เบบี้เลิฟ ลดราคา

เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% ที่ช้อปปี้

ช้อปปี้ ผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน จับมือกับบริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจำหน่ายเบบี้เลิฟ แบรนด์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปชั้นนำในประเทศไทย มอบส่วนลดสุดพิเศษ สำหรับสินค้า เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% บนช้อปปี้ มอลล์ ตั้งแต่ 29 พฤษภาคม – 4 มิถุนายนนี้ แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าประเภทแม่และเด็ก ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช้อปปี้มียอดขายสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่าภายในปีที่ผ่านมา

เบบี้เลิฟ ลดราคา สูงสุด 50% ที่ช้อปปี้

จากสถิติของ Statista มีการประเมินว่าตลาดผ้าอ้อมสำหรับเด็กในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 136 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561[1] และคาดว่ามีอัตราการใช้งานที่เติบโตปีละประมาณ 6%[2] ถึงแม้ว่าอัตราการเกิดของชาวไทยนั้นค่อนข้างต่ำ หรือประมาณ 0.2%[3] เท่านั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดเทรนด์ดังกล่าว คือคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก จึงนำไปสู่การเลือกซื้อและใช้งานผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกระแสคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่เลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็กผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ช้อปปี้มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับแบรนด์สินค้าและผู้ขายชั้นนำอย่างเบบี้เลิฟ เพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใช้งานง่าย พร้อมทั้งยังจัดเต็มสินค้าสำหรับแม่และเด็กมากมายให้เลือกสรรบนแพลทฟอร์ม”

คุณแม่นักช้อปสามารถเลือกซื้อหลากหลายสินค้าผ้าอ้อมสำเร็จรูปจากแบรนด์เบบี้เลิฟ ที่ครอบคลุมทั้งแบบพรีเมียม สแตนดาร์ด และอีโคโนมี ผ่านทางเบบี้เลิฟ ออฟฟิเชียล ช็อป ในช้อปปี้ มอลล์ ซึ่งรวมถึงสินค้าขายดีอย่างเบบี้เลิฟ พรีเมียมโกลด์, สไมล์ แพ้นส์ และ พาวเวอร์แพ้นส์ สำหรับสินค้าเบบี้เลิฟทุกชิ้นที่จำหน่ายบนออฟฟิเชียล ช็อป ที่ช้อปปี้ จะได้รับการการันตีจากช้อปปี้ มอลล์ ทั้งการการันตีของแท้ 100% คืนเงินหรือสินค้าฟรีภายใน 15 วัน และจัดส่งสินค้าฟรีทั่วไทย สำหรับทุกคำสั่งซื้อที่มียอดครบ 200 บาทขึ้นไป

คุณพจนา ชูศิลป์, ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์ เบบี้เลิฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วมกับช้อปปี้ เมื่อช่วงปลายปี 2559 เบบี้เลิฟมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เรามียอดออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 25 เท่าบนช้อปปี้ภายในปีที่ผ่านมา เรามั่นใจว่าด้วยช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมของช้อปปี้ เบบี้เลิฟจะสามารถเข้าถึงกลุ่มคุณแม่รายใหม่ๆ จากทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการมอบความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ความคุ้มค่าราคา รวมถึงดีลส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย เมื่อต้องการเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็ก”

ช้อปผ้าอ้อมสำเร็จรูปคู่ใจคุณแม่ได้ที่ เบบี้เลิฟ ออฟฟิเชียล ช็อป ที่ช้อปปี้ https://shopee.co.th/babyloveofficial
ดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

 

[1] https://www.statista.com/outlook/80050000/126/baby-diapers/thailand#

[2] ข้อมูลดัชนีค้าปลีก ของ Nielsen สำหรับการเติบโตเชิงปริมาณของตลาดผ้าอ้อมเด็กในช่วงเวลาของปี 2560 เทียบกับ ปี 2559

[3] http://worldpopulationreview.com/countries/thailand-population/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กรรไกรตัดเล็บเด็ก

กรรไกรตัดเล็บเด็ก ใช้แบบไหนดี? เมื่อต้องตัดเล็บลูก

เมื่อเห็นรอยขีดข่วนบนใบหน้าและผิวหนังของลูกแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดเล็บลูกแล้วค่ะ แต่มือของลูกก็เล็กนิดเดียวแถมยังดิ้นเก่งอีกต่างหาก แม่ๆ กังวลใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ที่จะต้องตัดเล็บลูก วันนี้ทีมงาน Amarin Baby&Kids มีเคล็ดลับดี๊ ดี ในการเลือกซื้อ กรรไกรตัดเล็บเด็ก  และวิธีการตัดเล็บลูกมาบอกต่อค่ะ

 

กรรไกรตัดเล็บเด็ก ใช้แบบไหนดี? เมื่อต้องตัดเล็บลูก

กรรไกรตัดเล็บเด็ก มีกี่แบบ?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกรรไกรตัดเล็บเด็กก่อนค่ะ  ว่าจะเหมือนกับกรรไกรตัดเล็บของผู้ใหญ่ไหม แล้วเราควรจะเลือกซื้อกรรไกรตัดเล็บทารกแบบไหนที่จะเหมาะสมกับนิ้วเล็กๆ ของลูกเรา คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับความถนัดของคุณแม่แต่ละท่านค่ะ บางท่านอาจจะสะดวกแบบกรรไกรทั่วไป บางท่านสะดวกแบบกรรไกรตัดเล็บอัตโนมัติ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีกรรไกรตัดเล็บทารกกี่แบบกันบ้าง

กรรไกรตัดเล็บทั่วไป

1.กรรไกรตัดเล็บที่มีรูปร่างคล้ายกรรไกรทั่วไป เพียงแต่มีปลายมนเพื่อป้องกันไม่ให้ปลายแหลมของกรรไกรโดนลูก

 

กรรไกรตัดเล็บแบบมีที่จับ2. กรรไกรตัดเล็บที่มีทรงเดียวกับกรรไกรตัดเล็บผู้ใหญ่ เพียงแต่มีขนาดที่พอดีกับนิ้วมือของลูก และมีที่จับที่ถนัดมือสำหรับผู้ตัด

 

กรรไกรตัดเล็บเด็กแบบมีแว่นขยาย3. กรรไกรตัดเล็บที่มีแว่นขยายในตัว ทำให้ผู้ตัดมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น และตัดได้สะดวกขึ้น

 

ตะไบเล็บไฟฟ้า

4. ตะไบเล็บไฟฟ้า กรรไกรตัดเล็บอัตโนมัติ ที่ตัดเล็บไฟฟ้า หรือที่ตัดเล็บเด็กอัตโนมัติ โดยหลักในการทำงานของเครื่องนี้คือการตะไบเล็บ โดยหัวตะไบจะหมุนเพื่อตะไบเล็บให้สั้นลง เครื่องนี้จะป้องกันการตัดหรือตะไบโดนเนื้อลูก

ขอบคุณรูปภาพบางส่วนจาก https://zoli-inc.com

 

เมื่อรู้จักอุปกรณ์กันแล้ว    ก็มาถึงขั้นตอนตัดเล็บลูก ให้ปลอดภัย ไร้บาดแผลกันค่ะ    โดยทั่วไปแล้วเล็บของทารกจะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นได้มากกว่าเล็บของผู้ใหญ่ แต่ในทางกลับกัน เล็บที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่นนี่แหละค่ะที่คมจนสามารถข่วนใบหน้าของตัวเองและคุณแม่จนเป็นแผลได้ง่ายๆ นอกจากนี้เล็บทารกยังยาวเร็วอีกต่างหาก คุณแม่อาจจะต้องตัดเล็บลูกบ่อยถึง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์กันเลยทีเดียว

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีการตัดเล็บลูกให้ปลอดภัย (มีคลิป)

แม่ลูกอ่อน นอนน้อย

5 วิธีแนะนำแม่มือใหม่ นอนน้อย เพราะเลี้ยงลูก ดึก ๆ ดื่น ๆ

คุณแม่มือใหม่ท่านไหน กำลังประสบกับปัญหา นอนน้อย เพราะเลี้ยงลูก ดึก ๆ ดื่น ๆ กันอยู่หรือไม่คะ? ถ้าใช่ละก็ เชิญทางนี้!!

คุณแม่มือใหม่ท่านไหน ที่กำลังจะแปรงร่างกายเป็นหมีแพนด้าที่แสนจะน่ารักอบอุ่น แต่ดวงตาดำคล้ำกันบ้างคะ?? … ทราบไหมคะว่า การปล่อยให้ร่างกายของเรานั้นพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำทุกวันนั้น สามารถส่งผลให้ร่างกายของเราพังได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยละค่ะ

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะตอบว่า แล้วจะให้ทำอย่างไรละ ก็ต้องคอยลุกกลางดึกเพื่อมาเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก วัดไข้ลูกตอนลูกไม่สบาย ลูกนอนห่มผ้าหรือไม่ เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ใช่แค่นี้เท่านั้นนะ ยังมีอีกสารพัดที่ไม่ได้กล่าวมาเกี่ยวกับลูกที่นึกไม่ออก แต่ที่แน่ ๆ ถ้าแม่อย่างฉันไม่ทำ!! แล้วถ้าไม่ทำแล้วใครจะทำละ!? ถ้าหากคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ในใจละก็ ใจร่ม ๆ ค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีเคล็ดลับไม่ลับ มาแนะนำคุณแม่มือใหม่ทุก ๆ คนที่กำลังประสบกับปัญหา นอนน้อย นี้จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

การ นอนน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ไม่เคยช่วยทำให้ร่างกายของใครแข็งแรง เพราะที่แน่ ๆ อาจจะประสบกับปัญหาร่างกายรวน ระบบภายในสั่นคลอน โดยที่ตัวเราเองยังไม่รู้ตัวหรือคาดไม่ถึงก็เป็นได้ ซึ่งก่อนที่เราจะไปดูเคล็ดลับที่ทีมงานเตรียมไว้ให้นั้น ทีมงานอยากให้คุณแม่ได้ทราบถึงผลเสียของการ นอนน้อย นี้กันก่อนค่ะ

นอนน้อย
นอนน้อย

นอนน้อย ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกายบ้าง?

  • หงุดหงิด – คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่เชื่อว่า การ นอนน้อย นั้นส่งผลกับสภาพทางอารมณ์จริง … ได้มีผลงานการทดลองจาก Journal of Neuroscience เปิดเผยว่า อารมณ์ของคนนั้นเชื่อมต่อกับการนอนหลับพักผ่อนของคน คนที่นอนน้อยนั้น มักที่จะแสดงความก้าวร้าว และหงุดหงิดใส่คนรอบข้างอยู่เสมอ
  • อายุสั้นลง – อันนี้ยิ่งเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่ เกี่ยวกับอะไรกัน แค่นอนไม่พอถึงกับอายุสั้นเลยอย่างนั้นหรือ? นักวิจัยทางการแพทย์เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คนที่นอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเป็นประจำทุกวันนั้นมีแนวโน้มที่จะอายุสั้นกว่าคนที่นอนครบตามเวลาที่เหมาะสม

นอนน้อย

  • เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ – การนอนไม่เพียงพอนั้น จะส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะหลับในระหว่างวันได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังอุ้มลูก หรือขับรถอยู่ หากเกิดภาวะดังกล่าวขึ้น ก็ยากที่จะรู้ตัวแล้วละค่ะ เพราะเหมือนกับร่างกายของเราเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน พอสุดท้ายแบตหมดสิ่งที่ทำได้ก็คือ การดับพลังงานทั้งหมด เพื่อทำการรีบูทตัวเองให้กลับมามีพลังอีกครั้ง แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ละก็ ย่อมไม่เกิดผลดีกับลูกแน่ ๆ เพราะลูกอาจจะพลัดตกหลุดมือจากคุณแม่ หรือคุณแม่อาจจะหลับในในขณะที่ขับรถจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายได้ เป็นต้น
  • ความจำเสื่อม – ได้มีการเปิดเผยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน มลรัฐมิสซูรี่ ระบุว่า คนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็น  โรคอัลไซเมอร์มากกว่าปกติ โดยนักวิจัยพบว่าการหลับ ๆ ตื่น ๆ ในตอนกลางคืน มีผลให้เกิดความผิดปกติต่อระบบประสาท ซึ่งนำไปสู่โรคความจำเสื่อม และอาจถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด
  • น้ำหนักเพิ่ม – ผลงานวิจัยจากหลากหลายสถาบันยกตัวอย่างเช่น National Sleep Foundation ประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ยืนยันแล้วว่า การนอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ หลับไม่สนิทระหว่างคืนนั้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนด้วยกันทั้งสิ้น โดยการนอนน้อยนั้น จะทำให้กินมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายมีแรงทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการต้านทานต่ออินซูลิน การเผาผลาญกลูโคสลดลง จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคตได้
ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง หรือมีประโยคและคำศัพท์อะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ตามมาดู อ.คริส สอนวิธีพูดและเลี้ยงลูก ในรายการ Kids Talk ช่วง Daddy Talks ตอน ในร้านอาหารญี่ปุ่น กันเลยค่า

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา อยากสอนลูกพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไปค่ะ เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆมาช่วยคุณแม่แล้ว กับรายการ Kids Talk ในช่วง Daddy Talks โดยอาจารย์คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ที่ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูก 2 อีกด้วย จะมาช่วยคุณพ่อคุณแม่ สอนลูกพูดภาษาอังกฤษ ให้เก่งๆ กันทั้งครอบครัว และสำหรับวันนี้ อ.คริส จะมาสอนลูกพูดอังกฤษ ในตอน ในร้านอาหารญี่ปุ่น

พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง

เพราะ มื้อกลางวัน ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สำคัญสำหรับลูกน้อย เพื่อเติมพลังให้พร้อมเรียนรู้ตลอดช่วงกลางวัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ก็มักจะพาลูกออกไปหาร้านอาหารทานนอกบ้านแบบง่ายๆ ในช่วงที่มีเวลา หรือในวันหยุด และหากพาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดอย่างไร หรือ จะมีคำศัพท์หรือประโยคอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องในการกินข้าวกลางวันนอกบ้านบ้าง?…

ตามมาดู อ.คริส สอนวิธีพูดและเลี้ยงลูก พร้อมพบแขกรับเชิญสุดหล่อที่เป็นคุณพ่อลูกสองแล้วเหมือน อ. คริส เลย แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของคุณแม่ๆ หลายท่านเลยก็ว่าได้ >> นั่นคือ คุณ มอส ปฏิภาณ ซึ่งคุณพ่อมอส จะมาช่วยสอนภาษาอังกฤษด้วยหรือไม่ และสนุกสนานแค่ไหน ตามมาดูได้จากคลิปด้านล่างนี้กันเลยค่ะ ⇓

 

ทบทวนประโยค และคำศัพท์
ตอน พาลูกไป ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง?

ทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ

 

เมื่อรู้แล้วว่าถ้าจะพาลูกไปทานข้าวกลางวัน ภาษาอังกฤษ ต้องพูดยังไง หรือมีประโยคและคำศัพท์อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง เมื่ออยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นกับลูก คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

 

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ

เวิร์คชอป ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA 

ผ่านไปแล้วกับงาน ” ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA ” ที่ทางบริษัท เนสเล่ท์ (ประเทศไทย) โดย นมผงตราหมีมามา ร่วมมือกับ นิตยสาร Amarin Baby & Kids จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ณ ชั้น 10 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ” โดยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นและล้นหลาม จากคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณพ่อมือใหม่  

เวิร์คชอป ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ By BEAR BRAND MAMA

ภายในงานได้มี ผศ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ  สูติ-นรีเวชศาสตร์ ความชำนาญพิเศษ :Reproductive Medicine (อนามัยเจริญพันธุ์และงานวางแผนครอบครัว) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ นรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มาพูดคุยเกี่ยวกับ เนื้อหาสาระช่วงตั้งครรภ์ตลอด 9 เดือน ที่มาบอกเล่าถึงความสำคัญของ 1,000 วันแรก ต่อการพัฒนาการของลูกน้อย ถือเป็นการสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันที่ดีให้ลูกตั้งแต่ในช่วงนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพ พัฒนาการ สติปัญญา

อีกทั้งยังมีกูรู อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่มาให้ความรู้เพื่อประโยชน์สูงสุดกับคุณแม่ตั้งครรภ์  สนุกกับ กิจกรรมของ ครูหนูเล็กคุณฉัตริษา ศรีสานติวงศ์ นักเขียนหนังสือเพื่อสุขภาพ และคอลัมนิสต์  และผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังกายแบบโยคะ

สุดท้าย กับ Workshop DIY TOWEL TEDDY  BEAR  เพื่อเป็นของที่ระลึกให้ทุกท่านได้นำกลับบ้านกันด้วย ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมได้รับคำชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่ผู้เข้าร่วมมากมายถึงสาระความรู้ และความสนุกที่ได้รับในวันนี้ ทำเอาทีมงานยิ้มแก้มปริกันไปตามๆ กัน คุณพ่อคุณแม่ท่านใดพลาดกิจกรรมครั้งนี้ไปไม่ต้องเสียใจนะคะ รอติดตามกิจกรรมดีๆแบบนี้ได้อีก กับ นมผงตราหมี MAMA ค่ะ

ตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ

ชื่อคนเกิดวันเสาร์

รวม ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ช่วยเสริมดวงเป็นมงคลให้ลูก

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย การตั้งชื่อจริง ตั้งชื่อลูก ชื่อมงคล โดยเฉพาะ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมชื่อดี มีมงคล สำรับลูกสาวและลูกชายที่ เกิดวันเสาร์ พร้อมคำอ่านและความหมายของชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์ หลักการตั้งชื่อตามวันเกิด มาแนะนำ ตั้งแต่ ก-ฮ จะมีชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดเสาร์
ชื่อตามวันเกิด สำหรับลูกสาว ลูกชาย โดยเฉพาะ!

ซึ่งตามที่โบราณาจารย์กำหนดไว้สำหรับ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น

โดย ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ต้องห้ามมีอักษรวรรคกาลกิณี
คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ โดยเด็ดขาด!!!

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ในเด็กชาย นิยมใช้อักขระ วรรคเดช (ย ร ล ว) นำหน้าหรือตามหลัง ส่วนเด็กหญิงนิยมใช้ วรรคศรี (ศ ษ ส ห ฬ ฮ) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่นๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้นๆ

ที่สำคัญชื่อที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีตัวอักษร , สระในวรรค/ทักษาอื่นๆ รวมๆ กันอยู่ในชื่อ เมื่อได้ชื่อตามหลักตามหลักทักษาปกรณ์แล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลควรนำชื่อไปตรวจสอบคำทำนายตาม หลักวิชาเลขศาสตร์ และ อายตนะ 6 ดูว่าผลทำนาย ภาพรวมว่าดีหรือไม่อย่างไร เพื่อเลือกชื่อที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการตั้งชื่อลูกที่ถูกโฉลกตามวันเกิด Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม ชื่อคนเกิดวันเสาร์ ตั้งแต่ ก-ฮ สำหรับใช้ในการตั้งชื่อลูกสาว ลูกชาย ทั้งการสะกด และความหมายของชื่อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจ จะมีชื่อใดบ้างมาดูกันเลยค่ะ

⊕ทางลัด รวมชื่อคนเกิดวันเสาร์

สำหรับลูกชาย สำหรับลูกสาว
ตัวอักษร ก – ค ตัวอักษร ก – ง
ตัวอักษร จ – ญ ตัวอักษร จ – ช
ตัวอักษร ด – ถ ตัวอักษร ด – ถ
ตัวอักษร ท – ธ ตัวอักษร ท – ธ
ตัวอักษร น – ป ตัวอักษร น – บ
ตัวอักษร พ – ย ตัวอักษร ป – ภ
ตัวอักษร ร – ว ตัวอักษร ม – ล
ตัวอักษร ส – อ ตัวอักษร ว – ศ
ตัวอักษร ส – อ

คลิกดู >> รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันเสาร์
สำหรับลูกชายและลูกสาว ตั้งแต่ ก-ฮ ได้ด้านล่างนี้ ⇓

เตรียมตัวก่อนคลอด

เตรียมตัวก่อนคลอด โค้งสุดท้ายก่อนลูกเกิดให้พร้อมแบบคุณแม่มือโปร !!

คุณแม่มือใหม่มักจะกังวลเรื่องการเตรียมตัวก่อนคลอดกันมาก เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ และก็ไม่รู้ว่าต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง ฉะนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่ใกล้คลอดสบายใจ เราจะไปดูวิธีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนคลอดในแบบฉบับคุณแม่มือโปรกันค่ะ

 

เตรียมตัวก่อนคลอด แม่ต้องพร้อมในเรื่องใดบ้าง?

อยากรู้จังว่าการ เตรียมตัวก่อนคลอด ในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ แม่ๆ ที่เตรียมตัวไปคลอดเขาจะต้องมีความพร้อมในเรื่องอะไรกันบ้างนะ ซึ่งคนที่จะให้คำตอบเราได้ดีที่สุดก็คือคุณแม่มือโปรคนนี้เลยค่ะ

คุณแม่ส้มกับการอุ้มท้องลูกคนที่ 2 ได้บอกกับเราว่ามีความสุข และไม่มีความกังวลอะไรเลย เนื่องจากเคยผ่านทุกช่วงเวลาของการอุ้มท้อง การคลอดมาแล้วจากลูกคนแรก จึงทำให้การตั้งครรภ์ครั้งนี้สบายใจที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของการเตรียมตัวคลอด คุณแม่ส้มจึงอยากมาแชร์เทคนิคของตัวเองว่ามีการเตรียมตัวพร้อมกับเรื่องใดบ้างกันค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

อยากเป็นคุณแม่มือโปร ต้องพร้อมให้ครบสูตร

คุณแม่ส้มแนะนำว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อาหารที่รับประทานควรเป็นอาหารสุขภาพจริงๆ เพื่อที่น้ำหนักโดยรวมก่อนคลอดจะได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือประมาณ 12-15 กิโลกรัม เพื่อที่จะได้คลอดลูกง่าย ยิ่งถ้าแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติต้องควบคุมการทานอาหารให้มาก อาหารประเภทไขมันหรือหวานมากๆ ควรทานให้น้อยลง หรือไม่ทานเลยในช่วงไตรมาสก่อนคลอดลูกได้ก็จะดีต่อสุขภาพของแม่ เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานแทรกซ้อน และลดปัญหาการเกิดอาการท้องผูกด้วยค่ะ

อาหารที่เหมาะกับแม่ท้องช่วงใกล้คลอด ขอบอกก่อนว่าช่วงนี้ขนาดครรภ์ของแม่จะใหญ่มากกว่าปกติ เนื่องจากลูกในท้องตัวโตใหญ่มาก ทำให้แม่หายใจไม่เต็มอิ่ม และก็รู้สึกแน่นอึดอัดที่ท้องมาก แต่ขณะเดียวกันร่างกายแม่ก็ต้องการอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ลูกในท้องด้วย ฉะนั้นอาหารที่แม่ทานช่วงนี้ควรเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แต่ก็ย่อย และเผาพลาญได้ง่ายด้วย จึงแนะนำว่าควรทานเป็นอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลาทะเล เนื้อปลาน้ำจืด เนื้อไก่ และก็เน้นทานเป็นพวก ผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น คะน้า ผักกาดหอม หน่อไม้ ฝรั่ง บร็อกโคลี แครอท ผักโขม มะเขือเทศ อะโวคาโด แก้วมังกร แอปเปิ้ล เบอร์รีต่างๆ ถั่วแดง มะละกอสุก ฝรั่ง กล้วย สาลี่ ฯลฯ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เสริมด้วยนมจืดวันละแก้ว ถ้ากลัวเรื่องลูกแพ้นม อาจปรับเป็นดื่มสัปดาห์ละ 2-3 วันๆ ละแก้วก็ได้เช่นกันค่ะ แต่ถ้าจะให้ง่ายมากเข้าไปอีกก็แค่ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ทุกวัน รับประทานให้สมดุลและหลากหลายค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

พอจะได้ไอเดียในเรื่องการทานอาหารในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอดกันไปแล้วนะคะ ทีนี้มาดูการเตรียมตัวคลอดเรื่องต่อไปกันค่ะ คุณแม่ส้มแนะนำว่าสิ่งที่จะช่วยลดความเจ็บปวดขณะคลอด ช่วยให้คลอดลูกง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับแม่ที่อยากคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ อยากเบ่งคลอดลูกเอง ควรมีการฝึกการหายใจให้เป็น คือเราจะต้องรู้ลมหายใจของเรา ทุกวันแม่ส้มจะนั่งนิ่งๆ ประมาณ 10-15 นาที เพื่อทำสมาธิหายใจเข้า-ออกพร้อมกับนับจังหวะ 1-2 แต่ในขณะคลอดลูกจะเปลี่ยนการนับ 1-2 เป็น 1-2-3 แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจ ออก แบบนี้เรียกว่าการหายใจล้างปอด การหายใจลักษณะนี้จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความกังวล สามารถจับ จังหวะการเจ็บท้องคลอด ทำให้มีแรงเบ่งคลอดลูกมากขึ้นด้วยค่ะ

เตรียมตัวก่อนคลอด

และสุดท้ายที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดลูกก็คือ อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้สำหรับลูก คุณแม่ส้มแนะนำ ว่าให้เตรียมเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ไว้สัก 3-4 อย่างพอค่ะ อย่าเพิ่งขนซื้อมาเยอะแยะเพราะลูกหลังคลอด ได้หนึ่งเดือนจะโตเร็วมาก สิ่งที่แม่ส้มเตรียมจะเป็นกลุ่มของใช้เด็กอ่อนที่จำเป็นต้องใช้หลังจากลูกคลอด ทันที ก็เช่น

– ชุดอุปกรณ์อาบน้ำ คือ กะละมังอาบน้ำเด็ก สบู่ แชมพูเด็ก

– ผ้าขนหนูผืนเล็ก-ผืนใหญ่

– ชุดเครื่องนอนของเด็ก (เบาะ หมอน ผ้าห่ม)

– เสื้อผ้าเด็ก แบบชุดหมี และแบบแยกชิ้น เสื้อ-กางเกง

– ผ้าอ้อมสาลู

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กแรกเกิด

ผ้าอ้อมเด็กหรือผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิด ที่คุณแม่ส้มแนะนำเพราะใช้มาตั้งแต่ลูกคนแรกเลยก็คือ ผ้าอ้อม มามี่โพโค ยิ่งตอนนี้พัฒนาออกมาใหม่กับ MamyPoko Extra Dry Skin Organic Cotton ผ้าอ้อมออร์แกนิค ที่ให้สัมผัสนุ่ม และอ่อนโยนเป็นพิเศษต่อผิวเด็กแรกเกิด คุณสมบัติของผ้าอ้อมมามี่โพโค เอ็กซ์ตร้า ดราย สกิน – ออร์แกนิค คอตตอน ที่คุณแม่ส้มประทับใจมากๆ เลย คือ…

เตรียมตัวก่อนคลอด

– ผ้าอ้อมมีส่วนผสมของ “ออร์แกนิค คอตตอน” ฝ้ายธรรมชาติออร์แกนิค จึงนุ่มและอ่อนโยนเป็นพิเศษ ให้ความมั่นใจได้เลยว่าไม่ทำให้ผิวลูกน้อยแรกเกิดแพ้หรือระคายเคือง

– ซึมซับ และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ไม่รั่วซึมแม้ใส่เป็นเวลานานถึง 12 ชั่วโมง ลูกน้อยก็สามารถหลับสบายได้ยาวๆ

– ผ้าอ้อมเป็นลายหมีพู Disney น่ารักมาก

เตรียมตัวก่อนคลอด

และที่ทำให้คุณแม่ส้มยิ้มแก้มปริไปกับผ้าอ้อมมามี่โพโคหลังจากที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องเลยนั่นคือมีเพื่อนที่เป็นแม่ลูกเล็กเหมือนกันมาแนะนำให้ รู้จักกับ Pokochan Point Program ที่สามารถสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลสุดพรีเมี่ยมได้ง่ายๆ ซึ่งคุณแม่สามารถสมัคร Pokochan Point Program และดูรายละเอียดของรางวัลได้โดยการดาวน์โหลด application “Mamypoko”  จาก App Store หรือ Play Store ตาม QR Code นี้ได้เลยค่ะ …อ้อ! ในห่อผ้าอ้อมคุณแม่จะเจอการ์ดที่มีรหัสสะสมคะแนน 16 หลักอยู่ ก็สามารถเริ่มสะสมคะแนนได้เลยค่ะ

                                          QR-iOS 

เตรียมตัวก่อนคลอด

                                        QR-Android

เตรียมตัวก่อนคลอด                                                                    

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Pokochan Point Program ได้ที่ https://youtu.be/pI8odF_UiPI 

 

ประโยชน์ของผัก

ประโยชน์ของผัก ผักสดหรือสุก แบบไหนเหมาะกับแม่ท้อง

อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า ประโยชน์ของผัก นั้นมีมากมาย สำหรับแม่ท้องก็เช่นกัน การทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลักโภชนาการนั้นสำคัญกับแม่ท้องเป็นอย่างมาก สิ่งที่แม่ท้องทานลงไปนั้น ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ และผักก็เป็นอาหารที่มีความสำคัญชนิดหนึ่ง แม้ว่าแม่ท้องต้องได้รับโปรตีนและแร่ธาตุจากเนื้อ นม ไข่ และ ปลา แต่อย่าลืมนะคะ การทานอาหารที่หลากหลายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้นการทานผักที่มีประโยชน์ และ การทานผักให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ก็เป็นสิ่งที่แม่ท้องไม่ควรพลาด

ประโยชน์ของผัก ผักสดหรือสุก แบบไหนเหมาะกับแม่ท้อง

ประโยชน์ของผัก ทำไมคนท้องถึงควรทานผัก?

ในขณะที่ตั้งครรภ์ แม่ท้องจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกที่อยู่ในท้องได้เจริญเติบโต ในผักมีแร่ธาตุ วิตามิน และสารอาหาร ที่เหมาะกับแม่ท้องและลูกในท้อง ดังนี้

  1. โฟเลต ในผักเช่น บล็อคโคลี่ ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง มีโฟเลตสูง การได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอขณะตั้งครรภ์จะช่วยป้องกันความพิการของสมองและกระดูกสันหลังของลูกที่อยู่ในครรภ์ได้เป็นอย่างดี
  2. แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับกระดูก แคลเซียมช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ซึ่งเราสามารถหาแคลเซียมได้จากผักใบเขียว เช่นผักโขม ผักคะน้า เป็นต้น
  3. กรดไขมันโอเมก้า3 จะช่วยพัฒนาระบบประสาทของลูกที่อยู่ในท้อง ผักที่มีกรดไขมันโอเมก้า3 ได้แก่ กะหล่ำปลี ถั่วงอก เป็นต้น
  4. เส้นใยหรือกากใย อย่างที่ทราบกันดีว่า ผักนั้นมีเส้นใยหรือกากใยสูง ซึ่งช่วยในเรื่องการขับถ่าย การทานผักจึงช่วยให้แม่ท้องที่มีปัญหาท้องผูกและปัญหาในการย่อยได้ดี

 

คนท้องกินผักดิบได้หรือไม่?

ขอตอบว่าได้ค่ะ เพียงแต่ต้องล้างให้สะอาด ล้างผักให้ปลอดภัย ไร้สารพิษตกค้าง สำหรับผักที่ปรุงสุก แม่ๆ ก็คงจะสงสัยกันใช่ไหมล่ะคะ ว่าการทานผักที่ผ่านการปรุงมาแล้วนั้น จะได้ ประโยชน์ของผัก ได้เท่าการทานผักสดหรือไม่ ในความเป็นจริงแล้ว ผักแต่ละชนิดนั้นมีกระบวนการการรักษาคุณค่าทางอาหารที่ไม่เหมือนกัน  ผักบางชนิดควรกินแบบดิบๆ เพราะความร้อนจากการปรุงอาหารจะทำให้วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีในผักโดนทำลาย ส่วนผักบางชนิดนั้น กลับต้องทำให้สุกก่อน เพราะได้รับคุณค่าทางอาหารมากกว่ากินดิบ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าผักชนิดไหนที่แม่ท้องกินแล้วมีประโยชน์ และควรกินดิบหรือปรุงสุก แบบไหนจะดีกว่ากัน

 

ผักชนิดไหนที่แม่ท้องควรทานดิบ และชนิดไหนควรทานสุก

  1. ผักโขม ผักที่เหมาะสำหรับทานตอนท้อง เพราะในผักโขมเป็นผักที่มีโฟเลตและแคลเซียม สารอาหารที่จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และยังจะมีแร่ธาตุที่สำคัญกับคนท้อง ได้แก่ แมงกานีส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก เส้นใยหรือกากใย นอกจากนี้ยังมีวิตามินที่สำคัญอีกมากมาย

ผักโขม ควรทานแบบปรุงสุก เพราะภายในผักโขมดิบ ๆ จะมีกรดออกซาลิก ซึ่งจะส่งผลทำให้ลำไส้ของเราระคายเคือง และยังเป็นตัวขัดขวาง ที่จะทำให้ไม่ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม แต่ถ้าหากเรานำผักโขมไปปรุงสุกเสียก่อน โทษต่าง ๆ เหล่านี้จะหายไปในทันที

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

กินไข่ไม่สุก

แพทย์เตือน! กินไข่ไม่สุก อันตรายถึงชีวิต!

ครอบครัวไหนชอบ “กินไข่ไม่สุก” รีบอ่านด่วน! เสี่ยงติดเชื้ออีโคไล ในระบบทางเดินอาหาร 

 

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ชอบ กินไข่ไม่สุก เพราะคิดว่าเป็นยาชูกำลังอาจจะต้องเปลี่ยนใจใหม่ หลังจากที่ได้คำเตือนแพทย์ที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids นำมาฝากในวันนี้แน่นอน!

โดย นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า ในไข่ 1 ฟอง นั้นประกอบไปด้วย ไข่แดงที่เปรียบเสมือนก้อนไขมัน ไม่มีโปรตีน ส่วนไข่ขาวนั้นก็จะไม่มีไขมัน แต่มีโปรตีนเพียงอย่างเดียว มาถึงตรงนี้คุณพ่อคุณแม่คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่า แล้วมันไม่มีประโยชน์แถมให้โทษอันตรายถึงชีวิตได้อย่างไร ที่นี่มีคำตอบค่ะ!

ประโยชน์ของทับทิม

ประโยชน์ของทับทิม ที่คนท้องไม่ควรพลาด

ทับทิม ผลไม้สีแดงสดและเมล็ดในก็มีสีแดงสวย รสหวานออกเปรี้ยว กินสดก็อร่อยหรือจะคั้นดื่มเป็นน้ำทับทิม ก็ดื่มได้เพลิน ประโยชน์ของทับทิม และในน้ำทับทิมก็มีมากมาย ทับทิมมีแร่ธาตุและวิตามินจำนวนมาก เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น ทับทิม และ น้ำทับทิม จึงเป็นผลไม้ที่คนท้องไม่ควรพลาด

ทำไมคนท้องจึงควรทานทับทิม? ทับทิม นอกจากจะมีประโยชน์กับคนทุกเพศทุกวัยแล้ว ยังถือว่าเป็นผลไม้ที่คนท้องควรทานอีกด้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับ คนท้องและทารกในครรภ์ เช่น ช่วยพัฒนาภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ช่วยในการก่อตัวของกระดูกและฟันของทารกในครรภ์ เป็นต้น

 

ประโยชน์ของทับทิม ที่คนท้องไม่ควรพลาด

11 ประโยชน์ของทับทิม กับคนท้อง

  1. ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีปริมาณเส้นใยสูง ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่าน้ำทับทิมครึ่งถ้วยมีปริมาณเส้นใยสูงถึง 5 กรัม คนท้องส่วนใหญ่มักจะมีอาการท้องผูก ดังนั้นการทานผลไม้ที่มีปริมาณเส้นใยสูงจะมีส่วนช่วยในการแก้อาการท้องผูกได้ดี
  2. ธาตุเหล็กในทับทิมช่วยป้องกันโรคโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ การได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโลหิตจาง ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายสำหรับคนท้อง แม่ท้องที่เป็นโรคโลหิตจาง หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะส่งผลให้ลูกในท้องเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
  3. ในทับทิมอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินซีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อคนท้องเป็นอย่างมาก ประโยชน์จากการได้รับวิตามินซีระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่
    • วิตามินซีสามารถดูดซับธาตุเหล็กที่ได้รับจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น การได้รับวิตามินซีพร้อมกับธาตุเหล็ก จะทำให้แม่ท้องได้รับประโยชน์จากธาตุเหล็กได้อย่างเต็มที่
    • วิตามินซีมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและรักษาแผลได้ดี ดังนั้นทับทิมจึงเหมาะสำหรับแม่หลังคลอดที่ร่างกายต้องการการฟื้นตัวจากการคลอด
    • วิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ช่วยให้กระดูกและฟันของลูกในท้องแข็งแรง
    • ในบางงานวิจัย พบว่าวิตามินซีก็ยังเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาสภาพจิตใจของลูกในท้องได้อีกด้วย
  4. ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเคสูง ประโยชน์จากการได้รับวิตามินเคระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่
    • วิตามินเคสามารถมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกของแม่ท้อง และยังช่วยในการพัฒนาความแข็งแรงของกระดูกของลูกน้อยในท้อง
    • วิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือด จึงมีส่วนช่วยในการสมานและฟึ้นฟูแผลได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงในการตกเลือดหรือมีเลือดออกมากหลังคลอด
  5. มีปริมาณโพแทสเซียมสูง คนท้องจะมีปริมาณเลือดเพิ่มสูงมากกว่าคนปกติถึง 50 เปอร์เซนต์ ดังนั้นเพื่อรักษาสมดุลของเลือด ร่างกายของคนท้องจึงต้องการเกลือแร่ในเลือดเช่นโพแทสเซียมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ การขาดโพแทสเซียมยังเป็นสาเหตุให้เกิดตะคริวระหว่างตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
  6. เป็นผลไม้ที่มีปริมาณโฟเลตสูง อย่างที่ทราบกันดีว่าโฟเลตเป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดสำหรับคนท้อง คนท้องที่ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความพิการของลูกในท้องได้
  7. ในทับทิมมีสารเคมีธรรมชาติ (Phytonutrients) ซึ่งเป็นสารสำคัญในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ความดันโลหิตของแม่ท้องจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การทานทับทิมจะช่วยลดความดันโลหิตได้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว ไลน์ วิลเลจ สวนสนุกดิจิตอลใจกลางเมือง

หากคุณพ่อคุณแม่ชื่นชอบคาแรกเตอร์ไลน์ เราอยากชวนคุณไปฟินเต็มอิ่มกับตัวการ์ตูนสุดน่ารักจากไลน์เฟรนด์ ทั้งบราวน์ เจมส์ โคนี่ แซลลี่ มูน ช็อกโก บอส และผองเพื่อน ที่มาในรูปแบบสวนสนุกดิจิตอล ให้คุณได้ตะลุยดินแดนมหัศจรรย์บนเนื้อที่กว่า 1,300 ตารางเมตรของ ไลน์ วิลเลจ แบงค็อก เดอะ ดิจิตอล แอดเวนเจอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารสยามสแควร์วัน

สวนสนุก ไลน์ วิลเลจ

ทางเข้า ไลน์ วิลเลจ

ไลน์ วิลเลจ สวนสนุกดิจิตอลใจกลางเมือง

ตามทีมงาน Amarin Baby & Kids มาชมไลน์ วิลเลจ แบงค็อก เดอะ ดิจิตอล แอดเวนเจอร์ กันค่ะ ที่นี่เค้าแบ่งออก 23 จุด 23 ธีมให้คุณได้ร่วมกิจกรรมและถ่ายรูปกับคาแรกเตอร์ไลน์ไปตลอดการผจญภัย อาทิ

มิสทีค ไลบราลี่

Mystique Library ที่น้องๆ จะต้องช่วยคุณพ่อคุณแม่หากุญแจลับในห้องสมุด เพื่อเปิดประตูสู่โลกของไลน์วิลเลจ

ห้องดำ

Intro Theatre ห้องดำสุดแสนน่ารัก ที่เด็กๆ ต้องช่วยกันค้นหาทางออกให้เจอ

พาลูกเล่นน้ำ

5 เรื่องพ่อแม่ต้องรู้ก่อน พาลูกเล่นน้ำ

อุทาหรณ์จากเรื่องจริง! สู่ข้อมูลที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อน “พาลูกเล่นน้ำ”

 

 

เมื่อไม่กี่วันมานี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะได้ทราบเหตุการณ์น่าสลดหดหู่ใจของครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องสูญเสียลูกน้อยวัยเพียง 11 เดือนจากการ พาลูกเล่นน้ำ แล้วพลัดตกจากห่วงยางตุ๊กตา ก่อนจมน้ำดับหายไปในอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก

นางสาวสิตาภัทร คุณแม่วัย 31 ปี มีอาการช็อกและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นลมหมดสติ ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวมถึงผู้สืบข่าวได้เข้าไปตรวจสอบยังพื้นที่เกิดเหตุพบว่า สถานที่เกิดเหตุนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวลอยแพแก่งไฮ หมู่ 11 ตำบอลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

นายอำนาจ กุลทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผู้ให้บริการล่องแพแก่งไฮ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเกิดเหตุประมาณ 15.00 น. กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจาก อำเภอเมืองพิษณุโลก มาใช้บริการล่องแพไปบริเวณกลางอ่างเก็บน้ำห้วยซำรู้ และลงเล่นน้ำบริเวณใกล้แพ พบว่า …

เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ

เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ จากแม่สาลี่ เพจสร้างลูก2ภาษา

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาวิธี สอนลูกพูดอังกฤษ หรือ หากอยากรู้ เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ Amarin Baby & Kids มีเทคนิคการ สอนลูกเก่งอังกฤษ จากคุณแม่สาลี่ เจ้าของเพจ สร้างลูก 2 ภาษา จะมีเคล็ดลับอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่ะ

การ สอนลูกเก่งอังกฤษ หรือ พูดอังกฤษเก่งๆ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่อยากเกินหากคุณพ่อคุณแม่รู้หลัก เทคนิค และวิธีรับมือในการ สอนภาษาอังกฤษลูก คุณเองก็สร้างลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษาได้ แม้จะไม่เก่งอังกฤษ และเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะทีมงาน Amarin baby & Kids มีตัวช่วยดีๆ มาช่วยคุณพ่อคุณแม่กันแล้ว กับรายการ Kids Talk ในช่วง Exclusive Interview โดยเหล่าคุณพ่อคุณแม่ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมใจกันมาแชร์เทคนิคดีๆ ในการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสองภาษา

Exclusive Interview ตอน แม่สาลี่ จากเพจสร้างลูก 2 ภาษา
แชร์ เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ คุณเองก็ทำได้!

และประสบการณ์การสอนลูก 2 ภาษา กับเทคนิคดีๆ ที่จะมาแชร์ เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ ในตอนนี้ พบกับ คุณแม่สาลี่ เป็นคุณแม่ลูกสอง ที่ได้จัดทำเพจ สร้างลูก 2 ภาษา ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่ความรู้ เทคนิคและกิจกรรมในการเตรียมความพร้อมให้แก่คุณพ่อคุณแม่ ให้สามารถนำไปสอนลูกๆ หลานๆ ให้สามารถพูดภาษาอังกฤษ ได้รู้จัก คุ้นเคย และเข้าใจการสื่อสารในบริบททั่วไปได้

ซึ่งคุณแม่สาลี่ ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กันอย่างสนุกสนาน สร้างสรรค์และไม่เครียด โดยหัวข้อที่ทางทีมงานได้ไปล้วงความลับกับคุณแม่สาลี่ ในการสอนลูกเก่งอังกฤษ นั้น มีทั้งเรื่อง

  • การเริ่มต้นสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ (เริ่มสอนตั้งแต่เมื่อไหร่)
  • เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ

เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ

  • ปัญหาที่พบบ่อยในการสอนลูกพูดอังกฤษ
  • เคล็ดลับที่แม่สาลี่ อยากบอกต่อ พร้อมข้อคิดในการอยากสอนลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา ที่คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักอยู่เสมอ

ฟังดูน่าสนใจมากๆ แล้วคุณแม่สาลี่ จะมีเทคนิคอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

คลิปสัมภาษณ์ แม่สาลี่ แชร์เทคนิคสอนลูกเก่งอังกฤษ

 

เมื่อรู้แล้วว่าคุณแม่สาลี่ มีวิธีการ สอนลูกเก่งอังกฤษ ได้อย่างไรแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูเป็นแบบอย่าง และนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ เพื่อลูกน้อยของเราจะได้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

⇒ ชมคลิปอื่นๆของรายการ Kids Talk :

ช่วง Daddy Talks

 

ช่วง Chinese talk

ช่วง Exclusive Interview

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

เป้จูงลูก

ระวังลูกหาย!! อย่าอายที่จะใช้ “เป้จูงลูก” เวลาออกนอกบ้าน

เป้จูงลูก หยิบมาใช้ทีไรใครเห็นเป็นต้องพูดซุบซิบ ถามว่าเสียความมั่นใจไหม ตอบเลยว่า “ไม่” เพราะการพาลูกวัยกำลังเตาะแตะออกนอกบ้านเสี่ยงต่อการพลัดหลงง่ายมาก เด็กวัยนี้ชอบเดิน วิ่งไปข้างหน้าเวลาเห็นอะไรที่น่าสนใจ ลองนึกภาพตามถ้าลูกวิ่งหายไปกับฝูงชน แล้วแม่วิ่งตามไปไม่ทัน ลูกหาย!! จะทำยังไง?!

 

เป้จูงลูก จำเป็นกับครอบครัวไทยไหม?

มีพ่อแม่ครอบครัวไทยเยอะเลยค่ะที่มักจะถามว่า เป้จูงลูกจำเป็นต้องใช้ด้วยเหรอ ? ไม่แปลกใจค่ะว่าทำไมถึงถาม เพราะเชื่อว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นชินกับการจูงลูกด้วยการใช้สายจูง หรือใช้เป็นเป้จูง แต่ถ้าเป็นที่ต่างประเทศการใช้เป้จูงกันหลงกับเด็กเล็กๆ โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัยเตาะแตะเป็นเรื่องปกติธรรมดามากค่ะ เพราะพ่อแม่ต่างชาติเขาจะให้ความสำคัญมากๆ กับความปลอดภัยของลูกจากการพลัดหลง หากันไม่เจอในที่สาธารณะ ดังนั้นจุดประสงค์ของในการใช้เป้จูงกับเด็กเล็กๆ ก็เพื่อ…

  1. ป้องกันเด็กหายพลัดหลงจากพ่อแม่
  2. ป้องกันเด็กวิ่งข้ามถนนคนเดียว
  3. ป้องกันเด็กถูกล่อลวงจากแก็งลักเด็ก
  4. ป้องกันอันตรายจากการที่เด็กวิ่งไปเฉี่ยวชนแตกหักเสียหาย

เห็นเหตุผลของการใช้เป้จูงกันหลงกับเด็กเล็กๆ แล้ว พอจะได้คำตอบแล้วใช่ไหมคะว่า เป้จูงนั้นจำเป็นกับ พ่อแม่คนไทยอยู่ไม่น้อยเลยว่าไหมคะ เพราะการใช้เป้จูงสามารถช่วยรักษาความปลอดภัยในเรื่องต่างๆ ที่เสี่ยงที่จะเกิดกับเด็กๆ ขณะอยู่นอกบ้าน หรือในที่สาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสิน สนามเด็กเล่น  ฯลฯ การใช้เป้จูงกับลูกดีกว่าการจูงลูกด้วยมือเปล่าค่ะ

LittleLife.jpg

 

เป้จูงมีประโยชน์ แต่จะเลือกเป้จูงอันไหนดีนะ?

ก่อนจะใช้เป้จูงกับลูกขอให้พ่อแม่ทุกคนลบภาพที่คิดว่าจูงลูกเหมือนจูงสัตว์เลี้ยงออกไปให้หมดค่ะ เพราะเราต้องคิดไว้เสมอว่าความปลอดภัยของลูกเวลาอยู่นอกบ้านนั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ฉะนั้นหากคนรอบข้างจะมองก็อย่าได้กังวล หรือคิดมากกันนะคะ

ฉะนั้นเมื่อตัดความอาย ความกังวลออกไปแล้ว ทีนี้ก็มาเลือกเป้จูงกันหลงกันดีกว่าค่ะ ขอบอกว่าไม่ใช่แค่สายจูงธรรมดาๆ นะคะ เพราะเป็นเป้จูงที่ออกแบบมาให้น่ารัก น่าใช้มากขึ้น เห็นแล้วไม่ใช่แค่เด็กๆ ชอบ แต่แม่นี่แหละค่ะกรีดเลย อยากมีไว้ใช้กับลูกหลายๆ ลาดลาย บอกมาขนาดนี้แล้วไม่ต้องมองหาเป้จูงอื่นไกล เพราะที่แม่ๆ รวมถึงแม่คนนี้ใช้อยู่ก็คือ เป้จูงLittleLife เป้จูงจากอังกฤษคุณภาพมาตรฐานยุโรปที่มีจำหน่ายในกว่า  30 ประเทศทั่วโลกและเป็นเป้จูงยอดขายอันดับ 1 ของอังกฤษ เป็นเป้จูงที่มีดีไซน์น่ารักมากค่ะมีทั้งลายไดโนเสาร์ผีเสื้อปลานีโมปลาฉลามผึ้งน้อยฯลฯบอกได้เลยว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้ลองใช้เป้จูงLittleLife กับเจ้าจอมซนแล้ว ส่วนน้อยเลยค่ะที่เด็กๆ จะปฏิเสธการใส่เป้จูงไว้ที่หลัง มีแต่จะขอเลือกลายที่ชื่นชอบเองซะส่วนใหญ่ แนะนำว่าพาลูกไปเลือกซื้อเป้จูงด้วยกันนะคะ เอาลายที่ลูกชอบเพื่อที่จะได้แฮปปี้ทั้งคุณแม่คุณลูกค่ะ

เป้จูงลูก

 

ไหนๆ ก็พูดถึงประโยชน์ของเป้จูง LittleLife มาขนาดนี้แล้ว ขอไปดูข้อดี คุณสมบัติที่ได้จากเป้จูงLittleLifeต่อกันอีกสักหน่อยค่ะ เพื่อไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจใช้เป้จูงลูกกันค่ะ

  • สายจูงของเป้LittleLifeและตะขอตัวยึดกับเป้ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานยุโรปทุกปีว่าทนทานแน่นหนาและมั่นใจได้ว่าสามารถรับน้ำหนักของเด็กวัย 1-3 ปี
  • ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลอดภัยผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวเด็ก
  • สวมใส่สบายด้วยสายสะพายที่นุ่มขนาดและน้ำหนักของเป้ต้องพอเหมาะกับเด็กวัย 1-3 ปี
  • สีที่เลือกใช้บนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นสีปลอดภัยผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยแม้เอาเข้าปาก
  • ทนทานทำความสะอาดง่ายเพียงใช้ผ้าเปียกเช็ด
  • ผ่านการทดสอบการติดไฟตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอ

หากเราในฐานะพ่อแม่รู้ว่าการป้องกันตั้งแรกก่อนที่จะเกิดภัยอันตรายกับลูก และก็รู้ด้วยว่าสิ่งไหน วิธีไหนที่จะช่วยเซฟลูกจากการพลัดหลง สูญหายจากอกพ่อแม่ ก็ควรที่จะให้ความสำคัญและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในการดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภัยนอกบ้านกันตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ อย่ารอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยมาหาทางแก้กันภายหลัง เพื่อในความโชคร้ายอาจไม่ได้มีความโชคดีซ่อนอยู่ด้วยทุกครั้งไปค่ะ

ดังนั้นก่อนพาลูกวัย 1-3 ขวบออกนอกบ้านต้องมีเป้จูงติดตัวไว้ด้วยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยและลดอัตราเสี่ยงลูกหายค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเป้จูงLittleLife สามารถติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/LittleLifeTH  หรือ  www.morepurestore.com

คนเกิดเดือนกรกฎาคม

จุดเด่นของ “คนเกิดเดือนกรกฎาคม” มีอะไรบ้าง

คนเกิดเดือนกรกฎาคม มีอะไรมากกว่าที่เห็น อย่าคิดนะว่าพวกเขาแค่มีเพื่อนเยอะอย่างเดียว บอกเลยว่า คนเกิดเดือนนี้ เขาพิเศษจริง ๆ

 

 

ว่ากันว่า คนเกิดเดือนกรกฎาคมนั้น ถือเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ และสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบตัวได้มากที่สุด! จะเป็นจริงหรือไม่?! แล้วยังมีอะไรที่น่าสนใจกว่านี้อีกไหม วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมบทสรุปไว้ให้เรียบร้อยแล้วละค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

นิสัยโดยทั่วไปของ คนเกิดเดือนกรกฎาคม

นิสัยโดยทั่วไปของคนเกิดเดือนกรกฎาคมนั้น เป็นคนที่ปากร้าย แต่ใจดี ยกตัวอย่างเช่น เวลาตำหนิอะไรใครไป ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงเลย นอกจากความหวังดีล้วน ๆ เป็นคนที่ไม่ชอบเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ไม่ชอบใครมายุ่งวุ่นวายด้วย เพื่อนเยอะ แถมเป็นหนึ่งในขาโจ๋ ที่ชอบปล่อยมุขเรียกเสียงฮาจากเพื่อน ๆ และคนรอบข้างได้อย่างเสมอ ๆ เป็นคนที่มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง มีความรับผิดชอบสูง จิตใจอ่อนไหว ชอบห่วงในและใส่ใจคนรอบข้างที่ตัวเองรู้จัก และไม่มีการเลือกปฏิบัติใด ๆ นั่นเพราะทุกคนเท่าเทียมกันหมด

คนท้อง ท้องอืด

ไขข้อข้องใจ คนท้อง ท้องอืด แน่นท้อง ทำไงดี?

คนท้อง ท้องอืด เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาการท้องอืด คือภาวะที่เกิดอาการแน่นท้อง เนื่องจากมีแก๊สในกระเพาะอาหาร จนทำให้ท้องดูมีลักษณะบวม ซึ่งเมื่อเกิดอาการแล้วจะส่งผลให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ไม่สะดวกเนื่องจากรู้สึกอึดอัดท้อง   แต่แม่ๆ คงจะสงสัยกันใช่มั้ยคะว่า ก่อนหน้านี้เราก็ไม่เคยมีอาการท้องอืดง่ายอย่างนี้เลย  พอตั้งครรภ์แล้วกลับมีอาการท้องอืดได้บ่อยๆ ขอบอกเลยว่าอาการท้องอืดขณะตั้งครรภ์ มีที่มาที่ไปค่ะ มาดูสาเหตุกันค่ะว่าทำไม คนท้อง ท้องอืด ได้ง่ายจัง!

คนท้อง ท้องอืด รับมือได้ไม่ยากอย่างที่คิด

อาการท้องอืดมีสาเหตุมาจากอะไร?

  1. ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจนเตอโรน (Progesterone) ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งฮอร์โมนนี้ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายไปทั้งร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อในระบบการย่อยอาหารด้วย จึงเป็นสาเหตุให้ลำไส้ทำงานได้ช้าลงจนเกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร
  2. พฤติกรรมการรับประทานอาหารของแม่ท้อง ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการท้องอืดค่ะ การเลือกทานอาหารที่ย่อยยาก ของทอด ของมัน หรือน้ำอัดลม การทานอาหารมากจนเกินไป การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด การทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไปจนเกิดแก๊สในกระเพาะ
  3. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากขณะตั้งครรภ์ มดลูกขยายตัวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ ซึ่งการขยายตัวนี้ได้ไปเบียดอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึง ลำไส้ กระเพาะอาหาร กระบังลม การถูกกดทับนี้ ทำให้อวัยวะเหล่านี้ทำงานได้ไม่สะดวก ย่อยอาหารได้ช้าลง จนทำให้เกิดแก๊สในท้องได้
  4. เกิดจากโรคอื่นๆ เช่น โรคกระเพาะอาหาร ไทรอยด์ และโรคเบาหวาน เป็นต้น ดังนั้น หากคุณแม่มีอาการปวดท้องหรือเป็นตะคริวบริเวณช่องท้อง มีเลือดในอุจจาระ ท้องเสียหรือท้องผูกอย่างรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการค่ะ

 

คนท้อง ท้องอืด มีอาการเป็นอย่างไร?

ท้องอืด คืออาการที่มีแก๊สในท้องมาก ซึ่งอาการที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีแก๊สในท้องมาก ได้แก่

  1. ท้องอืด/แน่นท้อง มักเกิดหลังการรับประทานอาหารหรือดื่ม ส่งผลให้รู้สึกแน่น อึดอัด แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้เมื่อไรก็ได้เมื่อมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ หรือ เคี้ยวหมากฝรั่ง ในบางคนอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วยได้ แต่อาการปวดจะไม่มาก และตำแหน่งที่ปวดมักเคลื่อนที่ได้ตามการเคลื่อนที่ของแก๊สในท้อง และอาการจะดีขึ้นเมื่อ เรอ หรือ ผายลม แต่ในบางกรณี หากปวดท้องมาก อาจเป็นที่สาเหตุอื่นที่นอกเหนือจากอาการท้องอืด เช่น
    • เมื่อปวดท้องด้านซ้ายตอนบน อาจต้องแยกจากการเจ็บหน้าอกจากโรคหลอดเลือดหัวใจ
    • ถ้าปวดท้องในส่วนช่องท้องด้านขวาตอนบน อาจต้องแยกจากโรคนิ่วในถุงน้ำดี
    • หรือถ้าปวดท้องในส่วนช่องท้องด้านขวาล่าง หรือรอบสะดือ อาจต้องแยกจากโรคไส้ติ่งอักเสบ
  2. เรอ/ท้องเฟ้อ คืออาการที่มีแก๊สมากในกระเพาะอาหาร และ/หรือหลอดอาหาร ร่างกายจึงกำจัดออกด้วยการเรอ ซึ่งอาจเกิดร่วมกับอาการแสบร้อนกลางอก (โรคกรดไหลย้อน) อาการจุกเสียดแน่นท้อง และอาการต่างๆ เช่นเดียวกับที่กล่าวแล้วในอาการท้องอืด แน่นท้อง
  3. ผายลม ทั้งนี้ ทั้งปริมาณและกลิ่น ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร ปริมาณอาหาร และชนิดแบคทีเรียประจำถิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละคน ซึ่งอาการผายลมมากหรือบ่อยกว่าปกติ มักเกิดร่วมกับอาการท้องอืด/แน่นท้อง และเรอ/ท้องเฟ้อ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 >>อ่านต่อ<< อาหารตัวการที่ทำ “คนท้อง ท้องอืด”

ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน

ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน ลูกควรกินไข่ชนิดไหน?

คุณพ่อคุณแม่ เคยสงสัยไหมว่า ระหว่าง ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน หรือไข่ชนิดไหน ที่ลูกกินแล้วจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน สำหรับเรื่องนี้แม่น้องฮันน่าห์ จากเพจ Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาฝากค่ะ ตามมาดูกันเลย

แม่ฮันน่าห์เชื่อว่า…คุณพ่อคุณแม่หลายคนรู้อยู่แล้วว่า “ไข่” เป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีความสำคัญมาก และผู้คนซึ่งเรียกได้ว่าทั่วโลกก็รับประทานกันแพร่หลาย ซึ่ง ไข่ สามารนำไปทำเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามจริงๆแล้วเรื่องราวของไข่เกี่ยวกับคุณประโยชน์จริงๆนั้น หลายคนยังรู้จักกันน้อยมาก และบางครั้งก็มักจะมีผู้ตั้งคำถามอยู่เสมอว่าระหว่าง ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน ชนิดไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน เมื่อเป็นเช่นนั้นแม่น้องฮันน่าห์ ขออาสาชําแหละไข่ทั้งสองชนิด มาเทียบกันแบบฟองต่อฟอง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายได้ทราบว่า ระหว่าง ไข่ไก่กับไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน ควรจะเลือกไข่ชนิดไหนให้ลูกกินดี ตามมาดูกันเลยค่ะ

ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน ลูกควรกินไข่อะไร?

ไข่ไก่กับไข่เป็ดแตกต่างกันอย่างไร
ไข่ไก่กับไข่เป็ดแตกต่างกันอย่างไร

ความจริงแล้ว ประโยชน์ของไข่ ส่วนหนึ่งมาจากโปรตีนจากไข่ขาว ซึ่งเป็นโปรตีนชั้นดี ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้แทนเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพของร่างกายได้ทั้งหมด นับว่าดีกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก โดยทางการแพทย์บอกว่า  “ไข่ขาว” สามารถเปลี่ยนเป็นโปรตีนของร่างกายได้เต็ม  100%  และใน ไข่ 1 ฟอง ยังมีสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง ซึ่งเด็ก ๆ ควรได้รับประทานไข่ทุกวัน ซึ่งเรื่องการกินไข่ของเด็ก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า…

ปัจจุบันมีเด็กแพ้อาหารมากขึ้น พบว่า ไข่ เป็นอาหารที่แพ้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากนมวัว ทำให้มีอาการผิดปกติหลายระบบ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ ระบบทางเดินอาหารอักเสบ ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น หายใจเสียงดัง นอนกรน เจ็บป่วยไม่สบายบ่อย ซึ่งสาเหตุเกิดจากแพ้ไข่ขาวบ่อยกว่าไข่แดง

ดังนั้นการให้อาหารเสริมแก่ทารก ควรเริ่มไข่แดง หลัง 6 เดือน เริ่มปริมาณน้อย แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนกินได้ไม่เกินวันละ 1 ฟอง โดยทำให้กินแบบไข่ต้มสุกแข็ง แล้วเอาเฉพาะไข่แดงมาให้ลูกกิน ถ้าแยกไข่แดงไข่ขาวตอนเป็นไข่ดิบ อาจมีไข่ขาวปนเปื้อน ทำให้มีโอกาสแพ้ได้

แนะนำให้กินไข่ขาวหลัง 1 ปี ในกรณีที่ลูกแพ้ไข่ เพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ หรือ นักโภชนาการ รับคำแนะนำเรื่องการกินอาหารชนิดอื่นทดแทน เพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก แร่ธาตุ และ วิตามินที่จำเป็นต้องร่างกาย

ซึ่งไข่ที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปก็มีหลายอย่างจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข่เป็ด ไข่ไก่  หรือไข่นกกระทา แล้วเราควรให้ลูกทานไข่อะไรนะ ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด นักวิชาการสาธารณสุขด้านโภชนาการกรมอนามัย เคยได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการบริโภคไข่ไว้ดังนี้…⇓

โรคงูสวัดในเด็ก

โรคงูสวัดในเด็ก อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม!

โรคงูสวัด เป็นโรคที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ รู้จักกันดี แต่ใครจะคิดล่ะคะว่าจะเกิดในเด็กเล็กและทารกได้ เรามาทำความรู้จักกับ โรคงูสวัดในเด็ก ที่มาที่ไปของโรคนี้พร้อมทั้งวิธีการป้องกัน กันดีกว่าค่ะ

เครดิตภาพจาก : haamor.com

โรคงูสวัดในเด็ก อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม!

โรคงูสวัด คืออะไร?

งูสวัด (Shingles) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ วาริเซลลา ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella zoster virus หรือเรียกย่อว่า VZV/วีซีวี ไวรัส) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) หากเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายผู้ที่ไม่เคยได้รับเชื้อก็จะทำให้เป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อโรคอีสุกอีใสหายแล้วจะยังคงมีเชื้อไวรัสชนิดนี้หลงเหลือซุกซ่อนอยู่ในปมประสาทต่างๆ โดยเฉพาะของลำตัว รอเวลาที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีภูมิคุ้มกันต้านทานลดลง เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียด หรือมีโรคเรื้อรังต่างๆ เป็นต้น เชื้อไวรัสจึงเจริญเติบโตจนทำให้ปมประสาทอักเสบและก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้

 

สาเหตุของ โรคงูสวัดในเด็ก

โรคงูสวัดเป็นโรคติดต่อได้จากการสัมผัสผื่นหรือตุ่มพองของโรคงูสวัดหรือติดเชื้อโรคอีสุกอีใสจากผู้อื่น หากไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนหรือไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ผู้สัมผัสไม่เกิดเป็นงูสวัด แต่จะเกิดเป็นโรคอีสุกอีใส สำหรับโรคงูสวัดในทารก สาเหตุมักจากมาจากคุณแม่ที่เป็นอีสุกอีใสตอนตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทารกจะได้รับเชื้ออีสุกอีใสจากในท้อง โดยเชื้ออีสุกอีใสได้ไปหลบอยู่ในปมประสาทของทารก เมื่อร่างกายอ่อนแอลง อาการของโรคงูสวัดก็จะแสดงออกมาได้

 

สำหรับโรคอีสุกอีใสก็เป็นโรคติดต่อที่ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วมาก เกิดจากการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยทั้งจากในอากาศ จากละอองการไอ จาม การหายใจ การสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง สัมผัสผื่นที่ผิวหนัง และ/หรือ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำของโรค รวมไปถึงการสัมผัสเสื้อผ้า สิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆของผู้ป่วย

โรคอีสุกอีใสมีระยะฟักตัวประมาณ 10 – 21 วัน และผู้ป่วยจะเริ่มแพร่เชื้อได้ในช่วงประมาณ 5 วันก่อนขึ้นผื่น ยาวไปจนถึงเมื่อตุ่มน้ำแห้งแตกเป็นสะเก็ดหมดแล้ว (การสัมผัสสะเก็ดแผลไม่ติดโรค) ดังนั้นระยะแพร่เชื้อในโรคอีสุกอีใสจึงนานได้ถึง 7 – 10 วันหรือนานกว่านี้ในผู้ใหญ่ จึงเป็นสาเหตุให้เป็นโรคติดต่อระบาดได้อย่างกว้างขวางถ้าไม่แยกผู้ป่วยให้ดี

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อ โรคงูสวัดในเด็ก มีอาการอย่างไร?