โรคของผู้หญิง

4 โรคของผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม อย่าอายที่จะไปตรวจ!

โรคของผู้หญิง
โรคของผู้หญิง

ไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรือว่าอยากให้มีโรคภัยมาเยือน โดยเฉพาะ โรคของผู้หญิง ที่มีสัดส่วนของการเกิดโรคได้มากกว่าผู้ชาย บางโรคยากเกินกว่าจะทันรู้ตัว และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็อายที่จะไปตรวจ แต่ไม่ยากเกินไปที่จะป้องกัน

4 โรคของผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม อย่าอายที่จะไปตรวจ!

1.โรคเนื้องอกมดลูก

เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของผู้หญิง ส่วนมากจะพบในผู้หญิงช่วงอายุ 40 – 50 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กล้ามเนื้อบางตำแหน่ง มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตจนกลายเป็นก้อนเนื้อแทรกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อที่ไม่ใช่เนื้อร้าย สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากพันธุกรรม การใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนเพศหญิงและตัวเร่งการเจริญเติบโตที่มดลูกจะทำให้เนื้องอกโตขึ้น เพราะพบว่าส่วนใหญ่เนื้องอกจะมีขนาดเล็กลงหลังวัยหมดระดู แม้จะไม่ใช่โรคร้าย แต่ในบางรายอาจจะมีอาการรุนแรงได้

โรคเนื้องอกมดลูก อาการ: 

  • มีอาการตกขาวมากผิดปกติและมีติดต่อกันหลายวัน
  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ส่วนใหญ่มักมีเลือดประจำเดือนออกมากขึ้น บางรายคิดว่าเป็นเลือดจากประจำเดือนที่ออกมากแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่หากปล่อยเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากจนชีด มีอาการเหนื่อยง่าย หรือหน้ามืด เป็นลมได้บ่อย
  • รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายจากภาวะซีด
  • อาการจากการกดเบียดของมดลูกที่โตขึ้น ทำให้มีอาการไม่สบายบริเวณหัวหน่าว บางรายอาจปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะบ่อย และอาจกดบริเวณทวารหนักทำให้ท้องผูกร่วมด้วย
  • ถ้าเนื้องอกก้อนค่อนข้างใหญ่ ก็อาจคลำเจอก้อนได้ทางหน้าท้อง หรือรู้สึกท้องโตขึ้นโดยไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย
  • มีอาการเจ็บปวดบริเวณท้องน้อย แต่โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกจะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด นอกจากจะเกิดภาวะแทรกช้อนอื่น เช่น เลือดออกภายในก้อนเนื้องอก หรือเกิดการอักเสบของก้อนเนื้องอก เป็นต้น

โรคเนื้องอกมดลูก การรักษา: ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในหรืออัลตร้าซาวด์ ทำการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดต่อไปขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนของเนื้องอกในบริเวณที่พบ

ช็อกโกแลตซีสต์

2.โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตชีสต์

โดยปกติแล้วการลอกหลุดของเยื่อบุโพรงมดลูกในแต่ละรอบเดือน ทำให้เกิดเลือดประจำเดือนตามปกติ แต่เมื่อเยื่อบุเหล่านี้ไปเจริญอยู่ผิดตำแหน่งที่ควรจะเป็น เช่น เยื่อบุช่องท้อง ผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก ลำไส้ และรังไข่ และมีโอกาสเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ตรง กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก หรือช่องคลอดได้เช่นกัน ซื่งภาวะที่เยื่อบุผนังมดลูกเจริญภายนอกมดลูก ทำให้เกิดเยื่อบุหนาที่สลายตัวกลายเป็นเลือดประจำเดือนไปเรื่อย ๆ จนร่างกายขับออกมาได้ไม่หมด อาจเกิดจากการย้อนกลับของเลือดประจำเดือนเข้าสู่อุ้งเชิงกราน และบางรายอาจมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน หากขังอยู่ปริมาณมากและนานจนเกิดเป็นถุงน้ำเล็ก ๆ ที่มีของเหลวเหมือนช็อกโกแลต ค่อยๆ เบียดเนื้อรังไข่ และขยายใหญ่จนเป็นถุงน้ำขนาดใหญ่ขึ้น ที่เรียกกันว่า “ช็อกโกแลตชีสต์” จนทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ซึ่งโอกาสเป็นโรคนี้พบได้บ่อยมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ โดยประมาณร้อยละ 10 ในวัยนี้จะเป็นโรคนี้ขึ้นได้ เนื่องจากผู้หญิงในปัจจุบันมีประจำเดือนเร็วและนาน รวมทั้งส่งผลในผู้หญิงที่เป็นโรคนี้อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากตามมา เนื่องจากเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นมาเรื่อย ๆ จนอุดตันรังไข่ ส่งผลให้ไข่ไม่สามารถออกไปรับการปฏิสนธิกับอสุจิที่ท่อนำไข่

ช็อกโกแลตชีสต์ อาการ: 

  • มีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง รวมทั้งประจำเดือนมามากผิดปกติ และบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วม เช่น ปวดมากจนเป็นลม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องผูก ท้องเสีย
  • มีอาการปวดท้องน้อย มักเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนและปวดบีบมากในช่วงที่มีรอบเดือน
  • ปวดอุ้งเชิงกรานตลอดเวลา และปวดยิ่งขึ้นเมื่อประจำเดือนใกล้มาและในช่วงที่มีรอบเดือน
  • มีอาการเจ็บช่องคลอดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และมีอาการปวดต่อเนื่องไปอีก 1-2 ชั่วโมง
  • ถ้าโรคกระจายไปกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่อาจมีอาการปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระมีเลือดปน บางรายอาจมีอาการของลำไส้แปรปรวนได้
  • บางรายอาจมีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ ในช่วงที่ไม่มีรอบเดือนหรือประจำเดือนมามากผิดปกติ

ช็อกโกแลตชีสต์ การรักษา: เมื่อรู้สึกมีอาการผิดปกติไม่ควรนิ่งเฉย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ด้วยการตรวจภายในและอัลตร้าซาวด์ อาจมีการให้ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนในการรักษา หรือรวมกับการผ่าตัด เพื่อลดปัญหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรงตามมาได้

อ่านต่อ 4 โรคที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X AmarinBabyAndKids