ทีโพล์

เปิดตัวผลิตภัณฑ์เชนไดร้ท์ และ ทีโพล์ สูตรใหม่ โดนใจแม่บ้านยุคปัจจุบัน

โดนใจคุณแม่บ้านยุคปัจจุบันสุดๆค่ะ กับงานเปิดตัว ผลิตภัณฑ์เชนไดร้ท์ สูตรปรับปรุงประสิทธิภาพ และ ทีโพล์ สูตรใหม่ ทีโพล์ เลมอน พาวเวอร์

 

เปิดตัวผลิตภัณฑ์เชนไดร้ท์ และ ทีโพล์ สูตรใหม่

เรียกว่าโดนใจคุณแม่ๆช่างเลือกมากๆค่ะ สำหรับงาน Fantastic 2 Sherwood Corporation สงครามขจัดเหล่าร้ายแบบ 4DX  พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรปรับปรุงประสิทธิภาพอย่าง เชนไดร้ท์ ช่วยจัดการเหล่าแมลงที่จะมาทำร้ายลูกน้อยและคนในครอบครัว และเปิดตัว ทีโพล์ เลมอน พาวเวอร์ น้ำยาล้างจานสูตรใหม่ พลังมะนาว ที่ได้สาวเก่งตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ ฉลาดเลือก ฉลาดใช้อย่าง กาละแมร์  พัชรศรี มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ภายในงาน ยังได้เห็นความน่ารักของคุณแม่ยังสวย นานา ไรบีนา ที่ควงน้องแฝดขวัญใจแม่ๆ น้องบีน่า และน้องบรู๊คลิน มาร่วมพูดคุย แชร์ประสบการณ์ และเคล็ดลับในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลลูกๆให้ปลอดภัยจากแมลงต่างๆอีกด้วย โดยคุณแม่นานา เผยว่า การเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จะนำมาใช้ในบ้านนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของลูกๆเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะฉะนั้นคุณแม่ช่างเลือกอย่างคุณแม่นานา ไม่พลาดผลิตภัณฑ์ดีๆแน่นอนค่ะ 

 

เชนไดร้ท์

 

ทีโพล์

นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เชนไดร้ท์ และ ทีโพล์ ยังเตรียมจับมือกับภาครัฐในการช่วยเหลือสังคมร่วมกันกำจัดยุงลาย และแมลงต่างๆ ในชุมชนแออัดกว่า 20 แห่ง ให้ปลอดภัยจากไข้เลือดออก ซึ่งกิจกรรมของผลิตภัณฑ์ เชนไดร้ท์ และ ทีโพล์ จะมีขึ้นตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2561 นี้ค่ะ 

 

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่

พัณณิตา จันทร์รัตนกุล                09-0636- 3639    [email protected]

กัญญารัตน์ เกียรติชัยรินทร์          06-4949- 6594    [email protected]

ธัญลักษณ์ สุจารีย์                        08-5065- 0004    [email protected]

 

เป็นตะคริว

6 ผักผลไม้ที่คนชอบ เป็นตะคริว ควรรู้!

คุณพ่อคุณแม่ คุณลูกบ้านไหนชอบ เป็นตะคริว ห้ามพลาดเด็ดขาดกับวิธีป้องกันด้วยผักและผลไม้สุดอร่อย

 

 

เคยไหมคะที่เวลาออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแม้แต่ขณะนอนอยู่ตอนกลางคืนแล้วชอบ เป็นตะคริว … จึงไม่แปลกที่เรามักจะได้ยินข่าวคราวการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า สาเหตุของการเสียชีวิตนั้นเกิดจากการ เป็นตะคริว ใต้น้ำ!

ด้าน นายแพทย์ เกียรติภูมิ วงศร์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนมักได้ยินข่าวคราวการเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึงกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 22 มีนาคม 2561 ช่วงระยะเวลาแค่เดือนกว่า ๆ พบเด็กจมน้ำเสียชีวิตแล้ว 26 ราย สาเหตุของการจมน้ำ ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเป็นตะคริวใต้น้ำ … “ตะคริว” คืออะไร ทำไมเป็นแล้วถึงขั้นเสียชีวิต วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับอาการนี้พร้อม ๆ กันค่ะ

ดูแลทารกแรกเกิด

คัมภีร์ การดูแลทารกแรกเกิด 8 เรื่องที่แม่มือใหม่ต้องรู้!

การดูแลทารกแรกเกิด หลังคลอด เป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ เพื่อจะได้รับมือและเลี้ยงลูกได้เป็นอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ทารกแรกเกิด หมายถึง ทารกที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงชีวิตในระยะที่มีความสำคัญมาก เพราะทารกมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจากภายในท้องแม่ออกมาสู่สภาพแวดล้อมภายนอก จึงต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกท้องแม่ ทั้งยังเป็นวัยแห่งการสร้างรากฐานการพัฒนาบุคลิกภาพในอนาคต ดังนั้น การดูแลทารกแรกเกิด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

คัมภีร์ การดูแลทารกแรกเกิด 8 เรื่อง ที่แม่มือใหม่ต้องรู้!

สำหรับ การดูแลทารก โดยหลักๆ แล้วมีอยู่ 2 เรื่อง ด้วยกัน คือ การดูแลทางด้านร่างกาย และการดูแลทางด้านจิตใจ

  • การดูแลทางด้านร่างกาย คือ เรื่องโภชนาการอาหาร, การให้ทารกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ในสถานที่ที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก และปลอดภัย, การดูแลระบบขับถ่าย, การดูแลความสะอาด, การดูแลสุขภาพร่างกายให้อบอุ่นแข็งแรง และการดูแลเรื่องระบบทางเดินหายใจ
  • การดูแลทางด้านจิตใจ คือ การเลี้ยงดูทารกแรกเกิดด้วยความรักและความอบอุ่น ซึ่งจะเป็นการสร้างพื้นฐานทางด้านจิตใจที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก และจะมีผลต่อเนื่องไปจนกระทั่งเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ซึ่ง การดูแลทารกแรกเกิด ในเรื่องต่างๆ มีรายละเอียด ดังนี้…

1. นมแม่ อาหารมื้อแรกของลูก

องค์การอนามัยโลกแนะนำ “ให้นมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และนมแม่ร่วมกับอาหารเสริมนานจนถึง 2 ปี หรือมากกว่า” เพราะน้ำนมแม่  เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก และสารอาหารในนมแม่ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยนมผสม คุณแม่ควรให้ลูกดูด นมแม่ ทันทีหลังคลอด และให้ดูด 8-12 ครั้งต่อวัน ก่อนให้นมคุณแม่ต้องล้างมือทุกครั้ง ส่วนหัวนมทำความสะอาดเวลาเช้าและเย็นขณะอาบน้ำก็เพียงพอแล้ว

⇒ Must read : นมแม่ป้องกันโรค ช่วยลูกสุขภาพดีตั้งแต่แรกเกิด

ทั้งนี้ การให้นมลูก ควรให้ในสถานที่ที่สงบและสะอาด ควรนวดเต้านมและลานหัวนมให้นิ่ม และบีบน้ำนมออกประมาณ 2-3 หยดก่อนให้ลูกดูด จัดท่าทางให้สบาย โดยคุณแม่อุ้มลูกตะแคงเข้าหาตัว ให้ปากของลูกอยู่ตรงหัวนม มืออีกข้างประคองเต้านม แล้วใช้หัวนมกระตุ้นริมฝีปากลูกให้ลูกอ้าปาก จากนั้นเคลื่อนลูกเข้าหาเต้านมโดยเร็ว ให้ลูกอมหัวนมให้ลึกถึงลานหัวนม และลิ้นอยู่ใต้ลานนม เมื่อลูกอิ่มแล้วจะถอนปากออกจากหัวนมเอง แต่ถ้าอิ่มแล้วยังอมหัวนมอยู่ ให้คุณแม่ใช้นิ้วกดคางเบาๆ หรือใช้นิ้วก้อยสอดเข้ามุมปากของลูกเล็กน้อย แล้วจึงดึงหัวนมออก

ของเล่นเสริมพัฒนาการลูก

20 ของเล่นเสริมพัฒนาการลูก ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น

พบกับ 20 ของเล่นเสริมพัฒนาการลูก ยิ่งเล่นยิ่งดี จะให้เล่นทั้งทีต้องทั้งสนุกและได้ประโยชน์!

 

 

จะให้ลูกเล่นของเล่นทั้งที เห็นทีนอกจากสนุก แล้วยังต้องมั่นใจว่าลูกจะได้รับประโยชน์จริง ๆ … คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่าน มีวิธีเลือกของเล่นให้ลูกกันแบบไหนบ้างคะ ใช่แค่ใหม่ สวย หรือแลดูน่าสนุกแค่นั้นหรือเปล่า?

ทราบไหมคะว่า จริง ๆ แล้วบริษัทที่เขาออกแบบและผลิตของเล่นส่วนใหญ่นั้น เขาออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนที่ได้เล่นนั้นรับประโยชน์กันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนค่ะว่า แต่ละชิ้นก็ยอมได้รับประโยชน์จากการเล่นที่ต่างกัน ซึ่งในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอ 20 ชิ้น ของเล่นเสริมพัฒนาการลูก ที่บอกเลยว่าแต่ละชิ้นนั้น ถือเป็นของเล่นที่ขายดีมากเป็นลำดับต้น ๆ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ดูแลสุขภาพหน้าร้อน

10 เคล็ดลับ “ดูสุขภาพหน้าร้อน” ลดป่วยใน “คนท้อง” !!

ดูแลสุขภาพหน้าร้อน ช่วยลดอาการเจ็บป่วยในคนท้องได้นะคะ หลายคนถามว่าทำไมจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพในช่วงฤดูร้อนด้วย นั่นก็เพราะว่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆ มักเติบโตได้ง่ายในอาหารที่แม่ท้องทานค่ะ อย่างที่ได้ยินบ่อยๆ ว่า หน้าร้อนอาหารบูด เสียง่ายมากกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อสุขภาพคนท้องที่ดีตลอดการตั้งครรภ์ เรามีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพขณะตั้งครรภ์ มาฝากกันค่ะ

 

ดูแลสุขภาพหน้าร้อน ช่วยลดป่วยให้แม่ท้องได้นะ!!

อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้อยากจะชวนคุณแม่ท้องมา ดูแลสุขภาพหน้าร้อน กันสักนิดค่ะ รู้หรือไม่ว่าในขณะตั้งครรภ์อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นมากกว่าปกติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเกิดจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเกิดความไม่สมดุลกัน บวกกับขนาดครรภ์ที่ขยายใหญ่ขึ้น และต่อมไทรอยด์ก็มีการทำงานหนักมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น คนท้องจึงรู้สึกว่าร้อนง่ายกว่าคนปกติทั่วไปค่ะ

คนท้องจะรู้สึกร้อนง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอยิ่งมาเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ก็อาจทำให้ไม่สบาย กันขึ้นมาได้ค่ะ ฉะนั้นเพื่อให้ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน เป็นการตั้งครรภ์คุณภาพ และคุณแม่ท้องก็มีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยง่ายแม้ว่าจะต้องเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว เรามีวิธีดูแลสุขภาพหน้าร้อน มาให้ลองนำไปปรับใช้กันดังนี้ค่ะ…

ดูสุขภาพหน้าร้อน

สอนลูกพูดอังกฤษ

สอนลูกพูดอังกฤษ เก่งได้ด้วย 4 เสาหลัก 

สอนลูกพูดอังกฤษ จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กัับรายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูกสองอีกด้วย จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่สอนลูกพูดอังกฤษ กันค่ะ

 

สอนลูกพูดอังกฤษ เก่งได้ด้วย 4 เสาหลัก

สำหรับในตอนแรกนั้น อาจารย์คริส จะแนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา พูดภาษาอังกฤษได้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับในโลกยุคปัจจุบันที่ภาษาอังกฤษนั้นสำคัญมากๆ ซึ่งภาษาอังกฤษที่เด็กไทยควรเรียนรู้คืออะไร? สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องรู้ หรือควรจะมีวิธีสอนภาษาอังกฤษอย่างไรกับลูกบ้าง? 

ซึ่งบ้านที่แข็งแรงก็ย่อมมีเสาหลัก ไม่ต่างจากการเรียนภาษาอังกฤษหรือการ สอนลูกพูดอังกฤษ ก็จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเสาหลักเช่นกันค่ะ

 

ถ้าอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ต้องทำอย่างไร?

ซึ่งอาจารย์คริส ได้แนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้าอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษนั้น ต้องเริ่มต้นจาก  4 เสาหลักสำคัญของภาษาอังกฤษ ที่จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงก่อน นั่นก็คือ V-I-P-S

เสาที่ 1

V = Vocabulary  หมายถึง คำศัพท์ คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักศัพท์เยอะๆก่อน เพื่อจะนำไปสอนลูกได้

เสาที่ 2

I = Idioms หมายถึง สำนวน เป็นชุดคำที่มีความหมายแฝง ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักไว้

เสาท่ี่ 3

P = Pronunciation หมายถึง การออกเสียง คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักการออกเสียงที่ถูกต้อง เพื่อจะนำไปสอนลูกได้ ซึ่งในแต่ละพยางค์ต้องรู้ว่าออกเสียงอย่างไร ตัวอักษรต่างๆออกเสียงอย่างไร และ Stress เสียง(เน้นคำ) ตรงไหนจึงจะถูกต้อง

เสาที่ 4

S = Sentences หมายถึง รูปประโยค  ซึ่งการเรียนภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเน้น Grammarแกรมม่า () แต่คือการสะสมรูปประโยคสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นรูปประโยคคำถาม หรือคำตอบนั่นเอง

 

 

เมื่อรู้จุดเริ่มต้นที่ถูกต้องในการสอนลูกพูดอังกฤษแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมนำไปลองทำตามดูก่อนนะคะ กับหลักการ 4 เสาหลักของภาษาอังกฤษ ในการสอนลูกให้เป็นเด็กสองภาษา ซึ่งสามารถดูเนื้อหาอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตกขาวเยอะ

ระวัง 10 อาหารต้องเลี่ยง…เสี่ยง! ตกขาวเยอะ

หากคุณแม่ หรือคุณผู้หญิงทั้งหลาย ชอบกินของเหล่านี้ ต้องระวังให้ดีค่ะ เพราะอาจทำให้คุณมี ตกขาวเยอะ ซึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องดี เพราะการมีตกขาวเยอะผิดปกติ อาจเป็นบ่อเกิดเชื้อโรค ทำให้จิ๊มิ๊ของคุณป่วยได้

ตกขาวเยอะ อาจเพราะทานอาหาร 10 อย่างนี้

ตกขาว” มีหลายชื่อ เรียก ไม่ว่าจะเป็น ระดูขาว เมนส์ขาว มุตกิด ตรงกับภาษาแพทย์ว่า ลิวคอเรีย (Leukorrhea) ทำไมต้องมีคำว่า “ขาว” อยู่ด้วย ก็เพราะว่าปกติวิสัยแล้ว มันจะมีสีขาว ถึงแม้ว่าในสภาวะผิดจากปกติไป จะมีสีอื่นเราก็ยังเรียกว่า “ตกขาว” อยู่นั่นเอง

ตกขาว คืออะไร 

ของเหลวที่มีลักษณะเป็นเมือกขาว ขุ่นๆ ไหลออกมานอกช่องคลอด แต่ว่าไม่ใช่เลือด โดยปกติแล้วอาการตกขาวผู้หญิงจะเป็นอยู่แล้ว และมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ ขาวๆ อยู่ในช่องคลอดและตัวที่สร้างความชื้นและสร้างเมือกให้ช่องคลอด ก็คือ ปากช่องคลอดกับจมูก โดยมีชื่อเรียกว่า mucous กับmembrane แต่จะไม่มีกลิ่นเหม็น หรือถ้าเป็นคนปกติไม่มีโรคอาจจะหวานก็ได้

ลักษณะของการตกขาว

จะมีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่กำลังเป็นโรคหรืออยู่ในภาวะที่ปกติ ในแต่ละคนนั้นปริมาณตกขาวจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับช่วงตกไข่ การตั้งครรภ์ การมีรอบเดือน การมีเพศสัมพันธ์ หรือจะเป็นการใช้ยาคุมกำเนิดโดยวิธีใดๆ ก็แล้วแต่

ซึ่งข้อดีของการตกขาวก็คือทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บเวลาคุณมีเพศสัมพันธ์และยังเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตกขาว มีทั้งปกติและผิดปกติ ฉะนั้นคุณผู้หญิง ไม่ว่า เด็กเล็ก เด็กโต สาวน้อย สาวมาก แก่น้อย แก่มาก ต่างก็มีตกขาวด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ปกติหรือไม่เท่านั้น แล้ว แบบไหนผิด ตกขาวเยอะ ตกขาวน้อย ตกขาวมีกลิ่น หรือตกขาวแบบไหนไม่ผิดปกติ ถ้าผิดปกติจะผิดอย่างไร  ตามมาดูกันค่ะ….

ตกขาวเยอะ
ตกขาวเยอะ

ตกขาวปกติ (ที่เป็นธรรมดา)

การตกขาวที่ปกตินั้น โดยทั่วไปคือผู้หญิงที่มีประจำเดือนอยู่ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงทำให้เกิดการสร้างตกขาวขึ้นจากอวัยวะของร่างกายในระบบสืบพันธ์ของผู้หญิง จะมีลักษณะเป็นมูกเหลวใส ไม่มีสี หรือเป็นสีขาวข้นคล้ายแป้งเปียก มีปริมาณเล็กน้อยพอชุ่มชื้นในช่องคลอด มีกลิ่นจำเพาะ ไม่เหม็น ไม่คัน และมีภาวะเป็นกรดอ่อน ๆ ส่วนปริมาณของตกขาวนั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วปริมาณของตกขาวจะมากขึ้นเป็นปกติในภาวะต่อไปนี้

  • ในช่วงหลังและก่อนการมีประจำเดือน ตกขาวจะมีลักษณะข้นเป็นสีออกขาว (คล้ายแป้งเปียก)
  • ช่วงกึ่งกลางระหว่างรอบเดือน (เป็นระยะที่มีการตกไข่) ตกขาวจะมีปริมาณมากและมีลักษณะเหลวใส
  • ในขณะตั้งครรภ์ก็พบว่ามีตกขาวมากขึ้นจนบางครั้งอาจจะเหนียวหนืด
  • การใช้ยาคุมกำเนิด
  • การกระตุ้นทางเพศสัมพันธ์ (ในขณะที่มีอารมณ์ทางเพศจะทำให้มีการหลั่งน้ำออกมาหล่อลื่นมากขึ้น) หลังจากมีเพศสัมพันธ์ก็จะมีตกขาวมากขึ้นได้เช่นกัน
  • ในขณะที่มีความวิตกกังวลมาก

ซึ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยตกขาวที่ออกมานั้นอาจเป็นลักษณะปกติ แต่มีจำนวนมากขึ้นเป็นธรรมดาในแต่ละช่วงแต่ละภาวะ หรืออาจเป็นตกขาวผิดปกติที่มาจากสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งมีได้ทั้งสาเหตุที่มาจากการติดเชื้อและสาเหตุที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อ

อาการตกขาว

อาการตกขาวผิดปกติ

  • มีปริมาณตกขาวเพิ่มมากขึ้นจนผิดสังเกตหรือทำให้บางครั้งต้องใช้ผ้าอนามัย
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นหรือมีกลิ่นที่ผิดปกติ (กลิ่นคล้ายปลาเน่าหรือมีกลิ่นคาวมาก)
  • ตกขาวมีลักษณะหรือมีสีที่ผิดปกติไปจากเดิม เช่น จากใสไม่มีสีหรือสีขาวกลายเป็นสีเหลือง สีเขียว หรือเป็นลักษณะข้นขึ้นหรือจับตัวเป็นก้อน ปนหนอง เป็นมูกเลือด หรือมีลักษณะเป็นฟองปนออกมา
  • เป็นตกขาวติดต่อกันมานานเกิน 2 สัปดาห์
  • มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คันในบริเวณปากช่องคลอด ปวดแสบปวดร้อนบริเวณปากช่องคลอด มีรอยโรคหรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ มีอาการปวดท้องน้อย มีไข้ ขัดเบา มีอาการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการถ่ายปัสสาวะแสบขัด เป็นต้น

ทั้งนี้หากคุณผู้หญิงยังสังเกตเห็นอีกว่ามี ตกขาวเยอะ มากอาจเป็นเพราะ กินอาหารกระตุ้นตกขาวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ดังนั้นตามมาดูกันค่ะว่าคุณได้กินอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ หรือเปล่า…

วิธีเลี้ยงลูก

วิธีเลี้ยงลูก 4 แบบ พาลูกล้มเหลวในอนาคต

วิธีเลี้ยงลูก ให้มีความฉลาดทางเชาว์ปัญญา (IQ) ควบคู่ไปกับความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) นั้น เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้มนุษย์เราประสบความสำเร็จในชีวิต และมีความสุข ความฉลาดทั้ง 2 อย่างนี้สามารถกระตุ้น และพัฒนาให้ดีขึ้นได้จากการเลี้ยงดูตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงวัยรุ่นอายุ 18 ปี

Continue reading “วิธีเลี้ยงลูก 4 แบบ พาลูกล้มเหลวในอนาคต”

ปิดเทอมทำอะไรดี

ปิดเทอมทำอะไรดี ฉลาดเล่นกับกิจกรรมดี ๆ แถมสนุก

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหากิจกรรมช่วงปิดเทอม และยังไม่รู้ว่า ปิดเทอมทำอะไรดี เพื่อให้ลูกได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียน หรือเพื่อลดเวลาจากการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจอมือถือ Amarin Baby & Kids มี 10 กิจกรรมดีๆ มาแนะนำ เป็นข้อมูลให้คุณพ่อคุณแม่กัน

ปิดเทอมทำอะไรดี ?? ฉลาดเล่นกับกิจกรรมดี ๆ แถมสนุก!

สมัยนี้หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการหากิจกรรมให้ลูกน้อยทำในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม ปิดเทอมทำอะไรดี ก็มีคอร์สกิจกรรมเสริมทักษะมากมาย ซึ่งการให้ลูกไปทำกิจกรรมปิดเทอม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหรือทางเลือกสำรองเท่านั้น เพราะช่วงปิดเทอมลูกควรจะได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ และทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งครอบครัว แต่ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องทำงาน จึงทำให้เวลาในครอบครัวที่อยู่กับลูกมีน้อยลง กิจกรรมช่วงปิดเทอมนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ถูกมองเป็นอันดับแรก แทนการให้ลูกอยู่บ้านกับพี่เลี้ยงเฉยๆ นอนดูทีวี เล่นวิดีโอเกม และไม่เกิดทักษะใดๆ เพิ่มขึ้นมา ซึ่งหากมองในด้านบวกกิจกรรมช่วงปิดเทอม ก็ช่วยเสริมลูกน้อยให้มีความฉลาดในการเล่น เพราะการเล่นไม่ได้มีดีแค่สนุก ประโยชน์ที่จะได้รับในเรื่องต่างๆ คือ

  • มีประสบการณ์ที่หลากหลายเพิ่มเติมจากในโรงเรียนและที่บ้าน
  • ได้เพื่อนใหม่และเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม
  • เสริมในส่วนที่ขาด ถ้าลูกเป็นเด็กขี้อายก็อาจจะพาไปเรียนการละคร ซึ่งทั้งบรรยากาศและกลุ่มเพื่อนที่เรียนด้วยกันจะช่วยฝึกให้ลูกพัฒนาเป็นคนกล้าแสดงออกได้ด้วยสภาพแวดล้อม
ปิดเทอมทำอะไรดี
กิจกรรมช่วงปิดเทอม ช่วยเสริมทักษะ และประสบการณ์ใหม่ให้ลูกน้อยได้เรียนรู้

อย่างไรก็ตาม การเลือกกิจกรรมช่วงปิดเทอมให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้วิจารณญาณ มีกรอบ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกด้วย เพื่อจะได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพที่เขามี และถ้าคุณพ่อคุณแม่พอมีเวลาว่าง ลองพาลูกน้อยไปทำกิจกรรมดีๆ ช่วงปิดเทอม ด้วยหลักการดังต่อไปนี้ เพื่อไว้เป็นไอเดียหาสถานที่สำหรับพาลูกน้อย รับรองว่าช่วยเสริมทักษะ พัฒนาสมอง สร้างลูกฉลาดไปในตัว! ตามมาดูกันเลย

ปิดเทอมทำอะไรดี หลักการเลือกกิจกรรมช่วงปิดเทอม

1. เลือกกิจกรรมที่น่าสนใจ และเหมาะสมกับช่วงอายุของลูก

  • นำเอกสาร แผ่นพับกิจกรรมมาให้ลูกเลือก
  • บอกข้อดี ข้อเสียของแต่ละกิจกรรมให้ลูกรู้ เช่น ถ้าลูกเลือกเรียนเทนนิส ก็บอกว่าลูกจะต้องเรียนกลางแจ้งซึ่งอาจจะร้อน แล้วถามดูว่าลูกชอบแบบไหน
  • ดูวัตถุประสงค์ว่าช่วยเสริมพัฒนาด้านใดให้กับลูกบ้าง
  • เนื้อหากิจกรรมต้องเหมาะกับบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของลูกด้วย
  • ไม่ควรเลือกกิจกรรมที่มีราคาแพงเกินกว่าจะเสียค่าใช้จ่ายได้

2. เลือกสรรสถานที่

ควรเลือกสถานที่ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถไปรับ-ส่งลูกได้สะดวก อาจจะเป็นทางผ่านที่ทำงาน หรือใกล้บ้าน เพราะจะได้มีเวลาแวะไปดูลูกทำกิจกรรมด้วย

3. มีหลากหลายกิจกรรม

เพราะปิดเทอมของเจ้าตัวเล็กไม่ได้มีหนเดียว ปีนี้อาจจะลงคอร์สเรียนศิลปะ ปีหน้าเรียนดนตรี เพื่อให้เด็กเกิดประสบการณ์ที่หลากหลาย ไว้เป็นทุนให้เด็กๆ ได้เลือกสรรสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ตอนโตขึ้น

รวมกิจกรรมปิดเทอม
ปิดเทอมทำอะไรดี ที่เด็กๆ จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

4. เพิ่มความชำนาญในเรื่องที่ลูกชอบ

ถ้าลูกมีความสนใจอยู่แล้ว เป็นโอกาสดีที่ช่วงนี้จะช่วยเสริมในเรื่องนั้นๆ เช่น ชอบเล่นเปียโน ตอนปิดเทอมคุณพ่อคุณแม่ อาจจะส่งให้เรียนเปียโน เพื่อเรียนรู้การเล่นเปียโนในขั้นที่สูงขึ้นไป

5. ส่งเสริมเรื่องที่โรงเรียนไม่มี

ช่วงปิดเทอมควรหาเวลาผ่อนคลาย หรือช่วยเสริมทักษะด้านอื่นๆ บ้าง แต่การเสริมทักษะต้องเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็กๆ ด้วย เช่น หากชอบเตะฟุตบอล อาจหาคอร์สที่ช่วยฝึกพื้นฐานการเตะฟุตบอลที่ถูกต้อง

6. กิจกรรมไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป

กิจกรรมควรมีความท้าทาย และใช้ความสามารถที่มีอยู่ให้เต็มที่ เพราะจะช่วยพัฒนาทักษะของเด็กด้วย

อ่านต่อ >> 10 กิจกรรมช่วงปิดเทอม ดีต่อใจ ร่างกาย และสมอง แถมสนุก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อยากให้ลูกแข็งแรง

อยากให้ลูกแข็งแรง พ่อแม่ต้องดูแลตัวเองก่อนตั้งครรภ์!

คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนมีความกังวลว่าลูกจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์ หากวางแผนที่จะมีลูกแล้วต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลตัวเองตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ อยากให้ลูกแข็งแรง ต้องไม่ดื่มสุราและสูบบุหรี่ เพราะมีผลอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโต และสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์

Continue reading “อยากให้ลูกแข็งแรง พ่อแม่ต้องดูแลตัวเองก่อนตั้งครรภ์!”

โรคไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อจากแม่สู่ลูก

โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นได้เฉพาะในผู้ใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้วโรคนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ และมักพบได้มากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หากปล่อยเอาไว้จนอาการเรื้อรัง อาจเสี่ยงถึงขั้นกลายเป็นมะเร็งได้

Continue reading “โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อจากแม่สู่ลูก”

ส่งลูกเรียน

พ่อแม่ ส่งลูกเรียน สูงๆ ทำถูกแล้วหรือ?

ส่งลูกเรียน ดีๆ สูงๆ จำเป็นจริงหรือ? บทความดีๆ ที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่คนไทยทุกคนได้อ่าน เสียสละเพียง 2-3 นาที เพื่ออนาคตของลูกน้อยในอีก 20 ปีข้างหน้า รีบอ่านแล้วคิดดูให้ดี!

ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อคุณมีลูก หนึ่งในความฝันของคนเป็นพ่อเป็นแม่เกือบทุกคน ที่ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับการกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้สำเร็จ เพื่อลูกรัก นั่นก็คือการ ส่งลูกเรียน ให้จบ เรียนในที่ดี และเรียนให้สูงที่สุด อย่างน้อยปริญญาตรี หรือจะให้ดีขอปริญญาโท นั่นก็หวังเพื่อให้ใบปริญญา ที่เราเรียกว่า “ใบเบิกทาง” นั้น นำพาลูกน้อยของเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

พ่อแม่ ส่งลูกเรียน สูงๆ ทำถูกแล้วหรือ?

ซึ่งทุกวันนี้พ่อแม่หลายคนก็มุ่งแต่ทำงานเก็บเงินให้เพียงพอต่อค่าการศึกษาของลูก ๆ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้เราวางแผนกันผิด ๆ เอาเงินที่เตรียมไว้จ่ายค่าเทอมลูกไปฝากออมทรัพย์เสียหมด ดอกเบี้ยก็แสนน้อยนิด สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตในการทำงานหาเงิน กลับไม่รู้จักวิธีที่จะให้เงินที่หามาทำงานแทนเรา ดังนั้นการวางแผนการลงทุนควบคู่ไปด้วยจึงมีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการเงินยาวๆ แบบนี้

เพื่อไม่ให้เงินที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจหามาเพื่อ ส่งลูกเรียน สูงๆ เรียนในที่ดีๆ ให้สูญเปล่าไป Amarin Baby & Kids มีบทความดีๆ จากเพจ นิ้วโป้ง Fundamental VI มาให้อ่าน ==เมื่อพ่อแม่ชาวไทย กำลังอัดเงินใส่การศึกษาลูก==

พ่อแม่ชาวไทย รักและห่วงลูกไม่แพ้ชาติใดในโลก

พ่อแม่ที่มีกำลัง จะจัดเต็มลูกรัก ตั้งแต่แรกตั้งครรภ์ ฝากท้องอย่างดี คลอดอย่างดี หมออย่างดี

และเป็นพ่อแม่ที่ “ตีค่าการศึกษาลูก” สูงเวอร์อย่างยิ่ง เช่น….

ออกกำลังกายลดต้นขา

6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา กับ 4 เคล็ดลับเพิ่มความสวย

ต้นขาใหญ่หลังคลอด ปัญหาที่แม่ส่วนใหญ่มักเผชิญ … พบกับ 6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา พร้อม 4 เคล็ดลับ เพิ่มเติมได้ที่นี่!

 

 

กลุ้มใจจริงจริ๊ง!! หลังคลอดลูกแล้วหุ่นไม่ฟิตแอนด์เฟิร์มเหมือนเมื่อก่อน แถมต้นขาก็ยังใหญ่และเผละไม่สวยงาม ใส่กางเกงยีนส์ก็ไม่สวยไม่ปัง แบบนี้จะแก้ไขด้วยวิธีไหนได้บ้างนะ?!

มีคุณแม่ท่านไหนที่กำลังเผชิญกับปัญหาต้นขาใหญ่ขึ้นหลังคลอดลูกกันอยู่บ้างหรือไม่คะ? ทราบไหมคะว่า ปัญหาดังกล่าวนี้สามารถแก้ไขได้!! หากแต่เพียงคุณแม่ ๆ แค่ปฏิบัติตาม 6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา และ 4 เคล็ดลับนี้ไว้ให้ได้ … จะมีท่าไหนแล้วต้องทำอย่างไร พร้อมกันหรือยังคะ หากพร้อมแล้วเราไปดูคำเฉลยนี้กันเลยค่ะ

สงกรานต์ 65

ลูกเป็นโรคไอกรน แพทย์เตือนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูก คอ และท่อลม ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ และทำให้เกิดอาการไอที่มีลักษณะเฉพาะ คุณพ่อ คุณแม่ ควรระมัดระวังไม่ให้ ลูกเป็นโรคไอกรน เพราะในเด็กทารก และเด็กเล็ก อาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

 

ลูกเป็นโรคไอกรน แพทย์เตือนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อมูลข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า กรมควบคุมโรคเตือนเกี่ยวกับโรคไอกรนในเด็ก หากพบว่าเด็กมีอาการไอเป็นชุดๆ ไอมาก ไอแล้วมีเสียงวู้ป ให้ระวังโรคไอกรน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “สถานการณ์โรคไอกรนในประเทศไทย ปี 2561 มีรายงานผู้ป่วยโรคไอกรน 12 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากที่สุดในเด็กอายุ 1-3 เดือน โดยในปีนี้พบผู้ป่วยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ราย และรายล่าสุดเป็นเด็กหญิง อายุ 2 เดือน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

โดยทั่วไปแล้วโรคไอกรนพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว มักพบได้มากในเด็กแรกเกิด และเด็กเล็ก โดยอาการจะรุนแรงมาก และมีอัตราการเสียชีวิตสูงในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จามรดกันโดยตรง

“ส่วนใหญ่แล้วโรคไอกรนจะหายได้เป็นปกติ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการไอมากๆ เช่น ปอดอักเสบ/ปอดบวม เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่พบได้ถึงประมาณ 20% ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ โดยเกิดจากการมีเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นเข้ามาแทรกซ้อนและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี”

“ภาวะปอดแฟบ (Atelectasis) ซึ่งเกิดจากการมีเสมหะเหนียวไปอุดในหลอดลมและถุงลม การไอที่รุนแรงและต่อเนื่องจะทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่และร่างกายขาดออกซิเจน ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบประสาททำให้เกิดอาการชักเกร็ง มีจุดเลือดออกในสมอง เกิดภาวะหยุดหายใจจนเสียชีวิตและส่งผลต่อระบบการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ซึ่งมักจะพบได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี”

“อาจพบหลอดลมอักเสบ, หูชั้นกลางอักเสบ, มีจุดเลือดออกตามผิวหนังบนใบหน้าและในสมอง, เลือดกำเดาไหล ในรายที่มีอาการไอรุนแรง มักมีเลือดออกที่ใต้ตาขาว ทำให้เห็นเป็นปื้นแดง หรือทำให้ขอบตาเขียวช้ำและบางครั้งอาจมีเลือดออกในสมองหรือในลูกตา แต่พบได้ไม่มาก”

 

สังเกตอย่างไรว่า ลูกเป็นโรคไอกรน?

หากคุณพ่อ คุณแม่ สงสัยว่า ลูกเป็นโรคไอกรน หรือไม่? และมีความกังวลอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งยังมีภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่ และอาจไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างครบถ้วน เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าลูกน้อยมีอาการของโรคไอกรน

วิธีสังเกตอาการโรคไอกรน

1.ระยะเป็นหวัด

  • มีอาการเหมือนโรคหวัดธรรมดาทั่วไป คือ มีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกไหล จาม ไอเล็กน้อย อ่อนเพลีย ตาแดง น้ำตาไหล
  • มีอาการไอแห้งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือ 7-10 วัน
2.ระยะไอรุนแรง

  • ไม่มีไข้ (ยกเว้นในรายที่มีโรคปอดอักเสบแทรกซ้อน) แต่มีอาการไอรุนแรง และหลังจากไอสิ้นสุดลงจะมีเสียงลักษณะเฉพาะ (เสียงวู้ป) เกิดขึ้น หรือหลังการไอมีอาเจียนตามมา ประมาณ 1-6 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 10 สัปดาห์ (ส่วนใหญ่ประมาณ 2-4 สัปดาห์) ความถี่ของช่วงที่มีอาการไอและความรุนแรงจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
  • อาการไอจะเกิดขึ้นเป็นพักๆ เด็กจะไอติดต่อกันครั้งละนานๆ จนตัวงอ และหายใจแทบไม่ทัน (ไอติดต่อกันประมาณ 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น แล้วหยุดไป แล้วเริ่มไอใหม่เป็นแบบนี้ซ้ำๆ) อาจเกิดขึ้นเพียง 5-10 รอบต่อวัน หรือเกิดขึ้นหลายสิบรอบในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง จะมีอาการไอมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก และอาการไอมักเกิดขึ้นถี่ขึ้นในตอนกลางคืนหรือเวลาที่ถูกอากาศเย็น ดื่มน้ำเย็นจัด ถูกฝุ่นหรือควันบุหรี่

3.ระยะฟื้นตัว

  • รับประทานอาหารได้มากขึ้น น้ำหนักตัวขึ้น และอาการไอค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ (ทั้งความรุนแรงของการไอและจำนวนครั้ง) จนหายสนิท รวมระยะของโรคทั้งหมดถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนใช้เวลาประมาณ 6-10 สัปดาห์
  • ถ้ามีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ก็อาจทำให้มีอาการไอติดต่อกันนานถึง 3 เดือน จึงเรียกว่า ไอ 3 เดือน หรือ ไอ 100 วัน

 

ลูกเป็นโรคไอกรน ทำยังไงดี?

หากคุณพ่อ คุณแม่สังเกตอาการแล้วพบว่าลูกน้อยมีความเสี่ยงเป็นโรคไอกรน สิ่งแรกที่ควรทำ คือ รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป หากอาการไม่รุนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียกลับไปรับประทานที่บ้าน โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1.ให้ลูกน้อยอยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อให้เสมหะใส และขับออกได้ง่าย

2.ควรให้รับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง เพื่อช่วยลดอาการอาเจียน หากมีอาการอาเจียนมาก ให้ทดแทนด้วยน้ำเกลือผสมเอง (น้ำต้มสุก 1 ขวด + น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ + เกลือแดง ½ ช้อนชา)

3.หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ เช่น การออกแรง การถูกฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันไฟ หรืออากาศที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป

4.การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ควรให้ในระยะแรก (ระยะเป็นหวัด) ที่เริ่มมีอาการไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะช่วยลดความรุนแรงและโรคแทรกซ้อนลงได้ แต่จะไม่ช่วยลดระยะเวลาของโรคให้สั้นลงได้ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

5.สำหรับเด็กอายุมากกว่า 1 ปี แนะนำให้ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อยๆ เพื่อบรรเทาอาการไอ

ป้องกันลูกน้อยจากโรคไอกรน

โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ พาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก รวม 5 เข็ม ตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยฉีดเข็มแรกอายุ 2 เดือน, เข็มที่ 2 อายุ 4 เดือน, เข็มที่ 3 อายุ 6 เดือน, เข็มที่ 4 อายุ 18 เดือน และเข็มที่ 5 เมื่ออายุประมาณ 4-6 ปี นอกจากนี้ควรปฏิบัติตัวเพื่อป้องกัน ดังนี้

1.หากพบว่ามีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน ควรแยกผู้ป่วยออกจากลูกน้อยอย่างน้อย 5 วัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือผู้ป่วย แยกน้ำดื่ม อาหารต่างๆ ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ของเล่น เป็นต้น และแยกห้องนอน

2.ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ป่วยโรคไอกรน

3.หากลูกน้อยยังเป็นเด็กทารก และมีผู้ป่วยโรคไอกรนอยู่ในบ้าน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เป็นโรคไอกรน

4.หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ อย่าใช้นิ้วมือขยี้ตา หรือแคะจมูก

เครดิต: MedThai

อ่านบทความที่หน้าสนใจเพิ่มเติม คลิก!!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

รวม 20 อาการต้องสงสัย ลูกไม่สบาย แบบนี้..! กำลังป่วยเป็นโรคอะไร?

 

 

ไทรอยด์

ไทรอยด์ เรื่องใกล้ตัวลูกตรวจได้ตั้งแต่แรกเกิด

ไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือ ไทรอยด์ เป็นพิษ เป็นอีกหนึ่งโรคที่คุณแม่ต้องระวัง เพราะมีผลสำรวจชี้ว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์มากกว่าผู้ชาย และส่งผลต่อลูกน้อย โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ และให้นมลูก มาลองสังเกตตัวเองกันหน่อยค่ะว่าคุณแม่มีอาการที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์หรือไม่?

Continue reading “ไทรอยด์ เรื่องใกล้ตัวลูกตรวจได้ตั้งแต่แรกเกิด”

ของใช้ทารก

ภาพหาดูยาก! 10 สิ่งประดิษฐ์ ของใช้ทารก สมัยโบราณ

คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นกันหรือไม่! นี่คือ ของใช้ทารก ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ 10 อย่าง นับเป็นภาพหาดูยาก! ว่าแต่จะมีของใช้เด็กทารกอะไรบ้าง รูปร่างหน้าตา จะแปลกแตกต่างไปจากปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ตามดูกันค่ะ

เรียกได้ว่า ของใช้ทารก นั้นถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่มาอย่างช้านานแล้ว ซึ่งปัจจุบันโลกของเราก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงนวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ของใช้สําหรับทารกแรกเกิด ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาให้กับคุณแม่สมัยใหม่โดยเฉพาะ ก็ถูกสร้าง ดัดแปลง เปลี่ยนโฉมมาเรื่อยๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานกับลูกน้อยมากที่สุด

ซึ่ง ของใช้ทารก ในต่างประเทศหรือบ้านเราก็มีมากมาย หลายทางเลือก แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่ากว่าจะมาถึงอุปกรณ์ที่พร้อมสรรพและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสบายเหล่านี้ สมัยก่อนคุณแม่ที่มีลูกๆ เขาเลี้ยงกันด้วย ของใช้ทารก ที่มีหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อช่วยเปิดหูเปิดตาคุณพ่อคุณแม่ Amarin Baby & Kids จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของใช้ทารก 10 อย่าง ในสมัยโบราณ จะมีอะไรบ้าง และรูปร่างหน้าตาจะแปลกแตกต่างไปจากปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ตามดูกันค่ะ

ภาพสุดยอด 10 สิ่งประดิษฐ์ ของใช้ทารก ในสมัยโบราณ

1. ขวดนมแก้วโบราณ

ของใช้ทารก

ขวดนมสำหรับเด็ก นับเป็น ของใช้ทารก ที่ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อสมัยที่ประเทศอังกฤษมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดในปีค.ศ.1855 โดยการนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต ซึ่งถือเป็นขวดนมยุคแรกที่ประเทศอังกฤษได้ผลิตในสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งนี้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อใช้เลี้ยงเด็กทารกเนื่องจากที่คุณแม่ลูกอ่อนไปทำงานด้วยความที่ประเทศอังกฤษอยู่ในเขตเมืองหนาวจึงต้องมีการออกแบบให้มีจุก 2 ทางเมื่อจุกฝั่ง 1 อุดตันแล้วเด็กก็สามารถดูดนมอีกฝั่ง 1 ได้เลยทันที

2. ที่นอนเด็กทารก

ของใช้ทารก

ของใช้เด็กทารก ที่ถูกผลิตในปี ค.ศ. 1916 เมื่อประชากรของโลกนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่อาศัยก็หนาแน่นขึ้น คนจำนวนมากกังวลเรื่องการเลี้ยงดูเด็กในพื้นที่แคบๆ ดังนั้นนักประดิษฐ์ก็ไม่ยอมนิ่งนอนใจ ทำการสร้างที่นอนเด็กขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งสามารถยื่นออกไปนอกตัวบ้านได้ โครงสร้างของเจ้าที่นอนนี้แข็งแรง โครงเหล็กที่รองเด็กสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม ซึ่งยังแข็งแรงพอที่จะต้านลมแรงๆ อีกทั้งยังมีหน้าต่างที่มีตาข่ายป้องกันไม่ให้เด็กปีนออกจากตัวเฉลียง และป้องกันแมลงรบกวนได้ด้วย จากรูปภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ที่นอนเด็กรุ่นนี้ใหญ่พอที่จะใส่รถเข็นเด็กทำให้คุณแม่ประหยัดเนื้อที่ในบ้านได้ คราวนี้เด็กทารกของเราก็จะมีช่วงเวลาที่ได้เห็นภายนอกบ้าน พร้อมรับบรรยากาศต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้นทีเดียว

3. เปลที่ไกวเองได้

ของใช้ทารก

สำหรับทารกแรกเกิดแล้ว เปลนี้ถูกประดิษฐ์มาเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตั้งแต่สมัยก่อน เช่นเดียวกับนักประดิษฐ์อย่าง Sheldon D. Vanderburgh ที่อยู่ในย่าน Hastings-on-Hudson ของ New York ปี ค.ศ.1917 ซึ่งไม่สามารถรับมือกับเด็กทารกที่กำลังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เขาจึงหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยการประดิษฐ์เปลขึ้นมา เริ่มจากการนำเปลจากตาข่าย (คล้ายๆ เปลญวน) โดยหุ้มตาข่ายรอบๆ ของบางอย่างที่เหมือนตะกร้า และแขวนมันไว้กับเฟรมไม้ขนาดใหญ่ Vanderburgh ตระหนักว่ามันจะดีไม่น้อยถ้าเปลของเขาสามารถไกวเองได้ เขาจึงติดมอเตอร์เข้าไป โดยเสียงตอนมอเตอร์ที่ทำงานเบาๆ ช่วยให้เด็กหลับสบายขึ้นอีกด้วยนะ

ของใช้ทารก

นอกจากนี้ Luther P. Jones นักประดิษฐ์ ในปี ค.ศ. 1920 ก็ได้สร้างเปลที่ไกวโดยใช้มอเตอร์แต่หรูหรามากกว่า เพราะตอนเด็กตื่นนอนจะพบว่าล้อที่เป็นฐานของเปลนั้น เคลื่อนที่ได้อีกด้วย

เมนูเห็ด

ข้าวหน้าเห็ดรวม เมนูเห็ด เพิ่มโปรตีน บำรุงสมองให้ลูกรัก

เห็ด แหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ เป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญต่อลูกน้อย โดยเฉพาะในวัยที่กำลังเจริญเติบโต (1 ขวบขึ้นไป) เชฟแม่หมีจึงมีสูตรเด็ด กับ ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่ เมนูเห็ด แสนอร่อย กินง่าย ช่วยเพิ่มโปรตีนให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี มาฝาก …แล้วในเมนูเห็ด นี้จะมีส่วนผสมของเห็ดอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่า…

เปิดสูตร ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่
เมนูเห็ด แสนอร่อย เพิ่มโปรตีนให้ลูกรัก

ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่ เป็นสูตร เมนูเห็ด ที่เชฟแม่หมีได้รวบรวม นำเอา เห็ดแต่ละชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่มากไปด้วยคุณประโยชน์ที่มีต่อลูกน้อยที่อยู่ในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโต ที่ต้องการสารอาหารจำพวกโปรตีนเป็นอย่างมาก เพราะ เห็ด จัดเป็นอาหารประเภทผักที่ปราศจากไขมัน ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลและเกลือค่อนข้างต่ำ และยังเป็น แหล่งโปรตีน ที่ดี เมื่อเทียบกับผักอีกหลายชนิด

รวม เมนูเห็ด

นอกจากนี้ เห็ด ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ  ได้แก่ วิตามิน B, แคลเซี่ยม, โพแทสเซี่ยม, ซีเลเนียม, เหล็ก  อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน ซึ่งรสชาติที่โดดเด่นนี้ มาจากการที่เห็ดมีกรดอะมิโนกลูตามิคเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นต่อมรับรู้รสที่ลิ้นให้มีความไวยิ่งขึ้น  และทำให้มีรสชาติคล้ายกับเนื้อสัตว์ ดังนั้น เห็ด จึงทำให้เกิดความรู้สึกเจริญอาหาร

และ เมนูเห็ด ที่เชฟแม่หมีนำมาฝากในครั้งนี้ ได้รวมมิตรเห็ดหลายชนิด มาไว้ในชามเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดฟาง และเห็ดหอม ซึ่งเห็ดแต่ละชนิดก็มีความอร่อยและ มีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้…

เงินน้อยแต่อยากเลี้ยงลูกให้ดี

9 วิธีแก้ปัญหาพ่อแม่ ไม่มีเงินเลี้ยงลูก บอกเลยช่วยได้!

ไม่มีเงินเลี้ยงลูก กลัวลูกไม่ได้ใช้ของดี กลัวน้อยหน้าคนอื่น … ปัญหานี้แก้ไขได้!! แค่ทำตาม 9 วิธีนี้

 

 

คนเราทุกคนเกิดมา ย่อมมีบุญวาสนาที่ต่างกัน การที่เรามีเงินน้อยหรือ ไม่มีเงินเลี้ยงลูก แล้วกลัวว่าจะเลี้ยงลูกออกมาได้ไม่ดีนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องเลยละค่ะ … จริงอยู่ที่ “เงิน” กลายเป็นปัจจัยที่ 6 สำหรับชีวิตของคนเรา แต่นั่นก็ไม่ได้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องตัดสินความดี หรือความสำเร็จได้ ดังจะเห็นได้จากคนดังหลาย ๆ คน ที่เริ่มจากศูนย์ แต่ด้วยความขยัน กตัญญูและอดทน ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีทรัพย์สินเงินทองมากมายได้

แต่สิ่งที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาพูดถึงในวันนี้นั้น ไม่ใช่การใช้มูลค่าเงินในการเลี้ยงลูก หากแต่เป็นการเลี้ยงลูกอย่างพอเพียง มีเท่าไหนใช้เท่านั้น และที่สำคัญแค่ปฏิบัติตาม 9 วิธีนี้ รับรองค่ะว่าสามารช่วยแก้ปัญหา ไม่มีเงินเลี้ยงลูก หรือมีน้อย ได้แน่!