ประโยชน์ของข้าวโพดอ่อน

5 ประโยชน์ของข้าวโพดอ่อน ที่ดีกับสุขภาพลูก

ลูกท้องผูก ขับถ่ายไม่ค่อยคล่องกันหรือไม่ ถ้าใช้ละก็ ลองอ่านนี่ดูค่ะ พบ 5 ประโยชน์ของข้าวโพดอ่อน ที่มีดีมากกว่าช่วยระบบขับถ่าย

 

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะทราบกันอยู่แล้วว่า การให้ลูกได้รับประทานผักและผลไม้นั้น สามารถช่วยทำร่างกายของลูกสร้างกากใยอาหารได้ แต่ขึ้นชื่อว่า “ผัก” เด็กหลาย ๆ คนก็พร้อมที่จะส่ายหน้าและเขี่ยออก และนั่นเองคือ ปัญหาที่ทำให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มักท้องผูก และถ้าจะให้คุณพ่อคุณแม่คอยบังคับให้ลูกทานผักใบเขียวละก็ ลูกก็จะต้องไม่รับประทานอีกเหมือนเดิมใช่ไหมละคะ

ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดีจึงอยากจะขอนำเสนอผักที่แลดูเหมือนไม่ใช่ผักอย่าง “ข้าวโพดอ่อน” มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ ว่าแต่ ประโยชน์ของข้าวโพดอ่อน จะมีอะไรบ้างนั้น เราจะไปดูพร้อม ๆ กัน พร้อมกับ 2 เมนูที่น่าสนใจที่บอกเลยว่า หากลูกได้มีโอกาสลิ้มลองต้องติดใจแน่นอน!

โรคมือเท้าปากในเด็ก

หมอเตือนเฝ้าระวัง! โรคมือเท้าปากในเด็ก ระบาดหนัก

ในเดือนที่มีฝนตกชุกอย่างนี้ สิ่งที่มาพร้อมกับฝนก็คือเชื้อโรคชนิดต่างๆ ในปีนี้สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษ คือ โรคมือเท้าปากในเด็ก ที่มักจะระบาดหนักมากในหน้าฝน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้เผยว่าในปีนี้ พบเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปากสูงถึง 13,554 ราย ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจไม่น้อยเลยค่ะ และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือ โรคมือเท้าปากในเด็ก มักพบเจอได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในวัยนี้และวัยที่อยู่ในโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็ก จึงต้องระวังเป็นพิเศษ เรามาอ่านคำเตือนจากคุณหมอกันดีกว่าค่ะ

หมอเตือนเฝ้าระวัง! โรคมือเท้าปากในเด็ก ระบาดหนัก

กรมควบคุมโรคเผยตั้งแต่ 1 ม.ค. – 4 มิ.ย. พบผู้ป่วย โรคมือเท้าปากในเด็ก 13,554 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยร้อยละ 85.8 เป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ อยู่ในโรงเรียน สถานเลี้ยงเด็ก แนะ 4 วิธีรับมือ คัดกรองเด็กทุกเช้า สอนให้เด็กล้างมือเป็นประจำ

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคมือ เท้า ปากเริ่มพบมากขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้ มีความเสี่ยงที่จะพบเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กเล็ก คือ เด็กแรกเกิด- 4 ขวบ และกลุ่มเด็กวัยเรียน 5-9 ขวบ เนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ซึ่งง่ายต่อการแพร่กระจายเชื้อโรคผ่านสิ่งของใช้และของเล่น สำหรับสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก จากการรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 4 มิ.ย. 2561 พบผู้ป่วยจำนวน 13,554 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยเกือบทั้งหมด ร้อยละ 85.8 เป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในโรงเรียน หรือสถานเลี้ยงเด็ก หากไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำ 4 วิธีในการป้องกันโรคมือเท้าปาก ดังนี้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทำให้ลูกฉลาด

6 ปัจจัยสำคัญ ช่วยพัฒนาสมอง ทำให้ลูกฉลาด

อยากให้ลูกฉลาด พ่อแม่ช่วยได้! เพียงกระตุ้นปัจจัยที่มีส่วนช่วยพัฒนาสมองให้ถูกจุด ก็สามารถ ทำให้ลูกฉลาด ได้ แล้วจะมีปัจจัยใดบ้างที่สำคัญต่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย ตามมาดูกันเลยค่ะ

สมองทารก ประกอบด้วย

ในสมองของลูกน้อย จะประกอบไปด้วย เซลล์ประสาท 1 แสนล้านเซลล์ และมีน้ำหนักเฉลี่ย 340 กรัม แต่เซลล์เหล่านี้ยังมีการเชื่อมต่อกันน้อย  และเมื่อทารกอายุ 1 ปี น้ำหนักสมองจะเพิ่มเป็น 1,100 กรัม เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้มีผลมาจากการขยายตัวของเซลประสาทและเพิ่มเครือข่ายเส้นใยเซลล์ประสาทไปเชื่อมต่อกับจุดต่างๆ ของเซลล์อื่นๆ  ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทมากยิ่งขึ้น

เผย 6 ปัจจัยสำคัญ ช่วยพัฒนาสมอง ทำให้ลูกฉลาด

สมองของทารก จะสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาทและจุดเชื่อมต่ออย่างรวดเร็วภายใน 3 ปีแรก และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่า 80% หากลูกน้อยได้รับการดูแลและกระตุ้นพัฒนาการอย่างถูกวิธี  เครือข่ายเส้นใยประสาทจะถูกสร้างขึ้นมากถึง หนึ่งล้านล้านเครือข่ายและหนึ่งล้านล้านจุดเชื่อมต่อ ซึ่งมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่าตัว  อีกทั้งทักษะความสามารถด้านการเรียนรู้  ความจำ การคิด การใช้เหตุผล และพัฒนาการด้านต่างๆ จะมากขึ้นตามไปด้วย

 

ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะเป็นเครื่องมือสู่การต่อยอดและช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของลูกน้อยโดยเฉพาะในขวบปีแรก ได้ดีที่สุดก็คือ “พ่อแม่”

 

อย่างไรก็ตาม การจะเลี้ยงลูก ทำให้ลูกฉลาด ขึ้น จะต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ในวัยเด็ก เพราะวัยเด็กโดยเฉพาะในช่วงแรกเกิดถึง 6 ปี เป็นช่วงทอง ที่สมองต้องการการเรียนรู้เป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจัยหลักที่จะช่วยให้สมองพัฒนาได้ดีนั้นอาจแบ่งได้เป็น 3 ด้านดังนี้…⇓

เลี้ยงลูกคนที่สอง

เลี้ยงลูกคนที่สอง ให้พี่น้องรักกัน โดย พ่อเอก

หายหน้าจากทาง online ไปเขียนลงเล่ม Amarin Baby & Kids มาสักพัก หวนกลับมาหน้า online ใหม่หนนี้ “พี่ปูนปั้น” มีน้องสาว “ปั้นแป้ง” มาด้วย แน่นอนว่าการ เลี้ยงลูกคนที่สอง กิน นอน เช็ดอึ เราชิลขึ้นแน่นอน แต่การทำอย่างไรให้ทั้งคู่มีความสุขอย่างสมดุล นี่แหละที่เป็นคำถามที่ยิ่งใหญ่ระดับปัญหาโลกร้อนเลยทีเดียวฮะ

การมีน้องให้ปูนปั้น ถือเป็นความงดงามในครอบครัว แต่ถ้าไม่โรแมนติกจนเกินไป เราก็ต้องยอมรับว่า … อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักของปูนปั้น แม้ปูนปั้นจะดีใจ โม้ไปทั่วว่าหม่ามี๊จะมีเบบี๋ ปูนปั้นจะมีน้องแล้ว แต่เด็กชายที่เป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้ … กำลังจะต้องปรับตัว

เลี้ยงลูกคนที่สอง ให้พี่น้องรักกัน

หม่ามี๊และปะป๊าระมัดระวังเรื่องความรู้สึกของปูนปั้นมาก เราคุยกันตั้งแต่ตอนที่หม่ามี้ตั้งครรภ์ว่า ควรทำตัวอย่างไรให้พี่น้องรักกัน … ให้ปูนปั้นมีความสุขกับการมีน้องจริงๆ ไม่ใช่แค่เห่อ แต่ต้องสุขจริงและอยากดูแลน้อง รักน้อง อยากแบ่งปันน้อง โดยทั้งหมดต้องมาจากข้างในของเขา ไม่ใช่จากที่เราบอก

สอนให้พี่รักน้อง

เราอ่าน จิตวิทยาเด็ก จากแหล่งต่างๆไม่น้อย และเราก็นำมาถกกันเสมอ จนคิดว่าตกผลึก จึงได้ข้อตกลงร่วมกันว่า

เราจะไม่พูดประโยคเหล่านี้กับปูนปั้น
‘ปูนปั้นต้องรักน้องนะ’
‘ปูนปั้นต้องแบ่งปันน้องนะ’
‘ปูนปั้นต้องเสียสละนะ’

เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอก ที่อยู่ดีๆ ศูนย์กลางโลกที่เขาเป็นเจ้าของมาตลอดกำลังถูกเจ้าตัวจิ๋วที่มาจากไหนก็ไม่รู้ดึงออกไป แล้วเราจะยังไปยัดเยียดให้พี่ปูนปั้น ต้องแบ่งสารพัดสิ่งที่เป็นของเขาให้เจ้าตัวจิ๋วอีกหรือ? เขาต้องทำเพราะพ่อแม่บอก เช่นนั้นหรือ?

“ไม่หละ เราไม่คิดว่าจะให้เจ้าปูนปั้นต้องแบกความรักน้องไว้ แต่เราจะให้เขาปลูกมันขึ้นมาเอง”

สิ่งที่เราทำในการ เลี้ยงลูกคนที่สอง ให้พี่น้องรักกัน คือ เราเล่าให้ปูนปั้นฟังเสมอๆ ว่า ‘ตอนพี่ปูนปั้นยังเป็นเบบี๋ เราดูแลเขาอย่างไร’ เพื่อให้เขาค่อยๆ ทำความเข้าใจว่า ‘ปะป๊าหม่ามี๊ จะต้องคอยดูและเบบี๋ แต่ไม่ใช่ลดความรักพี่ปูนปั้นลงไป’ เพียงแต่เบบี๋ยังช่วยตัวเองไม่ได้

เล่าให้ฟังและให้เขามีส่วนร่วมในการเล่าเรื่อง แล้วปูนปั้นก็จะค่อยๆ แทรกตัวเองเข้ามาในเรื่อง ค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับ เช่น

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โปรตีนในนมแพะ

โปรตีนในนมแพะ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ?

โปรตีนในนมแพะ อีกหนึ่งสารอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กๆ การดื่มนม แพะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดีแล้ว ก็ยังได้ประโยชน์อีกมากมายเลยค่ะ อยากรู้ว่านมแพะให้โปรตีนที่ดีอย่างไรกับร่างกาย เรามีข้อมูลมาฝากค่ะ

 

โปรตีนในนมแพะ คืออะไร?  

ในน้ำนมแพะมีสารอาหารอยู่หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ “โปรตีน” โปรตีนในนมแพะ มีสัดส่วนของ โปรตีนเบต้าเคซีน (β-casein) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายในปริมาณสูง และมีโปรตีนแอลฟ่า เอสวัน เคซีน (α  s1-casein) ซึ่งเป็นโปรตีนย่อยยากปริมาณต่ำ ทำให้โปรตีนนมแพะ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยและดูดซึม ไปใช้งานได้ง่าย ที่สำคัญนมแพะมีโปรตีน CPP (Casien Phosphopeptides) ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ อย่าง แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้ อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นอกจากนี้โปรตีนนมแพะยังมี โปรตีนก่อแพ้ อย่างเบต้าแลคโตกลอบบูลินที่น้อยกว่านมวัวถึง 3  เท่า ทำให้โอกาสที่จะเกิดการแพ้นมขึ้นกับเด็กๆ จึงมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ถ้าเทียบกับการกินนมวัว

 

โปรตีนในนมแพะ มีประโยชน์อย่างไร?

โปรตีนที่อยู่ในนมแพะ ถือเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพ เด็กๆ ที่ดื่มนมแพะจะได้ประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้…

  • ช่วยทำให้สบายท้อง หมดปัญหาอาการท้องอืด ท้องผูก เนื่องจากนมแพะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้า เคซีน ซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง และมีแอลฟ่า เอสวัน เคซีน ซึ่งย่อยยากในปริมาณต่ำ โปรตีนจากนมแพะ จึงย่อยและดูดซึมไปใช้งานได้ง่าย
  • ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้อาหาร
  • ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
  • ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่ดีสมวัย

นอกจากนมแพะจะมีโปรตีนคุณภาพแล้ว ในนมแพะยังมีสารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไขมัน MCT Oil ที่ย่อยง่าย ทำให้ดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยให้น้ำหนักตัวดี สมวัย รวมทั้งใยอาหาร หรือพรีไบโอติก เช่น Inulin & Oligofructose  ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี นมแพะ จึงเป็นอีกหนึ่งความมั่นใจที่คุณแม่เลือกเพื่อลูกรัก

 

พาลูกเล่นกับธรรมชาติ

พาลูกเล่นกับธรรมชาติ ให้ฉลาดสมวัย อย่างเป็นธรรมชาติ

พาลูกเล่นกับธรรมชาติ เล่นแล้วได้อะไร? มีหลายครอบครัวเลยค่ะที่เราแนะนำให้พาลูกออกไปเล่นสนุกกับธรรมชาติ ให้ออกไปเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ยิ่งโดยเฉพาะเด็กที่กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ตั้งแต่ 1-3 ขวบขึ้นไป ถือเป็นวัยที่พ่อแม่ควรพาลูกออกไปเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ซึ่งสามารถหาได้จากรอบรั้วนอกบ้านค่ะ

 

พาลูกเล่นกับธรรมชาติ  เล่นกับอะไร?

เป็นหนึ่งในคำถามที่แม่ๆ ชอบถามกันมากคะว่า พาลูกเล่นกับธรรมชาติ จะไปเล่นกับอะไร ดังนั้นก่อนอื่นขอตอบให้เห็นภาพกันชัดๆ ไปเลยว่า “ธรรมชาติ” ก็คือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดิน ทราย น้ำ หิน อากาศ แสงแดด สายลม ใบไม้ ต้นหญ้า ดอกไม้ นก แมลง ฯลฯ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่เรียกว่า “ของเล่นธรรมชาติ” มีของเล่นแล้วก็ต้องเล่นให้เป็น ให้เกิดประโยชน์กับพัฒนาการของเด็กๆ ด้วยค่ะ

 

จะเล่นของเล่นธรรมชาติ ในรูปแบบใดได้บ้าง?

คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกออกไปเล่นนอกบ้านได้ทุกวันค่ะ ถ้าไม่มีเวลามากพอที่จะพาออกไปนอกบ้านไกลๆ อย่างสวนสัตว์ ภูเขา ทะเล น้ำตก เป็นต้น จะเป็นแค่ที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน หรือสวนเล็กๆ ภายในรั้วบ้าน ก็สามารถส่งเสริมให้ลูกๆ ได้เล่นสนุกอยู่กับธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่ดีได้แล้วค่ะ ซึ่งรูปแบบการพาลูกเล่นกับธรรมชาติ ก็เช่น…

  • นักสำรวจ แค่มีแว่นขยายก็สามารถทำให้ลูกสนุกกับการเป็นนักสำรวจตัวน้อยได้แล้วค่ะ เด็กๆ อาจจะส่องดูแมลง ดอกไม้ ใบหญ้า ฯลฯ
  • ฟังเสียงธรรมชาติ ลองให้เด็กๆ ได้ใช้ประสาทสัมผัสในการได้ยิน แล้วแยกแยะว่านั่นเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของอะไร นกร้อง ใบไม้ไหว แมลงบิน น้ำไหล ฯลฯ
  • ปั้นดินย่ำทราย ลองให้เด็กๆ ได้สนุกแบบเลอะๆ กันบ้างค่ะ ให้เขาได้ใช้ร่างกายสัมผัสกับดิน ทราย นอกจากความสนุกแล้ว เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ว่าผิวสัมผัสของดิน ทรายเป็นอย่างไร จะปั้นออกมาเป็นรูปร่างอะไรได้บ้างก็ตามจินตนาการของพวกเขาเลยค่ะ
  • จัดสวนเล็กๆ หน้าบ้าน เพื่อให้ลูกได้สัมผัสกับธรรมชาติได้ง่ายๆ วันหยุดลองพากันไปเลือกซื้อต้นไม้ ดอกไม้ต้นเล็กๆ แล้วกลับมาปลูกมาจัดสวนในบ้านเล็กๆ ก็ถือเป็นการเรียนรู้เล่นกับธรรมชาติได้ดีอีกหนึ่งวิธีค่ะ

เห็นไหมคะว่าแค่ธรรมชาติรอบตัวก็สามารถเป็นของเล่นสนุกๆ ให้กับเด็กๆ ได้ ที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมให้พวกเขามีพัฒนาการรอบด้านที่ฉลาดสมวัยมากขึ้นด้วยค่ะ และเมื่อเรามีของเล่นธรรมชาติแล้ว ก็อย่าลืมดูแลให้ลูกได้รับสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์กันด้วยนะคะ

สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในวัยกำลังเรียนรู้ คุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง พัฒนาการดี อย่างนมแพะก็เป็นหนึ่งในนมที่สามารถดื่มกันได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ ประโยชน์ของนมแพะมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนนมแพะ ที่ย่อยง่าย ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ อย่าง แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นมแพะมีไขมัน MCT Oil ที่ย่อยง่าย จึงช่วยให้ลูกรักมีน้ำหนักตัวสมวัย ที่สำคัญนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารอย่าง Inulin & Oligofructose ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้ขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เด็กๆ ที่มีร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดี จะช่วยให้มีพัฒนาการดีสมวัยค่ะ

 

 

 

ป่วย

ลูกป่วยง่าย ป่วยบ่อย เพราะลูกภูมิคุ้มกันบกพร่องรึเปล่า?

ลูกป่วยง่าย อีกแล้วเหรอ? ทำไมลูกถึงป่วยบ่อยจัง? ดูแลลูกยังไงไม่ให้ป่วย? คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย เมื่อคุณพ่อคุณแม่มักพบว่าลูกน้อยไม่สบายบ่อยเกินไปจนผิดสังเกต ทำให้คิดว่าเป็นเพราะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเปล่า ต้องป่วยแค่ไหนถึงเรียกว่าบ่อย และจะดูแลลูกน้อยอย่างไรให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

Continue reading “ลูกป่วยง่าย ป่วยบ่อย เพราะลูกภูมิคุ้มกันบกพร่องรึเปล่า?”

ลูกตัวเล็ก

5 สาเหตุที่ทำให้ ลูกตัวเล็ก ตั้งแต่แรกเกิด

ลูกตัวเล็ก ตั้งแต่แรกเกิด เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น ร่วมไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กันได้ที่นี่ค่ะ!

 

 

คุณพ่อที่มีภรรยาอยู่ในช่วงกำลังตั้งครรภ์ หรือแม้แต่ตัวคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น ก็มักจะมีความต้องการที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น การคาดหวังในเพศของลูก การขอให้ลูกมีร่างกายอวัยวะครบ 32 ส่วน น้อยคนนักที่จะกังวลถึงน้ำหนักตัวของทารกแรกเกิดว่ามีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ เนื่องจากมีคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า ตอนท้องนั้น ดูแลตัวเองอย่างดี รับประทานอาหารดี ๆ มีประโยชน์เยอะมาก แต่ทำไม ลูกตัวเล็ก ตั้งแต่แรกเกิดได้ ว่าแต่จะเป็นเพราะอะไรนั้น ทีมงาน Amarin Baby And Kids ได้รวบรวมเอา 5 เหตุผลมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านแล้วละค่ะ พร้อมกับไขข้อข้องใจน้ำหนักตัวทารกแรกเกิดต้องหนักเท่าไรถึงจะอยู่ตามเกณฑ์ … พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

เสื้อผ้า ภาษาจีน

สอนลูกแต่งตัว คำศัพท์ เสื้อผ้า ภาษาจีน ต้องพูดยังไง?

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังแต่งตัวให้ลูกน้อย…แล้วอยากจะสอนภาษาจีนไปด้วย ตามมาเรียนรู้คำศัพท์ เกี่ยวกับ “การแต่งตัว และ เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า ภาษาจีน ต้องพูดว่าอย่างไร?” กับ “เหล่าซือเบนซ์” ในรายการ Kids Talk ช่วง Chinese talk กันเลยค่า

การแต่งตัว เป็นทักษะสำคัญที่เจ้าตัวเล็กจะต้องเรียนรู้ เพราะเมื่อลูกน้อยถึงวัย 3 ขวบขึ้นไป ก็ต้องเข้าโรงเรียน ซึ่งตอนเช้าเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ การที่คุณพ่อคุณแม่แต่งตัวให้ลูกน้อยเองจึงดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ง่ายและไวที่สุด

แต่อย่างไรก็ตาม ลูกน้อยก็จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะแต่งตัวด้วยตัวเองด้วย เพราะการที่ลูกแต่งตัวได้เองจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้สึกไม่ต้องพึ่งพาใคร ทั้งยังช่วยฝึกวินัย และความรับผิดชอบ รวมไปถึงลูกน้อยได้สัมผัสความรู้สึกความภูมิใจในตัวเอง และเมื่อเจ้าตัวเล็กสามารถแต่งตัวได้เองแล้ว ก็จะช่วยลดเวลาในสิ่งที่คุณพ่อคุณจำเป็นต้องทำในยามเช้าไปอย่างหนึ่งได้แล้วล่ะค่ะ

สอนลูกแต่งตัว คำศัพท์ เสื้อผ้า ภาษาจีน ต้องพูดยังไง?”

ทั้งนี้ในขณะฝึกลูกแต่งตัว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถสอดแทรกคำศัพท์ ภาษาจีน ที่เกี่ยวข้อง ณ ตอนนั้นได้ แล้วจะมีคำศัพท์เกี่ยวกับ “การแต่งตัว และ เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า ภาษาจีน ต้องพูดว่าอย่างไรบ้าง?”

ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเทคนิค สอนลูกพูดภาษาจีน เพื่อให้ลูกของคุณเป็น เด็กสองภาษา แบบง่ายๆ กับเหล่าซือเบนซ์ ในรายการ Kids Talk ช่วง Chinese talk มาฝากค่ะ

ซึ่งในตอนนี้ เป็นตอน “แต่งตัวกันเถอะ” >> ว่าแต่จะมี คำศัพท์เกี่ยวกับ การแต่งตัว เครื่องแต่งกาย และ เสื้อผ้า ภาษาจีน ต้องพูดยังไงบ้าง?” ตามมาชมคลิปวีดีโอกันเลย ⇓

 

ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับ การแต่งตัว ภาษาจีน

***ข้อแตกต่างระหว่างคำว่า สวมใส่เสื้อผ้า กับ สวมใส่เครื่องประดับ***

เสื้อผ้า ภาษาจีน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาจีน เรื่อง “การแต่งตัว” ที่เหล่าซือเบนซ์ สอนมาข้างต้น …ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมนำคำศัพท์เหล่านี้ไปใช้สอนลูกน้อยบ่อยๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา หรือสามภาษา ที่เก่งทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ในแต่ละช่วง แต่ละตอน ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

lifeis

บอย-นภ จับมือเปิดตัว LIFEiS โครงการดีๆ เพื่อทุกครอบครัว

8 มิถุนายนที่ผ่านมา “บอย โกสิยพงษ์” ร่วมกับ “นภ พรชำนิ” เปิดตัวธุรกิจใหม่ LIFEiS – ไลฟ์อีส บริษัทโซเชี่ยล บิสสิเนส เพื่อขับเคลื่อน ความรัก ความหวัง ให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคมไทย

“บอย โกสิยพงษ์” เผยถึงที่มาของ LIFEiS ว่า “เกิดขึ้นจาก หลายปีก่อนผมเห็นการทะเลาะเบาะแว้งของคน เกลียดกันด่ากัน รวมถึงสิ่งไม่ดีมากมายในอินเทอร์เน็ต และผมเชื่อว่า ปัจจุบันคือผลผลิตของอดีต เมื่อเราปลูกอะไรเอาไว้ สิ่งที่เราโดนปลูกกันมาเมื่อหลายสิบปีก่อน มันออกดอกออกผลอย่างรุนแรง วันนี้ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยามันเกิดขึ้นทั่วโลก เราคงนั่งไทม์แมชชีนกลับไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะทำได้ เราเชื่อว่าเมื่อเราปลูกสิ่งใด เราจะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้นเช่นกัน วันนี้เราจะปลูกความรัก เราจะปลูกความรู้ ปลูกความเกื้อกูล ความเอื้ออาทร ความเมตตากัน ความคิดที่จะทำ LIFEiS จึงเกิดขึ้น เราจะปลูกอะไรที่มีประโยชน์ ที่อีก 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า เราจะเห็นผลที่ดีขึ้นยิ่งกว่านี้ ให้สังคมดียิ่งขึ้นกว่านี้

ไลฟ์อีส คาดหวังเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทที่มีพลังทั้งหลายสามารถมาช่วยกันแก้ปัญหาได้ สิ่งที่ไลฟ์อีสทำคือ การเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆ ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด ทัศนคติ เติมความรู้ ความเข้าใจแต่ละช่วงวัยครอบคลุม 8 ช่วงอายุของคน ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งแต่ละช่วงวัย ต้องการวิตามินบำรุงจิตใจที่แตกต่างกันจากนั้นเมื่อทุกคนแข็งแรงขึ้น ก็พร้อมที่จะเกื้อกูลผู้อื่นต่อไป

lifeis ไลฟ์อีส

LIFEiS จะสร้างสังคมแห่งการเกื้อกูลอย่างไร

  • วัย 0-5 ปี จะมี “เพลิน ประทุมมาศ” ซึ่งจบปริญญาเอกด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็ก มาเป็นแกนหลักในการแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ให้แก่คุณพ่อคุณแม่และผู้เลี้ยงดูเด็ก พัฒนาวิธีการเลี้ยงเด็ก พัฒนาความสัมพันธ์ของเด็กต่อพ่อแม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านรูปแบบรายการโทรทัศน์ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเก็บเกี่ยวเทคนิคเลี้ยงลูก และวิธีการดีๆ จากรายการไปปรับใช้ที่บ้านได้ด้วย นอกจากนี้ ยังจะมีการเข้าไปตามโรงเรียน และการจัดสัมมนา เป็นต้น
  • ประถม เป็นการเรียนแบบใช้สมาธิ ไลฟ์อีส ได้ “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” คอยดูแลเรื่อง การฝึกสมาธิผ่านดนตรีและต่อยอดความสร้างสรรค์ โดยใช้การเล่นดนตรี
  • มัธยมต้น ไลฟ์อีส อยากเล่าให้เด็ก น้อง พ่อแม่ และครูฟังว่า เด็กไม่ได้โง่ แค่ยังไม่รู้ว่า ตัวเองต้องจับพหุปัญญาแบบไหน ผู้ใหญ่ต้องทำอย่างไรให้เด็กค้นเจอสิ่งที่รักและทุ่มเท
  • มัธยมปลายและอาชีวะ เป็นหน้าที่ของ “อุ๋ย บุดดาเบลส” ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์และชวนน้องๆ ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ให้กลับมาทำเรื่องดีๆ และมีคุณค่า โอกาสยังมีเสมอ
  • มหาวิทยาลัย ชวนให้น้องๆ ค้นหาตัวเอง ตามหางานที่ตัวเองจะรักไปตลอดชีวิต
  • การแต่งงาน ไม่เคยมีใครเรียนเกี่ยวกับการแต่งงาน ทำให้ทะเลาะกันเยอะ ไลฟ์อีส จะช่วยให้ทุกคู่รักรู้จักเรียนรู้ว่า ต้องคาดหวังยังไงก่อนแต่งงาน และแต่งงานแล้วจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างไร
  • Young executive ไลฟ์อีส จะเข้าไปสะกิดต่อมของคุณว่า การทำงานเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัวตัวเองนั้นไม่พอ ถ้าตวเองเต็มแล้ว อยากให้ไปเติมคนอื่นด้วย
  • Golden Year สำหรับผู้สูงวัย เมื่อเกษียณอายุแล้ว จะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

ไลฟ์อีส

“นภ พรชำนิ” กล่าวเสริมทิ้งท้ายว่า “ไลฟ์อีส อยากให้ภาคเอกชนที่คิดเหมือนกัน นำเอาความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วมาเชื่อมกัน มาร่วมทำโมเดลนี้ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่คิดเพื่อคนอื่น วันนี้เราต้องเริ่มทำ ให้อนาคตเปลี่ยน การปลูกเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างต้องใช้เวลา เราไม่ได้คาดหวังจะเห็นอะไรในวันนี้พรุ่งนี้ แต่เชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อมองมา จะเข้าใจว่า ไลฟ์อีส ได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรักไว้มากเพียงใดในสังคมและโลกใบนี้”

ร่วมเป็นครอบครัว ไลฟ์อีส ได้ที่ www.lifeisgroup.org และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง facebook.com/lifeisgroup

บทความแนะนำ

ลูกเรียนไม่เก่ง ได้เกรดน้อย ไม่ได้แปลว่า “โง่”

เด็กเป็นไข้

วิธีดูแล เด็กเป็นไข้ อันตรายที่มากับหน้าฝน

เมื่อ เด็กเป็นไข้ คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะกังวลใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งโรคภัยต่างๆ ก็มักจะมากับหน้าฝนซะด้วยสิ แถมแต่ละโรคก็อันตรายไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตััวรับมือกับ เด็กเป็นไข้ จะดูแลอย่างไรให้หายดี กันค่ะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็มีบทความที่น่าสนใจ จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มาฝากกันค่ะ

วิธีดูแล เด็กเป็นไข้ อันตรายที่มากับหน้าฝน

ถ้าถามว่าระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ฝ่ายใดเจ็บป่วยง่ายกว่ากัน? ไอ้หยา…ก็ไม่รู้สินะ เพราะแต่ละคนจะมีภูมิต้านทานแตกต่างกัน บางที่ผู้หญิงก็ไม่สบายว่ายกว่า แต่บางคราผู้ชายป่วยง่ายกว่าฝ่ายหญิงก็มี แต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกเนอะ

นี่ก็เข้าฤดูฝนหรือหน้าฝนกันแล้ว แถมผนก็ตกได้ตลอดเวลาซะด้วยสิ บางทีนึกอยากจะตกก็ตก ตอนพวกเรากำลังออกจากบ้านงี้ บางทีก็ตกตอนกลางวันที่กำลังจะออกไปหาของกินกัน หรือตกตอนเลิกงาน นี่เจ็บปวดเลย ในเมื่อเอาแน่เอานอนกับฟ้าฝนไม่ได้ จึงควรพกหมวกและร่มติดตัวไว้ตลอดเวลา ถ้าเผื่อต้องใช้งานจะได้หยิบจับออกมาใช้งานได้ทันที

อีกอย่าง อยากให้ท่านผู้อ่านดูแลสุขภาพในช่วงฤดูฝนกันให้ดีๆ โดยเฉพาะครอบครัวไหนมีเด็กๆ จึงควรดูแลบุตรหลานในบ้านด้วยน้า เพราะโรคภัยไข้เจ็บที่มากับฤดูฝนนี้มีอันตรายไม่ใช่น้อย เช่น

* กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ หรืออาหารเป็นพิษ โรคเหล่านี้เกิดจากการทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ โดยผู้ป่วยมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง ดังนั้น ในฤดูฝนจึงควรระมัดระวังอาหารการกิน ควรทานอาหารสุกใหม่ๆ สะอาดและใช้ช้อนกลาง อย่าลืมซะล่ะ

* กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหวัด, ไข้หวัดใหญ่, คออักเสบ, หลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบหรือปอดบวม แล้วไหนยังมีโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่อีก จึงควรระวังกันไว้

* กลุ่มโรคติดต่อที่เกี่ยวกับยุง ได้แก่ ไข้เลือดออก, ไข้สมองอักเสบและโรคมาลาเรีย ล้วนแต่มียุงเป็นพาหะนำโรคทั้งนั้น จึงควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่อาจมีอยู่รอบบ้านไปให้หมด แล้วจะสุขสบายหากบ้านปราศจากยุงลายและ ยุงก้นปล่อง

ทีนี้หากคุณมีลูกมีหลานในบ้าน แล้วถ้าเกิดบุตรหลานไม่สบายขึ้นมา แล้วจะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างนี้ได้ยังไงน้า? ที่จริงก็ไม่มีใครอยากให้เด็กๆในบ้านป่วยหรือไม่สบายกันหรอกเนอะ แต่เมื่อเป็นแล้ว จะดูแลกันอย่างไรนี่สิ เช่น

1. หมั่นสอบถามและติดตามดูความเปลี่ยนแปลงของบุตรหลานในแต่ละวัน หากวันไหนเด็กมีอาการไอจาม บางทีนี่อาจเป็นสัญญาณว่าเด็กป่วยเป็นไข้หวัดก็ได้นะ

2. ถ้าเด็กในบ้านเป็นโรคหวัดขึ้นมา ก่อนอื่นต้องวัดไข้ก่อนว่า มีไข้หรือไม่? หากเด็กมีอาการตัวร้อน, หน้าแดง, ตัวแดง ก็ควรเช็ดตัวให้ด้วยน้ำอุ่น และอาจใช้แผ่นเจลลดไข้มาปิดที่หน้าผากของเด็กก็ได้ หากเช็ดตัวหรือระบายความร้อนแล้วเด็กมีอาการดีขึ้นก็เยี่ยมไปเลย

3.ให้อาหารที่ย่อยง่ายแก่เด็ก ยามป่วยเด็กอาจไม่อยากอาหาร จึงจำเป็นต้องให้อาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก, ข้าวต้ม หรือซุปก็แล้วแต่ จะช่วยให้เด็กดีขึ้นในเร็ววัน แล้วพาไปหาหมอด้วยยิ่งดี.

ขอบคุณที่มา : คนสมถะ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เมื่อรู้จักอาการป่วยไข้ที่มาพร้อมกับหน้าฝนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วอาการป่วยไข้แบบไหนล่ะที่ควรไปหาหมอ อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกชอบแลบลิ้น

ลูกชอบแลบลิ้น ชอบทำลิ้นจุกปาก ปกติหรือไม่กันนะ?

ทำไมหนอ ทำไม? ลูกชอบแลบลิ้น ชอบทำลิ้นจุกปาก ตลอดเวลา เรื่องจริงที่พ่อแม่หลายคนสงสัย

 

 

หนึ่งในพฤติกรรมของทารกที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักตั้งคำถามก็คือ ลูกชอบแลบลิ้นชอบทำลิ้นจุกปาก พฤติกรรมดังกล่าวจะว่าปกติหรือไม่ แล้วเพราะอะไรทำไมลูกถึงทำเช่นนั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำตอบเอาไว้ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านแล้วละค่ะ

6 เหตุผลทำไม ลูกชอบแลบลิ้น

สำหรับเหตุผลของเด็กเล็ก ๆ ที่ทำม๊ายทำไมเขาถึงชอบแลบลิ้นเล่นกันนั้น มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 เหตุผลด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1.ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ –  สาเหตุหนึ่งที่ ลูกชอบแลบลิ้น นั้นก็คือ ลูกทำเพราะเนื่องจากเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยทารก ที่เมื่อไรก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่เอานิ้วหรือแม้แต่เต้านมของคุณแม่ไปสัมผัสกับปากของลูก ก็จะเห็นได้ว่าสิ่งแรกที่ลูกจะทำเลยก็คืออ้าปาก และแลบลิ้นออกมานั่นเองค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะคะ เพราะถ้าหากเป็นสาเหตุข้อนี้ละก็พฤติกรรมดังกล่าวจะหายไปได้เองหลังจากที่ลูกมีอายุ 4 – 6 เดือนไปแล้วละค่ะ หรือสำหรับเด็กบางคน อาการนี้จะหายไปหลังจากที่พวกเขาเริ่มรับประทานอาหารเสริมมื้อแรกกันแล้วนั่นเองค่ะ

ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน

ผู้ป่วยเด็กพุ่ง! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน!!

เอาไม่อยู่!! ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน พบผู้ป่วยเด็กจำนวนมากอายุระหว่าง 5 – 14 ปี เตือนผู้ปกครองระวัง!!

 

 

หากพูดถึงข่าวคราวที่น่าห่วงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อยู่ ล่าสุดพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วกว่า 700 ราย!! และส่วนหนึ่งพบว่าเป็นเด็กนักเรียน!!

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับโรค ไข้เลือดออกระบาดหนัก ภาคอีสาน ว่าพบผู้ป่วยจำนวนมากในเขตสุขภาพที่ 9 อันประกอบไปด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดสุรินทร์ โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2561 นั้นพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนกว่า 699 รายป่วยเป็นไข้เลือดออก ถึงแม้ว่าจะยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต แต่ก็พบว่า กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดนั้นคือ กลุ่มนักเรียน ที่มีอายุระหว่าง 5 – 14 ปี ทั้งนี้รวมถึงในกลุ่มของเด็กเล็กด้วยเช่นกัน

แม่สงสัย ดูแลเต้านม อย่างไรช่วงให้นมลูก

นมแม่ล้างสบู่ ก่อนให้ลูกดูดนม หรือหลังจากนั้นจะเป็นอะไรไหม … ร่วมไขข้อข้องใจพร้อมวิธีการ ดูแลเต้านม ให้ถูกต้องได้ที่นี่!

 

 

คุณแม่มือใหม่ที่กำลังให้นมลูกกันอยู่ หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยเผลอใช้สบู่ล้างหัวนมของตัวเองไม่ว่าจะตอนอาบน้ำ ก่อนหรือหลังให้นมแม่กับลูกกันมาบ้างใช่ไหมคะ เช่นเดียวกับน้องสาวของผู้เขียนเลยละค่ะ ไปเผลอใช้น้ำยาบางชนิดล้างหัวนมจนหัวนมแห้งแตก … ตอนแรกผู้เขียนเองไม่ทราบมาก่อน แต่พอเขามาบ่น ๆ ถาม ๆ ให้ฟัง ถึงถามว่า อ้าว? แล้วเวลาทำความสะอาด ดูแลเต้านม ทำอย่างไร? พอรู้ความจริงเลยมาถึงกับบางอ้อว่า “ใช้น้ำยาเช็ดและล้างหัวนม” เพราะกลัวไม่สะอาดนั่นเอง

ผู้เขียนจึงได้แนะนำการ ดูแลเต้านม ที่ถูกต้องไปให้เลยเกิดความคิดว่า จะต้องมีคุณแม่บางท่านอีกเป็นแน่ ที่เคยใช้วิธีเดียวกันนี้แน่นอน จึงเป็นที่มาของบทความนี้นั่นเอง ว่าแต่จะมีวิธีการดูแลอย่างไร เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

เบื้องหลัง น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา ขึ้นปกนิตยสารครั้งแรก

เผยภาพเบื้องหลัง นายแบบสุดหล่อที่อายุน้อยที่สุด! น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา กับการขึ้นปก นิตยสาร Amarin Baby & Kids เป็นครั้งแรก! จะน่ารักและสนุกสนานแค่ไหน ♥ ตามมาดูกันเลยค่ะ…

น้องอคิณ ลูกเนย โชติกา
ขึ้นปกนิตยสาร Amarin Baby & Kids ครั้งแรก

เรียกได้ว่าออร่าความหล่อ (ได้พ่อ) …ฉายแววมาแต่เด็ก กับลูกชายสุดหวงของ คุณเนย โชติกา นักแสดงสาวสุดสวยมากความสามารถ และคุณอาร์ม จันทร์ศิริ นักธุรกิจหนุ่ม ที่แต่งงานกันไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และมีโซ่ทองคล้องใจ อย่าง “น้องอคิณ” ที่กลายมาเป็นนายแบบวัย 6 เดือน ซึ่งเรียกได้ว่า ทั้งหล่อ น่ารัก และอายุน้อยที่สุดของนิตยสาร Amarin Baby & Kids เลยก็ว่าได้

ทีมงานเชื่อว่าถ้าหลายคนได้เห็นแล้วต้องหลงเสน่ห์ไปกับความน่ารักของ “น้องอคิณ” กันอย่างแน่นอน!!  ♥ เพราะเมื่อยิ้มทีไรก็ทำเอาหัวใจของป้าๆ ละลายเลยทีเดียว >> ส่วนด้าน คุณแม่เนย ก็ภูมิใจสุดๆ ในตัวลูกชายคนนี้ เพราะถึงกับแคปทุกภาพบนหนังสือเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า…

อ้อนขนาดนี้ พี่ ๆ ต้องตำแล้วแหละ #baby&kids #akin_family ฮามาก มีเรื่องจะเล่า วันที่ไปถ่ายเซตนี้แม่นัดช่างแต่งหน้าทำผมแต่เช้าถ่ายปกคู่ลูก เอาให้สวย พอไปถึงเซตถ่ายปก เค้าบอกอคิณเปลี่ยนชุดแล้วนอนตรงนี้เลยค่ะ ถ่ายปก เอ้าาาา ทำไมที่เล็กจัง แล้วแม่ล่ะ ? #อันนี้คิดในใจนะ สรุปถ่าย อคิณคนเดียว 55555 หน้าไม่ต้องแต่ง ผมไม่ต้องเชต อิแม่ยืนร้องเพลงเต้นประกอบเพลงไปยาว ๆ 5 ชุดค่าาา ตอนท้ายเค้าบอกคุณเนยถ่ายคู่อคิณค่ะ นึกว่าจะไม่มีแม่ในเล่มซะละ ใจหายว๊าบบบบบ #แม่คิดไปเอง 55555 ขำอะ ตลกตัวเอง”

ซึ่งนอกจากภาพที่คุณเนยได้โพสต์ลงไอจีส่วนตัวแล้ว หากใครยังไม่จุใจ … ตามมาดูเชตภาพสุดน่ารักของน้องอคิณ แบบเต็มๆ พร้อมชมคลิป โมเม้นท์สุดสนุกกับการขึ้นปกครั้งแรก! ของ “น้องอคิณ” ลูกชายคุณแม่เนย โชติกา และคุณพ่ออาร์ม จันทร์ศิริ

ได้ที่นี่ ⇓

เด็กป่วย

เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

เมื่อถึงเวลาที่ลูกต้องไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ในโรงเรียนแล้ว ลูกจะได้พบเจอเพื่อนที่หลากหลาย และประสบการณ์ที่มากมาย แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อลูกเข้าเรียนแล้วก็คือ อาการป่วยนั่นเองค่ะ เมื่อ เด็กป่วย พ่อแม่ก็จะเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่าลูกป่วยขนาดนี้ ควรจะให้ลูกหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนอยู่บ้านดีไหมนะ? ควรจะหยุดเรียนจนกว่าลูกหายสนิทเลยหรือเมื่อดีขึ้นแล้วก็ไปเรียนได้? เด็กป่วย ควรจะป่วยขนาดไหนถึงควรหยุดเรียน? แล้วถ้าหยุดเรียนบ่อยๆ แล้วเรียนไม่ทันเพื่อนจะทำอย่างไร? แต่ถ้าไม่หยุดเรียนแล้วลูกเราจะไปรับเชื้อมาเพิ่มหรือไม่? ไหนจะกังวลอีกว่าจะไปแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ อีก ทีมงาน Amarin Baby&Kids  เลยมีแนวทางมาประกอบการตัดสินใจของแม่ๆ ค่ะ

เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

ลูกมีไข้

ไข้ คืออาการซึ่งร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ (เกิน 37.5 องศาเซลเซียส) เป็นปฏิกริยาตอบสนองของร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อโรคหรือมีการเจ็บป่วยจากสาเหตุบางสาเหตุ โดยไข้จะเกิดอยู่เพียงชั่วคราวเฉพาะในช่วงที่เกิดโรคหรือมีการเจ็บป่วย

เด็กป่วย ที่มีไข้เกิน 38 องศา ควรให้หยุดเพื่อพักผ่อนอยู่ที่บ้าน อาการไข้บ่งบอกว่าร่างกายของลูกกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกาย จึงทำให้ร่างกายของลูกมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อและรับเชื้อเข้ามาเพิ่ม นอกจากเสี่ยงจากการติดเชื้อเพิ่มแล้ว ลูกจะเรียนไม่มีสมาธิในการเรียนเมื่อมีไข้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นจึงควรให้ลูกหยุดเรียนจนกว่าจะหายไข้ และเมื่อลูกหายจากอาการไข้แล้ว ควรจะให้หยุดต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าลูกจะไม่กลับมามีไข้จากโรคเดิมอีกเมื่อไปโรงเรียนแล้ว

 

ลูกอาเจียน

อาเจียน คืออาการที่เกิดจากการบีบตัวของกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดแรงขับดันให้อาหารหรือน้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารพุ่งทะลักออกจากกระเพาะอาหาร ผ่านหลอดอาหารเข้าสู่ลำคอและช่องปากหรือช่องจมูก

เมื่อลูกมีอาการอาเจียน 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง และไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น เป็นไข้ ท้องเสีย หรือซึม อาจไม่ใช่อาการป่วยจากโรค แต่อาจเป็นเพราะมีเสมหะค้างอยู่ที่ลำคอ ในกรณีนี้ สามารถให้ลูกไปเรียนได้ค่ะ

แต่หากลูกอาเจียน 2 ครั้งหรือมากกว่าใน 24 ชั่วโมง ควรให้ลูกหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนและเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ลูกเกิดอาการขาดน้ำเนื่องจากอาเจียนบ่อย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคไปสู่เพื่อนๆ ได้อีก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อ!! เด็กป่วย ต้องป่วยแค่ไหน? ถึงหยุดเรียน

แก้ท้องผูก

ผัก 8 ชนิด แก้ท้องผูก ลดปัญหาอุจจาระตกค้าง!

พบกับผัก 8 ชนิด!! ที่จะมาช่วย แก้ท้องผูก แถมช่วยลดปัญหาอุจจาระตกค้างได้อย่างชะงัด!

 

 

ปวดท้อง ท้องอืด ท้องบวม อึไม่สุด!! ไม่อยากกินยาระบาย ต้องนี่เลยค่ะ … พบกับ 8 ผักมีเมือกที่จะมาช่วย แก้ท้องผูก จะมีผักอะไรบ้างนั้น ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านแล้วละค่ะ

ท้องผูกเกิดจากอะไร?

อาการท้องผูกนั้น เกิดจาก การที่อุจจาระแห้งซึ่งทำให้ยากต่อการขับถ่าย และรู้สึกเหมือนเวลาถ่ายแล้วถ่ายไม่สุด ซึ่งอาการท้องผูกนั้นเกิดจากการที่อาหารที่ย่อยแล้วใช้เวลาอยู่ในลำไส้นานเกินไป ซึ่งเกิดจากหลากหลายปัจจัยดังนี้ค่ะ

  • รับประทานอาหารกากใยน้อย
  • ปัญหาระบบทางเดินอาหาร ยกตัวอย่างเช่น โรคลำไส้แปรปรวน เนื้องอกอุดตันลำไส้ และโรคแพ้กลูเตน
  • การเดินทางเป็นระยะเวลานาน
  • เปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน
  • ดื่มน้ำน้อย
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ใช้ยาระบาย และยาสวนถ่ายบ่อย ๆ เป็นต้น
เด็กไม่กินข้าว

เผยสูตร “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” เมนูแก้ปัญหา เด็กไม่กินข้าว

บ้านไหนมีปัญหา เด็กไม่กินข้าว  ลูกไม่ยอมกินข้าว หรือลูกเบื่ออาหาร ต้องลองเมนูนี้… เชฟแม่หมีมีสูตรเด็ดแสนอร่อย มาฝาก กับ “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่” เมนูแก้ปัญหา ลูกเบื่อข้าว สามารถให้ลูกกินแทนข้าวได้ รับรองเต็มไปด้วยสารอาหาร มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนแน่นอน จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรตามมาดูกันเลยค่ะ

ทำไม? เด็กไม่กินข้าว

เมื่อลูกวัย 1 ขวบ เริ่มกินอาหารได้มากและหลากหลายขึ้น คุณแม่ก็ย่อมเลือกเฉพาะอาหารที่ดีมีประโยชน์มาทำให้กิน จนบางครั้งอาจลืมไปว่า ถึงอาหารจะมีประโยชน์ แต่ถ้าลูกกินติดต่อกันหลายมื้อ หลายวัน ก็อาจมีอาการเบื่ออาหารกันได้ เช่น ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของทุกมื้อ แต่ถ้าเด็กกินติดต่อกันทุกมื้อมักจะเกิดความเบื่อ ทำให้ เด็กไม่กินข้าว และอยากกินอย่างอื่นที่มีรสชาติหรือสีสันแตกต่างออกไป

ลูกไม่กินข้าว

และนั่นก็อาจทำให้คุณแม่หลายคนเกิดความกังวลว่า ลูกอาจผอมลง มีน้ำหนักน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือร่างกายขาดสารอาหาร ทั้งนี้สาเหตุหลักของการที่ลูกไม่กินข้าวนั้น เริ่มต้นจาก “ความวิตกกังวลมากเกินไปของคุณแม่ว่าลูกอาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ”

ซึ่งความวิตกกังวลนี้เกิดจาก “ความไม่รู้หรือเข้าใจผิด” เป็นเหตุสำคัญ  อันนำมาสู่การแก้ไขที่ผิดๆ  ส่งผลให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น โดยความไม่รู้หรือเข้าใจผิดของพ่อแม่เกี่ยวกับเรื่องกินและน้ำหนักตัวของลูกน้อย ได้แก่…⇓