3 หัวใจหลัก เลี้ยงลูกด้วยธรรมะ เสริมภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต

เลี้ยงลูกด้วยธรรมะ …เพราะเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ซึ่งก็เชื่อว่าความหวังของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอยากเห็นลูกโตไปเป็นคนดี มีชีวิตที่ดีและมีความสุข แต่ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะเลี้ยงลูกให้ลูกได้ดี

เชื่อว่านี่คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจของพ่อแม่ส่วนใหญ่นับตั้งแต่วันที่ลูกลืมตาดูโลก เพราะอยากเห็นลูกของเราทั้งเก่ง ดี มีความสุข และมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอให้เขาสามารถใช้ชีวิตในสังคมโลกที่นับวันยิ่งยุ่งเหยิงและซับซ้อนนี้ได้โดยไม่ล้มเป๋ไปเสียก่อน จริงๆ คำตอบอาจอยู่ใกล้ตัวเรานิดเดียว นั่นคือพ่อแม่นำธรรมะมาปรับใช้ในการดูแลกายใจให้ลูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถยืนยาวไปตลอดชีวิต

เลี้ยงลูกด้วยธรรมะ เสริมภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต

Amarin Baby & Kids จึงมีแนวทางการเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ เพื่อเป็นวัคซีนทางใจให้ทุกครอบครัวเริ่มต้นปี 2560 อย่างมีความสุขสดชื่น ตลอดปีตลอดไปค่ะ

เลี้ยงลูกด้วยพรหมวิหารธรรม

การเลี้ยงลูกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเลี้ยงด้วยความรักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมีความรู้ อดทน และธรรมะเพื่อให้เกิดคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรมประกอบเข้าไปด้วย ดังเช่นที่ท่าน ว. วชิรเมธี เคยเขียนไว้ในคอลัมน์  Answer Key นิตยสารซีเคร็ต ฉบับมิถุนายน 2554 ว่า “การเลี้ยงลูกที่บอกว่ายากก็เพราะว่าต้องใช้ทั้งความรัก ความรู้ ความอดทน และคุณธรรมอีกสารพัดประกอบกัน ลำพังให้ความรักอย่างเดียว ถ้ามากเกินไปก็จะกลายเป็นลูกแหง่ อ่อนแอ ทำอะไรไม่เป็น ความรู้ ถ้าให้มากเกินไปก็จะกลายเป็นคนแข็งกร้าวไม่ยอมฟังใคร…ดังนั้นคนเป็นแม่จะต้องเรียนรู้ที่จะปรับคุณธรรมต่างๆ ในการเลี้ยงลูกให้ลงตัวพอดี งานเลี้ยงลูกจึงจะประสบความสำเร็จ”

หลักธรรมง่ายๆ ที่ช่วยเลี้ยงลูกได้ตามที่ท่าน ว.วชิรเมธีกล่าวไว้นั่นคือ พรหมวิหารธรรม ซึ่งมีอยู่ 4 ประการ ได้แก่ เมตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ทั้ง 4 ข้อสามารถปรับมาใช้ในการเลี้ยงลูกได้ ดังนี้

เมตตา ถ้ามากเกินไป พ่อแม่จะตามใจลูก

♥ กรุณา ถ้ามากเกินไป พ่อแม่จะทำทุกอย่างแทนลูก

♥ มุทิตา ถ้ามากเกินไป พ่อแม่จะส่งเสริมไปเสียทุกเรื่อง (เช่น ลูกทำผิด แต่คอยให้ท้าย)

♥ อุเบกขา ถ้ามากเกินไป พ่อแม่จะกลายเป็นคนใจไม้ไส้ระกำ คือไม่แยแสลูก

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกขอเงินไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ก็ต้องยืนกรานที่จะไม่ให้ แต่ต้องไม่ลืมชี้แจงด้วยเหตุผล หรือถ้าลูกเป็นคนเจ้าอารมณ์ พ่อแม่ก็ต้องหาวิธีปฏิเสธที่นุ่มนวล เพราะการตามใจลูกด้วยความสงสารมากเกินจะทำให้เขาได้ใจ หากวันไหนไม่ได้ดังใจก็จะพาล ข้อเสียคือ เมื่อพาลโมโหแล้วได้ตามที่ต้องการ เขาก็จะจดจำพฤติกรรมไม่ดีนี้ไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อีกเขาก็จะทำซ้ำแบบเดิมอีก

ดังนั้น การเลี้ยงลูกจึงต้องใช้ธรรมะ ใช้ปัญญาอยู่เสมอ ลำพังความรักอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสอนลูกให้เป็นคนดีมีศีลธรรมได้ และควรต้องใช้ทางสายกลางในการเลี้ยงลูกให้มาก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

♠ ธรรมะแบบง่ายๆ

อยากเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ เพราะเชื่อว่าธรรมะจะกล่อมเกลาลูกและช่วยให้รอดพ้นจากสังคมที่ยุ่งเหยิงไปได้ หลายครอบครัวจึงมุ่งแต่ธรรมะในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าหลักธรรมอันแท้จริง เชิงสัญลักษณ์ที่ว่าคือ ให้ลูกท่องบทสวดมนต์ หรือพาเข้าวัดเช้าเย็น โดยคาดหวังว่านี่คือหนทางทำให้ลูกเป็นคนดีและมีความสุข ซึ่งนั่นอาจไม่เพียงพอหากเราไม่เข้าใจธรรมอย่างถ่องแท้ ถ้าอย่างนั้นเราจะใช้ธรรมะอย่างไรดี นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวถึงประเด็นการใช้ธรรมะเลี้ยงลูกได้อย่างน่าสนใจ ในคอลัมน์ Talk It Easy นิตยสารเรียล พาเรนติ้ง ฉบับกันยายน 2556 ว่า “ก่อนที่จะคิดเรื่องเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ พ่อแม่ควรทบทวนตนเองเป็นอย่างแรกว่า ตนเองมีธรรมะและเดินทางสายกลางมากน้อยเพียงไร”

พ่อแม่หลายคนคาดหวังว่าให้ลูกเป็นคนดี มีความสุข ดูแลตนเองได้ แต่ไม่นานความคาดหวังก็มากขึ้นเป็นขอให้เรียนเก่ง มีงานทำดี และร่ำรวย คุณหมอประเสริฐกล่าวว่า “ธรรมะที่แท้คือ เดินสายกลาง และเด็กๆ พัฒนาด้วยการดูพ่อแม่เป็นหลัก…หากลูกๆ จับสังเกตได้ว่าพ่อแม่มีความคาดหวังสูง (พูดแรง ว่าโลภมากในการเลี้ยงลูก) เช่นนี้มิใช่สายกลาง เพียงเท่านี้ลูกก็รู้แล้วว่าพ่อแม่มิได้มีธรรมะอะไรมากนัก”

เลี้ยงลูกด้วยธรรมะ

ดังนั้น คำแนะนำจากคุณหมอถึงการเลี้ยงลูกด้วยธรรมะแบบง่ายๆ ก็คือความเป็นธรรมชาติ การเลี้ยงลูกจึงควรผสมผสานหลากหลายวิธี มากบ้างน้อยบ้างตามสถานการณ์ บางครั้งต้องเข้มงวดและคาดหวัง บางครั้งต้องปล่อย บางครั้งต้องปกป้องภยันตรายให้ และบางครั้งก็ต้องทำไม่รู้ไม่เห็นบ้าง เพื่อให้ลูกเติบโตได้ด้วยตนเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าศีลธรรมคือ จริยธรรม ซึ่งก็คือความสามารถในการกำกับตนเอง มิให้ใช้อำนาจหรือความสามารถไปเบียดเบียนคนอื่น ส่วนการสอนเรื่องจริยธรรมนั้นก็ไม่ยาก เด็กก่อนเจ็ดขวบจะกลัวการถูกลงโทษ เด็กหลังเจ็ดขวบจะชอบรางวัล ดังนั้นก่อนเจ็ดขวบพ่อแม่สามารถทำโทษได้เมื่อเขาทำผิด หลังเจ็ดขวบใช้วิธีกอด ชมเชย หรือให้ของขวัญเมื่อเขาทำดี นี่คือวิธีที่ง่ายที่เขาจะเรียนรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ทั้งหมดนี้จะเรียกว่าธรรมะอย่างง่ายก็ได้

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!


อ่านต่อ >> “3 หัวใจแห่งทางสายกลางกับหลักการเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ” คลิกหน้า 2

อาการแพ้ยา

วิธีสังเกตอาการแพ้ยาของลูกน้อยไม่ให้รุนแรง

อาการแพ้ยา โดยเฉพาะทางผิวหนัง เป็นอาการที่พบได้บ่อย และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิต เมื่อคุณพ่อ คุณแม่ หรือลูกน้อยพบว่ามีประวัติในการแพ้ยา ควรจดจำชื่อยาเหล่านั้นเอาไว้ให้แม่น เพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแพ้ยา จนทำให้เสียชีวิต

Continue reading “วิธีสังเกตอาการแพ้ยาของลูกน้อยไม่ให้รุนแรง”

37 แนวทาง เลี้ยงลูกให้ถูกธรรม!! ตามคำสอนพุทธ เพื่อให้ลูกเป็นคนดีและมีสุข

 

สอน ลูก ด้วย ธรรมะ …เลี้ยงลูกถูกธรรม คือ การเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องนั่นเอง เมื่อเราเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องแล้ว ทั้งตัวเราและลูกก็จะไม่มีปัญหา หรือเมื่อเกิดมีปัญหาขึ้นมาไม่ว่ากรณีใดๆ เราก็สามารถใช้ธรรมะนำทางแก้ไขได้

ธรรมะ จะแก้ได้ทุกเรื่อง หรือ ทุกคน หรือ ?

แน่นอน, แก้ได้ทุกเรื่องและทุกคน แต่ผลลัพธ์จะลงเอยด้วยอาการอย่างไร? นั่นก็ย่อมจะต้องขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยหลายอย่าง กล่าวคือ มันจะออกหัว หรือออกก้อย ก็ต้องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวอย่างรวบรัด ก็คือ การเลี้ยงลูกอย่างถูกต้องในที่นี้ หมายถึง พ่อแม่ให้การเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธี ถูกหลักการ ถูกประเพณี ถูกธรรมเนียม รวมๆ ว่า “ถูกต้อง” หรือเลี้ยงลูกถูกต้องนั่นเอง

ว่าโดยหลักใหญ่ๆ แล้ว การเลี้ยงลูกมีอยู่ 2 วิธีเท่านั้น คือ

– เลี้ยงลูกถูกใจ

– เลี้ยงลูกถูกต้อง (ถูกธรรม)

สอน ลูก ด้วย ธรรมะ

เลี้ยงลูกถูกใจ คือ การเอาใจพ่อแม่เป็นเกณฑ์ พ่อแม่มีความรู้ ความคิด ความเห็นอย่างไร ก็จะปั้นลูกของตนให้เป็นไปอย่างนั้น การเลี้ยงลูกถูกใจ มันออกจะเสี่ยงมากเกินไป กล่าวคือ

ถ้าพ่อและแม่เป็นสัมมาทิฐิบุคคลด้วยกันทั้งคู่มันก็จะไม่มีปัญหา การเลี้ยงลูกต้องไปได้สวยแน่ แต่ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเกิดมีมิจฉาทิฐิ หรือเกิดมิจฉาทิฐิเสียทั้งสองคน ลูกก็คงจะบรรลัยแน่จอดไม่ต้องแจว แต่โดยทั่วไปแล้ว การเลี้ยงลูกถูกใจนี้จะมีส่วนเสียมากกว่าส่วนดี และที่ลูกส่วนมากจะเสียก็จะมาเสียที่จุดนี้ และการแก้ไขก็ย่อมจะเป็นไปได้ยากหรือแก้ไม่ได้เลย

เลี้ยงลูกถูกต้อง (ถูกธรรม) คือ การเอาความถูกต้องเป็นเกณฑ์ การเลี้ยงลูกถูกต้อง หรือถูกธรรมนั้น หมายถึงว่า พ่อแม่ไม่เอาใจของตนเองเป็นบทตั้ง แต่จะอาศัยความถูกต้องของเหตุและปัจจัยนั้นๆ เป็นหลักในการเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกถูกธรรม จึงเป็นการเลี้ยงลูกที่ยอดเยี่ยมที่สุด สามารถจะใช้ได้แก่ลูกทุกคน และทุกกาลสมัย พร้อมทั้งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ย่อมจะเป็นที่ยุติได้ กล่าวคือ จะมีความพอใจด้วยกันทุกฝ่าย นั่นก็คือ พ่อแม่ก็จะไม่โยนปัญหาไปให้ลูกแต่ฝ่ายเดียว และลูกก็จะไม่โยนปัญหาไปให้พ่อแม่แก้แต่ฝ่ายเดียวเช่นกัน เพราะต่างก็เข้าใจหน้าที่อย่างถูกต้องของกันและกัน ไม่ว่าปัญหานั้นๆ จะลงเอยด้วยบวกหรือลบ ทั้งพ่อแม่และลูกก็จะไม่ดีใจจนตกขอบ และก็จะเสียใจจนเป็นโรคประสาท หรือต้องถึงกับฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน

ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้น Amarin Baby & Kids จึงมีหลักการเลี้ยงลูกด้วยธรรมะ จาก ปุตตปริทรรศน์ กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา เว็บไซต์ ธรรมจักรดอทเน็ต มาฝากคุณพ่อคุณแม่ให้ดูเป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกให้ถูกธรรม ถูกต้อง ดังต่อไปนี้

หลักการเลี้ยงลูกให้ถูกธรรม 37 ประการ

1. เด็กน้อย เปรียบเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์

พ่อแม่จะย้อมหรือประทับสิ่งใดไว้บนผ้าขาว ก็ย่อมจะเห็นได้ชัดและติดทนนาน จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่พ่อแม่ควรย้อมหรือประทับแต่สิ่งที่ดีงามไว้บนผ้าขาวสะอาดผืนน้อยนี้ อย่าได้ประทับสิ่งสกปรกไว้เป็นอันขาด เพราะจะเกิดราคีแก่เด็ก และจะไปซักล้างภายหลังยาก หรือไม่ได้เลย

2. อย่าตามใจลูกในทางผิดๆ

เพราะการตามใจลูกในทางผิดๆนั้น  เท่ากับการสอนให้ลูกทำผิดนั่นเอง เหตุเพราะลูกยังเล็กหรือไร้เดียงสาเกินไป จึงไม่อาจที่จะแยกได้ว่าอะไรผิดหรือถูก พ่อแม่ที่ดีจึงควรที่จะห้ามเมื่อลูกทำผิดหรือชั่ว และควรจะส่งเสริมในเมื่อลูกทำถูกหรือทำดี

3. จงให้ความยุติธรรมแก่ลูก

เมื่อลูกเราไปทะเลาะกับลูกคนอื่น จงวางตนเป็นกลาง สอบสวนด้วยใจเป็นธรรม แล้วแนะนำลูกในทางที่ถูก อย่าใช้อารมณ์และอย่าให้อคติเข้าครอบงำจิต จะทำให้ลูกเราเสียคน ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่าไปใส่ใจปล่อยให้เป็นเรื่องของเด็กเขาจัดการกันเอง เดี๋ยวเขาก็จะดีกันเอง

4. ถ้าจะสอนลูก เมื่อลูกทำผิดหรือชั่วก็อย่าได้เอาลูกเราไปเที่ยวประจาน หรือเปรียบกับลูกของคนอื่น

ลูกของใครก็ต้องเป็นลูกของคนนั้น  มันจะเหมือนกันไปหมดย่อมไม่ได้ จะทำให้ลูกน้อยใจและทำประชดให้หนักยิ่งขึ้นกว่าเก่าได้ ควรจะแนะนำด้วยเมตตาจิต อย่าใช้อารมณ์

อ่านต่อ >> “แนวทางการเลี้ยงลูกให้ถูกธรรม 37 ประการ” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คำถาม 15 ข้อ ที่พ่อแม่ควรถามลูกเพื่อให้เข้าใจลูกมากขึ้น

พ่อแม่ เข้าใจลูก …ความเข้าอกเข้าใจเป็นสิ่งที่ทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่  ชายหรือหญิง สถานะสูงหรือต่ำ ล้วนปรารถนาทั้งสิ้น   ความเข้าใจของใครคนหนึ่งจะเป็นแรงพลังให้เรามีกำลังใจรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย รู้สึกได้รับการยอมรับ รวมถึงการได้รับความเชื่อมั่นในส่วนดีของเรา ทำให้สามารถเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตข้างหน้าได้

เด็กก็ต้องการคนที่เข้าใจเขาเช่นกัน แม้ว่าเด็กไม่สามารถสื่อสารให้ผู้ใหญ่เข้าใจได้ครบถ้วน ผู้ใหญ่ต้องพยายามเข้าใจ เช่น เด็กทารกซึ่งพูดไม่ได้เลย คนเลี้ยงก็ต้องเรียนรู้ว่า เวลาเด็กหิว ง่วงนอน ต้องการเปลี่ยนผ้าอ้อม จะแสดงออกอย่างไร

Must readถอดรหัส เสริมพัฒนาการ 11 กระบวนท่าของทารกที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้!

พ่อแม่ เข้าใจลูก

รวม 15 คำถามที่ควรถามเพื่อให้ พ่อแม่ เข้าใจลูก มากขึ้น

ซึ่งการเป็นพ่อแม่ที่ดีและเข้าใจลูกได้นั้น  สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ การคอยสังเกตความคิด หรือมุมมองของลูก  เพื่อที่จะจัดระเบียบมุมมองได้ พ่อแม่จึงต้องพูดคุยและคอยซักถามความคิดลูกอยู่เสมอ 15 คำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณ เข้าใจลูก มากยิ่งขึ้น

*คำถามทั้งหมดนี้เหมาะสำหรับถามเด็กวัย 7 ขวบขึ้นไป

1. ขอ 5 คำที่คิดว่าเป็นตัวลูก

คำถามนี้เป็นการชี้ให้เด็กรู้จักทิศทางของตัวเองว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน และคนอื่นมองเขาแบบไหน เป็นการช่วยให้เด็กมีกรอบความคิดว่าตัวเองมีความสามารถอย่างไร และจัดระเบียบความคิดให้ตัวเองเป็นคนแบบใดในอนาคต

2. ลูกทำอะไรแล้วมีความสุขที่สุด

เด็กบางคนมีความสุขกับการเล่นเกม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะเกมทำให้พ่อแม่มีความใกล้ชิดกับเด็กมากยิ่งขึ้นด้วย การที่เราได้รู้ว่าลูกเราชอบอะไรจะทำให้เราสามารถหากิจกรรมอื่นๆมาส่งเสริมลูกเราเพิ่มเติม หรือพอจะบอกคร่าวๆ ได้ว่า ลูกจะเป็นอะไรในอนาคตได้

3. ลูกรู้วิธีที่จะสอนคนอื่นไหม

คำถามนี้จะทำให้เด็กๆ คิดว่า เรื่องราวต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเพียงคนเดียว มันคือการแบ่งปัน และการได้สอนคนอื่นยังทำให้ลูกของคุณมีความมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และยังช่วยส่งเสริมให้ลูกชอบเรียนรู้เพิ่มอีกด้วย

4. อะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต / อะไรแย่ที่สุดในชีวิต ของลูก

ชีวิตไม่ได้สวยงามกันหมดหรอกค่ะ ต่อให้คุณประคบประหงมเขามากแค่ไหน สังคมโรงเรียน หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ หล่อหลอมให้ลูกของคุณเจอเรื่องราวมากมายในชีวิต การถามคำถามนี้จะให้ลูกของคุณเข้าใจว่า ชีวิตของเราทุกคนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และต้องจัดการกับสิ่งที่ดีและร้ายอย่างไร

อ่านต่อ >> “คำถามที่พ่อแม่ควรถามลูก เพื่อเข้าใจลูกมากขึ้น” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อัพเดทอาการน้องแม็กซ์เวลล์ rsv

อัพเดทอาการ น้องแมกซ์เวลล์ติดเชื้อ ไวรัส RSVลามลงปอด

เวลาลูกป่วยนั้น เป็นช่วงเวลาทุกข์ที่สุดของคนเป็นพ่อแม่เลยก็ว่าได้ ยิ่งปัจจุบันเชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในเด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิต้านทานต่ำ เมื่อติดเชื้อแล้ว มักมีอาการรุนแรงและเป็นอันตราย ล่าสุด น้องแม็กซ์เวลล์ ติดเชื้อ ไวรัส RSV ต้องนอนโรงพยาบาล ทำเอาพ่อไมค์ พิรัชต์ และแม่ซารา คาซิงกินีทรมานใจสุดๆ

โดยคุณแม่ซาร่า ได้อัพเดทอาการน้องแม็กซ์เวลล์ผ่านอินสตาแกรม sarahcasinghini ว่า “น้องติดเชื้อไวรัสโรคระบาด RSV (ค่อนข้างจะอันตรายในเด็กเล็ก) ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมตาม internet ได้ค่ะ มีหลายคนสงสัยว่า น้องติดมาจากเกาหลี/ฮ่องกงหรือป่าว? ขอตอบว่าไม่ใช่นะคะ คุณหมอแจ้งว่าไวรัสอาศัยในเมืองร้อนไม่ใช่เมืองหนาวและเป็นโรคที่มีอยู่ในประเทศไทยเรานั้นเอง ติดได้จากคนที่มีเชื้อ และ จากที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า ที่ผู้คนแออัด เป็นต้น”

https://www.instagram.com/p/BPH7VKXjV5M/

 

“อาการของน้องตอนนี้มีไข้สูงอยู่เรื่อยๆ 38.3-39 น้องไอมากมีเสมหะ ซึมอยู่ตลอดเวลา ถ่ายเสีย อาเจียน งอแง ที่น่าเป็นห่วงคือ คุณหมอแจ้งว่า มีภาวะปอดเริ่มอักเสบ เพราะเริ่มลงปอด ไวรัสนี้ยังไม่มียารักษา ทำได้แค่รักษาตามอาการเท่านั้น ระยะเวลาค่อนข้างจะนาน ราวๆ 1-2 อาทิตย์ อาจทำให้น้องต้องนอนรพ.ดูอาการหลายวัน เป็นโรคที่ทรมานใจพ่อแม่จริงๆ มีช่วงที่น้องเช็ดตัวไปทายาไปแต่กลับกลายว่าไข้ยังสูงกว่าเดิม น้องไม่ยอมทานข้าวเลย ยังดีที่มีน้ำเกลือพอช่วยได้บ้าง ตอนนี้น้องพ่นยาทุกๆ 6 ชม. ขั้นตอนไปอาจมีการเคาะปอด กายภาพบำบัด เคสของผู้รับเชื้อนี้หนักเบาของแต่ละคนจะต่างกันนะคะ อยู่ที่ร่างกายและภูมิของเด็กแต่ละคนด้วยค่ะ”

https://www.instagram.com/p/BPHHaL6gBe8/?taken-by=maxwell.c_family&hl=en

 

“ระหว่างที่กำลังพิมพ์ พยาบาลเข้ามาเช็คไข้ ล่าสุดคือ 39.8 ตอนนี้กำลังป้อนยา และเช็ดตัว เพราะพยาบาลเกรงว่าจะชัก (ที่หายไปต้องดูแลน้องและตัวเอง อาจไม่ได้อัพเดทถี่ๆ นะคะ ต้องขออภัยสำหรับหลายๆ คนที่เป็นห่วงอาการน้องนะคะ และขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจนะคะ) คุณแม่แอบร้องไห้ตาบวมไปเยอะ แอบอ่อนแอ มันรู้สึกทรมานหัวใจ อาจเพราะไม่เคยเห็นลูกต้องมาป่วยหนักขนาดนี้ มันค่อนข้างจะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยากพอควร ถ้าเวิ่นไปต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ #mummylovesyou #bestrongmyson”

บทความแนะนำ น่าฮักขนาด! แม็กซ์เวลล์ & คุณแม่ซาร่า แอ่วม่อนแจ่ม

ทางด้านคุณพ่อไมค์ ถึงตัวอยู่ไกลก็ยังส่งกำลังใจมาจากเมืองจีนถึงลูกชายสุดที่รัก ผ่านอินสตาแกรม m1keangelo ว่า ส่งกำลังใจไปให้พี่แม็กซ์จากจีน ยิ้มได้แล้วแลบลิ้นทะเล้นกับดี๊ได้แล้วเห็นไหม เดี๋ยวก็หายนะคับคนดีของดี๊ …ใครมีลูกเคยเป็น RSV บ้างขอคำแนะนำหน่อยครับ หวังว่าคงไม่ใช่ไข้หวัดนก เห็นฮ่องกง เกาหลี ระบาดอยู่ ยังไงใครมีประสบการณ์ฝากแชร์ในคอมเมนต์หน่อยนะครับ ตอนนี้ถึงมือหมอแล้วแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี 🙁 #myotherhalf

ส่งกำลังใจไปให้พี่แม็กซ์จากจีน ยิ้มได้แล้วแลบลิ้นทะเล้นกับดี๊ได้แล้วเห็นไหม เดี๋ยวก็หายนะคับคนดีของดี๊ …ใครมีลูกเคยเป็น RSV บ้างขอคำแนะนำหน่อยครับ หวังว่าคงไม่ใช่ไข้หวัดนก เห็นฮ่องกง เกาหลี ระบาดอยู่ ยังไงใครมีประสบการ์ณฝากแชร์ในคอมเมนต์หน่อยนะครับ ตอนนี้ถึงมือหมอแล้วแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี 🙁 #myotherhalf

A post shared by MIKE ANGELO (@m1keangelo) on

 

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ และวันเกิดน้องแม็กซ์เวลล์อายุครบ 2 ปี 6 เดือน คุณแม่ซาร่าได้โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ถึงหัวอกคนเป็นแม่ที่โลกทั้งใบมีแต่ลูกเท่านั้น โดยแฟนคลับต่างเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่คนเก่งและน้องแม็กซ์เวลล์จำนวนมาก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ>> ซาร่าโพสต์สุดซึ้งถึงน้องแม็กซ์เวลล์ คลิกหน้า 2

เตือนพ่อแม่!! สารดูดความชื้นทำให้ลูกน้อยตาบอด

กรณีศึกษาหนึ่งเล่าจากปากของคุณแม่ เมื่อลูกน้อยวัย 8 ขวบที่เพิ่งจะสอบเสร็จกลางภาค ด้วยความดีใจที่ทำข้อสอบได้มาก คุณแม่ก็ภูมิใจที่ลูกน้อยตั้งใจเรียน จึงให้รางวัลด้วยการพาไปซื้อขนมก่อนกลับบ้าน ลูกนั่งกินขนมอย่างเพลิดเพลิน แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะ สารดูดความชื้น

Continue reading “เตือนพ่อแม่!! สารดูดความชื้นทำให้ลูกน้อยตาบอด”

สินค้าสำหรับเด็ก ถูก และ ดี ต้องที่ Babyshop

พูดถึงร้าน Babyshop แบรนด์เสื้อผ้าและของใช้สำหรับเด็ก ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสันแล้วต้องยกนิ้วให้กับคุณภาพและดีไซน์ในราคาน่าคบหา หลายคนที่ไม่คุ้นเคยอาจมองข้ามแบรนด์นี้ไป แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อได้ทดลองผลิตภัณฑ์ดูแล้ว ต้องหลงรัก เหมือนกับคุณแม่ทั้งสองคนนี้ ที่เมื่อได้ลองใช้สินค้าของแบรนด์นี้แล้ว รู้สึกถูกใจจนต้องแวะเวียนไปซื้ออีก

สินค้าสำหรับเด็ก ถูก และ ดี สินค้าสำหรับเด็ก ถูก และ ดี

Baby Bouncer (เปลโยก)  เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน สามารถรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม มีฟังค์ชั่นการสั่นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยในเรื่องการกล่อมนอน พร้อมของเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก (ราคา 2,450 บาท)

“ เปิ้ลมีลูกมาแล้ว 2 คนค่ะ น้องเฟ เป็นคนสุดท้อง ช่วงที่มีน้อง 2 คนแรก เคยคิดจะซื้อเปลโยกให้เขาเหมือนกัน ไปงานแฟร์สำหรับเด็กหลายครั้งก็มองทุกครั้ง แต่ไม่ได้ซื้อกลัวเขาไม่ชอบ กลัวเขาไม่อยู่เฉย กลัวสารพัด ฉะนั้นพอได้เปลโยกชิ้นนี้มาเลยขอลองกับลูกคนเล็กทันที ซึ่งหลังจากใช้กับน้องเฟแล้ว ดูเขาชอบนะคะ นั่งเพลินเชียว ทุกวันนี้คุณแม่ใช้เปลโยกเป็นอุปกรณ์ช่วยน้องกล่อมนอนค่ะ พอเห็นเขาง่วงเมื่อไหร่จับนั่งโยกไม่นานก็หลับสบาย ส่วนของเล่นเสริมพัฒนาการที่ติดมา เขายังเล็กเลยได้แค่มอง แต่โตกว่านี้คงได้ใช้อย่างจริงจังแล้วค่ะ “

ลักษณ์ศิณี ชัยสงคราม คุณแม่น้องเฟ วัย 3 เดือน

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

สินค้าสำหรับเด็ก ถูก และ ดี

Baby Cuddle Wrap (ผ้าห่อตัวเด็ก) สำหรับแรกเกิด – 6 เดือน ผลิตจากผ้าฝ้าย 100% สวมใส่ง่าย ช่วยให้เด็กรู้สึกอบอุ่นสบายและหลับสนิท (ราคา 440 บาท)

“ ใช้มาตั้งแต่น้องเกิดเลยค่ะ ผ้านุ่มมากๆ เวลาห่อตัวเขาแล้วดูเขาสบายตัว สงสัยคงอบอุ่นดี มาตอนนี้น้องโตก็ห่อไม่ค่อยมิดแล้วแม่ก็ปรับมาใช้ห่มแทน ไม่ก็ปูรองนอน “

ทิพากร นันทมงคล คุณแม่น้องไอคิว 5 เดือน 1 สัปดาห์

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

สินค้าสำหรับเด็ก ถูก และ ดี

Newborn Starter Set (ชุดอุปกรณ์สำหรับเด็กแรกเกิด) 1 เซ็ทมีทั้งหมด 7 ชิ้น ประกอบด้วย แปรงหวีผม, หวีปลายมน, กรรไกรตัดเล็บ, กรรไกรปลายมน, จุกนมหลอก, ขวดนม และ อุปกรณ์ป้อนยา (ราคา 350 บาท)

“ ชุดนี้คุ้มมาก มีทุกอย่างครบในราคาไม่แพงเลย ชอบที่สุดคือ กรรไกรตัดเล็บ ใช้งานง่าย และสะดวก ความโค้งของตัวกรรไกรพอดีกับเล็บน้อง ส่วนหวีขนนุ่มดีค่ะ น้องไอคิวไม่ค่อยมีผมหรอก แต่พอหวีแล้วน้องเขาหัวเราะคิกคัก จั๊กจี้ใหญ่ นอกจากนี้มีอีกชิ้นที่รู้สึกว่าตอบโจทย์คนเป็นแม่คือ อุปกรณ์ป้อนยา มีชิ้นนี้ทำให้การป้อนยาสะดวกขึ้นมาก ไม่หกเลอะเทอะ แถมบอกระดับปริมาณยาไว้ด้วย “

ทิพากร นันทมงคล คุณแม่น้องไอคิว 5 เดือน 1 สัปดาห์


Information:

Babyshop เป็นแบรนด์เสื้อผ้าและของใช้สำหรับเด็กที่คุณแม่มั่นใจมานานกว่า 40 ปี มีวางจำหน่ายกว่า 200 สาขาทั่วโลกด้วยรูปแบบ One-stop shop ภายในร้านจึงรวบรวมเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึง 8 ปีไว้อย่างครบครัน ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่นำเข้ามาได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ผลิตจากวัสดุที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยต่อลูกน้อยและได้มาตรฐานระดับสากล พบกับ Babyshop ได้ทั้ง 7 สาขาที่

  • โรบินสันพระรามเก้า ชั้น 4
  • โรบินสันรังสิต ชั้น 2
  • โรบินสันศรีราชา ชั้น 4
  • โรบินสันอุดรธานี ชั้น 3
  • โรบินสันสระบุรี ชั้น 2
  • โรบินสันเมกาบางนา ชั้น 2
  • โรบินสันขอนแก่น ชั้น 4

รายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: BabyshopThailand
IG: @babyshop_th

น้องมะลิ น้องณดล 2 ซุป’ตาร์รุ่นจิ๋ว ถ่ายแฟชั่น ลงปกนิตยสารแพรว

น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว …คู่จิ้นวัยกระเตาะโคจรมาพบกันจนได้ เมื่อ “น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์” ลูก “พ่อปอ ทฤษฎี และ แม่โบว์ แวนดา สหวงษ์” ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารแพรวคู่กับ “น้องณดล ปุณณดล ปุณณกันต์” ลูก “แม่กบ สุวนันท์ และ คุณพ่อบรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์”

น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว

งานนี้ทำเอาแม่โบว์ และ แม่กบ ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว หลังน้องมะลิ พาขวัญ และ น้องณดล ปุณณดล โชว์ลีลาการโพสท่าถ่ายแบบลงนิตยสารแพรว ในคอนเซปต์ ซุป’ตาร์ฟันน้ำนม x2 เรียกได้ว่าได้เลือดคุณพ่อคุณแม่ ๆ มาเต็ม เพราะแค่ยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ยืนกอดอกหน่อย ๆ พร้อมกับชุดไทยประยุกต์เท่ ๆ ทำเอาเหล่าบรรดาแฟนคลับฟินกระจาย กับความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กๆ บอกเลยว่าแต่ละช็อตนั้นน่ารักจนอดยิ้มตามไม่ได้เลยทีเดียว เรียกว่าแค่วันแรกที่หนังสือวางแผงก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งทางนิตยสารแพรว ก็ได้มีการทยอยปล่อยภาพภาพแฟชั่นบางส่วนออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนคลับได้ชมกัน ต้องบอกเลยว่ากว่าจะได้ภาพเหล่านี้มาก็ทำเอา แม่กบ และ แม่โบว์ ต้องหัวหมุนเพราะสองซุปตาร์ตัวน้อยซนกันสุด ๆ เหมือนจับปูใส่กระด้ง วิ่งรอบสตูดิโอกันเลยทีเดียว ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปชมภาพกันเลยดีกว่าค่า ^^

นิตยสารแพรวฉบับ มะลิ & ณดล ซุป’ตาร์ฟันน้ำนม x 2 วางแผงแล้วที่ร้านนายอินทร์ และร้านหนังสือชั้นนำฉบับที่ 897 ปักษ์ 10 มกราคม 2560
สอบถามสั่งซื้อนิตยสารแพรวได้ที่ช่องทางต่อไปนี้
1. ฝ่ายสมาชิกนิตยสารแพรว: โทร 02-423-9889
2. ID Line : @naiinfanclub
3. Inbox FB : https://www.facebook.com/praewmagazine/messages
4. Website naiin.com : http://www.naiin.com/e-magazines/view-by-title/11

น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว
ขอบคุณภาพจาก www.praew.com
น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว
ขอบคุณภาพจาก www.praew.com
Must read : “มะลิ” กับ “ป้าแมร์” ขำอะไรกันหนักมากและพบกับ 100 เรื่อง Exclusive ของมะลิ สหวงษ์
Must read : ชมคลิปน่ารัก น้องมะลิไปโรงเรียนวันแรก
น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว
ขอบคุณภาพจาก www.praew.com

ชมภาพต่อ >> “น้องมะลิ-น้องณดล ถ่ายแบบขึ้นปกแพรว”
พร้อมเทคนิคการเลี้ยงลูกให้น่ารัก และเป็นที่รักของผู้อื่น
คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สถานที่จัดกิจกรรมวันเด็ก 2560

รวม 20 สถานที่จัดกิจกรรมวันเด็ก 2560 เข้าฟรี!

วันเด็กปีนี้ มีแหล่งเรียนรู้มากมายที่จัดกิจกรรมวันเด็กน่าสนใจ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้พาน้องไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ จะมีที่ไหนกันบ้าง Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม 20 ที่เที่ยววันเด็ก 2560 มาฝากคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ

 

  1. เที่ยวสวนสัตว์ฟรี 7 แห่ง

กิจกรรมวันเด็ก 2560 เที่ยวสวนสัตว์ฟรี

องค์การสวนสัตว์ เปิดให้เด็กเข้าฟรีสวนสัตว์ ทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์นครราชสีมา, สวนสัตว์สงขลา, สวนสัตว์ขอนแก่น และสวนสัตว์อุบลราชธานี

สำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร หรือเด็กที่แสดงบัตรนักเรียน หรือใส่เครื่องแบบนักเรียน โดยมีกำหนดเปิดให้เข้าชมสวนสัตว์ฟรี วันที่ 14-15 มกราคมนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญในเทศกาลงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560

กิจกรรมไฮไลท์ที่จัดขึ้นในเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ แต่ละสวนสัตว์มีการแสดงโชว์สัตว์ มีกิจกรรมบันเทิงบนเวที กิจกรรมเล่นเกมส์ชิงรางวัล พร้อมชมสัตว์ป่าน่ารักเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และปลูกจิตสำนึกให้เด็กมีความรักและหวงแหนสัตว์ป่า

และสิ่งที่เด็กๆ พลาดไม่ได้ คือ ที่สวนสัตว์ดุสิตมีการจัดแสดงไดโนเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 15-22 มกราคม 2560 นี้

2. สนามเสือป่า

กิจกรรมวันเด็ก 2560 สนามเสือป่า

กระทรวงศึกษาธิการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 60 ชูแนวคิด “ดินแดนแห่งความสุข ตามรอยศาสตร์ของพระราชา” จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ผ่าน 6 สถานีหลัก เสาร์ที่ 14 มกราคม 2560 ที่สนามเสือป่า

โดยแบ่งเป็นสถานีต่างๆ ทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่

  • สถานีที่ 1 เวทีกลาง (Main Stage) กิจกรรมบริเวณเวทีกลาง อาทิ การสัมภาษณ์พูดคุยกับศิลปินดาราการเล่นเกมตอบคำถามการแสดงต่างๆ เช่น ร้องเพลง “พระราชาในนิทาน”การมอบของขวัญของรางวัลพร้อมทั้งการฉายภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องพระมหาชนก เป็นต้น
    สถานีที่ 2 สถานีพระอัจฉริยภาพ (King Bhumibol Adulyadej’s Talents) มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙
  • สถานีที่ 3 สถานีพอเพียง (Philosophy of Sufficiency Economy) จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ อาทิ นิทรรศการแปลงนาเกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมจัดทำสมุดบันทึกทำมือจากกระดาษรีไซเคิล การเพาะชำต้นหญ้าแฝก และกิจกรรมงานฝีมือ
  • สถานีที่ 4 สถานีนวัตกรรม (Innovation) จัดนิทรรศการให้ความรู้เทิดพระเกียรติ กิจกรรมเยาวชนนักประดิษฐ์ ผ่านอุปกรณ์เครื่องต่อกีโก้ กิจกรรมห้องทดลอง (ทดลองทำน้ำมันไบโอดีเซล) และ กิจกรรมการเล่นเกมตอบปัญหา เป็นต้น
  • สถานีที่ 5 สถานีธรรมะจากพระราชา (King Bhumibol Adulyadej’sDhamma) กิจกรรมฝึกสมาธิจากงานฝีมือ กิจกรรมรับฟังธรรมจากพระราชา จากพระอาจารย์ประสงค์ปริปุณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก สหรัฐอเมริกา กิจกรรมเล่นเกมตอบปัญหา
  • สถานีที่ 6 สถานีอิงลิชฟอร์ ฟัน (English for Fun) กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ อาทิ เกม Crossword ภาษาอังกฤษ กิจกรรมตอบปัญหา และเล่นเกมเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ กิจกรรมสนทนากับเจ้าของภาษา โดยครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง แอนดรูว์ บิ๊ก พร้อมกิจกรรมเวทีตำรวจ กิจกรรมจากลูกเสือ เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานมีไฮไลท์ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีแจกของขวัญให้เด็กๆ อาทิ ตุ๊กตา ของเล่น สมุดหนังสือ ขนม และการเขียนไปรษณียบัตร “คำสัญญา..ทำดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9” แล้วเขียนชื่อ-ที่อยู่ ของตัวเอง ส่งกลับไปให้ตัวเองอีกด้วย 

  1. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

กิจกรรมวันเด็ก 2560 หอศิลปกรุงเทพฯ

หอศิลปกรุงเทพฯ ขอเชิญเด็กๆ ร่วมงาน วันเด็กศิลป์@BACC ตอนแรงบันดาลใจจากพ่อ” วันที่ 14 มกราคม 2560 เวลา 10.30 – 18.00 น. พบกับกิจกรรมศิลปะประดิษฐ์และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจและพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยหวังว่ากิจกรรมต่างๆ เหล่านี้จะช่วยส่งต่อแนวทางการดำเนินชีวิตและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้น้องๆ เด็กๆ และเยาวชนนำไปปรับใช้เพื่อดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อสังคม ภายในงานมีกิจกรรมมากมายที่จะมอบทั้งความสุขและความรู้ให้กับน้องๆ

ไฮไลท์ในงาน:

  • แปลงโฉมอาคารหอศิลปกรุงเทพฯ ด้วยสิ่งประดิษฐ์จากโครงการในพระราชดำริต่างๆ ให้หอศิลปกรุงเทพฯ เป็นแผ่นที่เล่มใหญ่ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9
  • กิจกรรมฐานศิลปะประดิษฐ์และงานสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหมด 10 ฐาน 10 เรื่องราว
  • เวทีการแสดงที่ได้แรงบันดาลใจจากพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี และคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อสู่ผู้ชม

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฐานกิจกรรม:

  • ข้าวปั้น เข้าปาก Thai Rice-Thai Roll (โถง ชั้น L) เรียนรู้พระราชกรณียกิจเรื่องข้าว ผ่านความสนุกจากการปั้นข้าวไทยให้เป็นซูชิแสนอร่อย
  • การ์ดเด้งดึ๋ง Pop-Up Card (ห้องสมุด ชั้น L)นำกระดาษหลากสีมาประดิษฐ์เป็นการ์ดเด้งดึ๋ง เพื่อเรียนรู้เรื่องราวในสารานุกรมสำหรับเยาวชน
  • ตามรอยสายฝน Falling Rain (ผนังโค้งชั้น 3) สนุกกับการตามรอยสายน้ำและพระราชกรณียกิจด้านชลประทาน ประดิษฐ์ให้เม็ดฝนกลายเป็นดอกไม้ เกิดเป็นงานศิลปะบนฝาผนัง
  • ดินแปลงร่าง Growing the Grass Head (ผนังโค้ง ชั้น 4) เรียนรู้พระราชกรณีกิจที่เกี่ยวกับดิน ผ่านการทำงานประดิษฐ์ แปลงร่างดินให้กลายเป็นตุ๊กตาหัวหญ้า
  • เรือ แล่น เล่น The Super Mod (ผนังโค้ง ชั้น 4) เรียนรู้พระราชกรณียกิจด้านการกีฬาจากการสร้างเรือใบจากกล่องนม เพื่อทำความรู้จักเรือใบมด เรือใบที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงออกแบบและทรงต่อด้วยพระองค์เอง
  • โด เร มี ฟา ซอล… Sweet Melody (ผนังกระจก ชั้น 5) ประดิษฐ์ฮาร์โมนิก้าจากไม้ไอติม ฝึกเป่าตัวโน๊ต เรียนรู้พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี
  • แก้มแต้มยิ้ม Fantasy Face Painting (ผนังกระจก ชั้น 5) กิจกรรมเพ้นท์หน้าแฟนซีแปลงร่างน้องๆ เป็นผัก ผลไม้ และสัตว์ชนิดต่างๆ จากโครงการหลวง
  • ฟังพ่อเล่าเรื่อง Our Father’s Story (ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5) ชมภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องพระมหาชนก บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเรียนรู้เรื่องราวของพระองค์ผ่านการ์ตูนเบิร์ดแลนด์ ตอน ตามรอยพระราชา
  • ส่องสลับลาย Kaleidoscope (ห้องนิทรรศการ ชั้น 8) ชมนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ทัศนียมรรคา” และร่วมกิจกรรมประดิษฐ์กล้องสลับลาย พร้อมเรียนรู้เรื่องราวและพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ
  • สมุดประทับ(ใจ) Wishing Diary (มุมสามเหลี่ยม ชั้น 1) ตกแต่งสมุดบันทึกพอเพียง ของที่ระลึกที่ไม่มีใครเหมือนด้วยตัวปั๊มหลากหลายแบบที่สื่อถึงคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องความพอเพียง

**สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร 02 214 6630-8 ต่อ 519 www.facebook.com/baccpage

  1. กองทัพอากาศไทย

จัดกิจกรรมการแสดงภาคอากาศของอากาศยานประเภทต่างๆ ในวันที่ 14 มกราคม 2560 ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง ระหว่างช่วงเวลา ดังนี้
08.15-09.05         F 16, AU-23 (Peacemaker), Gripen
10.00-10.20         L 39
11.20-13.30         PC 9, CT 4, AU-23 (Peacemaker), Gripen, F 5
14.30-14.50         UH-1H (Huey)

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานในพื้นที่กองทัพอากาศ ดอนเมือง ได้แก่
– พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ
– สนามกีฬา สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง
– สนามบินเล็กกองทัพอากาศ ทุ่งสีกัน
โดยมีกำหนดการจัดงานตามภาพด้านล่าง

กิจกรรมวันเด็ก 2560 กองทัพอากาศไทย

ที่มา เฟซบุ๊ก กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force

อ่านต่อ>> สถานที่จัดกิจกรรมวันเด็ก 2560 เข้าฟรี คลิกหน้า 2

12ข้อคิด กับวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นผู้มีปัญญา

ผู้มีปัญญา …ปัญญา (ปัญญาสิกขา) หนึ่งในการศึกษา 3 ด้านของชีวิต ที่เรียกว่า “ไตรสิกขา” ปัญญา คือ ความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง จิตใจเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ในอำนาจกิเลส พ้นทุกข์ พ้นปัญหา

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย เชื่อแน่ว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเป็นคนเก่งด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัฒน์ เช่นปัจจุบันที่ค่านิยมของสังคมได้นำการสอบแข่งขันคัดเลือก มาเป็นตัวกำหนดความเก่งของเด็กแต่ละคนและเริ่มวัดความเก่งของเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลเลยทีเดียว คนเป็นพ่อเป็นแม่จึงต้องพยายามหาวิถีทางที่จะทำให้ลูกฉลาดขึ้น

โดยทางพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เน้นเรื่องปัญญา การสอนให้เด็กเป็นคนมีปัญญา คือ การรู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร ควรคิดอะไร ไม่ควรคิดอะไร สอนเด็กให้รู้จักคิด พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะแท้จริงแล้ว ชีวิตทั้งชีวิตคือการศึกษา ศึกษาและปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม

ผู้มีปัญญา

หากพ่อแม่อยากให้ลูกมีชีวิตที่ดีงาม มีความสุข ต้องการชีวิตที่มีความเจริญ ก็ต้องสอนให้ลูกมีปัญญา ปัญญาจะเกิดขึ้นสำหรับคนที่มีจิตสงบ ไม่วอกแวก วุ่นวาย ความสงบจะเกิดขึ้นกับคนที่มีศีล มีความระมัดระวังในการทำ ในการพูด มีความอดทน มีความพากเพียรพยายามในการทำความดี

12 ข้อคิด วิธีเลี้ยงลูกให้เป็น ผู้มีปัญญา

ซึ่งหากจะเลี้ยงลูกให้เป็นผู้มีปัญญา นั้นสิ่งสำคัญต้องเริ่มจากการมีสติ และปัญญาของพ่อแม่ก่อนด้วย เพราะเมื่อพ่อแม่มีสติ ที่ดี ปัญญาก็เกิด สิ่งที่พร่ำสอนลูกออกไปก็จะเป็นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นจริงได้ ทั้งนี้ในเรื่องของการเลี้ยงลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรคุยกับลูกเหมือนคุยกับผู้ใหญ่ 1 คน ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งวิธีที่ได้ปลูกฝังสิ่งที่มีประโยชน์ต่อลูก เพราะการตั้งต้นได้เร็วมากเท่าไหร่นับว่าจะได้ผลดีมากขึ้น ทั้งนี้คุณ #พศิน อินทรวงค์ ได้ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นผู้มีปัญญาไว้ 12 ข้อเพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้นำไปใช้ในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นผู้มีปัญญา มีจิตสงบ ไม่วอกแวก พร้อมแก้ปัญหาและเผชิญกับโลกภายนอกได้

1. ควรเข้าใจความเป็นมนุษย์ ถ้าพ่อแม่เข้าใจความเป็นมนุษย์ คุณจะเข้าใจได้เองว่า ควรปฏิบัติเช่นไรต่อลูก พ่อแม่ควรทำความเข้าใจจิตใจของตนเองให้มากกว่าสิ่งใด ความรู้สึกต่างๆ ที่มีในตัวท่าน ย่อมมีอยู่ในตัวลูกของท่าน และมีอยู่ในเพื่อนมนุษย์ทุกคนด้วย

2. ความรักกับความกลัวคือเส้นบางๆ บางครั้งความรักของพ่อแม่ก็มาพร้อมความกลัว พ่อแม่คนใดใช้ความรักเลี้ยงลูก ลูกย่อมเป็นตัวของตัวเอง พ่อแม่คนใดใช้ความกลัวเลี้ยงลูก ลูกย่อมเติบโตเป็นทาสสังคมอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้

3. ท่านสอนให้ลูกมีชีวิตเรียบง่าย แต่ท่านกลับซื้อของราคาแพงให้ ท่านสอนให้ลูกไม่แบ่งชั้นวรรณะ แต่ท่านกลับห้ามไม่ให้เขาเล่นกับเพื่อนบ้าน ท่านสอนว่า ความสุขคือสิ่งสำคัญที่สุด ขณะที่ท่านออกคำสั่งให้เขาทำสิ่งที่มีความทุกข์อยู่ตลอดเวลา ช่างน่าสับสนแทนลูกของท่านจริงๆ คำสั่งสอนของพ่อแม่ไม่ใช่คำสั่งสอน การกระทำของพ่อแม่เท่านั้น จะเป็นคำสั่งสอนให้ลูกได้!!!

อ่านต่อ >> ข้อคิดดีๆ กับวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นผู้มีปัญญา” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิธีการดูปีเกิดของลูกตามนักษัตรที่ถูกต้อง!

จะรู้ได้ไงว่า เกิดปีนักษัตรอะไร…นักษัตรปีเกิด หนึ่งในข้อมูลของเด็กแรกเกิดทุกคนที่ต้องระบุไว้ในสูติบัตร ซึ่งมีคุณพ่อคุณแม่บางคนสงสัย และไม่ทราบว่า ลูกของเรา เกิดเดือนนี้ปีนี้ คือนักษัตรอะไรกันแน่?

การเปลี่ยนปีนักษัตร (ปีเกิด)

ในการเปลี่ยนปีนักษัตรมีหลายแบบ เช่น

  • เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนอ้าย (๑) ตามปฏิทินหลวง เป็นแบบที่ใช้ในการบันทึกสูติบัตรปัจจุบัน (แนวทางปฏิบัติตาม หนังสือเวียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่ มท 1/ว4 ออกเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539)
  • เปลี่ยนปีนักษัตรในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือนห้า(๕) ตามคติพราหมณ์ (ช่วงเวลาเปลี่ยนปีนักษัตรตามสูติบัตร จะไม่ตรงกันกับแบบคติพราหมณ์)
  • เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันเถลิงศก ช่วงวันที่ 15-17 เมษายน
  • เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันสังขารล่อง หรือวันสงกรานต์ตามแบบทางภาคเหนือ
  • เปลี่ยนปีนักษัตรแบบจีน ซึ่งเปลี่ยนปีนักษัตรใหม่วันสารทลิบชุน/ วันตรุษจีนตามปฏิทินจันทรคติจีน หรือปฏิทินจีน
  • เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินของ อ.ทองเจือ อ่างแก้ว
  • เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ตามปฏิทินของ อ.เทพย์ สาริกบุตร

จะรู้ได้ไงว่า เกิดปีนักษัตรอะไร

จากการเปลี่ยนปีนักษัตรที่กล่าวมาข้างต้นซึ่งมีหลายแบบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า…

Q: ดิฉันคลอดลูกเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559 เวลา 23.19 น ซึ่งในสูติบัตรลูกระบุว่าเป็น ปีวอก อยากถามว่าถูกต้องไหมคะเพราะดิฉันดูในปฏิทินยังเป็น ปีมะแม อยู่เลย

A: ทางทะเบียนราษฎร ได้ให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องปี (นักษัตร) เกิดของการแจ้งเกิดเด็ก ไว้ดังนี้

การลงรายการในสูติบัตร นับจากปีนักษัตร คือ ชื่อรอบเวลากำหนด 12 ปี เช่น 1 รอบ เรียกว่า 12 นักษัตร โดยกำหนดให้สัตว์เป็นเครื่องหมายในปีนั้น ๆ คือ ชวด – หนู , ฉลู – วัว , ขาล – เสือ ซึ่งปีนักษัตรเป็นการนับวันเดือนปีเกิดทางจันทรคติ(ตามเวลาไทยโบราณ ซึ่งนับเดือนอ้ายเป็นเดือนหนึ่ง) โดยถือปฏิทินหลวงเป็นหลักกำหนดให้วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 เป็นวันเริ่มต้น เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ และวันแรม 15 ค่ำเดือน 12 เป็นวันสุดท้ายของปีนักษัตร

โดยปกติวันที่เปลี่ยนปีนักษัตรใหม่ในแต่ละปีจะอยู่ในช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม เช่น หากดูตามปฏิทินแล้วใน ปี พ.ศ.2559 เป็นปีนักษัตร มะแม จะตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม 2558 (วันแรม 15 ค่ำเดือน 12) เป็นวันสุดท้าย ฉะนั้นเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 58 (วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1) ในรายการสูติบัตรก็จะลงเป็นปีวอกนั่นเอง (ตามภาพด้านล่าง)

จะรู้ได้ไงว่า เกิดปีนักษัตรอะไร

จะรู้ได้ไงว่า เกิดปีนักษัตรอะไร
ปีที่ลูกเกิด (คำถามกรณีตัวอย่าง)

อ่านต่อ >> “ไขข้อสงสัย!! วิธีดูปีเกิดนักษัตรของลูกในสูติบัตรที่ถูกต้อง” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มดลูกเข้าอู่ช้า

มดลูกเข้าอู่ช้า และอาการผิดปกติของมดลูกหลังคลอด

มดลูกเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ ที่สามารถขยายตัวได้อย่างมากจนสามารถเป็นที่อยู่ของทารกได้ และเมื่อคลอดทารกออกมาแล้ว มดลูกก็หดรัดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนกลับคืนสู่สภาพปกติ เรียกว่า มดลูกเข้าอู่ แต่หากมดลูกไม่เข้าอู่ มดลูกเข้าอู่ช้า หรือมดลูกผิดปกติ จะมีวิธีสังเกตอย่างไร Continue reading “มดลูกเข้าอู่ช้า และอาการผิดปกติของมดลูกหลังคลอด”

อาการนอนผวาในทารก สาเหตุ และวิธีแก้ไข

อาการนอนผวาในทารก  คุณพ่อแม่มือใหม่ในหลายครอบครัวมีคำถามเข้ามาว่า ทำไมเวลาที่ลูกนอนหลับมักจะมีอาการผวา? ก่อนอื่นต้องบอกว่าการนอนผวาของลูกไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อให้พ่อแม่ทุกคนได้คลายกังวลว่าเพราะเหตุใดลูกวัยทารกจึงมักนอนผวา ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบเพื่อให้สบายใจมาฝากค่ะ

 

อาการนอนผวาในทารก เกิดจากสาเหตุใด?

เด็กทารกแรกเกิดจนถึง 2-3 เดือนแรก เวลานอนไม่ว่าจะเป็นช่วงการนอนกลางวัน หรือช่วงนอนกลางคืน หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตดูจะพบว่าในบางช่วงของการนอนหลับ ลูกจะมีการสะดุ้งนอนผวา ซึ่งอาการแบบนี้เกิดจากการที่ระบบประสาทอัตโนมัติที่เรียกว่า Moro Reflex ที่พอมีอะไรมากระตุ้น อย่าง เสียง หรือแสงสว่าง ฯลฯ มากระทบกับลูก ก็จะทำให้เขามีอาการสะดุ้งผวาแล้วตื่นขึ้นมาได้  สำหรับอาการลูกนอนผวาในเด็กทารกถือเป็นอาการปกติ ไม่ได้ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกแต่อย่างใด

 

การนอนในทารกแรกเกิด – 6 เดือนแรก

ในช่วงแรกเกิดนี้ เด็กจะนอนค่อนข้างมาก โดยเฉลี่ย 16-20 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะแบ่งเป็นช่วงๆ บางช่วงนาน 4-5 ช.ม.ซึ่งจะพอดีกับมื้อนม แต่ในบางครั้ง ก็อาจจะยาวกว่า 5 ช.ม. หรือสั้นเพียง 2-3 ช.ม. เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่า เป็นเกณฑ์ปกติ และเด็กจะตื่น หรือหลับไปตามความต้องการ ภายในร่างกายของเขา เช่นเมื่ออิ่มก็จะหลับได้นาน เมื่อหิวหรือมีอึ,ฉี่เปียกก็จะตื่นมาร้อง ให้คุณพ่อคุณแม่ เข้ามาดูแลป้อนนม หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขา ซึ่งถึงแม้การนอนของลูก จะมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันบ้าง ในแต่ละวัน แต่ถ้าลูกแข็งแรง และเจริญเติบโตดี ก็ไม่มีสิ่งอันใด ที่จะต้องเป็นกังวล และไม่จำเป็นต้องปลุกลูก ขึ้นมาจากหลับ เพียงเพื่อให้ทานนม เพราะถึงเวลาทานนมแล้ว เมื่อลูกอายุมากขึ้น การนอนก็จะเริ่มเข้าที่มากขึ้น โดยจะเริ่มมีการนอนนานขึ้น ในช่วงกลางคืน และเริ่มจะตื่นมาเล่น นานขึ้นในช่วงเวลากลางวัน1

ถึงแม้ว่าอาการนอนสะดุ้ง นอนผวาจะไม่ได้ส่งผลต่อพัฒนาการ สุขภาพร่างกายของลูก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ซึ่งการที่ลูกนอนผวา หลับไม่สนิทนี้จะหายไปเมื่อลูกมีอายุ 3- 6 เดือน

 

อ่านต่อ >> “เมื่อลูกน้อยผวา ต้องทำอย่างไร?” หน้า 2

 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อากาศแปรปรวนบ่อย…หมอแนะ! เด็กเล็กเสี่ยงปอดบวม ป้องกันได้ด้วย “นมแม่”

เด็กเป็นปอดบวม …ช่วงนี้อากาศแปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว คุณหมอออกมาเตือน กลุ่มเด็กเล็กเสี่ยงติดเชื้อโรคปอดบวมเฉียบพลัน  ให้พ่อแม่เฝ้าระวังดูแลสุขภาพลูกน้อยอย่างใกล้ชิด และแนะนำให้เด็กดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กแข็งแรง

เด็กเป็นปอดบวม สาเหตุตายอันดับ 1
ของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ

เด็กเป็นปอดบวม

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคปอดอักเสบ หรือที่เรียกว่า “ปอดบวม” คือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา โดยร่างกายจะได้รับเชื้อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ โดยทั่วไปโรคปอดอักเสบอาจเป็นอาการที่ต่อเนื่องมาจากโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งความรุนแรงมีความแตกต่างกัน

Must readกลุ่มเสี่ยง ไข้หวัดใหญ่ ที่ควรได้รับวัคซีนทุกปี
Must readเปิดพัดลมจ่อ ลูกเสี่ยงปอดอักเสบ

ซึ่งจากข้อมูลของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบว่า โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบในเด็ก เป็นการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลันของเนื้อปอด รวมทั้งหลอดลมส่วนปลายและถุงลม ทำให้การทำงานของทางเดินหายใจลดลง เป็นโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยรุนแรง และอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อย และอายุต่ำกว่า 1 ปี

อีกทั้งยังมีโรคขาดอาหาร โรคเรื้อรังหรือความพิการแต่กำเนิด  ซึ่งจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลกพบว่า โรคปอดอักเสบเป็นสาเหตุการตายอับดับ 1ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ในแต่ละปีจะมีเด็กทั่วโลกที่เสียชีวิตจากปอดอักเสบปีละ 2 ล้านคน

สาเหตุของโรคปอดอักเสบ

ส่วนใหญ่เกิดจากติดเชื้อ ซึ่งพบได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ส่วนน้อยเกิดจากเชื้อรา พยาธิ หรืออาจเกิดจากการแพ้ การระคายเคืองต่อสารที่สูดดมเข้าไป ซึ่งเชื้อโรคที่ก่อนให้เกิดโรคปอดอักเสบเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี เช่น การสูดหายใจเอาเชื้อโรคที่มีอยู่ในอากาศเข้าไปโดยตรง การสำลัก การกระจายของเชื้อตามกระแสเลือดไปสู่ปอด เด็กส่วนใหญ่ติดเชื้อโดยการสูดสำลักเอาเชื้อก่อโรคที่อยู่บริเวณคอเข้าไปในหลอดลมส่วนปลายหรือถุงลม เชื้อเกิดการแบ่งตัวและก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบตามมา

อาการของผู้ป่วยปอดอักเสบ

อาการของผู้ป่วยโรคปอดอักเสบแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุอายุของผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค โดยที่ผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสมักมีอาการไข้หวัดนำมาก่อนสัก 2-3 วัน ได้แก่ มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ ตามมาด้วยอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว จมูกบาน ส่วนมากถ้าอาการไม่รุนแรงอาจดีขึ้นได้เอง อัตราการเสียชีวิตต่ำเมื่อเทียบกับเชื้อแบคทีเรีย

อ่านต่อ >> “การป้องกันโรคปวดบวมในเด็กเล็ก” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ประสบการณ์ตรง! แม่เป็นภูมิแพ้ระหว่างท้อง โด๊ปแต่นม จนลูกเกิดมาแพ้นมทุกชนิด!

ลูกแพ้นม …ปัญหาการแพ้นมในเด็กทารกนั้นเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และบางรายก็มีอาการแพ้ที่รุนแรงมาก ซึ่งอาจอันตรายถึงขั้นรุนแรง ทำให้หายใจติดขัด ผิวหนังลอก เป็นแผล อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดได้ การแพ้อาหารของทารก เด็กบางคนเป็นตั้งแต่เกิด สาเหตุหลักคงหนีไม่พ้น เรื่องโภชนาการกินของตัวคุณแม่เองในขณะตั้งท้อง Continue reading “ประสบการณ์ตรง! แม่เป็นภูมิแพ้ระหว่างท้อง โด๊ปแต่นม จนลูกเกิดมาแพ้นมทุกชนิด!”

สะดือเด็กแรกเกิด

ภาวะปกติ VS ไม่ปกติของ สะดือเด็กแรกเกิด

สายสะดือเป็นส่วนที่ติดต่อระหว่างตัวเด็กกับรกของแม่ หลังคลอดแพทย์จะผูกและตัดสายสะดือให้ทารกแรกเกิดทุกคน สายสะดือซึ่งเหลือเพียงขั้วนี้จะแห้งและหลุดไปภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ต้องดูแลโดยทำความสะอาดรอบๆ สะดือเด็กแรกเกิด ทุกวันจนกว่าสายสะดือจะแห้งและหลุดไป หากทำความสะอาดไม่ดีก็อาจติดเชื้อจากปัสสาวะหรือสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น แป้งฝุ่นหรือยาบางอย่างที่ใช้โรยหรือทาสะดือ ทำให้บวมแดง แฉะ มีหนอง Continue reading “ภาวะปกติ VS ไม่ปกติของ สะดือเด็กแรกเกิด”

อาการหนาวสั่นหลังคลอดลูก

อาการหนาวสั่นหลังคลอดลูก เกิดจากอะไร?

อาการหนาวสั่นหลังคลอดลูก สุขภาพของแม่หลังคลอดยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่คุณแม่จะต้องสังเกตถึงอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสุขภาพร่างกาย สำหรับแม่หลังคลอดในบางรายมักพบว่ามี อาการหนาวสั่นหลังคลอดลูก  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาให้ได้ทราบกันว่าอาการหนาวสั่น เกิดจากอะไร

 

อาการหนาวสั่นหลังคลอดลูก คืออะไร?

หลังคลอดลูกในคุณแม่บางคนอาจมีอาการของไข้จนทำให้ร่างกายเกิดมีอาการหนาวสั่นขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นภายหลังคลอดทันทีถึงประมาณ 1 ชั่วโมงภายหลังคลอด ที่คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าตัวเองมีอาการตัวรุมๆ หนาวสั่นคล้ายจะมีไข้ ซึ่งการหนาวสั่นหลังคลอดถือเป็นปกติ นั่นเพราะหลังจากคุณแม่คลอดลูกมาใหม่ๆ เกิดจากการเสียเลือดค่อนข้างมาก จึงทำให้ร่างกายมีการปรับตัว แต่พอร่างกายของแม่ปรับตัวได้แล้ว อาการไข้ อาการหนาวสั่นก็จะหายไป  แนะนำว่าหากคุณแม่พบว่าตัวเองมีอาการหนาวสั่น ให้ห่มผ้าอุ่นๆ นอนหลับสักพักเมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้น

 

Good to know “หนาวสั่น (Chill) เป็นความรู้สึกหนาวเย็นซึ่งมักเกิดร่วมกับมีการสั่นของร่างกาย (Medical Webster’s Medical Desk Dictionary, 1996) โดยเกิดอาการขึ้นได้ทั้งๆ ที่สวมใส่เสื้อหนาวอยู่ ทั้งนี้อาการตัวสั่นที่รวมถึงแขน-ขา เกิดจากการหดตัวสลับกับการคลายตัวของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเพิ่มและรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ1

 

อ่านต่อ >> “อาการหนาวสั่นหลังคลอด มีสาเหตุจากอะไร?” หน้า 2 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อุทาหรณ์เตือนใจ ลูกจมน้ำตาย เพราะมือถือ

เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พบข่าวน่าตกใจเกิดขึ้นที่เมืองจีน ซึ่งคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ เมื่อเด็กชายวัย 4 ขวบกับคุณแม่ ไปว่ายน้ำที่สระว่าน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง ในขณะนั้นเองคุณแม่ก็หันหลังเล่นโทรศัพท์ และละลายตาไปจากลูก จน ลูกจมน้ำตาย

Continue reading “อุทาหรณ์เตือนใจ ลูกจมน้ำตาย เพราะมือถือ”