แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

เมื่อลูก “เป็นไข้” ดูแลอย่างไรให้หายดี ?

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก เป็น Item ของใช้ดูแลสุขภาพลูกน้อย ที่พ่อแม่มือใหม่มักจะมีคำถามว่าถ้าจะใช้กับลูกตอนเป็นไข้ ตัวร้อน   ควรจะใช้อย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี วันนี้เราจึงมีคำแนะนำการใช้ แผ่นเจลลดไข้ มาฝากกันค่ะ

 

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก กับอุณหภูมิร่างกายลูกน้อย

ไหนใครวัดอุณหภูมิร่างกายลูกด้วยการเอามืออังหน้าผากลูก เชื่อว่ามีพ่อแม่ส่วนหนึ่งวัดไข้ลูกด้วยวิธีนี้กัน สำหรับการวัดไข้ลูกที่ถูกวิธีเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าที่ลูกตัวร้อนนั้น มีไข้หรือเปล่า เบื้องต้นแนะนำให้ใช้ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มาใช้ในการวัดไข้ให้ลูกดีกว่าการเอามืออังที่หน้าผากค่ะ เพราะการใช้ปรอทวัดไข้จะแสดงผลที่ชัดเจนว่า ณ ขณะนั้นลูกมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่กี่องศาเซลเซียส บวกกับมีอาการแสดงที่บ่งบอกว่าลูกกำลังไม่สบายร่วมด้วยหรือไม่ เช่น มีอาการซึม อาเจียน กินนม กินอาหารน้อยลง หรือไม่กินเลย ร้องโยเยอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

ใช้ปรอทวัดอุณหภูมิร่างกาย จะรู้ได้อย่างไรว่า “ลูกเป็นไข้” ?   

  • อุณหภูมิร่างกายระหว่าง 37.5- 38.0 องศาเซลเซียส ลูกน้อยมีไข้ต่ำ ควรบรรเทาอาการไข้ให้ลดลงใน 48 ชั่วโมง ถ้า ไข้ไม่ลดลง ให้รีบพาไปโรงพยาบาล
  • อุณหภูมิร่างกาย 38.5 องศาเซลเซียส ลูกน้อยมีไข้สูงปานกลาง ควรบรรเทาอาการไข้ให้ลดลงใน 24 ชั่วโมง ถ้าไข้ไม่ลดลง ให้รีบพาไปโรงพยาบาล
  • อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 5 ขึ้นไป องศาเซลเซียส ลูกน้อยมีไข้สูงมากค่ะแม่ ถ้าลูกมีไข้สูงขนาดนี้ ให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที เพราะถ้าดูแลลดไข้เองที่บ้าน แล้วไข้ไม่ลดลง ลูกอาจมีอาการช็อกจากไข้ขึ้นสูง อันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ

หลังจากวัดอุณหภูมิร่างกายลูกน้อยแล้วพบว่ามีไข้ แนะนำว่าต้องบรรเทาอาการไข้ ด้วยการลดไข้ให้ลูกน้อยทันทีค่ะ ซึ่งวิธี “ลดไข้” เบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้…

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

1. เช็ดตัวลดไข้

การเช็ดตัวจะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้ไข้ลดลง ให้คุณแม่เตรียมน้ำอุณหภูมิปกติ (ที่ไม่ใช่ผสมน้ำเย็น  หรือน้ำร้อน) แล้วใช้ผ้าขนหนูนิ่มๆ ชุบน้ำ บิดพอหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดตัวลูก การเช็ดตัวที่ถูกต้อง ให้เช็ดจากปลายมือ และ ปลายเท้าเข้าสู่ลำตัว เพื่อให้รูขุมขนเปิด ร่างกายจะระบายความร้อนดี เมื่อเช็ดตัวลูกน้อยหลังจาก 30 นาทีไปแล้วให้วัดไข้อีก  ครั้ง หากไข้ยังไม่ลดลง ให้เช็ดตัวซ้ำอีกครั้ง

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

2. ให้ยาลดไข้

ในกรณีที่ลูกไม่ได้มีไข้สูงมาก หลังจากเช็ดตัวแล้วคุณแม่สามารถให้รับประทานยาลดไข้สำหรับเด็กได้ค่ะ หลังจากกินยา   แล้วภายใน 4 ชั่วโมงไข้ยังไม่ลดลง สามารถให้ลูกกินยาลดไข้ได้อีก

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

3. แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก   

หลังจากที่เช็ดตัว และให้ลูกกินยาลดไข้แล้ว คุณแม่สามารถใช้แผ่นเจลลดไข้แปะผิวตรงบริเวณหน้าผากลูก การใช้แผ่นเจลลดไข้จะช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย ความเย็นจากแผ่นเจลจะช่วยลดไข้ และทำให้ลูกน้อยสบายตัวขึ้น วิธีการใช้คือให้ลอกแผ่นปิดกาวออก จากนั้นก็ค่อยๆ วางแผ่นเจลแปะลงบนหน้าผากลูกค่ะ สำหรับแผ่นเจลลดไข้ไม่ต้องใส่ในตู้เย็นก่อนนำมาใช้งานนะคะ  และใช้แผ่นเจลลดไข้แค่ 1 แผ่นต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำอีก

 

 

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

ByeBye-FEVER แผ่นเจลลดไข้ ที่แม่เลือกใช้กับลูก
(ByeBye-FEVER Cooling gel patch, item that mom chooses for their children)

แผ่นเจลลดไข้ ByeBye-FEVER ที่แม่เลือกใช้ “ลดไข้” ให้ลูกน้อย

เจลลดไข้คือหนึ่งในอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ควรมีติดกระเป๋ายาไว้พร้อมใช้ที่บ้านกันค่ะ แผ่นเจลลดไข้ ByeBye-FEVER ที่มีมาสคอตเพนกวินน่ารักๆ เป็นแผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็กโดยเฉพาะ สามารถใช้แปะลดไข้ให้ลูกน้อย ร่วมกับการกินยา ลดไข้ได้เลยค่ะ

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

ByeBye-FEVER แผ่นเจลลดไข้ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้น มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ไม่มีสาร แต่งสีหรือสารเคมีที่เป็นอันตราย คุณแม่มั่นใจได้เลยว่าหากใช้แผ่นเจลลดไข้ ByeBye-FEVER จะอ่อนโยน ปลอดภัยต่อผิวลูกน้อยอย่างแน่นอน ที่สำคัญหลังจากแปะแผ่นเจลลดไข้ที่หน้าผากให้ลูกน้อย คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดออกขณะที่ ลูกน้อยนอนหลับขยับ พลิกตัว เพราะแผ่นเจลลดไข้ติดแน่น ไม่หลุดง่าย แผ่นเจลให้ความเย็นได้นานต่อเนื่องถึง 10 ชั่วโมง  ช่วยระบายความร้อนที่เกิดจากการเป็นไข้ (สามารถลดไข้และให้ความเย็นได้อย่างรวดเร็ว) และบรรเทาอาการปวดหัวได้อีกด้วยค่ะ

ทุกครั้งที่ลูกมีอาการตัวร้อน ต้องเช็กให้มั่นใจก่อนว่าลูกมีไข้หรือไม่ ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยปรอทวัดไข้ แล้วจึงค่อยดูแลบรรเทาอาการเป็นไข้ ตัวร้อนให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธี ที่สำคัญอย่าลืมใช้ “แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก ช่วยระบายความร้อนที่เกิดจากการเป็นไข้

 

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

ไข้ลดแล้ว ลูกอารมณ์ดีมาก

คุณพ่อคุณแม่สามารถหาซื้อ ByeBye-FEVER ไว้ใช้ที่บ้านเวลาลูกน้อยเป็นไข้ ตัวร้อน แบบกล่อง 6 ชิ้น ซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไปค่ะ หรือจะพกแผ่นเจลลดไข้ ByeBye-FEVER แบบแพ็คเล็ก 2 ชิ้นติดไว้ในกระเป๋าคุณแม่ เผื่อฉุกเฉินอยู่นอกบ้านแล้วลูกตัวร้อนรุมๆ ก็หยิบใช้งานได้สะดวกทันที ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ ร้านซูรูฮะ (Tsuruha) หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านค่ะ

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็ก

 

แสดงแบบ : คุณแม่ภัทรพร สุขมงคล และ น้องปีมงคล สุขมงคล 

ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา

ผิดไหม? ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ลูกสาวเล่นรถ พ่อแม่ควรทำไงดี!

ทำจะอย่างไรดี หาก ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ส่วน ลูกสาวเล่นรถ แบบนี้แปลว่า ลูกเบี่ยงเบนทางเพศ หรือเปล่า? พ่อแม่ควรปล่อยให้ ลูกชายเล่นตุ๊กตา ไปแบบนี้ หรือควรหยุด!!

ผิดไหม? ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ลูกสาวเล่นรถ

“เมื่อลูกชายชอบสีชมพู ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ลูกชายชอบเล่นทําอาหาร
ส่วน ลูกสาวชอบสีฟ้า ลูกสาวชอบเล่นรถ เล่นหุ่นยนต์”

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ต้องเริ่มเป็นกังวล เมื่อเห็นลูกเล่นของเล่นในแบบที่ไม่สมดุลกับเพศของเขา คือ เด็กชายเล่นของเล่นของเด็กผู้หญิง ส่วนเด็กหญิงเล่นของเล่นเด็กผู้ชาย

ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้พ่อแม่เกิดคำถามขึ้นในใจว่าลูกของเราเมื่อโตขึ้นไปจะมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศหรือไม่ โดยเรื่องนี้ก็ได้มีคำพูดที่ว่า “ของเล่นทั้งหมดนั้นแท้ที่จริงแล้วสะท้อนให้เห็นจักรวาลขนาดเล็กที่เป็นโลกของผู้ใหญ่” ซึ่งเป็นคำพูดของโรลอง บาร์ตส์ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ในหนังสือสุดคลาสสิกของเขาชื่อ มายาคติ ที่พยายามชี้ให้เห็นเรื่องบางเรื่องในสังคมที่เรารู้สึกว่าเป็นปกตินั้น แท้จริงแล้วมันกลับเป็นภาพลวงหรือมีบางสิ่งบางอย่างแฝงอยู่

ทำให้พ่อแม่บางคนรู้สึกแปลกๆ หรือไม่พอใจที่ ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ชอบเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ เช่นเดียวกับที่ผู้หญิงไม่ควรเล่นรถยนต์หรือหุ่นยนต์มากเท่าไร

ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา

อย่าให้ของเล่น เป็นกรงขังเพศของเด็ก

ในอดีตเมื่อกำหนดให้เด็กผู้ชายต้องเล่นรถถังหรืออาวุธ ส่วนเด็กผู้หญิงเล่นตุ๊กตาได้อย่างเดียว จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก แต่สาเหตุที่ทำให้เด็กต้องเล่นของเล่นอย่างนั้นอย่างนี้ตามเพศทางกายภาพของเขา ก็เป็นผลมาจากกระบวนการขัดเกลาทางสังคม ไม่ว่าจะมาจากพ่อแม่ ครอบครัว สื่อ และโรงเรียน ที่มีส่วนต่อการสร้างหรือก่อรูปต้นแบบของเพศสภาพต่อเด็ก และยังทำหน้าที่สร้างลักษณะเฉพาะของพฤติกรรมทางเพศ บ่มเพาะปมความเป็นชาย ปมความเป็นหญิงให้เกิดขึ้นกับเด็กอย่างมาก

สาเหตุที่มีการเลือกของเล่นข้างต้นให้เด็กแบบนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากความเชื่อว่า เด็กผู้ชายเป็นพวกที่มีนิสัยชอบการแข่งขัน ก้าวร้าว และชอบเครื่องยนต์กลไก ก็เลยทำให้ได้หุ่นยนต์และอาวุธเป็นของเล่นเสมอ ในขณะที่เด็กผู้หญิงจะถูกคาดหวังว่าเป็นคนที่รักสวยรักงาม ชอบการดูแลคนและเด็ก (เช่นเดียวกับต้องเป็นภรรยาที่ดีในอนาคต) ก็เลยทำให้ได้ตุ๊กตาบาร์บี้ ชุดทำกับข้าว หรือชุดปฐมพยาบาลไปเล่น

ลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา

อย่างไรก็ดี บางอย่างย่อมมีข้อยกเว้น เราจึงไม่อาจมองอะไรแบบสุดโต่งได้เสมอไป เพราะมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ทำการทดลองกับเด็กแล้วพบว่า เด็กบางคนก็มีกลไกบางอย่างในการที่จะเลือกของเล่นตรงกับเพศของตัวเองเหมือนกัน คือเด็กชายวิ่งไปหาหุ่นยนต์ โดยที่อิทธิพลของพ่อแม่หรือสังคมไม่ได้แสดงผลอย่างมีนัยชัดเจน และก็พบเช่นกันว่าเด็กผู้หญิงมักชอบเล่นของเล่นผู้ชาย มากกว่าของเล่นผู้หญิง

แต่สรุปสั้นๆ ก็คือ เพศสภาพของเด็กนั้นถูกลับถูกสร้างโดยผ่านโลกของผู้ใหญ่ไม่ระดับใดก็ระดับหนึ่ง หรือพูดอีกแบบก็คือ ความเป็นชายเป็นหญิงของเด็กนั้นมาจากสังคมผู้ใหญ่ไม่ใช่ตัวเด็กเองทั้งหมด    

อ่านต่อ >> “พ่อแม่ควรทำอย่างไร
หากลูกชายชอบเล่นตุ๊กตา ลูกสาวเล่นรถ” คลิกหน้า 2


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : thestandard.co/postmodern-children

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เพราะใส่กระโปรงยาวสะดุดล้มทำลูก กระดูกหัก รักษานานเป็นเดือน

กระดูกหัก เพราะใส่กระโปรงยาว อุบัติเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ลูกสาววัยหัดเดินขาขวาหักทันที  ต้องเข้าเฝือก นอนถ่วงน้ำหนัก นานนับเดือน แม่โพสต์เตือนอุ้มเด็กเล็กต้องระวัง อันตรายอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

เตือนแม่ ใส่กระโปรงยาว สะดุดล้ม ทำลูก 10 เดือนขาหักทันที

ใครจะคิดว่า ชุดโปรดหรือเสื้อผ้าของคุณแม่จะทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บร้ายแรงได้ แต่แค่เราประมาทเพียงนิด อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นง่ายๆ แบบไม่ทันตั้งตัว เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นคุณแม่ท่านหนึ่งที่ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า Memory Love โพสต์เล่าเรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ไว้ในกลุ่ม “คุณแม่ลูกอ่อน” ว่า

กระดูกหัก
เครดิตภาพ: เฟตบุีกแม่ Memory Love

#สงสารลูกสาวมากๆค่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง ทำไมต้องเกิดกับลูกเรา ลูกเเม่เเค่ 10 เดือน 21 วันเองค่ะ เเต่อุบัติเหตุก้อไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ป้าน้องอุ้มน้อง สะดุดกระโปรงล้มทั้งป้าทั้งหลาน จังหวะทีล้มลงป้าทับขาหลาน ทำให้หลานขาหัก ต้องใส่เฝือก 1 เดือนค่ะเเม่ๆทุกคนไม่อยากให้เกิด เเต่มันเกิดขึ้นเเล้วก็ต้องยอมรับมัน #ไว้เป็นอุทาหรณ์ให้เเม่ๆค่ะเเค่เสี้ยววินาทีเดียว

คุณแม่ได้เล่าให้ฟังทาง Amarin Baby & Kids เพิ่มเติมว่า เหตุการณ์การเกิดขึ้นที่บ้านของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ลูกสาวอยู่กับป้าที่บ้าน หลังคุณพ่อกลับจากการละหมาดที่มัสยิดมารับลูกสาว จึงขอให้ป้าอุ้มลูกมาหาหน้าบ้าน ด้วยความเร่งรีบบวกกับชุดกระโปรงยาวในแบบผู้หญิงมุสลิม จึงสะดุดล้มลงพร้อมกับลูกสาว ตอนแรกลูกไม่ร้องเลย ก็ไม่คิดว่าจะทำให้ กระดูกหัก เพราะป้องรับตัวน้องไว้ทัน แต่ผ่านไปเพียง 5 นาทีถึงเอามือจับที่ขาแล้วร้องไม่หยุด พอไปถึงโรงพยาบาลถึงรู้ว่า กระดูกหน้าแข้งหัก

คุณหมอสั่งแอดมิททันที ต้องเข้าเผิอกครึ่งตัว ทั้งขาสองข้างมาจนถึงช่วงเอว และมีไม้ด้ามด้านหน้าไว้เพื่อไม่ให้ขยับ โดยต้องนอนอยู่นิ่งๆ เพื่อถ่วงน้ำหนักเอาไว้นานถึง 7 วัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กอายุเพียง 10 เดือน ที่กำลังอยู่ในวัยหัดเดิน แถมยังต้องอยู่กับเฝือกไปอีก 1 เดือนเต็ม

กระดูกหัก

กระดูกหัก
เครดิตภาพ: เฟตบุีกแม่ Memory Love

 

แม้น้องจะไม่มีอาการผวาหลังเกิดเหตุการณ์ แต่รู้สึกกลัวทุกครั้งที่คุณป้าเข้ามาใกล้หรือขออุ้ม เพราะจำได้ว่าเป็นคนทำให้เขาเจ็บ ถึงวันนี้น้องถอดเฝือกออกแล้ว แต่ยังไม่กล้าลุกเดินใช้วิธีคลานเหมือนกลัวเจ็บ

รู้ได้อย่างไรว่าลูก กระดูกหัก

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่รุนแรงมาก อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ยากว่าลูก กระดูกหัก หรือไม่ เนื่องจากเด็กๆยังไม่สามารถบอกความรู้สึก บอกอาการได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเด็กวัยทารกที่ยังพูดไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเช็กอาการเบื้องต้นของกระดูกหักได้ดังต่อไปนี้

*เจ็บบริเวณที่ถูกจับหรือบีบ ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ทนความเจ็บไม่ได้ มักร้องงอแงเป็นเวลานาน

*บริเวณที่กระดูกหักจะมีอาการบวมแดง มีรอยช้ำหรือห้อเลือด

*สีผิวตรงจุดที่หักคล้ำขึ้นอย่างชัดเจน อาจรู้สึกชาซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า เส้นประสาทใกล้กระดูกได้รับความเสียหายด้วย

*เด็กจะไม่ยอมลุกขึ้น หรือขยับส่วนที่เจ็บ เช่น ยืนไม่ได้ เดินไม่ได้ หรือยืดแขนตรงไม่ได้

*ถ้าประสบอุบัติเหตุรุนแรง กระดูกจะบิดเบี้ยวผิดรูป หรือโผล่ออกนอกผิวหนัง

*ได้ยินเสียง กระดูกหัก “แกร๊บ” อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การสังเกตด้วยตาเปล่าอาจระบุชัดเจนไม่ได้ว่ากระดูกหักหรือไม่ หากมีอาการบ่งชี้ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าสังเกตอาการของลูกหลังประสบอุบัติเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อจับสัญญาณผิดปกติได้ทันท่วงที

อ่าน วิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกกระดูกหัก หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม

วิธี เช็คสิทธิ์ประกันสังคม ง่ายๆ แต่ละมาตรา 33 39 40 ต่างกันอย่างไร?

แนะวิธี เช็คสิทธิ์ประกันสังคม ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม ทั้งข้อมูลยอดการส่งเงินสมทบ การขอเบิกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่างงาน ต้องทำยังไงบ้างมาดูกัน

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม มาตรา 33 39 40 ต่างกันอย่างไร?

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ ในทุกๆ เดือนจะต้องจ่าย ประกันสังคม ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ทางรัฐมอบให้แก่ลูกจ้าง โดยลูกจ้างและนายจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย โดยจะทำการหักเงินจากฐานเงินเดือน 5% สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน

ถือเป็นการสร้างหลักประกันสังคมในการดำรงชีวิตของสมาชิกที่มีรายได้ ในการคุ้มครองลูกจ้างจากการเจ็บป่วย ทั้งที่เกิดขึ้นจากการทำงานและนอกเหนือจากการทำงาน โดย “ผู้ประกันตน” (ลูกจ้างหรือพนักงาน) จะต้องเลือกสถานพยาบาลที่ตนเองสะดวก ซึ่งผู้ประกันตนได้รับการดูแลและการทดแทนรายได้ เช่น เมื่อผู้ประกันตนไปหาหมอเพื่อรักษาอาการป่วย ก็สามารถใช้สิทธิประกันสังคมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยสามารถใช้สิทธิเบิกได้ทั้งค่า รักษาพยาบาล การคลอดบุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีเสียชีวิต

คนทำงานหลายคนอาจจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดมากพอ รู้เพียงแต่ว่าในแต่ละเดือนเราต้องจ่ายค่าประกันสังคม แต่ไม่รู้ว่าทำไมเราต้องจ่าย แล้วเราจะได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากการจ่ายเงินในแต่ละเดือน บางครั้งคนทำงานหลายคนจะรู้สึกว่าการจ่ายเงินประกันสังคมเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะแทบจะไม่ได้ใช้สิทธิดังกล่าว การที่หลายคนคิดเช่นนั้น เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าเราจะได้ใช้สิทธิอะไรจากประกันสังคมบ้าง หากรู้แล้วก็จะเข้าใจระบบประกันสังคมได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ผู้ประกันตนมีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร

ทั้งนี้ทางกองทุนประกันสังคม จะแบ่งผู้ประกันตนออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

  • พนักงานเอกชนทั่วไป (มาตรา 33) ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี

  • เคยเป็นพนักงานแต่ลาออก (มาตรา 39) ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี

  • อาชีพอิสระ/แรงงานนอกระบบ (มาตรา 40) ได้รับความคุ้มครอง 3 หรือ 4 กรณี

เช็คสิทธิ์ประกันสังคม มาตรา 33 39 40 ต่างกันอย่างไร

แม้ว่าผู้ประกันตนแต่ละประเภทจะได้รับความคุ้มครองด้วยสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนเหมือนกัน เพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้เห็นความแตกต่างของผู้ประกันตนแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ลองมาดูข้อสรุปของสิทธิประโยชน์ คุณสมบัติของผู้ประกันตนว่ามีอะไรบ้าง

ผู้ประกันตนภาคบังคับ มาตรา 33

สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ผู้ประกันตนในกลุ่มนี้ คือ ลูกจ้าง “ผู้ซึ่งทํางานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง” หรือ พนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป … โดยมีสถานะเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องเป็นลูกจ้างที่ไม่ได้รับการยกเว้นตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 4 มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 60 ปี

ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน คิดเป็นสัดส่วนดังนี้ ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% + รัฐบาล 2.75% ของฐานเงินค่าจ้าง ขั้นต่ำตั้งแต่ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

สิทธิประโยชน์ ของผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี คือ

1.กรณีเจ็บป่วย
2.กรณีคลอดบุตร
3.กรณีทุพพลภาพ
4.กรณีตาย
5.กรณีสงเคราะห์บุตร
6. กรณีชราภาพ
7. กรณีว่างงาน

อ่านต่อ >> “วิธีเช็คสิทธิประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทำไมต้องผ่าคลอด ข้อบ่งชี้ที่แม่เลือกคลอดเองตามธรรมชาติไม่ได้!


ในปัจจุบันวิธีการผ่าคลอดก็ถือเป็นทางเลือกสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ต้องการฤกษ์วันคลอดแน่นอน และต้องการคลอดแบบชนิดที่ไม่ต้องมีอาการเจ็บปวดมาก จึงเป็นเหตุให้สถานการณ์การผ่าตัดคลอดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งโดยปกติการผ่าคลอดแพทย์มักจะกำหนดวันล่วงหน้า แต่ก็มีอีกหลายกรณีที่เป็นสัญญานเตือนว่า ทำไมต้องผ่าคลอด ข้อบ่งชี้ที่คุณแม่ไม่สามารถเลือกได้เองว่าจะขอคลอดลูกแบบธรรมชาติ

ทำไมต้องผ่าคลอด ข้อบ่งชี้ที่แม่เลือกคลอดเองตามธรรมชาติไม่ได้!

ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งเสริมให้เกิดการคลอดเองตามธรรมชาติก่อน และโดยปกติแพทย์จะแนะนำคุณแม่ตั้งครรภ์ให้คลอดปกติเองก่อน แต่ก็มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องผ่าคลอดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจคาดไม่ถึง ถ้าแพทย์มีความเห็นว่าการคลอดด้วยวิธีปกติจะทำให้คุณแม่หรือทารกในครรภ์มีความเสี่ยงมากเกินไป ก็จะแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัดคลอด

ผ่าตัดคลอดบุตร

กรณีเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์แม่

  • ลูกไม่กลับหัว หรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าขวาง, ท่าก้นออก ซึ่งถือเป็นท่าที่ผิดปกติในการคลอด เพราะการคลอดโดยธรรมชาติทารกจะต้องเอาศีรษะลง ดังนั้นการผ่าคลอดจึงเป็นวิธีเหมาะสมที่สุด
  • มีความผิดปกติของรก เช่น ภาวะรกเกาะต่ำขวางทางออกของทารก อาจจำเป็นต้องนอนพักบนเตียงเพื่อดูอาการ และเมื่อถึงกำหนดคลอดก็อาจต้องใช้การผ่าคลอด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด อาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวอาจทำให้เกิดเลือดออกและปวดที่บริเวณมดลูก อีกทั้งยังทำให้ทารกไม่ได้รับออกซิเจนจึงทำให้ต้องทำการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตทารกในครรภ์
  • มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องทำให้คลอดโดยเร็ว เช่น สายสะดือย้อย, สายสะดือพันคอ
  • มีภาวะผิดสัดส่วนระหว่างศีรษะทารกและอุ้งเชิงกราน ทารกในครรภ์มีขนาดศีรษะที่ใหญ่กว่ากระดูกเชิงกรานของแม่ ทำให้เด็กไม่สามารถลอดผ่านเชิงกรานแม่ออกมาได้ จึงต้องใช้การผ่าคลอด
  • ครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง ทารกอยู่ในภาวะวิกฤติ เสียงหัวใจลูกเต้นช้าผิดปกติ ภาวะความดันโลหิตสูง หรือมีการแตกของมดลูก
  • ทารกสำลักน้ำคร่ำ
  • มดลูกแตก คือแม่และทารกในครรภ์ขาดออกซิเจน จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดโดยด่วน
  • ภาวะความเครียดของทารกในครรภ์ ซึ่งมักจะเกิดจากการที่ทารกขาดออกซิเจนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ จำเป็นต้องผ่าคลอดเพื่อความปลอดภัย
  • ตั้งท้องแฝดหรือท้องแฝด 3 คนขึ้นไป ในบางกรณีที่มีลักษณะการกลับตัวของทารกไม่พร้อมสำหรับการคลอด หรือร่างกายคุณแม่ไม่พร้อมสำหรับการคลอดแบบธรรมชาติ ก็อาจต้องใช้การผ่าคลอดแทน

กรณีที่เกิดจากร่างกายของแม่ตั้งครรภ์

  • คุณแม่เคยผ่าคลอดมาก่อนหรือเคยผ่าตัดมดลูก โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อคุณแม่เคยผ่านการผ่าคลอดมาแล้ว การคลอดครั้งต่อไปก็อาจต้องใช้การผ่าคลอดเช่นกัน
  • มีการวินิจฉัยพบปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายต่อแม่ตั้งครรภ์หากทำวิธีคลอดแบบธรรมชาติเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งปากมดลูก ครรภ์เป็นพิษ มีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรงหรือมีความเจ็บป่วยอื่น เป็นต้น ซึ่งหากมีภาวะแทรกซ้อนก็จำเป็นต้องใช้วิธีผ่าคลอด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับทารกในครรภ์
  • ปากมดลูกไม่เปิด มีการคลอดที่เป็นไปได้ช้า มีแนวโน้มการคลอดลูกเองตามธรรมชาติไม่สำเร็จ
  • การติดเชื้อของแม่ เช่น ติดเชื้อไวรัส HIV โรคตับอักเสบ หรือมีการกำเริบของเริมที่อวัยวะเพศที่สามารถติดต่อสู่ลูกผ่านการคลอดทางช่องคลอด ก็จำเป็นต้องทำการผ่าคลอดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากแม่สู่ลูกที่อาจเป็นอันตรายต่อทารก
  • อุ้งเชิงกรานแคบผิดปกติหรือไม่ขยาย โดยปกติเมื่อครบกำหนดคลอดอุ้งเชิงกรานจะขยายออกเพื่อให้เด็กได้คลอดออกจากท้องแม่ แต่หากคุณแม่มีอุ้งเชิงกรานที่ผิดปกติหรืออุ้งเชิงกรานไม่ขยาย ก็จำเป็นต้องคลอดด้วยการผ่าตัดคลอดเท่านั้น

ทั้งนี้ข้อบ่งชี้บางข้อในแต่ละโรงพยาบาลอาจตั้งไว้ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการวินิจัยของคุณหมอ ความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือของแต่ละโรงพยาบาล โดยการผ่าคลอดนั้นแบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ แบบวางแผนล่วงหน้าและแบบฉุกเฉิน และมักเป็นตัวเลือกหลัง ๆ หากคุณแม่มีร่างกายที่แข็งแรงและสามารถคลอดด้วยวิธีธรรมชาติได้

อ่านต่อ เตรียมตัวอย่างไรเมื่อแม่ต้องผ่าคลอด คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ภรรยาที่ดี

นี่คือ 10 ลักษณะ “ภรรยาที่ดี” ที่สามีต้องการ!

ฝากให้คุณสามีทั้งหลายอ่าน! ผลวิจัยเผย ภรรยาที่ดี ต้องเป็นคนที่ชอบอารณ์เสีย ภรรยาขี้บ่น จะช่วยให้สามีสุขภาพดีขึ้น และอายุยืน ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไร ตามมาดูกัน!

วิจัยเผย! ภรรยาที่ดี ต้องเป็นคนที่ชอบอารณ์เสีย

มีผลการวิจัยเกี่ยวกับการปลดปล่อยอารมณ์โมโห เผยว่าการกระทำเช่นนี้จะช่วยให้คนคนนั้นมีสุขภาพดีขึ้นได้ โดยอธิบายว่า… เมื่อคนๆ หนึ่งโกรธ เขาจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น น่าจะเป็นเพราะกลไกทางอารมณ์ ที่ทำให้สมองเพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ๆ ออกไป จึงทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งก็สอดคล้องกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่บอกว่าการเป็นภรรยาขี้บ่น ขี้โมโห จู้จี้จุกจิก และชอบออกคำสั่งกับคุณสามี จะช่วยให้เขามีชีวิตยืนยาวกว่าปกติ และมีสุขภาพดีกว่าคนทั่วๆ ไป

โดยงานวิจัยนี้ ได้ทำการเก็บข้อมูลจากคู่รัก จำนวน 1,228 คู่ ที่มีอายุ 57 – 85 ปี ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อศึกษาว่า “ชีวิตคู่ที่ไม่มีความสุขนั้นมีผลต่อสุขภาพและช่วงอายุที่สั้นลงหรือไม่?”

ผลปรากฎว่าผลการวิจัยที่ออกมานั้น ตรงกันข้ามกับสิ่งที่หลายๆ คนคิดเป็นอย่างมาก โดยจากการเก็บข้อมูล พบว่า… สามีที่มีภรรยาที่เจ้ากี้เจ้าการ จู้จี้จุกจิก จะกลายเป็นคนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพน้อยกว่าหรือ หากมีอาการป่วย ก็จะมีโอกาสที่จะสามารถรักษาให้หายขาดได้มากกว่าอีกด้วย

Hui Liu หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า… “เป็นเรื่องจริงที่ภรรยาเหล่านี้ มักจะคอยจับตาดูสามีของตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพและหากสามีมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานที่ต้องตรวจสอบบ่อยครั้ง การมีภรรยาที่คอยห้ามหรือคอยบังคับให้ทำโน่นทำนี่ อารมณ์เสียใสเมื่อสามีทำตัวไม่ดี พวกเขาก็มักจะมีสุขภาพที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ และมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปอีกด้วย”

Must read >> 10 ข้อเช็คเลยเรื่องอะไรที่ สามีภรรยาทะเลาะกัน มากที่สุด

ภรรยาขี้บ่น ชอบโมโห ดีอย่างไร? ที่ดี

อาจเรียกได้ว่าการมีภรรยาที่ชอบอารมณ์เสีย เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งก็มีคำกล่าวที่คล้ายกันว่า .. การมองหาภรรยาต้องหาผู้หญิงที่ชอบ “อารมณ์เสีย วีนใส่” เพราะว่าผู้หญิงที่ไม่เคยอารมณ์เสีย หรือ วีนใส่ ก็เหมือน “น้ำเปล่า” แก้วหนึ่ง สามารถดับกระหายได้ แต่ไร้รสชาติ จืดชืด

ดังนั้นผู้หญิงที่มี “อารมณ์ฉุนเฉียว” ก็เปรียบเหมือนสุรา ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าจดจำ แต่ในความเป็นจริงนั้นแล้ว การที่เธออารมณ์เสียก็เพื่อตัวคุณสามีเอง เช่น เมื่อคุณมาสาย เธอจะโกรธคุณมาก นั่นเป็นเพราะเธอกังวลและเป็นห่วง กลัวว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นกับคุณอะไร

เมื่อคุณสามีไม่ดูแลตัวเอง ภรรยที่ดี ก็จะวีนใส่ นั่นเป็นเพราะเธอเป็นห่วงสุขภาพของคุณ หรือเมื่อคุณดื่มเธอจะอารมณ์เสีย เป็นเพราะเธอกังวลว่าจะไม่มีใครดูแลคุณ และกลัวว่าจะเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับคุณ นั่นก็คือการเป็นห่วงนั่นเอง

ซึ่งก็มีคุณผู้ชายหลายคนที่ฟังเสียงของภรรยาเป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านไป ภรรยาที่ดี จึงต้องอารมณ์เสีย และวีนใส่ นั่นก็เพื่อหวังว่าคุณสามีจะจดจำเรื่องเหล่านั้นไว้ในใจและตั้งใจทำมันอย่างจริงจัง ตลอดๆ

เชื่อได้เลยว่าจากที่กล่าวมาข้างต้น คุณสามีมักประพฤติตัวให้ภรรยาต้องบ่นกันเป็นส่วนใหญ่แน่นอน ซึ่งถ้าคุณสามีคนไหน ที่โดนภรรยาดุบ่อยๆ อย่าเพิ่งน้อยใจ เพราะหากเขาจุกจิกจู้จี้ เอาใจใส่ทุกเรื่องเป็นแม่ที่ดี ดูแลลูกและตัวคุณเป็นอย่างดี ก็ถือว่าคุณก็เป็นสามีที่โชคดีมากๆ

แต่อย่างไรก็ตามขอฝากไว้กับเหล่าภรรยาที่ดีทั้งหลายว่า การบังคับ หรือจู้จี้จุกจิกมากเกินไป ก็อาจจะส่งผลร้ายมากกว่าดี และทำให้อีกฝ่ายเกิดความเครียดสะสม จนอาจนำไปสู่การเลิกรากันได้ในที่สุด … แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น ภรรยาที่ดี ต้องทำตัวแบบไหน มีลักษณะอย่างไร เพื่อมัดใจให้สามีอยู่ในโอวาท หรือ รักกันไปตลอด ตามมาดู 10 คุณสมบัติทของ ภรรยาที่ดี ที่ควรมีเพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนยาวและมีความสุข กันค่ะ

อ่านต่อ >> “10 ลักษณะภรรยาที่ดี ที่สามีต้องการ” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ให้ลูกดูมือถือ

ให้ลูกดูมือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ ตอนกินข้าวช่วยให้กินง่ายจริงหรือ?

เตือนพ่อแม่!! ให้ลูกดูมือถือ แท็บเล็ต และโทรทัศน์ แม้จะช่วยดึงความสนใจของลูกน้อยให้อยู่บนหน้าจอตอนกินข้าว เพื่อไม่ไปวิ่งเล่นที่ไหน .. แต่การกระทำแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด!

ไม่ควร ให้ลูกดูมือถือ
หรือ แท็บเล็ต-ทีวี ระหว่างกินข้าว เพราะอะไร?

คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่กำลังเลี้ยงลูกแบบนี้อ่านด่วน … หากคุณชอบ ให้ลูกดูมือถือ หรือ ทีวี ตอนกินข้าว เพื่อหวังให้ลูกอยู่นิ่่งและกินข้าวง่ายขึ้น คุณกำลังคิดผิด!! โดยเรื่องนี้ นพ. พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช … ได้ให้คำแนะนำว่า

1. โฆษณาอาหารและเกม

หากตอนที่ลูกกำลังกินข้าว แล้ว เจอโฆษณาอาหาร หรือเกม ก็อาจเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้เด็กไม่อยากกินหรือไม่สนใจอาหารที่กินอยู่ แต่กลับอยากกินขนมอย่างอื่นที่เห็นในโทรทัศน์หรืออยากเล่นเกมแทนนั่นเอง

2. ทำให้เด็กกินข้าวช้า

เพราะมัวแต่สนใจโทรทัศน์ หรือติดรายการในยูทูป ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการเวลาให้ลูกได้ ขณะที่กำลังกินข้าว

3. ทำให้เด็กไม่รู้จักทำอะไรทีละอย่าง

เมื่อลูกกำลังกินข้าว พร้อมดูมือถือ หรือ โทรทัศน์ไปด้วย ก็จะทำให้ลูกไม่มีสมาธิกับสิ่งที่ตัวเองทำในขณะนั้น หรืออาจทำให้ลูกน้อยรู้สึกเพลินจนไม่ยอมกินเอง

 

Must read >> แก้ปัญหาโลกแตก ลูกกินข้าวยาก ลูกกินข้าวน้อย กันดีกว่า!

Must read >> 11 เทคนิคแก้ปัญหา ลูกกินยาก อมข้าว

 

ให้ลูกดูมือถือ กินข้าว ลูกติดแท็บเล็ต

“วิธีแก้ปัญหาลูกติดมือถือ ติดโทรทัศน์ ระหว่างกินข้าว”

ทั้งนี้คุณหมอยังฝากบอกกับ ทีมแม่ ABK อีกว่า “ปัญหาลูกติดสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ระหว่างรับประทานอาหาร สามารถแก้ไขได้จริง” โดยทำตามที่หมอแนะนำง่ายๆ ดังนี้…

1. แก้ไขได้ เริ่มที่ใจพ่อแม่

การแก้ไขพฤติกรรมของลูกต้องเริ่มต้นที่คุณพ่อคุณแม่ค่ะ คุณหมอพงษ์ศักดิ์แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจมั่นว่า ‘ฉันอยากจะเปลี่ยน’ “ทุกเรื่องที่พ่อแม่เห็นความสำคัญและมีความตั้งใจจริง พ่อแม่ทำได้แน่นอนครับ”

ให้ลูกดูมือถือ กินข้าว ลูกติดแท็บเล็ต

อ่านต่อ >> “วิธีแก้ปัญหาลูกติดมือถือ
ติดโทรทัศน์ ระหว่างกินข้าว” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

“ครูคิดบวก เด็กก็คิดดี” ที่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

การลงทุนเรื่องการศึกษาให้กับบุตรหลาน เป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวปรารถนาอย่างมากที่จะให้ลูกๆ ได้เรียนในโรงเรียนชั้นนำที่มีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะกับโรงเรียนนานาชาติ และนี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส โรงเรียนนานาชาติที่เขาว่ามีคุณครูคิดบวก และเด็กนักเรียนก็คิดดีกันทุกคนค่ะ

 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส ทำไมต้องที่นี่…

ความสุขของคนเป็นแม่คือ การเห็นลูกๆ มีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีที่โรงเรียน ความภูมิใจของคุณพฤษพร บวรอุดมวงศ์ คุณแม่ของน้องแอ๊ม และน้องฌอน นักเรียนโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส หลังจากได้เห็นถึงพัฒนาการด้านการเรียนของลูกๆ หลังจากที่เข้าเรียนในแคมปัสใหม่ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมเป็นปีที่ 2

“โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ที่ดีมากค่ะ เด็กๆ ชอบเทคโนโลยีดิจิทัลและกีฬามาก แม้ว่าตอนนี้น้องฌอนจะอายุเพียง 5 ขวบ แต่ก็สามารถใช้โปรแกรมการนำเสนองาน (PowerPoint) เป็นแล้ว ส่วนน้องแอ๊มลูกชายคนโตมาสนใจเรื่องกีฬาฟุตบอล ว่ายน้ำ และเรียนไวโอลิน เพราะทางโรงเรียนได้เปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้เข้าร่วมแข่งขันและแสดงความสามารถทางดนตรี โดยมีครูคอยให้กำลังใจและส่งเสริมอยู่เสมอ สำหรับคุณแม่แล้วเป็นการแสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ มีความสำคัญไม่ต่างจากผลสัมฤทธิ์ที่ได้ practice makes perfect ตราบใดที่เราใฝ่รู้ ความสามารถนั้นก็ติดตัวเรา”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

บทบาทของครูผู้สอนส่งผลต่อการเรียนรู้และพัฒนาของเด็กๆ อย่างไรบ้างคะ

คุณภาพของครูผู้สอนจากอังกฤษก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ตัดสินใจให้น้องๆ มาเรียนที่โชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส “คุณแม่ชอบบุคลากรของโรงเรียนที่คัดสรรอย่างมีคุณภาพจริงๆ พอได้ครูที่คิดบวก มีทักษะและเทคนิคการเรียนการสอน และสามารถถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เก่ง พลังบวกมันส่งไปถึงเด็กๆ กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ ไม่รู้สึกต่อต้านหรือโดนบังคับ ก่อให้เกิดการพยายามในตัวเด็ก อยากทำ อยากเรียนออกมาให้ดีที่สุด”

ความมุ่งมั่น ทุ่มเท ของคุณครูนำไปสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ ซึ่งคุณครูใหญ่ยังเป็นผู้คัดสรรครูผู้สอนที่เก่งและมี คุณธรรมในหัวใจอีกด้วย “เด็กชอบคุณครูมาก คุณครูใจดี ฟังความคิดเห็นเด็กๆ เวลาเด็กๆ มีปัญหา ครูก็มีแนะทางแก้ไขให้  เช่น สอบถามความเห็นเด็กทีละคน แล้วค่อยเรียกมาคุยด้วยกันอีกที เพื่อสร้างและประสานความเข้าใจให้แก่เด็ก”

 

คุณแม่บอกว่าชอบกิจกรรม Come Dine with Me เล่าให้ฟังได้ไหมคะ คืออะไร ?

การมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ปกครองกับคุณครู ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนการสอนของโรงเรียน โดยคุณครู และคณะผู้บริหารได้กำหนดนัดประชุมกับผู้ปกครองเพื่อแจ้งความคืบหน้าของการเรียนการสอนเป็นระยะๆ “มันเป็นอะไรที่ สร้างภาพไม่ได้”  คุณแม่พฤษพรเผย “ครูสามารถอธิบายจุดแข็งจุดอ่อนเกี่ยวกับลูกเราชัดเจน แสดงถึงความใส่ใจของครูต่อเด็กๆ ในแต่ละห้องเรียน”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

หลังจากโรงเรียนเปิดได้ราว 2 ปี ครอบครัวโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัสก็อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ “ความไว้วางใจก่อเกิดสิ่งดีๆ ตามมา” คุณแม่พฤษพรเสริม “ความเข้าอกเข้าใจคนเป็นพ่อแม่ของคุณครูใหญ่และบุคลากรที่นี่ ทำให้ครอบครัวโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส เป็นสังคมที่เรียบง่าย สบายๆ ผู้ปกครองที่นี่ก็น่ารักกันทุกคน มีการร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดอยู่กันแบบเพื่อน พี่น้องนานาชาติ”

“ในฐานะผู้ปกครอง ชอบที่โรงเรียนมีกิจกรรมมากมายที่ให้ผู้ปกครองได้ใกล้ชิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของลูกที่โรงเรียน เช่น กิจกรรม Come Dine with Me ที่ให้ไปทานข้าวกับลูก 1 วัน ในโรงอาหาร คือชอบมาก”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

คุณแม่พฤษพรภูมิใจมากกับพัฒนาการทางด้านภาษาของน้องๆ “ลูกคนเล็ก พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก สำเนียงดี ได้สำเนียงเจ้าของภาษาชัดเจนทีเดียว ใช้ศัพท์ที่ยากเกินกว่าวัยของน้องและพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนภาษาไทยและภาษาจีน ก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

เมื่อเห็นลูกๆ มีความสุขที่ได้มาโรงเรียน คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ชื่นใจ “น้องๆ สนุกไปกับการเรียน ไม่เครียด” คุณแม่พฤษพร สรุปให้ฟังว่า “การเรียนการสอนที่นี่ไม่ได้เน้นท่องจำ แบบนกแก้วนกขุนทอง โชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ ผ่านกิจกรรม เข้าใจในหลักการ เหตุและผล พอโตขึ้น โรงเรียนก็วางแนวทางปูความพร้อมให้เด็กเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมดีๆ อย่างโชรส์เบอรี ริเวอร์ไซด์ หรือใช้สอบเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยดีๆ ในต่างประเทศ”

เห็นรอยยิ้มของคุณแม่ และเด็กๆ แล้ว ก็มั่นใจเลยว่า “โชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส” แห่งนี้เป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยศักยภาพของบุคลากร และสภาพแวดล้อมที่ดี พร้อมจะพาเด็กๆ ทุกคนเติบโตขึ้นไป สามารถต่อยอดทางการศึกษา มีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอนค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจแนวการเรียนการสอนที่เน้นส่งเสริมพัฒนาการและศักยภาพอย่างรอบด้านอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนโชรส์เบอรี สามารถลงทะเบียนเพื่อเยี่ยมชมโรงเรียนออนไลน์ได้ที่นี่

อย่าลืมกดติดตามเพจโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส @SHBcitycampus บน Facebook  Instagram  และ Twitter  เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลข่าวสารดีๆ นะคะ

​​

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี ซิตี้ แคมปัส

 

เด็ก 1 เดือนติดโควิด-19

เด็ก 1 เดือนติดโควิด-19 เพราะพ่อแม่เปิดบ้านสังสรรค์กับเพื่อน

อัพเดทข่าว เด็ก 1 เดือนติดโควิด-19 จากแม่ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ซึ่งเป็นรายที่ 6 ของระยอง และนับเป็นเคสเด็กติดเชื้อที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ขณะนี้อาการน้องดีขึ้นแล้ว แต่ผลตรวจโควิด-19 ยังคงพบเชื้ออยู่

โดยในเบื้องต้นมีรายงานว่า หนูน้อยรายนี้ ติดเชื้อโควิด-19 มาจากพ่อและแม่ที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งพ่อและแม่เด็กมีไข้จึงไปตรวจจนพบเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้พ่อแม่ของเด็กต้องเข้ารักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร และได้แจ้งให้ตากับยายของเด็กที่อยู่จังหวัดระยองมารับเด็กไปดูแลที่ระยอง ต่อมาพบว่าเด็กมีไข้ ตัวร้อน ตาและยายจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลบ้านฉาง ผลตรวจยืนยัน พบว่าหนูน้อยเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกับพ่อแม่ และได้ส่งตัวเด็กไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร

พร้อมกันนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองได้ส่งทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ไปเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัสกับเด็ก มีจำนวน 3 ราย คือ ตา ยาย และน้าของเด็ก ได้สั่งกักตัว 14 วัน และตรวจวัดไข้ทุกวัน

เผยสาเหตุ เด็ก 1 เดือนติดโควิด-19 ได้อย่างไร

เด็ก 1 เดือน ระยอง
ภาพจาก เฟซบุ๊ค  สาธิต ปิตุเตชะ

ไม่นานนี้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้เดินทางเข้าเยี่ยมหนูน้อย เด็ก 1 เดือนติดโควิด-19 ที่ยังรักษาตัวอยู่ พร้อมเผยสาเหตุที่ทำให้หนูน้อยติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ว่าติดจากการที่พ่อแม่ของหนูน้อยได้สังสรรค์กินเลี้ยงกันที่บ้านกับเพื่อนๆ

พร้อมระบุว่า “ร.พ.ระยอง แจ้งว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อ 6 คน 5 คนหายกลับบ้านหมดแล้ว เหลือ เด็กน้อย วัยเพียง 1 เดือน อีก 1 คน แต่มารักษาที่ ร.พ. บำราศนราดูร ผมเลย แวะไปเยี่ยม เด็กน้อย อายุ 1 เดือน 17 วัน ที่เพิ่งติดโควิด-19

ทาง รพ. รับ Refer จากรพ.บ้านฉางจังหวัด ระยอง ตรวจคุณพ่อคุณแม่ พบป่วย covid-19 (จากการสังสรรค์กินเลี้ยงกันที่บ้านกับเพื่อนๆ) อาการของน้อง ค่อนข้างดี หายใจไม่เหนื่อยหอบ ไม่มีไข้

รับประทานนมได้ดี ปัจจุบัน ผลตรวจ covid-19 ยังคงพบเชื้ออยู่ คุณพ่อตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว แต่คุณแม่ยัง Admit อยู่ ครับ

น้องน่ารัก มากกกก มากก ครับ อาการไม่มีปัญหาครับ สบายใจได้ อีกไม่นาน คงกลับบ้านได้เหมือนพ่อครับระยองเรา สุดยอด รักษา ตัวเองต่อไปครับ อย่าประมาท รักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากเมื่อไปที่เสี่ยงครับ”

ทำไมการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จึงเป็นสิ่งสำคัญ

จากโรคระบาดที่เกิดขึ้น เพิ่มความรุนเเรงขึ้นทุกวัน ซึ่งทางรัฐบาลได้ออกมาตรการให้ประชาชน เว้นระยะห่าง Social Distancing ห่าง 2 เมตร เนื่องจากละอองฝอยกระจายได้ไกล 1-2 เมตร โดยขอให้ทุกคนอยู่บ้าน งดการรวมตัวกัน เพราะหากติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ อาจแพร่เชื้อให้กันโดยไม่รู้ตัว และนั่นจะยิ่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงขึ้นเรื่อยๆ

เว้นระยะห่างทางสังคม

สิ่งที่ทุกคนควรปฎิบัติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อคือ

  • การทำงานอยู่บ้าน หรือ Work From Home ลดโอกาสติดเเละเเพร่เชื้อ โดยใช้การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตเเทน เช่น การส่งงานทางเมล หรือส่งทางไลน์เเทน
  • สำหรับคู่รัก ส่งเป็นสติ๊กเกอร์เเทน ก็สามารถเเสดงถึงความรักได้ เว้นระยะห่างไม่ใช่เเค่ป้องกันติดเชื้อ เเต่ถ้าคิดไปทางที่ดีเรายังได้เว้น ระยะเพื่อมีความคิดถึงกันได้เช่นกัน
  • สำหรับคนที่มีความจำเป็นที่ต้องไปทำงาน ที่ทำงานหรือองค์กรต้องมีการปรับการทำงานหรือการนั่งหรือวิธีการทำโดย มีการจัดเเบ่งพื้นให้ชัดเจน
  • มารยาททางสังคม การใส่เเมสสทุกครั้งที่ต้องออกไปข้างนอกหรือ เดินทาง หรือทำงาน เเละต้องเว้นระยะห่าง 2 เมตร เราต้องช่วยกันเพื่อเชื้อไวรัสนี้มันหายไป
รักษาระยะห่าง
รักษาระยะห่าง

ส่วนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้คำแนะนำ 7 วิธีเว้นระยะห่างทางสังคม ดังนี้

  1. ยืน-นั่ง ห่างกัน 1.5-2 เมตร
  2. งดการรวมตัวกันในถานที่ทำงาน สถานศึกษา ส สถานบันเทิง
  3. รับประทานอาหารที่เป็นชุดสำหรับคนเดียว หลีกเลี่ยงการร่วมสำรับกับผู้อื่น
  4. เปลี่ยนระบบการทำธุรกิจ โดยใช้ทางออนไลน์ และโทรศัพท์เป็นหลัก หรือปรับเวลาการมาทำงานให้ยืดหยุ่น
  5. หลีกเลี่ยงการจัดประชุมใหญ่ที่มีการรวมคนจำนวนมาก
  6. อ่านหนังสือแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือแบบออนไลน์แทน การยืมหนังสือห้องสมุด
  7. เน้นการเดินขึ้น-ลงบันได แทนการใช้ลิฟต์
social distance
social distancing

 

ที่มา mcot.net, nationtv.tv

ภาพจาก เฟซบุ๊ค  สาธิต ปิตุเตชะ

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

8 วิธีรับมือไวรัสโคโรน่า COVID-19 ฉบับพ่อแม่ที่มีลูกเล็กโดยเฉพาะ!

ข้อควรปฏิบัติ! เมื่อต้อง พาลูกไปโรงพยาบาล ช่วงโควิด-19 ระบาด

หมอเผย 4 เหตุผลสำคัญ ทำไมต้อง เลื่อนเปิดเทอม เป็น 1 ก.ค.63

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

บทเรียนออนไลน์

รวมสื่อ บทเรียนออนไลน์ ป.1-ป.6 เสริมความรู้ให้ลูกในช่วงปิดเทอมยาวๆ

ในช่วงที่ลูกต้องรอเปิดเทอมไปอีกหลายเดือน นอกจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ให้ลูกได้ทำได้เล่นเพื่อเสริมพัฒนาการแล้ว บทเรียนออนไลน์ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่จะช่วยเสริมความรู้ให้ลูกได้เช่นกันนะคะ

รวมสื่อ บทเรียนออนไลน์ ป.1-ป.6 เสริมความรู้ให้ลูกในช่วงปิดเทอมยาวๆ

บทเรียนออนไลน์หรือที่เรียกกว่า E-Learning คือสื่อที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้สอนผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  ที่จะมีทั้งหลักสูตร คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ เนื้อหา แบบทดสอบ แบบฝึกทักษะ เพื่อให้เด็ก ๆ ตามแต่ละช่วงวัยได้ศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง ในเมื่อต้องหยุดอยู่บ้านเรามาเติมความรู้ให้กับลูกไม่ให้หยุดนิ่งกันค่ะ

สื่อบทเรียนออนไลน์ ป.1

>> คณิตศาสตร์ ป.1 <<

  • ทบทวน 0-9

  • จำนวนนับ 10

  • จำนวน 3 และจำนวน 4

  • ค่าของเลขโดดในหลักสิบและหลักหน่วย

  • การเปรียบเทียบจำนวน

  • จำนวนนับ 11 ถึง 20

  • จำนวนนับ 10,20,30,…….100

  • การบวกจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลัก (ไม่มีการทด)

  • การบวกจำนวนสองหลักกับจำนวนหนึ่งหลัก

  • โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ตอนที่ 1

  • โจทย์ปัญหาการบวก

  • การลบ

  • โจทย์ปัญหาการลบ

  • การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 9 ตอนที่ 1

  • การลบจำนวนที่มีสองหลัก กับจำนวนที่มีหนึ่งหลัก

  • การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 9 ตอนที่ 3

  • การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการลบ ตอนที่ 1

  • ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ

>> ภาษาไทย ป.1 <<

  • พยัญชนะอักษรต่ำ สระ และวรรณยุกต์

  • พยัญชนะและสระ

  • การอ่านแจกลูก สะกดคำ สระอะ สระอิ

  • ทักษะการเขียนสระ

  • การแจกลูก สะกดคำ สระอา

  • การสะกดคำ 2 พยางค์

  • ทบกวนการสะกดคำ

  • คำที่มีตัวสะกดใน มาตราแม่กม มาตราแม่เกย และมาตราแม่เกอว

  • การสะกดคำที่มากกว่า 1 พยางค์

  • การสะกดคำมาตราแม่กบ

  • การผันวรรณยุกต์อักษรกลาง

  • ทักษะภาษาด้านการฟัง การพูด และการอ่านวรรณยุกต์ไทย

  • เพื่อนรัก เพื่อนเล่น (รู้จักคำ นำเรื่อง)

  • ช้างน้อยน่ารัก

  • ใบโบก ใบบัว

>> ภาษาอังกฤษ ป.1 <<

  • ABC Song

  • The English Alphabet

  • Hello

  • How are you?

  • Good morning

  • รู้จักสัตว์

อ่านต่อ สื่อบทเรียนออนไลน์ ป.2 คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

CQ

6 เคล็ดลับเสริมลูกให้ “ฉลาดคิดสร้างสรรค์” มี CQ ดี อนาคตดี

ทำไมความคิดสร้างสรรค์ถึงมีความสำคัญ?

CQ หรือ Creativity Quotient คือความฉลาดในการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ มีจินตนาการ และความคิดยึดหยุ่น คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกมีทักษะทาง “CQ” ที่ดี พัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นให้ลูกได้คิดนอกกรอบ และส่งผลต่อความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตได้

ซึ่งความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ คือหนึ่งในศักยภาพความฉลาดที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ความฉลาดของ Q ตัวนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มให้ลูกได้ด้วยการสนับสนุนให้ลูกได้เล่น ได้คิดนอกกรอบ ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น งานศิลปะ การประดิษฐ์สิ่งของ ดนตรี การเล่านิทาน ฯลฯ เนื่องจากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกมีความฉลาดในการแก้ปัญหา (AQ) ที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับการคิดนอกกรอบ ค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาใหม่ เพื่อสร้างคำตอบใหม่ ๆ ขึ้นมาได้

เด็กที่มีความฉลาดในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะมีโอกาสประสบความสำเร็จใจด้านการเรียนและในการทำงาน เพราะทุกวันนี้ไม่เพียงแต่ศิลปิน นักออกแบบ หรือนักเขียนเท่านั้นที่จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นเพื่อประสบความสำเร็จและส่งผลต่อความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการความฉลาดในด้านนี้ให้เจ้าตัวเล็กด้วยวิธีง่าย ๆ มาดูกัน

6 เคล็ดลับเสริมลูกให้ “ฉลาดคิดสร้างสรรค์” มี CQ ดี อนาคตดี

CQ (Creativity Quotient)

1.ให้ลูกได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่หลากหลาย

การได้ลองทำกิจกรรมที่หลากหลายจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ และเกิดกระบวนการคิดสร้างสรรค์ในการทำหลากหลาย รวมถึงได้มองเห็นสิ่งที่ตัวเองสนใจและรู้ว่าตัวเองชอบหรือถนัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากขึ้น

creativity quotient

2.ให้โอกาสลูกได้ลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

เปิดโอกาสให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด เพื่อเสริมสร้างจินตนาการ เช่น การวาดรูป เล่นดนตรี เล่นกีฬา การเต้น การแสดงบนเวทีต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องวิชาการ เป็นต้น พร้อมกับให้การสนับสนุน ชมเชยกับความพยายามหรือความสำเร็จ ให้กำลังใจในยามท้อแท้ โดยไม่วิจารณ์หรือเปรียบเทียบผลงานลูกกับคนอื่น เพื่อไม่เป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกอีกทางหนึ่งได้

ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์

3.ส่งเสริมให้ลูกเขียนบันทึกประจำวัน

ข้อดีของการให้ลูกได้เขียนบันทึกหรือไดอารี่ประจำวัน จะทำให้ลูกได้รู้จักรวบรวมความคิด การลำดับเรื่องราวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และสื่อความรู้สึกออกมาด้วยการเขียนที่ไร้ขีดจำกัด เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การเขียนยังมีส่วนช่วยในเรื่องของภาษา ได้ฝึกทักษะการเขียน ได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ ๆ มีคลังคำในสมองเพิ่มเติม ทำให้รู้จักใช้คำพูดในการสื่อสาร และส่งเสริมให้เป็นเด็กรักการอ่านอีกด้วย

ความคิดสร้างสรรค์

4.ชวนลูกให้อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือหรือนิทานเป็นกิจกรรมที่สร้างทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการอ่านของเด็ก ๆ ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นการอ่านหนังสือในช่วงเวลาสั้น ๆ 15-20 นาที แต่ก็เปิดโลกจินตนาการอีกใบให้ลูกได้ ผลลัพธ์จากการได้อ่านหนังสือ จะช่วยให้สมองของลูกมีวงจรประสาทนับล้านที่เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึง เกิดการกระตุ้นวงจรประสาทในสมองให้ทำงาน กระบวนการนี้สมองของเด็กจะพัฒนาความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค มีจินตนาการที่มากมายไร้ขีดจำกัด มีผลต่อทักษะการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ และทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย นอกจากการการอ่านหนังสือตามสิ่งที่ลูกสนใจ หลังอ่านเสร็จแล้วกระตุ้นให้ลูกได้คิดโดยการเปิดโอกาสให้ถามหรือคุณพ่อคุณแม่ลองตั้งคำถาม เพื่อให้ลูกค้นหาข้อสงสัย และแสดงความคิดเห็น ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ลูกได้มี CQ เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

บทความแนะนำ นี่แหละ! 8 งานอดิเรกที่มีประโยชน์ และดีต่อลูก ช่วยให้สมองไบรท์ ทำให้มีความสุข

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

5.พาลูกเปิดโลกกว้างตามแหล่งเรียนรู้ต่างๆ

ปัจจุบันนี้มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เสริมพัฒนาการ ได้ความรู้ และสร้างจินตนาการให้เด็ก ๆ ออกไปเปิดโลกกว้างและได้เรียนรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โครงการพระราชดำริ ฯลฯ ที่ถูกเติมเต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเหล่านักคิดและนักสร้างสรรค์รวมถึงชาวบ้านในชุมชน ซึ่งการพาลูกเที่ยวนอกบ้าน ถือเป็นประสบการณ์ที่ให้ลูกได้ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ จากความเคยชินเดิม ๆ และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปต่อยอด สร้างสรรค์สิ่งใหม่ต่อไป ยิ่งมีวัตถุดิบหลากหลายมากเท่าไรก็ยิ่งคิดสร้างสรรค์ต่อยอดได้มากขึ้นไปเท่านั้น

คิดสร้างสรรค์

6.ให้ลูกได้เล่น

การมี CQ นั้นจะสัมพันธ์กับเรื่องการเล่น ถ้าให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระตามความชอบและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการให้เหมาะกับวัย เช่น การทำงานศิลปะ เล่นของเล่นธรรมชาติ ของเล่นเสริมพัมนาการ การประดิษฐ์ กิจกรรม กีฬาต่าง ๆ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเล่นคนเดียว เล่นกับเพื่อน เล่นกับพ่อแม่ การเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำโดยไม่เอากรอบความคิดพ่อแม่ไปปิดกั้น ก็จะช่วยกระตุ้นให้ลูกก็มีความคิดสร้างสรรค์เป็นความฉลาดที่จะต่อยอดสู่พัฒนาการด้านอื่น ๆ ของลูกได้

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.brainten10.com, www.becomeawritertoday.com

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจอื่นๆ :

“ยิ่งเล่น ยิ่งฉลาด “ พัฒนา PQ (Play Quotient) สร้างลูกให้ฉลาดแข็งแรงจากการเล่นแสนสนุก

8 วิธีเลี้ยงลูก ให้มี OQ (Optimist Quotient) ฉลาดมองโลกในแง่ดี ส่งผลดีต่อชีวิต

สร้างลูกให้มี SQ (Social Quotient) ไม่ก้าวร้าว ไม่เอาเปรียบ ส่งผลต่อความสำเร็จในชีวิตอย่างมีความสุข

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ชื่อเกาหลี

250 ชื่อเกาหลี ความหมายดีพร้อมคำอ่าน มีครบทั้งลูกสาว-ลูกชาย

รวมชื่อภาษาเกาหลี ชื่อเกาหลี ความหมายดีๆ 250 ชื่อ พร้อมคำอ่าน สำหรับตั้งให้ทั้งลูกสาว และ ลูกชาย คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนอยากตั้งชื่อลูกเป็น ภาษาเกาหลี ทีมแม่ ABK รวบรวมมาให้แล้ว

ไอเดียตั้งชื่อลูก ชื่อเกาหลี พร้อมคำอ่าน และความหมายดีๆ

อันยอง!! ~ ซารางเฮ!! ~ เรียกได้ว่าสังคมไทยปัจจุบันนี้กระแสแฟชั่นความนิยมของ “เกาหลี” ในบ้านเรา ก็ยังคงฮอตฮิตและอินเทรนด์อยู่ไม่จาง โดยเฉพาะเพลงและซีรีย์เกาหลีปังๆ สุดฮิต ที่มีอปป้า หน้าตาดีอยู่มากมาย ก็กำลังมาแรง หลายเรื่อง ซึ่งก็อาจทำให้คุณแม่ท้องที่เป็นคอซีรีย์อดใจไม่ไหว อยากตั้งชื่อลูก เป็น ชื่อเกาหลี

และสำหรับบ้านไหนที่เป็นลูกครึ่งเกาหลี แล้วกำลังมองหาไอเดียตั้งชื่อลูกภาษาเกาหลี ที่มีความหมายดีๆ น่ารักๆ แถมยังเข้ากับยุคสมัยตอนนี้ ต้องห้ามพลาดบทความนี้เลยค่ะ … ทีมแม่ ABK ได้รวบรวม ชื่อเกาหลี พร้อมคำแปล ความหมายดีๆและคำอ่าน ทั้งผู้หญิงผู้ชายมาให้ หากบ้านไหนสนใจ ชื่อเกาหลี อยากตั้งให้กับเจ้าตัวเล็ก ก็สามารถดูเป็นไอเดีย แล้วนำไปใช้ตั้งชื่อลูกสาว ลูกชาย ของตัวเองกันได้เลยนะคะ ว่าแต่จะมี ชื่อเกาหลี อะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับ ชื่อเกาหลี ที่ทีมแม่ ABK รวบรวมมาให้นั้น จะเป็นคำอ่านที่ให้เป็นการออกเสียงเมื่อมีการออกเสียงชื่อนามสกุลข้างหน้าด้วย โดยนามสกุลของชาวเกาหลี  เช่น 이(อี),김(คิม), 강(คัง), 박(พัค), 최(ชเว), 조(โช), 한(ฮัน),임(อิม), 문(มุน), 유(ยู), 은(อึน), 소(โซ), 고(โค), 장(ชัง), 송(ซง), 윤(ยูน), 신(ชิน), 류(รยู), 서(ซอ), 남(นัม), 배(แพ) , 안(อัน), 심(ชิม), 하(ฮา), ชี(지), 오(โอ), 백 (แพค), 손 (ซน) ฯลฯ

ซึ่งชาวเกาหลีส่วนใหญ่จะมีชื่อ สกุลจำกัดอยู่ในไม่กี่กลุ่มชื่อ เพราะนามสกุลของเกาหลีนั้นในปัจจุบันมีใช้แค่ประมาณ 250 คำเท่านั้น และแม้จะมีนามสกุลเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นญาติกันเสมอไป โดยชื่อเต็มของชาวเกาหลีจะประกอบด้วย ชื่อสกุล 1 พยางค์และชื่อหน้า 2 พยางค์ ชื่อสกุลจะเขียนก่อน ซึ่งความหมายของชื่อสกุลต่างๆ ทุกสกุลก็มีความหมายด้วย เพราะเป็นคำภาษาเกาหลีที่มีที่มาจากภาษาจีน จึงสามารถเขียนด้วยตัวอักษร “ฮันจา” จึงช่วยทำให้รู้ถึงความหมายของชื่อได้ โดยนามสกุลที่มีชาวเกาหลีนิยมใช้กันมาก เช่น

김 金 Kim (คิม) แปลว่า ทองคำ , 이 李 Lee (อี) แปลว่า ต้นพลัม/สิ่งที่วิเศษ , 박 朴 Park (พัค) แปลว่า เรียบง่าย , 최 崔 Choi (ชเว),  แปลว่า สูง เหนือ และ 정 鄭 Jeong (จอง หรือ ชอง) แปลว่า ชื่อที่ได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิสมัยก่อนของจังหวัดเฮนาน โดยนอกจากห้าชื่อสกุลดังที่มีพยางค์เดียวซึ่งมีผู้ใช้ร่วม 20 ล้านคนแล้ว นามสกุลเกาหลีก็ยังมีแบบที่เป็นสองพยางค์อีกด้วย แต่มีแค่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก www.facebook.com/edupaclemonde

โดย ชื่อเกาหลี ต่อไปนี้ จะใช้ พยัญชนะ (자음) ภาษาเกาหลี (한국어) ที่อ่านออกเสียง ดังต่อไปนี้

  • ㄱ (คียอก) เสียง ค, ก
  • ㄴ (นีอึน) เสียง น
  • ㄷ (ทีกึด) เสียง ท, ด
  • ㅁ (มีอึม) เสียง ม
  • ㅂ (พีอึบ) เสียง พ, บ
  • ㅅ (ชีอด) เสียง ซ
  • ㅇ (อีอึง) เสียง ไม่มีเสียง
  • ㅈ (ชีอึด) เสียง ช, จ
  • ㅊ (ชีอึด) เสียง ช’
  • ㅌ (ทีอึด) เสียง ท’
  • ㅍ (พีอึบ) เสียง พ’
  • ㅎ (ฮีอึด) เสียง ฮ’

รวม ชื่อเกาหลี ชื่อลูกชาย
ชื่อภาษาเกาหลี
พร้อมคำอ่าน และความหมายดีๆ

ในวงเล็บคือตัวอักษรฮันจา (*ฮันจา = ตัวอักษรที่ยืมมาจากภาษาจีน แต่ออกเสียงเป็นภาษาเกาหลี คล้ายคันจิของญี่ปุ่น)

ชื่อเกาหลี ผู้ชาย คำอ่าน ความหมาย
강유 (剛柔) กัง-ยู ความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน
강자 (强者) กัง-จา คนแข็งแกร่ง มีพลัง
고요 โก-โย ความสงบนิ่ง ความเงียบ ความราบรื่น
고조

 

โก-โจ เวลาน้ำขึ้นสูง สุดยอด จุดสำคัญ ตอนที่น่าทึ่งที่สุด ความตื่นเต้น ไคลแม็กซ์
거성 (巨星) กอ-ซอง ดาวดวงใหญ่ บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ บุคคลผู้มีชื่อเสียง
구름 กู-รึม เมฆ
궁수 (弓手) กุง-ซู นักธนู
구원 (久遠) กู-วอน นิรันดร กัลปาวสาน กาลนาน
기재 (奇才) กี-แจ อัจฉริยบุคคล ผู้มีความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์
기연 กี-ยอน โชคชะตาแปลกประหลาด ความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง
기예 (氣銳) กี-เย หนุ่มแน่นและมีพลัง แข็งขัน ห้าวหาญ
기운

 

กี-อุน เรี่ยวแรง พละกำลัง มีชีวิตชีวา แข็งแรง กระปรี้กระเปร่า โชค วาสนา โอกาส
기율

 

กี-ยุล วินัย ระเบียบ
대성(大成) แด-ซอง ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่, นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
대운 (大運) แด-อุน เคราะห์ดี, โชคดี
대은 (大恩) แด-อึน เป็นบุญคุณใหญ่หลวง
만자 (卍字) มัน-จา เครื่องหมายแห่งความโชคดี
만종 (晩鍾) มัน-จง ระฆังบอกเวลาเย็น
명문 (名聞) มยอง-มุน ชื่อเสียง, กิตติศัพท์, เกียรติยศ
무궁 (無窮) มู-กุง อมตะ, ตลอดกาล, ไม่มีสิ้นสุด
문운 (文運) มุน-อุน ความสว่างความสำเร็จ, ชะตาของครอบครัว
민주 มิน-จู ประชาธิปไตย
번성 (蕃盛, 繁盛)

 

บอน-ซอง เจริญรุ่งเรือง, ร่ำรวยมั่งคั่ง, อุดมสมบูรณ์
분수 (噴水) บุน-ซู น้ำพุ
비옥 (肥沃) บี-อก ความอุดมสมบูรณ์
비조 (飛鳥) บี-โจ นกบิน, ผู้ก่อตั้ง ผู้สถาปนา
비호 (庇護) บี-โฮ การคุ้มครอง การพิทักษ์ การปกป้อง การอารักขา อุปการคุณ
상미 (賞美) ซัง-มี ความพอใจ, ชมเชย, เลื่อมใส, สรรเสริญ
상수 (常數) ซัง-ซู โชคชะตา พรหมลิขิต
상아 (象牙) ซัง-อา งาช้าง
상훈 (賞勳) ซัง-ฮุน รางวัลและอิสริยาภรณ์
새해 แซ-แฮ ปีใหม่
선비 ซอน-บี ชายผู้มีการศึกษา เต็มไปด้วยคุณงามความดี นักวิชาการ
선열 ซอน-ยอล ผู้สละชีวิตเพื่อความยุติธรรม
선인 (善人) ซอน-อิน ผู้มีบุญ ผู้มีคุณความดี ผู้บริสุทธิ์ คนดี เทพเจ้า เทพธิดา ผู้นำทางความคิด
선재 (船材) ซอน-แจ ท่อนไม้ ขอนไม้ ซุง
선진 (先進)

 

ซอน-จิน มีความก้าวหน้า ผู้ริเริ่ม ผู้บุกเบิก ผู้อาวุโส
선행 (善行) ซอน-แฮง การทำบุญ การทำความดี
선민 (選民)

 

ซอน-มิน บุคคลที่พระเจ้าทรงเลือก ผู้ดี ผู้มีอภิสิทธิ์
소장 (少壯) โซ-จัง ความกระปรี้กระเปร่า แข็งแรง กระฉับกระเฉง เยาว์วัย
슬기 ซึล-กี สุขุม, รอบรู้, ฉลาดหลักแหลม
신기 ชิน-กี เทวดาแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์, แข็งแกร่ง, โอกาสทอง
신성 (神性) ชิน-ซอง เทพเจ้า, เชื้อสายเทพเจ้า, ประเสริฐราวเทพธิดา
신조 (神助) ชิน-โจ ความช่วยเหลือจากสวรรค์, ศรัทธา
영주 (英主) ยอง-จู ผู้ปกครองที่เรืองนาม รอบรู้
예지 (叡智) เย-จี ฉลาดอย่างยิ่งยวด, รู้ล่วงหน้า, ตาทิพย์
예찬 (禮讚) เย-ชัน เลื่อมใส ศรัทธา ชมเชย สรรเสริญ
오성 (悟性) โอ-ซอง ความรอบคอบ, ความรอบรู้
운명 (運命) อุน-มยอง โชคชะตา
운세 (運勢) อุน-เซ โชคชะตา โชคลาภ วาสนา
원기 (元氣) วอน-กี พละกำลัง, แข็งแรง
왕성 (旺盛) วัง-ซอง เจริญรุ่งเรือง, ฐานะดี
유명 (有名) ยู-มยอง ชื่อเสียง
인사(人士) อิน-ซา รอบคอบ, บุคคลสำคัญ, สุภาพบุรุษ
인재 (人材) อิน-แจ ผู้มีความสามารถพิเศษ
인정 (人情) อิน-จอง น้ำใจ
인화 (人和) อิน-ฮวา ความสามัคคี, ความสงบสุข
재산 (財産) แจ-ซัน สมบัติ, ความมั่งคั่ง
전성 (全盛) จอน-ซอง เจริญ ร่ำรวย รุ่งเรือง มั่งคั่ง ถึงจุดสูงสุด
주은 (主恩) จู-อึน ความกรุณาจากพระเจ้า
준걸 (俊傑) จุน-กอล ผู้ปรีชาสามารถ วีรบุรุษ บุคคลผู้ยิ่งใหญ่
준사 (俊士) จุน-ซา ชายผู้มีความสามารถที่โดดเด่น, บุรุษผู้ยิ่งใหญ่
준수 (俊秀) จุน-ซู สง่างาม ภูมิฐาน ยอดเยี่ยม
준재 (俊才)

 

จุน-แจ ความปรีชาสามารถ อัจฉริยลักษณ์ อัจฉริยบุคคล
지망 (志望) จี-มัง ความปรารถนา ความใฝ่ฝัน ความมุ่งหวัง
지상 (至上) จี-ซัง ความประเสริฐสุด ความล้ำเลิศ ความยิ่งใหญ่ ความสำคัญยิ่งยวด
지성 (至誠)

 

จี-ซอง ความจริงใจที่แท้จริง, การอุทิศเสียสละ, จงรักภักดี
지수(止水) จี-ซู น้ำที่นิ่งสงบ
지순 (至順) จี-ซุน ความสุภาพอ่อนโยนอย่างที่สุด
지용 (智勇) จี-ยง ฉลาดและกล้าหาญ
지원 (支援) จี-วอน การสนับสนุน ช่วยเหลือ ส่งเสริม อนุเคราะห์ ความสมัครใจ
지은 (知恩) จี-อึน มีจิตสำนึกที่ดี, กตัญญู
태양 (太陽) แท-ยัง พระอาทิตย์, ตะวัน, สัญลักษณ์แห่งความหวัง
태연 (泰然) แท-ยอน นิ่ง ใจเย็น เงียบเฉย เยือกเย็น
평화 (平和) พยอง-ฮวา สันติภาพ
풍차 (風車) พุง-ชา กังหัน
해류 (海流) แฮ-รยู กระแสน้ำในมหาสมุทร
해변 (海邊) แฮ-บยอน ชายหาด, ชายทะเล, ชายฝั่ง
해수 (海水) แฮ-ซู น้ำทะเล, น้ำเค็ม
해안 (海岸) แฮ-อัน ชายหาด, ชายทะเล, ชายฝั่ง, ริมฝั่งน้ำ
해연 (海淵) แฮ-ยอน ก้นมหาสมุทร, ลึกสุดของมหาสมุทร
해원 (海員) แฮ-วอน ชาวทะเล, ลูกเรือ, กะลาสี
해풍 (海風) แฮ-พุง ลมทะเล
행운 (幸運) แฮง-อุน ความโชคดี, วาสนา
현인 (賢人) ฮยอน-อิน คนฉลาด, ปราชญ์
현자 (賢者) ฮยอน-จา นักปราชญ์, ผู้รอบรู้
호수 (湖水) โฮ-ซู ทะเลสาบ
희열 (喜悅) ฮี-ยอล ความปีติยินดี, ความพอใจ
희원 (希願) ฮี-วอน ความหวัง, ความปรารถนา, ความประสงค์
희우 (喜雨) ฮี-อู น้ำฝนที่เป็นคุณ ให้ความชุ่มฉ่ำหลังความแห้งแล้ง
희유 (嬉遊) ฮี-ยู สนุกสนาน, รื่นเริง, มีช่วงเวลาที่ดี
태랑 (太郞) แทรัง ลูกชายผู้เป็นใหญ่ (ลูกชายคนโต)
황의 (煌義) ฮวางเอ แสงแห่งคุณธรรม
의리 (義理)

 

อึย-รี ความมีธรรมะ ความยุติธรรม ศีลธรรม ความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ความมั่นคง
찬송 (讚頌) ชัน-ซง ถ้อยคำสรรเสริญ การยกย่องว่าประเสริฐ การถวายพระเกียรติ
찬미 (讚美) ชัน-มี คำชมเชย ชื่นชม บูชา สรรเสริญ คำสรรเสริญเยินยอ
주몽 (主夢) จูมง หัวหน้าในฝัน
지문 (知文) จีมุน ปราชญ์ผู้รอบรู้

 

momketing 2021

วันสุดท้าย!! Amarin Baby & Kids ชวนคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ที่มีลูกอายุ0-6 ปีร่วมทำแบบสำรวจความคิดเห็นคุณแม่ ลุ้นรับผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ลูกฟรี 50 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาทคลิกที่ลิงก์นี้เลย >> https://bit.ly/3z4Eqzp

 

อ่านต่อ >> “รวมชื่อลูกสาว ภาษาเกาหลีพร้อมคำอ่าน
และความหมายดีๆ” คลิกหน้า
2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โปร 4.4 มาแล้วจ้าาาคุณแม่ ด่วน ‼️ 4 วันเท่านั้น! เมื่อซื้อ ลิลแมรี่ 2 กล่องขึ้นไป ลดจุใจ เหลือกล่องละ 990.- เท่านั้น! (จากปกติ 1,290.-)

🎉โปรเดือนเมษายน มาแล้วจ้าาาคุณแม่ ❤️
ด่วน ‼️ ขยายเวลาการสั่งซื้อ ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น! เมื่อซื้อ ลิลแมรี่ 2 กล่องขึ้นไป
ลดจุใจ เหลือกล่องละ 990.- เท่านั้น! (จากปกติ 1,290.-)
.
รีบเลยจ้าาา โปรดีแบบนี้ไม่ได้มาบ่อยๆน๊าาา
.
* ราคานี้เฉพาะคุณแม่ที่ชำระค่าสินค้า
ภายในวันนี้-30เม.ย. 63 ก่อนเวลา 23.59 น. เท่านั้น! *
ช่องทางการติดต่อ
Facebook : @lilmombaby
Line@ : @lilmombaby

Tags

หมอพัฒนาการเด็ก

รวมรายชื่อ หมอพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลชื่อดัง ที่แม่ควรเซฟเก็บไว้

หมอพัฒนาการเด็ก คือใคร?

หมอพัฒนาการเด็ก ที่แม่ ๆ ได้ยินกันคุ้นหู หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า กุมารแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขากุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม พื้นฐานของหมอพัฒนาการเด็ก ซึ่งเป็นหมอที่ตรวจรักษาเด็กทั่วไป แต่ศึกษาเพิ่มเติมและมีความชำนาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กทุกช่วงวัยที่เกี่ยวข้องกับทั้งเด็กปกติและเด็กที่เบี่ยงเบนไปจากปกติ ตลอดจนถึงกลุ่มที่เป็นโรคต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีความชำนาญด้านการเจริญเติบโต ซึ่งเน้นเฉพาะขบวนการการเจริญเติบโตปกติและเบี่ยงเบนไม่มากนัก โดยกลุ่มที่มีความผิดปกติด้านการเจริญเติบโตอย่างชัดเจนมักต้องร่วมในการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาร่วมกับกุมารแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสาขาอื่น

สุขภาพของลูกน้อยบางคน อาจไม่ได้มีแค่อาการเจ็บป่วย โรคภูมิแพ้ แต่ยังรวมไปถึงปัญหาพัฒนาการด้านต่าง ๆ หมอพัฒนาการเด็ก จึงมีความสำคัญที่จะช่วยในการตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษา รวมถึงให้คำปรึกษาด้านพัฒนาการของลูกน้อยกับคุณแม่ได้ นี่คือรายชื่อโรงพยาบาลในกรุงเทพที่มีคลินิกและคุณหมอด้านพัฒนาการเด็กที่ทีมแม่ ABK นำมาบอกกันค่ะ

รวมรายชื่อหมอพัฒนาการเด็กโรงพยาบาลชื่อดัง

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ขอบคุณภาพจาก www.childrenhospital.go.th

1.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

  • ผศ.พญ.อดิศร์สุดา เฟื่องฟู
  • พญ.ธันยพร เมฆรุ่งจรัส

แพทย์ที่ปรึกษาช่วยออกตรวจ

  • พญ.รัตโนทัย พลับรู้การ
  • พญ.นัยนา ณิศะนันท์
  • พญ.ภาวิณี ธีรการุณวงศ์
  • พญ.พนิตษา ยุกตะนันท์

คลินิกพัฒนาการ
วันและเวลาเปิดให้บริการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 12.00 น.

โทรศัพท์ Call Center 1415 ต่อ 61450

คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ
วันและเวลาเปิดให้บริการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

โทรศัพท์  Call Center ต่อ 61411

เว็บไซต์ www.childrenhospital.go.th

คลินิกพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลธนบุรี 2
ขอบคุณภาพจาก www.thonburi2hospital.com

2.คลินิกพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลธนบุรี 2

เวลาออกตรวจ : ส-อา. 9.00-17.00 น. *กรุณาโทรนัดล่วงหน้า

เวลาออกตรวจ : ส. 8.00-16.00 น. *กรุณาโทรนัดล่วงหน้า

คลินิกพัฒนาการเด็ก อาคาร 2 ชั้น 2
วันและเวลาเปิดให้บริการ
วันจันทร์,อังคาร,วันศุกร์ ให้บริการ เวลา 16.00-20.00 น.

วันพุธ ให้บริการ เวลา 13.00-20.00น.วันเสาร์-วันอาทิตย์ ให้บริการ เวลา 07.00-20.00 น.
โทรศัพท์ 02 487 2100 ต่อ 5239

เว็บไซต์ www.thonburi2hospital.com

3.แผนกพัฒนาศักยภาพเด็ก โรงพยาบาลวิภาวดี

  • พญ.พนิตษา ยุกตะนันทน์

เวลาออกตรวจ : วันอังคาร 08.00 – 16.00 น./ วันพุธ 10.00 – 17.00 น./ วันพฤหัส 10.00 – 20.00 น./ วันศุกร์ 08.00 – 16.00 น./ วันเสาร์ 09.00 – 15.00 น. (สัปดาห์ที่ 2, 4 ของเดือน เฉพาะพัฒนาการเด็ก)/ วันอาทิตย์ 09.00 – 13.00 น. (สัปดาห์สุดท้ายของเดือน เฉพาะพัฒนาการเด็ก)

  • พญ.วินิทรา แก้วพิลา

เวลาออกตรวจ : วันจันทร์ 16.00 – 20.00 น. / วันเสาร์ 08.00 – 12.00 น. *กรุณาโทรนัดล่วงหน้า

  • พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง

เวลาออกตรวจ : วันอังคาร 16.00 – 20.00 น./ วันพฤหัส 17.00 – 20.00 น./ วันเสาร์ 13.00 – 18.00 น. (สัปดาห์ที่ 2, 4)

สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าที่ 0-2941-2800 , 0-2561-1111 กด 1 ทุกวัน 8.00-19.00น.

เว็บไซต์ www.vibhavadi.com

4.ศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 1

  • นพ.โสภณ พรกุลวิไล

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

  • นพ. คณิตสร ตรีรัตนกุลวงศ์

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

  • พญ. สุรีย์ อนันต์โกศล

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

  • พญ. สวนีย์ อิสระประศาสน์ 

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

  • พญ.สิริพิมพ์ เพ็ญชาติ 

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

  • พญ. ภัสรา นิลายน

ตารางออกตรวจและนัดหมายคุณหมอ คลิก

ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 1 อาคาร 2 ชั้น 3
วันและเวลาทำการ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 น. – 20.00 น.

โทรศัพท์ 02-201-4600 ต่อ 3111, 3112

เว็บไซต์ www.phyathai.com

 

อ่านต่อ 40 รายชื่อหมอด้านพัฒนาการเด็ก คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

สงกรานต์ในบ้าน

สงกรานต์ในบ้าน เด็กๆ งดเล่นน้ำป้องกันโควิด 19

วันปีใหม่ไทยในปีนี้ แตกต่างไปจากทุกปี เนื่องจากสถานการณ์ของโรคติดต่อโควิด 19 ที่ทำให้ทุกครอบครัว ต้องงดเล่นน้ำสงกรานต์ หรืองดทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องอยู่รวมหรือใกล้ชิดกัน การทำกิจกรรม สงกรานต์ในบ้าน จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เด็กเบื่อหน่ายเพราะไม่ได้เล่นน้ำ

Continue reading “สงกรานต์ในบ้าน เด็กๆ งดเล่นน้ำป้องกันโควิด 19”

นมถั่วเหลือง

รู้หรือไม่? นมถั่วเหลือง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงไม่ป่วยบ่อย

ช่วงปิดเทอมคือช่วงเวลาที่เด็กๆ วัยเรียนได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านกันแบบยาวๆ และส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ก็จะหากิจกรรมให้ลูกได้ทำกันเพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ใหม่ๆ ในช่วงปิดเทอม แต่ด้วยสถานการณ์จากไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ตอนนี้ก็อาจทำให้หลายครอบครัวไม่กล้าให้ลูกออกมาทำกิจกรรม เล่นสนุก เที่ยวเปิดหูเปิดตานอกบ้านกันมากนัก เนื่องด้วยกลัวว่าลูกจะป่วยไม่สบายขึ้นมาได้ค่ะ

ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงตลอดช่วงปิดเทอมนี้ ที่ไม่ว่าจะไวรัส COVID-19 หรือไวรัสที่ก่อโรคต่างๆ ที่มาตามฤดูกาล ก็ไม่สามารถทำให้ป่วยได้ง่ายนั้น คุณแม่ควรต้องดูแลโภชนาการของลูกอย่างไร ถึงจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ไม่ทำให้พัฒนาการลูกสะดุด และยัง Happy กันได้ในช่วงตลอดปิดเทอมนี้

นมถั่วเหลือง

โภชนาการแบบไหนที่เหมาะกับเด็กวัยเรียน ?

การเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา จะช่วยให้พวกเขาพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ในห้องเรียน หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียนในช่วงปิดเทอม ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่จะทำให้เด็กๆ มี สมองพร้อม ร่างกายพร้อมในทุกวัน นั่นก็คือการได้รับโภชนาการสารอาหารต่างๆ ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอในทุก วัน

เพราะอะไรรู้ไหมคะ ? เพราะลูกที่อยู่ในวัยเรียน จะเป็นวัยที่มีการเคลื่อนไหวใช้ร่างกายมากในการทำกิจกรรมสนุกต่างๆ   และสมองยังจะต้องมีการคิด การเรียนรู้ จดจำเรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นพลังงานที่ได้จากอาหารที่ถูกใช้ไป จะต้อง เติมเข้ามาใหม่อย่างเหมาะสม และเพียงพอในทุกๆ วันนั่นเองค่ะ

ซึ่งสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายของลูกๆ ก็มาจากอาหารหลัก 5 หมู่ ที่คุณแม่ควรดูแลให้ลูกได้รับอย่างเหมาะสม  ตามวัย และเพียงพอในทุกมื้ออาหารแล้วนั้น คุณแม่ยังสามารถเสริมเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ระหว่างวันให้กับลูกได้นะคะ อย่างการให้ “ดื่มนม” ไม่ว่าจะเป็นนมวัว หรือ นมถั่วเหลือง ต่างก็ให้คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อพัฒนาการ และภูมิคุ้มกันร่างกายค่ะ

 

นมถั่วเหลือง VS นมวัว นมชนิดไหนที่เลือกให้ลูกวัยเรียน ? 

ถ้าจะให้พูดถึงนมถั่ว เหลืองที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ วัยเรียน ที่คุณแม่มักจะเตรียมให้ลูกๆ ได้กินพร้อมอาหารเช้า หรือใส่กระเป๋าให้ลูกไปกินที่โรงเรียนระหว่างวัน ก็ต้องนมถั่วเหลืองสำหรับเด็ก “ไวตามิ้ลค์แชมป์” ฉะนั้นครอบครัวไหนที่ยังลังเลใจว่าจะให้ลูกกินนมถั่วเหลืองดีไหม ลองมาดูสารอาหารที่อยู่ในนมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์แชมป์ กับ นมวัวทั่วไป กันค่ะว่าให้สารอาหารที่มีประโยชน์จะแตกต่าง หรือมีอะไรเหมือนกันบ้าง?

นมถั่วเหลือง

พอเปรียบเทียบสารอาหารในนมทั้งสองชนิด คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นสารอาหารแล้ว จะเห็นได้ว่า นมถั่วเหลืองมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของลูกดีเทียบเท่ากับนมวัวเลยค่ะ แถมยังมีความโดดเด่นในเรื่องของโปรตีนที่เป็นโปรตีนจากพืช ย่อยง่ายกว่าโปรตีนในนมวัว มีใยอาหารธรรมชาติ(PDX)สูง และไม่มีน้ำตาลแลคโตส เหมาะสำหรับเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับลูกน้อยของเราได้

ฉะนั้นแนะนำว่าถ้าจะให้ลูกที่อยู่ในวัยเรียน ดื่มนมถั่วเหลืองสำหรับเด็ก สำคัญสุดคือต้องเป็นนมถั่วเหลืองแท้ เสริมแคลเซียม ค่ะ อย่างนมถั่วเหลืองสำหรับเด็ก ไวตามิ้ลค์แชมป์ เป็นนมที่ทำมาจากถั่วเหลืองแท้ 100% ไม่มีส่วนผสมจากแป้ง และนมวัว เด็กๆ ที่ดื่มนมวัวแล้วท้องอืด ท้องเสีย ก็ไม่ต้องกังวลกับการดื่มไวตามิ้ลค์แชมป์เลยค่ะ เพราะเป็นนมถั่วเหลืองสูตร Lactose Free (น้ำตาลแลคโตสมีอยู่ในนมวัว ที่ก่อให้เกิดอาการ ไม่สบายท้อง) ที่สำคัญยังมีโปรตีนธรรมชาติ ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ทันที ไม่หลงเหลือตกค้างในร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมค่ะ

นมถั่วเหลือง

ให้ลูกดื่มนมถั่วเหลืองสำหรับเด็ก ได้สารอาหารที่มีประโยชน์อะไรบ้าง ?

  1. มีโปรตีนสูง (นมถั่วเหลือง 1 แก้ว 180 มิลลิลิตร มีโปรตีน ประมาณ 7 กรัม นมวัว 1 แก้ว180 มิลลิลิตร มีโปรตีนประมาณ 7 กรัมเท่ากัน) และมีกรด Amino acid ครบถ้วน 9 ตัวเช่นเดียวกับโปรตีนในเนื้อสัตว์ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
  2. มีสารอาหารบำรุงสมองอย่างโคลีนในฟอสฟาติดิลโคลีน ซึ่งเป็นโคลีนจากธรรมชาติที่ได้จากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาท ทีเป็นส่วนของการเรียนรู้ ความจำ และสมาธิของลูกน้อย อีกทั้งโอเมก้า 3 6 9 และวิตามินบี 12 สูงที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  3. มีแคลเซียมสูงในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อร่างกายลูก และมีวิตามินดีที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมได้ดี จึงคงคุณค่าสารอาหารซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตด้านร่างกาย กระดูกและฟันที่แข็งแรง
  4. เป็นโปรตีนธรรมชาติจากพืช จึงย่อยได้ง่ายกว่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์
  5. มีใยอาหารโพลีเด็กซ์โตรส (Polydextrose) ที่จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยจะมีผลต่อการทำหน้าที่ของเซลล์ภูมิต้านทานในลำไส้ ช่วยปรับสมดุลระบบนิเวศน์ในลำไส้ ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี หมดปัญหาเรื่องการขับถ่ายยาก ไม่มีอาการท้องผูก

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ที่คุณพ่อคุณแม่จะดูแลส่งเสริมให้ลูกๆ มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ด้วยการดื่มนมถั่วเหลืองสำหรับเด็กที่เต็มไปด้วยคุณภาพ และคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ทุกวัน เท่านี้ก็ทำให้พัฒนาการการเรียนรู้ของลูกวัยเรียนไม่สะดุด แถมยังพร้อมสำหรับการเปิดเทอมใหม่ด้วยนะคะ

และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่อยากเดินทางไปซื้อที่ห้างสรรสินค้าหรือ supermarket ในช่วงนี้ก็สามารถสั่งซื้อออนไลน์ “ไวตามิ้ลค์แชมป์” ให้ลูกๆ ได้ดื่มบำรุงร่างกายกันได้ในช่วงตลอดปิดเทอมนี้ ผ่านทาง Home Delivery หรือเข้าไปที่ https://www.facebook.com/VitamilkChampThailand/

นมถั่วเหลืองไวตามิ้ลค์แชมป์ มี 2 รสชาติความอร่อยสำหรับเด็กๆ ค่ะ

นมถั่วเหลือง


เครดิต :

https://bit.ly/2xym4MJ 

https://bit.ly/2Q9SJyp 

https://bit.ly/2vkeGDW 

https://bit.ly/3cWdYgS 

https://bit.ly/2IFShE5 

https://bit.ly/2U0C15R  

https://bit.ly/33hOVAz  

อาการเสี่ยงโควิด

อาการเสี่ยงโควิด จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรู้รส?

ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย ประกาศแนะนำเรื่อง อาการเสี่ยงโควิด เกิดการสูญเสียการได้กลิ่น ในผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 เนื่องจากมีงานวิจัยและรายงานผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาการสูญเสียการรับรู้รสด้วย

Continue reading “อาการเสี่ยงโควิด จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรู้รส?”

ดูNetflix

Parental Control ฟีเจอร์ใหม่เอาใจแม่ คุมเวลา-เนื้อหาลูก ดูNetflix ให้เหมาะกับวัย

“ดูNetflix” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมบันเทิงที่หลายบ้านให้ลูกทำฆ่าเวลาในช่วงที่ออกไปเล่นนอกบ้านไมได้ หรือระหว่างรอคุณพ่อคุณแม่จัดการงานให้เสร็จจากแผน work from home แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า หนัง หรือ การ์ตูนที่ลูกดูจะไม่เป็นภัย  และลูกไม่ดูมากเกินไปจนติดจอ

เครื่องมือใหม่สำหรับพ่อแม่ ช่วยควบคุมให้ลูก ดูNetflix อย่างปลอดภัย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีเปิดทางให้ลูกเข้าถึงสื่อบันเทิงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องรอคอยเวลาที่การ์ตูนมาฉาย หรือไปโรงหนังสือเพื่อดูการ์ตูนสักเรื่อง แค่มีอินเตอร์เน็ตกับอุปกรณ์หน้าจออย่าง สมาร์ททีวี แท๊ปเล็ตสักเครื่อง ก็สามารถดูการ์ตูน สารคดีเรื่องโปรดได้ตลอดเวลา

Netflix คือหนึ่งในผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงรูปแบบต่างๆที่สามารถแบ่งกันดูได้ทั้งครอบครัว ซึ่งจัดแบ่งเนื้อหาให้กับคนทุกวัย แต่ละคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาของตัวเองได้จากอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมๆ กัน จึงให้ลูก ดูNetflix ผ่านแท๊ปเล็ต ขณะที่คุณแม่ดูซีรีย์เกาหลีได้ แถมจะเลือกดูที่ไหน เวลาใดก็ได้ ดูไม่จบดูต่อได้ไม่ต้องเริ่มใหม่ เพียงแต่มี “อินเตอร์เน็ต”

Must Read : 12 การ์ตูน Netflix สำหรับเจ้าตัวเล็ก

Must Read :รวมหนังดี สารคดีน่าดู ซีรีส์ netflix คัดเฉพาะสำหรับคุณแม่

เมื่อลูกเข้าถึงเนื้อหาและเลือกดูเองได้อย่างอิสระ ทำให้พ่อแม่หลายบ้านกังวลว่า สิ่งที่ลูกกำลังดูเหมาะสมกับวัยหรือไม่ กลัวว่าลูกดูเนื้อหารุนแรง ดูต่อเนื่องมากเกินไป หรือแอบเข้าไปดูหนังของคุณพ่อคุณแม่โดยไม่ตั้งใจ แล้วแบบนี้จะป้องกันอย่างไรดี

Parental Control  เครื่องมือดูแลลูก ดูNetflix อย่างปลอดภัย

การตั้งเงื่อนไขก่อนที่จะให้ลูก ดูNetflix  เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ลูกเรียนรู้ข้อตกลงและป้องกันปัญหาจากการชมสื่อไม่เหมาะสมซึ่งดีกว่าการ “ห้าม” “ต่อว่า” ที่ทำได้ยากกว่ามาก Parental Controlเป็นฟีเจอร์ที่ Netflix ออกแบบให้เป็นเครื่องมือสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ใช้วางกฎเกณฑ์และควบคุมเนื้อหาให้เหมาะสมกับลูกแต่ละวัยผ่าน Browser www.netflix.com/browse จากทั้งคอมพิวเตอร์ และแท็ปเล็ต  (ไม่สามารถแก้ไขผ่านapplication) Amarin baby & Kids ได้รวบรวมวิธีใช้ Parental Control ทำตามกันง่ายๆ ดังต่อไปนี้

 

ดูNetflix

  1. ตั้งโปรไฟล์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ

หลังจากคุณแม่สมัครสมาชิก Netflix แล้ว สามารถตั้งโปรไฟล์ให้ลูกโดยเฉพาะ ด้วยการกรอกอายุของลูก หากอายุไม่เกิน 7 ขวบ จะถูกจัดอยู่ในโหมด “มุมเด็ก”  ซึ่งในหมวดนี้จะมีเฉพาะเนื้อหาที่เหมาะกับวัยนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี และภาพยนตร์ ขณะเดียวกันลูกยังสามารถเลือกเองได้ว่าจะดูเนื้อหาจาก “หมวด” ใด (กรณีมีลูกหลายคน สามารถแยกตั้งโปรไฟล์ของเด็กแต่ละคนได้)

ดูNetflix

 

  1. ตั้งค่าการจำกัดการรับชม

Netflix จะแบ่งเรตติ้งเป็น 5 ระดับ ได้แก่ “ดูได้ทุกวัย” “ผู้ชมอายุ 7 ปีขึ้นไป” “ผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป”  “ผู้ชายอายุ 16 ปีขึ้นไป” และผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป” แต่อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่พ่อแม่เห็นว่าไม่เหมาะกับลูก และอยากปิดกั้นออกไป ก็สามารถเข้ามาตั้งค่าการจำกัดการรับชม เพิ่มได้ด้วยตัวเอง

โดยเข้าไปที่ฟังก์ชั่น “บัญชี” เลือก “โปรไฟล์ของลูก” จากนั้นเลือก “การจำกัดการรับชม” คุณแม่สามารถคลิ๊กเลือกเรตติ้งเนื้อหาที่เหมาะกับลูกได้เจาะลึกมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะตั้งโปรไฟล์ลูกเป็นเด็ก 7 ขวบ แต่คุณแม่เลือกให้ลูกดูเฉพาะเนื้อหาในเรตติ้ง “ดูได้ทุกวัย” ก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องดูตามวัยที่ระบุเท่านั้น

 

อ่านวิธีควบคุมเนื้อหาของ Netflix ให้เหมาะกับลูกแต่ละวัย หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่