อาบน้ำใบกะเพรา

แม่แชร์สูตร! อาบน้ำใบกะเพรา ระเบิดพุง แก้ปัญหาลูกท้องผูก

แม่แชร์สูตรดี๊..ดี ให้ลูก อาบน้ำใบกะเพรา ช่วยระเบิดพุง ถ่ายง่ายสบายท้องโล่ง …หากเด็กน้อยบ้านไหนแน่นท้อง  ไม่ค่อยถ่าย ลองนำวิธีนี้ไปใช้กันได้นะคะ

หากพูดถึง กะเพรา สิ่งที่คิดถึงก็คือ ข้าวผัดกะเพราหมูสับไข่ดาว กะเพราทะเล หรือกะเพราไก่  ซึ่งนอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะรู้จักกันในการนำมาปรุงอาหารแล้ว กะเพราก็ยังถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านชั้นยอดอย่างหนึ่ง แต่น้อยคนนักที่จะรู้สรรพคุณที่แท้จริงของกะเพรา

แม่แชร์สูตรดี! ให้ลูกอาบน้ำใบกะเพรา ระเบิดพุง แก้ปัญหาลูกท้องผูก

กะเพรา (Holy Basil, Sacred Basil) เป็นพืชผักสมุนไพรจำพวกต้นที่ โดยทั่วไปนิยมนำมาประกอบอาหารรับประทาน ซึ่งเป็นที่นิยมมาก กะเพราะนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กะเพราขาว, กะเพราแดง และกะเพราที่ผสมกันระหว่างกะเพราขาวและกะเพราแดง

อาบน้ำใบกะเพรา

ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรา

ใบ – ช่วยในการบำรุงไฟธาตุ ขับลม ผายลม ช่วยให้เรอ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ลมตานซาง ปวดท้อง จุกเสียด ส่วนใบสดหรือแห้งสามารถนำไปชงน้ำร้อนดื่มขับลมในเด็กอ่อน และบำรุงธาตุ ตลอดจนน้ำที่คั้นจากใบสามารถรับประทานแก้ไข้ ช่วยขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทารักษาโรคผิวหนังอย่างกลากเกลื้อน และสามารถหยอดหูช่วยแก้อาการปวดหูได้ด้วย ให้รสเผ็ดร้อน

รากและต้น – ช่วยแก้พิษตานซาง จุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ ตลอดจนช่วยบำรุงธาตุ และแก้โรคสันนิบาต ให้รสเผ็ดร้อน

เมล็ด – ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ให้รสเผ็ดร้อน

น้ำมันหอมระเหย – ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของวัณโรค และมีฤทธิ์ช่วยฆ่าแมลงและยุง สารสกัดจากน้ำหรือแอลกอฮอล์ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายจริงๆ แถมหารับประทานกันได้ง่ายอีกด้วย ปลูกเป็นพืชสวนครัวไว้ที่บ้านก็ดี กินดี รักษาโรค ได้สุขภาพ

อ่านต่อ >> “แม่แชร์สูตร ให้ลูกอาบน้ำใบกะเพรา แก้ปัญหาท้องผูก” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลจาก :www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ขับเสมหะ

8 วิธี ขับเสมหะ ลูกโดยไม่ต้องทานยา!

ทำอย่างไรเมื่อลูกมีเสมหะเยอะ แต่ไม่อยากให้ทานยา พบ 8 วิธี ขับเสมหะ ลูกด้วยวิธีการทางธรรมชาติ!

คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่า เสลดหรือเสมหะนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร … เพราะเวลาที่ลูกเป็นหรือแม้แต่ตัวเราเองที่เป็น ก็มักจะรู้สึกรำคาญ และการมีเสลดมาก ๆ นั้นก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก วันนี้ทีมแม่ ABK จะมาขอนำเสนอวิธีการ ขับเสมหะ ให้กับลูกด้วยวิธีการทางธรรมชาติ และไม่ต้องใช้ยาเลยแม้แต่นิดเดียวมาฝากกันค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่ามีวิธีอะไรบ้างนั้น เรามาทำความรู้จักกับเสลดหรือเสมหะนี้กันก่อนเลยค่ะ

เสลดหรือเสมหะคืออะไร?

เสมหะหรือเสลด เป็นสารเมือกที่สร้างขึ้นจากต่อมมูก และเซลล์กอบเลท ของทางเดินหายใจตั้งแต่หลอดลมคอถึงหลอดลมฝอย มีประมาณ 10-100 มิลลิลิตรต่อวัน เคลื่อนออกจากทางเดินหายใจได้โดยการโบกพัดขนกวัด ที่บุอยู่ตามผนังหลอดลมในอัตรา 1-2 เซนติเมตรต่อวินาที โดยสามารถโบกพัดทั้งหมดไม่ถึง 20 นาที ในร่างกายจะมีกลไกในการทำให้เกิดสุขอนามัยที่ดีของหลอดลม เพื่อให้ขนกวัดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการสร้างเสมหะพอเหมาะกับสภาวะของร่างกายทั้งจำนวน และลักษณะของเสมหะ คือ มีจำนวนปกติ และลักษณะที่ไม่เหนียวข้น ถ้าหากมีความผิดปกติประการใดประการหนึ่ง หรือทั้งสองประการ จะทำให้เกิดการคั่งค้างของเสมหะ และถ้าร่างกายไม่สามารถขับระบายเสมหะออกสู่ภายนอกได้ จะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดลม ผลที่ตามมาทำให้เกิดการระบายอากาศไม่ดี มีออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าปกติ หัวใจทำงานมากขึ้น มีภาวะปอดอักเสบ ปอดแฟบ เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

 

ขับเสมหะ
เครดิต: Daily Express

สาเหตุของการเกิดเสมหะ

  • เพราะการระคายเคืองบริเวณลำคอ อันได้แก่ การสูดดมสารเคมีหรือสารมลพิษ การสูบบุหรี่ รวมถึงการดื่มหรือรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสจัด ทำให้ร่างกายเกิดการระคายเคือง และมีกลไกลกระตุ้นการหลั่งเสมหะออกมาเคลือบบริเวณลำคอ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับเซลล์เยื่อบุ และถ้าหากหลั่งมากก็จะเกิดรวมตัวเป็นก้อนเหนียว
  • โรคจมูกอักเสบ อันเกิดจาก ภูมิแพ้ และที่ไม่ได้มาจากภูมิแพ้ ซึ่งทั้งสองสาเหตุนั้นเกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกที่ไวผิดปกติ และเมื่อสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ก็จะเกิดการระคายเคือง ทำให้มีการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมูกไหลลงคอกลายเป็นเสมหะหรือเสลด ซึ่งในระยะแรกเสลดจะมีสีขาวขุ่นไม่เหนียวข้น แต่เมื่อเกิดการค้างที่ลำคอนาน จะทำให้เสมหะกลายเป็นสีเหลืองและจับเป็นก้อน
  • โรคไซนัสอักเสบ และเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ ทำให้มีการสร้างน้ำมูกไหลลงสู่คอคล้ายกับโรคจมูกอักเสบ กลายเป็นเสมหะเช่นกัน แต่เสมหะที่เกิดขึ้นเกิดจากการติดเชื้อจึงทำให้เสมหะมีสีเขียว หรือเหลืองตลอดเวลา
  • โรคหลอดลมอักเสบ และโรคหอบหืด ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม จนเกิดจากการะคายเคืองจากสารเคมีหรือสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ และเมื่อเกิดการอักเสบ ต่อมสร้างเสมหะจะสร้างเสมหะมาเคลือบที่ผิวหลอดลมตลอดเวลา
  • ติดเชื้อเรื้อรังบริเวณคอ เช่น เป็นวัณโรค ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบบริเวณลำคออย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายสร้างเสมหะออกมาเคลือบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเรื้อรังจะเกิดเสมหะอยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะรักษาหรือกำจัดเชื้อได้หายขาด

อ่าน! 8 วิธีขับเสมหะลูก โดยไม่ต้องใช้ยา ได้ที่หน้า 2

กลัวเมีย

สามีจ๋า…อย่ามัวแต่ กลัวเมีย เชื่อเมียกันดีกว่าจะได้รวย ๆ

เชื่อหรือไม่? ผู้ชาย กลัวเมีย โบราณว่าจะต้องได้ดี แถมรวยเสียด้วย!

 

ขอเสียงคุณสามีทางบ้านหน่อยค่ะ อยากรู้จังว่าจะมีสักกี่คนกันนะที่ “กลัวเมีย” … แต่ต่อให้ถามอย่างไร เชื่อเถอะว่า ไม่มีใครยอมรับแน่นอน ก็ของแบบนี้ยอมรับไปง่าย ๆ เดี๋ยวเขาจะว่าเสียเชิงชายหมด และสำหรับผู้ชายใช่ว่าพวกเขาจะเกิดความรู้สึกแบบนี้เอาง่าย ๆ นะจะบอกให้ การจะกลัวอะไรใครนั้นล้วนต้องมีสาเหตุ และนี่คือ 3 สาเหตุหลัก ๆ ของคุณสามี กับเหตุผลที่ทำไมถึงกลัวเมียกันจัง

  1. กลัวประวัติศาสตร์ ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ความรักจะสุขสมหวัง หรือเป็นผู้ถูกกระทำให้ช้ำใจ แน่นอนว่า ในใจลึก ๆ ของคุณสามี จะต้องแอบกลัวว่า วันหนึ่งเรื่องบางเรื่องที่เคยปกปิดคุณภรรยาเอาไว้มันจะแดงขึ้นมา จนทำให้บ้านอันแสนสุขกลายเป็นปัญหาบ้านแตกขึ้น
  2. กลัวสิ่งลี้ลับ สำหรับคุณผู้ชายนั้นย่อมเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดใจถึงความรอบรู้ของภรรยา ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร ทำม๊ายทำไม คุณภรรยาทางบ้านถึงรู้!? แถมรู้ทุกเรื่องเสียอีกด้วย ทำเอาคุณผู้ชายเกิดความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิต เพราะไม่รู้ว่าที่ภรรยารู้เรื่องต่าง ๆ นั้นเป็นเพราะว่า คุณภรรยาแอบเล่นคุณไสยหรือว่าอะไรกันแน่ … แหม! อยากจะบอกจังว่า ที่ภรรยาอย่างเรารู้เรื่องนั้นเป็นเพราะพฤติกรรมอันน่าสงสัยของพวกคุณเองต่างหาก ประกอบกับสัญชาติญาณที่บอกว่า อย่าทำอะไรผิดแม้แต่นิดเดียว เพราะลางสังหรณ์ของผู้หญิงน้ั้นแรงมาก!
  3. กลัวถูกทิ้ง จริงหรือนี่?! ที่คุณผู้ชายก็กลัวความรู้สึกนี้กันด้วย? แต่รับรู้ไว้เถอะว่า ผู้ชายก็มีหัวใจ หากพบว่าคุณภรรยามีพฤติกรรมที่แปลกไป ผู้ชายก็จะเริ่มหวั่นใจ และแสดงพฤติกรรมหึงหวงออกมา และไม่ใช่แค่สาเหตุนี้สาเหตุเดียวนะคะ คุณพ่อบ้านยังเปิดเผยอีกว่า แท้จริงของเบื้องลึกเลยก็คือ กลัวเวรกรรม! นั่นเองละค่ะ

จริงหรือไม่? ที่ผู้ชายกลัวเมียนั้นจะรวย!

อาหารเช้าง่ายๆ

สูตรเด็ด 5 นาที! “ขนมปังหน้าแฮมไข่ยิ้ม” อาหารเช้าง่ายๆ เพื่อลูกอร่อย

เพราะมื้อเช้าของลูกน้อยสำคัญมาก หากคุณแม่ไม่รู้จะทำอะไรให้ลูกน้อยกินในช่วงเวลาเร่งด่วน เชฟแม่หมีขอนำเสนอ อาหารเช้าง่ายๆ เมนูอิ่มอร่อยสบายท้อง ด้วยเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

Continue reading “สูตรเด็ด 5 นาที! “ขนมปังหน้าแฮมไข่ยิ้ม” อาหารเช้าง่ายๆ เพื่อลูกอร่อย”

รวม! เพจแม่และเด็ก จาก 10 คุณหมอและผู้เชี่ยวชาญชื่อดัง!

วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ขอเอาใจแม่ ๆ ด้วยการรวม เพจแม่และเด็ก ที่บอกเลยไม่ควรพลาด!

 

 

เพราะเราตระหนักดีถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูก รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกับคำแนะนำในการเลี้ยงลูก น้ำนมแม่ หรือแม้แต่โรคภัยต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ มักชอบเป็นพร้อมวิธีการป้องกันและดูแลเมื่อยามลูกป่วย ซึ่งจะมีเพจอะไรบ้างนั้น พร้อมแล้วเราไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ เริ่มจาก

1. คุณหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

เพจแม่และเด็ก
เครดิต: คุณหมอสุธีรา

คุณหมอคนสวยขวัญใจคุณแม่ให้นมแม่หลาย ๆ คน ผู้ให้ความสำคัญกับนมแม่ และรู้ว่านมแม่ดีมีประโยชน์กับลูก ๆ มากขนาดไหน จึงได้รณรงค์ให้เด็กไทยกินนมแม่เพิ่มมากขึ้น นอกจากผลงานผ่านเฟสบุ๊คแล้ว คุณหมอก็ยังมีผลงานผ่านทางพ็อคเกตบุ๊ค แปลหนังสือ อีกทั้งยังเป็นนักเขียนประจำคอลัมน์นิตยสารและวิทยากรรับเชิญ และสุดท้ายกับการพ่วงตำแหน่งคณะกรรมการสมาพันธ์เครือข่ายนมแม่แห่งประเทศไทยอีกด้วยนะคะ

อ่านต่อเพจแม่และเด็กที่น่าสนใจ ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ลูกติดอ่าง

สังเกตให้ดี ลูกติดอ่าง หรือไม่

จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกติดอ่าง วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำแนะนำและวิธีสังเกตมาฝากกันค่ะ

 

 

ติดอ่าง คืออะไร?

ติดอ่าง ถือเป็นความผิดปกติของจังหวะการพูด มีลักษณะพูดไม่ค่อยคล่อง ตะกุกตะกัก ติด ๆ ขัด ๆ และพูดซ้ำคำเดิม ๆ ที่มักจะเป็นคำที่ขึ้นต้นประโยค นอกจากนี้ยังมีการพูดลากเสียง หรือพูดขาดเป็นช่วง ๆ ไม่ต่อเนื่อง แต่สำหรับเด็กบางคนก็อาจมีการแสดงออกทางสีหน้าเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ใบหน้าบิดเบี้ยว กระพริบตา เม้มปาก หรือกระทืบเท้าในขณะที่พูดติดอ่างไปด้วย ซึ่งอาการดังกล่าวนั้น ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเกิดเมื่ออ่านออกเสียงอย่างเดียวเลยค่ะ อาการเหล่านี้สามารถแสดงออกมาตอนที่ลูกเครียดด้วยได้เช่นกัน

สำหรับอาการติดอ่างนั้น มักเกิดกับเด็กที่อยู่ในช่วงก่อนวัยเรียน เนื่อจากมีพัฒนาการด้านภาษาเร็ว อยู่ในช่วงที่กำลังฝึกพูด ทำให้มีบ้างที่ลูกจะพูดติด ๆ ขัด ๆ หรือพูดไม่ชัดได้ แต่อาการดังกล่าวก็สามารถเกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่งไม่ถาวรได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ตอนเด็ก ๆ เป็น แต่พอโตขึ้นก็เริ่มหายไปได้เอง เป็นต้น

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลูกติดอ่าง?     

สอนลูกให้มีน้ำใจ

บะหมี่เปลี่ยนชีวิต! สุดยอดพ่อ “สอนลูกให้มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว” ด้วยบะหมี่ 2 ถ้วย…

การ สอนลูกให้มีน้ำใจ ในสังคมที่วุ่นวายของยุคสมัยนี้ ถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจิตใจที่เมตตา คิดถึงหัวอกหรือความรู้สึกของคนอื่น จะทำให้ลูกมีแต่คนรักใคร่ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

Continue reading “บะหมี่เปลี่ยนชีวิต! สุดยอดพ่อ “สอนลูกให้มีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัว” ด้วยบะหมี่ 2 ถ้วย…”

ค่าคลอดลูก

อัพเดท ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2560

ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนที่คุณแม่ถามกันมาว่าอยากทราบราคา ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้อัปเดตข้อมูลราคาค่าคลอดสำหรับโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ให้แล้วค่ะ ครอบครัวไหนที่มีแพลนจะมีลูก และตั้งใจจะฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเอกชน อยากทราบราคาค่าคลอดลูกด้วย ลองศึกษาข้อมูลที่นำมาให้ทราบนี้กันค่ะ

 

 ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ 2560

มาแล้วค่ะกับราคา ค่าคลอดลูก ของโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ อัปเดตให้ล่าสุดเลยค่ะ เห็นหลายๆ ครอบครัวถามกันเข้ามาก หลังจากได้ดูข่าวคุณแม่ชมพูคลอดลูกไปเมื่อเร็วๆ นี้ เอาเป็นว่าเพื่อไม่เป็นการรอช้าเราไปดูอัตราแพ็คเกจค่าคลอดลูกกันค่ะ

แพ็คเกจ ค่าคลอดลูก

1. โรงพยาบาลวิภาวดี

ค่าคลอดลูก แบบเหมาจ่ายราคาคลอดดังนี้

คลอดธรรมชาติ  ราคา 38,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)

– คลอดโดยวิธีผ่าตัดคลอด ราคา 49,000 บาท (นอนโรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

(Package คลอดบุตรโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล ยกเว้นมารดาและ/หรือ ทารกมีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ขณะคลอดหรือหลังคลอด)

หมายเหตุ:ไม่ครอบคลุมค่าแพทย์ช่วยผ่าตัด,ครรภ์แฝด

หมดเขตวันที่  31  ธันวาคม 2560

ศูนย์สูตินรีเวช 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สูตินรีเวช โทร.0-2561-1111 ต่อ 2219, 2220

เว็บไซต์: www.vibhavadi.com

2. โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

แพ็คเกจ ค่าคลอดลูก โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สมัครเข้าร่วมโครงการภายใน 31 ตุลาคม 2560
แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย

  • คลอดปกติ ราคา 49,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 71,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอดลูกแฝด ราคา 98,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

สามารถสอบถามรายละเอียดแพ็คเกจเพิ่มเติมที่จะได้รับ แผนกสูตินรีเวชกรรมผู้ป่วยนอก โทร. 02-625-9000 ต่อ 30230-1

เว็บไซต์: www.bch.in.th

3. โรงพยาบาลกรุงเทพ

ราคาแพ็คเกจคลอดแบบเหมาจ่าย ราคานี้อัปเดตถึง 31 ธันวาคม 2560

  • การคลอดปกติ ราคา 65,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 2 คืน)
  • การผ่าตัดคลอด ราคา 93,500 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)
  • การผ่าตัดคลอดครรภ์แฝด ราคา 137,500 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 คืน)

หมายเหตุ : โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาแพคเกจคลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามข้อมูล ติดต่อ โทร. 1719

เว็บไซต์: www.bangkokhospital.com

4. โรงพยาบาลบางปะกอก 1

ราคาคลอดแบบเหมาจ่ายนี้สามารถใช้ได้ถึง 31 ธันวาคม 2560

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 31,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 48,000 บาท (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลบางปะกอก 1 โทรศัพท์ : 02–109–1111 ต่อ แผนกสูติ-นรีเวช

เว็บไซต์: www.bangpakok1.com

5. โรงพยาบาลบางปะกอก 3

ราคาแพ็คเกจคลอดแบบเหมาจ่าย

  • คลอดธรรมชาติ ราคา 23,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • คลอดธรรมชาติ ราคา 21,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 39,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด ราคา 37,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด+ทำหมัน ราคา 43,000 บาท ห้องพิเศษ (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)
  • ผ่าตัดคลอด+ทำหมัน ราคา 41,000 บาท ห้องรวม (พักอยู่โรงพยาบาล 4 วัน 3 คืน)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม แผนกสูติกรรม โรงพยาบาลบางปะกอก 3 โทรศัพท์ : 02–109–3111 ต่อ 1124, 1125

เว็บไซต์: www.bangpakok3.com

อ่านต่อ อัพเดท ราคาค่าคลอด โรงพยาบาลเอกชน หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทักทายภาษาจีน

16 คำสอนลูก ทักทายภาษาจีน ในชีวิตประจำวัน

อยากให้ลูกทันสมัย ก้าวทันยุค AEC ต้องปลูกลูกด้วยคำ ทักทายภาษาจีน ในชีวิตประจำวัน!

 

 

ขอเสียงคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะเริ่มต้นฝึกลูกให้พูดภาษาจีนกันหน่อยค่ะ … ว้าว! มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยเลยที่อยากให้ลูก ๆ พูดภาษาจีนได้ … คุณพ่อคุณแม่คิดว่ายากไหมคะ? จริง ๆ แล้วไม่ยากหรอกค่ะ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่พยายามพูดกับลูกเป็นประจำทุกวัน ว่าแต่ การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดนั้นก็คือ

  1. เริ่มจากการฝึกให้ลูกได้เรียนรู้คำศัพท์จากสิ่งใกล้ตัว ยกตัวอย่างเช่น สัตว์เลี้ยง ท้องฟ้า น้ำ สิ่งของที่ใช้ในบ้าน
  2. สอนคำกล่าวทักทายเป็นภาษาจีนเป็นประจำทุกวัน
  3. เล่นเกมส์ฝึกภาษาหรือทายภาษา ทายคำศัพท์ง่าย ๆ ทำให้เหมือนกับเป็นเกมส์การเล่นสนุกมากกว่าการเรียนการสอนนอกจากจะทำให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้กับคนในครอบครัวได้
  4. หาเพลง หนัง หรือการ์ตูนสนุก ๆ น่าสนใจมาดูหรือฝึกร้องกับลูก นอกจากลูกจะได้ชินหูแล้ว ยังได้สำเนียงของเจ้าของภาษาอีกด้วยนะคะ

อ่านต่อคำทักทายภาษาจีน ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกลูกได้ทุกวัน คลิก!

ภูมิแพ้

ชนะภูมิแพ้ลูก ด้วย 14 วิธีกำจัดไรฝุ่นในห้องนอน

พบกับวิธี กำจัด ไรฝุ่นในห้องนอน ให้ชงัดเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเป็น ภูมิแพ้!

 

พบผลการสำรวจในประเทศไทย ร้อยละ 60 ของที่นอนที่ทำการสำรวจมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นสูงกว่า 10 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม ซึ่งเท่ากับตัวไรฝุ่น 500 ตัว/ฝุ่น 1 กรัม อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้กำเริบ

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ถ้าเด็กที่มีกรรมพันธุ์เป็นโรคภูมิแพ้ และได้รับไรฝุ่นในปริมาณที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการหายใจมีเสียงวี้ด และโอกาสที่จะเป็นโรคหืดสูงกว่าเด็กทั่วไปถึง 5 เท่าเลยละค่ะ

ไรฝุ่นคืออะไร?

ตัวไรฝุ่นหรือไรฝุ่น เป็นสัตว์ประเภท  ไร  เช่น ไรฝุ่นบ้าน ไรนก ไรหนู ไรโรงเก็บ ฯลฯ ส่วนตัวไรที่เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ คือ ตัวไรฝุ่นบ้าน ที่สามารถพบได้หลายที่ในบ้าน เช่น ในที่นอน หมอน พรม โซฟาที่มีเบาะเป็นผ้า กองขี้ฝุ่น เป็นต้น ซึ่งตัวไรฝุ่นก็คือสาเหตุของโรคภูมิแพ้ นั่นเองค่ะ

14 วิธีกำจัดไรฝุ่น ให้ลูกห่างไกลจากภูมิแพ้ได้

ภูมิแพ้
เครดิต: The Telegraph

วิธีกำจัด ไรฝุ่นในห้องนอน ให้ลูกห่างไกล ภูมิแพ้

  1. ในห้องนอนลูกหรือห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่นั้น ควรมีเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อลดปริมาณฝุ่นที่อาจเกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของอื่น ๆ
  2. ในห้องนอนไม่ควรปูพรม เพราะพรมคือสิ่งที่จะอมฝุ่นเอาไว้ได้มากที่สุด ดังนั้น ห้องนอนของเราควรเป็นพื้นไม้หรือกระเบื้องยางจะดีที่สุดค่ะ
  3. เตียงนอนควรใช้แบบไม่มีขาเตียง (ถ้าเลือกได้) ควรเลือกเตียงที่แนบสนิทกับพื้นห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นนั้นขังอยู่ใต้เตียง
  4. สำหรับที่นอนยาง ฟองน้ำหรือแบบสปริง ควรห่อหุ้มด้วยพลาสสติกหรือไวนิลที่มีซิปปิดมิดชิดก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยปูทับผ้าด้วยผ้าปูที่นอนที่ทำจากผ้าฝ้ายอีกครั้งนึงค่ะ
  5. การทำความสะอาดเครื่องนอน ปลอกหมอนและผ้าคลุมเตียงนั้น ควรซักด้วยน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียส และให้รีดผ้าปูที่นอนซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันไรฝุ่น
  6. พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าหรืออุปกรณ์ที่ทำจากผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด หรือผ้าสำลีที่มีขนปุกปุย เพื่อลดไรฝุ่น
  7. หลีกเลี่ยงการใช้หมอนนุ่นและหมอนขนสัตว์ เพราะจะเป็นที่สะสมฝุ่นและเชื้อรา ควรใช้หมอนที่ทำจากใยสังเคราะห์ที่สามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่ายมากกว่า
ภูมิแพ้ไรฝุ่น
เครดิต: wiseGEEK และ babyrashclinic

8. เปลี่ยนจากการใช้ผ้าม่านมาเป็นมู่ลี่ที่ทำด้วยพลาสติกหรือไม้แทน ทั้งนี้ถึงเวลาจะได้ถอดมาทำความสะอาดได้ง่ายนั่นเอง
9. เสื้อผ้าทุกชิ้นควรจะต้องใส่ไว้ในตู้หรือลิ้นชักที่ปิดสนิทมิดชิดเสมอ
10. ไม่ควรนำตุ๊กตาไว้ในห้องนอน โดยเฉพาะตุ๊กตาที่มีขนปุย
11. ควรปัดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาดภายในตู้และลิ้นชักอย่างน้อยเดือนละครั้ง
12. ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน แม้ว่าจะยังไม่แพ้สัตว์ชนิดนั้นก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้
13. ควรกวาดบ้านและทำความสะอาดห้องนอนอย่างน้อยวันละครั้ง และเช็ดพื้นด้วยผ้าเปียกทุกวัน
14. การใช้เครื่องฟอกอากาศภายในห้องนอนหรือภายในบ้าน ควรหมั่นตรวจเช็คและทำความสะอาดแผงกรองอากาศทุกเดือน

หากคุณพ่อคุณแม่สามารถทำตามที่กล่าวมาแล้วได้ละก็ เพียงเท่านี้ห้องของคุณลูกที่รักของเราก็ปราศจากไรฝุ่น และห่างไกลจากโรคภูมิแพ้แล้วละค่ะ

เครดิต: Home

 อ่านต่อเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สูตรน้ำผักผลไม้ลดพุง

ลดพุงหลังคลอด ง่ายๆ ด้วย 9 สูตรน้ำผักผลไม้ ทั้งไทยและญี่ปุ่น

หากพูดถึงเรื่องการลดน้ำหนัก หรือลดพุงหลังคลอด …คงเป็นปัญหาหนักใจอันดับหนึ่งของคุณแม่หลายคน ที่หลังจากคลอดลูกออกมาแล้ว และอยากทำมากที่สุด!

เชื่อว่าปัญหาอ้วนลงพุง หน้าท้องย้วย หย่อนยาน หลังจากการตั้งครรภ์ เป็นปัญหาใหญ่ที่น่าหนักใจสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนอย่างแน่นอน เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์มีการยืดขยายของกล้ามเนื้อหน้าท้องและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการรับประทานอาหารมากขึ้นจากเดิม เพื่อที่ลูกน้อยจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากคลอดก็จะเกิดหน้าท้องที่หย่อนคล้อยตามมา แล้วยังอาจส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลจนทำลายสุขภาพจิตอีกด้วย

และเพื่อให้คุณแม่หลังคลอดมีสุขภาพที่ดี กลับมามีหุ่นสวย หน้าท้องแบนราบดังเดิม Amarin Baby & Kids จึงมีสูตรน้ำผักผลไม้ดี ๆ ทำง่ายได้ประโยชน์ ช่วย ลดพุงหลังคลอด มาฝากคุณแม่ ๆ กันค่ะ

9 สูตรน้ำผักผลไม้ ช่วยคุณแม่ ลดพุงหลังคลอด ยกร่างใหม่ สดใส เป๊ะปัง

หากพูดถึงน้ำผักผลไม้คั้นสด รสชาติอร่อย ให้ความสดชื่น เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบ และเมื่อกระแสการกินเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง คุณค่าของน้ำผักผลไม้ก็เลยเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธ เพราะทั้งช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เสริมสุขภาพป้องกันและรักษาโรคภัย

ลดพุงหลังคลอด

ประโยชน์ของสารอาหารในผักผลไม้

ร่างกายคนเราในยุคปัจจุบันล้วนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปหรือแม้แต่อุปนิสัยการกินที่ไม่เหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้นอกจากจะทำให้ได้รับสารอาหารพื้นฐานที่จำเป็นไม่เพียงพอแล้วยังทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารบางชนิดเพิ่มมากขึ้นด้วย งานวิจัยที่ก้าวหน้าขึ้นยิ่งทำให้เรารู้ว่า สารต่าง ๆ ในผักและผลไม้แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเพิ่มภูมิต้านทานและควบคุมจังหวะชีวิต (Biorhythm) ทั้งยังช่วยดูแลรักษาร่างกายและจิตใจได้อีกด้วย

โดย อาจารย์อุเอคิ โมโมโกะ นักวิจัยอาหาร โภชนากร และโภชนากรบำบัดการแพทย์แผนจีน ได้แนะนำสารอาหารที่จำเป็นในผักผลไม้นานาชนิดไว้ในหนังสือ น้ำผักผลไม้ชะลอวัย สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ ดังนี้

ไลโคปีน

จัดอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีมากในผักผลไม้สีแดงแม้จะไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอเหมือนเบต้าแคโรทีน แต่ก็มีสารแอนติออกซิแดนต์สูงกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 2 เท่า ช่วยป้องกันมะเร็งในอวัยวะที่เกี่ยวกับการย่อย เช่น กระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติโดดเด่นด้านการบำรุงผิวพรรณช่วยให้ผิวขาวสวย กำจัดอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสี (Melanin) จึงป้องกันการเกิดกระและจุดด่างดำ

แหล่งอาหารที่พบ : พริกปาปริก้า (สีแดง) แตงโม มะเขือเทศ เกรปฟรุต ราสป์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่

ลดพุงหลังคลอด

แคลเซียม

เป็นหนึ่งในสารอาหารหลักที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน ทั้งยังมีหน้าที่สำคัญอื่น ๆ อีก เช่น ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนช่วยการทำงานของหัวใจ ตลอดจนการหดเกร็งและคลายตัวของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วย โดยทั่วไปเมื่อร่างกายขาดแคลเซียมก็จะทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนและความดันโลหิตสูง อารมณ์หงุดหงิด กระสับกระส่าย เนื่องจากร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อย จึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดได้ง่าย ควรบริโภควิตามินดี แมกนีเซียม วิตามินซี และวิตามินเค ควบคู่ไปด้วย เพื่อเสริมการดูดซึมแคลเซียมและนำแคลเซียมไปใช้ในร่างกาย

แหล่งอาหารที่พบ : บ็อกชอย โยเกิร์ต งา ร็อกเก็ต

วิตามินอี

ช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์อันเป็นสาเหตุหลักของความชราด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่รู้จักในฐานะ “วิตามินชะลอวัย”โดยช่วยป้องกันโรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดแดงแข็ง และภาวะสมองเสื่อม ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยและส่งเสริมการทำงานของกระบวนการเมแทบอลิซึม ส่งผลให้ผิวสวย เปล่งปลั่ง

แหล่งอาหารที่พบ : บรอกโคลี พริกปาปริก้า (สีแดง) บลูเบอร์รี่ มะม่วงมะเขือเทศ อะโวคาโด

เส้นใยอาหาร

ช่วยในเรื่องการขับถ่ายของเสียและการทำงานของลำไส้ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับร่างกาย ถือเป็นสารอาหารหมู่ที่ 6 เลยก็ว่าได้เส้นใยอาหารแบ่งออกเป็นชนิดละลายในน้ำและชนิดไม่ละลายในน้ำ เส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ เมื่อโดนน้ำจะมีลักษณะเป็นวุ้น ช่วยป้องกันการดูดซึมไขมันและน้ำตาล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ขับคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากร่างกาย ทั้งยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ดูแลและปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ส่วนเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ เมื่อโดนน้ำจะพองตัวขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ แก้อาการท้องผูก ทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยดังนั้นจึงควรบริโภคเส้นใยทั้งสองชนิดอย่างสมดุล

แหล่งอาหารที่พบ : แอ๊ปเปิ้ล สับปะรด กล้วย กีวี แครอต ข้าวโพด ราสป์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ อะโวคาโด

9 สูตรน้ำผักผลไม้คุณแม่ ลดพุงหลังคลอด ยกร่างใหม่ สดใส เป๊ะปัง

น้ำปั่นฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร

♥ สูตรบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

ส่วนผสม ขิง 1 แง่ง (ขนาดประมาณนิ้วโป้ง) แอ๊ปเปิ้ล 1 ลูก สับปะรด 6 – 8 ชิ้นคำ

วิธีทำ ใส่ขิงที่ปอกเปลือกแล้ว สับปะรด และแอ๊ปเปิ้ล ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากัน

*Health Note คุณเอกหทัยอธิบายว่า

  • ขิง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขับลม ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยเร่งให้กระเพาะอาหารลำเลียงอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการแน่นท้องจากอาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะเป็นเวลานาน อีกทั้งขิง เป็นพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ยังช่วยในการบำรุงเร่งน้ำนมให้กับคุณแม่ที่ให้นมลูกได้ดีอีกด้วย
  • แอ๊ปเปิ้ล มีวิตามินซี วิตามินเอ โฟเลต โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสสูง และยังช่วยเสริมสร้างแบคทีเรียชนิดดี ช่วยให้การย่อยอาหารและการดูดซึมทำงานได้ดีอีกด้วย
  • สับปะรด มีเอนไซม์โบรมีเลน (Bromelain) มีฤทธิ์ย่อยโปรตีนได้เป็นอย่างดี จึงช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและทำความสะอาดลำไส้

***Guru Guide คุณเอกหทัยแนะนำให้ดื่มน้ำผักผลไม้สูตรนี้หลังอาหาร โดยค่อย ๆ จิบทีละนิด เพื่อช่วยบรรเทาอาการแน่นท้องทั้งนี้ผู้ป่วยโรคตับไม่ควรกินขิงในปริมาณมากเกินไป เพราะสารจินเจอรอล (Gingerol) ที่ทำให้ขิงมีรสเผ็ดร้อนจะออกฤทธิ์ทำให้เซลล์ตับเกิดการเปลี่ยนแปลงหรืออาจเป็นสาเหตุให้ตับอักเสบ

อ่านต่อ >> สูตรน้ำผักผลไม้คุณแม่ ลดพุงหลังคลอด ยกร่างใหม่ สดใส เป๊ะปัง” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เด็กตัวเหลือง

เด็กตัวเหลือง หลังคลอด อันตรายอย่าป้อนน้ำเด็ดขาด!!

เด็กตัวเหลือง เป็นภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับลูกหลังคลอด ซึ่งในปัจจุบันยังพบว่ามีการให้กินน้ำเพื่อช่วยลดอาการตัวเหลือง จากข้อมูลทางการแพทย์การเด็กที่มีภาวะตัวเหลือง แล้วให้กินน้ำไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น แต่กลับจะเป็นผลเสียต่อร่างกายเด็กจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อเท็จจริงเรื่องลูกกินน้ำเพื่อช่วยให้หายตัวเหลือง มาฝากกันค่ะ

 

เด็กตัวเหลือง ในทารกแรกเกิดคืออะไร?

เมื่อวานมีโอกาสได้อ่านเรื่องที่เพจDrama-addict มีคุณพ่อท่านหนึ่งเล่าว่า เด็กตัวเหลือง แล้วญาติแอบเอาน้ำให้กินเพราะอาการตัวเหลืองจากได้หายเร็วขึ้น ถามว่าหายเร็วขึ้นไหม ไม่นะคะ แต่จะเป็นอันตรายกับเด็กมากกว่า ซึ่งคุณพ่อเก่งมากที่พยายามคัดค้านและหาข้อมูลมาเสริมความมั่นใจว่าการให้ลูกกินน้ำไม่ได้ช่วยเรื่องตัวเหลืองแต่อย่างใด  ซึ่งเคสนี้ถือเป็นการให้ความรู้กับพ่อแม่มือใหม่อีกหลายๆ ครอบครัวได้ดีมากๆ ค่ะ และเพื่อเป็นการให้พ่อแม่ที่เพิ่งคลอดลูก และที่กำลังจะคลอดเร็วๆ นี้ เข้าใจเกี่ยวกับภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดที่ถูกต้อง ผู้เขียนมีข้อมูลมาให้ตามนี้ค่ะ

เด็ก ตัว เหลือง
Credit Photo : Drama-addict

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณิสส์ เสงี่ยมสุนทร ภาควิชาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อธิบายถึงภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด  นั้นมีสาเหตุมาจากการที่มีสารสีเหลือง คือ “บิลิรูบิน” ในเลือดสูงกว่าปกติ บิลิรูบินนี้เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายของคนปกติ บิลิรูบินในเลือดจะผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ตับให้อยู่ในรูปที่ละลายน้ำมากขึ้นและถูกกำจัดออกจากร่างกายทางปัสสาวะและอุจจาระ[1]

คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่าแล้วถ้าลูกมีภาวะตัวเหลืองขึ้นเนี่ยจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ซึ่งคุณหมอได้อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้ค่ะ

เด็กทารกแรกเกิดที่ยังมีระดับของบิลิรูบินในเลือดสูงมาก ผลกระทบคือ บิลิรูบินจะเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อสมองและก่อให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาท เรียกว่า เคอร์นิกเทอรัส (kernicterus) ถ้าหากเกิดขึ้นเฉียบพลัน ทารกจะมีอาการซึม ดูดนมน้อยลง ตัวอ่อนปวกเปียก หรือ อาจเกิดอาการเกร็งหลังแอ่น ชัก มีอาการไข้ และอาจร้องไห้เสียงแหลม หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที[2]

บทความแนะนำ คลิก>> ลูกแรกเกิดมีตาขาวสีเหลือง ใช่ตัวเหลืองหรือไม่?

รู้แบบนี้แล้ว เด็กตัวเหลือง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะปล่อยไว้ได้เลยค่ะ ผู้เขียนขอแชร์ประสบการณ์ของครอบครัวเล็กน้อยค่ะ คือช่วงที่หลานสองคนคลอดก็มีภาวะตัวเหลืองเหมือนกัน หลานชายนี่ตัวเหลืองตั้งแต่วันแรกที่ยังอยู่โรงพยาบาล ทำให้คลอดมาต้องถูกส่งเข้าตู้อบส่องไฟค่ะ ส่วนหลานสาวคลอดกลับมาบ้านแล้ว 2-3 วันเพิ่งเห็นว่าตัวเหลืองๆ ซึ่งสิ่งแรกที่ครอบครัวเราทำกันคือพาไปหาคุณหมอเด็กที่ดูแลมาตั้งแต่วันแรกคลอดค่ะ คำแนะนำที่แสนจะง่ายจากคุณหมอคือ “ให้กินนมแม่” ต่อไป แล้วเดี๋ยวอาการเหลืองก็จะค่อยๆ ลดลงและหายเป็นปกติ

คำถามที่ตามมาคือแล้วภาวะเหลืองในเด็กทารกเนี่ย เป็นเพราะอะไร คือทำไมเด็กบางคนต้องส่องไฟอาการเหลืองถึงหาย แล้วทำไมเด็กอีกคนแค่ให้กินนมแม่ก็รักษาอาการเหลืองได้แล้ว อย่าเก็บความสงสัยกันไว้ค่ะ แนะนำว่าถ้าลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่มีปัญหาตัวเหลืองให้ถามจากคุณหมอว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งการรักษาอาจแตกต่างกันบ้างค่ะ เอาเป็นว่าเพื่อให้เข้าใจอาการเหลืองที่เกิดขึ้นกับลูกวัยทารก ผู้เขียนมีข้อมูลมาให้เพิ่มเติมดังนี้ค่ะ…

อ่านต่อ ประเภทของภาวะตัวเหลืองในเด็กทารก หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รวมโรงพยาบาลเอกชน ที่ให้สามีเข้าห้องคลอดได้

หลายคนอาจคิดว่ารพ.เอกชนทุกที่จะอนุญาตให้ สามีเข้าห้องคลอด ได้ แต่แท้จริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีโรงพยาบาลหลายที่ที่อนุญาตและไม่อนุญาตให้สามี หรือญาติ ตามเข้าไปในห้องคลอดได้ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง

 

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นความโชคดีของคุณแม่ในยุคนี้อยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อการคลอดลูกในทุกวันนี้ หลายโรงพยาบาลอนุญาตให้สามี หรือคนสนิทเข้าไปร่วมลุ้นในห้องคลอดได้ ซึ่งการมีคนรู้ใจเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนในยามที่ตัวคุณแม่เองมีเรื่องให้วิตกกังวลอยู่มากมายนั้นเปรียบเสมือนยาวิเศษที่ช่วยเพิ่มกำลังใจให้กับตัวคุณแม่ที่กำลังจะคลอดได้เป็นอย่างดี

สามีเข้าห้องคลอด

สำหรับว่าที่คุณพ่อ หรือคุณสามีผู้ได้รับสิทธิให้เข้าห้องคลอดด้วยได้นั้น การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากคุณไม่ได้มีการเตรียมพร้อมมาก่อนเลย ดีไม่ดี การเข้าห้องคลอดพร้อมกับภรรยาอาจทำให้คุณกลายเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ในห้องคลอดแทนก็เป็นได้ และจะมีโรงพยาบาลไหนบ้างที่ให้สามีหรือว่าที่คุณพ่อสามารถเข้าไปห้องคลอดเป็นกำลังใจให้คุณแม่ และได้เห็นหน้าลูกน้อยอย่างพร้อมเพียงกัน 3 คน พ่อแม่ลูกบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อมือใหม่
ที่ รพ. อนุญาตให้ สามีเข้าห้องคลอด ได้

การเตรียมตัวสำหรับคุณพ่อก่อนเข้าห้องคลอด

แต่ก่อนที่จะได้รู้ว่ามีโรงพยาบาลไหนอนุญาตให้ว่าที่พ่อของลูกเข้าไปในห้องคลอดได้นั้น เรามีคำแนะนำในการเตรียมตัวสำหรับว่าที่คุณพ่อก่อนที่ตั้งใจว่าจะเข้าห้องคลอดกับคุณแม่มาฝากกันค่ะ ดังนี้

√ สอบถามคลายสงสัย

คุณพ่อควรจะถามคุณหมอก่อนว่าสามารถเข้าไปได้หรือไป เพราะบางโรงพยาบาลก็ไม่อนุญาตให้เข้า

อยู่ถูกที่ถูกทาง

ถามคุณหมอที่ทำคลอดว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอควรอยู่ในบริเวณที่คุณหมอแนะนำ คือบริเวณหัวเตียง โดยไม่สร้างความวุ่นวายและขัดขวางการทำงานของแพทย์และพยาบาล

เป็นเพื่อนพึ่งพา

ให้กำลังใจ เอาอกเอาใจ เข้าใจถึงความเจ็บปวดที่ภรรยาเผชิญอยู่และแสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา

ปรับตัว

ทำตัวให้คุ้นเคยและทนได้เมื่อเห็นภรรยาเจ็บปวด และสามารถเห็นเลือดและได้กลิ่นเลือดโดยไม่เป็นอะไร

ป้องกันดีกว่าแก้ไข

ไม่ควรมาดูตอนหัวลูกโผล่ เพราะภาพที่เห็นอาจจะไม่น่าดูจนเกิดฝังใจและเกิดปัญหาเรื่องเซ็กส์ตามมาหลังจากคลอดลูกได้

♥ อย่าลืม…ของสำคัญ

1. กล้องถ่ายรูปหรือกล้องวิดีโอ สำหรับบันทึกภาพสำคัญของลูก

2. ของใช้คุณแม่และลูกน้อยพร้อมเอกสารสำคัญในการทำเรื่องแจ้งเกิดลูก

⇒ Must read : จัดกระเป๋าเตรียมคลอด และเตรียมของใช้เด็กแรกเกิด
⇒ Must read : ของใช้ทารกแรกเกิด 11 อย่างที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ
⇒ Must read : เอกสารแจ้งเกิด เพื่อเตรียมทำสูติบัตรให้ลูกน้อย

3. เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของคุณพ่อ เมื่อต้องนอนเฝ้าภรรยา

4. จิตใจที่เข็มแข็ง คำปลอบโยนสร้างกำลังที่แสนอบอุ่นสำหรับคุณแม่ของลูก

อ่านต่อ >> โรงพยาบาลเอกชนที่ให้สามีเข้าห้องคลอดได้” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thaimom.net

เล่นมือถือนาน

กุมารแพทย์แนะ“งด” เลี้ยงลูกด้วยมือถือ และจอทุกชนิดในเด็ก 2 ขวบปีแรก

ผลวิจัยชี้การเสพสื่อผ่านจอในเด็กเล็กมีผลกระทบต่อสมองและสติปัญญาเด็ก กุมารแพทย์แนะ “งด” เลี้ยงลูกด้วยมือถือ และสื่อผ่านจอทุกชนิดในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่า เพราะอะไรถึงต้อง “งด” เลี้ยงลูกด้วยมือถือ และสื่อผ่านจอทุกชนิด ทั้งนี้ก็เพราะว่า เด็กแรกเกิดถึง 2 ปี เป็นวัยที่สมองมีการเติบโต ทำให้พัฒนาการทุกด้านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านกล้ามเนื้อ ภาษา สติปัญญา และด้านอารมณ์ สังคม ซึ่งเด็กในวัยนี้จะต้องเรียนรู้โดยการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ผ่านการสอน บอก จากพ่อแม่ และผู้เลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด

แต่ในปัจจุบันพบว่าเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งจากตัวเด็กเอง เช่น เด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์เป็นเด็กเลี้ยงยาก เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ ทำให้พ่อแม่หยิบยื่นสื่อหน้าจอให้ เพราะสามารถทำให้เด็กสามารถอยู่นิ่งๆ ได้นาน หรืออาจเกิดจากตัวพ่อแม่เองที่ใช้สื่อหน้าจอมาก ติดทีวี ติดมือถือเสียเอง พ่อแม่ที่เลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย ตามใจลูก มีผลทำให้เด็กใช้สื่อมากขึ้น รายการที่เด็กดู การดูรายการผู้ใหญ่ รายการความรุนแรง หรือรายการบันเทิงที่ไม่ได้ถูกออกแบมาเพื่อเป็นสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะ บริบทในการรับสื่อ เช่น การปล่อยให้เด็กดูคนเดียว ไม่มีการพูดสื่อสารระหว่างดู รวมไปถึง การใช้สื่อในห้องนอน ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างสูง ต่อสมองและพัฒนาการของเด็กทั้งสิ้น

เพราะสมองเด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่จะซึมซับและเรียนรู้ทุกอย่าง แต่ยังไม่สามารถแยกแยะสิ่งถูกผิดได้เอง หากปล่อยให้เด็กวัยนี้ใช้สื่อหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์ แท็บเล็ต เขาจะยังไม่สามารถแปลงภาพและเสียงที่เห็นและได้ยิน จากสื่อหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทมาเป็นความรู้ที่จะใช้กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ด้วยตนเอง การใข้สื่อผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียวในการเลี้ยงดูเด็ก โดยที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ด้วยเลย ไม่มีผลส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ในทางกลับกัน สื่อเหล่านี้กลับส่งผลกระทบต่อสมองและทำให้พัฒนาการของเด็กแย่ลง!

อ่านต่อ กุมารแพทย์เผย ผลกระทบ 4 ด้าน จากการปล่อยให้จอเลี้ยงลูก คลิกหน้า 2

โรคหัวใจในเด็ก

5 อาการสัญญาณเตือน “โรคหัวใจในเด็ก” ที่พ่อแม่ควรรู้!

โรคหัวใจในเด็ก ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกมีพัฒนาการการเติบโตช้าเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต หลายๆ ครอบครัวอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งโรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคนตั้งแต่แรกคลอดเลยค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสังเกตสัญอาการหัวใจผิดปกติในเด็กมาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

โรคหัวใจในเด็ก มีสาเหตุมาจากอะไร?  

ผู้เขียนอยากให้ว่าที่พ่อแม่มือใหม่ได้ทำความรู้จักกับ โรคหัวใจในเด็ก กันค่ะ เพราะจากสติติโดยเฉลี่ยในเด็ก  1,000 คน จะพบว่าเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดถึง 8 คน อย่างที่บอกไปค่ะว่าเด็กทุกคนมีโอกาสป่วยโรคหัวใจกันได้

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ก่อนลูกคลอดออก หรือตรวจพบได้หลังคลอดไปแล้ว 7 วัน ซึ่งเด็กทารกที่ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เช่น ลิ้นหัวใจตีบเล็กน้อย รูในผนังหัวใจขนาดเล็ก สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยที่ไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำในการดูแลระวังสุขภาพมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

ส่วนโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง เกิดจากสาเหตุต่างๆ อาทิเช่น

  • โรคหัวใจรูห์มาติก มักพบในเด็กวัยเรียน ซึ่งสาหตุเกิดจากไข้รูห์มาติก ทำให้มีลิ้นหัวใจรั่ว และ/หรือ ตีบ
  • โรคไข้คาวาซากิ มักพบในเด็กเล็ก อาจทำให้มีเส้นเลือดหัวใจโคโรนารีโป่งพอง โรคลิ้นหัวใจจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเกือบทุกชนิดอาจเป็นสาเหตุการอักเสบของหัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสได้เกือบทุกชนิดที่นำไปสู่การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งในบางรายอาจเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เต้นช้าหรือเร็วเกินไป แต่ที่พบส่วนใหญ่ในเด็กจะเป็นชนิดเต้นเร็วผิดปกติ มักมีอาการเป็นๆ หายๆ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้
บทความแนะนำ คลิก>> โรคเด็กขนแปลง ใช้หมากแล้วจะหายจริงหรือ?

พอจากจะทราบสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจกันไปบ้างแล้วนะคะ ซึ่งดูแล้วก็ไม่ใช่เรื่องน่านิ่งนอนใจเลยค่ะ เพราะว่าเด็กๆสามารถป่วยเป็นโรคหัวใจในเด็กกันได้ตั้งแต่แรกเกิด และก็มีความเสี่ยงการป่วยโรคหัวใจไปจนถึงวัยเด็กโตอีกด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรู้จักสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกด้วยค่ะ

อ่านต่อ เช็ก 5 สัญญาณเตือนลูกเป็นโรคหัวใจ หรือไม่? หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

พ่อแม่ที่ดี

9 คาถาสู่การเป็น พ่อแม่ที่ดี และมีคุณค่า

เป็นพ่อแม่นั้นเป็นง่าย แต่เป็น พ่อแม่ที่ดี ให้กับลูกนั้นยากยิ่งกว่า พบ 9 คาถาสู่การครองหัวใจลูก

ใคร ๆ ก็สามารถเป็นคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเป็น พ่อแม่ที่ดี ได้ แต่ว่าจะต้องทำอย่างไรละ ถึงจะสามารถไปนั่งอยู่ในหัวใจดวงน้อย ๆ ของลูกได้ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้รวบรวมเอา 9 คาถามาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้นพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

คาถาแรก: แสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณรักเขามากขนาดไหน

เพราะ “ความรักชนะทุกสิ่ง” ไม่มีอะไรอีกแล้วบนโลกใบนี้ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากไปกว่าความรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักจากคุณพ่อคุณแม่ที่มีต่อลูก แต่เป็นเรื่องแปลกที่กลับมีคุณพ่อคุณแม่บางคนไม่กล้าแสดงออกของความรักนี้ เพราะรู้สึกเขินอายที่จะแสดงให้ลูกรู้ บางคนกลัวเสียการปกครองบ้าง กลัวลูกไม่เคารพบ้างล่ะ หรือกลัวลูกไม่เกรงใจบ้างล่ะ ซึ่งทราบไหมคะว่า ความคิดเหล่านี้จะสร้างกำแพงกั้นระหว่างคุณกับลูกทันที

ลูก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน พวกเขาจะไม่มีทางเข้าใจเลยหากคุณไม่แสดงความรักออกมาเป็นการกระทำ ดังนั้น คาถาแรกที่สำคัญก็คือ การแสดงออกด้วยความรักให้ลูกรู้ไปเลยค่ะว่า คุณรักเขามากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นการกอด หอม หรือคำพูดให้กำลังใจหรือถ้อยคำหวาน ๆ เป็นต้น

คาถาที่สอง: เป็นต้นแบบที่ดี

ว่ากันว่า อยากให้ลูกเป็นคนดีอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็ควรต้องทำแบบนั้นให้ได้ก่อน การเป็นแบบอย่างและต้นแบบที่ดีให้กับลูกนั้น ต้องเป็นทั้งควรคิดและกากระทำ เช่น หากรู้ทั้งรู้ว่าควันบุหรี่ก่อให้เกิดอันตรายกับคนอื่น แต่ยังสูบอยู่ หรือพูดจายกย่องเชิดชูคนอื่น แต่ที่ทำเพราะหวังผลอยากให้ตัวเองได้ดีในหน้าที่การงาน หรือเรียกอีกอย่างว่า หน้าไหว้หลังหลอก ดังนั้น การจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกนั้น จะต้องเป็นทั้งต่อหน้าและหลัง เพื่อให้ลูกเห็นว่า ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะอยู่ที่ไหน ก็มีความคิดที่ดีและทำความดีเสมอ ๆ

   คาถาที่สาม: กฎคือกฎ

กฎ กติกา มารยาท เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต การสั่งสอนให้ลูกรักได้รู้จักและเคารพในกฎกติกาจะช่วยสร้างให้เขาเป็นคนที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งการตั้งกฎ กติกา และมารยาทที่ให้ลูกดำเนินตามนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นการคิดและตกลงใจร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูกค่ะ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์กฎมีไว้ให้แหกเสมอ ยิ่งเป็นกฎกติกาที่คนอื่นเป็นคนกำหนดด้วยแล้วยิ่งรู้สึกอยากต่อต้านไม่อยากทำตาม

ดังนั้น ควรกำหนดกฎกติการ่วมกัน ให้มติทุกอย่างเป็นเอกฉันท์ และเมื่อใดก็ตามที่ตกลงกันได้แล้ว ก็ย่อมที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อย่าปล่อยให้ลูกแหกกฎเป็นอันขาดค่ะ เพราะมีครั้งที่หนึ่ง ก็จะต้องมีครั้งที่สอง ที่สาม ต่อไป ยกตัวอย่างเช่น ทุกครั้งที่กลับจากโรงเรียนจะต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำการบ้าน ทานข้าวเย็น และให้เวลาเล่นหรือทำกิจกรรมอะไรที่อยากทำ หลังจากนั้นก็ต้องเข้านอน เป็นต้น

พ่อแม่ที่ดี

คาถาข้อที่สี่: ปรับตัวให้เข้ายุคเข้าสมัย

พ่อแม่ที่ดี ต้องอย่าทำตัวแก่ค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆ เลย พยายามตามให้ทันยุคและสมัยของลูก ดูสิว่า ช่วงนี้เด็กวัยนี้กำลังฮิตอะไรกัน แน่นอนค่ะทราบดีว่า คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักทำกันอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่บางคนค่ะ ที่ยึดติดกับความคิดของตัวเอง ไม่ยอมปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม ทำให้บางครั้งไม่สามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของลูกได้ จนเกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งกับลูกอยู่เสมอ ๆ

คาถาข้อที่ห้า: เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการได้เสมอ

คำว่าเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ณ ที่นี้ไม่ได้หมายถึงในเรื่องของเงินนะคะ แต่เป็นเรื่องของการอยู่เคียงข้างลูก ไม่ว่าลูกจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกเริ่มโตเป็นวัยรุ่น และหันไปพึ่งพาคนนอกครอบครัวที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกันเป็นหลัก คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะคอยถามไถ่ลูกสม่ำเสมอนะคะ ถามถึงความเป็นไปในชีวิตประจำวันของลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อนหรือเรื่องเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกก็ยังมีคุณอยู่เคียงข้างคอยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือเสมอ และเมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้สึกมั่นใจและอุ่นใจ ลูก ๆ ก็จะนึกถึงคุณและกล้าที่จะเข้าหาและเปิดใจกับคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นเองค่ะ

คาถาข้อที่หก: จัดสรรเวลาให้เป็น

สมัยนี้เป็นยุคแห่งความเร่งรีบ ไม่ว่าอะไรก็ด่วนไปเสียหมด เนื่องจากการแข่งขันที่สูง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาในเรื่องของการจัดสรรเวลากันอยู่เป็นอย่างมาก ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่บางคนลืมหน้าที่หลักไปโดยปริยายและคิดว่า ก็ทำงานมาทั้งวันเวลาจะหายใจหายคอแทบไม่มีเหลือเลย ซึ่งแบบนี้ถือเป็นความคิดที่เป็นการปล่อยปละละเลยความสุขของลูกไปด้วยเช่นกัน อย่าลืมนะคะว่า ลูก ๆ ต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับคุณมากที่สุด ดังนั้นไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะงานยุ่งขนาดไหน การสละเวลาวันใดวันหนึ่งหรือตั้งไว้เลยวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะต้องเป็นวันที่คุณอยู่กับลูกและครอบครัว เป้นวันที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก ๆ โดยไม่นึกถึงงาน เป็นต้น

คาถาข้อที่เจ็ด: ให้ลูกได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง

พยายามอย่าควบคุมลูกไปทุกอย่างนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับตาดูลูกทุกฝีก้าวโดยที่ไม่ให้เขาได้มีเวลาส่วนตัวบ้างเถอะค่ะ จริงอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ทำไปเพราะความเป็นห่วง แต่การจ้องลูกตลอดไม่ว่าลูกจะทำอะไร กินอะไร หรือพูดอะไรกับใครก็มักจะแสดงท่าทีไม่ไว้วางใจออกมา การกระทำแบบนี้กับลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกโต มักจะสร้างความอึดอัดให้กับลูกเป็นอย่างมากเลยละค่ะ ดังนั้น การปล่อยให้ลูกได้มีเวลาส่วนตัวได้เล่นเกมส์ พูดคุยกับเพื่อน โดยมีคุณพ่อคุณแม่ดูอยู่ห่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเลยละค่ะ

 

พ่อแม่ที่ดี

คาถาข้อที่แปด: พร้อมเผชิญปัญหาทุกอย่างไปกับลูก

ข้อนี้ถือเป็นข้อที่สำคัญมากอีกข้อหนึ่งเลยละค่ะ เพราะขนาดตัวเราเองเป็นผู้ใหญ่ เวลาที่รู้สึกเหนื่อย เสียใจ ผิดหวังหรือไปประสบกับปัญหาอะไรมานั้น เราก็มักที่จะมองหาใครสักคนมาเป็นผู้จักฟังกันอยู่แล้วใช่ไหมละคะ … ลูกก็เช่นกันค่ะ เวลาที่พวกเขาเจอปัญหา พวกเขาไม่รู้จะไปพูดคุยหรือพึ่งพาใคร ซึ่งคนที่ลูกนึกถึงจริง ๆ แล้วก็คือคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง หากแต่ก็มีเหมือนกันค่ะที่ลูกไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย เพราะกลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะดุหรือตำหนิพวกเขา ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ก็คือ การเป็นผู้รับฟังและให้คำแนะนำที่ดี อย่าตำหนิหรือว่าลูกโดยที่ไม่รับฟังเหตุผลของพวกเขาก่อน เพราะการตำหนิก่อนเลยนั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาดเป็นอย่างยิ่งเลยละค่ะ เพราะคุณจะไม่มีวันได้รับความเชื่อใจจากลูกอีกเลยก็เป็นได้

คาถาข้อที่เก้า: ฝึกให้เขาเป็นคนที่ควรที่จะเป็น

สอนให้ลูกได้รู้ว่า คนที่ดี คนกตัญญูจะต้องทำอย่างไร ทั้งนี้ไม่ใช่แต่กตัญญูแต่กับคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นนะคะ ยังรวมไปถึงการกตัญญูต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกัน ฝึกให้ลูกมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักอภัย รวมถึงรู้จักการเสียสละ และมารยาทที่ดีของคนไทยที่พึงกระทำเมื่อพบเจอผู้อาวุโสกว่า เป็นต้น

สุดท้ายนี้สิ่งที่อยากฝากเอาไว้ก็คือ เด็ก ๆ เหมือนผ้าขาว ผ้าขาวจะถูกแต่งแต้มให้เป็นสีอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนเป็นคนหล่อหลอมและเป็นคนช่วยแต่งแต้มเติมสีให้กับลูกนั่นเอง


อ่านต่อเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่