โลชั่นทาผิวเด็ก ยี่ห้อไหนดี

โลชั่นทาผิวเด็ก ยี่ห้อไหนดี คุณแม่โหวต D-nee เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

โลชั่นทาผิวเด็ก ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่ระคายเคืองผิวลูก คุณแม่ทั่วประเทศโหวต ให้ D-nee เป็นแบรนด์ “ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็ก” อันดับหนึ่งในดวงใจ และรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สาขา Mommy’s Choice

โลชั่นทาผิวเด็ก ยี่ห้อไหนดี แม่ทั่วประเทศเลือกแล้วยี่ห้อนี้เป็นแบรนด์ในดวงใจ 

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไทย ทั้งรูปแบบ Online ผ่านเว็บไซต์ www.AmarinBabyAndKids.com และเฟซบุ๊คแฟนเพจที่มีเนื้อหาตรงใจ ทันสถานการณ์ โดยมียอดผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 Followers และรูปแบบ On print ผ่าน Bookazine ราย 2 เดือน รวมถึง รูปแบบ On ground งานแฟร์แม่ลูก Amarin Baby & Kids Fair ที่จัดมาแล้วถึง 15 ครั้ง

เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

และเพื่อให้สมกับรางวัลที่มาจากความคิดเห็นของแม่อย่างแท้จริง สำหรับแบรนด์สินค้าในสาขา Mommy’s Choice จึงเปิดโอกาสให้แม่ได้ร่วมโหวต  2  รอบ ได้แก่ “รอบเสนอชื่อแบรนด์ที่ชื่นชอบ” จากนั้นทีมงานได้ทำการเลือกแบรนด์ที่ถูกเสนอชื่อมากที่สุด มาจัดรอบโหวตแบรนด์ในดวงใจ” อีกครั้งหนึ่ง

ทำไมแม่โหวตให้ D-nee เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็กในดวงใจ

แม่ ABK เลือกให้ D-nee เป็นแบรนด์สุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็กในดวงใจ โดยคุณแม่ให้เหตุผลในการเลือก อาทิ

“เป็นผลิตภัณฑ์ organic จากธรรมชาติ ไม่มีสารพาราเบน ทำให้มั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยต่อผิวลูกแน่นอน”

“ชอบที่ทาแล้วมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดผิวลูก ให้ความรู้สึกอ่อนโยน ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วลูกสบายผิว”

“ใช้แล้วผิวลูกนุ่มลื่น ชุ่มชื้น ไม่แพ้ ไม่ระคายเคือง ราคาก็ไม่แพง หาซื้อได้ทั่วไป”

ดีนี่ ออร์แกนิค เบบี้โลชั่น เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็กที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมีอันตราย อย่างเช่น พาราเบน กลูเตน สีสังเคราะห์ และ แอลกอฮอล์ ทั้งยังมีมอยซ์เจอไรเซอร์จากสารธรรมชาติ 7 ชนิด ช่วยให้ผิวลูกน้อยเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากอาการระคายเคือง เหมาะสำหรับผิวบอบบางของทารก

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น

“แป้งเด็ก” ใช้แบบไหนลูกน้อยไม่เสี่ยง “ภูมิแพ้”

ในปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป มลพิษเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า ด้วยเหตุนี้อุบัติการณ์การเกิด “โรคภูมิแพ้” จึงเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก และกลายเป็นโรคหนึ่งที่พบได้มากในเด็ก ซึ่งสาเหตุของโรคภูมิแพ้ในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ (1)  การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ถ้าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า (2) สิ่งแวดล้อม เช่น สัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น  ฝุ่นที่เกิดจากข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย ซึ่งแป้งฝุ่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กอีกด้วยค่ะหากใช้ไม่ถูกวิธี

 

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น VS แป้ง(ฝุ่น)เด็ก

เด็กทารกแรกเกิด 0-3 เดือน กับแป้ง(ฝุ่น)เด็ก

  • ไม่ควรทาแป้งฝุ่นลงบนผิวโดยตรง โดยเฉพาะการเทแป้งเด็กลงบนบริเวณอก หรือผิวหน้าโดยตรง เพราะฝุ่นผงแป้งที่ฟุ้งกระจาย อาจเสี่ยงต่อการเข้าไปอุดตันในระบบทางเดินหายใจ ปอด ทำให้มีปัญหาในเรื่องการหายใจ เป็นภูมิแพ้ หรือปอดอักเสบได้ค่ะ
  • ไม่แนะนำให้ทาแป้งตรงบริเวณขาหนีบ หรือข้อพับต่างๆ เพราะหากเหงื่อออก ผิวบริเวณนั้นจะเกิดการอับชื้น และก่อเกิดการระคายเคือง อักเสบขึ้นได้

การใช้แป้งเด็กที่เป็นแป้งฝุ่นไม่ว่าจะกับลูกวัยทารก หรือเด็กเล็ก แนะนำว่าควรเทผงแป้งลงบนฝ่ามือคุณพ่อคุณแม่ก่อน(ไม่ควรเทแป้งใกล้หน้าลูก หรือเทแรงจนฝุ่นแป้งฟุ้งกระจาย) เพื่อให้เนื้อแป้งเกลี่ยเนียนลงบนผ่ามือก่อน จากนั้นค่อยทาลงบนผิวลูกนะคะ

 

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ดีต่อสุขภาพลูกน้อยอย่างไร ?

จริงๆ แป้งเด็กส่วนใหญ่จะผลิตออกมาให้มีความอ่อนโยน และปลอดภัยกับเด็กๆ อยู่แล้วค่ะ แต่ในเด็กวัยทารก หรือเด็กที่เล็กมากๆ การใช้แป้งเด็กต้องดูที่ส่วนผสมว่าเหมาะสมต่อการนำมาใช้กับเด็กหรือเปล่า รวมถึงวิธีการทาแป้งก็ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษเท่านั้นเองค่ะ แต่สำหรับแป้งเด็กเนื้อโลชั่น ข้อดีคือสามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกคลอดเลย คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าฝุ่นแป้งจะไปรบกวนทางเดินหายใจของลูกน้อย เพราะแป้งเด็กเนื้อโลชั่น เนื้อแป้งจะไม่ฟุ้งกระจาย ทาที่ผิวลูกน้อยจะช่วยให้สบายตัวด้วยค่ะ

 

ทำไมต้อง Kodomo Lotion Powder ?

ครอบครัวไหนที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่ตัวน้อยของบ้าน น่าจะถูกใจกับผลิตภัณฑ์เด็กโคโดโม เพราะถือเป็นผลิตภัณฑ์เด็กที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมายาวนาน สินค้าเด็กมีให้เลือกใช้หลากหลายและครอบคลุม ที่สำคัญมีคุณภาพมากๆ เนื่องจากมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ

และด้วยความเข้าใจต่อความต้องการ และความกังวลของพ่อแม่มือใหม่ที่อยากจะใช้แป้งเด็กกับลูก แต่ก็กลัวว่าลูกจะเป็นภูมิแพ้ หรือมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ จากการฟุ้งกระจายของฝุ่นแป้งเด็ก Kodomo จึงเป็นแบรนด์แรกที่ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ถนอมผิว ที่ได้ทั้งเรื่องของปกป้องและบำรุงผิวไปพร้อมกัน กับ Kodomo Lotion Powder โคโดโม แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ที่มีให้ใช้กันถึง 2 สูตรเลยค่ะ

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น

แป้งเด็กเนื้อโลชั่นสูตร Newborn Sensitive  

  • เนื้อแป้งโลชั่น ไร้ฝุ่น ไม่ฟุ้งกระจาย ทำให้ไม่รบกวนทางเดินหายใจของลูกน้อย ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภูมิแพ้
  • กลิ่นหอม อ่อนโยน เหมาะกับเด็ก
  • ลดการเสียดสีจากผ้าอ้อม และตามข้อพับต่างๆ
  • มีสารธรรมชาติ Allantoin ป้องกันผดผื่นจากความเปียกชื้น
  • มี Moisturizer บำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น
  • ผ่านการรับรองว่าอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองต่อผิวบอบบางของลูกน้อย

แป้งเด็กเนื้อโลชั่น

แป้งเด็กเนื้อโลชั่นสูตร Pink Hanabaki 

  • เนื้อแป้งโลชั่น ไร้ฝุ่น ไม่ฟุ้งกระจาย ทำให้ไม่รบกวนทางเดินหายใจของลูกน้อย ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภูมิแพ้
  • กลิ่นหอมอ่อนๆ หวานละมุนของดอกซึบากิ จากประเทศญี่ปุ่น
  • ลดการเสียดสีจากผ้าอ้อม และตามข้อพับต่างๆ
  • มีสารธรรมชาติ Allantoin ป้องกันผดผื่นจากความเปียกชื้น
  • ผสานพลังธรรมชาติจากน้ำมันดอกซึบากิและวิตามินอี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของลูกน้อย
  • มั่นใจว่าอ่อนโยน ใช้แล้วไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองด้วยผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิก

บ้านไหนที่อยากทาแป้งให้ลูกน้อย ลองเปลี่ยนจากแป้ง(ฝุ่น)เด็ก มาใช้เป็น แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพเด็กอ่อน ลูกเล็กมากกว่านะคะ อย่างโคโดโม แป้งเด็กเนื้องโลชั่นทั้ง 2 สูตร ที่ช่วยปกป้องดูแลถนอมผิวลูกได้อย่างปลอดภัย เนื้อแป้งไม่ฟุ้งกระจาย ไม่รบกวนทางเดินหายใจของลูกน้อย ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะป่วยเป็น “ภูมิแพ้” ด้วยค่ะ

 

 

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ ที่ควรมีติดบ้าน ตัวช่วยเสริมพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ

การเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับลูกในแต่ละวัยเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ของเล่น เด็ก 6 ขวบ ในวัยที่ลูกเข้าโรงเรียน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมพัฒนาการ กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ สร้างจินตนาการ ผ่านการเล่นต่าง ๆ ได้

การเล่น” ถือว่าเป็นส่วนสำคัญสำหรับชีวิตวัยเด็กเลยก็ว่าได้ เพราะลูกมีวัยเด็กครั้งเดียว การเล่นจึงมาคู่กับ “ของเล่น” ที่เป็นสื่อการเรียนรู้ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่สนุกและท้าทาย ควบคู่ไปกับการใช้ความคิด ใช้อารมณ์ ใช้พละกำลัง และช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกผ่านการเล่น

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ ตัวช่วยเสริมพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ ที่ควรมีติดบ้าน

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ

ลูกวัย 6 ขวบ เป็นวัยที่เติบโต มีความรู้ ความเข้าใจได้มากขึ้นกว่าวัยก่อนหน้านี้ ของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการมีรูปแบบที่หลากหลาย โดยเด็กวันนี้เริ่มแยกเล่นเป็นกลุ่มแบ่งเพศหญิง เพศชาย ชอบงานประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ชอบเล่นในสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ เช่น เกม การทำอาหาร งานศิลปะ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกของเล่นเพื่อเสริม IQ และ EQ ให้ลูกได้อย่างเหมาะสม

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ ฝึกสมอง เสริม IQ (สมองซีกซ้าย)

IQ หมายถึง ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญาในการใช้ทักษะความคิด ความจำ วิเคราะห์ คำนวณ การหาเหตุผล และเชื่อมโยง ของเล่นเสริมความคิดและสติปัญญา อาทิเช่น

  • ชุดสร้างบ้าน สร้างเมือง ส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบโครงการ ได้เรียนรู้รูปทรง และการเชื่อมโยงจัดวางรูปแบบรูปทรงแต่ละชิ้นให้เป็นเมือง เป็นรูปร่าง สร้างทักษะคณิตศาสตร์เรื่องความสมดุล

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ

  • จิ๊กซอว์ บล็อก เลโก้ ของเล่นตัวท็อปที่ช่วยเสริมพัฒนาการได้ทุกวัย ช่วยให้เด็กมีการพัฒนาเรื่องการมองเห็น สี และความสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตา โดยสำหรับเด็ก 6 ขวบ สามารถเลือกจำนวนชิ้นที่เยอะขึ้น ประกอบได้หลายรูปแบบมากขึ้น ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแก้ไขปัญหา และมีสมาธิ
  • บอร์ดเกมส์ อาทิเช่น เกมเศรษฐี บิงโก เป็นเกมที่ช่วยให้เด็ก ๆ วัยนี้ได้พัฒนาทักษะความคิด การคำนวณ การวางแผน เสริมทักษะด้านคณิตศาสตร์

ของเล่นเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เสริม EQ (สมองซีกขวา)

EQ หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์ สามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น ของเล่นที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์ ช่วยปรับหรือควบคุมอารมณ์ให้พัฒนาดีขึ้นได้ เสริมจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กวัยนี้ เช่น

  • ตุ๊กตา/หุ่นยนต์ ของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างจิตนาการของลูกได้เป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่สามารถฟังเรื่องราวจากการเล่นตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์ของลูกที่สะท้อนออกมาผ่านของเล่นเหล่านี้ได้ เพื่อประเมินและรับรู้ความรู้สึกของลูก
  • วาดภาพระบายสี ช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เด็กมีสมาธิ มีความมั่นคงทางอารมณ์
  • หนังสือนิทาน ความสนุกที่สอดแทรกไปด้วยความรู้ต่าง ๆ มากมาย ทั้งคำศัพท์ ตัวเลข เสริมทักษะการฟัง อ่าน และจินตนาการจากเรื่องที่พ่อแม่เล่า รวมถึงการทอดแทรกคำสอน ศีลธรรม จริยธรรม ให้เด็ก ๆ ได้ซึมซับด้วย

สีเทียนปลอดสารพิษ

  • แป้งโดว์หรือดินน้ำมัน ช่วยสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กให้เกิดความแข็งแรง และเสริมสร้างจิตนาการในการปั้นรูปทรงต่าง ๆ ได้อย่างไม่รู้จบ
  • ชุดเครื่องดนตรี เสียงเพลงจะทำให้เด็ก ๆ สนุกสนานเพลิดเพลิน อารมณ์ดี ปลูกฝังทักษะการเล่นดนตรี และต่อยอดความชอบในอนาคตด้วย
  • ชุดบทบาทสมมติ ช่วยทำให้เด็ก ๆ ได้รู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเองและผู้อื่น ช่วยพัฒนาสมอง และกระตุ้นพัฒนาการทำให้เด็กมีไหวพริบที่ดีมากขึ้น รวมทั้งส่งสร้างพัฒนาการด้านสังคมในการเล่นร่วมกับเพื่อน ให้ลูกได้กล้าแสดงออกอีกด้วย

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ

ของเล่นเสริมพัฒนาการร่างกาย

นอกจากของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการด้าน IQ และ EQ แล้วของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการร่างกาย กล้ามเนื้อมัดเล็กใหญ่ ก็สำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกวัยนี้ไม่น้อย ของเล่นที่จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย เช่น

ของเล่น เด็ก 6 ขวบ

  • รถจักรยาน ที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ ฝึกการทรงตัว
  • ลูกบอลขนาดต่าง ๆ ที่เป็นอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เตะฟุตบอล โยนบอลเข้าตะกร้า ช่วยฝึกทักษะการเคลื่อนไหว วิ่ง เดิน การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการประสานงานของอวัยวะส่วนต่าง ๆ

นอกจากการได้เล่นของเล่นจะช่วยพัฒนาการหลายด้านให้กับเจ้าตัวน้อยแล้ว การเล่นร่วมกับผู้อื่นจะทำให้ได้พัฒนาการด้านสังคมด้วย เพราะการเล่นจะทำให้เด็กมีโอกาสปฏิสัมพันธ์ร่วมกับเพื่อน ฝึกการเข้าสังคมร่วมกับเด็กคนอื่น เรียนรู้ที่จะแบ่งปันของเล่นให้เพื่อน การแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ รู้จักเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี เรียนรู้และเข้าใจในสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวอย่างเต็มที่ เป็นการเตรียมความพร้อมในปรับตัวเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตได้เป็นอย่างดี

หากไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นหรือทำกิจกรรมอย่างสมวัยก็จะเป็นการลดโอกาสการเรียนรู้และทำให้การพัฒนาในแต่ละด้านช้ากว่าที่ควร ดังนั้นเรื่องเล่น ๆ ของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามนะคะ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่มีเวลาได้เล่นร่วมกันกับเจ้าตัวเล็กด้วยก็จะช่วยเสริมสร้างความสุขและพัฒนาการดี ๆ ให้กับลูกได้ดีที่สุดด้วย.

ข้อมูลอ้างอิงจาก : momandbaby.net

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ :

ลูกไม่ได้เป็นเบบี๋อีกต่อไป พัฒนาการ เด็ก 6 ขวบ ที่พ่อแม่ต้องรู้

เลี้ยงลูกวัย 6 ขวบ อย่างไร ? ให้ฉลาดเรียนรู้ เล่นสนุก อารมณ์ดี

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยาคุมกำเนิด

“ยาคุมกำเนิด” แม่หลังคลอดกินอย่างไรให้ปลอดภัย? ไม่กระทบน้ำนม

ยาคุมกำเนิด 1 ในวิธีการคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันในผู้หญิง แต่สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่กำลังให้นมบุตรอยู่ การทานยาชนิดใดก็ตาม จะต้องดูว่ามีผลกระทบต่อน้ำนมหรือไม่

“ยาคุมกำเนิด” แม่หลังคลอดกินอย่างไรให้ปลอดภัย?

ปกติแล้วแม่ที่ให้นมบุตรจะมีการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคตินจากต่อมใต้สมองซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ดังนั้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นการคุมกำเนิดหลังคลอดวิธีหนึ่ง แต่การคุมกำเนิดวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพดีเฉพาะ ในช่วง 6 หลังคลอด โดยมารดาต้องสามารถให้นมบุตรได้อย่างสม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง มีช่วงห่างของการให้นมแต่ละมื้อในช่วงกลางวันไม่เกิน 4 ชั่วโมง ช่วงกลางคืนไม่เกิน 6 ชั่วโมง และในช่วง 6 เดือนหลังคลอดนั้นแม่หลังคลอดจะต้องไม่มีประจำเดือน (อ่านต่อ ให้นมลูก ท้องได้ไหม? ไขข้อข้องใจกับเซ็กส์ในช่วงให้นมแม่)

ดูจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ไม่เหมาะกับแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมผง หรือแม่ที่ไม่แน่ใจว่าได้ให้ลูกทานนมแม่ได้สม่ำเสมอพอที่จะทำให้ร่างกายยับยั้งการตกไข่ได้รือไม่ แม่ ๆ จึงนิยมคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย และ 1 ในวิธีคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันคือการทาน “ยาคุมกำเนิด” เพราะสะดวกในการคุมกำเนิดที่สุด เพียงแค่ทาน ยาคุมกำเนิด วันละ 1 เม็ดเท่านั้น แต่การทานยาทุกชนิดในช่วงให้นมลูกนั้น เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะยาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่ทานเข้าไป อาจจะมีผลกับการให้นมแม่ หรือยาอาจจะออกมากับน้ำนมแม่ได้ ดังนั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงมีวิธีการทาน ยาคุมกำเนิด ให้ปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

ยาคุมกำเนิด ควรเริ่มทานหลังจากคลอดเมื่อไหร่?

ในช่วงหลังคลอดประมาณ 3-5 สัปดาห์ คุณแม่ก็สามารถมีไข่ตกได้ตามปกติแล้ว และหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก็สามารถตั้งครรภ์ใหม่ได้ในทันที การรอให้ประจำเดือนครั้งแรกมาก่อนแล้วค่อยคุมกำเนิดจึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดและช้าเกินไป แต่โดยทั่วไปแล้วแม่หลังคลอดมักได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไปจนกว่าจะครบ 4-6 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะเข้ารับการตรวจหลังคลอดโดยแพทย์ เพื่อให้มดลูกเข้าอู่ ช่องคลอดกระชับเข้าที่ น้ำคาวปลาหมดไป และแผลที่ช่องคลอดหรือแผลผ่าคลอดหายดี แม่ ๆ จึงนิยมเริ่มทานยาคุมกำเนิดในช่วงหลังคลอด 6 สัปดาห์ไปแล้ว แต่หากมีโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์ก่อนหน้านั้น ก็ยังสามารถทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวได้ก่อนตรวจหลังคลอดได้เช่นกัน

คุมกำเนิดหลังคลอด
คุมกำเนิดหลังคลอด

วิธีทาน ยาคุมกำเนิด แผงแรกหลังคลอด

  • น้อยกว่า 6 สัปดาห์หลังคลอด หากจำเป็น สามารถเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวได้ หากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว และให้ลูกดูดนมจากเต้าสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยเมื่อเริ่มทานยาคุมกำเนิด
  • ตั้งแต่ 6 สัปดาห์หลังคลอดขึ้นไป 
    • ยังไม่มีประจำเดือน เริ่มทานยาคุมกำเนิดวันใดก็ได้
      • ในกรณีที่ทานยาคุมกำเนิดเมื่อคลอดแล้ว 6 เดือน และเลี้ยงลูกด้วย
      • อย่างเดียวและให้ลูกดูดนมจากเต้าสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นเพิ่ม
      • แต่หากไม่ได้ให้นมแม่อย่างเดียวหรือสม่ำเสมอ หรือคลอดเกิน 6 เดือนแล้ว เมื่อเริ่มทานยาคุมกำเนิด ภายใน 2 วันหลังจากเริ่มทานยาคุมกำเนิด ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
    • มีประจำเดือนแล้ว
      • หากเริ่มใช้ภายใน 5 วันแรกที่มีประจำเดือน สามารถคุมกำเนิดได้เลย
      • หากเริ่มใช้หลังจากนั้น ภายใน 2 วันหลังเริ่มทานยาคุมกำเนิด ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ยาคุมกำเนิดมีกี่แบบ? แม่หลังคลอดที่ให้นมบุตร ควรทานยาคุมกำเนิดแบบไหน?

งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

ชมภาพบรรยากาศ งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

หลังจากใช้เวลาในการเฟ้นหา สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่ลูก กว่า 150 แบรนด์ ในที่สุด Amarin Baby & Kids เครือข่ายแม่-ลูก อันดับหนึ่งของประเทศ ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพและสื่อที่ครอบคลุมและครบวงจร ก็ได้เปิดตัว 40 รางวัลแบรนด์สินค้าในดวงใจเหล่าคุณแม่ โดยได้จัด งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 ให้กับสุดยอดแบรนด์แม่ลูกที่ผ่านการโหวตจากคุณแม่ 10,000 คนทั่วประแทศ และผ่านการคัดเลือกจากทีมกองบรรณาธิการผู้เชี่ยวชาญ จนได้แบรนด์ที่ตรงใจ ตอบโจทย์ คุณแม่มากที่สุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ณ งาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 @ไบเทค บางนา

ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดยมี ชาคริต แย้มนาม จูงมือศรีภรรยา แอน ภัททิรา และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน น้องโพธิ์ มาร่วมงานอย่างอบอุ่น ร่วมด้วย คุณเปิ้น ธันยาธนัส วงษ์สวัสดิ์ปภา และเหล่าบล็อกเกอร์คุณแม่จากเพจดัง ได้แก่ คุณแม่แพรว-เพชรแพรว อัครเตชวาทิน จากเพจ Praew, คุณแม่อาย-ชฎาภรณ์ ฐานะศิริพงศ์ จากเพจ Rocky Journey, คุณแม่ปาล์ม-เลอค่า ทองสิมา ณ นครพนม จากเพจ คุณแม่เลอค่า และ คุณแม่แอร์-จริยาภรณ์ วงศ์สวัสดิ์ จากเพจ TheLovelyAir.com มาร่วมเป็นเกียรติในงาน

ทั้งนี้ในงาน คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้เผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 14 ปี Amarin Baby & Kids เป็นเสมือนคู่มือประจำตัวของเหล่าคุณแม่ที่ได้รับการยอมรับ เราได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ครบครันรอบด้านที่สุด ซึ่งการจัด งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยทั้ง 40 แบรนด์สินค้าแม่ลูก ที่ผ่านการคัดเลือกจากการโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศและกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นแบรนด์สินค้าหนึ่งในดวงใจที่เหล่าคุณแม่ประทับใจมากที่สุด เพื่อเป็นแนวทางในการนำผลิตภัณฑ์ไปดูแลลูกน้อยและตนเองได้อย่างมั่นใจ” 

สำหรับรางวัลในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รางวัล Editor’s Choice เฟ้นหาสินค้าใช้ดี และมีจุดเด่นน่าสนใจมากที่สุดเป็นเวลา 2 เดือน จากจำนวนสินค้าที่เข้าร่วมคัดเลือกมากกว่า 150 แบรนด์จากทั่วประเทศ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids และ รางวัล Mommy’s Choice มาจากผลโหวตของเหล่าคุณแม่ที่มีประสบการณ์การใช้สินค้าจริง แล้วชื่นชอบและประทับใจอย่างแท้จริง กว่า 10,000 คน ทั่วประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์ AmarinBabyAndKids.com

โดยรางวัลมีทั้งหมด 23 ประเภท แบ่งผลิตภัณฑ์เป็น 6 หมวด ได้แก่

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแต่งตัว แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

Mamy Poko, D-nee, Eucerin, Bepanthen, Babi Mild, Cherry Baby, Ezerra, KODOMO

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแต่งตัว รางวัล Mommy's Choice

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

D-nee, KODOMO, Babi Mild

 

 

ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์การดูแลเด็ก แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

Pigeon, Combi, Camera, Philips Avent, Fico, POGNAE

อุปกรณ์การดูแลเด็ก รางวัล Mommy's Choice
อุปกรณ์การดูแลเด็ก รางวัล Editor's Choice

ผลิตภัณฑ์นมและผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็ก  แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

Thai-Denmark, BEAR BRAND, SEVEN SEAS

ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็ก รางวัล Mommy's Choice

ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ/เสริมพัฒนาการเด็ก แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

Lamoon, KANGAROO BRAND, LEGO, แพรวเพื่อนเด็ก, Kindee, POLAR SPRAY , PLANTOYS

ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ / พัฒนาการเด็ก รางวัล Mommy's Choice
ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ / พัฒนาการเด็ก รางวัล Editor's Choice

 

ผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ แบรนด์ที่ได้รางวัล คือ

Smooth E, PALMER’S, NATUR, FENUCAPS, Tyragina, Bio Oil, Freena Youha Plus, Prim
และ เพจคุณแม่บล็อกเกอร์ คือเพจ PREAW

ผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ รางวัล Mommy's Choice
ผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่ รางวัล Editor's Choice

 

งานนี้ คุณพ่อระดับพระเอก ชาคริต แย้มนาม ที่ตอนนี้ทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวมากที่สุด แชร์ถึงการเลี้ยง “น้องโพธิ์” ลูกชายสุดขี้เล่น เล่าว่า “ในวัยขวบหกเดือน เป็นช่วงวัยกำลังซน เริ่มพูดได้หลายคำ ชอบวิ่ง ปีนป่าย และเรียนรู้ไวมาก เราจึงพยายามพาเขาออกไปข้างนอกบ่อยๆ ไปเจอครอบครัว เจอคนเยอะๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เขาคุ้นเคยกับคนหมู่มากได้ และผมพยายามจะอยู่กับเขาให้บ่อยที่สุด จะคอยสรรหาของเล่นที่พัฒนาด้านความคิดและการสัมผัสที่ดีมาให้เขาเล่น อย่างพวกของเล่นที่แกะได้ ต่อเล่นได้ หรือเลโก้ชิ้นใหญ่ๆ ไปเลย อีกเรื่องที่ผมจะดูแลเขาเป็นพิเศษ คือเรื่องโภชนาการอาหาร ต้องคอยสังเกตว่าเขาแพ้อาหารอะไรบ้าง น้องโพธิ์ เป็นเด็กทานง่าย เขาชอบทานมะเขือเทศ ชอบสปาเก็ตตี้ใส่ซอสมะเขือเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ได้ประโยชน์จากไลโคปีนจากผิวมะเขือเทศ นอกนั้นคุณแอนเขาจะเป็นคนจัดซื้อจัดหามา

ชาคริต แย้มนาม
คุณชาคริต แย้มนาม และครอบครัว

ทางด้านคุณแม่ที่ได้รับรางวัล POPULAR ONLINE MOM INFLUENCER จาก งานมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards คุณแม่แพรวเผยว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัล แต่ก็ไม่คาดคิดมาก่อนเพราะว่าใจจริงคือสร้างเพจมาก็เพื่อจะแชร์ประสบการณ์ ให้ความรู้ คำแนะนำจากคุณหมอ แต่ว่าการได้รับรางวัลนี้คือเป็นเกียรติมาก ดีใจที่แม่ๆ ชื่นชอบ ซึ่งการที่มี Amarin Baby & Kids Awards จัดขึ้นมาในครั้งนี้ ก็ช่วยการันตีสินค้านี้ว่าอยู่ในดวงใจคุณแม่ๆ จริงๆ ทำให้รู้สึกว่าสินค้าตัวนี้มีคนชื่นชอบเยอะ เป็นแนวทางในการเลือกซื้อและสรรหาของให้กับลูก โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์  Amarin Baby & Kids Awards นี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเลือกซื้อสินค้าได้ดีมากๆ เช่น หากจะซื้อเป้อุ้มเด็กที่มีถึงร้อยกว่าแบบ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ ไม่มีประสบการณ์ การซื้อของให้ลูกคนแรกก็สำคัญมาก ซึ่งการที่สินค้านี้มีคุณภาพมีรางวัลการันตี ก็ช่วยเป็นแนวทางให้คุณแม่เลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น”

แม่แพรว
คุณแม่แพรว จากเพจ PRAEW

คุณแม่อายชฎาภรณ์ ฐานะศิริพงศ์ คุณแม่ลูก 2  จากเพจ Rocky Journey เผยความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ “รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ เพราะจะได้มาดูว่าสินค้าอะไรประเภทไหนของแม่และเด็ก ได้รางวัลอะไรกันบ้าง ที่สำคัญเลยคืองานนี้เป็นครั้งแรกในการจัดอันดับสินค้าแม่และเด็ก โดยผ่านการโหวตของคุณแม่ๆ หลายคนช่วยให้คุณแม่ทั้งมือใหม่หรือคุณแม่ลูกสองแล้วก็ตาม เป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อของให้ลูก โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่เค้าไม่รู้ว่าจะต้องซื้ออะไรแบบไหน ก็จะสามารถเอาข้อมูลตรงนี้ ไปเป็นแนวทางเลือกเป็นประโยชน์ได้เลย เช่น ครีมอาบน้ำ หรือผ้าอ้อมต่างๆ อันไหนที่ดี ก็ช่วยให้มีตัวเลือกได้มากขึ้น”

คุณแม่อาย
คุณแม่อาย เพจ Rocky Journey

คุณแม่ปาล์ม-เลอค่า ทองสิมา ณ นครพนม จากเพจ คุณแม่เลอค่า “การจัดงาน Amarin Baby & Kids Awards ในส่วนของโซน Exhibition ที่มีการจัดแสดงสินค้าให้ชม คือ จัดหมวดหมู่ประเภทของสินค้าไว้ชัดเจนดีมาก และทั้งหมดก็เป็นสินค้าที่ได้รับรางวัล ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่มากขึ้นในการที่จะเลือกซื้อแบรนด์ต่างๆ ที่จะใช้ เช่น สบู่หรือแชมพูที่ได้รับรางวัล เมื่อคุณแม่เห็นก็ซื้อตามได้ เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะได้รับรางวัลจึงดูแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นได้ในแบรนด์นั้นๆ”

คุณแม่ปาล์ม
คุณแม่ปาล์ม จากเพจคุณแม่เลอค่า

คุณแม่แอร์-จริยาภรณ์ วงศ์สวัสดิ์ จากเพจ TheLovelyAir.com “ดีใจที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีใน  Amarin Baby & Kids Awards และการจัดงานในครั้งนี้ก็มีโซน Exhibition ซึ่งแสดงสินค้าที่ได้รับรางวัลเป็นสินค้าที่ถูกคัดสรรมาแล้ว มีคุณภาพดีแน่นอน เป็นตัวช่วยให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ในการเลือกซื้อสินค้าโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เดินเข้าไปดูตัวอย่างสินค้าที่ดีมีคุณภาพได้ที่บูธ ก็มั่นใจได้เลยว่าสินค้าทั้งหมดนี้ใช้ดีจริงๆ”

LovelyAir
คุณแม่แอร์ จากเพจ TheLovelyAir.com

ภายในงานนอกจากการมอบรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 แล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศการจัด นิทรรศการสุดน่ารักของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย ให้คุณแม่ได้เข้าชม เพื่อเป็นไอเดียในการเลือกซื้อสินค้าให้ลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ไม่ผิดหวังแน่นอน คุณแม่สามารถเข้ามาชมกันได้ ภายในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15  ณ ไบเทค บางนา 7-10 พ.ย.นี้

นิทรรศการ Amarin Baby & Kids Awards
นิทรรศการ Amarin Baby & Kids Awards

คุณแม่สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ทั้ง 40 รางวัลในดวงใจคุณแม่ ที่ได้รับรางวัลกันได้ทางเว็บไซต์ AmarinBabyAndKids.com และ Facebook : Amarin Baby & Kids จัดเต็มข้อมูล และประโยชน์ของแต่ละผลิตภัณฑ์เอาไว้ให้คุณแม่กลับไปเลือกช้อปสินค้าคุณภาพเพื่อครอบครัวได้อย่างแน่นอน

บทความแนะนำ 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ป้องกันลูกแพ้อาหาร

จะรู้ได้อย่างไร ลูกแพ้อาหาร พบ 8 วิธี! ป้องกันลูกแพ้อาหาร

การแพ้อาหารในเด็กน่ากลัวมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรรู้ถึง วิธีรับมือ และ ป้องกันลูกแพ้อาหาร เพื่อไม่ให้อาการแพ้ของลูกเป็นหนักจนยากเกินแก้ไข

พ่อแม่จะ ป้องกันลูกแพ้อาหาร ได้อย่างไร?

โรคภูมิแพ้อาหารในเด็ก สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยเด็กทุกคนมีโอกาสที่จะแพ้อาหารได้ทุกชนิด แต่ขึ้นอยู่กับว่าได้รับเมื่อไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหลังจากที่ได้กินอาหารเสริมตามวัยแล้ว นั้นคือประมาณ 6 เดือนขึ้นไป หรือเด็กบางคนอาจจะแพ้อาหารผ่านน้ำนมแม่ก็ได้

Must read : วิธีรับมือสำหรับแม่ให้นม เมื่อลูกกลายเป็น เด็กแพ้อาหาร

ซึ่งก็เช่นเดียวกับ “น้องดิสนีย์” ลูกสาวสุดน่ารักของแม่อุ้ม ลักขณา ที่จู่ๆ ก็แพ้อาหารเสริมเด็กสำเร็จรูป ที่คุณแม่อุ้มได้ป้อนให้น้องดิสนีย์กิน แต่น้องก็ดันแพ้อาหารนั้นอย่างหนักถึงขั้นต้องนำส่งโรงพยาบาลด่วนกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทำเอาหัวอกคนเป็นใจแทบขาด

โดยคุณแม่อุ้ม ได้เล่าประสบการณ์สุดระทึกนี้ผ่าน Instagram @lukkanaaum หลังยกครอบครัวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และเกิดเหตุไม่คาดคิดกับน้องดิสนีย์ ลูกสาววัย 7 เดือน ว่า… 

“วันที่ 2 พ.ย.ที่ญี่ปุ่น แม่กำลังป้อนอาหารเสริมแบบสำเร็จรูปที่ซื้อที่ญี่ปุ่นซึ่งดูจากรูปส่วนผสมข้างขวดมีแครอท ไก่ ฟักทอง ปกติดิสนีย์กินได้ไม่แพ้ก็เลยป้อนน้องปกติ หลังจากกินได้สัก 5-6 คำเริ่มเห็นผื่นขึ้นรอบปากแม่ก็หยุดป้อน และน้องเริ่มเกาตรงคอสักพักคอแดงเป็นลมพิษเห่อขึ้นมาแม่รีบทายาให้ทันที ก็ยังไม่หายน้องเริ่มร้องมากขึ้น ลมพิษเริ่มลามที่หน้า หู มือ เท้า ขา ตัว ทั่วไปหมดจนน้องตัวแดงและร้อน แม่จึงป้อนยาแก้แพ้ที่พกไปด้วย น้องร้องหนักมากจนเหนื่อยและเริ่มหลับไป สักพักน้องไม่เกาและลมพิษเริ่มจางลงแต่หน้าและทุกอย่างยังแดง

แต่ที่ผิดสังเกตคือปากเริ่มม่วงแม่จึงรีบให้ทางรร.โทรติดต่อรพ.ที่เป็นInternationalเพราะต้องสื่อสารภาษาอังกฤษ และ รพ.ที่ใกล้รร. ที่สุดก็ดันปิด รพ.ที่ญี่ปุ่นเค้ามีหยุด ส.-อ.ด้วย ทางรร.รีบโทรติดต่อรพ.และแจ้งว่าเป็นฉุกเฉินและเรียกTaxiให้ จากชินจูกุไปที่รพ.ประมาน 40 นาที(นี่ขนาดใกล้แล้ว) พอไปถึงได้พบคุณหมอก็ตรวจดูพบว่าในอาหารนั้นมีส่วนผสมของนมวัวและแป้งสาลี ซึ่งไม่ได้มีรูปอยู่ในฉลากและข้างขวดเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด

คุณหมอจึงบอกน้องอาจจะแพ้ตัวใดตัวนึงในนี้ โชคดีที่น้องไม่ได้เป็นทางระบบหายใจเป็นทางผิวหนัง คุณหมอจึงสั่งยาแก้แพ้ให้กิน ยาของญี่ปุ่นเป็นผงๆผสมกับน้ำแล้วกิน คือ ขมมากๆๆๆๆ(พี่บอลลองชิม) ขมชนิดที่ผู้ใหญ่ยังไม่ไหว แต่ดิสนีย์ต้องโดนป้อน กินไปก็ร้องไปจะอ้วกไป แม่นี่ร้องไห้อยู่ในหัวใจสงสารลูกแทบขาดใจ แต่ต้องมีสติมากๆ ทุกๆวินาที เพื่อดูแลลูก

ป้องกันลูกแพ้อาหาร

พอกินยาปุ๊ปดีขึ้นทันที ดิสนีย์คนเดิมก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง เป็นประสบการณ์ที่แม่ไม่ลืมเลย เวลาลูกไม่สบายน่าสงสารที่สุดเลย กลับมาแม่คงต้องเทสว่าลูกแพ้อะไร และคอยระวังให้มากกว่านี้ ค่ารักษาพยาบาล15,000 บ.เลยกะยา 2 ซอง ดีที่ทำประกันการเดินทางและสุขภาพของดิสเอาไว้ ด้วย คุณแม่ที่มีแพลนจะพาลูกไปเที่ยวตปท.เตรียมการณ์ไว้ให้ดีด้วยนะคะ ด้วยรักและห่วงใยจ๊ะ”

View this post on Instagram

วันที่2พย.ที่ญี่ปุ่น แม่กำลังป้อนอาหารเสริมแบบสำเร็จรูปที่ซื้อที่ญี่ปุ่นซึ่งดูจากรูปส่วนผสมข้างขวดมีแครอท ไก่ ฟักทอง ปกติดิสนีย์กินได้ไม่แพ้ก้เลยป้อนน้องปกติ หลังจากกินได้สัก5-6คำเริ่มเห็นผื่นขึ้นรอบปากแม่ก็หยุดป้อน และน้องเริ่มเกาตรงคอสักพักคอแดงเป็นลมพิษเห่อขึ้นมาแม่รีบทายาให้ทันที ก็ยังไม่หายน้องเริ่มร้องมากขึ้น ลมพิษเริ่มลามที่หน้า หู มือ เท้า ขา ตัว ทั่วไปหมดจนน้องตัวแดงและร้อน แม่จึงป้อนยาแก้แพ้ที่พกไปด้วย น้องร้องหนักมากจนเหนื่อยและเริ่มหลับไป สักพักน้องไม่เกาและลมพิษเริ่มจางลงแต่หน้าและทุกอย่างยังแดง แต่ที่ผิดสังเกตุคือปากเริ่มม่วงแม่จึงรีบให้ทางรร.โทรติกต่อรพ.ที่เป็นInternationalเพราะต้องสื่อสารภาษาอังกฤษ และ รพ.ที่ใกล้รร ที่สุดก้ดันปิด รพ.ที่ญี่ปุ่นเค้ามีหยุด ส อ.ด้วย ทางรร.รีบโทรติดต่อรพ.และแจ้งว่าเป็นฉุกเฉินและเรียกTaxiให้ จากชินจูกุไปที่รพ.ประมาน40นาที(นี่ขนาดใกล้แล้ว) พอไปถึงได้พบคุณหมอก้ตรวจดูพบว่าในอาหารนั้นมีส่วนผสมของนมวัวและแป้งสาลี ซึ่งไม่ได้มีรูปอยู่ในฉลากและข้างขวดเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด คุณหมอจึงบอกน้องอาจจะแพ้ตัวใดตัวนึงในนี้ โชคดีที่น้องไม่ได้เป็นทางระบบหายใจเป็นทางผิวหนัง คุณหมอจึงสั่งยาแก้แพ้ให้กิน ยาของญี่ปุ่นเป็นผงๆผสมกับน้ำแล้วกิน คือ ขมมากๆๆๆๆ(พี่บอลลองชิม) ขมชนิดที่ผู้ใหญ่ยังไม่ไหว แต่ดิสนีย์ต้องโดนป้อน กินไปก็ร้องไปจะอ้วกไป แม่นี่ร้องไห้อยู่ในหัวใจสงสารลูกแทบขาดใจ แต่ต้องมีสติมากๆทุกๆวินาที เพื่อดูแลลูก พอกินยาปุ๊ปดีขึ้นทันที ดิสนีย์คนเดิมก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง เป็นประสบการณ์ที่แม่ไม่ลืมเลย เวลาลูกไม่สบายน่าสงสารที่สุดเลย กลับมาแม่คงต้องเทสว่าลูกแพ้อะไร และคอยระวังให้มากกว่านี้ ค่ารักษาพยาบาล15,000บ.เลยกะยา2ซอง ดีที่ทำประกันการเดินทางและสุขภาพของดิสเอาไว้ ด้วย คุณแม่ที่มีแพลนจะพาลูกไปเที่ยวตปท.เตรียมการณ์ไว้ให้ดีด้วยนะคะ ด้วยรักและห่วงใยจ๊ะ

A post shared by Aum Lukkana. (@lukkanaaum) on

อาหารที่พบว่าทำให้ เด็กมีการแพ้

ทั้งนี้การจะ ป้องกันลูกแพ้อาหาร คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ก่อนว่าอาหารชนิดบ้างที่ทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ได้ ซึ่งอาหารที่พบมีรายงานว่าทำให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย คือ ไข่ นม ถั่วลิสง ถั่ว (Tree nuts) ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ส่วนอาหารอื่นๆได้แก่ งา เมล็ดพืช อาหารทะเล เนื้อสัตว์ และผลไม้

 

อ่านต่อ >> “วิธีรับมือและการปกป้องลูกจากการแพ้อาหาร” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฟันสบกัน

5 พฤติกรรมผิดๆ ของเด็ก ที่ทำให้ “ฟันสบกัน” ผิดปกติ

ฟันสบกัน เป็นปัญหาในช่องปากที่ไม่ร้ายแรงในเด็ก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยไว้ไม่รักษา อาจทำให้มีผลต่อรูปหน้า และการเคี้ยวบดอาหารของลูกในอนาคตได้

5 พฤติกรรมผิดๆ ของเด็ก ที่ทำให้ “ฟันสบกัน” ผิดปกติ

การสบฟันคืออะไร?

การสบฟันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  • การสบฟันที่เป็นปกติ ฟันที่สบกันปกติ ฟันสวยที่ไม่จำเป็นต้องจัด ลักษณะคือ ฟันจะเรียงตัวกันชิดเป็นระเบียบ เมื่อกัดฟัน ฟันบนจะคร่อมฟันล่างโดยรอบ ฟันหน้าบนจะยื่นออกจากฟันหน้าล่างประมาณ 1 มิลลิเมตร และปลายฟันหน้าบน จะครอบปลายฟันหน้าล่างลึกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร
  • การสบฟันผิดปกติ หมายถึง ลักษณะของฟันแท้ที่มีการจัดเรียงผิดปกติอาจเกิดการซ้อนทับกัน ฟันยื่นไปข้างหน้า ฟันยื่นเข้าลึก ฟันห่างกัน เป็นต้น ทำให้เกิดลักษณะการจัดเรียงตัวของฟันไม่สวยงาม ซึ่งจะเกิดขึ้นในระยะฟันน้ำนม และระยะฟันผสมระยะแรก (ระยะที่เกิดฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 จนถึงฟันระยะที่ฟันหน้าแท้ล่าง และบนขึ้นครบ ซึ่งจะอยู่ประมาณอายุ 7-9 ปี) ซึ่งหากลูก ฟันสบกัน ในลักษณะที่ผิดปกตินี้ ควรเข้ารับการรักษาโดยทันตแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจส่งผลต่อรูปหน้า หรือ ก่อให้เกิดปัญหาการบดเคี้ยวอาหารในอนาคตได้
ฟันสบกันในเด็ก
ฟันสบกันในเด็ก

สาเหตุที่ทำให้ ฟันสบกัน

  1. ดูแลฟันน้ำนมไม่ถูกต้อง

เพราะฟันน้ำนมนอกจากจะมีไว้บดเคี้ยวตามธรรมชาติ ยังช่วยในการออกเสียงแล้วยังเป็นผู้ดูแลช่องว่างเตรียมไว้ให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาทดแทนด้วย การสูญเสียฟันน้ำนมก่อนกำหนดจะมีผลต่อการพูด และการทำงานของของกล้ามเนื้อโครงฟัน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อแนวการขึ้นของฟันแท้จนเกิดลักษณะของฟันที่ผิดรูปไป

2. กรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์ ไม่เพียงแต่มีผลเฉพาะกับฟัน เช่น ลักษณะรูปร่างของฟัน ขนาดฟัน จำนวนฟัน เท่านั้น ยังส่งผลต่อลักษณะของโครงหน้าอีกด้วย เช่น หน้ากลม หน้ารูปไข่ หน้าเหลี่ยม คางสั้น คางยื่น เป็นต้น

3. พฤติกรรมของเด็ก

พฤติกรรมของเด็กในระยะฟันน้ำนม และฟันผสมระยะแรก รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุกับฟัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อความผิดปกติของกระดูกขากรรไกรล่าง และบน การสูญเสียฟันน้ำนมก่อนกำหนด และการจัดรูปของฟันแท้ที่ขึ้นใหม่ โดยหากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกทำพฤติกรรมเหล่านี้บ่อย ๆ ควรหาวิธีให้ลูกเลิกทำนะคะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 5 พฤติกรรมผิดๆ ของเด็ก ที่ทำให้ “ฟันสบกัน” และฟันสบกันมีกี่ประเภท?

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

เข้าใจหัวอกแม่ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน ทำยังไงดี?

เมื่อถึงเวลาที่จะไปโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่บางบ้านอาจจะต้องประสบปัญหากับภาวะ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน ร้องไห้งอแง ต้องหลอกล่อเกลี้ยกล่อมสารพัด เล่นเอาแม่เหนื่อย เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็งานนี้

สาเหตุ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

การที่เจ้าตัวเล็กงอแงไม่อยากไปโรงเรียน อาจเกิดผลกระทบทั้งด้านการศึกษาและความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

  • ในเด็กเล็กมักมีความวิตกกังวลที่จะห่างจากพ่อแม่คนที่คุ้นเคย ยิ่งตอนช่วงเปิดเทอมใหม่หรือเข้าเรียนอนุบาลวันแรกก็จะมีภาวะไม่ยอมไปโรงเรียนเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ
  • เด็กบางคนได้รับการดูแลแบบประคบประหงมมากเกินไป เหมือนไข่ในหิน จนไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้เหมือนเพื่อน ไม่กล้าที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง จนเกิดความกลัว วิตกกังวลง่าย ขาดความมั่นใจ เลยเกิดความรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียนก็ได้เช่นกัน
  • เมื่อถึงเวลาไปโรงเรียน เด็กต้องมีการปรับตัวที่ไม่คุ้นชิน เช่น จากที่นอนตื่นสายได้ก็ต้องตื่นเช้า จึงทำให้เกิดการงอแงไม่อยากไปโรงเรียนได้
  • เด็กอาจจะมีปัญหาที่โรงเรียน เช่น เข้ากับเพื่อนไม่ได้ โดนเพื่อนรังแก หรือถูกครูทำโทษรุนแรง ก็ทำให้เกิดอาการไม่อยากไปโรงเรียน
  • ปัจจัยจากการเลี้ยงดู ขาดความดูแลเอาใจใส่เรื่องการศึกษาของลูกซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพัฒนาการและชีวิตในภายหน้า

สังเกตอาการเมื่อเจ้าตัวเล็กไม่อยากไปโรงเรียน

  • ร้องไห้หรืออาละวาด
  • ไม่ยอมตื่นลุกจากเตียงและซ่อนตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่ม
  • อ้อนวอนหรือขอร้องเพื่อที่จะไม่ไปโรงเรียน
  • แสดงอาการป่วยหรือเจ็บปวด เพื่อที่จะขออยู่บ้าน ไม่ไปโรงเรียน
  • มีความวิตกกังวลสูงเมื่อรู้ว่าต้องไปโรงเรียน

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนหาวิธีแก้ยังไงดี?

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

เด็กเล็กที่อยู่ในช่วงวัยอนุบาลหรือประถมต้น เมื่อพ่อแม่เจอกับปัญหาที่ลูกไม่อยากไปโรงเรียน ควรจะต้องหาวิธีแก้ไขและดูแลเอาใจใส่อย่างเร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้หรือตามใจที่จะไม่พาไปโรงเรียนก็จะส่งผลกระทบในหลายด้าน อาทิเช่น ด้านการศึกษา การขาดเรียนจะทำให้เรียนตามเพื่อนไม่ทัน เก็บคะแนนในห้องเรียนไม่ทัน มีผลกระทบต่อการเรียน ด้านสังคม เมื่อเด็กขาดเรียนหลายวันก็จะทำให้ปรับตัวเข้ากับเพื่อนในโรงเรียนยากขึ้น

วิธีแก้ปัญหาเมื่อลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

  • คุณพ่อคุณแม่ควรหนักแน่นในการพาลูกไปโรงเรียน หาทางร่วมมือกับคุณครูในการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดในช่วงวันแรก ๆ และให้เด็กมีความรู้สึกอยากเรียนในที่สุด
  • ในช่วงระยะแรกคุณพ่อคุณแม่ควรไปส่งลูกด้วยตัวเอง ให้กำลังใจและสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าตัวเล็กได้คลายกังวล พูดให้เห็นประโยชน์ของการไปโรงเรียนและความสนุกเมื่อลูกได้มาโรงเรียน
  • เมื่อส่งลูกถึงมือคุณครู ควรใช้เวลาบอกลาสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ลูกงอแง
  • ควรไปรับลูกให้ตรงเวลา ไม่ควรไปช้าหรือปล่อยให้ลูกรอนาน เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกเป็นกังวล แสดงให้ลูกเข้าใจว่า เมื่อแยกจากกันแล้วก็จะได้พบกันใหม่ เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ให้ลูกได้เรียนรู้ว่าเป็นตามปกติในทุกวัน
  • ตั้งคำถามหรือชวนลูกคุยเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียน เพื่อรับรู้ข้อมูลในสิ่งที่ลูกเจอมาในแต่ละวัน
  • หัดให้ลูกรู้จักช่วยเหลือและดูแลตัวเองให้เป็น เพราะเมื่อลูกอยู่ที่โรงเรียนต้องทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น และจะได้ไม่รู้สึกแปลกแยกหรือด้อยกว่าเพื่อนคนอื่น
  • พูดคุยกับครูเกี่ยวกับการเรียนหรือสังคมของลูกในห้องเรียนว่าเกิดปัญหาขึ้นหรือไม่ พร้อมช่วยกันหาทางแก้ไข

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

  • พ่อแม่ควรเข้าใจธรรมชาติของเด็กเล็ก ที่การแยกจากยังเป็นเรื่องไม่คุ้นชิน และให้เวลาลูกในการปรับตัว ควรใช้คำพูดอย่างนุ่มนวล ไม่ขู่หรือบังคับเพื่อให้ลูกเกิดความกลัวมากขึ้น
  • คุณพ่อคุณไม่ควรกังวลเมื่อเห็นอาการ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน ร้องงอแง เพราะถ้าพ่อแม่กังวลลูกก็จะยิ่งกลัวไปมากขึ้น สำหรับเด็กเล็กไม่กี่วันอาการไม่อยากไปโรงเรียนก็จะลดลง เกิดความมั่นคงทางอารมณ์มาก

ปัญหาลูกไม่ยอมไปโรงเรียน อาจจำเป็นต้องให้เวลากับลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องค่อย ๆ สอนลูกอย่างใจเย็น หากแก้ไขแล้วไม่ได้ผลหรือมีปัญหาที่รุนแรงขึ้น จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางจิตเวชเด็กภาวะหนึ่ง ซึ่งควรจะพาลูกไปพบจิตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขได้อย่างตรงจุด หากปล่อยไว้นานวัน ภาวะไม่อยากไปโรงเรียนของลูกก็จะยิ่งปรับตัวยากขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อตัวเด็กและครอบครัวตามมาได้นะคะ.

ขอบคุณบทความอ้างอิงจาก : www.paolohospital.commed.mahidol.ac.th

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ :

โรงเรียนอนุบาล ที่ไหนดี 7 ข้อที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนเลือกโรงเรียนแรกให้ลูก

หาโรงเรียนให้ลูก ต้องเลือกที่ “ใช่” และ “ตรงใจ” ลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Lazada 11.11 นี้มีโปรน่าช้อป ยกลังเพียง 799 ด้วยนะแม่!

แนะนำของใหม่! MamyPoko Pants Lovely Day&Night รุ่นลิมิเต็ด
ลวดลายพี่โพโคจังและน้องลาซ จาก Lazada น่าเลิฟ

Lazada 11.11 นี้มีโปรน่าช้อป ยกลังเพียง 799 ด้วยนะแม่! คลิกเลย http://bit.ly/2oV62sm

กลัวของหมดเพิ่มใส่รถเข็นไว้ก่อนเลย เริ่มช้อปพร้อมกัน 11 พ.ย. 62 วันเดียวเท่านั้นนะ

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี 10 โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก ฝึกทักษะเอาตัวรอด ป้องกันลูกจมน้ำ

กิจกรรมว่ายน้ำเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พ่อแม่ในยุค 4.0 สนับสนุนให้ลูกได้เรียน นอกจากเป็นการออกกำลังกายแล้ว ประโยชน์ของการให้ลูกว่ายน้ำตั้งแต่เด็กคือการได้พัฒนาการต่อตัวเด็กมากมาย ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกและเด็กเล็กอยู่หลายแห่งเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคุณพ่อคุณแม่ อยากให้ลูกน้อยฝึกเรียนว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกายเสริมพัฒนาการตั้งแต่เบบี๋ และช่วยฝึกทักษะการเอาตัวรอด ป้องกันลูกจมน้ำ พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี มีโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกและเด็กที่ไหนบ้าง มาดูกันค่า

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี 10 โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก เรียนได้ตั้งแต่เบบี๋

#1 Aqua Babies Thailand

Aqua Babies Thailand สถาบันสอนว่ายน้ำเด็กแรกเกิด – 6 ปี และศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำ (Aquatic Center) มาตราฐานสากลจากประเทศอังกฤษ โดยเป็นสถาบันสอนว่ายน้ำที่มีสาขาเยอะที่สุดกระจายออกไปทั่วโลก คิดค้นหลักสูตรโดย Julie-Ann James ครูผู้สอนและนักวารีบำบัดชื่อดัง มีรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลายทั้งทารกและเด็ก โดยเน้นการนำพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยมาผสมผสานก่อให้เกิดหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพเข้ากับธรรมชาติของเด็ก ๆ และร่วมกับพ่อแม่ในการใช้เวลาร่วมกันในน้ำ คุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้ถึงเรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ เมื่ออยู่ในน้ำมีการสอดแทรกเทคนิค และวิธีการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นในน้ำ (Basic Survival Skills) โดยครูผู้สอนจะดูความพร้อมของเด็ก ๆ แต่ละคนและปรับการสอนให้เหมาะสมเข้ากับเด็กแต่ละคน

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี Aqua Babies Thailand

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี Aqua Babies Thailand
ขอบคุณรูปภาพจากเพจ www.facebook.com/aquababiesthailand

ที่ตั้ง : 71/102 ซอยวิภาวดีรังสิต64 แยก5 หลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทร. 092-318-3181

ข้อมูลเพิ่มเติม : aquababiesthailand.com

#2 Baby Pool

Baby Pool เป็นศูนย์ว่ายน้ำสำหรับทารกและเด็ก อายุตั้งแต่ 4 เดือน – 12 ปี เด็ก ๆ จะได้สนุกสนานกับประสบการณ์ว่ายน้ำร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ในสระน้ำอุ่นระบบเกลือในร่มที่สะอาด ทันสมัย และสะดวกสบายที่สุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อเด็กมากที่สุด หลักสูตรของที่นี่เน้นการเรียนแบบ Child Centered โดยเสริมสร้างทักษะการว่ายน้ำให้เหมาะกับวัยและพัฒนาการของเด็ก ผ่านกิจกรรมสนุกสนาน กับกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวเรียนรู้กัน และสำหรับเด็กวัยตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปจะได้เรียนรู้ทักษะการว่ายน้ำ (Stroke Development) ด้วยหลักสูตรสากลจนถึงการว่ายน้ำขั้นสูง โดยทีมโค้ชประสบการณ์ระดับโลก ที่ได้รับใบประกาศนียบัตรสอนว่ายน้ำทารกและเด็ก และการว่ายน้ำขั้นสูงเพื่อการแข่งขัน จากสถาบันชื่อดังระดับโลกในประเทศออสเตรเลียและยุโรป

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี Baby Pool

พาลูกเรียนว่ายน้ำที่ไหนดี Baby Pool
ขอบคุณภาพจากเพจ Baby Pool Thailand

ที่ตั้ง :

  • สาขาเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา โทร. 081-933-7030
  • สาขาราชพฤกษ์ โทร. 097-442-5252
  • สาขาบางนา โทร. 092-474-7370
  • สาขาปัญญาอินทรา โทร. 063-426-1555
  • สาขารังสิต โทร. 093-970-6550
  • สาขาศรีราชา โทร. 092-828-0988
  • สาขาเชียงใหม่ โทร. 095-461-1212
  • สาขาสุขุมวิท71 โทร. 061-672-6000

ราคาคอร์สเรียน คลิก!

ข้อมูลเพิ่มเติม : babypoolthailand

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 10 โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็ก ฝึกทักษะเอาตัวรอดจากการจมน้ำได้ตั้งแต่เบบี๋ คลิกหน้า 2

Growth Hormone โกรทฮอร์โมน คืออะไร สำคัญกับลูกน้อยยังไง?

สำหรับคุณแม่ที่มีอยู่ในช่วงเด็กเล็ก อาจเคยได้ยินคำว่า Growth hormone สงสัยกันมั้ยค่ะว่า “โกรทฮอร์โมน” คืออะไร สำคัญกับลูกน้อยยังไง วันนี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ

โกรทฮอร์โมน จัดว่าเป็นฮอร์โมนอีกหนึ่งชนิดในร่างกายที่มีความสำคัญกับลูกน้อยไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่กังวลเรื่องความสูงหรือพัฒนาการเติบโตของเจ้าตัวน้อยที่อยากให้ขึ้นตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งโดยธรรมชาติของร่างกายจะผลิตโกรทฮอร์โมนอยู่แล้วแต่จะถูกสร้างขึ้นมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ของเจ้าตัวน้อยด้วย เช่น การนอนหลับพักผ่อน อาหารการกิน การออกกำลังกาย และอารมณ์

Growth Hormone คืออะไร?

โกรทฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนชนิดโปรตีนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อย มีโครงสร้างประกอบไปด้วยกรดอะมิโนซึ่งถูกขึ้นจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าและเข้าสู่กระแสเลือด มีหน้าที่สำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและมีผลโดยตรงในการกระตุ้นให้เซลล์กระดูกเจริญเติบโตสมวัย เพิ่มการดูดซึมของโปรตีนในร่างกาย ซึ่งระดับของโกรทฮอร์โมนมีการผกผันอยู่เสมอขึ้นอยู่กับกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน

“โกรทฮอร์โมน” สำคัญกับลูกน้อยยังไง?

Growth Hormone

ในวัยเด็กจะมีระดับโกรทฮอร์โมนสูงสุด โดยจะหลั่งออกมามากในช่วงที่ลูกน้อยนอนหลับสนิทใน 90 นาทีแรกซึ่งมีบทบาทสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตและการเพิ่มความสูงของเจ้าตัวน้อย รวมถึงการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ลูกมีสุขภาพที่ดี อารมณ์ดี และมีพัฒนาการที่ดีตามมา

ในขณะเดียวกันหากเจ้าตัวเล็กนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ก็จะกระทบต่อการปล่อยโกรทฮอร์โมน เมื่อหลั่งออกมาน้อยก็จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูกได้ ดังนั้นการนอนของลูกน้อยจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่น้อย รวมถึงปัจจัยด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น ภาวะทางอารมณ์ ถูกพ่อแม่ดุว่าจนเกิดความเครียด การไม่ได้ส่งเสริมให้ลูกออกไปเล่นนอกบ้าน ได้วิ่งเล่นออกกำลังกาย การรับประทานไม่ครบ 5 หมู่ หรือกินของไม่มีประโยชน์มีแต่แป้ง น้ำตาล ไขมัน สาเหตุเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนน้อยลง ส่งผลให้ลูกตัวเตี้ยกว่าเกณฑ์ ตัวเล็ก แคระแกรน หรือเติบโตช้าผิดปกติ ร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้สมองเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ เซื่องซึม มีผลต่อพัฒนาการอย่างน่าเป็นห่วง

พ่อแม่ช่วยเพิ่ม “โกรทฮอร์โมน” ให้ลูกน้อยได้อย่างไร

Growth Hormone

  • การได้ความรักจากครอบครัวอย่างอบอุ่น ไม่ดุด่า คาดหวัง หรือลงโทษลูกอย่างรุนแรง
  • ให้ลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ไม่กินจุบจิบ ไม่ควรให้ลูกกินขนมกรุบกรอบ หรืออาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ไขมัน เกินความเหมาะสม
  • ส่งเสริมให้เจ้าตัวเล็กได้ออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน
  • ให้เจ้าตัวน้อยได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่และยาวนาน

ทำยังไงให้ลูกน้อยนอนหลับสนิทตลอดคืน

Growth Hormone

  • สร้างกิจวัตรประจำวันก่อนเข้านอนประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ลูกเริ่มรู้ว่าถึงเวลาเข้านอนแล้วนะ เช่น พาเจ้าตัวเล็กไปอาบน้ำ ใส่ชุดนอน แปรงฟัน เล่านิทานก่อนนอน และหอมแก้มราตรีสวัสดิ์ โดยสร้างบรรยากาศของการนอนด้วยการเปิดไฟสลัว ๆ พูดคุยเบา ๆ ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นสัญญาณที่เจ้าตัวน้อยจะรับรู้ว่าถึงเวลาและเตรียมร่างกายของตัวเองพร้อมที่จะเข้านอน
  • สร้างสภาพแวดล้อมการนอนหลับที่เหมาะสมภายในห้องนอนของเจ้าตัวน้อย นอกจากการใช้แสงไฟที่สลัว ๆ แล้ว ควรปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ หรือแสงจากจอคอมพิเวเตอร์ เพราะแสงจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้เด็กนึกว่าเป็นเวลากลางวัน และกระตุ้นหลอกให้สมองคิดว่าจำเป็นต้องตื่นตัว ดังนั้นควรให้เจ้าตัวน้อยปราศจากสิ่งรบกวนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเข้านอน
  • เปิดโอกาสให้เจ้าตัวเล็กได้ทำกิจกรรมเต็มที่ในระหว่างวัน หรือเล่นในช่วงเวลาสุดท้ายอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  • ดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายอิ่มท้อง ไม่ตื่นมาเพราะหิวกลางดึก

คุณพ่อคุณแม่ควรทำสิ่งเหล่านี้ก่อนนอนเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เจ้าตัวเล็กได้นอนหลับสนิทก็จะช่วยให้ร่างกายผลิต Growth Hormone ในช่วงเวลาที่หลับได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจำนวนชั่วโมงการนอนหลับในเด็กแต่ละวัยมีผลต่อการเจริญเติบโตของเจ้าตัวน้อย หากสังเกตว่าลูกมีปัญหาในการนอนหลับในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะทำกิจวัตรการนอนอย่างสม่ำเสมอหรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมแล้วก็ตาม อาจเป็นสัญญาณของโรคนอนไม่หลับซึ่งก็ควรจะขอคำแนะนำจากกุมารแพทย์นะคะ

เพราะการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยและการนอนหลับได้อย่างสนิทในทุกคืน จะส่งผลให้ลูกมีการเจริญเติบโต มีน้ำหนักและส่วนสูงที่ขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ดี และมีพัฒนาการที่ดีอย่างสมวัยของลูกได้.

ข้อมูลอ้างอิง : babylove.co.thducatoys.comwww.alaskasleep.com

อ่านต่อเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

แนะ 8 ผักแคลเซียมสูง อีกหนึ่งวิธีเพิ่มความสูงให้ลูกได้

โรคเตี้ยในเด็ก โรคใกล้ตัวที่พ่อแม่ควรทำความรู้จัก

เตือนแม่! ลูกนอนดึก ส่งผลเสียในทุก ๆ ด้าน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตรวจคัดกรองมะเร็ง

ตรวจคัดกรองมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจเมื่อไหร่?


ผู้หญิงทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งก็มีมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการ ตรวจคัดกรองมะเร็ง เป็นประจำจึงมีความสำคัญ เรามีคำแนะนำถึงช่วงอายุที่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดต่าง ๆ มาฝากค่ะ

ตรวจคัดกรองมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจเมื่อไหร่? สำคัญอย่างไร?

ตรวจคัดกรองมะเร็ง สำคัญอย่างไร?

โรคมะเร็งเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคน ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่น่ากลัวในความคิดของคนส่วนใหญ่ เพราะวิธีการรักษาที่ทรมานและผู้ที่เป็นโรคมะเร็งในหลาย ๆ ชนิดก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ปัจจุบันนี้ มีผู้ที่หายขาดจากโรคมะเร็งได้หลายคน และโรคมะเร็งหลาย ๆ ชนิดก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีผลสำรวจว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งลดลง เนื่องจากวิทยาการด้านการรักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัย บวกกับความก้าวหน้าของเครื่องมือคัดกรองโรคมะเร็งต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจในระดับยีนส์ ทำให้สามารถตรวจพบการก่อตัวที่ผิดปกติของเซลล์เร็วขึ้นก่อนเซลล์จะผิด รูปกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้โอกาสในการรักษามีมากขึ้นตามไปด้วย

มะเร็ง รู้เร็ว รักษาให้หายขาดได้….นี่จึงเป็นความสำคัญของการ ตรวจคัดกรองมะเร็ง ซึ่งการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง คือ มาตรการในการค้นหาโรคมะเร็งระยะแรกเริ่มในผู้ที่ยังไม่มีอาการของโรค โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง โดยการตรวจคัดกรองสำหรับโรคมะเร็งต่างๆ (Screening for Specific Cancer) เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการตรวจ คัดกรองโรคมะเร็งในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง หรือกังวลว่าจะเป็นมะเร็งนั้น นับว่ามีความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ ที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรค ในขณะเดียวกัน หากมีการค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากการเป็นมะเร็งใน อัตราที่สูงและทำให้คนที่เป็นมะเร็งมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้เช่นกัน

องค์กรอนามัยโลกแนะนำให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะเริ่มแรกถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการใด ๆ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้การรักษาเป็นไปได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ดังนั้นจึงมีคำแนะนำถึงช่วงอายุที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งชนิดต่าง ๆ ดังนี้

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ตรวจคัดกรองมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจเมื่อไหร่?

มะเร็งปากมดลูก

  • อายุ 21-29 ปี ให้ตรวจ Pap test (ตรวจแป๊ป) ทุก ๆ 3 ปี เป็นการตรวจภายในและตรวจเซลล์มะเร็งที่ปากมดลูก
  • อายุ 30-65 ปี ให้ตรวจ Pap test ทุก ๆ 3 ปี และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นอาจต้องมีการตรวจเชื้อ HPV (เอชพีวี) เพิ่มเติม โดยทำทุก 5 ปี
อ้างอิงจาก : American Cancer Society 2012

Pap Test คือ วิธีการตรวจหาความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือเป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะที่ยังไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยที่สูตินรีแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านและถ่างขยายช่องคลอด จากนั้นจะทำการป้ายเซลล์จากมดลูกส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูว่าได้เกิดเซลล์มะเร็งขึ้นที่ปากมดลูกหรือไม่ หรือว่าได้ตรวจพบเซลล์ผิดปกติชนิดอื่นที่มีแนวโน้มว่าหากละเลยปล่อยให้ระยะเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกไม่นานอาจจะพัฒนาต่อไปจนก่อให้เกิดมะเร็งที่ปากมดลูกได้ในภายหลังหรือไม่ การตรวจ Pap Test เป็นวิธีที่มีผู้นิยมตรวจกันมากที่สุด เพราะเป็นการตรวจที่ให้ผลที่มีความน่าเชื่อถือสูงและมีประสิทธิภาพที่ดีอย่างหนึ่งในการตรวจหามะเร็ง

บทความที่น่าสนใจ หญิงไทยฟังทางนี้!! ตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมฟรี!!

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ตรวจคัดกรองมะเร็ง ในผู้หญิงควรตรวจเมื่อไหร่?

Gated Community

ใช้ชีวิตครอบครัวคุณภาพ ในสังคม Gated Community

จะดีกว่าไหม? ถ้าลูกไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปโรงเรียนให้ทันก่อนเข้าเรียน แล้วมาใช้เวลาหลังเลิกเรียนในสังคม The Gated Community อย่างปลอดภัยและมีความสุข แทนการอยู่บนท้องถนนเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ใช้ชีวิตครอบครัวคุณภาพ ในสังคม Gated Community

ในสมัยนี้ ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไป เราทุกคนอยู่ในโลกที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ต้องการความรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงต้องการสังคมที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก และอยู่ในวัยเรียนเลือกนั้น มักจะต้องตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้โดยเฉพาะ โดยปัจจัยในการเลือกที่อยู่อาศัย เริ่มจาก…

  • อยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวก

ลองนึกดูว่าหากคุณพ่อคุณแม่ต้องส่งลูกไปโรงเรียนแล้วค่อยไปทำงาน จะต้องตื่นกี่โมงเพื่อให้ลูกไปถึงโรงเรียนก่อนเข้าเรียน? สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในเมือง คุณพ่อคุณแม่จะต้องตื่นประมาณตีสี่ – ตีห้า เพื่อจัดการธุระส่วนตัว เตรียมอาหารเช้า และจะต้องออกจากบ้านก่อน 6 โมงเช้า เพื่อขับรถไปต่อแถวรอส่งลูกเข้าโรงเรียนให้ทันก่อน 7 โมงเช้า และเมื่อลูกเลิกเรียนกว่าจะถึงบ้าน ทานข้าวเย็นเสร็จ ก็ได้เวลานอนพอดี และต้องตื่นเช้าไปส่งลูกในวันต่อไป ถ้าวันไหนลูกมีกิจกรรมที่โรงเรียนเลิกค่ำ จะยิ่งสงสารลูกเพราะว่ากว่าจะถึงก็ดึกเลยและยังต้องตื่นแต่เช้าอีก ดังนั้น ทำเลที่ตั้งจึงมีความสำคัญต่อการเลือกที่อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะครอบครัวยุคนี้ ไม่ต้องการเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ไปกับการเดินทาง ทั้งไปและกลับจากการเรียนและการทำงาน

  • ปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอาชญากรรม

การปล่อยให้ลูกได้เล่นได้อย่างอิสระ โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมากังวลถึงอันตรายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากรถยนต์ หรือ อาชญากรรมที่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เป็นปัจจัยที่มักจะนำมาคำนึงถึง ระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยที่ดี ก็จะทำให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจได้ สามารถใช้ชีวิตทั้งในพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างสบายใจ

  • มีพื้นที่กว้างขวาง รองรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว

การมีที่อยู่อาศัยสำหรับรองรับกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการและทักษะพื้นฐานในชีวิตประจำให้ลูก จะช่วยให้ลูกมีสมาธิในการทำกิจกรรมนั้น ๆ ได้มากขึ้น และจะทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และนอกจากพื้นที่ที่รองรับกิจกรรมลูกแล้ว ที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำงาน Hang Out หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกันกับลูก ก็จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขไปกับสิ่งที่ตนเองชอบไปพร้อม ๆ กัน

ซื้อคอนโดมิเนียม

  • มีพื้นที่ส่วนตัวที่สงบ อยู่ในสังคมที่มีคุณภาพ

จากการเหนื่อยล้าจากการทำงานและการเรียน การมีพื้นที่ส่วนตัวที่สงบ เหมาะสำหรับพักผ่อน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คนในยุคนี้ต้องการ รวมถึงการแวดล้อมไปด้วยสังคมดีมีคุณภาพ ก็จะทำให้ที่อยู่อาศัยนั้น ๆ รายล้อมไปด้วยความสุข

 

สังคมที่ตรงตามปัจจัยดังกล่าวมาข้างต้น เราเรียกกันว่าสังคม The Gated Communityซึ่ง The Gated Communityนั้นมีมานานแล้วในต่างประเทศ คำ ๆ นี้หมายถึงชุมชนที่มีความทันสมัยมีการกั้นรั้วไว้อย่างลงตัวและเป็นสัดส่วน ครอบครัวที่อาศัยอยู่ใน The Gated Communityนั้น จะได้รับความปลอดภัยสูงอยู่ในพื้นที่ปิด คนในครอบครัวสามารถใช้ชีวิตอยู่ชุมชนนี้ได้อย่างสบายใจและมีความเป็นส่วนตัว

 

ในปัจจุบันสังคม The Gated Communityที่กำลังเป็นที่นิยมนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่ในรูปแบบของบ้านหรือหมู่บ้านเท่านั้น แต่รวมถึงรูปแบบของคอนโดมิเนียมได้อีกด้วย ซึ่งโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในขณะนี้ ก็คงจะไม่พ้นโครงการ RHYTHM เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน (RHYTHM CHAROENKRUNG PAVILLION)”  คอนโดมิเนียมแห่งแรกในกรุงเทพฯ จาก เอพี ซึ่งออกแบบมารองรับความต้องการของครอบครัวในยุคนี้ และยังเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ป Luxury Gated Community Residence ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุก Generation ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนในครอบครัวทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในคอนโดมิเนียมแห่งนี้

คอนโดเจริญกรุง

เพียง 100 เมตรห่างจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (ริเวอร์ไซด์) ให้ลูก ๆ ได้เดินทางไปโรงเรียนได้ง่าย ๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายบนท้องถนนและยังไม่ต้องให้ลูกตื่นแต่เช้าอีกด้วย ทำให้ลูกมีเวลาในการทำกิจกรรมเสริมพัฒนาการต่าง ๆ ได้เต็มที่ นอกจากโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (ริเวอร์ไซด์) แล้ว โครงการยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษาอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก

 

พื้นที่อุ่นใจปลอดภัยไร้กังวล จะดีแค่ไหนถ้ามีพื้นที่ให้ลูก ๆ วิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงตลอด 24 ชั่วโมง โครงการ RHYTHM เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน (RHYTHM CHAROENKRUNG PAVILLION)”  ได้จัดสรรพื้นที่ที่สามารถปล่อยให้ลูกเล่นอย่างอิสระ กว้างขวางแต่มีขอบเขต และปลอดภัยด้วยการกั้นปิดจากคนนอก เพราะโครงการได้ออกแบบแยกทางเดินคนและทางเดินรถให้เป็นสัดส่วน และยังกั้นแบ่งพื้นที่ด้วยต้นไม้ Tree boundary ออกจากเส้นทางรถยนต์เป็น Boundary Level ป้องกันฝุ่นจากควันรถและสร้างอากาศบริสุทธิ์อีกด้วย เด็ก ๆ จึงสามารถวิ่งเล่นได้อย่างปลอดภัย 100% โดยที่คุณพ่อคุณแม่ ยังสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา

 

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ การจะตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ก็มักจะคำนึงถึงลูกเป็นหลัก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกได้เติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความสุขในสังคมคุณภาพต่อไป

RHYTHM CHAROENKRUNG PAVILLION

RHYTHM Charoenkrung Pavillion

CLOSER IN A GATED COMMUNITY

เตรียมพบกับคอนโดใหม่วิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากเอพี ตรงข้ามโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ (เจริญกรุง 73)

คอนโดแห่งแรกที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ป Luxury Gated Community Residence ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชั่น ให้ชีวิตเติบโตเคียงข้างสังคมคุณภาพ คอมมิวนิตี้ที่เป็นส่วนตัว ปลอดภัย ออกแบบด้วยความใส่ใจ รองรับทุกความต้องการที่แตกต่าง คอนโดใหม่วิวแม่น้ำเจ้าพระยา

  • 100 ม. ถึงโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่
  • 350 ม. ถึงท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยา
  • 750 ม. ถึงทางด่วนศรีรัช

1 ห้องนอน (35 ตร.ม.) เริ่ม 5.39 ล้าน* ราคาเฉลี่ย 160,000 บ./ตร.ม.

*ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท* ได้ที่ https://bit.ly/2NbmM7O

#APTHAI #TheAPWorld #APCondo #RhythmCondo #Riverviewcondo #RHYTHMCharoenkrungPavillion #ShrewsburyInternationalSchool

เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน

แจก 14 เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ทำง่าย..ได้สารอาหารครบในสูตรเดียว

บ้านไหนกำลังเป็นบ้าง…? ลูก 11 เดือน ไม่ยอมกินข้าว ABK มี 14 เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน มาฝาก ทั้งทำง่ายใช้เวลาไม่นาน แถมลูกกินแล้วได้สารอาหารครบแน่นอน จะมีเมนูใดบ้างไปดูกัน

แจก 14 เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน

ลูก 11 เดือน กินอะไรได้บ้าง

เมื่ออายุใกล้ 1 ขวบ เด็กส่วนใหญ่จะกินอาหารเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอาหารให้เป็นพิเศษ นับได้ว่าเด็กเป็นสมาชิกของครอบครัวอย่างเต็มตัวในเรื่องอาหาร คือ ผ่านพ้นวัยที่มีนมเป็นอาหารหลักเข้าสู่วัยหย่านมโดยสมบูรณ์

ทั้งนี้ ลูกวัย 11 เดือน จะเริ่มมีฟันเพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งอาหารก็อาจแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมและความต้องการของเด็ก ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าเด็กวัยนี้ต้องกินข้าวกี่ถ้วย นมกี่ขวด ตารางอาหารเสริมเป็นเพียงแนวทางสำหรับคุณแม่ ถ้าลูกไม่ได้กินอาหารตามที่แนะนำไว้และลูกก็แข็งแรงดี น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยวันละ 5-10 กรัม ก็ไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้หากปล่อยให้ลูกกินแต่นมแม่หรือนมผสมอย่างเดียวอาจจะทำให้อวัยวะของร่างกายบางส่วน เช่น ฟัน คาง กระเพาะ ลำไส้ ไม่ได้รับการฝึกเท่าที่ควร เพราะไม่ได้เคี้ยวหรือบดย่อยอาหารตามวัย ซึ่งปริมาณนมแต่ละวันของเด็กวัยเกือบจะหนึ่งขวบนี้ ควรอยู่ในระดับวันละ 2-3 ขวด (ประมาณ 500-600 ซีซี.)

ลูก11เดือนกินข้าวกี่มื้อ

ข้อมูลจากหนังสือ อาหารเสริมที่ควรรับประทาน สำหรับเด็กไทย แนะนำว่า ทารก 11 เดือน ให้กิน เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ควบคู่ไปกับนมแม่ได้ โดยให้กิน 3 มื้อต่อวัน ลักษณะความหยาบของอาหารให้คุณแม่ หั่นชิ้นเล็ก ทั้งหมดเพื่อฝึกการบดเคี้ยวอาหารของลูก ในเรื่องปริมาณสัดส่วนของสารอาหารที่ควรได้รับ คือ ข้าวสวยหุงสุกนิ่มๆ บดหยาบ 4-5 ช้อนต่อมื้อ ในส่วนของกลุ่มเนื้อสัตว์ให้กิน ไข่ครึ่งฟอง สลับ ตับบด 1 ช้อนโต๊ะ หรือ เนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อไก่ ต่อ 1 มื้อ ส่วนผัก ควรเป็นผักสุก 1-2 ช้อน เช่น ตำลึง ผักหวาน ผักกาดขาว ฟักทอง แครอท ต่อ 1 มื้อ เช่นกัน และน้ำมันใส่ปรุงอาหารหรือถ้าเป็นน้ำมะกอกให้หยดในข้าวได้ ครึ่งช้อนชาต่อมื้อ นอกจากนี้อาจให้กินผลไม้ตบท้ายต่อมื้อซึ่งเป็นผลไม้สุก 3-4 ชิ้น หรือ ส้ม 1 ผล เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้อาหาร คือ “อย่าบังคับ” ควรให้ลูกกินอย่างมีความสุข และค่อยๆเพิ่มปริมาณตามความต้องการของลูก ไม่ใช่ว่าอายุเพิ่มขึ้นจะต้องเพิ่มอาหารให้เท่านั้นเท่านี้ตามตาราง

ทั้งนี้หาก ลูก 11 เดือน ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกินผัก อาจเป็นเพราะคุณแม่ไม่ค่อยทำ เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ที่เป็นผักต้มเปล่าๆ ให้ลูกกิน เช่น ใส่ผักผสมลงไปในข้าวตุ๋นตลอด เมื่อลูกไม่คุ้นเคยกับรสชาติของผักล้วนๆ พอลูกได้กินก็จะเอาลิ้นดุนๆ ออกมาหมด ABK จึงขอแนะนำว่าการทำ เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน คุณแม่ต้องใช้วิธีหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วใส่ปนลงในอาหาร เช่น ไข่เจียว ก็ให้ใส่ผักปนลงไปบ้าง หรือผสมลงไปในหมูสับ ทำหมูทอดก็ผสมใส่ผักลงไปด้วย …แต่ถ้าลูกไม่ยอมกินผักเลยจริงๆ ก็คงต้องยอมให้ผลไม้แทนไปพลางๆ ก่อน อาจเป็น ส้ม กล้วย มะละกอ แตงโม ผลไม้ ตามฤดูกาล โดยให้ลูกหัดถือกัดเอง ไว้โตขึ้นอีกหน่อยค่อยลองใหม่

และเพื่อให้ลูกวัยนี้เจริญอาหารได้มากยิ่งขึ้น ABK จึงมี 14 สูตร เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน มาฝาก ทั้งทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน หน้าตาน่ากิน ลูกน้อยเห็นแล้วต้องหม่ำแน่นอน แถมเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ จะมีเมนูใดและวิธีทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

เมนูอาหารเด็ก 11 เดือนซุปไข่ฝอยสีทอง”

เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน

ใช้เวลาปรุง 15 นาที (ส่วนผสมสำหรับ 1 ถ้วย)

  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำซุปไก่ 1 – 1½ ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมเต๋า เล็ก 5 เซนติเมตร 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมเต๋าเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว (ไม่ใส่ก็ได้) ½ ช้อนชา

วิธีทำอาหารสําหรับทารก 11 เดือน

  1. ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ส้อมตีให้เข้ากัน แล้วพักไว้
  2. ตั้งน้ำซุปในหม้อใบเล็กด้วยไฟกลาง ใส่หอมหัวใหญ่และมะเขือเทศลงต้มให้นุ่ม ปรุงรสเล็กน้อยด้วยซีอิ๊วขาว
  3. เทไข่ผ่านกระชอนให้เป็นเส้นฝอยบาง ๆ ทิ้งไว้สักพักจนไข่สุกทั้งหมด แล้วปิดเตา
  4. ตักใส่ชาม พักพอให้อุ่นแล้วป้อนได้ทันที

♥ Cooking Tip เปลี่ยนจากน้ำซุปไก่เป็นน้ำซุปผักหรือน้ำซุปอื่น ๆ ได้ตามชอบ แต่ควรเป็นน้ำซุปทำเอง

 

>> ดูต่ออีก 13 เมนูเด็ก 11 เดือน คลิกหน้า 2

 


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.childanddevelopment.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกเบื่ออาหาร

ลูกเบื่ออาหาร อยากให้ลูกกินข้าวได้เยอะ คุณแม่เลือกผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กยี่่ห้อไหนดี?

ลูกเบื่ออาหาร กินน้อย กินยาก เลือกกิน และกินเมนูซ้ำ ๆ สารพัดปัญหาพฤติกรรมการกินที่ทำให้แม่ ๆ เป็นกังวล กลัวว่าลูกจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และมีผลต่อพัฒนาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจ แต่คุณแม่ยุคใหม่จะเลือกยี่ห้อไหนดี มาฟังคำตอบไปพร้อมกัน

เปลี่ยน ลูกเบื่ออาหาร ให้เจริญอาหาร กินข้าวเก่ง ไม่เลือกกิน คุณแม่ยุคใหม่เลือก “ไลซีน” เป็นตัวช่วยเบอร์หนึ่ง

Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายแม่ลูกอันดับ 1 ของประเทศที่เข้าใจคุณแม่ไทยมากที่สุด เว็บไซต์ Amarin Baby & Kids จึงได้จัด “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ  จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ผ่าน www.AmarinBabyAndKids.com เว็บไซต์สื่อกลางข้อมูลคุณภาพจากแม่สู่แม่ Mom to Mom Sharing เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังมองหา “สินค้าใช้ดี ที่ได้รับการยืนยันจากคุณแม่ตัวจริงทั่วประเทศ”

ทำไมแม่ยุคใหม่เลือกผลิตภัณฑ์มี “ไลซีน” ช่วยเสริมโภชนาการลูก

เมื่อลูกเข้าสู่วัยซนมักสนใจทำกิจกรรมรอบตัวมากกว่าการกินอาหารหลักเป็นมื้อๆอย่างเคย หรือเข้าสู่วัยที่เริ่มเลือกกิน กินซ้ำเมนูเดิมๆ กินยาก อมข้าว หรือมีภาวะ ลูกเบื่ออาหาร ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารจำเป็น ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ คุณแม่ยุคใหม่ที่อยากให้ ลูกกลับมากินข้าวเก่ง กินได้หลากหลาย จึงเลือกให้ Seven Seas สูตรผสมไลซีน เป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็ก

“ลูกกินข้าวได้มากขึ้น จากที่กินข้าวได้ไม่กี่คำ รสชาติกินง่าย ลูกชายชอบมากค่ะ ที่สำคัญยังเป็นแบรนด์สากล รู้จักกันทั่วโลก แม่จึงไว้ใจได้ค่ะ”

“ตอนแรกก็เลือกไม่ถูกว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี แต่คุณแม่หลายคนบอกต่อๆกันว่ากินแล้วเห็นผล ลูกกินข้าวได้มากกว่าเดิม ยิ่งพบว่ามีข้อมูลปริมาณวิตามินระบุชัดเจน ผ่านกระบวนการผลิตยามาตรฐานสากล พอให้ลูกกินแล้วก็เห็นผล ไม่ผิดหวัง จริงๆ ค่ะ”

“เคยหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กหลายที่ๆ ส่วนใหญ่ราคาแพงและหาซื้อยาก จนมาเจอยี่ห้อนี้คุณภาพคุ้มค่า ราคาก็เข้าถึงได้ หาซื้อได้ตามร้านขายยาใกล้บ้านเลยค่ะ เพราะขึ้นทะเบียนเป็นยา มั่นใจในความปลอดภัย”

เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กตัวนี้มี “ไลซีน” กรดอะมิโนจำเป็น  ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวนำพากรดไขมันสู่กระบวนการเผาผลาญช่วยให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ได้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นตัวช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกหิว-อิ่ม  ทำให้อยากอาหารเพิ่มขึ้น  อีกทั้งยังช่วยเสริมกล้ามเนื้อและเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย    ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กที่มีส่วนผสมของไลซีนเป็นตัวช่วยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง  เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างไลซีนเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากแหล่งอาหารที่อุดมด้วยกรดอะมิโนชนิดนี้ เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ หากเด็กมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการกิน อาจเสี่ยงทำให้เด็กได้รับไลซีนไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์เพื่อโภชนาการเด็กที่ผสมไลซีนจึงเป็นอีกทางเลือกที่แม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญ

แม้ไลซีนจะมีผลต่อการกินอาหารของลูก แต่ถ้าไม่อยากให้ ลูกเบื่ออาหาร อีกต่อไป คุณพ่อคุณแม่ต้องหันมาปรับพฤติกรรมการกินอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ชวนลูกทำอาหาร เปิดโอกาสให้ออกความคิดเห็นเมนูที่อยากกิน หรือสร้างสรรค์เมนูแปลกใหม่ ตกแต่งหน้าตาให้สะดุดตา และสร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้เป็นเรื่องสนุก ก็จะช่วยกระตุ้นให้ลูกอยากอาหารมากขึ้นได้เช่นกัน

 

ลูกเบื่ออาหาร

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019

ผ้าอ้อมยี่ห้อไหนดี 2562 คุณแม่เลือก MamyPoko เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจ

 

พัฒนาการเด็ก 4 เดือน

พัฒนาการเด็ก 4 เดือน กับ 7 เรื่องสุดว้าว ลูกทำแบบนี้ได้แล้ว!

พัฒนาการเด็ก 4 ลูกโตมากขึ้นแค่ไหนแล้ว ทั้งร่างกายและสมองมีอะไรที่ ลูก 4 เดือน พัฒนาไปบ้าง และพ่อแม่ต้อง กระตุ้น พัฒนาการทารก 4 เดือน อย่างไรให้สมวัย มาดูกันเลย

พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ด้านการเจริญเติบโตทางร่างกาย
ลูกมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?

ทารกเข้าเดือนที่ 4 วัยนี้ลูกก็ใกล้พ้นคำว่าวัยแบเบาะเข้าไปทุกที เพราะลูกน้อยเริ่มจะไม่ยอมอยู่นิ่งๆ อีกต่อไป และลูกจะสนุกกับการพลิกคว่ำ เป็นหนึ่งในการฝึกฝนกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงด้วยตัวเองตามพัฒนาการ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะนั่งได้เดือนต่อไป นอกจากนี้คุณแม่จะสังเกตเห็นได้ว่าตามหมอนที่ลูกนอนจะมีเส้นผมบางๆของลูกเริ่มร่วงหล่นอยู่ (ถ้าไม่ได้โกนผมไฟเสียก่อน) เพราะ พัฒนาการเด็ก 4 เดือน ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ผลัดผมใหม่ สี และลักษณะของเส้นผมที่ขึ้นใหม่นี้ จะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแล้ว

นอกจากนี้ในส่วนของกล้ามเนื้อคอจะค่อยๆแข็งแรงมากขึ้น ตั้งตรงและหันไปรอบๆได้ คุณแม่อุ้มลูกน้อยได้สบายมากขึ้น เมื่อจับนอนคว่ำ ยกศีรษะได้เกือบตั้งฉาก แถมยังยกขายกมือได้ ถ้าให้นอนหงายลูกจะชอบใช้มือจับขา ใช้นิ้วมือในการจับสิ่งของได้มากขึ้น แต่ยังไม่คล่องนัก เริ่มใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ ชอบจับ สิ่งของเข้าปาก อีกทั้งยังชอบเล่นน้ำลาย ส่งเสียงอ้อแอ้ อยากพูดอยากทักทาย หรือโต้ตอบ

Must read : ลูกผมร่วง เพราะ ผ้าอ้อมกัดหัว ผ้าอ้อมกัดผม จริงหรือ?

ทั้งนี้ในช่วง 4 เดือนขึ้นไป ลูกจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มเป็นสองเท่าของตอนแรกคลอด ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกว่าลูกโตขึ้น แต่ให้คุณแม่ช่วยคอยสังเกตด้วยว่าลูกดูสมบูรณ์ดีหรือไม่ มีไขมันที่ต้นขา ท้อง แขนท่อนบน และบนใบหน้าแบบที่เด็กๆ ควรจะมีหรือเปล่า

โดยเด็กผู้ชายจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5.3-7 กก. ส่วนสูง 58-64 ซม. ส่วนเด็กผู้หญิง จะมีน้ำหนักประมาณ 4.9-6.7 และมีส่วนสูงอยู่ที่ 56.8-64.5 ทั้งนี้ถ้าลูกดูผอมเกินไป แขนขาเล็ก ตัวเล็ก ควรพาลูกไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพเด็ก เพราะในช่วงขวบปีแรกนั้นเด็กควรจะโตเร็วมาก ไม่ใช่เฉพาะร่างกายเท่านั้น แต่หมายถึงสมองด้วย

Must read : โปรแกรมคำนวณภาวะโภชนาการ เช็กน้ำหนักส่วนสูง ความสมส่วนของลูก

พัฒนาการเด็ก 4 เดือน

พัฒนาการทารก 4 เดือน เรื่องการกินนม และการนอน

เวลานอนของลูกวัย 4 เดือน จะสั้นลงในช่วงกลางวัน และจะนอนได้นานขึ้น+ตื่นน้อยลงในช่วงกลางคืน แต่ก็ยังต้องให้ลูกนอนกลางวันอยู่ดี เพราะจะมีผลต่อการนอนในช่วงกลางคืน โดยคุณแม่อาจใช้วิธีกล่อมนอนแบบเดียวกัน ไม่ว่าตอนกลางวันหรือกลางคืน

ส่วนเรื่องการให้นม ลูกจะยังดูดนมเก่งขึ้น ซึ่งนมก็ยังเป็นอาหารสิ่งเดียวที่จำเป็นกับลูกวัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมผสมก็จะให้สารอาหารที่จำเป็นแก่เด็กวัยนี้ได้อย่างครบถ้วน จึงไม่จำเป็นที่จะให้ลูกวัย 4 เดือน เริ่มอาหารเสริมเหมือนกับที่โบราณเคยเลี้ยง ควรจะเริ่มตอนอายุ 6 เดือนจะดีที่สุด

 

Must read : อาหารเสริมทารก เริ่มอย่างไร ให้ลูกกินเก่งแถมกินง่าย!

Must read : ป้อนกล้วยทารก ก่อนวัยเริ่มอาหารเสริมอันตรายถึงชีวิต!

อ่านต่อ >> 7 เรื่องสุดว้าว! ลูก 4 เดือนสามารถทำแบบนี้ได้แล้ว
คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นิทานเจ้าหญิง

รวม 8 นิทานเจ้าหญิง ยอดนิยม ไว้เล่าให้ลูกสาวฟังก่อนนอน

บ้านไหนมีลูกสาว คงหนีไม่พ้นเรื่องราวที่เกี่ยวกับเจ้าหญิง ไม่ว่าจะเป็นชุดเจ้าหญิง เครื่องประดับ ตุ๊กตา ฯลฯ และแน่นอน นิทานเจ้าหญิง จะต้องมีอยู่ในใจลูกสาวตัวน้อยทุกคน

รวมนิทานที่เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับเจ้าหญิง ให้คุณแม่คลิกเล่าให้เจ้าหญิงตัวน้อยฟังก่อนนอนกันค่ะ

8 นิทานเจ้าหญิง ยอดนิยม ไว้เล่าให้ลูกสาวฟังก่อนนอน

#1 โฉมงามกับเจ้าชายอสูร Beauty and the Beast

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าเรื่องของ “เบลล์” ที่ถูกจับไปเป็นเชลยโดยเจ้าชายที่ถูกสาปให้กลายร่างเป็นอสูรจากแม่มดลึกลับเพื่อเป็นการลงโทษความใจร้าย แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็รักกันเนื่องจากความเข้าใจในตัวตน

นิทานเจ้าหญิง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
credit photo : www.facebook.com/DisneyBeautyAndTheBeast/

อ่านนิทานเจ้าหญิง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร คลิก

#2 ซินเดอเรลล่า Cinderella

ในปี 2004 ซินเดอเรลล่า ได้รับการโหวตจากเด็ก ๆ กว่า 1,200 คนจากการสำรวจโดย cinema chain UCI เป็นเทพนิยายยอดนิยมอันดับหนึ่งในดวงใจ และผลสำรวจจากกูเกิ้ลเทรนดส์ในปี 2008 ก็พบว่า ซินเดอเรลล่า เป็นเทพนิยายที่ได้รับความนิยมและกล่าวถึงมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต มีการดัดแปลงเป็นรูปแบบต่าง ๆ มากมายกว่าพันครั้ง

รู้ไหมคะ เจ้าหญิงของเด็ก ๆ ในเรื่องนี้จริง ๆ เธอชื่อว่า เอลลา แต่แม่เลี้ยงกับพี่สาวใจร้ายของเธอพากันเรียกเธอว่า ซินเดอเรลล่า (Cinderella) อันหมายถึง “เอลลาผู้มอมแมม” จึงกลายชื่อเรียก นิทานเจ้าหญิง เรื่องนี้ไปโดยปริยาย (ข้อมูลอ้างอิง : th.wikipedia.org )

นิทานเจ้าหญิง ซินเดอเรลล่า
credit photo : http://princess.disney.com/cinderella

อ่านนิทานเจ้าหญิง ซินเดอเรลล่า คลิก!

#3 เอลซ่า Frozen

เจ้าหญิงเอลซ่า ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนไม่รู้จักเจ้าหญิงคนนี้พร้อมร้องเพลงประจำตัวของเธอได้แทบทุกคน เป็นขวัญใจของเด็กหญิงทั่วโลก เอลซ่ามีมนต์วิเศษที่มือซึ่งสามารถเสกทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นน้ำแข็ง แต่ก็นั้นแหละพลังที่แอบแฝงอยู่ทำให้น้องสาวของเธอตกอยู่ในอันตราย จนต้องเนรเทศตนเองไปอยู่ในแดนน้ำแข็งเพียงลำพัง

นิทานเจ้าหญิง เอลซ่า
credit photo : myenglishis.blogspot.com

อ่านนิทานเจ้าหญิงเอลซ่า คลิก!

#4 เจ้าหญิง จัสมิน Jasmine

เจ้าหญิงจัสมิน เป็นเจ้าหญิงคนที่ 6 แห่งเมืองอักราบาห์ สำหรับชื่อ Jasmine แปลว่า ดอกมะลิ เจ้าหญิงจัสมินในนิทานมีผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างสวย อ้อนแอ้นเหมือนนาฬิกาทราย แต่มีนิสัยเอาแตใจ ขี้เล่น และอยากไปท่องเที่ยวผจญภัยนอกวัง นิทานเจ้าหญิงเรื่องนี้ออกแนวแฟนซีที่มียักษ์ในตะเพียงวิเศษสามารถขอพรวิเศษได้

นิทานเจ้าหญิง จัสมิน
credit photo : disneyworldprincess.weebly.com

อ่านนิทานเจ้าหญิงจัสมิน คลิก!

#5 เงือกน้อยผจญภัย The Little Mermaid

เจ้าหญิงแอเรียล ธิดาคนสุดทองของจ้าวมหาสมุทร เงือกสาวแสนสวยที่อยากจะออกไปผจญภัยจากโลกใต้สมุทร และได้พบกับเจ้าชาย เธอจึงยอมแลกหางของเธอกับเสียงที่ไพเราะเพื่อจะได้ขาทั้งสองข้าง เป็น นิทานเจ้าหญิง ที่น่าตื่นเต้นและชวนลูกสาวตัวน้อยลุ้นระทึกอยู่ใกล้ ๆ จริง ๆ ค่ะ

นิทานเจ้าหญิง เงือกน้อยผจญภัย
Credit Photo : th.facebook.com/DisneyTheLittleMermaid/

อ่านนิทานเจ้าหญิง เงือกน้อยผจญภัย คลิก! 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 8 นิทานเล่าให้เจ้าหญิงตัวน้อยฟังก่อนนอน  คลิกหน้า 2

แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้

เมื่อ “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้” ได้โปรเด็ด !! กับ JD CENTRAL

JD CENTRAL เอาใจคุณแม่สายช้อป ในเดือน 11 มอบโปรพิเศษ “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้” ในงาน  Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 และช้อปออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 5 – 12 พ.ย.62* นี้

ผู้นำด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย  เข้าร่วมงานช้อปเพื่อแม่และเด็กสุดยิ่งใหญ่ จับมือกับ  Amarin Baby & Kids Fair ให้คุณแม่ช้อปผ่าน application และภายในงาน  ได้สินค้าคุณภาพแท้! ราคาโดนใจ! ไม่ผิดหวัง!

 

JD CENTRAL “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้”
ซื้อในงานแฟร์หรือออนไลน์ ลดถูกใจไปหมด

สิทธิพิเศษมากมายให้คุณแม่ !

เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก จากสินค้าแม่และเด็กแบรนด์ดังชั้นนำที่รวมตัวจัดโปรโมชั่นในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 (วันที่ 7-10 พ.ย.) นำโดย LÍLLÉbaby  Beaba  Enfagrow  Drypers และอื่นๆ

สั่งซื้อบน app JD CENTRAL   แล้วรอรับสินค้าที่บ้าน

สั่งซื้อบน app  JD CENTRAL  รับของที่งานอีเว้นท์ Amarin Baby & Kids Fair ได้เลย

 

แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้ แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้

เทศกาล 11.11 …มหกรรมช้อปปิ้งของแท้ แม่พลาดไม่ได้!  ที่  JD CENTRAL
ของมันต้องมี กับเทศกาลช้อปปิ้งแห่งปี 11.11 ที่ JD CENTRAL กับแคมเปญเด็ด JD CENTRAL MOST WANTED SHOPPING FEST  โปรแรงที่สุด !! วันที่ 11 เดือน 11 วันเดียวเท่านั้น  ให้ทุกครอบครัวซื้อสินค้าราคาโปรโมชั่นจัดเต็ม มั่นใจได้ 100% ในคุณภาพ

แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้ แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้

 

“ช้อปของดี การันตีของแท้” ช้อปให้สบายใจกับ JD CENTRAL Application ที่คุณแม่ยุคใหม่ไว้ใจมากที่สุด

คุณแม่พร้อมโหลดแอป JD CENTRAL  ช้อปปิ้งได้ทันใจ หรือ www.jd.co.th แล้วคลิกช้อปทันที!!

JD CENTRAL “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้”

JD CENTRAL “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้”

JD CENTRAL “แม่ต้องช้อป ลูกต้องใช้”