ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้

เทคนิค ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้

ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ รู้ไหมว่าคนไทยปัจจุบันนี้ป่วยเป็นภูมิแพ้กันมากขึ้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วยเป็นภูมิแพ้กันมากส่วนหนึ่งมาจากความสะอาดที่อยู่ภายในบ้าน  โดยเฉพาะกับชุดเครื่องนอนที่เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีที่จะขจัดไรฝุ่นที่อยู่ในชุดเครื่องนอนแบบได้ผลดี มาให้ทุกครอบครัวได้นำไปใช้กันค่ะ

 

ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ ไรฝุ่นคืออะไร?

ตัวไรฝุ่นหรือไรฝุ่น เป็นสัตว์ประเภท  ไร  เช่น ไรฝุ่นบ้าน ไรนก ไรหนู ไรโรงเก็บ(Storage Mite) ฯลฯ ส่วนตัวไรที่เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ คือ ตัวไรฝุ่นบ้าน (House Dust Mite) ที่สามารถพบได้หลายที่ในบ้าน เช่น ในที่นอน หมอน พรม โซฟาที่มีเบาะเป็นผ้า กองขี้ฝุ่น ฯลฯ ซึ่งตัวไรฝุ่นคือสาเหตุของโรคภูมิแพ้

ในประเทศไทยได้มีการสำรวจพบตัวไรฝุ่นในบ้านมากถึง 98 ใน 100 หลังคาเรือน ที่พบปริมาณสูงสุดในห้องนอน และในที่นอนที่ทุกคนต้องนอนสัมผัสกันอยู่ทุกคืน

ที่นอนที่ซื้อมาใหม่ๆ เมื่อใช้ไปได้ประมาณ 4-6 เดือน มีเศษผิวหนังของคนที่นอนลงไปอยู่พอสมควรแล้ว ก็มีไรฝุ่นมากพอที่จะทำให้คนที่แพ้ไรฝุ่นเกิดอาการภูมิแพ้ได้

มีการสำรวจในประเทศไทยพบว่า ร้อยละ 60ของที่นอนที่ทำการสำรวจมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นสูงกว่า 10 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม ซึ่งเท่ากับตัวไรฝุ่น 500 ตัว/ฝุ่น 1 กรัม นี่แหละที่ทำให้ทุกคนเกิดมีอาการโรคภูมิแพ้กำเริบได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ถ้าเด็กที่มีกรรมพันธุ์เป็นโรคภูมิแพ้ และได้รับไรฝุ่นในปริมาณที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการหายใจมีเสียงวี้ด (Wheeze) และโอกาสที่จะเป็นโรคหืดสูงกว่าเด็กทั่วไปเกือบ 5 เท่า1

 

เห็นแบบนี้นี้แล้วเริ่มขยาดที่นอนอันแสนสบายของเรากันบ้างไหมคะ  และที่รู้มาคือเจ้าตัวไรฝุ่นเนี่ยจะมีอาหารหลักในการเลี้ยงตัวเองให้เจริญเติบโตเป็นวายร้ายผู้แข็งแกร่ง ก็คือการกินอาหารที่ได้จากเศษผิวหนังของคนนี่แหละค่ะ รวมทั้งเศษผิวหนังของสัตว์เลี้ยงด้วย  ว่าแต่ใครเอาน้องหมา น้องแมวนอนด้วยทุกคืน อาจต้องเลี่ยงเพื่อลดเสี่ยงภูมิแพ้กันแล้วล่ะค่ะ  โดยเฉพาะกับบ้านไหนที่มีเด็กเล็กๆ ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดภายบ้าน ห้องนอน และชุดเครื่องนอน ที่ต้องซักแบบฆ่าไรฝุ่นกันเลยค่ะ

 

อ่านต่อ >> “เทคนิค ซักเครื่องนอน ขจัดไรฝุ่น สารก่อภูมิแพ้” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

มะเร็งในผู้หญิง

5 มะเร็งในผู้หญิง ที่เสี่ยงเป็นกันมาก

มะเร็งในผู้หญิง  เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนไม่อยากเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ นั่นคือโรคมะเร็ง  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวไกล แต่ปัจจุบันี้ก็ยังไม่พบว่าจะมีตัวยาหรือการรักษาใดที่จะสามารถฆ่าเชื้อมะเร็งไปจากโลกใบนี้ได้  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ห่างไกลจากโรค โดยเฉพาะกับโรค มะเร็งในผู้หญิง

 

มะเร็งในผู้หญิง ภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม!!

ภัยคุกคามทางสุขภาพคืออาการเจ็บป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย ซึ่งในปัจจุบันพบว่า “โรคมะเร็ง” คือโรคอันดับหนึ่งที่มียอดผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับทางกระทรวงสาธารณสุขออกมาเผยว่ามะเร็งเต้านมคือภัยเงียบใกล้ตัว ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยสูงเป็นอันดับ 1 ปีละเกือบ 3,000 คน ป่วยปีละกว่า 34,000 คน เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 4 คน มะเร็งเต้านมมักพบในผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป1

 

นี่คือความน่ากลัวของมะเร็ง ที่ส่วนมากมักจะได้ยินว่าคนที่จะเป็นมะเร็งได้ต้องมาจากกรรมพันธุ์เท่านั้น ซึ่งในความจริงแล้วหากคนในครอบครัวไม่ได้มีประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง คุณหรือคนในครอบครัวคนอื่นๆ ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการใช้ชีวิตของเราทุกคน ที่ไม่ได้ใส่ใจกับการดูแลสุขภาพ ไม่รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์กับร่างกาย  มีภาวะเครียดในเรื่องต่างๆ สะสม  ไม่ใส่ใจกับการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งไม่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้เรียกว่าโรคทำตัวเอง คือรู้ว่าอะไรดีต่อสุขภาพมักมองข้ามไม่ใส่ใจ เมื่อร่างกายทนไม่ไหวก็จะฟ้องออกมาด้วยอาการเจ็บป่วยที่อาจเริ่มจากเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ จนหนักมากขึ้นจนถึงขั้นรักษาไม่หายเลยก็มี โดยเฉพาะกับโรคมะเร็งที่ถือเป็นภัยสุขภาพร้ายแรง

 

สำหรับผู้หญิงทั่วไป และผู้หญิงที่เป็นแม่ อาจจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นกว่าปกติ เพราะร่างกายหลังคลอดหากไม่ดูแลให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา โรคมะเร็งก็ถามหาได้ อย่างมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ  และเพื่อให้ผู้หญิงทุกคนได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งในผู้หญิง ผู้เขียนมีโรคมะเร็งที่มักพบว่าเป็นในผู้หญิงมากที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้เฝ้าระวัง และเตรียมสุขภาพให้แข็งแรงกันในทุกๆ วันค่ะ

 

อ่านต่อ >> “5 มะเร็งในผู้หญิง ที่เสี่ยงเป็นกันมาก” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์

15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ลูกใช้ดี แม่ใช้ได้

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ หากจะพูดถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันทาผิว ที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ จนมาถึงรุ่นที่เราเป็นแม่แล้ว ใช้กับทั้งผิวเราเองและกับผิวลูก เชื่อว่าแม่ๆ ต้องรู้จักกันดีกับ เบบี้ออยล์ ที่ต้องบอกว่าไม่ได้มีดีแค่ใช้ทาผิวเท่านั้น ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ มาบอกต่อให้ทุกครอบครัวทราบกันค่ะ

 

ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ไม่ได้มีดีแค่ทาผิว

ส่วนมากแล้วเราจะคุ้นเคยอยู่กับการนำเอาเบบี้ออยล์มาผิวเด็กที่สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึงเด็กโตก็ยังใช้ได้ดีอยู่ จนบางทีก็นึกไม่ออกว่านอกจากจะทาผิวเด็กเล็กๆ แล้วจะใช้ประโยชน์อะไรได้อีกกับเบบี้ออยล์  ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วเจ้าน้ำมันใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้สารพัดมาก  แล้วถึงแม้ชื่อจะบอกว่าเบบี้ออยล์ แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ใช้ได้ดีเหมือนกันค่ะ

 

15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์ ลูกใช้ดี แม่ใช้ได้

1. ขจัดไขมันที่ศีรษะลูกวัยทารก

เป็นเรื่องปกติที่ทารกแรกคลอดจะมีไขมันติดที่ศีรษะ ซึ่งความจริงแล้วไขมันนี้ไม่อันตรายกับลูกค่ะ และจะค่อยๆ หลุดไปเองตามธรรมชาติ แต่ก็อาจจะใช้เวลาสักนิด แม่บางคนใจร้อนเลยแคะ แกะให้ลูก  แนะนำว่าไม่ควรทำแบบนี้นะคะ เพราะผิวหนังบนศีรษะลูกยังอ่อนอยู่อาจได้รับบาดเจ็บถลอกเลือดออกได้ค่ะ  ถ้าอยากจะให้ไขมันหลุดออกเร็วลองเปลี่ยนมาใช้เบบี้ออยล์ 1-2 หยดลงบนสำลีแล้วเช็ดเบาๆ เอาไขมันที่ศีรษะลูกออกจะดีมากกว่าการแคะหรือแกะค่ะ

 

2. น้ำมันนวดทารกให้สบายตัว

เป็นที่รู้กันดีว่าการนวดตัวให้ลูกวัยทารก จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี แถมยังทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับได้ง่ายด้วย น้ำมันนวดที่ปลอดภัยกับลูกไม่ต้องไปมองหาที่ไหนค่ะ  เพราะเบบี้ออยล์เป็นน้ำมันนวดตัวลูกชั้นดี คุณแม่ลองหาเบบี้ออยล์ที่กลิ่นหอมอ่อนโยนใช้กับผิวลูกกันดูนะคะ

 

อ่านต่อ >> “15 ประโยชน์จากเบบี้ออยล์” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกฟันหลุดรักษาได้อย่าทิ้ง! (อาจต่อได้)

ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้ หรือไม่? …หากลูกวัยซนของคุณแม่ ประสบอุบัติเหตุ ทำให้ฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นไม่นาน ต้องหลุดออกจากเบ้าฟันขึ้นมา เชื่อไหมคะว่า หากเก็บและดูแลอย่างถูกต้อง สามารถนำฟันกลับมาต่อให้เหมือนเดิมได้ค่ะ เรื่องนี้ ทพญ.อาทิตยา กายพันธุ์เลิศ ทันตแพทย์สำหรับเด็กจะมาให้ความรู้ที่ถูกต้อง เมื่อลูกรักมีเหตุให้ฟันแท้หลุดออกมาทั้งซี่ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติ และปฏิบัติดังนี้ค่ะ

รู้หรือไม่? ลูก ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้

ฟันแท้หลุด ใส่คืนได้

ก่อนอื่นถ้าคุณแม่พบว่า ลูกฟันแท้หลุด อย่าตกใจ รีบสำรวจในช่องปาก ถ้าพบว่าฟันหลุดออกมาจากเบ้ากระดูก รีบหาฟันให้พบโดยเร็ว โดยจับฟันอย่างเบามือและพยายามจับที่ตัวฟัน ห้ามจับรากฟัน เพราะอาจทำให้เซลล์เสียหาย ซึ่งจะทำให้การปลูกฟันไม่ประสบความสำเร็จ แล้วให้ปฏิบัติดังนี้

  1. หาฟันให้เจอ เมื่อเจอแล้วให้ใช้นิ้วจับที่ตัวฟัน (ส่วนสีขาว) ไม่จับที่รากฟัน (ส่วนสีเหลือง)
  2. ให้ใส่ฟันกลับเข้าที่ทันที ถ้าเป็นไปได้
  3. ในกรณีฟันมีสิ่งสกปรกติดอยู่ จับตัวฟันที่หลุดแล้วรีบนำไปล้าง โดยให้เปิดก๊อกน้ำ แล้วนำฟันไปผ่านน้ำสะอาดเบาๆ ประมาณ10 วินาทีและใส่ฟันกลับเข้าที่เดิม ซึ่งขั้นตอนนี้สามารถทำได้โดยตัวเด็กเองหรือผู้ใหญ่ กรณีนี้เวลาล้างห้ามขัด ถู ฟันซี่นั้นเด็ดขาด เนื่องจากการขัดถูจะทำอันตรายเซลล์ที่ผิวรากฟัน แค่ผ่านน้ำสะอาดเบาๆ ก็พอ
  1. ใส่ฟันให้เข้าที่เดิมและให้เด็กกัดผ้าเช็ดหน้าเพื่อให้ฟันคงอยู่ในตำแหน่งและรีบไปพบทันตแพทย์ทันที

    อ่านต่อ >> “วิธีใส่ฟันแท้ให้ลูก เมื่อเกิดอุบัติเหตุหลุดออกมา” คลิกหน้า 2


อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ คลิก!

10 อันดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก ปี 2559

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้รวบรวมสถิติข้อมูลเกี่ยวกับ อาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน และอุบัติเหตุของเด็กๆ อายุตั้งแต่ 1 ขวบ ไปจนถึง 15 ปี ตลอดปีพ.ศ.2559 พบว่ามีเด็กเจ็บป่วยฉุกเฉินทั้งหมด 156,525 คน ซึ่งเป็นการเจ็บป่วยฉุกเฉินเกี่ยวกับกุมารเวชกรรมมากที่สุด

Continue reading “10 อันดับอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินในเด็ก ปี 2559”

พาลูกเที่ยวญี่ปุ่น

พาลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตะลุย 8 แหล่งเรียนรู้ในโตเกียว

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ครอบครัวคนไทยเลือกเดินทางเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากใช้เวลาบินไม่นาน การเดินทางภายในประเทศซึ่งเอื้อต่อเด็กทุกวัยนับว่าสะดวกสบาย ปลอดภัย มีสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งยังเป็นสวรรค์ของเหล่า “แหล่งเรียนรู้” ที่สนุกสุขสันต์ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น สวนสนุก สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ สวนน้ำ ฯลฯ เมื่อคิดจะ พาลูกเที่ยวญี่ปุ่น มาดูกันว่า มีแหล่งเรียนรู้ในโตเกียว ที่ไหนน่าสนใจบ้าง Continue reading “พาลูกเที่ยวญี่ปุ่น ตะลุย 8 แหล่งเรียนรู้ในโตเกียว”

ส่อง 15 ลูกดารา ในชุดจีนสุดน่ารัก ส่งความสุขรับตรุษจีน 2560

วันตรุษจีน 2560 …ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ วันตรุษจีนนี้ คุณพ่อคุณแม่ดารา ต่างพาลูกๆ มาอวดโฉมในชุดจีนสุดน่ารัก จะมีใครบ้าง ตามไปดูกันได้เลย

Good to know : ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊ = เป็นคำอวยพรที่เรามักจะได้ยินกันในช่วงเทศกาลตรุษจีน อันหมายถึงขอให้ปีนี้เป็นปีที่ร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติเพิ่มพูน เฟื่องฟูขึ้น สมปรารถนา และขอให้ได้อั่งเปาเยอะๆ

ตรุษจีนปีนี้ (28 มกราคม 2560) Amarin Baby & Kids ขอส่งความน่ารักสดใสมาทักทาย กับภาพของบรรดาทายาทคนบันเทิงสุดน่ารัก ที่พาเหรดกันมาแต่งชุดแบบจีน ทั้งกี่เพ้าและชุดสไตล์จีนแบบเก๋ ๆ เพื่อร่วมกันส่งความสุขในช่วงตรุษจีนให้แฟน ๆ และคนรักเด็กได้ชมกันแบบเต็มอิ่ม

…จะมีทายาทคนบันเทิงคนไหนบ้าง แล้วหนูน้อยแต่ละคนในชุดจีน จะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน ตามไปชมภาพกันได้เลยค่ะ ^^

15 ลูกดาราในชุดจีนสุดน่ารัก ส่งสุขรับ วันตรุษจีน 2560

วันตรุษจีน 2560

คนแรกไปพบกับ หนุ่มลูกครึ่งอารมณืดี น้องดีแลน เด็กยักษ์ของแม่ลิเดีย กลายเป็นอาตี๋ยักษ์สุดน่าฟัดไปแล้ว มาพร้อมแคปชั่น Happy Chinese New Year! 🐓🐓 ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดไช้ [เครดิตภาพจาก IG : @dylandeane_official]

วันตรุษจีน 2560อาหมวยเป่าเปา ของคุณแม่กุ๊บกิ๊บ หมวยแบบไม่ได้ตั้งใจ จริง ๆ นะคะ ^^ [เครดิตภาพจาก IG : @bankhun]

วันตรุษจีน 2560

น้องริชา สาวน้อยของแม่แอน มาในชุดกี่เพ้า แต่เค้าโคร่งหน้าลูกครึ่ง น่ารักอย่างลงตัว ซึ่งแม่แอนเผยในแคปชั่นว่า >> อังเปาปีแรกของริชา🐒😁ริชาก็หมวยนะคะรู้ยัง [เครดิตภาพจาก IG : @ann_laisuthruklai]

♥ อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!

คลิกชมภาพ >> “ลูกดาราในชุดจีนสุดน่ารัก ส่งสุขรับวันตรุษจีน 2560″ คลิกหน้า 2

สิทธิประกันสังคมฟรี

ต้องรู้! สิทธิประกันสังคมฟรี ที่เพิ่มมาในปี 2560

ในปี 2560 นี้ คุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นสวัสดิการเพิ่มเติม 2 รายการ คือ การตรวจสุขภาพฟรีประจำปี และการรักษาทางทันตกรรมที่มีการเพิ่มวงเงินให้สามารถรักษาฟรีตามวงเงินที่กำหนด เราไปดู สิทธิประกันสังคมฟรี กันค่ะ

Continue reading “ต้องรู้! สิทธิประกันสังคมฟรี ที่เพิ่มมาในปี 2560”

สอนลูกปกป้องร่างกาย

สอนลูก หวงร่างกาย อย่ารอจนสายเกินไป!

คลิปรณรงค์การปกป้องลูกจากการถูกละเมิดทางเพศ เตือนใจแม่ที่มีลูกสาว ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่คุณจะต้องสอนลูกให้ หวงร่างกาย และรู้จักปกป้องตัวเองจากการถูกละเมิดทางเพศ อย่ารอจนสายเกินไป

คลิปต่อไปนี้จำลองเหตุการณ์ครูผู้ชายคนหนึ่ง ชวนหนูน้อยเด็กนักเรียนหญิงร้องเพลง Itsy-Bitsy Fingers พร้อมทำท่าทางประกอบ และถือโอกาสสัมผัสร่างกายของหนูน้อย โดยในตอนจบมีข้อความทิ้งท้ายเตือนใจพ่อแม่ว่า  “ถ้าคุณไม่สอนลูกให้ปกป้องร่างกายตัวเอง คนอื่นจะมาสอนให้!”

เราเชื่อเหลือเกินว่า หากคุณแม่ที่มีลูกสาว ได้ดูคลิปนี้ คุณจะเกิดคำถามกับตัวเองว่า ควรทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดกับลูกของคุณ และจะเริ่มต้นอย่างไร? ไปดูกันเลยค่ะ

ปัญหาเด็กถูกละเมิดทางเพศ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน และไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากให้เกิดเรื่องไม่ดีกับลูกของตน คุณพ่อคุณแม่จึงควรเริ่มต้นสอนลูกให้รู้จักการป้องกันตัวเอง สอนให้รู้จักความสำคัญของสรีระร่างกายตนเองและไม่ให้ใครมาแตะต้องตัวได้ง่ายๆ ซึ่งเมื่อก่อนเราอาจถูกสอนว่า ให้ระวังคนแปลกหน้า แต่ในชีวิตจริงและจากสถิติของเด็กที่ถูกละเมิดทางเพศนั้น ส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดก็คือ คนที่เด็กรู้จักและคุ้นเคยนั่นเอง

Amarin Baby & Kids จึงขออนุญาตนำบทความจาก เพจ Dad Mom and Kids ซึ่งคุณหมอได้ให้นำแนะนำไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

สอนลูก หวงร่างกาย By พญ.สาริณี

เรื่องที่พ่อแม่ต้องสอนลูกมีเป็นร้อยเป็นพันอย่าง กว่าลูกจะเติบโตไปมีชีวิตของตัวเอง หนึ่งในหลายๆ เรื่องที่สำคัญ จำเป็นต้องสอน ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ คือ สอนให้ลูกป้องกันตัวเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ให้จงได้

ตัวช่วยในการป้องกัน คือ การสอนลูกไม่ว่าลูกชาย หรือลูกสาวให้ “หวงร่างกายของตน” ขอให้พ่อแม่ลงมือสอนลูกตามนี้

1. สอนให้เรียกชื่อ “อวัยวะ” ของร่างกาย ด้วยคำที่ “ถูกต้อง” ทันทีที่ลูกมีภาษาพูด

เพื่ออะไร ??? ก็เพื่อให้ลูกสื่อสารกับพ่อแม่ได้อย่างถูกต้องว่า มีอะไรไม่ปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา

คำกลางๆ ที่พวกเราใช้เป็นปกติ เช่น จู๋ จิ๋ม ก้น หัวนม นม สำหรับอวัยวะที่ข้องเกี่ยวกับเรื่องเพศ นั่นใช้ได้ดีอยู่แล้ว และไม่ได้เรียกยากจนเกินไป

อวัยวะอื่นๆ ก็สอนไปตามปกติ อย่าให้มีคำพิสดารเกินเหตุ เพราะถ้าเด็กจำเป็นต้องไปสื่อสาร หรือขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เดี๋ยวจะไม่มีใครเข้าใจ

เมื่อลูกโตขึ้นเข้าชั้นประถม ได้เรียนรู้คำที่เป็นวิชาการมากขึ้น ก็ต้องสอนลูกเพิ่มเติม อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไม่ควรพูด

หวงร่างกาย

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

2. ให้ลูกใส่ชุดว่ายน้ำแบบ one piece

คือ ชุดว่ายน้ำของผู้หญิงแบบที่พวกเรารู้จัก วาดรูปให้เด็กผู้ชายดูก็ได้ สอนลูกทุกคนว่า อวัยวะที่อยู่ภายใต้ชุดนี้ คือ ของส่วนตัว ไม่อนุญาตให้ใครมาแตะต้องทั้งสิ้น

มีแค่พ่อแม่ และตัวลูกเองเท่านั้น ที่สามารถสัมผัสได้ และพ่อแม่อยู่ๆ จะไม่ไปจับ ต้องมีเหตุผลเสมอ เช่น อาบน้ำ ล้างก้นให้ลูก เป็นต้น

ถ้าไปหาหมอ จำเป็นต้องตรวจบริเวณเหล่านี้ พ่อแม่จะอยู่กับลูกทุกครั้ง

3. สอนลูกให้ “บอกพ่อแม่” เสมอ เวลามีใครมาขอดู ขอจับ หรือโชว์ของส่วนตัว กับลูก

ลูกต้องไม่ปล่อยให้ใครมาสัมผัสเด็ดขาด แม้ว่าเขาจะเป็นญาติ พี่เลี้ยง ครู หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆ ของลูกเอง

ลูกถูกละเมิดทางเพศ

4. สอนลูกว่า ระหว่างพวกเรา พ่อ แม่ ลูก และพี่น้องของลูก ต้อง “ไม่มีความลับ” ต่อกัน

สมมุติคุณปู่มาบอกลูกว่า ปู่จะพาไปกินไอติม แต่หลานต้องเก็บเป็นความลับนะ สอนให้ลูกบอกปู่ว่า “พ่อกับแม่สอนไม่ให้มีความลับในบ้านค่ะ”

5. สอนให้ลูก “เคารพ” สิทธิในร่างกายของคนอื่นด้วย 

ถ้าลูกจะไปถูกเนื้อถูกตัวใครให้ขอก่อน ถ้าใครบอกให้ “หยุด” ลูกต้องหยุด

เวลาเล่นกับพี่กับน้องก็เหมือนกัน ถ้ามีใครขอให้หยุดโดนตัวกัน ต้องหยุดเสมอ เราจะไม่ฝืนใจคนอื่น

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ>> สอนลูก “หวงร่างกาย” ตัวเอง คลิกหน้า 2

ลูกติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพราะล้างไม่สะอาด

จากประสบการณ์ของคุณแม่ที่มีลูกสาววัย 1 ขวบ 11 เดือน ลูกติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพราะล้างก้นไม่สะอาด จนทำให้เชื้อย้อนเข้าไปในทางเดินปัสสาวะ และชอบกลั้นปัสสาวะ เพราะติดเล่นมากจนเกินไป จึงทำให้ลูกติดเชื้อได้ง่ายขึ้น คุณแม่จึงมาแชร์ประสบการณ์ไว้เป็นอุทาหรณ์

Continue reading “ลูกติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพราะล้างไม่สะอาด”

ลูกถ่ายเหลว หรือ อาเจียน

7 เรื่องควรรู้ ลูกถ่ายเหลว หรือ อาเจียน

ลูกถ่ายเหลว หรือ อาเจียน  สุขภาพลูกรักเป็นเรื่องสำคัญ บ่อยครั้งที่ลูกเล็กมักเจ็บป่วยโดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร จนทำให้ถ่ายเหลว อาเจียนออกมา ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำจาก คุณหมอปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ  และเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก ในการดูแลลูกหากมีอาการถ่ายเหลว หรือ อาเจียน

 

ลูกถ่ายเหลว หรือ อาเจียน เกิดจากสาเหตุใด?

การถ่ายเหลว  อาเจียน ที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ นั้น มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ที่ติดเชื้อจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากกว่าปกติ ลำไส้มีการบีบตัว ขณะที่ลำไส้บีบตัวจะดันเอาอาหารและน้ำออกมา ร่างกายจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการอาเจียนออกมา  ซึ่งในที่นี้จะเป็นผลให้มีการถ่ายเหลวมากกว่าปกติด้วยเช่นกัน

และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจถึงวิธีการดูแลเมื่อลูกป่วยด้วยสาเหตุการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร จนทำให้ลูกอาเจียน ถ่ายเหลวออกมา ซึ่ง แพทย์หญิงปุษยบรรพ์ สุวรรณคีรี คุณหมอแพม กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ1 ได้ให้คำแนะนำที่พ่อแม่ควรรู้ในการดูแลลูก ดังนี้

 

อ่านต่อ >> “7 เรื่องควรรู้เมื่อลูกถ่ายเหลว อาเจียน” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกเสียชีวิตในครรภ์

ลูกน้อยเสียชีวิตในครรภ์ ภาวะที่คุณแม่ต้องระวัง

เสียงหายใจของลูกน้อยที่ดังก้องออกมาจากเครื่องฟังขยายเสียงบนหน้าท้องของคุณแม่ เป็นเสียงสวรรค์สำหรับคุณแม่ทุกคน เพราะนั่นแสดงว่าลูกของเรายังมีชีวิตอยู่ในท้อง แต่ก็มีคุณแม่บางคนที่ไม่โชคดีเช่นนั้น เมื่อคุณแม่พบว่าลูกไม่ดิ้น เพราะ ลูกเสียชีวิตในครรภ์ มานานแล้ว

Continue reading “ลูกน้อยเสียชีวิตในครรภ์ ภาวะที่คุณแม่ต้องระวัง”

ผ่าคลอด กับ คลอดเอง

ผ่าคลอด กับ คลอดเอง แบบไหนดีกว่ากัน?

ผ่าคลอด กับ คลอดเอง แม่ท้องจำนวนไม่น้อยนึกสงสัยและลังเลใจว่า ตัวเลือกไหนที่จะปลอดภัยและดีกว่า ระหว่างการผ่าคลอด หรือ คลอดธรรมชาติ ซึ่งแต่ละวิธีต่างก็มีข้อดี ข้อเสีย และประโยชน์ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อเท็จจริงของทั้งสองตัวเลือกในการคลอดลูกมาฝากกันค่ะ

 

ผ่าคลอด กับ คลอดเอง  – คลอดลูกอย่างไรให้ปลอดภัย?

การคลอดลูกที่ดีที่สุดคือการคลอดตามธรรมชาติ ถือเป็นมาตรฐาน และมีความปลอดภัยสูง ในขณะที่การผ่าตัดคลอดก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับการทำคลอดเช่นกัน ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการทำคลอดคือ “แม่รอด ลูกปลอดภัย” ดังนั้นการเลือกวิธีจึงต้องขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ

 

แต่ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าอัตราการผ่าคลอดทางหน้าท้องมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เนื่องจากมีการร้องขอจากคุณแม่และญาติในการกำหนดวันเวลาที่จะคลอดตามฤกษ์ หรือตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ ซึ่งในตอนนี้กลายเป็นค่านิยมไปเสียแล้ว ถึงแม้คุณแม่มีสิทธิ์เลือกได้ว่าอยากจะคลอดแบบไหน แต่ในฐานะสูตินรีแพทย์ หรือแม้กระทั่งนโยบายของภาครัฐ ก็ยังคงสนับสนุนให้ทำคลอดโดยยึดตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์มากกว่าความเชื่อเรื่องดวงหรือโหราศาสตร์อยู่ดี

 

สำหรับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่กล่าวถึงนั้น ยกตัวอย่างเช่น ครรภ์เป็นพิษ เด็กตัวใหญ่เกินไป อุ้งเชิงกรานของคุณแม่เล็ก ความดันโลหิตสูง เด็กเจริญเติบโตช้าในครรภ์ น้ำคร่ำน้อย ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนดเป็นเวลานานๆ หรือแม้กระทั่งมีภาวะการคลอดผิดปกติอย่างปากมดลูกเปิดช้า ฯลฯ เหล่านี้คือข้อบ่งชี้ที่แพทย์มักแนะนำให้คุณแม่ผ่าตัดคลอดทั้งสิ้น ซึ่งการผ่าตัดคลอดในปัจจุบันค่อนข้างปลอดภัยกว่าในอดีต เพราะเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์และทารกในครรภ์ก้าวหน้ามากขึ้น รวมถึงเทคนิคการผ่าตัด เครื่องมือทันสมัย และบุคลากรที่มีฝีมือด้วย ส่วนคุณแม่ที่มีสุขภาพดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ก็สามารถคลอดธรรมชาติได้อย่างไม่มีปัญหา หากไม่กลัวเจ็บไปเสียก่อน

 

อ่านต่อ >> “ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่าคลอด กับ คลอดธรรมชาติ” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ภาวะกระบอกตาห่างแต่กำเนิด

ภาวะกระบอกตาห่างแต่กำเนิด อาการ และการรักษา !!

ภาวะกระบอกตาห่างแต่กำเนิด  เรื่องที่พ่อแม่ทุกคนภาวนาให้ลูกในท้อง คือ ขอให้ลูกคลอดออกมาครบ 32 ประการ อย่ามีโรคภัยไข่เจ็บ อย่ามีความผิดปกติใดๆ กับลูกนี่คือสิ่งที่ปราถนาของพ่อแม่ แต่ใครจะว่าบางครั้งความผิดปกติอาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้รู้มาก่อนล่วงหน้า  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีหนึ่งอาการที่สามารถเกิดขึ้นกับลูกได้ตั้งแต่แรกเกิดนั่นคือภาวะ “ตาห่างแต่กำเนิด”

 

ภาวะกระบอกตาห่างแต่กำเนิด อาการ?

ตาห่างแต่กำเนิด (Hyperteolorism) คือ อาการที่กระบอกตา(หรือเบ้าตา) มีความห่างกันมากกว่าปกติ  ซึ่งส่วนใหญ่จะพบร่วมกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณกึ่งกลางใบหน้า เช่น โรคใบหน้าแหว่งแต่กำเนิด โรคงวงช้าง โรค Apert เป็นต้น

 

ในเด็กแรกเกิดที่มีภาวะตาห่างแต่กำเนิด จะส่งผลกระทบทำให้มีใบหน้าผิดรูป และทำให้มีความผิดปกติของพัฒนาการด้านการมองเห็น ที่เด็กอาจไม่สามารถใช้ตาทั้งสองข้างในการมองวัตถุต่างๆ ไม่สามารถมองภาพเป็นสามมิติ และอาจเป็นเหตุให้มีการเลือกใช้เฉพาะตาข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้างหนึ่ง ส่งผลกระทบให้ตาข้างที่ไม่ได้ใช้ก็จะเสื่อมสภาพ  ดังนั้นจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการรักษาโดยเร็วตั้งแต่แรกเกิด1

 

Must Read !! : 15 อาหาร บำรุงสุขภาพ สายตาลูกน้อย

Must Read !! : ติดจอมากเกินไป ระวังภัย “สายตาล้าเรื้อรัง”

 

อ่านต่อ >> “การรักษาภาวะตาห่างแต่กำเนิด” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

3 คาถาบูชาพ่อแม่! ให้ลูกสวดได้ทุกวัน เพื่อชีวิตที่ราบรื่น…

คาถาสวดบูชาพ่อแม่ … สมเด็จโต ได้เทศน์แก่ รัชกาลที่ 4 ไว้ว่า “…พระอรหันต์ คือ พระผู้ประเสริฐ คนเราทั้งหลายพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐ เพียงหวังยึดท่าน เกาะผ้าเหลืองเกาะหลังท่าน เพื่อให้ท่านพาไปสู่ความสุข แม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า คนเราก็ยังคงดั้นด้น ดิ้นรนไปหา เพื่อหวังเพื่อยึดเหนี่ยวบูชา แต่พระที่อยู่ภายในใกล้ตัวที่สุดกลับมองข้าม มองไม่เห็นเหมือนใกล้เกลือกินด่าง อีกน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อลูก มีแต่ความบริสุทธิ์ ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน เช่นเดียวกับพระอรหันต์ที่ให้ต่อมนุษย์ ที่มีความบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน พ่อ แม่ จึงเปรียบเสมือนพระอรหันต์ของ ลูก”

ดังนั้น หากคุณมีจิตกุศลคอยทำบุญทำทานแก่ผู้อื่น ที่สำคัญต้องอย่าละเลย “พระ” ในบ้าน อย่างพ่อแม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกกตัญญูทุกคนพึงที่จะทำ Amarin Baby & Kids จึงขอนำคาถา “บูชาพ่อแม่” มาฝากทุกคน สามารถสวดได้ทุกวันไม่ต้องรอ วันสำคัญใดใด สวดให้เหมือนกับที่พ่อแม่ได้ดูแลทะนุถนอมเราทุกวัน

คาถาสวดบูชาพ่อแม่ สวดทุกวันก่อนนอน เพื่อชีวิตที่ราบรื่น

“การสวดคาถาบูชาพ่อแม่” ควรทำทุกครั้งก่อนนอน โดยอานิสงส์ที่สวดนี้จะทำให้คุณและครอบครัวมีความสุข หรือหากเป็นวันสำคัญอย่างวันพ่อหรือวันแม่ จะนำพวงมาลัยพร้อมกับคาถาบูชาพ่อแม่ไปสวดพร้อมกันเลยก็ได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่ได้แล้ว

Must read10 เทคนิคสอนลูกให้เป็นเด็กกตัญญู

โดยขั้นตอนการสวด ควรตั้งจิตให้แน่วแน่แล้วกล่าวตามนี้

1. (ตั้งนะโม 3 จบ) อิมินาสักกาเรนะ ข้าขอกราบสักการะบูชา อันพระบิดร มารดา ตัวข้าขอน้อมระลึกคุณ ท่านมีเมตตาการุณ อุปการะคุณต่อบุตรธิดา ท่านให้กำเนิดลูกมา ทั้งการศึกษาและอบรม ถึงแม้ลำบากขื่นขม ทุกข์ระทมสักเพียงใด ท่านไม่เคยหวั่นใหว ต่อสิ่งใดที่ใด้เลี้ยงมา พระคุณท่านล้นฟ้า ยิ่งกว่าธาราและแผ่นดิน ข้าขอบูชาเป็นอาจิณ ตราบจนสิ้นดวงชีวา ขอปวงเทพไท้รักษา อันพระบิดรมารดาของข้า เทอญ…

อ่านต่อ >> คาถาบูชาพ่อแม่ บทที่ 2 และ 3 ที่ลูกควรสวดทุกวันก่อนนอน เพื่อชีวิตที่ราบรื่น” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จัดบ้านเสริมดวงให้ครอบครัว ตามสไตล์ญี่ปุ่น

หลายๆ ครอบครัว มีความเชื่อว่าการ จัดบ้านเสริมดวง จะช่วยให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุข มีโชคลาภ เป็นการเสริมดวงให้ชีวิต การงาน การเงิน เพิ่มพูนขึ้นมา Amarin Baby & Kids จึงมีเคล็ดลับในการจัดบ้าน และทำความสะอาดบ้านมาฝากคุณพ่อ คุณแม่ ให้ได้รับทรัพย์กันทุกคน

Continue reading “จัดบ้านเสริมดวงให้ครอบครัว ตามสไตล์ญี่ปุ่น”

อุ้งเชิงกรานแคบ

ไขข้อข้องใจ! อุ้งเชิงกรานแคบ คลอดเองได้ไหม

คำถามหนักใจที่มักเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความมุ่งมั่นอยากจะคลอดลูกเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อรู้ว่า ลักษณะของอุ้งเชิงกรานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คลอดเองได้ลำบากหรือในบางท่านก็ไม่สามารถทำได้เลย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง มาดูข้อมูลเหล่านี้ประกอบกันค่ะ แล้วจะรู้ว่า อุ้งเชิงกรานแคบ จะคลอดเองได้ไหม Continue reading “ไขข้อข้องใจ! อุ้งเชิงกรานแคบ คลอดเองได้ไหม”

สิ่งที่ห้ามเข้าไมโครเวฟ

ระวัง 11 ภาชนะ ห้ามใส่อาหารเข้าอุ่นไมโครเวฟ อันตรายต่อสุขภาพลูกน้อย

สิ่งที่ห้ามเข้าไมโครเวฟ …เตาไมโครเวฟ กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่คุณแม่มักเลือกมีติดบ้านเอาไว้ เนื่องจากสามารถใช้งานได้ง่าย ทำอาหารได้หลากหลาย สร้างความสะดวกสบายได้เป็นอย่างมาก หากต้องอุ่นหรือทำอาหารให้ลูกน้อย

แต่เตาไมโครเวฟก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้เช่นกันหากใช้อย่างไม่ถูกวิธี ซึ่งสิ่งที่หลายคนมักกังวลก็คือเรื่องของภาชนะที่จะใส่อาหารเพื่อนำเข้าไปอบในไมโครเวฟ เนื่องจากภาชนะที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหาร และอาจทำให้ไมโครเวฟพังเสียหายได้ แต่จะมีภาชนะอะไรบ้างที่ห้ามนำใส่ในไมโครเวฟไปดูกันค่ะ

11 สิ่งที่ห้ามเข้าไมโครเวฟ เสี่ยงพังและอันตรายต่อสุขภาพ

สิ่งที่ห้ามเข้าไมโครเวฟ

1. ภาชนะใส่อาหารที่ทำจากพลาสติก

การนำพลาสติกไปใช้งานผิดวิธี จะทำให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภคได้ เนื่องจากภายในพลาสติกมีสารเคมีที่ช่วยทำให้พลาสติกเกิดความยืดหยุ่นได้ที่เรียกว่า “สาร plasticizer” สารตัวนี้อาจถูกปลดปล่อยออกมาปนเปื้อนกับอาหารในระหว่างการให้ความร้อนด้วยรังสีไมโครเวฟได้ และจะอันตรายมากยิ่งขึ้นในอาหารที่มีไขมันสูง นอกจากนี้ ยังมีสารอันตรายอีกตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “acetaldehyde” สารตัวนี้เป็นสารระเหยที่เกิดขึ้นได้เมื่อพลาสติกประเภท PET ถูกหลอมเหลวด้วยความร้อน ซึ่งผลของมันจะทำให้อาหารที่บรรจุอยู่ภายในมีกลิ่นและรสที่เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ภาชนะแบบพลาสติก ก็มีอยู่หลายชนิด หากต้องการนำภาชนะพลาสติกมาใช้เพื่ออุ่นอาหารในไมโครเวฟละก็ ก็ควรที่จะเลือกภาชนะพลาสติกที่ระบุว่าสามารถใช้ในโครเวฟได้ค่ะ

2. ภาชนะจากโฟม

กล่องโฟม ก็เล่นเดียวกับพลาสติก ซึ่งจะมีสารประกอบที่สามารถหลอมเหลวและติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จนอาจจะเกิดระเบิดเปรี้ยงปร้างขณะอุ่นในไมโครเวฟและทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้

สิ่งที่ห้ามเข้าไมโครเวฟ

3. กล่อง – ถุงกระดาษ

กล่องและถุงกระดาษควรอยู่ให้ไกลจากไมโครเวฟ เพราะถ้าหากนำทั้งสองสิ่งนี้เข้าไปในไมโครเวฟ  จะทำให้ไฟไหม้ไมโครเวฟได้เลย แถมสารเคมีที่อยู่ในกระดาษก็ยังจะตลบอบอวลเต็มตู้ ซึ่งถ้าหากนำอาหารไปอุ่นต่อ สารเคมีเหล่านั้นก็จะลงไปอยู่ในอาหารนั่นเอง

4. ถ้วยโยเกิร์ต

ถ้วยโยเกิร์ตเป็นภาชนะที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้เนื่องจากมันไม่ทนทานต่อความร้อนสูง ถ้าหากเรานำเข้าไมโครเวฟ ถ้วยเหล่านี้ก็จะละลาย แถมสารเคมีที่มีในเนื้อถ้วยนั้นก็เป็นอันตรายอีกด้วย

5. เหล็ก หรืออะลูมิเนียม

แค่เพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ของภาชนะ ถ้าหากมีส่วนของเหล็กหรืออะลูมิเนียม อาจจะทำให้ไมโครเวฟของคุณระเบิดได้ เพราะแค่เพียงส่วนเล็ก ๆ ก็สามารถจะส่งผ่านพลาสมาไปยังไมโครเวฟและทำให้เกิดการช็อตจนอาจจะระเบิดได้

อ่านต่อ >> ภาชนะที่ห้ามนำมาใส่อาหารเข้าอุ่นไมโครเวฟ” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่