ฝึกวินัยลูก

4 เทคนิคแสนง่าย ฝึกวินัยลูก เรื่องกิน + นอน เริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋

ฝึกวินัยลูก
ฝึกวินัยลูก

ฝึกวินัยลูก 6 เดือนหลัง ด้วย 4 วิธีสุดง่าย!

1. ฝึกวินัยลูกกินให้อิ่มและเป็นเวลา

“จากการศึกษาวิจัยพบว่าเด็กอายุ 6 เดือน ประมาณ 90% จะไม่ตื่นมากินหลังเที่ยงคืน มีเด็กเพียง 10% เท่านั้นที่ปรับตัวไม่ได้ ยังร้องไห้งอแงขอกินนมอยู่บ่อยๆ คุณแม่ลองสังเกตดูนะครับ ว่าลูกน้อยยังปรับตัวไม่ได้เพราะลูกกินนมน้อยเกินไปหรือเปล่า หากลูกกินน้อย ไม่อิ่มท้อง ก็จะตื่นและงอแงขอกินนมบ่อยๆ แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการให้เขากินนมให้เยอะขึ้น แล้วค่อยๆ เลื่อนเวลากินนมให้ห่างกันออกไป ไม่นานเขาก็จะปรับเวลากินได้โดยไม่ตื่นมางอแงกลางดึกอีกครับ”

ฝึกวินัยให้ลูก
ฝึกวินัยให้ลูกได้ตั้งแต่เบบี๋

2. “รอเดี๋ยวนะ แม่กำลังชงนมอยู่จ้ะ”

“คุณแม่ควรฝึกให้ลูกรู้จักรอคอยกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องกินบ้างครับ การฝึกให้ลูกรอคอยเล็กน้อยเมื่อรู้สึกหิว เพื่อให้ลูกทารกเรียนรู้ว่า ถึงเวลาหิวต้องอดทนสักเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงจะได้กิน เป็นการฝึกควบคุมความคับข้องใจเล็กๆ น้อยๆ (Conflict) เด็กคนไหนที่ควบคุมได้ยากหน่อยคุณแม่อาจใช้วิธีนับ เช่น “รอแม่นับ 1-5 ก่อนนะ” ถ้าจาก 1-5 เด็กควบคุมตัวเองได้แล้ว ก็ค่อยเพิ่มเป็นนับ 1-10 แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ ในครั้งหน้า เด็กก็จะสามารถควบคุมตัวเองผ่านความคับข้องใจและอดทนรอคอยได้นานขึ้นเรื่อยๆ อย่างเหมาะสมตามวัย เพราะในชีวิตประจำวันคนทุกวัยต้องเจอความคับข้องใจมากมาย เราก็ต้องฝึกที่จะควบคุมมันให้ได้ครับ”

3. นั่งก่อนค่อยกิน

“เมื่อไรที่ลูกเริ่มนั่งได้ แนะนำให้จับลูกนั่งกินข้าวพร้อมพ่อแม่ นั่งเก้าอี้สูงสำหรับเด็ก แล้วบ้านนั้นจะสบายขึ้นครับ เพราะเมื่อลูกนั่งเก้าอี้สูงซึ่งมีที่ล็อค ลูกจะหนีไปไหนไม่ได้ ต่อไปลูกก็จะเรียนรู้ว่าเมื่อถึงเวลาอาหารก็ต้องนั่งโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งไล่จับลูกเลยครับ”

สอนลูกให้มีระเบียบวินัย
ฝึกวินัยให้ลูกได้ตั้งแต่เบบี๋

4. Finger food กินเองได้สบายมาก

“ลูกเล็กก็กินเองได้นะครับ เพียงแต่กล้ามเนื้อมือของเขายังใช้จับช้อนส้อมไม่ได้ อาหารที่ลูกเล็กวัย 7 เดือนขึ้นไปจะหยิบกินเองได้ จึงควรเป็น finger food หรือของทานเล่นสำหรับเด็กที่ทำไว้เป็นชิ้นๆ ให้เด็กหยิบกินได้ด้วยตัวเองครับ ขอเพียงเป็นอาหารที่นิ่ม เคี้ยวง่าย หรือเคี้ยวด้วยเหงือกได้ เช่น แครอทที่ต้มจนนิ่ม หรือฟักทองที่ต้มจนสุก เพื่อให้กล้ามเนื้อมือได้ฝึกหยิบจับ และฝึกควบคุมกล้ามเนื้อมือให้ป้อนอาหารเข้าปากได้อย่างถูกต้องครับ”

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ. พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์  กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม
หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up