ทำไมลูกกลัวผี สอนลูกไม่ให้ กลัวผี ทำอย่างไร โดย พ่อเอก

กลัวผี
กลัวผี

ปูนปั้นเป็นเด็กไม่ กลัวผี เพราะเราไม่เคยหลอกเขาในเรื่องผีเลย วันหยุดสุดสัปดาห์ตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาเราแวะไปหาคุณย่า ตามปกติ (จริงๆ คือไปหาอากงด้วย แต่ตอนนี้อากงท่านไม่อยู่แล้ว) เวลาจะเดินไปห้องน้ำ จะต้องเดินผ่านบริเวณเตียงที่อากงเคยนอนตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งฝั่งนั้นเราไม่ได้เปิดไฟ เวลาไปห้องน้ำพี่ปูนปั้นก็เดินไปห้องน้ำเอง ตามปกติ มีเย็นวันหนึ่งแล้วพี่ปูนปั้นมาเล่าให้ฟัง ว่า

“ตอนเดินผ่านเตียงอากง ปูนปั้นก็ยกมือไหว้”

แล้วพี่ปูนปั้นก็พูดว่า

“ปูนปั้นคิดว่า อากงจะกลับมา”

ปะป๊าบอกขอบคุณที่พี่ปูนปั้นยังคิดถึงอากงและพูดถึงอากง เพราะตอนอากงเสียปูนปั้นน่าจะเพิ่ง 3 ขวบ

ผมจำตอนที่ตัวเองกระเปี๊ยกเท่าพี่ปูนปั้น เวลาไปที่บ้านอากู๋ แล้วต้องเดินผ่านรูปอาม่าที่แขวนไว้บนผนังก็จะรู้สึกกลัว

ยิ่งให้อยู่คนเดียวแถวนั้น ไม่ได้แน่ๆ แต่พี่ปูนปั้นไม่ค่อยมีปัญหากลัวผี อย่างน้อยก็ถึงตอนนี้

เหตุหนึ่งที่พี่ปูนปั้นไม่เคยกลัวผี เพราะเราไม่เคยหลอกเขาในเรื่องผีเลย ปูนปั้นเคยถามว่าผีมีจริงมั้ย เราบอกเป็นความเชื่อ แต่ไม่มีจริงหรอก แต่พี่ปูนปั้นบอกว่า เพื่อนปูนปั้นบอกว่ามีจริง เราก็ถามว่า เพื่อนปูนปั้นเคยเห็นมั้ย แล้วพี่ปูนปั้นหละเคยเห็นมั้ย คำตอบคือ ไม่เคย เราจึงสอนต่อว่า ในทีวี ในนิทาน ในการ์ตูน จะมีเรื่องผี แต่จริงๆไม่มีหรอก เป็นความคิดเป็นความเชื่อของคนเราเอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ผีมีจริงไหม?

พี่ปูนปั้นเคยถามต่อว่าแล้วทำไมถึงบอกว่า มีผี เราอธิบายว่า มันเป็นวิธีการในการสอนให้คนทำดี ไม่ทำสิ่งไม่ดี เพราะทำไม่ดีจะไปเกิดเป็นผี หรือ เป็นการสอนให้อย่ากลับดึก อย่านอนดึก เดี๋ยวจะเจอผี แต่ไม่มีหรอก แล้วปะป๊าหม่ามี้ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสอนให้กลัว พี่ปูนปั้นจึงไม่เคยได้ยิน ปะป๊าหม่ามี๊บอกว่า ‘เดี๋ยวเจอผีหลอก’ พอปะป๊าหม่ามี๊ ไม่พูดแบบนั้น ปูนปั้นกลัวผีมั้ย “ไม่กลัวครับ”

นอกจากนั้น ตั้งแต่เด็กเราจะไม่ใช้การขู่อะไรที่ไม่เป็นจริงเลย ไม่ว่าจะคำขู่ลูกยอดฮิตอย่าง

  • เดี๋ยวตำรวจมาจับ
  • ตุ๊กแกมากินตับ
  • ถ้าดื้อจะโดนคุณหมอจับฉีดยา เป็นต้น
ปูนปั้นและปั้นแป้ง ผู้ไม่เคยกลัวผี
ปูนปั้นและปั้นแป้ง ผู้ไม่เคยถูกหลอกให้กลัวผี

สอนลูกอย่างไร ไม่ให้ กลัวผี ?

เราจะสอนแต่ความเป็นจริง เป็นเหตุเป็นผลว่า ‘ถ้าทำแบบนี้จะเกิดผลอะไร และให้เขาตัดสินใจเอง’

ให้เขาได้เลือกเอง โดยให้เขารู้ว่าผลดีผลเสียคืออะไร และถ้าอยากจะรับผลนั้นก็เลือกเอา

เช่น ถ้าไม่ยอมนอน เราจะไม่บอกเรื่องผี

แต่เราจะบอกว่า พรุ่งนี้จะง่วง ตื่นสาย ก็อดเล่นโน่นนี่นั่น

แต่ถ้านอนเร็ว ตื่นเร็วก็จะสดชื่น ได้ไปเล่นกัน

แล้วเขาก็เลือกเอง

 

คุณพ่อคุณแม่ได้หลอกอะไรลูกมั้ยครับ

เด็กเขาไม่ กลัวผี หลอกนะฮะ

ถ้าเราไม่ไปเป็นผีหลอกเขาซะเอง

 


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

หมุนรอบลูก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

บทความน่าสนใจอื่นๆ

ลูกไม่เป็นอะไร ทำไมต้องไปหา “หมอพัฒนาการเด็ก”!?

4 ประโยชน์ที่ลูกจะได้จากการเล่น “พับกระดาษ”

เทคนิค ฝึกลูกเริ่มดื่ม นมกล่อง UHT สำหรับเด็ก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up