หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ

หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ ลูกพร้อมสำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว?

หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ
หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ

ในยุคที่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น หลายครอบครัวซื้อโทรศัพท์ให้ลูกใช้ตั้งแต่เข้าอนุบาล และคุณพ่อ คุณแม่หลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่า ลูกพร้อมแล้วหรือยังที่จะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ แบบผิดๆ และจัดสรรเวลาการใช้ให้ดี

หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือ โดยไม่จำกัดเวลา

พญ.นลินี เชื้อวณิชชากร ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี เอาไว้ว่า “ยุคนี้ที่ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเทคโนโลยีทันสมัยอื่นๆ อีกมากมายเข้ามามีอิทธิพลทั้งต่อผู้ใหญ่และเด็กทุกเพศทุกวัย หมอเคยสังเกตผู้คนเวลาไปในที่สาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่บนรถส่วนตัว พบว่ามากกว่าครึ่งของผู้คนที่สายตาจับจ้องแต่หน้าจอ (ไม่ว่าจะจอของสมาร์ทโฟน หรือจอแท็บเล็ต หรือจอทีวีในห้างหรือรถไฟฟ้า) มากกว่าทำกิจกรรมอื่น เช่น พูดคุยกับคนอื่น อ่านหนังสือ หรือทำงานฝีมือ เหมือนในอดีต

สำหรับทุกครอบครัว หมออยากแนะนำให้ “จัดระเบียบการใช้เวลาหน้าจอ” โดยคำว่า “หน้าจอ” ครอบคลุมตั้งแต่โทรทัศน์ ดีวีดี เกมส์ สมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ ซึ่งเด็กวัยเรียนควรใช้เวลาหน้าจอไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่เด็กก่อนวัยเรียนควรใช้เวลาหน้าจอไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน”

เลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์
หยุดเลี้ยงลูกด้วยมือถือแบบผิดๆ และจัดสรรเวลาการใช้ให้ดี

เหตุผลที่พ่อแม่ต้องจำกัดเวลาการใช้หน้าจอของลูก ได้แก่

  • เด็กควรได้รับการพัฒนาด้านภาษาและทักษะสังคม ผ่านการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น ทั้งการทำกิจกรรมร่วมกันกับคุณพ่อคุณแม่ และเล่นกับเพื่อน
  • เวลาที่เด็กดูโทรทัศน์และใช้คอมพิวเตอร์ ควรสมดุลกับเวลาในการทำกิจกรรมอื่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลัง การเล่นกับเพื่อน การวาดรูปหรือประดิษฐ์งานศิลปะ หรืองานอดิเรกที่ชอบ รวมถึงได้พูดคุยกับคนอื่น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
  • มีการศึกษาพบว่าเด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอนานๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนตั้งแต่วัยเด็ก

อ่าน “สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกได้รับมือถือ” คลิกหน้า 2

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up