แม่ใจสลาย เมื่อลูกน้อยถูกสุนัขที่มีเจ้าของกัด

มีคุณแม่ท่านหนึ่งโพสต์ข้อความเอาไว้เป็นอุทาหรณ์ในเฟซบุ๊ก  เพื่อเตือนภัยคุณพ่อ คุณแม่ว่าให้ระวังลูกหลานเอาไว้ให้ดีๆ เพราะถ้าไม่ระมัดระวังให้ดีอาจ ถูกสุนัขกัด โดยเฉพาะสุนัขที่อยู่แถวบ้าน น้องอั่งเปา ลูกน้อยของคุณแม่อายุเพียงแค่ 2 ขวบ ถูกกัดเป็นแผล ต้องเย็บกว่า 20 เข็ม

Continue reading “แม่ใจสลาย เมื่อลูกน้อยถูกสุนัขที่มีเจ้าของกัด”

ลำดับการขึ้นของฟัน

ลำดับการขึ้นของฟัน และวิธีดูแลฟันลูกอย่างถูกวิธีตั้งแต่ซี่แรก

สิ่งที่คุณแม่ที่มีลูกน้อยวัยเบบี๋เป็นกังวลนอกจากเรื่องสุขภาพและพัฒนาการทางร่างกายของเจ้าตัวน้อยแล้ว เรื่องการขึ้นของฟันลูก ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณแม่เฝ้ารอว่า เมื่อไหร่นะที่ฟันซี่แรกของลูกจะขึ้น เราจะพาคุณแม่ไปดู ลำดับการขึ้นของฟัน และลำดับการหลุดของฟันน้ำนม พร้อมคำแนะนำในการดูแลฟันลูกอย่างถูกวิธีตั้งแต่ซี่แรกกันค่ะ Continue reading “ลำดับการขึ้นของฟัน และวิธีดูแลฟันลูกอย่างถูกวิธีตั้งแต่ซี่แรก”

อันตรายจากไส้กรอก

อันตรายจากไส้กรอก ที่แพทย์ห้ามให้เด็กกิน

อันตรายจากไส้กรอก อาหารเช้า หรืออาหารว่างตอนบ่ายๆ ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็มักจบลงที่ไส้กรอกทอดจิ้มซอสมะเขือเทศ ไส้กรอกเป็นอาหารที่ทานง่าย อร่อย และเป็นหนึ่งในเมนูสุดโปรดของเด็กๆ แต่ก่อนที่คุณแม่จะให้ลูกทานไส้กรอกกันมากเกินไปกว่านี้  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำเตือนถึงโทษจากการทานไส้กรอกมาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

อันตรายจากไส้กรอก – ไส้กรอกทำมาจากอะไร?

ไส้กรอกเป็นหนึ่งในวิธีถนอมอาหาร โดยใช้เนื้อสัตว์บดละเอียดผสมกับเกลือและเครื่องเทศ บรรจุลงในไส้  วัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตไส้กรอก ได้แก่ เนื้อสัตว์ เกลือแกง ไขมัน เกลือไนเตรต์ เครื่องเทศ และเครื่องปรุงรส โดยเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ในการผลิตไส้กรอกจะต้องมีความสามารถในการรวมตัวกับน้ำได้สูง โดยมีแอคติน และไมโอซิน ทำหน้าที่ให้น้ำและไขมันในเนื้อสัตว์สามารถรวมตัวกันได้ เกลือนอกจากจะทำหน้าที่ให้รสชาติแล้วยังทำหน้าที่สกัดโปรตีนจำพวก แอคตินและไมโอซิน ออกจากกล้ามเนื้อของสัตว์ ทำให้ไส้กรอกที่ได้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและชุ่มฉ่ำและให้กลิ่น และรสชาติที่คงตัว เกลือไนเตรต (KNO3, NaNO3) ทำให้ไส้กรอกเกิดสีและกลิ่นที่คงตัว และป้องกันไม่ให้ไส้กรอกเกิดการเน่าเสียจาก แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการหายใจ1

 

พอจะรู้จักที่มาที่ไปของไส้กรอกกันแล้วใช่ไหมคะ  แต่มีอยู่ส่วนผสมหนึ่งในการผลิตไส้กรอกที่ถูกกำหนดให้ใช้ในปริมาณสัดส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น นั่นก็คือไนเตรต์ โทษของไนเตรต์คือ เมื่อเด็กๆ หรือทุกคนที่รักในการทานไส้กรอกทานมากเกินไป อาจทำให้ได้รับสารพิษสะสมในร่างกาย ไนเตรต์ที่อยู่ในอาหารมากเกินไปจะทำให้เป็นพิษต่อร่างกาย เนื่องจากสารประกอบไนเตรต์ เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะไปทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์กับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดแดงนั้นหมดสภาพ ไม่สามารถทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนได้ และยังก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย

อันตรายจากไส้กรอก
Credit Photo : shutterstock

อันตรายจากไส้กรอก ที่แพทย์ห้ามให้เด็กกิน!!

กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้โซเดียมไนไตรต์หรือโปแตสเซียมไนไตรต์ในไส้กรอกและกุนเชียงได้โดยกำหนดปริมาณสูงสุด ต้องไม่เกิน 125 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามในปีพ.ศ. 2555 จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของกระทรวงสาธาณสุข พบว่ามีโซเดียมไนไตรต์ในปริมาณที่เกินกำหนดในไส้กรอกและกุนเชียง ถึงร้อยละ 16.4 และ 8.9 ของจำนวนตัวอย่างที่ถูกสุ่มตรวจ ตามลำดับ และตรวจพบการเจือปนของโซเดียมไนไตรต์ในแหนม ไก่ทอด หมูยอ ปลาเค็ม และปลาเค็มตากแห้งหวาน ทั้งที่ไม่อนุญาตให้มีการใช้ไนไตรต์ในผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว

 

ในเดือนมีนาคม-เมษายน พ.ศ. 2558 ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สุ่มตัวอย่างไส้กรอก แฮม และโบโลน่า จำนวนทั้งหมด 13 ตัวอย่าง ที่มีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วไปและซุปเปอร์มาร์เก็ต มาตรวจวิเคราะห์ปริมาณโซเดียมไนไตรต์ด้วยวิธี Modified AOAC official method 973.31 ซึ่งสรุปผลการตรวจวิเคราะห์ ได้ดังนี้ คือ ตรวจพบว่ามีไนไตรต์ในทุกตัวอย่างและมีปริมาณโซเดียมไนไตรต์ที่ตรวจพบอยู่ในเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ (ไม่เกิน 125 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ผลการวิเคราะห์แสดงในตารางที่ 1

 

อันตรายจากไส้กรอก

อ่านต่อ >> “ผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อทานไส้กรอกมากเกินไป” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ผู้หญิง ปวดประจำเดือน

ผู้หญิง ปวดประจำเดือน แบบไหนต้องไปหาหมอ!

ผู้หญิง ปวดประจำเดือน เวลามีประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ชอบใจเลย  เพราะหลายคนต้องทรมานกับอาการปวดท้องประจำเดือน แม้กระทั่งแม่ที่ผ่านการมีลูกมาแล้วหลายคนก็ยังพบกับปัญหา “ปวดประจำเดือน”  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนให้ผู้หญิงทุกคนสังเกตตัวเองว่าปวดประจำเดือนแบบไหนที่ควรต้องไปหาหมอ มาให้ทราบกันค่ะ

 

ผู้หญิง ปวดประจำเดือน – ประจำเดือนคืออะไร?

ประจำเดือน หรือ รอบเดือน หรือ ระดู (Menstruation หรือ Period) คือ เลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ที่หลุดลอกออกจากเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเยื่อบุมดลูก โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง โดยสัมพันธ์กับการตกไข่  ซึ่งการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกจะเกิดประมาณเดือนละครั้ง ภาวะที่เกิดขึ้นนี้ จึงถูกเรียกว่า ประจำเดือน1

เป็นที่รู้กันดีว่าผู้หญิงทุกคน เราไม่สามารถปฏิเสธการมีประจำเดือนกันได้นะคะ นอกจากกรณีที่เจ็บป่วยแล้วทำให้ต้องตัดมดลูก ออกไป นั่นอาจทำให้ไม่มีประจำเดือน แต่โดยธรรมชาติร่างกายของผู้หญิงได้ถูกสร้างขึ้นมาให้มีประจำเดือนไปจนถึงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ประจำเดือนก็จะเริ่มค่อยๆ หมดไปค่ะ

แต่ช่วงที่มีประเดือนเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบใจนัก เพราะการมาของประจำเดือนมักจะพาเอาความเจ็บปวดท้องมาด้วย บางคนถึงขั้นไม่สามารถไปทำงานได้ ปวดท้องจนตัวงอ เป็นไข้เลยก็มี เอาเป็นว่ามาดูกันสักนิดคะว่าปวดประจำเดือนแบบไหนที่บอกถึงภาวะผิดปกติ ที่ควรต้องไปพบคุณหมอกันค่ะ

พญ.จูลี หวัง สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี2 ได้อธิบายถึงการปวดท้องประจำเดือนมีอยู่ 2 กลุ่มคือ เป็นโรค กับ ไม่เป็นโรค

  1. การปวดท้องประจำเดือนแบบไม่เป็นโรค จะปวดท้องรอบเดือนใน 1-2 วันแรกของรอบเดือนเท่านั้น ปวดแบบทนได้ไม่ต้องทานยาแก้ปวด สาเหตุเกิดจากการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูกเพื่อไม่ให้รอบเดือนมามากจนทำให้เกิดภาวะตกเลือด
  2. การปวดท้องประจำเดือนแบบเป็นโรค จะปวดท้องประจำเดือนมากจนต้องทานยาแก้ปวด สังเกตได้จากการเพิ่มปริมาณของยา เช่น พาราเซตามอล 2 เม็ด เป็น 4 เม็ด หรือเปลี่ยนเป็นยา Ponstan อาการปวดจาก 2-3 วัน กลายเป็นตลอดของช่วงรอบเดือน หรือคนที่มีอาการหนักจะพบว่าปวดตลอดเวลาโดยไม่สัมพันธ์กับรอบเดือนคนไข้กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากสภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ นอกจากนี้ถ้าพบในอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน รังไข่ ปีกมดลูก จนกลายเป็นพังผืดในท้องก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิด Chocolate Cyst, เนื้องอกในมดลูก และมดลูกโตมีพังผืดในมดลูก2

อ่านต่อ >> “ผู้หญิง ปวดท้องแบบไหนต้องไปหาหมอ” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การแพ้อาหาร

ข้อสรุปสำหรับพ่อแม่ เรื่องการแพ้อาหารในเด็ก

การแพ้อาหารในเด็ก สามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ ชนิดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และไม่เฉียบพลัน ในที่นี้จะกล่าวถึง ชนิดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน คือที่เกี่ยวข้องกับ อิมมูโนโกลบูลิน อี อาการแพ้อาหารที่พบนั้นแตกต่างกันตามความรุนแรง ตั้งแต่น้อย ปานกลาง และรุนแรงที่สุด

Continue reading “ข้อสรุปสำหรับพ่อแม่ เรื่องการแพ้อาหารในเด็ก”

บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ร่วมจัด workshop จากผลิตภัณฑ์สี Sakura และ Maped

ในวันเด็ก 14 มกราคม  2560 ที่ผ่านมา บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด

ได้ร่วมจัด workshop จากผลิตภัณฑ์สี Sakura และ Maped  อาทิ เช่น ร้าน CW Art หอศิลป์กรุงเทพฯ, Isetan, Kids Fantasia  The Mall บางกะปิ,  Amarin baby & kids Fair Central จ.อุดรธานี  ให้กับน้องๆได้สนุกไปกับการระบายสี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตัวเอง 

ซึ่งได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก  งานนี้น้องๆทั้งสนุกและได้ผลงานกลับบ้านกันด้วย  ติดตามกิจกรรมดีๆ จากสีซากุระได้ที่ www.sakura.in.th

ทดสอบอาการแพ้เอง

ทดสอบการหายแพ้ของลูกน้อยเอง ระวังช็อกตาย

อาการแพ้ในเด็กนั้น กุมารแพทย์ยืนยันแล้วว่า 100% เกิดจากการแพ้อาหาร ซึ่งไม่ควรทดสอบเอง และพบว่าการเจาะเลือดทำสกินเทสต์นั้น มีโอกาสตรวจเจอเพียง 10% คุณพ่อ คุณแม่จึงอย่าวางให้ใจลูกน้อยรับประทานอาหาร ถ้ายังไม่พบการแพ้ และห้าม ทดสอบอาการแพ้เอง เด็ดขาด

Continue reading “ทดสอบการหายแพ้ของลูกน้อยเอง ระวังช็อกตาย”

ตัวเหม็นหลังคลอด

ตัวเหม็นหลังคลอด สาเหตุเกิดจากอะไร?

ตัวเหม็นหลังคลอด  เขาว่ากันว่าผู้หญิงต่อให้สวยแค่ไหน จะเก่งงานไม่แพ้ใคร แต่ถ้าต้องมาเสียหน้าเพราะกลิ่นตัวก็แย่เลยค่ะ และเชื่อไหมคะเรื่องของกลิ่นไม่พึงประสงค์ของเรือนกาย แม่หลังคลอดเขาก็มีกันนะคะ  ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันว่าแท้จริงแล้วอาการ กลิ่นตัวหลังคลอด นี้เกิดจากสาเหตุใดกันค่ะ

 

ตัวเหม็นหลังคลอด เกิดจากอะไร?

ก่อนอื่นขอบอกว่าผู้เขียนเองก็เคยประสบกับปัญหาเรื่องกลิ่นตัว แต่เป็นมาตั้งแต่ช่วงท้องค่ะ ตอนนั้นก็หาสาเหตุว่าเพราะอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่ยังไม่ท้องก็ไม่เคยมีกลิ่นตัวมากวนใจเลยแม้แต่น้อย  จึงหาข้อมูลว่าสาเหตุของกลิ่นตัวเนี่ยมาจากอะไรได้บ้าง ก็มีทั้งจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน  ดื่มน้ำน้อย  ท้องผูกขับถ่ายยาก และรวมถึงอาหารบางอย่างที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้อย่างพวกเครื่องเทศกลิ่นฉุนๆ ค่ะ

จึงคิดว่าพอหลังคลอดแล้วยังมีกลิ่นตัวเหม็นอยู่ ก็คงเพราะติดมาจากช่วงตอนท้อง ซึ่งความจริงแล้วแม่หลังคลอดหลายคนเพิ่งจะมามีอาการกลิ่นตัวเหม็นเอาก็ตอนคลอดลูกไปแล้วนี่แหละค่ะ ที่นี่มาดูกันว่าแม่หลังคลอดที่มีกลิ่นตัวเหม็น สาเหตุมาจากอะไรได้บ้างกันค่ะ

    • เป็นผลมาจากช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนภายในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลทำให้ต่อมเหงื่อในร่างกายผลิตมากกว่าปกติ จนทำให้มีกลิ่นตัวแรงขึ้น
    • ขณะตั้งครรภ์ระบบเมตาบอลิซึมหรือระบบการเผาผลาญในร่างกายจะทำงานมากกว่าปกติ 2-3 เท่า ส่งผลให้มีกลิ่นตัวมากกว่าปกติ
    • ภายในร่างกายมีการหมักหมมจากเสีย คือช่วงหลังคลอดแม่จะต้องมีทั้งน้ำคาวปลา และแม่หลายคนมีปัญหาท้องผูกอยู่ ซึ่งของเสียที่ยังถูกขับออกมาไม่หมด ก็ก่อให้เกิดปัญหาหลิ่นตัวแรงได้
    • อาหารของแม่หลังคลอดมักจะเน้นพวกสมุนไพรที่ช่วยเรื่องบำรุงน้ำนมแม่ ซึ่งอาหารสมุนไพรบางอย่างก็มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม พริกไทย ใบกุยช่าย ใบกะเพราะ  หัวหอม ฯลฯ ตรงนี้ดีนะคะสนับสนุนให้กิน แต่อาจมีปัญหากลิ่นตัวได้บ้าง
    • สภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และถ้าแม่ไม่ได้อาบน้ำหรือไม่ดูแลความสะอาดร่างกาย ก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่าย

อ่านต่อ >> “7 วิธีแก้กลิ่นตัวหลังคลอด” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกตัวเหลือง-กรุ๊ปเลือด

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ จริงหรือ?

ลูกตัวเหลือง เป็นภาวะที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด เกิดขึ้นจาก 3 สาเหตุ 1. เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน 2. สารบางอย่างที่มีอยู่ในน้ำนมของคุณแม่ 3. ตับของลูกยังทำงานไม่สมบูรณ์ หรือโรคกรรมพันธุ์บางอย่างเกี่ยวกับตับหรือลำไส้ วันนี้เราจะมาพูดถึง ภาวะตัวเหลืองที่เกิดจาก การไม่เข้ากันของหมู่เลือดแม่-ลูก กันค่ะ

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือด คืออะไร

โดยทั่วไปแล้ว ลูกจะมีกรุ๊ปเลือดใดนั้น ขึ้นอยู่กับกรุ๊ปเลือดของพ่อ-แม่ แต่หากพ่อกับแม่มีกรุ๊ปเลือดต่างกัน แล้วลูกได้กรุ๊ปเลือดของพ่อ ก็มีโอกาสที่จะตัวเหลืองเนื่องจากเลือดของแม่กับลูกไม่เข้ากัน ได้ใน 2 กรณี แบ่งเป็น 1. การไม่เข้ากันของหมู่เลือด ABO และ 2. การไม่เข้ากันของหมู่เลือด Rh

ลูกในท้อง เลือดกรุ๊ปอะไร

การไม่เข้ากันของหมู่เลือด ABO

ความไม่เข้ากันของหมู่เลือดที่พบบ่อยและเป็นอันตราย เช่น แม่กรุ๊ป O แต่ลูกกรุ๊ป A หรือ B เนื่องจากเม็ดเลือดแดงของลูกจะมีแอนติเจน A หรือ B ซึ่งแม่ไม่มี แอนติเจนที่ลูกมีอาจเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายแม่ และกระตุ้นให้แม่สร้างแอนติบอดีต่อเม็ดเลือดแดงของลูก โดยแอนติบอดีที่เกิดขึ้นจะผ่านรกไปยังตัวลูกและไปจับกับเม็ดเลือดแดงของลูก และทำให้เม็ดเลือดแดงของลูกแตกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ถ้าปฏิกิริยารุนแรงมาก ทารกอาจบวม หัวใจวาย และตายในครรภ์ ในกรณีที่คลอดออกมามีชีวิต ลูกจะมีอาการตัวเหลือง ซึ่งถ้าไม่มากจะดีขึ้นและหายได้เอง

แต่ถ้าเป็นมาก สารบิลิรูบินที่ทำให้ตัวเหลืองอาจไปจับที่สมอง จำเป็นต้องรักษาด้วยการถ่ายเลือดเพื่อกำจัดสารบิลิรูบิน ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดความพิการทางสมองได้ อย่างไรก็ตาม หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะสามารถหายเป็นปกติได้

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ การไม่เข้ากันของหมู่เลือด Rh คลิกหน้า 2

ขูดมดลูก

ขูดมดลูก น่ากลัวไหม เมื่อไหร่ต้องขูดมดลูก?

ขูดมดลูก …เพียงแค่คิดผู้หญิงทุกคนก็รู้สึกเสียวแปล๊บบริเวณท้องน้อยขึ้นมาทันที และคงไม่มีใครอยากขึ้นขาหยั่งเพื่อโดนขูดมดลูกอย่างแน่นอน แต่เราจะหลีกหนีความขยาดหวาดเสียวนี้ไปได้หรือไม่ วันนี้มีคำตอบมาบอกค่ะว่า ความจริงแล้ว การขูดมดลูกนั้นน่ากลัวไหม แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องขูดมดลูกกันบ้าง Continue reading “ขูดมดลูก น่ากลัวไหม เมื่อไหร่ต้องขูดมดลูก?”

คัมภีร์รับมือ 10 วิธี ทำให้ลูกอยากไปโรงเรียน ได้ผล 100%

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน …เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มภาคการศึกษาใหม่ เนื่องจากเด็กๆ ต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิต จากที่เคยนอนดึก ตื่นสาย ไปเที่ยวกับครอบครัว ไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ กับพ่อแม่ และเพื่อนๆ กลายเป็นต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เพื่อไปเรียนหนังสือ และมีการบ้านมากมายกลับมาทำที่บ้าน

สำหรับเด็กส่วนใหญ่ จะรู้สึกลำบาก หรือรู้สึกยุ่งยากเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และพวกเขาจะกลับไปสู่กิจวัตรประจำวันที่ต้องไปโรงเรียนได้อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเด็กบางคน ความกลัว และความกังวลที่ต้องกลับไปเรียนนั้นอาจเพิ่มมากขึ้น และสามารถนำไปสู่การไม่อยากไปโรงเรียนได้ในที่สุด เด็กบางคนอาจถึงกับพูดว่า “เกลียดโรงเรียน” หรือ “วันนี้ไม่อยากไปโรงเรียน” เด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียนอาจร้องไห้คร่ำครวญ ส่งเสียงกรีดร้อง หรืออ้อนวอนพ่อแม่เป็นชั่วโมงเพื่อที่จะขออยู่บ้านแทนการไปโรงเรียน เด็กอาจบ่นว่าไม่สบาย หรือหนีออกจากโรงเรียนเพื่อกลับมาที่บ้าน หากเด็กถูกบังคับให้ไปโรงเรียน หรือเด็กอาจขาดเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน

Must read : เทคนิคการปลุกลูกให้ตื่นนอนแต่เช้าอย่างมีความสุข

สาเหตุที่ ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน

ปัญหาของการที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนอาจเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุ แต่ปัจจัยโดยทั่วไปอาจมีสาเหตุมาจาก การเริ่มต้นของภาคเรียนใหม่ การย้ายไปเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ หรือการที่โรงเรียนปิดเทอมเป็นเวลานาน แล้วมีการเริ่มภาคการศึกษาใหม่ ความเจ็บป่วย หรือ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ก็อาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กปฏิเสธการไปโรงเรียน

ครูเคทเพจ Kate Inspirer อธิบายว่า การที่ลูกไม่ยอมไปโรงเรียนอาจเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุ เช่น อาจเกี่ยวข้องกับโรงเรียน หรือที่บ้าน หรืออาจเกิดจากปัจจัยของตัวเด็กเองก็ได้

สาเหตุที่เกิดจากโรงเรียน เช่น โดนครูดุ หรือขู่ โดนเพื่อนว่า โดนเพื่อนแกล้งหรือหัวเราะเยาะ หรืออาจกลัวสถานที่ เช่น เพื่อนบอกว่าตรงนั้นตรงนี้มีผี มีแมงมุม ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆ หลอกถามเวลาอารมณ์ดี ให้เขาเล่าให้ฟัง

สาเหตุที่เกิดจากครอบครัว เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน หรือมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นที่บ้าน ทำให้ลูกเกิดความวิตกกังวล เช่น กลัวพ่อแม่เลิกกัน กลัวพ่อแม่ทะเลาะกัน กลัวพ่อแม่หายไป ฯลฯ หรือในกรณีที่พ่อแม่เลี้ยงลูกแบบใกล้ชิดเกินไป ลูกอาจไม่อยากห่างพ่อแม่ จึงไม่อยากไปโรงเรียนก็ได้

เด็กบางคนเติบโตมากับโลกเสมือนจริงในมือถือ จึงขาดทักษะทางสังคม ไม่รู้จะเล่นกับเพื่อนอย่างไร ไม่รู้จะคุยกับใครอย่างไร ทำให้ไม่อยากเล่นกับคนที่ไม่คุ้นเคย ยิ่งบ้านที่พ่อแม่สื่อสารทางเดียวคือสั่งกับสอน แต่ไม่เคยตั้งใจฟังลูกจริงๆ ยิ่งทำให้เด็กกลัวการพูดคุยกับคนมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการและพฤติกรรมในด้านอื่นๆ ด้วยเช่น การรอคอย พฤติกรรมเมื่ออยู่กับเพื่อนหรือคนอื่นๆ ที่ไม่คุ้นเคย ภาษาและบทสนทนากับผู้อื่น เด็กบางคนเริ่มต้นบทสนทนาไม่เป็น เพราะส่วนใหญ่มีแต่ถูกถาม

เด็กบางคนยังช่วยเหลือตัวเองไม่เก่งทำให้กังวลใจเวลาเข้าห้องน้ำหรือทำอะไรไม่ทันเพื่อน ขาดความเชื่อมั่นในการทำอะไรโดยที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมของลูกด้านทักษะการดูแลตัวเองและทักษะทางสังคมก่อนที่จะเข้าโรงเรียน

ที่มา : ไทยรัฐ
ฝึกลูกช่วยเหลือตัวเอง
ฝึกลูกช่วยเหลือตัวเอง

Must read : 13 เกม สำหรับเด็ก 3 ขวบ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการเจ้าตัวเล็กก่อนเข้าเรียน

Must read5 สัญญาณเตือน “ลูกอาจมีปัญหาที่โรงเรียน”

Must read : วิธีตะล่อมถามลูก เวลาเขาอยู่โรงเรียน

10 วิธีรับมือ เมื่อ ” ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน “

ตามการรายงานพิเศษเกี่ยวกับสุขภาพชิ้นล่าสุดที่มีชื่อว่า การจัดการกับความกังวล และความกลัว ของวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การปฏิเสธการไปโรงเรียนมักจะเกิดจากความกังวล โดยสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในอาจมาจากโรคกลัวสังคม (social phobia) คือ ความกลัวที่เกิดจากสภาพทางสังคม หรือการแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน หรือโรควิตกกังวลไปทั่ว กล่าวคือ การกลัวเกินเหตุ และกังวลไปกับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง หรือโรควิตกกังวลเกี่ยวกับการแยกจาก เช่น กลัวการแยกจากพ่อแม่ผู้ปกครอง บางครั้งต้นตอของปัญหาก็เกิดจากความกลัวที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง เช่น กลัวถูกเรียกในชั้นเรียน กลัวครู กลัวการโดนแกล้ง เป็นต้น และนี่คือคัมภีร์แนะนำวิธีรับมือที่คุณแม่ควรรู้ โดย นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต กับ เทคนิคให้ลูกอยากและยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี ดังนี้

1. ไม่หนีลูก เพราะไม่เช่นนั้นเขาจะรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

2. เมื่อพ่อแม่ต้องไปจริงๆ ก็ขอให้กอดและหอมแก้มพร้อมบอกกับลูกว่าจะกลับมารับให้ตรงเวลา

3. พูดให้ลูกสบายใจ เช่น “รักลูกนะ สัญญาจะมารับตอนบ่าย”

4. การโต้ตอบรุนแรงมักไม่ได้ประโยชน์ เพราะอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กในวัยเปลี่ยนผ่าน จากชั้นอนุบาล เข้าสู่ชั้น ป.1 ลูกของคุณไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่ในโรงเรียน ยังไม่รวมการต้องอยู่ห่างจากแม่  และต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกมากมาย โลกของวัยประถม ยากกว่าที่คุณคิด

Must read : 8 วิธีป้องกันลูกจาก “โรคกลัวสังคม (ฮิคิโคโมริ ซินโดรม)”

อ่านต่อ >> “เทคนิคทำให้ลูกอยากและยอมไปโรงเรียนแต่โดยดี” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก

8 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูกไป ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก

จากการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ว่าภายในปี 2560 นี้ จะมีการนำร่องให้บริการฉีดวัคซีน HPV ฟรี ให้แก่เด็กนักเรียนหญิง ชั้นป.5 ประมาณ 400,000 คนทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีข่าวการฟ้องร้องเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการ ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้คุณพ่อคุณแม่อาจเกิดความกังวลใจว่า ควรให้ลูกฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน Continue reading “8 ข้อควรรู้ ก่อนพาลูกไป ฉีดวัคซีน มะเร็งปากมดลูก”

ปลาที่แม่ไม่ควรกิน

ปลาที่แม่ไม่ควรกิน (และทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า)

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) มีคำแนะนำล่าสุดในเดือนมกราคม 2017 เกี่ยวกับการรับประทานปลาของแม่ตั้งครรภ์ ปริมาณปลาที่แม่ควรรับประทาน และรายชื่อ ปลาที่แม่ไม่ควรกิน พร้อมตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยคำแนะนำครั้งนี้ได้ขยายรวมถึงคุณแม่ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ให้นมลูก และคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กด้วย

ทุกคนทราบดีว่า ปลาเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายของเด็กเล็ก คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่อยากตั้งครรภ์ รวมทั้งคุณแม่ที่ให้นมลูก ได้แก่ โอเมก้า-3 และวิตามินดี โดยคำแนะนำล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ปลาในตลาดมีมากมายหลายชนิดที่คนท้องสามารถกินได้ และทุกในครอบครัวสามารถกินได้อย่างปลอดภัย

แม่และลูกควรกินปลามากแค่ไหน?

เนื่องจาก สารปรอทเป็นอันตรายต่อสมองและระบบประสาทหากได้รับมากเกินไปและสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน และในปลาที่ปลอดภัยก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีสารปรอท แต่พบสารปรอทในระดับที่ถือว่าปลอดภัยต่อการบริโภคในปริมาณที่กำหนด ซึ่งปริมาณสูงสุดที่ FDA แนะนำให้บริโภคได้ คือ 12 ออนซ์ต่อสัปดาห์ค่ะ

สำหรับผู้ใหญ่ ปริมาณปลาที่ควรบริโภคต่อครั้งคือ ขนาดเท่าฝ่ามือ หรือ 4 ออนซ์ก่อนนำไปปรุงอาหาร

สำหรับเด็ก ให้ลดปริมาณลงมาโดยปรับให้เหมาะกับอายุและปริมาณแคลอรี่ที่เด็กต้องการ โดยแนะนำให้เด็กรับประทานปลาหลากหลายอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

บทความแนะนำ 10 ปลาไทย โอเมก้า 3 สูง! บำรุงสมองสดใส หัวใจแข็งแรง

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2014 ได้มีการประกาศคำแนะนำให้คุณแม่ท้องควรรับประทานปลาที่มีสารปรอทต่ำ 8-12 ออนซ์ต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้บอกว่าปลาอะไรบ้างที่มีสารปรอทต่ำ ดังนั้นคำแนะนำล่าสุดนี้ FDA ได้ทำการลิสต์รายชื่อปลาที่มีสารปรอทต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ FDA ได้ทำการแบ่งปลา 62 ชนิด ออกเป็น 3 กลุ่ม :

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ ปลาที่คนท้องกินได้ และ ปลาที่คนท้องห้ามกิน  คลิกหน้า 2

คุณแม่ Full Time เลี้ยงลูกอยู่บ้าน สบายที่สุด (จริงหรือ?)

คุณแม่ฟูลไทม์ …การเลี้ยงลูกด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนใฝ่ฝัน เพราะจะได้อยู่ดูแลลูกตลอดเวลา ได้เห็นพัฒนาการของลูกรักทุก ๆ ขั้น ทุก ๆ เรื่องราวอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณแม่ฟูลไทม์ต้องเผชิญก็คือคำพูดต่างๆ ที่บั่นทอนจิตใจคุณแม่ เช่น “สบายเลยนะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว!”

เป็น คุณแม่ฟูลไทม์ สบายจริงหรือ?

คุณแม่ฟูลไทม์

ซึ่งคนภายนอกหรือคนที่ยังไม่มีลูก มักมองเห็นว่า การคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านว่าแสนสบาย น่าอิจฉาเป็นที่สุด เพราะแค่เลี้ยงลูกเฉยๆ ไม่ต้องออกไปทำงาน สู้รบปรบมือกับคนนอกบ้านในเหนื่อยแรง มีสามีคอยให้เงิน และยิ่งสำหรับคุณแม่มือใหม่แล้วเมื่อใกล้ครบกำหนดลาคลอด เชื่อเลยว่ามีคุณแม่หลายๆ ท่านมีอาการ “ติดลูก” ความกังวลต่างๆ นานา ประดังประเดเข้ามา “ลูกยังติดเต้าอยู่เลย จะทำยังไงดี” “กลับไปทำงานจะมีเวลาปั๊มนมไหม” “คนเลี้ยงจะดูแลลูกดีไหม” เมื่อลูกไม่อยู่ในสายตา สัญชาตญาณของแม่จะผุดขึ้นมาทันที และเพราะใจของคนเป็นแม่นั้นมีความกังวลต่อความปลอดภัยของลูกน้อยตลอดเวลา และต้อการเลี้ยงดูแลลูกได้ดีที่สุด

Must readลาออกมาเลี้ยงลูก กับข้อ 10 ข้อก่อนตัดสินใจ

ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกการเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ก็ผุดมาในห้วงความคิด แต่คุณแม่ก็ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลขดูก่อนว่า ถ้าเราออกจากงาน รายได้ทางเดียวจะพอจุนเจือครอบครัวไหม เพราะมีหลายครอบครัวโชคดีที่ไม่มีภาวะทางการเงินมาบีบบังคับ สามารถเลือกลาออกจากงานได้ทันที แต่หลายครอบครัวไม่มีโอกาสแบบนั้น ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ Amarin Baby & Kids จึงขอแนะนำว่าควรคำนึงถึงอะไรบ้าง

  • ภาวะทางการเงิน ปัจจัยสำคัญในยุคข้าวยากหมากแพงนี้ อาหารก็แพง ของเล่นของใช้เด็กก็แพง นอกจากคำนึงถึงค่าใช้จ่ายประจำวัน เราควรนึกไปถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกัน ค่าเล่าเรียน
Must readค่าใช้จ่ายสำหรับลูก ตั้งแต่ แรกเกิด – ป.ตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่? รู้หรือยัง?
  • ภาวะทางสังคม หากคุณแม่เป็นคนทำงาน แน่นอนว่ามักจะชอบสังคม ได้ออกไปช้อปปิ้งตลาดนัดตอนกลางวัน ได้ทานข้าวเม้าท์กับเหล่าสาวๆ ได้เหล่หนุ่มเพิ่มความกระชุ่มกระชวย แล้วจะรับได้ไหม หากในหนึ่งวันต้องอยู่บ้านกับลูก ได้เม้าท์กับเพื่อนผ่านทางแชตเท่านั้น ได้แต่แอบส่องเฟสคนอื่น  เวลาไปจัดใหญ่กินข้าวตอนมื้อเที่ยงที่ร้านส้มตำข้างตึก
  • ภาวะแรงกดดันจากคนใกล้ตัว ญาติพี่น้องมีความเป็นห่วงเป็นใย กล่าวตักเตือนแกมตำหนิ “จะไม่ทำงานหรอ” “สบายเลย อยู่บ้านเลี้ยงลูก” “ถ้าสามีทิ้งจะทำไง” และความหวังดีประสงค์ร้ายต่างๆนานาที่มาบั่นทอนความตั้งใจของเรา
  • ภาวะความภาคภูมิใจในตนเองถดถอย หลายคนเป็นผู้หญิงทำงาน เป็นบอส เมื่อต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูก อาจจะรู้สึกไร้ค่า เมื่อก่อนได้ตัดสินใจในดีลร้อยล้านพันล้าน วันนี้ได้ตัดสินใจแค่ว่า ลูกจะกินข้าวกับอะไร ต้องซื้อผ้าอ้อมตุนไว้ไหม

เหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เชื่อไหมคะว่ามันเป็นแค่ภาวะหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่จะช่วยเยียวยาจิตใจแม่ฟูลไทม์ คือรอยยิ้มของลูกน้อย ก้าวเดินแรก คำพูดแรกของเค้า ได้เป็นคนแรกที่เค้าเห็นเมื่อยามตื่น และได้เป็นคนสุดท้ายที่เค้าเจอในยามหลับ แค่นี้เท่านั้นก็ยืนยันได้ว่า เราตัดสินใจถูกแล้ว

อ่านต่อ >> 10 เหตุผลที่ทุกคนต้องรู้! การเป็นคุณแม่ Full time ไม่ได้สบาย เหมือนที่ใครคิด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลงทะเบียนคนจน รอบ2 กับ 5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ผู้มีรายได้น้อย

อัปเดต!! ข้อมูลล่าสุด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ ลงทะเบียนคนจน รอบ2 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม มีการรายงานข่าวว่า รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนว่าจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม ในปี 2560 นี้

Continue reading “ลงทะเบียนคนจน รอบ2 กับ 5 ขั้นตอนง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ผู้มีรายได้น้อย”

ลูกติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน เพราะแค่หกล้ม

จากประสบการณ์ของคุณแม่ ที่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการป่วยของลูกน้อย คุณแม่เล่าว่าลูกน้อยอายุได้แค่ 1 ขวบ วันหนึ่งลูกของคุณแม่หกล้มเป็นแผลถลอก จึงใส่ยาล้างแผลให้ตามปกติ อาการของลูกก็ปกติดีทุกอย่าง จนกระทั่งผ่านไปได้ไม่นาน คุณหมอบอกว่า ลูกเป็นแบคทีเรียกินเนื้อคน

Continue reading “ลูกติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน เพราะแค่หกล้ม”

เตือนแม่! ระวังยางกัดที่ลูกเล่น อาจจะเต็มไปด้วยเชื้อรา

ยางกัดสําหรับทารก …ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการคันของเหงือกเมื่อฟันของลูกน้อยกำลังจะขึ้น  และเสริมพัฒนาการด้านประสาทสัมผัส ซึ่งปัจจุบันยางกัดมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากแบบวงแหวนที่มีน้ำอยู่ด้านในแล้ว ยังมีรูปแบบคล้ายของเล่นให้ลูกน้อยของคุณมีความสนุกและสบายตัวขึ้นในเวลาเดียวกัน

ระวัง! ยางกัดสําหรับทารก มีเชื้อราซ่อนอยู่

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวช่วยแก้อาการคันเหงือกของลูกน้อยแบบนี้ เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะลูกต้องนำเอาปากอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่คุณแม่ต้องคอยสังเกตและหมั่นทำความสะอาดเจ้ายางกัดนี้ ไม่เช่นนั้นอาจเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นเดียวกันคุณแม่ท่านนี้ ซึ่งได้ออกมาเตือนถึง ภัยของเจ้ายางกัด ให้แม่ๆทุกคนได้ระวังกันค่ะ

Must readเช็คด่วน!! กับเหตุผลว่าทำไมคุณแม่ต้องล้าง ‘ฝาจุกดูดน้ำ’ ให้สะอาดหมดจด?

โดยคุณแม่ Dana chianese มีอาชีพเป็นหมอฟัน และได้แนะนำให้พ่อแม่หลาย ๆ คน เลิกใช้ ตุ๊กตายางกัดจำพวกนี้ หรือไม่เช่นนั้นก็ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกวิธีก่อนนำมาให้ลูกเล่น เพราะเธอก็เป็นคนหนึ่ง ที่ให้ลูกใช้ยางกัดนี้ เมื่อลูกน้อยมีอาการคันเหงือก

แต่จนกระทั่งวันหนึ่งที่ คุณแม่ Dana chianese ได้นำเจ้าตุ๊กตายางของลูกมาทำความสะอาด เธอลองบีบไล่ลมจากตรงช่องลมออกมา และทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นที่ไม่ค่อยดีจากในนั้น เธอจึงตัดสินใจผ่าตุ๊กตายางตัวนั้นออกมาดู และสิ่งที่เธอเห็น ก็ทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าในตัวตุ๊กตายางกัดยอดฮิตตัวนี้ มีเชื้อราเกาะอยู่เต็มไปหมด และ มีกลิ่นเหม็นที่รุนแรงด้วย

ยางกัดสําหรับทารกยางกัดสําหรับทารก

ซึ่งคุณแม่ Dana chianese บอกว่า เธอมักจะทำความสะอาดของเล่นตามคำแนะนำโดยใช้น้ำสบู่ร้อนด้วยฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ และไม่เคยนำตุ๊กตายางกัดจุ่มลงในน้ำ แต่ก็ไม่เคยคิดไปถึงเรื่องความปลอดภัยข้างในเลย และเธอยังได้บอกอีกว่า “มันเป็นเรื่องที่เจ็บหัวใจที่สุดที่รู้ว่าเธอได้ให้ลูกน้อยของเธอเอง เคี้ยวของเล่นที่เต็มไปด้วยรา”

Must readวิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก ให้สะอาดปลอดเชื้อโรค

อ่านต่อ >> “เตือนแม่ระวัง! ยางกัดสําหรับทารก มีเชื้อราซ่อนอยู่” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฝึกความจำให้สมองลูก

10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก

ฝึกความจำให้สมองลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กมีความจำดี เรียนรู้เรื่องอะไรก็เข้าใจได้หมด  แบบนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากครูคนแรกของลูก อย่างคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ  เราในฐานะพ่อแม่สามารถช่วยกระตุ้นฝึกสมองประเทืองปัญญาให้กับลูกๆ ได้ค่ะ เพียงแค่หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสมองลูก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 10 กิจกรรม ฝึกความจำให้สมองลูก มาฝากค่ะ

 

ฝึกความจำให้สมองลูก รู้ไหมสมองลูกยิ่งลับยิ่งคม!!??

เป็นที่รู้กันดีว่าสมองของเด็กถูกพัฒนาให้เจริญเติบโตมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องของแม่แล้ว พอคลอดออกมาสมอง เซลล์ประสาทต่างๆ ก็ยังคงทำหน้าที่และพัฒนาเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งสมองของเด็กช่วงอายุ 1-5 ปี ถือว่าเป็นปีทองของสมอง นั่นหมายถึงว่าหากเราจะป้อนความรู้อะไร หรือฝึกให้ลูกเรียนรู้ภาษาอื่นนอกจากภาษาไทย เด็กจะสามารถจำและเรียนรู้ได้ดี

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสมองเด็กว่า “ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สมองของมนุษย์ให้รู้จักการเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ ดังนั้นสมองจึงมีกระบวนการทำงานที่หลากหลายซับซ้อน เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ การคลาน นั่ง พูด เดิน เป็นต้น ที่สำคัญ สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองผ่านกระบวนการเรียนรู้ เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมองซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ  เมื่อมีการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้

ซึ่งเรียกกระบวนการเชื่อมต่อของสมองนี้ว่า ไซแนปส์ การเชื่อมต่อของไซแนปส์สามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลา 1-5 ปีแรก ดังนั้นช่วงวัยนี้จึงเป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ เพราะสมองของเด็กจะพัฒนาถึง 85% เทียบเท่าสมองของผู้ใหญ่ ที่สำคัญทุก 1 วินาที เซลล์สมองของเด็กจะมีการเชื่อมต่อสูงถึง 700 เซลล์ ซึ่งหมายความว่า สมองของลูกน้อยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เมื่อพ้นช่วงวัยนี้ไปแล้ว จะไม่มีการเพิ่มเซลล์สมองแต่เป็นการพัฒนาโครงข่าย ส่วนเซลล์สมองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมสลายไป การสร้างทุกนาทีให้เป็นการเรียนรู้ของลูก (Non-Stop Learning) จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันส่งเสริมในโอกาสทองนี้”1

 

ถ้าสมองของลูกจะเต็มที่กับการเปิดรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาแบบนี้ พ่อแม่อย่างเราก็คงจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะสมองของลูกดูเหมือนยิ่งลับก็ยิ่งคมมากขึ้นเรื่อยๆ  ฉะนั้นอย่าได้รอช้าไปหากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสมองลูก มาให้เด็กๆ เขาได้ประเทืองปัญญากันค่ะ

 

อ่านต่อ >> “10 วิธี ฝึกความจำให้สมองลูก” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่