ลูกเป็นหวัดมีน้ำมูก

แม่เตือนแม่! ระวัง ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก ตาบวม เสี่ยงเป็นไซนัสอักเสบลงตา

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ลูกน้อยมักป่วยเป็นหวัดบ่อย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งเมื่อ ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรชะล่าใจนะคะ เพราะลูกอาจจะเป็น ไซนัสอักเสบ ได้

เช่นเดียวกับคุณแม่ Piyanan Khumkui ที่ได้ออกมาโพสต์เตือนในกลุ่ม HerKid รวมพลคนเห่อลูก ถึงอากาศป่วยของลูกน้อยที่เป็นไข้หวัดธรรมดา แต่มีน้ำมูกเขียว และตาบวม โดยคุณแม่เล่าว่า…

แม่เตือนแม่! ระวัง ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก ตาบวม เสี่ยงเป็นไซนัสอักเสบลงตา

อยากมาแชร์ประสบการณ์ที่เราเจอมาค่ะ คือเรื่องมีอยู่ว่าลูกเราเป็นไข้หวัดธรรมดา ซื้อยามากินก็ไม่ดีขึ้น จากนั้นเริ่มมีน้ำมูกสีเขียว น้ำตาเริ่มไหล จึงคิดว่าลูกคงไม่สบายตัวพอตอนเย็นมาตาเริ่มบวมแดงแต่ไม่มากจึงคิดว่าไม่มีอะไรน้องคงเอามือถูตา แต่น้องเล่นได้ กินข้าวได้ ไม่งอแง

พอวันที่ 2 ยังมีไข้มีน้ำมูก ตาเริ่มบวมเยอะขึ้นเราคิดว่าคงไม่ดีแน่ถ้าปล่อยไว้เราเอาลูกไปคลินิกหมอให้ยาแก้อักเสบ ยาลดบวมมาให้ตกตอนกลางคืนน้องเริ่มซึม ตาไม่ดีขึ้น กินนมไม่ได้เราจึงไปโรงบาลตอน 5 ทุ่ม พอไปถึงหมอให้แอดมิดนอนโรงบาลเลยค่ะ

ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก

หมอบอกว่าอันตรายมากถ้ามาช้าหรือรออาจทำให้ตาบอดได้ พอหมอตรวจเสร็จหมอบอกว่าน้องติดเชื้อไซนัสอักเสบลงตาทำให้น้องตาบวม ต้องล้างจมูกโดยใช้เครื่องล้าง ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อ พอนอนโรงบาลหมอฉีดยาฆ่าเชื้อให้ค่ะ

แต่ยังไม่ดีขึ้นหมอจึงเปลี่ยนยาเป็นอีกตัวตาน้องเริ่มยุบลงแต่ไข้ไม่ยอมลด หมอจึงให้ยาฆ่าเชื้อแบบแรงน้องมีอาการดีขึ้นตายุบลง ไข้ก็หายแล้ว หมอจึงให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ตอนนี้นอนโรงพยาบาล 15 วันแล้วค่ะ 
#ฝากเตือนแม่ๆการล้างจมูกสำคัญจริงๆค่ะ

น้องได้ 1 ขวบ 5 เดือน

ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก
น้องหายดี ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ^_^

จากอาการป่วยของน้องที่คุณแม่เล่ามา เป็นเพราะน้องยังเล็กและไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้เอง เมื่อเป็นหวัด และติดเชื้อจนมีน้ำมูกเป็นสีเขียวข้นทำให้ เป็นไซนัสอักเสบ จนลามไปที่ตาและตาบวมได้ คุณแม่จึงได้ฝากย้ำเตือนมาว่า เมื่อลูกเป็นหวัดมีน้ำมุก การล้างจมูกจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จำเป็นและสำคัญที่สุด

อ่านต่อ >> “วิธีสังเกตว่าลูกเป็นไซนัสอักเสบ พร้อมวิธีล้างจมูกให้ลูกน้อย” คลิกหน้า 2


ขอบคุณเรื่องราวและภาพจากคุณแม่ : Piyanan Khumkui , กลุ่ม HerKid รวมพลคนเห่อลูก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ขนมปังปิ้ง

ขนมปังปิ้ง ไหม้ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

อาหารเช้าที่คุณแม่มักทำให้ทุกคนในครอบครัวทานแบบชั่วโมงเร่งด่วนใส่กล่องไปนั่งทานกันในรถระหว่างไปโรงเรียน ทำงาน ก็คือ ขนมปังปิ้งกินกับนมกล่อง ที่บางครั้งคุณแม่อาจทำ ขนมปังปิ้ง ไหม้ ออกน้ำตาลเข้มไปก็มี ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบที่ถามมาว่า กินขนมปังปิ้งกรอบๆ ไหม้ๆ อันตรายหรือเปล่า ให้ได้ทราบกันค่ะ

 

ขนมปังปิ้ง ไหม้ อย่าเสียดาย!!

คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจสงสัยว่า ทำไมครั้งนี้ผู้เขียนถึงหยิบเอาประเด็น ขนมปังปิ้ง ไหม้ มาพูด ที่อยากพูดถึงก็เพราะว่า มันเป็นเรื่องสุขภาพใกล้ตัวของทุกคน และอาจมองข้ามถึงความปลอดภัย ความเสี่ยงของอาหารที่เราทุกคนทานกันอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะขนมปังปิ้ง ที่เป็นหนึ่งในของโปรดของเด็กๆ และคนอื่นๆ ในครอบครัว

พฤติกรรมการบริโภคที่คุ้นชินกันอยู่ทุกวัน ที่ตื่นเช้ามาถ้าไม่ทานอาหารเช้าแบบเต็มเมนู คุณพ่อ คุณลูก ก็ขอขนมปังปิ้งกินกับไข่ดาว ไส้กรอก ดื่มคู่กับนมสด น้ำเต้าหู้ น้ำผลไม้ ชา กาแฟ ฯลฯ แต่มาติดอยู่ตรงที่ว่าบางทีไม่ลูก ก็สามีที่ขอขนมปังปิ้งกรอบๆ ออกสีน้ำตาลเข้มๆ หน่อยนะแม่ คือถ้าพูดกันจริงๆ การทานขนมปังปิ้งกรอบทุกวันไม่ได้ดีต่อสุขภาพในระยะยาวเลยค่ะ

เพราะความกรอบเข้มของสีขนมปัง ที่บางทีออกจะไหม้ไปซักหน่อย เชื่อว่าคุณแม่หลายคนเสียดาย ไม่ทิ้ง ไม่ปิ้งใหม่ เก็บไว้กินเอง ผู้เขียนเชื่อว่าหลายครอบครัวทราบกันอยู่แล้วในเบื้องต้นว่า การทานอาหารที่เกรียมๆ ไหม้ หรือกรอบๆ ประเภทปิ้ง ย่างมากๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังทานกันอยู่ จริงๆ ทานได้ค่ะ ถ้าปรุงให้อาหารสุกกำลังดีก็จะปลอดภัยต่อสุขาภาพมากกว่า เพราะอาหารที่นำมาปิ้ง ย่างจนไหม้ กรอบมากไป อย่างในขนมปังปิ้งกรอบจนสีออกน้ำตาลเข้ม อันตรายคือสารอะคริลาไมด์ในขนมปังไหม้ อยากรู้กันไหมคะว่า เจ้าสารอะคริลาไมด์ (acrylamide) คืออะไรและมากับอาหารได้อย่างไร

อ่านต่อ สารอะคริลาไมด์ในขนมปังปิ้ง อันตราย!! คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทำไมคนไทยชอบผ่าคลอด

#กระทู้เด็ดพันทิป ทำไมคุณแม่เมืองไทย ถึงผ่าคลอดกันเยอะ!

ทำไมคนไทยชอบผ่าคลอด …ปัจจุบันการผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องนั้น มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่เรามีเครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัยขึ้น ทำให้สามารถวินิจฉัยภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อทารกได้เร็ว และนำไปสู่การผ่า ตัดคลอดเพื่อช่วยทารกที่อยู่ในครรภ์ให้รีบคลอดออกมาโดยเร็วที่สุดนั่นเอง

ทำไมคนไทยชอบผ่าคลอด คำถามจาก #กระทู้เด็ดพันทิป

หากค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ Google ว่า ทำไมคนไทยชอบผ่าคลอด ก็จะขึ้นกระทู้คำถามมากมายที่อยู่ในเว็บไซต์พันทิป ซึ่งล่าสุดก็ได้มีสมาชกที่เว็บไซต์พันทิปที่ใช้ชื่อว่า สมาชิกหมายเลข 2953170 ได้ตั้งกระทู้คำถามว่า…

ทำไมคนไทยชอบผ่าคลอด

วันนี้ผมเห็นบทความเกี่ยวกับการผ่าคลอดเมืองไทย ก็เกิดสงสัยขึ้นมาเกี่ยวกับการผ่าคลอดในไทย เพราะส่วนตัวของผมเนี่ย ภรรยา คลอดลูกคนแรกที่อังกฤษ ซึ่งผมได้คุยกับคุณหมอที่นั่น และถามถึงความเป็นไปได้ของการผ่าคลอดในเหตุจำเป็น

คุณหมอแกบอกผม ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่าหรอก มีไม่เกิน 5% ที่จะผ่าคลอด … ผมก็จำตามนั้นมาตลอด (เลยมีความคิดเชิงลบกับระบบผ่าคลอดของไทยมาตลอดว่า หมอทำไปเพื่อเงินหรือเปล่า?? เพราะพี่สาว พี่สะใภ้ผม รอไม่กี่ ชม เห็นผ่าคลอดกันหมด ของแฟนผม ผ่านไป 24 ชม หมอยังชิวอยู่เลย 55)

จนผมกลับมาเมืองไทย ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพื่อนที่คลอดลูกที่ รพ. เอกชน ชั้นนำของไทย ตอนมองเข้าไปในห้องที่เค้าให้เด็กหลายๆ คนนอนอยู่ ผมมองๆ ส่องๆ ดู ไปบังเอิญเห็นป้ายตรงที่นอนเด็ก เด็กเรียกได้ว่า 9/10 คน เลยครับ ที่มีเขียนว่า CS ซึ่งผมมั่นใจว่า หมายถึง Caesarian Session หรือ การผ่าคลอด

ผมก็ไม่อยากจะเหมารวมว่าคุณแม่คนไทยส่วนใหญ่จะผ่าคลอด เพราะการแค่เห็นจากใน รพ เอกชน ที่เดียว กับพี่ๆ ของตัวเอง ก็เลยอยากจะมาถามแพทย์ หรือผู้รู้ในพันทิป หรือคุณแม่ที่เลือกผ่าคลอด ให้ช่วยแถลงไข ให้เหตุผล ให้เข้าใจว่า ทำไมถึงเลือกผ่าคลอด และผ่าคลอดมีข้อดีอย่างไรครับ?

edit: เหตุผลที่ผมได้ยินมาบ่อยๆ ก็จะมีตามที่ คห 1 บอกไว้ คือส่วนใหญ่ดูฤกษ์… แบบนี้นอกจากในไทย อยากฝากถามพี่ๆ ที่อยู่ต่างแดน เช่น ประเทศอย่างจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น พวกนี้เค้าก็ใช้วิธีดูฤกษ์กันเยอะด้วยมั้ยครับ

คห 2-1 ให้เหตุผลที่ดีหลายๆ อย่าง และได้เสริมว่า ค่าทำคลอดธรรมชาติ กับค่าผ่าคลอด หมอเอกชน ได้ต่างไม่กี่พัน เลยอยากถามท่านอื่นๆ เพิ่มว่าจริงมั้ยครับ?

อยากรู้ว่าใน พันทิป ทำเป็นโหวตได้มั้ยครับ อยากรู้ว่าจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ผ่า หรือธรรมชาติ (อยากเห็นเป็นสถิตินิดนึง 55)

และจากกระทู้นี้เองก็ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งมาให้คำตอบ โดยเป็นคำตอบที่อ้างอิงจาก “ผ่าท้องคลอดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย” ไขปมความไม่รู้และความเข้าใจผิดของเหล่าพ่อแม่มือใหม่ กับ ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ นั่นเอง

ซึ่งการ ไขปมความไม่รู้และความเข้าใจผิดของเหล่าพ่อแม่มือใหม่ เกี่ยวกับเรื่อง “ผ่าท้องคลอดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย” ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ ได้ให้ข้อมูลไว้อย่างละเอียด ซึ่งทาง Amarin Baby & Kids จึงขอหยิบยก มาให้คุณพ่อคุณแม่ฟังถึงใจความสำคัญ ก่อนที่คิดจะผ่าคลอด โดยไม่มีเหตุฉุกเฉิน ดังนี้


ขอบคุณเรื่องจาก : สมาชิกหมายเลข 2953170

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เด็ก 7 ขวบ ถูกข่มขืน ต้องกินยาต้านไวรัส พร้อมเล่าเหตุการณ์ผ่านภาพวาดที่สุดสะเทือนใจ

เด็ก 7 ขวบ ถูกข่มขืน …  วันที่ 8 พ.ค. 60 เฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ภาพและข้อความจากคุณแม่รายหนึ่งที่ส่งเรื่องราวมายังเพจโดยระบุว่า ลูกสาววัย 7 ขวบ ถูกกระทำอนาจาร และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางด้านจิตใจ อีกทั้งยังต้องกินยาต้านไวรัสเพื่อความปลอดภัย จนมีผลข้างเคียงคือเวียนหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ โดยแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ทำงาน ไม่มีรายได้

 

#อังคารสองทุ่มตรงขายพวงกุญแจ50เสื้อ50 #เยียวยาครอบครัวเด็กถูกกระทำอนาจาร #ให้พวกเขามีเงินทุนย้ายออกจากชุมชนเดิมไปเริ่มต้…

โพสต์โดย แหม่มโพธิ์ดำ บน 7 พฤษภาคม 2017

เด็ก 7 ขวบ ถูกข่มขืน ต้อนกินยาต้านไวรัส พร้อมเล่าเหตุการณ์ผ่านภาพวาดที่สุดสะเทือนใจ

ซึ่งหลังจากที่ทาง เพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่ถูกกระทำชำเราจนต้องเข้าโรงพยาบาลและรับยาต้านไวรัสเพื่อความปลอดภัย ขณะที่สภาพจิตใจก็บอบช้ำย่ำเเย่

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เพจแหม่มโพธิ์ดำได้อัพเดทความคืบหน้าว่า ได้ประสานไปทาง คุณเต้ เตชะ ทับทอง ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับคดีเด็กและสตรี ให้ไปพูดคุยและพบปะแม่ ซึ่งผ่านมาไม่กี่วัน คุณเต้ก็ช่วยเดินเรื่องจนมีหมายจับออกมาถึงผู้ที่กระทำความผิดแล้ว โดยเบื้องต้น 6 ข้อหา ถือเป็นความผิดที่มีโทษหลายปีและบางข้อหาถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต โดยต้องหาว่ากระทำความผิด ฐาน ดังนี้

  1. ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
  2. กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
  3. กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยขู่เข็ญด้วยประการใดใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
  4. พาบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อกระทำอนาจาร
  5. หน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
  6. พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อการอนาจาร

อ่านต่อ >> “เผยภาพที่ลูกสาววาดเพื่อเล่าเหตุการณ์” เป็นภาพที่สะเทือนใจแม่มากที่สุด คลิกหน้า  2


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : แหม่มโพธิ์ดำ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เคล็ดลับการมีลูก

วิธีทำให้ท้องง่าย กับเคล็ดลับบ้านๆ แต่ช่วยมีลูกสมใจ

สำหรับคู่ชีวิตที่มีลูกยาก ซึ่งก็อาจจะพยายามมาหลายวิธีก็ไม่สำเร็จ คงจะอยากทราบถึงวิธีการทำอย่างไรให้ได้ตั้งครรภ์และมีลูกรักสมใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว Amarin Baby & Kids จึงมี วิธีทำให้ท้องง่าย ๆ มาฝากค่ะ คู่รักให้เตรียมตัวเป็นคุณพ่อคุณแม่ได้สมปรารถนากันค่ะ

เมื่อพร้อมที่จะสร้างครอบครัวแล้ว ก่อนเตรียมพร้อมตั้งครรภ์ว่าที่คุณแม่ต้องรู้จักดูแลตัวเอง และว่าที่คุณพ่อ ต้องวางแผนล่วงหน้ากันอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ ทั้งร่างกายและโรคทางพันธุกรรมว่าจะมีผลต่อลูกหรือไม่? รวมถึงภาวะเสี่ยงอื่นๆ เพื่อที่จะหาทางป้องกัน จากนั้นก็พร้อมเดินหน้าทำตาม วิธีทำให้ท้องง่าย ๆ เพื่อจะได้ปั๊มลูกกันได้อย่างเต็มกำลัง

⇒ Must read : อยากท้อง ต้องเตรียมตัวอย่างไร

วิธีทำให้ท้องง่าย กับเคล็ดลับบ้านๆ แต่ช่วยมีลูกสมใจ

มีลูกยาก …ปัญหานี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางครอบครัวที่ต้องการจะมีลูกและพยายามทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังไม่สมหวัง Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวมสารพัดเคล็ดไม่ลับเพื่อมาแชร์กับว่าที่คุณพ่อคุณแม่ในอนาคตได้รู้กัน เผื่อว่าจะเป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณมีเบบี๋ได้ในเร็ววัน นะคะ

วิธีทำให้ท้องง่าย

1. หาต้นตอที่ทำให้ไม่สมหวัง

อันดับแรกเลย ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการปฏิบัติหรือแก้ไขเพื่อให้มีลูก หรือหา วิธีทำให้ท้องง่าย  คุณผู้หญิงคุณผู้ชายควรรู้ว่าปัญหาการมีลูกยาก นั้นส่วนใหญ่มีสาเหตุจากอะไร

  • นับวันไข่ตกคลาดเคลื่อน วันไข่ตกอาจแตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน ผู้หญิงหลายคนคำนวณวันไข่ตกในวันที่ 14 หลังวันแรกของประจำเดือน เพราะรอบเดือนของผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในรอบ 28 วัน
♥ Must read : การนับวันไข่ตก เขานับกันยังไง?
  • สารหล่อลื่นที่มีฤทธิ์ฆ่าสเปิร์ม กรณีที่ใช้สารหล่อลื่น คุณควรตรวจเช็คคุณสมบัติว่า มีสารฆ่าสเปิร์มหรือไม่
♥ Must read : วิธีเพิ่มสเปิร์ม สำหรับคุณพ่อคุณแม่วางแผนมีลูก
  • สุขภาพไม่แข็งแรง เช่น น้ำหนักของคู่รักมากเกินไป หรือไม่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งผู้มีบุตรยากควรรับประทานแต่สิ่งที่ดี เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ฯลฯ เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพ
  • อายุของคุณผู้หญิง จากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงอายุ 25 ปี ที่มีสามีอายุใกล้เคียงกันจะมีการตั้งครรภ์ได้ง่ายกว่าในช่วงอายุอื่นๆ คือใน 100 คู่ จะตั้งครรภ์ได้ 50 คู่ ภายในเวลา 5 เดือน, 75 คู่ในเวลา 10 เดือน และอายุที่มากขึ้น (กว่า 25 ปี) ทุกๆ 5 ปี จะต้องใช้เวลายาวขึ้นเกือบเท่า ตัวในการตั้งครรภ์หมายถึงจะตั้งครรภ์ยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง
♥ Must read : ถึง 35 UP แต่ท้องได้ แค่ “ตรวจ” ช่วยลดความเสี่ยง
♥ Must read : เรื่องจริงจากหมอสูติฯ ตอนที่ 8 สุดท้ายฉันก็คลอดลูกได้อย่างปกติในวัย 44 ปี
  • สำหรับด้านคุณผู้ชาย อาจจะมีปัญหาในเรื่องของคุณภาพน้ำอสุจิจึงทำให้มีโอกาสมีลูกยาก โดยการวิจัยจากกลุ่มวัยรุ่นอายุ 19 ปีจำนวน 1,568 คน โดยการนับจำนวนอสุจิพบว่า ผู้ที่อ้วนจะมีจำนวนอสุจิลดลง 22% และมีความเข้มข้นลดลง 24% ขณะที่กลุ่มผู้หญิงมีรูปร่างอ้วนก็มักจะมีปัญหาประจำเดือนและการตกไข่ไม่ปกติจึงทำให้มีบุตรยาก

วิธีทำให้ท้องง่าย

2. กินอาหารช่วยบำรุงให้ฟิตปั๋ง!

พฤติกรรมการทาน ก็มีส่วนช่วยให้ท้องง่าย หรือไม่ท้องก็ได้ ซึ่งก็มีอาหารหลากหลายชนิดที่เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมส่วนต่างๆ ให้คู่รักพร้อมสำหรับการจะมีลูก

โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้ชายให้เน้นอาหารที่มี โปรตีน สังกะสี แมงกานีส และเบต้าแคโรทีน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของเสปิร์ม ส่วนเพศหญิงควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งจะส่งผลช่วยให้ไข่ตกและฮอร์โมนเป็นปกติ

♥ Must read : 7 ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี ให้แข็งแรงฟิตพร้อมมีลูก !
♥ Must read : อาหารทำให้ท้อง สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่อยากมีลูก

*กลุ่มอาหารที่ส่งผลต่อการมีลูก

  • แครอทและแอปริคอท เนื่องจากแครอทมีสารเบต้าแคโรทีนสูงที่เชื่อกันว่า เบต้าแคโรทีนช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์มและระดับฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรน ส่วนแอปริคอทมีสารเบต้าแคโรทีนและแมงกานีสสูง ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดถูกใช้ในการสร้างฮอร์โมน
  • กล้วยหอม กล้วยมีโปตัสเซียมสูง ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท แถมยังมีวิตามินบี 6 ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมองอีกด้วย
  • มะเดื่อ มะเดื่อมีวิตามินบีชนิดไนอะซินสูง ซึ่งวิตามินชนิดนี้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในทุกส่วนของร่างกาย และมีแมกนีเซียมสูง ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมน
  • หน่อไม้ฝรั่ง เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งเป็นแหล่งของไนอะซินช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • สัตว์ทะเล เช่น หอยนางรมมีแร่ธาตุสังกะสีที่สูง ซึ่งช่วยทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ สังกะสียังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต่อมลูกหมากบวมอักเสบ ซึ่งถ้าเกิดกับชายใดก็จะทำให้เกิดปัญหาทางเพศได้เช่นกัน
  • เลือกอาหารที่มีวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกทางเพศ

อ่านต่อ >> ” วิธีทำให้ท้องง่าย กับเคล็ดลับบ้าน ๆ แต่ช่วยมีลูกสมใจ ” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

นมโคแท้ 100% เหมือนกัน แล้วจะเลือกอันไหนดี

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่กำลังเกิดความสงสัยกันอยู่ใช่ไหมละคะว่า อยากจะให้ลูกที่อยู่ในวัยเรียน หรือลูกที่หย่านมแม่แล้วได้ทานนมโคแท้ 100% แต่ก็ไม่รู้ว่านมที่เลือกซื้อมาให้ลูกทานนั้นใช่นมโคแท้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยในเรื่องนี้กันค่ะ

ซึ่งทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รับเกียรติจาก คุณพลอย บีโทมัส นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก) โรงพยาบาลธนบุรี มาให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกนมโคให้ได้นมโคแท้ที่มีสารอาหารครบถ้วนกันค่ะ

  • นมโคแท้ คือนมแบบไหน?
    คือใช้น้ำนมดิบที่อาจผ่านกระบวนการแยกไขมันออกหรือไม่แยกก็ได้ แล้วนำไปผ่านกระบวนการให้ความร้อนแบบต่างๆ ก่อนบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ไม่ว่าจะผ่านการให้ความร้อนแบบใดจะเรียกว่าน้ำนมวัวแท้ทั้งหมดค่ะ
  • นมโคแท้ มีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?
    สำหรับนมโคแท้ถ้าแยกด้วยการให้ความร้อนก็จะมีนมพาสเจอร์ไรส์ นมสเตอริไรส์ และนมยูเอชที ซึ่งความแตกต่างก็จะอยู่ที่อุณหภูมิและระยะเวลาที่ให้ความร้อนค่ะ หากเป็นนมโคแท้แบบพาสเจอร์ไรส์จะเป็นน้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 85 องศาเซลเซียส ในเวลาไม่เกิน 15 วินาที เพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

มาต่อกันที่นมโคแท้แบบสเตอริไลซ์ จะเป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่จะใช้อุณหภูมิอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียสในเวลาที่เหมาะสมค่ะ แต่จะต้องมีการผ่านกระบวนการทำนมสดให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนด้วยค่ะ ซึ่งจุลินทรีย์จะถูกทำลายทั้งหมดโดยที่ไม่ทำให้คุณภาพของน้ำนมเปลี่ยนแปลงไป และก็สามารถเก็บน้ำนมไว้ได้นาน 1 ปีโดยที่ไม่ต้องแช่เย็นเลยค่ะ

สำหรับนมยูเอชที ก็จะเป็นกรรมวิธีการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 133 องศาเซลเซียส โดยจะฆ่าเชื้อไม่น้อยกว่า 1 วินาที โดยที่น้ำนมจะต้องผ่านกรรมวิธีให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนแล้วก็จะบรรจุลงในภาชนะที่ปราศจากเชื้ออีกครั้งหนึ่งค่ะ

  • เมื่อลูกหย่านมแม่ จะให้ลูกกินนมอะไรดี?
    ก่อนอื่นต้องบอกว่า “นม” ที่เหมาะสมและดีสำหรับเด็กทารกมากที่สุด คือน้ำนมแม่  แต่ถ้าเป็นนมโคแท้ในรูปแบบ ยูเอชที ควรรอให้ลูกหย่านมแม่ก่อนค่ะ ซึ่งก็จะอยู่ที่อายุประมาณตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป สำหรับเด็กหลังอายุ 1 ขวบเป็นต้นไป สามารถเริ่มกินนมโคแท้แบบกล่องได้แล้วค่ะ
  • นมโคแท้มีจะมีสารอาหารเพียงพอกับร่างกาย และพัฒนาการของลูกหรือไม่?
    แน่นอนค่ะว่าถ้าเป็นนมโคแท้จะมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ในเด็กที่หย่านมแม่แล้ว ยังควรต้องดื่มนมโคเสริมต่อไปอยู่ค่ะ เนื่องจากว่านมโคมีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยเสริมสร้างสุขภาพสำหรับคนทุกวัยเลยค่ะ อย่างถ้าเป็นเด็กที่อายุตั้งแต่ 1-12 ปี ควรดื่มนมวันละประมาณ 3 แก้ว ซึ่งในน้ำนมโคแท้จะมีสารอาหารที่สำคัญหลายชนิดเลยค่ะ เช่น

โปรตีน : จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
แคลเซียมสูง : มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง
วิตามินดี : จะช่วยดูดซึมแคลเซียมกับฟอสฟอรัส ที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
วิตามินเอ : จะช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมทั้งการมองเห็นที่มีประสิทธิภาพของเด็ก
วิตามินบี 1 : ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
วิตามินบี 2 : ช่วยในเรื่องกระตุ้นและควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ
ธาตุเหล็ก : จะช่วยในกระบวนการฮีโมโกลบินภายในร่างกาย
นอกจากนี้ก็ยังมีสารอาหารที่สำคัญอื่นๆ อีก เช่น ฟอสฟอรัส วิตามินบี 5 วิตามินเค วิตามินอี และไอโอดีนด้วยค่ะ

  • วิธีการเลือกน้ำนมโคแท้ 100%  จะดูจากอะไร?
    ถึงจะเป็นนมโคเหมือนกัน แต่คุณภาพของน้ำนมที่ได้มักแตกต่างกัน เพราะคุณภาพของน้ำนมดิบที่ได้จากการเลี้ยงวัวในแต่ละฟาร์มนั้นต่างกัน ซึ่งสามารถทำให้มีจุลินทรีย์ปนเปื้อนได้ต่างกันถึง 20 เท่าเลยทีเดียว โดยเป็นผลมาจากพันธุ์โคนม คุณภาพของอาหาร น้ำ โรงเรือนที่ใช้ในการเลี้ยงดูต่างกัน ทำให้โคนมมีสุขภาพจิตและให้น้ำนมดิบต่างกันค่ะ นอกจากนั้นคุณภาพในการผลิตและการตรวจสอบมาตรฐานนมกล่องก่อนมาจำหน่ายก็มีความสำคัญ การเก็บคุณค่าสารอาหารตามธรรมชาติของนมโคแท้ควรเลือกจากผู้ผลิตที่ได้รับมาตรฐานคุณภาพระดับที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เช่น *มาตรฐาน HACCP ที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราเลือกนมโคแท้ 100% ที่ดีที่สุดกับลูกค่ะ

*HACCP คือการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม เป็นระบบการจัดการในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งจะใช้ในกระบวนการควบคุมการผลิตอาหารที่ปราศจากอันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์

เอาเป็นว่าหากคุณพ่อคุณแม่จะเลือกซื้อนมโคให้ลูกๆ รวมทั้งทุกคนในครอบครัวทาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่านมโคที่ซื้อมานั้นเป็นนมโคแท้ 100% ง่ายๆ ค่ะ เพียงแค่ดูที่สัญลักษณ์ นมโคแท้ 100% ที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับคุณค่าสารอาหารที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อ.ย.) เท่านี้ก็ช่วยให้มั่นใจได้แล้วค่ะว่า เด็กๆ จะได้ทานนมโคแท้บำรุงร่างกายให้แข็งแรงเจริญเติบโตสมวัย และมีสติปัญญาการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพด้วยค่ะ

คุณพลอย บีโทมัส นักกำหนดอาหารวิชาชีพ (ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก) โรงพยาบาลธนบุรี

ลูกหิวนม

แม่ต้องรู้! 9 สัญญาณ บ่งบอกเมื่อ ลูกหิวนม

ลูกหิวนม …อีกหนึ่งเรื่องยากของคุณแม่มือใหม่ เพราะทารกยังบอกไม่ได้ ว่าต้องการอะไร เพียงแต่ได้ส่งเสียงร้อง และทำท่าทางเพื่อสื่อสารได้อย่างเดียว ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณแม่ควรรู้

คุณแม่ที่มีลูกคนแรกคงมีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมลูก ซึ่งบางคนถึงกับต้องเปิดกางตำราเลี้ยงลูก หรือสอบถามจากผู้ใหญ่ เลยทีเดียว ซึ่งส่วนมากก็จะมีปัญหาว่าเมื่อไร ถึงจะให้นมลูก หรือให้เมื่อลูกร้อง หรือลูกจะหิวนมตอนไหน ซึ่งก็ทำความสับสนได้อย่างไม่น้อย รวมถึงจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกอิ่มแล้ว Amarin Baby & Kids จึงมีข้อมูลสำหรับอาการที่บ่งบอกเกี่ยวกับเรื่องการกินนมของลูกน้อย มาฝากค่ะ

9 สัญญาณอาการบ่งบอกเมื่อ ลูกหิวนม ที่แม่ต้องรู้

ลูกหิวนม

แง แง แง… “ลูกหิวแล้ว” เสียงร้องแบบนี้จะมีเสียง “ง” หรือเสียงขึ้นจมูก โดยเริ่มจากร้องเบาๆ ติดๆ กัน จากนั้นลูกจะทำปากเหมือนพยายามดูดนม แล้วเสียงร้องก็ค่อยๆ ดังและกระชั้นขึ้นกลายเป็นร้องไห้โยเย จนกว่าจะได้นมหรืออาหารนั่นเอง

♥ Must read : สาเหตุที่ทำให้ลูก ทารกร้องไห้ และวิธีรับมือ
♥ Must read : รวม 12 เรื่องของ เด็กแรกเกิด ที่แม่มือใหม่ต้องรู้!

โดยในช่วงสัปดาห์แรกที่ลูกเพิ่งจะออกมาดูโลกนั้น ลูกน้อยมักจะร้องไห้เพราะหิว ซึ่งถ้าคุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมก็แล้ว อุ้มโยกเบาๆ ก็แล้ว และลูกไม่ได้ร้องแบบเจ็บปวดทรมานอะไร นั่นก็แสดงว่าลูกของเรากำลังหิวแล้วนั่นเอง และยิ่งถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยแล้ว ลูกจะหิวและร้องไห้กินนมเฉลี่ยทุก 2 – 3 ชั่วโมง (จะหิวบ่อยกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยนมวัว) ดังนั้นหากลูกร้องไห้หิวนมเกือบๆ จะทุก 2 – 3 ชั่วโมง ก็แสดงว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะว่านมแม่นั้นสามารถย่อยได้เร็วกว่านมวัว

แต่เด็กทารกแรกเกิดบางคนร้องหิวนมเกือบจะทุกชั่วโมงก็มี โดยอาการที่สังเกตได้ง่ายๆ อีกอย่างคือ เมื่อลูกร้องเพราะหิว เขาจะผงกศีรษะขึ้น อ้าปาก หรือเด็กบางคนก็ดูดปากตัวเอง หรือทำท่าเหมือนกำลังพยายามจะดูดอะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาในปาก นั่นก็แปลว่าลูกกำลังหิวค่ะ

ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ และมีลูกวัย 0-6 ปี ร่วมฟังเสวนาฟรี! ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สมัครด่วนจำนวนจำกัด!! อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://bit.ly/2Sek03w

แม่จะต้องให้นมบ่อยแค่ไหน?

การให้นมแม่อาจจะต้องให้ถี่กว่าการให้นมผง โดยทั่วไปให้วันละ 8-12 ครั้งต่อวัน เนื่องจากนมแม่ย่อยง่ายทำให้เด็กหิวบ่อย ในช่วงแรกเด็กจะดื่มนมแม่ทุก 1-2 ชั่วโมง เมื่อเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปจะนอนกลางคืนนานขึ้น ให้เด็กดื่มนมจนพอ หรือเมื่อเด็กหิว

9 สัญญาณอาการหิวของทารก

 

ลูกหิวนม

♥ สัญญาณอาการหิวของทารก

ซึ่งเรื่องสัญญาณอาการหิวของลูกน้อยนั้น คุณหมอสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ ได้ให้ข้อมูล เพื่อให้คุณแม่มือใหม่สังเกต ไว้ดังนี้

#อาการของทารกอยากดูดเต้าแม่

ก่อนที่ทารกจะร้องไห้อย่างหนักเพราะความหิว มักจะแสดงอาการต่างๆเหล่านี้ให้เห็นก่อน เช่น

1.อ้าปากหันหน้าไปมาเหมือนไล่งับหัวนมแม่

2.ทำเสียงดูดนม จ๊วบ ๆ ๆ

3.ดูดกำปั้นหรือนิ้วมือ นิ้วเท้า ของเล่น

4.แอ่นตัว เหยียดแขนขาไขว่ขว้า ดิ้นไม่อยู่สุข หรือเอาแขนฟาดที่หน้าอกคนอุ้ม หายใจเร็วๆ เหล่านี้จะเป็นระยะสุดท้ายก่อนที่จะร้องไห้อย่างหนัก

ซึ่งจากรูปสัญญาณการหิวของทารก จะสังเกตได้ว่า มีอาการท่าทาง การร้อง แบ่งเป็น 3 ระดับ/9 ท่าทาง คือ

ลูกหิวนม

ขั้นแรกคือบ่งบอกว่า “หนูหิวแล้ว” โดยจะมีอาการ คือ

  • ขยับตัว

  • อ้าปาก

  • หันศีรษะเข้าหาหัวนม

ลูกหิวนม

ขั้นต่อมา คือ “หนูหิวจริงๆนะ” หากแม่ยังมองสัญญาณแรกไม่ออก ลองดูสัญญาณนี้ค่ะ

  • เหยียดแขนขา

  • ขยับตัวมากขึ้น

  • เอามือเข้าปาก

ลูกหิวนม

และขั้นสุดท้าย คือ “หนูหิวมาก” *** โดยคุณแม่ต้องปลอบลูกน้อยให้เงียบก่อน แล้วค่อยให้ดูดนม!! โดยจะมีอาการ คือ

  • ร้องไห้

  • ถีบแขน ถีบขา

  • ร้องแบบน้ำดำ หน้าแดง

ซึ่งวิธีการให้นมขั้นที่ลูกร้องไห้หนักแบบนี้ คุณแม่ต้องปลอบให้หายเงียบ แล้วเอาลูกเข้าเต้า พร้อมกอดลูกแบบเนื้อแนบเนื้อ และครั้งต่อไปต้องรีบสังเกตดูอาการเมื่อลูกหิว และรีบป้อนนมทันทีก่อนที่ลูกจะหิวมากจนโมโห เพราะนั้นอาจสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดี ทำให้ติดไปตอนโต ละส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูกน้อยอีกด้วย

 

เสวนา โดย หมอสุธีรา


ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ และมีลูกวัย 0-6 ปี ร่วมฟังเสวนาฟรี! ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สมัครด่วนจำนวนจำกัด!!

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://bit.ly/2Sek03w


♥ Must read :
 ถอดรหัส เสริมพัฒนาการ 11 กระบวนท่าของทารกที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้!

แต่ก็มีทารกบางคนจะเงียบและรอคอยการให้นมหรือกลับไปงีบหลักหากไม่มีการสังเกต ซึ่งทำให้การให้นมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทารกบางคนอาจจะหลับสั้นๆ โดยตื่นมาและร้องกวน หากไม่ได้มีการให้นมทันที คุณแม่ควรตระหนักรู้ในอารมณ์ของลูกและได้เรียนรู้ถึงความต้องการของลูกของตนเองให้ได้ และหาก 3-4 ชั่วโมงลูกน้อยคุณยังไม่หิว ให้ปลุกเด็กขึ้นมาดื่มนม หากอาการคงเป็นอยู่คุณอาจจะปรึกษาแพทย์

อ่านต่อ >> “อาการที่แสดงว่าลูกอิ่มแล้ว” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ท่อน้ำนมตัน

ทำอย่างไรดี ? ท่อน้ำนมอุดตันเพราะ “ไวท์ดอท (white dot)” !!

รู้หรือไม่ว่า…แม่ที่ให้นมลูกมักจะพบว่าเต้านมของตัวเองเป็น ไวท์ดอท (white dot) ขึ้นระหว่างที่ให้นมลูก ซึ่ง white dot ถือว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่อน้ำนมอุดตัน จนทำให้คุณแม่มีอาการปวดเต้านมอย่างมาก และเพื่อให้เต้านมของคุณแม่ไม่อุดตันเพราะ ไวท์ดอท(white dot) ทีมงาน Amarin baby and kids มีวิธีแก้ไขท่อน้ำนมอุดตันจากไวท์ดอท(white dot) มาฝากกันค่ะ

 

ไวท์ดอท (white dot) ปัญหาปวดเต้าของแม่ให้นมคืออะไร ?

ไวท์ดอท (white dot) คือ  การที่เต้านมมีจุดขาวคล้ายหนองที่หัวนมจากการอุดตันของเศษไขมันหรือเยื่อบุผิวที่หลุดออกไม่หมด จนทำให้กลายเป็นตุ่มสีขาวอุดตันบริเวณรูเปิดของหัวนม หากคุณแม่สังเกตดูจะพบว่าเป็นจุดขาวๆ คล้ายตุ่มหนอง หรือตุ่มพองเล็กๆ มีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร การที่หัวนมของคุณแม่ที่ให้นมลูกมีจุดขาว white dot ขึ้นมานั้นสามารถส่งผลกระทบให้ท่อน้ำนมอุดตัน ทั้งนี้หากคุณแม่ปล่อยไว้ไม่แก้ไขให้จุดขาวที่เต้านมหายไป ก็อาจทำให้เต้านมอุดตันจนเกิดการอักเสบขึ้นมาได้ค่ะ

 

อาการแสดงของเต้านมอุดตันมีอะไรบ้าง ?

    • มีจุดสีขาวไวท์ดอท(white dot) ขึ้นที่หัวนม
    • เต้านมแข็ง เป็นแผ่นหนา หรือเป็นก้อนอยู่ใต้ผิวหนัง
    • เมื่อคลำท่อน้ำนมจะพบว่ามีก้อนแข็ง
    • ลักษณะหัวนมและลานนมมีเส้นเลือดปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
    • เมื่อลูกดูดนมแล้วน้ำนมไม่ไหล

  อ่านต่อ >> คลิปวิธีบ่งไวท์ดอท !!   คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกเป็นเพศที่สาม

ลูกเป็นเพศที่สาม เพราะพ่อมีเวลาให้ลูกน้อยลงจริงหรือไม่?

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้ครอบครัวไทย  สามี หรือพ่อของลูกเป็นฝ่ายที่ออกไปทำงานนอกบ้านกันซะส่วนใหญ่  ยิ่งหากครอบครัวที่มีผู้ชายทำงานนอกบ้านคนเดียว ยิ่งทำให้เวลาเกือบทั้งหมดทุ่มเทไปให้กับงาน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อปากท้องและอนาคตที่ดีของลูก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีงานวิจัยที่บอกว่าพ่อมีเวลาให้ลูกน้อยลง อาจเสี่ยงทำให้ ลูกเป็นเพศที่สาม

 

ลูกเป็นเพศที่สาม พ่อแม่ยอมรับลูกได้แค่ไหน?

เชื่อไหมว่าผู้เขียนได้ยินพ่อแม่ที่คุยกันที่โรงเรียนของหลานๆ บ่อยมากว่า ถ้า ลูกเป็นเพศที่สาม ในวันที่เติบโตขึ้นไปเป็น ผู้ใหญ่ ก็ยอมรับได้เสมอ ขอแค่ให้ลูกเป็นคนดีไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างเป็นพอ แต่อาจมีบ้างที่บางครอบครัวแต่ก็ส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ แต่ไม่ถึงขั้นเสียหายร้ายแรง เพราะการเป็นเพศที่สามไม่ใช่เรื่องผิดแปลกไปจากสังคมแต่อย่างใดเลยค่ะ

ทำไมลูกถึงเบี่ยงเบนทางเพศ คำถามนี้อาจถูกถามขึ้นจากความสงสัยของหลายครอบครัว ซึ่งต้องบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น บนโลกนี้ย่อมมีสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น อย่างลูกเบี่ยงเบนทางเพศนี้ก็ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ค่านิยมในการเลี้ยงลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิง ความคาดหวังหรือการถูกกดดันจากครอบครัวในบางเรื่อง การได้รับแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมมาตั้งแต่เล็กๆ และอีกหนึ่งในสาเหตุอาจมาจากการที่ “พ่อ” ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากเท่าที่ควร

อ่านต่อ พ่อมีเวลาให้ลูกน้อย เสี่ยงทำลูกเบี่ยงเบนเพศ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นคนดี

ลักษณะบุตร 3 ประเภท ในศาสนาพุทธ และวิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดี …เป็นเรื่องธรรมดาของคู่รักที่เมื่อได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว ย่อมปรารถนาที่จะมีลูกน้อยไว้เป็นโซ่ทองคล้องใจ สืบทอดสกุลกันต่อไป เพราะชีวิตคนเรานั้น จะดำเนินต่อไปได้ ก็ต้องมีลูกหลานไว้คอยสืบเชื้อสายต่อกันมาเป็นลำดับ

“ลูก” เป็นดวงใจของพ่อแม่ หากลูกได้ดีมีความสุขพ่อแม่ก็ยิ่งมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า การที่ลูกแต่ละคนจะมีชีวิตเป็นไปอย่างไร เป็นคนดีหรือไม่ดี ประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายประการ แต่เชื่อแน่ว่าหากลูกทุกคนได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกต้องแล้ว จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ กลายเป็น “อภิชาตบุตร” ได้ ซึ่งการอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นทั้งคนเก่งและคนดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

* Amarin Baby & Kids ขอแนะนำว่า ตั้งแต่เนื้อหาที่คุณพ่อคุณแม่กำลังจะอ่านจากนี้ไป เป็นเรื่องราวคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งควรอ่านพร้อมทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ทุกบรรทัด เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติ อันจะนำมาซึ่งการได้มี “ลูกที่ดี” สมดังที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนา นะคะ ♥

ซึ่งโดยทั่วไปความปรารถนาของพ่อแม่ที่อยากได้ลูก ก็เพราะมีความหวัง 5 ข้อ ดังนี้

  1. ลูกที่เราเลี้ยงมาแล้ว จะเลี้ยงตอบแทน
  2. ลูกที่เราเลี้ยงมาแล้ว จะทำกิจแทนเรา
  3. วงศ์สกุลของเราจักดำรงอยู่ได้นาน
  4. ลูกจะปกครองทรัพย์มรดกแทนเรา
  5. เมื่อเราละโลกไปแล้ว ลูกจะบำเพ็ญทักษิณาทานให้

บุตร มาจากคำว่า ปุตฺต แปลว่า ลูก มีความหมาย 2 ประการ คือ

  • ผู้ทำสกุลให้บริสุทธิ์
  • ผู้ยังหทัยของพ่อแม่ให้เต็มอิ่ม

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดี ?

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดี

เพราะพ่อแม่รู้ดีว่า วันหนึ่งตนเองต้องแก่และตาย สิ่งที่อยากได้ก็คือ ความปีติ ความปลื้มใจไว้หล่อเลี้ยงใจให้สดชื่น ความปลื้มปีติจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้เห็นผล  แห่งความดี หรือผลงานดี ๆ ที่เราทำไว้ ยิ่งผลงานดีมากเท่าไร ยิ่งชื่นใจมากเท่านั้น แล้วอายุจะยืนยาว สุขภาพจะแข็งแรง เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่จึงเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหวังจะได้เห็นวงศ์ตระกูลที่สืบต่อไป ทั้งยังเป็นความปลื้มปีติใจ ยามได้เห็นลูกทำสิ่งดี ๆ

ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแบ่งประเภทของบุตรไว้ในปุตตสูตรว่ามีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้

1. อภิชาตบุตร ได้แก่ ลูกที่เกิดมาดีกว่าพ่อแม่ มีคุณธรรมสูงกว่าพ่อแม่ เกิดมาเชิดชูวงศ์สกุล เกิดมาอุดหนุนค้ำจุนพ่อแม่ เป็นลูกที่ประเสริฐ ทำให้พ่อแม่ได้รับความสุขใจยิ่งนักโดยทรงยกเอาพ่อแม่มาเป็นมาตรวัด

โดยพ่อแม่ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และไม่มีศีล 5 ข้อเป็นบทตั้ง แต่ลูกมีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะและตั้งอยู่ในศีล 5 นั่นเอง

2. อนุชาตบุตร ได้แก่ ลูกที่เกิดมาเสมอตัว คือ ไม่ดี ไม่เลวกว่าพ่อแม่ และไม่แย่ไปกว่าวงศ์สกุล มีกันอย่างไรก็อยู่กันอย่างนั้น ดำรงวงศ์สกุลไว้ ไม่ให้เสื่อมโทรม และไม่สามารถจะให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม

โดยพ่อแม่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และมีศีล5 ส่วนลูกก็มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะและมีศีล 5 ประจำอยู่ด้วยเช่นกัน

3. อวชาตบุตร ได้แก่ ลูกที่เกิดมาเลว ต่ำกว่าพ่อแม่ ฉุดดึงเอาพ่อแม่ตกต่ำไปด้วย เช่นพ่อแม่เป็นคนดีมีศีลธรรม แต่ลูกกลับเป็นคนไม่ดี ทำตัวเป็นปัญหาของครอบครัวและสังคม ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนทุกข์ใจอยู่ร่ำไป ลูกประเภทนี้ใครๆ ไม่ปรารถนา ไม่อยากได้ ไม่อยากมี

โดยพ่อแม่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ และมีศีล ส่วนลูกไม่ถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ และไม่มีศีล 5 ด้วย

สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกดี ก็จะมีรอยยิ้มก็ประทับอยู่บนใบหน้า ซึ่งลูกประเภทที่ 1 จึงเป็นยอดปรารถนาของพ่อแม่ หรือหากเลือกได้ พ่อแม่ทุกคนคงเลือกลูกประเภท หนึ่งหรือสอง ไม่ต้องการมีลูกประเภทที่ 3 อย่างแน่นอน ดังคำกล่าวที่ว่า ลูกดีเป็นศรีสง่า ญาติวงศ์พงศาผ่องใส แม้ญาติสนิทมิตรสหายที่ใกล้ไกล ก็พอใจสรรเสริญเจริญพร1

 

อ่านต่อ >> “วิธีปลูกฝังคุณธรรมในใจลูก เพื่อให้เป็นอภิชาตบุตร” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกเท้าเหม็น

ลูกเท้าเหม็น แก้อย่างไรดี?

เด็กๆ ชอบวิ่งเล่นเหงื่อเปียกชุ่มเป็นเรื่องปกติ แต่จะไม่ปกติแน่ ถ้าได้กลิ่นตุๆ โชยมาจากเท้าของลูก! คุณแม่ลูกเล็กหลายคนที่มีปัญหาเรื่อง ลูกเท้าเหม็น กันอยู่พอสมควร จดส่งคำถามเข้ามาว่าจะรักษาได้ด้วยวิธีใด และเพราะเหตุใดกลิ่นเท้าเหม็นถึงเกิดขึ้นได้ในเด็ก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

 

ลูกเท้าเหม็น เกิดจากสาเหตุใด

ลูกเท้าเหม็น เพราะเหงื่อออกบ่อย เท้าน้อยๆ ที่สวมถุงเท้ารองเท้าอยู่เสมอจึงมักเกิดอาการ “หายใจ” ไม่คล่อง บริเวณเท้าของลูกจึงเป็นจุดที่เหงื่อเยอะและส่งกลิ่นแรงที่สุด นอกจากนี้ รองเท้าที่ลูกใส่ประจำอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย สิ่งสกปรกทั้งหลาย และกลิ่นอับ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นติดเท้าลูก

มีหลายเรื่องเกี่ยวกับเท้าน้อยๆ ของลูกที่พ่อแม่ควรรู้ ดังนี้

1. เท้าเด็กมีเหงื่อออกเยอะ 

เด็กๆ มักอยู่ไม่นิ่ง ชอบขยับเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาเยอะเพื่อระบายความร้อน เด็กมีต่อมเหงื่อที่เท้ากว่า 250,000 ต่อมเหมือนผู้ใหญ่ แต่เท้าเด็กมักชุ่มเหงื่อมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2-3 เท่า!  นี่หมายความว่า ความชื้นซึมเข้าไปในถุงเท้ารองเท้าลูกทั้งวันและทุกวัน! จริงๆ แล้ว ตัวเหงื่อเองนั้นไม่มีกลิ่น แต่เหงื่อและความชื้นนี้เป็นอาหารโปรดของแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังและในรองเท้า ซึ่งเป็นตัวการสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้น

2. รองเท้าเด็กมักผลิตจากวัสดุราคาถูก

พ่อแม่อาจคิดอยากซื้อรองเท้าระบายอากาศดีๆ ให้ลูก แต่ทว่า รองเท้าเด็กส่วนใหญ่มักทำจากยาง โพลียูรีเทน หรือพลาสติกราคาถูก หนังสือพิมพ์ Scranton Times-Tribune ในอเมริกาแนะนำว่า ควรเลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่อากาศผ่านได้ดี เช่น หนัง ผ้า ผ้าใบ หรือผ้าใบตาข่าย ไม่ซื้อรองเท้าที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์โดยเฉพาะพลาสติก และควรเลือกพื้นด้านในรองเท้าที่มีคุณสมบัติซับน้ำและระบายเหงื่อได้ดี

3. รองเท้าเด็กต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

เพราะเด็ก ๆ ชอบวิ่งเล่นเหงื่อแตกพลั่กขณะใส่รองเท้า พื้นบุรองเท้าจึงมักเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คุณคิด รองเท้าที่ชำรุดทำให้แห้งช้าและเกิดกลิ่นอับง่าย

4. เด็กๆ สัมผัสกับเชื้อโรคแทบทุกชนิด

สิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองหลายบ้านมักบ่นกัน คือ ลูกไปโรงเรียนแล้วป่วยบ่อย ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเด็กๆ สัมผัสกับเชื้อโรค เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียนานาชนิดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในโรงเรียนหรือสนามเด็กเล่น อาการติดเชื้อที่เท้า เช่น โรคเชื้อราที่เท้า (ที่เรียกกันว่าฮ่องกงฟุตหรือน้ำกัดเท้า) จึงพบเห็นได้บ่อยในกลุ่มเด็กๆ

อ่านต่อ เคล็ดลับแก้ปัญหากลิ่นเท้าเหม็นให้ลูก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ภาวะตกเลือดหลังคลอด ละเลยเพียงนิด อันตรายถึงชีวิตได้

ภาวะตกเลือดหลังคลอด เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายต่อคุณแม่โดยตรง มีรายงานว่า ภาวะตกเลือดหลังคลอดเคยเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ในประเทศไทยติดต่อกันมากว่า 10 ปี  วันนี้เราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนให้คุณแม่เตรียมตัวรับมือกับ ภาวะตกเลือดหลังคลอด แบบสังเกตรู้ และดูแลป้องกันได้ด้วยตนเองมาฝากค่ะ

ตกเลือด คืออะไร

อาการตกเลือด คือ การมีเลือดออกทางช่องคลอดหรือช่องท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคุณแม่ตั้งครรภ์ การตกเลือดสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด โดยแบ่งเป็นระยะ ดังนี้

  • ตกเลือดก่อนคลอดที่ระยะอายุครรภ์น้อย : ส่วนใหญ่จะเกิดการแท้งโดยธรรมชาติ แต่ถ้าอายุครรภ์มากขึ้น แพทย์จำเป็นต้องขูดมดลูก เพื่อช่วยหยุดเลือดไม่ให้ไหลมากจนเป็นอันตรายกับคุณแม่
  • ตกเลือดก่อนคลอดที่ระยะอายุครรภ์มาก : สาเหตุที่พบส่วนใหญ่ คือ ภาวะรกเกาะต่ำ และภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ซึ่งทำให้มีเลือดไหลออกมาก
  • ตกเลือดระหว่างคลอด : ถือเป็นช่วงอันตรายทั้งกับคุณแม่และทารก เช่น มดลูกแตก ทำให้เลือดไหลไม่หยุด
  • ตกเลือดหลังคลอด : เป็นการเสียเลือดหลังการคลอดมากกว่า 500 ซีซี สำหรับการคลอดธรรมชาติ และมากกว่า 1,000 ซีซี สำหรับการผ่าคลอด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่ที่พบบ่อยทั่วโลกและในประเทศไทยด้วย

ภาวะตกเลือดหลังคลอด เป็นอย่างไร

คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจจะกังวลและตกใจกับเลือดที่ไหลออกมาในระยะหลังคลอด โดยทั่วไปแล้วในช่วง 2-3 วันหลังคลอด จะมีของเหลวปนเลือดไหลออกมา หรือที่เรียกว่า น้ำคาวปลา ถือเป็นภาวะปกติของร่างกายในการซ่อมแซมแผลในโพรงมดลูก ซึ่งสีของเลือดจะจางลงและลดปริมาณลงจนหมดไปใน 3-4 สัปดาห์ คุณแม่จึงไม่ต้องวิตกกังวล เพียงสังเกตลักษณะ เช่น ระยะเวลาที่นานเกินไป หรือมีอาการอื่นแทรกซ้อนหรือไม่ เพราะอาการผิดปกติบางอย่างอาจนำมาซึ่งภาวะตกเลือดหลังคลอดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

ภาวะตกเลือดหลังคลอด สัญญาณอันตรายถึงชีวิต

ภาวะตกเลือดหลังคลอด ที่ผิดปกตินั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ โดยแบ่งความรุนแรงออกเป็น 2 ระยะ คือ การตกเลือดทันทีภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ซึ่งมีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และการตกเลือดในระยะ 24 ชั่วโมง จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด  ลองมาดูสาเหตุและความรุนแรงว่าแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ สาเหตุการตกเลือดทันทีภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
คลิกหน้า 2

ลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์

ลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์ ต้องเริ่มที่แม่มี 7 รหัสนี้ครบ

ความฉลาดทางสติปัญญาของลูกเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนต่างก็ต้องการให้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง แต่ใครจะรู้บ้างว่าเรื่องของความฉลาดถ้าไม่ได้กระตุ้นหรือส่งเสริมมาตั้งแต่ต้น ก็ยากที่จะทำให้ ลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์ ทีมงาน Amarin Baby &  Kids จะมาชวนคุณแม่เช็กรหัสส่งความฉลาดให้ลูก ที่สามารถรู้ได้ตั้งแต่ที่ลูกอยู่ในท้องของแม่กันค่ะ

 

ลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์

อยากให้ ลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์ เป็นไปได้ค่ะ แต่ต้องขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยด้วย ซึ่งก่อนอื่นเราไปทำความเข้าใจกันสักนิดว่า ความฉลาดของมนุษย์คืออะไร ความฉลาด คือ ความสามารถของมนุษย์ที่ใช้ในการเรียนรู้ ใช้ในการคิดแก้ไขปัญหา และ ใช้ในการจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ  ซึ่งทั้งหมดนี้มาจากการทำงานของสมองส่วนความจำ

สมองส่วนความจำ คือ สมองส่วนหน้า (forebrain) ที่ประกอบด้วย

ซีรีบรัม (cerebrum) เป็นสมองส่วนหน้าสุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ ความนึกคิด ไหวพริบ และ ความรู้สึกผิดชอบ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อยู่ใต้อำนาจจิตใจ เช่น ศูนย์ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ การรับสัมผัส การพูด การมองเห็น เป็นต้น

ทาลามัส (thalamus) เป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าของสมองส่วนกลางหรืออยู่ข้างๆ โพรงสมอง ทำหน้าที่เป็นสถานีถ่ายทอดกระแสประสาทที่รับความรู้สึก ก่อนที่จะส่งไปยังสมองที่เกี่ยวข้องกับกระแสประสาทนั้น

ไฮโพทาลามัส (hypothalamus) เป็นสมองส่วนที่อยู่ใต้ส่วนทาลามัส ซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความดันเลือด ความหิว ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ เช่น อารมณ์เศร้าโศกเสียใจ เป็นต้น[1]

นี่คือหน้าที่ของสมองส่วนความจำ ซึ่งคุณแม่สามารถส่งเสริมให้สมองลูกมีความจำดี มีพัฒนาการสติปัญญาที่ฉลาดได้ตั้งแต่ตอนที่ลูกอยู่ในท้อง แต่จะรู้ได้อย่างว่าลูกในท้องฉลาด คุณแม่ลองมาเช็กจาก 7 รหัสนี้กันค่ะ

อ่านต่อ เช็กรหัสลูกในท้องฉลาด คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เลี้ยงลูกแบบจน

แนวทางการเลี้ยงลูก ดีๆ แม้ “จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน”

แนวทางการเลี้ยงลูก จะ “รวย” แค่ไหน… ก็ต้อง เลี้ยงลูก แบบ “จน” เพราะการเลี้ยงลูกสมัยนี้ นับเป็นเรื่องท้าทายของคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างมาก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคน อาจเป็นกังวลและคิดวางแผนไว้ก่อนมีลูกว่า ถ้ามีลูกแล้วจะเลี้ยงแบบไหนดี? เพื่อให้ลูกโตมามีชีวิตที่ดี มีความสุข ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ …ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าหากมีลูกแล้วต้องมีหลายเสียง หลายคน และหลายตำรา ที่มีคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกมากมาย ซึ่งต้องได้ผ่านหูผ่านตากันมาอย่างแน่นอน

แนวทางการเลี้ยงลูก

แต่ก็เชื่อว่าสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อแม่  ย่อมมีวิธีการเลี้ยงลูกที่ดีในแบบฉบับของตัวเองกันอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางดี ๆ ในการเลี้ยงลูก Amarin Baby & Kids จึงมีข้อคิดดี ๆ เป็นแนวทางในการเลี้ยงลูก เพื่อให้ลูก ๆ ของคุณหันมาตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้อย่างไม่ลังเลใจ มาฝากค่ะ

อยากให้คุณพ่อคุณแม่อ่าน แนวทางการเลี้ยงลูก ดี ๆ แม้ “จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน”

โดยเรื่องราวนี้มาจาก คุณ “ขจรศักดิ์” ซึ่งเป็นผู้แปลและเรียบเรียง ไว้เมื่อวันที่ 6/4/17 มีใจความว่า…

วันนั้น  พาลูก ไปร้านเครื่องเขียน

ลูกอยากได้กล่องดินสอ  เลือกแบบสุดหรู 

แต่ ผมให้ซื้อ แบบธรรมดาที่ใช้งานได้ดี เหมือนกัน

หน้างอ ขึ้นมาทันที 

อยากได้ ไม้บรรทัด  ก็อยากได้ แบบวิจิตรพิสดาร

ผมให้เลือกแค่ แบบพื้นฐานที่ใช้งานได้เหมือน มาตรฐานทั่วไป

หน้าก็ยิ่ง งอหนัก เข้าไปอีก 

ผมไม่ได้ว่าอะไร 

ตั้งใจ ก่อนนอนคืนนี้  จะชี้แนะลูก ด้วยการ เล่านิทานเปรียบเปรย ให้เข้าใจ

หลังจากได้ เป็นพ่อคนแล้ว  ผมตั้งใจจะเลี้ยงลูก ไม่ให้เหมือนแบบที่ชาวเอเชียเขานิยมทำกัน  ที่มัก ไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงม เกินพอดี

หลายปีผ่านไป  ผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูกของผมจะลำบากมากขึ้นทุกวัน  จนกระทั่งวันหนึ่ง  ผมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหาวิทยาลัยนานกิง

จดหมายจากผู้ใช้นานว่า “พ่อผู้ขมขื่น” เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น  แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูก จดหมายฉบับนี้มีคุณค่ามากในสายตาของผม
อ่าน 15 นาทีทุกวัน

……………………………………………………………………………………………

ถึงลูกรักของพ่อ

แม้ลูกจะทำให้พ่อทุกข์ใจเกินบรรยาย  แต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อ อยู่วันยังค่ำ

หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว  อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกูลเราในรอบหลายชั่วอายุคนที่ทำได้สำเร็จ

อ่านต่อ >> แนวทางการเลี้ยงลูก ดี ๆ แม้ “จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย ลองทายนิสัยลูกจากกรุ๊ปเลือด เด็กแต่ละคนมีนิสัยอย่างไรกันบ้าง?!

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย ได้จริงหรือ?… ว่ากันว่า นอกจากลัคนาราศีที่บ่งบอกนิสัยของคนแต่ละคนได้แล้ว กรุ๊ปเลือดแต่ละกรุ๊ปก็สามารถบอกถึงนิสัยใจคอของแต่ละคนได้เหมือนกัน แล้วแต่ละกรุ๊ปเลือด ทั้ง O , A , B และ AB นั้น จะมีนิสัยเฉพาะ ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย ของลูกได้จริงหรือ?

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัย
Credit ผู้แปล : http://povolam.exteen.com ผลงานผู้วาดการ์ตูน : http://paper.cyworld.com/mazingablue

หากคุณพ่อคุณแม่อยากรู้ว่าลูกของเรากรุ๊ปเลือดนี้จะมีนิสัยแบบภาพข้างต้นหรือไม่ ลองไปดูคลิปวีดีโอนี้กันค่ะ ว่ากันว่า เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ แต่ถ้าเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในประเทศญี่ปุ่น ต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่จู่ ๆ มีผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาเล่นเกม “นี่คืออะไร” ในห้อง แล้วเขากลับมาทำแจกันสีขาวหล่นแตกละเอียด ซึ่งเป็นแจกันที่คุณครูสั่งไว้อย่างดีว่า “ห้ามทำแตก” เด็ดขาด เพราะมันสำคัญมาก!!! แล้วแบบนี้ พวกเด็ก ๆ จะทำอย่างไรกันล่ะ?

…ตามไปดูกันค่ะว่า เด็ก ๆ แต่ละกรุ๊ปเลือด จะมีปฏิกิริยาแสดงออกอย่างไร เมื่อมีคนมาทำแจกันแตก ซึ่งคุณครูได้ห้ามไว้แล้ว บอกได้คำเดียวว่าแต่ละกรุ๊ปมีความฮาแตกต่างกันแน่นอน

 

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : 鄧曜德

ทั้งนี้ จากคลิปสรุปปฏิกิริยาการแสดงออกของเด็ก ๆ แต่ละกรุ๊ปเลือด จากเครดิตคำแปลของ คุณ aiw_getright ได้ว่า..

อ่านต่อ >> “สรุปนิสัยของเด็กแต่ละกรุ๊ปเลือด ตามแบบฉบับของญี่ปุ่น” คลิกหน้า 2

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก!


ขอบคุณข้อมูลจาก : baby.kapook.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กอดลูก ทารก

กอดลูก ทารก ภาษารักง่ายๆ ช่วยเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์

การแสดงความรักระหว่างพ่อแม่ลูก ที่ง่ายและสามารถทำได้ทุกวันนั่นก็คือการมอบอ้อมกอดให้กัน ภาษาสื่อรักทางกายด้วยกอดยังเป็นเหมือนยาวิเศษช่วยให้ลูกห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ และช่วยเพิ่ม EQ ความฉลาดทางอารมณ์ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนคุณพ่อคุณแม่มา กอดลูก ทารก เพื่อเสริมความฉลาดทางอารมณ์ให้ลูกตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กเล็กกันค่ะ

 

กอดลูก ทารก มีผลดียังไง?

หากพ่อแม่จะแสดงความรักด้วยการ กอดลูก ทารก ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลย สังคมของครอบครัวไทยอาจไม่ชินกับการบอกรัก กอด หอมแก้ม เหมือนกับครอบครัวชาวต่างชาติที่เขาแสดงความรักด้วยการกอด จุ๊บแก้มกันจนเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก

การโอบกอดที่เป็นวัฒนธรรมเคยชินแบบฝรั่ง อาจจะไม่ชิดสักเท่าไหร่นักสำหรับครอบครัวไทย ที่ถ้าจะมีกอด มีหอมกันบ้างส่วนใหญ่จะเห็นว่าเป็นครอบครัวสมัยใหม่ที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ

 นพ.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข ได้อธิบายถึงผลลัพธ์จากการที่พ่อแม่โอบกอดลูก ดังนี้ การกอดหรือการสัมผัสทางกายเป็น 1 ใน 3 ทางรับรู้ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์นอกเหนือจากการมองเห็นและการได้ยิน การรับรู้ทางประสาทรับรู้เหล่านี้มีผลต่อ การเจริญพัฒนา และมีสุขภาพจิตที่ดีในอนาคต

เมื่อแรกเกิดสิ่งที่ทารกรับรู้ได้ง่ายที่สุดคือ การสัมผัส เพราะประสาทตาและหูยังไม่พัฒนาเต็มที่ การรับรู้ทางผิวหนังให้ ข้อมูลหลายอย่าง ทั้งความสุขและความเจ็บปวด  เด็กเล็กๆนั้นไวต่อประสาทสัมผัสมากกว่าผู้ใหญ่ จากการที่เด็กเล็กๆ ไวต่อ  การสัมผัส จึงมีการแนะนำให้มีการสัมผัสเด็กตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นการลูบตัวเบาๆ หรือการกอด เพราะเป็นสื่อสัมพันธ์  ซึ่งจะบอกเด็กได้ถึงความอ่อนละมุน ความเอ็นดูเอาใจใส่และความรักที่แม่มีต่อลูก[1]  

การโอบกอดไม่ใช่เรื่องน่าเขินอาย หากใครจะมองว่าทำไมพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้ชอบกอด ชอบหอมกันจัง ก็ขออย่าได้ใส่ใจกับสายตาที่ไม่เคยชินของคนรอบข้าง เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าการกอดเหมือนเป็นการให้วัคซีนยาวิเศษที่สามารถช่วย  ปกป้องลูกให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ที่สำคัญไปกว่านั้นผู้เชี่ยวชาญยังสนับสนุนให้กอดตั้งแต่แรกเกิด ขณะให้นมลูก  ยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะช่วยส่งเสริมให้ลูกมี EQ พัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดีมากด้วยละค่ะ  

 

อ่านต่อ เทคนิคช่วยแก้เขิน เมื่ออยากกอดลูก คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

กายบริหารกระชับช่องคลอด

กายบริหาร 8 ท่าง่ายๆ ช่วยกระชับช่องคลอด

กายบริหารกระชับช่องคลอด …สำหรับคุณผู้หญิงใน วัย 30 ปี ขึ้นไป อย่ามองข้ามเรื่องเล็ก ๆ ที่อาจก่อปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะ สาว ๆ ที่ใช้งานน้องสาวมาอย่างหนักหน่วง หรืออาจผ่านการถูกกรีดแผลฝีเย็บขณะคลอดลูก เพราะความไม่ฟิตนั้นอาจทำให้คุณสามีหมดอารมณ์ได้

ปัญหาช่องคลอดหลวม ไม่ฟิต อาจเป็นเรื่องคาใจของคุณผู้หญิงหลายๆ คน โดยเฉพาะบรรดาคุณแม่ที่คลอดลูกเองแบบธรรมชาติ ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ช่องคลอดหลวมและอวัยวะเพศไม่สวยงามได้มากกว่า ซึ่งก็ไม่รู้จะนำปัญหานี้ไปปรึกษาใคร ไปหาหมอก็อาย Amarin Baby & Kids จึงมีทางออกแบบง่ายๆ รับรองได้ผลแน่นอน มาฝากค่ะ แต่ก่อนอื่นอยากจะแนะนำว่าเรื่องแบบนี้อย่าอายที่จะเรียนรู้และปรึกษาแพทย์ เพื่อประโยชน์ต่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะคะ

8 ท่า กายบริหารกระชับช่องคลอด กระชับรักให้เหนียวแน่น

♦ ปัญหาช่องคลอดหลวมหรือภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ♦

อันดับแรก เราต้องรู้ก่อนว่า ช่องคลอดหลวมไม่กระชับ เป็นเพราะเหตุใด ทั้งนี้การที่ช่องคลอดหลวมนั้น เกิดจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า “อวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อน” หรือ “กระบังลมหย่อน” หมายถึง การเคลื่อนหรือหย่อนของอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานลงมาต่ำกว่าปกติ ซึ่งได้แก่ มดลูกผนังช่องคลอด หรือทั้งสองอย่าง บางครั้งอาจหย่อนมากจนโผล่พ้นปากช่องคลอดออกมาภายนอกได้

กายบริหารกระชับช่องคลอด

สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดหลวม1

  • การคลอดลูก เนื่องจากในขณะที่มีการเบ่งคลอดและในขณะที่ทารกเคลื่อนผ่านช่องคลอด จะทำให้ช่องคลอดถูกยืดออก โดยเฉพาะถ้าทารกตัวใหญ่ คลอดยาก รวมทั้งกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดไม่แข็งแรงพอ ก็จะยิ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บและเกิดความหย่อนคล้อยของช่องคลอดได้
  • การมีเพศสัมพันธ์ สำหรับคุณผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์บ่อยและสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสที่ช่องคลอดจะขยายมากกว่าผู้หญิงที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือมีเพศสัมพันธ์น้อยครั้ง
  • คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะในกลุ่มของโรคที่เพิ่มความดันในช่องท้อง เช่น ไอเรื้อรัง หอบ โรคกล้ามเนื้ออ่อนตัว หย่อนคล้อย หรือคนที่ท้องผูกเป็นประจำ เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจะไปดันให้บริเวณช่องคลอดหย่อนคล้อยได้
  • อีกหนึ่งสาเหตุก็คือวัยทอง นอกจากความเสื่อมที่เกิดจากวัยที่เพิ่มขึ้นแล้ว กล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมน ดังนั้น เมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยทอง ซึ่งเป็นวัยที่ฮอร์โมนหมด ก็จะทำให้ช่องคลอดหย่อนคล้อยได้เร็วมากกว่าคนปกติทั่วไป

ด้วยเหตุนี้เองจึงอาจมีคุณผู้หญิงหลายคนที่ไม่ค่อยอาย และไปพบแพทย์ เพื่อขอทำรีแพร์  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโดยทั่วไปการทำรีแพร์  แพทย์จะเย็บผนังช่องคลอดให้เท่านั้น  แต่กล้ามเนื้อโดยรอบก็จะยังคงหลวมอยู่  ทำให้ไม่มีแรงในการบีบรัดซึ่งวิธีที่ได้ผลที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายเพื่อกระชับช่องคลอดอย่างถาวรนั่นเอง

อาการที่บ่งบอกว่าช่องคลอดหลวม!

คือ  มีการระบายอากาศออกเวลามีเพศสัมพันธ์  เพราะระหว่างการร่วม  หากช่องคลอดหลวมจะมีอากาศอัดเข้าไปเก็บตัวอยู่ภายใน  เมื่อเราขยับตัวอากาศก็จะถูกดันออก  จึงทำให้มีลมออกมา

วิธีการออกกำลังกายเพื่อกระชับช่องคลอด

นอกจากจะต้องดูแลเรื่องสุขอนามัยแล้ว การออกกำลังกาย ให้น้องสาวเราเข้าที่เข้าทางอยู่เสมอ ก็เป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ และกระชับรักให้เหนียวแน่นได้มากขึ้นด้วย มาดูกันเลยค่ะ ว่าการออกกำลังกายให้น้องสาว มีท่าอะไรบ้าง

อ่านต่อ >> “วิธีการออกกำลังกายเพื่อกระชับช่องคลอด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่