แก้ปัญหา ลูกหลับยาก ด้วยกลิ่นกายของพ่อแม่
หากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมีปัญหา ลูกหลับยาก ลองดูวิธีนี้กันเลยค่ะ เพียงให้ลูกน้อยได้กลิ่น กลิ่นนี้ก็จะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น
Continue reading “แก้ปัญหา ลูกหลับยาก ด้วยกลิ่นกายของพ่อแม่”
หากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมีปัญหา ลูกหลับยาก ลองดูวิธีนี้กันเลยค่ะ เพียงให้ลูกน้อยได้กลิ่น กลิ่นนี้ก็จะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น
Continue reading “แก้ปัญหา ลูกหลับยาก ด้วยกลิ่นกายของพ่อแม่”
ลูกไม่สบายและมีไข้ จะเป็นอะไรไหมหากให้นอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อ? อยากรู้ต้องอ่าน!
ไม่มีอะไรจะทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกข์ทรมานใจได้มากไปกว่า การเห็นลูกรักไม่สบาย เพราะขึ้นชื่อว่าเด็ก เวลาไม่สบายทีไรก็จะเป็นเยอะทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ทำเอาหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ร้อนรนยิ่งนัก
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้น หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าเวลาที่ลูกไม่สบายนั้นควรดูแลอย่างไร จะเป็นอะไรหรือไม่หากให้ลูกอยู่ในห้องแอร์ หรือบ้านไหนไม่มีแอร์ เปิดพัดลมจ่อลูกหรือว่าจะเปิดส่ายดี วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอวิธีการดูแลลูกยามไม่สบาย พร้อมกับไขปัญหาข้อสงสัยที่ว่า ลูกไม่สบายและมีไข้ สามารถนอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อได้หรือไม่ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

ไข้ หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติ โดยที่ค่าปกติของอุณหภูมิที่วัดทางทวารคือ 36.6-38 องศาเซลเซียส วัดทางปากคือ 35.5-37.5 องศาเซลเซียส วัดทางรักแร้คือ 34.7-37.3 องศาเซลเซียส และวัดทางหูคือ 35.8-38.0 องศาเซลเซียส
การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น จากอากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้นหรือห่อตัวมาก จากการแพ้ยา จากเนื้องอกสมองกดเบียดส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจนทำงานผิดปกติ จากโรคธัยรอยด์เป็นพิษ จากฟันขึ้น เป็นต้น
ไข้ต่ำหรือสูงไม่ได้บอกความรุนแรงของโรค แต่ไข้สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้สูง ยาลดไข้เป็นเพียงยาระงับอาการ จึงไม่ควรทานยาลดไข้ต่อเนื่องโดยไม่ทราบว่าสาเหตุของไข้เป็นจากอะไร
เมื่อลูกมีไข้ขึ้น ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาน้องไปหาหมอ ๆ จะถามถึงอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำมูก ไอ อาเจียน ท้องเสีย ซึมลง ไม่เล่น กินอาหารน้อยลง ผื่นขึ้น ร่วมกับการตรวจร่างกายหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อการ วินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง แต่การมีไข้ทุกครั้งไม่จำเป็นต้องพบคุณหมอทุกครั้งก็ได้นะคะ หากลูกมีไข้ไม่เกิน 3 วัน ยังกินได้เล่นได้เป็นปกติดี ไม่ซึม ไม่หอบ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนนะคะ หากเป็นเด็กเล็ก ๆ สังเกตอาการยาก แนะนำให้พาไปพบคุณหมอจะดีที่สุดเลยละค่ะ
น้ำซาวข้าว ประโยชน์มากมาย ที่ทีมแม่ ABK ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่พลาด!
ในทุก ๆ วันเวลาที่คุณพ่อคุณแม่หุงข้าวให้ลูกน้อยและสมาชิกทุกคนในบ้านได้ทานกันนั้น ได้เทน้ำซาวข้าวทิ้งกันบ้างหรือไม่คะ … แน่นอนว่า ต้องมีคุณพ่อคุณแม่เกินครึ่งหนึ่งทิ้งไปแน่ ๆ แต่ไม่ต้องเสียดายไปนะคะ เพราะหลังจากที่อ่านบทความนี้แล้วนั้น รับรองว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่พลาดเททิ้งอีกเป็นแน่ ประโยชน์ของ น้ำซาวข้าว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
1. ใช้ทำน้ำหมักสมุนไพรบำรุงผม ก่อนอื่นเลยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมน้ำซาวข้าวจำนวน 1 ลิตรใส่ไว้ในถังที่สะอาด จากนั้นเอาผลมะกรูดสดมา 5 ลูก ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแผ่น ๆ ใส่ลงไปแช่ เสร็จแล้วให้เอาดอกอัญชันมา 1 กำมือล้างให้สะอาดแล้วใส่ตามลงไป แช่ทิ้งไว้ 1 คืนจึงเอามาปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำใส่ขวดเก็บไว้ใช้ ซึ่งสามารถเก็บได้นาน 1 สัปดาห์ วิธีใช้ก็แค่เอาน้ำหมักสมุนไพรของเรามาชโลมเส้นผมให้ทั่วแล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาที พอครบกำหนดให้ล้างออกให้สะอาด ก็จะช่วยบำรุงให้เส้นผมนุ่มสลวยเงางาม ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะแห้ง ป้องกันรังแคได้แล้วละค่ะ
2. ซักผ้าขาวให้กลับมาขาวใหม่ สำหรับผ้าแพรหรือผ้าไนล่อนสีขาวที่เวลาเราสวมใส่ไปนาน ๆ นั้นสีขาวก็ย่อมหม่นหมองลงไปตามกาลเวลา เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการ เอาผ้าสีขาวที่ต้องการซักมาแช่ในน้ำซาวข้าวทิ้งไว้ 3-5 วัน โดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวันนะคะ เมื่อครบกำหนดก็เอาผ้าไปซักตามปกติ ผ้าที่เคยหมองก็จะกลับมาขาวเหมือนใหม่ได้อีกครั้งนึงเลยละค่ะ
3. ใช้ในการดองผัก เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่น่าสนใจมาเลยละค่ะ ขั้นตอนก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้น้ำซาวข้าวผสมเกลือใส่ลงไปด้วย แช่ผักเอาไว้เลยค่ะ ไม่กี่วันเราก็จะได้ผักดองรสเปรี้ยวแสนอร่อยไว้รับประทานแล้วค่ะ พูดแล้วก็เปรี้ยวปากเลยละค่ะ

4. ล้างถ้วยให้สะอาดไร้กลิ่นคาว เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่น้ำซาวข้าวมาใช้ล้างถ้วย จาน ชาม ช้อน ส้อม คล้ายกับการใช้น้ำยาล้างจานเลยแหล่ะ ที่สำคัญคือช่วยขจัดคราบไขมัน กลิ่นคาว กลิ่นอาหาร ให้หมดไปจากจานชามของเราได้อีกด้วย
5. ช่วยล้างกลิ่นคาวติดมือ หากคุณพ่อคุณแม่กำลังประสบกับปัญหามือมีกลิ่นคาวหลังจากที่ทำอาหารและไม่สามารถล้างออกได้ละก็ แนะนำให้ล้างมือด้วยน้ำซาวข้าวผสมกับน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาว เท่านี้ กลิ่นคาวที่ติดมืดก็หมดแล้วละค่ะ
6. ใช้รดน้ำต้นไม้ เนื่องจากในน้ำซาวข้าวมีสามีสารอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก หากเรานำไปรดต้นไม้เป็นประจำก็จะช่วยบำรุงใบและดอกให้เจริญงอกงาม ยิ่งถ้าเอาไปรดไม้ดอกอย่างมะลิละก็ จะยิ่งช่วยให้ออกดอกสวยงามมากเป็นอย่างมาก
7. ใช้ล้างผักผลไม้ คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า การล้างผักผลไม้นั้น สามารถล้างให้สะอาดได้โดยใช้น้ำซาวข้าวนี่แหละเป็นตัวช่วย วิธีการก็คือ ให้เด็ดผักที่ต้องการล้างออกเป็นใบ ๆ ก่อน จากนั้นเอาไปล้างด้วยน้ำเปล่าหนึ่งรอบ แล้วมาแช่ในน้ำซาวข้าวทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เมื่อได้เวลาแล้วก็เอาผักมาล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยขจัดสารพิษที่ติดมากับผักหรือผลไม้ให้ลดลงไปได้โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสารตกค้างเลยละค่ะ ที่สำคัญไม่ต้องไปเสียเงินซื้อน้ำยามาล้างอีกด้วย
8. ใช้สระผม ให้คุณแม่สระผมด้วยแชมพูตามปกติ หลังจากนั้นใช้น้ำซาวข้าวล้างแชมพูออก พร้อมกับนวดเส้นผมและหนังศีรษะไปด้วย เมื่อนวดจนทั่วแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี เส้นผมแข็งแรง มีน้ำหนักเปล่งประกาย บ้านไหนมีลูกสาวอย่าลืมทำให้คุณน้อง ๆ หนู ๆ กันนะคะ
ลูกซัด คือสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์แผนโบราณมาอย่างยาวนาน แต่เชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้จักว่าสมุนไพรลูกซัดว่ามีสรรพคุณเด่นในเรื่องใดบ้าง รวมถึงมีข้อสงสัยว่าสมุนไพรลูกซัดจะปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่ เราลองไปดูข้อมูลเหล่านี้พร้อมกันค่ะ
เชื่อว่ายังมีคุณแม่ส่วนหนึ่งที่รู้จักสมุนไพรชนิดนี้มากันบ้างแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งอาจไม่รู้จักเลยว่าคืออะไร ลูกซัด เป็นสมุนไพร ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเมล็ดแก่สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเหลืองทอง เมล็ดจะขนาดเล็ก ขนาดความกว้างของเมล็ดลูกซัดจะ ประมาณ 3 มิลลิเมตร ยาว 4 มิลลิเมตร และหนา 1 มิลลิเมตร มีร่องตรงกลางเมล็ด มีกลิ่นแรงเฉพาะตัว เมล็ดมีรสฝาด สุขม หอม[11]
มีบันทึกการรับรองจาก ฮิปพอคราทีส (Hippocrates) ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก” และบันทึก จากแพทย์กรีก โรมันอื่นๆ ในสมัยโบราณ[1] พบว่า ลูกซัด (Fenugreek) อ่านออกเสียงว่า “ฟีนูกรีก” หรือ เฟนูกรีก เป็นหนึ่ง ในสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งแพทย์โบราณได้ผสมเมล็ดด้วยน้ำแล้วทำเป็นขี้ผึ้งในการรักษาบาดแผลภายนอก เช่น ฝี หรือ แผลภายใน เช่น แผลในกระเพาะอาหาร และโรคลำไส้อักเสบ[2]

ในผู้หญิงชาวอินเดีย และยุโรป จะใช้เมล็ดลูกซัดมาเป็นส่วนผสมในอาหาร เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนม ซึ่งลูกซัดได้ถูกจัดเป็นยาพื้นบ้านมาแต่โบราณของชาวยุโรป และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยนิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพิ่มน้ำนมในมารดาที่ต้องให้นมบุตร
ทั้งนี้จากงานวิจัยในต่างประเทศ ได้มีการทดสอบพบว่า ลูกซัด หรือ Fenugreek(Trigonella foenum-graecum L.) มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำนมเเม่หลังคลอด อย่างมีนัยยะสำคัญ[3] เเละมีงานวิจัยในต่างประเทศอีกหลายฉบับที่ วิจัยถึงสรรพคุณของลูกซัด กับการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนมเเม่ นอกจากนี้ ลูกซัด หรือFenugreek ยังได้ถูกพิจารณาจัดอยู่ในฐานข้อมูลกลุ่มอาหารทั่วไปที่มีความปลอดภัย “U.S. Food and Drug Administration’s GRAS list (Generally Recognized As Safe)”[4] เเละในประเทศไทย ได้มีเอกสารวิชาการ กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ รพ.ราชวิถี โดย พญ.ยุรี ยานาเซะ[5] ได้ระบุข้อมูล Dose หรือ ปริมาณการใช้สมุนไพรลูกซัดในหัวข้อ “การใช้สารกระตุ้นน้ำนมในการเริ่มต้นการให้นมแม่หรือเพิ่มปริมาณนมแม่” (หน้าที่4) ว่า ลูกซัด มีขนาดที่เเนะนำในการใช้คือ 1-4 เเคปซูล(580-610 มก.) ทานวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมผลวิจัยลูกซัดจากฐานข้อมูลของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล[6] เช่น ฤทธิ์ลดระดับ คอเลสเตอรอลและต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารจากเมล็ดของลูกซัด ฤทธิ์สมานแผลของลูกซัด ผลการวิจัยลูกซัดกับโรคพาร์กินสัน เป็นต้น
สำหรับผู้ที่ต้องการทานสมุนไพรชนิดนี้ รวมถึงแม่ที่ให้นมลูก ที่ถ้ามีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้วเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ไม่แนะนำให้รับประทาน เนื่องจากมีรายงานพบสาร กลุ่มคูมาริน จึงควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากเสริมฤทธิ์กัน อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า และเลือดไหลหยุดยากได้[12] แต่หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือดแข็งตัวช้า หรือเลือดไหลหยุดยากเวลาที่มีบาดแผล ก็สามารถทานสมุนไพรชนิดนี้ได้อย่างมั่นใจ(ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรเท่านั้น)

สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำเอาสมุนไพรชนิดนี้มาสกัดในรูปแบบแคปซูล เพื่อสะดวกในการรับประทาน ในแบ รนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “ฟีนูแคปพลัส” จากบริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์ ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [7] ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ฟีนูแคปพลัสเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าประกวดแข่งขันในงาน “ International Invention , Innovation & Technology Exhibition “ หรือ ITEX 2016 ณ ประเทศมาเลเซีย[8]
โดยผลิตภัณฑ์ ฟีนูแคปพลัส คว้ารางวัลเหรียญทองในกลุ่ม special care & child care เป็นผลสำเร็จ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 1200 ผลงาน จาก 24 ประเทศทั่วโลก[9]
ไม่เพียงเท่านี้ ยังคว้ารางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันนวตกรรม “ Seoul International Invention Fair “ หรือ SIIF 2016 ณ สาธารณรัฐเกาหลี มาอีกหนึ่งรางวัล สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง
นอกจากนี้ บริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์ ยังได้รับรางวัล “เพชรน้ำหนึ่ง” ในฐานะผู้สนับสนุนการดำเนินงานยุทธศาสตร์การ พัฒนาเด็กในสถานรองรับ : เพชรน้ำหนึ่ง จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว[10] ด้วยการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขายในแต่ละเดือน จัดกิจกรรมช่วยเหลือและส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในแต่ละจังหวัดมาโดยตลอด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
ข้อมูลเอกสารอ้างอิง
[1] Kathleen Phalen 1998, Integrative Medicine: Achieving Wellness Through the Best of Eastern and Western Medical, ISBN-10: 1885203616
[2] German botanist 1580, Cytisus Fenugreek herbal Lonicer Kreuterbuch, 16th century german herbal by Adam Lonicer.
[3] Turkyilmaz C, Onal E, Hirfanoglu IM, Turan O, Koc E, Ergenekon E, et al. The effect of galactagogue herbal tea on breast milk production and short-term catch-up of birth weight in the first week of life. J Altern Complement Med. 2011;17(2):139–42. doi: 10.1089/acm.2010.0090.
[4] U.S. Food and Drug Administration’s https://www.fda.gov/food/IngredientspackagingLabeling/GRAS/
[5]เอกสารวิชาการโดย พญ.ยุรี ยานาเซะ, http://www.rtcog.or.th/html/photo/bulletinfile_914728.pdf
[6]ฐานข้อมูล สมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/news.asp?strSearch=%C5%D9%A1%AB%D1%B4
[7] ผลิตภัณฑ์ Fenucaps แปรรูปลูกซัด website กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ www.most.go.th/main/th/443-news/innovation4smes/5014-smes_5014
[8] รางวัลนวัตกรรม สมุนไพรเพิ่มน้ำนม สนับสนุนโดย สวทช. www.nstda.or.th/th/news/4983-siif-2016
[9] ฟีนูแคป ตัวเเทนประเทศไทยคว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ ที่มา ครอบครัวข่าว3, ช่อง3 https://goo.gl/MVicLF
[10] กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบรางวัล “เพชรน้ำหนึ่ง” แก่ บริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์ 2016 https://www.facebook.com/FenuCap/, www.fenucap.com, www.thai108herb.com,
[11],[12]ลูกซัด.ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. www.thaicrudedrug.com
การ เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูก สำคัญต่อลูกวัยนั่งได้ในช่วง 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งหากให้ทานแต่นมแม่อย่างเดียว ลูกอาจได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ เพราะธาตุเหล็กตามธรรมชาติซึ่งสะสมไว้เมื่อตอนทารกเกิดมาจะเริ่มใช้หมดไป
Continue reading “เผยสูตรเมนูเด็ด! “ข้าวตุ๋นสามสี” เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูกน้อย (มีคลิป)”
นี่แหละ มนุษย์แม่ รวม 25 ภาพสะท้อนความจริงที่ “คุณแม่ทุกคน” ต้องเจอ เรียกได้ว่าเป็นงานอาชีพที่โหดมากที่สุดเลยก็ว่าได้!
Continue reading “25 ภาพสะท้อนเรื่องจริง ที่ มนุษย์แม่ ต้องเจอ!”
อยาก สอนลูกเก่งอังกฤษ ให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้!! …แต่จำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์และวิธีการต่าง ๆ ที่ต้องส่งเสริมลูกน้อยมาตั้งแต่ยังเล็กและต่อเนื่อง รวมถึงคุณพ่อคุณแม่เองจะต้องมีขั้นตอนและกระบวนการที่ถูกต้องในการสร้างลูกให้เป็นเด็กสองภาษาได้ไปจนโต
Continue reading “สอนลูกเก่งอังกฤษ ตั้งแต่เล็กๆ ด้วย 9 เทคนิคแสนง่าย!”
ไม่ว่าจะเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ หากปล่อยให้ เล่นคอมพิวเตอร์ นานมากเกินไป อาจเสี่ยงเป็น 2 โรคนี้!
ยุคนี้สมัยนี้ แทบจะไม่มีบ้านหรือครอบครัวไหนเลยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบได้เพียงแค่ คลิกเดียว! จนในบางครั้งทำให้ผู้เล่นเกิดอาการติดจนงมงายชนิดถอนตัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนู ๆ น้อง ๆ ทั้งหลายที่มักจะเพลิดเพลินไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตหรือเล่นเกมส์มากมายบนโลกโซเชียล
แต่หากรู้ไม่ว่าการ เล่นคอมพิวเตอร์ นานหรือมากจนเกินไปโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้น สามารถนำ 2 โรคร้ายนี้มาสู่ร่างกายได้! ซึ่งโรคที่ว่านี้ก็ได้แก่
แพทย์ย้ำ! กินยาแก้ปวดมากเกินไป เสี่ยงไตเสื่อมจริงหรือ มั่วนิ่ม!?
ยาแก้ปวด ถือเป็นยาพื้นฐานสามัญประจำบ้านที่ทุกคนต้องมีติดบ้านและติดตัวไว้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีอาการปวดหัว ตัวร้อน จะได้หยิบขึ้นมารับประทานได้ทัน จากกรณีที่มีข่าวแชร์กันถึงหัวข้อที่ว่า ‘กินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ เสี่ยงไตเสื่อมถึงตายได้’ นี่จะจริงหรือไม่นั้น วันนี้ นายแพทย์สิทธิโชค หทัยสงวน แพทย์ประจำสาขาอายุรกรรมโรคไต โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ จะมาไขข้อข้องใจให้เราได้ฟังกันค่ะ
โดยคุณหมอกล่าวว่า การกินยาแก้ปวดในกลุ่ม เอ็นเสด เช่น ยาแก้ปวดประจำเดือน สามารถเพิ่มความเสี่ยงการเกิดไตวายเฉียบพลันได้ ในกรณีที่กินเข้าไปในปริมาณที่มาก ติดต่อกันเป็นะยะเวลานานเกินไป คือกินติดต่อกันเกิน 7 วัน หรือ 1 สัปดาห์ หากมีการทานยาและอาการยังไม่ทุเลาก็ควรเดินทางไปพบแพทย์จะเป็นทางที่ดีที่สุด
บ้านไหนที่มี ลูกฉี่รดที่นอน เป็นประจำ อาจต้องพบเจอกับ กลิ่นฉี่ ฉุน ๆ ที่สร้างความปวดหัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งปัญหาการฉี่รดที่นอนของลูกน้อยถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับเด็กอายุ 1- 5 ปี
Continue reading “เคล็ดไม่ลับ ดับ ‘กลิ่นฉี่’ และวิธีแก้ปัญหาลูกฉี่รดที่นอน”
เพราะแม่ไม่เช็กวันหมดอายุให้ดีก่อน ทำลูกวัย 1 เดือนป่วยหนักหลังกิน นมหมดอายุ ได้ 4 ชั่วโมง
ไม่ว่าจะเป็นนมผง หรือนมพร้อมดื่ม คุณแม่เคยเช็กวันหมดอายุก่อนที่จะซื้อกันบ้างหรือไม่คะ ทราบหรือไม่คะว่า วันหมดอายุนั้นสำคัญมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าบริโภคประเภทใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นม” ที่เราซื้อให้กับลูกน้อยได้ทาน หากเราไม่ได้เช็กก่อนและเผลอซื้อสินค้าที่หมดอายุแล้วมาให้ลูกทานละก็ นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกน้อยป่วยหนักโดยไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับเรื่องราวของคุณแม่มือใหม่ท่านนี้ ที่ไม่ได้เช็กให้ดีก่อน
ลีอา โฮตัน คุณแม่ลูกอ่อนวัย 23 ปี โพสต์แชร์เรื่องราวของเธอเพื่อเป็นการเตือนภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกคน หลังพบว่า นมที่เธอซื้อมานั้นหมดอายุ!
โรคไตในเด็ก น่ากลัวและใกล้ตัวกว่าที่คิด หลังแม่พบลูกแอบดื่มน้ำจากก๊อกกลางดึก
มิเชล เทียร์นี แม่ของ แซค หนูน้อยวัย 6 ขวบเล่าว่า ลูกชายเพิ่งตรวจพบว่าไตมีปัญหา โดย มิเชล เล่าว่า ตอนแรกเธอไม่รู้หรอกว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับลูก คิดมาตลอดว่าลูกชายคงจะหิวกระหายน้ำมากจริง ๆ และอีกอย่างการดื่มน้ำเยอะก็เป็นผลดีกับร่างกาย แต่พอมาสังเกตจริง ๆ กลับสงสัยว่า มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ที่เด็กคนนึงจะดื่มน้ำเยอะขนาดนี้!
การกระทำของ แซค นั้นทำให้ มิเชล ต้องกลับมาคิดทบทวน เนื่องจากว่า เขาหิวกระหายน้ำตลอดเวลา เสมือนว่าร่างกายนั้นไม่สามารถขาดน้ำได้เลยแม้แต่นิดเดียว และมีอยู่คืนหนึ่ง แซค ตื่นขึ้นมากลางดึกและแอบไปดื่มน้ำจากก๊อกน้ำในห้องน้ำ นั่นเองที่ทำให้เธอตัดสินใจพาลูกไปพบแพทย์
เมื่อผลตรวจของลูกชายออกมา ก็พบว่า เธอตัดสินใจถูกแล้วที่รีบพาเขามาพบแพทย์ เพราะผลตรวจชี้ชัดแล้วว่า ไตของแซคนั้น ไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ เนื่องจาก ไตที่เขามีนั้นเทียบเท่ากับคนแก่ที่มีอายุ 80 ปี! หรือเรียกง่าย ๆ ว่า แซค นั้นกำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคไตฝ่อนั่นเอง โดยแพทย์ได้แนะนำว่า พวกเขาจะต้องทำการปลูกถ่ายอวัยวะ ก่อนที่ แซค จะโตเป็นหนุ่ม มิเช่นนั้น เขาอาจจะเสียชีวิตได้
เป็นอีกหนึ่งโรคแปลกและน่ากลัวที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยใช่ไหมละคะ เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะคิดว่า คนที่จะป่วยเป็นโรคไตได้นั้น จะต้องเป็นคนที่สูงวัยแล้วจริง ๆ แต่ในความเป็นจริง โรคดังกล่าวนั้นสามารถเป็นได้ทุกเพศและทุกวัยเลยละค่ะ
เครดิต: The Mirror
การนอกใจ ต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้ชีวิตคู่และครอบครัวต้องสั่นคลอน บาปนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน ไปดูพร้อม ๆ กัน
“กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี” การเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย ศีลข้อ 3 ที่ถูกบัญญัติขึ้น ด้วยหวังปลูกความสามัคคี สร้างความเป็นปึกแผ่น ป้องกันความแตกร้าวในหมู่มนุษย์ และทำให้วางใจกันและกัน ชายกับหญิงแม้ไม่ได้เป็นญาติกัน ก็ยังมีความรักใคร่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ ด้วยอำนาจความปฏิพัทธ์ในทางกาม สิกขาบทข้อนี้ แปลว่า เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย คำว่า “กามทั้งหลาย” ในที่นี้ได้แก่ กิริยาที่รักใคร่กันทางประเวณี การประพฤติผิดในกาม
การประพฤติผิดในกาม มักมาก คือสิ่งที่คนเราต้องรู้จักพอเพียงให้ดี ไม่ใช่พอเห็นอะไร ก็อยากได้ อยากมี เป็นของตัวเอง เพราะเบื่อของเก่าที่อยู่ที่บ้าน ของเก่าที่กลิ่นเดิม ๆ ไม่มีความเร้าใจ จะไปเทียบอะไรกับเด็กสาว ๆ สวย ๆ ได้ และนี่ละ คือต้นเหตุที่นำไปสู่การแตกของครอบครัว ที่คนทำหารู้ไม่ว่านั่นคือ การสร้างเวรกรรมที่น่ากลัวให้กับตัวเอง!
ทูน่ากระป๋อง …เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีเวลา! เป็นหนึ่งทางเลือกที่นอกจากจะหาซื้อได้ง่ายแล้ว ยังนำไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ ได้หลากหลาย และใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบไม่นาน เพียงเปิดกระป๋องเนื้อปลาที่อุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 วิตามิน และเกลือแร่ ก็พร้อมปรุงทันที!!!
ใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกที กรมควบคุมโรคเตือน ระวัง 6 โรคระบาดหน้าหนาว เอาไว้ให้ดี
คุณพ่อคุณแม่สังเกตกันไหมคะว่า ช่วงนี้ตอนเช้าอากาศเริ่มเย็นลงและฟ้ามืดไวขึ้น นั่นแสดงว่าประเทศของเรากำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วละค่ะ แน่นอนว่า หน้าหนาวก็เป็นอีกหน้าหนึ่งที่ทำให้เราพบเห็นโรคระบาดต่าง ๆ มากมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ๆ
และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอ 6 โรคระบาดที่ชอบมาพร้อมกับหน้าหนาวให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับทราบกันค่ะ ซึ่งจะมีโรคอะไรบ้างนั้น กรมควบคุมโรคได้รวบรวมเอาไว้แล้ว ดังต่อไปนี้
สอนลูกให้ใจเย็น อย่างไร? ในยุคสมัยที่สังคมปัจจุบันนี้ต่างก็เร่งรีบไปหมด หรือประเภทที่ยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งเร็วยิ่งเก่ง วงจรของความเร็วก็เลยต้องทำให้พ่อแม่ลูก และผู้คนต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ใจเร็ว ได้เร็ว เปลี่ยนเร็ว
ความเร็วในที่นี้ ไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำ รีบแต่งตัวส่งลูกไปโรงเรียน และรีบไปทำงานเพื่อให้ทันเวลา รีบกินอาหารแต่ละมื้อ เวลาขับรถก็เร่งรีบอยากให้ถึงที่หมายปลายทางโดยเร็ว ใครขับรถช้าก็หงุดหงิด ใครทำอะไรชักช้าก็รำคาญ ยิ่งถ้าเป็นลูกหลานของตัวเองทำอะไรช้าก็มักต่อว่าแล้วจะทำมาหากินอะไรได้ทัน หรือก็ประมาณว่าไม่ทันคน
และยิ่งในปัจจุบันนี้เป็นโลกแห่งเทคโนโลยี ทำให้เกือบทุกครอบครัวเน้นในเรื่องของความเร็วของวิถีชีวิต เพราะทั้งพ่อแม่ และเด็กๆ ต่างก็ถูกปลูกฝังให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็วเพียงใช้ปลายนิ้วมือในเวลาไม่กี่นาที โดยมีเจ้าความเร็วนี่แหละที่ทำให้สังคมมีปัญหา!

อีกทั้งความเร็วยังส่งผลให้เด็ก ๆ มักจะขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ เบื่อง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเทคโนโลยีและชีวิตที่ทันสมัย สะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ เวลาพ่อแม่มอบหมายงานให้ทำ ก็ไม่สามารถอดทนทำให้สำเร็จได้ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ตามใจมากจนเกินไป หรือขัดใจมากจนเกินไป ทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ต้องการจะเอาชนะ กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง บางคนก็ร้องอาละวาดเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม คุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกให้ลูกรู้จักการรอคอย เพราะถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าสังคมของเด็กในอนาคต
เรียกได้ว่าสื่อเหล่านี้หากใช้อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์จะเป็นภัยร้ายสำหรับลูกน้อย ทำให้สมองของลูกถดถอยลงได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่อาจปฏิเสธเทคโนโลยีได้ แต่ก็ไม่ควรไม่เห็นด้วยกับความเร็วในทุกเรื่อง เพราะเจ้าความเร็วที่ว่าทำให้ชีวิตมนุษย์ทุกวันนี้กำลังจะกลายเป็นหุ่นยนต์กันไปหมด โดยไม่สนใจเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณ
ในวงการแพทย์มีจำนวนเด็กป่วย ที่พ่อแม่ส่งไปทำการรักษาด้วยอาการสมาธิสั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งพ่อแม่หลายคนต่างก็พากันตั้งคำถามจากพฤติกรรมของลูกเพิ่มมากขึ้น เช่น “ทำไมลูกไม่สามารถทำสิ่งใดนานๆ ติดต่อกันได้” ,“ลูกอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตัวเอง , “ลูกซนมาก อยู่ไม่นิ่ง” ซึ่งต้นเหตุของความเร็วเร่งรีบนั้นไม่ได้มาจากสังคม หรือคนอื่นเลย แต่แท้จริง ล้วนมาจากตัวของพ่อแม่นั่นเอง ที่นำความเร่งรีบยัดเข้าไปสู่ตัวลูกโดยอัตโนมัติ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว จะทำอย่างไรให้ลูกสงบ รู้จักนิ่ง และอดทนรอคอย ไม่ลื่นไหลตามความเร็วของสังคม ตามไปดูกันเลยค่ะ
เชื่อหรือไม่ว่า วัยเตาะแตะที่ได้เรียนรู้การอดทน รอคอย หรือการควบคุมตนเองได้นั้น อาจจะส่งผลให้พวกเขามีสุขภาพและความมั่นคงในชีวิตที่ดีในอนาคตค่ะ
คุณหมอมอฟฟิทบอกว่า ไม่ใช่แค่การควบคุมอารมณ์ไม่ให้โวยวาย ร้องกรี๊ดเท่านั้น แต่เป็นทักษะจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในตอนโต ทักษะในการอยู่ร่วมกับคนอื่นและรู้จักรอคอยในสิ่งที่ดีที่ควร ซึ่งวิธีการสอนลูกให้อดทน เริ่มง่ายๆ ได้ด้วยแนวทางที่ทีมแม่ ABK เอามาฝาก ดังนี้
หากจะสอนลูกให้อดทน ควรให้ลูกได้เรียนรู้การควบคุมตนเอง เมื่ออาการป่วนของลูกไม่ได้เป็นการเล่นสนุก แต่เป็นการสำแดงฤทธิ์เมื่อไม่ได้ดั่งใจ และเป็นกับทุกคน (พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่เลี้ยง เป็นต้น) และเกิดขึ้นบ่อยเหลือเกิน

เมื่อจะให้ลูกเรียนรู้ คุณก็ควรได้รู้ว่าลูกมีข้อจำกัดอะไร และอะไรคือความเหมาะสมกับเด็กวัยนี้ จะให้เด็กสองขวบ รอแม่คุยโทรศัพท์ 10 นาทีโดยไม่ปีนป่ายเรียกร้องความสนใจใด ก็คงเป็นไปได้ยาก
เช่น แทนที่จะออกคำสั่งว่า “หยุดวิ่งในบ้านเดี๋ยวนี้” แต่เปลี่ยนเป็นบอกว่า “ถ้าหนูวิ่งเหมือนลิงหลุดกรงแบบนี้ แม่ว่าต้องมีของแตกสักชิ้นแน่ๆ” ลูกจะได้รู้จักคิดทบทวนการกระทำของตัวเองบ้าง แทนการสอนลูกให้อดทนแบบตรงๆ เพราะเด็กวัยนี้มักต่อต้านสิ่งที่เขาตัดสินว่าเป็น “คำสั่ง” จากผู้ใหญ่
และเมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน เด็กที่มีความอดทนมักจะเป็นที่รักของเพื่อนมากกว่า เพราะเขารู้จักผลัดกันเล่นกับคนอื่น และนี่คือเทคนิคที่จะช่วยให้ลูกรู้จักรอ (โดยไม่ต้องเสียน้ำตาและร้องโวยวาย)
หากลูกอยากให้คุณใส่ถ่านให้รถไฟโทมัสขณะที่คุณวุ่นกับการทำอาหารอยู่ บอกเขาว่า “แม่ยังทำให้ตอนนี้ไม่ได้ รอก่อนนะจ๊ะ” ซึ่งจะค่อยๆ ปลูกฝังว่าเขาไม่จำเป็นต้องได้อะไรในทันทีทุกครั้งไป
เมื่อลูกรู้จักรอคอย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เขาทำในครั้งต่อไป

ที่ต้องใช้ความอดทน เช่น การปลูกถั่วงอก ซึ่งต้องเริ่มจากเตรียมสำลีชุบน้ำปูในถาด ใส่เมล็ดถั่วเขียว ปิดด้วยผ้าขาวบาง วางไว้ในที่แดดปานกลาง รออีก 2 – 3 วันหนูก็จะได้เห็นเมล็ดงอกออกมาแล้วจ้า! เป็นการ สอนลูกให้รอเป็น ไปในตัว
ในบางโอกาส เช่น เมื่อน้องกับพี่ผลัดกันเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การจับเวลาแบบนี้จะช่วยให้ลูกเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าเขาต้องรออีกนานเท่าไร
อย่าสัญญากับลูกว่าจะพาไปสนามเด็กเล่นหลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ แต่คุณกลับหันไปง่วนกับการซักผ้าแทน เพราะลูกต้องการการไว้ใจว่าถ้าเขารอ คุณจะให้สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ
อย่างไรก็ดีสำหรับเรื่องนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เทอร์รี่ มอฟฟิท อาจารย์ประจำสาขาจิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์ อธิบายว่า “จากการศึกษาปัจจัยของการประสบความสำเร็จเมื่อเป็นผู้ใหญ่ พบว่าความสามารถในการควบคุมตัวเองได้ดีเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญพอๆ กับระดับไอคิว และปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัวเลย” เป็นการศึกษาเปรียบเทียบฝาแฝดที่มีไอคิวพอๆ กันแล้วพบว่า แฝดที่อดทนรอคอยได้น้อยมักจะมีนิสัยไม่ดี ไม่เหมาะสมมากกว่ารวมทั้งทำอะไรประสบความสำเร็จในตอนโตน้อยกว่าอีกคนหนึ่ง จึงเป็นการพิสูจน์ได้ว่า การสอนให้ลูกรู้จักใจเย็น อดทนและรอคอย เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตของลูกน้อยเป็นอย่างมาก
อ่านต่อ “บทความดี ๆ น่าสนใจ” คลิก!
รู้หรือไม่!? การให้ ลูกเรียนดนตรี ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องในการช่วยให้ลูกเป็นอัจฉริยะได้ แล้วจะมีวิธีใดบ้างที่จะทำให้ลูกมีความสามารถเป็นอัจฉริยะด้านดนตรี Amarin Baby & Kids มีเทคนิคดีๆ มาฝากค่ะ
Continue reading “เทคนิคส่งเสริมความสามารถด้านดนตรีให้ลูก ง่ายๆ (ตั้งแต่ในท้อง-12ปี)”
เพราะ ลูกติดเชื้อแบคทีเรีย หมอจึงสั่งห้ามเด็ดขาด หลังจากนี้ไป ห้ามคนกินเหล้า สูบบุหรี่ มาสัมผัสน้อง!
คุณแม่แนน ได้เผยแพร่เรื่องราวของ น้องมีตังค์ ลูกชายวัยเดือนเศษ ที่ต้องติดเชื้อแบคทีเรียเพราะสัมผัสจากคนที่กินเหล้าและสูบบุหรี่ โดยคุณแม่แนนเล่าผ่านทีมงาน Amarin Baby and Kids ว่า
ตอนแรกคุณแม่สังเกตเห็นว่าหูข้างซ้ายของน้องบวม คุณแม่ก็นึกว่าน้องโดนมดกัด แต่พอตื่นเช้ามาปรากฎว่าหูซ้ายของน้องบวมอีก คุณแม่ก็ยังไม่คิดอะไร เพราะคิดว่าเดี๋ยวน้องก็คงหาย ด้วยความที่คุณแม่จะต้องไปทำงาน ซึ่งที่ทำงานกับบ้านนั้นไม่ไกลกันมากนัก แต่ทว่ากว่าคุณแม่จะเลิกทำงานก็สี่ทุ่มแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ทำงานคุณแม่จะคอยโทรถามพี่เลี้ยงตลอดว่าน้องเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งพี่เลี้ยงก็บอกว่า “น้องโอเคดีขึ้น”