อยากให้ลูกแข็งแรง

อยากให้ลูกแข็งแรง พ่อแม่ต้องดูแลตัวเองก่อนตั้งครรภ์!

คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนมีความกังวลว่าลูกจะไม่แข็งแรงสมบูรณ์ หากวางแผนที่จะมีลูกแล้วต้องเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลตัวเองตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ อยากให้ลูกแข็งแรง ต้องไม่ดื่มสุราและสูบบุหรี่ เพราะมีผลอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโต และสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์

Continue reading “อยากให้ลูกแข็งแรง พ่อแม่ต้องดูแลตัวเองก่อนตั้งครรภ์!”

โรคไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อจากแม่สู่ลูก

โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นได้เฉพาะในผู้ใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้วโรคนี้พบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่งที่สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ และมักพบได้มากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หากปล่อยเอาไว้จนอาการเรื้อรัง อาจเสี่ยงถึงขั้นกลายเป็นมะเร็งได้

Continue reading “โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อจากแม่สู่ลูก”

ส่งลูกเรียน

พ่อแม่ ส่งลูกเรียน สูงๆ ทำถูกแล้วหรือ?

ส่งลูกเรียน ดีๆ สูงๆ จำเป็นจริงหรือ? บทความดีๆ ที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่คนไทยทุกคนได้อ่าน เสียสละเพียง 2-3 นาที เพื่ออนาคตของลูกน้อยในอีก 20 ปีข้างหน้า รีบอ่านแล้วคิดดูให้ดี!

ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อคุณมีลูก หนึ่งในความฝันของคนเป็นพ่อเป็นแม่เกือบทุกคน ที่ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับการกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้สำเร็จ เพื่อลูกรัก นั่นก็คือการ ส่งลูกเรียน ให้จบ เรียนในที่ดี และเรียนให้สูงที่สุด อย่างน้อยปริญญาตรี หรือจะให้ดีขอปริญญาโท นั่นก็หวังเพื่อให้ใบปริญญา ที่เราเรียกว่า “ใบเบิกทาง” นั้น นำพาลูกน้อยของเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

พ่อแม่ ส่งลูกเรียน สูงๆ ทำถูกแล้วหรือ?

ซึ่งทุกวันนี้พ่อแม่หลายคนก็มุ่งแต่ทำงานเก็บเงินให้เพียงพอต่อค่าการศึกษาของลูก ๆ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้เราวางแผนกันผิด ๆ เอาเงินที่เตรียมไว้จ่ายค่าเทอมลูกไปฝากออมทรัพย์เสียหมด ดอกเบี้ยก็แสนน้อยนิด สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งที่ทุ่มเททั้งชีวิตในการทำงานหาเงิน กลับไม่รู้จักวิธีที่จะให้เงินที่หามาทำงานแทนเรา ดังนั้นการวางแผนการลงทุนควบคู่ไปด้วยจึงมีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการเงินยาวๆ แบบนี้

เพื่อไม่ให้เงินที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจหามาเพื่อ ส่งลูกเรียน สูงๆ เรียนในที่ดีๆ ให้สูญเปล่าไป Amarin Baby & Kids มีบทความดีๆ จากเพจ นิ้วโป้ง Fundamental VI มาให้อ่าน ==เมื่อพ่อแม่ชาวไทย กำลังอัดเงินใส่การศึกษาลูก==

พ่อแม่ชาวไทย รักและห่วงลูกไม่แพ้ชาติใดในโลก

พ่อแม่ที่มีกำลัง จะจัดเต็มลูกรัก ตั้งแต่แรกตั้งครรภ์ ฝากท้องอย่างดี คลอดอย่างดี หมออย่างดี

และเป็นพ่อแม่ที่ “ตีค่าการศึกษาลูก” สูงเวอร์อย่างยิ่ง เช่น….

ออกกำลังกายลดต้นขา

6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา กับ 4 เคล็ดลับเพิ่มความสวย

ต้นขาใหญ่หลังคลอด ปัญหาที่แม่ส่วนใหญ่มักเผชิญ … พบกับ 6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา พร้อม 4 เคล็ดลับ เพิ่มเติมได้ที่นี่!

 

 

กลุ้มใจจริงจริ๊ง!! หลังคลอดลูกแล้วหุ่นไม่ฟิตแอนด์เฟิร์มเหมือนเมื่อก่อน แถมต้นขาก็ยังใหญ่และเผละไม่สวยงาม ใส่กางเกงยีนส์ก็ไม่สวยไม่ปัง แบบนี้จะแก้ไขด้วยวิธีไหนได้บ้างนะ?!

มีคุณแม่ท่านไหนที่กำลังเผชิญกับปัญหาต้นขาใหญ่ขึ้นหลังคลอดลูกกันอยู่บ้างหรือไม่คะ? ทราบไหมคะว่า ปัญหาดังกล่าวนี้สามารถแก้ไขได้!! หากแต่เพียงคุณแม่ ๆ แค่ปฏิบัติตาม 6 ท่า ออกกำลังกายลดต้นขา และ 4 เคล็ดลับนี้ไว้ให้ได้ … จะมีท่าไหนแล้วต้องทำอย่างไร พร้อมกันหรือยังคะ หากพร้อมแล้วเราไปดูคำเฉลยนี้กันเลยค่ะ

สงกรานต์ 65

ลูกเป็นโรคไอกรน แพทย์เตือนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ จมูก คอ และท่อลม ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ และทำให้เกิดอาการไอที่มีลักษณะเฉพาะ คุณพ่อ คุณแม่ ควรระมัดระวังไม่ให้ ลูกเป็นโรคไอกรน เพราะในเด็กทารก และเด็กเล็ก อาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

 

ลูกเป็นโรคไอกรน แพทย์เตือนเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อมูลข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า กรมควบคุมโรคเตือนเกี่ยวกับโรคไอกรนในเด็ก หากพบว่าเด็กมีอาการไอเป็นชุดๆ ไอมาก ไอแล้วมีเสียงวู้ป ให้ระวังโรคไอกรน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “สถานการณ์โรคไอกรนในประเทศไทย ปี 2561 มีรายงานผู้ป่วยโรคไอกรน 12 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต พบมากที่สุดในเด็กอายุ 1-3 เดือน โดยในปีนี้พบผู้ป่วยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ราย และรายล่าสุดเป็นเด็กหญิง อายุ 2 เดือน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

โดยทั่วไปแล้วโรคไอกรนพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว มักพบได้มากในเด็กแรกเกิด และเด็กเล็ก โดยอาการจะรุนแรงมาก และมีอัตราการเสียชีวิตสูงในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จามรดกันโดยตรง

“ส่วนใหญ่แล้วโรคไอกรนจะหายได้เป็นปกติ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการไอมากๆ เช่น ปอดอักเสบ/ปอดบวม เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่พบได้ถึงประมาณ 20% ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ โดยเกิดจากการมีเชื้อแบคทีเรียตัวอื่นเข้ามาแทรกซ้อนและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี”

“ภาวะปอดแฟบ (Atelectasis) ซึ่งเกิดจากการมีเสมหะเหนียวไปอุดในหลอดลมและถุงลม การไอที่รุนแรงและต่อเนื่องจะทำให้หายใจได้ไม่เต็มที่และร่างกายขาดออกซิเจน ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบประสาททำให้เกิดอาการชักเกร็ง มีจุดเลือดออกในสมอง เกิดภาวะหยุดหายใจจนเสียชีวิตและส่งผลต่อระบบการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ซึ่งมักจะพบได้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี”

“อาจพบหลอดลมอักเสบ, หูชั้นกลางอักเสบ, มีจุดเลือดออกตามผิวหนังบนใบหน้าและในสมอง, เลือดกำเดาไหล ในรายที่มีอาการไอรุนแรง มักมีเลือดออกที่ใต้ตาขาว ทำให้เห็นเป็นปื้นแดง หรือทำให้ขอบตาเขียวช้ำและบางครั้งอาจมีเลือดออกในสมองหรือในลูกตา แต่พบได้ไม่มาก”

 

สังเกตอย่างไรว่า ลูกเป็นโรคไอกรน?

หากคุณพ่อ คุณแม่ สงสัยว่า ลูกเป็นโรคไอกรน หรือไม่? และมีความกังวลอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งยังมีภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่ และอาจไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างครบถ้วน เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าลูกน้อยมีอาการของโรคไอกรน

วิธีสังเกตอาการโรคไอกรน

1.ระยะเป็นหวัด

  • มีอาการเหมือนโรคหวัดธรรมดาทั่วไป คือ มีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกไหล จาม ไอเล็กน้อย อ่อนเพลีย ตาแดง น้ำตาไหล
  • มีอาการไอแห้งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือ 7-10 วัน
2.ระยะไอรุนแรง

  • ไม่มีไข้ (ยกเว้นในรายที่มีโรคปอดอักเสบแทรกซ้อน) แต่มีอาการไอรุนแรง และหลังจากไอสิ้นสุดลงจะมีเสียงลักษณะเฉพาะ (เสียงวู้ป) เกิดขึ้น หรือหลังการไอมีอาเจียนตามมา ประมาณ 1-6 สัปดาห์ หรืออาจนานถึง 10 สัปดาห์ (ส่วนใหญ่ประมาณ 2-4 สัปดาห์) ความถี่ของช่วงที่มีอาการไอและความรุนแรงจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ
  • อาการไอจะเกิดขึ้นเป็นพักๆ เด็กจะไอติดต่อกันครั้งละนานๆ จนตัวงอ และหายใจแทบไม่ทัน (ไอติดต่อกันประมาณ 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น แล้วหยุดไป แล้วเริ่มไอใหม่เป็นแบบนี้ซ้ำๆ) อาจเกิดขึ้นเพียง 5-10 รอบต่อวัน หรือเกิดขึ้นหลายสิบรอบในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง จะมีอาการไอมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก และอาการไอมักเกิดขึ้นถี่ขึ้นในตอนกลางคืนหรือเวลาที่ถูกอากาศเย็น ดื่มน้ำเย็นจัด ถูกฝุ่นหรือควันบุหรี่

3.ระยะฟื้นตัว

  • รับประทานอาหารได้มากขึ้น น้ำหนักตัวขึ้น และอาการไอค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ (ทั้งความรุนแรงของการไอและจำนวนครั้ง) จนหายสนิท รวมระยะของโรคทั้งหมดถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนใช้เวลาประมาณ 6-10 สัปดาห์
  • ถ้ามีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ก็อาจทำให้มีอาการไอติดต่อกันนานถึง 3 เดือน จึงเรียกว่า ไอ 3 เดือน หรือ ไอ 100 วัน

 

ลูกเป็นโรคไอกรน ทำยังไงดี?

หากคุณพ่อ คุณแม่สังเกตอาการแล้วพบว่าลูกน้อยมีความเสี่ยงเป็นโรคไอกรน สิ่งแรกที่ควรทำ คือ รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป หากอาการไม่รุนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียกลับไปรับประทานที่บ้าน โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1.ให้ลูกน้อยอยู่ในที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อให้เสมหะใส และขับออกได้ง่าย

2.ควรให้รับประทานอาหารทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง เพื่อช่วยลดอาการอาเจียน หากมีอาการอาเจียนมาก ให้ทดแทนด้วยน้ำเกลือผสมเอง (น้ำต้มสุก 1 ขวด + น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ + เกลือแดง ½ ช้อนชา)

3.หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ เช่น การออกแรง การถูกฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันไฟ หรืออากาศที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป

4.การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ควรให้ในระยะแรก (ระยะเป็นหวัด) ที่เริ่มมีอาการไม่เกิน 1 สัปดาห์ จะช่วยลดความรุนแรงและโรคแทรกซ้อนลงได้ แต่จะไม่ช่วยลดระยะเวลาของโรคให้สั้นลงได้ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

5.สำหรับเด็กอายุมากกว่า 1 ปี แนะนำให้ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อยๆ เพื่อบรรเทาอาการไอ

ป้องกันลูกน้อยจากโรคไอกรน

โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ พาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก รวม 5 เข็ม ตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยฉีดเข็มแรกอายุ 2 เดือน, เข็มที่ 2 อายุ 4 เดือน, เข็มที่ 3 อายุ 6 เดือน, เข็มที่ 4 อายุ 18 เดือน และเข็มที่ 5 เมื่ออายุประมาณ 4-6 ปี นอกจากนี้ควรปฏิบัติตัวเพื่อป้องกัน ดังนี้

1.หากพบว่ามีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน ควรแยกผู้ป่วยออกจากลูกน้อยอย่างน้อย 5 วัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือผู้ป่วย แยกน้ำดื่ม อาหารต่างๆ ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ของเล่น เป็นต้น และแยกห้องนอน

2.ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ป่วยโรคไอกรน

3.หากลูกน้อยยังเป็นเด็กทารก และมีผู้ป่วยโรคไอกรนอยู่ในบ้าน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เป็นโรคไอกรน

4.หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ อย่าใช้นิ้วมือขยี้ตา หรือแคะจมูก

เครดิต: MedThai

อ่านบทความที่หน้าสนใจเพิ่มเติม คลิก!!

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

รวม 20 อาการต้องสงสัย ลูกไม่สบาย แบบนี้..! กำลังป่วยเป็นโรคอะไร?

 

 

ไทรอยด์

ไทรอยด์ เรื่องใกล้ตัวลูกตรวจได้ตั้งแต่แรกเกิด

ไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือ ไทรอยด์ เป็นพิษ เป็นอีกหนึ่งโรคที่คุณแม่ต้องระวัง เพราะมีผลสำรวจชี้ว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์มากกว่าผู้ชาย และส่งผลต่อลูกน้อย โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ และให้นมลูก มาลองสังเกตตัวเองกันหน่อยค่ะว่าคุณแม่มีอาการที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์หรือไม่?

Continue reading “ไทรอยด์ เรื่องใกล้ตัวลูกตรวจได้ตั้งแต่แรกเกิด”

ของใช้ทารก

ภาพหาดูยาก! 10 สิ่งประดิษฐ์ ของใช้ทารก สมัยโบราณ

คุณพ่อคุณแม่เคยเห็นกันหรือไม่! นี่คือ ของใช้ทารก ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ 10 อย่าง นับเป็นภาพหาดูยาก! ว่าแต่จะมีของใช้เด็กทารกอะไรบ้าง รูปร่างหน้าตา จะแปลกแตกต่างไปจากปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ตามดูกันค่ะ

เรียกได้ว่า ของใช้ทารก นั้นถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่มาอย่างช้านานแล้ว ซึ่งปัจจุบันโลกของเราก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงนวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ของใช้สําหรับทารกแรกเกิด ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาให้กับคุณแม่สมัยใหม่โดยเฉพาะ ก็ถูกสร้าง ดัดแปลง เปลี่ยนโฉมมาเรื่อยๆ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานกับลูกน้อยมากที่สุด

ซึ่ง ของใช้ทารก ในต่างประเทศหรือบ้านเราก็มีมากมาย หลายทางเลือก แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่ากว่าจะมาถึงอุปกรณ์ที่พร้อมสรรพและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสบายเหล่านี้ สมัยก่อนคุณแม่ที่มีลูกๆ เขาเลี้ยงกันด้วย ของใช้ทารก ที่มีหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อช่วยเปิดหูเปิดตาคุณพ่อคุณแม่ Amarin Baby & Kids จึงขอพาไปทำความรู้จักกับ สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของใช้ทารก 10 อย่าง ในสมัยโบราณ จะมีอะไรบ้าง และรูปร่างหน้าตาจะแปลกแตกต่างไปจากปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ตามดูกันค่ะ

ภาพสุดยอด 10 สิ่งประดิษฐ์ ของใช้ทารก ในสมัยโบราณ

1. ขวดนมแก้วโบราณ

ของใช้ทารก

ขวดนมสำหรับเด็ก นับเป็น ของใช้ทารก ที่ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อสมัยที่ประเทศอังกฤษมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดในปีค.ศ.1855 โดยการนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต ซึ่งถือเป็นขวดนมยุคแรกที่ประเทศอังกฤษได้ผลิตในสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งนี้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อใช้เลี้ยงเด็กทารกเนื่องจากที่คุณแม่ลูกอ่อนไปทำงานด้วยความที่ประเทศอังกฤษอยู่ในเขตเมืองหนาวจึงต้องมีการออกแบบให้มีจุก 2 ทางเมื่อจุกฝั่ง 1 อุดตันแล้วเด็กก็สามารถดูดนมอีกฝั่ง 1 ได้เลยทันที

2. ที่นอนเด็กทารก

ของใช้ทารก

ของใช้เด็กทารก ที่ถูกผลิตในปี ค.ศ. 1916 เมื่อประชากรของโลกนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่อาศัยก็หนาแน่นขึ้น คนจำนวนมากกังวลเรื่องการเลี้ยงดูเด็กในพื้นที่แคบๆ ดังนั้นนักประดิษฐ์ก็ไม่ยอมนิ่งนอนใจ ทำการสร้างที่นอนเด็กขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งสามารถยื่นออกไปนอกตัวบ้านได้ โครงสร้างของเจ้าที่นอนนี้แข็งแรง โครงเหล็กที่รองเด็กสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม ซึ่งยังแข็งแรงพอที่จะต้านลมแรงๆ อีกทั้งยังมีหน้าต่างที่มีตาข่ายป้องกันไม่ให้เด็กปีนออกจากตัวเฉลียง และป้องกันแมลงรบกวนได้ด้วย จากรูปภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ที่นอนเด็กรุ่นนี้ใหญ่พอที่จะใส่รถเข็นเด็กทำให้คุณแม่ประหยัดเนื้อที่ในบ้านได้ คราวนี้เด็กทารกของเราก็จะมีช่วงเวลาที่ได้เห็นภายนอกบ้าน พร้อมรับบรรยากาศต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้นทีเดียว

3. เปลที่ไกวเองได้

ของใช้ทารก

สำหรับทารกแรกเกิดแล้ว เปลนี้ถูกประดิษฐ์มาเพื่ออำนวยความสะดวกให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ตั้งแต่สมัยก่อน เช่นเดียวกับนักประดิษฐ์อย่าง Sheldon D. Vanderburgh ที่อยู่ในย่าน Hastings-on-Hudson ของ New York ปี ค.ศ.1917 ซึ่งไม่สามารถรับมือกับเด็กทารกที่กำลังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เขาจึงหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยการประดิษฐ์เปลขึ้นมา เริ่มจากการนำเปลจากตาข่าย (คล้ายๆ เปลญวน) โดยหุ้มตาข่ายรอบๆ ของบางอย่างที่เหมือนตะกร้า และแขวนมันไว้กับเฟรมไม้ขนาดใหญ่ Vanderburgh ตระหนักว่ามันจะดีไม่น้อยถ้าเปลของเขาสามารถไกวเองได้ เขาจึงติดมอเตอร์เข้าไป โดยเสียงตอนมอเตอร์ที่ทำงานเบาๆ ช่วยให้เด็กหลับสบายขึ้นอีกด้วยนะ

ของใช้ทารก

นอกจากนี้ Luther P. Jones นักประดิษฐ์ ในปี ค.ศ. 1920 ก็ได้สร้างเปลที่ไกวโดยใช้มอเตอร์แต่หรูหรามากกว่า เพราะตอนเด็กตื่นนอนจะพบว่าล้อที่เป็นฐานของเปลนั้น เคลื่อนที่ได้อีกด้วย

เมนูเห็ด

ข้าวหน้าเห็ดรวม เมนูเห็ด เพิ่มโปรตีน บำรุงสมองให้ลูกรัก

เห็ด แหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ เป็นหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญต่อลูกน้อย โดยเฉพาะในวัยที่กำลังเจริญเติบโต (1 ขวบขึ้นไป) เชฟแม่หมีจึงมีสูตรเด็ด กับ ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่ เมนูเห็ด แสนอร่อย กินง่าย ช่วยเพิ่มโปรตีนให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี มาฝาก …แล้วในเมนูเห็ด นี้จะมีส่วนผสมของเห็ดอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่า…

เปิดสูตร ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่
เมนูเห็ด แสนอร่อย เพิ่มโปรตีนให้ลูกรัก

ข้าวหน้าเห็ดรวมใส่ไก่ เป็นสูตร เมนูเห็ด ที่เชฟแม่หมีได้รวบรวม นำเอา เห็ดแต่ละชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่มากไปด้วยคุณประโยชน์ที่มีต่อลูกน้อยที่อยู่ในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโต ที่ต้องการสารอาหารจำพวกโปรตีนเป็นอย่างมาก เพราะ เห็ด จัดเป็นอาหารประเภทผักที่ปราศจากไขมัน ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลและเกลือค่อนข้างต่ำ และยังเป็น แหล่งโปรตีน ที่ดี เมื่อเทียบกับผักอีกหลายชนิด

รวม เมนูเห็ด

นอกจากนี้ เห็ด ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ  ได้แก่ วิตามิน B, แคลเซี่ยม, โพแทสเซี่ยม, ซีเลเนียม, เหล็ก  อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน ซึ่งรสชาติที่โดดเด่นนี้ มาจากการที่เห็ดมีกรดอะมิโนกลูตามิคเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นต่อมรับรู้รสที่ลิ้นให้มีความไวยิ่งขึ้น  และทำให้มีรสชาติคล้ายกับเนื้อสัตว์ ดังนั้น เห็ด จึงทำให้เกิดความรู้สึกเจริญอาหาร

และ เมนูเห็ด ที่เชฟแม่หมีนำมาฝากในครั้งนี้ ได้รวมมิตรเห็ดหลายชนิด มาไว้ในชามเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เห็ดออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดฟาง และเห็ดหอม ซึ่งเห็ดแต่ละชนิดก็มีความอร่อยและ มีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้…

เงินน้อยแต่อยากเลี้ยงลูกให้ดี

9 วิธีแก้ปัญหาพ่อแม่ ไม่มีเงินเลี้ยงลูก บอกเลยช่วยได้!

ไม่มีเงินเลี้ยงลูก กลัวลูกไม่ได้ใช้ของดี กลัวน้อยหน้าคนอื่น … ปัญหานี้แก้ไขได้!! แค่ทำตาม 9 วิธีนี้

 

 

คนเราทุกคนเกิดมา ย่อมมีบุญวาสนาที่ต่างกัน การที่เรามีเงินน้อยหรือ ไม่มีเงินเลี้ยงลูก แล้วกลัวว่าจะเลี้ยงลูกออกมาได้ไม่ดีนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องเลยละค่ะ … จริงอยู่ที่ “เงิน” กลายเป็นปัจจัยที่ 6 สำหรับชีวิตของคนเรา แต่นั่นก็ไม่ได้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องตัดสินความดี หรือความสำเร็จได้ ดังจะเห็นได้จากคนดังหลาย ๆ คน ที่เริ่มจากศูนย์ แต่ด้วยความขยัน กตัญญูและอดทน ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง มีทรัพย์สินเงินทองมากมายได้

แต่สิ่งที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาพูดถึงในวันนี้นั้น ไม่ใช่การใช้มูลค่าเงินในการเลี้ยงลูก หากแต่เป็นการเลี้ยงลูกอย่างพอเพียง มีเท่าไหนใช้เท่านั้น และที่สำคัญแค่ปฏิบัติตาม 9 วิธีนี้ รับรองค่ะว่าสามารช่วยแก้ปัญหา ไม่มีเงินเลี้ยงลูก หรือมีน้อย ได้แน่!

ตื่นเช้า อายุยืน

วิจัยชี้! ตื่นเช้า อายุยืน นอนตื่นสายเสี่ยงอายุสั้น

พบกับงานวิจัยที่ว่าคน ตื่นเช้า อายุยืน กว่าคนที่นอนตื่นสาย … แถมคนนอนตื่นสายยังเสี่ยงอายุสั้นอีกด้วย

 

 

คนทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง การจะใช้เวลาได้อย่างเพียงพอ คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ที่สุดนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลา เฉกเช่นเดียวกับการพักผ่อน พวกเราทุกคนอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน เมื่อถึงเวลาค่ำมืด ก็ค่ำมืดพร้อมกัน เมื่อถึงเวลาสว่างก็สว่างพร้อมกันเช่นกัน แล้วทำไมคนเราถึงชอบพูดว่า เวลามีไม่มากพอ

หลายคนที่ชอบนอนตื่นสายอาจจะคิดว่า ทำไมฉันต้องตื่นเช้าด้วย ตื่นเช้ามาก็ไม่ได้ทำอะไร สู้นอนตื่นสาย ๆ ยังดีเสียกว่าอีก … สำหรับวันหยุดอาจจะใช่ค่ะ แต่ถ้าในวันทำงาน คุณยังมีความคิดเช่นนี้อยู่ละก็ … คุณพ่อคุณแม่อาจจะไปทำงานสายได้ หรือต่อให้นอนดึกตื่นเช้า ไปทำงานได้ทัน ก็ไม่ได้ส่งผลดีกับร่างกายแต่อย่างใด

ความสัมพันธ์ในครอบครัว

ความสัมพันธ์ในครอบครัว สำคัญมากต่ออนาคตลูก

ความสัมพันธ์ในครอบครัว สำคัญอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวันของลูก เพราะเด็กจะเป็นคนดีได้ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของครอบครัวที่แน่นแฟ้น ด้วยการให้ความรัก ความเอาใจใส่ การอบรมสั่งสอน และเป็นแบบอย่างที่ดี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกของเรารู้จักยอมรับผู้อื่น และมองโลกในแง่ดีได้

Continue reading “ความสัมพันธ์ในครอบครัว สำคัญมากต่ออนาคตลูก”

กินของหวาน ระวังฟันผุ

เตือนพ่อแม่ระวัง! ปล่อยลูก กินของหวาน ระวังฟันผุ จนต้องถอน!

บ้านไหนชอบให้ลูก กินของหวาน ระวังฟันผุ จนต้องถอน … พร้อมคลิปเทคนิคเปลี่ยนลูกไม่ให้ติดหวาน!

 

 

ของหวานกับเด็ก ถือเป็นของคู่กัน จะไม่ให้ทานเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่จะให้ทานมากเกินไปก็ย่อมไม่ใช่เรื่องดี วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids อยากจะขอนำเสนอเรื่องราวของหนูน้อยคนหนึ่ง ที่หัดกินของหรือขนมหวานตั้งแต่มีอายุได้ 3 ปี วันเวลาผ่านไปเด็กคนนี้เริ่มมีปัญหาเรื่องการกินข้าว ส่งผลทำให้น้ำหนักของเขา ต่ำลงกว่ามาตรฐาน

จนกระทั่งเด็กน้อยคนนี้มีอายุครบ 11 ปี เขาก็ยังคงกินของหวานไม่หยุด จนผลสุดท้ายฟันของเขาก็ผุหมดไปทั้งปาก ทำให้คุณหมอต้องช่วยรักษาด้วยการถอนฟัน!

เรื่องราวนี้อาจไม่ใช่เรื่องราวแรกที่จะมาเตือนสติพ่อแม่ ที่ปล่อยให้ลูกได้กินหวานมากไป จนเกิดฟันผุ แต่อย่างไรก็ดีเราไปดูกันดีกว่านะคะว่า ฟันผุ นั้นเกิดจากอะไรกันแน่ พร้อมกับเทคนิคเปลี่ยนลูกไม่ให้ติดหวาน

กินของหวาน ระวังฟันผุ คืออะไร?

ฟันผุ หลายคนเรียก แมงกินฟัน ฟันเป็นรู หรือฟันเป็นโพรง ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่ชอบกินของหวาน หรือน้ำตาลและไม่ได้แปรงฟันให้สะอาด

สุขภาพดี ไม่มีโรค

5 วิธีควรทำเพื่อคนในครอบครัวมี สุขภาพดี ไม่มีโรค

อยากให้ลูก สามี และภรรยามี สุขภาพดี ไม่มีโรค … แพทย์แนะต้องทำ 5 วิธีนี้!

 

 

การไม่มีโรคภัย ถือเป็นลาภอันประเสริฐสุดสำหรับมนุษย์เรา หากแต่จะทำอย่างไรให้ร่างกายมี สุขภาพดี ไม่มีโรค วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอหยิบยกบทความของคุณหมอท่านหนึ่งมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

“เมื่อลูกหลานของคุณกลับมาบ้านพร้อมกับมือที่สกปรกและมีเชื้อไวรัส เชื่อเถอะว่า ภายใน 4 ชั่วโมง เชื้อโรคดังกล่าวจะแพร่กระจายไปทั่วบ้านได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์” ดร. ชาลส์ เกอร์บากล่าว … แค่เริ่มต้นก็น่ากลัวจนขนลุกแล้วใช่ไหมละคะ เพราะฉะนั้น เราต้องป้องกันและอย่าได้ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับบ้านของเรา และสมาชิกในครอบครัวให้ได้มากที่สุด!

อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ

อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ เสี่ยงมะเร็ง-ทำร้ายสมองหรือไม่?

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆท่าน จะต้องเคยมีพฤติกรรมที่ชอบวางโทรศัพท์มือถือไว้บ้างศีรษะขณะนอนหลับอย่างแน่นอน ซึ่งก็มีคำถามว่า อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ จะทำให้เสี่ยงมะเร็ง รวมถึงทำร้ายสมองของเราจริงหรือไม่? วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

 

อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ

อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ เสี่ยงมะเร็ง และทำร้ายสมองหรือไม่?

พฤติกรรมการวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างศรีษะขณะนอนหลับ เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยมากๆค่ะในปัจจุบัน เพราะคนส่วนใหญ่มักจะชอบเล่นมือถือก่อนนอน หรืออาจจะด้วยเหตุผลว่ากังวลว่าจะมีธุระด่วน หรือบางครั้งก็ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือข้างตัวเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเกิดพฤติกรรมแบบนี้มากขึ้น ก็ทำให้มีคำถามว่าจะได้รับ อันตรายจากคลื่นโทรศัพท์มือถือ จนเกิดภาวะเสี่ยงต่อมะเร็งสมอง หรือทำร้ายสมอง หรือภาวะอัลไซเมอร์หรือไม่? คำตอบคือ…

สัญญาณโทรศัพท์มือถือ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่นไมโครเวฟ โดยองค์การอนามัยโลก กำหนดให้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งเพียงในระดับ 2B เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า สัญญาณดังกล่าว อาจจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ แต่อยู่ในระดับของความเป็นไปได้ที่ต่ำมาก ไม่ได้อยู่ในระดับ 2A ที่น่าจะก่อให้เกิดมะเร็ง

โดยนักวิจัยจากหลายประเทศทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลนี้ เพื่อค้นหาข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีงานวิจัยจากประเทศอังกฤษออกมาเปิดเผยว่า คลื่นไมโครเวฟจากโทรศัพท์มือถือก็มีผลต่อสมอง ในแง่ที่ทำให้สมองมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำถามแบบ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ได้รวดเร็วขึ้น แต่ไม่มีผลต่อการทำงานของสมองในแง่อื่น ๆ และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นอันตรายต่อสมอง

อย่างไรก็ตาม ก็มีรายงานการวิจัยจากต่างประเทศบางส่วน ระบุว่า โทรศัพท์มือถือก็มีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ก็ยังเป็นการวิจัยที่มีข้อบกพร่อง และยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า สัญญาณมือถือสามารถก่อมะเร็งได้จริง

 

อันตรายของ สัญญาณโทรศัพท์มือถือ

แม้ว่าสัญญาณมือถืออาจจะไม่อันตรายจากที่กล่าวมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สัญญาณมือถือจะไม่เป็นอันตรายเลยนะคะแม่ๆ เพราะตัวสัญญาณอยู่ในกลุ่มไอโอไนท์ คือ กลุ่มความร้อน ดังนั้น เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือแนบหูนานๆ ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อระบบสมองให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้ เช่น เครียด หงุดหงิด ซึมเศร้า หรือคลื่นไส้ ดังนั้น จึงไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ เพราะอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดจนอุบัติเหตุหรือเสียชีวิต เพียงเสี้ยววินาทีได้

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ความจริงแล้วนั้น แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ น่าจะเป็นสิ่งที่กังวลมากกว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือเสียอีก เนื่องจากแบตเตอรี่บางชนิดนั้นถูกผลิตมาอย่างไม่ได้มาตรฐาน เมื่อใช้ไปนานๆ หรืออยู่ในระหว่างชาร์จไฟด้วย ก็ยิ่งอาจจะทำให้เกิดอาการบวม ชำรุดเสียหาย ไหม้ หรือระเบิดขึ้นได้ ทเป็นอันตรายมากๆค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  mgronline

 

แพทย์เตือน การเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอน ส่งผลต่อสุขภาพ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นครธน แฟมิลี่ คลับ

โรงพยาบาลนครธน เปิดตัวแคมเปญ “นครธน แฟมิลี่ คลับ” เพื่อคนรักสุขภาพ

เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา โรงพยาบาลนครธน เอาใจคุณพ่อคุณแม่ และครอบครัวย่านพระราม 2 จัดงานมหากรรมสุขภาพครั้งยิ่งใหญ่ กับงาน นครธน แฟมิลี่ คลับ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 โดยภายในงานได้มีการนำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาให้คำยปรึกษาปัญหาสุขภาพกับทุกครอบครัว พร้อมทั้งมีกิจกรรมตรวจสุขภาพ เช่น การตรวจมวลกระดูก การตรวจสุขภาพตับ รวมถึงนวัตกรรมที่ทันสมัยต่างๆของโรงพยาบาล และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆอีกมากมาย แต่ที่เป็นไฮไลท์ ก็คือ การเปิดรับสมัครสมาชิกบัตร นครธน แฟมิลี่ คลับ ที่จะมอบสิทธิประโยชน์ให้กับครอบครัวสมาชิกแบบพิเศษเมื่อมาใช้บริการที่โรงพยาบาลนครธน

ซึ่งนอกจากกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพมากมายภายในงานแล้ว งานนี้คู่แม่ลูกสุดฮอต แม่โบว์ แวนดา และ น้องมะลิ พาขวัญ ก็มาร่วมเสวนาพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพของเด็ก กับแพทย์ผู้เขี่ยวชาญอีกด้วยค่ะ

นครธน แฟมิลี่ คลับ

 

น้องมะลิ
แม่โบว์ น้องมะลิ ร่วมงานเปิดตัว นครธน แฟมิลี่ คลับ

 

โรงพยาบาลนครธน

สำหรับงานเปิดตัว นครธน แฟมิลี่ คลับ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 – 22 เมษายนนี้ ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 คุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่สนใจ ก็สามารถแวะไปร่วมงานได้ค่ะ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการไปโรดโชว์แคมเปญนี้ตามสถานที่ต่างๆอีกมากมาย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ฝ่ายประชาสัมพันธ์  บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354- 3588 www.incom.co.th

อุษณีย์ ถาวรกาญจน์  โทร. 081 984 5500

 

ทารก

ท่านอนทารก ช่วยลูกฉลาด และพัฒนาการดีจริงหรือ?

คุณแม่ๆขา การเลือกท่านอนให้ทารกน้อยนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อให้ลูกศีรษะทุยสวยงามอย่างเดียว แต่แม่ๆรู้หรือไม่ว่า ท่านอนทารก ช่วยลูกฉลาดได้อีกด้วยนะคะ

 

ท่านอนทารก

การนอนของทารก สำคัญอย่างไร

การนอน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นกระบวนการที่เกิดขื้นเองโดยสมองเราไม่สามารถบังคับตัวเองให้หลับได้ และในขณะที่นอนหลับนั้น กลไกการทำงานในร่างกายจะส่งผลต่อส่วนต่างๆ คือ กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ความรับรู้จะลดลง รวมถึงเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะบางส่วนจะน้อยลง แต่ขณะเดียวกันเลือดที่ไปเลี้ยงสมองในบางช่วงอาจมากกว่าในช่วงเวลาปกติ เพราะในขณะนอนหลับสมองจะไม่ได้หลับตามไปด้วย แต่ยังคงทำงานอยู่ทุกวันเหมือนกับหัวใจ ได้จัดระเบียบสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน จัดขั้นตอนความจำระยะสั้นไปสู่ความจำระยะยาวให้เป็นระเบียบ

ซึ่งสำหรับในเด็กเล็กนั้น มีผลการวิจัยในเด็กเล็ก พบว่าการนอนหลับของเด็กจะมี 2 ช่วง คือ

♦ ช่วงหลับธรรมดา เป็นช่วงที่ร่างกายลูกจะสร้างฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ สึกหรอ และกระตุ้นการทำงานของร่างกายและ

♦ ช่วงหลับฝัน  ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตทางสมองของลูกน้อยวัยแรกเกิดจนถึง 5 ปี เพราะร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นส่วนต่างๆ ของสมองในการเรียนรู้ จดจำ ซึีงเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการของสมองที่ดี ช่วยในเรื่องการจดจำได้ดีขึ้น เหมือนกับว่าการนอนเป็นการเคลียร์สมองให้สดชื่นขึ้น เพื่อจะรับรู้ความรู้ใหม่ได้อย่างเต็มที่

เมื่อลูกนอนหลับ สมองของลูกก็จะมีการพัฒนาการ ร่างกายและอวัยวะต่างๆ ที่ทำงานมาทั้งวันได้ผ่อนคลาย ได้พักผ่อนอารมณ์และจิตใจ ลดการติดเชื้อ สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่สำคัญมากคือ จะมีการหลั่งของฮอร์โมนที่เรียกว่า โกรว์ธฮอร์โมน (Growth Hormone) ซี่งเป็นฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต ที่จะถูกผลิตออกมาโดยต่อมใต้สมองเวลานอนหลับ แต่โกรว์ธฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาเพียงช่วงสั้นๆ ในขณะที่ลูกนอนหลับสนิทเท่านั้น อีกทั้ง การนอนหลับยังช่วยสร้างฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลให้ลูกรักเติบโตได้ดี นั่นคือ ไทรอยด์ฮอร์โมน (Thyroid Hormone) ซึ่งทำหน้าที่ ควบคุมการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ดี ให้ลูกน้อยได้มีแรงเล่น เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และสนุกสนานตามวัยได้เต็มที่ ซึ่งหมายความว่า หากลูกได้นอนหลับอย่างเต็มที่ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยให้เขาเจริญเติบโตได้ดี สุขภาพแข็งแรงสมวัยถูกใจคุณแม่นั่นเองค่ะ

เมื่อการนอนเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับลูกน้อย ท่านอนทารก ก็สำคัญเช่นกันค่ะแม่ๆ แล้ว ท่านอนทารก แบบไหน? ที่ช่วยให้ลูกฉลาด พัฒนาการดีเริ่ด

 

ท่านอนทารก ช่วยลูกฉลาด พัฒนาการดีเริ่ด

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อยากให้ลูกเกิดมาฉลาด

อยากให้ลูกเกิดมาฉลาด พ่อแม่ต้องทำสิ่งนี้ก่อนลูกเกิด!

ใคร ๆ ก็ อยากให้ลูกเกิดมาฉลาด … แต่จะเริ่มต้นที่ลูกอย่างเดียวคงไม่ถูก เพราะพ่อแม่ต้องทำสิ่งนี้ให้ได้ก่อนลูกเกิด!

 

 

สำหรับคุณสามีหรือภรรยาคู่ไหน ที่กำลังวางแผนจะมีลูก แล้ว อยากให้ลูกเกิดมาฉลาด ละก็ ว่ากันว่า แค่ทำสิ่งนี้ให้ได้ก่อนลูกเกิด ว่าแต่จะใช่แค่รับประทานอาหาร หรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นหรือเปล่า งานนี้เราคงต้องไปหาคำตอบนั้นพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยล่าสุดผ่านวารสาร Cell Reports ว่า หนูที่นักวิทยาศาสตร์ได้เลี้ยงไว้ถูกบังคับให้ออกกำลังกาย และฝึกบริหารสมองอยู่เป็นประจำ เพื่อที่จะทำการหาข้อเท็จจริงว่า จริงแท้แค่ไหน ที่การออกกำลังกายจะสามารถถ่ายทอดผลดีที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตสู่รุ่นลูก?

อีสุกอีใส ยาเขียว

เข้าใจให้ถูกเรื่องของ อีสุกอีใส ยาเขียว แก้ได้จริงหรือ

มาไขข้อข้องใจพร้อม ๆ กัน อีสุกอีใส ยาเขียว ของนี้ควรคู่กันจริงหรือไม่ … ได้ที่นี่

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของ อีสุกอีใส ยาเขียว เป็นของคู่กัน หากอยากให้หายไว ต้องรับประทานจะได้ขับออกมา เรื่องราวที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะไปหาคำตอบนี้พร้อม ๆ กันค่ะ

แต่ก่อนที่จะไปดูนั้น วันนี้ทีมงานมีเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งมาฝากค่ะ ซึ่งคุณแม่ก็อนุญาตให้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้นำเรื่องราวนี้มาลง เพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับทุก ๆ ครอบครัว โดยคุณแม่ สุกัญญา ได้โพสต์เรื่องราวนี้ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวของตัวเองว่า

มาแชร์ประสบการณ์จ้ะ
(อีสุกอีไส) …
ไม่เอาแล้ว คำโบราณ (ยาเขียว)
เด็กบางคนกินได้ไม่เป็นไรกินยาเขียวแล้วหายไวไม่หลบใน กินยาเขียวให้มันออกมาให้หมด ดูสภาพลูกชายเราสิ เละเทะ!!! สงสารสุดหัวใจ เราให้ลูกกินยาเขียว ทั้งกินทั้งทา ทั้งอาบ ผลคือออกเต็มเละเทะ!!!! หมอบอกว่าไม่ควรกินยาเขียว อีสุกอีใส เป็น 1 ถ้ากินยาเขียวเข้าไปอาจเพิ่มเป็น 10 เด็กบางคนกินแล้วหายไวก็ดี ถ้าหายช้าขึ้นเยอะเด็กอาจแย่ได้ ไม่เอาแล้วคำโบราณ (ไม่ดราม่านะคะ)

ซึ่งทีมงานก็ได้รีบทำการหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยทันที จนเข้าใจว่า สุดท้ายแล้ว อีสุกสีใส ยาเขียว เป็นของที่ควรรับประทานคู่กันหรือไม่ …