#กระทู้เด็ดพันทิป! คุณแม่ แชร์ประสบการณ์ ปัญหาชีวิตคู่ พร้อมขอกำลังใจ หลังสามีบอกว่า…ไม่มีความรู้สึกอะไรแล้ว

ปัญหาชีวิตคู่ …เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้จะรักหรือเข้าใจกันแค่ไหนก็ตาม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะหลีกเลี่ยงด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกัน และด้วยพื้นฐานทางครอบครัว สิ่งแวดล้อมรอบกาย รวมถึงลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง

#กระทู้เด็ดพันทิป! คุณแม่ ขอกำลังใจ พร้อมแชร์ประสบการณ์ ปัญหาชีวิตคู่ ที่กำลังสั่นคลอน

ปัญหาชีวิตคู่

ปัญหาชีวิตคู่ หรือ ปัญหาครอบครัว คือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกภายในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสามีภรรยาผู้เป็นหัวหน้าหรือผู้นำครอบครัว ที่เกิดมีปฏิสัมพันธ์ที่ขัดกัน อาทิ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ไม่รับรู้หรือไม่เข้าใจความรู้สึกของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง การสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันหรือมีบทบาทที่ไม่สอดคล้องกัน เป็นต้น

ซึ่งความขัดแย้งนี้อาจนำไปสู่การจบความสัมพันธ์ลงได้ หากว่าคู่สมรสไม่พยายามเข้าใจซึ่งกันและกัน หรือไม่ร่วมมือกันหาทางเลือกที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านนี้ที่กำลังประสบกับปัญหาชีวิตคู่อยู่ และต้องการมาหากำลังใจพร้อมคำปรึกษาเพื่อให้ได้ครอบครัวที่ดีและมีแรงในการใช้ชีวิต

โดยคุณแม่ท่านนี้ใช้ชื่อสมาชิกในเว็บไซต์พันทิปว่า TPThetsimonocE  ซึ่งได้มาตั้งกระทู้ขอกำลังใจ ขอกอดจากชาวสมาชิกในเว็บไซต์พันทิป พร้อมเล่าแชร์ประสบการณ์กับปัญหาชีวิตคู่ กับการมีครอบครัวที่เกิดขึ้นมา 3 ปี โดยมีลูกน้อยแสนน่ารักเป็นสักขีพยาน แล้ว…

มาขอกอดค่ะ.. คุยกับสามีเมื่อคืนเค้าบอกว่า ไม่มีความรู้สึกอะไรแล้ว T__T”

เรากับสามี อยู่ด้วยกันมา 3 ปีนี้   ไม่ได้แต่งงานค่ะ เราไม่เชื่อเรื่องงานแต่งงานเพื่อมีชีวิตคู่ มีลูกสาวที่น่ารักมากก ด้วยกัน 1 คน ตั้งแต่ปีที่แล้ว บ้านเรามีปัญหาทางการเงิน คุณพ่อทิ้งคุณแม่ไปมีครอบครัวใหม่

คุณแม่เป็นข้าราชการ เงินเดือนเหลือไม่มาก เราเงินเดือน 45k-50k ต้องรับผิดชอบแม่ น้องทีกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ภาระบ้าน รถ ต้องตกมาหาเราหมด แทบจะเรียกว่าเงินเดือนเกือบทั้งหมด ต้องช่วยแม่กับน้อง ซึ่งเราก็แบกรับตรงนี้มาปีกว่าแล้ว

สามีเป็นคนต่างชาติ ด้วยความที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องแบกรับภาระทั้งหมด ก็เริ่มมีปัญหาระหองระแหงกัน ตั้งแต่ลูกสาวเกิดเค้าเป็นพ่อที่รักลูกมาก

เราไม่เคยต้องคิดมากเรื่องนี้ เค้าช่วยดูแลลูกทุกอย่าง ประคบประหงม
ไม่เคยบ่น เรื่องการดูแลลูก ตื่นมาดู เป็นห่วง พาไปหาหมอแบบนี้ตลอดค่ะ แต่ลึกๆ แล้วเราก็ทราบดีว่า 
ภายใต้ความสุขของการได้เป็นพ่อแม่ สามีเรา และตัวเราเองจะมีความรู้สึกว่าไม่ได้เป็นเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา

ทุกวันนี้เรานอนเตียงเดียวกันทุกคืน เจอหน้ากันทุกวัน แต่ความรักมันไม่หวานเหมือนเมื่อก่อน ทะเลาะกันง่ายขึ้น

เค้าจะเบลมเราเสมอว่า เราทำให้เค้าเสียใจ เนื่องด้วยเรื่องครอบครัวเรา บางอย่าง บางทีเราเอาเงินให้แม่ ให้น้อง

เราบอกเค้าไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าสามีไม่โอเคกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่เราทนที่จะมองดูครอบครัวตัวเองลำบากในขณะที่เราอยู่ดีกินดีไม่ได้

เราก็รู้ว่าเค้ารู้ว่าเราทำอะไรลับหลัง แต่เค้าเลือกที่จะไม่พูดและเก็บไว้พูดกับเราในวันที่เค้าทนไม่ได้

เราเคยขอให้เค้าเดินออกจากชีวิตเราไป เราขอคืนขีวิตให้เค้า เพื่อที่เค้าจะได้ไม่ต้องมาแบกรับภาระครอบครัวเรากับเรา

เราคิดว่าชีวิตคนๆ นึงมันสั้น เราควรจะมีสิทธิเลือกที่จะทำในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และไม่นึกย้อนกลับมาเสียใจในสิ่งที่เราทำ

แต่เค้าก็แค่บอกว่า เค้ารักเรานะ รักเราเหมือนเดิม เค้าดีใจที่เราเป็นภรรยาเค้า และเค้าดีใจที่เราเป็นแม่ของลูกอยู่เสมอ

 

อ่านต่อ >> #กระทู้เด็ดพันทิป! คุณแม่ขอกำลังใจพร้อมแชร์ประสบการณ์ปัญหาชีวิตคู่ที่กำลังสั่นคลอน คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

การติดคาร์ซีท ในรถให้ลูกนั่ง สำคัญมาก ‘แม่นานา’ฝากเตือน หลังเล่าเหตุการณ์รถบรรทุกชนท้ายรถที่ลูกนั่งอยู่

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน อาจทำให้มีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง เนื่องจากฝนที่ตกทำให้ถนนลื่น การติดคาร์ซีท ในรถให้ลูกนั่ง จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

ส่วนมากช่วงหน้าฝน ก็จะเป็นช่วงที่เด็กๆ เปิดเทอม สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีรถส่วนตัว ซึ่งต้องคอยไปรับไปส่งลูก เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในหน้าฝนจึงเป็นสิ่งที่ต้องคอยระมัดระวังมากที่สุด เพราะล่าสุดคุณแม่ นานา ไรบีนา ก็โดนเต็มๆ เมื่อรถของเธอจอดติดไฟแดงอยู่บนถนน ขณะที่ฝนตก ถนนลื่น จึงทำให้รถสิบล้อเบรกไม่อยู่พุ่ง และชนท้ายอย่างจัง

การติดคาร์ซีท ในรถให้ลูกนั่ง สำคัญมาก
แม่นานา’ฝากเตือน หลังลูกรอดชีวิต จากการถูกรถบรรทุกชนท้าย

ซึ่งภายในในรถก็มีลูกน้อย 2 ฝาแฝด ทั้งบีนา และ บรู๊คลิน นั่งอยู่ในรถด้วย แต่เด็กๆ ก็ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เพราะนั่งรัดเข็มขัดในที่นั่งสำหรับเด็ก เพียงแต่ร้องกรี๊ดเสียงดังด้วยความตกใจเท่านั้น

โดยทางคุณแม่นานา ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุลงในไอจี และเตือนภัยคุณแม่ ที่มีเด็กเล็กๆ ว่าการให้เด็กๆ นั่ง Car Seat เป็นสิ่งที่สำคัญ และปลอดภัยที่สุด

การติดคาร์ซีท

“อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา” คำนี้ขอให้ตระหนัก เหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่แม่คนนี้ขอรวบรวมสติเล่าให้ทุกคนฟังตอนนี้ เหตุการณ์คือรถเราจอดติดไฟแดงแล้วมีรถบรรทุก (ใช่ค่ะ รถบรรทุก) พุ่งมาแบบเบรคไม่ทัน ถนนลื่น ฝนตก ชนเข้าไปท้ายรถแบบจังๆ กระจกด้านหลังแตกลงมาหมด ลูกๆบีน่าบรู๊คลินอยู่ในรถ เสียงกรีดร้องของลูกดังมาก ด้วยความตกใจ แต่น้องสองคนปลอดภัย เราได้พาน้องๆไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาลเรียบร้อย เนื่องจากแรงกระแทกค่อนข้างแรงมาก แต่สิ่งนึงที่ขอใช้คำว่า “จำเป็น” และเป็นสิ่งที่เราต้องใช้อย่างยิ่งคือ Car seat ทำให้สองบีไม่ตกไปไหนนั่งติดเก้าอี้ ไม่เจ็บตรงไหน ก่อนหน้านี้ยอมรับตรงๆว่ามีบ้างที่เราเห็นว่าเดินทางใกล้ๆนั่งตักเราสะดวกดี แต่ตอนนี้คงต้องนั่ง car seat อย่างสม่ำเสมอแล้ว ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้มันน่ากลัวจริงๆ นึกภาพไม่ออกว่าถ้าเด็กสองคนไม่ได้นั่ง Car seat จะเป็นยังไง เมื่อคืนก่อนหลับยังร้องไห้ ตอนนอนยังนอนผวา ร้องไห้ น่าสงสารที่สุด ฝากมาเล่าเพื่อแม่ๆทุกคนที่รักลูกสุดหัวใจได้ระมัดระวังเรื่องนี้นะคะ ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ค่ะ  #benbrooklynguy #besafe

อ่านต่อ >> “ความสำคัญของคาร์ซีทกับลูกน้อย และวิธีติดตั้งที่ถูกต้อง” คลิกหน้า 2

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก!


ขอบคุณภาพและคลิปจาก nanarybena

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ไข้เลือดออกเดงกี

ไข้เลือดออกเดงกี โรคระบาดที่มากับฤดูฝน

ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงหน้าฝนกันอีกแล้ว แน่นอนว่าความชื้นแฉะของน้ำฝนมักนำมาซึ่งโรคระบาดเพิ่มความเจ็บป่วยให้เด็กๆ ได้ง่ายมาก ยิ่งโดยเฉพาะกับโรค ไข้เลือดออกเดงกี ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี มาเตือนให้ทุกครอบครัวได้เฝ้าระวังบุตรหลานให้ห่างไกลจากยุงลายกันค่ะ

 

ไข้เลือดออกเดงกี  โรคระบาดที่มากับฤดูฝน  

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าฝนตกเกือบจะทุกวัน ลูกเล็กเด็กแดงระวังอย่าให้ป่วยโรค ไข้เลือดออกเดงกี หรือไปโดนละอองฝน เสื้อผ้าเนื้อตัวเปียกฝนกลับบ้านกันมาทุกวันนะคะ เพราะเดี๋ยวจะป่วยเป็นไข้หวัดทำให้ต้องหยุดเรียน หยุดทำงานเสียทั้งสุขภาพ เสียเวลา และเสียทั้งเงินค่าหมอ ค่ายา

Must Read >> แพ็คเกจวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ระบาด ปี 2560

ช่วงหน้าฝนตกกระหน่ำแบบนี้ ให้ทุกบ้านระวังตามตุ่มน้ำ สระน้ำ อุปกรณ์ต่างๆ ที่น้ำฝนสามารถเข้าไปขังได้ เพราะมักจะมีลูกน้ำยุงลายเข้าไปวางไข่กันได้ ซึ่งเจ้ายุงลายตัวร้ายนี่แหละค่ะ ที่เป็นพาหะนำมาซึ่งโรคไข้เลือดออก และแต่ละปีก็มักจะพัฒนาความรุนแรงของโรคจากไข้เลือดออกธรรมดา มาเป็นไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสแดงกี

มีข้อมูลเตือนให้เฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 30 เม.ย. 2560 พบผู้ป่วย 9,229 ราย จาก 77 จังหวัด อัตราป่วย 14.11 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 14 ราย กลุ่มอายุพบมากสุด 15-24 ปี (26.24 %) 10-14 ปี (19.79 %) 25-34 ปี (15.05 %) ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ร้อยละ 46.6

และ 5 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด คือ สงขลา (133.86 ต่อแสนประชากร) พัทลุง (104.68 ต่อแสนประชากร) ปัตตานี(93.46 ต่อแสนประชากร) นราธิวาส (76.51 ต่อแสนประชากร) นครศรีธรรมราช (50.31 ต่อแสนประชากร)

นอกจากนี้ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ 58.54 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 10.49 ต่อแสนประชากร ภาคเหนือ 5.16  ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.90 ต่อแสนประชากร – ที่มา : สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

อ่านต่อ สาเหตุของโรคไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่

สุดยอด อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่ เพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพช่วยลูกสมองดี

น้ำนมแม่ คือสุดยอดอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกวัยทารกตั้งแต่แรกคลอด หากคุณแม่มีโอกาสให้นมลูกตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังคลอดนอกจากจะช่วยให้ลูกได้รับน้ำนมเหลืองที่อุดมไปด้วยสารภูมิต้านโรค และยังเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ให้มาเร็วได้ดีอีกด้วย ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่ และยังช่วยให้ลูกสมองดีมาฝากกันค่ะ

 

อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่

คุณแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดลูก มีความจำเป็นที่จะต้องทาน อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่ ไปตลอดช่วงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะร่างกายของแม่หลังคลอดต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์มาช่วยในการฟื้นบำรุงร่างกายให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว และสารอาหารยังจำเป็นต่อกระบวนการผลิตน้ำนมแม่ให้มีทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อที่ลูกเมื่อทานนมแม่เข้าไปแล้วจะได้รับสารอาหารจากนมแม่ที่หลากหลายครบถ้วน เพื่อใช้ในการบำรุงหล่อเลี้ยงพัฒนาการด้านร่างกายให้เจริญเติบโตแข็งแรง ที่สำคัญยังช่วยให้พัฒนาการด้านสมองและสติปัญญาของลูกเติบโตสมบูรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ทางองค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนี้ค่ะ

  • คุณแม่ควรให้นมแม่กับลูกทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก
  • คุณแม่สามารถให้นมลูกอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการให้อาหารเสริมตั้งแต่เดือนที่ 6 จนลูกอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านี้ก็ได้ค่ะ

น้ำนมแม่จะมีมากหรือน้อยส่วนหนึ่งมาจากการมีวินัยในการให้ลูกดูดกระตุ้นอย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการที่คุณแม่ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และเน้นทานที่ช่วยในเรื่องการบำรุงน้ำนมแม่ อย่างอาหารประเภทที่เป็น อาหารสมุนไพร กระตุ้นน้ำนมแม่ รับรองว่าถ้าคุณแม่ลูกอ่อนที่ให้นมลูกทำแบบนี้น้ำนมแม่มีทั้งปริมาณและคุณภาพอย่างแน่นอนค่ะ

อ่านต่อ สุดยอดอาหารสมุนไพรช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นมแพะ ต่างจาก นมวัว อย่างไร?

“นม” ถือเป็นอาหารหลักของเด็กขวบปีแรก ซึ่งคุณแม่ต่างก็ทราบดีว่า นมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องให้นมเสริมกับลูก คุณแม่ก็ควรพิจารณาเลือกนมที่มีโปรตีน และไขมันที่ย่อยง่าย และมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เพื่อให้ลูกรักมีน้ำหนักตัวดี มีพัฒนาการที่ดีสมวัย

เพราะ “นม” มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากๆ โดยเฉพาะลูกน้อย เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี และแคลเซียมสูงตามธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อลูกมีปัญหาเรื่องการย่อยนม คุณพ่อคุณแม่ย่อมมีความกังวลใจ ในการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองของลูกน้อย ซึ่งจะสงผลต่อพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเขา

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเลือกนม ที่ย่อยและดูดซึมง่าย เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว โปรตีนในนมเมื่ออยู่ในสภาพเป็นกรดในกระเพาะอาหารจะอยู่ในรูปก้อนโปรตีน หรือ Curd ซึ่งเป็นการจับตัวกันหลายๆ โมเลกุลของ เคซีน ซึ่งเมื่อถูกย่อยโดยเอนไซน์ในกระเพาะอาหาร จะแตกตัวออกเป็นโมเลกุลย่อยๆ และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในรูปกรดอะมิโน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายต่อไป

นมแพะ ต่างจาก นมวัว อย่างไร?

ปัจจุบัน นมแพะ ถือเป็นที่นิยมมานานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งก็มีสิ่งที่แตกต่างกัน จาก นมวัว อย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

นมแพะ ต่างจาก นมวัว

นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่

นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ ที่เรียกว่า อะโพไคร์น (Aprocrine) ทำให้นมแพะ มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Component) ประกอบด้วย    นิวคลีโอไทด์ตามธรรมชาติ (Natural Nucleotide) 5 ชนิดที่คล้ายกับนมแม่ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย มีทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาดีขึ้น มีโกรทแฟคเตอร์ (Growth factor) ชนิดไอจีเอฟวัน (IGF-1) และทีจีเอฟ เบต้า (TGF- ?) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และมีสารโพลีเอมีนส์ (Polyamines) ช่วยให้เกิดการพัฒนาของระบบทางเดินอาหาร และระบบการย่อยอาหารให้สมบูรณ์

นมแพะ ต่างจาก นมวัว

นมแพะ ย่อยง่ายกว่านมวัว

นมแพะมีสัดส่วนของเบต้าเคซีน สูงกว่านมวัว 2 เท่า และมีแอลฟา เอสวันเคซีน ซึ่งย่อยยากในปริมาณที่ต่ำกว่านมวัวถึง 8 เท่า ทำให้โปรตีนของนมแพะ เกาะกันเป็นก้อนโปรตีนที่นุ่ม ทำให้ร่างกายย่อยได้ง่าย และรวดเร็วกว่า นอกจากนี้ยังมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCT Oil) ในปริมาณสูงที่ร่างกายสามารถย่อย และนำไปใช้ได้รวดเร็วกว่า ลูกรักจึงมีน้ำหนักตัวดีอีกด้วย

นมแพะ ต่างจาก นมวัว

ในนมแพะยังมี โปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) โปรตีนนุ่ม ที่ย่อยและดูดซึมง่าย ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุต่าง ๆ ได้ดี ดื่มแล้วสบายท้อง ขับถ่ายคล่อง ดังนั้นทารกและเด็กเล็กที่ดื่มนมแพะจะสามารถย่อยง่าย และรวดเร็วกว่านมผงดัดแปลงจากนมวัว นอกจากนี้นมแพะยังสามารถดูดซึมแคลเซียม และสารอาหารบางตัว เช่น ธาตุเหล็กได้ดีกว่านมวัวเพราะฉะนั้นก็จะดีต่อสุขภาพกระดูก เพราะการกินแคลเซียมที่ดีก็จะไปสะสมให้กระดูกเราแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนในอนาคต

 

นมแพะ ต่างจาก นมวัว

นมแพะ มีโอกาสทำให้เด็กแพ้นมน้อยกว่า นมวัว

ในนมแพะจะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลินน้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า การดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว สารเบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัวร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ในลำไส้เล็ก กลายเป็นสารก่อแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาในลักษณะต่างๆ นมวัวมีสารนี้มากกว่า 3 เท่า เด็กที่ทานนมวัว จึงมีโอกาสแพ้นมวัวได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลิตภัณฑ์นมให้เลือกซื้อจำนวนมากในท้องตลาด แต่นมแม่ก็ยังถือว่าเป็นนมที่ดีที่สุดของทุกๆ ชีวิต ควรให้นมแม่เป็นทางเลือกที่หนึ่งของลูก แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ทดแทน ควรมีการเลือกอย่างละเอียดและต้องใส่ใจกับสารอาหารที่ลูกจะได้รับ ว่าเป็นสารอาหารจากธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์ เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยเพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัย

พรีไบโอติก ดีกับลูกอย่างไร?

เพราะสุขภาพของลูกน้อย เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันมีโรคภัยแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย ฉะนั้นหนทางที่ดีที่สุดก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย เพื่อป้องกันก่อนลูกน้อยเจ็บป่วย พรีไบโอติก (Prebiotics) สารอาหารที่มีบทบาทในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้ จะสร้างได้ด้วยวิธีไหนต้องตามไปดูกันค่ะ

พรีไบโอติก (Prebiotics) คืออะไร

พรีไบโอติก คือ ใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร แต่จะไปเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีประโยชน์คือช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ เช่น ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria), แลคโตบาซิลไล (Lactobacilli) และช่วยกำจัดจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคซัลโมเนลลา (Salmonella) และ อีโคไล (E. Coli) โดยเชื้อนี้จะถูกกำจัดออกจากระบบทางเดินอาหารไปพร้อมกับอุจจาระ จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร หมดปัญหาเรื่องท้องผูก และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย

สารอาหารที่ถูกจัดเป็นพรีไบโอติกนั้นจะต้องมีลักษณะ 3 ประการคือ

1. สารอาหารนั้นจะต้องไม่ถูกย่อย หรือดูดซึมในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก
2. สารอาหารนั้นต้องเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้
3. สารอาหารนั้นควรช่วยกระตุ้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ซึ่งพรีไบโอติก หรือใยอาหารมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น โอลิโกฟรุกโตส อินนูลิน น้ำตาลแอลกอฮอล์ แลกโตส โอลิโกแซคคาไรด์ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นสารประกอบพวกคาร์โบไฮเดรตที่พบได้ตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ พรีไบโอติก ฃสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายชนิด โดยส่วนใหญ่แล้วมักพบมากในผัก ชนิดต่าง ๆ เช่น หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง กระเทียม แอปเปิ้ล เมล็ดธัญพืชบางชนิด กล้วย และนอกจากนี้เรายังสามารถพบ พรีไบโอติกใน “นมแพะ” อีกด้วย

พรีไบโอติก (Prebiotics)

พรีไบโอติก (Prebiotics) สำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร

พรีไบโอติกมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันลูกน้อย โดยมีผลพิสูจน์ทางการแพทย์ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ คือ

  • เพิ่มจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้
  • ลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อให้โรคในลำไส้
  • ส่งเสริมเยื่อบุเมือกของลำไส้ให้แข็งแรงขึ้น
  • เพิ่มการผลิตแอนตี้บอดี้ (sIgA)
  • ลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อ

พรีไบโอติก (Prebiotics) กับ “นมแม่”

มีข้อมูลจากทั้งการศึกษาทดลองและจากงานวิจัยต่างล้วนพบว่า นมแม่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันของทารก เมื่อเทียบกับทารกที่ได้เลี้ยงด้วยนมผสมแล้ว ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะมีอัตราการเกิดโรคติดเชื้อ โรคภูมิแพ้ และรวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบภูมิต้านทานชนิดต่างๆ ที่น้อยกว่า

ซึ่งปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในนมแม่ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน คือโอลิโกแซคคาไรด์ (Oligosaccharide) โอลิโกแซคคาไรด์ในนมแม่จัดเป็นพรีไบโอติก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อการช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ เมื่อจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้มีมาก ก็จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค จึงป้องกันการติดเชื้อ

เมื่อลูกน้อยมีสุขภาพลำไส้ที่ดีก็มักจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคภัย โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษเหล่านี้เองทำให้ พรีไบโอติกมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็กและทารก และในนมแพะเองก็มีพรีไบโอติกหรือใยอาหารชนิด โอลิโกแซคคาไรด์ (Oligosaccharides) อย่างอินนูลิน (Inulin) และโอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ช่วยปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการติดเชื้อและการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร ลูกน้อยขับถ่ายได้ดีขึ้น ลูกน้อยจึงมีพัฒนาการที่ดีสมวัย

ใส่ชุดชั้นในนอน

ใส่ชุดชั้นในนอน เสี่ยงเป็นมะเร็ง จริงหรือ?

ใส่ชุดชั้นในนอน เสี่ยงเป็นมะเร็ง จริงหรือ เรื่องนี้อาจเป็นที่สงสัยของผู้หญิงหลายคน ที่เคยได้ยินเพื่อนๆ ผู้หญิงอีกหลายๆ คน เตือนว่า “ไม่ต้องใส่บราหรือเสื้อชั้นในเวลานอน เพราะเดี๋ยวจะทำให้เป็นมะเร็งเต้านม”

เพราะเรื่องหน้าอกหน้าใจเป็นเรื่องที่คุณสาว ๆ ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการบำรุงสุขภาพหรือผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกแบบ และขนาด หรือจะเป็นเรื่องการสวมใส่ แล้วความเชื่อหรือเรื่องที่เคยได้ยินกันมา ว่าไม่ควรจะสวมใส่บราเวลานอนเพราะเข้าใจว่าอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่งก็มีคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่เชื่อในเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ตกลง ควรใส่หรือไม่ใส่ดี Amarin Baby & Kids มีคำอธิบายจากเว็บไซต์ huffingtonpost มาฝากค่ะ ไปดูกันว่าแท้จริงแล้ว ควรใส่หรือไม่ใส่บราเวลานอน

ใส่ชุดชั้นในนอน เสี่ยงเป็นมะเร็ง จริงหรือ!?

ใส่ชุดชั้นในนอน

จากคำเล่าลือที่ว่าการสวมใส่บราหรือใส่ชุดชั้นในนอน เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม รวมไปถึงมีผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ไม่ใส่ชุดชั้นในขณะที่นอนหลับเพราะรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังกลัวการทำงานของต่อมน้ำเหลืองผิดปกติและไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งที่เต้านม ซึ่งผู้ที่ไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นในขณะนอนหลับอ้างว่า การอุดตันของต่อมน้ำเหลืองสามารถเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งเต้านม แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ และพวกเขายังคงใส่ชุดชั้นในตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าอกหย่อนคล้อย

แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่คำเล่าลือเท่านั้นละค่ะ เพราะที่จริงแล้ว ยังไม่มีการศึกษาวิจัยใด ๆ ยืนยันได้ว่าการสวมใส่ชุดชั้นในนอน จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

สำหรับเรื่องนี้ แพทย์หญิง Amber Guth ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมและผู้อำนวยการสหสมาคมศัลยกรรมมะเร็งเต้านมของศูนย์การแพทย์แลงกอนแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์กได้ยืนยันว่า ยังไม่พบหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่าการสวมใส่บราในเวลานอนนั้นมีประโยชน์หรือโทษกันแน่

นอกจากนี้วารสารทางการแพทย์ Cancer Epidemiology และ Biomarkers & Prevention ยังได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงในการสวมใส่บราและมะเร็งเต้านมว่า ไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็ตาม ซึ่งในทางกลับกันก็ไม่พบเช่นกันว่า การสวมใส่บราเวลานอนจะมีประโยชน์อย่างไร ถึงแม้ว่ามันอาจจะช่วยไม่ให้หน้าอกหย่อนคล้อยก่อนวัยก็ตาม

ใส่ชุดชั้นในนอน

♥ Must read : 7 ท่าโยคะ หลังลูกหย่านม ช่วยเต้านมแม่หายเหี่ยวกลับมาเต่งตึงอีกครั้ง
♥ Must read : หน้าอกหย่อนคล้อย กลับมาเต่งตึง ด้วยเปลือกมะนาว

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุไว้ว่า การสวมใส่ชุดชั้นในตลอดเวลาจะช่วยป้องกันไม่ให้หน้าอกหย่อนยาน และปัจจัยที่ทำให้หน้าอกหย่อนยานได้นั้นเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ การให้นมบุตร อายุที่มากขึ้น รวมไปถึงการตั้งครรภ์

ทั้งนี้ความเชื่อเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมนั้นก็มาจากหนังสือ Dressed to Kill ที่ถูกตีพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) ซึ่งในหนังสือได้ระบุว่าการสวมใส่บราหรือเสื้อชั้นในที่คับนานเกินวันละ 12 ชั่วโมง เป็นประจำทุกวันจะก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น โดยบราที่คับจะไปขัดขวางระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองซึ่งเป็นของเหลวที่ช่วยดักจับสารพิษในร่างกาย

ซึ่งความจริงแล้วมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระบุไว้ว่า ต่อมน้ำเหลืองในรักแร้มีวิธีการตามธรรมชาติในการระบายน้ำเหลืองในเต้านมและยังป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงการก่อตัวของเซลล์มะเร็งและปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมา และจริงๆ แล้วแทบจะไม่มีหลักฐานทางการแพทย์อื่นใดอีกเลย ที่ยืนยันความเชื่อนี้ว่าการสวมใส่ชุดชั้นในขณะนอนหลับจะไปขีดขวางทางเดินของต่อมน้ำเหลือง (Lymph node) และเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม นอกจากเล่มนี้เรื่องเดียว

และแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานใดสนับสนุนการสวมใส่บราเวลานอน แล้วจะเสี่ยงเป็นมะเร็ง แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกคัพ D ขึ้นไปก็ควรที่จะสวมใส่บราในเวลานอนหลับเพื่อช่วยไม่ให้หน้าอกซ้อนทับกันจนเกินไปเวลาที่นอนตะแคง และทำให้นอนหลับสบายขึ้นไม่อึดอัด และถ้าหากใครเลือกที่จะสวมใส่บราในเวลานอนละก็ ก็ควรที่จะเลือกบราที่ไม่มีโครงและสวมใส่สบาย เพราะการสวมใส่บราที่คับจนเกินไปอาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดและส่งผลต่อการนอนหลับได้ค่ะ

อ่านต่อ >> “การเลือกบราที่เหมาะกับคุณผู้หญิงทั่วไป แม่ท้องและแม่ให้นม” คลิกหน้า 2

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก!


ขอบคุณข้อมูลจาก : health.kapook.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จับลูกนอนคว่ำ

จับลูกนอนคว่ำ ที่ไม่ได้มีดีแค่ช่วยลูกหัวทุยสวย!!

พ่อแม่ลูกอ่อนมือใหม่ที่พึ่งจะมีลูกแรกคลอด มีสารพัดเรื่องให้ได้เรียนรู้ ทั้งการอาบน้ำ การให้นมลูก แล้วไหนจะเรื่องการนอนของลูกที่หลายข้อมูลก็ว่าควรให้ลูกนอนหงาย แต่อีกหลายเสียงก็บอกว่า ลูกทารกต้องให้นอนคว่ำนะ!! ใครเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมต้องให้ ลูกนอนคว่ำ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบในเรื่องนี้มาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

จับลูกนอนคว่ำ หรือนอนหงายดีนะ?

จับลูกนอนคว่ำ หรือจะเป็นท่านอนหงายดี เคยสงสัยกันไหมคะ? พ่อแม่มือใหม่ หรือจะมือเก่ามีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกมาแล้วก็ตาม ต้องรู้ว่าในเด็กแรกคลอดวัยทารกช่วง 1-3 เดือนแรก เป็นช่วงที่ลูกยังไม่สามารถช่วยเหลือ หรือขยับตัวพลิกคว่ำ พลิกหงายได้เอง ยังคงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพ่อแม่ และพี่เลี้ยงเด็ก ในการช่วยจัดท่านอน ขยับพลิกคว่ำ พลิกหงาย หรือนอนในท่าตะแคง เป็นต้น อยู่ตลอดเวลา

ท่านอนของเด็กทารกจะมีอยู่ 2 ท่าที่พ่อแม่จะคุ้นเคยกันดี นั่นคือ ท่านอนหงาย กับท่านอนคว่ำ สมัยก่อนเด็กแรกเกิดคนเฒ่า คนแก่ ย่ายาย มักจะให้หลานตัวนอยนอนหลับท่านอนคว่ำกันซะส่วนใหญ่ เพราะการ จับลูกนอนคว่ำ จะช่วยให้รูปศีรษะของเด็กทุยสวย ศีรษะจะไม่แบนจนเสียรูปทรง แต่ถ้าในปัจจุบันตามวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมในการจัดท่านอนให้เด็กทารกแรกเกิด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรให้ทารกนอนในท่านอนหงาย เพื่อป้องกันภาวะการตายเฉียบพลัน

มีการวิจัยพบว่าการนอนคว่ำเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคการตายฉับพลันของเด็กทารกเรียกกันว่าโรค SIDS (sudden infant death syndrome)

ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีโครงการ “ให้เด็กนอนหงาย” (back to sleep) โดยแนะนำให้จัดท่านอนเด็กเป็นท่านอนหงายเสมอตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 พบว่าการตายจากโรค SIDS ลดลง จากการวิจัยหลายแหล่งพบว่าการนอนคว่ำมีความเสี่ยงต่อการกดทับจมูกปากจนขาดอากาศหายใจ[1]

ดังนั้นจึงแนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยทารกแรกคลอดว่า ในช่วงที่ลูกอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่ควรจัดท่านอนให้ลูกด้วยการ จับลูกนอนคว่ำ เพราะทารกแรกเกิดยังไม่สามารถยกศีรษะ หรือตะแคงหน้าได้เอง การนอนคว่ำโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่ด้วย อาจทำให้ลูกขาดอากาศหายใจได้ ดังนั้น ควรเปลี่ยนจากท่านอนคว่ำมาเป็นท่านอนหงายก่อนจะดีที่สุด

อ่านต่อ ให้ลูกนอนคว่ำ ที่ไม่ได้มีดีแค่ช่วย หัวทุย คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

จุ๊ดจู๋ ลูกชาย

จุ๊ดจู๋ ลูกชาย พ่อแม่ต้องรู้และเข้าใจ เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง

ว่าด้วยเรื่อง จุ๊ดจู๋ ลูกชาย ผู้เขียนเคยมีเพื่อนมาปรึกษาว่าควรจะขลิบหรือไม่ขลิบดี เรื่องนี้ละเอียดอ่อนควรปรึกษากับคุณหมอดีที่สุดค่ะ เพราะอาจจะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นเรื่องอวัยวะเพศลูกชายของทุกครอบครัวที่มีหลายๆ เรื่องข้องใจ และอยากได้คำตอบ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีความรู้ในเรื่อง จุ๊ดจู๋ของลูกชาย แบบกระจ่างจากคุณหมอ มาฝากค่ะ

 

จุ๊ดจู๋ ลูกชาย พ่อแม่ต้องรู้และเข้าใจ เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกกันมาก่อน บางครั้งอาจพบว่าการดู จุ๊ดจู๋ ลูกชาย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมักจะมีข้อมูลจากญาติผู้ใหญ่ว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ซิลูกจะได้ฉี่สบาย หรือจะเป็นความรู้ใหม่ที่มีข้อมูลให้ศึกษาอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เห็นแบบนี้แล้วก็ปวดหัวมึนงงตามไปด้วยเลยจริงๆ ค่ะ ^_^

วันก่อนได้มีโอกาสอ่านเรื่องของ “จู๋น้อยๆ” จากนายแพทย์แมนวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล สูตินรีแพทย์ เจ้าของเพจดังเรื่องเล่าจากโรงหมอ” ที่คุณหมอมักจะมีเรื่องเล่าจากเคสจริงที่ได้รักษาคนไข้นำมาเขียนเล่าแบบให้สาระความรู้ ใส่รายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนอ่านแล้วเพลินตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ

และครั้งนี้เห็นว่ามีแม่ๆ จากแฟนเพจ Amarin Baby & Kids ถามกันเข้ามาบ่อยๆ เกี่ยวกับการดูแล จุ๊ดจู๋ ลูกชาย ที่มีทั้งแบบมีปัญหา และเรื่องกังวลใจธรรมดาทั่วไป ครั้งนี้ผู้เขียนได้ขออนุญาตนำข้อมูลเรื่อง “จู๋น้อยๆ” จากคุณหมอแมนวัฒน์ มาให้คุณพ่อคุณแม่ที่อาจกำลังมีความสงสัย หรือมีปัญหาเดียวกับเคสที่คุณหมอนำมาเล่าให้ฟังเดียวกันนี้ ได้เข้าใจและจะได้ดูแล อวัยวะเพศชายของลูกกันได้อย่างถูกต้องค่ะ

อ่านต่อ ลูกชายป่วยอวัยวะตรงปลายอักเสบ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

จะเป็นอย่างไร!? เมื่อ‘ตั๊ก-บริบูรณ์’ ปล่อย ลูกหลงทาง เพื่อเป็นบทเรียน (มีคลิป)

ลูกหลงทาง …ซึ่งใดวันหนึ่ง สำหรับครอบครัวที่มีลูก เมื่อพาลูกน้อยไปเที่ยวในที่ชุมชน ก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นได้ แต่จะสอนลูกอย่างไร ให้เอาตัวรอดได้ เมื่อเกิดหลงทาง พลัดหลงกับพ่อแม่ โดยเฉพาะเด็กตัวเล็กๆ ในวัย 2-3 ขวบ การซ้อมให้ลองปล่อยให้ลูกหลงทางดู ก็อาจเป็นบทเรียนหนึ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มประสบการณ์นั้นได้

พ่อตั๊ก บริบูรณ์ ฝากเป็นบทเรียน ” ลองปล่อยให้ (น้องบีลีฟ) ลูกหลงทาง “!

 

เพราะเด็กมีโอกาสพลัดหลง เมื่อพาไปเดินในที่พลุกพล่าน จากสถิติของศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยมูลนิธิกระจกเงา พบว่ามีจำนวนเด็กหาย เด็กพลัดหลง และเด็กมีโอกาสถูกลักพาตัวมากมายได้ ตั้งแต่ช่วงวัยทารก ดังนั้นไม่ว่าพ่อแม่จะพาเด็กไปที่ไหนที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น ตลาดนัด คอนเสิร์ต โรงหนัง โรงละคร สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่จัดแสดงงาน ควรต้องระวังลูกน้อยไว้ให้ดี แม้ต่อให้เดินจูงมือแน่นแค่ไหน ลูกก็อาจหลุดมือไปได้ เนื่องจากการเบียดเสียด การเดินชน หรือการเดินดูของเพลินจนมือพ่อแม่ที่จูงลูกอาจคลายลง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เด็กมีโอกาสหลุดมือหายได้

เช่นเดียวกับครอบครัวที่น่ารักและอารมณ์ดี อย่างครอบครัวของคุณ ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง ที่นอกจากจะมีมุมน่ารักๆ แล้ว ก็ยังมีข้อคิดและวิธีเลี้ยงลูกมาแบ่งปัน โดยล่าสุด คุณพ่อตั๊ก และคุณแม่เอลซี่ ได้สร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมา

ลูกหลงทาง

ลูกหลงทาง

โดยปล่อยให้ น้องบีลีฟ วัย 2 ขวบครึ่ง ต้องหลงทางอยู่กลางตลาดเพียงลำพัง โดยก่อนที่จะหลงทางคุณพ่อคุณแม่ได้สอนน้องบีลีฟว่า ถ้าหลงทางหาพ่อแม่ไม่เจอ ให้นำกระดาษที่เขียนชื่อพ่อแม่และเบอร์โทรใส่กระเป๋าไว้ให้ไปขอความช่วยเหลือจากคุณตำรวจ และสอนว่าห้ามไปกับคนแปลกหน้า พร้อมให้เงินไว้เพื่อสำหรับเวลาซื้อของเอง

ซึ่งคลิปนี้ก็เล่นเอาคนเข้าไปดูคลิปร้องไห้ตามน้องบีลีฟไปด้วยเลยทีเดียว เพราะทั้งเอ็นดูทั้งสงสารน้องบีลีฟ แถมยังแอบมีดราม่าบ้าง …ลองไปดูกันค่ะว่า สุดท้ายแล้วน้องบีลีฟจะผ่านสถานการณ์หลงทางไปได้หรือไม่ อย่างไร

ลูกหลงทาง

ชมคลิป >> น้องบีลีฟหลงทาง!! พร้อมเทคนิคการสอนลูกรับมือและเอาตัวรอดเมื่อหลงทางกับพ่อแม่ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด ไม่มีในโลก จึงมีทารกน้อยเกิดมาพร้อม “ที่คุมกำเนิด” โอกาสเกิดขึ้น เพียงแค่ 0.01%

คุมกำเนิด เป็นเรื่องของการวางแผนครอบครัวอย่างหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดจำนวนการมีลูก ซึ่งหากคู่สามีภรรยาที่ยังไม่พร้อมจะมีลูก การเลือกหาวิธี คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด ก็เพื่อใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์หรือขัดขวางการตั้งครรภ์ ในเวลาที่ยังไม่พร้อมนั่นเอง

แล้วทำไมจึงท้องได้ทั้งๆ ที่ยังคุมกำเนิด?

สาเหตุที่ท้องได้ แม่จะยังคุมกำเนิดอยู่ นั้นก็เพราะว่า ไม่มีวิธีการ คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด ใดๆ ในโลกนี้ที่คุมได้ 100% เต็ม หรือจะมีเต็มที่ก็แค่ระดับ 99.99% ซึ่งนั้นก็ทำให้มีโอกาส 0.01% ที่ทารกก็สามารถถือกำเนิดได้ เช่นเดียวกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ กับการที่เด็กทารกตัวน้อยจะออกมาลืมตาดูโลก พร้อมกับเครื่องมือคุมกำเนิดของคุณแม่ไว้ออกมาด้วย!

ทารกน้อยเกิดมาพร้อม “ที่คุมกำเนิด” เพราะ
คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด ไม่มีในโลก

หลายคนอาจไม่เคยเห็นเครื่องมือชนิดนี้มาก่อน ซึ่งมันเป็นเครื่องมือที่จะใส่ลงไปช่องคลอด ของผู้หญิง เพื่อใช้ในการคุมกำเนิด

คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด

ในทางการแพทย์นั้นไม่มีอะไรชัวร์แบบเต็มที่ (แม้กระทั่งการทำหมัน) ส่วนเครื่องนี้จะช่วยเรื่องการคุมกำเนิดได้ในระดับ 99.99% และเมื่อความแน่นอนของการคุมกำเนิด ไม่ 100 % จึงทำให้เกิดเรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อครอบครัวของ Lucy Hellein ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากหญิงที่มีชื่อว่า Lucy ได้ปฏิบัติการฝังเครื่องคุมกำเนิดไว้ในมดลูกเรียบร้อย แต่เธอก็ยังสามารถให้กำเนิดลูกน้อยได้ ทั้งยังบอกว่า “รู้สึกเหมือนว่าได้รับของขวัญอันแสนวิเศษจากพระเจ้า”

โดยเว็บไซต์ unilad ได้รายงานข่าวเรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์ของครอบครัว Lucy Hellein จากรัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า… ได้ให้กำเนิดลูกน้อยชื่อ Dexter หลังจากที่ Lucy ได้ฝังเครื่องคุมกำเนิดไว้ในมดลูกแล้ว ซึ่งโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ มีแค่ 0.01% เท่านั้น

ซึ่งทางการแพทย์ได้บอกว่าการฝังเครื่องคุมกำเนิดนั้นจะได้ผลดีที่สุดหลังจาก 4 เดือนไปแล้ว แต่หนูน้อย Dexter ก็เกิดจากการปฏิสนธิหลังฝังเครื่องมือได้ไม่กี่วันเท่านั้น

ก็ถือเป็นเรื่องที่จะเกิดได้ยากมากที่จะเกิดการปฏิสนธิหลังจากฝังเครื่องมือคุมกำเนิดไปแล้ว หลังจากที่หนูน้อย Dexter เกิดมา ก็มีน้ำหนักตัว 4 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นเด็กที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด

Lucy ผู้เป็นแม่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “มันเป็นเรื่องไม่คาดฝันมากที่ Dexter จะปฏิสนธิได้หลังจากที่ฝังเครื่องคุมกำเนิดไปแล้ว แต่ดิฉันก็ไม่เสียใจหรอกค่ะ เพราะตัวฉันเอง และครอบครัวต่างก็รู้สึกเหมือนว่าได้รับของขวัญอันแสนวิเศษจากพระเจ้าซะมากกว่า”
คุมกำเนิด ที่ดีที่สุด

นับว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมากๆ แม้ทั้งสองจะไม่อยากมีลูก แต่เมื่อมีแล้วก็พร้อมจะดูแลให้ดีที่สุดนั้นก็น่ายกย่อง

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดขึ้นนับว่าเกิดจากการที่คุณแม่ไม่ได้ระมัดระวังเพียงพอหลังจากที่สวมใส่ห่วงอนามัยไปแล้ว Amarin Baby & Kids จึงขอนำเสนอข้อควรระวัง 5 ข้อสำหรับผู้ที่สวมใส่ห่วงอนามัย ต้องจำไว้ให้ดี! คือ…

อ่านต่อ >> ข้อควรระวัง สำหรับคุณผู้หญิงที่สวมใส่ห่วงอนามัยคุมกำเนิด คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.unilad.co.uk

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิธีคุมกำเนิด

วิธีคุมกำเนิด แบบไหนมีสิทธิภาพและปลอดภัย ถ้าแม่ยังไม่พร้อมมีลูกคนที่ 2

วันนี้ขอว่าด้วยเรื่อง วิธีคุมกำเนิด เพราะผู้เขียนได้รับคำถามจากคุณแม่ลูกอ่อนอยู่หลายคน ที่อยากได้ความรู้วิธีการคุมกำเนิดหลังคลอดแบบปลอดภัย และได้ประสิทธิภาพดีด้วย เนื่องจากยังไม่พร้อมมีลูกคนที่ 2 ระหว่างลูกคนแรกยังแบเบาะอยู่  และเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ ด้วย ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลในเรื่องนี้มาบอกต่อให้ทราบกันค่ะ

 

วิธีคุมกำเนิด เพราะอะไร “การคุมกำเนิด” จึงจำเป็น?

พอพูดถึง การคุมกำเนิด เราก็จะนึกถึงรูปแบบ วิธีคุมกำเนิด ที่ง่ายที่สุดคือ การกินยาคุม กับการสวมถุงยางอนามัยกันใช่ไหม คะ แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหลากหลายวิธีการคุมกำเนิด ที่ได้ผลและมีประสิทธิแตกต่างกันไปค่ะ

การคุมกำเนิดเหมาะกับคู่รักแต่งงานที่ยังไม่พร้อมที่จะมีลูก หรือในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก แล้วอยากจะกุ๊กกิ๊กกับสามี แต่ก็ กังวลว่าจะท้องลูกคนที่สองเร็วเกินไป รวมทั้งในสาวๆ วัยใส ถ้าหนูๆ ยังไม่พร้อมเป็นแม่อุ้มท้องมีลูก ก็ต้องศึกษาและ ป้องกันไว้สักนิดนะจ๊ะ รอให้พร้อมแล้วค่อยท้องก็ยังไม่สายเกินไปนะจะบอกให้ ^_^

การคุมกำเนิด เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ (Contraception) เพื่อไม่ให้ร่างกายของผู้หญิงมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ซึ่งจะต้อง ป้องกันจากระบบภายในร่างกายของผู้หญิงที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาหลังจากได้รับการกระตุ้นให้เชื่อมไปสู่การมีครรภ์  การคุมกำเนิดจะเป็นการป้องกันในวงจรเหล่านี้ คือ…

  • การป้องกันไม่ให้มีการตกไข่
  • การป้องกันไม่ให้ไข่กับอสุจิเกิดการปฏิสนธิ
  • การป้องกันไม่ให้มีการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก

การคุมกำเนิดจะไม่เกิดผล ถ้าคุณแม่ไม่ได้รับวิธีการคุมกำเนิดที่ถูก และเหมาะสมตามสภาพร่างกายของแต่ละคน  ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่หลังคลอด และในผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมมีลูก ได้รู้และเข้าใจถึงรูปแบบการคุมกำเนิด ว่ามีกี่แบบ และการคุมกำเนิดวิธีไหนที่ได้ผล มีประสิทธิภาพปลอดภัย สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ ไปทำความเข้าใจพร้อมกันเลยค่ะ

อ่านต่อ รูปแบบวิธีการคุมกำเนิดที่ทำได้เอง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การแท้งบุตร

การแท้งบุตร ฝันร้ายของคุณแม่ตั้งครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนคงตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อในวันที่ลูกน้อยจะออกมาลืมตาดูโลก  แต่ว่าฝันนั้นคงสลายไป หากจะต้องเผชิญกับ การแท้งบุตร ไปเสียก่อน คงไม่มีใครอยากจะพบเจอข่าวร้ายนี้แน่นอน

แน่นอนว่า การแท้งบุตร เป็นสิ่งที่คุณแม่กำลังท้องทุกคนไม่อยากนึกถึง แต่ข่าวร้ายก็คือ การแท้งลูก สามารถพบได้ถึง 15-20 เปอร์เซ็นของการตั้งครรภ์  ฟังดูน่าตกใจใช่ไหมคะ ในบทความนี้ เราจะมาพูดคุยกันค่ะ ว่าการแท้งบุตรคืออะไร สาเหตุ  สัญญาณ และรายละเอียดต่างๆ ของการแท้งบุตรกันค่ะ

การแท้งบุตร คืออะไร

การแท้งบุตร คือการยุติการตั้งครรภ์ใน 20 สัปดาห์แรกซึ่งมักจะเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการยุติการตั้งครรภ์  ในความเป็นจริงแล้วผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่าตัวเลขการแท้งลูกที่แท้จริงน่าจะสูงกว่า 15-20เปอร์เซ็น เนื่องจากตัวเลขนี้มาจากคุณแม่ที่รู้ว่าตนเองกำลังท้องและแท้งบุตรเพียงกลุ่มเดียว คุณแม่จำนวนมากแท้งก่อนที่จะรู้ตัวว่าท้องหรือจะได้รับการตรวจการบุคลากรทางแพทย์  ด้วยเหตุนี้ตัวเลขแท้งบุตรน่าจะอยู่ที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียวค่ะ

สาเหตุของการแท้งบุตร

แม้ว่าคุณแม่อาจจะสงสัยว่า การแท้งบุตรเกิดขึ้นเพราะตนเองหรือเปล่า อย่าได้โทษตัวเองเช่นนั้นค่ะ การแท้งไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเบาๆ การมีเพศสัมพันธ์ หรือการดื่มกาแฟวันละแก้ว สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่เกิดจากผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมของตัวอ่อนค่ะ คุณแม่ที่เคยประสบกับการสูญเสียลูกน้อยจากการแท้งระหว่างตั้งครรภ์  สบายใจกันได้แล้วนะคะ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ทำให้เกิดการแท้งลูก

  • การใช้ยาเสพติด
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มสุรามากเกินขนาด
  • แบคทีเรียลิสเทอเรียซึ่งพบได้ในเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการปรุงสุก ไข่ดิบ และผลืตภัณฑ์นมที่ไม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์
  • การได้รับบาดเจ็บของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์
  • ความผิดปกติทางโครงสร้างหรือฮอร์โมนของคุณแม่ เช่น ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำหรือเนื้องอกมดลูก
  • อายุของคุณแม่ตั้งครภ์ที่มากไป (เกิน 35 ปี)
  • การติดเชื้อต่างๆ เช่น โรคไลม์ หรือ ไข้ออกผื่น
  • โรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ โรคลูปัส (ภูมิต้านทานต่อต้านตัวเอง) หรือโรคไทรอยด์

อ่านต่อ อาการแบบนี้ คุณแม่กำลังจะแท้งบุตร คลิกหน้า 2

โรคมือเท้าปาก อาการ

โรคมือเท้าปาก อาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน ที่พ่อแม่ควรรู้!

ช่วงเปิดเทอม! สิ่งหนึ่งที่อยากเตือนคุณพ่อคุณแม่ คือ ควรเฝ้าระวังเรื่องการเจ็บป่วยของลูกน้อย โดยเฉพาะ โรคมือเท้าปาก และ โรคไข้หวัดใหญ่ ที่มักจะกลับมาระบาดมากในช่วงเปิดเทอมซึ่งมาพร้อมกับหน้าฝนอีกดด้วย แล้ว โรคมือเท้าปาก อาการ จะเป็นแบบไหน และมีวิธีป้องกันอย่างไร? เพื่อไม่ให้ลูกน้อยเป็นโรคนี้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลพร้อมคำแนะนำ มาบอกให้ได้ทราบกันค่ะ

โรคมือเท้าปาก อาการ ที่พ่อแม่ต้องดูให้เป็น!

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาแจ้งเตือนคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองทั้งหลายว่า… ขณะนี้หลายสถานศึกษากำลังเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ประกอบกับช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคที่มักเกิดกับเด็กในช่วงเปิดเทอม คือ “ โรคมือเท้าปาก ”

โดยมักเกิดในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงผู้เลี้ยงดูเด็กในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล และสถานรับเลี้ยงเด็ก ได้ตระหนักและระมัดระวังโรคที่เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่กันได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ

โรคมือเท้าปาก ในเด็ก

ซึ่งสถานการณ์ โรคมือเท้าปาก ในช่วงต้นปี 2561 นี้ ข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 6 พ.ค. 2561 ระบุว่า…

 

อาหารเสริมทารก

อาหารเสริมทารก เริ่มอย่างไร ให้ลูกกินเก่งแถมกินง่าย!

ช่วงเวลาที่คุณแม่รอคอยมาถึงแล้วค่ะ ที่เมื่อลูกเข้าสู่วัยเริ่มอาหารเสริมที่หลังจากทานนมแม่มาอย่างเดียว 6 เดือนแล้ว ก็ถึงเวาป้อน อาหารเสริมทารก ให้ลูกกันแล้วค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รับคำถามจากแม่ๆ เยอะมากว่าจะเริ่มให้ลูกกินอะไรก่อนดี? เอาเป็นว่ามาดูหลักการเริ่มป้อนอาหารเสริมให้ลูกวัยทารก และวิธีเสริมให้ลูกมีพฤติกรรมการกินที่ดีกันค่ะ

 

อาหารเสริมทารก เริ่มอย่างไร?

มีคำถามจากคุณแม่ถามมาเกี่ยวกับการให้ อาหารเสริมทารก ดังนี้

Q: “ตอนนี้น้องวัย 5 เดือนค่ะ กำลังเตรียมจะเริ่มอาหารตามวัย ไปพบข้อมูลว่าให้เริ่มจากข้าวบด แต่บางข้อมูลก็ว่าให้เริ่ม จากกล้วยน้ำว้าขูด ควรเริ่มจากอะไร และเริ่มกินอย่างไรดีคะ?

การเริ่มอาหารเสริมจะให้หลังลูกอายุได้ 6 เดือนไปแล้ว เพราะในช่วงแรกเกิด – 6 เดือน น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับ ลูก น้ำนมแม่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารและสารภูมิต้านทานโรคที่ดีต่อสุขภาพลูกอีกด้วยค่ะ

ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อาหารหลักคือ นมแม่ ข้าวคืออาหารเสริม แต่เมื่อลูกอายุหลัง 1 ปี การทานข้าวคืออาหารหลัก และการทานนมคืออาหารเสริมค่ะ

การให้อาหารตามวัยกับลูกน้อยก็เพราะเขาโตขึ้น ร่างกายต้องการสารอาหารและพลังงานมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่ม ให้อาหารเสริมลูกราวอายุหลัง 6 เดือนขึ้นไป (องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า สามารถให้อาหารเสริมได้เมื่อทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป)

ส่วนที่คุณแม่ถามมาว่าเริ่มด้วยข้าวบด หรือกล้วยน้ำว้าสุก มีคำตอบให้ตามนี้ค่ะ

“ชนิดอาหารเสริมทารกที่เริ่มให้ลูกนั้นไม่จำกัดค่ะ แต่ควรเริ่มด้วยข้าวสวยบดเพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย แต่มีหลักที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจนั่นคือ ควรเริ่มอาหารเสริมตามวัยลูก ด้วยอาหารที่ย่อยง่ายและควรเริ่มให้ลูกกินอาหารทีละอย่าง” รศ.ดร. ประไพศรี ศิริจักรวาล จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านต่อ การป้อนอาหารเสริม ควรให้ป้อนทีละอย่าง หรือไม่? คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ของเล่นกระตุ้นพัฒนาการ

เลือกของเล่นดี ๆ ให้เบบี๋ 7 – 12 เดือน

ลูกน้อยวัย 7 – 12 เดือนเริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเองได้ หัดหยิบจับสิ่งของด้วยนิ้วมือได้ดีขึ้น มีความกระตือรือร้นในการเล่นมากขึ้น เราจะปล่อยให้ช่วงเวลาอันมีค่าอย่างนี้ผ่านไปเปล่าๆ ทำไม มาหา ของเล่นกระตุ้นพัฒนาการ ที่เหมาะกับเจ้าหนูวัยนี้กันดีกว่าค่ะ

Continue reading “เลือกของเล่นดี ๆ ให้เบบี๋ 7 – 12 เดือน”

สร้างความผูกพันพ่อลูก

กลยุทธ์พ่อลูกผูกพัน 6 เดือนแรก

คุณพ่อ และลูกน้อยสามารถสร้างสายสัมพันธ์ และความรักผูกพันกันได้ไม่แพ้สายใยแม่ลูก ด้วยการที่คุณพ่อช่วยทำทุกหน้าที่ที่คุณแม่ทำนั่นเอง มาดูกันซิว่ามีกลยุทธ์อะไรช่วยได้บ้างในการ สร้างความผูกพันพ่อลูก ในช่วง 6 เดือนแรกของลูกน้อย คุณพ่อลองทำตามกันดูนะคะ

Continue reading “กลยุทธ์พ่อลูกผูกพัน 6 เดือนแรก”

4 เทคนิคช่วยลูกพัฒนาการดี ด้วย “กิน กอด เล่น เล่า”

พ่อแม่ไม่ต้องการอะไรมากจากลูก เพียงขอแค่ลูกมีพัฒนาการดีสมวัย กินอิ่ม นอนหลับ เล่นสนุก เรียนรู้เก่ง เท่านี้ก็ชื่นใจคนเป็นพ่อแม่แล้วว่าไหมคะ แต่จะดีมากยิ่งขึ้นหากเราสามารถทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก แล้วช่วยส่งเสริมพัฒนาการพวกเขาให้มีประสิทธิภาพดีจากเดิม ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี เทคนิคช่วยลูกพัฒนาการดี มาฝากทุกครอบครัวกันค่ะ

 

เทคนิคช่วยลูกพัฒนาการดี สำคัญแค่ไหน?

ทำไมต้องมี เทคนิคช่วยลูกพัฒนาการดี ? เชื่อว่าพ่อแม่มือใหม่ส่วนหนึ่งยังมีความสงสัยในเรื่องนี้กันอยู่พอสมควร เขาว่ากันว่าการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาจะอาศัยเพียงแค่พัฒนาการให้เป็นไปตามช่วงวัยอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะทุกพัฒนาการของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น… Les meilleurs casinos en ligne donnent aux nouveaux joueurs de jouer avec nous avons des bonus exclusifs pour vous, avant de la roulette . roulette en ligne casino Il y a certaines stratégies que vous recommandons uniquement les possibilités immenses de profiter des bonus de manière à diminuer les plus .

 

Must Read >> เคล็ดลับ ฝึกลูกนอนเป็นเวลา ช่วยพัฒนาการดี

 

  • พัฒนาการด้านร่างกาย ลูกเติบโตได้ดีเหมาะสมตามมาตรฐานของช่วงวัย
  • พัฒนาการด้านสติปัญญา ลูกสามารถเรียนรู้ จดจำ และมีจินตนาการที่ดีอย่างสมวัย
  • พัฒนาการด้านอารมณ์ ลูกมีการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ได้ตามช่วงวัย ทั้ง โกรธ โมโห พอใจ กังวล ดีใจ ฯลฯ
  • พัฒนาการด้านสังคม ลูกเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนในบ้าน และคนอื่นๆ นอกบ้านได้ทั้งที่โรงเรียน หรือสถานที่ทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา

ซึ่งพัฒนาการเด็กทั้ง 4 ด้านนี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่พ่อแม่ควรต้องให้ลูกได้รับการกระตุ้นส่งเสริมอย่างถูกวิธี เพื่อจะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ  ไปดูกันสักนิดก่อนค่ะว่า พัฒนาการเด็ก ทั้ง 4 ด้านนี้มีลักษณะยังไง

อ่านต่อ พัฒนาการเด็ก 4 ด้านของลูกวัย 1-5 ปี คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่