ข้อความจากคุณหมอ ฝากถึงคนไทยทุกคน

“หมอชนะ” คือใคร แล้วเราจะชนะโควิดไปได้อย่างไร? จากความร่วมมือของกลุ่มคนไทยที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน และปกป้องบุคลากรทางการแพทย์คัดกรองประวัติกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและปลอดภัย แอปหมอชนะ จะพาเราชนะ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมฟังก์ชั่นที่จะช่วย ให้คุณและคนรอบข้างใช้ชีวิตได้สบายใจมากขึ้น #โหลดแอปหมอชนะ #หมอชนะ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.facebook.com/MorchanaApp/videos/230280724748468/

Tags

สัตว์เลี้ยงแสนรัก

ติดอยู่บ้านทั้งที เป็นช่วงเวลาดีๆ มากรูมมิ่งเจ้าตัวน้อยกันเถอะ

หลายคนคงมีสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่กับบ้าน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าตูบ หรือเจ้าเหมียวแสนรักมากขึ้น โคโรน่าไวรัสนี่ก็มีเรื่องดี ให้คุณได้สานสัมพันธ์กับลูกรักของคุณได้มากขึ้น เพราะในยามปกติคุณต้องรีบตื่นเช้าออกไปทำงาน หรือไปเรียนหนังสือ กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำด้วยความเหนื่อยล้า ไม่ได้มีโอกาสได้เล่นกันอย่างเต็มที่ ทั้งที่อยากกอด อยากหอมใจจะขาด

สัตว์เลี้ยงแสนรัก กับชุดกรูมมิ่งน่ารัก น่าใช้ 

JUST BUY เสื้อผ้าสุนัข สีฟ้า

JUST BUY เสื้อผ้าสุนัข สีฟ้า เพิ่มความน่ารักสดใสให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วยเสื้อผ้าสุนัขผลิตจากเนื้อผ้าคุณภาพดี เนื้อผ้านิ่ม สวมใส่สบาย ระบายอากาศดี ไม่อับชื้น

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs

 

DOGGYDOLLY ชุดกระโปรงสุนัข

DOGGYDOLLY ชุดกระโปรงสุนัข ลายเชอร์รี่ รุ่น D458 สีขาวเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณให้อยู่ในชุดแฟชั่นสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ตัดเย็บจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แปลงโฉมสัตว์เลี้ยงของคุณให้ดูดีในทุกชุด

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/clothing-and-accessories

 

DOGGYDOLLY ชุดเสื้อสุนัข

DOGGYDOLLY ชุดเสื้อสุนัข ต่อกางเกงยีนส์ รุ่น C207 สีขาว-ฟ้า เปลี่ยนสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณให้อยู่ในชุดแฟชั่นสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ตัดเย็บจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แปลงโฉมสัตว์เลี้ยงของคุณให้ดูดีในทุกชุด

 

เบาะนอนสัตว์เลี้ยง

JUST BUY เบาะนอนสัตว์เลี้ยง สีน้ำเงิน ขนาด 21 x 27 x 10 ซมเพิ่มความสุขและความสบายให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย เบาะนอนสัตว์เลี้ยงที่นอนแล้วเย็นผ้าไม่อมความร้อน ขนาดพอดีกับสุนัขและแมวขนาดเล็ก ผลิตจากเนื้อผ้าคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies

 

ผ้าเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง

ABSORB PLUS ผ้าเปียกสำหรับสัตว์เลี้ยง กลิ่นแป้งเด็กอ่อนโยน ผ้าเปียก หรือทิชชู่เปียกกลิ่นแป้งเด็ก หอมแบบอ่อนโยน ช่วยเช็ดทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงของคุณแทนการอาบน้ำ ซึ่งจะช่วยทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกผ่อนคลาย และสบายตัว โดยไม่ทำให้เกิดความระคายเคือง

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/dog-clean-up-and-toilet

 

แผ่นรองฉี่สุนัข

FRESH PADS แผ่นรองฉี่สุนัข กลิ่นหญ้าฤดูใบไม้ผลิ ดูแลสุขภาพสุนัขตัวโปรดของคุณให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยแผ่นรองซับ แผ่นรองฉี่สุนัข สะดวกสบายได้ทุกที่ หมดกังวลเรื่องเลอะเทอะ

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies/dogs/dog-clean-up-and-toilet

DOG PEE PADS แผ่นรองฉี่สุนัข

DOG PEE PADS แผ่นรองฉี่สุนัข แบบซักได้ ไซส์ S ขนาด 35 x 45 ซม. สีเทา ดูแลสุขภาพการขับถ่ายของสุนัขตัวโปรดของคุณให้ถูกสุขลักษณะ ด้วยแผ่นรองซับ แผ่นรองฉี่สุนัข แบบซักได้ ประหยัด ซักง่าย สะดวกสบาย ไร้แบคทีเรีย ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ ป้องกันการซึมเปื้อนได้ 100% ใช้งานได้มากกว่า 1 ปี ทำความสะอาดได้ง่ายๆ เพียงฉีดน้ำใส่สิ่งสกปรกแบบแผ่นรองซับแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง

https://www.robinson.co.th/th/home-living/pet-supplies

ช่วงเวลานี้ พอมีเวลาว่างอยู่ติดบ้าน ดูแลเอาใจใส่ หาของใช้น่ารักๆ ให้ลูกน้อย มากรูมมิ่ง แต่งเนื้อแต่งตัวสุดที่รักของให้คุณดูดี ให้ตูบน้อย เหมียวน้อยแฮปปี้ วิบวับ ซาบซ่าอย่างสุดๆ กันดีกว่าค่ะ

เรียนออนไลน์

4 ผลกระทบของการให้เด็ก เรียนออนไลน์ (ใช้สื่อ online)

หมอเด็กเตือน! ผลกระทบของการให้เด็ก เรียนออนไลน์ ไม่ควรใช้สื่อออนไลน์สอนลูกอนุบาล อาจทําให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกาย จิตใจและส่งผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

หมอเด็กเตือน! ผลกระทบของการ เรียนออนไลน์
(ใช้สื่อ online) ในเด็กและวัยรุ่น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้มีคำสั่งปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ใน 28 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร และระนอง  ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ถึงวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2563 ช่วงโควิด 19 ระบาดระลอกแรก ก็ได้มีเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ของทุกสถานศึกษาทั่วประเทศไทย จากวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดการเรียนการสอนออนไลน์ทั้งครู และนักเรียน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จะใช้รองรับการเรียนการสอนผ่านระบบดังกล่าว ซึ่งในเดือนพฤษภาคมจะเริ่มออนแอร์การเรียนการสอนออนไลน์ผ่านระบบทีวีดิจิทัล เพื่อให้เด็กปรับตัวกับการ เรียนออนไลน์ และทดลองสัญญาณในการออกอากาศ อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการเตรียมดำเนินการที่จะจัดซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนอีกด้วย

เรียนออนไลน์

Must read >> หมอเผย 4 เหตุผลสำคัญ ทำไมต้อง เลื่อนเปิดเทอม เป็น 1 ก.ค.63

Must read >> แนะ!12 กิจกรรมให้ลูกทํา สุดเจ๋ง เมื่อต้องอยู่บ้านหนีโควิด19+ปิดเทอมยาว

ซึ่งสำหรับเรื่อง การเรียนการสอนในช่วงที่โควิด 19 ยังระบาด โดยทำให้เด็กๆ นักเรียนและนักศึกษา ต้อง เรียนออนไลน์ และใช้สื่อ online อินเตอร์เน็ต เทคโนดลยีต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย … ทางราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (รวทก.) และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (สกท.) จึงได้ออกมาประกาศ แนะนำถึงเรื่องการใช้สื่อ online ในเด็กและวัยรุ่น ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ว่า..

ได้เล็งเห็นว่าการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมในแต่ละวัน ผสมผสานกับการใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัว จะช่วยส่งเสริมความรัก เพิ่มคุณธรรม จริยธรรม และพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ รวมถึงการเรียนรู้ด้านวิชาการให้มากขึ้น

เรียนออนไลน์

แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กและวัยรุ่นต้องใช้ชีวิตในบ้านและมีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น จนอาจทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ที่สำคัญคืออาจจะส่งผลต่อการเรียนรู้ในระยะยาว ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะการใช้สื่อออนไลน์ในเด็กและวัยรุ่น ดังนี้

1. ไม่สนับสนุนการแจก tablet ให้แก่เด็กทุกคนเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยที่ระบบสนับสนุนยังไม่พร้อม

2. การเรียนการสอน online สําหรับเด็กนักเรียนทั้งหมด ไม่สามารถทดแทนการสอนตามปกติ แต่สามารถนํามาใช้ในสถานการณ์พิเศษชั่วคราวได้ ทั้งนี้ต้องคํานึงถึงความพร้อมของเด็กแต่ละวัย พ่อแม่ ความสามารถของครู และบริบทที่แตกต่างกัน

3. ไม่แนะนําการเรียนการสอนโดยใช้สื่อ online ในเด็กอนุบาล โดยขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน(พ่อแม่ครู)

4. การปล่อยให้เด็กและวัยรุ่นอยู่กับสื่อออนไลน์ นานกว่าที่ รวกท กําหนดไว้ (1 ชม. ในเด็กเล็ก 2 ชม. ในเด็กโต)อาจทําให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกาย จิตใจและส่งผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

Must read >> ลูกติดจอ ติดมือถือ แก้ได้ด้วยกฎ 3 ต้อง 3 ไม่

Must read >> แก้ปัญหาลูกติดมือถือ ง่ายๆ ด้วย คู่มือตารางเวลา จากกรมสุขภาพจิต

เรียนออนไลน์
ประกาศการ ใช้สื่อ online ในเด็กและวัยรุ่น ภายใต้สถานการณ์โควิด-19  จาก ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตามทีมแม่ ABK มองเรื่องนี้ว่า หากเด็กๆ จำเป็นต้อง เรียนออนไลน์ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ คุณภาพของสื่อที่ใช้หน้าจอต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ คือ ถ้าพ่อแม่ให้เด็กดูสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ใช้ติดต่อเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ใช้แอพส่งเสริมพัฒนาการ ใช้เรียนภาษา และอื่นๆซึ่งการใช้สื่อออนไลน์ในการเรียนการสอนก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีซะทีเดียว เพราะสุดท้ายสิ่งสำคัญคือขึ้นอยู่กับการรับมือ สร้างตารางกิจกรรมดีๆ ให้ลูกทำตลอดช่วงปิดเทอมยาวโดยมีเวลา “ไร้หน้าจอ” ที่สร้างสมดุลย์ ปรับตามบริบทของครอบครัวไปด้วยก็น่าจะเพียงพอแล้ว

อ่านต่อบทความอื่นๆ น่าสนใจ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย (รวกท)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยาฟ้าทะลายโจร

วิจัยเผย “ยาฟ้าทะลายโจร” ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง!

กระทรวงสาธารณสุข พบ ยายับยั้งเชื้อ covid 19 แล้ว จากผลวิจัยเผย! ยาฟ้าทะลายโจร สมุนไพรไทย ฆ่าไวรัสโควิด-19 ได้ ย้ำหากไม่มีอาการไม่ควรกินยาเพื่อป้องกัน

วิจัยเผย! ยาฟ้าทะลายโจร ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริง! ✅

ก่อนหน้านี้ช่วงเดือน มี.ค. 63 ที่ผ่านมา ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับสารสกัด “ยาฟ้าทะลายโจร” ว่าสามารถยับยั้งการเติบโตของไวรัสในหลอดทดลองได้!! … ทำให้หลายคนสงสัยว่า ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด 19 ได้จริงหรือ? และในส่วนของคนที่เชื่อ ก็แห่ไปหาซื้อ ยาฟ้าทะลายโจร มากินป้องกันหวังเป็นยาเพื่อรักษาโรค COVID-19

Must read >> ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิดได้หรือไม่?

ขณะที่ทางด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่า ยาฟ้าทะลายโจร สามารถใช้ป้องกันหรือรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อโควิด-19 แต่ฟ้าทะลายโจรมีข้อมูลที่สนับสนุนการใช้ป้องกันและรักษาอาการที่เกิดจากหวัดธรรมดา (common cold) เช่น อาการไอ เจ็บคอ มีไข้

ยาฟ้าทะลายโจร
ต้นฟ้าทะลายโจร

และประเด็นนี้เองจึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ในห้องปฏิบัติการเพื่อหายาต้าน COVID-19 อย่างจริงจัง มาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม จนถึงตอนนี้ก็ร่วม 2 เดือน >> ซึ่งล่าสุด นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาวิจัยของ ยาฟ้าทะลายโจร ที่มีต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า…

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ฟ้าทะลายโจร” มีฤทธิ์สำคัญ 4 อย่าง คือ

  • กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • ต้านไวรัส
  • ต้านการอักเสบ
  • ลดไข้

ซึ่งมีงานวิจัยมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อ 10 ปีก่อนที่มีโรคซาร์สระบาด จีนได้ศึกษาวิจัยว่าสามารถต้านไวรัสโคโรนาซาร์สได้ และทางจีนก็ได้พัฒนาฟ้าทะลายโจรเป็นยาฉีดร่วมการรักษาโรคโควิด-19

สำหรับประเทศไทยกรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาฤทธิ์ของ ฟ้าทะลายโจร ในหลอดทดลองเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าในหลอดทดลองได้ผลดีในการยับยั้งไวรัสโควิด แต่ต้องมาคำนวณว่าระดับของยาที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร

อ่านต่อ >> “ผลการทดลองของฟ้าทะลายโจร
ที่มีต่อเชื้อไวรัส โรคโควิด-19” คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เสื้อผ้าเด็ก

เสื้อผ้าเด็ก แบบไหนไม่ควรซื้อให้ลูก

เสื้อผ้าเด็ก เป็นไอเท็มที่คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญ นอกจากต้องเลือกที่ดีไซน์สวยงาม ใส่แล้วใครเห็นต้องเอ่ยปากชมว่าน่ารัก น่ามองแล้ว ยังต้องเหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน ไหนจะชุดลำลอง ชุดออกงาน ชุดแฟนซี ของเจ้าตัวน้อยมีเต็มตู้ไม่แพ้ผู้ใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งอาจลืมนึกไปคือ ความปลอดภัยของลูกน้อย ที่อาจต้องเสี่ยงอันตรายจากเสื้อแค่ตัวเดียว!

 10 เสื้อผ้าเด็ก ควรเลี่ยง ซื้อแบบไหนถูกใจทั้งแม่และลูก

ต้องยอมรับว่า เสื้อผ้าเด็กที่ขายตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าออนไลน์มีแบบน่ารักๆให้เลือกมากมาย แนวเกาหลีคูลคูลแนวญี่ปุ่นหวานๆ หรือชุดเอลซ่า ชุดสไปแดอร์แมนเลียนแบบตัวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ที่ลูกชอบ เห็นนายแบบ นางแบบตัวน้อยใส่แล้วน่ารักน่าชังอยากจะซื้อมาให้เจ้าตัวน้อยแปลงร่างเป็นแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวชิคๆเหมือนเขาบ้าง

เสื้อผ้าเด็ก

แต่คุณแม่ทราบไหมว่า ภายใต้ความสวยงามของชุดเด็กแฝงไปด้วยอันตรายที่อาจทำร้ายลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว ทั้งจากเนื้อผ้าบางชนิดซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวบอบบางของเด็ก และดีไซน์ของชุดที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าชุดต่อไปให้ลูก มารู้จักกับเสื้อผ้าเด็กอันตรายที่ไม่ควรซื้อกันก่อนดีกว่า

10 เสื้อผ้าเด็ก ชุดแบบนี้ไม่ควรซื้อให้ลูก

  1. ชุดขนาดพอดีตัว

ร่างกายของเด็กมักเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หลายครั้งทำให้คุณแม่กะไม่ถูกว่าควรซื้อเผื่อขนาดไหนดี ถ้าซื้อใหญ่ไปก็ดูโคล่งไม่พอดี ชุดแฟนซีต้องใส่พอดีตัว หรือชุดที่ต้องการซื้อไม่มีขนาดพอให้ใส่สบาย จึงจำเป็นต้องเลือกขนาดพอดี แม้จะใส่ได้ ติดกระดุมได้ แต่ก็ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก ไม่สบายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี โดยเฉพาะลูกเบบี๋ที่ยังพูดบอกกับคุณแม่ได้ อาจกระทบกับพฤติกรรม เช่น ร้องงอแงทั้งวัน หรือมือจับดึงเสื้อผ้าบ่อยๆ เป็นต้น

เสื้อผ้าเด็ก

      2.ชุดที่มีเนื้อผ้าหนาเกินไป หรือมีน้ำหนักมาก

ส่วนใหญ่มักเป็นชุดที่อาจไม่ได้ใส่ประจำ เช่น ชุดแฟนซีมีอุปกรณ์ตกแต่งเยอะๆ มีเครื่องหัวต้องใส่มงกุฎ ชฏา หรือเสื้อกันหนาวตัวโตซึ่งบุหนาพิเศษ เพื่อให้ความอบอุ่นได้ดี ถึงแม้จะเหมาะใส่ช่วงฤดูหนาว แต่บ้านเราไม่ใช่เมืองหนาว อากาศจึงไม่เย็นจัดเท่ากับประเทศทางโซนเหนือ แม้ใส่แล้วจะดูหล่อสวยมาก แต่ขนาดที่ใหญ่และหนา ทำให้ลูกต้องแบกน้ำหนักของเสื้อมาเกินไป นอกจากอึดอัดแล้ว ยังเคลื่อนตัวได้ไม่สะดวก หรือถ้าหนักมากอาจทำให้กล้ามเนื้อหลังและไหล่อักเสบได้

  1. ชุดเนื้อผ้าแข็ง

เสื้อผ้าเด็ก ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ในปริมาณมาก ทำไห้เนื้อผ้าแข็งและยืดหยุ่นน้อย ชุดแบบนี้ไม่เหมาะกับเด็กๆที่เคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา คลาย เดิน กระโดด ชุดแบบนี้อาจเสียดสีกับผิวจนเกิดเป็นแผล หรือถ้าเด็กดึงเสื้อแรงๆอาจทำให้เจ็บตัวได้

เสื้อผ้าเด็ก

     4.ชุดมีเข็มขัดหรือสายคาดเอว

โดยเฉพาะชุดกระโปรงของเด็กผู้หญิง ที่มักมีผ้าคาดเอว เชือกเส้นเล็กๆไว้ผูกโบว์ แต่การใส่ชุดแบบนี้สำหรับเด็กเล็กอาจไม่ปลอดภัย เพราะพันตัวหรือรัดคอตอนลูกเล่น ลูกนอนหลับได้ หากคุณแม่ปล่อยให้คาดสายตาอาจเป็นอันตรายที่คาดไม่ถึง

 

  1. ชุดที่ตกแต่งด้วยของประดับชิ้นเล็กๆ

เสื้อผ้าเด็กปักเลื่อม ดอกไม้ ลูกปัด หรือแม้แต่กระดุมเม็ดจิ๋ว ที่นำมาแต่งให้ชุดสวยงาม ส่วนนี้คุณแม่ต้องระวังให้ดี เพราะสีสัน ของเหล่านี้กระตุ้นเด็กให้อยากดึงมาอมเล่น หรือเผลอกลืนได้

อ่าน เทคนิคเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับวัยลูก หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ยาคุมยี่ห้อไหนดี

รีวิว 8 ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี !!  ยังไม่พร้อมมีลูกตอนนี้ เศรษฐกิจฝืด โรคระบาดเกิดขึ้นมากมาย คิดหนักมากกลัวเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ หากต้องการคุมกำเนิด จะเลือกกินยาคุมยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะกับตัวเอง ตามมาดู รีวิวยาคุม ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมแนะวิธีใช้ เทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละยี่ห้อกัน

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุม หรือ ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth Control Pill) คือ หนึ่งในวิธีการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งเป็นยาที่ใช้กินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบชั่วคราว แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ชนิดฮอร์โมนเดี่ยวที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone) เพียงอย่างเดียว
  • ชนิดฮอร์โมนรวม (combined pills) ซึ่งในแต่ละเม็ดมีฮอร์โมน 2 ชนิด คือฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน (estrogens) ผสมกับฮอร์โมนกลุ่มโพรเจสติน (progestins) โดยมีสัดส่วนแตกต่างกัน

ฮอร์โมนที่อยู่ในยาคุมมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ โดยอาศัยกลไกเพื่อออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ โดยจัดทำไว้เป็นแผงหลายชนิดแต่ละชนิดจะมีปริมาณตัวยาและจำนวนเม็ดไม่เท่ากัน เช่น 21 เม็ด และ 28 เม็ด คุณผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดด้วยการกินยาคุม ต้องกินยาต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพราะยาคุมบางตัวหากหยุดไปสามารถกลับมามีลูกได้อีก …ทั้งนี้หากเคยกินยาคุมมาก่อนแล้วต้องการเปลี่ยนยา แต่ไม่แน่ใจว่าฤทธิ์ของยาส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ ควรไปปรึกษาแพทย์ควบคู่กับการวางแผนครอบครัวในอนาคตด้วย

Must read >>ท้องไม่พร้อม ไม่สนุก!! รู้ยังวัยรุ่น ฝังยาคุม ฟรี

วิธีใช้ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม

ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยวและฮอร์โมนรวม จะมีวิธีใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • “ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว” เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ เพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความผิดปกติภายในมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูก

อย่างไรก็ตามการใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้ มีผลข้างเคียงค่อนข้างต่ำ  ไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือปวดหัว แต่ผู้ใช้อาจพบกับภาวะประจำเดือนขาดทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ได้

  • “ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม” เป็นยาคุมที่จะมีกลไกการออกฤทธิ์เลียนแบบการหลั่งฮอร์โมนของร่างกายมากที่สุด ปริมาณของฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวที่อยู่ในยาคุมกำเนิด และมีของเม็ดยาอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ แต่วิธีการรับประทานยาจะเหมือนกัน คือต้องรับประทาน 1 เม็ดทุกๆ วัน

ทั้งนี้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมอาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นกับผู้ใช้บ้าง เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว น้ำหนักตัวขึ้น ท้องอืด เจ็บคัดเต้านม และที่สำคัญ ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ในผู้ป่วยเกี่ยวกับลิ่มเลือดเด็ดขาด

Must read >> ยาคุมยี่ห้อไหนดี กินแล้วไม่อ้วน ไม่บวม หน้าใสไร้สิว เช็กเลย!

ยาคุมยี่ห้อไหนดี

ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดแบบเม็ด

  • หากกินยาคุมกำเนิดแบบเม็ดอย่างสม่ำเสมอ และตรงเวลาตามฉลากการใช้ยา ยาคุมกำเนิดก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99.7 %
  • แต่หากกินยาไม่สม่ำเสมอ ลืมกินยาบ่อยๆ หรือใช้ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ โอกาสที่จะล้มเหลวในการป้องกันการตั้งครรภ์จะมีอยู่ประมาณ 9% แม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็มีโอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์ได้อยู่

อย่างไรก็ตาม ยาคุมในท้องตลาดก็มีอยู่หลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ แต่จะเลือกซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี เลือกยาคุมแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง ทีมแม่ ABK ได้รวบรวมยาคุมมาให้เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้ดูก่อน ใครที่ซื้อไม่เป็น เพิ่งจะลองซื้อมากินเป็นครั้งแรก ห้ามพลาด!! พร้อมแนะวิธีใช้ เทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละยี่ห้อ จะมียี่ห้อไหนบ้างตามมาดูกันเลย

ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ยาคุมยี่ห้อไหนดี สำหรับแม่ให้นมลูก

การเลือกยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบแรกที่แนะนำกันก่อนเลย คือยาคุมกำเนิดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ให้นมลูก ซึ่งต้องการคุมกำเนิดไปด้วย หากรับประทานยาคุมประเภทฮอร์โมนรวม จะทำให้น้ำนมลูกไหลน้อยเกินไปและเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังคลอดได้

ดังนั้น จึงมียาคุมอีกประเภทหนึ่งซึ่งเหมาะกับคุณแม่ให้นมมากกว่า นั่นก็คือ “ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว” คือ เป็นยาคุมที่บรรจุฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้กับผู้ที่แพ้ยาคุมง่าย และผู้ที่กลัวมีปัญหาเรื่องฝ้าขึ้นใบหน้าด้วย

ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยวที่มักพบเห็นกันบ่อยในท้องตลาด คือยี่ห้อ เซราเซ็ท (Cerazette) เอ็กซ์ลูตอน (Exluton) และเดลีตัน (Dailyton) รูปแบบการกินยาสังเกตจากสัญลักษณ์ด้านหลัง เม็ดยาจะเรียงลำดับตามลูกศรตามวันในสัปดาห์ สามารถเริ่มตามวันให้ตรงกับแผงยาได้เลย หรือเริ่มกินเมื่อประจำเดือนมาวันแรกเหมือนยาคุมทั่วไป

คู่มือ กินยาคุมกำเนิด อย่างไร ให้ปลอดภัย ไม่เสียสุขภาพ

ยาคุมประเภทฮอร์โมนรวมยอดนิยม

1. ยาซ (Yaz) หรือยาปรับฮอร์โมน ee20d

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมยาซหรือยาปรับฮอร์โมน ee20d

ยาคุมยาซ หรือ ยาปรับฮอร์โมน ee20d จะใช้สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ประโยชน์ของมันมีหลายอย่างมาก ข้อแรกคือ ไม่ทำให้เกิดอาการบวม อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มที่เกิดเนื่องจากการคั่งของน้ำในร่างกาย เพราะมีส่วนผสมของ ดรอสไพรีโนน ที่ช่วยลดเรื่องการบวมน้ำ และยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือนและลดอาการเหวี่ยงวีนก่อนมีประจำเดือน  หรือ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ที่สาว ๆ รู้จักกันดี รวมถึงยังช่วยลดสิวและรักษาสิวได้อีกด้วยนะคะ

ยาซเป็นยาคุมที่หาซื้อง่ายและหลายคนก็จะเลือกกินชนิดนี้กันก่อนนะคะ วิธีกินก็จะเริ่มภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน จึงไม่ยากที่จะเริ่มกินยาปรับฮอร์โมน  ee20d เพื่อคุมกำเนิดกันนนั่นเองค่ะ แต่ให้ดีที่สุด ควรเริ่มกินวันแรกขอวันที่มีประจำเดือนมาจะได้ไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่น เช่น ถุงยางอนามัยร่วมด้วย

โดยยาซ จะมีจำนวน 28 เม็ด มีเป็นเม็ดยา 24 เม็ดสีชมพูอ่อน ซึ่งมีตัวยา Drospirenone 3 มิลลิกรัม และ Ethinylestradiol 0.02 มิลลิกรัมเท่ากันทุกเม็ด และเม็ดยาสีขาวหรือเม็ดแป้งจำนวน 4 เม็ดที่ไม่มีตัวยา แต่ให้กินเพื่อกันลืมกินยา

2. ยาสมิน (Yasmin) หรือยาปรับฮอร์โมน ee30d

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมยาสมินหรือยาปรับฮอร์โมน ee30d

 

ยาคุมยาสมิน หรือยาปรับฮอร์โมน  ee30d เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีตัวยาดรอสไพริโนน 3 มิลลิกรัม และเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 มิลลิกรัม โดยตัวยาที่มีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมนธรรมชาติมาก และมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากขึ้น กินแล้วไม่อ้วนหรือมีอาการบวมน้ำจากการกินยาคุม ซึ่งสาว ๆ สามารถเริ่มกินในวันแรกที่มาประจำเดือน และสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาได้ทั่วไป เป็นอีกหนึ่งชนิดของยาคุมที่หลายคนเลือกใช้ เพราะหาซื้อง่ายและเริ่มกินได้ง่ายอีกด้วย

คุมสมบัติของยาคุมยาสมิน หรือยาปรับฮอร์โมน ee30d จะช่วยคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันทีตั้งแต่กินเม็ดแรก โดยไม่ต้องรอ 7 วัน นอกจากนี้ไม่ทำให้เกิดอาการบวม อ้วน หรือน้ำหนักเพิ่มที่เกิดเนื่องจากการคั่งของน้ำในร่างกาย ลดอาการปวดท้องประจำเดือน ลดการเกิดสิว ลดความมันของผิวและผมได้อีกด้วยค่ะ

3. ไดแอน-35 (Diane-35) หรือยาปรับฮอร์โมน ee35c

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมไดแอนหรือยาปรับฮอร์โมน ee35c

ไดแอน-35 หรือยาปรับฮอร์โมน ee35c เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด จะช่วยเรื่องการรักษาภาวะของฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติในผู้หญิงนะคะ จะมีอาการเช่น สิวขึ้นมากกว่าปกติ ผิวมันมาก อาการขนดกในผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ รวมถึงอาการภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Overy Syndrome) เนื่องจากมีไซโปเทอโรนอาซีเดต (Cyproterone acetate) ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย จึงสามารถลดการเกิดสิว ผิวมันและขนดกได้

ไดแอนเหมาะกับสาวๆ ที่มีปัญหาฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ มีปัญหาเรื่องสิว ผิวมัน และขนดกค่ะ เพราะไดแอน-35 จะช่วยยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชายที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว ขนดกและผิวมัน เป็นที่นิยมสำหรับการรักษาสิวเนื่องจากฮอร์โมนเพศชายสูงมากเกินไป อีกทั้งยังสามารถคุมกำเนิดได้ด้วย

4. พรีม (PREME) และ บี-เลดี้ (B-Lady)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมพรีม (PREME) และยาคุมบี-เลดี้ (ฺB-Lady)

เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีส่วนประกอบของยาเหมือนกับ Diane-35 ทุกอย่าง ดังนั้นจึงมีสรรพคุณที่ใกล้เคียงกันมาก แต่เพราะเป็นยาคุมที่มีระดับเอสโตรเจนสูง จึงอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงได้มากขึ้น เช่น คลื่นไส้อาเจียน เลือดออกกะปริดกะปรอย  **สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทานยาคุมมาก่อน ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้

5. เมลลิแอน (Meliane)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมเมลลิแอน(Meliane)

เป็นยาคุมแบบ 21 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.075 มิลลิกรัมและยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.02 มิลลิกรัม หากคุณผู้หญิงกำลังสงสัยว่าจะเลือกซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี เมลลิแอน เป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถซื้อกินได้ ด้วยปริมาณยาฮอร์โมนที่ไม่มากเกินไป ข้อดีของยาคุมยี่ห้อนี้จึงเกิดผลข้างเคียงน้อย เช่น อาการปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยกินยาคุมมาก่อน หรือผู้ที่มีอาการ PMS ก่อนมีรอบเดือน รวมทั้งช่วยลดอาการบวมน้ำได้

 

6. มินิดอซ (Minidoz)

 ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
ยาคุมมินิดิซ (Minidoz)

เป็นยาคุมแบบ 28 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.06 มิลลิกรัม และยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 มิลลิกรัมยาคุมยี่ห้อนี้มีปริมาณฮอร์โมนยาค่อนข้างน้อย จึงช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆ ได้ดี อีกทั้งช่วยลดสิว ลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ สำหรับคนที่ไม่เคยกินยาคุมมาก่อน สามารถเริ่มจากยายี่ห้อนี้ได้

 

7. โกวานา (Govana)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อนี้มีทั้งแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด โกวานาแบบ 21 เม็ด มีตัวยาเจสโทดีน 0.075 mg. และยาเอธินิล เอสตราไดออล 0.03 mg.

โกวานา อีดี (Govana ED) เป็นตัวยาโกวานาแบบ 28 เม็ด โดย 21 เม็ดแรก เป็นตัวยาแบบเดียวกับโกวานาธรรมดา และมีเม็ดยาแป้งอีก 7 เม็ดสุดท้ายซึ่งขนาดใหญ่กว่าเพิ่มเข้ามา ซึ่งถือเป็นยาที่มีผลข้างเคียงน้อย ลดอาการปวดประจำเดือน ไม่ทำให้อ้วนบวมน้ำ และช่วยควบคุมสิว

 

8. ออยเลส (Oillezz)

ยาคุมยี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี ตัวสุดท้าย คือ ออยเลส ซึ่งใน 1 แผง จะมีเม็ดยาสีฟ้า 7 เม็ด และเม็ดยาสีขาวอีก 15 เม็ด โดยไม่ได้ต่างกันแค่สีแต่ปริมาณยาก็ต่างกันด้วย โดยเม็ดยาลำดับที่ 1 – 7 ซึ่งมีสีฟ้า จะประกอบด้วย Ethinylestradiol 0.040 มิลลิกรัม + Desogestrel 0.025 มิลลิกรัม เท่ากันทั้ง 7 เม็ด

ส่วนเม็ดยาลำดับที่ 8 – 22 ซึ่งมีสีขาว จะประกอบด้วย Ethinylestradiol 0.030 มิลลิกรัม + Desogestrel 0.125 มิลลิกรัม เท่ากันทั้ง 15 เม็ดเช่นกัน การกินจะเรียงลำดับจากเม็ดที่ 1 ไปหาเม็ดที่ 22

เป็นยาคุมกำเนิดยี่ห้อเดียวในประเทศไทยที่เป็นชนิดฮอร์โมน 2 ระดับ และเป็นยี่ห้อเดียวที่มีจำนวนเม็ดยา 22 เม็ดต่อแผงอีกด้วย ดังนั้น เมื่อใช้ยาหมดแล้ว จะเว้นว่าง 6 วันก่อนเริ่มแผงใหม่นะคะ ซึ่งก็คือ จะมีการใช้ออยเลซ 1 แผง ทุก ๆ 28 วัน

ออยเลซ ใช้โปรเจสตินที่มีชื่อว่า Desogestrel ซึ่งเป็นโปรเจสตินรุ่นใหม่เช่นกัน ข้อดีคือมีฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศชายต่ำ ทำให้ไม่ค่อยพบปัญหาสิวและหน้ามัน แต่ไม่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย ทำให้นำมาใช้กับสิวที่มีความรุนแรงในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม การใช้ออยเลซในแผงแรก ๆ อาจมีสิวเห่อขึ้นได้ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการปรับตัวของร่างกาย แต่ก็จะดีขึ้นเองในภายหลัง

วิธีเลือก ยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ยาคุมยี่ห้อไหนดี แบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ แบบฮอร์โมนรวม ซึ่งแต่ละตัวก็มีตัวยาที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเราควรเลือกให้เหมาะกับจุดประสงค์ที่ต้องการ และเข้ากับร่างกายของคุณด้วยมากที่สุด โดยทั่วไปคุณหมอจะแนะนำให้เลือกใช้ยาคุมที่มี Ethinyl Estradiol ต่ำๆ ก่อน เช่น 0.02 มิลลิกรัม เพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ้วนบวมน้ำ หรือเป็นฝ้า และยังสามารถกินติดต่อกันได้นานอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้แม้จะเลือกได้แล้ว ว่าควรซื้อ ยาคุมยี่ห้อไหนดี แต่ตามหลักการแล้ว การคุมกำเนิดไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การกินยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม คือวิธีที่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อมสูงที่สุด รองลงมาคือการฉีดยาคุม, การฝังคุมกำเนิดและการใช้ห่วงอนามัยชนิดมีฮอร์โมน

ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกใช้ยาคุมยี่ห้อใด ขอแนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนซื้อทุกครั้ง เพื่อให้ได้ยาคุมที่เหมาะสมกับตัวเองและเพื่อความปลอดภัย ลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และการใช้ยาคุมที่เหมาะกับตัวเองยังช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพต่างๆที่เกิดจากฮอร์โมนด้วย บางคนอาจผิวสวยขึ้นได้ด้วยนะคะ

อ่านต่อความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.honestdocs.co , www.honestdocs.co/oral-contraceptives-pill , www.siphhospital.com , www.siamhealth.net , biopharm.co.th , www.cosmenet.in.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

นักกล้าเรียน

แชร์เทคนิคดี! สอนลูกให้เป็น “นักกล้าเรียน” โดยพ่อเอก

ในช่วงที่เรา work from home และโรงเรียนลูกปิดเทอมยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมบังเอิญเพิ่งไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ที่น่าสนใจทีเดียว ชื่อ The Brave Learner เขียนโดยคุณ จูลี่ โบการ์ต แปลไทยโดย  คุณวารีรัตน์ อันวีระวัฒนา ในชื่อว่า นักกล้าเรียน ซึ่งเนื้อหาหลัก จะเป็นการให้แนวทางจากประสบการณ์ที่ทำ homeschool ให้ลูก แต่แม้ไม่ทำ homeschool หนังสือเล่มนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะให้แนวทางในการที่จะทำอย่างไรให้การเรียนเป็นความสนุก แม้ปิดเทอมจะเป็นช่วงเวลาการพักผ่อนของลูก แต่เราก็คงไม่อยากให้ลูกหยุดเรียนรู้ ดังนั้นถ้าเรา ‘ทำการเล่นให้เป็นการเรียนรู้’ ไปด้วยได้คงดีไม่น้อย

ตอนที่น่าสนใจตอนหนึ่งคือ การเรียนรู้ที่ดีของเด็กไม่ใช่ ผ่านการพูดสอนปาวๆ หรือ การบังคับให้ทำการบ้าน นั่นไม่ใช่การเรียนแบบที่จะกระตุ้นให้เด็กใฝ่รู้ จริงอยู่เด็กบางคนอาจจะชอบเรียน พ่อแม่คุณครูให้ทำการบ้านหรือทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่เด็กเรียนเก่งกับเด็กรักการเรียนรู้ต่างกัน เราเห็นเพื่อนร่วมรุ่นมากมายที่เรียนได้ที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม แต่ออกมาทำงาน เราเห็นเด็กกลางๆ ท้ายๆ มากมายที่ประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะคนเรียนเก่ง แต่อาจจะไม่ใช่นักใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ที่การทำงานนั้น ชุดความรู้ในห้องเรียนอาจจะแทบไม่ได้ใช้เลย (เพราะบางทีการเป็นเด็กเรียนเก่ง ก็เป็นกำแพงชั้นดีในการที่จะกั้นเด็กเหล่านั้นจากความรู้ใหม่ๆ เป็นกำแพงที่กั้นจากการลงไปเริ่มต้นเป็นเด็กไม่รู้อะไรเลยในเรื่องใหม่ๆ เหมือนคนอื่นๆ ที่เข้ามาเรียนรู้งานใหม่ด้วยกัน)

สอนลูกให้เป็น “นักกล้าเรียน” ทำอย่างไร

วกกลับมาส่วนที่น่าสนใจในหนังสือ นักกล้าเรียน คือ เราจะให้เด็กเรียนรู้ โดยเอาความสนใจของเด็กเป็นที่ตั้ง แล้วให้เขาเรียนรู้วิชาต่างๆ สิ่งต่างๆ จากสิ่งที่เขาชอบ เช่น ปูนปั้นชอบเลโก้ เราก็วางแผนที่จะสอน ให้ความรู้เขา โดยผ่านเลโก้

คณิตศาสตร์ : ชิ้นส่วนเลโก้ใช้เป็นตัวสอนเลขอย่างดี ทั้ง บวก ลบ คูณ และ เศษส่วน หรือใช้สอนรูปทรงเรขาคณิตก็ได้

ประวัติศาสตร์ : ดูต้นกำเนิดว่า เลโก้เริ่มมาจากที่ไหนเมื่อไหร่ โดยใคร

ภาษาอังกฤษ : เลโก้มีสารพัด ทั้ง City, Technic, Friends และอื่นๆ ซึ่งสามารถต่อเป็นสารพัดรูปแบบซึ่งเราก็สอนให้เขารู้ศัพท์อังกฤษของสิ่งเหล่านั้น เช่นส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องบิน รถยนต์ เป็นต้น

ภาษาไทย : ให้เขาเล่นเลโก้โดยเล่าเป็นเรื่องราว และถ้าเขาเขียนได้ก็ให้เขียนเป็นเรื่องราวลงสมุด

ศิลปะ : ให้เขาวาดรูปเลโก้ที่ชอบ หรือ การต่อเลโก้ให้เป็นรูปร่างต่างๆ ก็เป็นการเรียนศิลปะและเสริมความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว

วิทยาศาสตร์ : ใบพัด ล้อรถ เฟือง และ ส่วนต่างๆ ของเลโก้สามารถใช้สอนเรื่องการเคลื่อนที่ได้ ยิ่งถ้าสามารถต่อเลโก้เทคนิคจะยิ่งสอนได้เยอะ เช่น ตอนนี้ปูนปั้นเพิ่งต่อตัวที่มีระบบนิวเมติค เขาตื่นเต้นมากกับการที่ลูกสูบลมสามารถใช้บังคับ และพอเขาได้ยินเสียงลม เขาจะต่อยอดไปทันที่เหมือนประตูรถบัส เหมือนที่ประตูชินกันเซ็น ใช่มั้ยปะป๊า

ต่อเลโก้
ปูนปั้นตั้งใจต่อเลโก้สุดๆ

จะเห็นว่ามันอาจจะไม่ใช่การเรียนรู้เชิงทฤษฎี หรือ ครอบคลุมไปทั้งเนื้อหาวิชา แต่มันสร้างความกระหายอยากเรียนรู้ พอรู้จากการเล่น เขาอยากลองเอาไปต่อยอดเอง แล้วการเรียนรู้มันจะไม่จบอยู่ตรงนั้น และ การเรียนรู้มันจะไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ผู้ใหญ่มาบอกมาสอนเขา

และจุดสำคัญอีกอย่างคือ ขอให้เราจดจ่อกับสิ่งที่เขาทำ มากกว่า คอยตำหนิแนะนำแก้ไข เช่น หากลูกกำลังเล่าเรื่อง แล้วลูกอาจจะใช้คำไม่ถูกต้องบ้าง ขอให้เราจดจ่อกับเรื่องราวแสนสนุกของลูก อย่าไปมัวแก้คำผิด ให้เขารู้ว่า การเล่าเรื่องของเขาน่าสนใจน่าสนุก หรือ ลูกเขียนไดอารี่หากเขียนสะกดผิดก็ขอให้เราตื่นเต้นไปกับเนื้อหา มากกว่าจะไปมัวแก้คำผิด เพราะอย่างแรกจะกระตุ้นให้เขาอยากเขียนอยากเล่า อย่างหลังจะทำให้เขาหยุดเขียน เพราะเขาจะรู้สึกว่า งานเขียนมันช่างยากเย็นและไม่สนุกเลย ปล่อยเขาสนุก ปล่อยเขาเรียนรู้ เพราะเมื่อเขาสนุกเขามีความสุขเขาจะค่อยๆ พัฒนาที่สิ่งที่เขาทำให้ดีขึ้นเอง และเขาจะหาวิธีเขียนคำให้ถูกต้องเอง โดยเราไม่ต้องไปคอยแก้ไข

มาสนุกไปกับลูกกันเถอะ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

“ลูกทำผิด” เทคนิคสอนลูก แบบไม่ต้อง “ทำโทษ” โดย พ่อเอก

“ลูกช่างถาม” รับมืออย่างไร ไม่ขัดพัฒนาการลูก โดย พ่อเอก


>>แวะไปดู รอยยิ้มหวานฉ่ำ ที่มีแจกฟรีทุกวันได้ที่เฟซบุ๊ค

หมุนรอบลูก – พี่ปูนปั้น กับ น้องปั้นแป้ง นะครับ<<

ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก
ปูนปั้น ปั้นแป้ง พ่อเอก เพจหมุนรอบลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Kirei

ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือและเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

“ไลอ้อนร่วมส่งกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2563 บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ ผลิตภัณฑ์ล้างจานไลปอนเอฟ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดลุค รวมมูลค่า 1,034,940 บาท ให้กับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ ในการดูแลสุขภาพและความสะอาดให้กับคนไทย โดยแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย ได้ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบ

คิเรอิคิเรอิ เจลล้างมือ และโฟมล้างมือ

เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

ทั้งนี้บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ “โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ” (Kirei Kirei Foaming Hand Soap / Kirei Kirei Waterless Hand Sanitizer Gel) ขอชี้แจงเรื่องการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทฯ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในระดับสูง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้นำผลิตภัณฑ์ไปจัดจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าที่ทางบริษัทฯ ได้ตั้งราคาจำหน่ายไว้ อีกทั้งยังมีสินค้าปลอมที่ทำเลียนแบบผลิตภัณฑ์ของคิเรอิคิเรอิ ดังนั้นทางแบรนด์ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบโดยทั่วกันดังนี้

โฟมล้างมือ และเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ

  1. เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีจำหน่าย 2 ขนาด ได้แก่แบบหลอด ขนาด 50 มล. และแบบขวด ขนาด 200 มล. โดย  เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ สูตรใหม่ มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ 70% โดยปริมาตร  ซึ่งสามารถช่วยลดโอกาสการรับและแพร่กระจายเชื้อโรค
  2. ราคาขายของเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ ขนาด 50 มล. คือ 40 บาท/หลอด และ ขนาด 200 มล. คือ 175 บาท/ขวด
  3. โฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีจำหน่าย 3 ขนาด ได้แก่ แบบขวด ขนาด 450 มล. แบบขวด ขนาด 250 มล. และแบบถุงเติม ขนาด 200 มล. โดยโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ สามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99%
  4. ราคาขายของโฟมล้างมือคิเรอิคิเรอิ ขนาด 450 มล. คือ 119 บาท/ขวด ขนาด 250 มล. คือ 75 บาท/ขวด และ ขนาด 200 มล. คือ 35 บาท/ถุง
  5. ช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของโฟมล้างมือและเจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ มีดังนี้   
  • ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านค้าทั่วไป

  • ช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Lion Shop Online และ LINE Official Account “@LIONFAMILY”

 

อย่างไรก็ตามบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ขอร่วมรณรงค์ให้ประชาชนช่วยเหลือ แบ่งปัน และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน โดยการซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น และไม่นำผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิไปจำหน่ายเกินราคา ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังคงเร่งดำเนินการผลิตสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และทางบริษัทฯ ได้ตั้งใจและพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

สู้ไปด้วยกัน! “นกเหยี่ยว Falcon” ผุดไอเดีย “Falcon Sharing Café” ร่วมสนับสนุนทีมแพทย์ สู้โควิด-19

กรุงเทพฯ – บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม “นกเหยี่ยว Falcon” แบรนด์นมคุณภาพจากผู้ผลิตเดียวกับโฟร์โมสต์  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฝ่าภัยวิกฤตโควิด-19 ผุดไอเดีย Falcon Sharing Café ขายเครื่องดื่มยอดฮิตผ่านช่องทางออนไลน์ มอบรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment) ตั้งเป้าบริจาค 1 ล้านบาท มอบให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับพันธมิตรร้านชากาแฟ เริ่มเฟสแรก 18 ร้าน รอบโรงพยาบาล 13 แห่งที่กรุงเทพฯ ตรัง และปัตตานี แจกเครื่องดื่มฟรี!ให้กับบุคคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลทุกท่าน

“นกเหยี่ยว Falcon” ผลิตภัณฑ์นมสำหรับปรุงอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ คู่แท้มืออาชีพของผู้ประกอบการทั่วประเทศ เปิดตัว Falcon Sharing Café สร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มพิเศษสุดอร่อย จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯก่อนเป็นเฟสแรก มอบรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment) ให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย N95 ถุงมือยาง แว่นตากันเชื้อในห้องปฏิบัติการ ชุดป้องกันสารเคมี เสื้อกาวน์ของแพทย์ และน้ำยาฆ่าเชื้อ งานนี้นอกจากผู้บริโภคจะได้เอร็ดอร่อยกับเครื่องดื่มที่ส่งถึงบ้านแล้ว ยังได้มีส่วนร่วมในการบริจาคกันแบบเต็มๆ เริ่มสั่งได้เลย เพียงเข้าไปที่ แอพพลิเคชั่น Lineman หรือ Grab กดค้นหา Falcon Sharing café จากนั้นเลือกสาขาที่ใกล้บ้าน และกดสั่งเครื่องดื่มพิเศษสุดอร่อยจากทาง “นกเหยี่ยว Falcon” ได้เลย Falcon Sharing café พร้อมให้บริการที่ช่องทาง Lineman วันที่ 20 เมษายนนี้ และ Grab วันที่ 29 เมษายนนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักรบแนวหน้า นกเหยี่ยว Falcon ได้ร่วมมือกับพันธมิตรร้านชากาแฟแจกเครื่องดื่มฟรี! ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ การพยาบาล และผู้ปฎิบัติการในโรงพยาบาลทุกภาคส่วน เพียงแสดงบัตรพนักงานของโรงพยาบาล ณ.ร้านชากาแฟที่ร่วมรายการ Falcon Sharing Cafe  เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 16 พ.ค. รอบโรงพยาบาล 13 แห่ง อันได้แก่ 

  1. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  2. โรงพยาบาลราชวิถี
  3. โรงพยาบาลรามาธิบดี
  4. โรงพยาบาลเลิดสิน
  5. โรงพยาบาลศิริราช
  6. โรงพยาบาลตำรวจ
  7. โรงพยาบาลกันตรัง จ.ตรัง
  8. โรงพยาบาลสิเกา จ.ตรัง
  9. โรงพยาบาลปะเหลียง จ.ตรัง
  10. โรงพยาบาลย่ายตาขาว จ.ตรัง
  11. โรงพยาบาลปัตตานี จ.ปัตตานี
  12. โรงพยาบาลหนองจิก จ.ปัตตานี
  13. โรงพยาบาลยะรัง จ.ปัตตานี

นกเหยี่ยว Falcon แบรนด์นมคุณภาพจากผู้ผลิตเดียวกับโฟร์โมสต์  ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมด้วยช่วยกันให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี

Tags

ลูกวัยกำลังโต

ลูกวัยกำลังโต ควรเสริมอาหารแบบไหน?

เพื่อการเติบโตและพร้อมเรียนรู้ของลูกวัยกำลังโต ควรเสริมอาหารแบบไหน มาฟังคำตอบจากนักกำหนดอาหารวิชาชีพกันค่ะ

อ่านข้อมูลโภชนาการเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3cl5yP6

 

กินไข่ดิบ

กินไข่ดิบ เสี่ยงอาหารเป็นพิษ จากเชื้อซาลโมเนลลา

กินไข่ดิบ ถามว่ากินได้ไหม ก็กินได้ แต่ถ้ากินไข่ปรุงสุกจะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าค่ะ ครอบครัวไหนที่ชอบกินไข่ ดิบ หรือไข่ที่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ ทีมแม่ABK แนะนำว่าควรกินไข่แบบปรุงให้สุก เพราะไข่ดิบ อาจเสี่ยงป่วยอาหารเป็นพิษ ที่มาจากเชื้อซาลโมเนลลา Salmonella ที่ปนเปื้อนมากับ “ไข่”

เกริ่นมาแบบนี้สายกินไข่อาจไม่ชอบใจนัก แต่ขอให้ฟังทีมแม่ABK สักนิด ที่เตือนเพราะห่วงสุขภาพของทุกคน ยิ่งน่าร้อน  แบบนี้ การกินอาหารที่ทำมาจากวัตถุดิบที่ไม่สด สุก สะอาด ก็เสี่ยงที่ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษกันได้ง่ายมากค่ะ

พอบอกว่ากินไข่ดิบแล้วอาจเสี่ยงเติดเชื้อซาลโมเนลลา ใช่ค่ะก็เสี่ยงอยู่ แต่ในไข่ดิบก็มีประโยชน์อยู่นะคะ ในไข่ดิบ 1 ฟองให้สารอาหารอย่างโคลีนมากถึง 147 มิลลิกรัม สำหรับโคลีนนะคะถือเป็นสารอาหารสำคัญจำเป็นต่อทำงานของสมอง และโคลีนยังดีต่อสุขภาพหัวใจ และตับด้วยค่ะ โคลีน (Choline) ในไข่เป็นวิตามินกลุ่มเดียวกับวิตามินบี ช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ป้องกันโรคหัวใจ และช่วยให้เซลล์ตับมีการเผาผลาญไขมันได้อย่างปกติ ลดการสะสมของไขมันที่ตับหรือภาวะไขมันพอกตับ ก็ว่าทำไมคนญี่ปุ่นเขาถึงนิยมกินไข่ดิบกับข้าวสวยร้อนๆ เหยาะซอสถั่วเหลืองนิด ใส่วาซาบิหน่อย เพิ่มรสชาติให้ไข่ดิบกินอร่อยมากขึ้น แต่ไข่ดิบที่เขานำมากินสดนั้น เป็นไข่สดที่ผ่านมาตรฐานรับรองความปลอดภัย และระบุไว้ว่ากินสดได้เป็นไข่ชนิดออแกนิค สามารถรับประทานได้ภายในกี่วัน

 

กินไข่ดิบ ระวัง!! เชื้อซาลโมเนลลา Salmonella

ตอนที่ทีมแม่ABK กำลังจะตักไข่ดาว ที่ดาวมาแบบไม่สุก เพื่อนที่นั่งๆ นี่ร้องห้ามดังมาก บอกเธอ กินไข่ดิบ ระวังกินเชื้อ ซาลโมเนลลาเข้าไปด้วยนะ เราก็งงว่าเชื้ออะไรชื่อแปลกไม่คุ้นหูเลย ถามไปถามมาได้ความว่า เชื้อซาลโมเนลลาเนี่ย เป็น  สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการ!!! “อาหารเป็นพิษ”

กลับบ้านมาเลยมาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะถ้าเราสามารถเตือนให้คนอื่นได้ตระหนักรู้ถึงพิษภัยจากวัตถุดิบที่ไม่ว่าบ้านไหนก็  ต้องมี “ไข่” ติดครัวกันทั้งนั้น ไข่หากปรุงสุกแล้วกิน อันนี้ไม่มีปัญหา แต่คนที่ชอบกินไข่ดิบ หรือไข่ดาวทอดไม่สุกแบบเรา  อาจมีปัญหากับสุขภาพได้ค่ะ

ก่อนอื่นขอทำควมเข้าใจก่อนว่า “ไข่” ที่ทุกคนบริโภคในทุกๆ วัน ส่วนใหญ่แล้วเป็นไข่สดที่ได้มาตรฐานการบริโภคมาแล้ว  แต่ถ้าจะบริโภคให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ ควรนำไข่ที่ซื้อมาจากตลาด ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ฯลฯ นำ “ไข่” มาปรุงให้สุกก่อน “ไข่สุก” ให้คุณค่าโภชนาการที่ดีกว่า “ไข่ดิบ” ที่สำคัญไข่สุกกินแล้วไม่เกิดโทษต่อสุขภาพร่างกายค่ะ

ข้อมูลจากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้อธิบายเกี่ยวกับ เชื้อซาลโมเนลลา Salmonella ไว้ว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่ ทำให้อาหารเป็นพิษ และสามารถถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายได้ โดยรับประทานอาหารที่มีเชื้อซาลโมเนลลาปนเปื้อน ได้แก่อาหารประเภทเนื้อ เช่น พายเนื้อ ไส้กรอก แฮม เบคอน แซนวิช และมักเป็นอาหารที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ยังพบ  ในเนื้อไก่ ไข่ นม และผลิตภัณฑ์ปลา อาหารทะเลที่ไม่ได้ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ1   

1เครดิต : สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคชนิดนี้นะคะ ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มีอาการท้องร่วง มีไข้ หนาวสั่น เป็นต้น ซึ่งคนที่มีอาการหนักมากๆ อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ค่ะ

กินไข่ดิบ

วิธีป้องกัน เชื้อซาลโมเนลลา

การทำลายเชื้อซาลโมเนลลา Salmonella ที่อาจปนเปื้อนมากับ ไข่ หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ แนะนำให้ใช้ความร้อนค่ะ ให้ปรุงวัตถุดิบให้สุกในอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 4-5 นาที หรือที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 1 นาที แค่นี้เจ้าเชื้อซาลโมเนลลาก็ถูกทำลายแล้วค่ะ  ทำเมนูไข่ครั้งต่อๆ ไป ควรทำให้ไข่สุกก่อนแล้วค่อยรับประทานกันนะคะ อาหารที่สด ปรุงสุก ใหม่ รับรองว่าดีต่อสุขภาพ เชื้อโรค เชื้อไวรัสต่างๆ ทำให้เราป่วยไม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับใครที่บางมื้ออาหารอยากจะกินไข่ดิบกับข้าวสไตล์ญี่ปุ่น หรือกินไข่ดาวสุกไม่มาก แนะนำให้เลือกซื้อไข่สดจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน เลือกเป็นไข่สดออแกนิค ที่มีตรารับรองว่าสามารถรับประทานสดได้ภายในกี่วัน ก็จะช่วยให้มั่นใจว่าปลอดภัยจากเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมากับไข่ได้ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีต่อสุขภาพไม่ควรกินไข่ดิบบ่อยๆ นะคะ กินไข่สุก ให้คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากกว่าค่ะ

การสร้างภูมิคุ้มกันแข็งแรงให้กับร่างกายอยู่ตลอดเวลา จะช่วยลดอัตราการเจ็บ ป่วย ไม่สบายได้นะคะ ทีมแม่ABK แนะนำให้ทุกคนหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ปรับเปลี่ยนมาบริโภคอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารครบ 5 หมู่ สด สะอาด และก็ต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ สุขภาพดี เริ่มที่ตัวเราค่ะ …ด้วยความห่วงใย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่


อ่านบทความเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

แพทย์เตือน! กินไข่ไม่สุก อันตรายถึงชีวิต! 

รู้หรือไม่? นมถั่วเหลือง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงไม่ป่วยบ่อย 

ไข่ไก่ กับ ไข่เป็ด อะไรดีกว่ากัน ลูกควรกินไข่ชนิดไหน?

 

ยื่นอุทธรณ์เราไม่ทิ้งกัน

ยื่นอุทธรณ์เราไม่ทิ้งกัน ใครบ้างที่ไม่มีสิทธิ์

หลังจากที่มีมาตรการเยียวประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 ด้วยการช่วยเหลือเงิน 5,000 บาท เพื่อเป็นการดูแลผู้ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม หรือกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com หลายคนไม่ได้รับเงินเยียวยา ใครบ้างที่ไม่มีสิทธิ์ และจะ ยื่นอุทธรณ์เราไม่ทิ้งกัน ได้อย่างไรบ้าง เราไปอ่านรายละเอียดกันค่ะ

Continue reading “ยื่นอุทธรณ์เราไม่ทิ้งกัน ใครบ้างที่ไม่มีสิทธิ์”

วัคซีนในผู้หญิง

9 วัคซีนสำหรับผู้หญิง ที่จำเป็นต้องฉีด!

วัคซีนสำหรับผู้หญิง มีแฟนๆ ของทีมแม่ABK หลังไมค์มาถามกันบ่อยเลยค่ะว่า วัคซีน HPV หรือวัคซีนไวรัสตับอักเสบ และ วัคซีนอื่นๆ  จำเป็นต้องฉีดไหม?   หากไม่ฉีดวัคซีนจะมีผลเสียหรือไม่  อย่างไร?  ทีมแม่ABK จึงหาคำตอบมาไขข้อข้องใจแม่ๆ กันค่ะ ว่าจริงๆ แล้ววัคซีนสำหรับผู้หญิง มีทั้งหมดกี่วัคซีน  และมีวัคซีนอะไรบ้างที่จำเป็นต้องฉีด

 

วัคซีนสำหรับผู้หญิง เกราะป้องกันสุขภาพดี

การออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการฉีด วัคซีนสำหรับผู้หญิง ปัจจัยเหล่านี้คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้  ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นได้ค่ะ ซึ่งการมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง จะช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงต่างๆ หรือโรคภัยที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ไม่สบายในเปอร์เซ็นต์ที่น้อย หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

วัคซีนสำหรับผู้หญิงที่อยากแนะนำให้ได้ฉีดกันนั้น ทีมแม่ABK ก็เพิ่งไปรับการฉีดมาหลังจากตรวจสุขภาพประจำปี อย่าง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ กับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี  และก็ได้สอบถามจากคุณหมอว่าควรต้องฉีดวัคซีนอะไรอีกบ้าง เพราะในเร็วๆ นี้กำลังเตรียมแพลนว่าจะมีน้อง  ก็อยากจะฉีดวัคซีนที่ร่างกายไม่มีภูมิกับวัคซีนชนิดนั้นๆ ไปแล้ว ให้ร่างกายกลับมามี ภูมิอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ไม่สบาย ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อน-ระหว่าง-หลัง ตั้งครรภ์ ค่ะ

เรามาดูกันว่ามีวัคซีนอะไรบ้างที่ผู้หญิงควรฉีดเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายมีความแข็งแรงกันค่ะ

1. วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

วัคซีน HPV จัดเป็นวัคซีนจำเป็นที่ทางการแพทย์แนะนำให้ผู้หญิงทุกคนได้รับการฉีดกันค่ะ สำหรับ HPV เป็นวัคซีนช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูก การเริ่มต้นฉีดในผู้หญิงควรฉีด 2 เข็ม ในช่วงอายุ 9-14 ปีค่ะ แต่มีข้อควรรู้คือหากในช่วงอายุระหว่างนี้เกิดไปมีเพศสัมพันธ์ ก่อนฉีดวัคซีน HPV ต้องแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนนะคะ เพื่อตรวจดูก่อนว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากไม่มีก็สามารถฉีดวัคซีนได้ตามปกติค่ะ ส่วนผู้หญิงที่มาฉีดกันตอนที่อายุเกิน 14 ปีขึ้นไปแล้ว วัคซีน HPV จะฉีดทั้งหมด 3 เข็มตามที่แพทย์แนะนำค่ะ ถามว่าแล้วจะฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ขณะตั้งครรภ์ได้หรือเปล่า ตอบว่า “ไม่ได้” ฉะนั้นควรฉีดก่อนมีการตั้งครรภ์จะปลอดภัยกว่าค่ะ

2. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

วัคซีนไวรัสตับอักเสบ จำได้ว่าเคยฉีดตอนเด็กๆ ค่ะ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการฉีดอีกเลย จนช่วงปีที่แล้วทีมแม่ABK ไปตรวจสุขภาพ และคุณหมอซักประวัติทำให้รู้ว่าหากอนาคตมีปัญหาเกี่ยวกับตับ อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้ จากที่เข้าใจมาตลอดว่าคนที่เป็นมะเร็งตับต้องมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ความจริงแล้วยังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลต่อตับได้ค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการอักเสบของตับที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส  สำหรับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี จะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ดังนี้ค่ะ ฉีดเข็มที่ 1 หลังหนึ่งเดือนฉีดเข็มที่ 2 หลังห้าเดือนฉีดเข็มที่ 3

อ่านต่อ วัคซีนในผู้หญิง ฉีดเพิ่มภูมิคุ้มกันลดเสี่ยงโรคร้ายแรง คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทำความสะอาดของเล่น

ทำความสะอาดของเล่น ลูกน้อยปลอดภัยจากเชื้อโรค

เด็กๆ ชอบเล่นของเล่น และไม่รู้ถึงอันตรายที่มากับเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่ของเล่น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ชอบอม และเอาของเล่นเข้าปาก ยิ่งถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดสม่ำเสมอ ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่อาจเจ็บป่วยได้ง่าย มาเรียนรู้การ ทำความสะอาดของเล่น ให้ลูกน้อยปลอดภัยกันค่ะ

Continue reading “ทำความสะอาดของเล่น ลูกน้อยปลอดภัยจากเชื้อโรค”

ลูกในท้องไม่ดิ้น

ลูกในท้องไม่ดิ้น แม่อย่านิ่งนอนใจ ลูกไม่ดิ้นไม่ดีแน่!

ลูกดิ้น ถือเป็นการส่งสัญญาณของลูกน้อยในครรภ์ให้คุณแม่ดีใจว่าลูกกำลังขยับเขยื้อนร่างกายอยู่ แต่ถ้า ลูกในท้องไม่ดิ้น หรือลูกดิ้นน้อยลงขึ้นมา เกิดอะไรขึ้น จะทำยังไงดี?

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะเริ่มรู้สึกว่าลูกในท้องดิ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 16-20 ของการตั้งครรภ์ นั่นคือการเคลื่อนไหวครั้งแรกของทารกที่นำมาสู่ความตื่นเต้นดีใจให้กับว่าที่พ่อแม่มือใหม่ และถือเป็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเจริญเติบโตและความแข็งแรงของลูกน้อยในครรภ์ โดยสาเหตุที่ทำให้ลูกดิ้นหรือมีการขยับตัวนั้น อาจมาจากการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์และอากัปกิริยาต่าง ๆ เช่น การสะอึก การได้รับสารอาหารและออกซิเจน บางครั้งอาจเป็นการสื่อสารที่ทารกต้องการตอบสนองกับมารดา ที่ต่อจากนี้คุณแม่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติ และคอยจดบันทึกนับการดิ้นของลูกเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

บทความแนะนำ : แจก ตารางจดบันทึกลูกดิ้น พร้อมวิธีนับลูกดิ้น เพื่อความปลอดภัยของลูกในท้อง

ลูกดิ้น

ลูกในท้องไม่ดิ้น แม่จะรู้ได้ยังไง? ความรู้สึกแบบนี้ใช่ “ลูกดิ้น” หรือเปล่า

อาการลูกดิ้นในช่วงแรก ๆ ทารกในครรภ์จะขยับตัวเพียงเล็กน้อยและไม่บ่อย แต่ก็ทำให้คุณแม่รู้สึกได้ว่ามีการขยับตัวของลูกน้อยภายในท้องซึ่งมีทั้งการถีบ เตะ กระทุ้ง พลิกตัว หรือโก่งตัว คล้ายกับโดนปลาตอดหรือโดนกระตุกเบา ๆ ที่ท้อง เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายของไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 4-6 เดือน) การดิ้นของลูกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้คุณแม่สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของลูกได้อย่างชัดเจนและบ่อยมากขึ้นและอาจรู้สึกถึงความเจ็บท้องในขณะที่ลูกดิ้น ซึ่งการดิ้นของทารกในครรภ์นั้นยังบอกได้ถึงสภาวะทางอารมณ์ของลูกน้อย รวมทั้งเกิดขึ้นได้จากปัจจัยที่มีผลตอบสนองต่อการดิ้นของทารกด้วย ได้แก่ ปริมาณน้ำคร่ำ อาหารที่คุณแม่ทาน ระดับน้ำตาลในเลือดของแม่ และสิ่งกระตุ้นภายนอกอื่นๆ เช่น แสง หรือเสียง เป็นต้น

บทความแนะนำ : ลูกดิ้นตอนกี่เดือน ลูกดิ้น สัญญาณสำคัญที่แม่ท้องต้องรู้

นับจำนวนการดิ้น เช็กความแข็งแรงของลูกน้อย

สำหรับการนับความถี่การดิ้นของทารกในครรภ์ คุณแม่สามารถใช้การนับลูกดิ้นด้วยวิธีง่าย ๆ คือ นับจำนวนครั้งการดิ้นของลูกตั้งแต่เช้าถึงเย็นหรือประมาณ 10-12 ชั่วโมง แล้วดูว่าลูกดิ้นมากกว่า 10 ครั้งหรือไม่ ถ้ามากกว่า 10 ครั้งถือว่ายังปกติ หรือถ้าลูกดิ้นตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ภายใน 1 ชั่วโมงแสดงว่ายังปกติ แต่ถ้านับแล้วมีการดิ้นน้อยกว่า 3 ครั้งให้ลองนับต่อไปอีก 1 ชั่วโมง เนื่องจากว่าทารกในครรภ์จะมีการหลับอยู่ที่ประมาณ 20-40 นาที หรืออาจหลับยาวนานถึง 75 นาที เพราะฉะนั้นการนับการดิ้นของลูกต่อเนื่องไปชั่วโมงที่สองต้องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แต่ถ้านับได้น้อยกว่า 3 ครั้ง ติดกันทั้ง 2 ชั่วโมง อาจแสดงถึงภาวะผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ซึ่งโดยปกติแล้วการดิ้นของทารกในแต่ละวันนั้นอาจจะไม่เท่ากัน บางวันดิ้นมากบางวันดิ้นน้อย แต่ก็จะดิ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นถึงทารกมีการเจริญเติบโตด้านระบบประสาทและกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง โดยประมาณแล้วช่วงอายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ ทารกในครรภ์จะดิ้นอยู่ประมาณ 200 ครั้งต่อวัน และจะดิ้นได้สูงสุดเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 30-32 สัปดาห์ โดยมีอัตราการดิ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 375-700 ครั้งต่อวัน หลังจากนั้นเมื่อทารกตัวโตขึ้นจนเต็มโพรงมดลูก ทำให้พื้นที่ในการดิ้นลดลง จำนวนครั้งของการดิ้นที่นับได้จึงน้อยลงด้วย

ลูกไม่ดิ้น ผิดปกติ ไหม

ลูกในท้องไม่ดิ้นแม่อย่านิ่งนอนใจ!

การดิ้นของทารกนั้น แม้จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงพัฒนาการของทารกในครรภ์ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่ได้เช่นกัน เพราะการที่ลูกดิ้นมาก มีการเคลื่อนไหวที่ลดน้อยลง หรือลูกไม่ดิ้นนั้นอาจมีข้อบ่งชี้มาจาก

  • คุณแม่ตั้งครรภ์มีโรคหรือมีความผิดปกติที่ตรวจพบอยู่ก่อนแล้วหรือกำลังรักษาอยู่ หากพบว่าลูกในครรภ์ดิ้นแรงมากอยู่ระยะหนึ่งแล้วหยุดดิ้นไปเลยและไม่มีอาการดิ้นอีกต่อไป นั่นคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าทารกในครรภ์เสียชีวิตไปแล้ว
  • ลูกน้อยในครรภ์ไม่ได้รับออกซิเจนหรือสารอาหารที่เพียงพอตามความต้องการผ่านทางรก
  • ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวน้อยเกินไปหรืออาการแทรกซ้อนในระยะแรกของการตั้งครรภ์
  • พื้นที่ในโพรงมดลูกคับแคบจนกระทั่งลูกแทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้ หรือทารกตัวใหญ่จนขยับตัวได้ยาก
  • เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์จนลูกไม่มีแรงจะดิ้น หากปล่อยไว้นานก็จะทำให้ทารกไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลยก็เป็นได้

ดังนั้นเมื่อคุณแม่รับรู้ได้ว่าลูกดิ้นการรับจำนวนครั้งในการดิ้นของลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างในช่วงเวลาตั้งครรภ์ และสามารถกระตุ้นการดิ้นของทารกในครรภ์ให้เกิดการตอบสนองได้ อาทิเช่น

  • การยืน เดิน ขยับตัวเคลื่อนไหวเบา ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง
  • แตะท้องให้เป็นจังหวะเบา ๆ หรือลูบท้องบ่อย ๆ
  • การรับประทานของว่าง
  • การดื่มน้ำเย็น
  • การร้องเพลงหรือเปิดเพลงให้ลูกฟัง
  • ส่องไฟฉายไปที่ท้อง
  • แต่ถ้าลูกยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความผิดปกติกับการตั้งครรภ์หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย ซึ่งคุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดนะคะ นอกจากนี้
  • ปรับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงซ้าย ตะแคงขวาบ้าง หรือจะกึ่งนั่งกึ่งนอน
  • ออกกำลังกายสำหรับคนท้อง เช่น โยคะคนท้อง ว่ายน้ำ

หากใช้วิธีกระตุ้นให้ลูกดิ้นและมีการเคลื่อนไหวคุณแม่ก็สามารถเบาใจและคลายกังวลลงได้ เพราะการที่ลูกดิ้นน้อยหรือไม่ดิ้นในช่วงเวลาหนึ่งอาจเป็นเพราะทารกในครรภ์กำลังหลับซึ่งทำให้ลูกขยับน้อยมากนั้นเอง แต่ถ้าพบว่าไม่ว่าจะมีการกระตุ้นใด ๆ ก็ตาม ลูกไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อการกระตุ้น หรือการเคลื่อนไหวของลูกน้อยลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือค่อย ๆ ลดลงเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน เมื่อสังเกตเห็นอาการแบบนี้ควรไปพบหมอทันที และที่สำคัญการฝากครรภ์เพื่อไปพบหมอตามนัดให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่าง ๆ ในขณะตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงคลอดให้ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัยกันทั้งคู่นะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.sanook.com, www.pobpad.com, www.paolohospital.com

อ่านบทความที่น่าสนใจ คลิก :

ลูกดิ้นน้อยลง อาการนี้ที่แม่ท้องแก่ต้องรู้!

ลูกดิ้นตอนกี่เดือน ลูกดิ้น สัญญาณสำคัญที่แม่ท้องต้องรู้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิตามินซีเด็ก

รีวิว “4 วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม” อีกหนึ่งตัวช่วยที่แม่ควรรู้จัก!

รีวิว วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม กลัว ลูกขาดสารอาหาร เป็นหวัด ป่วยง่าย ต้องห้ามพลาดรีวิวแนะนำ 4 วิตามินสำหรับเด็ก อีกหนึ่งตัวช่วยที่คุณแม่ควรรู้จัก จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน

วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม อีกหนึ่งตัวช่วยที่คุณแม่ควรรู้จัก!

โภชนาการสำหรับเด็ก เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง อาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ควรให้ลูกกินครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพียงพอและสมวัย

Must read >> โปรแกรมคำนวณภาวะโภชนาการ เช็กน้ำหนักส่วนสูง ความสมส่วนของลูก

แต่ก็มีลูกวัยซนบ้างบ้าน ที่ไม่ยอมกินอาหาร หรือดูดแต่ขวดนม กินอาหารได้ไม่ครบ 5 หมู่ เช่น ไม่กินข้าว เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรือห่วงแต่เล่น จนทำให้พ่อแม่เกิดความวิตกกังวลกลัวลูกจะขาดอาหาร จึงพยายามสรรหา วิตามินซีเด็ก วิตามินรวมมาเสริม หวังให้ลูกได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า.. วิตามิน ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะเสริมให้ลูก ได้แก่ วิตามินซีเด็ก น้ำมันตับปลา วิตามินรวม ธาตุเหล็ก เป็นต้น ซึ่งในกรณีที่เด็กขาดสารอาหารมีความจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริม คุณหมอจะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม ว่าลูกน้อยของเรามีโรคประจำตัว เป็นเด็กขาดสารอาหาร ขาดวิตามิน แร่ธาตุ หรือป่วยเป็นโรคอะไร ถึงมีความจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริม เพราะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดก็มีข้อจำกัดในการกิน หากกินวิตามินบางชนิดในปริมาณที่มากเกินไป อาจะทำให้เกิดการสะสมในร่างกายและมีผลข้างเคียงตามมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกรมการแพทย์ เผยว่าเด็กไทยป่วยเป็นโรคขาดวิตามินซีเพิ่มขึ้น ทำให้ป่วยง่าย และส่งผลต่อพัฒนาการอาจรุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ สาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมการกิน ที่กินนมเป็นประจำแต่ไม่กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีด้วย

วิตามินซีเด็ก

วิตามินซี สำคัญต่อเด็ก อย่างไร?

เพราะ วิตามินซี หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ วิตามินซีมีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากกินเป็นประจำยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคหวัดด้วย โดยปริมาณ วิตามินซีเด็ก ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน คือ

  • อายุ 1-3 ปี: 45 มิลลิกรัม
  • อายุ 4-6 ปี: 45 มิลลิกรัม

และถึงแม้ว่าวิตามินซีจะไม่ได้ช่วยรักษาหวัดได้โดยตรง แต่ก็ยังคงมีประโยชน์สำหรับร่างกายอีกหลายอย่าง แต่เนื่องจากร่างกายของคนเราไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ ส่วนใหญ่จะได้รับวิตามินซีจากการกินผักและผลไม้ โดยอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ผัก เช่น ผักใบเขียว มันฝรั่ง มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ และผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว เช่น เบอร์รี่ ส้ม ฝรั่ง

Must read >> รวมฮิต ติดชาร์ต ผักผลไม้วิตามินซีสูงเพื่อลูก

Must read >> แร่ธาตุ + วิตามิน จำเป็นต่อร่างกายและสมอง

นอกจากนี้ก็ยังมีวิตามินซีในรูปแบบที่สกัดออกมาและวางขายในหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ดเคี้ยว แบบเม็ดฟู่ แบบเม็ดอม แบบเม็ดรับประทาน แบบแคปซูล

ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่บ้านไหนต้องการเสริมวิตามินให้กับลูกน้อย สำหรับเด็กที่ไม่ค่อยยอมกินข้าว กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และป่วยเป็นหวัดง่าย … ทีมแม่ ABK มี  วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม สำหรับลูกน้อยมาแนะนำ เพื่อเป็นการให้ข้อมูลคร่าวๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ แต่ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนให้ลูกกิน

อ่านต่อ >> “รวม 4 วิตามินซีเด็ก วิตามินรวม
อีกหนึ่งตัวช่วยที่แม่ควรรู้จัก” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คำพูดที่ลูกไม่อยากได้ยิน

8 คำพูดที่ลูกไม่อยากได้ยิน จากปากพ่อแม่ พูดแบบนี้โตไปลูกแย่แน่!

เวลาโมโหลูก ไม่ว่าคำพูดอะไรก็ประเดประดังใส่ลูกไปซะหมด ทั้ง ๆ แค่อยากพูดให้ลูกคิดได้ แม้จะคิดว่าคำพูดหรือประโยคที่พูดให้ลูกฟังอาจดูไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีบาง คำพูดที่ลูกไม่อยากได้ยิน จากปากพ่อแม่ ยิ่งพูดซ้ำ ๆ ลูกยิ่งจำไปจนโต ส่งผลทำให้ลูกไม่ประสบความสำเร็จในอนาคตได้

8 คำพูดที่ลูกไม่อยากได้ยิน จากปากพ่อแม่ พูดแบบนี้โตไปลูกแย่แน่!

1.”ตัวปัญหา”

เอาแต่มองว่าลูกเป็นตัวสร้างปัญหา แค่ทำอะไรผิดนิดหน่อยโดยไม่ทันฟังเหตุผล พ่อแม่ก็เปิดปากว่า เมื่อลูกได้ยินคำนี้จะทำให้ลดทอนคุณค่าของตัวเองลงไป ทำอะไรก็ผิดในสายตาพ่อแม่ไปหมด ทำให้มองว่าตัวเองไม่มีค่า เมื่อพ่อแม่ฝังชิพว่าลูกเป็นตัวปัญหา อาจทำให้เด็กเกิดการประชดประชดและสร้างปัญหาที่แย่ขึ้นจริง ๆ ขึ้นได้

2.”ทำไมไม่เหมือนคนอื่น”

แม้ว่าการมีตัวอย่างที่ดีเพื่อให้ลูกได้เลียนแบบ แต่การเปรียบเทียบไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง คนในครอบครัว หรือเพื่อนของลูก ว่าคนนั้นคนนี้ดีกว่า เก่งกว่า หวังจะทำให้ลูกพยายามทำตัวดีขึ้น แต่ลึก ๆ แล้วก็ส่งผลทำให้ลูกรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เสียใจ และอาจทำให้ลูกกลายเป็นคนมีอคติ เป็นเด็กขี้อิจฉา เกลียดชังคนที่พ่อแม่นำไปเทียบด้วย ซึ่งก็จะส่งผลลบในแง่พฤติกรรมของลูกได้มากกว่าผลดี

พูดกับลูกว่าไม่รัก
พูดกับลูกว่าไม่รัก

3.”ทำแบบนี้ไม่รักแล้ว”

เมื่อได้ยินพ่อแม่พูดว่า “ไม่รัก” เหมือนโลกทั้งใบของลูกมืดลงไปทันที เด็ก ๆ มีพ่อแม่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นหลุมหลบภัย เป็นที่พักพิงตั้งแต่เกิด คำพูดว่าไม่รักจึงมีผลต่อความรู้สึกลูกเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลทำให้ลูกเสียใจ หดหู่ รู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจทำให้หันไปมองหาคนที่เห็นคุณค่ามากกว่า เข้าใจมากกว่า ลดทอนความรักที่มีต่อพ่อแม่ลงเช่นกัน ซึ่งในเวลาที่ลูกรู้สึกว่าโดดเดี่ยวอาจถูกชักนำไปในทางที่ผิดได้ง่าย

4.”ทำไมไม่ได้ดั่งใจ”

พ่อแม่แทบทุกคนต่างก็มีความคาดหวังให้ลูกเก่ง ฉลาด เอาตัวรอดทันคนอื่น ๆ แต่เด็กทุกคนต่างเกิดมาก็มีต้นทุนความถนัดไม่เท่ากัน การที่ใช้คำพูดว่าลูกทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ จะส่งผลให้ลูกเกิดความเสียใจ น้อยใจได้ไม่น้อยเลยนะคะ และยิ่งทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ไม่เป็นที่พอใจของพ่อแม่ เกิดความรู้สึกท้อแท้ และไม่อยากตั้งใจทำอะไรอีกเลย เป็นการปิดกั้นพัฒนาการที่จะส่งผลเสียต่อลูกในอนาคตได้

อ่านต่อ คำพูดแบบไหนที่ลูกไม่อยากได้ยิน คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

โรคของผู้หญิง

4 โรคของผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม อย่าอายที่จะไปตรวจ!

ไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรือว่าอยากให้มีโรคภัยมาเยือน โดยเฉพาะ โรคของผู้หญิง ที่มีสัดส่วนของการเกิดโรคได้มากกว่าผู้ชาย บางโรคยากเกินกว่าจะทันรู้ตัว และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็อายที่จะไปตรวจ แต่ไม่ยากเกินไปที่จะป้องกัน

4 โรคของผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม อย่าอายที่จะไปตรวจ!

1.โรคเนื้องอกมดลูก

เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของผู้หญิง ส่วนมากจะพบในผู้หญิงช่วงอายุ 40 – 50 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กล้ามเนื้อบางตำแหน่ง มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตจนกลายเป็นก้อนเนื้อแทรกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อที่ไม่ใช่เนื้อร้าย สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากพันธุกรรม การใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเพศหญิงและตัวเร่งการเจริญเติบโตที่มดลูกจะทำให้เนื้องอกโตขึ้น เพราะพบว่าส่วนใหญ่เนื้องอกจะมีขนาดเล็กลงหลังวัยหมดระดู แม้จะไม่ใช่โรคร้าย แต่ในบางรายอาจจะมีอาการรุนแรงได้

โรคเนื้องอกมดลูก อาการ: 

  • มีอาการตกขาวมากผิดปกติและมีติดต่อกันหลายวัน
  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ส่วนใหญ่มักมีเลือดประจำเดือนออกมากขึ้น บางรายคิดว่าเป็นเลือดจากประจำเดือนที่ออกมากแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่หากปล่อยเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากจนชีด มีอาการเหนื่อยง่าย หรือหน้ามืด เป็นลมได้บ่อย
  • รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายจากภาวะซีด
  • อาการจากการกดเบียดของมดลูกที่โตขึ้น ทำให้มีอาการไม่สบายบริเวณหัวหน่าว บางรายอาจปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะบ่อย และอาจกดบริเวณทวารหนักทำให้ท้องผูกร่วมด้วย
  • ถ้าเนื้องอกก้อนค่อนข้างใหญ่ ก็อาจคลำเจอก้อนได้ทางหน้าท้อง หรือรู้สึกท้องโตขึ้นโดยไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย
  • มีอาการเจ็บปวดบริเวณท้องน้อย แต่โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกจะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด นอกจากจะเกิดภาวะแทรกช้อนอื่น เช่น เลือดออกภายในก้อนเนื้องอก หรือเกิดการอักเสบของก้อนเนื้องอก เป็นต้น

โรคเนื้องอกมดลูก การรักษา: ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในหรืออัลตร้าซาวด์ ทำการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดต่อไปขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนของเนื้องอกในบริเวณที่พบ

ช็อกโกแลตซีสต์

2.โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตชีสต์

โดยปกติแล้วการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในแต่ละรอบเดือน ทำให้เกิดเลือดประจำเดือนตามปกติ แต่เมื่อเยื่อบุเหล่านี้ไปเจริญอยู่ผิดตำแหน่งที่ควรจะเป็น เช่น เยื่อบุช่องท้อง ผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก ลำไส้ และรังไข่ และมีโอกาสเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ตรง กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก หรือช่องคลอดได้เช่นกัน ซื่งภาวะที่เยื่อบุผนังมดลูกเจริญภายนอกมดลูก ทำให้เกิดเยื่อบุหนาที่สลายตัวกลายเป็นเลือดประจำเดือนไปเรื่อย ๆ จนร่างกายขับออกมาได้ไม่หมด อาจเกิดจากการย้อนกลับของเลือดประจำเดือนเข้าสู่อุ้งเชิงกราน และบางรายอาจมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน หากขังอยู่ปริมาณมากและนานจนเกิดเป็นถุงน้ำเล็ก ๆ ที่มีของเหลวเหมือนช็อกโกแลต ค่อยๆ เบียดเนื้อรังไข่ และขยายใหญ่จนเป็นถุงน้ำขนาดใหญ่ขึ้น ที่เรียกกันว่า “ช็อกโกแลตชีสต์” จนทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ซึ่งโอกาสเป็นโรคนี้พบได้บ่อยมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ โดยประมาณร้อยละ 10 ในวัยนี้จะเป็นโรคนี้ขึ้นได้ เนื่องจากผู้หญิงในปัจจุบันมีประจำเดือนเร็วและนาน รวมทั้งส่งผลในผู้หญิงที่เป็นโรคนี้อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากตามมา เนื่องจากเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นมาเรื่อย ๆ จนอุดตันรังไข่ ส่งผลให้ไข่ไม่สามารถออกไปรับการปฏิสนธิกับอสุจิที่ท่อนำไข่

ช็อกโกแลตชีสต์ อาการ: 

  • มีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง รวมทั้งประจำเดือนมามากผิดปกติ และบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วม เช่น ปวดมากจนเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย
  • มีอาการปวดท้องน้อย มักเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนและปวดบีบมากในช่วงที่มีรอบเดือน
  • ปวดอุ้งเชิงกรานตลอดเวลา และปวดยิ่งขึ้นเมื่อประจำเดือนใกล้มาและในช่วงที่มีรอบเดือน
  • มีอาการเจ็บช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และมีอาการปวดต่อเนื่องไปอีก 1-2 ชั่วโมง
  • ถ้าโรคกระจายไปกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่อาจมีอาการปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระมีเลือดปน บางรายอาจมีอาการของลำไส้แปรปรวนได้
  • บางรายอาจมีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ ในช่วงที่ไม่มีรอบเดือนหรือประจำเดือนมามากผิดปกติ

ช็อกโกแลตชีสต์ การรักษา: เมื่อรู้สึกมีอาการผิดปกติไม่ควรนิ่งเฉย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ด้วยการตรวจภายในและอัลตร้าซาวด์ อาจมีการให้ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนในการรักษา หรือรวมกับการผ่าตัด เพื่อลดปัญหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรงตามมาได้

อ่านต่อ 4 โรคที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่