ที่พักเขาใหญ่ แบบครอบครัว

6 ที่พักเขาใหญ่ แบบครอบครัว ราคาเบาๆ เข้าพักนอนชิล ชมวิวสวย!

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้บรรยากาศดี มีธรรมชาติ วิวสวย ใกล้กรุงเทพฯ “เขาใหญ่” ถือว่าเป็นสถานที่เที่ยวอันดับต้น ๆ ที่น่าปักหมุดไปเที่ยวเป็นที่สุด นอกจากวางแผนที่จะพาลูกเที่ยวเขาใหญ่แล้ว เรื่องที่พักก็ต้องทำการบ้านเอาไว้ด้วยเช่นกัน และที่พักบนเขาใหญ่ก็มีมากมายหลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว แต่ถ้ามองหา ที่พักเขาใหญ่ แบบครอบครัว พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ พักที่ไหนดี ลองดูที่นี่กันค่า

6 ที่พักเขาใหญ่ แบบครอบครัว ราคาเบาๆ เข้าพักนอนชิล ชมวิวสวย!

อรัญตราคีรี รีสอร์ท เขาใหญ่
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/arantarakiriresort

1.อรัญตราคีรี รีสอร์ท เขาใหญ่ (Arantarakiri Resort Khao Yai) 

อรัญตราคีรี รีสอร์ท ที่พักบรรยากาศดี น่าพักอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ภายในสงบร่มรื่น แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ติดริมน้ำ มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัว มีห้องพักเป็นแบบวิลล่าให้เลือกพักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และตามจำนวนคนในครอบครัวเล็ก/ใหญ่ อาทิเช่น สตูดิโอวิลล่า, ดีลักซ์วิลล่า 4 ห้องนอน, วิลล่า 2 ห้องนอน เป็นต้น วิลล่าทุกหลังตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นส่วนตัว แวดล้อมด้วยสวนจัดแต่งที่สวยงาม ภายในห้องพักสะอาดสะอ้านกว้างขวาง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน และสามารถขับรถพาลูกออกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวฮิต ๆ เช่น สวนสนุกซีนิคอลเวิลด์, น้ำผุด น้ำพุธรรมชาติบ้านท่าช้าง, ไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้ ฯลฯ ได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีจากที่พัก

อรัญตราคีรี รีสอร์ท เขาใหญ่
ที่อยู่:  36/2, ซ.จุลดิษ 2, ม.4, ต.หมูสี, อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

เบอร์โทร: 093-3235873

บ้านสวนน้อย รีสอร์ท
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/Baansuannoiresort

2.Hobbit House บ้านสวนน้อย รีสอร์ท

มาถึงที่พักที่รับรองว่าต้องถูกใจคุณลูกแน่ บ้านสวนน้อย หรือ “บ้านฮอทบิท” สร้างขึ้นจากความชอบส่วนตัวของเจ้าของที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit และ The Lord of The Rings ในสไตล์บ้านฮอบบิทหลังน้อยแสนน่ารักบนเนินเขา สวยแปลกตา มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากห้องพักอื่น ๆ ทั่วไป ห้องพักมีอยู่หลายห้องมีขนาดต่างกันไปแบ่งออกเป็น บ้านฮอบบิท บนเนิน ประกอบด้วย 3 ห้องพักที่สามารถเปิดเชื่อมได้ถึงกัน คือ ห้องขนาดใหญ่(ประตูเขียว) ,ห้องขนาดกลาง (ประตูเหลือง), ห้องขนาดเล็ก (ประตูฟ้า), ห้องถ้ำขาว เป็นบ้านเดียวติดกับเนินเขาเล็ก ๆ และโรงเตี๊ยมมังกร (Dragon Inn) มีห้องพัก 2 ห้อง และห้องประตูสีต่าง ๆ อีก 6 ห้อง แต่ละห้องก็ตกแต่งด้วยสไตล์ที่แตกต่างกันไป มีห้องน้ำในตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับการพักอาศัย

บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่บนเนิน มีประตูบ้านที่โดดเด่นไปด้วยสีสะดุดตาเป็นทรงกลมคล้ายโพรงกระต่าย เห็นทางเข้าเล็ก ๆ แต่ภายในห้องกว้างขวางแถมตกแต่งน่ารักเก๋ไก๋ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เตียง โต๊ะ เก้าอี้ เหมือนในเทพนิยายมาก ให้อารมณ์ราวกับได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการในหนังแนวแฟนตาซีเทพนิยายซักเรื่อง นอกจากบ้านฮอบบิทก็ยังมีที่พักแบบเทพนิยายอย่าง บ้านเดล ที่ต้องถูกใจลูกสาวแน่ และไม่ใช่แค่ต้องโซนที่พักที่ทำให้ลูก ๆ ฟิน พื้นที่โดยรอบก็ถูกเนรมิตให้เหมือนฉากในเทพนิยายชื่อดัง พร้อมชุดคอสเพลย์ตัวละครเจ้าหญิง เจ้าชาย แม่มด ฯลฯ ให้มาใส่ถ่ายภาพกันแบบฟรี ๆ ด้วยสำหรับคนที่เข้าพัก แบบนี้เจ้าตัวเล็กจะไม่ชอบได้ไงค่า

บ้านสวนน้อย รีสอร์ท
ราคา : เริ่มต้นที่ 800 บาท พร้อมอาหารเช้า
ที่อยู่ : 292 ม.15 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
เบอร์โทร: 08-1291-5160
www.baansuannoi.com

3.ฮัก สเตชั่น เขาใหญ่ (Hug Station)

ฮัก สเตชั่น เป็นรีสอร์ทขนาดกะทัดรัด อบอุ่นกำลังดี โอบล้อมไปด้วยวิวภูเขาและต้นไม้ เป็นที่พักอีกแห่งที่น่ารักมาก ห้องพักเป็นแบบหลัง ๆ ที่มีทั้งหมดเพียงแค่ 4 ห้องมีชื่อเรียกที่น่ารักมาก ได้แก่ First Hug, Sweet Hug, More than Hug และ Hug Gallery ให้บรรยากาศเป็นส่วนตัว มีพื้นที่สนามหญ้าบริเวณหน้าห้องพักให้ทำกิจกรรมนั่ง ๆ นอน ๆ ให้เด็ก ๆ วิ่งเล่น และแต่ละห้องพักก็มีเตียงนอนบนชั้นดาดฟ้าให้ขึ้นไปนอนชมวิวเขาใหญ่แบบพาโนรามา รับลมชมดาวในตอนกลางคืนได้อีกด้วย สมกับเป็นบ้านพักตากอากาศที่มานอนพักผ่อนได้อย่างสบายใจ แถมบริเวณที่พักยังจัดมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ ให้คุณแม่เรียกคุณพ่อมาถ่ายรูปจนเบื่อกันไปเลย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ Lobby มุมหนังสือ มุมทางเดิน มุมห้องน้ำ ไปจนถึงห้องพักที่มีกิมมิคเก๋ ๆ ตกแต่งให้เราประทับใจอยู่เต็มไปหมด นอกจากความน่ารักของที่พักแล้วในส่วนของอาหารที่นี้จะใช้ผักสดที่ปลูกกินเองมาปรุงอาหารให้กับลูกค้าที่จะได้ชิมกับผักสด กรุบกรอบ มีสลัดจานอร่อยที่ต้องถูกใจแม่ และไฮศกรีมโฮมเมดที่ถูกใจคุณหนู ๆ แน่นอน มาพักที่ฮักรับรองต้องเป็นที่รักสำหรับการมาพักผ่อนครั้งต่อไปอีกแน่นอนค่ะ

ฮัก สเตชั่น
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/HugStationKhaoYai

ฮัก สเตชั่น เขาใหญ่
ราคาเริ่มต้นที่ 2,000 บาท (เปิดให้เข้าพักเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ที่อยู่: 199 หมู่ 2 ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง 30130
เบอร์โทร: 0800060014
www.hugstationresort.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ 6 ที่พักเขาใหญ่แบบครอบครัว คลิกหน้า 2

สบู่เหลวเด็ก

สบู่เหลวเด็ก แบบอาบและสระ เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าน่าใช้และอ่อนโยนต่อผิวลูก

ตอนอาบน้ำเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกที่เด็กๆ คนไหนก็ไม่อยากพลาด ได้เล่นน้ำ เป่าฟองสบู่ ซึ่งเป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่เสริมสร้างพัฒนาการรอบด้านไปโดยอัตโนมัติ คุณแม่จึงไม่อยากให้อะไรมาขัดจังหวะความสนุกนี้ สบู่เหลวเด็ก แบบอาบและสระในขวดเดียว (Head and Body Wash) จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะทั้งใช้สะดวกและปลอดภัยต่อลูกน้อย

ปกติการอาบน้ำให้ลูกน้อยจะต้องใช้ทั้งสบู่ และแชมพู ทำให้ขั้นตอนการอาบน้ำนานขึ้น ยิ่งลูกวัยแบเบาะที่ยังไม่คุ้นเคยกับการสระผม อาบน้ำนานๆ ลูกอาจร้องโยเย หรือเสี่ยงเป็นหวัดได้ง่าย ที่สำคัญ สบู่และแชมพูอาจมีสารเคมีรุนแรง เป็นอันตรายต่อผิวบอบบาง และดวงตาของลูกน้อยได้  ดังนั้นคุณแม่จึงระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายลูกน้อยเป็นพิเศษ

สบู่เหลวเด็ก

สบู่เหลวเด็กแบบอาบและสระ  เหมาะกับลูกทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นลูกเบบี๋ตัวน้อย ที่คุณแม่ต้องทะนุถนอมเป็นพิเศษ เพราะโครงสร้างผิวยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงบอบบาง แพ้ง่าย แถมลูกยังไม่สามารถนั่งให้อาบได้ จึงต้องใช้แขนอุ้มอยู่ตลอดเวลา การกดสบู่เพียงปั้มเดียวแล้วใช้ได้ทั้งตัว จึงช่วยประหยัดเวลา และลดความกังวลของคุณแม่มือใหม่ลงได้มาก

พอเข้าสู่วัยเตาะแตะ ลูกน้อยเริ่มสนุกซนกับสิ่งรอบตัว โดยเฉพาะเวลาได้เล่นฟองสบู่เวลาอาบน้ำ ถ้าคุณแม่ไม่ทันระวัง ลูกเผลอเอามือเปื้อนฟองไปป้ายดวงตา ก็ทำให้เคืองตาได้ แต่การใช้สบู่แบบอาบและสระ ที่มีความอ่อนโยนสูง เหมาะกับเด็กที่ถึงจะสระผมแล้วเข้าตาก็ไม่แสบ

สบู่เหลวเด็ก

วิธีเลือกซื้อ สบู่เหลวเด็ก ให้เหมาะกับลูกน้อย

ในท้องตลาดมีสบู่อาบและสระให้เลือกหลากหลายสูตร คุณแม่อาจสับสนไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้ออย่างไรดี ถึงจะได้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับลูกและปลอดภัยจริง เรามีเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำดังนี้

  1. ต้องเป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษ และไม่ระคายเคืองตา เพราะใช้ทั้งทำความสะอาดลูกทั้งตัว หากไม่อ่อนโยนจริง อาจทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นทันที โดยเฉพาะกับเด็กแรกเกิด คุณแม่สามารถสังเกตได้จากฉลากข้างขวดผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่มีสารก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคือง เช่น พาราเบน หรือสารกันเสีย, สารSLS หรือสารสบู่ และ ซิลิโคน ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  2. เนื้อสบู่ควรใสปราศจากสีใดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงสีสังเคราะห์
  3. ฟองไม่มากเกินไป ล้างออกง่าย เพื่อป้องกันสารตกค้างบนร่างกาย
  4. ควรผ่านการทดสอบ “ไม่ทำให้แพ้”
  5. ถ้าใช้กับลูกวัยแรกเกิด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ว่า “สำหรับทารก (For Newborn)”
  6. หากเป็นไปได้ควรเลือก สบู่เหลวเด็ก ที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ หรือ ออร์แกนิค เพื่อความมั่นใจคุณภาพ

สบู่เหลวเด็ก

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้สบู่เหลวเด็ก D-nee Organic for New Born Head and Body Wash เป็น สบู่เหลวอาบและสระสำหรับทารก ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Baby Wash

สบู่เหลวเด็ก อาบและสระ  D-nee Organic  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ของสบู่เหลวสำหรับลูกวัยทารกโดยเฉพาะ ด้วยสูตรออร์แกนิค ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติถึง 7 ชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และดูแลเส้นผมให้อ่อนนุ่ม ชุ่มชื่น และ มีสารสกัดธรรมชาติจากโอ๊ต เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวไม่ระคายเคือง เนื้อสบู่เป็นเจลใส มีกลิ่นหอมอ่อน ไม่ฉุนติดจมูก

สบู่เหลวเด็ก D-nee ใช้ง่าย เมื่อชะโลมกับน้ำสะอาด สามารถใช้สระผมและลูบไล้ตัวลูกน้อยไปได้พร้อมๆกัน มีฟองเล็กน้อย ไม่เยอะเป็นก้อนๆ จึงล้างออกได้ง่าย มีค่าความกรดด่างเป็นกลาง (pH Balance) ช่วยรักษาสมดุลธรรมขาติ

D-nee Organic ค่อนข้างโดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมอ่อนละมุน ติดผิวลูกน้อยให้หอมน่ากอด แถมยังผิวนุ่มชุ่มชื่น ผมหวีง่ายไม่พันกัน

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้สบู่เหลวเด็ก  D-nee สูตรออร์แกนิค ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Baby Wash จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

คุณแม่สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.dnee.co.th/index.php/th/products

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกเป็นผดผื่น

ทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยมีผดผื่น ?

ลูกเป็นผดผื่น ขึ้นตามผิวหน้า ผิวตัว หนึ่งในปัญหาผิวที่คุณแม่ลูกเล็ก ลูกวัยทารกมักต้องเจอกันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นผดผื่น, ผื่นผ้าอ้อม ผิวแห้งลอกเป็นขุย เป็นต้น ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากโครงสร้างผิวที่ยังไม่แข็งแรง จึงทำให้ง่ายต่อการแพ้ ระคายเคืองค่ะ

 

ลูกเป็นผดผื่น แม่ต้องรู้ และเข้าใจอาการ !

ผดผื่นแพ้ในเด็กทารก เด็กเล็ก มีหลายชนิดและสาเหตุจากหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างผิวที่ไม่แข็งแรง  อากาศในแต่ละฤดูกาล อุปกรณ์ของใช้สำหรับเด็ก ทั้งเสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวเด็กต่างๆ เป็นต้น สำหรับผดผื่นแพ้ในทารกที่พบบ่อยๆ ได้แก่

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

สาเหตุ : เกิดได้หลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งประวัติภูมิแพ้ เหงื่อจากอากาศร้อนหรืออากาศแห้งในฤดูหนาว สารระคายเคืองจาก  สบู่ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม รวมถึงอาหาร เช่น นมวัว ไข่ อาหารทะเล ตลอดจนไรฝุ่นในอากาศ ซึ่งจะทำให้ลูก น้อยมีผิวแห้ง มีผื่นขึ้นและมีอาการคันร่วมด้วย โดยมักจะเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มแดงคัน พบมากบริเวณใบหน้า หรือด้านนอกของแขนขา

วิธีรับมือ : คุณแม่ควรสังเกต และหาสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นผื่นแล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นค่ะ เช่น หากแพ้อาหารก็ควรงดอาหารชนิดนั้น และต้องหมั่นบำรุงผิวหนังให้ชุ่มชื้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่อ่อนโยน มีสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวลูกน้อย แต่หากพบว่าลูกน้อยมีผื่นหรือตุ่มบวมแดงมาก ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

  • กลากน้ำนม

สาเหตุ : เกิดได้จากการเป็นผื่นแพ้ผิวหนัง หรือผิวแห้ง โดยผิวหนังของลูกจะเป็นผื่นวงกลมหรือ วงรี สีออกขาว จางกว่าผิวหนังปกติ หรืออาจมีขุยติดอยู่ พบบ่อยบริเวณใบหน้า คอ ไหล่และแขน กลากน้ำนมนี้ไม่มีอันตราย  จะหายไปได้เองเมื่อลูกโตขึ้นค่ะ แต่ก็ควรดูแลไม่ให้ผิวหนังของลูกแห้งหรือระคายเคืองเพิ่มมากขึ้น

วิธีรับมือ : การอาบน้ำให้ลูกน้อยควรเลือกใช้สบู่ ครีมอาบน้ำสำหรับเด็กที่ไม่ทำให้ผิวหนังแห้งและระคายเคือง หลังจากอาบน้ำเสร็จแนะนำให้บำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยการทาโลชั่น หรือแป้งเด็กเนื้อโลชั่น

  • ผื่นผ้าอ้อม

สาเหตุ : ถือเป็นผื่นแพ้ชนิดหนึ่ง ที่สาเหตุเกิดจากผิวหนังที่สัมผัสหรือสวมใส่ผ้าอ้อมเกิดการระคายเคือง เพราะความอับร้อน เหงื่อ หรือปัสสาวะ อุจจาระที่สะสมทำให้เปียกชื้น จนทำให้ผิวหนังลูกน้อยบริเวณต้นขาด้านใน ก้น อวัยวะเพศ มีผื่น เป็นตุ่มหรือปื้นแดง

วิธีรับมือ : ก่อนใส่ผ้าอ้อมควรทำความสะอาดผิวบริเวณก้นของลูกน้อยทุกครั้ง จากนั้นให้ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็ก หรือแป้งเด็กเนื้อโลชั่น เพื่อช่วยเคลือบผิว และป้องกันผิวหนังไม่ให้ถูกสารเคมีหรือสิ่งต่างๆ มาเสียดสีหรือทำให้ระคายเคือง ที่สำคัญควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ลูกใส่ผ้าอ้อมที่เปียกแฉะนานหลายชั่วโมง

และเพื่อไม่ให้ ลูกเป็นผดผื่น จากการแพ้โลชั่น หรือ ครีมทาผิว แนะนำให้คุณแม่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับเด็กที่ไม่มี   ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวลูกน้อย แห้งและระคายเคืองมากขึ้น จึงแนะนำให้คุณแม่ปกป้องผิวลูกน้อยด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง Hypoallergenic Tested อย่าง “ดีนี่ ออร์แกนิค” ก็เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้ได้ตั้งแต่ ลูกวัยทารกค่ะ

ลูกเป็นผดผื่น

ดีนี่ แป้งเด็กเนื้อโลชั่น นี่แหละที่แม่เลือก   

ผิวบอบบางของลูกน้อยง่ายต่อการเกิดผดผื่น คุณแม่ต้องพิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวลูกน้อย ดีนี่ แป้งเด็กเนื้อโลชั่น มีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผิวลูกน้อยให้ไม่เกิดผดผื่น ด้วยคุณสมบัติที่เป็นสูตรออร์แกนิค เหมาะสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิดเพราะ…

1. เป็นแป้งเด็กเนื้อโลชั่น สามารถใช้ได้ตั้งแต่ลูกวัยแรกเกิด อ่อนโยน ไม่ฟุ้งกระจาย ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ลูกเป็นผดผื่น

2. แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย

3. สูตรออร์แกนิค อ่อนโยน มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติถึง 7 ชนิด

4. มีส่วนผสมจากอัลลันโทอิน ป้องกันการแพ้และช่วยลดผดผื่นจากความเปียกชื้นได้ดี

5. 2 in 1 ระหว่างแป้งและโลชั่น ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และยังแห้งสบายเสมือนทาแป้งฝุ่น

6. มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติ เป็นเหมือนอโรมาเธอราพี ช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ดี และนอนหลับสบาย

7. Hypoallergenic Tested ผ่านการทดสอบที่ดีที่สุด ว่าไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง

ดีนี่ แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ปราศจากแร่ใยหินที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม่จึงไว้วางใจเลือกให้ดูแลผิวลูกน้อย

วัคซีนไรฝุ่น

เด็กป่วยภูมิแพ้เฮ!! ศิริราชผลิต “วัคซีนไรฝุ่น” สำเร็จ

ศิริราชผลิต “วัคซีนไรฝุ่น” ครบวงจร ใช้เป็นรายแรกในอาเซียน ผ่านการอนุมัติจาก อย.ไทย สหรัฐฯ และ WHO ช่วยเด็กป่วยภูมิแพ้ไรฝุ่น และลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัคซีนได้มากถึง 50%

เด็กป่วยภูมิแพ้เฮ!! ศิริราชผลิต “วัคซีนไรฝุ่น” สำเร็จ

รศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคภูมิแพ้ในประเทศไทย ส่งผลให้ศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 เตรียมความพร้อมในการรับมือและเดินหน้าผลิตวัคซีนและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

รศ.ดร.นพ.พงศกร กล่าวต่อว่า ระยะแรกได้ผลิตชุดทดสอบ ประกอบด้วย น้ำยาสกัดสารก่อภูมิแพ้ที่จำเป็น 8 ชนิด คือ

  1. น้ำยาทดสอบภูมิแพ้ไรฝุ่น ชนิด Dp
  2. น้ำยาทดสอบภูมิแพ้แพ้ไรฝุ่น ชนิด Df
  3. น้ำยาทดสอบจากขนแมว
  4. น้ำยาทดสอบจากขนสุนัข
  5. น้ำยาทดสอบจากแมลงสาบ
  6. น้ำยาทดสอบจากหญ้าขน (Para Grass)
  7. น้ำยาทดสอบจากวัชพืชผักโขม (Careless Weed)
  8. น้ำยาทดสอบจากเชื้อรา (Cladosporium spp.)

ซึ่งผลจากการทดสอบจะเป็นแนวทางให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำในการกำจัดหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้ได้อย่างถูกต้อง และหากมีข้อบ่งชี้ก็สามารถให้การรักษาโดยการฉีดวัคซีนต่อไปได้

รศ.ดร.นพ.พงศกร กล่าวต่อว่า จากชุดทดสอบสารก่อภูมิแพ้ต่อยอดผลิตวัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ต่อระบบทางเดินหายใจที่พบได้มากที่สุด และเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีราคาแพง ดังนั้น ทางศูนย์จึงได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เป็นที่น่ายินดีว่า วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วย จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข

วัคซีนภูมิแพ้
วัคซีนภูมิแพ้

“ในอนาคตจะมีการพัฒนาวัคซีนภูมิแพ้แมลงสาบ เกสรหญ้า และวัชพืชชนิดฉีด เนื่องจากเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย รองลงมาจากไรฝุ่น นอกจากนั้นจะมีการพัฒนาวัคซีนประเภทหยดเข้าไปในปาก บริเวณใต้ลิ้น (ชนิดกิน) ซึ่งมีการนำมาใช้แล้วที่ต่างประเทศ มีข้อดีคือสะดวก ไม่เจ็บ และใช้ในเด็กได้ดี” รศ.ดร.นพ.พงศกร กล่าว

รศ.ดร.นพ.พงศกร กล่าวด้วยว่า โรคภูมิแพ้ นับเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังในคนไทยที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่ง จากสถิติความชุกของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจในประเทศไทยพบว่า โรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจส่วนบน คือ โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 30 ของประชากรเท่ากับ 20 ล้านคน และโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจส่วนล่าง คือ โรคหืดภูมิแพ้อีกประมาณ 4 ล้านคน ทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงเป็นเงินกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี สำคัญมาจากภาวะภูมิแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่าง ๆ จากผลการศึกษาหลายแห่งพบตรงกันว่า “ไรฝุ่น” เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด พบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 และคนทั่วไปร้อยละ 30 ที่แพ้ไรฝุ่น ในขณะที่น้ำยาทดสอบและวัคซีนโรคภูมิแพ้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศนั้นมีราคาแพง

ขอบคุณข่าวจาก : www.newtv.co.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กป่วยภูมิแพ้ไรฝุ่นเป็นอย่างไร? วัคซีนไรฝุ่นฉีดอย่างไร? ราคาเท่าไร?

ชวนคุณแม่มาช้อป ดีลดีส่งท้ายปี!

ชวนคุณแม่มาช้อป ดีลดีส่งท้ายปี!
MamyPoko Pants Lovely Day & Night ยกลังเพียง 799

เฉพาะ 12.12.62 วันเดียวเท่านั้นกับ Lazada 12.12 ช้อปเลยจ้า
พลาดแล้วจะว่าแอดไม่บอกน๊าาา….คลิกเลย http://bit.ly/2oV62sm

พาลูกเที่ยวเขาใหญ่

พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ 6 ที่เที่ยวสไตล์ครอบครัว ที่ต้องแวะ!!

ถ้าพูดถึง “เขาใหญ่” จัดเป็นที่เที่ยวอันดับต้น ๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว และมีความสวยงามทางธรรมชาติเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่ดีมาก ๆ คือเป็นจังหวัดไม่ไกลจากกรุงเทพ ขับรถประมาณ 3 ชั่วโมง ยังไม่ทันเมื่อยก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดฟิน โดยเฉพาะสถานที่ที่มีกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ ได้ทำ พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ มีที่ไหนกันบ้างไปดูกันเลย

พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ 6 ที่เที่ยวสไตล์ครอบครัว ฟินกับธรรมชาติและกิจกรรม
ลูกติดใจ ไปแล้วไปอีกได้ตลอดทั้งปี

1.ฟาร์มโชคชัย

“ฟาร์มโชคชัย” ที่เที่ยวชื่อดังอีกแห่งของเขาใหญ่ เป็นฟาร์มโคนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีวัวมากกว่า 3,000 ตัวกันเลยค่ะ ที่นี้จัดว่าเป็นฟาร์มแห่งการเรียนรู้ ในบรรยากาศแบบทุ่งนาสไตล์คาวบอย ที่เที่ยวใกล้กรุง เรียนรู้วิถีเกษตรสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยในทั้งครอบครัว ที่จะได้สัมผัสกับ บรรยากาศ ประสบการณ์ และสาระความรู้พร้อมความสนุกเพลิดเพลิน และกิจกรรมที่จัดมาให้มากมาย อาทิเช่น นั่งขบวนรถคาราวาน “ฟาร์มแทร็กเตอร์” ชมความยิ่งใหญ่ของฟาร์มโชคชัย บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของ 20,000 ไร่ ชมทัศนียภาพท้องทุ่งกว้าง ทุ่งดอกไม้สวย ๆ ผ่านคอกแม่โคพันธุ์ดี การปลูกพืชอาหารสัตว์ แปลงหญ้า แปลงข้าวโพดเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ บ่อหญ้าหมัก และทุ่งดอกทานตะวันซึ่งเมล็ดใช้เป็นพืชอาหารสัตว์ภายในฟาร์มในแต่ละรอบของการท่องเที่ยวมีเจ้าหน้าที่ให้การบรรยายและให้ความรู้ตลอดเส้นทาง กิจกรรมรีดนมวัวด้วยตัวเอง การแสดงสาธิตวิถีคาวบอย ตื่นตาตื่นใจกับการต้อนฝูงโคแบบคาวบอย การชมลีลาของสุนัขต้อนแกะ มีมินิซูที่ให้เด็ก ๆ ได้ป้อนอาหารสัตว์ เช่น กวาง กระต่าย ป้อนนมลูกวัว ปั่นจักรยานชมฟาร์ม ฯลฯ รวมทั้งการแสดงบนเวทีของสัตว์แสนรู้ต่างๆ มากมาย ก่อนกลับบ้านต้องลองเวิร์กช้อปทำไอศกรีมนมสด และกิจกรรมอื่นๆ อีกเยอะภายในฟาร์มให้สนุกกันได้ทั้งครอบครัว ได้สาระความรู้บนความสนุกสนานเพลิดเพลินกลับบ้านกันไปแน่นอนค่า

ฟาร์มโชคชัย

  • ที่ตั้ง :169 หมู่ 2 ถนนมิตรภาพ ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
  • วันทำการ :เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวันอังคาร-อาทิตย์ โดยวันอังคาร-ศุกร์ มี 2 รอบ คือ 10.00 น. และ 14.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีให้ชมทั้งหมด 12 รอบ เปิดให้เข้าชมรอบเช้า 10.00 / 10.20 / 10.40 / 11.00 / 11.20 / 11.40 น. รอบบ่าย 13.00 / 13.20 / 13.40 / 14.00 / 14.20 / 14.40 น.
  • โทรศัพท์: 02-5322846 ต่อ 1411-1412/ 084-3289595/ 081-8603185
  • ค่าเช้าชม ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก (ส่วนสูง 90-140 เซนติเมตร) 150 บาท
  • www.farmchokchai.com

2.Pete Maze

เปลี่ยนบรรยากาศจากกิจกรรมที่ฟาร์มพาเจ้าตัวเล็กมาวิ่งเที่ยวเล่นและผจญภัยกับการหาทางออกใน “พิชญ์ เขาวงกต” กันค่ะ เส้นทางกว่า 5 ไร่ที่จะท้าทายเด็ก ๆ ให้ค้นหาทางออกที่มีทางเข้าและออกเพียงแค่ 2 ทางเท่านั้น เป็นสถานที่ที่ชวนให้ทุกคนในครอบครัวได้ก้าวเดินกันมากขึ้นไปพร้อมกับความสนุก โดยสองข้างทางจะถูกขนาบข้างไปด้วยกำแพงต้นไม้สูงกว่าสองเมตรที่ทำให้มองไม่เห็นทางออกได้ง่าย ๆ เลย ภายในเขาวงกตได้แบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ ที่ทำให้ระหว่างทางเดินดูไม่เคว้างคว้างจนเกินไป มีจุดแวะให้ถ่ายรูป ชมวิวดอกไม้สวย ๆ นานาพันธุ์ เจ้าหุ่นการ์ตูนต่าง ๆ ที่เหมือนจะเป็นคำใบ้ชวนให้หาทางออก มีที่ให้นั่งพักเหนื่อยระหว่างทาง มีสะพานสูงเป็นตัวช่วย จุดแลนด์มาร์กที่ให้ขึ้นไปมองเห็นมุมสูงบริเวณเขาวงกต และสังเกตว่าจะเดินไปหาทางออกทางไหนต่อดี เอ๊ะ.. ทำไมยิ่งเดินก็ยิ่งหลง แต่ยิ่งหลงทางมันก็ต้องเอาชนะให้ได้เลย ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ร่วมทำและหาทางออกกันได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ อ่อ.. แล้วอย่าลืมจับเวลากันด้วยนะ ว่าใช้เวลาเดินวนอยู่ในเขาวงกตแห่งนี้หมดไปคนละเท่าไหร่

พิชญ์ เขาวงกต
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/Pete-Maze

พิชญ์ เขาวงกต

  • ที่ตั้ง:126 หมู่ 11 ขนงพระ อำเภอปากช่อง 30130
  • โทรศัพท์ : 080-168-9601
  • วันทำการ: เปิดบริการทุกวัน 09.00 – 18.00 น.
  • ค่าเช้าชม ผู้ใหญ่/ เด็ก คนละ 150 บาท

3.Khaoyai farm village

“เขาใหญ่ ฟาร์ม วิลเลจ” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่จะพาเด็ก ๆ ไปเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ให้อาหารกระต่าย แล้วก็ไปเวิร์กช้อปสนุก ๆ กันค่า บ้านไหนมีเด็ก พาลูกเที่ยวเขาใหญ่ ไม่น่าพลาด เพราะที่นี่นอกจากจะทำให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและสัตว์ใจดีน่ารัก ๆ แล้วยังมีกิจกรรมมากมายให้น้อง ๆ ได้เลือกทำด้วยตัวเองกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปฟาร์มแกะให้อาหารน้องแกะ กระต่าย เต่า หรือป้อนนมแพะ และออกมาทำกิจกรรมในโซน work shop ความรู้ สนุกกับกิจกรรมทำเทียนแฟนซี เทียนสมุนไพรหลากหลายรูปแบบ กิจกรรมทำสบู่และแชมพูจากสมุนไพร ธรรมชาติแท้ ๆ เพ้นท์กระถาง จัดสวนในขวด เก็บไข่ไก่ ฯลฯ ทำเสร็จแล้วก็นำกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกให้ตัวเองภูมิใจเล่น หรือหิว ๆ มาทำพิซซ่าเตาอบกันค่ะ เสร็จแล้วก็พากันทานอิ่มอร่อยกันทั้งครอบครัว

Khaoyai farm village

  • ที่ตั้ง :16 หมู่ 7 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
  • โทรศัพท์: 093 319 0931
  • เวลาเปิด-ปิด :เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 30-17.30 น.
  • เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก :www.khaoyaifarmvillage.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ 6 ที่เที่ยวเขาใหญ่สไตล์ครอบครัว ฟินกับธรรมชาติและกิจกรรม คลิกหน้า 2

หนาวตาย

ภาวะตัวเย็นเกิน!! ทำเด็กชายวัย 2 เดือน หนาวตาย!!

ในช่วงนี้ที่อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดหลายพื้นที่มีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 11 องศา ส่งผลให้เด็กทารกแรกเกิดเพศชายอายุเพียง 2 เดือน หนาวตาย!!

ภาวะตัวเย็นเกิน!! ทำเด็กชายวัย 2 เดือน หนาวตาย!!

แม่ใจสลาย ลูกชายอายุ 2 เดือน หนาวตาย จ.ร้อยเอ็ด
แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ตรวจสอบศพทารกแรกเกิดเพศชายอายุ 2 เดือน หลังนอนเสียชีวิตในบ้านพักพื้นที่อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ก่อนแพทย์จะระบุว่าเด็กหัวใจวายเฉียบพลัน เป็นผลมาจากอากาศหนาวเย็น

แม่ของเด็ก เล่าว่า ลูกชายตัวโตและมีสุขภาพแข็งแรง แต่ในคืนที่เกิดเหตุอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 14 องศาเซลเซียส เธอได้ห่มผ้าให้ลูกแล้วเผลอหลับไป กระทั่งรู้อีกทีหลังตื่นมาพบผ้าห่มหลุดออกจากตัวลูกที่นอนนิ่ง ไม่หายใจ เธอจึงรีบนำลูกไปส่งยังโรงพยาบาล แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตือนว่า หากเด็กสัมผัสกับความหนาวเย็นเป็นเวลานานจะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง เกิดปัญหาที่เรียกว่า “โคลด์ สเตรส” (Cold Stress) หรือภาวะตัวเย็นเกิน จะทำให้เส้นเลือดหดตัว หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย สมองหรืออวัยวะอื่น ๆ อาจขาดเลือดไปเลี้ยง เป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้

ขอบคุณข่าวจาก : https://news.ch7.com

โรคหน้าหนาว
โรคหน้าหนาว

ภาวะตัวเย็นเกิน (Cold Stress) คืออะไร?

ภาวะตัวเย็นเกิน คือภาวะที่ร่างกายสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็วจนมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกาย สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะตัวเย็นเกินในระดับที่ไม่รุนแรง จะมีอาการหนาวสั่น อ่อนเพลีย หายใจถี่ คลื่นไส้ มึนงง พูดไม่ชัด สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะตัวเย็นเกินในระดับที่รุนแรงมาก (ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส) จะมีอาการมึนงงอย่างรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อนหรือผิดปกติ หายใจช้าลง มีภาวะโคม่า หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้ระบบหัวใจและระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำไมภาวะตัวเย็นเกินถึงอันตราย ทำเด็ก หนาวตาย ได้?

ที่เที่ยวหน้าหนาว

5 ที่เที่ยวหน้าหนาว ใกล้กรุง ไม่ต้องขึ้นเหนือก็พาลูกรับลมหนาวได้จ้า

ลมหนาวมาเมื่อไหร่ ใคร ๆ ก็อยากมีโอกาสไปสัมผัสความหนาว สะบัดเสื้อกันหนาวที่เก็บเอาไว้ในตู้มานานได้เอามาใช้กันเต็มที่ สำหรับบ้านไหนที่กำลังแพลนพาเจ้าตัวเล็กไปสัมผัสความเย็นกันบ้าง ทีมแม่ ABK รวบรวม ที่เที่ยวหน้าหนาว ใกล้กรุงมาฝาก เหมาะที่จะพาลูก ๆ ไปสัมผัสกับประการณ์ความเย็นในช่วงฤดูหนาวนี้กันค่า

5 ที่เที่ยวหน้าหนาว ใกล้กรุง ไม่ต้องไกลก็พาลูกรับลมหนาวได้ มีที่ไหนกันบ้าง

เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/KhaoYaiNationalPark1962

1.เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวรับลมหนาวแบบไม่ใกลกรุงอันดับต้น ๆ ต้องยกให้ที่ เขาใหญ่ นี่เลยจ้า มาสัมผัสธรรมชาติที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ถ้าเข้าสู่ฤดูหนาวคงไม่ต้องพูดถึงว่าอากาศบนเขาใหญ่จะฟินได้ใจขนาดไหน ยิ่งขึ้นไปกางเต็นท์นอนด้านบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รับรองได้เลยว่าทุกคนจะได้สัมผัสความหนาวเย็น สูดอากาศบริสุทธิ์ สดชื่น และชมวิวธรรมชาติเขียวขจี ตื่นเช้ามามีทะเลหมอกให้ได้ส้มผัสกันด้วยนะ

เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/KhaoyaiTrip

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้วตามเส้นทางที่มุ่งสู่อุทยาน ฯ ยังมีที่แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงธรรมชาติ ฟาร์มแกะ ชมวิวทุ่งดอกไม้ ที่บอกได้เลยว่าพรรณไม้เมืองหนาวที่เขาใหญ่สวยงามไม่แพ้ที่เที่ยวภาคเหนือกันเลยที่เดียว หรือแหล่งท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมที่จำลองเมืองสไตล์ยุโรป รวมไปถึงร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดี ๆ วิวสวย ให้ไว้ถ่ายรูปชิค ๆ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว พาลูกเที่ยว มาเป็นแก๊งเพื่อน คู่รัก ที่หนาวนี้ไม่ต้องไปไกลมาแค่เขาใหญ่ ขับรถประมาณ 3 ชั่วโมง ก็มาเช็กอินความฟินได้แล้ว จัดว่าเป็นเส้นทางแห่งความสุขสำหรับพาลูกเที่ยวในช่วงหน้าหนาวได้ทุกปีกันเลยค่า

2.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ขยับจากเขาใหญ่อีกนิดก็เลยมา วังน้ำเขียว ที่ได้บรรยากาศหนาวฟิน ๆ สดชื่นไม่แพ้กัน ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ราบสลับแนวเทือกเขา วังน้ำเขียวจึงได้รับอิทธิพลลมหนาวที่พัดมาจากประเทศจีนเต็ม ๆ มีผลทำให้อากาศของที่นี่อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี และถ้าอยากได้ความหนาวแบบสุด ๆ ควรมาในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เรียกว่าจะได้สัมผัสอากาศหนาวแบบจริงจังกันเลย ในช่วงเช้า ๆ ก็สัมผัสกับไอหมอกพูดออกเป็นควันได้ไปต่างไปจากบนดอยเหมือนกันนะ และยังมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามไปด้วยภูเขาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จนถูกขนานนามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน และยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนที่บริสุทธิ์อันดับ 7 ของโลกเชียวนะ

วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/wnkinlove
วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/FloraparkWNK

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในวังน้ำเขียวก็มีมากมายหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ไร่สตรอเบอรี่ สวนดอกไม้นานาชนิด ผาเก็บตะวัน เขาแผงม้า ฯลฯ รับรองว่าพาเจ้าตัวเล็กมาเที่ยวก็ได้ประสบการณ์สัมผัสอากาศที่หนาวเย็นได้อย่างเต็มที่สุด ๆ เลยล่ะ

เขาค้อ-ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์
เขาค้อ-ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

3.เขาค้อ-ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

ขับรถจากเมืองกรุงมุ่งสู่ เขาค้อ แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอีกที่ในช่วงหน้าหนาวที่ใคร ๆ ก็ต่างปักหมุดเพื่อขึ้นมาสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะที่นี่โอบล้อมไปด้วยกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่เขียวขจี มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 18-25 องศาเซลเซียส สมกับฉายานามที่ว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ได้พาลูกมาสัมผัสอากาศในจุดนี้ก็ฟินแล้ว ที่เขาค้อมีจุดท่องเที่ยวที่สามารถชมวิวทะเลหมอกกว้างไกลแบบสุดลูกหูลูกตา อาทิเช่น อุทยานแห่งชาติเขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พระตำหนักเขาค้อ จุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย เป็นต้น

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ 5 ที่เที่ยวรับลมหนาวใกล้กรุง คลิกหน้า 2

ยูทูปเด็ก

อวสาน ยูทูปเด็ก! อดดูนักแสดงเด็กบนยูทูป จริงหรือ?

ยูทูป ยูทูปเด็ก จะไม่มีนักแสดงเด็กแสดงแล้วจริงหรือ? ทำไมและเพราะอะไร Youtube ถึงห้ามไม่ให้เด็กแสดง? และลูก ๆ จะอดดู Youtuber คนโปรด แม่ ๆ จะอดโพสวิดีโอลูกแล้วจริงหรือไม่?

อวสาน ยูทูปเด็ก! อดดูนักแสดงเด็กบนยูทูป จริงหรือ?

ตามข่าวลือที่ Youtube ออกกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีมาแสดงในคลิป ซึ่งจะกระทบกับเด็ก ๆ ที่จะอดดู Youtuber คนโปรดที่เป็นเด็กแสดง รวมถึงแม่ ๆ ที่อาจจะอดโพสวิดีโอลูกลงบนยูทูป และ ยูทูปเด็ก ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Google Thailand และประกาศของ YouTube ฉบับภาษาอังกฤษ ได้แจ้งว่า ข่าวเรื่องการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีแสดงในคลิปไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สิ่งที่ YouTube ประกาศจริง ๆ คือคลิปวิดีโอที่เจาะกลุ่มผู้ชมเป็นเด็ก (made for kids) จำเป็นต้องประกาศตัวให้ชัดเจน และจะถูกจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ชม (ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก) โดย YouTube ไม่ได้ห้ามเด็กแสดงในคลิปแต่อย่างใด โดยประกาศของ YouTube มีรายละเอียดดังนี้

  • ถือว่าผู้ชมคลิปที่ทำมาเพื่อเด็ก (made for kids) เป็นเด็กจริง ๆ โดยไม่สนใจว่าผู้ชมจริง ๆ จะอายุเท่าไร
  • ครีเอเตอร์ หรือคนสร้างคลิปทุกคนใน YouTube จำเป็นต้องประกาศตัวให้ชัดเจนตอนโพสต์คลิป ว่าคลิปนี้เป็นคลิปสำหรับเด็กหรือไม่ เพื่อให้แยกกันชัดเจนระหว่างคลิปสำหรับเด็ก และคลิปที่ไม่ได้ทำมาเพื่อเด็กดู
  • กูเกิลยังจะใช้ machine learning ช่วยคัดกรองว่าคลิปใดเป็นคลิปสำหรับเด็กบ้าง เพื่อตรวจสอบอีกชั้น
  • ปิดฟีเจอร์แจ้งเตือน (notification) และระบบคอมเมนต์ (commenting) ในคลิปเพื่อเด็ก
  • หยุดไม่ให้ยิงโฆษณาแบบเจาะจงตัวบุคคล (กูเกิลเรียกว่า personalized ad) สำหรับคลิปเพื่อเด็ก

กล่าวคือ การประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ก็เพื่อให้เด็กที่ดูยูทูปมีความปลอดภัยจากการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงโฆษณาสามารถทำ targeting ads เป็นรายบุคคลได้ นอกจากนี้ลูก ๆ ยังจะปลอดภัยจากการอ่านคอมเมนต์และการได้ดูโฆษณาที่ไม่เหมาะสมและไม่ได้ทำมาเพื่อเด็ก

ยูทูป
ยูทูปเด็ก

อ่านเช่นนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่จะสามารถอุ่นใจได้ว่าลูกจะได้ดูยูทูป ยูทูปเด็ก ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้นนะคะ และที่เกิดประกาศนี้ขึ้นเพราะสืบเนื่องมาจาก Google ต้องจ่ายค่าปรับ 170 ล้านดอลลาร์เนื่องจาก YouTube ฝ่าฝืนกฎหมายการเก็บข้อมูลของเด็กในสหรัฐฯ โดย YouTube ได้ทำการเก็บข้อมูลผู้ชมที่เป็นเด็กผ่านการใช้คุกกี้โดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และใช้คุกกี้เหล่านี้เพื่อการทำโฆษณาตามกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายเรื่องการเก็บข้อมูลเด็ก โดยกฎหมายสั่งห้ามเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1998 และมีการปรับปรุงแก้ไขในปี 2013 ให้ครอบคลุมคุกกี้ที่ใช้ในการติดตามพฤติกรรมด้วย คลิปที่ยูทูปนิยามว่าเป็นคลิปสำหรับเด็กมีอะไรบ้าง? อ่านต่อหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ Youtube ยัน! ไม่ได้ห้ามเด็กแสดงบนยูทูป ยูทูปเด็ก!

ตารางวัคซีน 2563

วัคซีนพื้นฐาน 2563 จาก กระทรวงสาธารณสุข มาแล้ว!!

วัคซีนพื้นฐาน ตารางวัคซีน 2563 จาก กระทรวงสาธารณสุข กำหนดการให้วัคซีน 2020 เด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจึงถึงอายุ 12 (ชั้นป.6) ต้องได้รับวัคซีนตัวไหน กี่ครั้ง อย่างไรบ้าง พ่อแม่เช็กเลย

อัปเดต ตารางวัคซีน 2563 จาก กระทรวงสาธารณสุข
ลูกต้องฉีดตัวไหนบ้าง..
เช็กเลย

วัคซีน (Vaccine) คือ สารที่มีคุณสมบัติบางประการเหมือนเชื้อโรค เมื่อวัคซีนเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจึงเกิดการตอบสนองต่อสารนั้นเหมือนตอนที่ร่างกายเราได้รับเชื้อ นั่นคือมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อนั้นๆ ขึ้นทำให้เมื่อถึงเวลารับเชื้อโรคจริงๆ ร่างกายก็จะหลั่งภูมิคุ้มกันออกมาได้รวดเร็ว วัคซีนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อของร่างกายได้เป็นอย่างดี

สำหรับ กำหนดการให้วัคซีนพื้นฐาน เป็นวัคซีนที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับ โดยทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกกำหนดการให้วัคซีน 2563 ซึ่งเน้นวัคซีนป้องกันโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบันนี้ ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วย วัคซีนพื้นฐาน 11 โรค ประกอบด้วย

  1. วัณโรค
  2. ตับอักเสบชนิดบี
  3. ไอกรน
  4. คอตีบ
  5. บาดทะยัก
  6. โปลีโอ
  7. ไข้สมองอักเสบเจอี
  8. หัด
  9. หัดเยอรมัน
  10. คางทูม
  11. มะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี
  12. วัคซีนป้องกันโรคจากเชื้อฮีโมฟิลุสอินฟลูเอ็นเช่ ทัยป์บี หรือฮิบ (Hib)

โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดระบบบริการเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศได้รับวัคซีนตามกำหนด ซึ่ง ตารางวัคซีน ปี 2020 ที่เป็น วัคซีนพื้นฐาน กระทรวงสาธารณสุข 2563 ตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้อัปเดตล่าสุดแล้ว พร้อมกำหนดการให้วัคซีนแก่เด็กที่มารับวัคซีนล่าช้า จะมีวัคซีนอะไรบ้าง มีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมมาบ้าง ไปเช็กกันเลย

คลิกที่นี่ >> เพื่อดาวน์โหลด ตารางวัคซีน 2563 กระทรวงสาธารณสุข pdf (ขนาดใหม่ไม่แตก)

ตารางวัคซีน 2563
ภาพ ตารางวัคซีน 2563

หมายเหตุ

  1. วัคซีนทุกชนิดถ้าไม่สามารถเริ่มให้ตามกำหนดได้ ก็เริ่มให้ทันทีที่พบครั้งแรก
  2. วัคซีนที่ต้องให้มากกว่า 1 ครั้ง หากเด็กเคยได้รับวัคซีนมาบ้างแล้ว และไม่มารับครั้งต่อไปตามกำหนดนัด ให้วัคซีนครั้งต่อไปนั้นได้ทันทีเมื่อพบเด็ก โดยไม่ต้องเริ่มต้นครั้งที่ 1 ใหม่
  3. กรณีการให้วัคซีนแก่ผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน หรือล่าช้า เด็กจะได้รับวัคซีนตามกำหนดครบภายในระยะเวลา 1 ปี จากนั้นให้วัคซีนต่อเนื่องตามที่กำหนดในกำหนดการให้วัคซีนปกติ

สถานที่ขอรับวัคซีนเด็ก

การรับการฉีด วัคซีนพื้นฐาน 2563 คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกหลานไปรับได้ที่คลินิกเด็กทั่วไป เทศบาลในท้องถิ่นบางแห่ง และโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าเด็กจะมีอาการน้ำมูกไหล หรือเป็นหวัดเล็กน้อยก็ยังสามารถรับวัคซีนได้ โดยผลข้างเคียงจากวัคซีนอาจมีบ้าง แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยและใช้เวลาไม่นานก็จะหายไป หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือสอบถามแพทย์ผู้ให้บริการเพิ่มเติม

การปฏิบัติตัวสำหรับการรับวัคซีน

  • ควรนำสมุดบันทึกวัคซีนมาด้วยทุกครั้ง
  • ไม่ควรรับวัคซีนขณะที่มีไข้สูง หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ยกเว้นเป็นหวัด ท้องเสียโดยไม่มีไข้สามารถรับ วัคซีนได้
  • หลังรับวัคซีนควรอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อดูปฏิกิริยาแพ้ยา
  • หากเคยฉีดยาแล้วมีอาการแพ้ยา แพ้อาหาร เช่น มีอาการแพ้ไข่แบบรุนแรง กรุณาแจ้งกุมารแพทย์หรือพยาบาล

อย่างไรก็ดีปัจจุบันการให้วัคซีนถือได้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคติดเชื้อร้ายแรง เนื่องจากเป็นวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการควบคุมป้องกัน กำจัด กวาดล้าง โรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและประสบผลสำเร็จอย่างสูงจึงนับได้ว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพและคุ้มทุนอย่างมากในการป้องกันควบคุมโรค

การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กอย่างมาก และเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์ได้วิจัยมาเป็นอย่างดีแล้วว่า เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปี ควรได้รับวัคซีนตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้จึงจะได้ผลสูงสุด ดังนั้น ถ้าเด็กไม่ได้ฉีดวัคซีนตามกำหนด อาจทำให้ลูกได้รับวัคซีนไม่ครบและเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงจนไม่อาจรักษาได้

ฉะนั้นผู้ปกครองจึงไม่ควรเลื่อนนัดแพทย์ หากไม่ติดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจริงๆ นอกจากนี้ ผู้ปกครองอาจพิจารณาให้วัคซีนอื่นๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในโปรแกรมมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขด้วย เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ อีสุกอีใส ไข้หวัดใหญ่ โรคท้องร่วงจากไวรัสโรต้า มะเร็งปากมดลูก ไข้นิวโมคอคคัส ไข้ฮิบ เป็นต้น

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก : 


ที่มา แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กองป้องกันโรคด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ddc.moph.go.th , https://www.honestdocs.co/vaccination-schedules-of-newly-born-and-children

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วัคซีนหัด

หัดลามไม่หยุด!! รณรงค์ฉีด วัคซีนหัด ฟรีถึงมีนา 63 นี้

โรคหัดยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ โดยในปีนี้พบผู้ป่วยโรคหัดถึง 2,861 ราย เสียชีวิต 21 ราย กรมควบคุมโรคจึงได้รณรงค์ให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานไปฉีด วัคซีนหัด ได้ฟรี!!

หัดลามไม่หยุด!! รณรงค์ฉีด วัคซีนหัด ฟรีถึงมีนา 63 นี้

วันที่ 28 พ.ย.2562 นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคหัดในปีนี้พบว่า มีรายงานผู้ป่วยในทุกภูมิภาคของโลกอย่างต่อเนื่อง นานาประเทศจึงได้ตั้งมั่นร่วมมือกันที่จะกำจัดโรคหัดให้หมดไปโดยเร็ว สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมโรค มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กองระบาดวิทยา และกองโรคป้องกันด้วยวัคซีน ให้ติดตามและประเมินสถานการณ์ของโรคหัดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค

“โครงการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปีทั่วประเทศ ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย เพื่อให้วัคซีนเก็บตกในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างชาติช่วงอายุดังกล่าว ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย โดยเป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) แก่เด็กอายุ 1-7 ปี และให้วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน (MR) แก่เด็กอายุ 7-12 ปี โดยผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง จนถึงเดือนมีนาคม 2563 นี้” นพ.อัษฎางค์ กล่าว

โรคหัดอันตรายอย่างไร?

โรคหัด (Measles) คือ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะเกิดผื่นขึ้นตามผิวหนังพร้อมเป็นไข้ร่วมด้วย สามารถแพร่เชื้อและติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศหรือการสัมผัสน้ำมูกและน้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง เชื้อไวรัสจะเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจก่อนแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย โดยทั่วไปจะมีอาการภายใน 14 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัส โดยจะมีไข้ตัวร้อนสูงถึง 40 องศาเซลเซียส น้ำมูกไหล ไอบ่อย เจ็บคอ ตาเยิ้มแดง หลังจากออกอาการได้ 3-5 วัน จะเกิดผื่นขึ้นตามร่างกาย อาการผื่นคันนี้จะปรากฏอยู่ 3-5 วันและหายไปเอง ส่วนใหญ่โรคหัดมักเกิดในเด็กเล็ก รวมทั้งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของเด็ก

สำหรับเด็กเล็กและทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี มักจะมีภาวะแทรกซ้อนของโรคหัด โดยภาวะแทรกซ้อนมีดังนี้

  • ท้องเสียและอาเจียน ซึ่งจะนำไปสู่อาการขาดน้ำ
  • หูชั้นกลางติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดหู
  • ติดเชื้อที่ตา ก่อให้เกิดอาการตาแดงเยิ้มแฉะ
  • กล่องเสียงอักเสบ (Laryngitis)
  •  หลอดลมอักเสบ

และภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ไม่บ่อยนัก ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ ตาเหล่ หากไวรัสส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อตา เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือสมองอักเสบ มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและระบบประสาท และอาจะตาบอดได้

สำหรับสตรีมีครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคหัดและติดเชื้อไวรัสนั้นมีโอกาสเสี่ยงแท้งบุตรหรือทารกเสียชีวิตในครรภ์และคลอดก่อนกำหนด โดยผู้เป็นแม่จะคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของอายุครรภ์ ทั้งนี้ ทารกอาจจะมีน้ำหนักตัวเมื่อแรกคลอดน้อย

วัคซีนป้องกันโรคหัด
วัคซีนป้องกันโรคหัด

ในปัจจุบันมีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคหัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัคซีนป้องกันโรคหัด มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้มากกว่าร้อยละ 95 ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดทันทีเมื่ออายุครบกำหนด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วัคซีนหัด ฉีดฟรีถึง มีนา 63 นี้ เร่งพาลูกไปฉีดก่อนติดเชื้อหัด

ที่ดูดน้ำมูก

ที่ดูดน้ำมูก เด็กและทารก ใช้อย่างไร? แบบไหนดี?

เมื่อลูกเป็นหวัดคัดจมูก หายใจได้ลำบาก คุณแม่ก็จะอยากเอาน้ำมูกที่ค้างอยู่ในจมูกลูกออก เพื่อให้หายใจได้โล่งขึ้น ที่ดูดน้ำมูก จึงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เป็นตัวช่วยแม่ ๆ ได้ดี

ที่ดูดน้ำมูก เด็กและทารก ใช้อย่างไร? แบบไหนดี?

ที่ดูดน้ำมูก มีกี่แบบ?

  1. ลูกยางแดง

การใช้ลูกยางแดง เหมาะกับเด็กเล็กที่มีน้ำมูกใส ไม่เหนียว ปริมาณไม่มาก ลูกยางแดงที่เป็นลูกยางทั้งอันคือส่วนปลายเป็นยางไม่ใช่พลาสติกจะช่วยดูดน้ำมูกในรูจมูก และดูดเสมหะที่โคนคอได้ การดูดเสมหะที่คอจะกระตุ้นให้เด็กไอช่วยขับเสมหะออกมาแล้วดูดเสมหะที่คอออก

วิธีใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูก

  1. ใช้มือข้างที่ถนัดจับลูกยางแดง บีบลมออกให้แฟบ เตรียมพร้อมที่จะดูด ขณะที่มืออีกข้าง จับหน้าเด็กให้เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง (การจับให้เด็กหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เป็นการป้องกันไม่ให้เด็กสำลักเอาน้ำลายหรืออาหารเข้าปอด หากขณะดูดน้ำมูกหรือเสมหะแล้วเด็กอาเจียนออกมาพร้อม ๆ กัน)
  2. สอดลูกยางแดงเข้าไปในรูจมูกทีละข้าง โดยสอดเข้าไปตื้นๆ พร้อมกับปล่อยมือช้าๆ น้ำมูกจะถูกดูดเข้ามาในลูกยางแดง
  3. ดึงลูกยางแดงออกจากรูจมูก บีบน้ำมูกที่ดูดมาได้ทิ้งในทิชชู หรือภาชนะที่เตรียมไว้
  4. ทำซ้ำ ๆ แบบเดิม และดูดน้ำมูกออกจนหมดในจมูกแต่ละข้าง

 

ลูกยางแดง
ลูกยางแดง

ข้อดี

  1. ราคาไม่แพง
  2. พกพาได้สะดวก
  3. มีแรงดูดมาก

ข้อเสีย

  1. ล้างทำความสะอาดยาก น้ำมูกที่ถูกดูดจะอยู่ในลูกยางแดง ทำให้ไม่รู้ว่าล้างน้ำมูกออกหมดหรือยัง มีคนเคยผ่าดูข้างในลูกยางแดง พบว่ามีเชื้อราอยู่
  2. ใช้วิธีควบคุมแรงดูดด้วยมือ ทำให้บางครั้งน้ำมูกถูกดูดออกมาแรงเกินไป ลูกอาจเจ็บได้
  3. ลูกยางแดงอาจทิ่มเยื่อบุจมูกลูกได้

 

2. เครื่องดูดน้ำมูกชนิดสายยาง

ที่ดูดน้ำมูกชนิดสายยาง ถูกออกแบบเพื่อขจัดปัญหาของการดูดช่วงสั้นในที่ดูดน้ำมูกแบบลูกยางและยังลดแรงดูดที่มากเกินไปในลูกยาง โดยใช้การดูดจากปากของแม่ซึ่งจะมีความต่อเนื่องกว่า สามารถควมคุมแรงดูดด้วยตนเอง น้ำมูกที่ถูกดูดออกมาจะถูกแยกเก็บใส่ขวด ง่ายต่อการมองเห็นและทำความสะอาด น้ำมูกจะไม่ไหลย้อนกลับ ปลายซิลิโคนนิ่ม ไม่ทำให้ลูกน้อยเจ็บโพรงจมูก

วิธีใช้ ที่ดูดน้ำมูก ชนิดสายยาง

  1. ล้างทำความสะอาดที่ดูดน้ำมูกก่อนใช้ทุกครั้ง
  2. เหน็บปลายเล็ก (ที่มีรูอากาศใหญ่กว่า) ไว้ที่ปากของแม่
  3. อุ้มทารกจัดท่าให้สบายและล็อคศีรษะให้คงที่
  4. นำปลายที่มีรูอากาศเล็กเรียวแตะบริเวณปลายจมูกของทารกเบา ๆ
  5. คุณแม่ดูดโดยการหายใจเข้าทางปากโดยควบคุมแรงดูดตามแต่คุณแม่ต้องการ
  6. ล้างทำความสะอาดโดยล้างถ้วยพบาสติก และสายยางโดยใช้น้ำผ่านรูอากาศทั้งสองรู
  7. เก็บไว้ที่สะอาด
ที่ดูดน้ำมูก แบบสายยาว
ที่ดูดน้ำมูกแบบสายยาว

ข้อดี

  1. สามารถควบคุมแรงดูดได้ด้วยตนเอง
  2. แรงดูดมีความต่อเนื่องกว่าที่ดูดน้ำมูกแบบลูกยางแดง
  3. น้ำมูกไม่ไหลย้อนกลับ

ข้อเสีย

  1. คุณพ่อคุณแม่เสี่ยงต่อการติดหวัดจากลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ที่ดูดน้ำมูกเด็กและทารก ใช้อย่างไร? แบบไหนดี?

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

เลือก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป อย่างไรให้ถูกใจลูก สบายตัวทั้งวัน หลับสบายทั้งคืน

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เป็นของใช้อันดับแรกๆ ที่คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่เลือกช้อปไว้ให้ลูกน้อย โดยเฉพาะวัยขวบปีแรกที่ลูกน้อยยังขับถ่ายเองไม่เป็น ขณะที่วัยนี้ก็มีพัฒนาการด้านต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ใช้จึงต้องเหมาะสมกับลูกในแต่ละช่วงวัยด้วยเพื่อให้เขารู้สึกสบายตัว อารมณ์ดีตลอดวัน ซึ่งส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจของลูกน้อย

แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ใช้แล้วจะไม่เกิดอาการแพ้ระคายเคือง ซึมซับเร็ว แห้งไว ลูกรู้สึกสบายตลอดเวลาที่ใส่ ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือกลางคืน ตามมาดูคำแนะนำดีๆ กันเลยค่ะ

ต้องยอมรับว่า พ่อแม่สมัยใหม่นิยมใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกันมากขึ้น เพราะพกพาง่าย ใช้สะดวก ช่วยประหยัดเวลาซักทำความทำความสะอาด ช่วยให้คุณแม่เหนื่อยน้อยลง มีเวลาดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ แต่คุณแม่หลายคนประสบปัญหาว่าพอให้ลูกใส่ผ้าอ้อมตลอดวันกลับเป็นผื่นแดงเป็นปื้นหรือที่เรียกว่า “ผื่นผ้าอ้อม” ทำให้ลูกร้องงอแง ไม่สบายตัว หรือผ้าอ้อมซึมซับได้ไม่ดีพอ จึงต้องเปลี่ยนบ่อย สิ้นเปลืองมากขึ้น

โดยเฉลี่ยลูกน้อยแรกเกิดจะปัสสาวะบ่อยเกือบทุกๆ  20 นาที หรือราว 10 -15 ครั้งต่อวัน แต่ะจะถ่ายครั้งละไม่มากเพราะกระเพาะปัสสาวะยังเล็ก เมื่อโตขึ้นความถี่จะน้อยลงเรื่อยๆ ช่วง 5-6 เดือนจะปัสสาวะ 9 – 12 ครั้งต่อวัน ช่วง 6-8 เดือน ปัสสาวะ  8 – 10 ครั้งต่อวัน จากนั้นครบ 1 ขวบปีแล้วจะปัสสาวะเหลือเพียง  6-8 ครั้งต่อวันเท่านั้น (ไม่นับรวมที่ลูกถ่ายอุจจาระที่คุณแม่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมใหม่ทุกครั้ง) การใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป คุณภาพดีจึงช่วยให้รองรับปัสสาวะได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกครั้ง

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

วิธีการเลือก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป คุณภาพเยี่ยมให้ลูกใส่แล้วสบายตัว

  • เลือกชนิดและขนาดของผ้าอ้อมให้เหมาะกับวัยของลูก โดยใช้น้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ตัดสิน ไม่ใช่อายุ เพราะเด็กวัยเดียวกันอาจมีน้ำหนักต่างกันได้ เช่น เบบี๋น้ำหนักแรกเกิด – 8 กิโลกรัม ควรใช้ชนิดเทปกาว เพราะลูกยังไม่หัดคลาน หรือยืน แม่จึงใส่ได้สะดวก ช่วงน้ำหนักแรกเกิด – 5 กิโลกรัม สามารถใช้แบบ Newborn ได้ เมื่อน้ำหนักลูกอยู่ที่ 6-8 กิโลกรัมจะเหมาะกับไซส์ S มากกว่า
  • ถ้าลูกน้ำหนักตั้งแต่ 7 กิโลกรัมขึ้นไปสามารถใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบกางเกงได้ เพื่อให้เหมาะกับพัฒนาการด้านร่างกายที่เคลื่อนไหวมากขึ้น
  • แม้ผ้าอ้อมยังไม่ตุง ไม่เต็ม แต่ควรเปลี่ยนตามเวลาที่ระบุไว้ข้างฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อไม่ให้หมักหมมจนติดเชื้อได้
  • ที่สำคัญ เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนทุก 2-3 ชั่วโมงหรือเมื่อลูกถ่ายอุจจาระ ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที และใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง อย่าเสียดายนำกลับมาใช้ซ้ำเป็นอันขาด
  • เลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ซึมซับดี แห้งเร็ว ลูกรู้สึกสบายไม่เฉอะแฉะ
  • เลือกผ้าอ้อมที่ใช้วัสดุไม่ระคายเคืองผิว นุ่มสบาย ไม่ทำให้เกิดแผลกดทับ โดยเฉพาะบริเวณ ขาหนีบ โคนขา และขอบเอว
  • หลีกเลี่ยงผ้าอ้อมที่ใส่น้ำหอม หรือกาวชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ Cherry Baby เป็น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Disposable Diaper

Cherry Baby (เชอร์รี่ เบบี้) เป็นแบรนด์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปน้องใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของแม่ยุคใหม่ และแก้ไขปัญหาของการใส่ผ้าอ้อมของลูกน้อยในทุกวัย ด้วยผลิตภัณฑ์ Cherry Baby SPEED DRY 4G รุ่นNB เทคโนโลยีใหม่จากประเทศญี่ปุ่นในการผลิต  เพื่อให้ลูกใส่แล้วรู้สึกผ่อนคลายตลอดวัน ทั้งลักษณะของผืนผ้าที่บางเฉียบเพียง 3 มิลลิเมตร เบาสบาย ลูกวัยเบบี๋ใส่แล้วไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัด แต่กลับซึมซับดีเยี่ยม แห้งไว และรองรับปัสสาวะของลูกน้อยมากสุดเทียบเท่ากับน้ำ  8 แก้วทีเดียว ด้วยเทคโนโลยีแบบ 3D Leak Guard มาพร้อมแผ่นเจล ZAP 2 ชั้นที่ดูดซับและกระจายของเหลวออกทันที ลูกจึงไม่รู้สึกสบาย ไม่เปียกชื้น

เนื้อผ้าอ้อมทำจากผ้าฝ้ายอย่างดี จึงมีความอ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคือง แถมยังช่วยระบายอากาศได้ 360 องศา โดยเฉพาะบริเวณก้นที่มีรูระบายอากาศแบบรังผึ้ง อากาศจึงถ่ายเทได้ดีเหมาะกับลูกวัยแบเบาะ ที่ยังนอนนิ่งๆ เคลื่อนไหวเองไม่ได้ ขอบผ้าอ้อมยกสูงโอบกระชับลำตัว แต่ไม่รัดขาจนอึดอัด ขอบขาเป็นการเย็บตะเข็บออกด้านนอก จึงไม่เสียดสีให้เกิดรอยแดง

รูปทรงของ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆในตลาดตรงที่การออกแบบรูปทรงให้เป็นรูปตัว U ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อพยุงน้ำหนักของเจลซึมซับเอาไว้ ไม่ทำให้ผ้าอ้อมตุงห้อยที่หว่างขา นอกจากนี้ยังใส่ใจกับส่วนประกอบเล็กๆ อย่างแถบกาวที่ทำจากผ้าฝ้าย จึงอ่อนนุ่ม สามารถติดซ้ำได้หลายครั้ง พร้อมแถบวัดความเปียกชื้นด้านหน้าให้คุณแม่สังเกตรู้ทันทีเมื่อต้องเปลี่ยนผ้าอ้อม และมีเทปสำหรับม้วนทิ้งได้สะดวก

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

 

Cherry Baby มีทั้งผ้าอ้อมแบบแถบกาว และแบบกางเกง เลือกไปใส่ในเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย แถมยังมีหลายขนาดตั้งแต่ห่อเล็กสุด 24 ชิ้นเหมาะสำหรับพกพา และห่อใหญ่ 304 ชิ้น ซื้อติดบ้านไว้ใช้กันยาวๆ ถึงจะเป็นแบรนด์ใหม่ก็หาซื้อได้สะดวกตามร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Cherry Baby ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Disposable Diaper จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

คุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/CherryBabyThailand/

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรงเรียนนานาชาติ

แนะนำ 3 หลักสูตร โรงเรียนนานาชาติ ทำความรู้จักก่อนส่งลูกเข้าเรียน

มีการศึกษาวิจัยพบว่า หากต้องการให้ลูกหลานพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ดีเทียบเท่ากับเจ้าของภาษาควรส่งเสริมให้ลูกได้เริ่มต้นก่อนอายุ 10 ขวบ โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มีความสนใจ โรงเรียนนานาชาติ เป็นตัวเลือกสำหรับการส่งลูกเข้าโรงเรียน

โรงเรียนนานาชาติ เป็นโรงเรียนที่อ้างอิงหลักสูตรการสอนจากต่างประเทศ มีการเรียนการสอนเหมือนประเทศเจ้าของหลักสูตร โดยมีการปรับรายละเอียดเนื้อหารายวิชาใหม่หรือหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเอง ไม่อิงหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ และเน้นการใช้ภาษาต่างประเทศเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียน มีการเรียนการสอนที่แตกต่างไปจากระบบหลักสูตรไทย แต่ก็ยังคงมีวิชาภาษาไทยมาเป็นวิชาบังคับ อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของการให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนประเภทนี้คือ ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับทุกคนภายในโรงเรียนและได้รับการปลูกฝังวัฒนธรรมในระดับสากล

แนะนำ 3 หลักสูตร โรงเรียนนานาชาติ ทำความรู้จักก่อนส่งลูกเข้าเรียน

สำหรับหลักสูตรของ โรงเรียนนานาชาติ ในประเทศไทยที่ใช้กันมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หลักสูตรการศึกษาหลักของอังกฤษ (UK) หลักสูตรการศึกษาของอเมริกา (US) และหลักสูตรนานาชาติ International Baccalaureate (IB) โดยในแต่ละโรงเรียนก็จะมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณลักษณะและการบูรณาการให้มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ
โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ

1.หลักสูตรแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและเวลส์ หรือ ระบบอังกฤษ

มีรูปแบบการสอนและแบบเรียนตามกฏตามกระทวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษ โดยหลักสูตรจะเน้นการใช้ภาษาที่ถูกต้อง และเน้นการเรียนมากกว่ากิจกรรม เมื่อเรียนถึงชั้นมัธยมตอนต้นก็จะใช้หลักสูตรที่เรียกว่า International General Certificate of Secondary Education (IGCSE) ซึ่งจะเรียนราว 8-9 วิชา เป็นวิชาบังคับอย่างน้อย 3 วิชา ได้แก่ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยข้อสอบ IGCSE จะเป็นข้อสอบสากลที่ใช้สอบร่วมกันทั่วโลก จากนั้นนักเรียนที่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ต้องเรียนต่อในระดับช่วงชั้นที่ 5 หรือที่เรียกว่า Sixth Form นักเรียนเลือกเรียนเฉพาะวิชาที่จะใช้ในการสมัครเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาหลังจบหลักสูตร 2 ปีสุดท้าย สำหรับการแบ่งช่วงชั้นเรียนของหลักสูตรแบบอังกฤษจะเรียกระดับชั้นเป็น Year กำหนดให้อยู่ระหว่างอายุ 5-16 ปี ได้แก่

  • Early Years (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ขวบ)
  • ช่วงชั้นที่ 1 อายุ 5-6 ปี (year 1-2)
  • ช่วงชั้นที่ 2 อายุ 7–10 ปี ( year 3 – year 6)
  • ช่วงชั้นที่ 3 อายุ 11–13 ปี (year 7 – year 9)
  • ช่วงชั้นที่ 4 อายุ 14–16 ปี (year 10 – year 11) และจะต้องสอบเพื่อเข้าเรียนหลักสูตร A-Level 2 ปีเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกัน
โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกัน

2.หลักสูตรระบบอเมริกัน

การสอนและบทเรียนจะใช้ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของประเทศสหรัฐอเมริกา มีหลักการที่สำคัญ คือ คำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการสร้างความรู้ โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยโรงเรียนส่วนใหญ่จะจัดการวัดผลรายวิชาเป็นการภายใน เพื่อให้นักเรียนสะสมหน่วยกิตเพียงพอแก่การจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามระบบการศึกษาแบบอเมริกัน การเรียนการสอนตามหลักสูตรนี้เริ่มที่อายุ 5 ปี หรือในบางโรงเรียนก็เปิดรับนักเรียนในระดับเตรียมอนุบาล (Pre-school อายุ 3-5 ปี ซึ่งไม่ได้เป็นการศึกษาภาคบังคับ) โดยเรียกระดับชั้นป็น Grade ซึ่งจะแบ่งดังนี้

  • ระดับอนุบาล kindergarten (KG)
  • ระดับประถมศึกษา Elementary School (Grades 1-5)
  • มัธยมศึกษาตอนต้น Middle School (Grades 6-8)
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย High School (Grades 9-12) หลังจากนั้นนักเรียนจะต้องเตรียมตัวสอบวัดระดับที่เรียกกันว่า SAT เพื่อใช้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ส่งลูกเข้าโรงเรียนนานาชาติควรวางแผนอย่างไร คลิกหน้า 2

นิทานสำหรับเด็ก 0-3 ปี

บอกต่อจ้าแม่!! 50 นิทานสำหรับเด็ก 0-3 ปี ที่ควรอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน

เซลล์สมองของลูกน้อยจะเติบโตได้ดีในช่วงวัย 3  ขวบปีแรก นี่เป็นเหตุผลที่แม่ ๆ ใส่ใจในการเลือกหนังสือมาอ่านให้ลูกเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเจ้าตัวน้อย ทีมแม่ ABK มี นิทานสำหรับเด็ก 0-3 ปี ที่คัดสรรมาให้เหมาะสำหรับลูกน้อยวัยนี้ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านนิทานให้ลูกฟังกันนะคะ

การเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ของเด็กจัดว่าเป็นสิ่งจําเป็น ที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีแตกต่างกัน หนังสือนิทานสำหรับเด็กวัย 0-3 ปี ที่คุณพ่อคุณแม่เลือกที่จะอ่านให้เจ้าตัวน้อยฟัง ควรเน้นเป็นหนังสือภาพ มีสีสันสดใสหรือจะเป็นสีอบอุ่นนุ่มนวลตามแต่เนื้อเรื่องก็ไดเ เน้นเรื่องราวง่าย ๆ เกี่ยวกับสัตว์ สิ่งของ หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน และเป็นประโยคสั้น ๆ มีคำคล้องจองเพื่อให้เจ้าตัวน้อยได้จดจำได้ง่าย เพราะเด็กในวัยนี้เป็นเริ่มมีพัฒนาการด้านการมองเห็นชัดขึ้น หนังสือจึงเปรียบเสมือนของเล่นที่จับต้องได้ และจะดึงดูดความน่าสนใจและสนุกมากขึ้นเมื่อเปิดหนังสือแล้วได้เห็นรูปภาพต่าง ๆ ที่เคยเห็นในชีวิตจริง

บอกต่อ นิทานสำหรับเด็ก 0-3 ปี ที่คัดมาแล้วว่าดี

จริง ๆ แล้วหนังสือที่ดีที่สุดหรับเด็กก็คือ หนังสือที่ลูกชอบ “เล่มไหนก็ได้” แต่หนังสือดีก็ย่อมที่จะนำมาบอกต่อค่ะ นี่คือ หนังสือนิทานที่แนะนำโดย “สมาคมไทสร้างสรรค์” สำหรับเด็กวัย 0-3 ขวบ ลองดูรายชื่อหนังสือด้านล่างและเรื่องย่อคร่าว ๆ เผื่อว่าบ้านไหนยังไม่มี ลองเก็บลิสต์เอาไว้ไปซื้อมาอ่านให้เจ้าตัวน้อยฟังกันนะคะ

หนังสือดีครูชีวัน

กระดุ๊ก กระดิ๊ก กระด๊อก กระแด๊ก คลิก
ก ไก่ ไข่ สนุก คลิก
ก๊อก ก๊อก ขอค้างหนึ่งนะ คลิก
ของเล่นเดินทาง คลิก
ขอหนูหลับหน่อย คลิก
เค้าโมงหลบมุม คลิก
คุณฟองฟันหลอ คลิก
คุณฟองนักแปรงฟัน คลิก
คลึ่งวงกลม สีแดง คลิก
คุณกลม ๆ เล็ก ๆ คลิก

หนังสือสำหรับเด็ก 0-3 ขวบ

คุณตาหนวดยาว คลิก
จ้อยมาหาพะจันทร์ คลิก
ฉันแก่กว่าใคร คลิก
ที่อยู่ของใคร คลิก
ตด, อึ คลิก
น้องส้มโอกับพี่หลอดไฟ คลิก
ตัวเลขทำอะไร คลิก
บ้านใบไม้ คลิก
พระจันทร์อร่อยไหม คลิก
ราชสีห์กับหนู คลิก

หนังสือที่เหมาะกับวัย 0-3 ปี
หนังสือที่เหมาะกับวัย 0-3 ปี

รองเท้าสีแดง คลิก
ลูกหมีทายอะไรเอ่ย คลิก
เล่นกลางแจ้ง, เล่นในป่า, เล่นริมน้ำ คลิก
เล่นแปลงกาย คลิก
ลายของใคร คลิก
เพื่อนใหม่ของลุงหมี คลิก
มดสิบตัว คลิก
เม่นหลบฝน คลิก
แมวขี้กลัวกับแม่มดตัวเล็ก คลิก
มิฟฟี่ไปโรงเรียน, มิฟฟี่เที่ยวสนามเด็กเล่น คลิก

หนังสือนิทานสําหรับลูกน้อย
หนังสือนิทานสําหรับลูกน้อย

มากินข้าวด้วยกันนะ, อาบน้ำด้วยกันนะ คลิก
เศรษฐีชาวนาและจอมพลัง คลิก
หนังสือชุด “น้องหมี” คลิก
หนังสือชุด “หนูนิด” คลิก
อนุบาลช้างเบิ้ม คลิก
อีเล้งเค้งโค้ง คลิก
อาหารของใคร คลิก
ทาโร่เดินทาง คลิก
วันอังคาร คลิก
ลูกสัตว์น่ารัก คลิก

หนังสือนิทานสําหรับปฐมวัย
หนังสือนิทานสําหรับปฐมวัย

คุณตา คลิก
คุณหมอเดอโซโต คลิก
หนูนักระบายสี คลิก
คอร์ดูรอย คลิก
เดินเล่นในป่า คลิก
เมล็ดแครอต คลิก
แบ่งฉันบ้างซิ คลิก
เมี้ยว คลิก
เจี๊ยบ เจี๊ยบ อยากเหมือนแม่ คลิก
ขอบคุณ
คลิก

มีผลจากการศึกษาจากทั่วโลก ชี้ชัดมานานแล้วว่า การอ่านหนังสือให้ลูกฟังมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งพัฒนาการและทักษะทางด้านภาษา และการนำเด็ก ๆ ไปสู่ความดีงามในชีวิต ผู้ใหญ่ที่อ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่เล็ก ๆ มีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียน มีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง สามารถแยกแยะสิ่งผิดออกจากสิ่งที่ถูกได้ ช่วยให้เข้าใจความแตกต่างหลากหลายของโลกใบนี้ และเป็นคนที่ดีในสังคมได้ ก่อนนอนคืนนี้เลือกหนังสือเล่มโปรดของลูกซักเรื่องมานอนอ่านให้เจ้าตัวน้อยฟังกันนะคะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบจาก: taiwisdom.org

อ่านต่อบทความอื่นที่น่าสนใจ:

โหลดฟรี! 12 นิทานคุณธรรมสำหรับเด็ก บ่มเพาะ “ความดี” ในใจลูก

โหลดฟรี! 100 นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก อ่านให้ลูกฟังทุกคืนมีแต่ได้กับได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกวัยก่อนเรียน

6 พฤติกรรม ลูกวัยก่อนเรียน กับปัญหาที่พ่อแม่มือใหม่เตรียมรับมือ!

ลูกวัยก่อนเรียน หรือเด็กวัย 3-6 ปี ในช่วงวัยอนุบาล ถือว่าเป็นวัยที่สำคัญหนึ่งของชีวิต เพราะในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นพัฒนาการหลายด้านที่ก้าวหน้าขึ้น รวมถึงปัญหาพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นด้วย

เด็กในวัยนี้เป็นช่วงที่เริ่มมีพัฒนาการหลายด้านก้าวหน้าขึ้น ทั้งด้านความคิด ภาษา การ สื่อสาร ด้านกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว และการช่วยเหลือตนเอง เริ่มที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ มีความเป็นอิสระ และแสดงเป็นตัวของตัวเอง ที่แสดงออกมาในรูปของการเอาแต่ใจได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นวัยที่เริ่มก้าวสู่การเข้าสังคม ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และได้เปิดประสบการณ์ภายนอกบ้านมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีพฤติกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ตามช่วงวัย เป็นสิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้และเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อไปกันคะ

6 พฤติกรรม ลูกวัยก่อนเรียน กับปัญหาที่พ่อแม่มือใหม่เตรียมรับมือ!

1.ตื่นงอแงกลางดึก

ลูกในวัยนี้ยังคงเป็นเด็กเล็กที่อาจจะตื่นขึ้นมางอแงกลางดึก ฝันร้าย กลัว และไม่อยากเข้านอนอีก เนื่องจากในตอนกลางวันใช้เวลาเล่น และใช้พลังในการเล่นมากเกินไป ทำให้ตกค้างอยู่ที่จิตสำนึกแล้วเกิดฝันร้าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กวัยนี้จะเริ่มต่อต้านการนอนกลางวัน เพราะเจ้าตัวเล็กเริ่มกลายเป็นนักสำรวจที่ชอบดูสิ่งรอบตัว สนุกกับการเล่นราวกับไม่รู้จักเหนื่อย การนอนกลางวันจึงไม่ใช่เรื่องสนุกในสายตาของเด็ก ๆ บางคนไม่ยอมนอนเลย บางคนนอนบ้างบางวัน แต่เด็กบางคนก็ยังนอนกลางวันได้ทุกวัน ทั้งนี้แล้วแต่พฤติกรรมการนอนของเด็กแต่ละคน

ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันพ่อแม่ควรแบ่งเวลาเล่น และจัดสรรให้นอนกลางวัน หรือในช่วงที่ลูกไปโรงเรียนอนุบาลก็จะมีเวลานอนกลางวันเพื่อให้เด็กได้พักผ่อนหลังจากที่ทำกิจกรรมจนเหนื่อย ซึ่งรวมแล้วแต่ละวันลูกควรนอนให้ได้ราว 11 – 12 ชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างวินัยการนอนให้เป็นกิจวัตรประจำวัน หากลูกตื่นกลางดึกก็ควรสร้างบรรยากาศการนอนขึ้นใหม่ ฟังลูกเล่าเรื่อง และปลอบโยนพูดคุยเพื่อให้ลูกสงบ และเข้านอนหลับอย่างเต็มอิ่มจนถึงตอนเช้า การนอนอย่างเพียงพอจะทำให้ลูกมีอารมณ์ดีขึ้น สร้าง Growth Hormone เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต มีสุขภาพที่ดีสมวัย

2.ชอบดูดนิ้ว

ลูกชอบดูดนิ้วมือ
ลูกชอบดูดนิ้วมือ

ลูกชอบดูดนิ้วมือเป็นการสร้างความพอใจหรือระบายความเครียด การดูดนิ้วในเด็กอายุ 1 ปี เป็นพฤติกรรมที่ปกติ และนิสัยดูดนิ้วมือสามารถเลิกได้เองในช่วงอายุ 2-4 ปี แต่หากสังเกตว่าลูกยังมีพฤติกรรมชอบดูดนิ้วจริงจังช่วงอายุ 4-5ปี และยังคงดูดอยู่อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความผิดปกติที่มีผลต่อฟันแท้รุนแรงขึ้น มีการจัดเรียงผิดปกติ เช่น อาจเกิดการซ้อนทับกัน ฟันยื่นไปข้างหน้า ฟันยื่นเข้าลึก ฟันห่างกัน เป็นต้น หากสังเกตว่าลูกชอบดูดนิ้ว ควรรีบแก้สถานการณ์นั้นทันที

รศ.ทพญ.ประภาศรี ริรัตนพงษ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรมนิสียดูดนิ้วเด็กไว้ว่า “หากลูกดูดนิ้วในช่วงที่เหงาหรือกังวล คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงความรักโดยการโอบกอด ให้ความมั่นใจ และเบี่ยงเบนความสนใจลูกไปจากการดูดนิ้วโดยหากิจกรรมที่ต้องใช้มือหรือปากให้ลูกทำ หากลูกดูดนิ้วก่อนนอนอาจเป็นเพราะลูกพยายามกล่อมตัวเองให้หลับ คุณพ่อคุณควรหานิทานมาอ่าน ร้องเพลง โอบกอดกล่อมลูกเข้านอน” การแก้ไขปัญหารดูดนิ้วของเด็กวัยก่อนเรียน พ่อแม่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กลดการดูดนิ้วลงได้

3.ฉี่รดที่นอน

ลูกชอบฉี่รดที่นอน
ลูกชอบฉี่รดที่นอน

การปัสสาวะรดที่นอนสำหรับเด็กช่วงอายุ 3-4 ปีถือเป็นเรื่องธรรมดา เด็กบางคนอาจฉี่รดที่นอนทุกคืนจนอายุ 4-5 ปี ถึง และก็จะสามารถหยุดไปเองได้ในที่สุด ซึ่งตามปกติเด็กที่มีอายุมากกว่า 4 ปีจะสามารถควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว แต่ถ้ายังพบว่าลูกยังฉี่รดที่นอนอยู่ สาเหตุอาจเกิดได้จากปัญหาทางจิตใจ เจ้าตัวเล็กอาจจะเกิดความกลัว วิตกกังวล เครียดจากเรื่องคับข้องใจต่าง ๆ เช่น การเริ่มเข้าโรงเรียน การถูกพลัดพรากจากแม่ การมีน้องใหม่ หรือการนอนหลับไม่สนิท เป็นต้น หรือเกิดจากปัญหาทางร่างกายที่เกิดจากความไม่สมดุลของปัสสาวะ (การหลั่งฮอร์โมน ADH ไม่เพียงพอ) ขณะนอนหลับกับขนาดของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กลางคืนฉี่รดออกมา แต่วิธีช่วยลูกไม่ให้ฉี่ดรดที่นอนแก้ได้ไม่ยากค่ะ (อ่านต่อ วิธีแก้ปัญหาลูกฉี่รดที่่นอนเป็นประจำ)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 6 พฤติกรรมพบบ่อยในเด็กวัย 3-6 ปี คลิกหน้า 2

โรงเรียนเตรียมอนุบาล

ข้อดี vs ข้อเสีย ส่งลูกเข้า โรงเรียนเตรียมอนุบาล

ช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมากังวลอีกช่วงหนึ่งคือการตัดสินใจส่งลูกเข้า โรงเรียนเตรียมอนุบาล ในช่วงวัยก่อนเรียนดีหรือไม่ จำเป็นมั้ย บ้านไหนกำลังสับสนหรืออยู่ในช่วงตัดสินใจมาลองอ่านบทความนี้กันค่ะ

เหตุผลที่พ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะส่งลูกน้อยเข้าเตรียมอนุบาล ที่พบบ่อยก็คือ หน้าที่การงานที่จำเป็นจึงต้องมองหาที่สำหรับดูแลลูกน้อยในตอนกลางวัน และการให้ลูกเข้าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวัยอนุบาล กลัวลูกเรียนไม่ทัน กลัวลูกไม่มีสังคม ก่อนที่จะตัดสินใจให้ลูกน้อยไปโรงเรียนลองพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียกันค่ะ

ส่งลูกเข้า โรงเรียนเตรียมอนุบาล ข้อดี vs ข้อเสีย ที่แม่ควรรู้

ข้อได้เปรียบของการส่งลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล

โรงเรียนเตรียมอนุบาล

  • ในโรงเรียนอนุบาลมีพื้นที่อย่างกว้างขวางและสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัยให้เด็ก ๆ ได้มาเรียนรู้ ซึ่งพวกเขาสามารถเรียนรู้พฤติกรรมในห้องเรียนที่เหมาะสมตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วยให้ลูกน้อยได้พัฒนาความรู้สึกของตนเองและความเป็นอิสระ ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ทำให้เด็กรู้จักปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนคนอื่นในห้องเรียน และต่อเนื่องไปจนถึงการเข้าเรียนในชั้นอนุบาลได้ดี

 

  • โรงเรียนเตรียมอนุบาลส่วนใหญ่มีความพร้อมสำหรับการสอนเด็กก่อนวัยเรียน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสอนทักษะและส่งเสริมความรู้สอดแทรกให้กับเด็ก ๆ เช่น การร้องเพลง ศิลปะ งานฝีมือ การเล่านิทาน เกมต่าง ๆ ทั้งในห้องและกิจกรรมกลางแจ้ง ฯลฯ ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออก ไม่เคอะเขิน และเพิ่มความรู้พื้นฐานทางวิชาการบางอย่าง เช่น การนับเลขหรือตัวอักษร

 

  • ช่วยฝึกให้ลูกรู้จักความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบในตัวเอง ฝึกทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น รู้จักหน้าที่ของตนเอง การเก็บสิ่งของส่วนตัวในที่ของตัวเอง รู้จักเดินเข้าแถวเป็นระเบียบ ล้างมือ รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำเองได้ เป็นต้น

 

  • การได้ทำกิจกรรมที่โรงเรียน เล่นในห้องหรือปีนป่ายในสนามเด็กเล่น ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านร่างกาย ช่วยให้เด็กเคลื่อนไหวได้คล่อง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตได้ดี สุขภาพแข็งแรง

 

  • หลักสูตรของโรงเรียนเตรียมอนุบาลจะมุ่งเน้นไปที่การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นครูผู้สอนในโรงเรียนเตรียมอนุบาลมักจะมีวุฒิการศึกษาหรือการรับรองเป็นอาจารย์

ข้อเสียของการส่งลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล

โรงเรียนเตรียมอนุบาล

  • แม้ว่าเด็ก ๆ จะมีครูดูแลอย่างทั่วถึงในห้องเรียน แต่ก็ไม่ใช่แบบตัวต่อตัว ความสนใจของครูจะถูกแบ่งเฉลี่ยออกไปดูนักเรียนในห้องอย่างเท่า ๆ กัน ซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงดูภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ หรือญาติพี่น้องคนใดคนหนึ่งเลี้ยงที่เป็นการดูแลแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูเด็ก ความรู้ใจและเข้าใจในตัวเด็กเป็นอย่างดี จะทำให้ลูกมีความรู้สึกผูกพันที่เหนียวแน่น รู้สึกสงบ และปลอดภัย ส่งผลต่ออารมณ์ที่ดี ร่าเริง แจ่มใส เชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งก็จะส่งผลต่อระดับสติปัญญาที่ดีได้

 

  • เด็กที่มีการเรียนรู้เร็วเกินไปจะเสียโอกาสที่จะเล่นและพัฒนาจิตใจและสมองตามที่ควรจะเป็น อ้างอิงจากบทความ นพ.ประเสริฐ ผลผลิตการพิมพ์ นักจิตเวชพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น ตอนหนึ่งว่า “โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กที่ไม่มีการเรียนการสอน และครูให้โอกาสเด็กได้เล่นตามความชอบและความถนัดจะมีความสำคัญมากต่อพัฒนาการทั้งทางด้านจิตใจและสมอง” การมองหาโรงเรียนเตรียมอนุบาลสำหรับเด็กเล็ก คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาข้อมูลหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนว่าตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่

 

  • ค่าใช้จ่ายของโรงเรียนเตรียมอนุบาลเอกชนค่อนข้างสูง เนื่องจากครูที่มีวุฒิการศึกษา สื่อการเรียนการสอนและหลักสูตรที่แตกต่างกันแต่ละโรงเรียน

 

  • เด็กเล็กที่เข้าโรงเรียนในระยะแรก ๆ อาจมีโอกาสป่วยบ่อย เนื่องจากยังขาดภูมิต้านทาน และเด็กทุกคนต่างก็มีโอกาสเป็นพาหะของโรคได้ เด็กในห้องจะหมุนเวียนติดเชื้อไวรัส เป็นหวัด มีน้ำมูก ไอ จาม แพร่เชื้อโรคให้แก่กันและกันได้ ผลัดกันป่วย ผลัดกันหยุด ในช่วงระยะ 3-4 เดือนหรือในเทอมแรก เมื่อรับเชื้อจนครบร่างกายจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสทุกตัวที่มีอยู่ในห้อง เด็กก็จะห่างหายจากไข้หวัด

เลือกโรงเรียนเตรียมอนุบาลให้ลูกที่ไหนดีควรมีหลักเกณฑ์พิจารณา ได้แก่

  • งบประมาณค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าของพ่อแม่
  • การเดินทางระหว่างบ้านและโรงเรียน
  • ระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน
  • สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อตัวเด็กเล็ก/ ความสะอาดภายในโรงเรียน
  • แนวการเรียนการสอน/ บรรยากาศในห้องเรียน
  • อัตราส่วนของครูผู้สอนต่อเด็กในห้อง
  • การดูแลสุขภาพอนามัยของเด็กเล็กและมาตรการป้องกันโรค
  • อาหารและโภชนาการ

เคล็ดลับเตรียมพร้อมให้ลูกน้อยก่อนเข้าเตรียมอนุบาล

หากความจำเป็นอยู่ในภาคบังคับที่ต้องส่งเจ้าตัวน้อยเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลมาเตรียมพร้อมให้เจ้าตัวน้อยกันค่ะ

#เตรียมร่างกาย ต้องยอมรับว่าในโรงเรียนอนุบาลนั้นเป็นสถานที่ที่เด็กเล็กหลายคนต่างที่มาอยู่ร่วมกัน จึงเป็นที่แพร่และรับเชื้อโรคระบาดต่าง ๆ ได้ง่าย ดังนั้นก่อนเข้าโรงเรียนควรพาลูกไปฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพให้ครบถ้วน ดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สอนลูกเรื่องสุขอนามัยเบื้องต้น เช่น ล้างมือ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่น เป็นต้น

#หัดลูกให้ช่วยเหลือตนเอง

ในสังคมโรงเรียนลูกจะไม่มีคนดูแลใกล้ชิดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง การฝึกให้ลูกได้หัดช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น เช่น การกินข้าวได้เอง ใส่เสื้อถอดกางเกง/ กระโปรงได้เอง ใส่รองเท้า สามารถพูดบอกความต้องการได้ เป็นต้น

#สร้างความคุ้นเคยกับโรงเรียนใหม่

เมื่อตัดสินใจวางแผนให้ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียนเพื่อให้เจ้าตัวน้อยเกิดความคุ้นเคย คุ้นชื่อ เพื่อให้ลูกไม่เกิดความกลัวที่จะไปโรงเรียน หรือวันสองวันก่อนเปิดเทอมพาลูกขับรถผ่านหน้าโรงเรียน อาจจะพาลูกเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน ได้คุยกับคุณครูก็เป็นการลดความกลัว ให้ความมั่นคงและรู้สึกปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยขึ้นมาได้

โดยรวมแล้วการส่งลูกเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละบ้าน แต่ก็ยังมีอีกด้านหนึ่งสำหรับตัวลูกน้อยเอง หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าลูกเป็นเด็กขี้อาย กลัวคนแปลกหน้า มีพฤติกรรมเก็บตัว ไม่กล้าแสดงออก หรือไม่แสดงออกตามพัฒนาการอย่างสมวัย โรงเรียนเตรียมอนุบาลก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อย แต่ถ้าหากบ้านที่มีคุณแม่พร้อมคอยดูแล เป็นแม่ฟูลไทม์สอนลูกทำกิจกรรม ชวนเล่น รวมถึงฝึกระเบียบวินัยและส่งเสริมพัฒนาการลูกได้ตามวัย เจ้าตัวน้อยเป็นเด็กสดใส ร่าเริง รู้จักการเล่นร่วมกับผู้อื่น เท่านี้คุณแม่ก็อาจตัดสินใจได้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณและเจ้าตัวน้อยแล้วละค่ะ.

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : cambridgemontessoriglobal.org, babekits.com

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ :

ส่งลูกเข้า เตรียมอนุบาล จำเป็นมั้ย? ควรให้ลูกเข้าเรียนตอนกี่ขวบดี?

9 สิ่ง ที่พ่อแม่ควรฝึกลูกน้อยเพื่อ เตรียมเข้าอนุบาล

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรียนร้องเพลงที่ไหนดี

เรียนร้องเพลงที่ไหนดี 7 สถาบันสอนร้องเพลง เปิดประตูปูทางให้ลูกสู่ Star Singer

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมของเด็ก ๆ แทบทุกคนนั้นก็คือ การร้องเพลง เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วทุกวัน แววศิลปินเริ่มออก ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่มองเห็นแววและอยากสนับสนุนให้ลูกได้เทคนิคดี ๆ หรือการให้ลูกได้ไปเรียนร้องเพลงเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เติมประสบการณ์ อยากให้ลูก เรียนร้องเพลงที่ไหนดี ทีมแม่ ABK มีโรงเรียนสอนร้องเพลงมาแนะนำ สนับสนุนให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบกันค่ะ

เรียนร้องเพลงที่ไหนดี 7 สถาบันสอนร้องเพลง ยอดนิยม ต้องที่นี่!

1.e-muzic ztudio

"เรียนร้องเพลงที่ไหนดี
เครดิตภาพ: www.facebook.com/iloveemuzic

e-muzic ztudio สถาบันสอนร้องเพลงและดนตรี ดำเนินการสอนโดย ครูเอ็ดดี้ (ยงยุทธ มานะกรโกวิท) และทีมงาน ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินดังมากมายด้วยประสบการณ์การสอนมากกว่า 25 ปี หลักสูตรที่นี่เน้นสอนร้องเพลงตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง การหายใจ การออกเสียง การทำความเข้าใจทฤษฎีดนตรีพื้นฐานที่จำเป็นต่อการร้องเพลง ทำนอง และจังหวะ มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพในการใช้เสียงเพื่อการร้องเพลงอย่างถูกวิธี ด้วยวิธีการสอนร้องเพลงแนวใหม่ ผสมผสานสื่อการเรียนการสอนที่มีศักยภาพ เพื่อให้ผู้ที่มาเรียนได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการร้องเพลง เข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงทำให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก สามารถสื่อสารอารมณ์ ความรู้สึก ของบทเพลงไปยังผู้ฟังได้ ซึ่งนั้นหมายถึงการร้องเพลงในครั้งนั้น ๆ ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีการบันทึกเสียงเพื่อวัดผล และนำกลับมาวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ในการร้องเพลง เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถค้นหาความเป็นตัวเอง และพัฒนาต่อยอดไปสู่ความเป็นมืออาชีพได้ด้วยตัวเองในอนาคต เรียกว่าที่นี้เป็นสถาบันที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของเด็กที่มาเรียนให้มีคุณภาพและได้รับประโยชน์สูงสุดมาก ๆ เลยค่ะ

e-muzic ztudio
Location: 226, 228 เสนานิคม 1 พหลโยธิน 32 ลาดพร้าว กทม. 10230
Phone: 089-9524922
Website: www.e-muzic.com

2.Grammy Vocal Studio

Grammy Vocal Studio
เครดิตภาพ www.facebook.com/GrammyVocalStudio

Grammy Vocal Studio เป็นสถาบันพัฒนาศิลปิน สอนร้องเพลงและดนตรี ในเครือ GMM Grammy โดยมีครูผู้สอนระดับชั้นนำของประเทศที่มีทั้งประสบการณ์การสอนและการแสดงและผ่านการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาคุณภาพและระดับการสอนให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด หลักสูตรของที่นี่เป็นหลักสูตรการสอนร้องเพลงหลักของ GMM Grammy เน้นในเรื่องการสอนให้นักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเรื่องเทคนิคการใช้เสียง วิธีร้องเพลงให้เพราะ ถูกคีย์ ร้องเสียงขึ้นสูง ลงต่ำได้ ฝึกการหายใจอย่างถูกวิธี การแก้ปัญหาทางการร้องและการประยุกต์เทคนิคลงในเพลงได้อย่างถูกวิธี ด้วยการวางแผนการสอนที่เฉพาะเจาะจงและตรงต่อจุดประสงค์ของผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์จากการเรียนมากที่สุด

หลักสูตรวิชาขับร้องมี 8 ระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ระดับกลาง และระดับสูง โดยได้เน้นหลักสูตรที่ให้นักเรียนมีความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านเทคนิคการร้องเพลงและทักษะทางดนตรีของนักร้องไปควบคู่กัน และมีการประเมินผลเมื่อเรียนจบชั่วโมงสุดท้ายของแต่ละเกรด นอกจากนี้ทางสถาบันยังได้จัดให้มีการสอบของสถาบันอื่น ๆ เช่น Trinity College of Music และ Associated of The Royal Schools of Music อีกด้วย นักเรียนของที่นี้ประสบความสำเร็จเป็นศิลปินมากมาย หลายคนได้รับรางวัลมากมายจากเวทีประกวดต่าง ๆ ที่นี้จึงถือว่าเป็นอีกประตูหนึ่งที่จะผลักดันปั้นดาวให้ลูกเข้าสู่วงการเพลงตามความฝันได้ดีทีเดียวเลยค่ะ

Grammy Vocal Studio
Location: ชั้น 4 อาคาร GMM Grammy ถนนอโศก คลองเตยเหนือ
Phone: 02 669-9988, 02 669-8827, 02 669-9784
Website: www.grammyvocalstudio.com
www.facebook.com/GrammyVocalStudio

3.ครูเอก Vocal Studio

ครูเอก Vocal Studio
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/KruAkeStudio

ครูเอก Vocal Studio สตูดิโอสอนร้องเพลงและการใช้เสียง โดย ครูเอก ณัฐวัตร ศรีสวัสดิ์ ครูสอนร้องเพลงและการใช้เสียง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปิน นักแสดงและผู้ใช้เสียงหลากหลายสาขาอาชีพ โดยนำประสบการณ์ในการทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ฯลฯ มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้และเทคนิคการการสอนที่มีประสิทธิภาพ ที่นี้เปิดสอนคอร์สการเรียนร้องเพลงและแก้ไขปัญหาการร้องเพลงหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทุกเพศ-ทุกวัย สำหรับผู้เรียนอายุ 7 ปีขึ้นไป โดยครูเอก เป็นผู้ฝึกสอนแต่เพียงผู้เดียวในทุก ๆ ชั่วโมง มุ่งเน้นความรู้ ความเข้าใจ  การนำไปใช้เพื่อผลลัพธ์ของการเรียนที่ได้ผลและเกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับหลักสูตรเรียนเดี่ยวสำหรับเด็กและวัยรุ่น (Singing for Kid & Teen) เป็นหลักสูตรการร้องเพลงและเทคนิคการใช้เสียง เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการร้องเพลงและดนตรีด้วยความสุข พัฒนาให้เด็กมีความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนการฝึกฝนและแก้ไขปัญหาช่วงเสียงเปลี่ยน (เสียงแตก) ในช่วงวัยรุ่น เพื่อการร้องเพลงได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างพื้นฐานของการพัฒนาเสียงไปในทิศทางที่ดีในอนาคต รู้จักวิธีการใช้เสียงของตนเองได้อย่างถูกวิธี ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้านกายภาพ เสียง อารมณ์-ความรู้สึก ผ่านแบบฝึกหัด การฝึกเปล่งเสียง การพูด การควบคุมร่างกาย ตลอดจนค้นพบความสามารถที่ซ่อนอยู่ของตนเองและนำมาใช้ได้อย่างมีเสน่ห์และเป็นตัวของตัวเองที่สุด เป็นอีกสถาบันที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้รู้จักเสียงของตัวเองได้ดีทีเดียวเชียวค่า

ครูเอก Vocal Studio
Location: สาขา 1 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เปิด-ปิด : อังคาร – พฤหัส : 10.00-20.00 น./ เสาร์ – อาทิตย์ : 09.00-20.00 น.
สาขา 2 ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิด-ปิด : จันทร์ : 10.00-20.00 น. (ปลายปี 2562)
Phone: 092-663-5514
website: www.kruake.com
www.facebook.com/KruAkeStudio

4.ร้องเพลงดอทคอม

ร้องเพลงดอทคอม ให้ความสำคัญในการสอนร้องเพลงโดยดูที่ความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก ในหนึ่งบทเรียนจะมีการประเมินปัญหาและสามารถวางแผนการเรียนและการแก้ไขปัญหาการร้องเพลงได้ทันที เด็ก ๆ ที่มาเรียนจะค่อย ๆ สามารถควบคุมการออกเสียง ใช้เสียง และพัฒนาเสียงให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้โดยเฉพาะสำหรับแต่ละคนทั้งเรื่องสไตล์การร้อง และเรื่องของลูกคอ รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

คอร์สเรียนที่นี่มีหลากหลายมาก อาทิเช่น คอร์สเทคนิคการร้องเพลงขั้นพื้นฐาน เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัยที่มีประสบการณ์น้อย หรือไม่ได้มีการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ที่จะได้เรียนรู้เทคนิคขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับสรีระของร่างกาย พื้นฐานของการออกเสียง การบริหารจัดการลมหายใจ และการสร้างสมดุลให้กับเสียง นอกจากนั้นจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสุขภาพของเสียงและการดูแลเสียงได้อย่างถูกวิธี เป็นการสอนสิ่งที่จำเป็นเบื้องต้นสำหรับคนที่ต้องการ “ร้องเพลงเพราะ” ต้องทราบและต้องฝึก หลังจากนี้ก็จะเขิยบมาเป็น คอร์สเทคนิคการร้องเพลงขั้นกลาง โดยจะสอนให้เรียนรู้การจัดการลมหายใจในระดับที่สูงขึ้นเพื่อช่วยให้ร้องเพลงได้นานขึ้น ไม่เหนื่อยหอบ สามารถลากโน้ตได้ยาวขึ้น เรื่องของคุณภาพของเสียงที่ร้องออกมาก็จะได้รับการพูดถึงแบบละเอียด รวมถึงเทคนิคการร้องเพลงที่ยากขึ้น ละเอียดมากขึ้นด้วย คอร์สสำหรับเตรียมพร้อมการออดิชั่น คอร์สนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือกเพลงที่ถูกต้องสำหรับเสียงของแต่ละคน วิธีการเตรียมตัวสำหรับการออดิชั่น วิธีการนำเสนอตนเองให้หน้าสนใจ วิธีการจัดการกับความประหม่าและความตื่นเต้น นอกจากนั้นนักเรียนจะได้เรียนเทคนิคการร้องเพลงที่จะช่วยส่งเสริมให้ตัวเองโดดเด่นจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่น และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกซ้อมทักษะการออดิชั่นด้วยการจำลองการออดิชั่นจริง เพื่อเตรียมตัวก่อนไปออดิชั่นจริงได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายคอร์สที่สามารถเลือกเรียนตัวต่อตัว กลุ่ม หรือออนไลน์สดก็ได้

rongplengdotcom
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/RongPlengDotCom

RongPleng.com
Location: 289/126 The Base condo, สุขุมวิท 77 กรุงเทพมหานคร 10110
Phone: 099 232 4519
Website: www.rongpleng.com
 www.facebook.com/RongPlengDotCom

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 7 สถาบันสอนร้องเพลงยอดนิยม คลิกหน้า 2