ฉีดวัคซีน HPV

ไขข้อสงสัย? ทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องพาลูกวัยรุ่นไปฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งจากไวรัส HPV

ต้องยอมรับว่ามะเร็งถือเป็นภัยใกล้ตัวที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ ทั่วโลก มะเร็งปากมดลูก ก็นับว่าเป็นวายร้ายอันดับ 2 ที่คุกคามชีวิตของหญิงไทย และมะเร็งทวารหนักก็เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับแรกๆ ในผู้ชายเช่นเดียวกัน

ทำให้ทุกวันนี้ วัคซีน HPV ถูกบรรจุเป็นวัคซีนพื้นฐานที่หลายๆ ประเทศ แนะนำให้เด็กหญิงและเด็กชายฉีด เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งในอนาคต สำหรับประเทศไทยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินโครงการ  ฉีดวัคซีน HPV ฟรี ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นวัยเหมาะสมที่สุดในการรับวัคซีนนี้

ทำไมต้องพาลูกไปฉีดวัคซีน HPV ?

จุดประสงค์ในการฉีดวัคซีนนั้นเพื่อป้องกันโรคมะเร็งยอดฮิตที่เกิดจากเชื้อ HPV สาเหตุของโรคมะเร็งที่สามารถเกิดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งสถิติพบว่าผู้หญิงผู้ชายในวัยผู้ใหญ่ มีโอกาสติดเชื้อ HPV 80-90% ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เด็กๆ ควรต้องได้รับการฉีดวัคซีน HPV ซึ่งเป็นวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อ HPV อันเป็นต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอดในเด็กผู้หญิง และวัคซีนยังช่วยป้องกันมะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศในเด็กผู้ชายได้อีกด้วย ฉะนั้นจึงถือได้ว่าการฉีดวัคซีน HPV มีความจำเป็นสำหรับทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

ฉีดวัคซีน HPV

วัคซีน HPV ฉีดได้ตั้งแต่เด็ก ป้องกันมะเร็งในอนาคต

คุณแม่หลายท่านคงสงสัยว่า ลูกของเราจะสามารถ ฉีดวัคซีน HPV ได้เมื่อไหร่ ซึ่งแพทย์แนะนำว่าวัคซีนจะได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดตอนอายุยังน้อย สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพราะการฉีดวัคซีนในเด็กจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HPV ได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับการฉีดในคนอายุมาก

ซึ่งวัคซีน HPV นั้นได้นำส่วนประกอบของเชื้อไวรัส HPV ที่ถูกทำให้อ่อนแรงลง และไม่สามารถก่อโรคได้ ดังนั้นเมื่อฉีดวัคซีนเข้าไป จะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส และในอนาคตผู้ที่เคยฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส HPV ในสายพันธุ์ที่บรรจุในวัคซีน ทำให้เชื้อไวรัส HPV ไม่สามารถก่อโรคในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันได้

ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ก่อมะเร็งไม่ว่าจะเป็น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศได้ถึง 90-100% ในผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน และเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฉีดวัคซีน HPV ควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อ HPV นั่นคือ ในช่วงอายุ 9-15 ปี จะดีที่สุด เพราะในช่วงนี้ร่างกายจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อได้ดี จึงทำให้ในเด็ก ที่อายุน้อยกว่า 15 ปี แนะนำให้ฉีดเพียง 2 เข็ม ขณะที่ ในผู้ใหญ่นั้นจะแนะนำให้ฉีด 3 เข็ม Amarin Baby & Kids จึงอยากแนะนำคุณแม่ให้พาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งจากเชื้อ HPV ที่อาจเกิดกับลูกของเราในอนาคต รวมทั้งหากฉีดในวัย 9-15 ปี จะฉีดวัคซีนเพียงแค่ 2 เข็ม ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายของคุณพ่อคุณแม่ด้วย

สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ก่อนพาลูกไป ฉีดวัคซีน HPV

การฉีดวัคซีน HPV ต้องฉีดให้ครบถ้วนทั้งหมด 3 เข็ม แต่หากฉีดเข็มแรกในช่วงอายุ 9-15 ปี สามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็มเท่านั้น โดยเว้นระยะห่างกัน 6-12 เดือน ฉะนั้นการพาลูกไปฉีดตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เจ็บตัวน้อย และยังได้ประสิทธิภาพวัคซีนที่สูงสุด ส่วนขั้นตอนของการพาลูกไปฉีดก็ไม่มีอะไรซับซ้อน

  1. เพียงพาลูกไปโรงพยาบาลที่คุณแม่สะดวก
  2. ตรวจร่างกาย และพบแพทย์
  3. รับการฉีดวัคซีน HPV ซึ่งจะถูกฉีดที่ต้นแขน

เห็นไหมคะว่า ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ดังนั้นการป้องกันโรคด้วยการ ฉีดวัคซีน HPV ให้ครบถ้วนตั้งแต่อายุยังน้อยย่อมช่วยให้ห่างไกลโรคมะเร็งในตอนโตได้เป็นอย่างดี วันนี้ Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมราคาวัคซีน HPV (ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ) ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเทพฯ สำหรับเด็กในช่วงอายุ 9-15 ปี ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็ม มาให้ดูค่ะ

ราคาวัคซีน HPV แบบ 2 เข็ม (ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการ)

โรงพยาบาล

วัคซีน HPV

เบอร์โทร

โรงพยาบาลเวชธานี 5,000-7,000 02 734 0000
โรงพยาบาล เกษมราษฎร์ ประชาชื่น 5,900 02 910 1600
โรงพยาบาล พญาไท 1 6,000 02 201 4600
คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน 4,920 02 306 9145

ราคานี้เป็นราคา ฉีดวัคซีน HPV รวม 2 เข็ม อ้างอิงในวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ไม่รวมค่าแพทย์ และค่าบริการ ราคาอาจมีเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ควรโทรสอบถามกับทางโรงพยาบาลที่สะดวกอีกครั้งนะคะ

เล่นนอกบ้าน

คาบเรียนที่ไม่ใช่แค่คราบเลอะ ให้อะไรลูกเยอะกว่าที่แม่คิด

คราบเลอะ = ประสบการณ์ จะพาลูกเล่นนอกบ้านทั้งที คุณพ่อคุณแม่อย่าไปกังวลว่าเสื้อผ้า เนื้อตัวลูกจะเลอะเทอะ มีคราบเลอะเปรอะเปื้อน เพราะการที่เราส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เล่นเลอะนอกบ้านกับกิจกรรมต่างๆ ที่พวกเขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะลุยน้ำ ย่ำทราย ปั้นดิน ฯลฯ ขอบอกว่าลูกยิ่งเลอะ ยิ่งประสบการณ์ค่ะ

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าเด็กๆ ควรได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาที เพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และพัฒนาการตามวัยของเด็กๆ ค่ะ

 

เล่นนอกบ้าน ให้อะไรกับลูกบ้าง ?

ความกังวลของพ่อแม่เวลาที่พาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน ไปทำกิจกรรมสนุกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ , ปลูกข้างแปลงนาสาธิต , เที่ยวสวนสัตว์ , ทาสี ทำชิ้นงานศิลปะ , สำรวจธรรมชาติในสวน , ปั่นจักรยาน , เตะบอล ฯลฯ ทุกส่วนของร่างกายจะต้องสัมผัสอากาศ จับดิบ น้ำ ทราย เหงื่อออกเปียกเสื้อผ้า เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะ ความสนุกทั้งหมดของลูกมักมาพร้อมกับคราบเลอะ เปรอะเปื้อนที่ติดมากับเสื้อผ้า เนื้อตัวอย่างปฏิเสธไม่ได้

เล่นนอกบ้าน

เป็นธรรมดาของเด็กๆ ที่จะมีคราบเลอะจากการเล่นนอกบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า การเรียนรู้เล่นเลอะนอกบ้านของลูก สามารถกระตุ้นส่งเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ การคิด แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเข้าสังคมอยู่ร่วมกับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการเล่นก็ยังจะนำไปต่อยอดศักยภาพในตัวของเด็กๆ ให้กลับมาสู่การโฟกัสในห้องเรียน เด็กที่เรียนดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งขึ้น ส่วนเด็กที่อาจจะมีความสนใจการเรียนในบางวิชาน้อย ก็จะมีความสนใจมากขึ้น และพัฒนาผลการเรียนให้ค่อยๆ ดีขึ้นด้วยค่ะ ฉะนั้นอย่าไปกังวลว่าลูกจะเล่นเลอะนอกบ้าน จนไปปิดกั้นพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกนะคะ

เล่นนอกบ้าน

การเรียนรู้เล่นเลอะนอกบ้าน ลูกได้ประโยชน์ ?

  1. พัฒนาความคิดให้เป็นคนที่รู้จักคิดไตร่ตรอง มีความคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์จริงได้
  2. สามารถปรับตัวได้ในสถานการณ์คับขัน มีความอดทน และรู้จักการรอคอยเป็น
  3. พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และการมีทักษะการสื่อสารที่ดี
  4. พัฒนาทักษะทางสังคม เรียนรู้กฎกติกา มารยาท และกาลเทศะในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ
  5. มีความกล้าแสดงออก มีความมั่นใจ และรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง
  6. มีสมาธิ กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ต่อกิจกรรมต่างๆ ที่สนใจ
  7. ลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ไม่มีความรุนแรงทางอารมณ์ เช่น หงุดหงิด ขี้โมโห เป็นต้น
  8. ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวมากขึ้น มีความเข้าอกเข้าใจกันระหว่างพ่อแม่ลูกในทิศทางที่ดี
  9. ช่วยให้ค้นพบว่าตัวเองมีความถนัด มีความสนใจอยากที่จะเรียนรู้ในเรื่องอะไร
  10. จากประสบการณ์การเรียนรู้เล่นเลอะนอกบ้านผ่านกิจกรรมที่ลูกสนใจ จะช่วยกระตุ้นให้มีความสนใจการเรียนในห้องเรียนมากขึ้น

การสนับสนุนให้ลูกได้เรียนรู้เล่นเลอะนอกบ้านอย่างน้อยให้ได้วันะ 60 นาที ที่ถึงแม้ว่าการเล่นสนุก การทำกิจกรรมที่ลูกสนใจนั้น จะต้องมีคราบเลอะ เปรอะเปื้อนเนื้อตัว เสื้อผ้าลูกกลับมาบ้านบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าต่อพัฒนาการ ทักษะรอบด้านของลูก เพื่อที่พวกเขาจะได้เติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและศักยภาพต่อไปในอนาคตข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ

เล่นนอกบ้าน

บรีสรวมสนับสนุน 60 นาที เล่นเลอะรอบรู้นอกห้องเรียนกับโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อให้คราบเรียนกับคราบเลอะ เป็นเรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ คลิก บรีสoutdoorlearning

 

 

 

เครดิต : WHO  , www.thaihealth.co.th  ,  www.independentschoolparent.com   

แต่งตัวฮาโลวีน

ไอเดีย แต่งตัวฮาโลวีน 12 ลูกดารา ในธีมผีตัวน้อย-ปีศาจตัวจิ๋วสุดน่ารัก

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาไอเดีย แต่งตัวฮาโลวีน ให้ลูก ในเทศกาลวันฮาโลวีน ตามมาดู 12 ซุปตาร์ตัวน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่จับ แต่งชุดฮาโลวีน ทั้งผีตัวน้อย-ปีศาจตัวจิ๋ว กันค่ะ

ส่อง 12 ลูกดารา แต่งตัวฮาโลวีน มีทั้งผีตัวน้อย-ปีศาจตัวจิ๋ว สุดน่ารัก

“วันฮาโลวีน” Halloween ซึ่ง ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี เป็นงานฉลองของประเทศทางตะวันตก ซึ่งนอกจากผู้ใหญ่จะได้ร่วมงานปาร์ตี้สยองอย่างสนุกสนานแล้ว เหล่าเด็ก ๆ ต่างก็ตื่นเต้นกับเทศกาลหลอนนี้ไม่แพ้กัน เพราะพวกเขาจะได้ แต่งฮาโลวีน  สร้างสีสันให้ค่ำคืนสุดพิเศษ ทั้งสวมใส่ชุดและแต่งแต้มเมคอัพ ให้เป็นผีเด็ก ปีศาจตัวจิ๋วหน้าตาน่ารัก หรือตัวละครต่าง ๆ ที่ชื่นชอบแบบจัดเต็ม พร้อมออกไปเคาะประตูขอลูกอม, ขนมหวาน กับประโยคสุดคลาสสิกที่ว่า “trick or treat” ซึ่งก็หมายความว่า จะให้หลอกหรือจะเลี้ยงนั่นเอง

ซึ่งสำหรับประเทศไทยบ้านเราก็รับเอาวัฒนธรรมนี้เข้ามา ซึ่งบางโรงเรียนที่นับถือศาสนาคริสต์ก็จะมีการจัดกิจกรรม วันฮาโลวีนด้วย ซึ่งคนที่ตื่นเต้นสุดไม่ใช่เด็ก แต่เป็นเหล่าคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สุดๆ เพื่อที่จะ แต่งตัวฮาโลวีน ให้กับลูกน้อยของเรา

ดังนั้นเพื่อเป็นไอเดียให้กับคุณพ่อคุณแม่ไว้สำหรับจับลูกน้อยของคุณ แต่งตัวฮาโลวีน สำหรับในปีต่อๆไป ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids  จึงได้ไปแอบส่องเหล่าซุปตาร์ตัวน้อย ลูกดาราแต่งฮาโลวีน ลูกดาราสุดน่ารักทั้งหลาย และรวบรวมภาพมาให้ดู ซึ่งบรรดาคุณพ่อคุณแม่จะจับลูก ๆ แต่งตัวแปลงโฉมเป็นคุณผีตัวน้อยในลุคใดกันบ้าง จะน่ากลัวหรือน่ารักกันขนาดไหน แล้วจะมีลูกเต้าเหล่าใครกันบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

น้องแพทริค – น้องริต้า ลูกชายและลูกสาวของแม่นิหน่ามาในธีมท่านแดร็กคูล่า กับ แวมไพร์สาวตัวน้อย

https://www.instagram.com/p/B4R09TGh2eH/

 

น้องภู – น้องเภา 2 ลูกชายสุดหล่อของแม่เอ๋และพ่อป๋อ มาในชุดผีไดโนเสาร์ ตามที่เตรียมไว้แรมเดือน

https://www.instagram.com/p/B4Q8lA8B1q3/

 

น้องณดา – น้องณดล ลูกสาวสุดสวยและลูกชายสุดหล่อ ของแม่กบ ก็มาในชุดเดวิลสาวและท่านแดร็กคูล่าสุดคิ้วท์

https://www.instagram.com/p/B4Q8yVqlzVq/

 

น้องมายู ลูกสาวสุดหวงของแม่เมย์และพ่อหนุ่ม มาในชุดแม่มดฟักทองสีส้มสดใส

https://www.instagram.com/p/B4Rdz1CgRFs/

 

น้องณิริน ลูกสาวสุดที่รักของแม่หนิง มาในลุคแม่มดสาว พร้อมถือไม้กายสิทธิ์คิวท์ ๆ

https://www.instagram.com/p/B4Q79VOAtWb/

 

ดูต่อ >> “ลูกดาราแต่งฮาโลวีน มีทั้งผีน้อย-ปีศาจตัวจิ๋วสุดน่ารัก”
คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ติดตั้งคาร์ซีท

เลือกซื้อ ติดตั้งคาร์ซีท อย่างไรให้เหมาะกับวัย ปลอดภัยกับลูกน้อย?

คาร์ซีทถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับสรีระของเด็กในแต่ละวัย ดังนั้นจึงมีหลายรุ่นและหลายชนิดให้เลือกใช้ แต่จะเลือกซื้อ และ ติดตั้งคาร์ซีท อย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อยที่สุด?

เลือกซื้อ ติดตั้งคาร์ซีท อย่างไรให้เหมาะกับวัย ปลอดภัยกับลูกน้อย?

คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างหนึ่งที่ควรจะใช้ระหว่างการเดินทางโดยรถยนต์ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยเดินทางได้อย่างสบาย มีที่นั่งที่สามารถรองรับกับสรีระเล็ก ๆ ของลูกได้ นอกจากนี้ยังทำให้ลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางอีกด้วย ในบางประเทศ มีกฎหมายบังคับให้มีการ ติดตั้งคาร์ซีท ไว้บนรถ หากมีเด็กร่วมเดินทางด้วย เด็กคนนั้นจะต้องนั่งอยู่บนคาร์ซีทตลอดการเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กเองหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา แม้ว่าในเมืองไทยจะยังไม่มีกฎหมายบังคับนี้ แต่ในหลาย ๆ ครอบครัว ก็เลือกที่จะ ติดตั้งคาร์ซีท ไว้บนรถเพื่อให้ลูกน้อยได้นั่งในเวลาเดินทาง คาร์ซีทจึงเป็นไอเท็มที่ครอบครัวที่มีลูกเล็กจะต้องมี สำหรับคุณแม่มือใหม่ ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกซื้อคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะกับวัย และปลอดภัยกับลูกน้อยนั้น เรามีข้อมูลดี ๆ มาประกอบการตัดสินใจค่ะ

คาร์ซีท มีกี่ประเภท?

ประเภทของคาร์ซีทมักจะออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงอายุ ส่วนสูง และขนาดตัวของเด็ก เราจึงสามารถแยกประเภทของคาร์ซีทได้ ดังนี้

คาร์ซีทแบบกระเช้า
คาร์ซีทแบบกระเช้า
  • คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (คาร์ซีทแบบกระเช้า) มักมีด้ามจับอยู่ด้านบน สามารถถอดออกจากฐานที่ยึดกับเบาะรถได้ และต้องติดตั้งโดยหันหน้าเข้าหาเบาะหลังเท่านั้น ข้อดีของคาร์ซีทประเภทนี้คือสามารถถอดออกจากฐานที่ยึดกับเบาะรถได้ หากลูกหลับขณะอยู่บนรถ เมื่อถึงที่หมายแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องปลุกลูกหรืออุ้มลูกออกจากคาร์ซีท เพราะสามารถยกกระเช้าออกจากฐานได้เลย โดยมากคาร์ซีทประเภทนี้มักจะจำหน่ายเป็นเซ็ต คือ กระเช้านี้สามารถนำไปติดกับฐานบนรถเพื่อเป็นคาร์ซีท เมื่อถึงที่หมายก็นำกระเช้าไปติดกับรถเข็นได้เลย
คาร์ซีท
คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ
  • คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing Convertible Car Seat) คาร์ซีทประเภทนี้จะไม่มีด้ามจับอยู่ด้านบน จึงไม่สามารถถอดออกจากฐานได้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องอุ้มลูกออกมาจากคาร์ซีทเมื่อถึงที่หมายเท่านั้น แต่ข้อดีของคาร์ซีทประเภทนี้คือ เมื่ออายุและน้ำหนักของลูกสามารถนั่งคาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถได้แล้ว คาร์ซีทประเภทนี้จะสามารถแปลงไปเป็นคาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถได้
คาร์ซีทเด็ก
คาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถ
  • คาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถ (Forward Facing Car Seat) ติดตั้งโดยยึดติดกับเบาะหลัง และหันไปข้างหน้ารถเหมือนเบาะรถปกติ คาร์ซีทประเภทนี้จะออกแบบมาสำหรับเด็กโต ในบางยี่ห้อ จะสามารถปรับเปลี่ยนเป็นคาร์ซีทแบบที่นั่งเสริม (Booster Seat) ได้ ทำให้สามารถยืดการใช้งานคาร์ซีทประเภทนี้ได้ตั้งแต่เด็กจนโต
Booster Seat
Booster Seat
  • คาร์ซีทแบบที่นั่งเสริม (Booster Seat) ติดตั้งโดยยึดกับเบาะหลัง และหันไปข้างหน้ารถเหมือนเบาะรถปกติ ใช้สำหรับเด็กที่โตเกินกว่าจะนั่งคาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถได้ ข้อดีของคาร์ซีทประเภทนี้คือมีน้ำหนักเบากว่าคาร์ซีทประเภทอื่น ๆ พกพาสะดวก

หากเด็กโตขึ้นจนสามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ถูกต้องพอดีตัว โดยสามารถคาดเข็มขัดผ่านต้นขาด้านบนและผ่านหน้าอกได้ ไม่ใช่ผ่านบริเวณท้องและคอ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คาร์ซีทอีกต่อไป

6 สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนซื้อคาร์ซีท

เนื่องจากคาร์ซีทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเด็กตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ขวบ ดังนั้น จึงมีคาร์ซีทหลากหลายประเภทดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ดังนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะซื้อคาร์ซีทให้ลูก ควรใช้ 6 หลักการนี้ประกอบการตัดสินใจ

  1. อายุของลูก เนื่องจากคาร์ซีทบางประเภทก็ออกแบบมาเพื่อเด็กทารกโดยเฉพาะ และในบางประเภทก็ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับเด็กโตอย่างเดียว ดังนั้น อายุจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อคาร์ซีท
  2. น้ำหนักและส่วนสูงของลูก คาร์ซีทแต่ละประเภทจะกำหนดน้ำหนักที่คาร์ซีทนั้น ๆ สามารถรองรับได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอบถามผู้ขายถึงข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ
  3. เข็มขัดนิรภัย เข็มขัดนิรภัยของคาร์ซีทควรผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และควรเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด  เพราะจะปลอดภัยกว่าแบบ 3 จุด
  4. มาตรฐานความปลอดภัย เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐใด ๆ ที่รับรองมาตรฐานของคาร์ซีทซึ่งถูกผลิตและนำเข้ามาในประเทศไทยโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ใช้ควรเลือกคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Federal Motor Vehicle Safety Standard 213 ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
  5. ความใหม่ของผลิตภัณฑ์ การซื้อคาร์ซีทมือหนึ่งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ย่อมดีกว่า เพราะเพิ่งถูกผลิตและยังไม่ผ่านการใช้งาน เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายน้อยกว่า แต่หากจำเป็นต้องซื้อสินค้ามือสอง ควรสังเกตว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีชิ้นส่วนใดขาดหายไป ไม่มีรอยแตก หรือรอยร้าว และไม่เคยผ่านอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบนิรภัยได้
  6. ราคา อย่าตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะคาร์ซีทที่มีราคาสูง ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าจะใช้งานได้ดีกว่า หรือปลอดภัยกว่าเสมอไป

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ช่วงอายุที่เหมาะกับคาร์ซีทแต่ละประเภท และวิธี ติดตั้งคาร์ซีท ที่ปลอดภัย

ของเล่นเด็ก

5 หลักการเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ปลอดภัยจากสารเคมี

เตือนพ่อแม่! ของเล่นเด็ก เหล่านี้…? ไม่ควรซื้อให้เล่น ถ้ามีเก็บทิ้งด่วน..ตรวจพบ “สารทาเลต” เกินมาตรฐาน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและเสี่ยงทำให้ฮอร์โมนเพศผิดปกติ

ตรวจพบ ของเล่นเด็ก มี “สารทาเลต” เกินมาตรฐาน!

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ได้ทำการสุ่มตรวจตัวอย่าง ของเล่นเด็ก และพบว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีทาเลต (phthalates) เกินมาตรฐาน ซึ่งสารทาเลตนี้มีผลต่อการเจริญเติบโตและเสี่ยงทำให้ฮอร์โมนเพศชายของเด็กผิดปกติ

ซึ่งได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่าง ของเล่นเด็ก รวมไปถึงของใช้ประเภทพลาสติกพีวีซี (PVC) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้พลาสติกอ่อนตัว ทำให้ของเล่นที่มีสารชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นของเล่นที่มีลักษณะอ่อนนิ่ม บีบจับและนำเข้าปากง่าย จำนวน 51 ตัวอย่าง จากห้างสรรพสินค้า ท้องตลาดและหน้าโรงเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ รวมไปถึง ของเล่นเด็ก ที่ขายในเว็บไซต์ออนไลน์ นำไปส่งตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารทาเลต 6 ชนิด ที่สกัดได้จากพลาสติก ยาง และสารเคลือบจากผิวของเล่นที่เด็กอาจสัมผัส

โดยพบปริมาณสารทาเลตเกินกว่าค่ามาตรฐานสากล 18 ชิ้น และที่น่าตกใจ คือ พบสารชนิดนี้ทั้ง ของเล่นเด็ก ที่มีเครื่องหมาย มอก. และ ไม่มีเครื่องหมาย มอก. โดยแบ่งของเล่นที่สุ่มตรวจเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1. ⊕กลุ่มที่มีเครื่องหมาย มอก. และตรวจไม่พบทาเลต หรือพบแต่ไม่เกิน 0.1
(ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด)

ของเล่นเด็ก
ของเล่นเด็กปลอดสารพิษ (มี มอก.) ขอบคุณภาพจาก news.thaipbs.or.th

มี 12 ชิ้น ได้แก่ ยางกัดมีที่จับ ยี่ห้อ Mind Care, ยางกัดเป็ด (สีชมพู) ยี่ห้อ Tesco loves baby, ยางกัด (สีน้ำเงิน) ยี่ห้อ Playskool baby, ตุ๊กตาพ่นน้ำ, กรุ๊งกริ๊ง (สีน้ำเงิน), ชุดตุ๊กตาไดโนเสาร์, อมยิ้มด้ามยาว, ชุดทำอาหารพลาสติก, ตุ๊กตากระต่าย (สีเหลือง), หุ่นยนต์ซุปเปอร์ฮีโร่, ชุดผลไม้ผ่าครึ่ง และตุ๊กตาช้าง (สีน้ำเงิน) ยี่ห้อ NB Toys

2. ⊗กลุ่มที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. และตรวจไม่พบทาเลต หรือพบแต่ไม่เกิน 0.1
(ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด)

ของเล่นเด็ก
ของเล่นเด็กปลอดสารพิษ (ไม่มี มอก.) ขอบคุณภาพจาก news.thaipbs.or.th

มี 21 ชิ้น ได้แก่ ช้อน (สีแดง), พวงกุญแจม้า (สีเหลือง), ช้าง (สีส้ม), หมี (สีเทา), ไดโนเสาร์ (สีชมพู), ลูกบอลยาง (มีไฟกระพริบ), ลูกบอลยาง, ชุดตักดิน, ตุ๊กตาสัตว์เล็ก, แหวนยาง, ตุ๊กตาหนู (สีม่วง-เทา), แม่เหล็กผีเสื้อ, พวกกุญแจโมชิ (สีชมพู), ยางกัดทรงห่วงกลม, ยางกัดลายแมว, ยางกัดน้ำ fin, ที่กัดเด็ก, ยางกัดยีราฟ (สีเหลือง), ยางกัดรูปหัวใจ (สีแดง-เขียว), ตัวต่อไดโนเสาร์ และรถตักดิน

อ่านต่อ >> “รายชื่อกลุ่มตัวอย่างของเล่นเด็ก
ที่ตรวจพบทาเลตเกินเกณฑ์ที่กำหนด” คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ 6 ที่เที่ยว กิน เล่น เช็กอินเอาใจลูก

ขึ้นชื่อว่าจังหวัดเชียงใหม่ ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยว เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เดินทางไปง่ายไม่ว่าจะขับรถ ขึ้นเครื่องบิน หรือรถไฟ ที่ควรได้พาเจ้าตัวเล็กมาเที่ยวซักครั้งในชีวิตเพื่อเติมประสบการณ์การเดินทางที่จะชวนจดจำและชื่นชอบกันค่ะ มาดูโปรแกรมสองวันกับการ พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ อัพเดทสถานที่เที่ยวพ่วงด้วยกิจกรรมเอาใจลูก แถมให้พ่อแม่เที่ยวเพลิน แฮปปี้กันได้ทั้งครอบครัวกันค่า

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ 6 ที่เที่ยว กิน เล่น เช็กอินเอาใจลูก

#1 Art in Paradise Chiang Mai “พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ” อ.เมือง

ครอบครัวสายอาร์ตต้องพลาดไม่ได้เลยกับการเข้าชมงานศิลปะเก๋ ๆ เป็นภาพจิตรกรรมเสมือนจริงที่จะชวนให้เด็ก ๆ สร้างจินตนาการไปกับภาพวาด 3 มิติ ออกแบบท่าทาง แสดงอารมณ์ ราวกับได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดอย่างสนุกสนาน โดยภาพวาดในพิพิธภัณฑ์ Art in Paradise มีกว่า 130 ภาพ แบ่งออกเป็น 8 โซนใหญ่ ๆ คือ

  • โซนโลกใต้ท้องทะเลรวบรวมสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดรวมทั้งเหล่านางเงือกจัดแสดงในรูปแบบต่างๆ
  • โซนสัตว์ป่าภาพวาดสัตว์ป่าในอิริยาบถต่างๆ
  • โซนคลาสสิกอาร์ต(Classic Art)ภาพวาดของจิตรกรระดับโลกนำมาเพิ่มเติมความสนุกในแบบของ Art in Paradise (Chiang Mai) มีภาพเมืองแถบยุโรปที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่จริง
  • โซนตะวันออกประกอบด้วย ภาพสถาปัตยกรรมทั้งของเกาหลี ไทย และเขมร
  • โซนอียิปต์โบราณเปิดประตูสู่ดินแดนลี้ลับ สัมผัสบรรยากาศแห่งทะเลทรายและสุสานฟาโรห์
  • โซนศิลปะเหนือจริง และสัตว์โลกล้านปีรวบรวมภาพวาดหลากหลายแบบที่ผู้ชมสามารถจินตนาการถ่ายภาพในแบบของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อความสนุกสนาน และเสมือนจริง
  • โซน DINOSAUR สัตว์โลกล้านปี
  • โซนลานนา ประเพณีไทย สนุกสนานไปกับการละเล่นของไทยและชาวเชียงใหม่

ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป มีลูกเล่นให้ครีเอทท่า แอ็คติ้งมันส์ ๆ ถ่ายรูปกันแบบม่วน ๆ ตามจินตนาการกันเลยค่ะ

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ Art in Paradise Chiang Mai
พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ ขอบคุณภาพจากเพจ Art in Paradise Chiang Mai

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ Art in Paradise Chiang Mai

พิกัด : 199/9 ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100
โทรศัพท์ : 053-274 100
วันและเวลาทำการ : ทุกวัน  เวลา 09.00 – 20.30 น. (จำหน่ายบัตรถึงเวลา  19.00 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 120 บาท
FB: artinparadise.cnx

 #2 Brand New Field good  “สะพานฮอมฮัก” อ.หางดง

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ ลองพาเจ้าตัวเล็กมาเดินบนสะพานไม้ไผ่ หรือที่ภาษาเหนือเรียกกันว่า ขัวแตะ” และสัมผัสกับบรรยากาศทุ่งนาข้าวสีเขียว ๆ กันหน่อยมั้ย สะพานฮอมฮัก เป็นสะพานสุดเก๋ที่สร้างผ่านทุ่งนาเขียว ๆ ยาวไปถึงร้านกาแฟ Brand-new field good จากทางเดินก็จะมีกิมมิคน่ารัก ๆ เป็นจุดให้แวะถ่ายรูปสวย ๆ เช่น ศาลาฮอมฮักที่ไว้ห้อยโมบายคู่รักหรือเขียนชื่อตัวเองและครอบครัวไปแขวนไว้คล้ายกับการคล้องกุญแจคู่รักแบบเกาหลี สนุกกับการลอดซุ้มไม้ไผ่ หรือจะลงไปสัมผัสกับทุ่งนาในจุดที่มีทางลงเดิน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งที่ยอดฮิตที่ไม่ว่าใครก็มาเช็กอินกันเลยทีเดียว

พาลูกเที่ยวเชียงใหม่ สะพานฮอมฮัก
พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ สะพานฮอมฮัก

พาลูกเที่ยวเชียงใหม่ สะพานฮอมฮัก

พิกัด : 210  ตำบล บ้านปง อำเภอ หางดง เชียงใหม่ 50230
โทรศัพท์ : 097 978 8456
วันและเวลาทำการ : เปิด 10.00-19.00 น.  เสาร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 หยุดทุกวันอังคาร
ค่าเข้าชม : ฟรี
FB : brandnewfieldgood

#3 เชียงใหม่ไนท์ ซาฟารี อ.หางดง

เที่ยวสวนสัตว์มาหลายที่แล้ว มาถึงเชียงใหม่จะไม่เที่ยว เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ได้ไง สวนสัตว์แห่งนี้เน้นความเป็น Nature Theme Park ให้นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยได้เรียนรู้ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชีวิตสัตว์ป่าที่อยู่ในแถบเอเชีย รวมถึงสัตว์ป่าหายาก เช่น สิงโตขาว ที่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 200 ตัวในโลกเท่านั้น รวมทั้งเสือขาว และอีกหลายชนิดในบริเวณพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 819 ไร่ อาจนับได้ว่าเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยนะ แต่ก็สามารถเข้ามาชมได้ตลอดทั้งวันโดยแต่ละช่วงเวลาก็มีกิจกรรมที่น่าสนใจแตกต่างกัน

ในช่วงเช้า เปิดบริการตั้งแต่ 11.00 น เป็นต้นไป พาเจ้าตัวเล็กไปนั่งรถรางชมชีวิตสัตว์หลากหลายชนิดในโซน Jaguar Trail zone กันค่ะ ซึ่งมีสัตว์ต่าง ๆ กว่า 40 ชนิด เช่น เสือจากัวร์ แมวดาว ฮิบโปแคระ เสือโคร่งขาว ลิงกระรอก อุรังอุตัง และอื่นๆ หรือจะเดินเล่น ๆ ชมสัตว์ป่าขนาดเล็กอยู่รอบบริเวณทะเลสาบ ชมบรรยากาศที่ล้อมรอบไปสวนไม้ป่าและไม้ดอก ตลอดระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร

Day safari ในช่วงบ่าย (15.00 น. – 16.30 น.) กิจกรรมการนั่งรถชมสัตว์กลางวัน รถออกให้บริการทุก ๆ 30 นาที พาเจ้าตัวเล็กนั่งรถชมสัตว์ หรือ tram ride รถลากเปิดโล่งขนาด 50 ที่นั่งที่มีลวดลายของสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ อย่างยีราฟ เสือโคร่ง ม้าลาย เริ่มต้นสร้างความตื่นเต้นให้เด็ก ๆ ได้ไม่น้อยเชียว และยังได้รับฟังคำบรรยายจากมัคคุเทศก์ที่คอยให้ความรู้ไปตลอดทาง รวมถึงได้สัมผัสกับเหล่าสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดด้วย

Night safari เปิดบริการตั้งแต่ 18.30 น. – 22.00 น. ตื่นตาตื่นใจไปกับการนั่งรถชมสัตว์ป่าที่ออกหากินในช่วงเวลากลางคืน พร้อมกับคำบรรยายที่จะทำให้เราเข้าใจถึงวิถีสัตว์ป่ามากขึ้น เข้าไปชมสัตว์ในโซน Savanna Safari อาณาจักรของผู้ถูกล่า เป็นส่วนแสดงสัตว์กินพืช สัตว์กีบ และสัตว์แอฟริกาที่หาชมได้ยาก สัตว์ประเภทที่ไม่มีอันตรายมากนัก เช่น ช้าง ยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปโปเตมัส กระทิง แรดขาว เลียงผา ละมั่ง และจามรี ฯลฯ การชมสัตว์ในโซนนี้จะเป็นการเดินทางด้วยรถเปิดโล่งเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้อย่างเต็มที่ Predator Prowl เข้าสู่โซนเขตพื้นที่ของผู้ล่าที่ดุร้ายผสมกับการนำสัตว์ผู้ถูกล่ามาไว้ในโซนนี้ อาทิเช่น แร้งดำหิมาลัย หมีควาย เสือโคร่ง เสือโคร่งขาว สิงโต ไฮยีน่า เป็นต้น

นอกจากชมสัตว์แล้ว ภายในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังมีโซนสวนสนุกให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกกันอีกด้วย รวมถึงการแสดงต่าง ๆ ที่จัดออกมาเป็นรอบ ๆ เช่น  การแสดงเสือโคร่งขาวและสิงโต, การแสดงช้างแสนรู้, การแสดง safari dancing show, การแสดง Night Safari activities parades, การแสดงนักล่าแห่งรัตติกาล เป็นต้น ถือว่าเป็นสถานที่สำหรับครอบครัวที่จะพาเจ้าตัวเล็กให้ได้ความรู้และความเพลิดเพลินเต็มอิ่มได้ตลอดทั้งวันไปเลยค่ะ

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี
พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ ขอบคุณภาพจากเพจ เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

พาลูกเที่ยว เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี

พิกัด : 33 หมู่ 12 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230
โทรศัพท์ : (053) 999000
วันและเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน  11.00 น. – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : นั่งรถชมสัตว์กลางวัน ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก (ส่วนสูง 100-140 ซม.) 100 บาท / นั่งรถชมสัตว์กลางคืน ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
เด็กส่วนสูงไม่ถึง 100 ซม. เข้าฟรี
ผู้สูงอายุมีอายุเกิน 60 ปี ขึ้นไป ลด 50% (เเสดงบัตรประจำตัวประชาชน)
ผู้ทุพพลภาพ เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
พระภิกษุ-สามเณร เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
FB : chiangmainightsafarifanclub

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 6 ที่เที่ยวเชียงใหม่ กิน เล่น เช็กอินเอาใจลูก  คลิกหน้า 2

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก

โหลดฟรี! 100 นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก อ่านให้ลูกฟังทุกคืนมีแต่ได้กับได้

คุณพ่อคุณแม่ทราบมั้ยค่ะ การอ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกคืนตั้งแต่เล็ก ๆ เสมือนเป็นยาวิเศษที่ส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกได้มากมาย วันนี้ Amarin Baby & Kids ได้เตรียม นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก มาให้คุณพ่อคุณแม่โหลดฟรีไว้อ่านให้เจ้าตัวเล็กฟังกันค่ะ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาได้แนะนำว่า “การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นวิธีปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านอย่างได้ผลที่สุด ควรเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก จะอ่านเวลาใดก็ได้ แต่เวลาที่เหมาะที่สุดก็คือก่อนเข้านอน” ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับลูกที่ง่ายและได้ผลดี ขอแค่พ่อแม่มีเวลาให้ลูก

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือให้ลูกฟังมีแต่ได้กับได้

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก

#ได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่

การอ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนอย่างน้อยที่สุดวันละ 15 นาที ถือเป็นช่วงเวลาทองที่แสนสุขสำหรับเจ้าตัวเล็กที่จะมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่ ได้เห็นหน้า ได้ฟังน้ำเสียง ได้แตะเนื้อต้องตัวจากการโอบกอด สร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นมากขึ้นระหว่างคุณกับเจ้าตัวน้อยไปจนโต ซึ่งสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นใน 3 ขวบปีแรกจัดเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่จะทำหน้าที่ปลูกฝังพื้นฐานชีวิตของเด็ก ๆ ให้อยู่ในเส้นทางที่ดี สร้างตัวตนที่แข็งแรง ช่วยรั้งไม่ให้ลูกทำอะไรออกนอกลู่นอกทางและส่งเสริมพัฒนาการดี ๆ อีกหลายเรื่องในอนาคต

#ได้เสริมสร้างพัฒนาการด้านจิตใจ

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก ในช่วงปฐมวัยส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยในดินแดนต่าง ภูเขา ใต้น้ำ ใต้ดิน อวกาศ สัตว์น้อย เทพนิยาย สิ่งมหัศจรรย์ ฯลฯ และเนื้อหาที่มีทั้งความสุข เสียใจ ความรัก ทั้งด้านบวกและลบ หลังจากอ่านให้ลูกฟังแล้วคุณแม่สามารถสอนลูกให้เข้าใจเรื่องจากในนิทาน เพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นจริง การอ่านนิทานก่อนนอนคือ การสร้างเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง

#ได้เสริมสร้างพัฒนาการด้านสติปัญญาและภาษา

แม้เจ้าตัวน้อยยังอ่านหนังสือไม่ได้ในตอนนี้ แต่การอ่านหนังสือให้ลูกฟังจะทำให้ลูกได้เรียนรู้กับชุดคำศัพท์มหาศาลจากภาพที่มองตามและน้ำเสียงตามจังหวะจะโคนที่คุณแม่เล่า เพิ่มความสนุกสนาน น่าสนใจ อ่อนโยน ซึ่งผลลัพธ์ของการอ่านนิทานก่อนนอนจะช่วยให้สมองของลูกมีวงจรประสาทนับล้านที่เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง เกิดการกระตุ้นวงจรประสาทในสมองให้ทำงาน ทำให้เกิดความคิด จินตนาการที่มากมายไร้ขีดจำกัด ด้วยกระบวนการนี้สมองของเด็กจะพัฒนาความสามารถในการคิด รู้จักการอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามพ่อแม่ ได้คุ้นเคยกับสัญลักษณ์ตัวอักษรต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อทักษะการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ นอกจากนี้เมื่อเจ้าตัวเล็กเอื้อมมือไปชี้ จับ ฉีกหนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านอยู่ถือว่าเป็นการตอบสนองของพัฒนาการด้านสมองและทักษะการเคลื่อนไหวที่ดี ยิ่งกระตุ้นให้ลูกฟัง อยากรู้อยากเห็น ชวนคิดชวนถามมากเท่าไหร่ สมองของลูกก็จะพัฒนามากขึ้นเท่านั้น

#ลูกได้เรียนรู้จากการฟังและการดู

นิทานก่อนนอนมีเรื่องราวที่สร้างจินตนาการไปพร้อมกับภาพประกอบสวย ๆ ซึ่งจะทำให้ลูกได้เรียนรู้คู่ขนานไปกับโลกเสมือนจริงในนิทานไปด้วยว่า สิ่งนี้คืออะไร เรียกว่าอะไร หน้าตาอย่างไร สถานที่อะไร รวมถึงเรื่องราวใกล้ตัว เช่น ร่างกายของเรา สัตว์ สิ่งของ รูปทรง ฯลฯ ที่จะช่วยให้ได้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีได้จากการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

#ได้สร้างวินัยการนอนสำหรับลูก

กิจกรรมการอ่านหนังสือก่อนนอนถือเป็นการส่งสัญญานให้เจ้าตัวเล็กได้รับรู้ว่านี่คือเวลาเข้านอน คุณแม่ควรเลือกอ่าน นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  มีเนื้อหาสบาย ๆ ไม่กระตุ้นให้ลูกตื่นตัวในตอนนี้ เพื่อเป็นการเข้าสู่ภาวะการนอนหลับได้อย่างสบาย ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีและมีพัฒนาการที่ดีตามมา

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก

โหลดฟรี !! 100 นิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก อ่านให้ลูกฟังทุกคืนมีแต่ได้กับได้

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 1-10 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 11-20 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 21-30 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 31-40 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 41-50 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 51-60 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 61-70 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 71-80 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 81-90 คลิก!

นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเรื่องที่ 91-100 คลิก!

จะเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างไรดี

  • สร้างบรรยากาศก่อนนอนให้ลูกด้วยการเปิดไฟที่สว่างพอควรแต่ไม่สว่างจนเกินไปในขณะอ่านหนังสือ
  • เลือกหนังสือนิทานที่เหมาะสมกับวัยของลูก
  • อ่านหนังสืออย่างน้อย 15-30 นาทีกับลูก 5-7 วันต่อสัปดาห์
  • พ่อกับแม่ควรสลับกันอย่างเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ให้เท่ากันและได้บรรยากาศที่แตกต่างกันของโทนเสียง
  • ไม่จำเป็นต้องอ่านนิทานตามเรื่อง อาจเล่าเติมแต่งตามที่พ่อแม่เห็นสมควร

นอกจากอ่านหนังสือให้ลูกฟังในช่วงเวลาก่อนนอนแล้ว การปลูกฝังให้ลูกเป็นเด็กรักการอ่าน คุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านหนังสือให้ลูกฟังในเวลาใดก็ได้ หรืออ่านหนังสือเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น นั่งอ่านใกล้ ๆ ในเวลาที่ลูกเล่น เสียสละเวลาให้ลูกไม่กี่นาทีจะมีผลต่อทักษะการอ่าน การเรียนรู้ เช่น ภาษา การคำนวณ การคิด ในอนาคตของลูกได้ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณพ่อคุณแม่จะค้นพบได้จริงมากกว่าในนิทานซะอีก!

ข้อมูลอ้างอิงจาก : www.rakjakjai.cominsthinklearningwww.honestdocs.co

อ่านต่อบทความอื่นที่น่าสนใจ คลิก:

5 นิทานคุณธรรม ปลูกฝังให้ลูกทำดีได้ตั้งแต่เล็ก!

12 นิทานอีสป เน้นข้อคิด! “สอนลูกให้ฉลาดทันคน รู้จักเอาตัวรอด”

รวม 8 นิทานเจ้าหญิง ยอดนิยม ไว้เล่าให้ลูกสาวฟังก่อนนอน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน

แจกสูตร! 10 เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน ลูก10เดือนกินอะไรได้บ้าง?

ลูก10เดือนกินอะไรได้บ้าง ตามมาดู 10 สูตร เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน ช่วยให้ลูกกินง่าย กินอร่อย เน้นสารอาหารเพื่อร่างกายเจริญเติบโต แถมขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จะมีเมนูใดบ้าง ตามไปดูกันเลย

แจกสูตรน่าหม่ำ 10 เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน โดยเฉพาะ!

สำหรับเรื่องอาหารการกินของ ลูกวัย 10 เดือน คุณแม่อาจมีข้อสงสัยและเจอปัญหาที่ว่า ลูก 10 เดือน กิน ข้าว แบบ ไหน หรือ ทำอย่างไรดี ลูก 10 เดือน เบื่ออาหาร … หากคุณแม่กำลังกังวลเรื่องเหล่านี้อยู่ ควรจะต้องรู้ถึง พัฒนาการลูกน้อยวัย 10 เดือน ก่อนค่ะ เพราะเมื่อลูกอายุเข้า 10 เดือนเป็นต้นไป เขาจะไม่ต้องการให้พ่อแม่คอยป้อนอาหารให้ แต่อยากกินอาหารด้วยตัวเอง โดยเด็กแต่ละคนจะไม่กินข้าวมากน้อยแตกต่างกันไป

ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เมื่อลูกอายุครบ 1 ปี จะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหาและหยิบอาหารต่าง ๆ มากินได้เอง ลักษณะดังกล่าวจัดเป็นสัญชาตญาณ ที่ช่วยป้องกันตัวเองไม่ให้รับประทานอาหารที่มีสารพิษหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายเข้าไป ส่วนใหญ่แล้ว พฤติกรรมลูกไม่ยอมกินข้าวนั้น จะไม่เกิดขึ้นนาน และหายไปเองได้โดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์

พัฒนาการและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกิน เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน

สำหรับเรื่องพัฒนาการและพฤติกรรมการกินของลูกวัย 10 เดือน เขาจะสามารถใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ได้ดี อีกทั้งยังสามารถใช้ช้อน ป้อนข้าวตัวเองได้บ้างแล้ว จึงควรฝึกให้ลูกหยิบอาหารกินเอง แต่เริ่มจากอาหารนิ่มก่อน ต้องระวังอย่าให้อาหารจำพวกเม็ดเพราะอาจทำให้ติดคอได้

ทั้งนี้ ลูกวัย 10 เดือน ยังมีฟันขึ้นหลายซี่แล้วด้วย นั่นจึงทำให้ลูกสามารถขบเคี้ยวได้เก่งขึ้น นอกจากนี้ลูกยังเริ่มเรียนรู้ในการทิ้งของและอาหารลงพื้น ทั้งนี้ก็ยังเริ่มถือถ้วยกินข้าวได้ พร้อมส่งเสียงและขยับตัวระหว่างมื้ออาหารได้มากขึ้น ทั้งนี้การกระตุ้นให้ลูกวัยนี้กินข้าวเอง จึงควรเน้นเมนูที่ใช้มือหยิบอาหาร ส่วนลักษณะความหยาบของอาหารคือให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก

อาหารตามวัย10เดือน ลูก 10เดือนกินข้าวกี่มื้อ

ในวัยนี้ลูกยังต้องกินนมแม่อยู่ หากเป็นนมผสม ควรให้ครั้งละ ประมาณ 6-8 ออนซ์ จำนวน 3-5 มื้อต่อ 24 ชม. อาหารที่ให้ลูกทานต้องครบ 5 หมู่ กินวันละ 3 มื้อ (ข้าวสวยหุงนิ่ม 5-6 ช้อน) แต่ต้องไม่มีการปรุงแต่งรสชาติ แต่การกินอาหารเสริมจะต้องมีปริมาณเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูก และสำหรับลูกวัย 10 เดือนขึ้นไป คุณแม่ไม่จำเป็นต้องทำพิเศษ ให้แบ่งจากของผู้ใหญ่เองไปได้ แต่ต้องไม่เผ็ดและไม่ปรุงรสจัดเกินไป (บางเมนูที่ลูกน้อยสามารถกินได้อาจมีเกลือหรือซีอิ๊วเพื่อปรุงรสนิดหน่อยได้) ซึ่งถ้าอาหารที่ให้มีทั้งแป้ง ผัก เนื้อ ถั่ว ก็ไม่ต่อห่วงว่าลูกจะขาดสารอาหาร

เมื่อรู้ว่าลูกวัย 10 เดือนสามารถกินอะไร อย่างไรได้บ้างแล้ว แต่ก็มีแม่ๆ หลายคนที่อาจมีคำถามว่า แล้วจะทำเมนูอะไรให้ลูกกินดี … ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน ทั้งสูตรและวิธีทำสุดง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยากมาฝาก จะมีอะไรบ้าง…ตามมาดูกันเลยค่ะ

รวม 10 สูตร 10 เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน โดยเฉพาะ!

เมนูข้าวต้มทรงเครื่อง เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน

เมนูอาหารเด็ก 10 เดือน

ใช้เวลาในการเตรียม 5 นาที ปรุง 15 นาที

ส่วนผสม (สำหรับ 2-3 ที่)

  • ข้าวกล้องหุงสุก 1 ถ้วย
  • เผือกต้มสุก ¼ ถ้วย
  • แห้วต้มสุก ¼ ถ้วย
  • ตะไคร้บุบ 1 ต้น
  • น้ำซุป 2 ½ ถ้วย
  • เนื้อปลานิลหั่นชิ้นเล็ก ½ ถ้วย
  • ขิงซอย
  • เกลือป่นและซีอี๊วขาวสำหรับปรุงรส

วิธีทำ

  1. หมักปลานิลกับซีอี๊วและขิงซอยไว้ประมาณ 30 นาที
  2. ต้มน้ำซุปในหม้อให้เดือด ใส่ตะไคร้ ข้าวกล้อง เผือกและแห้ว ต้มรวมกันให้ข้าวบานดี ปรุงรสด้วยเกลือและซีอี๊วตามชอบ ปิดไฟพักไว้ ตักใส่ชามเสิร์ฟ
  3. นำปลานิลที่หมักไว้ไปจี่ในกระทะ Non-Stick ให้พอสุก ตักโรยหน้าข้าวต้ม

 

อ่านต่อหน้า 2 >> กับ 9 เมนูเด็ก 10 เดือน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ต้องกระตุ้นอย่างไร? ให้ลูกแข็งแรงสมวัย

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ลูกจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือสามารถทำอะไรได้บ้าง และมีสิ่งใดต้องระวังไหม คุณพ่อคุณแม่จะต้องส่งเสริมหรือกระตุ้น พัฒนาการทารก 3 เดือน อย่างไร ตามไปดูกันเล้ย

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ลูกมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

เผลอแป๊บเดียว… ลูกอายุ 3 เดือน แล้ว เพราะ พัฒนาการทารก 3 เดือน แรกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยสังเกต และเข้าใจพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยให้ดี …เพราะทารกช่วงแรกเกิดถึง 1 ปี ถือเป็นก้าวแรกสำคัญของการเจริญเติบโตของเด็ก ซึ่ง เด็ก 3 เดือน จะเริ่มจดจำเสียงพ่อแม่ได้แล้ว และจะเริ่มเรียนรู้สิ่งรอบตัวได้มากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ถึงเรื่องพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกวัยนี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารทางด้านสายตา การฟังเสียง อารมณ์ และจิตใจ …ดังนั้นตามมา เช็คพัฒนาการเด็ก 3 เดือน จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง และจะต้องส่งเสริม พัฒนาเด็ก 3 เดือน อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านการเจริญเติบโตทางร่างกาย

  • สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มากนัก
  • เมื่อนอนคว่ำ จะชันคอได้นานขึ้น แต่ยังไม่สามารถยกตัวได้
  • เมื่อนอนหงาย ยกแขนยกขาขึ้นพร้อมกันได้ เริ่มคว้าสิ่งของเข้าหาตัวได้

สำหรับลูกน้อยวัย 3  เดือน จะเริ่มบังคับกล้ามเนื้อคอได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ลูกจะให้ความสนใจกับมือตนเองเป็นพิเศษ เช่น จ้องมือตัวเองบ่อยๆ เอามือเข้าปาก กุมมือตัวเอง เหมือนกับมือเป็นของเล่นชนิดใหม่ที่มีการเคลื่อนไหว มีความแปลกใหม่ ในส่วนของกล้ามเนื้อตาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยทำให้ทารกรู้จักมองตามวัตถุ ฉะนั้นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและมองชัดเจนที่สุดก็คือมือตัวเอง และ พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ช่วงนี้ลูกจะสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของมือและเท้าได้ ซึ่งจะเริ่มเอื้อมคว้าสิ่งต่างๆใกล้มือแม้จะยังจับไม่ได้ หากคุณพ่อคุณแม่จับลูกยืนเขาจะทำท่าเหมือนกระโดดจั๊มขาคู่

Must read : กิจกรรมเล่นกับลูก เสริม พัฒนาการทารก 3 เดือน

ทั้งนี้ พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ลูกอาจจะเริ่มตัวสูงขึ้นและผอมบางลง ซึ่งนั่นไม่ใช่ว่าลูกได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ที่ไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะเป็นช่วงที่กระดูกและกล้ามเนื้อของลูกกำลังเติบโตและแขนขาของลูกตอนนี้คลายออกได้มากขึ้น โดยในส่วนของเด็กชาย มีน้ำหนัก 4.8-6.4 กก. ส่วนสูง 55-62 ซม. ส่วนเด็กผู้หญิง จะมีน้ำหนักประมาณ 4.4-6 และมีส่วนสูงอยู่ที่ 54-62

อย่างไรก็ตาม น้ำหนักของเด็กชายและเด็กผู้หญิงอาจมีค่าเฉลี่ยต่างไปจากข้างต้นเล็กน้อย เนื่องจากเด็กชายนั้นจะมีแนวโน้มน้ำหนักมากกว่าผู้หญิงไปจนถึงอายุ 5 ปี ก่อนที่อัตราการเพิ่มของน้ำหนักเด็กจะเริ่มปรับเปลี่ยนอีกครั้ง

Must read : โปรแกรมคำนวณภาวะโภชนาการ เช็กน้ำหนักส่วนสูง ความสมส่วนของลูก

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน

การกินของเด็กวัย 3 เดือน

ทารก 3 เดือน จะเริ่มดูดนมแม่เก่งมากขึ้น และอาจดูเหมือนหิวบ่อยเพราะเข้าสู่ช่วงโตเร็วอีกครั้ง ซึ่งนมแม่ยังคงเป็นอาหารหลักที่ให้สารอาหารที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับลูก ทั้งนี้คุณแม่ควรปั๊มหรือให้ลูกดูดนมให้หมดเป็นเต้าไป เพราะลูกจะได้ทั้งหัวน้ำนมใสๆ และน้ำนมท้ายเต้า นั่นก็เพื่อช่วยลดอาการท้องอืดและแหวะนม

การนอนทารก 3 เดือน

เมื่อลูกอายุได้ 3 เดือนแรก จะนอนเพียง 15 ชั่วโมงต่อวัน โดยคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ ลูกจะเริ่มนอนกลางวันสั้นลง เพียง 1-2  รอบ ๆ ละ 1-2 ชั่วโมง และนอนกลางคืนจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 5-4 ชั่วโมง หรือนอนยาวตลอดถึงเช้า

ทั้งนี้คุณแม่ยังสามารถเริ่มฝึกให้ลูกน้อยช่วงวัย 3 เดือนนี้ให้รับรู้ถึงช่วงเวลากลางวันและกลางคืนได้แล้ว โดยการสร้างความเข้าใจให้ลูกรู้ว่า ช่วงเวลาใดเป็นเวลานอน ช่วงเวลาใดเป็นเวลาที่ต้องทำกิจกรรม การฝึกฝนเช่นนี้จะลดความเหนื่อยล้าให้กับคุณแม่ลงได้นั่นเองค่ะ

Must read : พ่อแชร์เทคนิคดี๊..ดี ฝึกลูกนอนเอง นอนยาว แบบ “Cry it out”

 

อ่านต่อ >> “พัฒนาการทักษะ 5 ด้านของลูกวัย 3 เดือน
และวิธีส่งเสริมพัฒนาการให้เป็นไปตามวัย” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ เลือกซื้ออย่างไรให้ลูกเล่น เสริมความฉลาด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ของเล่น” เป็นของคู่กันกับเจ้าตัวน้อยมาตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ว่าได้ ในแต่ละช่วงก็วัยก็มีของเล่นสำหรับลูกที่แตกต่างกันไป สำหรับ ของเล่น เด็ก 5 ขวบ ที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจกำลังลังเลอยู่ว่า จะเลือกซื้อของเล่นให้ลูกอย่างไร เพื่อให้ลูกรักมีพัฒนาการที่ดีและฉลาดสมวัย

เด็กในช่วงวัย 5 ขวบเริ่มเป็นวัยที่เข้าใจสิ่งต่างได้ดีขึ้น และในวัยนี้อาจเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็ว เริ่มที่จะเรียนรู้การเข้าสังคมเล่นกับเด็กคนอื่นได้ง่ายขึ้น รวมถึงสามารถเข้าใจกฎกติกา และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ เลือกอย่างไรให้ลูกเล่นแล้วเสริมความฉลาด

สำหรับ ของเล่น เด็ก 5 ขวบ นั้นมีการออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเล่นร่วมกันเป็นกลุ่มหรือตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป รูปแบบของเล่นก็มีหลายประเภท เช่น มาในรูปแบบของการแก้ไขปริศนาต่าง ๆ การคิดวิเคราะห์ หรือของเล่นเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ซึ่งสำหรับเด็กวัย 5 ขวบแล้ว สิ่งที่ได้จากการได้เล่นเกมหรือของเล่นเสริมพัฒนาการ จะเป็นการสนองพัฒนาการด้าน IQ และ EQ (การควบคุมอารมณ์ สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น) มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้เด็ก ๆ ได้รู้จักการแก้ปัญหาสามารถกล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกตามลำดับ นอกจากนี้ “การเล่น” ยังส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักภาวะการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีได้อีกด้วย

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ
ของเล่น เด็ก 5 ขวบ

5 เคล็ดลับในการเลือกซื้อของเล่นวัย 5 ขวบ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและความฉลาดของลูก

ปัจจุบันมีของเล่นเป็นตัวเลือกมากมายในท้องตลาด แต่สำหรับลูกในวัย 5 ขวบที่ไม่ใช่เบบี๋อีกต่อไป ของเล่นสำหรับเด็กวัยนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานสำหรับทักษะและพัฒนาการหลายอย่าง ก่อนที่คุณแม่จะเลือกซื้อของเล่นให้ลูกลองพิจารณาตามนี้ดูค่ะ

#1 เลือกของเล่นโดยสังเกตจากความชอบของลูก ความสนใจในตัวละครอะไรที่เขาโปรดปราน เช่น ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ ไดโนเสาร์ หุ่น่ยนต์ เจ้าหญิง ทหาร ฯลฯ สังเกตดูว่าลูกสนใจจริง ๆ หรือไม่ ถ้าลูกไม่ชอบของเล่นที่ซื้อมาก็อาจจะไม่มีประโยชน์

#2 เลือกของเล่นเสริมพัฒนาการ สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามทักษะที่ลูกสามารถเรียนรู้จากการเล่นของเล่น เช่น ทักษะความจำ ทักษะ STEM (วิทยาศาสตร์-Science เทคโนโลยี-Technology วิศวกรรมศาสตร์-Engineering และคณิตศาสตร์-Mathematics) ทักษะการเล่นกีฬา ทักษะทางดนตรี ทักษะทางด้านภาษา ทักษะศิลปะ ทักษะการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหา ดังนั้นคุณแม่ลองเลือกซื้อของเล่นสำหรับเสริมทักษะเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ทักษะของลูก ก็ช่วยเสริมพัฒนาการให้ลูกรักได้พร้อมกับความชอบและสนุกด้วย

บทความแนะนำที่เกียวข้อง : 20 ของเล่นเสริมพัฒนาการลูก ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ

#3 เลือกของเล่นเสริมจินตนาการ ของเล่นประเภทนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เช่น ชุดอุปกรณ์ Do-It-Yourself (DIY) ซึ่งช่วยให้เด็กสร้างของเล่นของตัวเอง ชุดหุ่น DIY ชุดเครื่องประดับ ชุดเครื่องมือช่าง ชุดงานฝีมือประเภทอื่น ๆ หรือชุดอาชีพกับบทบาทสมมติที่ครีเอทขึ้นมาเอง เป็นต้น ของเล่นประเภทนี้ยังช่วยเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของลูกอีกด้วย

#4 เลือกของเล่นที่สามารถใช้ได้หลายแบบ ของเล่นประเภทนี้จะช่วยให้ลูกมีสมาธิในการเล่น เพราะสามารถเปลี่ยนรูปทรงหรือใช้ได้หลายแบบ เช่น ชุดการก่อสร้างที่สามารถใช้ในการสร้างโครงสร้างใหม่ทุกครั้ง แป้งโดว์ที่สามารถใช้และนำกลับมาใช้ปั้นในรูปแบบที่แตกต่างกัน แม้แต่ของเล่นที่เรียบง่ายและราคาไม่แพง เช่น หุ่นทหาร สัตว์ขนาดเล็ก ชุดเมืองจำลอง สวนสัตว์จำลอง เลโก้ ฯลฯ ของเล่นประเภทนี้นอกจากให้ลูกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอนแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกรอบตัวเพิ่มเติมให้ลูกได้ หรือแม้แต่ของเล่นเครื่องดนตรี เช่น เปียโนขนาดเล็ก กลองชุดขนาดเล็ก อูคูเลเล่ ฯลฯ ถ้าลูกมีความสนใจก็สามารถสนับสนุนให้ลูกเรียนดนตรีเพื่อส่งเสริมพัฒนาการดี ๆ ต่อไปได้

ของเล่น เด็ก 5 ขวบ

#5 เลือกของเล่นให้เหมาะสมกับอายุ ของเล่นทุกชิ้นมีจุดจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้กับวัยเด็กของลูก ดังนั้นแม้จะเป็นของที่คุณแม่เลือกให้ก็ควรให้ลูกได้เล่นอย่างสนุกสนานและไม่เครียดหรือน่าเบื่อ เช่น จิ๊กซอว์สำหรับเด็ก 5 ขวบควรมีจำนวน 8 – 12 ชิ้น ควรเริ่มจากรูปแบบง่าย ๆ ภาพชัดเจน มีลวดลายน้อย เพื่อให้ลูกสามารถฝึกกระบวนการคิดและส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมวัย เป็นต้น

#6 เลือกของเล่นที่หลากหลายเหมาะกับพัฒนาการ เด็ก ๆ ควรได้รับประโยชน์จากของเล่นหลากหลายชนิด เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาและทักษะในหลายด้าน เช่น ทักษะทางกายภาพ ความคิด ภาษา สมาธิ อารมณ์และสังคม ฯลฯ การได้เล่นของเล่นหลายรูปแบบจะช่วยกระตุ้นพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้

บทความแนะนำที่เกียวข้อง : การเลือกของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

#7 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของเล่นที่ปลอดภัย เช่น ของเล่นสำหรับเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงของเล่นที่เด็กสามารถกลืนและหายใจไม่ออก สำหรับเด็กโตควรตรวจสอบว่าของเล่นออกแบบมาสำหรับเด็กในวัยนี้ มีความทนทาน และไม่มีข้อบกพร่องทางกลไก เป็นต้น

บทความแนะนำที่เกียวข้อง : 5 หลักการเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ปลอดภัยจากสารเคมี

จะเห็นว่าการเลือกของเล่น ให้กับลูกวัย 5 ขวบไม่ยากเลยค่ะ แค่เลือกในสิ่งที่ลูกชอบและดูให้เหมาะสมตามวัย แต่ก่อนที่จะมอบของเล่นซักชิ้นให้ลูกควรอธิบายวิธีการเล่นหรือร่วมเล่นไปกับลูกด้วย เลือกของเล่นที่สังเกตความปลอดภัยและวิธีการเล่นจากข้างกล่อง ก็จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกมีความสุขกับของเล่นตรงหน้า รวมถึงได้ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ สร้างพัฒนาการที่ดี และมีส่วนเสริมความฉลาดให้กับเจ้าตัวเล็กต่อไปในอนาคต ที่สำคัญเวลาทองในการเ่ล่นของลูกไม่ใช่การปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว แต่การมีพ่อแม่มาเล่นเป็นเพื่อนก็จะช่วยส่งเสริมความฉลาด และพัฒนาการที่ดีในหลาย ๆ ด้านให้กับลูกได้ด้วยนะคะ.

ข้อมูลอ้างอิง : www.raisesmartkid.comwww.parentcircle.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ลูก 5 ขวบ อ่านหนังสือไม่ได้ ทำไงดี? มาช่วยลูกให้ “อ่านออก” กัน

รู้ทัน! พัฒนาการ เด็ก 5 ขวบ ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นแล้วนะ

พลังที่ซ่อนอยู่ใน ของเล่นไม้ กระตุ้นประสาทสัมผัส สร้างจินตนาการจากธรรมชาติ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี 7 ข้อที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนเลือกโรงเรียนแรกให้ลูก

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี การเลือกโรงเรียนให้กับลูกรัก เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมากสำหรับคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องมองหาโรงเรียนอนุบาลเพื่อตอบโจทย์และสร้างสภาพแวดล้อมเชิงบวกให้กับลูกในวัยเริ่มต้นการเรียน การเลือกโรงเรียนแรกให้ลูกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงหลายสิ่งก่อนตัดสินใจส่งลูกเข้าเรียน

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี 7 ข้อที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนเลือกโรงเรียนแรกให้ลูก

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี
โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี

#1 พิจารณาโรงเรียน ค้นหาข้อมูลและลงสำรวจพื้นที่

โรงเรียนอนุบาลเปรียบเสมือน “บ้าน” หลังที่สองของลูก การเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมสำหรับเจ้าตัวน้อย จึงต้องตอบโจทย์ของคุณพ่อคุณแม่หลายอย่างด้วย อาทิเช่น ค่าเทอม สถานที่ ชั่วโมงเดินทางรับส่ง ฯลฯ เมื่อตัวเลือกแคบลงตรงกับความต้องการจนเหลือโรงเรียนอนุบาลสองสามแห่งเป็นตัวเลือก ลองกำหนดวันเพื่อนัดหมายขอเยี่ยมชมโรงเรียน โดยครั้งแรกนั้นอาจจะยังไม่พาเจ้าตัวน้อยไปด้วยเพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้มีเวลาสังเกตและพูดคุยสอบถามกับอาจารย์ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรทำก่อนตัดสินใจเลยนะคะ

#2 พิจารณาถึงครูผู้สอน

การเลือกโรงเรียนให้ลูก ครูอนุบาลที่ใจดีรักเด็กที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะส่งผลทำให้เด็ก ๆ มีชีวิตชีวา ครูต้องแสดงถึงความใส่ใจและความสนใจต่อเด็ก ๆ อย่างแท้จริง คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ในขณะที่มีโอกาสได้เดินชมการเรียนการสอนในวันที่เข้าเยี่ยมชมโรงเรียน สังเกตเห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ และได้ยินเสียงหัวเราะในห้องเรียน ระหว่างครูกับนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีโต้ตอบกัน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีสำหรับการตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้ลูกได้

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี

#3 พิจารณาหลักสูตรการเรียนการสอน

หลักสูตรก่อนวัยเรียนควรมุ่งเน้นไปที่เด็กรอบรู้ การเรียนรู้ของเด็กอนุบาลคือเกิดขึ้นได้โดยผ่าน “การเล่น” สิ่งนี้สำคัญมาก ๆ ดังนั้นโปรแกรมการเรียนการสอนจึงควรสอดแทรกไปกับความสนุก เมื่อเด็กรู้สึกถึงความสุข การเรียนรู้ทุกอย่างก็จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนว่าตรงกับความต้องการ และเหมาะสมกับเจ้าตัวน้อยหรือไม่ ตารางเรียนของเด็กวัยนี้ควรเป็นกิจกรรมที่สมดุลกัน ครูสามารถปรับหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของนักเรียนและความเหมาะสมในแต่ละวันได้ ทั้งในห้องเรียนสำหรับการเรียนรู้ทางวิชาการ ดนตรี ศิลปะ การทดลองวิทยาศาสตร์ และการทำงานร่วมกันกลุ่ม ฯลฯ การเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการเล่น ออกกำลังกาย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการในทุก ๆ ด้านของเด็กวัยนี้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการศึกษาระดับต่อไปได้

#4 พิจารณาความปลอดภัย ความสะอาด ภายในห้องเรียน

โรงเรียนควรมีมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีในการป้องกันเด็ก แผนฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด มาตรการทำความสะอาดห้องเรียนอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้และของเล่นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค การดูแลกรณีเด็กที่ป่วยมีห้องพยาบาลพร้อมแยกห้องออกจากเด็กปกติก่อนที่จะโทรตามผู้ปกครองมารับ รวมถึงความปลอดภัยและความสะอาดภายในโรงอาหาร ห้องน้ำ สนามเด็กเล่น เป็นต้น

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ 7 ข้อก่อนเลือกโรงเรียนแรกให้ลูก คลิกหน้า 2

ยิ่งลูกกินยาก แม่ยิ่งต้องเลือก

  • ลูกกินยาก เป็นหนึ่งในปัญหาหนักใจของหลายๆ ครอบครัวเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อถึงวัยที่ต้องเริ่มรับประทานอาหาร อาจไม่ใช่กับเด็กทุกคนที่จะเจริญอาหาร ยิ่งโดยเฉพาะลูกที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต ดังนั้นเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มีแนวทางในการแก้ไขปรับพฤติกรรม “ลูกกินยาก” ไม่ให้ขาดสารอาหาร และเติบโตได้สมวัย เรามีคำแนะนำจากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก มาฝากกันค่ะ

 

ลูกกินยาก ทำไงดี ?

เพราะเรื่องอาหารการกินของลูกน้อยเป็นส่วนสำคัญ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญาของลูกน้อย ยิ่งเด็กกินยาก เหล่าคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ต้องเติมสารอาหารให้เขาได้ประโยชน์ และถูกใจลูกน้อยมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้คุณแม่แฮปปี้!!

เด็กกินยาก

“ช่วง 5 ปีทองของสมองลูก อาหารมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งในแง่เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท การพัฒนาเส้นใยประสาท ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งทางกาย พัฒนาการ การเรียนรู้ และสติปัญญา ส่วนสำคัญของการเรียนรู้ คือ เปิดโอกาสให้เด็กวัยนี้ ได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆนอกบ้าน ต้องเตรียมความพร้อมให้เขาตลอดเวลา ดังนั้น เด็กควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ จากอาหารหลัก 3 มื้อ และเสริมนมวัวรสจืด 2 กล่องต่อวัน หากลูกมีปัญหาพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารได้ไม่หลากหลาย อาจทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกรดไขมันจำเป็น เช่น ดีเอชเอ โอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสมองและการมองเห็น ดังนั้น นมที่เสริมสารอาหาร เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยให้ลูกได้สารอาหารที่สำคัญเพิ่มอย่างเพียงพอ”.พญ. สุชาอร แสงนิพันธ์กูล ​กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก กล่าว

ไวเอท นิวทริชั่น (Wyeth Nutrition) ผู้ค้นคว้าและวิจัยในเรื่องสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มากว่า 100 ปี ครั้งแรกของไวเอท นิวทริชั่น กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นม S-26 Gold Progress UHT นมยูเอชทีเสริมสารอาหาร (Fortified UHT Milk) ในประเทศไทย ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Fully Automation ที่ทันสมัย จึงมั่นใจในคุณภาพทุกกล่อง เพื่อต่อยอดจากผลิตภัณฑ์นมผงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ Gen Y ที่ใส่ใจเลือกโภชนาการสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ ในรูปแบบนมยูเอชทีพร้อมดื่ม เพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้ทุกที่ ทุกเวลา

ถูกใจพ่อแม่ Gen Y เพราะ S26 Gold Progress UHT สูตรที่พัฒนาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเด็กวัยนี้โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วย โภชนาการสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ ทั้ง ดีเอชเอ, โอเมก้า 3, 6, 9, โคลีน และลูทีน และยังมี แคลเซียมสูง รวมทั้งมี ใยอาหารจากธรรมชาติ อีกด้วย

ถูกใจลูก ทั้งรสชาติและดีไซน์..แม้จะเป็นนมรสจืด แต่กลับถูกพัฒนาให้ มีรสชาติ ที่หอม อร่อย ดื่มง่าย มาพร้อมกับดีไซน์กล่องที่โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์พี่สิงโตลีอองทั้ง 8 แบบไม่ซ้ำกัน เพื่อลูกวัยช่างเลือกดื่มได้บ่อย ทุกๆ วัน โดยไม่เบื่อ

ผลิตภัณฑ์นม S26 Gold Progress UHT มีให้เลือก 2 สูตร ที่เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย ได้แก่ เอส-26 โกลด์ โปรเกรส 3 (S-26 Gold Progress 3) สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว และ เอส-26 โกลด์ โปรเกรส 4 (S-26 Gold Progress 4) สำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว ขนาดบรรจุ 180 มล.ต่อกล่อง ราคาปกติ 69 บาท/แพค (4 กล่อง) ราคาพิเศษ! เฉพาะช่วงแนะนำเท่านั้น เพียง 59 บาท/แพ็ค (4 กล่อง) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ (Lazada และ Shopee)

 

#S26GoldUHT #เอส26โกลด์โปรเกรสยูเอชที #เอส26โกล์ดยูเอชที #ประโยชน์ได้อร่อยด้วย #ปลุกความเป็นสิงโตในตัวลูก #พรสวรรค์สร้างได้ #นมเสริมสารอาหาร

ลูกกินยาก

 

แป้งเด็ก อันตราย

แป้งเด็ก อันตราย จริงหรือ? อย. ยืนยัน! ยังไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหิน

แป้งเด็ก อันตราย จริงหรือ? ล่าสุดทางอย. ได้ออกมาแจ้งผลการตรวจและเฝ้าระวังการปนเปื้อนแร่ใยหินในแป้งเด็กว่า ยังไม่พบการปนเปื้อนในแป้งเด็กไทย

แป้งเด็ก อันตราย จริงหรือ? อย. ยืนยัน! ยังไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหิน

อย.แจงแป้งฝุ่นโรยตัวเด็กในไทย ปราศจากการปนเปื้อนแร่ใยหิน ย้ำมีการเฝ้าระวัง และเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมเฝ้าระวังทั้งการผลิตและนำเข้า ขอให้ผู้บริโภควางใจ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้ประกาศเตือนผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกาให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ Johnson’s Baby Powder Lot # 22318RB เนื่องจากตรวจพบแร่ใยหิน (asbestos) ชนิด chrysotile ปนเปื้อน 0.00002% ในตัวอย่างที่มีการขายทาง online จำนวน 1 ขวด พร้อมทั้งบริษัทฯได้สมัครใจเรียกคืนผลิตภัณฑ์รุ่นที่เป็นปัญหาออกจากท้องตลาด สำหรับในประเทศไทย ขอเรียนว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าผลิตภัณฑ์รุ่นที่เป็นปัญหามีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และได้เก็บตัวอย่างแป้งเด็กที่ผลิตในประเทศไทย ส่งตรวจวิเคราะห์หาแร่ใยหิน

ทั้งนี้ แป้งฝุ่นโรยตัวเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบหลัก คือ ทัลคัม (talcum) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ ช่วยดูดซับความชื้น ให้ความรู้สึกสบาย นุ่มลื่นผิว มีการใช้มาเป็นเวลานาน ทัลคัมที่นำมาใช้ในเครื่องสำอางต้องมีความบริสุทธิ์สูง ไม่มีการปนเปื้อนของแร่ใยหิน เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ปัจจุบันทัลคัมยังคงเป็นสารที่ปลอดภัย สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเรื่องสำอางได้ โดยมีข้อควรระวังว่า ขณะใช้อย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็ก

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่น แป้งเด็ก อันตราย

รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม อย.ได้มีการติดตามเฝ้าระวังความปลอดภัยของเครื่องสำอางที่อาจมีการปนเปื้อนของแร่ใยหินมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลคัม จำนวน 113 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์ ไม่พบแร่ใยหิน รวมทั้งมีการเฝ้าระวังทั้งการผลิตและนำเข้า โดยด้านอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้เฝ้าระวังการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรุ่นการผลิตแป้งเด็กที่มีปัญหาไม่ให้เล็ดรอดเข้ามาในประเทศไทยเด็ดขาด ขอให้ผู้บริโภคไม่ต้องวิตกกังวลการปนเปื้อนแร่ใยหินจากผลิตภัณฑ์แป้งเด็กดังกล่าว

ขอบคุณข่าวจาก : www.hfocus.org

จากข่าวนี้ ทางอย. ได้ชี้แจงว่า ในแป้งฝุ่นโรยตัวมีส่วนผสมหลักคือ ทัลค์ (Talc) หรือ ทัลคัม (Talcum) อยู่แล้ว ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดซับความชื้น ลดการเสียดสีของผิวหนัง และป้องกันผดผื่น ผงทัลคัมทำมาจากแร่หินทัลค์ (Talc) ซึ่งประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม ออกซิเจน ซิลิกอน และบางส่วนอาจมีเส้นใยแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติอย่างแร่หิน ซึ่งถือเป็นสารก่อมะเร็งปะปนอยู่ ปัจจุบัน แป้งฝุ่นมี 2 เกรด คือ

  1. เกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องปราศจากการปนเปื้อนของแร่ใยหิน หรือ เเอสเบสตอส (asbestos) ซึ่งเป็นแร่อนินทรีย์ที่เกิดตามธรรมชาติที่อยู่ในใยหิน มีคุณสมบัติที่สามารถฟุ้งกระจายได้ในอากาศ การหายใจที่มีฝุ่นละอองของแร่ใยหินปนเปื้อนสู่ร่างกายเป็นเวลานาน ๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ เกิดโรคปอดอักเสบ ปอดบวม นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า แร่ใยหินเป็นสาเหตุของมะเร็ง และมะเร็งเยื่อหุ้มปอดอีกด้วย
  2. เกรดที่ใช้ในการผลิตยา อาหาร และ เครื่องสำอาง รวมถึงใช้ในการผลิต แป้งเด็ก ด้วย จากประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพื่อความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ต้องไม่มีแร่ใยหิน (Asbestos) ปนเปื้อนเด็ดขาด ซึ่งทางอย. ได้มีการเฝ้าระวังการปนเปื้อนของ แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด และจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหินในแป้งเด็กเลย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ แป้งเด็ก อันตราย แค่ไหน? ก่อให้เกิดมะเร็งได้หรือไม่? อันตรายต่อลูกน้อยอย่างไร?

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน…กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ขาดไม่ได้

สำหรับ Mom Shopping ฉบับนี้ เราได้มีโอกาสเปิดกระเป๋าคุณแม่มือใหม่ คุณแม่มุก – เบญจวรรณ วิบูลย์มาลีรัตน์ คุณแม่น้องรินเน่ วัย 4 เดือนครึ่งมาดูกันซิว่า คุณแม่มุกพาน้องรินเน่ไปเที่ยวนอกบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดควรพกอะไรไปบ้าง เผื่อเป็นไอเดียให้กับคุณแม่มือใหม่เวลาจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้ลูกน้อยเวลาออกจากบ้าน

ครอบครัวเราเป็นครอบครัวนักท่องเที่ยวค่ะ เดินทางกันบ่อยมากจนเพื่อนหลายคนแอบแซวว่ามีลูกเล็กๆ แล้วคงเว้นวรรคการเที่ยวแน่ ๆ แต่เปล่าเลย มุกพาน้องรินเน่เที่ยวตั้งแต่เด็กเริ่มจากไปห้างสรรพสินค้าละแวกบ้านก่อน หลายคนชอบคิดว่าถ้ามีลูกเล็กๆ แล้วไม่ควรออกจากบ้านไปไหน เดี๋ยวลูกน้อยจะติดเชื้อโรค แต่สำหรับมุกเองไม่ค่อยห่วง เพราะเราจะพาเขาไปในที่ที่คนไม่แออัดมากนัก อย่างไปห้างสรรพสินค้าก็เลือกไปกันวันธรรมดาช่วงกลางวันที่คนไม่เยอะ บ่ายๆ ก็กลับ ส่วนต่างจังหวัดมุกจะพาไปเดือนละครั้ง ซึ่งรินเน่ได้ไปต่างจังหวัดครั้งแรกตอนอายุได้ 3 เดือนครึ่ง โดยเลือกไปหัวหินเป็นที่แรก พาเขาไปเล่น น้ำทะเล ไปเล่นทราย

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน

ซึ่งการพารินเน่ไปเที่ยว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ทิชชูเปียกสำลีแผ่น สำลีก้าน อาจจะด้วยความที่เรามีลูกสาว การทำความสะอาดต่างๆ โดยเฉพาะตรงบริเวณจุ๋มจิ๋มของเขา ต้องใส่ใจในรายละเอียดและพิถีพิถันมาก มุกจึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวของลูกน้อย โดยเฉพาะทิชชูเปียกต้องไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสี ที่ทำให้ผิวน้องเกิดการระคายเคือง และไม่ทำลายความชุ่มชื้นของผิวลูก ส่วนสำลีแผ่นและสำลีก้านควรทำจากฝ้ายบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึมซับน้ำได้ดี และอ่อนนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเช็ดแล้วไม่เป็นขุย มุกเคยใช้สำลียี่ห้อหนึ่งเช็ดทำความสะอาดให้รินเน่แล้วเป็นขุยติดอยู่ในซอกหลืบของน้อง มุกเครียดมาก นอกจากจะเนื้อหยาบแล้วยังเป็นขุยอีก ต้องเช็ดทำความสะอาดกันอยู่นานเลยกว่าจะเอาออกหมด ซึ่งผลิตภัณฑ์ตรารถพยาบาล มุกเองก็ใช้มานานตั้งแต่มุกยังเด็กๆ พอเขาทำขนาดพกพาออกมาเลยไม่พลาดที่จะลองใช้

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน

“แนะนำเลยนะคะ สำหรับคุณแม่ที่ต้องการพาลูกน้อยไปเที่ยว พกแค่ไซส์เล็กก็พอ นอกจากจะหยิบใช้สะดวกแล้ว ยังไม่ต้องแบกให้หนักกระเป๋าอีกด้วย เพราะอย่าลืมว่าระหว่างเดินทาง หากลูกน้อยเกิดอึออกมา การทำความสะอาดจะยุ่งยากไปอีกเมื่อต้องแวะปั๊มน้ำมันเพื่อจัดการ สำหรับเด็กผู้ชายอาจจะไม่ยากเท่าไหร่ แค่เช็ดก้นให้สะอาดเช็ดช้างน้อยอีกหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับเด็กผู้หญิงที่ต้องทำความสะอาดโดยละเอียดนั้น ทุกอย่างต้องเช็ดอย่างรอบคอบและหมดจด สะอาดตั้งแต่ก้นไปจนถึงจุ๋มจิ๋มของลูกน้อย ซึ่งบางทีอาจต้องเช็ดมากถึง 3 รอบด้วยซ้ำไป เพราะเด็กไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะอยู่นิ่งๆ ให้เราเช็ดได้ตามสะดวก หากเราเลือกใช้ของที่ไม่ดี หรือเลือกขนาดที่ไม่เหมาะสมไม่สะดวกในการใช้ อาจทำให้ทุกอย่างขลุกขลักหรือทำให้สิ่งสกปรกเล็ดลอดสายตาเราไปได้ ทีนี้เมื่อลูกน้อยไม่สบายตัวเพราะการเช็ดไม่ละเอียด อาจทำให้ทริปนี้ของคุณหมดสนุกเอาง่ายๆ เห็นไหมคะว่าการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

 

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน

 

เปิดกระเป๋าแม่ลูกอ่อน

“ นอกจากทิชชูเปียก สำลีแผ่น และสำลีก้านที่เราต้องพกไปแล้ว ก็มีผ้าอ้อมผ้าไว้เช็ดน้ำลาย แพมเพิร์สห่อใหญ่หนึ่งห่อ (แค่ห่อใหญ่ห่อเดียวก็พอค่ะ) และที่ขาดไม่ได้คือของเล่นของลูก ส่วนอุปกรณ์ชงนมหรือปั๊มนมนั้น มุกไม่มีค่ะ เพราะมุกเอาน้องรินเน่เข้าเต้าอย่างเดียวเลย ซึ่งข้อดีคือ ไม่ต้องพกอุปกรณ์มากมายแถมประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋าไปได้เยอะ หากคุณแม่คนไหนเอาลูกเข้าเต้าอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้วิธีเดียวกับมุกเลยค่ะ ง่าย ประหยัด และเป็นการกระตุ้นน้ำนมได้ดีด้วย ”

 

 

 

 

 

 

ผ้าอ้อมยี่ห้อไหนดี

ผ้าอ้อมยี่ห้อไหนดี 2562 คุณแม่เลือก MamyPoko เป็นแบรนด์ในดวงใจ

ผ้าอ้อมยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วลูกสบาย คุณภาพเยี่ยม ถูกใจคุณแม่ คุณแม่ทั่วประเทศเลือกและได้โหวต ให้ MamyPoko เป็นแบรนด์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปอันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

ผ้าอ้อมยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้วใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ 

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด“รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ Mamypoko เป็นแบรนด์ผ้าอ้อมในดวงใจ

แม่ ABK เลือกให้ MamyPoko เป็นแบรนด์สุดยอดผ้าอ้อมสำเร็จรูปในดวงใจ โดยคุณแม่ให้เหตุผลในการเลือกแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

“ใช้แล้วซึมซับได้ดีมาก ถึงลูกจะฉี่เยอะแต่ก็ยังแห้งสบาย ไม่อับชื้นเลยไม่ต้องกังวลเรื่องผื่นผ้าอ้อม ใช้มาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเลย”

“ชอบที่มีแบบออร์แกนิคให้เลือกด้วย เพราะลูกชายมีผิวแพ้ง่าย ใช้แล้วอ่อนโยนกับผิว ลูกสบายตัว แม่ก็สบายใจขึ้นมากเลย”

“สินค้ามีหลายแบบ ทั้งผ้าอ้อมสำหรับกลางวันและกลางคืน แถมหลายขนาดเหมาะกับลูกทุกช่วงวัย ลวดลายก็น่ารักทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง แม่ใช้มานาน คุณภาพสมราคาจริงๆ ค่ะ

MamyPoko เป็นแบรนด์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสัญชาติญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักมายาวนานถึง 14 ปี และมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น เหมาะกับความต้องการของเด็กในทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเด็กวัยซน ครอบคลุมทั้งชายและหญิง โดยล่าสุดมีผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมระดับซูเปอร์พรีเมี่ยม 7 ดาว ในรุ่น “MamyPoko Super Premium Organic” ที่มีส่วนผสมของออร์แกนิคคอตตอน ที่มีความอ่อนโยนเป็นพิเศษต่อผิวลูกน้อยและยังช่วยลดสาเหตุการระคายเคือง

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ

234 ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ชื่อสุดฮิต สำหรับลูกชายโดยเฉพาะ!

รวมชื่อเล่นสุดฮิต ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ สำหรับไว้ตั้งชื่อลูกชาย โดยเฉพาะ พร้อมคำอ่าน และเป็น ชื่อกลุ่มภาษาอังกฤษ ความหมายดีๆ จะมีชื่อใดบ้าง ไปดูกัน

234 ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ชื่อเล่นสุดฮิต สำหรับลูกชายโดยเฉพาะ!

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ สำหรับตั้งชื่อลูกครึ่งผู้ชาย ชื่อภาษาอังกฤษ ผู้ชายเท่ๆ cool cool ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม ชื่อกลุ่มภาษาอังกฤษ ความหมายดีๆ มาฝาก

 

Must read : สัญญาณบอก อาการแบบนี้ ท้องลูกชาย ชัวร์!

Must read : 10 เรื่องที่ พ่อแม่ต้องเจอ เมื่อมีลูกชาย

รวมไปถึงหากคุณพ่อ Gamer ที่อยากได้ชื่อไปตั้งในเกม ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ rov ก็สามารถดูกันได้ตรงนี้เลย ขอบอกว่ามีทั้งชื่อเล่นภาษาอังกฤษ และ ชื่อจริง ซึ่งเป็น ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ชื่อฮิต แบบอินเตอร์ มาให้เอาไปเลือกตั้งได้ทันที เพื่อให้ลูกชายตัวน้อยของคุณมีชื่อเท่ๆ ไว้ให้ใครๆ เรียก รับรองเป็น ชื่ออังกฤษเท่ๆ ไม่แพ้ดารา Hollywood เลยทีเดียว ว่าแต่จะมี ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ สำหรับไว้ตั้งให้ลูกชาย ชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

Must read : ไอเดีย ตั้งชื่อเล่นลูกชาย แบบไทยๆ แต่เท่ เก๋ ไม่ตกยุค

 

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ อ่านไทยก็ได้ พร้อมความหมาย

  1. Addison (แอดดิสัน) บุตรแห่งอดัม
  2. Barron (บาร์รอน) นักรบ
  3. Brayden (เบรย์เดน) กว้างขวาง
  4. Brighton (ไบรตัน) ที่รักของคน
  5. Brooke (บรูค) บุคคลผู้อยู่ใกล้สายน้ำ
  6. Calvyn (คาลวิน) กล้าหาญ
  7. Dereck, Derek (ดิเรก, เดอเรก) ผู้ปกครองที่มีปัญญา
  8. Edward (เอ็ดเวิร์ด) ผู้พิทักษ์ความรุ่งโรจน์
  9. Felix (เฟลิกซ์) ความยินดี
  10. Gavin, Gavyn (กวินทร์) เหยี่ยวขาว
  11. Harper (ฮาร์เปอร์) นักเล่นพิณ
  12. Ink (อิงค์) ชื่อของกษัตริย์
  13. John (จอห์น) ความสง่างามของพระผู้เป็นเจ้า
  14. Kristin (กฤติน) ผู้นับถือ ผู้ติดตามของศาสนาคริสต์
  15. Lincoln (ลินคอล์น) ทะเลสาบ
  16. Mark (มรรค, มาร์ก) สุภาพ ส่องสว่าง, ดาวอังคาร
  17. Neville, Nevill, Nevil (เนวินม เนวิล) เมืองใหม่
  18. Oscar (ออสการ์) ทหารของพระเจ้า
  19. Pierre (ปีแอร์) ก้อนหิน
  20. Peet (พีท) ก้อนหิน
  21. Patrick (แพทริค) ขุนนาง
  22. Ryan (ไรอัน) พระมหากษัตริย์
  23. Rio (ริโอ) แม่น้ำ
  24. Ralph (ลาภ) แข็งแรง
  25. Rich (ฤทธิ์, ริท) ผู้ปกครองที่มีอำนาจ, ร่ำรวย
  26. Sean, Shaun (ชอน) ของขวัญจากพระเจ้า
  27. Shane (เชน) ของขวัญจากพระเจ้า
  28. Seiko (ไซโก้) กองทัพ
  29. Simon (ไซมอน) ผู้ที่พระเจ้าได้ยิน / ฟัง
  30. Shawn (ณอน) มีความสง่า
  31. Wayde (เวทย์) เป็นชื่อในเทพนิยายของสแกนดิเนเวียน
  32. Wynn (วิณณ์) มีความสุข, ยุติธรรม, เพื่อน

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ พร้อมคำแปล

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ความหมาย
Aaron ขุนเขาที่สูงใหญ่
Ethan แข็งแรง
Ezra ผู้ช่วยเหลือ,ผู้ที่แข็งแรง
Gavin เหยี่ยวสีขาว
Keith ป่า
Maverick อิสรภาพ
Newlin/Newlyn ทะเลสาบใหม่
Niko มาจากชื่อนิโคลัส
Ozi มาจากชื่อ Osborn
Seth ลูกชายคนที่สามของอดัม
Todd สุนัขจิ้งจอก
Tyler ผู้ผลิตกระเบื้อง
Vinci มาจากชื่อวินเซ็นท์

 

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ

 

ชื่อเล่นยอดฮิต หมวดภาษาไทย

 

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ ชื่อกลุ่ม พร้อมความหมายดีๆ

ชื่อภาษาอังกฤษเท่ๆ คำอ่าน ความหมาย
Andrew แอนดรู ผู้ชาย นักรบ กล้าหาญ
Anson แอนสัน ไม่แน่นอน ทะเลที่มีชีวิต
Arthur อาร์เธอร์ แข็งแรงดังหินแกร่ง
Benjamin เบนจามิน มือขวาของพระเจ้า
Brayden เบรย์เดน กว้างขวาง
Caspar แคสปาร์ ผู้รักษาสมบัติ
Christopher คริสโตเฟอร์ บุตรของพระคริสต์
Conrad คอนราด ผู้ชี้แนะ แนะนำ
Damian เดเมียน ผู้อ่อนน้อม เชื่อฟัง
Daniel แดเนียล พระเจ้าอยู่ในจิตใจ
Dante ดันเต้ เป็นอมตะ ดื้อรั้น
Dominic โดมินิค ลอร์ด
Evan อีวาน เมตตา สุภาพ สง่างาม
Ivan อีวาน เมตตา สุภาพ สง่างาม
Jacob จาคอบ เติมเต็มให้สมบูรณ์
Joseph โจเซฟ ขยายออกให้กว้างขวาง
Joshua โจชัว พระเจ้าคุ้มครอง
Lincoln ลินคอล์น ทะเลสาป
Maglorix แมคโลริค หัวหน้า ประมุข
Matthew แมทธิว ของขวัญจากพระเจ้า
Max แม็ค มีค่ามากที่สุด
Michael ไมเคิล ดุจดั่งพระเจ้า
Morgan มอร์แกน ไม่แน่นอน ทะเลที่มีชีวิต
Nicholas นิโคลัส ชัยชนะ
Oscar ออสการ์ ทหารของพระเจ้า
Rohan โรฮาน เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ
Serafim เซราฟิม ร้อนแรง ลุกเป็นไฟ
William วิลเลียม ความตั้งใจ, ผู้ปกครอง

 

ดูต่อ >> “ชื่ออังกฤษเท่ๆ สำหรับตั้งชื่อลูกชาย” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สวนน้ำ ที่ไหนดี

สวนน้ำ ที่ไหนดี ? 7 สวนน้ำเครื่องเล่นเยอะ ไปแล้วอยากไปอีก!

ไม่ว่าจะฤดูไหน ในช่วงวันหยุดอากาศร้อน ๆ ก็อยากพาเด็ก ๆ ไปกระโดดน้ำเล่นกันให้สบายตัว พ่วงความสนุกแบบฟิน ๆ กับเครื่องเล่นนานาชนิด สวนน้ำ ที่ไหนดี เหมาะสำหรับเด็ก ค่าเข้าไม่แพง  Amarin Baby & Kids คัด 7 สวนน้ำมาเอาใจคุณหนู ๆ ในกรุงเทพและต่างจังหวัด สะดวกที่ไหน แพลนไปเล่นน้ำกันเถอะ

สวนน้ำ ที่ไหนดี ? 7 สวนน้ำเครื่องเล่นเยอะ ไปแล้วอยากไปอีก!

#1 สวนน้ำ เขาใหญ่ แฟนตาซี รีสอร์ท (Fantasy Water Park) จังหวัดนครราชสีมา

เลือกพาลูกไป สวนน้ำ ที่ไหนดี มาถึงเขาใหญ่ ต้องลองมาเที่ยวที่ Fantasy Water Park กันดูค่า ที่นี้เป็นสวนน้ำตกแต่งมาในธีมไดโนเสาร์แฟนตาซี ที่ให้สีสันผสมผสานความสดสดใส ให้บริการครบครัน ไปกับเครื่องเล่นสไลด์เดอร์คู่ยักษ์ ความสูง 2 ระดับ สระน้ำวนรูปเลขแปดขนาดใหญ่ และน้ำพุดอกเห็ดสำหรับเจ้าตัวเล็ก ในบรรยากาศสวนน้ำกลางหุบเขา สดชื่น ร่มรื่น เย็นสบาย คลายร้อนได้ดั่งใจกันเลย

ขอบคุณภาพจาก : www.khaoyaifantasy.com

สวนน้ำ ที่ไหนดี >> Fantasy Water Park

พิกัด : บริษัทเขาไหญ่แฟนตาซีรีสอร์ทจำกัด 421 หมู่ 1 ถ.ธนะรัชต์ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 9.00-18.00น.

ค่าเข้า :

  • 200 บาทต่อคน
  • เด็กสูงไม่ถึง 110 ซม. เข้าฟรี
  • ผู้ใหญ่อายุเกิน 60 ปี ขึ้นไป เข้าฟรี

ราคาโปรโมชั่นและรายละเอียดเพิ่มเติม : KhaoyaiFantasy

#2 สวนน้ำโคราช ทะเลอีสาน (Korat Zoo Lagoon) จังหวัดนครราชสีมา

Korat Zoo Lagoon ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานที่ตั้งอยู่ภายในสวนสัตว์นครราชสีมา แถมค่าเข้าแสนถูกสำหรับเจ้าตัวเล็กแค่ 5 บาทเท่านั้น!! เด็ก ๆ ก็จะได้สนุกสนานกับเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิ สระน้ำสำหรับเด็กที่มีสไลด์เดอร์ตัวการ์ตูนสุดน่ารักให้เด็ก ๆ ได้เล่นอย่างสนุกสนาน สไลเดอร์คิงคองยักษ์ สไลเดอร์ปลาหมึกยักษ์สีสันสดใส สระน้ำวนใสสะอาดที่ปล่อยตัวให้ลอยละล่องไปตามสายน้ำ เป็นต้น โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับวันพักผ่อนที่ชวนกันมาคลายร้อนกันได้ทั้งครอบครัว เอาใจเด็ก ๆ ไปได้เลยค่ะ

สวนน้ำ ทีไ่หนดี >> Korat Zoo Lagoon

พิกัด : เลขที่ 111 หมู่ 1 ถนนราชสีมา-ปักธงชัย ต.ไชยมงคล อ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000

เวลาเปิด-ปิด : 09:30 – 17:30

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 5 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม : สวนน้ำโคราช-ทะเลอีสาน

#3 สวนน้ำสายไหม (Sai Mai Water Park) กรุงเทพฯ

สุดสัปดาห์นี้พาลูกหนีร้อนไปเล่นน้ำที่ สวนน้ำสายไหม กันจ้า ที่นี่สวนน้ำเป่าลมแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลายให้คุณพ่อคุณแม่ พาลูกเที่ยว สวนน้ำ ได้เล่นสนุกกับแบบสุด ๆ มีให้เลือกเล่นทั้งโซนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาทิ ปาร์ตี้โฟมให้คุณหนู ๆ ได้เล่น ด่านเป่าลมแอดเวนเจอร์กลางน้ำ ส่วนใครอยากวัดใจท้าทายความเสียวต้องลองมาพิสูจน์กับเครื่องเล่นสไลเดอร์สุดมันส์ ฯลฯ เรียกว่าเป็นที่เที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนแบบสนุกกันได้ครอบครัวกันเลยค่า แถมมีชูชีพให้บริการฟรี มีเจ้าหน้าที่ดูแลกันทุกจุด เรื่องของความปลอดภัยนั้นหายห่วง

สวนน้ำ ที่ไหนดี สายไหม
ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ สวนน้ำสายไหม

สวนน้ำ ที่ไหนดี >> Sai Mai Water Park

พิกัด : หน้าปากซอยถนนเพิ่มสิน 58 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด :  วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-19.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น.

ค่าเข้า :

  • ผู้ใหญ่​ (สูงเกิน140​cm)​ 180​ บาท
  • ​เด็ก​ ​(สูงไม่เกิน140 cm) ​140​ บาท
  • เด็กต่ำกว่า 90 ซม.และผู้สูงอายุ 65 ปี เข้าฟรี

*(ซื้อบัตรแล้วเล่นฟรีทุกอย่าง-ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ)

ราคาโปรโมชั่นและรายละเอียดเพิ่มเติม : saimaiwaterpark

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 7 สวนน้ำเครื่องเล่นเยอะ ไปแล้วอยากไปอีก!! คลิกหน้า 2

S-26 Gold Progress UHT

S-26 เข้าใจ ‘ยิ่งลูกกินยาก แม่ยิ่งต้องเลือก’

S-26 เข้าใจ ยิ่งลูกกินยาก แม่ยิ่งต้องเลือกปล่อย S-26 Gold Progress UHT ตัวช่วยของคุณแม่ เพราะเรื่องอาหารการกินของลูกน้อยเป็นส่วนสำคัญ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกายและสติปัญญาของลูกน้อย ยิ่งเด็กกินยาก เหล่าคุณแม่ยุคใหม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ต้องเติมสารอาหารให้เขาได้ประโยชน์ และถูกใจลูกน้อยมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้คุณแม่แฮปปี้!!

“ช่วง 5 ปีทองของสมองลูก อาหารมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งในแง่เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท การพัฒนาเส้นใยประสาท ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งทางกาย พัฒนาการ การเรียนรู้ และสติปัญญา ส่วนสำคัญของการเรียนรู้ คือ เปิดโอกาสให้เด็กวัยนี้ ได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆนอกบ้าน ต้องเตรียมความพร้อมให้เขาตลอดเวลา ดังนั้น เด็กควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ จากอาหารหลัก 3 มื้อ และเสริมนมวัวรสจืด 2 กล่องต่อวัน หากลูกมีปัญหาพฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารได้ไม่หลากหลาย อาจทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกรดไขมันจำเป็น เช่น ดีเอชเอ โอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสมองและการมองเห็น ดังนั้น นมที่เสริมสารอาหาร เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยให้ลูกได้สารอาหารที่สำคัญเพิ่มอย่างเพียงพอ”.พญ. สุชาอร แสงนิพันธ์กูล ​กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก กล่าว

 

ไวเอท นิวทริชั่น (Wyeth Nutrition) ผู้ค้นคว้าและวิจัยในเรื่องสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มากว่า 100 ปี ครั้งแรกของไวเอท นิวทริชั่น กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นม S-26 Gold Progress UHT นมยูเอชทีเสริมสารอาหาร (Fortified UHT Milk) ในประเทศไทย ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Fully Automation ที่ทันสมัย จึงมั่นใจในคุณภาพทุกกล่อง เพื่อต่อยอดจากผลิตภัณฑ์นมผงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ความต้องการของพ่อแม่ Gen Y ที่ใส่ใจเลือกโภชนาการสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ ในรูปแบบนมยูเอชทีพร้อมดื่ม เพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้ทุกที่ ทุกเวลา

 

ถูกใจพ่อแม่ Gen Y เพราะ S26 Gold Progress UHT สูตรที่พัฒนาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเด็กวัยนี้โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วย โภชนาการสาอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียนรู้ ทั้ง ดีเอชเอ, โอเมก้า 3, 6, 9, โคลีน และลูทีน และยังมี แคลเซียมสูง รวมทั้งมี ใยอาหารจากธรรมชาติ อีกด้วย

ถูกใจลูก ทั้งรสชาติและดีไซน.. แม้จะเป็นนมรสจืด แต่กลับถูกพัฒนาให้ มีรสชาติ ที่หอม อร่อย ดื่มง่าย มาพร้อมกับดีไซน์กล่องที่โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์พี่สิงโตลีอองทั้ง 8 แบบไม่ซ้ำกัน เพื่อลูกวัยช่างเลือกดื่มได้บ่อย ทุกๆ วัน โดยไม่เบื่อ

 

ผลิตภัณฑ์นม S26 Gold Progress UHT มีให้เลือก 2 สูตร ที่เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย ได้แก่ เอส-26 โกลด์ โปรเกรส 3 (S-26 Gold Progress 3) สำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว และ เอส-26 โกลด์ โปรเกรส 4 (S-26 Gold Progress 4) สำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว ขนาดบรรจุ 180 มล.ต่อกล่อง ราคาปกติ 69 บาท/แพค (4 กล่อง) ราคาพิเศษ! เฉพาะช่วงแนะนำเท่านั้น เพียง 59 บาท/แพ็ค (4 กล่อง) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ (Lazada และ Shopee)

 

#เอส26โกลด์โปรเกรสยูเอชที #เอส26โกล์ดยูเอชที #ประโยชน์ได้อร่อยด้วย #ปลุกความเป็นสิงโตในตัวลูก #พรสวรรค์สร้างได้ #นมเสริมสารอาหาร