แชมพูเด็ก

เคล็ด (ไม่) ลับวิธีเลือก แชมพูเด็ก ให้ลูกเบบี๋

การสระผมเป็นอีกหนึ่งกิจวัตรสำคัญในการดูแลความสะอาดให้ลูกน้อย คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจกับสระผมให้ลูกวัยแบเบาะ เพราะกลัวว่าฟองจะเข้าตาบ้าง กลัวลูกเจ็บบ้าง แถมยังไม่รู้ว่าจะเลือก แชมพูเด็ก แบบไหนดี

ลูกน้อยแรกเกิดต้องสระผมเหมือนกับผู้ใหญ่ แม้ดูภายนอกผมของลูกไม่น่าจะสกปรกอะไรมาก ความจริงแล้วศีรษะของเด็กวัยนี้มี ไขทารก ซึ่งเป็นคราบสีขาวที่หุ้มตัวตอนที่อยู่ในครรภ์คุณแม่ การสระผมเป็นประจำช่วยให้ไขหมดไป เส้นผมของลูกจึงสะอาด หอมสดชื่น

แต่การสระผมของทารกต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะศีรษะมีขนาดเล็ก บริเวณกะหม่อมบาง นุ่มนิ่ม จึงต้องเลี่ยงการสัมผัสที่รุนแรงเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ฟอง แชมพูเด็ก เข้าตาเข้าหูลูก อาจทำให้ระคายเคือง สำหรับความถี่ในการสระผม แนะนำให้สระแบบวันเว้นวัน และสระในช่วงสายๆ เพื่อไม่ทำให้ลูกป่วย

แชมพูเด็ก

สระผมลูกน้อยอย่างไรให้ถูกวิธี

  • ห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูให้กระชับ ใช้สำลีจุ่มน้ำอุ่นๆ (อุณหภูมิ 32-36 องศาเซลเซียส) บีบพอหมาด เช็ดใบหน้าและดวงตาให้สะอาด
  • ประคองศีรษะลูกในอุ้งมือ หนีบลำตัวไว้ข้างเอว ใช้นิ้วมือพับใบหูปิดไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันน้ำเข้าหู
  • ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำ แล้วบีบน้ำให้ทั่ว พร้อมใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ
  • เท แชมพูเด็ก ลงบนฝ่ามือแล้วชะโลมให้ทั่ว ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆจนทั่ว จากนั้นบีบน้ำเพื่อล้างแชมพูออกจนสะอาด เช็ดหัวให้แห้ง

สิ่งที่ต้องระวังเวลาสระผมให้ลูก คือไม่ควรบีบแชมพูลงบนศีรษะลูกโดยตรง เพื่อป้องกันสารตกค้างและไม่เป็นการทำลายรากผม ไม่ควรเกาหรือถูหนังศีรษะเด็ดขาด เพราะผิวหนังของลูกน้อยบอบบางมากอาจระคายเคือง ซึ่งทำให้หนังตกสะเก็ดหรือลอกได้

และเพื่อเป็นการป้องกันหนังศีรษะระคายเคือง คุณแม่ควรเลือกใช้แชมพูเด็ก สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ และต้องเป็นแชมพูแบบใช้สารทำความสะอาดที่อ่อนโยนกว่าแชมพูทั่วไป มีความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับน้ำตา จะได้ไม่แสบตา คุณแม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ได้จากฉลากข้างขวดผลิตภัณฑ์เลยค่ะ

แชมพูเด็ก

Amarin Baby & Kids Awards 2019 ยกให้ แชมพูเด็กโคโดโม สูตรออริจินอล เป็น แชมพูเด็ก ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice Best Baby Shampoo

แชมพูเด็กKODOMO สูตรออริจินอล เป็นผลิตภัณฑ์แชมพูเด็กที่ใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงจากญี่ปุ่น  มีความอ่อนโยนสูง และถูกคิดค้นมาเพื่อเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ซึ่งคุณแม่สามารถใช้ได้กับลูกน้อยวัย 0 ขวบ โดยไม่ต้องกังวลว่าเรื่องอาการแพ้ระคายเคือง เพราะใช้ส่วนผสมจากวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นสารทำความสะอาด และไม่ใส่สารเคมีรุนแรง อย่าง  SLS พาราเบน หรือซิลิโคน

เนื้อแชมพูกำลังดี บีบง่าย ไม่เหนียวข้นหรือเหลวเกินไป เวลาใช้จะได้ฟองที่พอดี ล้างออกง่าย ที่สำคัญ แชมพูเด็กKODOMO มีค่ากรดด่าเป็นกลาง (pH Balance) จึงช่วยถนอมทั้งเส้นผมและหนังศีรษะของลูกน้อยให้นุ่มชุ่มชื่น แชมพูกลิ่นหอมอ่อนๆ แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยว่าจะไม่เป็นอันตรายกับลูก เพราะน้ำหอมที่ใช้ผ่านการรับรองจากสถาบันน้ำหอมนานาชาติแล้วว่า อ่อนโยน และปลอดภัยหายห่วงค่ะ

ทาง Amarin Baby & Kids “เครือข่ายแม่ลูกใหญ่ที่สุด” ผู้นำด้านคอนเทนต์คุณภาพ เข้าใจครอบครัวไทย และตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ จึงคัดเลือกให้แชมพูเด็ก KODOMO สูตรออริจินอล ได้รับ รางวัล Editor’s Choice  Best Baby Shampoo จาก “Amarin Baby & Kids Awards 2019” ซึ่งมอบให้กับสินค้าแม่ลูก “สินค้าใช้ดี และมีประโยชน์จริง”

 

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นต่างจากผลิตภัณฑ์แบรนด์ KODOMO ได้ที่ www.kodomoclub.com และแฟนเพจ www.facebook.com/KodomoClub/ 

 

อ่านบทความ Amarin Baby & Kids Awards 2019 

ประกาศผลรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2019 สุดยอดแบรนด์สินค้าแม่และเด็กในดวงใจ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

น้ำยาบ้วนปากเด็ก

น้ำยาบ้วนปากเด็ก เลือกแบบไหน ปากสะอาด ฟันไม่ผุ ?

น้ำยาบ้วนปากเด็ก ดูจะเป็นของใช้ที่หลายๆ ครอบครัวมักไม่ค่อยนึกถึง เพราะคิดว่าลูกเล็กอยู่ไม่จำเป็นต้องใช้ แค่ให้แปรงฟันอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยกำลังโตอายุ 6 ขวบขึ้นไป อาจจะแปรงฟันได้ไม่สะอาดทั่วถึงสาเหตุของปัญหาฟันผุเกิดขึ้นได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเพิ่มขั้นตอนการดูแลช่องปากและฟันของลูกหลังการแปรงฟันด้วยการฝึกให้ใช้ “น้ำยาบ้วนปาก”

 

น้ำยาบ้วนปากเด็ก เด็กวัยไหนจำเป็นต้องใช้ ?

ในเด็กตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 6 ขวบ การดูแลรักษาความสะอาดช่องปากจะมีแค่การเช็ดเหงือก เช็ดฟัน และแปรงฟัน ซึ่ง ขั้นตอนเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการการเติบโตของเด็กๆ แต่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ น้ำยาบ้วนปากเด็ก เพราะ พฤติกรรมการบริโภคอาหารของลูกยังมีแค่กิน นมแม่ และอาหารเสริมตามวัยเท่านั้น แต่เมื่อไหร่ที่ลูกก้าวเข้าสู่ช่วงวัยที่โต  มากขึ้น สามารถกินอาหารได้หลากหลายประเภท รวมถึงขนม คุกกี้ ของหวาน นม เนย ผลไม้ต่างๆ ที่เป็นของโปรด การ แปรงฟันอย่างเดียวอาจจะไม่สะอาดพอ เพราะเศษอาหารต่างๆ อาจจะยังคงติดอยู่ตามเหงือกและซอกฟัน กลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก ที่นอกจากจะทำให้ฟันผุแล้ว ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากด้วยค่ะ

ดังนั้น การดูแลฝึกให้ลูกรู้จักวิธีการรักษาสุขอนามัยในช่องปากด้วยการแปรงฟันให้สะอาดแล้ว เมื่อลูกโตขึ้นอายุประมาณ 6   ขวบขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็กเป็นประจำหลังการแปรงฟัน

  • ตื่นนอนตอนเช้า = แปรงฟันก่อนอาหารเช้า หลังกินข้าวเช้าอิ่ม แปรงฟัน + น้ำยาบ้วนปาก
  • หลังมื้อเย็นก่อนเข้านอน = แปรงฟันก่อนนอน + น้ำยาบ้วนปาก

การฝึกให้ลูกรู้จักการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาดตั้งแต่ที่ลูกยังเล็กๆ จะช่วยให้มีสุขภาพเหงือก และฟันที่ แข็งแรง ลดการเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ รวมถึงการมีกลิ่นปากได้ด้วยค่ะ

น้ำยาบ้วนปากเด็ก

น้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็ก ต้องใช้แบบไหน ?

นอกจากแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่ต้องเลือกใช้เป็นสูตรสำหรับเด็ก น้ำยาบ้วนปาก ก็ต้องเลือกสูตรสำหรับเด็ก ไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมกับของผู้ใหญ่ เพราะน้ำยาบ้วนปากทั่วไปจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หากให้ลูกใช้บ้วนปาก อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนปาก พุพองในปากจากความแรงของน้ำยาบ้วนปากได้ค่ะ ฉะนั้นน้ำยาบ้วนปากเด็ก ไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นะคะ  นอกจากนั้นน้ำยาบ้วนปากที่ดีไม่ควรมีปริมาณฟลูออไรด์ที่มากเกินไป โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 100 ppm เพราะปกติเด็กๆจะต้องรับฟลูออไรด์จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว อาทิ ยาสีฟัน หรือการไปรับฟลูออไรด์จากทันตแพทย์อยู่แล้ว หากเด็กๆได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปอาจจะทำให้ฟันตกกระได้

 

น้ำยาบ้วนปากเด็กโคโดโม ช่วยให้ปากสะอาด ฟันไม่ผุ  

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาน้ำยาบ้วนปากสำหรับลูกรัก แนะนำนี่เลยค่ะ น้ำยาบ้วนปากเด็กโคโดโม (Kodomo Kids Mouthwash) สำหรับเด็กวัย 6 ปีขึ้น ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ไม่ทำให้แสบปาก ใช้บ้วนปากหลังการแปรงฟัน ช่วย ป้องกันฟันผุ ทำให้ลมหายใจสดชื่น และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก  มีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ ปริมาณ 100 ppm ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมไม่สร้างความเสี่ยงให้เด็กรับฟลูออไรด์ที่มากเกิน

ทั้งนี้ น้ำยาบ้วนปากเด็ก Kodomo Kids Mouthwash สูตรอ่อนโยน มีให้เลือกถึง 3 สี 3 กลิ่น : กลิ่นส้ม  กลิ่นสตรอเบอร์รี่ และ กลิ่นฟรุตตี้ คูล มินต์

น้ำยาบ้วนปากเด็ก

คุณสมบัติเด่น Kodomo Kids Mouthwash น้ำยาบ้วนปากเด็กโคโดโม

  • Active Fluoride 100ppm ช่วยเคลือบฟัน และซอกซอนเข้าไปในส่วนที่แปรงเข้าไปไม่ถึง เพื่อช่วยดูแลฟัน ป้องกันฟันผุได้ทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ในระยะเริ่มแรก
  • Xylitol ให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่ทำให้ฟันผุ
  • IPMP+GK2 Technology จากประเทศญี่ปุ่น ประสิทธิภาพในการช่วยดูแลหงือก ลดการสะสมของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของปัญหากลิ่นปาก
  • 0% Alcohol ปราศจากแอลกอฮอล์ ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่องปาก
  • มีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ ปริมาณ 100 ppm ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมไม่สร้างความเสี่ยงให้เด็กรับฟลูออไรด์ที่มากเกิน

สำหรับการฝึกให้ลูกใช้น้ำยาบ้วนปากในช่วงเริ่มต้นควรอยู่ในความดูแลจากคุณพ่อ คุณแม่อย่างใกล้ชิด การใช้น้ำยาบ้วนปากหลังการแปรงฟัน คือ ให้บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากประมาณ 30-60 วินาทีแล้วบ้วนทิ้ง ไม่ควรกลืนน้ำยาบ้วนปากลงคอและเพื่อให้ลูกๆ มีสุขภาพฟัน และเหงือกที่แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปตรวจสุขภาพฟันกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือนกันด้วยนะคะ

 

 

ภาวะโภชนาการเด็กไทย

ยังน่าเป็นห่วง ! เด็กไทยมีภาวะเติบโตไม่เหมาะสมในช่วงวัย 1-3 ปี

ภาวะโภชนาการเด็กไทย ในช่วงวัยต่ำกว่า 5 ปียังคงประสบปัญหาการเจริญเติบโตไม่เหมาะสม มีทั้งมากไปและน้อยไป ส่งผลให้เกิดภาวะเตี้ย (stunted) ผอม (wasted) น้ำหนักน้อย (Underweight)  และน้ำหนักเกิน (Overweight) โดยเฉพาะในช่วงวัย 1-3 ปี จะเห็นได้จากกราฟในกรอบเส้นประช่วงอายุระหว่าง 12-36 เดือน แสดงภาวการณ์เจริญเติบโตไม่เหมาะสมมากที่สุด  สาเหตุมาจากการขาดสมดุลด้านโภชนาการโดยได้รับสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตไม่เพียงพอ

สารอาหารที่เป็นปัญหาที่มีการบริโภคไม่เพียงพอบ่อยครั้งคือ สารอาหารกลุ่มรอง (Micronutrient) ได้แก่ แคลเซียม  เหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี และสังกะสี ข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่ในการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติครั้งที่ 13 ซึ่งจัดไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยใช้แนวคิดเรื่อง “โภชนาการและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะ” (Nutrition, Behavior and Lifestyle for Well-Being) เพื่อชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี เด็กจำเป็นต้องได้รับสารอาหารจำเป็นครบถ้วนสมดุลเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา และช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการวางรากฐานสุขภาพดีให้ลูกก็คือในระยะเวลาหนึ่งพันวันแรกของชีวิต (แรกเกิดถึง 3 ปี)

ภาวะโภชนาการเด็กไทย

ภายในงาน รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความเป็นห่วงในประเด็นนี้ โดยระบุว่า การเจริญเติบโตที่ไม่เหมาะสมในช่วงวัยเด็กเล็กมีผลเชิงลบต่อการพัฒนากระบวนการรู้คิดและสติปัญญาของเด็ก โดยมีตัวอย่างการศึกษาผลระยะยาวในเด็กไทยที่ภาคใต้ พบว่าเด็กที่เตี้ยถาวรตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ขวบครึ่งจะมีไอคิวต่ำกว่าเด็กที่ไม่เคยเตี้ยเลยถึง 2.25 จุด

ภาวะโภชนาการเด็กไทย

เมื่อจำแนกภาวะโภชนาการไม่เหมาะสมที่มีทั้งขาดและเกินตามอายุในช่วง 5 ปีแรก ภาวะที่พบสูงมากคือโภชนาการเกินหรือภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก และช่วงหลังขวบปีแรกคือวัย 1-3 ปี จะพบภาวะขาดโภชนาการส่งผลให้เด็กมีภาวะเตี้ยแคระแกร็น โดยจะเห็นเส้นกราฟไต่ระดับคาบเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น

“ภาวะโภชนาการเกินกำลังเป็นปัญหา หากปล่อยให้ลูกอ้วนไปเรื่อยตั้งแต่อายุ 3-6 ปี โอกาสเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานในเด็กจะสูงมาก ผลสำรวจพบว่ามีอัตราเสี่ยงถึง 1.6% และเมื่อโตเป็นวัยรุ่นก็จะเป็นเป็นวัยรุ่นที่เป็นเบาหวาน มีอัตราเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มากถึง 6.4%” รศ.พญ.ลัดดา กล่าวไว้ในช่วงหนึ่งของงานสัมมนา

ภาวะโภชนาการเด็กไทย

จัดให้ครบทั้งอาหารตามวัยและนม

การแก้ไขภาวะแคระแกร็นในเด็ก มีการศึกษาพบว่าถ้าจัดอาหารตามวัยให้ลูกกินได้หลากหลาย จะช่วยประกันได้ว่าเด็กเล็กตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปจะได้รับสารอาหารเพียงพอ ทางองค์การยูนิเซฟจึงได้จัดทำตัววัดคุณภาพอาหารในแต่ละวันที่เด็กต้องได้รับควรเป็นอาหาร 4 ใน 7 กลุ่ม ดังนี้คือ 1.ข้าวและธัญพืชชนิดต่างๆ 2. ถั่วและพืชตระกูลถั่ว 3. นมและผลิตภัณฑ์นม 4.เนื้อสัตว์ ปลา หมู ตับ เครื่องใน  5. ไข่ 6. ผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง และ 7. ผลไม้อื่นๆ

สำหรับภาวะน้ำหนักเกิน พบว่ามาจากการที่เด็กเล็กได้รับโปรตีนมากกว่าความต้องการของช่วงวัยมากเกินไป มีความเสี่ยงที่จะอ้วนและเจ็บป่วยด้วยโรคในกลุ่ม NCD เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ มีคำแนะนำในทางวิชาการซึ่งกล่าวถึงในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ คือ ควรจำกัดปริมาณนมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ไม่ให้กินเกินวันละ 1-2 แก้ว หรือให้กินนมโปรตีนต่ำหรือ Young Child Formula (YCF) แทนการกินนมวัว

บทบาทของ YCF นมเสริมสารอาหารสำหรับวัยเด็กเล็ก

จะเห็นว่านมและผลิตภัณฑ์นมถูกจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มอาหารที่เด็กเล็ก 1-3 ปีควรได้รับเพื่อช่วยแก้ไขภาวะการเจริญเติบโตไม่เหมาะสม เพราะนมเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของพลังงานและสารอาหารหลากหลายชนิด

ในงานประชุมครั้งนี้มีการกล่าวถึงบทบาทของ Young Child Formula (YCF) ซึ่งเป็นอาหารสูตรสำหรับเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี ซึ่งอาจเป็นนมที่ดัดแปลงจากนมวัว นมแพะ หรือนมถั่วเหลือง ว่ามีบทบาทในการช่วยส่งเสริมภาวะสมดุลโภชนาการในวัยเด็กเล็ก เนื่องจากมีการเติมสารอาหารจำเป็นในกลุ่มวิตามินแร่ธาตุซึ่งเป็นสารอาหารกลุ่มรอง (Micronutrient) เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินซี  วิตามินดี เป็นต้น โดยมีการกำหนดปริมาณการเติมสารอาหารแต่ละชนิดได้ตามที่ WHO/FAO แนะนำ

ภาวะโภชนาการเด็กไทย

ที่สำคัญ นมเสริมสารอาหารมีการดัดแปลงโดยลดปริมาณโปรตีนให้เหมาะสมกับช่วงวัยเมื่อเทียบกับปริมาณโปรตีนที่มีมากในนมวัว เพื่อว่าหากให้เด็กกินนมเสริมสารอาหารเป็นอาหารเสริมทุกวันจะไม่ทำให้เด็กได้รับโปรตีนโดยรวมซึ่งได้รับจากอาหารมื้อหลักอยู่แล้วมากเกินไป และนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กถือเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อเพิ่มการได้รับสารอาหารที่เด็กอาจได้ไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม แวดวงวิชาการด้านโภชนาการในระดับสากล ยังคงมีการศึกษาเรื่อง YCF มาอย่างต่อเนื่อง มีบทความวิชาการให้ข้อมูลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารเสริมสำหรับช่วงวัยเด็กเล็กที่เผยแพร่ในสื่อชั้นนำระดับโลก คือ Annals of Nutrition&Metabolism (https://www.karger.com/Article/FullText/438495) ซึ่งทำวิจัยร่วมกันหลายประเทศ ว่าด้วยส่วนประกอบของสารอาหารจำเป็นต่างๆ ในอาหารทางเลือก Young Children Formula: YCF ซึ่งเป็นอาหารสูตรสำหรับเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี โดยประเทศไทยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยและสถาบัน Early Nutrition Academy

ปัจจุบันยังไม่พบว่าการกินนมเสริมสารอาหารจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็ก แต่มีความกังวลในประเด็นที่เด็กจะชอบกินนมมากกว่ากินอาหารตามวัยทั่วไป ซึ่งการให้ลูกกินนมมากกว่าอาหารมื้อหลักไม่ใช่พฤติกรรมการกินที่ดีนัก หลายครอบครัวอาจไม่พร้อมที่จ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ลูกกินนมเสริมสารอาหาร ตรงนี้จึงให้ถือเป็นอาหารทางเลือก แต่สิ่งสำคัญคือ ให้คุณแม่ยึดหลักสมดุลการจัดอาหารตามวัยครบคุณค่าห้าหมู่ที่หลากหลายและให้ลูกกินนมร่วมด้วยทุกวัน

หนังสือเด็กดีเด่น

8 หนังสือเด็กดีเด่น ที่ควรมีติดบ้าน การันตีรางวัล สพฐ.2562

หนังสือ” ถือเป็นตัวช่วยสำคัญต่อพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากความเพลิดเพลินสนุกสนาน เปิดโลกจินตนาการจากในหนังสือแล้ว ช่วงเวลาของการอ่านหนังสือยังเสริมสร้างสายใยความรักระหว่างพ่อแม่ลูกได้ดีอีกด้วย ทีมแม่ ABK เลยนำ หนังสือนิทานสำหรับคุณหนูที่ได้รับรางวัลจากการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2562 หนังสือเด็กดีเด่น ที่คุณแม่ ๆ ควรมีติดบ้านไว้อ่านให้ลูกฟัง มาแนะนำกันค่า

8 หนังสือเด็กดีเด่น ที่ควรมีติดบ้าน การันตีรางวัลจาก สพฐ. ปี 2562

รางวัลดีเด่นหนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3 – 5 ปี ได้แก่
เรื่อง ขอบคุณ โดย ตุ๊บปอง สนพ. Hello Kids

ขอบคุณ

หนังสือภาพที่สร้างสรรค์เป็นหนังสือเพลง บทกวีนิพนธ์ที่นำมาร้อยเรียงเป็นบทเพลงแห่งการขอบคุณ เมื่อได้รับน้ำใจไมตรีจากผู้อื่น ได้รับความเอื้อเฟื้อหรือความเมตตา ทั้งจากธรรมชาติและคนรอบตัว หนังสือเล่มนี้คุณแม่นำมาใช้ร้อง เล่น และกล่อมลูกน้อยได้

รางวัลดีเด่น หนังสือสำหรับเด็ก อายุ 6 – 11 ปี ได้แก่ ประเภทบันเทิงคดี
เรื่อง สี่สหายกับต้นไม้ 100 ต้น
โดย กฤษณะ กาญจนา และวชิราวรรณ ทับเสือ สนพ.แพรวเพื่อนเด็ก

สี่สหายกับต้นไม้ 100 ต้น

เรื่องราวของ 4 สหายที่ออกเดินทาง และได้เจอกับพี่หมี  พี่แมว เหล่าสี่สหายอาสาจะนำต้นไม้ 100 ต้นออกไปส่งให้พี่หมี ระหว่างทางก็ได้ผจญภัยไปในที่ต่างๆ  พบกับความวุ่นวายและอุปสรรคเข้ามา เพราะว่ามีสัตว์ประหลาดคอยแอบตัดต้นไม้อยู่ สี่สหายจะเอาต้นไม้ไปส่งได้สำเร็จหรือไม่ แล้วคุณตำรวจจะจับสัตว์ประหลาดได้ไหมนะ มาเอาใจช่วยสี่สหายกันเถอะ


รางวัลชมเชย หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 3-5 ปี มี 3 เรื่อง ได้แก่

เรื่อง แก้มใครหอมจัง โดย ทิพย์วรรณ แสวงศรี และ Paboo บริษัท สำนักพิมพ์โลกหนังสือ จำกัด

แก้มใครหอมจัง

เพลิดเพลินกับเรื่องราวน่ารักของแม่และลูก ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ผ่านการแสดงความรักที่มอบให้กันได้ทุกโอกาส

เรื่อง ความรักของแม่ค้างคาว โดย หิ่งห้อยในป่า ประภาคาร เอ็ดดูเคชั่น

ความรักของแม่ค้างคาว

แม่ค้างคาวผู้โดดเดี่ยวพบลูกเจี๊ยบตัวน้อย ที่หลงทางกลับบ้านไม่ถูก แม่ค้างคาวจะพาลูกเจี๊ยบกลับบ้านสำเร็จหรือไม่กันนะ

เรื่อง พรวิเศษของแจ๋วแหวว โดย มนิศา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์

พรวิเศษของแจ๋วแหวว

แจ๋วแหววชอบทำตัวไม่น่ารักกับเพื่อน ๆ อยู่เสมอ เลยทำให้ไม่มีใครอยากเล่นด้วย เธอจึงไปหาปู่ตุ้มตุ้ยเพื่อขอของวิเศษที่ช่วยทำให้เธอเป็นที่รักของเพื่อน แล้วของวิเศษจากปู่ตุ้มตุ้ยจะช่วยแจ๋วแหววได้หรือเปล่านะ

รางวัลชมเชย หนังสือสำหรับเด็กเล็ก อายุ 6-11 ปี มี 3 เรื่อง ได้แก่ ประเภทบันเทิงคดี

เรื่อง พวกเราขอเล่าบ้าง อยู่วังสระปทุม 2 โดย สุมาลี บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด

พวกเราขอเล่าบ้าง อยู่วังสระปทุม 2

พวกเราขอเล่าบ้าง อยู่วังสระปทุม 2 เล่มนี้ ยังคงเป็นเรื่องสนุกๆ ของสัตว์ทรงเลี้ยงและสัตว์ที่มาพึ่งพระบารมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพิ่มเติมจากเล่มก่อนแล้วยังเล่าเรื่องในอดีตของวังสระปทุม อันเป็น “บ้าน” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงสองพระองค์เคยประทับเมื่อทรงพระเยาว์ และพระจริยาวัตรในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ณ วังสระปทุม และภาพประกอบอันสวยงามน่ารักของเหล่าสัตว์ทรงเลี้ยงทั้งหลายในวังสระปทุม โดยหลังจากที่มีพวกแมว ๆ ได้เอาหน้าเล่าเรื่องของพวกตนในหนังสือ “อยู่วังสระปทุม” เล่มแรกจนเป็นที่โด่งดัง สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์ปีกที่อยู่ในวังสระปทุมต่างไม่พอใจ จึงเป็นเหตุให้ต้องมีหนังสือ “พวกเราขอเล่าบ้าง อยู่วังสระปทุม ๒” ตามมา ให้โอกาสสัตว์อื่น ๆ ในวังสระปทุม เช่น ปู่ชะโด งูทางมะพร้าว รวมทั้งน้องละมุนละไม สุนัขทรงเลี้ยงน้องใหม่ล่าสุด ได้มาเล่าเรื่องตามใจตนเองบ้าง แน่นอนว่าที่ขาดมิได้เลยคือ พระจริยาวัตรงดงามที่มีพระเมตตาคุณต่อสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

เรื่องเล่าขานผ่านฮูปแต้ม โดย อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย(บ้านเรียนน้ำริน)

เรื่องเล่าขานผ่านฮูปแต้ม

“ฮูปแต้ม” คำเรียกจิตรกรรมฝาผนังของชาวอีสานที่ปรากฏในโบสถ์ ซึ่งชาวอีสานเรียกโบสถ์ว่า “สิม”  แสดงให้เห็นถึงงานจิตรกรรมฝาผนังเป็นงานศิลปกรรมที่มีคุณค่า บ่งบอกความเป็นมาของสังคมวัฒนธรรมไทยผ่านภาพเขียน ช่างแต้มจะบรรยายเรื่องราวๆ เกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรม ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสาน เรื่องราวที่เขียนมากที่สุดเป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ฮูปแต้มมักอยู่ด้านนอกและด้านในสิม ซึ่งถือเป็นแหล่งความรู้สำคัญของท้องถิ่นอีสาน

เรื่อง โลกดวงนี้ก็เป็นของหนอนด้วย โดย เด็กหญิงติณณา แดนเขตต์ สำนักพิมพ์ผีเสื้อเด็กๆ

โลกใบนี้ก็เป็นของหนอนด้วย

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเล่าสั้น ๆ สั้นที่สุดของนักเขียนเดึก ซึ่งเขียนขณะอายุเพียง ๘ ขวบ จนดูเหมือนจะเป็นเพียงบันทึกในหนึ่งวัน แต่เนื้อหาและความคิดนั้นสำคัญ ถึงขั้นที่กวีอาหรับ-ฝรั่งเศส สัญชาติตูนิเซีย โมฮัมเหมด ยสรี เบน เฮมเดน กล่าวกับผู้แปลคำฝรั่งเศสว่า “เธอรู้ไหม เด็กคนนี้ไม่ใช่นักเขียน แต่เป็นกวี กวีผู้เข้าใจปรัชญาโดยไม่รู้ตัว”

*ภาพประกอบจากเพจ รวมนิทานคุณหมอประเสริฐ รวมนิทานคุณหมอประเสริฐ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ เคล็ดลับการเลือกหนังสืออ่านอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกในแต่ละวัย คลิกหน้า 2

เด็กวัยก่อนเรียน

3 เคล็ดลับดูแล เด็กวัยก่อนเรียน ให้พร้อมก่อนเข้าเรียน

เด็กวัยก่อนเรียน จะมีพัฒนาการต่อเนื่องจากวัยเตาะแตะ ช่วงวัยนี้การดูแลสุขภาพของลูกให้แข็งแรงถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมพัฒนาการเพื่อสู่วัยเรียนอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ลูกวัยนี้ถือว่าเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาทางร่างกายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวและความสูง เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ การแสดงออกที่ชัดเจนมากขึ้น สามารถสื่อสารโต้ตอบได้อย่างเข้าใจมากขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพัฒนาการทางสมอง ดังนั้นการวางรากฐานสุขภาพที่ดีให้ลูกน้อยแข็งแรง มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการได้อย่างรอบด้านทั้งร่างกายและสติปัญญาที่ส่งผลต่อการเรียนรู้  ทีมแม่ ABK เลยมีเคล็ดลับดูแลสุขภาพลูกน้อยวัยก่อนเรียนมาฝากคุณแม่ ๆ กันค่า

เคล็ดลับดูแลสุขภาพ เด็กวัยก่อนเรียน ให้พร้อมก่อนเข้าเรียน

เคล็ดลับที่ 1 ดูแล เด็กวัยก่อนเรียน ด้านโภชนาการ

โภชนาการวัยก่อนเรียน
โภชนาการวัยก่อนเรียน

เด็กวัยนี้เป็นวัยที่กำลังอยากรู้อยากเห็น เริ่มเดินได้อย่างมั่นคง มักใช้พลังงานในการเล่นมากกว่าวัยทารกที่ผ่านมา โภชนาการของลูกในช่วงนี้จึงต้องการอาหารโดยเฉพาะโปรตีน และอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการที่เหมาะสมตามวัย นั่นคือต้องการ 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งอาหารของเด็กวัยก่อนเรียนก็เหมือนอาหารของทารกในระยะ 1 ขวบ แต่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าวหรือแป้ง เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียวและผักอื่น ๆ ผลไม้ ไข่ (วันละฟอง) นมสด 2-3 แก้วต่อวัน ไขมัน เช่น กะทิ น้ำมันหมู ฯลฯ เป็นต้น และควรใช้เกลือหรือน้ำตาลปรุงรสแต่น้อย

เด็กวัยก่อนเรียน
ลูกกินข้าวยาก

สำหรับเด็กบางคนอาจเลือกกินมากขึ้น เลือกอาหารแต่ที่ตัวเองชอบ เขี่ยผักทิ้ง เพราะฉะนั้นในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องปลูกฝังการรับประทานอาหาร เริ่มฝึกวินัยให้ช่วยตัวเองในการกิน ควรให้ลูกได้ลองกินอาหารที่หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าปล่อยให้ลูกกินขนมจุบจิบ เช่น ลูกอม ขนมกรุบกรอบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกติดรสชาติเค็ม ๆ หวาน ๆ ชอบกินแต่ขนม กินข้าวน้อยลง ก็จะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา หากลูกน้อยขาดสารอาหารก็จะทำให้การเจริญเติบโตช้า ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคน้อยลง โอกาสป่วยติดเชื้อก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย

นอกจากอาหารแล้ว การให้ลูกดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก ก็เป็นสิ่งที่ควรดูแลในด้านโภชนาการให้ลูกในทุกวันเช่นกันนะคะ

เคล็ดลับที่ 2 ดูแล เด็กวัยก่อนเรียน ด้านสุขภาพในช่องปาก

ปัญหาสุขภาพในช่องปาก โดยเฉพาะ “โรคฟันผุ” เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยก่อนเรียน พบได้ตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้นในช่วงขวบปีแรก และอัตราการผุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1-3 ปี สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีฟันผุ อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยลูกกินของหวาน การดูแลทำความสะอาดช่องปากไม่ถูกวิธี เมื่อกินโดยไม่แปรงฟันหรือกินของหวานในปริมาณมากเกินไปต่อวัน ก็จะก่อให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรคมากขึ้น ก่อให้เกิดโรคฟันผุในฟันน้ำนมอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้ฟันผุและหลุดจากการใช้ฟันน้ำนมเร็วก่อนวัยมากขึ้น

ในวัยเด็กควรใช้ฟันน้ำนมเป็นหลัก เพื่อรอฟันแท้มาขึ้นแทนในช่วงอายุ 7 ขวบ ดังนั้นเมื่อดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดี มีฟันผุ ก็จำเป็นจะต้องไปถอนออกซึ่งก็จะทำให้เกิดผลเสียตามมา เช่น ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ มักไม่อยากกินอาหาร สูญเสียความมั่นใจในการพูดหรือยิ้ม ในกรณีที่มีอการฟันผุรุนแรงก็จะทำให้เจ็บปวด ไม่สบาย การได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอและส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อย และการเกิดฟันผุในฟันน้ำนมนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรงของลูกแล้ว ยังส่งผลต่อฟันแท้ในอนาคตด้วย เพราะเมื่อฟันน้ำนมหลุดก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นแทนที่จะทำให้ฟันซี่ที่อยู่ติดกันมีช่องว่างเกิดการ เก ล้ม เอียง และทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นแทนตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติ เป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความมั่นในตามมาของเด็กในอนาคตได้

สอนลูกแปรงฟัน
สอนลูกแปรงฟัน

การดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กวัยนี้จึงเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานสุขภาพช่องปากที่ดีให้กับลูกน้อย โดยการฝึกให้ลูกรู้จักการแปรงฟัน ทำความสะอาดฟันวันละ 2 ครั้ง และพาลูกไปตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์ครั้งแรกเมื่อมีอายุครบ 1 ขวบ โดยทันตแพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุของเด็ก และพิจารณาการใช้ฟลูออไรด์เคลือบฟันที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ นอกจากนี้ควรปรับพฤติกรรมด้านการกินหลีกเลี่ยงการให้ขนมกรุบกรอบ ขนมถุง ลูกอม เยลลี่ น้ำหวาน น้ำอัดลม ฝึกรับประทานอาหารให้เป็นเวลา รวมถึงการดูดนิ้ว ติดจุกนม กัดเล็บ ก็ควรปรับเปลี่ยนนิสัยลูกดังกล่าว เพื่อป้องกันโรคฟันผุในฟันน้ำนม เพื่อที่จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ เคล็ดลับสอนลูกดูแลตัวเองให้พร้อมก่อนเข้าเรียน คลิกหน้า 2

เรียนศิลปะดียังไง

เรียนศิลปะดียังไง ? 5 ทักษะดี ๆ ที่ควรส่งเสริมลูกเรียนศิลปะ

ศิลปะเกิดขึ้นรอบตัวเราทุกทิศทางเลยค่ะ แค่เด็ก ๆ จับดินสอแล้วลากเส้นขยุกขยิกออกมาก็ถือว่าเป็นศิลปะที่สวยสุดในสายตาของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ประโยชน์ของศิลปะมีมากมาย ถ้าเราจะส่งเสริมให้ลูกได้เรียนศิลปะ เรียนศิลปะดียังไง ทีมแม่ ABK มีคำตอบจ้า

เรียนศิลปะดียังไง ? 5 ทักษะที่ศิลปินตัวน้อยจะได้จากการเรียนศิลปะ

สำหรับเด็ก ๆ แล้วไม่ว่าจะเริ่มต้นตั้งแต่วัยเบบี๋ วัยเตาะแตะ จนเข้าสู่วัยอนุบาล ไปจนถึงโต “ศิลปะ” ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเด็ก ๆ เมื่อได้ลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป ระบายสี หาทำศิลปะประดิษฐ์จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมาตัดแปะ สรุปออกมาเป็นความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรมให้คุณพ่อคุณแม่เห็น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งช่วยทำให้เกิดพัฒนาการทั้งภายในและภายนอกของเด็กไปพร้อม ๆ กัน สังเกตมั้ยค่ะ ว่าเวลาลูกจมอยู่กับศิลปะที่เขาเลือก จะทำให้เห็นสีหน้าแห่งความสุข มีแววตาสดใส ไม่รู้จักเบื่อ และมีจินตนาการที่เต็มเปี่ยม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมต่อยอดพัฒนาการและทักษะด้านนี้ให้กับลูกได้ คุณค่าของการเรียนศิลปะนั้นนอกเหนือไปจากการช่วยให้เด็กได้มีพัฒนาการแล้ว ยังมีส่วนช่วยฝึกทักษะชีวิตที่เด็ก ๆ จะได้เพิ่มเติม ได้แก่

เรียนศิลปะดียังไง
เรียนศิลปะดียังไง

1. รู้จักช่างสังเกต

การวาดรูปศิลปะของลูกอาจจะเริ่มต้นจากเส้น รูปทรงพื้นฐาน จากนั้นก็พัฒนาการเป็นรูปทรงอื่น ๆ วาดออกมาเป็นภาพด้วยการสังเกตจากสิ่งรอบตัว เกิดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เช่น รูปคนที่ใบหน้ามีหู ตา จมูก ปาก เริ่มมีแขน ขา และเริ่มมีการครีเอทลวดลายของเสื้อผ้าตามพัฒนาการขึ้นในแต่ละวัย เป็นต้น

2. มีพัฒนาการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ

ศิลปะมีประโยชน์ในการช่วยให้เด็กได้พัฒนาการทั้งร่างกายและภาษา เด็กเล็กเป็นนักเล่าเรื่องตามธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเห็นเรื่องราวของเจ้าตัวเล็กผ่านการวาดรูปเล่าเรื่องโดยไม่ใช้คำพูด แต่ในคลังสมองน้อย ๆ กำลังรวบรวมความคิด คลังคำศัพท์ และเก็บข้อมูลได้ยาวขึ้น ต่อยอดไปสู่ทักษะการสื่อสาร การฟัง อ่าน เขียนได้ มีส่วนช่วยฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูก นอกจากนี้การเรียนศิลปะยังช่วยพัฒนาความจำ ทำให้ลูกมีสมาธิ ได้พัฒนาทักษะการตัดสินใจและการคิดวิเคราะห์ด้วย

3. มีความเห็นอกเห็นใจ

ศิลปะเป็นสื่อที่ใช้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะมองความสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ คน สัตว์ ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ก่อเกิดเกิดสุนทรียภาพ จินตนาการ ช่วยให้เด็กมีความเข้าใจในธรรมชาติ มุมมองจากศิลปะที่ได้เห็นจะทำให้เด็กมีจิตใจที่อ่อนโยน ไม่แข็งกร้าว มีความเห็นอกเห็นใจ

เรียนศิลปะดียังไง
เรียนศิลปะดียังไง

4. ทักษะการแก้ปัญหาและคิดนอกกรอบ

ศิลปะช่วยให้เด็กช่างคิด สร้างสรรค์ ใช้จินตนาการ ศิลปะไม่มีถูกผิด แต่การเรียนศิลปะจะทำให้เด็ก ๆ ได้ลองผิดลองถูกกับการใช้น้ำหนักแรเงา การลงสี การใช้กระดาษและสีที่ต่างกันที่ทำให้เกิดภาพ อารมณ์ของภาพที่แตกต่าง ฯลฯ ทำให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนมากมายกับการเลือกใช้เทคนิคและค้นหาในทักษะที่ตนเองชอบ เด็ก ๆ ที่สนใจศิลปะจะมีทักษะการคิดนอกกรอบในการแก้ปัญหา พัฒนาระบบความคิดที่เป็นอิสระได้ดีขึ้น นสพ. The Boston Globe ระบุว่า ศิลปะเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้เด็กได้พัฒนาและเข้าใจถึงจุดยืนของตนเองในความสัมพันธ์ต่าง ๆ การเรียนศิลปะจะช่วยพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตการเรียนต่อไปได้

5. เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง

การเรียนศิลปะสามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและความภาคภูมิใจในตนเอง เนื่องจากได้มีโอกาสได้เรียนรู้กับการทำงานร่วมกับผู้อื่น และการได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ในผลงาน จะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง นำไปสู่การมีส่วนร่วมในห้องเรียน กล้าคิด กล้าแสดงออก มีความมั่นใจมากขึ้น อันเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพในอนาคตได้

4 เคล็ดลับส่งเสริมศิลปะให้ศิลปินตัวน้อย

เรียนศิลปะดียังไง
เรียนศิลปะดียังไง

1. สร้างมุมศิลปะในบ้าน

เพื่อการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของเจ้าตัวเล็ก เด็ก ๆ ควรได้จับดินสอวาดรูประบายสีตามวัยได้อย่างเหมาะสม ควรมีอุปกรณ์ศิลปะ เช่น ดินสอ กระดาษ สีเทียน สีไม้ สีเมจิก และเลือกอุปกรณ์ให้ใช้อย่างเหมาะสมตามช่วงอายุ เช่น อายุ 1-1 ขวบครึ่งสามารถใช้สีเทียนมีหลายขนาดและหลายรูปทรง อายุ 2-3 ขวบ สามารถเปลี่ยนมาใช้สีไม้ได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อมือของเด็กๆ วัยนี้เริ่มที่จะแข็งแรงพอจะจับดินสอสีที่มีขนาดเล็กลงมาจากสีเทียนได้แล้ว และอายุ 3 ขวบขึ้นไปก็ให้ลูกได้ลองใช้สีเมจิกที่มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน เพิ่มจินตนาการให้ลูกได้มากขึ้น

2. คอยส่งเสริมปิกัสโซ่

ศิลปะในมือลูกสวยในสายตาพ่อแม่เสมอค่ะ เราสามารถแสดงความคิดเห็นและชื่นชมผลงานของเจ้าตัวเล็กได้ แต่ไม่เลือกชมเฉพาะผลงานที่โดดเด่นหรือแบบที่คุณพ่อคุณแม่ชอบ ควรชมในทุก ๆ ผลงานของลูกมากกว่า การเลือกชมงานแต่ละชิ้นเพราะจะทำให้ลูกคิดวาดแต่สิ่งที่พ่อแม่ชอบ โดยไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานตัวเองแบบที่ควรจะเป็นไปโดยธรรมชาติ

3. วางโชว์ผลงานของศิลปินน้อย

นำผลงานที่ลูกวาดมาตั้งหรือใส่เป็นกรอบรูปประดับบ้าน จะทำให้ลูกเกิดความภูมิใจในผลงานของตัวเอง และมั่นใจในตนเองมากขึ้น

4. พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์

การพาลูกไปดูศิลปะตามพิพิธภัณฑ์ การได้เห็นภาพอื่น ๆ ที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มความรู้และแรงบันดาลใจสำหรับศิลปินตัวน้อยได้เพิ่มขึ้นนะคะ

จะเห็นได้ว่ากิจกรรมทางศิลปะเพิ่มประโยชน์ให้กับตัวลูกได้ไม่น้อยเลยสำหรับพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม ที่ลูกได้รับ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มองเห็นว่าลูกฉายแววปิกัสโซ่ ดาร์วินชี่ มีความชอบด้านศิลปะก็ลองเลือกโรงเรียนศิลปะสำหรับเด็กให้ลูกได้ลองเรียน เพื่อมอบทักษะดี ๆ ให้เป็นของขวัญลูกติดตัวนะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.whitbyschool.orgwww.illustcourse.comwww..mthai.com

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ :

ศิลปะสร้างลูกให้เป็น “เด็กอัจฉริยะ” ได้!

หลากเทคนิคศิลปะ ชวนวัยเรียนสนุก+สร้างจินตนาการ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ตรวจหลังคลอด

ตรวจหลังคลอด..เจ็บไหม? ต้องตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อคลอดลูกแล้ว หลังจากคลอดประมาณ 6 สัปดาห์ คุณหมอมักจะนัดคุณแม่ให้มาทำการ ตรวจหลังคลอด เพื่อดูว่าร่างกายของคุณแม่กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้วหรือยัง

ตรวจหลังคลอด..เจ็บไหม? ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ตรวจหลังคลอดสำคัญอย่างไร? ทำไมต้องตรวจ?

ขณะตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ลูกในท้องได้เจริญเติบโตอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ในสภาวะที่ดีที่สุด ดังนั้นร่ายกายจะมีการผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ อวัยวะบางส่วนก็จะขยาย เพื่อรองรับลูกน้อยในครรภ์ และเมื่อคลอดลูกแล้ว ร่างกายก็จะค่อย ๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติ เหมือนตอนก่อนท้อง ดังนั้นการที่คุณหมอนัดตรวจหลังคลอด ก็เพื่อดูว่าร่างกายได้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้วหรือยัง และในกรณีที่คุณแม่มีโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งขณะคลอดหรือหลังคลอดใหม่ ๆ คุณหมอก็จะได้มาตรวจดูว่าโรคแทรกซ้อนนั้นหายแล้วหรือยัง รวมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวรด้วยวิธีการทำหมัน (ในกรณีที่คุณแม่ไม่ต้องการมีลูกอีกคน) เพื่อมิให้คุณแม่ตั้งครรภ์เร็วเกินไป เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นอันตรายต่อคุณแม่และลูกน้อยที่เกิดมาแล้วเท่านั้น ยังอาจเป็นอันตรายกับลูกคนต่อไปอีกด้วย นอกจากนี้คุณหมอยังสามารถแนะนำและตอบปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างกายคุณแม่หลังคลอดรวมถึงคำถามเกี่ยวกับลูกน้อยได้อีกด้วย

สำหรับคุณแม่ที่คิดว่าร่างกายของตนเองฟื้นตัวได้เร็ว และไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ และสำหรับคุณแม่ที่กลัวการ ตรวจหลังคลอด จนไม่ยอมไป ตรวจหลังคลอด นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหลังคลอดแล้ว เช่นขนาดมดลูกที่หดตัวลงหลังคลอด เต้านมที่ขยายขึ้นเพื่อรองรับการให้นมบุตร ยังมีสภาวะทางจิตใจที่คุณแม่หลังคลอดต้องเผชิญ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เป็นต้น ดังนั้นการตรวจสุขภาพหลังคลอดจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากและเป็นเรื่องที่คุณแม่ทุกคนไม่ควรละเลย

ดูคลิป ซึมเศร้าหลังคลอด ทำไงดี ที่นี่

ตรวจหลังคลอดเมื่อไหร่?

เมื่อคุณแม่คลอดลูกเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะออกจากโรงพยาบาลหมอจะนัดให้มา ตรวจหลังคลอด อีกครั้ง ในกรณีที่การคลอดผิดปกติ มีปัญหา หรือคุณแม่มีโรคบางอย่าง หมออาจนัดมาตรวจก่อน 4 สัปดาห์ก็ได้ สำหรับคุณแม่ที่คลอดปกติหรือผ่าคลอดถ้าไม่มีปัญหาอะไร หมอก็มักจะนัดมาตรวจใน 4-6 สัปดาห์หลังคลอด (โดยทั่วไปคุณหมอจะนัดมาตรวจเมื่อครบ 6 สัปดาห์ แต่ถ้าคุณแม่มีปัญหาในระหว่างการคลอดหมอจะนัดมาตรวจเร็วกว่านั้น เช่น ในช่วง 4 สัปดาห์หลังคลอด)

อาการหลังคลอด..ที่ควรไปพบแพทย์ทันที

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าหลังคลอด ร่างกายของคุณแม่จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพปกติ หรือเรียกกันว่า มดลูกเข้าอู่ นั่นเอง โดยจะกลับสู่สภาพปกติอย่างสมบูรณ์ประมาณ 6 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งระหว่างนั้น คุณแม่ก็ควรสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเองด้วย โดยหากมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด ตรวจหลังคลออด

  • มีอาการปวดศีรษะมาก หนาวสั่น หรือมีไข้สูงเกินกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีก้อนที่เต้านมหรือเต้านมบวมแดง ซึ่งอาจเป็นเพราะท่อน้ำนมอุดตัน
  • มีอาการปวดท้องมาก ปวดท้องบิด โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารการกิน
  • มีอาการเจ็บหรือแสบขัดในขณะถ่ายปัสสาวะ
  • ระดูขาวมีกลิ่นเหม็น น้ำคาวปลามีสีแดงตลอดภายใน 15 วันหลังคลอด โดยปกติแล้วหลังคลอด 3-4 วันแรก น้ำคาวปลาจะออกมาเป็นเลือดสด ๆ แต่หลังจากนี้อีก 10-14 วันจะเป็นน้ำปนเลือด มีสีน้ำตาลดำ แล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นน้ำสีขาวออกเหลืองจนหมดไปภายใน 4 สัปดาห์ ถ้าพบว่ามีน้ำคาวปลาออกมาเป็นสีผิดปกติหรือยังเป็นเลือดอยู่ก็อาจมาจาก 2 สาเหตุ คือ ยังมีเศษรกค้างอยู่ หรืออาจเกิดจากการอักเสบติดเชื้อของโพรงมดลูก
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ภายใน 1 ชั่วโมงชุ่มผ้าอนามัย 1 แผ่น และเลือดที่ออกมามีลักษณะเป็นก้อน
  • มีหนองหรือมีเลือดไหลจากแผลฝีเย็บ หรือแผลฝีเย็บบวมแดงมากขึ้นจนมีอาการปวดถ่วงไปถึงทวารหนัก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ตรวจหลังคลอด..เจ็บไหม? ต้องตรวจอะไรบ้าง?

น้ำยาล้างขวดนม

น้ำยาล้างขวดนม เลือกแบบไหนปลอดภัยกับลูกน้อย

น้ำยาล้างขวดนม จำเป็นต้องใช้ด้วยเหรอ แค่ล้างขวดนม จุกนมกับน้ำอุ่น หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภาชนะทั่วไปก็ได้หรือเปล่า ? ขอตอบก่อนว่า “ไม่ได้เด็ดขาด !!” เพราะลูกวัยทารก เด็กเล็กๆ สุขภาพร่างกายยังบอบบางมากๆ ดังนั้นอุปกรณ์ของใช้ลูกต้องเป็นอะไรที่อ่อนโยน ไร้สารเคมี

น้ำยาล้างขวดนม

ขวดนม จุกนม ล้างอย่างไรให้สะอาด ปราศจากคราบ

อุปกรณ์สำหรับล้างขวดนม จุกนม ที่คุณแม่ต้องเตรียมก็จะมี น้ำยาล้างขวดนม แปรงหรือฟองน้ำสำหรับล้างขวดนม เรามา เริ่มขั้นตอนการล้างขวดนมของลูกน้อยกันค่ะ

  1. ถอดชิ้นส่วนของขวดนมออก จากนั้นล่างขวดนม จุกนมด้วยน้ำเปล่าเพื่อให้น้ำนมที่หลงเหลือในขวดนมออกมาให้หมด
  2. ผสมน้ำยาล้างขวดนม(เลือกที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ เช่น ข้าวโพด มะพร้าว) กับน้ำสะอาด จากนั้นใช้ฟองน้ำ แปรงล้าง ขวดนม จุก นมทั้งด้านใน และด้านนอกให้สะอาด
  3. ล้างขวดนม จุกนมในน้ำสะอาดประมาณ 2 – 3 รอบ
  4. ฆ่าเชื้อโรคขวดนม (ยกเว้นจุกยาง) ด้วยเครื่องนึ่งขวดนมอีกประมาณ 10 นาที
  5. นำขวดนม จุกนม คว่ำตากให้แห้ง แล้วเก็บใส่กล้องพร้อมนำมาใช้งาน

น้ำยาล้างขวดนม

ทำไมต้องใช้น้ำยาล้างขวดนมสำหรับเด็กเท่านั้น ?   

เด็กวัยทารก เด็กเล็ก ที่ต้องใช้ขวดนม จุกนมนำเข้าปากในทุกวัน แน่นอนว่านอกจากความสะอาดของขวดนม จุกนม ที่   จะต้องไม่มีคราบนม หรือกลิ่นเหม็นหืนภายในขวดนม คุณแม่ยังต้องใส่ใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาด ภาชนะอุปกรณ์ของใช้ลูกน้อยด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้น อย่างขวดนมลูกก็ควรล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนม ไม่แนะนำ   ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดจาน ชามทั่วไป เพราะอาจมีสารเคมีรุนแรงบางตัวที่ไม่อ่อนโยนต่อลูกน้อย  แต่หากใช้เป็นน้ำยาล้างขวดนมสำหรับเด็ก คุณแม่มั่นใจได้ว่าปราศจากสารเคมีอันตรายค่ะ อย่างน้ำยาล้างขวดนม เบบี้มายด์ จะมีความอ่อนโยน แต่สามารถขจัดคราบสกปรก ล้างคราบโปรตีนจากนมได้อย่างหมดจด สะอาดและปลอดภัย เพราะสารทำคามสะอาดมาจากธรรมชาติ 100%

น้ำยาล้างขวดนม

น้ำยาล้างขวดนม เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เบบี้ ยูเทนซิล คลีนเนอร์ สูตรอัลตร้ามายด์ ออกแบบพิเศษสำหรับทำความสะอาดขวดนม จุกนมและภาชนะสำหรับทารกโดยเฉพาะ และยัง…

  • ช่วยขจัดคราบนมตกค้าง คราบอาหาร กลิ่นที่ติดค้างบนขวดและภาชนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปราศจากสารเคมีอันตราย เพราะคัดสรรสารทำความสะอาดธรรมชาติจากข้าวโพดและมะพร้าว
  • ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิค สะอาด อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่คงได้คำตอบกันแล้วนะคะว่า ทำไมต้องล้างทำความสะอาด ขวดนม จุกนม ด้วยน้ำยาล้างขวดนมสำหรับเด็ก ฉะนั้นหากเลือกน้ำยาล้างขวดนมครั้งต่อไป น้ำยาล้างขวดนม เบบี้มายด์ อัลตร้ามายด์ เบบี้ ยูเทนซิล คลีนเนอร์ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี และปลอดภัยมากๆ ด้วยนะคะ

 

ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563 วันไหนเหมาะสุด แม่ห้ามพลาด!

ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563 เดือนสุดท้ายของปี เด็กปีหนูทองที่จะเกิดในเดือนนี้ มีวันไหนเป็นวันดี เกิดมาแล้วพาพ่อแม่ร่ำรวย มีชีวิตรุ่งเรืองบ้าง แม่ท้องเช็กเลย!

ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563 วันไหนเหมาะสุด แม่ห้ามพลาด!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล และ ให้ฤกษ์คลอด ฤกษ์ดี เดือนธันวาคม 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2 3 4
5
ราชาฤกษ์
6 7 8 9 10 11 12
13
ราชาฤกษ์
14 15 16 17
18
ภูมิปาโลฤกษ์
19
20
เทวีฤกษ์
21 22 23 24
25
มหัทธโนฤกษ์
26
27
ภูมิปาโลฤกษ์
28
ภูมิปาโลฤกษ์
29 30 31

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนธันวาคม

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

ตรงกับแรม 6 ค่ำ เดือน 1 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม 2563

ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 1 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2563

ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 2 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563

ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 2 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563

ตรงกับขึ้น 12 ค่ำ เดือน 2 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563

ตรงกับขึ้น 14 ค่ำ เดือน 2 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563
จัดเต็ม 9 วันดี..ดูเลย!
 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563

ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563 จัดเต็ม 9 วันดี..ดูเลย!

จัดเต็ม 9 วันดีวันมงคล ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563 บ้านไหนวางแผนมีลูกปลายปี ว่าที่คุณแม่ท้องที่จะเตรียมผ่าคลอด หรือจะคลอดเอง รีบเช็กวันดีวันมงคลเดือนพฤศจิกายนกันไว้เลยจ้า

ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563 จัดเต็ม 9 วันดี..ดูเลย

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล และ ให้ฤกษ์คลอด ฤกษ์ดี เดือนพฤศจิกายน 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1
มหัทธโนฤกษ์
2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13
14
เทวีฤกษ์
15
16
ราชาฤกษ์
17 18
19
มหัทธโนฤกษ์
20
21
ภูมิปาโลฤกษ์
22
เทวีฤกษ์
23
เทวีฤกษ์
24 25 26 27 28
29
มหัทธโนฤกษ์
30
ภูมิปาโลฤกษ์

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนพฤศจิกายน

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 12 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับแรม 15 ค่ำ เดือน 12 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 2 ค่ำ เดือน 1 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 1 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 1 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 1 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 1 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สิน เงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิตจะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 1 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนธันวาคม 2563
วันไหนเหมาะสุด แม่ห้ามพลาด!
คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563
มีวันไหนปังบ้าง เช็กเลย!
คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563 มีวันไหนปังบ้าง เช็กเลย!

ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563 มาแล้วจ้า… บ้านไหนวางแผนทำลูกตั้งแต่ต้นปี พร้อมนับวันครบกำหนดคลอดได้เดือนตุลา จะมีวันไหนเป็นฤกษ์มงคลให้ลูกมาเกิดได้บ้าง เช็กเลย

ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563 + คําทํานายดีๆ มีวันไหนบ้างดูเลย!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล และ ให้ฤกษ์คลอด ฤกษ์ดี เดือนตุลาคม 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1
ราชาฤกษ์
2 3
4
5
มหัทธโนฤกษ์
6 7 8 9 10
11 12 13 14
15
ภูมิปาโลฤกษ์
16
ภูมิปาโลฤกษ์
17
18
19
ราชาฤกษ์
20 21 22 23
24
ภูมิปาโลฤกษ์
25 26 27 28 29 30 31

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนตุลาคม

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563

ตรงกับแรม 4 ค่ำ เดือน 11 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2563

ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 11 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563

ตรงกับขึ้น 1 ค่ำ เดือน 12 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563

ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 12 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 12 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนพฤศจิกายน 2563 จัดเต็ม 9 วันดี..ดูเลย! คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563
เลือกวันไหน..เพื่อดวงชะตาที่ดีของลูก
คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563

ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563 เลือกวันไหน..เพื่อดวงชะตาที่ดีของลูก

ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563 เป็นฤกษ์ที่ว่าที่คุณแม่หลายคนวางแผนท้องตั้งแต่ต้นปีต้องการอย่างมาก จะมีวันไหนเป็นวันดีสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดบ้าง..เช็กเลย!

 ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563เลือกวันไหนดี
เพื่อดวงชะตาที่ดีที่สุดของลูก!!

ว่ากันว่า..คนเกิดเดือนกันยายนฉลาดกว่าคนเกิดเดือนอื่นจริงหรือ!!!

แน่นอนว่าการอ่านหนังสือ การเรียนรู้ หรือการพักผ่อนอย่างเพียงพอทำให้คนเราฉลาดขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าเดือนเกิดก็สามารถส่งผลต่อความฉลาดของเราได้เช่นกัน และนี่ไม่ใช่การทายนิสัยตามราศีเกิดแต่อย่างใด เพราะมีผลวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้มาแล้ว

Must read : นักวิจัยพิสูจน์แล้ว! ลูกจะสืบทอดสติปัญญาจากแม่ได้มากกว่าพ่อ

Must readวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว พ่อแม่ที่มีลูกเก่งและฉลาด ต้องมีสิ่งเหล่านี้!

โดยผลการเก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้อย่าง ‘School Starting Age and Cognitive Development’ ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐในฟลอริดา ที่มีช่วงอายุของเด็กนักเรียนอยู่ระหว่าง 6-15 ปี มีการระบุว่า เด็กที่เกิดในเดือน ‘กันยายน’ นั้น มีค่าเฉลี่ยเกรดที่สูงกว่าเด็กที่เกิดในเดือนอื่น

จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน National Bureau of Economic Research เผยว่า… ความฉลาดของคนเรามีส่วนหนึ่งที่สัมพันธ์กับเดือนเกิด โดยมหาวิทยาลัยโทรอนโต มหาวิทยาลัยฟลอริดา และมหาวิทยาลัยตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐอิลลินอยส์ ได้มีการวิเคราะห์พัฒนาการทางปัญญาของเด็กนักเรียนจำนวน 1 ล้าน 2 แสนคนในสหรัฐฯ เพื่อระบุว่าเดือนไหนที่มีแนวโน้มจะมีคนฉลาดมากที่สุด

 ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าพวกเขาเริ่มเข้ารับการศึกษาพร้อมกับเด็กคนอื่นๆ ที่เกิดหลังจากนั้น และยังมีอายุมากกว่าเพื่อนร่วมห้องที่เกิดเดือนสิงหาคมถึง 11 เดือน จึงทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้เร็วกว่านั่นเอง

อ้างอิงจาก : www.nber.org

ดังนั้นหากครอบครัวไหนวางแผนให้ลูกเกิดเดือนกันยายน ทีมแม่ ABK จึงมี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล และ ให้ ฤกษ์คลอด เดือนกันยายน 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดเดือนกันยายน 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2 3
4
ราชาฤกษ์
5
6
7
มหัทธโนฤกษ์
8 9 10 11 12
13 14 15 16 17
18
ภูมิปาโลฤกษ์
19
20
21
เทวีฤกษ์
22 23 24 25 26
27 28 29 30

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนกันยายน

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563

ตรงกับแรม 3 ค่ำ เดือน 10 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2563

ตรงกับแรม 6 ค่ำ เดือน 10 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

ตรงกับขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563

ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนตุลาคม 2563 มีวันไหนปังบ้าง เช็กเลย! คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563
จัดหนักจัดเต็ม มีวันดีหลายวัน!
คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

คลอดเดือนสิงหาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563 จัดหนักจัดเต็ม มีวันดีหลายวัน!

จัดหนัก จัดเต็ม ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563 มีวันดีหลายวันเลย! แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนสิงหาคมเช็กเลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563 มีวันดีหลายวันเลย!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

 

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1
มหัทธโนฤกษ์
2
3
ภูมิปาโลฤกษ์
4 5 6 7
8
ราชาฤกษ์
9 10 11 12
13
ภูมิปาโลฤกษ์
14
15
เทวีฤกษ์
16
17
ราชาฤกษ์
18 19
20
มหัทธโนฤกษ์
21 22
23
24
เทวีฤกษ์
25 26 27
28
มหัทธโนฤกษ์
29
30
ภูมิปาโลฤกษ์
31
ภูมิปาโลฤกษ์

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนสิงหาคม

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 9 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563

ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 9 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 9 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ตรงกับแรม 12 ค่ำ เดือน 9 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563

ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 9 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 3 ค่ำ เดือน 10 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 10 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 10 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 10 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2563

ตรงกับขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอด กันยายน 2563
เลือกวันไหน..เพื่อดวงชะตาที่ดีของลูก
คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563
พร้อมคําทํานายดีๆ แม่เช็กเลย!
 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563 พร้อมคําทํานายดีๆ แม่เช็กเลย!

ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563 พร้อมคําทํานายดีๆ จะมีวันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดได้บ้าง แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนกรกฎาคมเช็กวันดีได้เลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563 พร้อมคําทํานายดีๆ แม่เช็กเลย!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1
2
ราชาฤกษ์
3 4
5
มหัทธโนฤกษ์
6 7 8
9
เทวีฤกษ์
10
11
ราชาฤกษ์
12 13 14 15 16
17
ภูมิปาโลฤกษ์
18
19
เทวีฤกษ์
20 21 22 23
24
มหัทธโนฤกษ์
25
26
ภูมิปาโลฤกษ์
27
เทวีฤกษ์
28 29 30 31

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนกรกฎาคม

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563

ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563

ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 8 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563

ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 8 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือน 8 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563

ตรงกับแรม 13 ค่ำ เดือน 8 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2563

ตรงกับแรม 15 ค่ำ เดือน 8 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563

ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563

ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563

ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนสิงหาคม 2563
หนักจัดเต็ม มีวันดีหลายวัน!
 คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563 วันไหนปังบ้าง..เช็กเลย! คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563

ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563 วันไหนปังบ้าง..เช็กเลย!

ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563 วันคลอดดีๆ ที่แม่ต้องรู้ จะมีวันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดได้บ้าง แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนมิถุนายนเช็กวันดีได้เลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563 วันไหนปังบ้าง..เช็กเลย!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2 3 4
5
ราชาฤกษ์
6
7
8
มหัทธโนฤกษ์
9 10 11
12
เทวีฤกษ์
13
14
ราชาฤกษ์
15 16 17 18
19
ภูมิปาโลฤกษ์
20
ภูมิปาโลฤกษ์
21
22
เทวีฤกษ์
23 24 25 26 27
28
ภูมิปาโลฤกษ์
29 30

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนมิถุนายน

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2563

ตรงกับแรม 3 ค่ำ เดือน 7 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563

ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือน 7 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563

ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 7 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563

ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 7 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2563

ตรงกับขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563

ตรงกับขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563

ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนกรกฎาคม 2563
พร้อมคําทํานายดีๆ แม่เช็กเลย!
 คลิก!!

ดู >> คลอดเลยดีแน่! วันมงคล ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563

คลอดเลยดีแน่! วันมงคล ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563 จะมีวันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดได้บ้าง แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนพฤษภาคม เช็กวันดีได้เลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

คลอดเลยดีแน่! วันมงคล ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2
3
4
ภูมิปาโลฤกษ์
5 6 7
8
ราชาฤกษ์
9
10
11
มหัทธโนฤกษ์
12 13 14 15 16
17
ราชาฤกษ์
18
ราชาฤกษ์
19 20
21
มหัทธโนฤกษ์
22 23
24 25 26 27 28 29
30
มหัทธโนฤกษ์
31

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนพฤษภาคม

วันจันทร์ที่ 4  พฤษภาคม 2563

ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563

ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 6 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563

ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 6 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563

ตรงกับแรม 11 ค่ำ เดือน 6 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563

ตรงกับแรม 12 ค่ำ เดือน 6 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2563

ตรงกับแรม 15 ค่ำ เดือน 6 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563

ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 7 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมิถุนายน 2563 วันไหนปังบ้าง..เช็กเลย! คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563
คลอดวันไหนดี เพื่อให้เป็นมงคลต่อลูกน้อย
 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563

มาแล้ว! ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563 แม่ท้องห้ามพลาด!

มาแล้วจ้าแม่… ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563 จะมีวันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดได้บ้าง แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนเมษายนเช็กวันดีได้เลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

มาแล้ว! ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563 แม่ท้องห้ามพลาด!

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1
2
ราชาฤกษ์
3 4
5 6
7
ภูมิปาโลฤกษ์
8 9 10
11
ราชาฤกษ์
12 13 14 15
16
ภูมิปาโลฤกษ์
17
18
เทวีฤกษ์
19
20
ราชาฤกษ์
21 22 23 24 25
26 27 28 29
30
ราชาฤกษ์

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนเมษายน

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2563

ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันอังคารที่ 7 เมษายน 2563

ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2563

ตรงกับแรม 4 ค่ำ เดือน 5 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 16  เมษายน 2563

ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 5 = ภูมิปาโลฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนมีความสามารถสูง มีทรัพย์สินเงินทองดี เป็นใหญ่เป็นโต งานที่เหมาะสมเกี่ยวของกับที่ดิน ได้เป็นนักปราชญ์หรือรับราชการ

วันเสาร์ที่ 18  เมษายน 2563

ตรงกับแรม 11 ค่ำ เดือน 5 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันจันทร์ที่ 20  เมษายน 2563

ตรงกับแรม 13 ค่ำ เดือน 5 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 30  เมษายน 2563

ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> คลอดเลยดีแน่! วันมงคล ฤกษ์คลอดเดือนพฤษภาคม 2563 คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563
คลอดวันไหนดี เพื่อให้เป็นมงคลต่อลูกน้อย
 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563

ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563 คลอดวันไหนดี เพื่อให้เป็นมงคลต่อลูกน้อย

ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563 จะมีวันไหนฤกษ์ดี ผ่าคลอดได้บ้าง แม่ท้องที่มีอายุครรภ์ครบกำหนดคลอดลูกได้ในเดือนมีนาคม เช็กวันดีได้เลย..เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับลูกน้อย

ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563
คลอดวันไหนดี เพื่อให้เป็นมงคลต่อลูกน้อย

ทีมแม่ ABK มี ฤกษ์คลอดบุตร 2563 พร้อมคำทำนาย จาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งชื่อลูก ตั้งชื่อมงคล ให้ ฤกษ์คลอด 2020 มาฝากค่ะ ไปดูกันเลย

ฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร ฤกษ์คลอดเดือนมีนาคม 2563

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์
1 2
3
4
เทวีฤกษ์
5
6
ราชาฤกษ์
7
8 9 10 11 12 13 14
15 16
17
มหัทธโนฤกษ์
18
มหัทธโนฤกษ์
19 20 21
22 23 24 25 26
27
มหัทธโนฤกษ์
28
29 30
31
เทวีฤกษ์

 

ฤกษ์คลอดบุตร 2563 ฤกษ์ผ่าคลอด เดือนมีนาคม

วันพุธที่ 4 มีนาคม 2563

ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2563

ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 4 = ราชาฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำอยู่เต็มตัว ชอบออกคำสั่ง ชอบทำอะไรใหญ่ๆโตๆ  ไม่ว่าจะทำงานด้านใดก็จะได้เป็นหัวหน้าหรือนายงาน

วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2563

ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 4 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563

ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 4 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563

ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 = มหัทธโนฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้ จะเป็นคนที่มีทรัพย์สินเงินทองสมบูรณ์ตลอดชีวิต จะไม่ขาดเงิน ไม่เดือดร้อน เด่นด้านการเงิน เป็นดวงเศรษฐี

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2563

ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 = เทวีฤกษ์ เด็กที่ได้เกิดวันนี้จะเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในความรัก ให้ความสำคัญกับความรักเป็นหลัก มุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักและจะทำได้ดี

ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ดู >> มาแล้ว! ฤกษ์คลอดเดือนเมษายน 2563 แม่ท้องห้ามพลาด! คลิก!!

ดู >> ฤกษ์คลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2563
วันไหนฤกษ์ดีผ่าคลอดได้ เช็กเลย
 คลิก!!

♦ ดูฤกษ์คลอดบุตร 2563 ครบทั้ง 12 เดือน คลิกที่นี่!! ♦

***หมายเหตุ : หลักสำคัญในการหาฤกษ์ผ่าคลอด ฤกษ์คลอดบุตร 2563  จำเป็นที่จะต้องเอาดวงของคุณแม่และคุณพ่อและลูกมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อใช้ในการหาลัคนาสมพงษ์ และหาเวลาตกฝากแบบละเอียด เพื่อให้เด็กที่คลอดออกมานั้นต้อง มีดวงชะตาที่ดีที่สุด แอดไลน์ อ.ชัญ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >> https://line.me/R/ti/p/%40aiu2029f

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก :

 


ฤกษ์คลอดบุตร 2563

ขอบคุณข้อมูลเรื่อง ฤกษ์คลอดบุตร 2563  อ้างอิงจาก อาจารย์ชัญญณัท กู้เมือง อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งชื่อลูกและให้ฤกษ์คลอด.ฤกษ์คลอดปี 2563 เว็บไซต์ https://www.theluckyname.com/detail.php?code=4

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่