วิธีรับมือลูกดื้อ

นักจิตวิทยาระดับโลกแนะ 3 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ”

แม่ไม่ต้องกลุ้มใจ “ลูกดื้อ” ไม่เชื่อฟัง นักจิตวิทยาระดับโลกแนะให้รับมือลูกด้วย 3 วิธีนี้!

 

เมื่อลูกอยู่ในวัยที่เริ่มรู้เรื่อง สิ่งหนึ่งที่ทุกคุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องเผชิญกันก็คือ “ลูกดื้อ” พูดอะไรแล้วไม่เชื่อฟัง และเรื่องนี้นี่แหล่ะที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนต้องปวดหัว แต่ทราบหรือไม่คะว่า หากคุณพ่อคุณแม่สามารถจับจุดลูกได้ถูกละก็ รับรองว่า ไม่ว่าลูกจะมาไม้ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็รับมือได้หมดแน่นอน

มอรีน ฮีลีย์ นักจิตวิทยาเด็กชื่อระดับโลก และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง Growing Happy Kids ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีที่จะมาช่วยรับมือเวลาที่ลูกรักของเราดื้อมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น อย่ารอช้า รีบไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

 

ลูกดื้อ

3 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ”

เมื่อลูกของเราดื้อนั้น   มักสร้างความเครียดและหงุดหงิดใจให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่  โดย มอรีน ได้กล่าวว่า เด็กสมัยนี้ดื้อ และเป็นเด็กที่ไวต่อความรู้สึกมากจริง ๆ พวกเขาเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเองมาก แถมยังมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเสียด้วย

เด็กหลาย ๆ คนดื้อชนิดที่เรียกว่า ดื้อไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งพ่อแม่ห้ามให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองมากเท่าไร พวกเขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนความคิดของตัวเองมากเท่านั้น อีกทั้งยังกลับแสดงออกด้วยความท้าทายชนิดที่ ฉันอยากทำ ฉันก็จะทำ ไม่จำเป็นต้องไปบอกหรือฟังใครทั้งสิ้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนเครียดและถอดใจจนต้องเข้ามาขอคำแนะนำจากเธอถึงวิธีรับมือลูก จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น  มอรีน ได้นำเสนอเอาไว้ให้ทั้งสิ้น 3 วิธีค่ะ

  • เป็นโค้ชที่ดี คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัย อ้าว! นี่ฉันจะมารับมือลูกเวลาที่ืพวกเขาดื้อนะ ไม่ได้จะมาสอนพวกเขาเล่นกีฬา! … ตรงนี้ มอรีน บอกว่า เธอเข้าใจดี แต่สิ่งที่เธอพยายามจะสื่อก็คือ ให้คุณพยายามเข้าไปอยู่ในโลกของลูกให้ได้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ทำในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่บอก และเมื่อคุณสามารถเข้าถึงได้ การที่จะเป็นโค้ชทางความคิดให้กับลูกนั้นไม่ยากเลยล่ะค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น: คุณพ่อคุณแม่บอกให้ลูกไปอาบน้ำและแปรงฟัน แต่ลูกไม่ยอมทำ เพราะเขารู้สึกว่าคุณกำลังออกคำสั่งให้เขาไปทำ ๆ ให้พวกเขาอยากรู้ว่า ถ้าไม่ทำแล้วจะทำไม จะเกิดอะไรขึ้น? หากเป็นตอนแรกที่ยังไม่ได้อ่านบทความนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะปรี๊ดแตกกันแล้วใช่ไหมละคะ เผลอ ๆ มีลงไม้ลงมือเสียด้วย ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำก็คือ เข้าไปนั่งใกล้ ๆ ลูกเลยค่ะ พร้อมกับพยายามคิดแทนเขาว่า ที่เขาไม่ทำเป็นเพราะอะไร เมื่อเจอแล้วก็ค่อย ๆ คุยกับลูก ว่าที่แม่บอกให้หนูอาบน้ำแปรงฟันนั้น เป็นเพราะแม่เป็นห่วงนะจ๊ะ  รอให้ลูกใจเย็น ผ่อนคลาย แล้วค่อย ๆ ถามเหตุผลที่ทำไมลูกถึงไม่ทำ เมื่อเขาบอกแล้วก็ค่อย ๆ แนะนำพร้อมอธิบายถึงเหตุและผลให้ลูกเข้าใจเท่านั้นเอง

ลูกดื้อ
ลูกดื้อ
  • ขายตัวเองให้ผ่าน บางทีที่ลูกพยศหรือดื้อใส่คุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นเพราะพวกเขายังไม่ไว้ใจ หรือเชื่อใจ เพราะอาจจะเคยโดนคุณพ่อคุณแม่หลอกมามากจนฝังใจและเกิดความกลัว ดังนั้น สิีงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำก็คือ การสวมบทบาทเป็นเซลล์ที่ดี ขายความเชื่อใจของตัวเองให้ผ่านก่อนแล้วค่อยนำเสนอสินค้าต่อไป พร้อมกับคุณเจรจาต่อลองกันด้วยคำพูดที่ว่า “แม่เข้าใจความคิดของลูกนะ เอาแบบนี้ไหม เรามาค่อย ๆ ตกลงกันคนละครึ่งทาง” โดยที่ต้องให้ลูกเป็นคนยื่นขอเสนอนั้นก่อนนะคะ (เหมือนกับการค่อย ๆ หลอกถามความต้องการของลูกค้านี่ละค่ะ) พอลูกค่อย ๆ เปิด คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะพูดเสริมว่า แล้วคุณแม่สามารถช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่ หนูมีอะไรอยากจะแนะนำแม่ไหมจ้ะ … พูดอย่างไรก็ได้ค่ะ ที่ทำให้ลูกของเราเปิดใจพูดกับเราให้ได้มากที่สุด พอเรารู้ เราก็หาทางว่า เราควรจะทำอย่างไร ที่จะไม่ใช่เป็นการตามใจ เพราะแน่นอนว่า หากลูกรู้ว่าพูดอะไรไปคุณแม่ก็ต้องให้ พวกเขาก็จะใช้ไม้นี้ไปตลอด ดังนั้น หากรู้แล้วก็ค่อย ๆ หาทางปรับความคิดความต้องการของลูก ให้มาอยู่ตรงกลางในระหว่างคำว่า ความเหมาะสมแทน เท่านี้ลูกก็จะรู้สึกแล้วละค่ะว่า ทั้งคุณและเขา เสมอกัน ไม่มีใครแพ้และไม่มีใครชนะ ต่างฝ่ายต่างพอใจถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วยกันทั้งคู่
  • สร้างแรงบันดาลใจให้กับลูก ลองดูสิคะว่า ลูกของเราชอบอะไร แล้วให้คุณพ่อคุณแม่พยายามไปศึกษาสิ่งนั้นเพิ่ม พร้อมกับอาจจะมีตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกได้เห็น ยกตัวอย่างเช่น คนที่ลูกชื่นชอบนั้น ลูกรู้ไหมว่า กว่าที่เขาจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น เขาผ่านอะไรมาบ้าง เขาต้องผิดหวัง เริ่มทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จากคนที่ไม่มีเคยมีแม้แต่ข้าวจะกิน ทำไมทุกวันนี้เขาถึงกลายเป็นคนที่รวยมีเงินเยอะระดับต้น ๆ นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่ยอมแพ้อย่างไรละจ้ะ ดังนั้น หากลูกอยากเป็นอะไร เพียงแค่ลูกมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ไม่ดื้อ พูดจารู้เรื่อง มีเหตุและผลละก็ ความฝันที่ลูกตั้งใจไว้ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วละจ้ะ

มอรีน กล่าวต่ออีกว่า เด็กที่ดื้อมาก ๆ นั้นพวกเขาจะมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเด็กพวกนี้ จะเป็นเด็กที่มีความสามารถมาก อีกทั้งยังมีศักยภาพ ฉลาด และแฝงไปด้วยพรสวรรค์มากมายเลยละ แน่นอนว่ามันมากับความดื้อ แต่เชื่อไหมว่า พวกเขามักจะทำบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาต้องการนั้น สำเร็จเสมอ

เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่จับจุดพวกเขาให้เจอ พร้อมกับท้าทายพวกเขา และแฝงไปด้วยคำสอน คำแนะนำที่ควบคู่ไปกับความคิด ความมีวินัย และคุณธรรม และพิสูจน์ตัวเองให้ลูกได้เห็นว่า เวลาที่พวกเขาอยู่กับคุณนั้น คุณคือคนที่อยู่เคียงข้างพวกเขาจริง ๆ ทำให้ลูกรู้สึกสนุกและเชื่อใจ เท่านี้ไม่ว่าคุณจะบอกให้ลูกทำอะไร พวกเขาก็จะเชื่อ และมีอะไรก็จะหันมาขอคำปรึกษาจากคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ

เครดิต: MomScream


อ่านต่อเรื่องอื่นที่น่าสนใจ:

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลัง

เคลียร์ชัด ๆ ให้หายสงสัย เงินสงเคราะห์บุตรย้อนหลัง ได้ไหม?

ร่วมหาคำตอบ เงินสงเคราะห์บุุตรย้อนหลัง ได้หรือไม่ ไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กันได้ที่นี่ค่ะ

 

 

สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์บุตรนั้น อาจจะกำลังสงสัยกันอยู่ว่า หากยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับเงินดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอยกตัวอย่างคำถามของคุณแม่ท่านนึง พร้อมกับคำตอบที่จะมาช่วยไขข้อข้องใจของคุณแม่ทุกคนกันค่ะ

แต่ก่อนที่เราจะไปดูคำถามและคำตอบนั้น เรามาทำความรู้จักกับ เงินสงเคราะห์บุตรกันก่อนดีกว่านะคะ

ทำความรู้จักกับเงินสงเคราะห์บุตร

เงินสงเคราะห์บุตรคือเงินที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้กับคุณแม่เพื่อเป็นลดเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งคุณสมบัตรของคุณแม่ที่จะสามารถได้รับเงินนั้น จะต้องมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

1.ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 39
2.จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน สิทธิที่ท่านจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 600 บาทต่อบุตรหนึ่งคน
3.ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้น บุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
4.อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน เว้นแต่ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ในขณะที่บุตรมีอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนต่อจนอายุ 6 ปีบริบูรณ์
การหมดสิทธิรับเงินกรณีสงเคราะห์บุตร
–  เมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์
–  บุตรเสียชีวิต
–  ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น
–  ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

หลักฐานการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์บุตรจะมีอะไรบ้าง คลิก>>

ค่าใช้จ่ายตอนลูกไม่สบาย

แม่ควรอ่าน! หากไม่อยากกังวลเรื่อง ค่าใช้จ่ายตอนลูกไม่สบาย

ค่าใช้จ่ายตอนลูกไม่สบาย สูงขนาดไหน คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้และเตรียมพร้อม จะได้รับมือได้ถูกทาง

 

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือกำลังจะเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคะ เคยวางแผนสำรองหรือวางแผนล่วงหน้ากันบ้างหรือไม่คะว่า ถ้าลูกรักของเราไม่สบายขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจะมากน้อยเพียงใด … บอกได้เลยนะคะว่า เยอะมาก ๆ เลยละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นค่าหาหมอเอย ค่ายา ค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอีก หากคุณแม่ไม่วางแผนทางการเงินให้ดีละก็ รับรองว่าค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นนั้นสูงจนน่าตกใจจริง ๆ

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะบอกว่า ฉันได้เตรียมประกันสุขภาพไว้ให้ลูกแล้ว/ เดี๋ยวรอให้ลูกโตกว่านี้ก่อนค่อยทำก็ได้/ ลูกฉันมีบัตรทองแล้วไม่เห็นเป็นไร หรือ ฉันใช้สวัสดิการของบริษัทหรือหน่วยงานแล้ว เป็นต้น

โชคดีค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่มีตามที่กล่าวไปแล้วด้านบน แต่ถ้าหากไม่มีเลยละค่ะ จะเกิดอะไรขึ้น? หากครอบครัวมีฐานะหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่หากพอมีพอใช้ แน่นอนว่าได้มีการเอาเงินเก็บมาใช้เป็นแน่ ทีมงาน Amarin Baby and Kids เล็งเห็นแล้วว่า การวางแผนทางการเงินเวลาที่ลูกไม่สบายนั้นสำคัญมากน้อยเพียงใด ก็ได้ทำสรุปคร่าว ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

อ่านต่อ การวางแผนทางการเงินยามลูกไม่สบายได้ที่หน้าถัดไป >>

สอนลูกทำทาน

“สอนลูกทำบุญ” อย่างฉลาด! ด้วย 6 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

การ สอนลูกทำบุญ จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีจิตใจดี พร้อมโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้ได้ โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้มีแนวทางหลักธรรมในการให้พ่อแม่เลี้ยงลูก ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้…

Continue reading ““สอนลูกทำบุญ” อย่างฉลาด! ด้วย 6 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก”

บัตรคนจน

เช็กสิทธิ์และวิธีการใช้ บัตรคนจน เพื่อพ่อแม่รายได้น้อยโดยเฉพาะ!

บัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นโครงการช่วยเหลือครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้บัตรนี้ และมีวิธีใช้ หรือซื้ออะไรได้บ้าง Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาฝากค่ะ

Continue reading “เช็กสิทธิ์และวิธีการใช้ บัตรคนจน เพื่อพ่อแม่รายได้น้อยโดยเฉพาะ!”

ที่คั่นหนังสือ

ชวนลูกประดิษฐ์ ที่คั่นหนังสือ พัฒนากล้ามเนื้อมือกันเถอะ

เมื่อถึงเวลาเข้าโรงเรียน หนังสือจะเข้ามามีบทบาทในฐานะส่วนประกอบของการเรียนและความบันเทิงของเด็กๆ ที่คั่นหนังสือ จึงเป็นงานประดิษฐ์สุดคลาสสิคที่เด็กๆ จะได้ใช้ประโยชน์และทำให้ชั่วโมงการอ่านมีความสนุกมากขึ้น! ยิ่งถ้ามีลูกเล่นอย่างลูกตาพลาสติกเอาไว้เพิ่มความน่ารักและความตื่นเต้นแล้วล่ะก็ เด็กๆ ต้องรู้สึกชื่นชอบกิจกรรมการอ่านเพิ่มขึ้นแน่นอนเลยค่ะ

นอกจากนี้ การพาเด็ก ๆ ทำที่คั่นหนังสือของตัวเอง ไม่เพียงจะช่วยให้เขาผูกพันกับกิจกรรมการอ่านหนังสือมากขึ้น แต่เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้วิธีการถนอมหน้ากระดาษในหนังสือ โดยไม่เลือกใช้วิธีพับคั่นหน้าไว้ ช่วยรักษาสภาพของหนังสือเล่มโปรดไว้จนโต ทั้งยังได้ ที่คั่นหนังสือแห่งความภาคภูมิใจ เพราะว่ามันจะไม่เหมือนใคร และมีชิ้นเดียวในโลก ที่สร้างจากจินตนาการของตัวเองอีกด้วย!

อ่าน 15 นาทีทุกวัน

ผลงานประดิษฐ์ของลูก ยังเป็นกระจกสะท้อนความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือรวมถึงการทำงานประสานกันของมือและตาของลูกเรา เพราะการใช้มือ นิ้ว และข้อมือในวันนี้นี่แหละที่จะเป็นบันไดทำให้ลูกติดกระดุมเสื้อ เขียนหนังสือ ผูกเชือกรองเท้า และอีกหลากกิจกรรมที่เขาต้องจัดการด้วยตัวเองในวันข้างหน้า รวมไปถึงทักษะในอาชีพต่างๆ ที่ต้องใช้นิ้วมือที่คล่องแคล่ว เช่น การเล่นดนตรี ทันตแพทย์ การเล่นกีฬา เป็นต้น

บทความแนะนำ 10 วิธีฝึกลูกช่วยเหลือตัวเอง

ฉะนั้นแค่การให้เขากินข้าวเองหรือพาเล่นแมงมุมขยุ้มหลังคาก็คงไม่เพียงพออีกต่อไป เราควรสนับสนุนทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือนี้ด้วยกิจกรรมที่สนุกและท้าทาย แต่ก็ต้องไม่ให้เกินความสามารถของลูกด้วย

อ่านต่อ วิธีทำที่คั่นหนังสือง่ายๆ เสริมพัฒนาการลูก คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูบำรุงสมองลูกน้อย

คลิปอาหารอร่อย “ข้าวผัดปลาแซลมอน” สูตรดีเมนูบำรุงสมอง เพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ!

เพราะอาหาร ก็มีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี เชฟแม่มีจึงมี เมนูบำรุงสมองลูกน้อย มาแนะนำคุณแม่ๆ ที่รักและใส่ใจสุขภาพของลูกน้อย รับรองว่าสูตรนี้ทั้งดี อร่อย และมีคุณค่าโภชนาการครบถ้วนตามที่เด็กๆต้องได้รับแน่นอน

Continue reading “คลิปอาหารอร่อย “ข้าวผัดปลาแซลมอน” สูตรดีเมนูบำรุงสมอง เพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ!”

ลูกกินยาฆ่าเชื้อ

หมอแนะแม่! ลูกกินยาฆ่าเชื้อ เป็นประจำอันตรายหรือไม่

ไขข้อข้องใจแม่ ลูกกินยาฆ่าเชื้อ ทุกวันจะเป็นอันตรายต่อร่างกายลูกหรือไม่?

 

 

คงไม่มีใครไม่รู้จักยาฆ่าเชื้อกันใช่ไหมคะ ทราบหรือไม่คะว่าลูกกินยาฆ่าเชื้อเป็นประจำทุกวัน จะส่งผลอะไรกับสุขภาพลูกหรือไม่  ทำอย่างไรลูกจะได้ไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ ที่สำคัญจำเป็นไหมที่ลูกเป็นหวัดแล้วต้องกินยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง อยากรู้ไปติดตามพร้อม ๆ กันค่ะ

คำถามของคุณแม่: ลูกชายอายุ 2.7 ขวบค่ะ ตั้งแต่ 17 ตุลาคมมานี่ เค้าต้องกินยาฆ่าเชื้อแทบจะเรียกได้ว่าต่อเนื่องเลยค่ะ เพราะพี่ชายพี่สาวไปโรงเรียน ไม่สบายเอากลับมาติดน้อง ส่วนน้องก็ภูมิน้อยติดทุกครั้งไม่มีพลาด กินครบตามที่หมอบอก เว้นไปไม่นานก็เป็นใหม่อีก หมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อใหม่อีก เรียกได้ว่าภายในหนึ่งเดือนลูกชายทานติดต่อกันเป็นเวลาจะสามสัปดาห์แล้วค่ะ แอบกังวลว่า ถ้าลูกทานต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่คะ

ศ. พญ. อรุณี เจตศรีสุภาพ (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์และโลหิตวิทยา) ได้เข้ามาให้คำตอบกับคุณแม่ท่านนี้ว่า

ยาทุกอย่างควรจะให้เมื่อมีข้อบ่งชี้ที่สมควร แพทย์จะพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อนให้ ถ้าจำเป็นต้องให้ยานานแพทย์อาจต้องดูการทำงานของตับและไตตามความจำเป็น ในกรณีนี้คุณแม่ไม่ได้บอกอาการของลูก แต่คาดว่าโรคยอดฮิตในเด็กวัยนี้น่าจะเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โดยปกติมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่พบบ่อยคือหวัดธรรมดา ซึ่งการให้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อไม่ได้ช่วย เว้นแต่แพทย์ดูอาการหรือตรวจดูแล้วพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อแบคทีเรีย จึงให้ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น

อ่านต่อคำแนะนำของคุณหมอได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

แต่งฮาโลวีนให้ลูก

ไอเดียเก๋ 20 ชุดสำหรับ แต่งฮาโลวีนให้ลูก ทั้งหลอนและน่ารัก

แม่ไอเดียเก๋ แต่งฮาโลวีนให้ลูก สุดหลอน ทำเอาเพื่อนๆ ชั้นอนุบาลจิตตกกันเป็นแถว กับชุดสุดที่เรียกว่าหลอนได้ใจ และไม่มีเพื่อนคนไหนกล้าเข้าใกล้กันเลยทีเดียว

คุณพ่อคุณแม่ยังพอจะจำกันได้หรือไม่ เมื่อปีที่แล้วสื่อจีนได้รายงานข่าวเกี่ยวกับความน่ารักน่าเอ็นดูของ หนูน้อยชั้นอนุบาลในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ไต้หวัน ซึ่งทางโรงเรียนได้มีการจัดงานประกวดแต่งตัวเป็นผี ในช่วงเทศกาล วันฮาโลวีน แต่ปรากฏว่าชุดของเธอ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นหวาดกลัวจนร้องไห้ไปตามๆ กัน

แม่ไอเดียเก๋ แต่งฮาโลวีนให้ลูก ทั้งหลอนทั้งน่ารัก
ตามแบบภาพยนตร์ผี

แต่งฮาโลวีนให้ลูก

หนูน้อยคนนี้เป็นเด็กผู้หญิง มีชื่อว่า เหมิงเหมิง (萌萌) อายุ 2 ขวบครึ่ง และเธอมีน้องสาวแสนอีก 1 คน ปัจจุบันเรียนเรียนเตรียมประถมอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเกาสง ไต้หวัน

แต่งฮาโลวีนให้ลูก

กลายเป็นภาพที่เรียกรอยยิ้มไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ชาวไต้หวันพาลูกวัยอนุบาลไปร่วมงานฮาโลวีนที่โรงเรียน ซึ่งเด็กๆจะแต่งตัวแฟนซีมาร่วมงาน โดยเด็กหญิงคนหนึ่งถูกแปลงโฉม เป็น คาโอนาชิ ผีไร้หน้า (No face) ผีชื่อดังของญี่ปุ่นหนึ่งในตัวละครของการ์ตูน Spirited Away ในขณะที่เพื่อนๆ แต่งเป็นแม่มดหรือตัวการ์ตูนสดใส

แต่งฮาโลวีนให้ลูกแต่งฮาโลวีนให้ลูก

แต่ด้วยความที่หนูน้อยแต่งตัวมาเหมือนต้นฉบับมากทั้งชุดสีดำและใบหน้าที่ถูกทาจนขาว ทำให้เพื่อนที่โรงเรียนเกิดกลัวจริงๆ ร้องไห้โฮและไม่ยอมเข้าใกล้ แต่หนูน้อยคนนี้ก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับกำลังรักษาคาแรคเตอร์ของผีตัวนี้อยู่

เพราะ เหมิงเหมิง ชอบตัวการ์ตูนผีไร้หน้าในเรื่อง Spirited Away มาก จึงบอกให้คุณแม่แต่งคอสเพลย์ให้เธอไปร่วมงานวันฮาโลวีน 2016 ที่โรงเรียน ซึ่งตัวเธอก็ชอบใจได้แต่งเป็นตัวการ์ตูนที่ชอบ แต่พอไปถึงงานทั้งครูและเพื่อนกลับจำเหมิงเหมิงไม่ได้ มิหนำซ้ำเพื่อนยังร้องไห้จ้าไปสองคน เธอเลยยืนนิ่งอึ้งน้ำตาปริ่มอยู่คนเดียว แต่สักพักก็เริ่มมีคนจำได้ว่าเป็นเธอไม่ใช่ผีที่ไหน เด็กๆ จึงกลับมาสนุกสนานกันได้เช่นเดิม งานนี้ต้องปรบมือให้กับความคิดสร้างสรรค์จัดเต็มของคุณแม่ ที่เนรมิตลูกสาวตัวน้อยให้เป็นผีน่ารักได้ขนาดนี้

และ วันฮาโลวีน 2016 คุณแม่ของน้องเหมิงเหมิง ก็ได้เผยภาพน้องที่แต่งชุดฮาโลวีนเป็นของปีนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่าหลอนไม่แพ้ปีที่แล้ว จะแต่งเป็นอะไรตามไปดูกันเลยค่ะ

 

ชมภาพพร้อมคลิปวีดีโอ “เหมิงเหมิงแต่งเป็นยมทูตลุค
จากหนังเรื่อง Death note ทั้งหลอนทั้งน่ารัก” คลิกหน้า
2

แต่งฮาโลวีนให้ลูก

อ่านต่อ “บทความดี ๆ น่าสนใจ” คลิก!

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ท่าร่วมรัก

รวมเซ็กส์ 10 ท่าร่วมรัก ยอดฮิต (แม้ตั้งครรภ์ก็ทำได้)

หากพูดถึง เรื่องบนเตียง หรือ “เซ็กส์” ท่าร่วมรัก ถือเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันสำหรับคนที่เป็นคู่รัก หรือสามีภรรยากัน  เพราะแม้จะรักกันแค่ไหน แต่ถ้าเรื่องเซ็กส์สอบไม่ผ่าน ก็อาจบั่นทอนความสัมพันธ์ในระยะยาวได้

Continue reading “รวมเซ็กส์ 10 ท่าร่วมรัก ยอดฮิต (แม้ตั้งครรภ์ก็ทำได้)”

ลูกหลับยาก

แก้ปัญหา ลูกหลับยาก ด้วยกลิ่นกายของพ่อแม่

หากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมีปัญหา ลูกหลับยาก ลองดูวิธีนี้กันเลยค่ะ เพียงให้ลูกน้อยได้กลิ่น กลิ่นนี้ก็จะช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น

Continue reading “แก้ปัญหา ลูกหลับยาก ด้วยกลิ่นกายของพ่อแม่”

ลูกไม่สบายและมีไข้

ลูกไม่สบายและมีไข้ เปิดแอร์ เปิดพัดลมได้หรือไม่

ลูกไม่สบายและมีไข้ จะเป็นอะไรไหมหากให้นอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อ? อยากรู้ต้องอ่าน!

 

ไม่มีอะไรจะทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกข์ทรมานใจได้มากไปกว่า การเห็นลูกรักไม่สบาย เพราะขึ้นชื่อว่าเด็ก เวลาไม่สบายทีไรก็จะเป็นเยอะทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ทำเอาหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ร้อนรนยิ่งนัก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้น หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าเวลาที่ลูกไม่สบายนั้นควรดูแลอย่างไร จะเป็นอะไรหรือไม่หากให้ลูกอยู่ในห้องแอร์ หรือบ้านไหนไม่มีแอร์ เปิดพัดลมจ่อลูกหรือว่าจะเปิดส่ายดี วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะขอนำเสนอวิธีการดูแลลูกยามไม่สบาย พร้อมกับไขปัญหาข้อสงสัยที่ว่า ลูกไม่สบายและมีไข้ สามารถนอนในห้องแอร์หรือเปิดพัดลมจ่อได้หรือไม่ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

 

ลูกไม่สบาย

ดูแลอย่างไรเมื่อ ลูกไม่สบายและมีไข้

ไข้ หมายถึง ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติ โดยที่ค่าปกติของอุณหภูมิที่วัดทางทวารคือ 36.6-38 องศาเซลเซียส วัดทางปากคือ 35.5-37.5 องศาเซลเซียส วัดทางรักแร้คือ 34.7-37.3 องศาเซลเซียส และวัดทางหูคือ 35.8-38.0 องศาเซลเซียส

การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น จากอากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้นหรือห่อตัวมาก จากการแพ้ยา จากเนื้องอกสมองกดเบียดส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจนทำงานผิดปกติ จากโรคธัยรอยด์เป็นพิษ จากฟันขึ้น เป็นต้น

ไข้ต่ำหรือสูงไม่ได้บอกความรุนแรงของโรค แต่ไข้สูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้สูง ยาลดไข้เป็นเพียงยาระงับอาการ จึงไม่ควรทานยาลดไข้ต่อเนื่องโดยไม่ทราบว่าสาเหตุของไข้เป็นจากอะไร

เมื่อลูกมีไข้ขึ้น ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาน้องไปหาหมอ ๆ จะถามถึงอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำมูก ไอ อาเจียน ท้องเสีย ซึมลง ไม่เล่น กินอาหารน้อยลง ผื่นขึ้น ร่วมกับการตรวจร่างกายหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อการ วินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง แต่การมีไข้ทุกครั้งไม่จำเป็นต้องพบคุณหมอทุกครั้งก็ได้นะคะ หากลูกมีไข้ไม่เกิน 3 วัน ยังกินได้เล่นได้เป็นปกติดี ไม่ซึม ไม่หอบ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนนะคะ หากเป็นเด็กเล็ก ๆ สังเกตอาการยาก แนะนำให้พาไปพบคุณหมอจะดีที่สุดเลยละค่ะ

อ่านต่อวิธีการดูแลลูก ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

น้ำซาวข้าว

15 คุณประโยชน์ของ น้ำซาวข้าว ที่แม่ ๆ ห้ามพลาด

น้ำซาวข้าว ประโยชน์มากมาย ที่ทีมแม่ ABK ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่พลาด!

ในทุก ๆ วันเวลาที่คุณพ่อคุณแม่หุงข้าวให้ลูกน้อยและสมาชิกทุกคนในบ้านได้ทานกันนั้น ได้เทน้ำซาวข้าวทิ้งกันบ้างหรือไม่คะ … แน่นอนว่า ต้องมีคุณพ่อคุณแม่เกินครึ่งหนึ่งทิ้งไปแน่ ๆ แต่ไม่ต้องเสียดายไปนะคะ เพราะหลังจากที่อ่านบทความนี้แล้วนั้น รับรองว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่พลาดเททิ้งอีกเป็นแน่ ประโยชน์ของ น้ำซาวข้าว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ประโยชน์ของ น้ำซาวข้าว

1. ใช้ทำน้ำหมักสมุนไพรบำรุงผม ก่อนอื่นเลยให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมน้ำซาวข้าวจำนวน 1 ลิตรใส่ไว้ในถังที่สะอาด จากนั้นเอาผลมะกรูดสดมา 5 ลูก ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแผ่น ๆ ใส่ลงไปแช่ เสร็จแล้วให้เอาดอกอัญชันมา 1 กำมือล้างให้สะอาดแล้วใส่ตามลงไป แช่ทิ้งไว้ 1 คืนจึงเอามาปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำใส่ขวดเก็บไว้ใช้ ซึ่งสามารถเก็บได้นาน 1 สัปดาห์ วิธีใช้ก็แค่เอาน้ำหมักสมุนไพรของเรามาชโลมเส้นผมให้ทั่วแล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาที พอครบกำหนดให้ล้างออกให้สะอาด ก็จะช่วยบำรุงให้เส้นผมนุ่มสลวยเงางาม ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะแห้ง ป้องกันรังแคได้แล้วละค่ะ

2. ซักผ้าขาวให้กลับมาขาวใหม่ สำหรับผ้าแพรหรือผ้าไนล่อนสีขาวที่เวลาเราสวมใส่ไปนาน ๆ นั้นสีขาวก็ย่อมหม่นหมองลงไปตามกาลเวลา เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการ เอาผ้าสีขาวที่ต้องการซักมาแช่ในน้ำซาวข้าวทิ้งไว้ 3-5 วัน โดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวันนะคะ เมื่อครบกำหนดก็เอาผ้าไปซักตามปกติ ผ้าที่เคยหมองก็จะกลับมาขาวเหมือนใหม่ได้อีกครั้งนึงเลยละค่ะ

3. ใช้ในการดองผัก เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่น่าสนใจมาเลยละค่ะ ขั้นตอนก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้น้ำซาวข้าวผสมเกลือใส่ลงไปด้วย แช่ผักเอาไว้เลยค่ะ ไม่กี่วันเราก็จะได้ผักดองรสเปรี้ยวแสนอร่อยไว้รับประทานแล้วค่ะ พูดแล้วก็เปรี้ยวปากเลยละค่ะ

น้ำซาวข้าว
เครดิต: Rak-Sukapap

4. ล้างถ้วยให้สะอาดไร้กลิ่นคาว เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่น้ำซาวข้าวมาใช้ล้างถ้วย จาน ชาม ช้อน ส้อม  คล้ายกับการใช้น้ำยาล้างจานเลยแหล่ะ ที่สำคัญคือช่วยขจัดคราบไขมัน กลิ่นคาว กลิ่นอาหาร ให้หมดไปจากจานชามของเราได้อีกด้วย

5. ช่วยล้างกลิ่นคาวติดมือ หากคุณพ่อคุณแม่กำลังประสบกับปัญหามือมีกลิ่นคาวหลังจากที่ทำอาหารและไม่สามารถล้างออกได้ละก็ แนะนำให้ล้างมือด้วยน้ำซาวข้าวผสมกับน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาว เท่านี้ กลิ่นคาวที่ติดมืดก็หมดแล้วละค่ะ

6. ใช้รดน้ำต้นไม้ เนื่องจากในน้ำซาวข้าวมีสามีสารอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก หากเรานำไปรดต้นไม้เป็นประจำก็จะช่วยบำรุงใบและดอกให้เจริญงอกงาม ยิ่งถ้าเอาไปรดไม้ดอกอย่างมะลิละก็ จะยิ่งช่วยให้ออกดอกสวยงามมากเป็นอย่างมาก

7. ใช้ล้างผักผลไม้ คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า การล้างผักผลไม้นั้น สามารถล้างให้สะอาดได้โดยใช้น้ำซาวข้าวนี่แหละเป็นตัวช่วย วิธีการก็คือ ให้เด็ดผักที่ต้องการล้างออกเป็นใบ ๆ ก่อน จากนั้นเอาไปล้างด้วยน้ำเปล่าหนึ่งรอบ แล้วมาแช่ในน้ำซาวข้าวทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เมื่อได้เวลาแล้วก็เอาผักมาล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยขจัดสารพิษที่ติดมากับผักหรือผลไม้ให้ลดลงไปได้โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสารตกค้างเลยละค่ะ ที่สำคัญไม่ต้องไปเสียเงินซื้อน้ำยามาล้างอีกด้วย

8. ใช้สระผม ให้คุณแม่สระผมด้วยแชมพูตามปกติ หลังจากนั้นใช้น้ำซาวข้าวล้างแชมพูออก พร้อมกับนวดเส้นผมและหนังศีรษะไปด้วย เมื่อนวดจนทั่วแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยบำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี เส้นผมแข็งแรง มีน้ำหนักเปล่งประกาย บ้านไหนมีลูกสาวอย่าลืมทำให้คุณน้อง ๆ หนู ๆ กันนะคะ

ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ สามารถอ่านต่อคุณประโยชน์ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

ลูกซัด

ลูกซัด กินแล้วช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ได้จริงหรือ?

ลูกซัด คือสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์แผนโบราณมาอย่างยาวนาน แต่เชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้จักว่าสมุนไพรลูกซัดว่ามีสรรพคุณเด่นในเรื่องใดบ้าง รวมถึงมีข้อสงสัยว่าสมุนไพรลูกซัดจะปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่ เราลองไปดูข้อมูลเหล่านี้พร้อมกันค่ะ

 

ลูกซัด คืออะไร?

เชื่อว่ายังมีคุณแม่ส่วนหนึ่งที่รู้จักสมุนไพรชนิดนี้มากันบ้างแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งอาจไม่รู้จักเลยว่าคืออะไร ลูกซัด เป็นสมุนไพร ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเมล็ดแก่สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเหลืองทอง เมล็ดจะขนาดเล็ก ขนาดความกว้างของเมล็ดลูกซัดจะ  ประมาณ 3 มิลลิเมตร ยาว 4 มิลลิเมตร และหนา 1 มิลลิเมตร มีร่องตรงกลางเมล็ด มีกลิ่นแรงเฉพาะตัว เมล็ดมีรสฝาด สุขม หอม[11]

สรรพคุณของ “ลูกซัด” คืออะไร?  

มีบันทึกการรับรองจาก ฮิปพอคราทีส (Hippocrates) ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก” และบันทึก จากแพทย์กรีก โรมันอื่นๆ ในสมัยโบราณ[1] พบว่า ลูกซัด (Fenugreek) อ่านออกเสียงว่า “ฟีนูกรีก” หรือ เฟนูกรีก เป็นหนึ่ง ในสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งแพทย์โบราณได้ผสมเมล็ดด้วยน้ำแล้วทำเป็นขี้ผึ้งในการรักษาบาดแผลภายนอก เช่น ฝี หรือ แผลภายใน เช่น แผลในกระเพาะอาหาร และโรคลำไส้อักเสบ[2]

ลูกซัด

สมุนไพรลูกซัด กับแม่ที่ให้นมลูก

ในผู้หญิงชาวอินเดีย และยุโรป จะใช้เมล็ดลูกซัดมาเป็นส่วนผสมในอาหาร เพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนม ซึ่งลูกซัดได้ถูกจัดเป็นยาพื้นบ้านมาแต่โบราณของชาวยุโรป และถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยนิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพิ่มน้ำนมในมารดาที่ต้องให้นมบุตร

ทั้งนี้จากงานวิจัยในต่างประเทศ ได้มีการทดสอบพบว่า ลูกซัด หรือ Fenugreek(Trigonella foenum-graecum L.) มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำนมเเม่หลังคลอด อย่างมีนัยยะสำคัญ[3] เเละมีงานวิจัยในต่างประเทศอีกหลายฉบับที่ วิจัยถึงสรรพคุณของลูกซัด กับการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนมเเม่ นอกจากนี้  ลูกซัด หรือFenugreek ยังได้ถูกพิจารณาจัดอยู่ในฐานข้อมูลกลุ่มอาหารทั่วไปที่มีความปลอดภัย “U.S. Food and Drug Administration’s GRAS list (Generally Recognized As Safe)”[4] เเละในประเทศไทย ได้มีเอกสารวิชาการ กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ รพ.ราชวิถี โดย พญ.ยุรี ยานาเซะ[5] ได้ระบุข้อมูล Dose หรือ ปริมาณการใช้สมุนไพรลูกซัดในหัวข้อ “การใช้สารกระตุ้นน้ำนมในการเริ่มต้นการให้นมแม่หรือเพิ่มปริมาณนมแม่” (หน้าที่4) ว่า ลูกซัด มีขนาดที่เเนะนำในการใช้คือ 1-4 เเคปซูล(580-610 มก.) ทานวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมผลวิจัยลูกซัดจากฐานข้อมูลของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล[6] เช่น ฤทธิ์ลดระดับ คอเลสเตอรอลและต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเบาหวานของสารจากเมล็ดของลูกซัด ฤทธิ์สมานแผลของลูกซัด  ผลการวิจัยลูกซัดกับโรคพาร์กินสัน เป็นต้น

สมุนไพรลูกซัด กินอย่างไรให้ปลอดภัย?

สำหรับผู้ที่ต้องการทานสมุนไพรชนิดนี้ รวมถึงแม่ที่ให้นมลูก ที่ถ้ามีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้วเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ไม่แนะนำให้รับประทาน เนื่องจากมีรายงานพบสาร กลุ่มคูมาริน จึงควรระมัดระวังในการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เนื่องจากเสริมฤทธิ์กัน อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้า  และเลือดไหลหยุดยากได้[12] แต่หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือดแข็งตัวช้า หรือเลือดไหลหยุดยากเวลาที่มีบาดแผล ก็สามารถทานสมุนไพรชนิดนี้ได้อย่างมั่นใจ(ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรเท่านั้น)

ลูกซัด

 

สำหรับในประเทศไทยได้มีการนำเอาสมุนไพรชนิดนี้มาสกัดในรูปแบบแคปซูล เพื่อสะดวกในการรับประทาน ในแบ รนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “ฟีนูแคปพลัส” จากบริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์  ที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [7] ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ฟีนูแคปพลัสเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าประกวดแข่งขันในงาน “ International Invention , Innovation & Technology Exhibition “ หรือ ITEX 2016 ณ ประเทศมาเลเซีย[8]

โดยผลิตภัณฑ์ ฟีนูแคปพลัส คว้ารางวัลเหรียญทองในกลุ่ม special care & child care เป็นผลสำเร็จ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 1200 ผลงาน จาก 24 ประเทศทั่วโลก[9]

ไม่เพียงเท่านี้ ยังคว้ารางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันนวตกรรม “ Seoul International Invention Fair “ หรือ SIIF 2016 ณ  สาธารณรัฐเกาหลี มาอีกหนึ่งรางวัล  สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง

นอกจากนี้ บริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์ ยังได้รับรางวัล “เพชรน้ำหนึ่ง” ในฐานะผู้สนับสนุนการดำเนินงานยุทธศาสตร์การ พัฒนาเด็กในสถานรองรับ : เพชรน้ำหนึ่ง จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว[10] ด้วยการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากยอดขายในแต่ละเดือน จัดกิจกรรมช่วยเหลือและส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเยาวชนและผู้ด้อยโอกาสในแต่ละจังหวัดมาโดยตลอด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

 


ข้อมูลเอกสารอ้างอิง
[1] Kathleen Phalen 1998, Integrative Medicine: Achieving Wellness Through the Best of Eastern and Western Medical, ISBN-10: 1885203616

[2] German botanist 1580, Cytisus Fenugreek herbal Lonicer Kreuterbuch, 16th century german herbal by Adam Lonicer.

[3] Turkyilmaz C, Onal E, Hirfanoglu IM, Turan O, Koc E, Ergenekon E, et al. The effect of galactagogue herbal tea on breast milk production and short-term catch-up of birth weight in the first week of life. J Altern Complement Med. 2011;17(2):139–42. doi: 10.1089/acm.2010.0090.

[4] U.S. Food and Drug Administration’s https://www.fda.gov/food/IngredientspackagingLabeling/GRAS/

[5]เอกสารวิชาการโดย พญ.ยุรี ยานาเซะ, http://www.rtcog.or.th/html/photo/bulletinfile_914728.pdf

[6]ฐานข้อมูล สมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/news.asp?strSearch=%C5%D9%A1%AB%D1%B4

[7] ผลิตภัณฑ์ Fenucaps แปรรูปลูกซัด website กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ www.most.go.th/main/th/443-news/innovation4smes/5014-smes_5014

[8] รางวัลนวัตกรรม สมุนไพรเพิ่มน้ำนม สนับสนุนโดย สวทช. www.nstda.or.th/th/news/4983-siif-2016

[9] ฟีนูแคป ตัวเเทนประเทศไทยคว้ารางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ ที่มา ครอบครัวข่าว3, ช่อง3   https://goo.gl/MVicLF

[10] กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบรางวัล “เพชรน้ำหนึ่ง” แก่ บริษัทสมุนไพรบ้านอาจารย์ 2016 https://www.facebook.com/FenuCap/,  www.fenucap.com,  www.thai108herb.com,
[11],[12]ลูกซัด.ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. www.thaicrudedrug.com

 

เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูก

เผยสูตรเมนูเด็ด! “ข้าวตุ๋นสามสี” เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูกน้อย (มีคลิป)

การ เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูก สำคัญต่อลูกวัยนั่งได้ในช่วง 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งหากให้ทานแต่นมแม่อย่างเดียว ลูกอาจได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ เพราะธาตุเหล็กตามธรรมชาติซึ่งสะสมไว้เมื่อตอนทารกเกิดมาจะเริ่มใช้หมดไป

Continue reading “เผยสูตรเมนูเด็ด! “ข้าวตุ๋นสามสี” เพิ่มธาตุเหล็กให้ลูกน้อย (มีคลิป)”

มนุษย์แม่

25 ภาพสะท้อนเรื่องจริง ที่ มนุษย์แม่ ต้องเจอ!

นี่แหละ มนุษย์แม่  รวม 25 ภาพสะท้อนความจริงที่ “คุณแม่ทุกคน” ต้องเจอ เรียกได้ว่าเป็นงานอาชีพที่โหดมากที่สุดเลยก็ว่าได้!

Continue reading “25 ภาพสะท้อนเรื่องจริง ที่ มนุษย์แม่ ต้องเจอ!”

สอนลูกเก่งอังกฤษ

สอนลูกเก่งอังกฤษ ตั้งแต่เล็กๆ ด้วย 9 เทคนิคแสนง่าย!

อยาก สอนลูกเก่งอังกฤษ ให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้!! …แต่จำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์และวิธีการต่าง ๆ ที่ต้องส่งเสริมลูกน้อยมาตั้งแต่ยังเล็กและต่อเนื่อง รวมถึงคุณพ่อคุณแม่เองจะต้องมีขั้นตอนและกระบวนการที่ถูกต้องในการสร้างลูกให้เป็นเด็กสองภาษาได้ไปจนโต

Continue reading “สอนลูกเก่งอังกฤษ ตั้งแต่เล็กๆ ด้วย 9 เทคนิคแสนง่าย!”

เล่นคอมพิวเตอร์

2 โรคยุคดิจิตอลสุดอันตรายใคร เล่นคอมพิวเตอร์ นานระวังให้ดี!

ไม่ว่าจะเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ หากปล่อยให้ เล่นคอมพิวเตอร์ นานมากเกินไป อาจเสี่ยงเป็น 2 โรคนี้!

 

 

ยุคนี้สมัยนี้ แทบจะไม่มีบ้านหรือครอบครัวไหนเลยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบได้เพียงแค่ คลิกเดียว! จนในบางครั้งทำให้ผู้เล่นเกิดอาการติดจนงมงายชนิดถอนตัวไม่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนู ๆ น้อง ๆ ทั้งหลายที่มักจะเพลิดเพลินไปกับการท่องอินเทอร์เน็ตหรือเล่นเกมส์มากมายบนโลกโซเชียล

แต่หากรู้ไม่ว่าการ เล่นคอมพิวเตอร์ นานหรือมากจนเกินไปโดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้น สามารถนำ 2 โรคร้ายนี้มาสู่ร่างกายได้! ซึ่งโรคที่ว่านี้ก็ได้แก่

  • โรค DVT หรือโรคหลอดเลือดดำอุดตัน
  • โรคต้อหิน

จะอันตรายมากขนาดไหน คลิกหาคำตอบได้ที่ีนี่ค่ะ >>

Tags