ลูกชันคอได้กี่เดือน

8 เทคนิค ฝึกลูกน้อยชันคอ เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัย

“ ลูกชันคอได้ ตอนอายุกี่เดือน ”  … อีกหนึ่งคำถามคาใจของคุณแม่มือใหม่หลายคนที่คอยเฝ้าลุ้นกับพัฒนาการของลูกน้อย โดยการเคลื่อนไหวของทารกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการชันคอ พลิกคว่ำ คืบ คลาน ล้วนต้องอาศัยกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ช่วยในการเคลื่อนไหวทั้งนั้น ซึ่งเมื่อเข้าเดือนที่ 4 ลูกน้อยจะต้องสามารถชันคอได้ 90 องศา ชันคอได้แข็งแรงขึ้น ใช้แขนน้อยยันยกตัวขึ้น ศีรษะตั้งตรง เริ่มจะพลิกตัวได้บ้างแล้ว

ลูกชันคอได้ตอนอายุกี่เดือน

ภายใน 2 เดือนแรกหลังทารกคลอด จะมีการเคลื่อนไหวที่ทารกพยายามควบคุมได้ดีขึ้น คือ การเคลื่อนไหวของลูกตาที่จ้องมองสบตากับแม่ในขณะให้นมได้ดี, เคลื่อนไหวขยับ ใบหน้าให้เอียงตามองจับจ้องของที่เคลื่อนไหวใกล้ ๆ ได้,กล้ามเนื้อคอจะเริ่มทำงานแข็งขึ้นจากการที่ทารกขยับในหลายทิศทาง จะเห็นว่าความสนใจในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่อยู่ใกล้ ๆ ทั้งแสง สี เสียง สัมผัส ส่งผลทำให้ทารกเฝ้าติดตามมองเป็นการมาเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณคอโดยตรง

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ  ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกมีพัฒนาการด้านร่างกายที่ดี ก็ต้องใส่ใจพัฒนากล้ามเนื้อคอของลูกแต่เนิ่นๆ เพราะกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรง นำมาสู่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก

การชันคอ ถือเป็นพัฒนาการเริ่มแรกที่เด็กควรทำได้ ซึ่งจะอาศัยการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ให้มีการทำงานที่สมดุลเพื่อพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวอื่น ๆ ทารกส่วนใหญ่จะมีกล้ามเนื้อคอที่แข็ง และสามารถตั้งคอได้เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 3-4 เดือน แต่เด็กบางคนเพียงแค่ 1-2 เดือนก็คอแข็งแล้ว ทั้งนี้หากคุณแม่ต้องการให้ลูกชันคอ ตั้งคอได้ ควรช่วยฝึกลูกด้วยเทคนิคง่ายๆ ดังนี้

ลูกชันคอได้
ลูกชันคอได้ ตอนอายุกี่เดือน

พัฒนาการเด็ก 1-2 เดือน : ยกศีรษะได้แล้ว

กล้ามเนื้อคอของลูกจะเริ่มแข็งแรงขึ้นจนคุณแม่สังเกตได้ว่า เมื่อจับลูกนอนคว่ำสักพัก ลูกจะสามารถชันคอขึ้นได้ประมาณ 45 องศา และเริ่มบังคับศีรษะได้บ้าง การเคลื่อนไหวไม่กระตุก

เหมือนช่วงก่อน คุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกนอนคว่ำบ้าง เพื่อจะได้ฝึกหัดชันคอ โดยที่นอนไม่ควรนุ่มเกินไป และไม่จำเป็นต้องมีหมอน เพราะลูกจะหายใจไม่ออกเวลาที่ฟุบหน้าลงไป  ขณะที่ลูกนอนคว่ำ คุณแม่อาจหาของเล่นมาหลอกล่อในระดับที่สูงจากพื้นนิดหนึ่ง เพื่อล่อให้เจ้าหนูยกศีรษะขึ้นมอง

คุณแม่ช่วยได้

  • ออกกำลังกล้ามเนื้อคอ โดยให้ลูกนอนหงาย แล้วจับมือทั้งสองดึงขึ้นช้าๆ สู่ท่านั่ง ลูกจะพยายามเกร็งคอและศีรษะให้ตั้งตรง จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อคอ แขน และลำตัวของลูกได้ค่ะ
  • หมั่นส่งเสียงเรียกเพื่อดึงความสนใจให้ลูกหันหาเสียง
  • ยื่นหน้าไปใกล้ๆ ลูกราว 1 ฟุต ขณะลูกนอนคว่ำ พร้อมส่งเสียงพูดคุย ขยับหน้าไปมา ขยับขึ้นบนลงข้างล่างบ้างเพื่อให้ลูกน้อยมองตาม

อ่านต่อ >> “เทคนิคการฝึกลูกน้อยชันคอ” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คุณประโยชน์ของมะละกอ

รวมประโยชน์ของมะละกอที่ไม่ควรพลาด เพื่อแม่ท้อง แม่ให้นม และลูกน้อย โดยเฉพาะ!

คนท้องกินมะละกอ ได้หรือไม่? อีกหนึ่งคำถามคาใจของแม่ท้อง เพราะด้วยสรรพคุณเด่นของมะละกอที่เรารู้กันดีอยู่แล้วก็คือ ช่วยในเรื่องการขับถ่ายหรือท้องผูก เพราะกากใยในมะละกอสุกจะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

“มะละกอ” ถือเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เป็นผลไม้มากประโยชน์ที่นำมากินได้ทั้งสุกและดิบ มะละกอเป็นผลไม้ที่นำมาทำอะไรได้หลากหลาย ทุกส่วนของมะละกอเป็นยาที่นำมาใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพของเราในชีวิตประจำวันได้ เรียกได้ว่ามีประโยชน์ครบเครื่องตั้งแต่รากยันผล ซึ่งนับเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คุณแม่ท้อง คุณแม่ให้นม และลูกน้อย ไม่ควรพลาด!  สรรพคุณและประโยชน์ของ มะละกอ จะมีมากมายมหาศาลอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

แม่ท้องกินมะละกอ ช่วยอะไรได้บ้าง

  • มะละกอสุก : อุดมด้วยวิตามินซี สารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบีและแคลเซียม แก้อาการกระหายน้ำ ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน บำรุงระบบประสาทและสายตา

หากคุณแม่ท่านใดที่มักมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายหรือท้องผูก กากใยในมะละกอสุกจะช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นและยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ ใหญ่ สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ การ กินมะละกอสุกจะทำให้ร่างกายได้รับสารเบต้าแคโรทีนสูงและช่วยให้ระบบขับถ่าย ดี ซึ่งคุณแม่สามารถกินได้ทุกวัน (อาจกินเป็นผลไม้หลังมื้ออาหาร)

แต่หากจะกินส้มตำ สามารถกินได้ปกติแต่ไม่ควรกินเป็นอาหารหลักทุกมื้อหรือทุกวัน เพราะในส้มตำมักจะมีของหมักของดองเป็นส่วนประกอบ เมื่อกินแล้วจะทำให้ไม่สบายท้อง ท้องเสียและอาจเป็นอันตรายต่อลูกได้ ควรหลีกเลี่ยงการใส่ปูดอง ปลาร้า หลีกเลี่ยงการกินรสจัด เลือกกินร้านที่สะอาด เพียงเท่านี้คุณแม่ก็สามารถกินได้อร่อยอย่างปลอดภัยแล้ว

คนท้องกินมะละกอ

  • มะละกอดิบ มีเอ็นไซม์ปาเปอิน น้ำย่อยที่ช่วยย่อยโปรตีน ลดอาการจุกเสียดในกระเพาะอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ และช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร็ว นิยมนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม แกงป่า เป็นต้น

อีกทั้งสำหรับคุณแม่ให้นมลูก เนื้อมะละกอสุก สามารถช่วยบำรุงร่างกายและกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี หรือมะละกอดิบ มียางมะละกอบำรุงน้ำนม เอายางมะละกอไปปรุงแต่งรับประทานจะช่วยในการย่อยโปรตีน ส่วนรากนั้นเอาไปต้มน้ำ ดื่มบำรุงน้ำนม ได้อีกด้วย

ประโยชน์ของมะละกอกับลูกน้อย

ถ้าลูก มีอาการท้องผูก มะละกอ เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ช่วยป้องกัน และแก้ปัญหาท้องผูกอย่างได้ผลเร็วและเหมาะกับเด็ก (คนทุกวัย) เมื่อให้ลูกกินครั้งแรกๆ ควรจะบดมะละกอสุกให้เละ ป้อนแค่ปลายช้อนชา แล้วค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลูกคุ้นเคยแล้ว
เพราะในมะละกอสุกจะมีสารเพ็ตตินอยู่มากเมื่อลูกกินมะละกอเข้าไป สารเพ็ตตินนี้จะดูดน้ำในลำไส้แล้วพองขยายตัวจากเดิมหลายเท่า ทำให้กากอาหารมีมากขึ้น กากอาหารที่มีมากขึ้นนี้จะไปดันผนังลำไส้กระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวถ่ายออกมา อาการท้องผูกก็จะทุเลาลง

อีกทั้งมะละกอยังถือเป็นยาแก้ท้องเสียที่ใช้กันมาก โดยเฉพาะในเด็กหรือทารก เพราะอันตรายน้อยมาก จากรายงานการทดลองพบว่าสารเพคตินซึ่งมีมากในมะละกอนี้ จะมีเมือกเหนียวลื่นๆ ไปเคลือบผนังของกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดการระคายเคืองและการอักเสบ สารเพคตินนี้ยังช่วยทำให้อุจจาระแข็งขึ้น ถ่ายเป็นก้อนแทนที่จะเหลวเป็นน้ำออกมา และมะละกอยังมีสารที่ทำให้เชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุของท้องเสียหยุดเจริญเติบโตด้วย ดังนั้นเมื่อลูกน้อยของคุณมีอาการท้องเสีย ควรกินมะละกอสุกให้มากๆ ก็สามารถช่วยได้ เรียกได้ว่ามะละกอเป็นผลไม้แบบ 2 in 1 คือช่วยได้ทั้งอาการท้องผูกและท้องเสียนั่นเอง นอกจากนี้มะละกอมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก มีทั้งธาตุเหล็ก บำรุงเลือด ธาตุแคลเซียม บำรุงกระดูก วิตามินเอ บำรุงสายตา วิตามินอี บำรุงประสาท วิตามินซี รักษาเลือดออกตามไรฟัน และยังมีสารคาร์แซนทิน ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตให้ลูกรักของคุณด้วย

อ่านต่อ “ประโยชน์มหาศาลจาก “มะละกอ” ที่คุณแม่ไม่ควรพลาด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก

ข้อดี vs ข้อเสีย ของการ มีลูกเมื่ออายุมาก

ในปัจจุบันผู้หญิง 1 ใน 5 เลื่อนการตั้งครรภ์ออกไปที่อายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวนคุณแม่ที่มีลูกในวัย 40 เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเมื่อ 20 ปีที่แล้ว การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้หญิงที่มีลูกช้าเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามว่า อายุเท่าไหร่ เรียกว่า แก่เกินไปที่จะมีลูก? และข้อดี ข้อเสียของการ มีลูกเมื่ออายุมาก เป็นอย่างไร?  Amarin Baby & Kids มีคำตอบให้คุณ ที่นี่ Continue reading “ข้อดี vs ข้อเสีย ของการ มีลูกเมื่ออายุมาก”

9-น้ำผัก-น้ำผลไม้-เพื่อสุขภาพ-คนท้อง

9 น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง

“น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง”…อยากสุขภาพดีไม่มีขาย ยิ่งถ้าเป็นแม่ท้องด้วยแล้ว อย่าให้ร่างกายเจ็บป่วยขึ้นมาระหว่างตั้งครรภ์เป็นดีที่สุด ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 9 น้ำผัก น้ำผลไม้ สุดยอดซูเปอร์ฟรุ้ต ที่รับรองว่าคนท้องดื่มแล้วดีต่อสุขภาพร่างกายของตัวเอง และลูกในท้องด้วยค่ะ

 

น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง…

ในระหว่างตั้งครรภ์คนท้องมีความต้องการสารอาหาร รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอย่างหลากหลาย ที่จำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของแม่ท้องเอง และลูกน้อยในครรภ์  ซึ่งนอกจากอาหารหลัก 5 หมู่แล้ว ตลอดการตั้งครรภ์คุณแม่สามารถบำรุงร่างกายให้สดชื่น สุขภาพดีได้ด้วย น้ำผัก น้ำผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย  ไปดูกันค่ะว่า น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง อะไรบ้างที่ควรดื่ม…

 

น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง กับ 9 เครื่องดื่มซูเปอร์ฟรุ้ต ที่ดีกับสุขภาพของแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนี้…

 

น้ำส้มคั้นเครดิตภาพ : momjunction / shutterstock

1.น้ำส้มคั้น

มื้อเช้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย แม่ท้องควรดื่มน้ำส้มคั้นสด ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และโพสแทสเซียม ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เป็นเหมือนเกราะป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคหวัดได้อย่างดีเลยค่ะ  ยิ่งแม่ท้องคนไหนที่ยังมีอาการแพ้ท้องอยู่ แนะนำให้จิบน้ำส้มคั้นสดหลังตื่นนอน จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นจากอาการคลื่นไส้ อาเจียน

 

น้ำแครอทเครดิตภาพ : momjunction / shutterstock

2.น้ำแครอท

โอ๊ะ เอาแครอทมาฝาก อยากให้แม่ท้องได้กิน แครอทนั้นมีวิตามินเอ และวิตามินอี คุณแม่ท้องอยากให้ลูกในท้องมีสุขภาพสายตาที่ดี มีสุขภาพผิวสวยสดใสเปล่งปลั่ง ควรดื่มน้ำแครอทค่ะ ที่สำคัญน้ำแครอท ยังช่วยย่อยอาหาร และช่วยบรรเทาอาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์ได้ดีอีกด้วย

 

น้ำบรีทรูทเครดิตภาพ : momjunction / shutterstock

3.น้ำบีทรูท

บีทรูทหัวแดงๆ ลองเอามาคั้นสด หรือปั่นเป็นสมูทตี้ดื่มบำรุงสุขภาพกันดูค่ะ น้ำบีทรูท อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งขณะตั้งครรภ์ร่างกายของแม่ท้องมีความต้องการธาตุเหล็กอย่างมาก เพื่อป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง  นอกจากนี้บีทรูทยังเต็มไปด้วยกากใยที่ดีต่อระบบการย่อยอาหารของคนท้องอีกด้วย

 

น้ำแอปเปิ้ลเครดิตภาพ : momjunction / shutterstock

4.น้ำแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลแดง หรือแอปเปิ้ลเขียว ถ้าเบื่อทานเป็นสลัด หรือผลไม้ของว่างระหว่างวัน ลองเอามาคั้นสด หรือทำเป็นสมูทตี้แอปโยเกิร์ตก็ได้ค่ะ น้ำแอปเปิ้ล อุดมไปด้วย วิตามินบี 1-6  แม่ท้องดื่มแล้วดีต่อสุขภาพ และช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางด้านสมองของทารกในครรภ์ล นอกจากนี้น้ำแอปเปิ้ล ยังมีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ มีแคลเซียม วิตามินซี ไฟเบอร์ กรดโฟลิก ที่ช่วยบำรุงร่างกายแม่ท้องให้มีสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์

น้ำพีชเครดิตภาพ : momjunction / shutterstock

5.น้ำพีช

ผู้เขียนชอบดื่มน้ำพีชมาก อร่อยแถมมีประโยชน์ต่อร่างกาย ตอนท้องดื่มเกือบทุกวัน น้ำพีชอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจางในคนท้อง และมีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษในร่างกาย และช่วยทำให้กระเพาะปัสสาวะ และไตสะอาด ที่สำคัญช่วยลดอาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์ได้ด้วยค่ะ

อ่านต่อ >> “น้ำผัก น้ำผลไม้ เพื่อสุขภาพ คนท้อง” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของใช้ทารกแรกเกิด

ของใช้ทารกแรกเกิด 11 อย่างที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ

“ของใช้ทารกแรกเกิด”…เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กวัยแรกเกิด คงเตรียมข้าวของเครื่องใช้กันไว้แล้วบ้าง แต่จะดีมากแค่ไหนหากก่อนซื้อเราได้คิดคำนวณให้รอบคอบว่าของใช้ทารกแรกเกิดอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นซื้อมาใช้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี ของใช้ทารกแรกเกิด 11 อย่างที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ ช่วยให้พ่อแม่ลูกอ่อนมือใหม่ได้ประหยัดเงินในกระเป๋า และพื้นที่วางของในบ้าน มาฝากกันค่ะ

 

ของใช้ทารกแรกเกิด…

เวลาเดินดูของที่แผนกเด็กอ่อน อะไรที่เป็นของน่ารักเป็นต้องอยากซื้อกลับมาทุกครั้งไป ซึ่งบางที่ข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้กับเจ้าตัวเล็กให้เกิดประโยชน์เลย มาค่ะ มาดูสักนิดว่า ของใช้ทารกแรกเกิด ที่ไม่จำเป็นเหล่านี้มีที่บ้านใครบ้าง…

 

เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอ่างอาบน้ำเด็กอ่อนเครดิตภาพ : shutterstock

1. เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอ่างอาบน้ำเด็กอ่อน 

คุณแม่บางคนอยากวัดอุณหภูมิน้ำอาบของลูกให้ตรงเป๊ะ แต่ความจริงแล้วเครื่องมือชิ้นนี้อาจไม่จำเป็นเท่าไรนัก ในเมื่อคุณแม่แค่เอามือ หรือหลังข้อศอกแตะน้ำที่เตรียมสำหรับอาบให้ลูกก็น่าจะรู้แล้วว่าน้ำร้อนหรือเย็นเกินไปสำหรับลูกหรือเปล่า เห็นไหมค่ะว่า เทอร์โมมิเตอวัดอุณหภูมิอ่างอาบน้ำเด็กอ่อนไม่จำเป็นเลยค่ะ

 

รองเท้าเด็กทารกเครดิตภาพ : shutterstock

2. รองเท้าเด็กทารก

เชื่อว่าเวลาที่ไปซื้อของใช้เตรียมไว้ให้ลูก นอกจากเสื้อผ้าที่จำเป็นแล้ว บางทีก็มีรองเท้าเด็กด้วยใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วรองเท้าเด็กยังไม่ต้องรีบซื้อมาตั้งแต่แรก เพราะว่าเราจะให้ลูกเริ่มหัดเดินก็ตอนอายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไปแล้ว รอไว้ซื้อตอนลูกเริ่มหัดเดินน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าค่ะ

 

เก้าอี้เด็กทรงสูงเครดิตภาพ : shutterstock

3. เก้าอี้เด็กทรงสูง

เก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กส่วนใหญ่เราจะเห็นตามร้านอาหาร แต่ถ้าที่บ้านไม่จำเป็นต้องซื้อมาค่ะ เพราะถ้าจะให้ลูกนั่งจริงๆ ก็แค่ประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็นึกอยากจะกระโดดลงจากเก้าอี้ ที่สำคัญเก้าอี้ทรงสูงไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับลูกวัยทารกเลยค่ะ

 

4. ที่อุ่นขวดนม

ตามที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ เวลาที่จะอุ่นนมที่แช่เก็บไว้ให้ลูกกิน ก็จะแช่ขวดนมในน้ำร้อน แล้วนมก็จะอุ่นๆ ขึ้น เวลาดูดก็จะให้ความรู้สึกเหมือนดูดนมอุ่นๆ จากอกของแม่ค่ะ

 

5. กล่องเก็บผ้าอ้อม

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย คุณแม่มักหาซื้อกล่องเก็บผ้าอ้อมมาใช้กัน เวลาหยิบผ้าอ้อมมาใช้ทีก็หยิบยากซะเหลือเกิน ถ้าจะให้หยิบใช้ผ้าอ้อมให้สะดวกและรวดเร็ว มาเก็บผ้าอ้อมในกระเป๋า หรือตะกร้าปกติ ก็จะสะดวกกว่ามากค่ะ

 

อ่านต่อ >> “ของใช้ทารกแรกเกิด ที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ประกันสังคม

สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ทั้งหมดที่แม่ท้องควรรู้!

สำหรับคุณพ่อหรือคุณแม่ที่มี สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ให้เรียบร้อยและครบถ้วน ว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะได้หรือไม่ได้รับเงินส่วนไหนอย่างไรบ้างในแต่ละกรณีเมื่อคุณแม่ได้ตั้งครรภ์แล้ว

สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ที่แม่ท้องควรรู้

ในเรื่องของ สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ทางประกันสังคมได้ตั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้อต้นไว้ ดังนี้

  1. เมื่อผู้ประกันตน (คุณพ่อหรือคุณแม่) จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร มีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้
  2. คลอดบุตรที่ใดก็ได้ ให้วินิจฉัยจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง
  3. สำหรับผู้ประกันตนฝ่ายตัวคุณแม่เองมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน (ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นการรับผิดชอบของบริษัทที่ตนทำงานอยู่)
  4. สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน

หมายเหตุ : กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรรวมกัน ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง โดยบุตรที่นำมาใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรแล้วไม่สามารถนำมาขอรับค่าคลอดบุตรได้อีก

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ คลอดบุตรแล้วบุตรเสียชีวิต หรือแท้งบุตร หรือการขอเบิกเกี่ยวกับกรณีคลอดบุตรต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แม่ท้องหลายคนสงสัยว่าประกันสังคมจ่ายให้ด้วยหรือไม่ หรือจะคุ้มครองเราอย่างไร  รวมถึงเงินสงเคราะห์บุตรต่างๆที่คุณแม่ควรได้รับจะเป็นอย่างไร  Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาให้ค่ะ

1.ในกรณีที่ผู้เป็นแม่คลอดบุตรออกมาแล้ว แต่บุตรเสียชีวิตในเวลาต่อมาทันที หรือหากคุณแม่ผู้ประกันตนตั้งครรภ์แล้วมีอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ แต่ต่อมาแท้งบุตร สามารถเบิกค่าคลอดได้หรือไม่ และถ้าเป็นกรณีที่แม่ของเด็กไม่ได้ทำประกันสังคม (และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน) แล้วพ่อมีสิทธิประกันสังคม จะสามารถใช้สิทธิ ได้หรือไม่อย่างไร

คำตอบ : การเบิกสิทธิการคลอด ผู้ประกันตน (ไม่ว่าพ่อหรือแม่) จะต้องอยู่ในสถานะความเป็นผู้ประกันตนขณะที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ และมีการนำส่งเงินสมทบตามเงื่อนไขในการเบิกสิทธิ ซึ่งหากบุตรเกิดมาแล้วเสียชีวิต ก็สามารถใช้สิทธิการเบิกได้ (การจดทะเบียนสมรสนั้น ไม่จำเป็นสำหรับฝ่ายหญิง แต่ถ้าเบิกส่วนของฝ่ายชายจะต้องจดทะเบียนหรือรับรองบุตร)

สรุปคือ ผู้ประกันตนมีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายและเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรได้  เนื่องจากการตั้งครรภ์ไม่น้อยกว่า 28 สัปดาห์หรือ 7 เดือนขึ้นไป ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตรอดหรือไม่ถือเป็นกรณีคลอดบุตร หากแต่ผู้ประกันตนจะยื่นเรื่องเบิกต้องมีใบมรณะบัตรของบุตรที่เสียชีวิตแนบมาด้วย ทั้งนี้หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน 1506 หรือสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด ที่ใดก็ได้ที่สะดวก

อ่านต่อ >> “สิทธิประกันสังคม กรณีคลอดบุตร ที่แม่ท้องควรรู้” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

บรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด

10 เทคนิคดี๊ดี ช่วยคุณแม่บรรเทาอาการเจ็บครรภ์คลอด

คุณแม่อาจเคยได้ยินได้ฟังมาว่า การคลอดลูกนั้นเจ็บปวดที่สุดในชีวิต ทำเอาคุณแม่หลายท่านกลัวการคลอดลูก และอยากจะเลือกการผ่าคลอดแทน แต่อย่างที่ทราบดีว่า ข้อเสียของการผ่าคลอดนั้นก็มีไม่น้อย และการคลอดธรรมชาติ แม้จะเจ็บปวด แต่มีข้อดีต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยมากกว่าการผ่าคลอด ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเรียนรู้ เทคนิคบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด จะช่วยคุณแม่บรรเทาอาการเจ็บครรภ์คลอดได้ ซึ่ง Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม วิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด มาไว้ให้คุณแม่ลองนำไปใช้กันค่ะ

อยากคลอดง่าย แม่ท้องต้องผ่อนคลาย

เหมือนจะพูดง่ายแต่ทำยากใช่ไหมคะ ชั่วโมงนี้เจ็บเจียนตาย จะผ่อนคลายได้อย่างไรกัน?…เรามาเพิ่มระดับความผ่อนคลาย รับมือกับอาการเจ็บท้องคลอด ด้วยเทคนิคต่อไปนี้

วิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด

นวดผ่อนคลาย บรรเทาเจ็บครรภ์คลอด

1. นวดผ่อนคลาย

คุณแม่อาจเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ใส่ไว้ในกระเป๋าเตรียมไปคลอด ได้แก่ น้ำมันนวด กระเป๋าน้ำร้อน ลูกกลิ้งนวดหลัง แป้งฝุ่น ฯลฯ โดยอาจให้คุณพ่อหรือญาติสนิทนวดบริเวณกระดูกสันหลัง ด้วยมือหรือลูกกลิ้งนวดหลัง เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในช่วงแรกของการเจ็บท้องคลอด ควรทาน้ำมันนวดหรือแป้งฝุ่นที่ผิวหนังของคุณแม่และมือผู้นวด เพื่อช่วยลดความแห้งกระด้างของผิว และวางกระเป๋าน้ำร้อนประคบไว้ที่บริเวณก้นกบ จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังของคุณแม่ได้

2. เติมความสดชื่น

บางช่วงระหว่างการเจ็บท้องคลอด คุณแม่อาจไม่อยากดื่มน้ำอะไรทั้งนั้น เพียงแค่อยากอมอะไรที่ช่วยให้พอชุ่มคอ เช่น น้ำแข็งก้อนละเอียดที่เตรียมไว้ในกระติก ถ้าคุณแม่อมน้ำแข็งไว้ในปากจะรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายมากขึ้น หรือคุณแม่อาจใช้สเปรย์น้ำแร่ สำหรับใช้ฉีดหน้าหรือตามแขนขาเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้นในขณะเจ็บท้องคลอด

3. อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือเล่นเกม

หนังสือ นิตยสาร สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ไว้ฟังเพลงสบายๆ หรือเอาไว้เล่นเกมต่าง ๆ เนื่องจากในระยะแรกของการเจ็บท้องคลอดมักใช้เวลานาน และอาจเป็นการรอคอยที่ทำให้คุณแม่เบื่อได้ หากมีอะไรทำเพลินๆ เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปจากความเจ็บปวด ก็จะช่วยให้คุณแม่ลืมความเจ็บปวดไปได้บ้าง

วิธีลดอาการเจ็บท้องคลอด

4. นึกถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุข

นอกจากโฟกัสที่ลมหายใจแล้ว คุณแม่อาจโฟกัสสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข เช่น ใบหน้าของสามีสุดที่รัก หรือนึกถึงภาพที่ชอบหรือทำให้มีกำลังใจ หรือจินตนาการว่าคุณแม่กำลังอยู่ในสถานที่ผ่อนคลาย เป็นต้น วิธีนี้จะช่วยเบี่ยงเบียนความสนใจคุณแม่ไปจากความเจ็บปวดได้เช่นกัน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ฝึกหายใจอย่างถูกวิธี ลดเจ็บปวดระหว่างคลอด คลิกหน้า 2

คลอดแล้ว “น้องออเกรซ” พ่อเปิ้ล พาพี่ 3 ออ มาให้กำลังใจพร้อมหน้า

” น้องออเกรซ คลอดแล้ว “… ในที่สุดครอบครัว ‘ตัว อ.’ ของ เปิ้ล – นาคร ศิลาชัย และ แม่จูน กษมา ก็ได้ให้กำเนิดลูกสาว คนที่ 4 ตระกูลออ อย่างน้อง ออเกรซ หรือ ด.ญ. ศิริกร ศิลาชัย ด้วยวิธีผ่าคลอดที่โรงพยาบาลพระราม 9 (ในวันที่ 14 พ.ย. 59) ตามฤกษ์เวลา 9.09 น. ออกมาปลอดภัยทั้งแม่และลูก ซึ่งงานนี้คุณพ่อเปิ้ลได้โชว์ Live สด กลางห้องคลอดอย่างลุ้นระทึกพร้อมกับพี่ๆตะกูลออ ออกัส ออก้า ออกู๊ด ที่ใส่ชุดไทยให้เข้ากับเทศกาลลอยกระทง รอต้อนรับน้องคนเล็ก ออเกรซ อย่างใกล้ชิด

น้องออเกรซ คลอดแล้ว %e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab

ไปชมภาพบรรยากาศแห่งความปิติของครอบครัวศิลาชัยกันค่ะ

สดๆ ออเกรซคลอด 9.09

โพสต์โดย Ple Nakorn บน 13 พฤศจิกายน 2016

15036739_1220165501391385_4308200327752604039_nทางทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็ขอแสดงความยินดีกับพ่อเปิ้ล แม่จูน และครอบครัวศิลาชัยด้วยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

และจากเคสของครอบครัวนี้ที่ลูกทั้ง 4 คน ก็อาจสร้างความสงสัยให้กับว่าที่คุณแม่มือใหม่ และมือเก่า (แม่ลูกหนึ่ง) หลายคน ว่า จริงๆแล้วการผ่าคลอดลูกนั้น จะสามารถผ่าได้กี่ครั้งกันแน่ แล้วมีลูกห่างกันเท่าไหร่ หรือการมีลูกติดๆ กันหลายคนจะมีปัญหาอะไรหรือไม่? วันนี้ Amarin Baby & Kids จึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ของการมีลูกและการผ่าคลอดลูกว่าจะผ่าได้กี่ครั้ง มาฝากคุณแม่ๆ กันค่ะ

ความถี่การมีลูก

ปัจจุบันคนทั่วไปต่างก็เข้าใจกันอย่างสุดซึ้งดีว่า การมีลูกมากๆ เกินกว่าฐานะครอบครัวตัวเองนั้น จะทำให้คนเป็นพ่อแม่ลำบากในการหาเงินหาทองมาเลี้ยงลูกของตนให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามุ่งไปที่ปัญหาด้านการเงินเศรษฐกิจภายในครอบครัวเป็นหลักใหญ่ โดยมิได้คำนึงถึงปัญหาด้านสุขภาพเลย ซึ่งความจริงแล้วการวางแผนครอบครัวหรือการคุมกำเนิดนี้ ไม่ใช่จะให้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจภายในครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวพันไปถึงปัญหาทางด้านสุขภาพของทั้งพ่อแม่ และเด็กในท้องอีกด้วย

ยิ่งในสมัยเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ คู่สามีภรรยาควรจะมีลูกเพียง 2 คน หรืออย่างมากไม่ควรเกิน 4 คน โดยให้มีเพศชายหรือหญิงได้ตามต้องการ เมื่อก่อนนี้ปัญหาการเลือกเพศตามที่ต้องการเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ในยุคนี้ความเจริญทางด้านการแพทย์ช่วยเหลือได้ โดยคิดค้นวิธีการที่จะสามารถกำหนดการตั้งท้องให้คลอดออกมาเป็นลูกชายหรือหญิงได้ตามต้องการ ปัญหาการมีลูกตามดวงจึงหมดไป

ทั้งนี้เรื่องความถี่ในการมีลูกคุณหมอแนะนำว่า ควรเว้นช่วงห่างอย่างน้อย 2 ปี ก่อนมีลูกคนถัดไป เพราะการมีลูกถี่เกินไป เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และลูก ซึ่งหากมีลูกติดกันน้อยกว่า 2 ปีต่อคน อาจส่งผลตามมามากมาย

อ่านต่อ >> “เหตุที่ควรมีลูกห่างกันคนละ 2 ปี” คลิกหน้า 2

แม่ท้องกินยาแก้ปวด ลูกเสี่ยงพฤติกรรมผิดปกติ

คุณพ่อ คุณแม่คงทราบว่า ยาแก้ปวด ลดไข้ เช่น แอสไพริน (Aspirin) และไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) เป็นยาที่แม่ท้องห้ามรับประทาน คุณแม่หลายคนจึงหันมารับประทานยาที่ปลอดภัยแทน คือ พาราเซตามอล แต่ถ้ารับประทานมากเกินไป อาจมี ผลข้างเคียงจากยาแก้ปวด ได้เช่นกัน

Continue reading “แม่ท้องกินยาแก้ปวด ลูกเสี่ยงพฤติกรรมผิดปกติ”

เพิ่มน้ำหนักลูกในท้อง

เพิ่มน้ำหนักให้ลูกในท้อง แม่ทำได้ด้วย 5 วิธี

มีคุณแม่ที่ท้องส่วนใหญ่หลายคนมักจะกังวลเรื่อง น้ำหนักของลูกในครรภ์ เพราะกลัวว่าเมื่อคลอดออกมาลูกจะตัวเล็ก หรือน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ จึงสรรหาวิธีทางที่จะ เพิ่มน้ำหนักให้ลูกในท้อง โดยการทานอาหารเพื่อเข้าไปเพิ่มน้ำหนักให้ลูกเพื่อคลอดออกมาจะได้มีน้ำหนักตามเกณฑ์

การ เพิ่มน้ำหนักให้ลูกในท้อง

 

โดยปกติเด็กทารกช่วงแรกเกิด มีค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2.8-3.2 กิโลกรัม  สำหรับคุณแม่ที่คลอดตามกำหนด แต่ก็มีคุณแม่บางคนที่คลอดลูกตามกำหนดแต่น้ำหนักตัวทารกแรกเกิดน้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แต่ทารกในครรภ์บางคนถึงแม้จะมีขนาดเล็กก็จริง แต่ร่างกายกลับสมบูรณ์แข็งแรง เนื่องด้วยสุขภาพของคุณแม่ และการเลือกกินอาหาร ในความเป็นจริง ขนาดของทารกในครรภ์ ไม่จำเป็นต้องตัวใหญ่มากนัก เพราะจะลำบากในตอนคลอด แต่ควรดูเรื่องสุขภาพของคุณแม่ และการเต้นของหัวใจลูกเป็นสำคัญ เด็กทารกที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์เมื่อครบกำหนดคลอดคือ 2500-3500 กรัม ค่ะ

ซึ่งถ้าลูกตัวเล็กแต่แข็งแรงก็ดีไป แต่ก็มีคุณแม่หลายคนที่อยากเห็นลูกน้อยแรกเกิดของตัวเองทั้งแข็งแรงและจ้ำม่ำ อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้การเพิ่มน้ำหนักลูกในท้อง นั้นเริ่มต้นที่เพิ่มตัวคุณแม่ก่อนนะคะ ควรทานอาหารให้ครบห้าหมู่ตามหลักโภชนาการและเน้นอาหาร ที่มีโปรตีน และดื่มนม เสริมด้วย

เพิ่มน้ำหนักให้ลูกในท้องเหตุที่ทารกในครรภ์น้ำหนักน้อย

หากน้ำหนักตัวของทารกในครรภ์ประมาณ 2 กิโลกรัมกว่า ซึ่งอาจดูจะน้อยกว่าปกติ ทั้งนี้สาเหตุของการเจริญเติบโตช้าของทารกอาจเกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม เช่น

  • คุณพ่อคุณแม่ตัวเล็ก ทารกก็จะตัวเล็กด้วย
  • ทารกมีความผิดปกติทางโครโมโซม
  • มีการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์
  • คุณแม่มีการติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ เช่น หัดเยอรมัน เป็นต้น
  • คุณแม่มีโรคหรือความผิดปกติในขณะตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคธัยรอยด์หรือเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคที่พบจะส่งผลต่อความผิดปกติของเนื้อรก ทำให้เนื้อรกมีตะกอนแคลเซียมมาเกาะจำนวนมาก ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดที่บริเวณเนื้อรกผิดปกติ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกมีขนาดเล็กกว่าปกติได้
  • แม่มีอายุน้อย หรือยังเป็นวัยรุ่นอยู่ก็จะทำให้ลูกมีน้ำหนักตัวน้อยได้
  • แม่สูบบุหรี่ กินเหล้า ใช้สารเสพติด
  • ท้องลูกแฝด (เพราะอยู่กันเบียดๆ ไม่ใช่เพราะแย่งอาหารกัน)

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า ทารกในครรภ์น้ำหนักเท่าไหร่

การที่คุณแม่ท้องจะสามารถทราบขนาดและน้ำหนักของลูกน้อยในท้องได้นั้น จะวัดขนาดจากการอัลตร้าซาวด์แล้วคุณหมอสามารถประเมินขนาดทารกได้จากสิ่งเหล่านี้ค่ะ

  • ขนาดของหน้าท้องที่นูน หรือ ยื่นออกไปด้านหน้าหรือด้านข้าง
  • น้ำหนักตัวของคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น
  • น้ำคร่ำมากหรือน้อย
  • ตั้งครรภ์แฝดหรือไม่
  • ทารกลอยต่ำหรือสูง

คุณแม่บางคนที่มีหน้าท้องใหญ่อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน และถ้าคุณหมอประเมินจากวิธีต่าง ๆ แล้ว และพบว่าทารกมีขนาดน้อยกว่าเกณฑ์ คุณหมอจะแนะนำเรื่องโภชนาการให้คุณแม่เลือกนำไปปฏิบัติเพื่อให้น้ำหนักของลูกมีน้ำหนักที่พอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ซึ่งถ้าหาก ทารกในครรภ์มีน้ำหนักน้อย จะเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดมากค่ะ

อ่านต่อ >> “วิธีเพิ่มน้ำหนักให้ลูกในท้อง” คลิกหน้า 2

ระบบการศึกษาจากฟินแลนด์

ระบบการศึกษาใหม่ที่ดีที่สุดในโลกจากฟินแลนด์

ในประเทศฟินแลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีระบบการศึกษาอันดับ 1 ของโลก ให้ความสำคัญเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา โดยไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียน ล่าสุด ระบบการศึกษาจากฟินแลนด์ ได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยมีการยกเลิกการเรียนการสอนแบบเดิมๆ

Continue reading “ระบบการศึกษาใหม่ที่ดีที่สุดในโลกจากฟินแลนด์”

สี ปัสสาวะ บอก โรค

สี ปัสสาวะ บอก โรค ได้อย่างไร?

“สี ปัสสาวะ บอก โรค”…คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก อย่าได้เมินเฉยกับสุขภาพของลูก เพราะต่อให้เราดูแลทะนุถนอมเขาดีมากแค่ไหน บางครั้งการเจ็บป่วยก็เกิดขึ้นได้จากเรื่องใกล้ตัว อย่างเรื่องของปัสสาวะ  !! ทีมงาน Amarin baby and  kids จะพาคุณพ่อคุณแม่มาสังเกตดูสีของฉี่ลูกน้อยกันค่ะ อย่าเพิ่งทำหน้างง ว่า สี ปัสสาวะ บอก โรค ได้อย่างไรกัน ที่นี่มีคำตอบให้ค่ะ

 

สี ปัสสาวะ บอก โรค…

ของเหลวที่ถูกขับถ่ายออกจากร่างกายทุกวัน นั่นก็คือ ปัสสาวะ หรือ Urine คือ ของเหลวจากร่างกายที่ผ่านการกรองจากไต เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย โดยการขับถ่ายผ่านระบบทางเดินปัสสาวะ จากไตสู่ท่อไต สู่กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ และขับออกนอกร่างกายเราในทุกวัน1

 

สี ปัสสาวะ บอก โรค : ปัสสาวะที่ปกติมีลักษณะอย่างไร ?

ปัสสาวะที่ปกติจะต้องปลอดเชื้อ การขับถ่ายปัสสาวะในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 1-2 ลิตร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การดื่มน้ำ อาหาร สภาพอากาศ การออกกำลังกาย และสุขภาพ เป็นต้น  สีของปัสสาวะที่ปกติ จะมีสีเหลืองอ่อน ทั้งนี้หากในแต่ละวันดื่มน้ำมาก สีของปัสสาวะจะจางลงออกไปทางไม่มีสี หรือหากดื่มน้ำน้อย สีปัสสาวะจะออกมาสีเหลืองเข้ม  ส่วนกลิ่นของปัสสาวะปกติจะไม่มีกลิ่นค่ะ

 

Good to know… “ในหนึ่งคนจำนวนปัสสาวะที่ถ่ายออกมาจะอยู่ที่ประมาณ  3-5 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นการขับถ่ายปัสสาวะที่ปกติ ” 

 

เด็กๆ กับการขับถ่ายปัสสาวะ…

– เด็กทารกแรกเกิด 0-1 เดือน ทารกจะถ่ายปัสสาวะบ่อยเนื่องจากทานนมแม่ เด็กบางคนจะปัสสาวะวันละ 5-6 ครั้ง หรือบางคนอาจจะวันละ 10 ครั้ง
– เด็กอายุ 1-6 ขวบ จะถ่ายปัสสาวะวันหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามส่วนของหนึ่งลิตร (ประมาณ 1 แก้วครึ่ง) และไม่ควรมากกว่าหนึ่งลิตร2
– เด็กอายุ 6 ถึง 12 ขวบ ควรถ่ายปัสสาวะวันหนึ่งไม่น้อยกว่าครึ่งลิตรและไม่ควรเกินสองลิตร
– สำหรับผู้ใหญ่ จะถ่ายปัสสาวะวันละเกือบลิตร แต่ไม่ควรเกินสองลิตรต่อวัน

อ่านต่อ >> “สี ปัสสาวะ บอก โรค ได้อย่างไร ?” คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

10 เคส เลี้ยงลูกดี แต่กลับทำให้เป็นเด็กมีปัญหา

ประสบการณ์จากเด็กพิเศษ ..  น้องเชาว์ ซึ่งเป็นเด็กพิเศษแอสเพอร์เกอร์ (กลุ่มออทิสติก) มีอาชีพเป็นคุณครูสอนพิเศษให้กับเด็กๆ เขาจึงมีประสบการณ์ในการพบปะเด็กๆ หลายรูปแบบ และเขาเองก็พบกับปัญหาในตัวเด็กๆ เหล่านั้น ที่พ่อแม่ เลี้ยงลูกดีเกินไป จนกลายเป็นเด็กมีปัญหา

Continue reading “10 เคส เลี้ยงลูกดี แต่กลับทำให้เป็นเด็กมีปัญหา”

ลำไส้อักเสบ

ลำไส้อักเสบ เพราะกินอาหารเสริมก่อนวัยอันควร

จากประสบการณ์ของคุณแม่ ที่ออกมาเล่าประสบการณ์ เมื่อลูกน้อยวัย 3 เดือนกว่า ต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ยังเล็ก คนเป็นแม่แทบใจสลาย เมื่อเห็นลูกร้องไห้ อาเจียน ท้องแข็ง เพราะคุณแม่บังคับให้ลูกรับประทานอาหารเสริม ตั้งแต่ 3 เดือน ป้อนมาเป็นเดือน จนลูกน้อย ลำไส้อักเสบ

Continue reading “ลำไส้อักเสบ เพราะกินอาหารเสริมก่อนวัยอันควร”

สี อุจจาระ ทารก

สี อุจจาระ ทารก บอกอะไรได้บ้าง ?

“สี อุจจาระ ทารก”…รู้ไหมคะว่า การสังเกตสุขภาพของทารกวัยแรกเกิด คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จาก สีของอุจจาระ ! ใช่ค่ะได้ยินไม่ผิดหรอกที่บอกว่า สี อุจจาระ ทารก สามารถบอกได้ถึงสุขภาพของลูก…ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนพ่อแม่มือใหม่หัดสังเกต สี อุจจาระ ทารก ว่าแต่ละสีบอกให้ทราบถึงสุขภาพลูกได้อย่างไรบ้าง

 

สี อุจจาระ ทารก…

ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด ทารกน้อยจะถ่ายขี้เทาสีดำอมเขียวออกมา  เนื้ออุจจาระจะเนียนละเอียดและเหนียว หลังจากนั้นอุจจาระจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเหลือง ทารกจะถ่ายอุจจาระทันทีหลังจากกินนมแม่อิ่ม  ทารกที่กินนมแม่จะถ่ายอุจจาระวันละหลายครั้ง ทารกแรกเกิดในช่วง 2-3 สัปดาห์ อุจจาระที่ถ่ายออกมาอาจมีสีเหลืองทอง เป็นน้ำ คล้ายแป้งเปียกหรือซุปฟักทอง

 

Good to know…“ขี้เทา คือ อุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ของทารกแรกเกิด ขี้เทาเกิดจากสิ่งต่างๆ ที่ทารกกลืนเข้าไปในช่วงที่อยู่ในครรภ์ของแม่ ขี้เทา ประกอบด้วย เซลล์ผนังลำไส้ที่ตายแล้ว เมือกต่างๆ เศษผมและขนของทารก น้ำคร่ำ น้ำดี น้ำ”1

 สี อุุจจาระ ทารก
เครดิตภาพ : shutterstock

สี อุจจาระ ทารก ที่กินนมแม่มีลักษณะอย่างไร ?

ถ้าคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สีอุจจาระจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตได้ตามนี้ค่ะ …

:: 0-2 วัน อุจจาระแรกจะมีลักษณะหนา มีสีดำออกเขียว
:: 3-4 วัน อุจจาระมีความเหนียวน้อยลง  และเหลวมากขึ้น มีสีน้ำตาลอมเหลือง
:: 4-6 วัน อุจจาระมีลักษณะนิ่มมาก และเหลว  มีสีเหลือง
:: 7-28 วัน อุจจาระมีลักษณะนิ่ม และเหลว มีสีเหลือง

เด็กที่ทานนมแม่สีอุจจาระก็จะประมาณนี้ค่ะ ถือว่าปกติ ไม่มีอะไรน่ากังวล  จริงๆ แล้วในช่วงตั้งแต่แรกเกิดการที่ให้ลูกได้ทานนมแม่ ลูกจะได้ประโยชน์จากน้ำนมเหลืองที่เป็นน้ำนมระยะหัวนม (colostrums) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย อ่อนๆ ทำให้ขี้เทาถูกขับถ่ายออกมาสะดวก ช่วยลดปัญหาตัวเหลืองของทารกแรกเกิดด้วยค่ะ

 

Good to know… “ทารกที่ทานนมผงสีอุจจาระจะเป็นสีเหลืองและสีเขียวเหมือนเด็กที่ทานนมแม่ แต่สีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับอุจจาระจากนมแม่ ลักษณะอุจจาระจะแข็งตัวมากกว่าและจะติดอยู่บนผิวผ้าอ้อม กลิ่นอุจจาระไม่แรงมาก”

 อ่านต่อ >> “สี อุจจาระ ทารก บอกสุขภาพ” คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ยาแก้ไอ เด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ยาแก้ไอ เด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

“ยาแก้ไอ เด็ก”…อากาศช่วงอากาศเปลี่ยน  เริ่มเข้าหน้าหนาวแบบนี้ ทำให้เด็กๆ เจ็บป่วย เป็นหวัด ไอเจ็บคอกันมาก เวลาลูกมีอาการไอ แต่ไม่มีไข้ พ่อแม่สามารถซื้อยาแก้ไอ เด็ก ตามร้านขายยาให้กินได้เลย หรือต้องตามที่คุณหมอสั่งเท่านั้น !! ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการใช้ ยาแก้ไอ เด็ก อย่างไรให้ปลอดภัย มาฝากกันค่ะ

 

ยาแก้ไอ เด็ก…

เวลาลูกๆ มีอาการไอแห้งๆ หรือไอแบบมีเสมหะ เห็นแล้วน่าสงสารมาก ยิ่งตอนนอนช่วงกลางคืนนี่แทบไม่ได้นอนกันเลย  เอาเป็นว่าก่อนที่จะเข้าเรื่องการใช้ ยาแก้ไอ เด็ก เราไปทำความรู้จักกับอาการไอ กันสักนิดค่ะ … “อาการไอเป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจ และเป็นกลไกป้องกันที่สำคัญของร่างกายในการกำจัดเชื้อโรค เสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ รวมทั้งเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ได้บ่อยที่สุด นอกจากนี้อาการไอยังเป็นทางที่สำคัญในการแพร่กระจายของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ”1

 

Good to Know… รู้ไหมว่า อาการไอแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ไอฉับพลัน คือ มีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ และ ไอเรื้อรัง คือ มีระยะเวลาของอาการไอมากกว่า 3 สัปดาห์ ถึง 8 สัปดาห์”2

 ยาแก้ไอ เด็ก
เครดิตภาพ : shutterstock

ยาแก้ไอ เด็ก :  อาการไอที่เกิดจากการเป็นหวัด…

พอเป็นหวัดที่ไร ร่างกายก็จะได้ของแถมมาด้วยนั่นคือ อาการไอ ซึ่งมักเกิดขึ้นพร้อมกันตอนเป็นหวัด หรือไม่ก็อาจมีอาการไอหลังจากอาการหวัดเริ่มหาย อาการไอ ที่แหละที่สร้างความรำคาญให้อย่างมาก ยิ่งถ้าเป็นกับเด็กๆ พ่อแม่นี่อยากจะไอแทนลูกเลยค่ะ เพราะเวลาเด็กๆ ไอน่าสงสารมาก บางทีไอจนน้ำหูน้ำไหลเลยก็มี  การสังเกคอาการไอส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นการไอแบบแห้งๆ กับการไอแบบมีเสมหะ
– การไอแห้งๆ เป็นอาการไอที่เกิดจากหลอมลมมีการอักเสบหรือระคายเคือง จึงกระตุ้นให้เกิดอาการไอโดยที่ไม่มีเสมหะ3
– การไอแบบมีเสมหะ
เป็นกลไกของร่างกายที่พยายามกำจัดของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่สร้างความระคายเคือง ซึ่งก็คือเสมหะ ให้ออกไปจากหลอดลม4

 

คุณพ่อคุณแม่พอจะทราบกันคร่าวๆ แล้วว่าอาการไอนั้นเกิดจากอะไร ที่นี้พอมีอาการไอ ยาที่ทุกคนมองหาเพื่อรักษาและบรรเทาอาการไอ ก็คงหนี้ไม่พ้น ยาแก้ไอ ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึง ยาแก้ไอ เด็ก กันค่ะ เพราะยังมีการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องกันอยู่มากพอสมควร จากที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ คือ พอลูก หรือคนในครอบครัวไอ ก็เดินไปซื้อยาแก้ไอ จากร้านขายหน้าปากซอยมากินกัน ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ผิดหรอกค่ะ ที่จะซื้อยาแก้ไอมาทานกันเอง เพราะยาแก้ไอในปัจจุบันก็คือว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านไปแล้ว แต่ข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ไอ นั่นมีอยู่ด้วยค่ะ  เพราะถ้าใช้ยาแก้ไอไม่ถูกต้อง ก็อาจกลายเป็นยาเสพติด หรือการใช้ยาแก้ไอ เกินขนาด ส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกันค่ะ

อ่านต่อ >>  “ยาแก้ไอ เด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เล่นนอกบ้าน

“เล่นนอกบ้าน” สร้างลูกน้อยสมองดี-อารมณ์ดี ในวัยขวบปีแรก

ในช่วงขวบปีแรกของลูกน้อย  เราพาเขาออกมา เล่นนอกบ้าน กันนะคะ เพราะนอกจากเบบี๋จะได้เรียนรู้โลกกว้างอย่างสนุกสนานแล้ว เขายังได้พัฒนาทักษะสำคัญต่างๆ อีกด้วย กิจกรรมการเล่นนอกบ้านต่อไปนี้สามารถนำไปใช้กับเบบี๋วัย 0-12 เดือน ได้เลยค่ะ Continue reading ““เล่นนอกบ้าน” สร้างลูกน้อยสมองดี-อารมณ์ดี ในวัยขวบปีแรก”

สอนเด็กทำกระทง แสนง่าย จากวัสดุธรรมชาติ 3 สไตล์

ประเพณี วันลอยกระทง มีทุกปีซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน 12 หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการพาลูกไปลอยกระทง เรามีวิธี สอนเด็กทำกระทง แบบง่ายๆ มาแนะนำค่ะ

Continue reading “สอนเด็กทำกระทง แสนง่าย จากวัสดุธรรมชาติ 3 สไตล์”