lifeis

บอย-นภ จับมือเปิดตัว LIFEiS โครงการดีๆ เพื่อทุกครอบครัว

8 มิถุนายนที่ผ่านมา “บอย โกสิยพงษ์” ร่วมกับ “นภ พรชำนิ” เปิดตัวธุรกิจใหม่ LIFEiS – ไลฟ์อีส บริษัทโซเชี่ยล บิสสิเนส เพื่อขับเคลื่อน ความรัก ความหวัง ให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคมไทย

“บอย โกสิยพงษ์” เผยถึงที่มาของ LIFEiS ว่า “เกิดขึ้นจาก หลายปีก่อนผมเห็นการทะเลาะเบาะแว้งของคน เกลียดกันด่ากัน รวมถึงสิ่งไม่ดีมากมายในอินเทอร์เน็ต และผมเชื่อว่า ปัจจุบันคือผลผลิตของอดีต เมื่อเราปลูกอะไรเอาไว้ สิ่งที่เราโดนปลูกกันมาเมื่อหลายสิบปีก่อน มันออกดอกออกผลอย่างรุนแรง วันนี้ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยามันเกิดขึ้นทั่วโลก เราคงนั่งไทม์แมชชีนกลับไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะทำได้ เราเชื่อว่าเมื่อเราปลูกสิ่งใด เราจะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้นเช่นกัน วันนี้เราจะปลูกความรัก เราจะปลูกความรู้ ปลูกความเกื้อกูล ความเอื้ออาทร ความเมตตากัน ความคิดที่จะทำ LIFEiS จึงเกิดขึ้น เราจะปลูกอะไรที่มีประโยชน์ ที่อีก 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า เราจะเห็นผลที่ดีขึ้นยิ่งกว่านี้ ให้สังคมดียิ่งขึ้นกว่านี้

ไลฟ์อีส คาดหวังเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทที่มีพลังทั้งหลายสามารถมาช่วยกันแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ไลฟ์อีสทำคือ การเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด ทัศนคติ เติมความรู้ ความเข้าใจแต่ละช่วงวัยครอบคลุม 8 ช่วงอายุของคน ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งแต่ละช่วงวัย ต้องการวิตามินบำรุงจิตใจที่แตกต่างกันจากนั้นเมื่อทุกคนแข็งแรงขึ้น ก็พร้อมที่จะเกื้อกูลผู้อื่นต่อไป

lifeis ไลฟ์อีส

LIFEiS จะสร้างสังคมแห่งการเกื้อกูลอย่างไร

  • วัย 0-5 ปี จะมี “เพลิน ประทุมมาศ” ซึ่งจบปริญญาเอกด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็ก มาเป็นแกนหลักในการแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ให้แก่คุณพ่อคุณแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก พัฒนาวิธีการเลี้ยงเด็ก พัฒนาความสัมพันธ์ของเด็กต่อพ่อแม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านรูปแบบรายการโทรทัศน์ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเก็บเกี่ยวเทคนิคเลี้ยงลูก และวิธีการดีๆ จากรายการไปปรับใช้ที่บ้านได้ด้วย นอกจากนี้ ยังจะมีการเข้าไปตามโรงเรียน และการจัดสัมมนา เป็นต้น
  • ประถม เป็นการเรียนแบบใช้สมาธิ ไลฟ์อีส ได้ “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” คอยดูแลเรื่อง การฝึกสมาธิผ่านดนตรีและต่อยอดความสร้างสรรค์ โดยใช้การเล่นดนตรี
  • มัธยมต้น ไลฟ์อีส อยากเล่าให้เด็ก น้อง พ่อแม่ และครูฟังว่า เด็กไม่ได้โง่ แค่ยังไม่รู้ว่า ตัวเองต้องจับพหุปัญญาแบบไหน ผู้ใหญ่ต้องทำอย่างไรให้เด็กค้นเจอสิ่งที่รักและทุ่มเท
  • มัธยมปลายและอาชีวะ เป็นหน้าที่ของ “อุ๋ย บุดดาเบลส” ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์และชวนน้องๆ ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ให้กลับมาทำเรื่องดีๆ และมีคุณค่า โอกาสยังมีเสมอ
  • มหาวิทยาลัย ชวนให้น้องๆ ค้นหาตัวเอง ตามหางานที่ตัวเองจะรักไปตลอดชีวิต
  • การแต่งงาน ไม่เคยมีใครเรียนเกี่ยวกับการแต่งงาน ทำให้ทะเลาะกันเยอะ ไลฟ์อีส จะช่วยให้ทุกคู่รักรู้จักเรียนรู้ว่า ต้องคาดหวังยังไงก่อนแต่งงาน และแต่งงานแล้วจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างไร
  • Young executive ไลฟ์อีส จะเข้าไปสะกิดต่อมของคุณว่า การทำงานเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัวตัวเองนั้นไม่พอ ถ้าตวเองเต็มแล้ว อยากให้ไปเติมคนอื่นด้วย
  • Golden Year สำหรับผู้สูงวัย เมื่อเกษียณอายุแล้ว จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

ไลฟ์อีส

“นภ พรชำนิ” กล่าวเสริมทิ้งท้ายว่า “ไลฟ์อีส อยากให้ภาคเอกชนที่คิดเหมือนกัน นำเอาความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมาเชื่อมกัน มาร่วมทำโมเดลนี้ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่คิดเพื่อคนอื่น วันนี้เราต้องเริ่มทำ ให้อนาคตเปลี่ยน การปลูกเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างต้องใช้เวลา เราไม่ได้คาดหวังจะเห็นอะไรในวันนี้พรุ่งนี้ แต่เชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อมองมา จะเข้าใจว่า ไลฟ์อีส ได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรักไว้มากเพียงใดในสังคมและโลกใบนี้”

ร่วมเป็นครอบครัว ไลฟ์อีส ได้ที่ www.lifeisgroup.org และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง facebook.com/lifeisgroup

บทความแนะนำ

ลูกเรียนไม่เก่ง ได้เกรดน้อย ไม่ได้แปลว่า “โง่”

เด็กเป็นไข้

วิธีดูแล เด็กเป็นไข้ อันตรายที่มากับหน้าฝน

เมื่อ เด็กเป็นไข้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะกังวลใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งโรคภัยต่างๆ ก็มักจะมากับหน้าฝนซะด้วยสิ แถมแต่ละโรคก็อันตรายไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตััวรับมือกับ เด็กเป็นไข้ จะดูแลอย่างไรให้หายดี กันค่ะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็มีบทความที่น่าสนใจ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มาฝากกันค่ะ

วิธีดูแล เด็กเป็นไข้ อันตรายที่มากับหน้าฝน

ถ้าถามว่าระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ฝ่ายใดเจ็บป่วยง่ายกว่ากัน? ไอ้หยา…ก็ไม่รู้สินะ เพราะแต่ละคนจะมีภูมิต้านทานแตกต่างกัน บางที่ผู้หญิงก็ไม่สบายว่ายกว่า แต่บางคราผู้ชายป่วยง่ายกว่าฝ่ายหญิงก็มี แต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกเนอะ

นี่ก็เข้าฤดูฝนหรือหน้าฝนกันแล้ว แถมผนก็ตกได้ตลอดเวลาซะด้วยสิ บางทีนึกอยากจะตกก็ตก ตอนพวกเรากำลังออกจากบ้านงี้ บางทีก็ตกตอนกลางวันที่กำลังจะออกไปหาของกินกัน หรือตกตอนเลิกงาน นี่เจ็บปวดเลย ในเมื่อเอาแน่เอานอนกับฟ้าฝนไม่ได้ จึงควรพกหมวกและร่มติดตัวไว้ตลอดเวลา ถ้าเผื่อต้องใช้งานจะได้หยิบจับออกมาใช้งานได้ทันที

อีกอย่าง อยากให้ท่านผู้อ่านดูแลสุขภาพในช่วงฤดูฝนกันให้ดีๆ โดยเฉพาะครอบครัวไหนมีเด็กๆ จึงควรดูแลบุตรหลานในบ้านด้วยน้า เพราะโรคภัยไข้เจ็บที่มากับฤดูฝนนี้มีอันตรายไม่ใช่น้อย เช่น

* กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ หรืออาหารเป็นพิษ โรคเหล่านี้เกิดจากการทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ โดยผู้ป่วยมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง ดังนั้น ในฤดูฝนจึงควรระมัดระวังอาหารการกิน ควรทานอาหารสุกใหม่ๆ สะอาดและใช้ช้อนกลาง อย่าลืมซะล่ะ

* กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหวัด, ไข้หวัดใหญ่, คออักเสบ, หลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบหรือปอดบวม แล้วไหนยังมีโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่อีก จึงควรระวังกันไว้

* กลุ่มโรคติดต่อที่เกี่ยวกับยุง ได้แก่ ไข้เลือดออก, ไข้สมองอักเสบและโรคมาลาเรีย ล้วนแต่มียุงเป็นพาหะนำโรคทั้งนั้น จึงควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่อาจมีอยู่รอบบ้านไปให้หมด แล้วจะสุขสบายหากบ้านปราศจากยุงลายและ ยุงก้นปล่อง

ทีนี้หากคุณมีลูกมีหลานในบ้าน แล้วถ้าเกิดบุตรหลานไม่สบายขึ้นมา แล้วจะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างนี้ได้ยังไงน้า? ที่จริงก็ไม่มีใครอยากให้เด็กๆในบ้านป่วยหรือไม่สบายกันหรอกเนอะ แต่เมื่อเป็นแล้ว จะดูแลกันอย่างไรนี่สิ เช่น

1. หมั่นสอบถามและติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลานในแต่ละวัน หากวันไหนเด็กมีอาการไอจาม บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กป่วยเป็นไข้หวัดก็ได้นะ

2. ถ้าเด็กในบ้านเป็นโรคหวัดขึ้นมา ก่อนอื่นต้องวัดไข้ก่อนว่า มีไข้หรือไม่? หากเด็กมีอาการตัวร้อน, หน้าแดง, ตัวแดง ก็ควรเช็ดตัวให้ด้วยน้ำอุ่น และอาจใช้แผ่นเจลลดไข้มาปิดที่หน้าผากของเด็กก็ได้ หากเช็ดตัวหรือระบายความร้อนแล้วเด็กมีอาการดีขึ้นก็เยี่ยมไปเลย

3.ให้อาหารที่ย่อยง่ายแก่เด็ก ยามป่วยเด็กอาจไม่อยากอาหาร จึงจำเป็นต้องให้อาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก, ข้าวต้ม หรือซุปก็แล้วแต่ จะช่วยให้เด็กดีขึ้นในเร็ววัน แล้วพาไปหาหมอด้วยยิ่งดี.

ขอบคุณที่มา : คนสมถะ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เมื่อรู้จักอาการป่วยไข้ที่มาพร้อมกับหน้าฝนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วอาการป่วยไข้แบบไหนล่ะที่ควรไปหาหมอ อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกชอบแลบลิ้น

ลูกชอบแลบลิ้น ชอบทำลิ้นจุกปาก ปกติหรือไม่กันนะ?

ทำไมหนอ ทำไม? ลูกชอบแลบลิ้น ชอบทำลิ้นจุกปาก ตลอดเวลา เรื่องจริงที่พ่อแม่หลายคนสงสัย

 

 

หนึ่งในพฤติกรรมของทารกที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักตั้งคำถามก็คือ ลูกชอบแลบลิ้นชอบทำลิ้นจุกปาก พฤติกรรมดังกล่าวจะว่าปกติหรือไม่ แล้วเพราะอะไรทำไมลูกถึงทำเช่นนั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำตอบเอาไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านแล้วละค่ะ

6 เหตุผลทำไม ลูกชอบแลบลิ้น

สำหรับเหตุผลของเด็กเล็ก ๆ ที่ทำม๊ายทำไมเขาถึงชอบแลบลิ้นเล่นกันนั้น มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 เหตุผลด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1.ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ –  สาเหตุหนึ่งที่ ลูกชอบแลบลิ้น นั้นก็คือ ลูกทำเพราะเนื่องจากเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยทารก ที่เมื่อไรก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่เอานิ้วหรือแม้แต่เต้านมของคุณแม่ไปสัมผัสกับปากของลูก ก็จะเห็นได้ว่าสิ่งแรกที่ลูกจะทำเลยก็คืออ้าปาก และแลบลิ้นออกมานั่นเองค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะคะ เพราะถ้าหากเป็นสาเหตุข้อนี้ละก็พฤติกรรมดังกล่าวจะหายไปได้เองหลังจากที่ลูกมีอายุ 4 – 6 เดือนไปแล้วละค่ะ หรือสำหรับเด็กบางคน อาการนี้จะหายไปหลังจากที่พวกเขาเริ่มรับประทานอาหารเสริมมื้อแรกกันแล้วนั่นเองค่ะ

ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน

ผู้ป่วยเด็กพุ่ง! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน!!

เอาไม่อยู่!! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน พบผู้ป่วยเด็กจำนวนมากอายุระหว่าง 5 – 14 ปี เตือนผู้ปกครองระวัง!!

 

 

หากพูดถึงข่าวคราวที่น่าห่วงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อยู่ ล่าสุดพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วกว่า 700 ราย!! และส่วนหนึ่งพบว่าเป็นเด็กนักเรียน!!

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับโรค ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน ว่าพบผู้ป่วยจำนวนมากในเขตสุขภาพที่ 9 อันประกอบไปด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดสุรินทร์ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2561 นั้นพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนกว่า 699 รายป่วยเป็นไข้เลือดออก ถึงแม้ว่าจะยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต แต่ก็พบว่า กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดนั้นคือ กลุ่มนักเรียน ที่มีอายุระหว่าง 5 – 14 ปี ทั้งนี้รวมถึงในกลุ่มของเด็กเล็กด้วยเช่นกัน

แม่สงสัย ดูแลเต้านม อย่างไรช่วงให้นมลูก

นมแม่ล้างสบู่ ก่อนให้ลูกดูดนม หรือหลังจากนั้นจะเป็นอะไรไหม … ร่วมไขข้อข้องใจพร้อมวิธีการ ดูแลเต้านม ให้ถูกต้องได้ที่นี่!

 

 

คุณแม่มือใหม่ที่กำลังให้นมลูกกันอยู่ หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยเผลอใช้สบู่ล้างหัวนมของตัวเองไม่ว่าจะตอนอาบน้ำ ก่อนหรือหลังให้นมแม่กับลูกกันมาบ้างใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับน้องสาวของผู้เขียนเลยละค่ะ ไปเผลอใช้น้ำยาบางชนิดล้างหัวนมจนหัวนมแห้งแตก … ตอนแรกผู้เขียนเองไม่ทราบมาก่อน แต่พอเขามาบ่น ๆ ถาม ๆ ให้ฟัง ถึงถามว่า อ้าว? แล้วเวลาทำความสะอาด ดูแลเต้านม ทำอย่างไร? พอรู้ความจริงเลยมาถึงกับบางอ้อว่า “ใช้น้ำยาเช็ดและล้างหัวนม” เพราะกลัวไม่สะอาดนั่นเอง

ผู้เขียนจึงได้แนะนำการ ดูแลเต้านม ที่ถูกต้องไปให้เลยเกิดความคิดว่า จะต้องมีคุณแม่บางท่านอีกเป็นแน่ ที่เคยใช้วิธีเดียวกันนี้แน่นอน จึงเป็นที่มาของบทความนี้นั่นเอง ว่าแต่จะมีวิธีการดูแลอย่างไร เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

เบื้องหลัง น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา ขึ้นปกนิตยสารครั้งแรก

เผยภาพเบื้องหลัง นายแบบสุดหล่อที่อายุน้อยที่สุด! น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา กับการขึ้นปก นิตยสาร Amarin Baby & Kids เป็นครั้งแรก! จะน่ารักและสนุกสนานแค่ไหน ♥ ตามมาดูกันเลยค่ะ…

น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา
ขึ้นปกนิตยสาร Amarin Baby & Kids ครั้งแรก

เรียกได้ว่าออร่าความหล่อ (ได้พ่อ) …ฉายแววมาแต่เด็ก กับลูกชายสุดหวงของ คุณเนย โชติกา นักแสดงสาวสุดสวยมากความสามารถ และคุณอาร์ม จันทร์ศิริ นักธุรกิจหนุ่ม ที่แต่งงานกันไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และมีโซ่ทองคล้องใจ อย่าง “น้องอคิณ” ที่กลายมาเป็นนายแบบวัย 6 เดือน ซึ่งเรียกได้ว่า ทั้งหล่อ น่ารัก และอายุน้อยที่สุดของนิตยสาร Amarin Baby & Kids เลยก็ว่าได้

ทีมงานเชื่อว่าถ้าหลายคนได้เห็นแล้วต้องหลงเสน่ห์ไปกับความน่ารักของ “น้องอคิณ” กันอย่างแน่นอน!!  ♥ เพราะเมื่อยิ้มทีไรก็ทำเอาหัวใจของป้าๆ ละลายเลยทีเดียว >> ส่วนด้าน คุณแม่เนย ก็ภูมิใจสุดๆ ในตัวลูกชายคนนี้ เพราะถึงกับแคปทุกภาพบนหนังสือเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า…

อ้อนขนาดนี้ พี่ ๆ ต้องตำแล้วแหละ #baby&kids #akin_family ฮามาก มีเรื่องจะเล่า วันที่ไปถ่ายเซตนี้แม่นัดช่างแต่งหน้าทำผมแต่เช้าถ่ายปกคู่ลูก เอาให้สวย พอไปถึงเซตถ่ายปก เค้าบอกอคิณเปลี่ยนชุดแล้วนอนตรงนี้เลยค่ะ ถ่ายปก เอ้าาาา ทำไมที่เล็กจัง แล้วแม่ล่ะ ? #อันนี้คิดในใจนะ สรุปถ่าย อคิณคนเดียว 55555 หน้าไม่ต้องแต่ง ผมไม่ต้องเชต อิแม่ยืนร้องเพลงเต้นประกอบเพลงไปยาว ๆ 5 ชุดค่าาา ตอนท้ายเค้าบอกคุณเนยถ่ายคู่อคิณค่ะ นึกว่าจะไม่มีแม่ในเล่มซะละ ใจหายว๊าบบบบบ #แม่คิดไปเอง 55555 ขำอะ ตลกตัวเอง”

ซึ่งนอกจากภาพที่คุณเนยได้โพสต์ลงไอจีส่วนตัวแล้ว หากใครยังไม่จุใจ … ตามมาดูเชตภาพสุดน่ารักของน้องอคิณ แบบเต็มๆ พร้อมชมคลิป โมเม้นท์สุดสนุกกับการขึ้นปกครั้งแรก! ของ “น้องอคิณ” ลูกชายคุณแม่เนย โชติกา และคุณพ่ออาร์ม จันทร์ศิริ

ได้ที่นี่ ⇓

เด็กป่วย

เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

เมื่อถึงเวลาที่ลูกต้องไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ในโรงเรียนแล้ว ลูกจะได้พบเจอเพื่อนที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่มากมาย แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อลูกเข้าเรียนแล้วก็คือ อาการป่วยนั่นเองค่ะ เมื่อ เด็กป่วย พ่อแม่ก็จะเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่าลูกป่วยขนาดนี้ ควรจะให้ลูกหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนอยู่บ้านดีไหมนะ? ควรจะหยุดเรียนจนกว่าลูกหายสนิทเลยหรือเมื่อดีขึ้นแล้วก็ไปเรียนได้? เด็กป่วย ควรจะป่วยขนาดไหนถึงควรหยุดเรียน? แล้วถ้าหยุดเรียนบ่อยๆ แล้วเรียนไม่ทันเพื่อนจะทำอย่างไร? แต่ถ้าไม่หยุดเรียนแล้วลูกเราจะไปรับเชื้อมาเพิ่มหรือไม่? ไหนจะกังวลอีกว่าจะไปแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ อีก ทีมงาน Amarin Baby&Kids  เลยมีแนวทางมาประกอบการตัดสินใจของแม่ๆ ค่ะ

เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

ลูกมีไข้

ไข้ คืออาการซึ่งร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ (เกิน 37.5 องศาเซลเซียส) เป็นปฏิกริยาตอบสนองของร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อโรคหรือมีการเจ็บป่วยจากสาเหตุบางสาเหตุ โดยไข้จะเกิดอยู่เพียงชั่วคราวเฉพาะในช่วงที่เกิดโรคหรือมีการเจ็บป่วย

เด็กป่วย ที่มีไข้เกิน 38 องศา ควรให้หยุดเพื่อพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อาการไข้บ่งบอกว่าร่างกายของลูกกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกาย จึงทำให้ร่างกายของลูกมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อและรับเชื้อเข้ามาเพิ่ม นอกจากเสี่ยงจากการติดเชื้อเพิ่มแล้ว ลูกจะเรียนไม่มีสมาธิในการเรียนเมื่อมีไข้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นจึงควรให้ลูกหยุดเรียนจนกว่าจะหายไข้ และเมื่อลูกหายจากอาการไข้แล้ว ควรจะให้หยุดต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าลูกจะไม่กลับมามีไข้จากโรคเดิมอีกเมื่อไปโรงเรียนแล้ว

 

ลูกอาเจียน

อาเจียน คืออาการที่เกิดจากการบีบตัวของกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดแรงขับดันให้อาหารหรือน้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารพุ่งทะลักออกจากกระเพาะอาหาร ผ่านหลอดอาหารเข้าสู่ลำคอและช่องปากหรือช่องจมูก

เมื่อลูกมีอาการอาเจียน 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น เป็นไข้ ท้องเสีย หรือซึม อาจไม่ใช่อาการป่วยจากโรค แต่อาจเป็นเพราะมีเสมหะค้างอยู่ที่ลำคอ ในกรณีนี้ สามารถให้ลูกไปเรียนได้ค่ะ

แต่หากลูกอาเจียน 2 ครั้งหรือมากกว่าใน 24 ชั่วโมง ควรให้ลูกหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนและเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ลูกเกิดอาการขาดน้ำเนื่องจากอาเจียนบ่อย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคไปสู่เพื่อนๆ ได้อีก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อ!! เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

แก้ท้องผูก

ผัก 8 ชนิด แก้ท้องผูก ลดปัญหาอุจจาระตกค้าง!

พบกับผัก 8 ชนิด!! ที่จะมาช่วย แก้ท้องผูก แถมช่วยลดปัญหาอุจจาระตกค้างได้อย่างชะงัด!

 

 

ปวดท้อง ท้องอืด ท้องบวม อึไม่สุด!! ไม่อยากกินยาระบาย ต้องนี่เลยค่ะ … พบกับ 8 ผักมีเมือกที่จะมาช่วย แก้ท้องผูก จะมีผักอะไรบ้างนั้น ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านแล้วละค่ะ

ท้องผูกเกิดจากอะไร?

อาการท้องผูกนั้น เกิดจาก การที่อุจจาระแห้งซึ่งทำให้ยากต่อการขับถ่าย และรู้สึกเหมือนเวลาถ่ายแล้วถ่ายไม่สุด ซึ่งอาการท้องผูกนั้นเกิดจากการที่อาหารที่ย่อยแล้วใช้เวลาอยู่ในลำไส้นานเกินไป ซึ่งเกิดจากหลากหลายปัจจัยดังนี้ค่ะ

  • รับประทานอาหารกากใยน้อย
  • ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น โรคลำไส้แปรปรวน เนื้องอกอุดตันลำไส้ และโรคแพ้กลูเตน
  • การเดินทางเป็นระยะเวลานาน
  • เปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน
  • ดื่มน้ำน้อย
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ใช้ยาระบาย และยาสวนถ่ายบ่อย ๆ เป็นต้น
เด็กไม่กินข้าว

เผยสูตร “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” เมนูแก้ปัญหา เด็กไม่กินข้าว

บ้านไหนมีปัญหา เด็กไม่กินข้าว  ลูกไม่ยอมกินข้าว หรือลูกเบื่ออาหาร ต้องลองเมนูนี้… เชฟแม่หมีมีสูตรเด็ดแสนอร่อย มาฝาก กับ “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” เมนูแก้ปัญหา ลูกเบื่อข้าว สามารถให้ลูกกินแทนข้าวได้ รับรองเต็มไปด้วยสารอาหาร มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนแน่นอน จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรตามมาดูกันเลยค่ะ

ทำไม? เด็กไม่กินข้าว

เมื่อลูกวัย 1 ขวบ เริ่มกินอาหารได้มากและหลากหลายขึ้น คุณแม่ก็ย่อมเลือกเฉพาะอาหารที่ดีมีประโยชน์มาทำให้กิน จนบางครั้งอาจลืมไปว่า ถึงอาหารจะมีประโยชน์ แต่ถ้าลูกกินติดต่อกันหลายมื้อ หลายวัน ก็อาจมีอาการเบื่ออาหารกันได้ เช่น ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของทุกมื้อ แต่ถ้าเด็กกินติดต่อกันทุกมื้อมักจะเกิดความเบื่อ ทำให้ เด็กไม่กินข้าว และอยากกินอย่างอื่นที่มีรสชาติหรือสีสันแตกต่างออกไป

ลูกไม่กินข้าว

และนั่นก็อาจทำให้คุณแม่หลายคนเกิดความกังวลว่า ลูกอาจผอมลง มีน้ำหนักน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือร่างกายขาดสารอาหาร ทั้งนี้สาเหตุหลักของการที่ลูกไม่กินข้าวนั้น เริ่มต้นจาก “ความวิตกกังวลมากเกินไปของคุณแม่ว่าลูกอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ”

ซึ่งความวิตกกังวลนี้เกิดจาก “ความไม่รู้หรือเข้าใจผิด” เป็นเหตุสำคัญ  อันนำมาสู่การแก้ไขที่ผิดๆ  ส่งผลให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น โดยความไม่รู้หรือเข้าใจผิดของพ่อแม่เกี่ยวกับเรื่องกินและน้ำหนักตัวของลูกน้อย ได้แก่…⇓

 

เบบี้เลิฟ ลดราคา

เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% ที่ช้อปปี้

ช้อปปี้ ผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จับมือกับบริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายเบบี้เลิฟ แบรนด์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชั้นนำในประเทศไทย มอบส่วนลดสุดพิเศษ สำหรับสินค้า เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% บนช้อปปี้ มอลล์ ตั้งแต่ 29 พฤษภาคม – 4 มิถุนายนนี้ แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าประเภทแม่และเด็ก ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช้อปปี้มียอดขายสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าภายในปีที่ผ่านมา

เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% ที่ช้อปปี้

จากสถิติของ Statista มีการประเมินว่าตลาดผ้าอ้อมสำหรับเด็กในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 136 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561[1] และคาดว่ามีอัตราการใช้งานที่เติบโตปีละประมาณ 6%[2] ถึงแม้ว่าอัตราการเกิดของชาวไทยนั้นค่อนข้างต่ำ หรือประมาณ 0.2%[3] เท่านั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดเทรนด์ดังกล่าว คือคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก จึงนำไปสู่การเลือกซื้อและใช้งานผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกระแสคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่เลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็กผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ช้อปปี้มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับแบรนด์สินค้าและผู้ขายชั้นนำอย่างเบบี้เลิฟ เพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใช้งานง่าย พร้อมทั้งยังจัดเต็มสินค้าสำหรับแม่และเด็กมากมายให้เลือกสรรบนแพลทฟอร์ม”

คุณแม่นักช้อปสามารถเลือกซื้อหลากหลายสินค้าผ้าอ้อมสำเร็จรูปจากแบรนด์เบบี้เลิฟ ที่ครอบคลุมทั้งแบบพรีเมียม สแตนดาร์ด และอีโคโนมี ผ่านทางเบบี้เลิฟ ออฟฟิเชียล ช็อป ในช้อปปี้ มอลล์ ซึ่งรวมถึงสินค้าขายดีอย่างเบบี้เลิฟ พรีเมียมโกลด์, สไมล์ แพ้นส์ และ พาวเวอร์แพ้นส์ สำหรับสินค้าเบบี้เลิฟทุกชิ้นที่จำหน่ายบนออฟฟิเชียล ช็อป ที่ช้อปปี้ จะได้รับการการันตีจากช้อปปี้ มอลล์ ทั้งการการันตีของแท้ 100% คืนเงินหรือสินค้าฟรีภายใน 15 วัน และจัดส่งสินค้าฟรีทั่วไทย สำหรับทุกคำสั่งซื้อที่มียอดครบ 200 บาทขึ้นไป

คุณพจนา ชูศิลป์, ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ เบบี้เลิฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วมกับช้อปปี้ เมื่อช่วงปลายปี 2559 เบบี้เลิฟมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เรามียอดออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 25 เท่าบนช้อปปี้ภายในปีที่ผ่านมา เรามั่นใจว่าด้วยช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมของช้อปปี้ เบบี้เลิฟจะสามารถเข้าถึงกลุ่มคุณแม่รายใหม่ๆ จากทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ความคุ้มค่าราคา รวมถึงดีลส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย เมื่อต้องการเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็ก”

ช้อปผ้าอ้อมสำเร็จรูปคู่ใจคุณแม่ได้ที่ เบบี้เลิฟ ออฟฟิเชียล ช็อป ที่ช้อปปี้ https://shopee.co.th/babyloveofficial
ดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

 

[1] https://www.statista.com/outlook/80050000/126/baby-diapers/thailand#

[2] ข้อมูลดัชนีค้าปลีก ของ Nielsen สำหรับการเติบโตเชิงปริมาณของตลาดผ้าอ้อมเด็กในช่วงเวลาของปี 2560 เทียบกับ ปี 2559

[3] http://worldpopulationreview.com/countries/thailand-population/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กรรไกรตัดเล็บเด็ก

กรรไกรตัดเล็บเด็ก ใช้แบบไหนดี? เมื่อต้องตัดเล็บลูก

เมื่อเห็นรอยขีดข่วนบนใบหน้าและผิวหนังของลูกแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดเล็บลูกแล้วค่ะ แต่มือของลูกก็เล็กนิดเดียวแถมยังดิ้นเก่งอีกต่างหาก แม่ๆ กังวลใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ที่จะต้องตัดเล็บลูก วันนี้ทีมงาน Amarin Baby&Kids มีเคล็ดลับดี๊ ดี ในการเลือกซื้อ กรรไกรตัดเล็บเด็ก  และวิธีการตัดเล็บลูกมาบอกต่อค่ะ

 

กรรไกรตัดเล็บเด็ก ใช้แบบไหนดี? เมื่อต้องตัดเล็บลูก

กรรไกรตัดเล็บเด็ก มีกี่แบบ?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกรรไกรตัดเล็บเด็กก่อนค่ะ  ว่าจะเหมือนกับกรรไกรตัดเล็บของผู้ใหญ่ไหม แล้วเราควรจะเลือกซื้อกรรไกรตัดเล็บทารกแบบไหนที่จะเหมาะสมกับนิ้วเล็กๆ ของลูกเรา คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับความถนัดของคุณแม่แต่ละท่านค่ะ บางท่านอาจจะสะดวกแบบกรรไกรทั่วไป บางท่านสะดวกแบบกรรไกรตัดเล็บอัตโนมัติ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีกรรไกรตัดเล็บทารกกี่แบบกันบ้าง

กรรไกรตัดเล็บทั่วไป

1.กรรไกรตัดเล็บที่มีรูปร่างคล้ายกรรไกรทั่วไป เพียงแต่มีปลายมนเพื่อป้องกันไม่ให้ปลายแหลมของกรรไกรโดนลูก

 

กรรไกรตัดเล็บแบบมีที่จับ2. กรรไกรตัดเล็บที่มีทรงเดียวกับกรรไกรตัดเล็บผู้ใหญ่ เพียงแต่มีขนาดที่พอดีกับนิ้วมือของลูก และมีที่จับที่ถนัดมือสำหรับผู้ตัด

 

กรรไกรตัดเล็บเด็กแบบมีแว่นขยาย3. กรรไกรตัดเล็บที่มีแว่นขยายในตัว ทำให้ผู้ตัดมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น และตัดได้สะดวกขึ้น

 

ตะไบเล็บไฟฟ้า

4. ตะไบเล็บไฟฟ้า กรรไกรตัดเล็บอัตโนมัติ ที่ตัดเล็บไฟฟ้า หรือที่ตัดเล็บเด็กอัตโนมัติ โดยหลักในการทำงานของเครื่องนี้คือการตะไบเล็บ โดยหัวตะไบจะหมุนเพื่อตะไบเล็บให้สั้นลง เครื่องนี้จะป้องกันการตัดหรือตะไบโดนเนื้อลูก

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก https://zoli-inc.com

 

เมื่อรู้จักอุปกรณ์กันแล้ว    ก็มาถึงขั้นตอนตัดเล็บลูก ให้ปลอดภัย ไร้บาดแผลกันค่ะ    โดยทั่วไปแล้วเล็บของทารกจะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นได้มากกว่าเล็บของผู้ใหญ่ แต่ในทางกลับกัน เล็บที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่นนี่แหละค่ะที่คมจนสามารถข่วนใบหน้าของตัวเองและคุณแม่จนเป็นแผลได้ง่ายๆ นอกจากนี้เล็บทารกยังยาวเร็วอีกต่างหาก คุณแม่อาจจะต้องตัดเล็บลูกบ่อยถึง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์กันเลยทีเดียว

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีการตัดเล็บลูกให้ปลอดภัย (มีคลิป)

แม่ลูกอ่อน นอนน้อย

5 วิธีแนะนำแม่มือใหม่ นอนน้อย เพราะเลี้ยงลูก ดึก ๆ ดื่น ๆ

คุณแม่มือใหม่ท่านไหน กำลังประสบกับปัญหา นอนน้อย เพราะเลี้ยงลูก ดึก ๆ ดื่น ๆ กันอยู่หรือไม่คะ? ถ้าใช่ละก็ เชิญทางนี้!!

คุณแม่มือใหม่ท่านไหน ที่กำลังจะแปรงร่างกายเป็นหมีแพนด้าที่แสนจะน่ารักอบอุ่น แต่ดวงตาดำคล้ำกันบ้างคะ?? … ทราบไหมคะว่า การปล่อยให้ร่างกายของเรานั้นพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำทุกวันนั้น สามารถส่งผลให้ร่างกายของเราพังได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยละค่ะ

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะตอบว่า แล้วจะให้ทำอย่างไรละ ก็ต้องคอยลุกกลางดึกเพื่อมาเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก วัดไข้ลูกตอนลูกไม่สบาย ลูกนอนห่มผ้าหรือไม่ เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ใช่แค่นี้เท่านั้นนะ ยังมีอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวมาเกี่ยวกับลูกที่นึกไม่ออก แต่ที่แน่ ๆ ถ้าแม่อย่างฉันไม่ทำ!! แล้วถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำละ!? ถ้าหากคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ในใจละก็ ใจร่ม ๆ ค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีเคล็ดลับไม่ลับ มาแนะนำคุณแม่มือใหม่ทุก ๆ คนที่กำลังประสบกับปัญหา นอนน้อย นี้จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

การ นอนน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ไม่เคยช่วยทำให้ร่างกายของใครแข็งแรง เพราะที่แน่ ๆ อาจจะประสบกับปัญหาร่างกายรวน ระบบภายในสั่นคลอน โดยที่ตัวเราเองยังไม่รู้ตัวหรือคาดไม่ถึงก็เป็นได้ ซึ่งก่อนที่เราจะไปดูเคล็ดลับที่ทีมงานเตรียมไว้ให้นั้น ทีมงานอยากให้คุณแม่ได้ทราบถึงผลเสียของการ นอนน้อย นี้กันก่อนค่ะ

นอนน้อย
นอนน้อย

นอนน้อย ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกายบ้าง?

  • หงุดหงิด – คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่เชื่อว่า การ นอนน้อย นั้นส่งผลกับสภาพทางอารมณ์จริง … ได้มีผลงานการทดลองจาก Journal of Neuroscience เปิดเผยว่า อารมณ์ของคนนั้นเชื่อมต่อกับการนอนหลับพักผ่อนของคน คนที่นอนน้อยนั้น มักที่จะแสดงความก้าวร้าว และหงุดหงิดใส่คนรอบข้างอยู่เสมอ
  • อายุสั้นลง – อันนี้ยิ่งเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่ เกี่ยวกับอะไรกัน แค่นอนไม่พอถึงกับอายุสั้นเลยอย่างนั้นหรือ? นักวิจัยทางการแพทย์เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คนที่นอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเป็นประจำทุกวันนั้นมีแนวโน้มที่จะอายุสั้นกว่าคนที่นอนครบตามเวลาที่เหมาะสม

นอนน้อย

  • เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ – การนอนไม่เพียงพอนั้น จะส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะหลับในระหว่างวันได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังอุ้มลูก หรือขับรถอยู่ หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ก็ยากที่จะรู้ตัวแล้วละค่ะ เพราะเหมือนกับร่างกายของเราเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน พอสุดท้ายแบตหมดสิ่งที่ทำได้ก็คือ การดับพลังงานทั้งหมด เพื่อทำการรีบูทตัวเองให้กลับมามีพลังอีกครั้ง แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ละก็ ย่อมไม่เกิดผลดีกับลูกแน่ ๆ เพราะลูกอาจจะพลัดตกหลุดมือจากคุณแม่ หรือคุณแม่อาจจะหลับในในขณะที่ขับรถจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ เป็นต้น
  • ความจำเสื่อม – ได้มีการเปิดเผยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน มลรัฐมิสซูรี่ ระบุว่า คนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็น  โรคอัลไซเมอร์มากกว่าปกติ โดยนักวิจัยพบว่าการหลับ ๆ ตื่น ๆ ในตอนกลางคืน มีผลให้เกิดความผิดปกติต่อระบบประสาท ซึ่งนำไปสู่โรคความจำเสื่อม และอาจถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด
  • น้ำหนักเพิ่ม – ผลงานวิจัยจากหลากหลายสถาบันยกตัวอย่างเช่น National Sleep Foundation ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันแล้วว่า การนอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ หลับไม่สนิทระหว่างคืนนั้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนด้วยกันทั้งสิ้น โดยการนอนน้อยนั้น จะทำให้กินมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายมีแรงทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการต้านทานต่ออินซูลิน การเผาผลาญกลูโคสลดลง จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคตได้
ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง หรือมีประโยคและคำศัพท์อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ตามมาดู อ.คริส สอนวิธีพูดและเลี้ยงลูก ในรายการ Kids Talk ช่วง Daddy Talks ตอน ในร้านอาหารญี่ปุ่น กันเลยค่า

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา อยากสอนลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กับรายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 อีกด้วย จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้เก่งๆ กันทั้งครอบครัว และสำหรับวันนี้ อ.คริส จะมาสอนลูกพูดอังกฤษ ในตอน ในร้านอาหารญี่ปุ่น

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง

เพราะ มื้อกลางวัน ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สำคัญสำหรับลูกน้อย เพื่อเติมพลังให้พร้อมเรียนรู้ตลอดช่วงกลางวัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็มักจะพาลูกออกไปหาร้านอาหารทานนอกบ้านแบบง่ายๆ ในช่วงที่มีเวลา หรือในวันหยุด และหากพาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดอย่างไร หรือ จะมีคำศัพท์หรือประโยคอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องในการกินข้าวกลางวันนอกบ้านบ้าง?…

ตามมาดู อ.คริส สอนวิธีพูดและเลี้ยงลูก พร้อมพบแขกรับเชิญสุดหล่อที่เป็นคุณพ่อลูกสองแล้วเหมือน อ. คริส เลย แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของคุณแม่ๆ หลายท่านเลยก็ว่าได้ >> นั่นคือ คุณ มอส ปฏิภาณ ซึ่งคุณพ่อมอส จะมาช่วยสอนภาษาอังกฤษด้วยหรือไม่ และสนุกสนานแค่ไหน ตามมาดูได้จากคลิปด้านล่างนี้กันเลยค่ะ ⇓

 

ทบทวนประโยค และคำศัพท์
ตอน พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ

 

เมื่อรู้แล้วว่าถ้าจะพาลูกไปทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง หรือมีประโยคและคำศัพท์อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง เมื่ออยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นกับลูก คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ

เวิร์คชอป ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA 

ผ่านไปแล้วกับงาน ” ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA ” ที่ทางบริษัท เนสเล่ท์ (ประเทศไทย) โดย นมผงตราหมีมามา ร่วมมือกับ นิตยสาร Amarin Baby & Kids จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ณ ชั้น 10 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ” โดยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นและล้นหลาม จากคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณพ่อมือใหม่  

เวิร์คชอป ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA

ภายในงานได้มี ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ  สูติ-นรีเวชศาสตร์ ความชำนาญพิเศษ :Reproductive Medicine (อนามัยเจริญพันธุ์และงานวางแผนครอบครัว) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ นรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มาพูดคุยเกี่ยวกับ เนื้อหาสาระช่วงตั้งครรภ์ตลอด 9 เดือน ที่มาบอกเล่าถึงความสำคัญของ 1,000 วันแรก ต่อการพัฒนาการของลูกน้อย ถือเป็นการสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันที่ดีให้ลูกตั้งแต่ในช่วงนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพ พัฒนาการ สติปัญญา

อีกทั้งยังมีกูรู อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่มาให้ความรู้เพื่อประโยชน์สูงสุดกับคุณแม่ตั้งครรภ์  สนุกกับ กิจกรรมของ ครูหนูเล็กคุณฉัตริษา ศรีสานติวงศ์ นักเขียนหนังสือเพื่อสุขภาพ และคอลัมนิสต์  และผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังกายแบบโยคะ

สุดท้าย กับ Workshop DIY TOWEL TEDDY  BEAR  เพื่อเป็นของที่ระลึกให้ทุกท่านได้นำกลับบ้านกันด้วย ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมได้รับคำชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่ผู้เข้าร่วมมากมายถึงสาระความรู้ และความสนุกที่ได้รับในวันนี้ ทำเอาทีมงานยิ้มแก้มปริกันไปตามๆ กัน คุณพ่อคุณแม่ท่านใดพลาดกิจกรรมครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจนะคะ รอติดตามกิจกรรมดีๆแบบนี้ได้อีก กับ นมผงตราหมี MAMA ค่ะ

ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ

ชื่อคนเกิดวันเสาร์

รวม ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ช่วยเสริมดวงเป็นมงคลให้ลูก

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย การตั้งชื่อจริง ตั้งชื่อลูก ชื่อมงคล โดยเฉพาะ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมชื่อดี มีมงคล สำรับลูกสาวและลูกชายที่ เกิดวันเสาร์ พร้อมคำอ่านและความหมายของชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์ หลักการตั้งชื่อตามวันเกิด มาแนะนำ ตั้งแต่ ก-ฮ จะมีชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดเสาร์
ชื่อตามวันเกิด สำหรับลูกสาว ลูกชาย โดยเฉพาะ!

ซึ่งตามที่โบราณาจารย์กำหนดไว้สำหรับ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น

โดย ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ต้องห้ามมีอักษรวรรคกาลกิณี
คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ โดยเด็ดขาด!!!

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ในเด็กชาย นิยมใช้อักขระ วรรคเดช (ย ร ล ว) นำหน้าหรือตามหลัง ส่วนเด็กหญิงนิยมใช้ วรรคศรี (ศ ษ ส ห ฬ ฮ) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่นๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้นๆ

ที่สำคัญชื่อที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีตัวอักษร , สระในวรรค/ทักษาอื่นๆ รวมๆ กันอยู่ในชื่อ เมื่อได้ชื่อตามหลักตามหลักทักษาปกรณ์แล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลควรนำชื่อไปตรวจสอบคำทำนายตาม หลักวิชาเลขศาสตร์ และ อายตนะ 6 ดูว่าผลทำนาย ภาพรวมว่าดีหรือไม่อย่างไร เพื่อเลือกชื่อที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการตั้งชื่อลูกที่ถูกโฉลกตามวันเกิด Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ตั้งแต่ ก-ฮ สำหรับใช้ในการตั้งชื่อลูกสาว ลูกชาย ทั้งการสะกด และความหมายของชื่อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจ จะมีชื่อใดบ้างมาดูกันเลยค่ะ

⊕ทางลัด รวมชื่อคนเกิดวันเสาร์

สำหรับลูกชาย สำหรับลูกสาว
ตัวอักษร ก – ค ตัวอักษร ก – ง
ตัวอักษร จ – ญ ตัวอักษร จ – ช
ตัวอักษร ด – ถ ตัวอักษร ด – ถ
ตัวอักษร ท – ธ ตัวอักษร ท – ธ
ตัวอักษร น – ป ตัวอักษร น – บ
ตัวอักษร พ – ย ตัวอักษร ป – ภ
ตัวอักษร ร – ว ตัวอักษร ม – ล
ตัวอักษร ส – อ ตัวอักษร ว – ศ
ตัวอักษร ส – อ

คลิกดู >> รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันเสาร์
สำหรับลูกชายและลูกสาว ตั้งแต่ ก-ฮ ได้ด้านล่างนี้ ⇓

เตรียมตัวก่อนคลอด

เตรียมตัวก่อนคลอด โค้งสุดท้ายก่อนลูกเกิดให้พร้อมแบบคุณแม่มือโปร !!

คุณแม่มือใหม่มักจะกังวลเรื่องการเตรียมตัวก่อนคลอดกันมาก เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ และก็ไม่รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง ฉะนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่ใกล้คลอดสบายใจ เราจะไปดูวิธีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนคลอดในแบบฉบับคุณแม่มือโปรกันค่ะ

 

เตรียมตัวก่อนคลอด แม่ต้องพร้อมในเรื่องใดบ้าง?

อยากรู้จังว่าการ เตรียมตัวก่อนคลอด ในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ แม่ๆ ที่เตรียมตัวไปคลอดเขาจะต้องมีความพร้อมในเรื่องอะไรกันบ้างนะ ซึ่งคนที่จะให้คำตอบเราได้ดีที่สุดก็คือคุณแม่มือโปรคนนี้เลยค่ะ

คุณแม่ส้มกับการอุ้มท้องลูกคนที่ 2 ได้บอกกับเราว่ามีความสุข และไม่มีความกังวลอะไรเลย เนื่องจากเคยผ่านทุกช่วงเวลาของการอุ้มท้อง การคลอดมาแล้วจากลูกคนแรก จึงทำให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้สบายใจที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการเตรียมตัวคลอด คุณแม่ส้มจึงอยากมาแชร์เทคนิคของตัวเองว่ามีการเตรียมตัวพร้อมกับเรื่องใดบ้างกันค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

อยากเป็นคุณแม่มือโปร ต้องพร้อมให้ครบสูตร

คุณแม่ส้มแนะนำว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อาหารที่รับประทานควรเป็นอาหารสุขภาพจริงๆ เพื่อที่น้ำหนักโดยรวมก่อนคลอดจะได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือประมาณ 12-15 กิโลกรัม เพื่อที่จะได้คลอดลูกง่าย ยิ่งถ้าแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติต้องควบคุมการทานอาหารให้มาก อาหารประเภทไขมันหรือหวานมากๆ ควรทานให้น้อยลง หรือไม่ทานเลยในช่วงไตรมาสก่อนคลอดลูกได้ก็จะดีต่อสุขภาพของแม่ เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานแทรกซ้อน และลดปัญหาการเกิดอาการท้องผูกด้วยค่ะ

อาหารที่เหมาะกับแม่ท้องช่วงใกล้คลอด ขอบอกก่อนว่าช่วงนี้ขนาดครรภ์ของแม่จะใหญ่มากกว่าปกติ เนื่องจากลูกในท้องตัวโตใหญ่มาก ทำให้แม่หายใจไม่เต็มอิ่ม และก็รู้สึกแน่นอึดอัดที่ท้องมาก แต่ขณะเดียวกันร่างกายแม่ก็ต้องการอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ลูกในท้องด้วย ฉะนั้นอาหารที่แม่ทานช่วงนี้ควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แต่ก็ย่อย และเผาพลาญได้ง่ายด้วย จึงแนะนำว่าควรทานเป็นอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลาทะเล เนื้อปลาน้ำจืด เนื้อไก่ และก็เน้นทานเป็นพวก ผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น คะน้า ผักกาดหอม หน่อไม้ ฝรั่ง บร็อกโคลี แครอท ผักโขม มะเขือเทศ อะโวคาโด แก้วมังกร แอปเปิ้ล เบอร์รีต่างๆ ถั่วแดง มะละกอสุก ฝรั่ง กล้วย สาลี่ ฯลฯ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เสริมด้วยนมจืดวันละแก้ว ถ้ากลัวเรื่องลูกแพ้นม อาจปรับเป็นดื่มสัปดาห์ละ 2-3 วันๆ ละแก้วก็ได้เช่นกันค่ะ แต่ถ้าจะให้ง่ายมากเข้าไปอีกก็แค่ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ทุกวัน รับประทานให้สมดุลและหลากหลายค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

พอจะได้ไอเดียในเรื่องการทานอาหารในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอดกันไปแล้วนะคะ ทีนี้มาดูการเตรียมตัวคลอดเรื่องต่อไปกันค่ะ คุณแม่ส้มแนะนำว่าสิ่งที่จะช่วยลดความเจ็บปวดขณะคลอด ช่วยให้คลอดลูกง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับแม่ที่อยากคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ อยากเบ่งคลอดลูกเอง ควรมีการฝึกการหายใจให้เป็น คือเราจะต้องรู้ลมหายใจของเรา ทุกวันแม่ส้มจะนั่งนิ่งๆ ประมาณ 10-15 นาที เพื่อทำสมาธิหายใจเข้า-ออกพร้อมกับนับจังหวะ 1-2 แต่ในขณะคลอดลูกจะเปลี่ยนการนับ 1-2 เป็น 1-2-3 แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจ ออก แบบนี้เรียกว่าการหายใจล้างปอด การหายใจลักษณะนี้จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความกังวล สามารถจับ จังหวะการเจ็บท้องคลอด ทำให้มีแรงเบ่งคลอดลูกมากขึ้นด้วยค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

และสุดท้ายที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดลูกก็คือ อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้สำหรับลูก คุณแม่ส้มแนะนำ ว่าให้เตรียมเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ไว้สัก 3-4 อย่างพอค่ะ อย่าเพิ่งขนซื้อมาเยอะแยะเพราะลูกหลังคลอด ได้หนึ่งเดือนจะโตเร็วมาก สิ่งที่แม่ส้มเตรียมจะเป็นกลุ่มของใช้เด็กอ่อนที่จำเป็นต้องใช้หลังจากลูกคลอด ทันที ก็เช่น

– ชุดอุปกรณ์อาบน้ำ คือ กะละมังอาบน้ำเด็ก สบู่ แชมพูเด็ก

– ผ้าขนหนูผืนเล็ก-ผืนใหญ่

– ชุดเครื่องนอนของเด็ก (เบาะ หมอน ผ้าห่ม)

– เสื้อผ้าเด็ก แบบชุดหมี และแบบแยกชิ้น เสื้อ-กางเกง

– ผ้าอ้อมสาลู

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กแรกเกิด

ผ้าอ้อมเด็กหรือผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิด ที่คุณแม่ส้มแนะนำเพราะใช้มาตั้งแต่ลูกคนแรกเลยก็คือ ผ้าอ้อม มามี่โพโค ยิ่งตอนนี้พัฒนาออกมาใหม่กับ MamyPoko Extra Dry Skin Organic Cotton ผ้าอ้อมออร์แกนิค ที่ให้สัมผัสนุ่ม และอ่อนโยนเป็นพิเศษต่อผิวเด็กแรกเกิด คุณสมบัติของผ้าอ้อมมามี่โพโค เอ็กซ์ตร้า ดราย สกิน – ออร์แกนิค คอตตอน ที่คุณแม่ส้มประทับใจมากๆ เลย คือ…

เตรียมตัวก่อนคลอด

– ผ้าอ้อมมีส่วนผสมของ “ออร์แกนิค คอตตอน” ฝ้ายธรรมชาติออร์แกนิค จึงนุ่มและอ่อนโยนเป็นพิเศษ ให้ความมั่นใจได้เลยว่าไม่ทำให้ผิวลูกน้อยแรกเกิดแพ้หรือระคายเคือง

– ซึมซับ และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ไม่รั่วซึมแม้ใส่เป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมง ลูกน้อยก็สามารถหลับสบายได้ยาวๆ

– ผ้าอ้อมเป็นลายหมีพู Disney น่ารักมาก

เตรียมตัวก่อนคลอด

และที่ทำให้คุณแม่ส้มยิ้มแก้มปริไปกับผ้าอ้อมมามี่โพโคหลังจากที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องเลยนั่นคือมีเพื่อนที่เป็นแม่ลูกเล็กเหมือนกันมาแนะนำให้ รู้จักกับ Pokochan Point Program ที่สามารถสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลสุดพรีเมี่ยมได้ง่ายๆ ซึ่งคุณแม่สามารถสมัคร Pokochan Point Program และดูรายละเอียดของรางวัลได้โดยการดาวน์โหลด application “Mamypoko”  จาก App Store หรือ Play Store ตาม QR Code นี้ได้เลยค่ะ …อ้อ! ในห่อผ้าอ้อมคุณแม่จะเจอการ์ดที่มีรหัสสะสมคะแนน 16 หลักอยู่ ก็สามารถเริ่มสะสมคะแนนได้เลยค่ะ

                                          QR-iOS 

เตรียมตัวก่อนคลอด

                                        QR-Android

เตรียมตัวก่อนคลอด                                                                    

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Pokochan Point Program ได้ที่ https://youtu.be/pI8odF_UiPI 

 

ประโยชน์ของผัก

ประโยชน์ของผัก ผักสดหรือสุก แบบไหนเหมาะกับแม่ท้อง

อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า ประโยชน์ของผัก นั้นมีมากมาย สำหรับแม่ท้องก็เช่นกัน การทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการนั้นสำคัญกับแม่ท้องเป็นอย่างมาก สิ่งที่แม่ท้องทานลงไปนั้น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ และผักก็เป็นอาหารที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง แม้ว่าแม่ท้องต้องได้รับโปรตีนและแร่ธาตุจากเนื้อ นม ไข่ และ ปลา แต่อย่าลืมนะคะ การทานอาหารที่หลากหลายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้นการทานผักที่มีประโยชน์ และ การทานผักให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ก็เป็นสิ่งที่แม่ท้องไม่ควรพลาด

ประโยชน์ของผัก ผักสดหรือสุก แบบไหนเหมาะกับแม่ท้อง

ประโยชน์ของผัก ทำไมคนท้องถึงควรทานผัก?

ในขณะที่ตั้งครรภ์ แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกที่อยู่ในท้องได้เจริญเติบโต ในผักมีแร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหาร ที่เหมาะกับแม่ท้องและลูกในท้อง ดังนี้

  1. โฟเลต ในผักเช่น บล็อคโคลี่ ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง มีโฟเลตสูง การได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอขณะตั้งครรภ์จะช่วยป้องกันความพิการของสมองและกระดูกสันหลังของลูกที่อยู่ในครรภ์ได้เป็นอย่างดี
  2. แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับกระดูก แคลเซียมช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ซึ่งเราสามารถหาแคลเซียมได้จากผักใบเขียว เช่นผักโขม ผักคะน้า เป็นต้น
  3. กรดไขมันโอเมก้า3 จะช่วยพัฒนาระบบประสาทของลูกที่อยู่ในท้อง ผักที่มีกรดไขมันโอเมก้า3 ได้แก่ กะหล่ำปลี ถั่วงอก เป็นต้น
  4. เส้นใยหรือกากใย อย่างที่ทราบกันดีว่า ผักนั้นมีเส้นใยหรือกากใยสูง ซึ่งช่วยในเรื่องการขับถ่าย การทานผักจึงช่วยให้แม่ท้องที่มีปัญหาท้องผูกและปัญหาในการย่อยได้ดี

 

คนท้องกินผักดิบได้หรือไม่?

ขอตอบว่าได้ค่ะ เพียงแต่ต้องล้างให้สะอาด ล้างผักให้ปลอดภัย ไร้สารพิษตกค้าง สำหรับผักที่ปรุงสุก แม่ๆ ก็คงจะสงสัยกันใช่ไหมล่ะคะ ว่าการทานผักที่ผ่านการปรุงมาแล้วนั้น จะได้ ประโยชน์ของผัก ได้เท่าการทานผักสดหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้ว ผักแต่ละชนิดนั้นมีกระบวนการการรักษาคุณค่าทางอาหารที่ไม่เหมือนกัน  ผักบางชนิดควรกินแบบดิบๆ เพราะความร้อนจากการปรุงอาหารจะทำให้วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีในผักโดนทำลาย ส่วนผักบางชนิดนั้น กลับต้องทำให้สุกก่อน เพราะได้รับคุณค่าทางอาหารมากกว่ากินดิบ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าผักชนิดไหนที่แม่ท้องกินแล้วมีประโยชน์ และควรกินดิบหรือปรุงสุก แบบไหนจะดีกว่ากัน

 

ผักชนิดไหนที่แม่ท้องควรทานดิบ และชนิดไหนควรทานสุก

  1. ผักโขม ผักที่เหมาะสำหรับทานตอนท้อง เพราะในผักโขมเป็นผักที่มีโฟเลตและแคลเซียม สารอาหารที่จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และยังจะมีแร่ธาตุที่สำคัญกับคนท้อง ได้แก่ แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยหรือกากใย นอกจากนี้ยังมีวิตามินที่สำคัญอีกมากมาย

ผักโขม ควรทานแบบปรุงสุก เพราะภายในผักโขมดิบ ๆ จะมีกรดออกซาลิก ซึ่งจะส่งผลทำให้ลำไส้ของเราระคายเคือง และยังเป็นตัวขัดขวาง ที่จะทำให้ไม่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม แต่ถ้าหากเรานำผักโขมไปปรุงสุกเสียก่อน โทษต่าง ๆ เหล่านี้จะหายไปในทันที

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

กินไข่ไม่สุก

แพทย์เตือน! กินไข่ไม่สุก อันตรายถึงชีวิต!

ครอบครัวไหนชอบ “กินไข่ไม่สุก” รีบอ่านด่วน! เสี่ยงติดเชื้ออีโคไล ในระบบทางเดินอาหาร 

 

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ชอบ กินไข่ไม่สุก เพราะคิดว่าเป็นยาชูกำลังอาจจะต้องเปลี่ยนใจใหม่ หลังจากที่ได้คำเตือนแพทย์ที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids นำมาฝากในวันนี้แน่นอน!

โดย นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า ในไข่ 1 ฟอง นั้นประกอบไปด้วย ไข่แดงที่เปรียบเสมือนก้อนไขมัน ไม่มีโปรตีน ส่วนไข่ขาวนั้นก็จะไม่มีไขมัน แต่มีโปรตีนเพียงอย่างเดียว มาถึงตรงนี้คุณพ่อคุณแม่คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า แล้วมันไม่มีประโยชน์แถมให้โทษอันตรายถึงชีวิตได้อย่างไร ที่นี่มีคำตอบค่ะ!