พ่อแม่ทะเลาะกัน

หมอเตือน! พ่อแม่ทะเลาะกัน “ต่อหน้าลูก” เสี่ยงลูกพัฒนาการถดถอย สับสนทางเพศ

พ่อแม่ทะเลาะกัน
พ่อแม่ทะเลาะกัน

สามีภรรยาไม่มีปากเสียงกันบ้างเป็นเรื่องแปลก..แต่จะเห็นว่าที่ พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก หรือคิดว่าหากมีปากเสียงกันเป็นเรื่องธรรมดา และเด็ก ๆ ควรยอมรับได้นั้น เป็นวิธีคิดที่ผิด

หมอเตือน! พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก
เสี่ยงลูกพัฒนาการถดถอย

(คุณแม่ส่งคำถามมาถามว่า) Q : ทะเลาะกับสามี มีการเถียงกันค่อนข้างรุนแรง และขว้างปาของใส่กัน แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก แล้วลูกมาเห็นพอดี ลูกดูตกใจมาก ตั้งแต่วันนั้นเราทั้งคู่รู้สึกผิดมาก ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดีค่ะ เขาจะฝังใจจนมีปัญหาอะไรไหม

สำหรับเรื่องพ่อแม่ทะเลาะกันคุณหมอประเสริฐ ได้ให้คำตอบพร้อมคำแนะนำว่า … ผลของการที่ พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก มีแน่นอน ไม่มากก็น้อย และต่อไปก็ไม่ควรทำอีก! ทั้งนี้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูก ขึ้นกับว่าลูกอายุเท่าไร?

 

หากเป็นลูกเล็กก่อน 3 ขวบ จะกระทบความสามารถในการไว้วางใจโลกและผู้คน (trust)

พัฒนาการอาจจะช้าลงชั่วคราว หรือถดถอยกลับไปบ้าง เช่น เคยไม่ฉี่รดที่นอนก็ฉี่รดที่นอน เคยไม่พูดโกหกก็เริ่มพูดโกหก

หากอายุ 4-5 ขวบ จะกระทบพัฒนาการทางเพศ (psychosexual development)

เขาไม่มั่นใจว่าอยากเป็นเพศอะไรดี ดุร้ายกันจัง

หากอายุ 6-10ขวบ เขาจะโทษตนเอง

จับเรื่องหนึ่งผูกเข้ากับเรื่องพ่อแม่ทะเลาะกัน แล้วสรุปว่าเขาเป็นต้นเหตุ จะรู้สึกผิด (guilty feeling) เริ่มมีพฤติกรรมระงับความรู้สึกผิดที่ก่อตัว เช่น ขโมยของ หนีโรงเรียน ลองเสพยา

เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ผล ขโมยของตามห้างก็แล้ว ปีนรั้วโรงเรียนก็แล้ว สูบบุหรี่ก็แล้ว ยังไม่หายรู้สึกผิด ก็จะเข้าสู่อารมณ์เศร้าเต็มรูปแบบ อาจจะแสดงออกว่าเศร้าหรือปรารถนาที่จะตาย หรือแสดงออกด้วยพฤติกรรมเกเรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

หากคุณพ่อคุณแม่เผลอไปครั้งเดียว ก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะไม่ได้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้น แต่จะให้บอกว่าไม่เป็นไรพวกเราก็ทำซ้ำอีก ครั้นเขียนออกไปให้หมดความก็จะหวั่นวิตกว่าแย่แล้ว อันที่จริงหวั่นวิตกก็ดีจะได้ไม่ทำอีก

สามีภรรยาไม่มีปากเสียงกันบ้างเป็นเรื่องแปลก แต่จะเห็นว่าการมีปากเสียงเป็นเรื่องธรรมดาและเด็กๆ ควรยอมรับได้นั้น วิธีคิดแบบนี้ผิด … เพราะ พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก อย่างไร >> ในที่สุดเด็กทุกคนในโลกก็จะยอมรับได้จริงๆ แต่เขาต้องจ่ายอะไรบางอย่างออกไปด้วย การทะเลาะกันของพ่อแม่ เช่น ขว้างปาข้าวของ ตบตีลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกายสาหัส สิ่งเหล่านี้มีต้นทุนมากน้อยต่างๆ กัน แต่มีต้นทุน และคนจ่ายคือลูกของพวกคุณ

คำว่ายอมรับ ภาษาอังกฤษว่า accept คำนี้มีต้นทุน ไม่ฟรี

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

บอกลูกสั้นๆ ได้ว่าพ่อแม่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงโกรธ จึงเผลอทะเลาะกัน และจึงเผลอขว้างปาข้าวของใส่กัน  บอกเขาว่าคนเราคิดเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิดอะไร คนเราโกรธได้ไม่ผิดอะไร แต่คนเราเวลาโกรธแล้วจะทะเลาะกันหรือเปล่าควรคิดให้ดีๆ ว่าควรทำหรือเปล่า เรื่องขว้างปาข้าวของใส่กันผิดแน่ๆ ไม่มีใครควรทำทั้งนั้น ครั้งนี้พ่อแม่ทำผิด ลูกอย่าทำตาม พูดประมาณเท่านี้ได้

อย่าสัญญาว่าจะไม่ทำอีก เพราะคุณจะทำไม่ได้ ยุ่งมากยิ่งขึ้นเปล่าๆ

อย่าสั่งสอนซ้ำไปซ้ำมา เพราะคุณเสียสิทธิสั่งสอนไปแล้ว ทำให้เขาดูและให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เวลาสามีภรรยามีปากเสียงกัน อย่าใช้เหตุผล ใช้อารมณ์ล้วนๆ  คือรัก และให้อภัย ให้ดอกกุหลาบสักช่อหนึ่ง

 

บทความโดย : นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

 

อย่างไรก็ตาม Christelle Roustit นักวิจัยและทีมงานจาก INSERM ประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้ค้นพบว่า การทะเลาะกันของพ่อแม่นัั้น เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่พบนั้นมาจาก

  • การดื่มสุราและของมึนเมาทุกชนิด
  • ปัญหาด้านการเงิน
  • ปัญหาชู้สาวหรือมือที่สาม
  • ปัญหาภายในบ้านเอง
  • สมาชิกในบ้านคนใดคนหนึ่งเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้า

นอกจากนี้ ยังได้มีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Washington และ มหาวิทยาลัย Pennsylvania รายงานว่า พบว่าฮอร์โมนความเครียด หรือ Cortisol ในเด็กนั้นเพิ่มสูงขึ้น หากเด็กเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวที่พ่อแม่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ 

ครอบครัวที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก ล้วนสร้างจากความรักและความผูกพันที่น่าชื่นชม แม้จะมีช่วงเวลาที่ต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคจนต้องทะเลาะกันบ้างในบางครั้ง ก็ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยความรัก ความเข้าใจและความปรารถนาดีที่มีให้กัน ที่สำคัญอย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกอีก เพราะทุกคนได้รู้แล้วว่า สุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือลูกนั่นเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

หมอเตือน! ทัศนคติของพ่อแม่ ในการเลี้ยงลูกที่ควรระวัง

4 พฤติกรรม “สปอยล์ลูก” สุดเสี่ยงที่พ่อแม่ควรเลี่ยง

คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรพูดกับลูก ข้อคิดสะกิดใจจากคุณหมอ!!

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up