้าน (10-20 แผ่น)

ในครั้งนี้ทีมกองบรรณาธิการจึงเลือก 10 อันดับทิชชู่เปียกทำความสะอาดผิวเด็ก ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแพ้ต่อผิวเด็ก มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ ซึ่งจะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง เราตามมาอ่านกันเลยดีกว่าค่ะ

  1. Karisma

Baby Water Wipes ผ้าเปียกหรือทิชชูเปียกที่มีส่วนผสมของน้ำมากกว่า 99% แถมยังไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ปราศจากสารกันเสียและพาราเบน ที่สำคัญใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะแน่นอน เหมาะกับเจ้าตัวน้อยตั้งแต่แรก 0 – 3 ปี เก็บรักษาได้ 2 ปี จากวันที่ผลิต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://karisma.co.th/

รีวิวทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://karisma.co.th/

 

  1. Pigeon

ทิชชูเปียกสูตรผสมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ถนอมผิว เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดและทารกอายุไม่เกิน 6 เดือนมีส่วนผสมน้ำมันลาโนลินธรรมชาติ-ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันจากอาการระคายเคือง พื้นผิวหมากรุกพิเศษ-ทำความสะอาดอุจจาระแบบเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานง่ายด้วยมือข้างเดียว ไม่มีแอลกอฮอล์ ผ่านการทดสอบ Microbiologically tested

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://pigeon.co.th/th/baby-wipes.php       

รีวิวทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://pigeon.co.th/th/baby-wipes.php

 

  1. Pureen

Pureen ผ้าเช็ดทำความสะอาด สูตรเซนซิทีฟ เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด และผิวบอบบางแพ้ง่าย มีส่วนผสมของคาโมมายด์ ป้องกันการระคายเคืองผิว ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน คลอรีน และน้ำหอม จึงอ่อนโยนปลอดภัยต่อผิวทารกและผิวแพ้ง่าย เนื้อผ้ามีความหนานุ่ม ชุ่มชื่น ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิกทางการแพทย์ผิวหนัง ว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองผิว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pureen.co.th/baby/

ทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.pureen.co.th/baby/

 

  1. HUGGIES

ฮักกี้ส์ เพียว คลีน เบบี้ ไวพ์ หนาหนุ่มเหมือนใช้สำลี ทำความสะอาดได้มากถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับกระดาษเปียกใยสังเคราะห์ทั่วไป 4 แผ่น ผลิตโดยใช้น้ำบริสุทธิ์ 100% ที่ผ่านกระบวนการกรองให้บริสุทธิ์ 8 ขั้นตอน ทำความสะอาดได้หมดจดและอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย โดยผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแม้ผิวบอบบางของเด็กแรกเกิด สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้า มือ และก้นของลูกน้อย ไม่มีการเติมน้ำหอมและแอลกอฮอล์ (เอทานอล & ไอโซโพรพานอล แอลกอฮอล์)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.huggies.co.th/

ทิชชู่เปียก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.huggies.co.th/

อ่านต่อ.. รีวิวทิชชู่เปียก สำหรับเด็ก สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประกันสำหรับเด็ก

ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม

ช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่จำเป็นอย่างมากที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองเป็นอย่างดี เพราะเป็นวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ รวมไปถึงมีภูมิต้านทานและสมรรถภาพของร่างกายที่ยังมีไม่เทียบเท่าผู้ใหญ่ ส่งผลให้เด็ก ๆ มักจะไม่สบายหรือเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งเป็นวัยที่ต้องเข้าเรียนมีการพบปะกับผู้คนมากขึ้นทั้งเพื่อน ๆ และคุณครูอาจ จะทำให้เด็ก ๆ มีโอกาสติดเชื้อโรคแล้วไม่สบายได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าหากเด็ก ๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ ไม่ใช่แค่สุขภาพจิตใจของคุณพ่อคุณแม่จะย่ำแย่ หากแต่ความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวก็อาจจะแย่ไปตาม ๆ กัน เพราะเหตุนี้การทำ ประกันสำหรับเด็ก จึงสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องค่ารักษาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะประกันสุขภาพเด็กจะครอบคลุมทั้งค่ารักษาโรค ค่ายา หรือแม้แต่หากเด็กป่วยจนต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นเพื่อเป็นการวางแผนป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่ดีของครอบครัว รวมไปถึงความสบายใจของทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และเจ้าตัวน้อย จึงเป็นเหตุผลที่เราควรทำประกันสุขภาพเด็กนั่นเอง

ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม

ประกันสำหรับเด็ก

วิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนจะซื้อประกันสุขภาพเพื่อลูกน้อย ทีมกองบรรณาธิการขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ดังนี้

  • เลือกเบี้ยประกันสุขภาพเด็กที่เหมาะสม โดยเราควรเลือกเบี้ยประกันสุขภาพให้สอดคล้องและเหมาะสมกับทุนทรัพย์หรือสถานะทางการเงินด้วย ทั้งนี้ เบี้ยประกันจะสอดคล้องกับทุนประกัน หากเราเลือกทุนประกันสูง เบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย เราแนะนำให้หาประกันที่สามารถผ่อนชำระเป็นรายงวดได้ ก็จะช่วยให้เรามีสภาพคล่องที่ดี ภายใต้ทุนประกันที่มากพอนั่นเอง
  • พิจารณาทุนประกันสุขภาพเด็กและค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ซึ่งทุนประกันที่ดีควรที่จะครอบคลุมการรักษาต่าง ๆ อย่างครบครัน ครอบคลุมค่าห้อง ค่ายา ค่าธรรมเนียม ค่าผ่าตัดจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสถานพยาบาลใกล้บ้านด้วยว่า สามารถใช้กับประกันสุขภาพเด็กของที่ไหนได้บ้าง แล้วมีรายละเอียดค่ารักษาต่าง ๆ เท่าไร
  • ตรวจสอบอายุขั้นต่ำที่รับประกันสุขภาพเด็ก โดยแต่ละบริษัทประกันก็จะมีอายุขั้นต่ำที่รับประกันไม่เท่ากัน สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเพิ่งจะคลอด อย่าลืมตรวจสอบเรื่องนี้เป็นอันดับแรก เพราะถ้าอายุไม่ครบกำหนด จะได้สามารถเตรียมพร้อมหรือมองหาแบบประกันอื่นๆ ได้ทันที
  • ตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ และข้อยกเว้นในการเคลมประกัน โดยสำหรับประกันสุขภาพเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบให้ดีว่า ประกันมีความคุ้มครองโรคยอดฮิตในเด็ก เช่น โรคมือเท้าปาก โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ฯลฯ หรือไม่ รวมถึงมีเงื่อนไขใดที่ประกันจะไม่จ่ายค่าชดเชยบ้างด้วย ทั้งนี้ อย่าลืมตรวจสอบระยะเวลาที่ประกันจะเริ่มคุ้มครอง เพราะบางประกันก็จะมีระยะเดินเรื่องที่ทำให้ช่วงนั้นจะไม่ได้รับสิทธิ์การคุ้มครองจากประกันสุขภาพด้วย

นอกจากนี้ประกันสุขภาพเด็กบางบริษัทยังมาในรูปแบบของการออมเงินด้วย กล่าวคือ ทำประกันไว้แล้วมีเงินออมคืนให้เมื่อถึงกำหนดอายุที่ลูกของเราโตขึ้นในรูปแบบของปันผล รวมไปถึงประกันสุขภาพเด็กบางประเภทที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีของผู้ปกครองได้อีกด้วย ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีในเรื่องการวางแผนทางการเงินของครอบครัวนั่นเอง

ดังนั้น เพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองทั้งหลายที่กำลังมีเด็กเล็กอยู่ในครอบครัว ทีมกองบรรณาธิการ ขอนำเสนออีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีสำหรับลูกก็คือ ประกันสุขภาพเด็ก ที่ออกแบบมาเพื่อเด็ก ๆ โดยเฉพาะ โดยเราจะมานำเสนอวิธีการเลือกประกันสุขภาพเด็ก พร้อมคำแนะนำบริษัทประกันสำหรับสุขภาพเด็กที่เราคัดสรรมาแนะนำแก่ทุกครอบครัวด้วยค่ะ

 

  1. Aetna

แผนประกันเด็กที่มอบความคุ้มครองในวงเงินสูงถึง 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งการรักษาต่อปี ให้ความคุ้มครองค่าห้อง ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลสูงสุดถึงคืนละ 12,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไปสูงสุดถึง 200,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองสำหรับการรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูง (Major Medical) (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก) ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุสูงถึง 100,000 บาท ให้ความคุ้มครองทั้งการเจ็บป่วย และอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก (ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้ความคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น) สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับความคุ้มครองผู้ป่วยนอก สูติกรรม และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลเพิ่มเติมได้ อุ่นใจกับเครือข่ายสถานพยาบาลกว่า 400 แห่งทั่วประเทศไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.aetinsure.com/our-product/

ประกันสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/aetnathailand/

 

  1. กรุงเทพประกันชีวิต

ประกันสุขภาพ แวลู เฮลธ์ (คิดส์) รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 10 ปี คุ้มครองครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการในโรงพยาบาลสูงสุด 5,000 บาทต่อวัน ค่าแพทย์ผ่าตัด และค่าหัตถการ สูงสุด 400,000 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ผู้ป่วยนอก กรณีอุบัติเหตุ 24 ชม. รับเงินชดเชยรายวัน สามารถเลือกแผนความคุ้มครองแบบ มี/ไม่มี ความรับผิดส่วนแรก ความรับผิดส่วนแรก คือ ความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับภาระตามข้อตกลงของสัญญาประกันภัย ทั้งนี้ แผนความคุ้มครองแบบมีความรับผิดส่วนแรก จะให้ความคุ้มครองจนถึงก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bangkoklife.com/th/products/detail/239

ประกันสำหรับเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.bangkoklife.com/online/th

 

  1. TOKIO MARINE

ประกันสุขภาพเด็ก โตเกียวมารีน ประกันสุขภาพสำหรับเด็ก ช่วงอายุ 0-15 ปี มีหลายแผนที่ครอบคลุมผลประโยชน์ผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) รวมทั้งการรักษา ค่ายา ค่าห้องค่าแพทย์ ฯลฯ ซื้อประกันสุขภาพต่อเนื่อง 10 ปี คุ้มครองชีวิต 1 ล้านบาท มาตรฐานใหม่ตลอดสัญญาไม่เพิ่มเบี้ยประกัน ไม่บอกเลิกสัญญา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.tmm-insurance.com/

ประกันสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.tmm-insurance.com/

 

  1. เมืองไทยประกันชีวิต

โครงการ ดี คิดส์ พลัส จากเมืองไทยประกันชีวิต เหมาจ่ายในวงเงินเดียวสูงสุด 5 ล้านบาท ที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ทั้ง ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน ค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ไอ.ซี.ยู) มั่นใจทุกการรักษาคุ้มครองค่ารักษาตอนแอดมิท รวมถึงการรักษาฟื้นฟูต่อเนื่องแบบ OPD สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน – 10 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี เมื่อโตขึ้นอายุ 11-15 ปีหรือ ถึงวัยเกษียณ ระหว่างอายุ 55 – 65 ปี ให้สิทธิ์เลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรก รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพใหม่ การชำระเบี้ยแบ่งจ่ายรายเดือนได้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.muangthai.co.th/th/

ประกันสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.muangthai.co.th/th

อ่านต่อ.. ประกันสำหรับเด็ก เลือกอย่างไรให้คุ้มครองครอบคลุม ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตกขาวแบบไหนท้อง

ตกขาวแบบไหนท้อง !! สัญญาณเตือนนี้น่าเชื่อไหมนะ

ตกขาวแบบไหนท้อง ประจำเดือนไม่มา แต่มีตกขาว แบบนี้กำลังตั้งครรภ์หรือเปล่านะ ตกขาวลักษณะแบบใดที่เป็นสัญญาณเตือนว่าจะมีข่าวดี จะแม่นไหมดูเลย!!

ตกขาวแบบไหนท้อง !! สัญญาณเตือนนี้น่าเชื่อไหมนะ

สำหรับสาว ๆ ที่กำลังลุ้นว่าจะมีข่าวดี อยากตั้งครรภ์ เมื่อไหร่นะจะได้มีเด็กน่ารัก ๆ มาเรียกว่า “แม่” คงจะตั้งหน้าตั้งตารอคอยเจ้าตัวเล็กมาอยู่ในท้องกันอย่างใจจดใจจ่อกันแล้ว ใช่ไหม?? เรามาลองเช็กอาการกันดูสักหน่อยดีไหมว่า คุณเข้าข่าย อาการคนท้อง หรือยังนะ

ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือน
ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือน

สัญญาณเตือน อาการคนท้อง แบบนี้จะท้องแล้วหรือยังนะ??

  • ประจำเดือนไม่มา

สาเหตุของการที่คุณ ประจำเดือนไม่มา นั้นก็มีสาเหตุหลากหลาย มีปัจจัยมากที่จะทำให้การมาของประจำเดือนคลาดเคลื่อน ลองเช็กกันดูเสียหน่อยว่าช่วงนี้กำลังมีความเครียด ความวิตกกังวลสูงหรือเปล่า หรือเป็นช่วงเวลาไม่สบาย ใกล้กับรอบวันของการมีประจำเดือน ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ ประจำเดือนไม่มา หรือเลื่อนไปไม่ตรงกำหนดก็เป็นได้ แต่หากว่าไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา แต่ประจำเดือนก็ยังคงไม่มาเสียที ชักเริ่มมีลุ้นแล้วละ ในบางรายที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอ หากประจำเดือนของคุณขาดไป ก็แสดงว่าคุณอาจตั้งครรภ์ เพราะหลังจากปฏิสนธิ ประจำเดือนจะไม่มา แต่มีในบางรายที่ ตั้งครรภ์แล้ว อาจจะมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ครบรอบประจำเดือน ที่มักจะเรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก”

  • ปัสสาวะบ่อย และมีสีเข้มขึ้น

อาการคนท้องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ และฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ระหว่างตั้งครรภ์มีผลทำให้เลือดมาคั่งในเชิงกรานมาก เพื่อไปหล่อเลี้ยง ตัวอ่อนมากขึ้น ระบบปัสสาวะที่ต่อเนื่องถึงกันจึงได้รับผลกระทบไปด้วย กระเพาะปัสสาวะ จึงระคายเคือง และบีบตัวบ่อยขึ้น ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย รวมทั้งต้องลุกมาเข้าห้องน้ำใน ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ด้วย ลองกลับไปสังเกตปริมาณการเข้าห้องน้ำกันดูนะสาว ๆ

  • คัดเต้านม เจ็บ ตึงเต้านม

ในช่วงเวลาประจำเดือนใกล้มา ผู้หญิงบางคนอาจมีความรู้สึกคัดตึง เต้านมใหญ่ขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านม กดแล้วเจ็บ แต่อาการเช่นนี้ก็มักพบได้ในคนตั้งครรภ์เช่นกัน เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมัน และต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขยายใหญ่ขึ้นจนสังเกตเห็นได้ หัวนมเจ็บ และไวต่อสิ่งสัมผัส มีเส้นเลือดดำสีเขียว ๆ ปรากฎขึ้นที่บริเวณผิวหนังรอบเต้านม หัวนมมีสีคล้ำขึ้น และตั้งชู

  • มีการท้องผูกกว่าปกติ

สาเหตุเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ เช่น การบีบตัวของลำไส้ลดลง มดลูกทับลำไส้ใหญ่ การแก้ไขภาวะท้องผูกในคนท้องที่ดีที่สุด คือ การพยายามรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายพอเหมาะ ก็จะช่วยในการแก้ไขอาการท้องผูกได้

  • เหนื่อยง่าย และง่วงนอนบ่อย

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ คุณผู้หญิงจะสังเกตได้ว่า เราจะมีอาการเหนื่อยง่าย และอ่อนเพลีย เพราะร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน เป็นอาการที่เกิดจาก ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมา อาการเช่นนี้ดีสำหรับคุณแม่ เพราะเท่ากับช่วยลดกิจกรรมต่างๆ ลง จะได้พบปะเจอะเจอผู้คนน้อยลง หรือไม่ค่อยอยากเดินทางไปไหนมาไหน ช่วยให้คุณแม่ได้รับเชื้อโรคและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษน้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่กำลังจะมาถึง

แบบนี้เรียกว่าจะมีข่าวดี ตั้งครรภ์หรือเปล่านะ
แบบนี้เรียกว่าจะมีข่าวดี ตั้งครรภ์หรือเปล่านะ
  • รู้สึกขมๆ เฝื่อนๆ มีรสชาติแปลกๆ ในปาก

เป็นอาการของโรคกรดไหลย้อน เพราะผู้หญิงตั้งครรภ์มักเป็นโรคกรดไหลย้อน เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลง รวมทั้งเมื่อตั้งครรภ์ในช่วงท้าย ๆ มดลูกที่ขยายตัวขึ้น จะไปเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร ซึ่งหากคุณมีอาการของโรคกรดไหลย้อนในขณะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์

  • รู้สึกเหม็นกับกลิ่นบางอย่างที่ไม่เคยไม่ชอบมาก่อน

หลาย ๆ คนคงเคยเห็นนางเอกในละครที่เวลาตั้งครรภ์จะรู้สึกเหม็นกลิ่นตัวพระเอกบ้าง เหม็นกลิ่นอาหารที่เคยชอบบ้าง หรือเหม็นของที่แปลก ๆ ดมแล้วอยากอาเจียน อาการเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ในละครนะ เพราะหากคุณกำลังจะมีข่าวดี กับการตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ทำให้มีปฎิกิริยากับสิ่งที่สัมผัสได้ ทั้งกลิ่น รส เสียง สัมผัส คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หลายรายจึงมักจะมีอาการแพ้ท้องเมื่อได้กลิ่นเหล่านั้น เพราะว่าระบบธรรมชาติได้พยายามปกป้องร่างกายของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังพัฒนาและเจริญเติบโต เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียว ดังนั้นหลายๆ คนที่แพ้ท้องมากๆ ก็อาจจะต้องหยุดพัก ได้แต่กิน นอน และอาเจียนกันเลยทีเดียว

  • อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหวง่าย

ผลมาจากฮอร์โมนใน่างกายที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งได้ยิน ได้ฟังเรื่องเศร้า ๆ ก็ร้องไห้ น้ำตาซึม ดูหนังเศร้าก็ร้องไห้เสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยที่เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้ ผู้หญิงบางรายอาจไม่มีอาการดังกล่าวนี้เลยก็เป็นไปได้เช่นกัน

  • มีไข้ต่ำตอนเย็น

หากคุณแม่มือใหม่รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะมีไข้ อาการนี้ไม่ถือว่าผิดปกติ เพียงแต่ต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะดีขึ้นเอง

  • ปวดหลัง 

ปวดหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนโดยจะปวดบริเวณหลังล่าง ร่วมถึงมีตะคริวร่วมด้วย ซึงมีสาเหตุมาจากการขยายตัวของกล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง แนะนำว่าให้ปรับท่านอน นอนตะแคงหรือใช้หมอนข้างสำหรับรองขา หากปวดจนทนไม่ไหว ไม่ควรซื้อยากินเอง ให้รีบพบแพทย์จะดีที่สุด

อ่านต่อ >>ตกขาวแบบไหนท้อง สัญญาณเตือนนี้เชื่อถือได้ไหมนะ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะจะเป็นอย่างไรเมื่อลูกไข่บวม

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะ ที่อาจเกิดอาการบวม ทำให้แม่ตกใจเหตุใด ลูกไข่บวม มารู้จัก โรคถุงน้ำอัณฑะในเด็ก จะอันตรายกับลูกไหมหากเป็นทำอย่างไร

hydrocele คือ ถุงน้ำลูกอัณฑะจะเป็นอย่างไรเมื่อลูกไข่บวม!!

ช่วยด้วย !! ลูกไข่บวม เมื่อคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกชาย มีลูกอัณฑะบวม มีลูกอัณฑะลูกเดียว สร้างความกังวลใจอย่างมาก และเริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ลูกเราจะเป็นอะไรไหม ความผิดปกตินี้จะส่งผลต่อลักษณะทางเพศลูกหรือไม่ หรือ ลูกเราเป็น มะเร็งอัณฑะ หรือเปล่า คำถามล้านแปดผุดขึ้นในหัวของคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน แต่ความจริงเป็นเช่นไร วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน

Hydrocele คือ อะไร??

ถุงน้ำในอัณฑะ (hydrocele) เป็นภาวะที่มีปริมาณของเหลวอยู่ในถุงอัณฑะมากเกินไป อาการนี้พบได้ในทุกวัยแต่พบได้บ่อยที่สุดในทารกแรกเกิดโดยเฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนด ส่วนใหญ่ภาวะถุงน้ำในอัณฑะในทารกแรกเกิดเพศชายจะดีขึ้นด้วยตัวเอง หากไม่สามารถหายได้เองจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด และสบายใจได้ว่าถุงน้ำในอัณฑะบวมนี้ไม่มีผลกระทบระยะยาว ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกอัณฑะหรือภาวะเจริญพันธุ์ของเด็กชายในอนาคต โล่งใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งวางใจ ยังมีส่วนที่ต้องระวังกันอีกสักนิด หากพบลูกไข่บวม

hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก
hydrocele คือ โรคถุงน้ำอัณฑะ ในเด็ก

ลูกไข่บวม แบบไหนถึงต้องระวัง!!

Hydrocele จะไม่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตร แต่อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ถุงอัณฑะขยายใหญ่ขึ้น การติดเชื้อหรือเนื้องอกที่อาจส่งผลต่อการผลิตและการทำงานของอสุจิ ภาวะอัณฑะบิดขั้ว และโรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบที่อาจเป็นอันตรายจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

เมื่อลูกไข่บวม อัณฑะบวม อาจเกิดได้จาก

  • อัณฑะบิดขั้ว เกิดอาการปวดทันทีเมื่ออัณฑะบิดขั้วบริเวณส่วนปลายของหลอดอสุจิซึ่งประกอบไปด้วยเลือดที่เลี้ยงอัณฑะ และเมื่อเกิดการบิดขั้วเลือดจะไม่สามารถมาเลี้ยงอัณฑะทำให้ขาดเลือดและเซลล์ตายได้ อัณฑะบิดขั้วเกิดในชายอายุ 12-20ปี และเด็กทารก เป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบรักษา มีอาการปวดบริเวณอัณฑะทันทีร่วมกับอาจจะมีปวดท้องคลื่นไส้อาเจียนด้วย อัณฑะจะบวมและกดเจ็บและถูกดึงกลับในช่องท้อง
  • ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal hernia) เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาแต่กำเนิดในเพศชาย และถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรมที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของหน้าท้อง เช่น การออกกำลังกาย การยกของหนัก และปัญหาการขับถ่าย นอกจากนี้ยังพบว่าหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงโรคนี้ด้วยเช่นกัน หากปล่อยไว้จะเสี่ยงไส้เน่า หรือลำไส้อุดตัน สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด จะพบมีก้อนบวมที่อัณฑะเวลายืน นั่ง หรือไอ และยุบหายเวลานอนราบ คลำดูมีลักษณะนิ่ม ไม่เจ็บ แต่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน กลายเป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา ก็จะทำให้มีอาการเป็นก้อนบวมและมีอาการปวดได้
  • อัณฑะอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคคางทูม หรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม อาการคือ ปวดเจ็บอัณฑะ อัณฑะบวม ปวดหรือเจ็บเวลาปัสสาวะหรือหลั่งน้ำอสุจิ น้ำอสุจิเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด มีหนองตรงปลายท่อปัสสาวะ เป็นต้น
  •  มะเร็งอัณฑะ (Testicular Cancer) เป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่พบในเพศชายอายุระหว่าง 15-35 ปี สาเหตุเกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของลูกอัณฑะซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในถุงอัณฑะ บริเวณด้านหลังอวัยวะเพศชายหรือองคชาต มีภาวะลูกอัณฑะไม่ลงถุง ซึ่งเป็นภาวะที่ลูกอัณฑะหนึ่งหรือสองข้างไม่เข้าไปอยู่ในถุงอัณฑะตั้งแต่เป็นทารกก่อนคลอด ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศชายและสเปิร์มที่ใช้ในการสืบพันธุ์ อาการบ่งชี้ คือมีก้อนนูนที่รู้สึกเจ็บบริเวณลูกอัณฑะ ลูกอัณฑะบวม เจ็บปวดภายในถุงอัณฑะ หรือรู้สึกหนักภายในถุงอัณฑะ ซึ่งมะเร็งอาจเกิดขึ้นกับลูกอัณฑะเพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง โดยเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปยังอวัยวะอื่นของร่างกายได้

Hydrocele สามารถเกิดได้กับเพศชายทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด โดยอาการบวมที่เกิดขึ้นอาจหายไปเองภายในอายุ 1 ปี โดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดนำของเหลวออกจากถุงอัณฑะ นอกจากนี้ Hydrocele จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรืออันตรายใด ๆ หากไม่เกิดการติดเชื้อ การอักเสบ หรือเกิดภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย

ส่องไฟฉายที่ไข่ลูก !! ลองดูมีแบบนี้หรือเปล่า??

ลูกไข่บวม
ลูกไข่บวม

เนื่องจากโรคถุงน้ำในอัณฑะ hydrocele คือ โรคที่พบได้บ่อยในทารก และไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ ดังนั้นหากลูกทารกไม่สามารถพูดบอกอาการได้ และไม่สามารถสังเกตจากความเจ็บปวดของลูกได้ อาการเดียวที่คุณจะสังเกตได้ คือ ลูกอัณฑะของลูกชายของคุณบวม มีลูกอัณฑะลูกเดียว มีลักษณะเป็นก้อนนุ่มที่ลูกอัณฑะข้างหนึ่งข้างใดโดยไม่ยุบหาย และหากมีอาการเหล่านี้ เราจะสามารถแยกว่า อาการบวมของอัณฑะลูกนั้นเกิดจากน้ำ หรือเป็นอาการไส้เลื่อน ไฟฉาย คือ อุปกรณ์ช่วยให้เราสังเกตได้ หากว่าเมื่อใช้ไฟฉายส่องเห็นว่าก้อนบวมในอัณฑะนั้น โปร่งแสง แสดงว่าเกิดถุงน้ำในอัณฑะ แต่หากเป็นทึบแสง อาจเกิดจากภาวะไส้เลื่อน ไส้ที่ไหลลงมาจึงทำให้เมื่อใช้ไฟฉายส่องจึงเห็นเป็นทึบ ไม่เหมือนกับน้ำ

สาเหตุของถุงน้ำในอัณฑะในเด็ก

Hydrocele ในเด็กเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเดือนที่เจ็ดของการพัฒนาของทารกในครรภ์ ตามปกติแล้วร่างกายจะสร้างถุงน้ำหุ้มล้อมรอบลูกอัณฑะ หลังจากนั้นถุงอัณฑะจะปิดตัว และของเหลวดังกล่าวจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในช่วง 1 ปีแรกหลังคลอด แต่เด็กที่มีภาวะ Hydrocele จะเกิดความผิดปกติภายในถุงอัณฑะ โดยแบ่งออกตามสาเหตุดังนี้

  • ถุงน้ำอัณฑะชนิดไม่ติดต่อกับช่องท้อง เป็นภาวะที่มีของเหลวค้างอยู่ในถุงอัณฑะหลังจากที่ถุงปิด แต่ของเหลวดังกล่าวไม่ถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย
  • ถุงน้ำอัณฑะชนิดมีทางติดต่อกับช่องท้อง เกิดขึ้นเนื่องจากถุงน้ำที่ล้อมรอบลูกอัณฑะยังคงเปิดอยู่ ส่งผลให้ของเหลวสามารถเข้าและออกภายในถุงดังกล่าวได้ มักพบในทารกที่คลอดก่อนกำหนด

สำหรับ Hydrocele ในวัยผู้ใหญ่มักมีสาเหตุจากถุงอัณฑะปิดตัวไม่สนิท โดยอาจเกิดจากการอักเสบที่ถุงอัณฑะ การได้รับบาดเจ็บบริเวณถุงอัณฑะ หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ของเหลวบริเวณท้องสามารถไหลเข้าสู่ถุงอัณฑะได้ ส่วนมากมักพบในผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

เด็กชาย กับ อัณฑะบวม สาเหตุจากอะไร
เด็กชาย กับ อัณฑะบวม สาเหตุจากอะไร

ลูกอัณฑะจะย้ายจากช่องท้องไปยังถุงอัณฑะ เมื่อลูกอัณฑะเคลื่อนตัวลงมันจะนำเยื่อบุที่คล้ายถุงของช่องท้องไปด้วย ซึ่งโดยปกติเยื่อหุ้มของถุงอัณฑะจะมีอยู่ 2 ชั้นและจะมีของเหลวเล็กน้อยเพื่อหล่อลื่น และถุงนี้มักปิดก่อนคลอดป้องกันไม่ให้ของเหลวเพิ่มขึ้นจากช่องท้องเข้าไปในถุงอัณฑะ

อ่านต่อ>> ประสบการณ์จริง!! เมื่อลูกต้องผ่าตัด โรคถุงน้ำในอัณฑะ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว สวนน้ำ

พาลูกเที่ยว ตะลุย 6 สวนน้ำ เปิดใหม่&ยอดฮิตสุดมันส์!!

สวนน้ำ เปิดใหม่น่าเล่น หรือจะที่เก่ายอดฮิตก็ไม่น่าพลาด พาลูกเที่ยว ปิดเทอมนี้ อย่าลืมที่เที่ยวสวนน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งในใจเด็กเสมอ

พาลูกเที่ยว ตะลุย 6 สวนน้ำ เปิดใหม่&ยอดฮิตสุดมันส์!!

ไม่ว่าจะร้อน จะหนาว จะฝน เชื่อได้เลยว่า เหล่าบรรดาเด็ก ๆ ต่างก็ยังคงเลิฟ การเที่ยว สวนน้ำ ปิดเทอม หรือมีวันหยุดทีไร ไม่เคยพลาด !! ถ้าแบบนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่ามัวรอช้า รีบไปดู ที่เที่ยว สวนน้ำ ที่เราจะพาไปแนะนำ ทั้ง สวนน้ำเปิดใหม่ หรือสวนน้ำยอดฮิต รับรองได้ว่าเด็ก ๆ ได้ปล่อยพลัง สนุกสนานกันจนลืมเหนื่อยเลยทีเดียว

6 สวนน้ำ พาลูกเที่ยว ตะลุยกันให้สุดเหวี่ยง!!

Columbia Pictures Aquaverse

โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จับมือ อเมซอน ฟอลส์ เปิดธีมพาร์ค และสวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์สแห่งแรกของโลกที่ประเทศไทย!! Wow!!แบบนี้ไม่ไปไม่ได้เสียแล้วละ แม่ ๆ จ๋า

Columbia Pictures Aquaverse
Columbia Pictures Aquaverse

เพิ่งเปิดตัวกันไปกับ สวนน้ำ แห่งใหม่บนที่ตั้ง ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ปีนี้ หากใครเป็นแฟนหนังพันธุ์แท้ของ Hotel Transylvania, Jumanji, Ghostbusters, Zombieland, Spiderman และอีกหลาย ๆ เรื่องของทางโคลัมเบีย พิคเจอร์ส แล้วละก็ห้ามพลาดกับบรรยากาศ สวนน้ำ ธีมเหล่าตัวการ์ตูนในหนัง ที่จะมาโลดแล่น รวมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเรากับเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมาย สไลเดอร์ที่เยอะมากมีทั่วทั้งสวนน้ำ จนคุณต้องร้อง “เล่นยังไงหมด ครบทุกอัน”

โซน wave pool ที่มีคลื่นยักษ์ให้ได้ลุ้นระทึก พร้อมด้วยห่วงยางสวย ๆ น่ารัก พร้อมโต้คลื่นเก็บภาพสวย ๆ ได้อีก ปาร์ตี้โฟมก็น่าสน เรียกว่าสนุกจนไม่อยากจะเปลี่ยนโซนกันเลยทีเดียว แต่อย่าเพิ่งเพลิดเพลินเราต้องห้ามพลาดกับ Surf ‘ up โซนเล่นเซริฟที่แม้มือใหม่ก็เล่นได้ เจ้าหน้าที่จะคอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

เล่นเซริฟ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม
เล่นเซริฟ พาลูกเที่ยว ปิดเทอม

นอกจากความมันส์ในน้ำแล้ว ยังมีสนามโกคาร์ท ให้ได้ลิ้มลองรสชาตินักแข่งรถ ท้าทายความเร็ว เอาใจขาซิ่งกันสุด ๆ ไปเลย ปิดเทอมนี้ หรือวันหยุด อย่าพลาด พาลูกเที่ยว สวนน้ำแห่งใหม่นี้ที่เพิ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ แต่ความสนุกไม่ได้น้อยหน้า สวนน้ำยอดฮิตแห่งอื่น ๆ เลยนะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา10.00 – 18.00 น.

ค่าบัตร : เช็คราคาค่าบัตร พร้อมเครื่องเล่นมากมายในสวนน้ำ จากทางหน้าเว็บเพจได้เลย

พิกัด : พัทยานาจอมเทียน โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส 888 หมู่ 8 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250

ช่องทางการติดต่อ : โทร 033-004999 LINE ID @aquaverse
เว็บไซต์ : Columbia Pictuers Aquaverse
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Columbia Pictures Aquaverse

สวนสยาม Siam Amazing Park : ทะเลกรุงเทพ

เมื่อพูดถึงสวนน้ำ ใครหลาย ๆ คนคงต้องนึกถึงสถานที่แห่งนี้ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ  ที่ปัจจุบันได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Siam Amazing Park หากใครทันได้เห็นสปอร์ตโฆษณาในยุคก่อนคงจะคุ้นหูกับคำว่า “ดีนะกรุงเทพก็มีทะเล” แต่สวนน้ำยอดฮิตแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่ทะเลเท่านั้น ต้องไปลองสำรวจความสนุกสนาน แบบสุดเหวี่ยงด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่า โลกแห่งการผจญภัยสุดอะเมซิ่ง เป็นอย่างไร

siam amazing park สวนน้ำ สวนสยาม
siam amazing park สวนน้ำ สวนสยาม

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ได้เปิด 6 โลกแห่งการผจญภัย นำโดยแมวสยามสองพี่น้องสุดแก่นแก้ว ไชและแอมที่จะพาเราไปพบกับบรรดาผองเพื่อนในดินแดนต่าง ๆ ดังนี้

  1. Water World โซนสวนน้ำที่สมบูรณ์ที่สุด มาพร้อมด้วยพี่วาฬใจดี Ranger the Whale ที่จะพาไปพบทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ธารน้ำวน สปาคลับ และเครื่องเล่นทางน้ำมากมายให้ได้ลอง เช่น สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้ง 7 สี  /Super Spiral/Si-Am Lagoon คอมเพล็กซ์ สไลด์สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยม เป็นต้น
  2. Extreme World โซนดินแดนแห่งความมันส์ กับพี่เสือสีทอง Golden the Tiger ที่จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ความสนุก กับเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวระดับโลก เช่น Vortex รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 2 ของโลก /Giant Drop ยักษ์ตกตึกขนาดมหึมา /Log Flume ล่องแก่งมหาสนุกขนาดยักษ์จากประเทศเยอรมันนี เป็นต้น
  3. Adventure World ดินแดนแห่งการผจญภัยไปกับพี่ Dino the Dinosaur ที่จะพาไปตะลุยในดินแดนไดโนเสาร์ และเครื่องเล่นแฟนตาซีสุดสนุก เช่น Twin Dragon /Monster /Astrofighter เป็นต้น
  4. Family World ม้าวิลลี่สุดเท่ห์ Willy the Horse จะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความสุขกับเครื่องเล่นที่เหมาะกับคนทุกวัย เช่น Africa Adventure ท่องป่าแอฟริกาในดินแดนที่น้อยคนนักจะได้ไปเยือน ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่าที่เคลื่อนไหวได้ดุจมีชีวิตกว่า 300 ตัว /หอคอยชมวิว และไฮไลต์ The Merry Go Round ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิกที่เป็นขวัญใจหนู ๆ มานานหลายปี
  5. Small World ดินแดนของป้าหงส์แซลลี่ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นไซส์มินิของนักผจญภัยตัวน้อย เช่น ม้าหมุนเด็ก เพลย์พอร์ท มอเตอร์ไซค์เล็ก เรือหงส์ เรือหมุน เป็นต้น
  6. Bangkok World การรวบรวมความอะเมซิ่งที่ดีที่ของกรุงเทพฯ จำลองความรุ่งเรืองความสวยงามของเมืองหลวง ผ่านสถาปัตยกรรม 13 อาคาร และแลนด์มาร์คขึ้นชื่อของพระนคร พร้อมสินค้าวิสาหกิจชุมขนจากทั่วประเทศที่พร้อมจำหน่ายให้คุณได้สัมผัส

    ม้าหมุนสองชั้น ที่ siam amazing park
    ม้าหมุนสองชั้น ที่ siam amazing park

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (สวนน้ำเปิดถึง 17.00 น.)

ค่าบัตร :  บัตรผู้ใหญ่รายวัน (สูง 131 ซม.ขึ้นไป) = 900 บาท (ราคาปกติที่ไม่มีโปรโมชั่น)
บัตรเด็กรายวัน (ความสูง 101-130 ซม.) = 200 บาท (ราคาปกติที่ไม่มีโปรโมชั่น)
เด็กสูงต่ำกว่า 101 ซม. และผู้สูงอายุ เข้าฟรี

ค่าเข้ารายปี เล่นสนุกได้ทั้งวัน ทั้งปี เพียง 2500 บาท

พิกัด : 203 ถนนสวนสยาม แขวง/เขตคันนายาว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดต่อ : เพจ Facebook : Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Siam Amazing Park

Pororo AquaPark Bangkok

สวนน้ำลอยฟ้า pororo aquapark bangkok เป็นสวนน้ำแห่งแรกของโลกที่จับมือกับการ์ตูนดังของประเทศเกาหลีอย่าง Pororo เจ้าเพนกวินน้อยขั้วโลก ที่สุดแสนน่ารักเป็นขวัญใจของเด็ก ๆ หลาย ๆ คน การได้มาเล่น สวนน้ำ พร้อมเหล่าตัวการ์ตูนที่พวกเด็ก ๆ ชื่นชอบนับว่าเป็นเรื่องที่สุขที่สุดแล้ว

pororo aquapark bangkok
pororo aquapark bangkok

โพโรโระ อควา พาร์ค กรุงเทพฯ (Pororo Aquapark Bangkok) กับอาณาจักรแห่งความสนุกใจกลางเมือง ติดตั้งบนความสูงของศูนย์การค้าชั้น 6 เซ็นทรัลพลาซา บางนา ใช้พื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร เนรมิตเป็นสวนน้ำ ลอยฟ้าแห่งเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนซีรี่ส์ฮิตอันดับ 1 จากเกาหลี “โพโรโระ เพนกวินป่วน ก๊วนขั้วโลก” (Pororo The Little Penguin) ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของ เพนกวินตัวจิ๋วและเหล่าผองเพื่อนที่ยกแก๊งค์มาโลดแล่นบนสวนน้ำ เพื่อเติมเต็ม และ สร้างสีสันความสนุกให้ฟินกันแบบเต็มขั้น

ภายในสวนน้ำ นอกจากธีมงานที่น่ารัก สวยงามแล้ว ยังมีโซนต่าง ๆ ให้เล่นมากมาย เช่น Pororo Playground Pool ว่ายน้ำกับปลาวาฬวิลลี่ตัวใหญ่ สุดยอดสไลเดอร์ด้วยความสูงกว่า 13.6 เมตร เป็นระยะทางยาวถึง 158 เมตร ที่เรียกได้ว่าท้าทายแบบสุด ๆ สวนน้ำแห่งนี้ยังมอบความสนุกสุดซี๊ดด้วย 4 สไลเดอร์ที่การันตีรางวัลระดับโลก และ 9 สระน้ำ ที่เสิร์ฟความสนุกครบทุกไลฟ์สไตล์

เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – ศุกร์    เวลา 10.30 – 19.00 น.เสาร์-อาทิตย์   เวลา 10.00 – 19.00 น.
** ปิดจำหน่ายบัตรผ่านประตูเวลา 17.00 น.

 

pororo aquapark bangkok
pororo aquapark bangkok

ค่าบัตร :

เด็ก (ต่ำกว่า 90 ซม.)ฟรี

เด็ก (ความสูง 90-120 ซม.) 280 บาท / ท่าน

ผู้ใหญ่ 400 บาท / ท่าน

ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) 280 บาท / ท่าน

พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา (ชั้น 6) 587,589 ถนนเทพรัตน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

ช่องทางการติดต่อ : โทร. (02) 745 7377
เว็บไซต์ : www.pororoaquapark.com

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก www.pororoaquapark.com

อ่านต่อ >>6 สวนน้ำ เปิดใหม่ &ยอดฮิต พร้อมตะลุยให้สุดเหวี่ยง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

Tops CLUB

หนังใหม่จาก VMLY&R หยิบ Insight มาขยี้ ของที่เราชอบมันมักจะติดอยู่ในใจ ผ่านเพลงฮิตติดหูระดับโลก

เวลาเคยได้สัมผัสของดี ๆ มันจะติดอยู่ในใจ หนังใหม่จาก VMLY&R จับ Insight คนชอบของนอก แต่หาซื้อไม่ได้ หรือมีก็ราคาแรงเกินทน ผ่านเพลงดังติดหู “I don’t want to miss a thing” ไปดูกันเลย

เคยมั้ย เวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ไม่ว่าจะเพราะมันไม่มีขาย หรือมีขาย แต่ราคาก็แพงเกินกว่าจะซื้อมาใช้ในชีวิตประจำวัน เตาบาร์บีคิวแบบที่เห็นในหนังฝรั่ง ผงซักฟอกกลิ่นหอมติดทนแบบที่เคยใช้ตอนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยอยู่เมืองนอก หรือ Snack ยี่ห้อที่อร่อยจนต้องซื้อกลับมาตุนทุกครั้งที่กลับจากต่างประเทศ ความรู้สึกโหยหามันติดอยู่ในใจ ไม่เคยจางหายไป

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกในไทย นำเข้าสินค้าชั้นนำจากทั่วโลกมารวมไว้ในสโตร์รูปแบบมใหม่

วันนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นจะหมดไป Central Retail เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกในไทย นำเข้าสินค้าชั้นนำจากทั่วโลกมารวมไว้ในสโตร์รูปแบบใหม่ ไม่มีการตกแต่งที่เกินจำเป็น ทำให้สามารถทำราคาได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงสินค้าที่ดีที่สุด จากทั่วโลก ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ทุกคนอยากใช้ในราคาที่ไร้กังวล

โฆษณาเปิดตัวแบรนด์ได้เอเจนซี่ VMLY&R รัมาบหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกโหยหา ของคนที่อยากได้แต่ซื้อไม่ได้จนออกมาเป็นหนังที่เล่นใหญ่ ใส่เต็ม ทั้ง Insight ของ Consumer ภาพที่คาดเดาไม่ได้ รวมไปถึงเพลงประกอบที่ฟังครั้งแรกก็แทบจะร้องตามได้ทันที

เล่นกับ Insight ความติดอยู่ในใจ

ทีม VMLY&R หยิบ Insight ของ Consumer ที่ลงตัวกับโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ของ Tops CLUB คือการที่คนเราเวลาอยากได้อะไรแล้วไม่ได้ ความอยากนั้นมันจะติดอยู่ในใจ มันจะตามหลอกหลอน เราจะคิดถึงมันเสมอไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน ในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอดีกับสิ่งที่ Tops CLUB ต้องการนำเสนอ คือของนำเข้าที่หาไม่ได้ในไทยแถมมาในราคาที่แทบจะเท่ากับซื้อจากเมืองนอก

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์แห่งแรกใน

ภาพมีเซอร์ไพรซ์ทุกซีน

หนังตรึงคนดูไว้ด้วยภาพที่แปลกตาตั้งแต่ซีนแรก ไม่ว่าจะเป็นแพ็คขวดน้ำแร่ที่นอนหายใจอยู่ข้างสามีบนเตียงหุ้นที่เรียงตัวกันเป็นรูปขวดน้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่รูปปั้นท่านประธานบริษัทที่กลายเป็น…เว้นไว้ให้ไปดูเอาเองจนถึงช่วงท้ายของหนังปลดปล่อยอารมณ์ความโหยหา ด้วยการวิ่งเข้าไปกอดสินค้าใน Tops CLUB ราวกับเป็นคนรักที่พลัดพรากจากกันไปนาน

Central Retail

เพลงฮิตติดหูระดับโลก

ภาพทั้งหมดถูกร้อยไว้ด้วยเพลงฮิตระดับโลกอย่าง I don’t want to miss a thing ของวงระดับตำนานอย่าง Aerosmith หรือเราอาจจะคุ้นหูเพลงนี้จากภาพยนตร์กู้โลกสุดคลาสสิก Armageddon ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่การได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นมาทำให้เราฮัมทำนอง ร้องตามได้ในทันที นอกจากความคุ้นหู เพลงนี้ยังช่วยส่งให้หนังมีความรู้สึก International ตามคอนเสปของ Tops CLUB รวมทั้งเนื้อร้องยังเข้ากับเรื่องราวในหนังเป็นเนื้อเดียวกัน

โดยสรุป หนังเรื่องนี้คือส่วนผสมของ Insight ที่ใช่ Execution สดใหม่ชวนให้ติดตามบวกกับเพลงที่ติดหู ดูหนังจบแล้ว อย่าลืมไปช้อปของนำเข้าจากทั่วโลก ในราคาที่คุณไม่ต้องกังวล Tops CLUB เปิดแล้ววันนี้ หลังเซ็นทรัลพระราม 2

Facebook : https://fb.watch/fPyqvj9epa/

 

Tops CLUB อิมพอร์ตสโตร์

บอร์ดเกม

เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก!

บอร์ดเกม – ในช่วงของการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้คนมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้กิจกรรมหลายอย่างได้รับความนิยม อาทิ  อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว ทำงานฝีมือ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ได้แก่ การเล่น บอร์ดเกม ที่หลายๆ บ้านได้โอกาสปัดฝุ่นหยิบขึ้นมาร่วมเล่นไปพร้อมๆ กันทั้งครอบครัว หรือบางบ้านอาจซื้อเกมมาใหม่ที่ยุคนี้มีให้เลือกมากมาย

ว่าแต่คุณเคยลองหยุดคิดเกี่ยวกับประโยชน์ของบอร์ดเกมสำหรับเด็กๆ แบบจริงจังมั้ยคะ หากคุณลองเสิร์ชในอินเทอร์เน็ตจะเห็นได้ว่ามันน่าแปลกใจไม่น้อยเลยค่ะ ที่กระดานเกมง่ายๆ ที่มีลูกเต๋า สำรับไพ่ หรือโทเค็น จะมีผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆ ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ เกมที่ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงเหล่านี้ ช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง บอร์ดเกมบางเกมยังใช้เป็นเครื่องมือในการสอนทักษะเฉพาะได้ เช่น ทักษะด้านภาษาและทักษะการคำนวณ ที่สำคัญการเล่นเกมกระดานทำให้ผู้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยกระชับความสัมพันธ์  ช่วยให้ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ  ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับประโยชน์ของ Board Game โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ กันค่ะ

เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก!

Board Game  มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านจิตใจและสังคมของเด็ก รวมถึงการ พัฒนาด้านสมาธิ ไปจนถึงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เด็ก ๆ จะได้รับทักษะที่หลากหลายขณะเล่นเกม ซึ่งให้ทั้งความบันเทิงและการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น การตัดสินใจ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการเอาชีวิตรอดใน “โลกแห่งความเป็นจริง” ต่อไปนี้เป็นประโยชน์หลายประการที่เด็กๆ จะได้รับจากการเล่นบอร์ดเกม

1. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางสังคมที่สำคัญ

การเล่น Board Game มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมของเด็กๆ มันคือสภาพแวดล้อมที่น่าตื่นเต้นในการแข่งขัน และ การสร้างแรงจูงใจ ที่ช่วยส่งเสริมการแสดงออกทางวาจาไปพร้อมกับการได้พัฒนาทักษะ อื่นๆ เช่น ความอดทนและความมุ่งมั่น สมาธิและความจำ เนื่องจากพวกเขาต้องจำกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการเล่น นอกจากนี้ เกมกระดานยังมีประโยชน์สำหรับการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความสามารถในการเพ่งสมาธิที่นานขึ้น และการรับรู้เชิงพื้นที่ที่แม่นยำอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ Board Game ยังช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมที่สำคัญ เช่น การรอ การตอบรับ การแบ่งปัน วิธีรับมือกับความล้มเหลว การสนทนา การแก้ปัญหา การประนีประนอม การร่วมมือกัน และความยืดหยุ่น ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ เพื่อให้พวกเขาสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ทางสังคมทั้งภายในและภายนอกบ้านได้อย่างเหมาะสม

เกมอย่าง Candyland and Chutes and Ladders สอนเด็กๆ ว่าความยืดหยุ่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโชคสามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากมันคือการฝึกให้เด็กๆ ได้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ที่สนุกสนาน

ที่สำคัญ  Board Game ช่วยเด็กๆ ลดความวิตกกังวลในการเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคมให้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลองนึกภาพลูกของคุณไปโรงเรียนวันแรกและเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องพบกับผู้คนที่ไม่คุ้นเคยจำนวนมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมในร่ม เช่น Board Game สามารถทำให้เด็กพัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะพวกเขาจะได้ทำตามรูปแบบการโต้ตอบที่มีโครงสร้าง และอนุญาตให้เด็กๆ ดำเนินการตามที่คาดหวัง  เด็ก ๆ ที่มีปัญหากับการสนทนากับผู้อื่น เกมเช่น เกมแนวคาดเดาจะช่วยส่งเสริมโอกาสที่มีโครงสร้างสำหรับการพูดคุยและการโต้ตอบที่สนุกสนานมากขึ้นได้

ประโยชน์ของบอร์ดเกม
ประโยชน์ของบอร์ดเกม

2. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะในการตัดสินใจ

ตัวอย่างเช่น เกมที่ใช้กลยุทธ์ต้องการให้ผู้เล่นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องใช้ทักษะในการตัดสินใจ ผู้เล่นต้องคิดอย่างมีวิจารณญาณในระดับที่สูงมาก แทนที่จะเล่นไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ทักษะการตัดสินใจที่ขัดเกลาด้วยบอร์ดเกมจะมีความสำคัญมากสำหรับเด็กๆ ต่อไปในโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

3. บอร์ดเกม ช่วยให้เด็กเรียนรู้จากความล้มเหลว

ความยืดหยุ่น (Resilience) หรือ ความสามารถในการปรับตัว และ กล้าที่จะเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากความล้มเหลว เป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตทั้งในโรงเรียนและสังคม  ซึ่งบอร์ดเกมจะช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้จากความล้มเหลวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เป็นเสมือนเวทีที่ให้โอกาสในการล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมการเดิมพันต่ำ เมื่อเด็กๆ รู้สึกสบายใจกับความล้มเหลวมากขึ้น พวกเขาจะเรียนรู้จากมัน ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่

เด็กๆ จะสามารถวิเคราะห์ว่าเหตุใดพวกเขาถึงแพ้ และทำไมผู้เล่นคนอื่นถึงชนะ เด็กๆ จะเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการตัดสินใจของตนเอง เด็กบางคนพบว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องพบเจอกับความล้มเหลวหรือพ่ายแพ้ แต่บอร์ดเกมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการกับความพ่ายแพ้เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมนำไปสู่ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา หากคุณปล่อยให้ลูกของคุณชนะแบบตั้งใจ แสดงว่าคุณปฏิเสธโอกาสในการเรียนรู้จากความล้มเหลว แม้พวกเขาจะแพ้ให้ชมเชยความพยายามที่พวกเขาทำลงไป และสนับสนุนการสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ผิดพลาด และพวกเขาจะเริ่มเห็นว่าความล้มเหลวกำลังสอนให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไรในอนาคต

4. บอร์ดเกม ช่วยพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเขียนได้

การเล่นเกมกระดาน ช่วยให้เด็กๆ พัฒนาทักษะที่สำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวกับการอ่านออกเขียนได้ เพราะพวกเขาต้องอ่านคำแนะนำและสิ่งที่เขียนบนการ์ดเกม  พวกเขามักจะต้องพูดให้ชัดเจน อธิบายสิ่งของโดยไม่ต้องใช้คำสำคัญ และฟังข้อมูลที่ผู้เล่นคนอื่นให้มา หลายๆ เกม เด็กๆ อาจต้องจดบันทึกข้อมูล และใช้ตัวอักษรแบบสุ่ม เพื่อสร้างคำ เช่น ใน Scrabble, Boggle และเกมที่ใหม่กว่า เช่น Letter Jam และ Frenetic เป็นต้น

 5. บอร์ดเกม อาจช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคสมาธิสั้น

เด็กที่เป็น โรคสมาธิสั้น (ADHD) มักมีความแตกต่างในการทำงานของสมองส่วนหน้าซึ่งมีบทบาทในการควบคุมความสนใจ พฤติกรรม และอารมณ์ มีหลักฐานสนับสนุนการใช้เกมแนวกลยุทธ์เชิงนามธรรม เช่น Chess หรือ Go สามารถเพิ่มความสนใจในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้

6. ช่วยให้เด็กห่างจากหน้าจอ

ผู้ปกครองส่วนใหญ่ทราบดีถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไปต่อพัฒนาการของลูก การจัดโครงสร้างกิจกรรมของครอบครัวให้ห่างจากหน้าจอสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเด็ก คุณภาพการนอนหลับ และช่วยส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกในครอบครัว ที่สำคัญการเล่น Board Game เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยให้เด็กๆ อยู่ห่างจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากการดึงเด็กออกจากหน้าจอแล้ว เกมกระดานยังใช้ทักษะทางสังคมต่างๆ ซึ่งรวมถึงความร่วมมือ การผลัดกันเล่น และพฤติกรรมส่งเสริมสังคมอื่นๆ การวิจัยในเด็กก่อนวัยเรียนพบว่า ทั้งเกมกระดานและเกมไพ่ที่ต้องใช้ความร่วมมือและการแข่งขันกันจะช่วยเพิ่มพฤติกรรมทางสังคม เช่น การแบ่งปัน การชมเชย หรือช่วยเหลือผู้อื่น เป็นต้น

ลูกเล่นบอร์ดเกม
ลูกเล่นบอร์ดเกม

สรุป : เกมกระดานช่วยพัฒนาทักษะอะไรแก่เด็กบ้าง?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของเกมกระดานมีมากมาย แต่ประโยชน์ที่สำคัญ คือ มันสามารถพัฒนาทักษธที่สำคัญในการใช้ชีวิตของเด็กๆ ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละเกม  อาทิ

  • ความอดทน – เด็ก ๆ ต้องรอให้ถึงตาของตัวเอง
  • เข้าใจแนวคิดเรื่อง “พื้นที่ส่วนตัว” – เพราะเด็ก ๆ ต้องอยู่ในพื้นที่ของตนเองขณะรอเล่น
  • ทักษะทางคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เช่น การรู้จำตัวเลข และ การนับเลข
  • ทักษะการอ่านออกเขียนได้  เช่น การระบุตัวอักษร คำ การอ่าน และคำศัพท์
  • การคิดแบบนิรนัย หรือการหาข้อสรุปจากเหตุผลที่มีอยู่
  • การแก้ปัญหา
  • ทักษะการรับรู้ทางสายตา
  • การวางแผนเชิงกลยุทธ์
  • ทักษะทางสังคม
  • การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก – การถือและเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนเกมบนกระดาน
  • การพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ – เกมบางเกมต้องมีการออกกำลังกาย เช่น Twister

อ่านต่อ…เจาะลึก! หลากหลายประโยชน์ของ บอร์ดเกม ที่ส่งผลดีต่อเด็ก! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รีวิวรถเข็นเด็ก

รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน การเตรียมความพร้อมให้ลูกตั้งแต่ก่อนจะออกมาลืมตาดูโลกเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งรถเข็นเด็กก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเด็กอันดับแรก ๆ ที่จะต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม รถเข็นเด็กที่จำหน่ายในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทให้เลือก และเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันไป ยิ่งกับเด็กวัยแรกเกิดที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อาจจะกังวลหรือไม่เข้าใจวิธีการใช้งานที่เหมาะกับสรีระเด็ก จึงถือว่าเป็นเรื่องยากพอสมควรในการเลือกซื้อรถเข็นเด็กครั้งแรกนั่นเอง นอกจากนี้คุณแม่แต่ละคนต่างก็มีกิจวัตรประจำวันที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการรถเข็นเด็กน้ำหนักเบาเพราะต้องเข็นหรือไปไหนมาไหนเอง บางคนอาจต้องการรถเข็นเด็กพับได้เผื่อเวลาที่ต้องเดินทาง วันนี้กองบรรณาธิการจึงมี รีวิวรถเข็นเด็ก ที่แข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน มาให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณากัน

รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

รีวิวรถเข็นเด็ก

วิธีการเลือกรถเข็นเด็ก

เราควรพิจารณาจากคุณสมบัติของรถเข็น ได้แก่ น้ำหนัก, การพับเก็บ, ความยากง่ายในการเข็น หรือแม้แต่ฟังก์ชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรคำนึงถึง นอกจากนี้อุปกรณ์ประเภทนี้ต้องได้รับมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

เลือกจากประเภทของรถเข็นเด็ก

รถเข็นเด็กที่เห็นขายอยู่ทั่วไปนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ แบบมาตรฐาน, แบบน้ำหนักเบา, แบบ 2 ที่นั่ง และแบบคาร์ซีท ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกจึงขึ้นกับจุดประสงคของการใช้งานเป็นหลัก

  • รถเข็นเด็กมาตรฐาน (Full-Size Stroller) เป็นรถเข็นเด็กที่นิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดีไซน์เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน โครงสร้างของรถเข็นแข็งแรงมั่นคงกว่ารถเข็นแบบพกพา มักมาพร้อมที่เก็บของใต้เบาะนั่ง, ที่วางแก้ว หรือถาดสำหรับวางสิ่งของเล็ก ๆ สามารถใช้ได้ตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงวัยหัดเดิน ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ใช้เข็นบนที่พื้นผิวเรียบ ไม่เหมาะกับการเข็นบนพื้นขรุขระ
  • รถเข็นเด็กแบบน้ำหนักเบา (Lightweight Stroller) เป็นรถเข็นเด็กที่ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกบ้าน เช่น ไปเดินเล่นที่ห้าง, ไปเที่ยวต่างจังหวัด บางรุ่นมาพร้อมสายสะพายเพื่อการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น ถึงแม้ฟังก์ชันและความแข็งแรงอาจจะไม่เท่ากับรถเข็นเด็กแบบมาตรฐาน แต่ก็เป็นตัวช่วยให้การพกพารถเข็นเด็กไปใช้นอกบ้านสะดวกยิ่งขึ้น
  • รถเข็นเด็กแบบ 2 ที่นั่ง (Double Stroller) หรือที่เรียกว่า รถเข็นเด็กแฝด เหมาะกับบ้านไหนที่มีลูกแฝด หรือเด็กหลายคน รถเข็นจะมาพร้อมที่นั่ง 2 ที่นั่ง โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่นั่งติดกันด้านข้าง และแบบที่นั่งด้านหน้า-ด้านหลัง ซึ่งรถเข็นประเภทนี้เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยทุ่นแรงให้คุณแม่ลูกแฝดหรือบ้านที่มีเด็กเยอะได้ดีทีเดียว
  • รถเข็นเด็กแบบคาร์ซีท เป็นรถเข็นเด็กที่มาพร้อมคาร์ซีท เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางด้วยรถยนต์บ่อย แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักในการเลือกซื้อรถเข็นแบบเซ็ตนี้ คือ ความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เพราะสามารถยกคาร์ซีทจากรถเข็นไปติดตั้งบนรถยนต์ได้โดยไม่ต้องอุ้มเด็กออกจากคาร์ซีท

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับรถเข็นเด็ก คือ ความปลอดภัยในการใช้งาน คุณพ่อคุณแม่จึงควรเลือกรถเข็นเด็กที่มีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อย เพื่อให้สบายใจในการใช้งานและความปลอดภัยของเด็ก ฟังก์ชันเบาะนั่งของรถเข็นเด็กนั้นมักจะมีการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม สามารถป้องกันการกระแทกด้วยหมอนอิง มีระดับความสูงของเบาะรองนอนห่างจากพื้นไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ซึ่งช่วยป้องกันความร้อนจากพื้นดินไม่ให้สะท้อนกลับหาลูกน้อย นอกจากนี้ เราขอแนะนำรถเข็นเด็กที่มีหลังคากันแสง UV ที่ไม่เพียงกันแดดได้เท่านั้น แต่ยังกันฝน ลมแรงและฝุ่นต่าง ๆ รวมถึงแสงจากหลอดไฟได้ดีอีกด้วย ความสบายใจของลูกน้อยเป็นสิ่งที่แม่ ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกน้อยของเราก็อาจจะไม่สบายตัวและไม่มีความสุขตลอดเวลาที่นั่งรถเข็นเป็นต้นเหตุให้ลูกไม่ยอมนั่งรถเข็นไปด้วย

สายรัดนิรภัยเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เด็กระหว่างนั่งรถเข็น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสายรัดนิรภัยรถเข็นเด็กจะออกแบบให้มีลักษณะเป็นเข็ดขัดนิรภัยแบบ 5 จุด หรือแบบ 3 จุด รวมถึงในบางรุ่นสามารถปรับระดับสายรัดนิรภัยให้เหมาะสมกับวัยและการเจริญเติบโตของร่างกายเด็กได้ ซึ่งสายรัดนิรภัยจะช่วยกระชับตัวเด็กให้นั่งได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงขึ้น ควรตรวจสอบความแน่นหนาให้กระชับตัวลูกน้อยกำลังดีไม่แน่นจนเกินไปและหลวมจนเกินไป เพื่อความสบายและความปลอดภัยของลูกน้อย

เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นของการเลือกรถเข็นเด็กแล้ว ทีมกองบรรณาธิการ จึงจะมาแนะนำ 10 อันดับ รีวิวรถเข็นเด็ก ที่มีทั้งรุ่นที่มีเข็มขัดนิรภัยและรุ่นพับได้ เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

  1. CAMERA

CAMERA รุ่น Rocker 9s รถเข็นเด็กที่เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด- 3 ปี รองรับน้ำหนักได้ 25 kg สามารถ ปรับด้ามเข็นได้ 2 ทิศทาง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เบาะรองนอน 2 ชั้น เบาะหนานุ่มพร้อมตาข่ายระบายอากาศ สามารถถอดออกซักได้ มีถาดวางแก้วน้ำและป้อนอาหาร สามารถถอดออกได้ สายเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปรับความสูงตามระดับของหัวไหล่การใช้งานได้ง่าย พนักพิงปรับนั่ง เอน นอนได้ 3 ระดับสามารถปรับเอนนอนได้180 องศา ล้อหน้า – ล้อหลัง ปรับล็อคได้ ด้านล่างมีตระกร้าขนาดใหญ่บรรจุของได้จำนวนมาก ขนาด 52*78*100 cm คุณสมบัติพิเศษรถเข็นสามารถปรับเป็นเปลโยกได้ หลังคารถเข็น ป้องกันน้ำได้ดี ปรับได้หลายระดับและหลังคายังป้องกันรังสี UV ล้อคู่ แบบ 8 ล้อ ล้อหน้าล้อหลังหมุนอิสระ 360º สะดวกต่อการเข็นซึ่งออกแบบพิเศษเฉพาะ CAMERA

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/camerababy/

รีวิวรถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://shopee.co.th/tdmthailand?categoryId=100632&itemId=11524801415

 

  1. Joie

Joie รุ่น Pact Lite รถเข็นเด็กที่เหมาะสำหรับเด็กวัยแรกเกิดจนถึงน้ำหนัก 15kg พร้อมเบาะนั่งปรับเอนราบได้ พับเก็บง่ายสะดวก กะทัดรัด ได้ด้วยมือเดียว มีสายสะพายเพื่อความสะดวกสบาย และคล่องตัวสำหรับการเดินทาง หลังคาพับได้ พร้อมกันแสงแดด และรังสียูวี UPF50+ พนักพิงหลังปรับเอนได้หลายระดับบาร์กันตกหุ้มด้วยผ้า และสามารถถอดออกได้ เบาะนั่งเนื้อผ้าหนานุ่ม ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่อยู่ใต้เบาะนั่ง ระบบกันสั่นสะเทือน 4 ล้อ ลดการกระแทกขณะเข็นบนพื้นผิวขรุขระ ระบบ Sweet Stride™ ช่วยให้ล้อหน้าหมุนได้ 360 องศา เลี้ยวง่าย ระบบล็อคล้อโดยใช้เท้าเหยียบที่ล้อหลังเพียงครั้งเดียว เข็นขัดนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล สามารถปรับระดับได้ สำหรับล็อกตัวเด็ก ขนาดสินค้ารถเข็นเมื่อกางออก:  l 82 x w 46.8 x h 99cm น้ำหนัก: 5.5kg

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.joiebaby.com/product/pact-lite/       

รีวิวรถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.joiebaby.com/product/pact-lite/

 

  1. Keenz

Keenz รุ่น Air Plus U-Bar รถเข็นเด็กขนาดพกพา Cabin Size ที่จุของได้มากที่สุด นำเข้าจากเกาหลี  สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 5 ขวบโดยประมาณ พับเก็บง่าย พกพาสะดวก เหมาะกับการเดินทางและใช้ในชีวิตประจำวัน ตะกร้าสัมภาระขนาดใหญ่มาก จุของได้เยอะมาก รับน้ำหนักได้มากถึง 60 Kg. (รวมสัมภาระ) โครงรถเข็นวัสดุอลูมิเนียมดีมาก มีความทนทานและแข็งแรง ล้อหน้าหมุน 360 องศา สามารถ
ล็อกล้อได้ ล้อรถเข็นแบบตลับลูกปืน เข็นลื่น ทนทาน มีระบบโช้คกันกระแทก ทั้ง 4 ล้อ ที่กั้นด้านหน้าแบบ U-BAR เข็มขัดนิรภัย 5 จุด มีหลังคาแบบ Full Canopy ปิดเต็ม มีช่องระบายอากาศ ไม่ร้อน เบาะที่นั่งสามารถปรับเอนนอนได้ง่าย ได้มากถึง 175 องศา ความยาวเบาะ 82 cm ความกว้างเบาะ 35 cm  ที่พักขาปรับระดับได้และล็อกอัตโนมัติ น้ำหนักรถเข็น 6.8 kg  ขนาดเมื่อกางออก 42 x 70 x 101 cm

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.keenzthailand.com/

รถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.keenzthailand.com/

 

  1. Oyster

Oyster รุ่น 2 รถเข็นเด็กที่เน้นดีไซน์สวยหรูคลาสสิค แตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยสี limited Edition พร้อมโครงรถสีบรอนซ์ที่ทำให้ดูโดดเด่นเวลาเข็นไปในที่ต่างๆ พับง่าย ฐานล้อรองรับการกระแทก ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงน้ำหนัก 20 kg สามารถปรับนอนราบได้ รองรับ travel system ด้วยการปรับใส่กระเช้าคาร์ซีทได้ ดีไซน์สวยเท่ห์ ด้วยวัสดุเนื้อผ้าและด้ามจับหนัง โดดเด่นไม่เหมือนใคร ล้อใหญ่แข็งแรงระบบโช้คลดแรงสั่นสะเทือน ปลอดภัยเพื่อลูกน้อย ที่นั่งสูงจากพื้น 85 cm ขยายผ้าคลุมออกได้ 99% UV cut ผ้าระบายอากาศ พับเก็บได้ง่าย ตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่ เข็นได้ 2 ทาง ที่นั่งเปลี่ยนหน้าหลังได้ ยืดความสูงของผ้าคลุมได้ ทำให้ไม่ติดศีรษะน้องที่ตัวสูง ปรับระดับที่พักขาได้ lock และ unlock ล้อได้ง่าย  เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่ที่ชื่นชอบความสวยแบบคลาสสิค

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.babyinstylethailand.com/

รถเข็นเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.babyinstylethailand.com/

 

อ่านต่อ.. รีวิวรถเข็นเด็ก แข็งแรง ทนทาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสับสนว่าจะเลือกผ้าอ้อมเด็กอย่างไรดี ให้เหมาะกับลูกน้อย วิธีง่าย ๆ ที่สามารถเลือกผ้าอ้อมเด็กให้พอดีกับตัวลูกน้อยได้ โดยเลือกตามลักษณะการนำไปใช้งานหรือดูจากน้ำหนักตัวของลูก วันนี้กองบรรณาธิการขอ แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้ตัดสินใจก่อนเลือกซื้อให้ลูกรักของเรา

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี

การเลือกตามลักษณะการนำไปใช้งาน

  • ลักษณะแบบสายคาดเอวหรือแบบเทปกาว

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปลักษณะนี้เหมาะกับเด็กทารกแรกเกิด เพราะสะดวกสบายในการใช้งาน เด็กวัยนี้จะนอนได้อย่างเดียวจึงง่ายในการถอดและสวมใส่ และวิธีการใช้ก็ง่ายสามารถสอดผ้าอ้อมสำเร็จรูปเข้าไปที่สะโพกเด็ก แล้วจึงรัดสายคาดเอวให้กระชับพอดีกับตัวเด็กได้เลย

  • ลักษณะแบบกางเกง

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปลักษณะนี้จะมีรูปร่างคล้ายกางเกงขาสั้น วิธีการสวมใส่ก็ง่าย สามารถสวมใส่ให้เด็กเหมือนกางเกงขาสั้นทั่วไปได้เลย เหมาะกับเด็กที่สามารถยืนเองได้แล้ว

 

การเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปโดยพิจารณาจากน้ำหนักตัวของเด็ก

  • น้ำหนักเมื่อแรกเกิด – 4 กิโลกรัม ใช้ขนาด New Born Size (ผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิด)
  • น้ำหนัก 4 – 8 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size S (ไซส์เล็ก)
  • น้ำหนัก 7 – 12 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size M (ไซส์กลาง)
  • น้ำหนัก 9 – 14 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size L (ไซส์ใหญ่)
  • น้ำหนัก 12 – 17 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size XL (ไซส์ใหญ่มาก)
  • น้ำหนัก 15 – 25 กิโลกรัม ใช้ขนาด Size XXL (ไซส์ใหญ่ที่สุด)

นอกจากนี้อย่าลืมตรวจสอบความพอดีของขนาดผ้าอ้อมอยู่เสมอด้วย เพราะลูกน้อยมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้นทุกวัน ผ้าอ้อมสำเร็จรูปขนาดเดิมอาจจะไม่พอดีอีกต่อไป ควรจะเปลี่ยนไปตามขนาดตัว น้ำหนัก และส่วนสูงของลูกน้อย เคล็ดลับการเลือกซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็ก คือเลือกไซส์ให้เหมาะกับวัยของเด็ก ที่มีตั้งแต่ ขนาด แรกเกิด ไปจนถึง XXL นอกจากนี้อาจเลือกผิวสัมผัสที่นุ่ม กลิ่นไม่แรง ผิวเด็กจะได้ไม่ระคายเคือง เมื่อใช้แล้วลูกน้อยไม่เกิดผื่นแพ้ผ้าอ้อมเด็ก ระบายอากาศได้ดี หรืออาจจะเลือกใช้ให้ถูกประเภทเพราะบางยี่ห้อมีให้เลือกทั้งแบบชนิดกลางวัน และกลางคืน

 

ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูป เป็นสินค้าที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกำลังตัดสินใจว่า ควรจะซื้อแบบไหน หรือยี่ห้ออะไรเพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย วันนี้ทีมบรรณาธิการ ขอ แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป พร้อมรวบรวมมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคนแล้ว ว่า 10 อันดับ ผ้าอ้อมเด็กสำเร็จรูปที่เหมาะกับลูกน้อย มีอะไรบ้าง

  1. Mamy Poko

มามี่โพโค รุ่น ซุปเปอร์ พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ผ้าอ้อมที่มีทั้งแบบเทปและผ้าอ้อมแบบกางเกงที่นุ่มและอ่อนโยนเป็นพิเศษต่อผิวลูกน้อยแรกเกิด ด้วยเทคโนโลยี “ออร์แกนิค สปีด เวฟ” แผ่นซึมซับแบบลอนคลื่นที่มีส่วนผสมของ “ออร์แกนิค คอตตอน” ปุยฝ้ายธรรมชาติ จึงซึมซับปัสสาวะได้รวดเร็วและให้สัมผัสที่นุ่มและอ่อนโยน ลดสาเหตุการระคายเคืองและคลายกังวลเรื่องผดผื่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.mamypoko.com/th/products.html#mp-super-premium-organic-id

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก https://th.mamypoko.com/th/products.html#mp-super-premium-organic-id

 

  1. N

กูนน์ รุ่น พรีเมียม มัมมี่ คิส ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีทั้งรูปแบบเทปกาวและแบบกางเกง ให้สัมผัสนุ่มละมุมจากส่วนผสมของฝ้ายธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอ่อนโยนต่อผิว การซึมซับดีเยี่ยมให้ลูกน้อยใส่สบายได้ยาวนานซึมซับเร็ว แห้งสบายผิวเพราะมีแผ่นฟิล์มระบายอากาศรอบทิศทางหมดกังวลเรื่องการอับชื้นให้ลูกน้อยรู้สึกแห้งสบายผิว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://goon-thailand.elleair.co.th/goonpremiummommykiss

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก http://goon-thailand.elleair.co.th/goonpremiummommykiss

 

  1. Baby Love

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มาพร้อมรุ่นอีซี่เทปรูปแบบเทปกาว มาพร้อมแผ่นปกป้องด้านหลัง ระบายอากาศ ให้ก้นของลูกน้อยแห้งสบาย ไม่อับชื้น มีขอบเอวยางยืดด้านหลัง กระชับรับสรีระ และ ขอบขาที่ออกแบบมาพิเศษ ป้องกันการรั่วซึม นุ่มสบาย ซึมซับยาวนานถึง 10 ชม.ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และรุ่นเพลย์แพ้นท์พรีเมียมรูปแบบกางเกง เพิ่มประสิทธิภาพการซึมซับได้ดี มาพร้อมกับเทคโนโลยียางยืดใหม่ ที่นุ่มกระชับตัวลูกน้อย ทำให้สวมใส่ง่าย รูปทรงกระชับตัว เคลื่อนไหวได้อิสระ สบายตัว แห้งสบายผิว ยาวนาน 10 ชม.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mambabythailand.com/

แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.mambabythailand.com/

 

  1. Huggies

ผ้าอ้อมแบบเทปรุ่น ฮักกี้ส์ ซอฟท์ แอนด์ สลิม นุ่มสบายด้วยวัสดุที่นุ่มดุจปุยฝ้าย ช่วยลดการเสียดสีในขณะที่ลูกน้อยสวมใส่ มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Complex Core Technology ทำให้ผ้าอ้อมมีความบาง แต่ยังสามารถซึมซับได้ยาวนาน ไม่รั่วซึม ให้ลูกน้อยสบายตัว แห้งสบายตลอดทั้งวัน และรุ่นซูเปอร์ คอมฟอร์ทแบบกางเกง ที่ให้สัมผัสที่แตกต่างและเหนือกว่าด้วย 5 สัมผัสสบาย ทั้งแห้งสบาย ด้วยระบบระบายอากาศ 360 องศา, ซึมซับยาวนาน 12 ชม. ทั้งกลางวัน กลางคืน ไร้กังวัลเรื่องซึมเปื้อน พร้อมผิวสัมผัสนุ่ม ช่วยลดรอยแดงบนผิว, ผสานสารสกัดจากอโลเวร่า, แถมยังกระชับสบาย โอบรับสรีระอย่างอ่อนโยน และโปร่งสบาย ไม่อับชื้น ให้ลูกน้อยสบายตัวยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.huggies.co.th/

ผ้าอ้อมเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.huggies.co.th/

 

  1. Drypers

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่แต่ละรุ่นแบ่งตามน้ำหนักของตัวเด็ก ดรายเพอร์ส ซอฟท์ที่ผลิตด้วยวัสดุอ่อนละมุน และแผ่นรองด้านนอกที่นุ่มสบายคล้ายผ้า ระบายอากาศได้ถึง 100% พร้อมระบบ สตูล ล็อค ซิสเต็ม ระบบการกักเก็บอุจจาระ ซึมซับของเหลวอย่างรวดเร็วและดักเก็บไม่ให้ไหลย้อนกลับ และยังมี เฟล็กซี่-เทป แถบเทปใหม่ ปรับกระชับได้อย่างง่ายดาย และติดซ้ำได้หลายครั้ง แม้ใช้ร่วมก้บแป้ง หรือออยล์ กระชับกับรูปร่างของลูกน้อยมากขึ้น เพื่อความสบายที่มากกว่าเดิม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.drypers.co.th/products/

ผ้าอ้อมเด็ก

ขอขอบคุณภาพจาก https://www.drypers.co.th/products/

 

อ่านต่อ… แนะนำผ้าอ้อมสำเร็จรูป เลือกอย่างไร แบรนด์ไหนใช้ดี …ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่