การแพ้อาหาร

ข้อสรุปสำหรับพ่อแม่ เรื่องการแพ้อาหารในเด็ก

การแพ้อาหารในเด็ก สามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ ชนิดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และไม่เฉียบพลัน ในที่นี้จะกล่าวถึง ชนิดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน คือที่เกี่ยวข้องกับ อิมมูโนโกลบูลิน อี อาการแพ้อาหารที่พบนั้นแตกต่างกันตามความรุนแรง ตั้งแต่น้อย ปานกลาง และรุนแรงที่สุด

Continue reading “ข้อสรุปสำหรับพ่อแม่ เรื่องการแพ้อาหารในเด็ก”

บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ร่วมจัด workshop จากผลิตภัณฑ์สี Sakura และ Maped

ในวันเด็ก 14 มกราคม  2560 ที่ผ่านมา บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด

ได้ร่วมจัด workshop จากผลิตภัณฑ์สี Sakura และ Maped  อาทิ เช่น ร้าน CW Art หอศิลป์กรุงเทพฯ, Isetan, Kids Fantasia  The Mall บางกะปิ,  Amarin baby & kids Fair Central จ.อุดรธานี  ให้กับน้องๆได้สนุกไปกับการระบายสี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตัวเอง 

ซึ่งได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก  งานนี้น้องๆทั้งสนุกและได้ผลงานกลับบ้านกันด้วย  ติดตามกิจกรรมดีๆ จากสีซากุระได้ที่ www.sakura.in.th

ทดสอบอาการแพ้เอง

ทดสอบการหายแพ้ของลูกน้อยเอง ระวังช็อกตาย

อาการแพ้ในเด็กนั้น กุมารแพทย์ยืนยันแล้วว่า 100% เกิดจากการแพ้อาหาร ซึ่งไม่ควรทดสอบเอง และพบว่าการเจาะเลือดทำสกินเทสต์นั้น มีโอกาสตรวจเจอเพียง 10% คุณพ่อ คุณแม่จึงอย่าวางให้ใจลูกน้อยรับประทานอาหาร ถ้ายังไม่พบการแพ้ และห้าม ทดสอบอาการแพ้เอง เด็ดขาด

Continue reading “ทดสอบการหายแพ้ของลูกน้อยเอง ระวังช็อกตาย”

ตัวเหม็นหลังคลอด

ตัวเหม็นหลังคลอด สาเหตุเกิดจากอะไร?

ตัวเหม็นหลังคลอด  เขาว่ากันว่าผู้หญิงต่อให้สวยแค่ไหน จะเก่งงานไม่แพ้ใคร แต่ถ้าต้องมาเสียหน้าเพราะกลิ่นตัวก็แย่เลยค่ะ และเชื่อไหมคะเรื่องของกลิ่นไม่พึงประสงค์ของเรือนกาย แม่หลังคลอดเขาก็มีกันนะคะ  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันว่าแท้จริงแล้วอาการ กลิ่นตัวหลังคลอด นี้เกิดจากสาเหตุใดกันค่ะ

 

ตัวเหม็นหลังคลอด เกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นขอบอกว่าผู้เขียนเองก็เคยประสบกับปัญหาเรื่องกลิ่นตัว แต่เป็นมาตั้งแต่ช่วงท้องค่ะ ตอนนั้นก็หาสาเหตุว่าเพราะอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่ยังไม่ท้องก็ไม่เคยมีกลิ่นตัวมากวนใจเลยแม้แต่น้อย  จึงหาข้อมูลว่าสาเหตุของกลิ่นตัวเนี่ยมาจากอะไรได้บ้าง ก็มีทั้งจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน  ดื่มน้ำน้อย  ท้องผูกขับถ่ายยาก และรวมถึงอาหารบางอย่างที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้อย่างพวกเครื่องเทศกลิ่นฉุนๆ ค่ะ

จึงคิดว่าพอหลังคลอดแล้วยังมีกลิ่นตัวเหม็นอยู่ ก็คงเพราะติดมาจากช่วงตอนท้อง ซึ่งความจริงแล้วแม่หลังคลอดหลายคนเพิ่งจะมามีอาการกลิ่นตัวเหม็นเอาก็ตอนคลอดลูกไปแล้วนี่แหละค่ะ ที่นี่มาดูกันว่าแม่หลังคลอดที่มีกลิ่นตัวเหม็น สาเหตุมาจากอะไรได้บ้างกันค่ะ

    • เป็นผลมาจากช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลทำให้ต่อมเหงื่อในร่างกายผลิตมากกว่าปกติ จนทำให้มีกลิ่นตัวแรงขึ้น
    • ขณะตั้งครรภ์ระบบเมตาบอลิซึมหรือระบบการเผาผลาญในร่างกายจะทำงานมากกว่าปกติ 2-3 เท่า ส่งผลให้มีกลิ่นตัวมากกว่าปกติ
    • ภายในร่างกายมีการหมักหมมจากเสีย คือช่วงหลังคลอดแม่จะต้องมีทั้งน้ำคาวปลา และแม่หลายคนมีปัญหาท้องผูกอยู่ ซึ่งของเสียที่ยังถูกขับออกมาไม่หมด ก็ก่อให้เกิดปัญหาหลิ่นตัวแรงได้
    • อาหารของแม่หลังคลอดมักจะเน้นพวกสมุนไพรที่ช่วยเรื่องบำรุงน้ำนมแม่ ซึ่งอาหารสมุนไพรบางอย่างก็มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม พริกไทย ใบกุยช่าย ใบกะเพราะ  หัวหอม ฯลฯ ตรงนี้ดีนะคะสนับสนุนให้กิน แต่อาจมีปัญหากลิ่นตัวได้บ้าง
    • สภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และถ้าแม่ไม่ได้อาบน้ำหรือไม่ดูแลความสะอาดร่างกาย ก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่าย

อ่านต่อ >> “7 วิธีแก้กลิ่นตัวหลังคลอด” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกตัวเหลือง-กรุ๊ปเลือด

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ จริงหรือ?

ลูกตัวเหลือง เป็นภาวะที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด เกิดขึ้นจาก 3 สาเหตุ 1. เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน 2. สารบางอย่างที่มีอยู่ในน้ำนมของคุณแม่ 3. ตับของลูกยังทำงานไม่สมบูรณ์ หรือโรคกรรมพันธุ์บางอย่างเกี่ยวกับตับหรือลำไส้ วันนี้เราจะมาพูดถึง ภาวะตัวเหลืองที่เกิดจาก การไม่เข้ากันของหมู่เลือดแม่-ลูก กันค่ะ

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือด คืออะไร

โดยทั่วไปแล้ว ลูกจะมีกรุ๊ปเลือดใดนั้น ขึ้นอยู่กับกรุ๊ปเลือดของพ่อ-แม่ แต่หากพ่อกับแม่มีกรุ๊ปเลือดต่างกัน แล้วลูกได้กรุ๊ปเลือดของพ่อ ก็มีโอกาสที่จะตัวเหลืองเนื่องจากเลือดของแม่กับลูกไม่เข้ากัน ได้ใน 2 กรณี แบ่งเป็น 1. การไม่เข้ากันของหมู่เลือด ABO และ 2. การไม่เข้ากันของหมู่เลือด Rh

ลูกในท้อง เลือดกรุ๊ปอะไร

การไม่เข้ากันของหมู่เลือด ABO

ความไม่เข้ากันของหมู่เลือดที่พบบ่อยและเป็นอันตราย เช่น แม่กรุ๊ป O แต่ลูกกรุ๊ป A หรือ B เนื่องจากเม็ดเลือดแดงของลูกจะมีแอนติเจน A หรือ B ซึ่งแม่ไม่มี แอนติเจนที่ลูกมีอาจเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายแม่ และกระตุ้นให้แม่สร้างแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดงของลูก โดยแอนติบอดีที่เกิดขึ้นจะผ่านรกไปยังตัวลูกและไปจับกับเม็ดเลือดแดงของลูก และทำให้เม็ดเลือดแดงของลูกแตกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถ้าปฏิกิริยารุนแรงมาก ทารกอาจบวม หัวใจวาย และตายในครรภ์ ในกรณีที่คลอดออกมามีชีวิต ลูกจะมีอาการตัวเหลือง ซึ่งถ้าไม่มากจะดีขึ้นและหายได้เอง

แต่ถ้าเป็นมาก สารบิลิรูบินที่ทำให้ตัวเหลืองอาจไปจับที่สมอง จำเป็นต้องรักษาด้วยการถ่ายเลือดเพื่อกำจัดสารบิลิรูบิน ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดความพิการทางสมองได้ อย่างไรก็ตาม หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะสามารถหายเป็นปกติได้

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ การไม่เข้ากันของหมู่เลือด Rh คลิกหน้า 2

ขูดมดลูก

ขูดมดลูก น่ากลัวไหม เมื่อไหร่ต้องขูดมดลูก?

ขูดมดลูก …เพียงแค่คิดผู้หญิงทุกคนก็รู้สึกเสียวแปล๊บบริเวณท้องน้อยขึ้นมาทันที และคงไม่มีใครอยากขึ้นขาหยั่งเพื่อโดนขูดมดลูกอย่างแน่นอน แต่เราจะหลีกหนีความขยาดหวาดเสียวนี้ไปได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาบอกค่ะว่า ความจริงแล้ว การขูดมดลูกนั้นน่ากลัวไหม แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องขูดมดลูกกันบ้าง Continue reading “ขูดมดลูก น่ากลัวไหม เมื่อไหร่ต้องขูดมดลูก?”

คัมภีร์รับมือ 10 วิธี ทำให้ลูกอยากไปโรงเรียน ได้ผล 100%

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน …เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มภาคการศึกษาใหม่ เนื่องจากเด็กๆ ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิต จากที่เคยนอนดึก ตื่นสาย ไปเที่ยวกับครอบครัว ไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ กับพ่อแม่ และเพื่อนๆ กลายเป็นต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อไปเรียนหนังสือ และมีการบ้านมากมายกลับมาทำที่บ้าน

สำหรับเด็กส่วนใหญ่ จะรู้สึกลำบาก หรือรู้สึกยุ่งยากเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และพวกเขาจะกลับไปสู่กิจวัตรประจำวันที่ต้องไปโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเด็กบางคน ความกลัว และความกังวลที่ต้องกลับไปเรียนนั้นอาจเพิ่มมากขึ้น และสามารถนำไปสู่การไม่อยากไปโรงเรียนได้ในที่สุด เด็กบางคนอาจถึงกับพูดว่า “เกลียดโรงเรียน” หรือ “วันนี้ไม่อยากไปโรงเรียน” เด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนอาจร้องไห้คร่ำครวญ ส่งเสียงกรีดร้อง หรืออ้อนวอนพ่อแม่เป็นชั่วโมงเพื่อที่จะขออยู่บ้านแทนการไปโรงเรียน เด็กอาจบ่นว่าไม่สบาย หรือหนีออกจากโรงเรียนเพื่อกลับมาที่บ้าน หากเด็กถูกบังคับให้ไปโรงเรียน หรือเด็กอาจขาดเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน

Must read : เทคนิคการปลุกลูกให้ตื่นนอนแต่เช้าอย่างมีความสุข

สาเหตุที่ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

ปัญหาของการที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนอาจเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุ แต่ปัจจัยโดยทั่วไปอาจมีสาเหตุมาจาก การเริ่มต้นของภาคเรียนใหม่ การย้ายไปเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ หรือการที่โรงเรียนปิดเทอมเป็นเวลานาน แล้วมีการเริ่มภาคการศึกษาใหม่ ความเจ็บป่วย หรือ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ก็อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กปฏิเสธการไปโรงเรียน

ครูเคทเพจ Kate Inspirer อธิบายว่า การที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนอาจเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุ เช่น อาจเกี่ยวข้องกับโรงเรียน หรือที่บ้าน หรืออาจเกิดจากปัจจัยของตัวเด็กเองก็ได้

สาเหตุที่เกิดจากโรงเรียน เช่น โดนครูดุ หรือขู่ โดนเพื่อนว่า โดนเพื่อนแกล้งหรือหัวเราะเยาะ หรืออาจกลัวสถานที่ เช่น เพื่อนบอกว่าตรงนั้นตรงนี้มีผี มีแมงมุม ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆ หลอกถามเวลาอารมณ์ดี ให้เขาเล่าให้ฟัง

สาเหตุที่เกิดจากครอบครัว เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน หรือมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นที่บ้าน ทำให้ลูกเกิดความวิตกกังวล เช่น กลัวพ่อแม่เลิกกัน กลัวพ่อแม่ทะเลาะกัน กลัวพ่อแม่หายไป ฯลฯ หรือในกรณีที่พ่อแม่เลี้ยงลูกแบบใกล้ชิดเกินไป ลูกอาจไม่อยากห่างพ่อแม่ จึงไม่อยากไปโรงเรียนก็ได้

เด็กบางคนเติบโตมากับโลกเสมือนจริงในมือถือ จึงขาดทักษะทางสังคม ไม่รู้จะเล่นกับเพื่อนอย่างไร ไม่รู้จะคุยกับใครอย่างไร ทำให้ไม่อยากเล่นกับคนที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งบ้านที่พ่อแม่สื่อสารทางเดียวคือสั่งกับสอน แต่ไม่เคยตั้งใจฟังลูกจริงๆ ยิ่งทำให้เด็กกลัวการพูดคุยกับคนมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการและพฤติกรรมในด้านอื่นๆ ด้วยเช่น การรอคอย พฤติกรรมเมื่ออยู่กับเพื่อนหรือคนอื่นๆ ที่ไม่คุ้นเคย ภาษาและบทสนทนากับผู้อื่น เด็กบางคนเริ่มต้นบทสนทนาไม่เป็น เพราะส่วนใหญ่มีแต่ถูกถาม

เด็กบางคนยังช่วยเหลือตัวเองไม่เก่งทำให้กังวลใจเวลาเข้าห้องน้ำหรือทำอะไรไม่ทันเพื่อน ขาดความเชื่อมั่นในการทำอะไรโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมของลูกด้านทักษะการดูแลตัวเองและทักษะทางสังคมก่อนที่จะเข้าโรงเรียน

ที่มา : ไทยรัฐ
ฝึกลูกช่วยเหลือตัวเอง
ฝึกลูกช่วยเหลือตัวเอง

Must read : 13 เกม สำหรับเด็ก 3 ขวบ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวเล็กก่อนเข้าเรียน

Must read5 สัญญาณเตือน “ลูกอาจมีปัญหาที่โรงเรียน”

Must read : วิธีตะล่อมถามลูก เวลาเขาอยู่โรงเรียน

10 วิธีรับมือ เมื่อ ” ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน “

ตามการรายงานพิเศษเกี่ยวกับสุขภาพชิ้นล่าสุดที่มีชื่อว่า การจัดการกับความกังวล และความกลัว ของวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การปฏิเสธการไปโรงเรียนมักจะเกิดจากความกังวล โดยสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในอาจมาจากโรคกลัวสังคม (social phobia) คือ ความกลัวที่เกิดจากสภาพทางสังคม หรือการแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน หรือโรควิตกกังวลไปทั่ว กล่าวคือ การกลัวเกินเหตุ และกังวลไปกับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง หรือโรควิตกกังวลเกี่ยวกับการแยกจาก เช่น กลัวการแยกจากพ่อแม่ผู้ปกครอง บางครั้งต้นตอของปัญหาก็เกิดจากความกลัวที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง เช่น กลัวถูกเรียกในชั้นเรียน กลัวครู กลัวการโดนแกล้ง เป็นต้น และนี่คือคัมภีร์แนะนำวิธีรับมือที่คุณแม่ควรรู้ โดย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กับ เทคนิคให้ลูกอยากและยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี ดังนี้

1. ไม่หนีลูก เพราะไม่เช่นนั้นเขาจะรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

2. เมื่อพ่อแม่ต้องไปจริงๆ ก็ขอให้กอดและหอมแก้มพร้อมบอกกับลูกว่าจะกลับมารับให้ตรงเวลา

3. พูดให้ลูกสบายใจ เช่น “รักลูกนะ สัญญาจะมารับตอนบ่าย”

4. การโต้ตอบรุนแรงมักไม่ได้ประโยชน์ เพราะอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กในวัยเปลี่ยนผ่าน จากชั้นอนุบาล เข้าสู่ชั้น ป.1 ลูกของคุณไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่ในโรงเรียน ยังไม่รวมการต้องอยู่ห่างจากแม่  และต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกมากมาย โลกของวัยประถม ยากกว่าที่คุณคิด

Must read : 8 วิธีป้องกันลูกจาก “โรคกลัวสังคม (ฮิคิโคโมริ ซินโดรม)”

อ่านต่อ >> “เทคนิคทำให้ลูกอยากและยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก

8 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูกไป ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก

จากการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ว่าภายในปี 2560 นี้ จะมีการนำร่องให้บริการฉีดวัคซีน HPV ฟรี ให้แก่เด็กนักเรียนหญิง ชั้นป.5 ประมาณ 400,000 คนทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีข่าวการฟ้องร้องเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการ ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้คุณพ่อคุณแม่อาจเกิดความกังวลใจว่า ควรให้ลูกฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน Continue reading “8 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูกไป ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก”

ปลาที่แม่ไม่ควรกิน

ปลาที่แม่ไม่ควรกิน (และทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า)

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) มีคำแนะนำล่าสุดในเดือนมกราคม 2017 เกี่ยวกับการรับประทานปลาของแม่ตั้งครรภ์ ปริมาณปลาที่แม่ควรรับประทาน และรายชื่อ ปลาที่แม่ไม่ควรกิน พร้อมตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยคำแนะนำครั้งนี้ได้ขยายรวมถึงคุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ให้นมลูก และคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กด้วย

ทุกคนทราบดีว่า ปลาเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายของเด็กเล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่อยากตั้งครรภ์ รวมทั้งคุณแม่ที่ให้นมลูก ได้แก่ โอเมก้า-3 และวิตามินดี โดยคำแนะนำล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ปลาในตลาดมีมากมายหลายชนิดที่คนท้องสามารถกินได้ และทุกในครอบครัวสามารถกินได้อย่างปลอดภัย

แม่และลูกควรกินปลามากแค่ไหน?

เนื่องจาก สารปรอทเป็นอันตรายต่อสมองและระบบประสาทหากได้รับมากเกินไปและสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน และในปลาที่ปลอดภัยก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีสารปรอท แต่พบสารปรอทในระดับที่ถือว่าปลอดภัยต่อการบริโภคในปริมาณที่กำหนด ซึ่งปริมาณสูงสุดที่ FDA แนะนำให้บริโภคได้ คือ 12 ออนซ์ต่อสัปดาห์ค่ะ

สำหรับผู้ใหญ่ ปริมาณปลาที่ควรบริโภคต่อครั้งคือ ขนาดเท่าฝ่ามือ หรือ 4 ออนซ์ก่อนนำไปปรุงอาหาร

สำหรับเด็ก ให้ลดปริมาณลงมาโดยปรับให้เหมาะกับอายุและปริมาณแคลอรี่ที่เด็กต้องการ โดยแนะนำให้เด็กรับประทานปลาหลากหลายอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

บทความแนะนำ 10 ปลาไทย โอเมก้า 3 สูง! บำรุงสมองสดใส หัวใจแข็งแรง

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2014 ได้มีการประกาศคำแนะนำให้คุณแม่ท้องควรรับประทานปลาที่มีสารปรอทต่ำ 8-12 ออนซ์ต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้บอกว่าปลาอะไรบ้างที่มีสารปรอทต่ำ ดังนั้นคำแนะนำล่าสุดนี้ FDA ได้ทำการลิสต์รายชื่อปลาที่มีสารปรอทต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ FDA ได้ทำการแบ่งปลา 62 ชนิด ออกเป็น 3 กลุ่ม :

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ปลาที่คนท้องกินได้ และ ปลาที่คนท้องห้ามกิน  คลิกหน้า 2

คุณแม่ Full Time เลี้ยงลูกอยู่บ้าน สบายที่สุด (จริงหรือ?)

คุณแม่ฟูลไทม์ …การเลี้ยงลูกด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะจะได้อยู่ดูแลลูกตลอดเวลา ได้เห็นพัฒนาการของลูกรักทุก ๆ ขั้น ทุก ๆ เรื่องราวอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณแม่ฟูลไทม์ต้องเผชิญก็คือคำพูดต่างๆ ที่บั่นทอนจิตใจคุณแม่ เช่น “สบายเลยนะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว!”

เป็น คุณแม่ฟูลไทม์ สบายจริงหรือ?

คุณแม่ฟูลไทม์

ซึ่งคนภายนอกหรือคนที่ยังไม่มีลูก มักมองเห็นว่า การคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านว่าแสนสบาย น่าอิจฉาเป็นที่สุด เพราะแค่เลี้ยงลูกเฉยๆ ไม่ต้องออกไปทำงาน สู้รบปรบมือกับคนนอกบ้านในเหนื่อยแรง มีสามีคอยให้เงิน และยิ่งสำหรับคุณแม่มือใหม่แล้วเมื่อใกล้ครบกำหนดลาคลอด เชื่อเลยว่ามีคุณแม่หลายๆ ท่านมีอาการ “ติดลูก” ความกังวลต่างๆ นานา ประดังประเดเข้ามา “ลูกยังติดเต้าอยู่เลย จะทำยังไงดี” “กลับไปทำงานจะมีเวลาปั๊มนมไหม” “คนเลี้ยงจะดูแลลูกดีไหม” เมื่อลูกไม่อยู่ในสายตา สัญชาตญาณของแม่จะผุดขึ้นมาทันที และเพราะใจของคนเป็นแม่นั้นมีความกังวลต่อความปลอดภัยของลูกน้อยตลอดเวลา และต้อการเลี้ยงดูแลลูกได้ดีที่สุด

Must readลาออกมาเลี้ยงลูก กับข้อ 10 ข้อก่อนตัดสินใจ

ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกการเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ก็ผุดมาในห้วงความคิด แต่คุณแม่ก็ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลขดูก่อนว่า ถ้าเราออกจากงาน รายได้ทางเดียวจะพอจุนเจือครอบครัวไหม เพราะมีหลายครอบครัวโชคดีที่ไม่มีภาวะทางการเงินมาบีบบังคับ สามารถเลือกลาออกจากงานได้ทันที แต่หลายครอบครัวไม่มีโอกาสแบบนั้น ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ Amarin Baby & Kids จึงขอแนะนำว่าควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

  • ภาวะทางการเงิน ปัจจัยสำคัญในยุคข้าวยากหมากแพงนี้ อาหารก็แพง ของเล่นของใช้เด็กก็แพง นอกจากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายประจำวัน เราควรนึกไปถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกัน ค่าเล่าเรียน
Must readค่าใช้จ่ายสำหรับลูก ตั้งแต่ แรกเกิด – ป.ตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่? รู้หรือยัง?
  • ภาวะทางสังคม หากคุณแม่เป็นคนทำงาน แน่นอนว่ามักจะชอบสังคม ได้ออกไปช้อปปิ้งตลาดนัดตอนกลางวัน ได้ทานข้าวเม้าท์กับเหล่าสาวๆ ได้เหล่หนุ่มเพิ่มความกระชุ่มกระชวย แล้วจะรับได้ไหม หากในหนึ่งวันต้องอยู่บ้านกับลูก ได้เม้าท์กับเพื่อนผ่านทางแชตเท่านั้น ได้แต่แอบส่องเฟสคนอื่น  เวลาไปจัดใหญ่กินข้าวตอนมื้อเที่ยงที่ร้านส้มตำข้างตึก
  • ภาวะแรงกดดันจากคนใกล้ตัว ญาติพี่น้องมีความเป็นห่วงเป็นใย กล่าวตักเตือนแกมตำหนิ “จะไม่ทำงานหรอ” “สบายเลย อยู่บ้านเลี้ยงลูก” “ถ้าสามีทิ้งจะทำไง” และความหวังดีประสงค์ร้ายต่างๆนานาที่มาบั่นทอนความตั้งใจของเรา
  • ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองถดถอย หลายคนเป็นผู้หญิงทำงาน เป็นบอส เมื่อต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูก อาจจะรู้สึกไร้ค่า เมื่อก่อนได้ตัดสินใจในดีลร้อยล้านพันล้าน วันนี้ได้ตัดสินใจแค่ว่า ลูกจะกินข้าวกับอะไร ต้องซื้อผ้าอ้อมตุนไว้ไหม

เหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เชื่อไหมคะว่ามันเป็นแค่ภาวะหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่จะช่วยเยียวยาจิตใจแม่ฟูลไทม์ คือรอยยิ้มของลูกน้อย ก้าวเดินแรก คำพูดแรกของเค้า ได้เป็นคนแรกที่เค้าเห็นเมื่อยามตื่น และได้เป็นคนสุดท้ายที่เค้าเจอในยามหลับ แค่นี้เท่านั้นก็ยืนยันได้ว่า เราตัดสินใจถูกแล้ว

อ่านต่อ >> 10 เหตุผลที่ทุกคนต้องรู้! การเป็นคุณแม่ Full time ไม่ได้สบาย เหมือนที่ใครคิด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลงทะเบียนคนจน รอบ2 กับ 5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ผู้มีรายได้น้อย

อัปเดต!! ข้อมูลล่าสุด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ ลงทะเบียนคนจน รอบ2 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม มีการรายงานข่าวว่า รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม ในปี 2560 นี้

Continue reading “ลงทะเบียนคนจน รอบ2 กับ 5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ผู้มีรายได้น้อย”

ลูกติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน เพราะแค่หกล้ม

จากประสบการณ์ของคุณแม่ ที่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการป่วยของลูกน้อย คุณแม่เล่าว่าลูกน้อยอายุได้แค่ 1 ขวบ วันหนึ่งลูกของคุณแม่หกล้มเป็นแผลถลอก จึงใส่ยาล้างแผลให้ตามปกติ อาการของลูกก็ปกติดีทุกอย่าง จนกระทั่งผ่านไปได้ไม่นาน คุณหมอบอกว่า ลูกเป็นแบคทีเรียกินเนื้อคน

Continue reading “ลูกติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน เพราะแค่หกล้ม”

เตือนแม่! ระวังยางกัดที่ลูกเล่น อาจจะเต็มไปด้วยเชื้อรา

ยางกัดสําหรับทารก …ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการคันของเหงือกเมื่อฟันของลูกน้อยกำลังจะขึ้น  และเสริมพัฒนาการด้านประสาทสัมผัส ซึ่งปัจจุบันยางกัดมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากแบบวงแหวนที่มีน้ำอยู่ด้านในแล้ว ยังมีรูปแบบคล้ายของเล่นให้ลูกน้อยของคุณมีความสนุกและสบายตัวขึ้นในเวลาเดียวกัน

ระวัง! ยางกัดสําหรับทารก มีเชื้อราซ่อนอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวช่วยแก้อาการคันเหงือกของลูกน้อยแบบนี้ เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกต้องนำเอาปากอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่คุณแม่ต้องคอยสังเกตและหมั่นทำความสะอาดเจ้ายางกัดนี้ ไม่เช่นนั้นอาจเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นเดียวกันคุณแม่ท่านนี้ ซึ่งได้ออกมาเตือนถึง ภัยของเจ้ายางกัด ให้แม่ๆทุกคนได้ระวังกันค่ะ

Must readเช็คด่วน!! กับเหตุผลว่าทำไมคุณแม่ต้องล้าง ‘ฝาจุกดูดน้ำ’ ให้สะอาดหมดจด?

โดยคุณแม่ Dana chianese มีอาชีพเป็นหมอฟัน และได้แนะนำให้พ่อแม่หลาย ๆ คน เลิกใช้ ตุ๊กตายางกัดจำพวกนี้ หรือไม่เช่นนั้นก็ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกวิธีก่อนนำมาให้ลูกเล่น เพราะเธอก็เป็นคนหนึ่ง ที่ให้ลูกใช้ยางกัดนี้ เมื่อลูกน้อยมีอาการคันเหงือก

แต่จนกระทั่งวันหนึ่งที่ คุณแม่ Dana chianese ได้นำเจ้าตุ๊กตายางของลูกมาทำความสะอาด เธอลองบีบไล่ลมจากตรงช่องลมออกมา และทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นที่ไม่ค่อยดีจากในนั้น เธอจึงตัดสินใจผ่าตุ๊กตายางตัวนั้นออกมาดู และสิ่งที่เธอเห็น ก็ทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าในตัวตุ๊กตายางกัดยอดฮิตตัวนี้ มีเชื้อราเกาะอยู่เต็มไปหมด และ มีกลิ่นเหม็นที่รุนแรงด้วย

ยางกัดสําหรับทารกยางกัดสําหรับทารก

ซึ่งคุณแม่ Dana chianese บอกว่า เธอมักจะทำความสะอาดของเล่นตามคำแนะนำโดยใช้น้ำสบู่ร้อนด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ และไม่เคยนำตุ๊กตายางกัดจุ่มลงในน้ำ แต่ก็ไม่เคยคิดไปถึงเรื่องความปลอดภัยข้างในเลย และเธอยังได้บอกอีกว่า “มันเป็นเรื่องที่เจ็บหัวใจที่สุดที่รู้ว่าเธอได้ให้ลูกน้อยของเธอเอง เคี้ยวของเล่นที่เต็มไปด้วยรา”

Must readวิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก ให้สะอาดปลอดเชื้อโรค

อ่านต่อ >> “เตือนแม่ระวัง! ยางกัดสําหรับทารก มีเชื้อราซ่อนอยู่” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฝึกความจำให้สมองลูก

10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก

ฝึกความจำให้สมองลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กมีความจำดี เรียนรู้เรื่องอะไรก็เข้าใจได้หมด  แบบนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากครูคนแรกของลูก อย่างคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ  เราในฐานะพ่อแม่สามารถช่วยกระตุ้นฝึกสมองประเทืองปัญญาให้กับลูกๆ ได้ค่ะ เพียงแค่หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสมองลูก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 10 กิจกรรม ฝึกความจำให้สมองลูก มาฝากค่ะ

 

ฝึกความจำให้สมองลูก รู้ไหมสมองลูกยิ่งลับยิ่งคม!!??

เป็นที่รู้กันดีว่าสมองของเด็กถูกพัฒนาให้เจริญเติบโตมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องของแม่แล้ว พอคลอดออกมาสมอง เซลล์ประสาทต่างๆ ก็ยังคงทำหน้าที่และพัฒนาเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งสมองของเด็กช่วงอายุ 1-5 ปี ถือว่าเป็นปีทองของสมอง นั่นหมายถึงว่าหากเราจะป้อนความรู้อะไร หรือฝึกให้ลูกเรียนรู้ภาษาอื่นนอกจากภาษาไทย เด็กจะสามารถจำและเรียนรู้ได้ดี

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสมองเด็กว่า “ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สมองของมนุษย์ให้รู้จักการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ ดังนั้นสมองจึงมีกระบวนการทำงานที่หลากหลายซับซ้อน เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ การคลาน นั่ง พูด เดิน เป็นต้น ที่สำคัญ สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองผ่านกระบวนการเรียนรู้ เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมองซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ  เมื่อมีการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้

ซึ่งเรียกกระบวนการเชื่อมต่อของสมองนี้ว่า ไซแนปส์ การเชื่อมต่อของไซแนปส์สามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลา 1-5 ปีแรก ดังนั้นช่วงวัยนี้จึงเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาถึง 85% เทียบเท่าสมองของผู้ใหญ่ ที่สำคัญทุก 1 วินาที เซลล์สมองของเด็กจะมีการเชื่อมต่อสูงถึง 700 เซลล์ ซึ่งหมายความว่า สมองของลูกน้อยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมองแต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป การสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning) จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้”1

 

ถ้าสมองของลูกจะเต็มที่กับการเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ พ่อแม่อย่างเราก็คงจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะสมองของลูกดูเหมือนยิ่งลับก็ยิ่งคมมากขึ้นเรื่อยๆ  ฉะนั้นอย่าได้รอช้าไปหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมองลูก มาให้เด็กๆ เขาได้ประเทืองปัญญากันค่ะ

 

อ่านต่อ >> “10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้

เทคนิค ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้

ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ รู้ไหมว่าคนไทยปัจจุบันนี้ป่วยเป็นภูมิแพ้กันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วยเป็นภูมิแพ้กันมากส่วนหนึ่งมาจากความสะอาดที่อยู่ภายในบ้าน  โดยเฉพาะกับชุดเครื่องนอนที่เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีที่จะขจัดไรฝุ่นที่อยู่ในชุดเครื่องนอนแบบได้ผลดี มาให้ทุกครอบครัวได้นำไปใช้กันค่ะ

 

ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ ไรฝุ่นคืออะไร?

ตัวไรฝุ่นหรือไรฝุ่น เป็นสัตว์ประเภท  ไร  เช่น ไรฝุ่นบ้าน ไรนก ไรหนู ไรโรงเก็บ(Storage Mite) ฯลฯ ส่วนตัวไรที่เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ คือ ตัวไรฝุ่นบ้าน (House Dust Mite) ที่สามารถพบได้หลายที่ในบ้าน เช่น ในที่นอน หมอน พรม โซฟาที่มีเบาะเป็นผ้า กองขี้ฝุ่น ฯลฯ ซึ่งตัวไรฝุ่นคือสาเหตุของโรคภูมิแพ้

ในประเทศไทยได้มีการสำรวจพบตัวไรฝุ่นในบ้านมากถึง 98 ใน 100 หลังคาเรือน ที่พบปริมาณสูงสุดในห้องนอน และในที่นอนที่ทุกคนต้องนอนสัมผัสกันอยู่ทุกคืน

ที่นอนที่ซื้อมาใหม่ๆ เมื่อใช้ไปได้ประมาณ 4-6 เดือน มีเศษผิวหนังของคนที่นอนลงไปอยู่พอสมควรแล้ว ก็มีไรฝุ่นมากพอที่จะทำให้คนที่แพ้ไรฝุ่นเกิดอาการภูมิแพ้ได้

มีการสำรวจในประเทศไทยพบว่า ร้อยละ 60ของที่นอนที่ทำการสำรวจมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นสูงกว่า 10 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม ซึ่งเท่ากับตัวไรฝุ่น 500 ตัว/ฝุ่น 1 กรัม นี่แหละที่ทำให้ทุกคนเกิดมีอาการโรคภูมิแพ้กำเริบได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ถ้าเด็กที่มีกรรมพันธุ์เป็นโรคภูมิแพ้ และได้รับไรฝุ่นในปริมาณที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการหายใจมีเสียงวี้ด (Wheeze) และโอกาสที่จะเป็นโรคหืดสูงกว่าเด็กทั่วไปเกือบ 5 เท่า1

 

เห็นแบบนี้นี้แล้วเริ่มขยาดที่นอนอันแสนสบายของเรากันบ้างไหมคะ  และที่รู้มาคือเจ้าตัวไรฝุ่นเนี่ยจะมีอาหารหลักในการเลี้ยงตัวเองให้เจริญเติบโตเป็นวายร้ายผู้แข็งแกร่ง ก็คือการกินอาหารที่ได้จากเศษผิวหนังของคนนี่แหละค่ะ รวมทั้งเศษผิวหนังของสัตว์เลี้ยงด้วย  ว่าแต่ใครเอาน้องหมา น้องแมวนอนด้วยทุกคืน อาจต้องเลี่ยงเพื่อลดเสี่ยงภูมิแพ้กันแล้วล่ะค่ะ  โดยเฉพาะกับบ้านไหนที่มีเด็กเล็กๆ ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดภายบ้าน ห้องนอน และชุดเครื่องนอน ที่ต้องซักแบบฆ่าไรฝุ่นกันเลยค่ะ

 

อ่านต่อ >> “เทคนิค ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

มะเร็งในผู้หญิง

5 มะเร็งในผู้หญิง ที่เสี่ยงเป็นกันมาก

มะเร็งในผู้หญิง  เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนไม่อยากเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ นั่นคือโรคมะเร็ง  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวไกล แต่ปัจจุบันี้ก็ยังไม่พบว่าจะมีตัวยาหรือการรักษาใดที่จะสามารถฆ่าเชื้อมะเร็งไปจากโลกใบนี้ได้  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ห่างไกลจากโรค โดยเฉพาะกับโรค มะเร็งในผู้หญิง

 

มะเร็งในผู้หญิง ภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม!!

ภัยคุกคามทางสุขภาพคืออาการเจ็บป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย ซึ่งในปัจจุบันพบว่า “โรคมะเร็ง” คือโรคอันดับหนึ่งที่มียอดผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับทางกระทรวงสาธารณสุขออกมาเผยว่ามะเร็งเต้านมคือภัยเงียบใกล้ตัว ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยสูงเป็นอันดับ 1 ปีละเกือบ 3,000 คน ป่วยปีละกว่า 34,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 4 คน มะเร็งเต้านมมักพบในผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป1

 

นี่คือความน่ากลัวของมะเร็ง ที่ส่วนมากมักจะได้ยินว่าคนที่จะเป็นมะเร็งได้ต้องมาจากกรรมพันธุ์เท่านั้น ซึ่งในความจริงแล้วหากคนในครอบครัวไม่ได้มีประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง คุณหรือคนในครอบครัวคนอื่นๆ ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ชีวิตของเราทุกคน ที่ไม่ได้ใส่ใจกับการดูแลสุขภาพ ไม่รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์กับร่างกาย  มีภาวะเครียดในเรื่องต่างๆ สะสม  ไม่ใส่ใจกับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งไม่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้เรียกว่าโรคทำตัวเอง คือรู้ว่าอะไรดีต่อสุขภาพมักมองข้ามไม่ใส่ใจ เมื่อร่างกายทนไม่ไหวก็จะฟ้องออกมาด้วยอาการเจ็บป่วยที่อาจเริ่มจากเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ จนหนักมากขึ้นจนถึงขั้นรักษาไม่หายเลยก็มี โดยเฉพาะกับโรคมะเร็งที่ถือเป็นภัยสุขภาพร้ายแรง

 

สำหรับผู้หญิงทั่วไป และผู้หญิงที่เป็นแม่ อาจจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นกว่าปกติ เพราะร่างกายหลังคลอดหากไม่ดูแลให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา โรคมะเร็งก็ถามหาได้ อย่างมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ  และเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งในผู้หญิง ผู้เขียนมีโรคมะเร็งที่มักพบว่าเป็นในผู้หญิงมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้เฝ้าระวัง และเตรียมสุขภาพให้แข็งแรงกันในทุกๆ วันค่ะ

 

อ่านต่อ >> “5 มะเร็งในผู้หญิง ที่เสี่ยงเป็นกันมาก” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์

15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ลูกใช้ดี แม่ใช้ได้

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ หากจะพูดถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันทาผิว ที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ จนมาถึงรุ่นที่เราเป็นแม่แล้ว ใช้กับทั้งผิวเราเองและกับผิวลูก เชื่อว่าแม่ๆ ต้องรู้จักกันดีกับ เบบี้ออยล์ ที่ต้องบอกว่าไม่ได้มีดีแค่ใช้ทาผิวเท่านั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ มาบอกต่อให้ทุกครอบครัวทราบกันค่ะ

 

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ไม่ได้มีดีแค่ทาผิว

ส่วนมากแล้วเราจะคุ้นเคยอยู่กับการนำเอาเบบี้ออยล์มาผิวเด็กที่สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึงเด็กโตก็ยังใช้ได้ดีอยู่ จนบางทีก็นึกไม่ออกว่านอกจากจะทาผิวเด็กเล็กๆ แล้วจะใช้ประโยชน์อะไรได้อีกกับเบบี้ออยล์  ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วเจ้าน้ำมันใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้สารพัดมาก  แล้วถึงแม้ชื่อจะบอกว่าเบบี้ออยล์ แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ใช้ได้ดีเหมือนกันค่ะ

 

15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ลูกใช้ดี แม่ใช้ได้

1. ขจัดไขมันที่ศีรษะลูกวัยทารก

เป็นเรื่องปกติที่ทารกแรกคลอดจะมีไขมันติดที่ศีรษะ ซึ่งความจริงแล้วไขมันนี้ไม่อันตรายกับลูกค่ะ และจะค่อยๆ หลุดไปเองตามธรรมชาติ แต่ก็อาจจะใช้เวลาสักนิด แม่บางคนใจร้อนเลยแคะ แกะให้ลูก  แนะนำว่าไม่ควรทำแบบนี้นะคะ เพราะผิวหนังบนศีรษะลูกยังอ่อนอยู่อาจได้รับบาดเจ็บถลอกเลือดออกได้ค่ะ  ถ้าอยากจะให้ไขมันหลุดออกเร็วลองเปลี่ยนมาใช้เบบี้ออยล์ 1-2 หยดลงบนสำลีแล้วเช็ดเบาๆ เอาไขมันที่ศีรษะลูกออกจะดีมากกว่าการแคะหรือแกะค่ะ

 

2. น้ำมันนวดทารกให้สบายตัว

เป็นที่รู้กันดีว่าการนวดตัวให้ลูกวัยทารก จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี แถมยังทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับได้ง่ายด้วย น้ำมันนวดที่ปลอดภัยกับลูกไม่ต้องไปมองหาที่ไหนค่ะ  เพราะเบบี้ออยล์เป็นน้ำมันนวดตัวลูกชั้นดี คุณแม่ลองหาเบบี้ออยล์ที่กลิ่นหอมอ่อนโยนใช้กับผิวลูกกันดูนะคะ

 

อ่านต่อ >> “15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกฟันหลุดรักษาได้อย่าทิ้ง! (อาจต่อได้)

ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้ หรือไม่? …หากลูกวัยซนของคุณแม่ ประสบอุบัติเหตุ ทำให้ฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นไม่นาน ต้องหลุดออกจากเบ้าฟันขึ้นมา เชื่อไหมคะว่า หากเก็บและดูแลอย่างถูกต้อง สามารถนำฟันกลับมาต่อให้เหมือนเดิมได้ค่ะ เรื่องนี้ ทพญ.อาทิตยา กายพันธุ์เลิศ ทันตแพทย์สำหรับเด็กจะมาให้ความรู้ที่ถูกต้อง เมื่อลูกรักมีเหตุให้ฟันแท้หลุดออกมาทั้งซี่ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติ และปฏิบัติดังนี้ค่ะ

รู้หรือไม่? ลูก ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้

ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้

ก่อนอื่นถ้าคุณแม่พบว่า ลูกฟันแท้หลุด อย่าตกใจ รีบสำรวจในช่องปาก ถ้าพบว่าฟันหลุดออกมาจากเบ้ากระดูก รีบหาฟันให้พบโดยเร็ว โดยจับฟันอย่างเบามือและพยายามจับที่ตัวฟัน ห้ามจับรากฟัน เพราะอาจทำให้เซลล์เสียหาย ซึ่งจะทำให้การปลูกฟันไม่ประสบความสำเร็จ แล้วให้ปฏิบัติดังนี้

  1. หาฟันให้เจอ เมื่อเจอแล้วให้ใช้นิ้วจับที่ตัวฟัน (ส่วนสีขาว) ไม่จับที่รากฟัน (ส่วนสีเหลือง)
  2. ให้ใส่ฟันกลับเข้าที่ทันที ถ้าเป็นไปได้
  3. ในกรณีฟันมีสิ่งสกปรกติดอยู่ จับตัวฟันที่หลุดแล้วรีบนำไปล้าง โดยให้เปิดก๊อกน้ำ แล้วนำฟันไปผ่านน้ำสะอาดเบาๆ ประมาณ10 วินาทีและใส่ฟันกลับเข้าที่เดิม ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถทำได้โดยตัวเด็กเองหรือผู้ใหญ่ กรณีนี้เวลาล้างห้ามขัด ถู ฟันซี่นั้นเด็ดขาด เนื่องจากการขัดถูจะทำอันตรายเซลล์ที่ผิวรากฟัน แค่ผ่านน้ำสะอาดเบาๆ ก็พอ
  1. ใส่ฟันให้เข้าที่เดิมและให้เด็กกัดผ้าเช็ดหน้าเพื่อให้ฟันคงอยู่ในตำแหน่งและรีบไปพบทันตแพทย์ทันที

    อ่านต่อ >> “วิธีใส่ฟันแท้ให้ลูก เมื่อเกิดอุบัติเหตุหลุดออกมา” คลิกหน้า 2


อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ คลิก!