เลี้ยงลูกแบบไหนดี

เป็น “ดาวฤกษ์” หรือ “หลุมดำ” เลี้ยงลูกแบบไหนดี โดย พ่อเอก

ผมเพิ่งอ่านหนังสือเล่มสุดท้ายที่คุณ Stephen Hawking คนที่ว่ากันว่า ฉลาดที่สุดนับจากไอน์สไตน์ เขียนก่อนลาจากโลกใบนี้ไปจบลง หนังสือชื่อว่า Brief Answers to the Big Questions เขียนโดย หนังสือเป็นเรื่องราวคำถามเกี่ยวกับจักรวาล ในหนังสือ มีตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ หลุมดำ (black hole) ซึ่งขณะที่ผมกำลังอ่านท่อนหนึ่งในบทนั้น จู่ๆ เนื้อหาก็สะกิดให้คิดถึงการเลี้ยงลูกและระบบการศึกษาของเราขึ้นมาว่าเราควร เลี้ยงลูกแบบไหนดี ให้ลูกมีความสุข เนื้อหาโดยย่อในท่อนนั้นจะเป็นประมาณนี้ (หากแปลสำนวนไม่ถูกต้อง ต้องขออภัยด้วยครับ)

‘การสนทนาเรื่องหลุมดำครั้งแรกเกิดขึ้นในปี คศ. 1783 โดยคุณจอห์น มิทเชล เขากล่าวว่าหากเรายิงวัตถุขึ้นไปในอากาศ มันจะถูกดึงให้ค่อยๆ ช้าลงด้วยแรงดึงดูดของโลก ในที่สุดจะหยุดเคลื่อนที่ขึ้นและตกลงมา แต่หากว่าเรายิงขึ้นไปด้วยความเร็วเริ่มต้นที่มากกว่าค่าวิกฤติค่าหนึ่ง ที่เรียกว่า ความเร็วหลุดพ้น วัตถุนั้นจะเอาชนะแรงดึงดูดและไม่ย้อนตกลงมาอีก ความเร็วหลุดพ้นของโลกและดวงอาทิตย์อยู่ที่ 11 และ 617 กิโลเมตรต่อวินาทีตามลำดับ … เทียบกับความเร็วแสงที่ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที จึงเห็นได้ว่าแสงสามารถหลุดพ้นจากโลกและดวงอาทิตย์ได้ง่ายๆ … แต่มีดวงดาวที่มีมวลมหึมามากกว่าดวงอาทิตย์ซึ่งระดับ ความเร็วหลุดพ้น มากกว่าความเร็วแสง ทำให้แสงหลุดออกมาไม่ได้ นั่นก็คือ หลุมดำ (ในตอนนั้นยังเรียกว่า ดาวมืด)’

เป็น “ดาวฤกษ์” หรือ “หลุมดำ” เลี้ยงลูกแบบไหนดี

ผมอ่านแล้วผมนึกถึงเด็กๆ สมัยนี้ที่ถูกส่งไป ติว ติว ติว ติวกันตั้งแต่อนุบาล ในนามของความรักความหวังดีของคุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงการสอนและผลักดันของคุณครู ที่พยายามอัดทุกสิ่งเข้าไปในสมองน้อยๆ ของเด็กตัวเล็กๆ ที่หวังว่าจะเป็นแรงผลัก แต่ว่านั่นอาจเป็นจุดกำเนิดการสร้างแรงดูดสะสมที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ผมเชื่อว่า ทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง เราทุกคนมาจากดวงดาวเหมือนเจ้าชายน้อย และทุกคนมีแสงส่องสว่างติดตัวมาตั้งแต่เกิด

เด็กทุกคน เชื่อว่า ตัวเองกระโดดสูงที่สุดในโลก แม้ว่าจะโดดสูงแค่ไม้บรรทัดเดียวจากพื้น

เด็กทุกคน เชื่อว่าตัวเองวิ่งเร็วกว่าเสือชีตาร์ แม้จะวิ่งตามคุณพ่อที่ก้าวเท้าเร็วๆ แทบไม่ทัน

เด็กทุกคนเชื่อว่า เขายิงประตูได้หนักหน่วงสวยงามกว่า โรนัลโด้ แม้จะเหยียบบอลล้มเสมอ

และ

เด็กทุกคนเชื่อว่า ตัวเองเป็นเด็กฉลาดและรู้ทุกเรื่องในโลก

จนกระทั่ง

มีคนมาบอกว่า เธอยังไม่ฉลาด เพราะเธอทำผิดอีกแล้ว

เธอยังไม่เก่งเพราะคนอื่นทำได้เยอะกว่าเธอ

(ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านั้น หนูยังไม่ต้องรู้ หรือไม่รู้ก็ได้)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ในวันนั้นเขาเริ่มรู้สึกว่า แสงของเขาถูกแรงบางอย่างดูดกลับไปทีละน้อย

แล้วเราควร เลี้ยงลูกแบบไหนดี …

ผมเคยพาลูกชายไปทดลองสนามสอบอยู่ที่หนึ่ง ตั้งใจเพียงให้เขารู้จักบรรยากาศการสอบเข้า เพราะในวันที่ต้องสอบเข้าประถม 1 เขาจะได้ไม่ตื่นเต้นมากนัก หากได้รู้จักบรรยากาศของสถานที่ที่ผู้ใหญ่เรียกว่า ‘ห้องสอบ’ เสียก่อน

แต่หลังจากครั้งนั้น ลูกผมไม่เคยให้ลูกไปลองสนามสอบอีกเลย เพราะ ในวันนั้นมีข้อสอบข้อหนึ่งถามว่า ‘สิ่งไหนแตกต่างจากพวก’ … ในขณะที่ลูกผมเลือก คำตอบหนึ่ง แต่เฉลยออกมาเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

ลูกออกมาถามว่า “ป๊าครับ ปูนปั้นตอบผิดหรือครับ”

ผมถามกลับว่า “ทำไมปูนปั้นเลือกตอบข้อนี้”

ปูนปั้นตอบว่า “ก็มันมีเครื่องยนต์ อันอื่นไม่มี”

ผมตอบไปว่า “หนูก็ตอบถูกแล้วนี่นา”

ปูนปั้นถามว่า “แล้วทำไม คุณครูบอกว่าผิด”

ผมถามว่า “คุณครูเฉลยว่าอะไร”

ปูนปั้นตอบว่า “คุณครูเฉลยอันนี้ เพราะอันนี้ขนคน อันอื่นขนของ”

ผมอธิบายว่า “ครูก็ตอบไม่ผิด ปูนปั้นก็ไม่ผิด มันผิดที่ข้อสอบไม่ชัดเจน และคนออกข้อสอบควรจะต้องชัดเจน”

และพูดต่อว่า “ปูนปั้นตอบไม่ผิดนะ เชื่อป๊าสิ”

 

ในขณะที่เด็กน้อย ตามห้องติว เริ่มถูกแรงบางอย่างดูดแสงกลับไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเขาจะยอมจำนนว่า ไม่ต้องมีแสงก็ได้ในห้องสี่เหลี่ยมๆ นั้น เพราะในห้องมีหลอดไฟสว่างจ้า และเพียงว่าตามคนข้างหน้าห้อง ก็ได้รับเสียงปรบมือแล้ว

ใครกันหนอที่เป็นคนทำให้แสงนั้น จางลง

ใครกันหนอที่เริ่มหรี่แสงในเด็ก … จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่ไร้แสงสว่างในตัวเอง

จากเด็กน้อยดาวฤกษ์ กลายเป็นหลุมดำ ที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่ไม่ฉายความสดใสและความสุข


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

เลี้ยงลูกเชิงบวก คุยกับลูกแบบนี้ ไม่ต้องตี ลูกก็เชื่อฟัง

ทำไมลูกกลัวผี สอนลูกไม่ให้ กลัวผี ทำอย่างไร โดย พ่อเอก

4 ประโยชน์ที่ลูกจะได้จากการเล่น “พับกระดาษ”

รีวิว หน้ากากกันฝุ่น PM2.5 เลือกใส่แบบไหน ปลอดภัยทั้งแม่และลูกน้อย

หน้ากากกันฝุ่น กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเมืองต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่ง หลังจากเกิดภาวะอากาศเป็นพิษจากการสะสมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5  เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพกับคนทุกเพศทุกวัน จึงต่างพากันเลือกซื้อมาใส่ป้องกันไว้ยามต้องใช้ชีวิตนอกบ้าน หน้ากากกันฝุ่นแบบไหนที่สามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้จริงและช่วยให้ตัวคุณแม่กับลูกน้อยปลอดภัย

ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids  ได้รวบรวม หน้ากากกันฝุ่นยี่ห้อต่างๆที่มีขายตามร้านสะดวกซื้อและออนไลน์มาเปรียบเทียบให้ดูกันว่าแบบไหนที่คุณแม่ควรเลือกใช้กับตัวเองและลูกน้อย ทั้งนี้ ยังมีหน้ากากกันฝุ่นที่เลือกมาเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ขอให้คุณแม่เลือกจากประสิทธิภาพและชนาดที่เหมาะสมเป็นสำคัญ

 หน้ากากกันฝุ่น แบบไหน ใส่แล้วปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5ทั้งแม่และลูกน้อย

หน้ากากกันฝุ่น

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ทำไมถึงร้ายนัก

PM 2.5 เป็นชื่อย่อของคำว่า Particulate Matters ที่ใช้เรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จัดทำโดยUS. EPA (United state Environmental Protection Agency) ประเทศสหรัฐอเมริกา มี 2 ชนิด คือ PM10 หรือฝุ่นหยาบ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 – 10 ไมครอน และ PM2.5 หรือเรียกว่าฝุ่นละเอียด มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน

หากเปรียบเทียบกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม 1 เส้น ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่าถึง 25 เท่า ฉะนั้นเมื่อหายใจฝุ่นละอองจึงเข้าสู่ร่างกายได้ทันที เพราะขนจมูกจึงไม่สามารถดักจับได้ ด้วยขนาดเล็กจิ๋วเพียง 2.5 ไมครอน เลยเคลื่อนผ่านหลอดเลือดเข้าสู่อวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว และเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรงหลายชนิด จึงจำเป็นต้องใส่ หน้ากากป้องกันฝุ่น

ทำไมฝุ่น PM 2.5 จึงอันตรายในช่วงนี้

จากการทำโครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการ จัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ของกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในช่วงหลายปีมานี้ระดับฝุ่น PM2.5 ตลอด 24 ชั่วโมงสูงเกินค่ามาตรฐานตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม มาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ

  1. ลมมรสุม ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เกิดในช่วงกลางเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่ทำให้ฝนตกน้อยลง แห้งแล้ง ความกดอากาศสูง และท้องฟ้าปิด ส่งผลให้ฝุ่นละองสะสมมากกว่าปกติ
  2. อาคารสูงใหญ่ และเมืองหนาแน่น กีดขวางไม่ให้ลมพัดเอาพิษกระจายออกไปได้ มลพิษทั้งหมดจึงกระจุกตัวจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใต้ลม

ต้นตอหลักๆ ของฝุ่นPM2.5 คือ ควันเสียจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์เป็นหลัก การเผาขยะหรืออื่นๆในที่โล่ง และฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในเมืองใหญ่ จริงๆแล้วยังมีสารพิษชนิดอื่นที่ปะปนอยู่อีกหลายประเภท แต่ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กจึงป้องกันได้ยากกว่า การใส่หน้ากากกันฝุ่นธรรมดาจึงไม่ได้ผล

อ่านต่อ ฝุ่น PM2.5อันตรายกับลูกในครรภ์หรือไม่ หน้า2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

น้ำแข็งก้อน

พ่อโพสต์เตือน! น้ำแข็งก้อน เกือบพรากชีวิตลูกไป

เด็กบ้านไหนชอบกิน น้ำแข็งก้อน ระวังให้ดี! ตามมาดูกระทู้จากพันทิป เมื่อคุณพ่อเล่าประสบการณ์ปฐมพยาบาล! เมื่อ น้ำแข็งก้อน ติดคอลูก หากไม่ทำแบบนี้…ก็อาจต้องเสียลูกไป

พ่อโพสต์เตือน! น้ำแข็งก้อน เกือบพรากชีวิตลูกไป

ใครว่า น้ำแข็งก้อน ไม่อันตราย เพราะแม้น้ำแข็งจะละลายได้ แต่ถ้าหาก น้ำแข็งนั้นหลุดลงไปติดคอ โดยเฉพาะกับเด็กน้อย ซึ่งกว่า น้ำแข็งจะละลายก็อาจทำให้เสียชีวิตได้  เนื่องจากก้อนน้ำแข็งที่หลุดลงไปอุดที่ช่องลม ซึ่งหากช่วยเหลือไม่ทันก็อาจทำให้หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้นั่นเอง

เช่นเดียวกับเหตุการณ์นี้  ที่เป็นอีกหนึ่งเรื่องอุทาหรณ์ให้พ่อแม่หลายคนควรระมัดระวัง โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกเล็กๆ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณพ่อสมาชิกพันทิปรายหนึ่ง ได้ตั้งกระทู้ เล่าประสบการณ์ ถึงเหตุการณ์ “น้ำแข็งก้อนเดียวเกือบพรากลูกไปจากผมแล้ว” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตัวคุณพ่อเองได้พาลูกไปรับประทานอาหาร แล้วลูกเกิดน้ำแข็งติดคอ .. เพียงก้อนเดียวเกือบถึงชีวิต

น้ำแข็งก้อน
น้ำแข็งก้อน ที่เด็กชอบกิน

โดยในกระทู้ คุณพ่อระบุว่า…

เรื่องราวนี้ขอแชร์เป็นประสบการณ์ในการดูแลลูกนะครับ เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวานตอนเย็นสักประมาณหนึ่งทุ่ม พาลูกไปกินข้าวนอกบ้านกันสามคนพ่อ-แม่-ลูก ระหว่างนั้นได้สั่งอาหารกัน เจ้าของน้ำได้นำน้ำดื่มพร้อมถังน้ำแข็งมาตั้งไว้ให้ พอดีตั้งไว้หน้าลูกผมพอดี ผมเห็นลูกหยิบน้ำแข็งใส่แก้วก็ชมว่าเก่งบริการผู้ใหญ่ด้วย หลังจากลูกได้หยิบน้ำแข็งใส่แก้วครบ น้องกลับหยิบน้ำแข็งเข้าปากโดยที่เราไม่ได้สังเกต ตอนนั้นน้องก็มาคุยกับผม แต่สักพักน้องเงียบไป จากนั้นมีมือมาสะกิด ช่วงนั้นผมดูบอลไทยเตะด้วยจึงไม่ได้สนใจอะไร

จากนั้นน้องได้เอามือมาตีทีไหล่ผมแรงมาก ผมหันมองจะถามว่าตีพ่อทำไม แต่เห็นน้องเหมือนจะพูดอะไรแต่พูดไม่ได้ ตาค้างเลย ผมคิดแว๊บแรก คือ น้ำแข็ง ติดคอแน่นๆ ตอนนั้นน้องเหมือนจะใกล้หมดสติ … ผมเริ่มจับน้องก้มหน้าแล้วทุบไปที่หลังทุก 3-4 ที แต่ไม่เห็นมีอะไรหลุดออกมา

อ่านต่อ >> “พ่อเล่าประสบการณ์ปฐมพยาบาล
น้ำแข็งก้อนเดียวเกือบพรากชีวิตลูกไป” คลิกหน้า 2

อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ กีฬาแต่ละชนิดเรียกอะไร เด็กๆรู้ไหม

อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ เด็กๆอาจไม่ค่อยรู้จัก เพราะกีฬาแต่ละชนิดใช้อุปกรณ์แตกต่างกัน มีหลายชนิด และมีชื่อเรียกแทบไม่เหมือนกันเลย ถ้าจะให้ลูกน้อยเรียนจากหนังสือคงยากและไม่สนุกเท่าไร จริงไหมคะ อ.คริส และน้องวินใน EP. นี้ขอพาหนูๆไปตะลุยร้านขายอุปกรณ์กีฬา พร้อมเรียนรู้คำศัพท์แบบสนุกด้วยกัน

สอนคำศัพท์เกี่ยวกับ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ สนุกๆให้ลูกจำง่าย

เล่นกีฬา เป็นหนึ่งกิจกรรมที่เด็กวัยซน วัยอนุบาลชื่นชอบมาก เพราะนอกจากจะได้เล่นสนุกกับเพื่อน และใช้พลังเต็มที่แล้ว ยังส่งเสริมทักษะทางร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย แถมมีระเบียบวินัยตั้งแต่ยังเล็ก ไม่แน่ว่าการเล่นกีฬาอาจทำให้ลูกเจอความฝันที่อยากทำในอนาคตด้วย

ก่อนที่ลูกจะรู้ว่าชอบเล่นกีฬาอะไร คุณพ่อคุณแม่แนะนำให้ลูกรู้จักกีฬาแต่ละประเภทเสียก่อน วิธีง่ายๆที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้กีฬาหลายๆอย่างในครั้งเดียวได้เลย นั่นคือ การพาลูกไปร้านขายอุปกรณ์กีฬา ซึ่งมีสิ่งๆต่างๆที่เกี่ยวกับกีฬาแทบทุกชนิด ให้ลูกได้ลองจับของจริง ก็อาจทำให้เขาอยากเล่นกีฬาได้แล้ว

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสอนคำศัพท์ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ ไปพร้อมกันได้ ยิ่งเวลาเด็กๆได้จับ ได้ลองเล่นจริงๆ พวกเขาจะสามารถจดจำคำศัพท์ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องท่องจำด้วย ซึ่งส่วนใหญ่คำศัพท์ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ มักใช้คำทับศัพท์ แต่ออกเสียงเป็นสำเนียงแบบไทยๆ เช่นคำว่า golf – กอล์ฟ, tennis –เทนนิส, football – ฟุตบอล เป็นต้น คุณแม่ควรศึกษาวิธีออกเสียงของทั้งสองภาษาไว้ก่อนด้วย เพื่อนำไปสอนลูกอย่างถูกต้อง

อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ มีหลายคำที่มีคำไทยเรียกเฉพาะ หากแปลแบบตรงๆตัว จะผิดความหมาย เช่นคำว่า ไม้สนุกเกอร์ ไม่ใช่ snooker stick แต่ต้องใช้คำว่า snooker cue ส่วนไม้เบสบอล ไม่ใช่ baseball stick แต่ต้องเรียกว่า baseball bat เป็นต้น

รายการ Daddy Talks ช่วง KidsTalk กับอ. คริส คริสโตเฟอร์ ไรท์ กับน้องวิน วินสตัน ไรท์ พาทุกคนไปตะลุยร้านขายอุปกรณ์กีฬากันที่ Super Sport เพื่อไปรู้จักกับ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ หลายชนิด ทั้งพวกไม้แบตมินตัน ไม้ปิงปอง ไม้เบสบอล รวมถึงชุดกีฬาต่างๆ เพื่อให้ลูกน้อยรู้จักคำศัพท์มากขึ้น ลองมาลุ้นกันว่า น้องวินคนเก่ง จะรู้จักคำศัพท์ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษมากน้อยแค่ไหน

มาติดตามอ.คริส กับน้องวิน พ่อลูกคนเก่ง เรียนรู้คำศัพท์ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ ตอนพาทัวร์ร้านอุปกรณ์กีฬา คำศัพท์เพียบ ในรายการ KidsTalk ช่วง DaddyTalks  กันเลยค่ะ

 

มาเพิ่มเติมคำศัพท์และประโยคน่ารู้ของ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ กันดีกว่าค่ะ

What kind of sport do you like?         ลูกชอบเล่นกีฬาอะไร

I like running      หนูชอบวิ่ง

I like jumping     หนูชอบกระโดด

I like Dancing      หนูชอบเต้นรำ

Let’s run into the shop เราวิ่งเข้าไปในร้าน

Are you ready? ลูกพร้อมไหม

On your marks  เข้าที่

Get set Go!        ระวัง ไป

football jersey   เสื้อบอล

Which jersey would you like? ลูกอยากได้เสื้อทีมฟุตบอลไหน

Which team do you support? ลูกเชียร์ทีมไหน

football boots (UK) / cleats (US)  รองเท้าฟุตบอล

hobby/partime                งานอดิเรก

badminton racket            ไม้แบดมินตัน

shuttlecock                         ลูกขนไก่

table tennis                        ปิงปอง

pingpone bat / paddle   ไม้ปิงปอง

snooker cue                       ไม้สนุกเกอร์

baseball bat                        ไม้เบสบอล

golf club                               ไม้กอล์ฟ

golf course                          สนามกอล์ฟ

I holed the putt                ผมตีลงหลุม

sneakers (us) /trainers (uk)         รองเท้าผ้าใบ

sport shoes                        รองเท้ากีฬา

 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยคและคำศัพท์เกี่ยวกับ อุปกรณ์กีฬา ภาษาอังกฤษ ที่ใช้คุยกับลูก เมื่อรู้แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถนำเทคนิคเหล่านั้นไปใช้สอนลูกให้พูดอังกฤษให้เก่งๆ และเป็นเด็กสองภาษาได้อย่างไม่อายใคร คุณพ่อคุณแม่สามารถดูเนื้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ รายการ Kids Talk ได้ทาง Facebook  Amarin baby & Kids  หรือทาง Youtube  Amarin Baby & Kids นะคะ

ชมคลิปอื่นๆ ของรายการ Kids Talk : ช่วง Daddy Talks

โรค G6PD

โรค G6PD หรือโรคแพ้ถั่วปากอ้าคืออะไร? ห้ามกินอะไรบ้าง?

โรค G6PD หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคแพ้ถั่วปากอ้า ได้ยินชื่อโรคแล้วคงพอจะเดาออกว่าคนที่เป็นโรคนี้ห้ามกินถั่วปากอ้า แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ มีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อันตรายถึงชีวิตได้

โรค G6PD หรือโรคแพ้ถั่วปากอ้าคืออะไร? ห้ามกินอะไรบ้าง?

โรคแพ้ถั่วปากอ้า หรือ โรค G6PD คืออะไร?

โรค G6PD หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคแพ้ถั่วปากอ้า (G6PD Deficiency หรือภาวะขาดเอนไซม์จีซิกพีดี) เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้ร่างกายขาดเอนไซม์ที่ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งเอนไซม์ G6PD นี้ มีความสำคัญในกระบวนการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน (เมตาบอลิซึ่ม) เมื่อขาดเอนไซม์ตัวนี้ จะส่งผลให้เกิดการทำลายสารอนุมูลอิสระ (Oxidants) ต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้นคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการเม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย จนเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจมีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลืองตาเหลือง หายใจไม่อิ่ม เป็นต้น โดยอาการมักเกิดขึ้นหลังมีภาวะติดเชื้อ รวมทั้งเมื่อได้รับอาหารหรือยาบางชนิด พบในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง

โรคแพ้ถั่วปากอ้า
เด็กที่เป็นโรคนี้ มักมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชม. จึงต้องได้รับการส่องไฟเพื่อรักษาอาการตัวเหลือง

ดูอย่างไรว่าลูกเป็นโรค G6PD?

ในเด็กทารกที่เป็นโรคนี้ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด จะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด และมีอาการดีซ่านที่ยาวนานผิดปกติ โดยภาวะนี้ เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม สามารถถ่ายทอดความผิดปกตินี้ไปสู่รุ่นลูก ซึ่งหากเป็นเด็กผู้ชาย จะเสี่ยงต่อภาวะนี้มากกว่าผู้หญิง สำหรับเด็กผู้หญิงมักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยออกมา แต่สามารถส่งต่อไปสู่ลูกได้

สำหรับในเด็กโตและผู้ใหญ่ จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย จนกว่าร่างกายจะได้รับยาหรืออาหารบางชนิดที่ไปกระตุ้นโรค ซึ่งอาจทำให้มีอาการของคนที่อยู่ในภาวะโลหิตจาง เช่น อ่อนเพลีย มีไข้ หายใจไม่อิ่ม ปัสสาวะมีสีเข้ม เวียนศีรษะ ผิวหนังซีด ตัวและตาเหลือง หัวใจเต้นเร็ว ตับหรือม้ามโต เป็นต้น หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและเสียชีวิตได้ หากได้รับการรักษา อาการเหล่านี้จะกลับมาหายเป็นปกติ จนกว่าจะได้รับยาหรืออาหารบางชนิดที่ต้องห้ามอีก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ดูแลลูกที่เป็นโรค G6PD อย่างไร? อาหารประเภทใดบ้างที่ห้ามกิน?

ดูดวงตามเดือนเกิด

เปิดไพ่ ดูดวงตามเดือนเกิด ลูกปีกุน 2562 ลูกเป็นแบบไหน ตามมาเช็กกัน

เอาฤกษ์เอาชัยรับปีใหม่ แม่เด็กปีกุนไม่ควรพลาด ดูดวงตามเดือนเกิด ให้ลูกน้อยที่เกิดในปีพ.ศ. 2562 ครบทั้งสิบสองเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม เพราะเด็กเกิดต่างเดือน มีนิสัยใจคอ ความชอบ และความเก่งไม่เหมือนกัน ถ้าคุณแม่รู้จักลูกตัวเองมากขึ้น ก็ช่วยให้การดูแลลูกน้อยง่ายขึ้นด้วย

มาเช็กกันเลย ดูดวงตามเดือนเกิด หนูน้อยปีกุน เป็นคนแบบไหน เลี้ยงหนูอย่างไรถึงจะดี

ดูดวงตามเดือนเกิด จำเป็นไหม

สำหรับแม่มือใหม่ การเลี้ยงลูกน้อยในช่วง1-3 เดือนแรกเป็นช่วงที่ถือว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะแม้คุณแม่จะมีความรักให้กับลูกแบบเต็มร้อย ขณะเดียวกันแม่กับลูกเหมือนกับคนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำให้คุณแม่ต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ลูกของตัวเอง และปรับตัวไปพร้อมๆกัน เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย

ดูดวงตามเดือนเกิด ทารกแรกเกิด

แม้คุณแม่มือใหม่จะศึกษาวิธีเลี้ยงลูกได้จากคู่มือเลี้ยงลูกวัยต่างๆ แต่เด็กแต่ละคนมีนิสัยใจคอ ความชอบและไม่ชอบแตกต่างกัน อย่างเด็กบางคนจะหลับได้ต้องอยู่ในที่เงียบสนิท ในขณะที่อีกหลายคนแค่กินอิ่มก็หลับได้ง่ายๆ หรือยิ่งมีเสียงดังยิ่งหลับดี และเมื่อโตขึ้นหน่อย คุณแม่จะสังเกตเห็นพฤติกรรมของลูกตัวเองชัดเจนขึ้น บางคนเป็นเด็กเรียบร้อย อ่อนหวาน เด็กบางคนชอบเล่นทะโมน คุยเก่ง  ซึ่งบางส่วนได้รับอิทธิพลมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ แต่หลายครั้งก็เป็นนิสัยของตัวเด็กเอง

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงนิยมดูดวงของลูกน้อย ซึ่งมีหลายแบบ หลายศาสตร์ให้เลือกตามวิจารณญาณส่วนบุคคล หนึ่งในนั้นคือ ดู ดวงตามเดือนเกิด เพราะพื้นดวงของคนที่เกิดในแต่ละดวงจะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นิสัยใจคอ ความสามารถ และความถนัดแตกต่างกัน โดยส่วนมากจะนิยมดูว่าเด็กที่เกิดในปีนั้นๆ แต่ละเดือนเป็นคนอย่างไร มีปัญหาสุขภาพที่ต้องระวังเป็นพิเศษ มีความสามารถด้านไหนที่ควรส่งเสริมเมื่อโตหรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางให้พ่อแม่เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี ฉลาด และมีความสุข

หมอดู ดวงตามเดือนเกิด
คุณอั๋น หมอดูไพ่ทาโรต์

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รับคำแนะนำจากหมอดู GreanInw จาก a ดวง www.aduang.co ผู้เชี่ยวชาญด้านไพ่ยิปซีผสมผสานกับโหราศาสตร์ไทย เลขฐาน 7 มาดูกันเลยค่ะว่า ดูดวงตามเดือนเกิด เด็กที่เกิดในปี 2562 ในแต่ละเดือนเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

อ่านต่อ ดูดวงลูกปี2562 ตามเดือนเกิด มกราคม – ธันวาคมหน้า2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทำไมลูกตัวเหลือง

หมอแจง! ทำไมลูกตัวเหลือง? อันตรายจากตัวเหลืองในทารก

ทำไมลูกตัวเหลือง?  ที่ลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกจะต้องถูกพรากจากอกแม่ไปเพื่อเข้ารับการรักษาเพื่อให้สารเหลืองลดลงนั้นเป็นความผิดของใคร? มาหาคำตอบกันค่ะ

หมอแจง! ทำไมลูกตัวเหลือง? อันตรายจากตัวเหลืองในทารก

เด็กทารกทุกคนจะต้องได้รับการตรวจค่าของสารเหลืองหลังคลอด เมื่อค่าสารเหลืองอยู่ในระดับที่อันตราย ทารกจะต้องได้รับการรักษาอย่างทันที เพื่อไม่ให้สารเหลืองทำลายเนื้อเยื่อสมอง โดยการรักษานี้ สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่บางคนก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ลูกตัวเหลือง ขอบอกว่าที่ลูกตัวเหลืองนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ และทุกสาเหตุก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้  มาทำความรู้จักกับภาวะตัวเหลืองในเด็กทารกกันค่ะ

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดคืออะไร ?

ภาวะตัวเหลือง เกิดจากมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า “บิลิรูบิน” ในเลือดสูงกว่าปกติ บิลิรูบินนี้ เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายของคนปกติ บิลิรูบินในเลือดจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ตับให้อยู่ในรูปที่ละลายน้ำมากขึ้นและถูกกำจัดออกจากร่างกายทางปัสสาวะและอุจจาระ แต่ในเด็กแรกเกิดที่ยังเจริญเติบโตไม่มากพอที่จะกำจัดสารบิลิรูบินและขับออกจากร่างกายทางอุจจาระ และ ปัสสาวะได้ จึงส่งผลให้ผิวหนังและตาขาวของทารกมีสีเหลือง โดยสามารถพบได้ถึง 50% ของเด็กแรกเกิดทั้งหมด

ลูกตัวเหลือง
การให้ลูกทานนมแม่ให้เพียงพอ เป็นการป้องกันการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดได้

ภาวะตัวเหลืองอันตรายแค่ไหน?

หากภาวะตัวเหลืองในทารกยังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที บิลิรูบินจะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อสมองและก่อให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาท อาจเกิดอาการเกร็งหลังแอ่น ชัก มีอาการไข้ และอาจร้องไห้เสียงแหลม หากยังไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอีก ในระยะเวลา 6-12 เดือนต่อมา ทารกจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติของร่างกายและแขนขา การได้ยินและการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ พัฒนาการล่าช้า ระดับสติปัญญาลดลง ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในทารกแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แม้ว่าจะลดระดับของบิลิรูบินจนเข้าสู่ภาวะปกติ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำไมลูกตัวเหลือง? สาเหตุหลักที่ลูกตัวเหลือง

ทำไมต้อง ออร์แกนิค ?

ทำไมแม่ยุค 4.0 จะซื้ออะไร ต้องออร์แกนิคไว้ก่อน

เชื่อไหมคะว่าใครหลายคนที่ได้มาเป็นแม่เราจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูกได้จริงๆ จากที่อะไรก็ได้ง่ายๆ ก็จะเลือก เยอะมากขึ้น ทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับลูกจะต้องบริสุทธิ์ ต้องธรรมชาติ ต้องดีที่สุดกับลูกจริงๆ แม่ถึงไว้วางใจให้สิ่งนั้นกับลูก

แม่ที่มีลูกเล็กๆ จะรู้ดีว่าความอ่อนโยน ปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะสิ่ง แปลกปลอมอันตรายที่ปนเปื้อนมาเพียงน้อยนิดก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมาได้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่าส่วนใหญ่แม่มักจะเลือกผลิตภัณฑ์ของใช้ ของเล่น เสื้อผ้า และอาหารการกิน ฯลฯ สำหรับลูกที่มา  จากธรรมชาติเป็นออร์แกนิค 100%

 

ทำไมต้อง ออร์แกนิค ?

เราคือแม่คนหนึ่งที่เลือกทุกอย่างเป็น“ออร์แกนิค” ให้กับลูกจนคนรอบข้างถาม ทำไมต้อง ออร์แกนิค จำเป็น ด้วยเหรอ? จำเป็นค่ะ!! โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจะต้องไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีอันตรายตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตขึ้นมาเลยค่ะ

ทำไมต้อง ออร์แกนิค

ซึ่ง “ออร์แกนิค” คือ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตจะถูกควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนของสารเคมี จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร หรือของใช้(โลชั่น สบู่ ครีมอาบน้ำ) ฯลฯ มีความเป็นธรรมชาติ คงความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย 100% ดีต่อสุขภาพ

พอจะได้คำตอบกันแล้วนะคะว่าทำไมต้อง ออร์แกนิค หากคุณคือคุณแม่ที่ตอนนี้กำลังมีลูกเล็กๆ คุณจะต้อง ไม่หยุดที่จะมองหา และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกรักตัวน้อยของคุณกันนะคะ

 

อยากได้ผลิตภัณฑ์(นมสำหรับเด็ก)ที่เป็น “ออร์แกนิค”   

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่หันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ของใช้ เสื้อผ้า โลชั่น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์   อาหารต่างๆ สำหรับลูก ที่ถ้าเป็นออร์แกนิคก็จะเลือกเป็นอันดับแรกๆ ค่ะ จนมาวันนึงที่ถึงเวลาต้องเลือกนมที่มีสารอาหารจำเป็นต่อการเสริมสร้างร่างกายลูกให้มีพัฒนาการดี แข็งแรง และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก็คิดขึ้นมาว่าถ้านมที่เราให้ลูกดื่มทุกวันเป็นนมออร์แกนิคก็ดีสิ ซึ่งตอนนี้ก็มีแล้วค่ะ ดีใจ

ทำไมต้อง ออร์แกนิค

จากแบรนด์ S-26 นี่เอง โดยผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า S-26 Organic Progress สำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว ความพิเศษของ S-26 Organic Progress คือเป็นนมที่ผลิตจากนมออร์แกนิค 100% แบรนด์แรกในไทยที่มีแหล่งวัตถุดิบนำเข้า 100% จากแหล่งฟาร์มนมที่มีคุณภาพในยุโรปและนิวซีแลนด์ที่ได้มาตรฐานฟาร์มนมออร์แกนิคอย่างเคร่งครัด เพราะโคนมที่ฟาร์มจะได้รับอาหารธรรมชาติที่เป็นหญ้าและน้ำดื่ม รวมถึงพื้นดินที่เพาะปลูกหญ้าไว้เป็นอาหารของวัวก็ล้วนปราศจากการใช้สารเคมีและปุ๋ยสังเคราะห์ทุกชนิด และที่ทำให้แม่มั่นใจ S-26 Organic Progress มากๆ คือการได้รับรองมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากลโดย OCCP ตั้งแต่วัตถุดิบการผลิตจนถึงระบบขนส่งเลยค่ะ

นี่แหละค่ะคนเป็นแม่ที่ไม่ยอมหยุด ในที่สุดก็เจอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก นมที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สุดให้กับลูกรักของแม่ได้ดื่มบำรุงร่างกายในทุกวัน เพื่อให้พวกเขาเติบโตมีพัฒนาการสมบูรณ์ดีพร้อมทุกด้านค่ะ

อยากรู้ข้อมูลนมสูตรออร์แกนิคเพิ่มเติมคลิก https://www.s-momclub.com/s-26organicprogress/

 

ที่เที่ยววันเด็ก 2562

ที่เที่ยววันเด็ก 2562 รวม 40 สถานที่ กิจกรรมดี ฟรีตลอดงาน!

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ที่เที่ยววันเด็ก 2562 เพื่อจะพาลูกเที่ยววันเด็ก หรือเล่น กิจกรรมวันเด็ก ห้ามพลาด! Amarin Baby & Kids รวบรวมมาให้กว่า 40 สถานที่ เน้นกิจกรรมดี แจกของฟรีตลอดงาน

ที่เที่ยววันเด็ก 2562
รวมกว่า 40 สถานที่ เน้นกิจกรรมดี แจกของฟรีตลอดงาน

“เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ” คือคำขวัญวันเด็กในปี 2562 โดยรัฐบาลระบุให้ทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน หลังจากที่มีการจัดงานรื่นเริงปีใหม่แล้ว ต่อไปก็ต้องคราวที่เด็กๆ จะได้มีความสุขในวันของพวกเขาบ้าง ไปตามสถานที่ ที่เที่ยววันเด็ก 2562 ซึ่งแม้จะจัดเพียงปีละครั้ง แต่การที่เด็กๆ ได้มีวันหยุดแห่งความสุขของตัวเอง ย่อมทำให้เกิดผลดี และอาจเป็นแนวทางที่ชี้ให้พวกเขาเหล่านั้นเห็นสิ่งดีๆ และจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตต่อไปได้

ความหมาย วันเด็ก

เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ตั้งแต่แรกเกิดจนกว่าจะถึงอายุ 14 ปี ซึ่งคำนำที่ใช้เรียกก็คือ เด็กชาย ,เด็กหญิง เป็นคำนำเรียกเด็กๆ ที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ แต่วันเด็กหมายถึง วันที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นเพื่อเด็กๆ ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ ได้มีกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้เกิดความสุข

และซึ่งสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเป็นวันที่จัดขึ้นเพื่อเด็กๆ นั่นคือ ที่เที่ยววันเด็ก 2562 หรือ สถานที่จัดกิจกรรมสำหรับน้องๆ หนูๆ … ซึ่งสำหรับครอบครัวไหนที่กำลังมีแพลนพาคุณลูกๆ ไปเที่ยวเปิดโลกกว้างช่วงวันเด็กในปีนี้ >> ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมคัดสถานที่ ที่เที่ยววันเด็ก 2562 รวมไปถึง สถานที่จัดงานวันเด็ก และ โปรโมชั่นวันเด็ก ต่างๆ ในกรุงเทพฯ มาแนะนำ จะมีที่ใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

OneSiam

ที่เที่ยววันเด็ก 2562
ลำดับที่ 1 ที่เที่ยววันเด็ก 2562 “OneSiam”

ที่เที่ยววันเด็ก 2562 ลำดับแรก “วันสยาม” มอบความสุขวันเด็กแห่งชาติ เปิดโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในดินแดนมหัศจรรย์ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจคุณหนูๆ พบกับความสนุกฟิน ๆ กับงาน OneSiam Amazing Kids Dream ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่วันที่ 9-16 มกราคม 2562

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมทั้ง 11 กิจกรรมได้ที่นี่ >> http://www.siamparagon.co.th/happening/overall-childrens-day-2019/630 หรือ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก OneSiam

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

ที่เที่ยววันเด็ก 2562
ลำดับที่ 2 ที่เที่ยววันเด็ก 2562 “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา”

วันเด็กปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา ได้จัดกิจกรรมไว้ให้เด็กๆ มาร่วมสนุกกันมายมายภายใต้ชื่อ “Kids Day 2019 – Discover Your Super Power” พร้อมพบเหล่าคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนขวัญใจคุณหนูๆ และกิจกรรมพัฒนาทักษะ และศักยภาพที่เด็กๆ ซ่อนอยู่ในตัวเองให้ฉายแววออกมาด้วย!

Smart >> เพลิดเพลินกับกิจกรรมเน้นวิชาการ
Sport >> ปลดปล่อยพลังและทักษะกีฬารูปแบบใหม่หลายประเภท
Star >> เปิดเวทีให้น้องๆ ได้แสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์

สะดวกไปร่วมกิจกรรมที่สาขาไหน (หรือสาขาต่างจังหวัด) สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ >> http://www.centralplaza.co.th/kidsday2019/ 

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

ICONSIAM

ที่เที่ยววันเด็ก 2562
ลำดับที่ 3 ที่เที่ยววันเด็ก 2562 “ICONSIAM”

ไอคอนสยาม มอบของขวัญสุดพิเศษในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปีหมูทอง สร้างปรากฏการณ์ความสุขครั้งยิ่งใหญ่ จัดงาน “THE ICONIC CHILDREN’S PLAYGROUND AT ICONSIAM”  (ดิ ไอคอนนิค ชิลเดรนส์เพลย์กราวน์ แอท ไอคอนสยาม)  ขนทัพขบวนความน่ารักของเหล่า Smurfs (สเมิร์ฟ) ส่งตรงจากเบลเยี่ยม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ของแก๊งค์สเมิร์ฟตัวสีฟ้า “Smurfs 60th Anniversary” ด้วย Smurf ขนาดยักษ์ สูงกว่า 4 เมตร นุ่งชุดโจงกระเบนครั้งแรกในโลก พร้อมด้วยกิจกรรมความสนุกมากมาย อาทิ Smurfs Painting และขบวน Smurfs Parade ครั้งแรกในไทย

พร้อมกิจกรรมเปิดจินตนาการสุดสร้างสรรค์ให้แก่เด็กๆ ทั้งการเติมแต่งภาพฝันอันสวยงามของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นมหานครแห่งความฝันและความอัศจรรย์ ผ่านเทคโนโลยี DIGITAL ART รวมทั้งกิจกรรมการเรียนรู้ และแพคเกจสุดพิเศษจากสถาบันการศึกษาชื่อดัง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 9 –13 มกราคม 2562 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-495-7080 หรือ www.iconsiam.com

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

เดอะมอลล์

ที่เที่ยววันเด็ก 2562
ลำดับที่ 4 ที่เที่ยววันเด็ก 2562 “เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์”

ต้อนรับเทศกาลวันเด็กในปีนี้ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชวนผู้ปกครองพาลูกๆหลานๆ มางาน“The Mall Kids’ Funtasia 2019” เมืองมหัศจรรย์ ของขวัญมีชีวิต แจกของขวัญให้เด็กๆ กว่า 2019ชิ้น อิ่มอร่อยไปกับอาหารและขนมหวานสำหรับคุณหนู ร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป เล่นเกมส์ลุ้นของรางวัลมากมาย พิเศษพบโชว์แดนซ์จากเหล่าพิคาชู และร่วมเดินขบวนไปกับพิคาชู และผองเพื่อน พบส่วนลดสินค้าเด็กสูงสุด 50%และหลากหลายกิจกรรมที่ขนมาให้ร่วมสนุกเฮฮาทั้งครอบครัว งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 16 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา (ยกเว้นรามคำแหง)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ The Mall Thailand

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

Mille Malle Kids Day 2019” ตอน JOURNEY TO THE GALAXY

ที่เที่ยววันเด็ก 2562 
ลำดับที่ 5 ที่เที่ยววันเด็ก 2562 “ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20”

ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 ขอเชิญชวนคุณหนูๆและครอบครัว ร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษต้อนรับ “เทศกาลวันเด็ก” ในงาน “Mille Malle Kids Day 2019” ตอน JOURNEY TO THE GALAXY ตะลุยในดินแดนกาแล็กซี่ พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ เกมตะลุยกาแล็กซี่ “Shooting Alien” ร่วมผจญภัยไปกับเหล่าร้ายเอเลี่ยน, เกมท่องอวกาศ “Fun Space” ที่จะทำให้เด็กๆ ได้สนุกไปกับจินตนาการเสมือนอยู่ในอวกาศจริง และสนุกสุดมันส์ไปกับเครื่องเล่นยอดนิยมสำหรับเด็กๆ อาทิ บ้านลม และแทรมโพลีน เป็นตัน นอกจากนั้นแล้วยังมีกิจกรรม DIY เวิร์คช้อป ประดิษฐ์ “หน้ากากหุ่นยนต์แสนซน” อีกด้วย
โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 62 ณ ลานต้นโพธิ์ ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 19.00 น. สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.millemalle.com หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2663-7593 (กิจกรรมฟรีตลอดทั้งงาน)

 

ดูต่อ “ที่เที่ยววันเด็ก กิจกรรมดี ฟรีตลอดงาน” >> คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ระบาดหนัก!! เตือนแม่ท้องระวังยุงลาย

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ระบาดหนักอีกแล้ว!! โดยรองผู้ว่าฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ช่วงนี้ยุงชุกชุมจากน้ำขัง ทำให้พบผู้ป่วยติดเชื้อจากยุงลายแล้วกว่า 90,000 ราย เตือนคนท้องควรระวังอย่าให้ยุงกัด

โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ระบาดหนัก!! เตือนแม่ท้องระวังยุงลาย

แม่ ๆ หลายคนอาจจะสังเกตเห็นว่าช่วงนี้ยุงลายชุกชุม นั่นเป็นเพราะในช่วงนี้ มีฝนตกทำให้เกิดน้ำขังในบางพื้นที่ จนทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้โรคติดเชื้อที่เกิดจากยุงลายระบาดหนักเช่นกัน โดยเฉพาะ 3 โรคอันตราย ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ซึ่งในตอนนี้ โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ก็ได้ระบาดหนักในกรุงเทพฯ อีกแล้ว ดังที่ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาเตือนประชาชน ดังข่าวต่อไปนี้

วันที่ 9 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยและบางพื้นที่อาจมีฝนตก ส่งผลให้เกิดแหล่งน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ที่อาจทำให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (โรคชิคุนกุนยา)

ไวรัสซิกา
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา เกิดจากยุงลาย

ซึ่งจากสถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 80,650 ราย เป็นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 8,345 ราย พื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ เขตดินแดง บึงกุ่ม บางนา และเขตลาดพร้าว ผู้ป่วย โรคติดเชื้อไวรัสซิกา จำนวน 573 ราย เป็นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 129 ราย

พื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ เขตบางกะปิและเขตตลิ่งชัน และผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย จำนวน 2,383 ราย เป็นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 104 ราย พื้นที่ที่มีการระบาด ได้แก่ เขตจอมทอง ประเวศ และเขตธนบุรี

ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ป้องกัน ดูแลตนเองและบุตรหลาน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เพื่อให้ปลอดภัยจากทั้ง 3 โรค ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยป้องกันอย่าให้ยุงกัด ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด ทาครีมหรือพ่นสเปรย์ไล่ยุง จุดยากันยุง ฉีดสเปรย์ฆ่ายุง และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

ตามมาตรการ 3 เก็บ ได้แก่ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายอยู่อาศัย เก็บขยะและเศษภาชนะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และเก็บน้ำโดยปิดฝาให้มิดชิดไม่ให้ยุงลายวางไข่และเปลี่ยนน้ำในจานรองกระถางต้นไม้ แจกันแก้วน้ำบูชาพระ แจกันเลี้ยงพลูด่าง ทุกสัปดาห์

ทั้งนี้หากมีอาการไข้มากกว่า 3 วัน หรือมีผื่นขึ้นที่ใบหน้า แขนขา ตามตัว และมีอาการปวดตามข้อมือข้อเท้าอย่างมากให้ไปพบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ไข้เลือดออก กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2892-3 ในวันและเวลาราชการ

เนื้อหาข่าวจาก : https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2064760

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ไวรัสซิการะบาด เตือนคนท้องติดเชื้อ ลูกในท้องเสี่ยงพิการ

ลูกโป่งไว้ในรถ

อุทาหรณ์! ซื้อ ลูกโป่งไว้ในรถ ระเบิดคารถ เด็ก 6 ขวบเจ็บสาหัส

ลูกโป่งลายสวยงาม หลากหลายสีสัน ที่เด็ก ๆ เห็นเมื่อไรก็ร้องขอจะซื้อมาถือให้ได้และมักจะนำ ลูกโป่งไว้ในรถ แต่รู้หรือไม่ว่า ลูกโป่งที่อัดแก๊สอยู่ในรถนั้น สามารถก่ออันตรายได้ถึงชีวิต ดังเช่นอุทาหรณ์ต่อไปนี้

อุทาหรณ์! ซื้อ ลูกโป่งไว้ในรถ ระเบิดคารถ เด็ก 6 ขวบเจ็บสาหัส

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำภัยใกล้ตัวที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองข้ามไป ภัยจากลูกโป่งลวดลายการ์ตูนสีสันสวยงาม ที่ขายกันทั่วไปตามงานต่าง ๆ ที่ลูก ๆ เห็นเมื่อไร ก็จะต้องร้องขอซื้อมาถือให้ได้ และเมื่อถึงเวลากลับบ้าน ก็มักจะนำลูกโป่งนี้ขึ้นรถกลับตามไปด้วย โดยไม่รู้เลยว่าการเอา ลูกโป่งไว้ในรถ ก็เหมือนกับการถือลูกระเบิดขึ้นรถไป ดังเช่นอุทาหรณ์ต่อไปนี้

เกิดเหตุลูกโป่งอัดแก๊สระเบิดในรถ ขณะที่กำลังขับอยู่บนถนนเทศา เขตเทศบาลนครปฐม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คนแรกเป็นเด็กชาย อายุ 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บตามลำตัวอาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม คนที่ 2 คือ น.ส.บัณฑิตการณ์ อุ่นใจ ได้รับบาดเจ็บที่แขนทั้ง 2 ข้าง และคนที่ 3 ยังไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บที่แขนข้างขวาทั้งแขน

น.ส.บัณฑิตการณ์ คนขับรถ เล่าว่า ตนและครอบครัวมางานรับปริญญาหลานสาวที่มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม แต่เนื่องจากว่าหลานสาวรับช่วงเย็นจึงได้ขับรถนำของขวัญที่เพื่อน ๆ มอบให้หลานไปเก็บที่บ้านก่อน แต่พอขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนได้ดึงสายที่ชาร์จโทรศัพท์ในรถออก คาดว่าน่าจะเกิดประกายไฟไปโดนลูกโป่งอัดแก๊สจึงเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว

ลูกโป่งอัดแก๊สระเบิด
ลูกโป่งอัดแก๊สระเบิดในรถ

เบื้องต้นผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะขับรถผ่านมาตรงจุดที่เกิดเหตุเห็นมีคนร้องขอความช่วยเหลือ จึงพาทั้ง 3 คนส่งโรงพยาบาล จากนั้นแม่ค้าแถวนั้นเห็นว่ามีไฟลุกในรถ จึงได้นำน้ำแข็งก้อนมาวางดับไฟก่อนที่กู้ภัยจะมาถึง

เนื้อหาข่าวจาก : https://www.brighttv.co.th/latest-news/crime/321994

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ 3 วิธีลดความเสี่ยง จากลูกโป่งอัดแก๊ส หมอแนะไม่ควรเก็บ ลูกโป่งไว้ในรถ

เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า

ไขข้อข้องใจ! เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า – จะเข้าเมื่อไหร่..ย้อนหลังให้มั๊ย?

เคลียร์ทุกข้อสงสัย? เงินสงเคราะห์บุตร 600 จะเข้าเมื่อไหร่ หรือทำไม เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า แล้วจะย้อนหลังให้หรือไม่ อย่างไร? Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาฝากค่ะ

ไขข้อข้องใจ? ทำไม เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า
และ เงินสงเคราะห์บุตร 600 เริ่มเดือนไหน

จากปี 2651 เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า คุณพ่อคุณแม่ที่มีสิทธิประกันสังคม เตรียมเฮได้เลย!!! เงินสงเคราะห์บุตรจาก 400 เพิ่มเป็น 600 บาท เข้าแน่!! มกราคม 2562 จะเริ่มจ่ายย้อนหลัง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561ให้ไว้ ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2561 … ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 2 มกราคม 2562 (ผู้ที่ได้รับเดือนละ 400 บาท ระบบจะปรับให้อัตโนมัติ)

ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่อง เงินสงเคราะห์บุตร 600 บาท

โดยราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ.2561 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7  วรรคหนึ่ง  และมาตรา  75 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533  มาตรา 75 ตรี  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม  (ฉบับที่ 4)  พ.ศ. 2558 และมาตรา  75 ตรี  วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่  3) พ.ศ.2542  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้  ดังต่อไปนี้…

เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า
ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่อง เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า หน้า 1

 

เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า
ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่อง เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า หน้า 2

 

เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า
ประกาศราชกิจจานุเบกษา เรื่อง เงินสงเคราะห์บุตร 600 ไม่เข้า หน้า 3

อ่านต่อ เงินสงเคราะห์บุตร 600 เริ่มจ่ายเมื่อไหร่ คลิกหน้า 2

เช็คยอดเงินประกันสังคม

วิธี เช็คยอดเงินประกันสังคม อย่างละเอียด เช็กง่ายแค่ปลายนิ้ว

รู้หรือไม่ว่าเราสามารถ เช็คยอดเงินประกันสังคม รวมทั้งสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เราจะได้รับ เช่น สิทธิรักษาตามสถานพยาบาล สิทธิเบิกค่าทําฟันประกันสังคม เช็คประวัติการเบิกสิทธิประโยชน์ และเงินสมทบชราภาพ ได้ง่าย ๆ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ และ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ

วิธี เช็คยอดเงินประกันสังคม อย่างละเอียด เช็กง่ายแค่ปลายนิ้ว

เงินสมทบประกันสังคมที่ได้ส่งไปทุกเดือนนั้น เป็นเงินที่ไม่ได้ช่วยดูแลแค่สุขภาพร่างกายยามเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลเกี่ยวกับสภาพทางการเงินให้ในตอนที่เราอยู่ในสถานะไม่สามารถทำงาน เช่น ในกรณีชราภาพ ได้อีกด้วย และหลาย ๆ ท่านยังไม่ทราบว่า ได้สะสมเงินเข้ากองทุนประกันสังคมไปเท่าไรแล้วบ้าง เมื่อเกษียณแล้ว จะได้รับเงินเท่าไหร่ มาดูวิธี เช็คยอดเงินประกันสังคม อย่างละเอียดกันค่ะ

วิธีที่ 1 เช็คยอดเงินประกันสังคม ผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคม

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.sso.go.th หลังจากนั้นให้เข้าสู่ระบบ โดยกดปุ่ม “เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน/สมัครสมาชิก” ที่มุมบนขวา
ประกันสังคม
วิธีเช็กยอดเงินประกันสังคมผ่านทางเว็บไซต์

 

2. ระบบจะขึ้นให้กรอกเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่าน สำหรับใครที่เพิ่งเคยเข้ามาที่เว็บนี้ครั้งแรก ก็ให้ทำการสมัครสมาชิก ซึ่งตรงนี้ต้องกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัสยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย

3. เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เข้า Login ในหน้าแรก

เช็กยอดเงินประกันสังคม
เข้าสู่ระบบผู้ประกันตน

4. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้คลิก “ผู้ประกันตน” ตามรูป

เงินสะสมประกันสังคม
ตรวจสอบเงินสะสมประกันสังคมได้ที่เว็บ www.sso.go.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เช็คยอดเงินประกันสังคม ผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคม

กินอาหารไม่ตรงเวลา

อุทาหรณ์! กินอาหารไม่ตรงเวลา ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร

แชร์อุทาหรณ์จากประสบการณ์จริงของคุณ Pattaraporn Suriyamanee ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 จากการ กินอาหารไม่ตรงเวลา

อุทาหรณ์! กินอาหารไม่ตรงเวลา ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร

ใครจะเชื่อว่าแค่ กินอาหารไม่ตรงเวลา จะทำให้เกิดโทษจนป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงขอนำอุทาหรณ์จากคุณ Pattaraporn Suriyamanee ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 จากการ กินอาหารไม่ตรงเวลา เพื่อเตือนใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพ ดังนี้

วันนี้ได้ออกโรงพยาบาลแล้ว หลังจากนอนยาว ๆ 17 วัน หลายคนคงสงสัยว่าเป็นอะไร เราก็เลยคิดว่าเมื่อไหร่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจะเขียนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนดูแลสุขภาพ ใส่ใจตัวเอง หมั่นดูแลและสังเกตตัวเอง สำหรับตัวเราเป็นคนทานน้อย กินอาหารไม่ตรงเวลา กินตามใจปาก ทานผักมากกว่าเนื้อ หรือหมูนะ (เพราะขี้เกียจเคี้ยว) เวลาเครียดจะปวดท้อง

เราป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 ไม่มีอาการของโรคมะเร็งเลย ไม่มีอาการปวดท้องทรมาน (แค่ปวดท้องกรดไหลย้อน) น้ำหนักก็ปกติไม่ได้ลด ถ่ายปกติ ทานได้ปกติ ท้องไม่อืด ใช้ชีวิตปกติไม่มีอ่อนแรง จนวันนึงคิดยังไงไม่รู้ หรือมีอะไรดลใจ ให้ลุกขึ้นจากเตียง และไปโรงพยาบาลขอคุณหมอส่องกล้องกระเพาะอาหาร แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจร้าาา

วันนัดฟังผลคุณหมอพูดกับเราแค่ว่า…
คุณหมอ: ต้องมีสตินะครับ
มะนาว : ค่ะ
คุณหมอ : สติต้องมีนะครับ
มะนาว : ค่ะ
คุณหมอ: มีแฟนรึยัง
มะนาว: ยังค่ะ
คุณหมอ: มีเพื่อนหรือญาติมาด้วยมั้ยย
มะนาว : ไม่มีค่ะ
คุณหมอ: ต้องมีสตินะครับ
มะนาว: ค่ะ ทำไมเหรอคะ เป็นมะเร็งเหรอคะ
คุณหมอ พยักหน้าไม่พูดอะไรต่อ และแปลกใจว่าเราเป็นมะเร็งทั้ง ๆ ที่อายุน้อย ( แอบคิดในใจอายุเราก็ไม่น้อยนะ 5555)

กินข้าวไม่เป็นเวลา
อาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร ที่อาจกลายเป็นโรคมะเร็งได้

ตอนนี้เราได้ผ่าตัดกระเพาะอาหารออกหมดแล้ว(ไม่มีกระพาะอาหาร) เริ่มหัดทานข้าวต้ม โจ๊กแบบอ่อน ๆ เพื่อให้ลำไส้ปรับตัว เพราะไม่สามารถทานอาหารแบบคนทั่วไปได้ คงต้องรออีกซักพักใหญ่ ๆ ขั้นต่อไปคือให้คือคีโม ซึ่งก็ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง (แต่จะสู้ สู้)

อยากให้เรื่องเราเป็นอุทาหรณ์ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ ทานอาหารให้เป็นเวลา และหากปวดท้องกระเพาะ หรือกรดไหลย้อน ควรพบแพทย์ ไม่ควรคิดว่าทานยาเดี๋ยวก็หาย

ปล. ขอบคุณครอบครัวที่คอยอยู่เคียงข้าง ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล ขอบคุณทีมคุณหมอที่ทำการผ่าตัด และทีมพยาบาลที่คอยดูแล ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ สาวป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารเพราะ กินอาหารไม่ตรงเวลา เปิดใจหลังตัดกระเพาะทิ้ง

สอบกลางภาค

เด็กป.1-3 เฮ! มาเลเซียประกาศยกเลิก สอบกลางภาค-ปลายภาค

กระทรวงศึกษาธิการประเทศมาเลเซีย ประกาศว่าในปีนี้ (2019) มาเลเซียจะไม่มีการ สอบกลางภาค-ปลายภาค สำหรับเด็กนักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 อีกต่อไป

เด็กป.1-3 เฮ! มาเลเซียประกาศยกเลิก สอบกลางภาค-ปลายภาค

ทีมงาน Amarin Baby & Kids ขอนำข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านเรา เกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศมาเลเซีย ที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้ กระทรวงศึกษาธิการของประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศยกเลิกการ สอบกลางภาค และ การสอบปลายภาค ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 โดยเล็งเห็นว่า การประเมินผลของเด็กนักเรียนภายในประเทศ มีบางสิ่งที่น่าจะดีกว่าการจัดสอบวัดผลความรู้ และอาจจะส่งผลดีต่อนักเรียนมากกว่า และ ระบบการศึกษาของมาเลเซีย ควรโฟกัสไปที่การสอนและการสนับสนุนนักเรียน ค้นพบกับความสุขจากการเรียนรู้มากกว่าการสอบวัดผล

สอบวัดผล
กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย เล็งเห็นว่าการสอบวัดผลในเด็กเล็ก จะสร้างความกดดันให้เด็กจนไม่อยากเรียน

คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่า หากไม่มีการสอบแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีพัฒนาการไปถึงไหนแล้ว และควรเสริมสิ่งใด กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย ระบุว่า จะใช้ระบบการประเมินผลอย่างต่อเนื่องแทนการสอบ และในส่วนของการเรียนการสอน จะเน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านระบบ Classroom-Based Assessment (PBD) แทนอีกด้วย โดย กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียเล็งเห็นว่าระบบการเรียนรู้นี้ จะช่วยเพิ่มความสนใจในการเรียนรู้ของนักเรียน เพิ่มความสนุกควบคู่ไปกับสาระที่จำเป็นและโฟกัสที่ความต้องการของเด็กเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทั้ง 4 ด้านให้แข็งแกร่งมากขึ้น (อ่าน, เขียน, การนับเลข และการใช้เหตุผล) แทนการสอบ ซึ่งจะทำให้เด็กถูกเปรียบเทียบจนอาจหมดกำลังใจ ทำให้มีความรู้สึกในด้านลบต่อการเรียน และข้อดีอีก 1 ข้อ สำหรับการเรียนผ่านระบบนี้ คือ จะช่วยลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในชนบทและโรงเรียนในเมือง เพื่อเป็นยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้เท่าเทียมกันทั้งประเทศมาเลเซียอีกด้วย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เนื้อหาข่าวการประกาศยกเลิก สอบกลางภาค-ปลายภาค ของมาเลเซีย

ลูกชักเพราะไข้สูง

3 วิธีรับมือ “ลูกชักเพราะไข้สูง” อาการชักไม่น่ากลัวเมื่อเข้าใจ

ลูกชักเพราะไข้สูง สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กในวัย 6 เดือน – 6 ปี ดังนั้น พ่อแม่ทุกคนจึงควรเตรียมพร้อม เพื่อรับมือกับอาการชักที่อาจเกิดขึ้นกับลูกตนเอง

3 วิธีรับมือ “ลูกชักเพราะไข้สูง” อาการชักไม่น่ากลัวเมื่อเข้าใจ

ชักจากไข้สูงคืออะไร?

ภาวะชักจากไข้ คือ อาการชักแบบเกร็ง ในระหว่างการชักจากไข้ เด็กมักจะตัวแข็ง สูญเสียสติและการควบคุม แขนและขาของจะสั่นชัก และอาจเกิดอาการปัสสาวะราด ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า ชักเกร็งกระตุกทั้งตัว เกิดขึ้นในขณะที่มีไข้สูง โดยทั่วไปจะมีอุณหภมูิสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส มักเกิดในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 6 ปี โดยพบบ่อยครั้งแรกในช่วงอายุประมาณ 1-2 ปี

ลูกชักจากไข้สูง
เมื่อลูกมีไข้สูง สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคืออาการชัก

ลูกชักเพราะไข้สูง เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เกิดจากการที่สมองของเด็กเล็กยังเจริญไม่เต็มที่ ทําให้มีโอกาสชักได้เมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น:

นอกจากนี้ ยังคาดว่ามีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับการชักจากไข้ เนื่องจากพบว่า มีโอกาสจะเกิดการชักเพิ่มขึ้นหากมีประวัติของญาติพี่น้องเคยชักมาก่อน โดย 1 ใน 4 ของเด็กที่ชักจากไข้สูงนั้น มีสมาชิกในครอบครัวเคยมีอาการนี้เช่นกัน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

หมอจุฬาชี้! 3 วิธีรับมือ “ลูกชักเพราะไข้สูง”

  1. รวมรวมสติ

คุณพ่อคุณแม่ทุกคน เมื่อเห็นว่าลูกตัวเองชักต่อหน้าต่อตา มักจะตกใจเป็นธรรมดา แต่สิ่งที่ต้องทำเมื่อลูกเกิดอาการชักนั่นคือ ต้องรวบรวมสติให้ได้มากที่สุด อย่าตกใจมากจนเกินไป ควรเรียกขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นและเริ่มปฐมพยาบาล

2. ป้องกันไม่ให้เด็กกัดลิ้น

ควรใช้ผ้าหนา ๆ เช่น ผ้าขนหนู ใส่เข้าไปในช่องปากของเด็ก เพื่อป้องกันโอกาสที่ลูกจะกัดลิ้นตนเอง ไม่ควรใส่สิ่งของชนิดอื่น ๆ เช่น นิ้ว ช้อน ยา หรือวัตถุที่เป็นของแข็ง แหย่เข้าไปในปากเด็ดขาด การใส่สิ่งของเพื่อกันการกัดลิ้นเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมากและโอกาสทำให้ฟันหัก หรือสิ่งของสำลักเข้าคอได้

3. ให้เด็กนอนราบลงกับพื้น

เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกตกลงจากที่สูงได้ เช่น เตียง เก้าอี้ โดยอุ้มให้ลูกอยู่ในท่านอนตะแคง โดยให้หันหน้าออกไปด้านใดด้านหนึ่ง ท่าการนอนแบบนี้จะป้องกันไม่ให้เด็กกลืนสิ่งที่อาเจียนออกมาเข้าไป เปิดทางเดินหายใจ และช่วยป้องกันการบาดเจ็บต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างชัก

อาการชักจากไข้สูง เด็กจะหยุดชักได้เองภายในไม่เกิน 2-3 นาที ส่วนใหญ่จะสามารถหายใจได้ และหัวใจเต้นเป็นปกติดี เมื่อหยุดชัก และรู้สึกตัวดี ให้ป้อนยาลดไข้ และควรทำให้ไข้ลดลงอย่างรวดเร็วโดยการเช็ดตัว โดยส่วนใหญ่เด็กจะหยุดชักได้เอง แต่หากไม่หยุดชักหลังปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน

ชักจากไข้สูง
สิ่งที่พ่อแม่ควรทำเมื่อลูกมีอาการชักคือ ตั้งสติ ให้ลูกนอนบนพื้น ใส่ผ้าหนาๆ ในช่องปากลูก

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อลูกชัก

  • ไม่กดตัวหรือแขนขาเด็กเพื่อพยายามหยุดอาการชักเพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หยุดชักแล้วยังอาจทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บมากขึ้น
  • ห้ามยัดสิ่งใดเข้าไปในปากเด็ก รวมทั้งห้ามใช้มือของคุณพ่อคุณแม่ยัดเข้าไปด้วย กรณีเด็กกัดลิ้นอาจทำให้เลือดออก  คุณหมอยืนยันว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากสิ่งของที่ใช้ยัดเข้าไปหักหลุดติดทางเดินหายใจ  กรณีนี้จะเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกชักเพราะไข้สูง อันตรายหรือไม่?

เด็กที่เคยมีอาการชักจากไข้สูง โดยทั่วไป ประมาณ 1 ใน 3 ของเด็กที่ชัก จะมีโอกาสชักซ้ำได้ถ้ามีไข้สูง และจะมีโอกาสชักซ้ำจนกว่าจะอายุมากกว่า 5-6 ปี และสำหรับเด็กที่มีอาการชักจากไข้ครั้งแรกก่อนอายุ 1 ปี และมีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะนี้ในตอนเด็ก อาจมีโอกาสชักซ้ำได้มากขึ้น และในเด็กบางราย อาการชักจากไข้สูงนั้น อาจเกิดจากภาวะอื่น ๆ ได้ เช่น การติดเชื้อในสมอง หรือเยื่อหุ้มสมอง ดังนั้นในเด็กบางราย อาจจำเป็นต้องตรวจน้ำไขสันหลัง โดยเฉพาะในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี หรือมีอาการซึมลง กินน้อยลง หรืออาเจียนร่วมด้วย ดังนั้น เด็กที่เคยมีประวัติชักจากไข้สูง เมื่อลูกมีไข้อีกครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังไม่ปล่อยให้ไข้สูงจนเกินไป คอยเช็ดตัวพร้อมทั้งป้อนยาพาราเซตามอลร่วมด้วย

ลูกชัก
เมื่อปฐมพยาบาลจนลูกหยุดชักแล้ว ให้ป้อนยาลดไข้

ภาวะชักจากไข้สูงมีผลต่อพัฒนาการของลูกหรือไม่?

จากความกังวลของคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่า อาการชักของลูกนั้นจะไปกระทบต่อพัฒนาการหรือสติปัญญาของลูกนั้น โดยทั่วไป ภาวะนี้จะไม่มีผลต่อพัฒนาการ หรือการเรียนรู้ของเด็กที่เดิมแข็งแรงดีอยู่แล้ว ยกเว้นนในบางราย ที่มีอาการชักติดต่อกันเป็นเวลานาน (โดยเฉพาะอาการชักที่นานมากกว่า 30 นาที) จนมีภาวะตัวเขียว ขาดออกซิเจน ทำใหห้อาจมีผลต่อสมองได้ แต่โดยทั่วไป อาการชักชนิดนี้ มักจะหยุดได้เองภายในเวลา 3-5 นาที จึงไม่มีอันตรายต่อสมองของเด็ก

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

วิธีการเช็ดตัวลดไข้ ด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาว

หยอดโรต้า ฟรี!! ปี 2562 แม่ๆ อย่าลืมพาลูกไปรับวัคซีน

หมอเตือน! 3 ภัย 4 โรคในหน้าหนาว เด็กเล็กเสี่ยงเจ็บตายสูงขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ. นพ. ชิษณุ พันธุ์เจริญ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic)

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย เปิดบ้านเฟอร์ทิลิตี้ คลินิก (Fertility Clinic) หรือคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

 

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ชี้ คนไทยมีลูกน้อยลง-ช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารก

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย เปิดบ้านเฟอร์ทิลิตี้ คลินิก (Fertility Clinic) หรือคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ชี้แจงคนไทยมีลูกลดลงและช้าลงกว่าในอดีตเป็นลำดับต้นๆ ของเอเชีย การวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนการมีบุตรในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคู่สามีภรรยา โดยนายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี ผู้อำนวยการคลินิก เปิดเผยถึงภาพรวมและความสำคัญในการวางแผนการมีบุตร ผ่านประสบการณ์กว่า 25 ปี พร้อมแชร์เทรนด์และเทคโนโลยีการรักษาภาวะมีบุตรยากในอนาคต ตอกย้ำความสามารถและความพร้อมในการรองรับการวางแผนมีบุตรของครอบครัวไทย

นายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี ผู้อำนวยการคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก ที่บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก  ได้กล่าวถึงภาพรวมของการมีบุตรในครอบครัวไทย ว่า “ปัจจุบัน คนไทยมีบุตรน้อยลงและช้าลง จากเดิมครอบครัวไทยจะมีบุตรเฉลี่ย 4-6 คน ตอนนี้กลับมีอัตราเฉลี่ยการมีบุตรประมาณ 1.5 คนต่อครอบครัว หลายครอบครัวมีบุตรเพียงคนเดียว หรือบางครอบครัวไม่มีบุตรเลย การมีบุตรเพียงหนึ่งคนหรือไม่มีบุตรเลยอาจเกิดจากความตั้งใจ แต่หลายคู่ที่ไม่ได้ตั้งใจและมาพบภายหลังว่าประสบปัญหามีบุตรยากเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น เป็นที่น่าเสียดายเพราะไม่ตระหนักว่าช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการมีบุตรควรเป็นช่วงใด ซึ่งการมีบุตรเมื่ออายุมากนั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งมารดาและทารก”

โดยนายแพทย์พูลศักดิ์ ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญในการวางแผนมีบุตรว่า “ครอบครัวไทยยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุลระหว่างเรื่องหน้าที่การงานและชีวิตครอบครัว การวางแผนสร้างครอบครัวจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวางแผนการเงินหรือหน้าที่การงาน ดังนั้นการทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองจะช่วยในการวางแผนให้ชีวิตคู่มีความสุขและสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและนวัตกรรมทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ทันสมัยในปัจจุบัน เปิดโอกาสให้การวางแผนเรื่องการมีบุตรในอนาคตทำได้ดีขึ้นมากกว่าในอดีต และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงมีทางเลือกมากขึ้นที่จะมีบุตรที่สมบูรณ์แข็งแรงในช่วงเวลาที่ตนเองพร้อมและต้องการ มีอิสระในการวางแผนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น”

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก

ทางด้าน ศ.ดร.นพ. วิปร วิประกษิต ที่ปรึกษาทางด้านพันธุศาสตร์และนักวิจัยทางด้านพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติได้กล่าวเสริมว่า “ด้วยเทคโนโลยีการตรวจในระดับดีเอ็นเอทั้งจีโนมในปัจจุบันทำให้เราสามารถตรวจกรองหาความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ในคู่สมรสเพื่อการวางแผนการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Diagnosis) ได้อย่างเหมาะสมและจำเพาะเจาะจงของคู่สมรสแต่ละรายไป นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีในการตรวจคัดกรองความผิดปกติในระดับโครโมโซมของตัวอ่อนด้วยการตรวจ Next Generation Sequencing ซึ่งจะทำให้เรามีความมั่นใจยิ่งขึ้นในด้านผลสำเร็จของการรักษาภาวะมีบุตรยากและการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงสูงสุด”

พร้อมกันนี้นายแพทย์พูลศักดิ์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงสามปัจจัยสู่การประสบความสำเร็จในการรักษาภาวะมีบุตรยาก ว่า “หัวใจหลักสามประการของความสำเร็จในการรักษาภาวะมีบุตรยาก คือ หนึ่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาคู่สมรสที่มีบุตรยากที่มากด้วยประสบการณ์ มีความรอบรู้ด้านสูติศาสตร์ สอง ทีมนักวิทยาศาสตร์ทางห้องปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงตัวอ่อน และ สาม ห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนที่มีมาตรฐาน พร้อมด้วยเทคโนโลยีในการเลี้ยงตัวอ่อนที่ทันสมัย”

คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Clinic) เป็นอีกหนึ่งคลินิกเฉพาะทางของบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ที่ได้จัดเตรียมไว้รองรับคู่สามีภรรยาที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากและช่วยวางแผนเตรียมความพร้อมเรื่องการสร้างครอบครัวในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาภาวะมีบุตรยากที่สูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยให้บริการด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากภายใต้หลักการ 3Ps ประกอบด้วย Prevention เน้นการวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันภาวะมีบุตรยาก ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อมารดาและทารกในอนาคต สอง Personalization ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้การดูแลเหมาะสมกับคู่สมรสแต่ละคู่ เข้าใจความต้องการและบริบทการใช้ชีวิตและการสร้างครอบครัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละคู่ และสาม Precision ใช้การตรวจวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้กระบวนการดูแลเป็นไปอย่างแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

BDMS Wellness Clinic ตั้งอยู่ที่ 2/4 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 826 9999

เล่นมือถือในห้องน้ำ

หมอเตือน! เล่นมือถือในห้องน้ำ เสี่ยงป่วย 5 โรค

การ เล่นมือถือในห้องน้ำ เป็นกิจกรรมที่ช่วยฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดีในขณะขับถ่าย แต่การนั่งบนชักโครกเป็นเวลานาน ๆ ทั้ง ๆ ที่ขับถ่ายเสร็จแล้ว เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากกว่าที่คิด

หมอเตือน! เล่นมือถือในห้องน้ำ เสี่ยงป่วย 5 โรค

สมัยนี้ โทรศัพท์มือถือ ก็เป็นเหมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร ไปที่ไหน พอมือว่างเมื่อไร ก็เป็นอันต้องหยิบมือถือมาสไลด์ดู ไม่เว้นแม้แต่ช่วงที่เข้าห้องน้ำ ในขณะขับถ่ายที่มืออยู่ว่าง ๆ มีหรือที่จะไม่หยิบมือถือขึ้นมาดู อ่านข่าว เล่นเกม เพื่อฆ่าเวลา แต่ยิ่งเล่นมือถือไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งสนุก แม้ว่าจะขับถ่ายเสร็จแล้ว หรือเล่นไปเรื่อย ๆ ก็มัวแต่จดจ่ออยู่กับมือถือ จนเสียสมาธิ ทำให้ขับถ่ายไม่เสร็จได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการ เล่นมือถือในห้องน้ำ เป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิด 5 โรค ต่อไปนี้

  1. โรคท้องผูก

การ เล่นมือถือในห้องน้ำ จะทำให้เรามีสมาธิอยู่ที่มือถือมากกว่าใช้สมาธิในการขับถ่าย ซึ่งอาจจะทำให้จังหวะเคลื่อนตัวของของเสียในลำไส้หยุดชะงักแล้วไหลกลับไปคั่งอยู่ในร่างกายเราเหมือนเดิม เป็นเหตุให้ใช้เวลาขับถ่ายนานกว่าปกติ หรือ หายปวดท้องไปเลย ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้

เล่นมือถือขณะขับถ่าย
การ เล่นมือถือในห้องน้ำ  เสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องผูก และโรคริดสีดวงทวารได้

2. โรคริดสีดวงทวาร

เมื่อเกิดโรคท้องผูกแล้ว อาการที่มักจะมีตามมาหลังโรคท้องผูกคือ โรคริดสีดวงทวาร เพราะเมื่อนั่งขับถ่ายไปนาน ๆ แล้ว พอรู้สึกว่าหายปวดแล้ว (เพราะเสียสมาธิจากการ เล่นมือถือในห้องน้ำ) ก็พยายามฝืนเบ่งให้ถ่ายให้ได้ อาจส่งผลให้เกิดแรงดันในช่องท้องมาก เลือดคั่งบริเวณรูทวารหนัก เพราะเส้นเลือดดำถ่ายเทไม่สะดวกและเกิดอาการโป่งพองขึ้น กลายเป็นริดสีดวงทวารในที่สุด หากไม่อยากเป็นโรคริดสีดวงทวาร ควรพยายามกินผัก ผลไม้ อาหารที่มีกากใยเยอะ ๆ พร้อมทั้งเลี่ยงการนั่งส้วมนาน ๆ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ หมอเตือน! เล่นมือถือในห้องน้ำ เสี่ยงป่วย 5 โรค