เครื่องปั๊มนม

คุณแม่มือใหม่เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหนดี ใช้งานคล่องตัว ปั๊มได้ไม่สะดุด

สำหรับคุณแม่ที่วางแผนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพราะนมแม่เป็นอาหารดีที่สุดของลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เครื่องปั๊มนม คู่ใจซึ่งช่วยให้คุณแม่สามารถสต๊อกนมได้มากพอ และเป็นวิธีกระตุ้นให้มีน้ำนมมากขึ้นด้วย เครื่องปั๊มนมแบบไหนที่เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ ที่ต้องกลับไปทำงาน หรือใช้ชีวิตนอกบ้านได้สะดวกสบายขึ้น มาอ่านข้อมูลดี ๆ ไปพร้อมกันค่ะ

เครื่องปั๊มนม

ปกติร่างกายของคุณแม่จะเริ่มผลิตน้ำนมได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ เริ่มมากขึ้นในช่วงหลังคลอด และมากที่สุดในช่วงให้นม เพราะหลังจากการกระตุ้นจากการดูด บีบ หรือปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอ น้ำนมจะผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่มีปริมาณน้ำนมมากที่สุดคือ ระหว่างตี 5 – 7 โมงเช้า นับเป็นช่วงดีที่สุดสำหรับปั๊มนม ช่วง 3 เดือนแรกระหว่างให้ลูกดูดนม คุณแม่สามารถปั๊มนมจากเต้าอีกข้าง หรือปั๊มนมที่ค้างเต้าออกตามเวลาที่ลูกกินนมราว 2-3 ชั่วโมง แล้วนำไปแช่แข็งไว้เป็นนมสต๊อกไว้ และปั๊มอย่างสม่ำเสมอตามเวลาที่ลูกดูดนมเมื่อกลับไปทำงาน

แต่คุณแม่หลายคนอาจเจอปัญหาว่า ที่ทำงานไม่มีมุมให้ปั๊มนม หรืองานยุ่งจนไม่สามารถปั๊มนมตามเวลาได้ ซึ่งอาจมีผลให้น้ำนมปริมาณลดลง และต้องเปลี่ยนไปใช้นมผง การเลือกใช้เครื่องปั๊มนมประสิทธิภาพดีและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ

วิธีเลือก เครื่องปั๊มนม สำหรับคุณแม่มือใหม่

  • ใช้เครื่องปั๊มนม แบบสองเต้าเพื่อเก็บน้ำนมจากสองเต้าไปพร้อมกัน โดยปกติเมื่อน้ำนมข้างหนึ่งถูกระตุ้นอีกข้างก็จะไหลตามมา เครื่องปั๊มแบบนี้จะช่วยประหยัดเวลา และได้น้ำนมปริมาณมากพอ จากสถิติพบว่าคุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม แบบ 2 ข้างมักเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่าการใช้เครื่องปั๊มข้างเดียวหรือแบบมือด้วย เพราะเหนื่อยน้อยกว่า และทำกิจกรรมอื่นๆไปพร้อมกันได้
  • เลือกแบบมีจังหวะปั๊มเลียนแบบการดูดของทารก ซึ่งมีแรงดูดอย่างน้อย 200 mmHg และความถี่อย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที หากคุณแม่คิดว่าจะปั๊มนมนานกว่า 4 เดือนแน่นอน ควรเลือก เครื่องปั๊มนมที่รอบดูดมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปจะใช้งานได้ดีกว่า
  • ขนาดไม่ใหญ่เกินไป น้ำหนักเบา เสียงไม่ดัง พกพาสะดวก หลายครั้งคุณแม่ต้องปั๊มนมนอกสถานที่ มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น โต๊ะทำงาน ห้างสรรพสินค้า รถยนต์ หรือขนส่งสาธารณะ เป็นต้น
  • เลือกลักษณะการชาร์ตไฟตามสะดวก หากต้องเดินทางบ่อย ควรเลือกแบบใช้ถ่านแบตเตอรี่ ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ขอแนะนำให้ใช้ถ่านที่สามารถชาร์ตซ้ำได้ในตัว เพื่อความสะดวก
  • มีอุปกรณ์เสริม และฟังก์ชั่นช่วยให้การปั๊มง่ายขึ้น เช่น ระบบเลือกระดับความแรงปั๊มได้ บนเครื่องมีหน้าปัดแสดงผลชัดเจน เข้าใจง่าย กรวยปั๊มอ่อนโยน ไม่ทำให้เต้านมช้ำ และควรพกพาไปปั๊มสะดวกในทุกที่ ทุกสถานการณ์

เครื่องปั๊มนม

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ Freena Youha Plus เป็น เครี่องปั๊มนม ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Breast Pump

เครื่องปั๊มนม Freena Youha Plus เป็นนวัตกรรมเครื่องปั๊มนมใหม่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเข้าใจจริง ทั้งประสิทธิภาพในการปั๊มน้ำนม ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการสร้างน้ำนมตามธรรมชาติ ด้วย 3 โหมดให้เลือกใช้ ได้แก่ โหมดกระตุ้นจี๊ด ช่วยเร่งการหลั่งน้ำนม กระตุ้นการสร้างน้ำนม โหมดดูดทั่วไป สำหรับดูดน้ำนมจนเกลี้ยงเต้า และโหมดดูดท่อน้ำนมอุดตัน จะปั๊มแรงและลึกขึ้นเพื่อดูดน้ำนมที่ค้างเต้าหลายชั่วโมงให้นิ่ม เกลี้ยงเต้า โดยมีรอบปั๊มสูงสุดถึง 120 ครั้งต่อนาที และความแรงปรับได้สูงสุดมากถึง 350 mmHg

เครื่องปั๊มมีขนาดเล็ก กะทัดรัด  น้ำหนักเบา หน้าจอแสดงการใช้งานที่เปลี่ยนสีไปตามโหมดการทำงาน และตัวเลขบอกระยะเวลาการปั๊มให้เห็นชัดเจน  พร้อมมีปุ่มกดเลือกโหมดทำงาน และมีปุ่มเพิ่ม-ลดความแรงให้คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะกับตัวเองได้อย่างอิสระ เสียงเงียบ ไม่รบกวนลูกน้อยยามหลับ

อุปกรณ์และฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เสริมเข้ามาก็ช่วยปลดล็อกทุกข้อจำกัดของการปั๊มนมออกไป ทั้งกรวยปั๊มทำจากซิลิโคน Food Grade BPA Free จึงนิ่มกว่าพลาสติกและแนบได้สนิท ไม่เจ็บเวลาใช้งาน แถมมีความทนทานสูง ทนความร้อนได้ดี สามารถล้างและลวกน้ำร้อนทำความสะอาดก่อนใช้ได้ มีระบบป้องกันการไหลย้อนกลับ จึงหมดปัญหาน้ำนมไหลย้อนกลับไปค้างในสายยาง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำความสะอาดยากและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้

เชื่อว่าคุณแม่ทำงานหรือแม่ฟูลไทม์ต้องชอบสิ่งนี้ กรวยปั๊มแบบติดเต้าที่สามารถสอดไว้กับเสื้อชั้นใน เมื่อปั๊มแล้วน้ำนมจะไหลไปเก็บไว้ในถ้วยพลาสติกที่มีความจุมากถึงข้างละ 8 ออนซ์โดยไม่ต้องต่อกับขวดนม คุณแม่จึงสามารถปั๊มนมได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องกลัวโป๊ จะอยู่ในอิริยาบทไหนก็ปั๊มนมได้สะดวก แม้แต่ในท่านอน ไม่ต้องตื่นกลางดึกมานั่งปั๊มนมอีกต่อไป  แถมยังมีเข็มขัดปั๊มนมติดตั้ง เครื่องปั๊มนม ไม่ต้องถือ เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องเดินหรือยืนทำงานเป็นเวลานาน ๆ

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้ เครื่องปั๊มนม  Freena Youha Plus  ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Breast Pump จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

คุณแม่สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภ้ณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วีรินทร์ จำกัด YOUHA ( Thailnd) โทร. 085-497-6656 Line : @jpenshop

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จัดกระเป๋าไปคลอด

จัดกระเป๋าไปคลอด กระเป๋าแม่ กระเป๋าลูก ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ?

จัดกระเป๋าไปคลอด ว่าที่คุณแม่มือใหม่ใกล้คลอด จะต้องจัดเตรียมอะไรไว้ให้พร้อมบ้าง เพื่อที่จะได้ไม่ฉุกละหุกในวัน คลอด วันนี้เรามี Check List คุณแม่ต้องเตรียมจัดกระเป๋าเตรียมคลอดมาฝากกัน มีอะไรมาดูเลย

 

จัดกระเป๋าไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ?  

การไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลปกติแล้วคุณแม่จะใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 3 วัน 2 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน เท่านั้น หาก ไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนหลังคลอด หรืออันตรายต่อสุขภาพร่างกายทั้งของคุณแม่และลูกน้อย ฉะนั้นการจัดกระเป๋าเตรียมคลอด ให้เตรียมเฉพาะของใช้ที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ และลูกน้อยเท่านั้นค่ะ

จัดกระเป๋าเตรียมคลอด (คุณแม่)

  1. เอกสารต่าง ๆ เช่น ใบนัดแพทย์ บันทึกการตั้งครรภ์ เอกสารประกันสุขภาพ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวของโรงพยาบาล บันทึกการฝากครรภ์ สำเนาบัตรประชาชนคุณพ่อและคุณแม่ สำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงชื่อลูกเพื่อใช้สำหรับแจ้งเกิด
  2. เสื้อชั้นในสำหรับให้นมลูก แผ่นซับน้ำนม กางเกงชั้นใน และผ้าอนามัย
  3. ของใช้ส่วนตัวประจำวัน เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า หวี ครีมบำรุงผิว เป็นต้น
  4. ชุดใส่กลับบ้าน และ รองเท้าที่สวมใส่สบายๆ
  5. โทรศัพท์มือถือ และสายชาร์จ สำหรับติดต่อครอบครัว และญาติ

จัดกระเป๋าไปคลอด (ลูกน้อย)

จัดกระเป๋าคุณแม่เสร็จแล้ว ทีนี่เรามาจัดกระเป๋าเตรียมคลอดที่มีอุปกรณ์ของใช้จำเป็นสำหรับลูกน้อยกันบ้าง อย่างที่บอกไปค่ะว่าให้เตรียมส่วนที่จะนำไปใช้ที่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 วัน ส่วนที่เหลือก็เตรียมไว้ให้มีพร้อมใช้ในวันที่พาลูกน้อยกลับมาบ้านค่ะ

  1. สมุดบันทึกพัฒนาการลูกน้อย
  2. Infant car seat เบาะนิรภัยสำหรับทารก ซื้อเตรียมติดไว้ในรถยนต์ให้พร้อมเลยค่ะ
  3. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป Newborn Size และ ผ้าอ้อมผ้าสาลู
  4. ผ้าขนหนู หมวก ถุงเท้า
  5. ชุดหมี หรือผ้าห่อตัว สำหรับใส่กลับบ้าน
  6. อุปกรณ์ของใช้เด็กอ่อน เช่น เบบี้ไวพ์ , สบู่อาบน้ำและสระผม , เบบี้ออยล์ , สำลี , เบบี้โลชั่น , แป้งเด็ก เป็นต้น แนะนำคุณแม่ว่าควรเลือกที่เป็นออร์แกนิค เป็นสารสกัดธรรมชาติ ไร้สารเคมี อ่อนโยน เหมาะกับลูกน้อยแรกเกิดที่บอบบางมาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องปลอดภัยกับลูกน้อยมากที่สุด

เราลองมาดูผลิตภัณฑ์ของใช้เด็กแรกเกิด ที่เป็นออร์แกนิค อย่าง ดีนี่ ออร์แกนิค ที่มีผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดค่ะ และผ่านการรับรอง Hypoallergenic Tested ไม่ก่อให้เกิดการแพ้

  • สบู่เหลวอาบและสระ (Baby Head & Body Wash)

– สูตรออร์แกนิค อ่อนโยนด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 7 ชนิด ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งตึง

– ปราศจากพาราเบน และมี pH Balance ช่วยรักษาสมดุลผิว และล้างออกง่าย

  • เบบี้โลชั่น (Baby Lotion)

– ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ

– ปราศจากพาราเบน

– ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

  • เบบี้ออยล์ (Baby Oil)

– เนื้อออยล์ใส ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

– ปราศจากสีและสารพาราเบน

– ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

– สามารถใช้ผสมอาบน้ำ หรือนวดผิวลูกน้อยหลังอาบน้ำเสร็จ ทำให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ผิวไม่แห้ง ไม่ ลอกเป็นขุย

  • แป้งเด็กเนื้อโลชั่น (Baby Powder Lotion)

– แป้งเนื้อโลชั่น ช่วยลดการฟุ้งกระจาย ทาแป้งแล้วได้บำรุงผิวไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

– ปราศจากสี และสารพาราเบน

– กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ เนื้อแป้งบางเบาซึมซาบเร็ว

  • เบบี้ไวพ์ (Baby Wipe)

– เนื้อผ้าหนานุ่ม อ่อนโยนต่อผิวเด็กแรกเกิด

– ผ้าเปียกมีส่วนผสมของน้ำบริสุทธิ์ 99% และมี pH 5.5

– สูตรออร์แกนิค มีสารสกัดจากธรรมชาติช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

– ปราศจากสารพาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอมและสี

  • สำลี (Baby Cotton)

– สำลีบริสุทธิ์จากฝ้ายแท้ 100% นุ่มพิเศษ ไม่เป็นขุยติดผิว ปราศจากกาว และสารเคมี 100%

– ซึมซับได้ดี ไร้สารตกค้าง ปราศจากสารเรืองแสงตามมาตรฐานสากล

สำหรับผลิตภัณฑ์ ดีนี่ ออร์แกนิค ของใช้เด็กแรกเกิด ที่คุณแม่สามารถจัดเตรียมไว้ในกระเป๋าคลอด เพื่อใช้ที่โรงพยาบาล ก็ยังใช้ได้ต่อเนื่องหลังพาลูกน้อยกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่เป็นผลิตภัณฑ์ล้างขวดนมเด็ก(Baby Bottle & Nipple Cleaner) น้ำยาซักผ้าเด็ก และน้ำยาปรับนุ่มด้วยค่ะ

ว่าที่คุณพ่อคุณแม่รู้กันแล้วนะคะว่าต้องจัดกระเป๋าเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ คุณลูก จัดเตรียมใส่กระเป๋าไว้ให้พร้อม พอวันคลอดจริงมาถึงก็ไปโรงพยาบาลคลอดลูกอย่างสบายใจเลยค่ะ  

 

จุดกางเต็นท์

5 จุดกางเต็นท์ แคมปิ้งฉบับครอบครัว ชวนลูกนอนกลางดิน กินอยู่ง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ

จุดกางเต็นท์ ใกล้กรุง เดินทางง่าย เหมาะมากสำหรับแคมปิ้งฉบับครอบครัว และมือใหม่หัดแคมปิ้ง ที่ไม่ยุ่งยาก มาลองเปลี่ยนบรรยากาศการไปเที่ยว นอนในห้องพักสี่เหลี่ยมในโรงแรม มาเป็นพาเจ้าตัวเล็กมานอนกางเต็นท์ใกล้ชิดกันธรรมชาติมากขึ้นกันค่า

5 จุดกางเต็นท์ แคมปิ้งฉบับครอบครัว พาลูกลุยธรรมชาติ ปลูกประสบการณ์

1.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เริ่มจาก “แก่งกระจาน” ที่เหมาะสำหรับมือใหม่หรือครอบครัวที่อยากจะลองมากางเต็นท์เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวแบบเดิม ๆ  เพราะเดินทางไม่ไกล อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 180 กิโลเมตรก็เข้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมกางเต็นท์นอน ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่สวยจับใจ และชมวิวสวย ๆ ตามเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม สะพานแขวน ฯลฯ สำหรับบริเวณสำหรับกางเต็นท์ก็มีอยู่หลายจุด ทั้งบริเวณอ่างเก็บน้ำริมเขื่อนแก่งกระจาน ลานกางเต็นท์บ้านกร่าง และลานน้ำตกป่าละอู หรือกางเต็นท์ที่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 โซน แต่ละโซนก็มีวิวสวยที่แตกต่างกันไปค่ะ สำหรับบ้านไหนที่อยากเริ่มต้นกางเต็นท์แคมปิ้งชิล ๆ ยังไม่รู้จะไปไหน ลานกางเต็นท์ที่แก่งกระจานก็เป็นตัวเลือกที่น่าเที่ยวอีกที่นะคะ

แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/Kaengkrachannationalparkofficial

พิกัด : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
โทร. 091-0504 461,032-772311 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) 032-772312 (ที่ทำการอุทยานฯ)
ค่าเข้าอุทยานฯ: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 40 บาท, ค่ากางเต็นท์ คนละ 30 บาท/คืน
ร้านค้าสวัสดิการ (ร้านอาหาร) เบิดบริการ อาทิตย์ -ศุกร์ เวลา 08.00 น. – 18.00 น. เสาร์ เวลา 08.00 น. – 19.00 น.
ราคาเช่าอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง : เต็นท์ 3 คน ราคา 225 บาท,หมอน 10 บาท, ถุงนอน 30 บาท, แผ่นรองนอน 20 บาท

2.ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี

ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่สำหรับครอบครัวที่รักการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และมานอนกางเต็นท์ชิล ๆ เพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง จากกรุงเทพมา ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด -โป่งก้อนเส้า ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. ก็ได้พาเด็ก ๆ มากางเต็นท์นอนและวิ่งเล่นกับลานธรรมชาติกว้าง ๆ ชมวิวสวยของแอ่งน้ำ มีอากาศสดชื่น เย็นสบาย มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิเช่น เดินเล่นรอบแอ่งน้ำ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดิน เข้าไปชมน้ำตกที่มีให้เลือกถึง 6 แห่ง ตามระยะใกล้-ไกล (ถ้าเดินป่าลึกควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนำทาง) ระหว่างทางเดินก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวย ๆ เช่น นกชนิดต่าง ๆ โปงผีเสื้อนับร้อยตัว หรือเห็ดแชมเปญสีสวยที่จะออกดอกให้ชมในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือน ส.ค-ต.ค อีกด้วย ภายในไม่มีร้านค้า ร้านอาหารนะคะ สามารถเตรียมอาหารมาทำกันเองได้เลย มีบริเวณล้างจานให้ มีห้องน้ำเพียงพอ มีเตาไฟให้บริการ แต่ห้ามก่อกองไฟนะคะ เรียกว่าสะดวกสบายสำหรับแม่ และชวนให้เด็ก ๆ สนุกและเรียนรู้กับประสบการณ์แคมปิ้งได้อย่างดีทีเดียวเชียวล่ะ

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด -โป่งก้อนเส้า
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/CudKangTenTh

พิกัด : ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โบ่งก้อนเส้า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
เวลาในการเข้าออกสถานที่ ด่านเปิด 06.00-20.00 น.
ติดต่อสอบถามหรือจองบ้านพัก : โทร.089-2378659, 085-9683520, 080-0192762 (ในเวลาราชการ 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น.)
ค่าบริการกางเต็นท์ :ไม่มี แล้วแต่จะบริจาค

3.โครงการชั่งหัวมัน จ.เพชรบุรี

นอกจากบริเวณ “โครงการชั่วหัวมัน” ตามพระราชดำริแล้ว จะเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถนำเต็นท์มานอนกางได้ มีจุดกางเต็นท์เป็นสนามหญ้าริมแอ่งน้ำที่มีบรรยากาศสวยมาก ยิ่งในช่วงธันวาคม-มกราคม หน้าหนาวอากาศเย็นสบาย ๆ เป็นใจสำหรับมานอนรับลมธรรมชาติซักคืนค่ะ แถมยังสามารถนำอาหารเข้ามาทำกิน ดินเนอร์กันหน้าเต็นท์ได้อีกด้วย มีห้องน้ำบริการสะดวกสบาย นอกจากจากจะวางแผนมากางเต็นท์นอนที่นี่แล้ว ก็ต้องพาเจ้าตัวเล็กเข้าชมกิจกรรมในโครงการชั่งหัวมันด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถรางชมพื้นที่บริเวณรอบ ๆ หรือจะปั่นจักรยานที่นี่ก็มีให้บริการฟรีด้วยนะ แค่นำบัตรประชาชนมาแลก ก็ปั่นได้ทั้งวันไม่จำกัดชั่วโมงเลยจ้า

โครงการชั่งหัวมัน
เครดิตภาพจาก www.facebook.com/srirachacamp

พิกัด : โครงการชั่วหัวมัน บ้านหนองคอไก่หมู่ที่ 5 ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ค่าเข้าโครงการ : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ติดต่อสอบถาม :  โทร.0-3247-2700-1
ค่าบริการกางเต็นท์ : นำเต็นท์มาเอง หลังละ 100 บาท/ เช่าเต็นท์ หลังละ 300 บาท
ราคาเช่าอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง: มีบริการเช่าเตาประกอบอาหาร

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ที่กางเต็นท์ใกล้กรุง พาลูกไปนอนกลางดินใกล้ชิดธรรมชาติ คลิกหน้า 2

บำรุงน้ำนม ยี่ห้อไหนดี

น้ำนมน้อย เลือกผลิตภัณฑ์ บำรุงน้ำนม ยี่ห้อไหนดี คุณแม่เลือก ฟีนูแคปพลัส เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

น้ำนมน้อย  น้ำนมไม่ไหล นมไม่พอให้ลูกกิน สารพัดปัญหากวนใจคุณแม่หลังคลอดที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แก้ไขได้ด้วยการกระตุ้นน้ำนมอย่างถูกวิธี และใช้ผลิตภัณฑ์ บำรุงน้ำนม ยี่ห้อไหนดี ถึงจะดีจริง คุณแม่ทั่วประเทศได้โหวต ให้ ฟีนูแคปพลัส เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

ผลิตภัณฑ์ บำรุงน้ำนม ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้ว ใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด“รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ ฟีนูแคปพลัส เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนมในดวงใจ

“น้ำนมน้อยมาก ปั๊มเท่าไหร่ก็ไม่เพิ่มเลย ก่อนตัดสินใจซื้อก็ดูหลายยี่ห้อ พออ่านดูส่วนผสมเห็นว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ และมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับ เลยทำให้มั่นใจและกล้าใช้”

“ใช้แล้วได้ผลดีค่ะ น้ำนมเพิ่มขึ้นและไหลดี ยังช่วยปรับสมดุลร่างกายของแม่หลังคลอดให้แข็งแรงขึ้นด้วย”

“สะดวกกว่ากินสมุนไพรต้ม กินง่าย ราคาไม่แพงและหาซื้อสะดวก เลยตัดสินใจเลือกยี่ห้อนี้ค่ะ”

ฟีนูแคปพลัส เป็นนวัตกรรมเพิ่มน้ำนม ผลิตจากลูกซัด สมุนไพรพื้นบ้านของไทย ซึ่งมีสรรพคุณในการกระตุ้นการผลิตน้ำนมของแม่หลังคลอด จึงได้รับการจดสิทธิบัตร มีงานวิจัยทางการแพทย์รับรอง  และผ่านการขึ้นทะเบียน อย. สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ http://www.fenucap.com/ครั้งเเรกของไทย-ม-มหิดล/

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี

คาร์ซีท รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี คุณแม่เลือก Combi เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

คาร์ซีทกับ รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี เป็นหนึ่งคำถามที่คุณแม่มือใหม่ต้องการคำตอบมากที่สุด เพราะความปลอดภัยของลูกน้อยเมื่อออกมาจากบ้านเป็นสิ่งสำคัญ แต่จะเลือกคาร์ซีทกับรถเข็นเด็กแบบไหนให้เหมาะกับลูก มั่นใจว่าปลอดภัยชัวร์ และคุณภาพสมราคา

คุณแม่ทั่วประเทศได้โหวต ให้ คอมบิ (Combi) เป็นแบรนด์ คาร์ซีทและรถเข็นเด็ก อันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

คาร์ซีทกับ รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้ว ใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด“รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ Combi  เป็นแบรนด์คาร์ซีทและรถเข็นเด็กในดวงใจ

“เป็นอุปกรณ์สองอย่างแรกที่อยากซื้อ เพราะพ่อกับแม่ชอบท่องเที่ยว เลยอยากพาลูกไปด้วยตั้งแต่เล็ก อุปกรณ์เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ พี่ที่ทำงานหลายคนแนะนำให้ลองใช้คอมบิ ลองแล้วไม่ผิดหวังค่ะ สินค้าได้มาตรฐานแข็งแรง ทนทาน ใช้งานสะดวกมาก”

“คุณภาพดีมากเลยค่ะ ใช้ตั้งแต่ลูกคนแรก ตอนนี้มีลูกสาวอีกคนก็ใช้ต่อได้สบาย วัสดุแข็งรง ทนทาน ชอบดีไซน์รถเข็นได้สวยงาม น้ำหนักเบา”

“ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ชอบฟังก์ชั่นที่ช่วยให้พับเก็บ และกางออกได้สะดวกด้วยมือข้างเดียว ยุ่งแค่ไหนก็จัดการได้ ที่สำคัญพับได้เยอะจึงไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ”

คอมบิ (Combi) ผลิตภัณฑ์แม่และเด็กสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1957 มีที่มาจากคำว่า “ผสมผสาน” (Combination) ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อเชื่อมโยงความเป็นแม่และลูกเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้พ่อแม่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสนุกมากขึ้น  มีสินค้าในหลายกลุ่ม รวมถึงรถเข็นเด็กและคาร์ซีทที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกช้อปให้เหมาะกับวัยของลูกน้อย ได้ตามช้อปในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อาหารเด็กทารก

อาหารเด็กทารก ป้อนอย่างไรไม่ให้ลูกเสี่ยงแพ้อาหาร?

การป้อน อาหารเด็กทารก หากป้อนไม่ถูกวิธีอาจทำให้ลูกเสี่ยงแพ้อาหาร ซึ่งอาการแพ้อาหาร สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของลูกน้อยได้

อาหารเด็กทารก ป้อนอย่างไรไม่ให้ลูกเสี่ยงแพ้อาหาร?

การแพ้อาหารคืออะไร?

การแพ้อาหาร (Food allergy) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารบางชนิดเข้าไป อาการแพ้อาหารสามารถพบได้มากถึง 2-10% ในปัจจุบัน  โดยอาการแพ้อาหารที่เกิดขึ้นอาจมีได้ตั้งแต่น้อย ปานกลาง จนถึงรุนแรง อาการที่รุนแรงที่สุด คือ เกิดปฏิกริยาเฉียบพลันต่อระบบของอวัยวะในร่างกายที่สำคัญตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไป ซึ่งมีผลต่อชีวิตได้ อาการที่เกิดจากปฏิกริยาการแพ้อาหาร มีดังนี้

  • ผิวหนัง มีอาการคัน ผื่นแดง ผื่นลมพิษ ผิวหนังบวม
  • ตา มีอาการคัน น้ำตาไหล ตาแดง อาการบวมรอบตา
  • ทางเดินหายใจส่วนบน มีอาการคัน แน่นจมูก น้ำมูกไหล จาม เสียงแหบ กล่องเสียงบวม
  • ทางเดินหายใจส่วนล่าง มีอาการไอ เสียงหวีดในลำคอ หายใจไม่ออก แน่นหรือเจ็บหน้าอก
  • ทางเดินอาหาร มีอาการคันในช่องปาก อาการบวมของริมฝีปาก ลิ้น หรือ เพดานปาก คันหรือแน่นในคอ ปวดท้องเรื้อรัง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือด
  • หัวใจและหลอดเลือด หัวใจเต้นเร็ว มึนงง สลบหรือเป็นลม ความดันโลหิตต่ำ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจแพ้อาหาร

โดยปกติแล้ว อาการแพ้อาหารแบบเฉียบพลันมักจะเกิดขึ้นหลังจากทานอาหารชนิดนั้น ๆ ไปแล้วไม่กี่นาทีถึงหลายชั่วโมง อาการเริ่มต้นที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ เกิดลมพิษขึ้นบริเวณผิวหนัง มีผื่นขึ้นบริเวณรอบ ๆ ปาก มีอาการท้องเสีย อ้วก ลูกจะงอแง เพราะรู้สึกอึดอัด ไม่สบายท้อง โดยหากเกิดอาการเพียงเล็กน้อย ควรหยุดป้อนอาหารที่ต้องสงสัยนั้นทันที โดยอาการแพ้จะสามารถหายได้เอง แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้จ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น

แต่หากลูกมีอาการหายใจลำบาก มีเสียงหวีดในลำคอ ลิ้น ริมฝีปาก และหน้าบวม ให้สงสัยว่าลูกอาจมีอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

ลูกแพ้อาหาร
ลูกแพ้อาหาร

ข้อควรระวังก่อนป้อน อาหารเด็กทารก มื้อแรกให้ลูก

ก่อนเริ่มให้ลูกทาน อาหารเด็กทารก คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบว่าลูกอาจมีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารหรือไม่ โดยเด็กที่แพ้อาหาร มักจะมีปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้

  • กรรมพันธุ์ พบว่าหากในครอบครัวมีสมาชิกที่เป็นโรคภูมิแพ้ 1 คน ความเสี่ยงในการเกิดการแพ้อาหารจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 หากมีสมาชิกในครอบครัวสายตรงเป็นโรคภูมิแพ้ 2 คน ความเสี่ยงในการเกิดการแพ้อาหารจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80
  • คนเอเชีย และเด็กผู้ชาย มีความเสี่ยงสูงในการเกิดการแพ้อาหาร
  • การขาดวิตามินดี มีผลทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการแพ้อาหาร
  • ลูกเคยมีหรือมีอาการของโรคผิวหนังอักเสบ หรือมีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมาก่อน

กลุ่มอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้ได้บ่อย

อาหารที่พบมีรายงานว่าทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย คือ ไข่ ขนม ถั่วลิสง ถั่ว (Tree nuts) ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ส่วนอาหารอื่นๆได้แก่ งา เมล็ดพืช อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผลไม้ (อ่านต่อ อาหารก่อภูมิแพ้ 8 ชนิดที่พ่อแม่ควรระวัง)

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารในกลุ่มอาหารที่อาจจะทำให้เกิดการแพ้ โดยอาหารแต่ละชนิดควรเริ่มทานในช่วงวัยที่แตกต่างกัน อย่างเช่น กลุ่มข้าวและผัก สามารถเริ่มทานได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป กลุ่มเนื้อสัตว์ ควรเริ่มทานตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป สำหรับอาหารทะเล ไข่ขาว ถั่ว ควรเริ่มทานได้ตั้งแต่ 1 – 1.5 ขวบขึ้นไป เป็นต้น สำหรับอาหารที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ ทีมแม่ ABK ขอนำตารางอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ เริ่มแพ้เมื่อไหร่ และจะหายแพ้เมื่อไหร่ โดยอ่านได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เด็กแพ้อาหารจะเริ่มเกิดในช่วงอายุใด? และจะหายแพ้เมื่อไหร่?

อาหารเสริมทารก

อาหารเสริมทารก เริ่มด้วยอาหารแบบไหน? ทานอย่างไร?

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสำลักอาหาร ลูกท้องอืดจากอาหารไม่ย่อย ลูกคายอาหารหรือไม่ชอบทานอาหาร ทีมแม่ ABK จึงมีเคล็ดลับในการป้อน อาหารเสริมทารก มื้อแรกมาฝากแม่ ๆ ค่ะ

อาหารเสริมทารก เริ่มด้วยอาหารแบบไหน? ทานอย่างไร?

การให้ลูกทาน อาหารเสริมทารก มื้อแรกนอกจากจะเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่รอคอยแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะต้องคอยสังเกตอาการต่าง ๆ หลังจากเริ่มทาน อาหารเสริมทารก เข้าไป เพราะแม้ว่าลูกจะมีวัยที่พร้อมทาน อาหารเสริมทารก แล้ว และลูกมีสัญญาณว่าลูกพร้อมทานแล้วก็ตาม แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถรู้ว่าภายในร่างกายของลูก โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ของลูกนั้นพร้อมหรือยัง และนอกจากความพร้อมแล้ว ยังต้องคอยระวังเรื่องการแพ้อาหารอีกด้วย

อาหารเสริมทารก มื้อแรก ควรเป็นอาหารแบบไหน?

ควรเริ่มป้อน อาหารเสริมทารก ด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) แล้วค่อย ๆ ใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ โดยผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช (เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา)

การที่ต้องให้ลูกทานอาหารซ้ำ ๆ กัน 4-5 วันต่อ 1 เมนู นั่นเป็นเพราะลูกอาจมีอาการแพ้อาหารสะสมได้ คือยังไม่มีอาการแพ้อาหารทันทีหลังจากทานข้าว แต่จะค่อย ๆ มีอาการแพ้อาหารในวันถัด ๆ ไป โดยอาการแพ้อาหารมีดังนี้

ลูกแพ้อาหาร
ลูกแพ้อาหาร

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะเบื่อรสชาติของอาหารชนิดนั้น ๆ นะคะ เพราะแค่ทาน อาหารเสริมทารก ก็เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับลูกน้อยแล้วค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีทำอาหารเสริมทารก และ 7 เคล็ดลับ ป้อนอาหารเสริมมื้อแรกให้สำเร็จ

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที เพิ่มสุดยอดทักษะดีๆ ได้มากกว่าที่คิด

ช่วงขวบปีแรก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต และยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองมากที่สุดด้วย แต่เด็กจำนวนไม่น้อยกลับพลาดกิจกรรมในการเสริมสร้างทักษะการอ่านและการพูดไป เพียงเพราะพ่อแม่คิดว่าเด็กยังเล็กเกินไปที่จะเข้าใจเนื้อหาในหนังสือ ทั้งนี้ในความเป็นจริงเราสามารถเริ่มต้นการอ่านให้กับลูกได้ตั้งแต่ช่วงแรกเกิด เป็นต้นไปได้เลยค่ะ ทั้งนี้จากงานวิจัยของ American Academy of Pediatrics พบว่า การให้เด็กอ่านหนังสือตั้งแต่ยังเล็ก ช่วยเพิ่มคำศัพท์ เพิ่มทักษะการอ่านก่อนที่จะเข้าโรงเรียน และการเสริมสร้างลักษะนิสัยด้วย

และเมื่อไหร่ที่เขาโตขึ้น การอ่านออกเสียงจะดึงให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมๆกับมีการชี้ไปที่ภาพ และการอ่านทวนคำซ้ำๆ ดังนั้น พ่อแม่ต้องใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยเรื่องราวที่มีมากกว่าแค่ในหนังสือตรงหน้า โดยพยายามตั้งคำถามเยอะๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นและสิ่งรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

 

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที

 

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที

ทั้งนี้การอ่านหนังสือให้ลูกฟังไม่ต้องใช้เวลานานก็ได้ และไม่ต้องอ่านหลายเล่ม ขอแค่ได้อ่านเป็นประจำสม่ำเสมอก็พอ มีเวลาน้อย ก็อ่านน้อย มีเวลามากก็อ่านมาก แต่หลักๆ ใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีต่อวันเท่านั้น จะอ่านทุกคืนก่อนนอน อ่านตอนเช้า อ่านตอนเย็น อ่านบนรถตอนรถติด อ่านตอนรอคิวที่ร้านอาหาร หรืออ่านตอนออกไปเที่ยวนอกบ้านก็ได้  ฉะนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหน แนะนำให้ถือหนังสือหรือนิทานติดกระเป๋าไว้ มีโอกาสตอนไหนก็หยิบมาอ่านให้ลูกฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที

Did You Know เทคนิคอ่านนิทานให้ลูกวัยทารกฟัง

– เด็กทารกส่วนมากยังไม่แสดงท่าทีว่าสนใจจะฟังนิทานจนกว่าจะอายุครบ 6 เดือนไปแล้ว ดังนั้น ถึงแม้ว่าลูกจะยังไม่มีท่าทางกระตือรือร้นฟังคุณแม่อ่าน แต่ลูกได้ยินทุกคำที่คุณอ่านให้ฟัง
– สร้างสภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และประทับใจ ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในการอ่านระหว่างแม่ลูก มีการกอดลูก อุ้มลูกนั่งตัก หรือนอนอ่านหนังสือด้วยกันบนเตียง เหล่านี้จะติดตรึงในความทรงจำของลูกตลอดไป
– ขณะอ่านหนังสือให้ลูกน้อยฟัง พยายามอ่านออกเสียงให้ลูกฟังดังๆ และชัดเจน เพื่อลูกจะได้รู้ว่าคำนี้อ่านออกเสียงว่าอย่างไร เช่นคำว่า สามารถ (สา-มาด), มกราคม (มะ-กะ-รา-คม) และโดยเฉพาะคำที่มีตัว ร, ล และคำควบกล้ำ
– ลองเลือกหนังสือที่มีแต่รูปภาพ และไม่มีคำศัพท์ดูบ้าง เพราะช่วยให้ลูกเล่าเรื่องเองจากภาพที่เห็น

อยากรู้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับนิทานสำหรับลูกน้อย และหนังสือสำหรับเด็ก พร้อมเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการอ่าน เข้าไปดูได้ที่ทาง FB Fanpage :  thehappyread และ www.thehappyread.com  มีโครงการดีๆ เชิญชวนคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยมาเป็นครอบครัวนักอ่าน และร่วมบริจาคหนังสืออีกด้วย

 

ส่งต่อความรู้มอบหนังสือให้เด็กๆ กับโครงการ ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 2 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวและร่วมสนับสนุนโครงการฯได้ทาง FB Fanpage :  thehappyread และ www.thehappyread.com 

ชวนลูกอ่านแค่วันละ 15 นาที

อาหารเสริมเด็ก

7 สัญญาณ ลูกพร้อมกิน “อาหารเสริมเด็ก-ทารก”

นอกจากอายุที่เป็นตัววัดว่าลูกควรเริ่มทาน อาหารเสริมเด็ก-ทารก แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรดูสัญญาณจากร่างกายของลูกด้วยว่าพร้อมสำหรับการทานอาหารเสริมแล้วหรือยัง?

7 สัญญาณ ลูกพร้อมกิน “อาหารเสริมเด็ก-ทารก”

อาหารเสริมเด็กทารก ควรเริ่มเมื่อไหร่?

เรารู้กันดีว่า “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีสำหรับลูกน้อย เนื่องจากมีสารอาหารต่าง ๆ ที่มากมาย และมีปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต อีกทั้งในน้ำนมแม่ยังมีภูมิต้านทานต่าง ๆ ที่ช่วยปกป้องลูกไม่ให้ลูกเจ็บป่วยง่าย ดังนั้นจึงควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด และสามารถให้นมแม่ได้จนลูกอายุหนึ่งขวบครึ่งถึงสองปี

แต่เมื่อลูกมีอายุมากขึ้น ความต้องการสารอาหารต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่น โปรตีน เหล็ก แคลเซียม สังกะสี ไอโอดีน วิตามินเอ เป็นต้น การได้รับนมแม่ (ซึ่งมีสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้ว) อาจยังไม่เพียงพอต่อร่างกายของลูก ดังนั้นลูกจึงควรได้รับสารอาหารจากอาหารชนิดอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายและสมองของลูกมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ ซึ่งโดยทั่วไป เด็กทารกควรได้รับอาหารเสริมเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป แต่หากพบว่า ในช่วง 4-6 เดือน ที่ลูกกินนมแม่อย่างเดียว แต่มีปัญหาน้ำหนักขึ้นน้อยลง และไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะมีความช่วยเหลือด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเต็มที่แล้ว แพทย์อาจจะพิจารณาให้กินอาหารตามวัย ก่อนอายุ 6 เดือน แต่ไม่ก่อน 4 เดือน โดยควบคู่กับการกินนมแม่

ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารเสริมที่อายุประมาณ 6-9 เดือน โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าร่างกายของลูกพร้อมกินอาหารเสริม โดยดูได้จากสัญญาณต่อไปนี้

7 สัญญาณ ลูกพร้อมกิน “อาหารเสริมเด็ก-ทารก”

  1. ลูกคอแข็งแล้ว

เด็กที่จะสามารถกลืนอาหารที่มีเนื้อข้นกว่าน้ำนมแม่ได้ จะต้องสามารถควบคุมกล้ามเนื้อคอของตนเองได้เป็นอย่างดี โดยลูกจะต้องสามารถตั้งหัวได้ตรงไม่เอียงหรือส่ายไปมา หากลูกสามารถบังคับกล้ามเนื้อในส่วนนี้ได้ดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดการสำลักอาหารได้

2. นั่งเองได้

หากลูกสามารถนั่งได้เอง หรือนั่งโดยที่มีการประคองจากแม่ หรือนั่งในเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็กได้ดี จะทำให้ลูกอยู่ในท่าที่พร้อมที่จะกลืนอาหารได้โดยไม่สำลักอาหาร

3. ลูกไม่เอาลิ้นดันอาหารออกมา

ตามธรรมชาติแล้ว ทารกจะเอาลิ้นดันหรือคายอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่ออกมา เพราะเป็นปฏิกิริยาที่จะป้องกันไม่ให้ลูกน้อยสำลัก และยังเป็นสัญญาณว่าลูกยังไม่พร้อมสำหรับอาหารชนิดอื่น ๆ อีกด้วย แต่เมื่อปาก ลิ้น และ ระบบการย่อยอาหารของลูกพร้อมสำหรับ อาหารเสริมเด็ก แล้ว ลูกจะสามารถเคลื่อนอาหารเสริมเข้าไปที่ด้านหลังของปากและกลืนมันเข้าไปได้ แทนที่จะเอาลิ้นดันหรือคายอาหารออกมา

อาหารเสริมทารก
อาหารเสริมทารก

4. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

เมื่อร่างกายของลูกพร้อมสำหรับ อาหารเสริมเด็ก แล้ว ลูกควรจะมีน้ำหนักเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิด และ ควรมีน้ำหนักอย่างน้อย 5.89 กิโลกรัม และไม่ควรมีอายุน้อยกว่า 4-6 เดือน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 7 สัญญาณ ลูกพร้อมกิน “อาหารเสริมเด็กทารก” และข้อดีของการเริ่มอาหารเสริมหลัง 6 เดือน

รถเข็นเด็ก

พาลูกนอกบ้าน เลือก รถเข็นเด็ก คาร์ซีทแบบไหน มั่นใจปลอดภัยชัวร์

เพราะความปลอดภัยของลูกเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายแล้ว เวลาพาลูกเดินทาง หรือออกไปเที่ยวนอกบ้าน คุณแม่ต้องไม่ลืมอุปกรณ์เซฟตี้ รถเข็นเด็ก และคาร์ซีท เพื่อเป็นเกราะปกป้องลูกจากกอุบัติเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่จะรู้ได้อย่างไรว่ารถเข็นเด็กกับคาร์ซีทแบบไหนเหมาะกับลูก เรามีวิธีเลือกมาแนะนำกัน

เริ่มต้นที่ รถเข็นเด็ก ตัวช่วยที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาไปช้อปปิ้ง หรือต้องเดินเที่ยวไกลๆ รถเข็นจึงเป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ รถเข็นเด็กมีหลายขนาด หลายฟังก์ชั่น สามารถแบ่งได้ 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ แบบ Carriage สามารถปรับนานราบได้ 180 องศา เหมาะกับเด็กแรกเกิด – 3 ขวบ  แบบ Stroller ใช้ทั้งนอนและนั่งได้ ปรับเอนได้ไม่เกิน 150 องศา นิยมใช้กันมากที่สุด แบบ Jogging Stroller ชื่อก็บอกว่าจ็อกกิ้งเพราะเข็นได้เร็วเทียบเท่ากับการวิ่ง เหมาะกับพ่อแม่สายเฮลธ์ตี้ตัวจริง และอย่างสุดท้ายคือ รถเข็นเด็ก แบบCar Seat คือรถเข็นที่สามารถแปลงร่างให้เป็นคาร์ซีทติดรถยนต์ได้

รถเข็นเด็ก

วิธีการเลือก รถเข็นเด็ก อย่างไรให้ถูกใจแม่ ลูกใช้แล้วสบายตัว

  • เลือกขนาดพอดีกับตัวลูก และไม่มีรอยต่อในจุดสำคัญ เพราะมีผลต่อความแข็งแรงและการใช้งาน ส่วนใหญ่รถเข็นที่พับเก็บได้เหมือนขนาดเล็กมาก จะมีรอยต่อเยอะ ซึ่งอาจใช้ไม่ได้เมื่อลูกตัวโตขึ้นฃ
  • เลือกเบาะรองนานที่ปรับได้ 170 องศาขึ้นไปสำหรับลูกวัยเบบี๋ เพราะลูกยังนอนกินนม รถเข็นแบบนี้จะช่วยลดอาการกรดไหลย้อนได้
  • มีหมอนรองคอและสะโพก เพื่อช่วยประคองศีรษะและกระดูกสันหลัง ช่วยให้ลูกหายใจได้สะดวก ไม่อึดอัด
  • รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ช่วยให้ลูกนอนหลับสบาย ไม่รู้สึกว่าถูกเขย่าหรือสั่นตลอดเวลา มีเข็มขัดนิรภัยยึดหัว ไหล่ และเอว เพื่อความปลอดภัย แต่ลูกยังสามารถขยับแขนขาได้ ไม่อึดอัด
  • เบาะรองนอน สูงจากพื้นมากกว่า 50 เซนติเมตร ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความอับชื้น หลังลูกไม่เปียกแม้นอนนาน
  • ไม่มีขอบแหลมคมที่บาดผิวลูก เวลาลูกยกแขน ยกขา
  • ล้อรถเข็นหมุนได้ 360 องศาทั้ง 4 ล้อ แต่ควรเลือกให้หมุนพร้อมกันครั้งละ 2 ล้อเท่านั้น มีระบบเบรคที่ดีด้วย เพื่อความปลอดภัย

ส่วนคาร์ซีทติดตั้งบนรถยนต์เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ ทุกครั้งที่พาลูกเดินทางไปที่ไหน คุณแม่ควรให้ลูกนั่งคาร์ซีททุกครั้งโดยสามารถให้นั่งได้ตั้งแต่วันแรกหลังคลอดที่กลับจากโรงพยาบาล เมื่อลูกคุ้นเคยแล้วการนั่งคาร์ซีทก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้เด็กอุ้มหรือนั่งตักผู้ใหญ่ แม้จะดูเหมือนว่าจะปลอดภัย แต่จากงานวิจัยกลับพบว่าพฤติกรรมเช่นนี้อาจทำให้ทั้งแม่และลูกได้รับบาดเจ็บหนัก ขณะที่คาร์ซีทจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัยได้มากกว่า

รถเข็นเด็ก

วิธีเลือกคาร์ซีทให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะปลอดภัย

  • เลือกให้เหมาะกับวัยและขนาดตัวลูก ซึ่งดูจากอายุของลูกน้อย โดยทั่วไปคาร์ซีทดจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ แบบติดตั้งถาวร ซึ่งแน่นหนา ไม่สามารถถอดเข้าออกได้ ใช้งานได้ระยะยาวเหมาะกับเด็กตั้งแต่แรกเกิด  – 4 ขวบ แบบ Travel System เน้นความสะดวก ถอดออกไปติดตั้งกับ รถเข็นเด็ก ได้โดยไม่ต้องอุ้มลูกน้อยออกมา เหมาะกับเด็กแรกเกิด – 1 ขวบครึ่งเท่านั้น เมื่อลูกโตขึ้นต้องซื้อใหม่
  • ผ่านมาตราฐานจากแหล่งน่าเชื่อถือ
  • หากเป็นไปได้ควรเลือกเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด ซึ่งจะปลอดภัยกว่าแบบ 3 จุด
  • หากใช้คาร์ซีทมือสอง ควรเช็กให้ดีกว่าไม่มีชิ้นส่วนใดขายหาย อุปกรณ์ทุกจุดไม่แตกร้าว เพราะอาจส่งผลต่อการทำงาน
  • อาจเลือกคาร์ซีทที่มีฟังก์ชั่นเสริม เพื่อให้สะดวกกับการใช้งาน เช่น แบบหมุนได้ ช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกขึ้นลงรถได้ง่ายขึ้น หรือแบบปรับเอนให้ลูกนอนสบาย ไม่อึดอัด เหมาะกับการเดินทางไกลๆ
  • เลือกระดับราคาที่เหมาะกับประสิทธิภาพ เพราะคาร์ซีทที่ราคาสูงอาจไม่ใช่เครื่องการันตีคุณภาพเสมอไป

รถเข็นเด็ก

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้  FICO เป็นแบรนด์ รถเข็นเด็ก และคาร์ซีท ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Stroller and Car Seat

FICO เป็นหนึ่งในแบรนด์สินค้าดูแลทารกและเด็ก ที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเฉพาะรถเข็นเด็ก และคาร์ซีทที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายแบบ ซึ่งคุณแม่สามารถเลือกใหม่เหมาะกับลูกน้อยได้อย่างไม่จำกัด เริ่มต้นจาก รถเข็นเด็ก รุ่นที่อยากแนะนำ คือ  รถเข็นเด็ก Fico รุ่น Small World มีฟังก์ขั่นที่เหมาะกับลูกเบบี๋แรกเกิด ทั้งพนักพิงปรับเอนหลังได้ถึง 170 องศา ลูกนอนสบายๆเหมือนเปลที่บ้าน วิธีการปรับเอนก็ไม่ยุ่งยาก คุณแม่สามารถทำได้ด้วยมือข้างเดียว

เบาะรองระบายอากาศได้ดีทั้งด้านในและด้านหลัง ลดความอับชื้นแม้ในวันอากาศร้อนได้ดี มีหลังคาบังแดดขนาดใหญ่ ป้องกันความร้อนได้มากขึ้น แต่ก็มีช่องด้านบนขนาดใหญ่ ให้คุณแม่มองเห็นลูกน้อยได้สะดวก ส่วนระบบความปลอดภัยก็หายห่วง เพราะมีทั้งระบบเบรคสองล้อพร้อมกันได้ หมุนได้รอบตัว 360 องศา สายรัดกันกระแทกถึง 5 จุด ปรับสั้นยาวได้ มีบาร์กันกระแทก  ถอดซักได้  พับเก็บสะดวกด้วยมือข้างเดียว มีขนาดเล็ก ที่สำคัญสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ด้วย

ส่วนคาร์ซีท  FICO มีให้เลือหลายรุ่นเช่นกัน ส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วัย 0 ขวบ ซึ่งเหมาะกับความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ ทุกรุ่นผ่านมาตราฐาน ECE R44/04 ใช้กับรถยนต์ได้ทุกรุ่นที่มีเข็มขัดนิรภัย พนักพิงปรับได้ 5 ระดับ มีเบาะนุ่มโอบรับตัวลูกได้ดีทีเดียว

ส่วนระบบความปลอดภัยแน่นหนา ด้วยสายรัดถึง 5 จุด และระบบล็อกพิเศษที่แข็งแรง ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัย แม้เผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน สายเข็มขัดที่สัมผัสตัวลูกจะมีเบาะหุ้ม หมดกังวลเรื่องสายคาดบาดตัว คาร์ซีทสามารถติดตั้งได้ทั้งแบบหันหน้าเข้าเบาะ เหมาะกับลูกวัยน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม และหันหลังจากเบาะสำหรับลูกน้ำหนักตัว 9-18 กิโลกรัม เป็นต้น

ราคาของรถเข็นเด็ก และคาร์ซีทของ FICO เหมาะกับทุกครอบครัว ไม่แพงจนเกินไป ที่สำคัญหาซื้อได้สะดวกทั้งในห้างสรรพสินค้า ออนไลน์ และศูนย์จำหน่ายสินค้าของ FICO ทั่วประเทศ หากเกิดความเสียหายก็สามารถส่งซ่อมหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตามศูนย์ต่างๆ ได้ทันที

สามารถศึกษาข้อมูลและชมสินค้าแบรนด์ FICO เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Ficobabythailand/

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มีเกณฑ์ท้อง

เปิดไพ่เช็กดวง ราศีไหน มีเกณฑ์ท้อง ปี 2563 ดูเลย!!

ราศีใดมีเกณฑ์ ตั้งครรภ์ 2563 แม่หมอเปิดไพ่ให้แล้ว!! ปี 2563 ราศีไหนจะมีลูก ราศีไหน มีเกณฑ์ท้อง ได้เป็นแม่คนแน่ๆ ตามไปเช็กกันเลย

เปิดไพ่เช็คดวงว่าที่คุณแม่! ราศี มีเกณฑ์ท้อง
ราศีไหนจะท้อง
ในปี 2563 ไปดูกัน!!

ปีหน้านี้ฉัน มีเกณฑ์ท้อง หรือไม่??? หากคุณผู้หญิงที่แต่งานแล้ววางแผนจะท้องหรืออยากมีลูกปีหน้า 2020 แม้คุณจะพยายามทำตามขั้นตอนการมีลูกทุกวิถีทางแล้ว แต่กังวลและสงสัยว่าลูกจะติดหรือไม่ จะได้ตั้งครรภ์ เป็นแม่คนหรือเปล่า ลองดูดวง ราศี มีเกณฑ์ท้อง ราศีไหนจะท้อง ปี 2563 นี้ไว้กันได้นะคะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเรื่องช่วยเพิ่มพลังจิตใจให้คุรแม่ฟิตร่างกายพร้อมมีลูกน้อยได้อย่างสบายใจ

ซึ่งทางทีมแม่ ABK ได้คำแนะนำจาก อาจารย์ดาริณ ปักธง จากแอป a ดวง  www.aduang.co นักโหราศาสตร์ อาจารย์เจ้าของสถาบันบ้านเด็กปลื้ม และสุดยอดคุณแม่ลูกสอง ที่มาเปิดไพ่เช็กดวง ราศีที่ มีเกณฑ์ท้อง ในปี 2020 ราศีใดจะได้มีลูก ซึ่งเป็นดวงที่อาจารย์ดาริณ ทำนายไว้สามารถดูได้ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง …. ว่าแต่จะมี ราศีไหนมีเกณฑ์ตั้งครรภ์ 2563 บ้าง ไปดูกันเลย

ตารางเช็กราศีของตัวเอง

ราศี

เกิดระหว่างวันที่

ราศีเมษ
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
มีนาคม – 21 เมษายน
ราศีพฤษภ
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
เมษายน – 21 พฤษภาคม
ราศีเมถุน
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
พฤษภาคม – 21 มิถุนายน
ราศีกรกฏ
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
มิถุนายน – 21 กรกฎาคม
ราศีสิงห์
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
กรกฎาคม – 21 สิงหาคม
ราศีกันย์
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
สิงหาคม – 21 กันยายน
ราศีตุล 
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
กันยายน – 21 ตุลาคม
ราศีพิจิก
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
ตุลาคม – 21 พฤศจิกายน
ราศีธนู
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
22
พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม
ราศีมังกร
สำหรับคนที่เกิดระหว่างวันที่
22
ธันวาคม – 20 มกราคม
ราศีกุมภ์
สำหรับคนที่เกิดระหว่างวันที่
21
มกราคม – 20 กุมภาพันธ์
ราศีมีน
สำหรับคนเกิดระหว่างวันที่
21
กุมภาพันธ์ – 21 มีนาคม

 

ราศีเมษ

เรียกได้ว่า จังหวะเหมาะมาก ในการวางแผนการตั้งครรภ์ และมีแนวโน้มสูงมาก หรือเรียกได้ว่า มีเกณฑ์ท้อง ปี 2563 ถึง 65% และลูกคนแรกจะเป็นผู้หญิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่คุณสุภาพสตรีนะจ๊ะ อยู่ที่ท่านชายล้วนๆ เลยค่ะ ที่จะต้องฟิตร่างกายและพร้อมในวันที่คุณภรรยาใข่ตก

Must read : วิธีทำลูกสาว ไม่ใช่เรื่องยาก ต้องลองสูตรนี้!!!

ราศีพฤษภ

สำหรับ ราศีพฤษภ เกณฑ์การตั้งครรภ์อาจจะยังไม่มา แต่แนะนำว่า หากฝากไข่หรือสเปิร์มได้ แนะนำให้ฝากในช่วง พ.ค – ก.ย เป็นช่วงไข่หรือสเปิร์มสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งตัวคุณผู้หญิงเองต้องระวังเรื่องมดลูกต่ำ หรืออาจจะเจอภาวะผิดปรกติ หรือคลอดยาก ประมาณ 10-15% ดังนั้นควรเตรียมตัวเรื่องสุขภาพ โดยการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวด้วยนะคะ

 

ราศีเมถุน

ต้องระวังหน่อยนะคะ ถึงแม้จะ มีเกณฑ์ท้อง สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร โดยเฉพาะแคลเซียม หากตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อกระดูกและโครงสร้างร่างกาย ทำให้เด็กและตัวคุณแม่ไม่แข็งแรง วิธีที่ดีที่สุด ควรวางแผนการมีบุตรล่วงหน้า 6 เดือน – 1 ปี และระหว่างนี้ควรกินอาหารที่มีโปรตีน โฟเลตและแคลเซียม เช่น อะโวคาโด นมวัว และพืชตระกลูถั่ว เพื่อบำรุงร่างกาย เตรียมพร้อมในการตั้งครรภ์ค่ะ

Must read : อาหารที่มีแคลเซียม สําหรับคนท้อง เมื่อแม่แพ้-ไม่ชอบดื่มนมวัว

Must read : 15 อาหารที่มีโฟเลตสูง ที่แม่ท้องและลูกในท้องควรทาน

ราศีกรกฎ

คุณผู้หญิงราศีกรกฎอย่าท้อถอดใจ ที่พยายามเท่าไรก็ไม่ติดสักที! เพราะคุณอาจ มีเกณฑ์ตั้งรรภ์ อีกทีคือช่วงปลายปี หรือในบางท่านก็ตั้งครรภ์ง่ายมาก จนอยากจะทำหมัน และสำหรับชาวราศีกรกฎโดยเฉพาะคุณผู้ชาย ควรฟิตร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะในส่วนของคุณผู้หญิงนั้น พร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว

 

อ่านต่อ >> “เช็กดวง ราศีใดมีเกณฑ์ ตั้งครรภ์ 2563” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สเปรย์ปรับอากาศ ยี่ห้อไหนดี

สเปรย์ปรับอากาศ ยี่ห้อไหนดี เพื่อลูกน้อยคุณแม่เลือก สเปรย์จิงโจ้ เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

สเปรย์ปรับอากาศ ยี่ห้อไหนดี  ช่วยปรับอากาศในบ้านให้หอมสดชื่น และสะอาดพอสำหรับลูกน้อย เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคภัยที่มากับอากาศ คุณแม่ทั่วประเทศได้โหวต ให้ สเปรย์จิงโจ้ (Kangaroo) เป็นแบรนด์ “สเปรย์ปรับอากาศ” อันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

สเปรย์ปรับอากาศ ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้ว ใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด“รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ สเปรย์จิงโจ้ เป็นแบรนด์น้ำยาซักผ้าเด็กในดวงใจ

“รู้จักแบรนด์นี้มานานแล้วค่ะ ชอบที่กลิ่นหอมดี ฉีดไว้ก่อนนอน ช่วยให้หลับสบายทั้งพ่อแม่ลูกเลยค่ะ”

“หาซื้อสะดวกดีค่ะ ราคาไม่แพงมาก ใช้ได้ทั้งบ้านเลย ยิ่งวันที่อากาศเย็น ลูกมันคัดจมูก หายใจไม่ออก พอพ่นสเปรย์แล้ว หายใจสะดวกขึ้น คุ้มค่านะคะ”

“ตัวแม่เองชอบกลิ่นยูคาลิปตัสอยู่แล้วค่ะ เพราะช่วยให้หลับสบาย พอมีลูกก็ฉีดก่อนนอนให้มีกลิ่นอ่อนๆ ลูกชอบมากเลย”

สเปรย์จิ้งโจ้ หรือ  Kangaroo  brand เป็นสเปรย์ยูคาลิปตัส 100 %   ซึ่งมีคุณสมบัติตามธรรมชาติช่วยปรับอากาศให้หอมสดชื่น ช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ลดอาการภูมิแพ้อากาศ ช่วยให้หายใจโล่งสบาย ห่างไกลภูมิแพ้ ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ นอกจากสเปรย์ปรับอากาศแล้วยังมีน้ำมันยูคาลิปตัส ที่มีตัวยา Eucalyptol (Cineole) 80 – 85% ผลิตจากใบยูคาลิปตัส ผ่านการกลั่นกรอง 2 ครั้ง ใช้สูดดมเพื่อบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก ใช้ทาถูนวด บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้กลิ่นหอม สดชื่น เหมาะกับคนทุกวัย

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ดีลดีมากแม่! ไอเท็มแม่และเด็ก ดีลดีครั้งสุดท้ายของปีที่ ลาซาด้า 12.12 #อยากได้ต้องได้

แม่ๆ เตรียมเช็คลิสต์ไอเท็มลูกรักไว้ให้พร้อมกับเทศกาลแห่งความสุข และช่วงเวลาลดกระหน่ำอย่าง ‘Lazada 12.12 แกรนด์เซล ส่งท้ายปี’ #อยากได้ต้องได้ 12 – 14 ธ.ค. นี้ เตรียมสินค้าแม่และเด็กแบรนด์ดังมาลดราคามากมายเพื่อให้แม่ๆ ได้ช้อปกันอย่างจุใจ การันตีของแท้ที่แม่จะต้องวางใจ ไม่ว่าจะเป็น

MamyPoko ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่คุณแม่ไว้วางใจ นุ่มและอ่อนโยนต่อผิวลูกน้อย ลดสูงสุด 40% แถมยังแจกคูปอง 15% โดยเฉพาะสายตุนห้ามพลาดแบบขายยกลัง! MamyPoko Super Premium Organic ไซส์ New born (แรกเกิด) จำนวน 84 ชิ้น X 3 แพ็ค  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/33KngqI

BabyLove สินค้าทุกรุ่นผ่านการทดสอบ hypoallergenic ทำให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกใส่แล้วไม่แพ้ ลดเบอร์แรงแซงทุกโปร สูงสุด 50% แถมยังลดเพิ่ม 12% อย่าพลาดกับกางเกงผ้าอ้อม เบบี้เลิฟ สไมล์แพ้นส์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/33T151o

Pampers ด้วยเทคโนโลยีเมจิเคิลพอดส์ช่วยดูดซับความเปียกชื้นได้อย่างรวดเร็ว และกระจายน้ำอย่างเท่าเทียมกันรอบด้าน ซึบซับได้ดี แห้งยาวนานถึง 12 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีใหม่! ทำให้ผ้าอ้อมแพมเพิสบางมากขึ้นถึง 10%* เพิ่มความสบายให้ลูกน้อย ลดสูงสุด 40% แบบขายยกลัง! ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/384rHA9

Enfagrow เพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เสริมลูกน้อยด้วย MFGM ที่สุดการค้นพบสารอาหารที่มีในนมแม่ พร้อม DHA ที่ลูกน้อยต้องการ 100 มก. ต่อวัน มอบส่วนลดสูงสุดถึง 35% พร้อมคูปองลดเพิ่มอีก 20% แถมด้วยกิจกรรมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินจากสายการบิน Thai Smile งานนี้คุณแม่ห้ามพลาด! ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/2RmnXnn

S-26 ผลิตภัณฑ์คุณภาพ มีการตรวจสอบคุณภาพมากกว่า 700 ครั้งต่อหนึ่งชุดการผลิต เพื่อให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารเหมาะสมในทุกๆ ช้อนจากนมผงของ ไวเอท นิวทริชั่น ลดสูงสุด 30% ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/2LpMa8A

ดัชมิลล์ ไม่เพียงแค่อิ่มท้อง แต่พร้อมอิ่มคุณภาพและสารอาหารที่ครบถ้วน นาทีสุดท้ายก่อนหยุดยาว ลดสูงสุด 33% รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/36814bM

นมผง ตราหมี โพรเท็กซ์ชัน ประหยัดสูงสุด 280 บาท พร้อมมอบคูปองลดเพิ่ม 300 บาท เมื่อซื้อขั้นต่ำ 1,990 บาท แนะนำนมผง ตราหมี สูตร 3 นมผงสำหรับเด็ก รสจืด ขนาด 3,000 กรัม (2 กล่อง) รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/388pW4Q

อย่าพลาดกับมหกรรมเซลส์ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีแบบอยากได้ต้องได้ใน Lazada 12.12 แกรนด์เซล ส่งท้ายปี 12-14 ธันวาคมนี้ กดสินค้าที่ใช่ใส่รถเข็นรอไว้เลย! คลิก https://bit.ly/33FSU8w

Lucky New Year Gifts 2019

Lucky New Year Gifts 2019 กับ รายการ Super Nanny

Super Nanny บอมเบย์ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาโบกมือลาปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับกิจกรรม Lucky New Year Gifts 2019 กับ รายการ Super Nanny BY Amarin Baby & Kids Online ชวนแฟนๆ รายการ Super Nanny และ Fan Page Amarin Baby & Kids มาลุ้นรับของขวัญต้อนรับปีใหม่ ในวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2019 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป LIVE สด ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กเพจ Amarin Baby & Kids

เพียงร่วมสนุกจับฉลากออนไลน์ที่เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ธันวาคม 2562 กติกาการจับฉลากเพียงแค่เข้ามาที่หน้าบทความนี้ >> Lucky New Year Gifts 2019 กับ รายการ Super Nanny << แล้วพิมพ์เลขอะไรก็ได้ที่คุณชอบตั้งแต่ 01-27 ลงในช่องคอมเม้นต์ข้างล่างสุดใต้บทความนี้ ⇓ (ขอสงวน 1 ตัวเลข/ 1 ท่าน นะคะ) โดยให้เขียน >> ชื่อ – นามสกุล / ชื่อ Facebook (ต้องเป็น Facebook ที่ใช้งานจริง) + หมายเลขที่ชอบ และต้องกดแชร์บทความนี้ ไปยังหน้า Facebook ของตัวเอง แล้วตั้งเป็นสาธารณะ (Public) ด้วยนะคะ

ตัวอย่างการใส่คอมเม้นต์ : น้ำส้ม ใจดี / Numsommm ชอบหมายเลข 1

รายละเอียดและเงื่อนไขการประกาศรางวัลทาง Live Facebook Amarin Baby & Kids

  1. ทางทีมงานจะเก็บข้อมูลทุกท่านเอาไว้ จากนั้นจะเอามาประกาศจับฉลาก Live Facebook ใครที่พิมพ์ตัวเลขที่ชอบตรงกับเบอร์ของขวัญที่เราจับขึ้นมาก็รับไปเลยค่ะ หากทำไม่ครบตามกติกาที่แจ้งด้านบนหรือทำไม่ถูกต้องทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์การนำรายชื่อมาจับฉลากนะะคะ
  2. การได้รับรางวัล ผู้ที่เขียนหมายเลขที่ชอบเข้ามา จะต้องอยู่ใน Live facebook ด้วย
  3. กรณีที่จับชื่อขึ้นมาแล้วไม่ได้อยู่ใน Live จะทำการจับชื่อผู้โชคดีที่เลือกหมายเลขเดียวกันขึ้นมาใหม่
  4. กติกาการประกาศจับรางวัลผู้โชคดี ขณะ Live facebook อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

งานนี้ Super Nanny จับแจกจนกว่าของรางวัลทุกชิ้นจะมีเจ้าของทั้งหมด ติดตามการ Live Facebook ที่เพจ Amarin Baby & Kids ในวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไปค่ะ ผู้ที่จะได้รางวัล ต้องดู Live สด!! เท่านั้นนะคะ ใครไม่ทันดูประกาศรางวัลสดๆ หมดสิทธิ์นะจ๊ะ เพราะเราจะให้ผู้ได้รับรางวัลรายงานตัวผ่านการ Live ตอนจับฉลากกันเลย

ของรางวัล Lucky New Year Gifts 2019 รายการ Super Nanny มีดังนี้

 

คินดี้ เครื่องไล่ยุงไฟฟ้า (5 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

ออร์แกนิค บาย เบบี้มายด์ มัลติเพอร์เพิส เบบี้ บาล์ม (15 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

Kodomo Shampoo + Kodomo ล้างขวดนม (3 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

D-nee Organic Lotion + สบู่เหลวอาบน้ำ (4 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

แผ่นซับน้ำนมแม่ SUNMUM (1 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

สเปรย์จิงโจ้ (1 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

โพลาร์ สเปร์ย (4 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

ผ้าอ้อม MamyPoko Newborn (1 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

กระเป๋านารายา (2 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

kidzooona (10 รางวัล)

Lucky New Year Gifts 2019

Lucky New Year Gifts 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด

8 วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด พร้อมหลัก 4 ข้อเพื่อฝึกวินัยให้ได้ผล

ลูกทำผิด พ่อแม่จะรับมือยังไง!? ตามมาดู วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด อีกหนึ่งแนวทางการเลี้ยงลูก เพื่อให้ลูกมีวินัย รู้จักรับผิดในสิ่งที่กระทำ เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นไปแบบมีคุณค่า

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด

ว่าด้วยเรื่องการอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนลูกน้อย ทีมแม่ ABK เชื่อว่าแต่ละบ้านก็มีวิธีหรือแนวทางที่แตกต่างกันออกไป บางบ้านอาจจะเน้นใช้ไม้อ่อนกับลูก หรือบางบ้านก็มักงัดไม้แข็งขึ้นมาใช้บ้าง ซึ่งก็ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด เพียงแต่ผลลัพธ์นั้นก็เพราะอยากให้ลูกน้อยของเราเป็นคนดี มีความสุข เติบโตขึ้นไปแบบมีคุณภาพและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติ เช่นเดียวกับ ครอบครัวสุประกอบ กับพ่อกาย-แม่ฮารุ และลูกน้อยทั้ง 3 ที่ขึ้นชื่อว่าเนี้ยบกับลูกสุด ๆ คือ พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด

ภาพจาก Instagram : harusuprakob

โดยล่าสุดคุณแม่ฮารุ ได้ออกมาเผยคลิปทางอินสตาแกรม ซึ่งเป็นภาพที่คุณพ่อกาย กำลังทำโทษน้องคีริน อีกหนึ่ง วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด ของบ้านนี้ โดยพ่อกายได้บอกกับลูกว่า ก่อนหน้านี้เราตกลงกันแล้วว่าถ้าคีรินทำผิด จะต้องถูกลงโทษ และไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ จนทำให้น้องคีรินร้องไห้ และถึงกับทรุดลงไปกองที่พื้น

“ถ้าเราทำผิดแล้วเรายอมรับผิด เราก็ต้องชดใช้กับสิ่งที่เราทำไงลูก
เพราะทุกอย่างต้องมีการลงโทษ เดี๋ยวด๊าจะไปด้วย”

https://www.instagram.com/p/B56fJZphFt4/

ด้านน้องคีรินเองที่ลงไปนอนกองและไม่อยากไปขึ้นไปโรงพักหาคุณตำรวจ ก็ยังบอกอีกว่า พยายามคิดแล้วก่อนทำ แต่คีรินคิดไม่ออก คีรินไม่อยากคุยกับตำรวจ

งานนี้น้องคีรินก็ถูกคุณพ่อพาขึ้นโรงพัก ไปสารภาพความผิดกับคุณตำรวจจริง ๆ ในเรื่องที่น้องคีรินทำลายข้าวของ โดยที่ตัวคุณแม่ฮารุเองก็ยอมรับว่า… เป็นเรื่องยากมากสำหรับพ่อแม่ที่ต้องลงโทษลูกด้วยวิธีที่เด็ดขาด แต่การให้ลูกเรียนรู้ แล้วยอมรับผิด และพร้อมที่จะแก้ไข คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกมีคุณค่า “เพราะสิ่งที่น่าอายกว่าการทำผิด คือการไม่ยอมรับ และโยนความผิดให้ผู้อื่น #3ยอดกุมาร #guyharufamily #kirinsuprakob”

View this post on Instagram

วันนี้ถือว่ายากมากสำหรับคนเป็นพ่อแม่ที่จะต้องลงโทษลูกด้วยวิธีเด็ดขาดในแบบฉบับของเขา . . . แต่การให้เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับผิดและพร้อมที่จะแก้ไขคืออุปนิสัยสำคัญที่จะทำให้เขาเติบโตแบบมีคุณค่า เพราะสิ่งที่น่าอายกว่าการทำผิด คือการไม่ยอมรับ และ โยนความผิดให้ผู้อื่น #3ยอดกุมาร #guyharufamily #kirinsuprakob

A post shared by HARU SUPRAKOB (YAMAGUCHI) ⍣ (@harusuprakob) on

และถึงแม้งานนี้น้องคีริน จะเสียน้ำตาไปเยอะมาก แต่ทีมแม่ ABK ก็เชื่อว่า วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด ของพ่อกายและแม่ฮารุ ในครั้งนี้จะช่วยสร้างอุปนิสัยที่ดีให้น้องในภายภาคหน้าแน่นอน

 

อย่างไรก็ตามจาก วิธีสอนลูกเมื่อลูกทําผิด หรือการจัดการเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ของแต่ละบ้านนั้นก็มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว … แต่ก็มีอีกหนึ่งมุมของคุณหมอ จากเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ซึ่งได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้ไว้ด้วย ถึง “วิธีการ” นี้ว่าดีหรือไม่? หลายคนถูกใจอยากนำไปทำตาม

 

อ่านต่อ “อีกหนึ่งมุมของคุณหมอ
ถึงวิธีทำโทษลูกด้วยการขู่ให้กลัว” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เครื่องปั้๊มนมยี่ห้อไหนดี

เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี คุณแม่เลือก Natur เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี คุณแม่ที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะรู้ดีกว่านมแม่มีประโยชน์มหาศาลทั้งสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย จึงพิถีพิถันเป็นพิเศษกับการเลือกเครื่องปั๊มนมให้ได้คุณภาพดี ทนทาน ในราคาเหมาะสม

เครื่องปั๊มนมทั้งที่ผลิตในเมืองไทยและนำเข้าจากต่างประเทศมีให้คุณแม่เลือกใช้มากมาย แต่เครื่องปั๊มยี่ห้อไหนถูกใจแม่ที่สุด ต้องฟังเสียงจากคุณแม่ทั่วประเทศ ที่ต่างยกนิ้วให้ Nutur เป็นแบรนด์เครื่องปั๊มนมอันดับหนึ่งในใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้ว ใช้ยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัด“รอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ Natur เป็นแบรนด์เครื่องปั๊มนมในดวงใจ

แม่ ABK เลือกให้ Natur เป็นแบรนด์สุดยอดเครื่องปั๊มนมในดวงใจ โดยคุณแม่ให้เหตุผลในการเลือกมากมาย ตัวอย่างเช่น

“ชอบที่เครื่องปั๊มไม่ใหญ่มาก พกพาไปนอกบ้านสะดวกจริงๆค่ะ วัสดุก็แข็งแรง ทนทาน ทำตกหลายครั้งไม่แตกง่าย ซื้อแล้วคุ้มเลย”

“กรวยปั๊มพอดีกับเต้านม แต่ก็ไม่แข็งไป เวลาปั๊มนานๆจึงไม่รู้สึกเจ็ฐ น้ำนมไหลออกดีมาก คุณภาพสมราคาจริงๆค่ะ”

“ตอนแรกไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่มีคนแนะนำให้ลองใช้ดู ปรากฎว่าใช้งานได้ดีเลยค่ะ ที่สำคัญมีหลายแบบให้เลือกทั้งปั๊มเดี่ยว และปั๊มคู่ ราคาไม่แพง แถมยังหาซื้อสะดวกด้วย”    

แบรนด์ Natur ผู้ผลิตและจำหน่านผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กหลากหลายมาตลอด 50 กว่าปี เน้นการค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับธรรมชาติของคนเป็นแม่และลูก เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ปลอดภัยและสะดวกสบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่ทุกคนปรารถนา

เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า Natur เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เครื่องปั๊มนมที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจจากคุณแม่ทั่วประเทศ มีให้เลือกทั้งแบบหัวเดี่ยวและหัวคู๋ ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ช่วยให้คุณแม่สต๊อกน้ำนมให้ลูกน้อยกินไปนานๆ

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

วิธีสต๊อกน้ำนมอย่างไรไม่ให้เสีย ลูกกินได้นาน

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

ลูกโป่งระเบิด

อุทาหรณ์! เด็ก 8 เดือน ลูกโป่งระเบิด ใส่แขนไหม้!

ลูกโป่งลายการ์ตูนสีสันสวยงามที่ขายกันตามงานต่าง ๆ อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ ดังเช่นอุทาหรณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ ลูกโป่งระเบิด ใส่แขนลูกวัย 8 เดือนไหม้

อุทาหรณ์! เด็ก 8 เดือน ลูกโป่งระเบิด ใส่แขนไหม้!

เกิดเหตุเด็กชายวัย 8 เดือน ถูกไฟลวกบาดเจ็บ ขณะถือลูกโป่งที่แม่ซื้อมาจากงานประจำปีใน จ.กาญจนบุรี แล้วลูกโป่งเกิดระเบิดขึ้น

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กชายวัย 8 เดือน ซึ่งเป็นบุตรของนางปิยะพร อินทะนิน ชาวบ้านใน ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนและยังคงต้องพันผ้าไว้ เพื่อรักษาบาดแผล ซึ่งนางปิยะพรเชื่อว่ามาจากลูกโป่งตัวการ์ตูน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา

นางปิยะพร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ตัวเองและสามีได้พาลูก 2 คน ไปเที่ยวในงานประจำปีของ จ.กาญจนบุรี ก่อนกลับ ได้ซื้อลูกโป่งตัวการ์ตูนให้ลูกชายคนเล็ก

ลูกโป่งอัดแก๊ส
ลูกโป่งอัดแก๊ส

กระทั่งช่วงเช้าของอีกวัน ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งเล่นในบ้าน ลูกคนเล็กได้ถือเชือกที่ผูกกับลูกโป่ง ก่อนมีเสียงระเบิดดังขึ้น และมีไฟลุกไหม้ลูกโป่งมาติดที่เส้นผมและเสื้อของตัวเอง รู้สึกแสบร้อน ส่วนลูกคนเล็กถูกไฟไหม้บริเวณแขน จึงรีบนำลูกออกจากบ้านไปที่อ่างน้ำ เพื่อนำน้ำมาดับไฟที่กำลังลุกไหม้ ซึ่งสาเหตุเชื่อว่าเกิดจากลูกโป่งดังกล่าว

ขอบคุณข่าวจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/286763

ลูกโป่งระเบิด ได้อย่างไร?

ลูกโป่งที่ขายในประเทศไทยโดยทั่วไป พบว่าบรรจุแก๊สอยู่ 2 ชนิด คือ แก๊สไฮโดรเจน และ แก๊สฮีเลียม ความแตกต่างของแก๊ส 2 ชนิดนี้ คือ แก๊สไฮโดรเจนมีความไวไฟสูง ส่วนแก๊สฮีเลียมเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ติดไฟ ดังนั้น หากจะใช้งานลูกโป่งในสถานที่ซึ่งมีแสงไฟมาก ตัวอย่างเช่น การจัดตกแต่งงานเลี้ยง งานฉลองต่าง ๆ ก็ควรเลือกใช้ลูกโป่งบรรจุแก๊สฮีเลียม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ลูกโป่งฮีเลียม เพราะหากลูกโป่งบรรจุแก๊สไฮโดรเจนอยู่ใกล้ไฟหรือความร้อน ก็จะติดไฟหรือสามารถเกิดระเบิดในกรณีที่มีลูกโป่งจำนวนมาก และอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประกาศให้ลูกโป่งบรรจุแก๊สไฮโดรเจนเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้จำหน่ายต้องติดคำเตือน “ห้ามนำเข้าใกล้เปลวไฟหรือความร้อน”

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำไมลูกโป่งจึงเป็นอันตรายต่อเด็ก? และ 3 วิธีลดเสี่ยงจากลูกโป่งระเบิด

นิทานสำหรับเด็ก 4-7 ปี

รวม 70 นิทานสำหรับเด็ก 4-7 ปี กระตุ้นจินตนาการ พัฒนาสมองลูกน้อย

นิทานสำหรับเด็ก 4-7 ปี เป็นเรื่องราวที่มีจินตนาการ ผสมผสานกับความจริง การอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับวัยของลูกจะทำให้เด็กรู้จักช่างคิด ช่างสงสัย เกิดความอยากรู้ อยากเล่น เป็นการกระตุ้นและพัฒนาสมองของลูก ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต่อยอดพัฒนาการและได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

สำหรับเด็กในวัย 4-7 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งรอบตัว ธรรมชาติใกล้ตัว มีจินตนาการ มีความสงสัยว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ และเริ่มเข้าใจความแตกต่างระหว่างความจริงกับเรื่องสมมติ หนังสือนิทานที่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยนี้จึงควรเป็นนิทานที่มีเรื่องยาวขึ้น แต่เนื้อเรื่องยังคงอ่านเข้าใจง่าย ใช้ภาษาที่ง่าย ไม่ซับซ้อน มีตัวหนังสือขนาดใหญ่ สอดแทรกจินตนาการแต่อิงความจริงอยู่บ้าง เช่น นิทานเกี่ยวกับเจ้าหญิง เจ้าชาย นางฟ้าแนวแฟนตาซี หรือนิทานที่แฝงด้วยคุณธรรม ศีลธรรม เสริมสร้างสุขลักษณะนิสัยเกี่ยวกับในโรงเรียน เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาการอ่านหนังสือที่มีความหลากหลายสำหรับลูกมากขึ้น เป็นการสร้างพื้นฐานพัฒนาการด้านจินตนาการ เมื่อได้ยินเรื่องราวจากในหนังสือ ดังนั้นช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำหนังสือหรือเปิดโอกาสให้ลูกได้หาหนังสือที่ตัวเองชอบมาอ่าน โดยจะสังเกตเห็นว่าลูกชอบหยิบหนังสือเล่มนั้นมาอ่านซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนบางคนสามารถจำรายละเอียดหรือพูดตามเนื้อเรื่องได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการทางด้านภาษาของลูกในอนาคต ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกหนังสือเล่มไหนให้เจ้าตัวเล็กดี ลองเลือกรายชื่อจากหนังสือนิทานที่ทีมแม่ ABK นำมาฝากกันดูนะคะ

บทความแนะนำ : เทคนิค เลือกหนังสือให้ลูก อย่างฉลาด เหมาะกับวัย

รวม 70 นิทานสำหรับเด็ก 4-7 ปี สร้างจินตนาการ พัฒนาสมองลูกน้อย

หนังสือนิทาน

กุริ กับ กุระ คลิกอ่าน
กระต่ายแต่งงาน คลิกอ่าน
เก้าอี้ของปีเตอร์ คลิกอ่าน
กระต่ายน้อย เบนจามิน บันนี่ คลิกอ่าน
กุริ กับ กุระเดินทางไกล คลิกอ่าน
กระต่ายกับเต่า คลิกอ่าน
กระต่ายน้อยปีเตอร์ คลิกอ่าน
ขนมปังกลม กลิ้ง กลิ้ง คลิกอ่าน
คุณตาร้องเพลง คลิกอ่าน
ความรักของต้นไม้ คลิกอ่าน

หนังสือนิทานสําหรับลูกน้อย

ข้าวเขียวผู้เสียสละ คลิกอ่าน
คามีเลี่ยนกิ้งก่าเปลี่ยนสี คลิกอ่าน
เจ้าของโรงสีกับลา คลิกอ่าน
เจ้าหนูเมืองพิสดาร คลิกอ่าน
จ้อยตามหาพระจันทร์ คลิกอ่าน
เจ้าหนูน้อย สตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงก่ำและหมีใหญ่ผู้หิวโซ คลิกอ่าน
เจ้าตัวเล็ก คลิกอ่าน
ไดโนผจญภัย คลิกอ่าน
ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย คลิกอ่าน
ดอกไม้จากใครเอ่ย คลิกอ่าน

 

หนังสือนิทานเล่มเล็ก

งานแรกของมี้จัง คลิกอ่าน
ดอกไม้ใกล้ตัว คลิกอ่าน
ดูซิทุ่งหญ้าตรงนี้สวยจัง คลิกอ่าน
ต้นไม้ใกล้ตัว, ต้นไม้ในสวน คลิกอ่าน
ลูกแมวน้อย ทอม คิดเทน คลิกอ่าน
ลาร์ส ลูกหมีขั้วโลก คลิกอ่าน
ถนนสาย ฟ ฟัน คลิกอ่าน
น้องหนูอยู่ไหน คลิกอ่าน
พระจันทร์อยากมีเพื่อน คลิกอ่าน
พิก้าตาลาย คลิกอ่าน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ นิทานสำหรับเจ้าตัวเล็ก 4-7 ขวบ คลิกหน้า 2