ยากันยุงสำหรับทารก

ปัจจุบันยังไม่มียาทากันยุงที่ใช้ได้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน เนื่องจากผิวหนังของเด็กเล็กยังบอบบางอยู่มาก ทำให้มีโอกาสแพ้ได้ง่าย อาการแพ้คือ ผื่นผิวหนังอักเสบ

ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ยุงกัดจึงควรใช้วิธีอื่นๆ เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าปกคลุมร่างกาย การปะแผ่นไล่ยุงที่เสื้อผ้าของลูก (เป็นแผ่นที่มีกลิ่นตะไคร้) การใช้มุ้งครอบ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไล่ยุง การฉีดยากันยุงทิ้งไว้ในห้องเวลาที่เราไม่อยู่ การอยู่ในที่ที่มีลมพัดถ่ายเท การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

แต่ถ้าเป็นเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนอาจใช้ยาทากันยุงประเภทตะไคร้หอม น้ำมันยูคาลิปตัส หรือสารสกัดจากผิวเปลือกส้ม หรือสาร DEET ความเข้มข้นไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะกันยุงได้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง ไม่ควรใช้ติดต่อเป็นเวลานาน ก่อนใช้ควรทดสอบดูก่อนว่าไม่แพ้ ไม่ทาในบริเวณใกล้ตาหรือปาก และไม่ควรทาที่มือเพราะเด็กอาจนำเข้าปากได้

 

บทความโดย: แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด

ปัจจุบันยังไม่มียาทากันยุงที่ใช้ได้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน เนื่องจากผิวหนังของเด็กเล็กยังบอบบางอยู่มาก ทำให้มีโอกาสแพ้ได้ง่าย อาการแพ้คือ ผื่นผิวหนังอักเสบ

ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ยุงกัดจึงควรใช้วิธีอื่นๆ เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าปกคลุมร่างกาย การปะแผ่นไล่ยุงที่เสื้อผ้าของลูก (เป็นแผ่นที่มีกลิ่นตะไคร้) การใช้มุ้งครอบ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไล่ยุง การฉีดยากันยุงทิ้งไว้ในห้องเวลาที่เราไม่อยู่ การอยู่ในที่ที่มีลมพัดถ่ายเท การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

แต่ถ้าเป็นเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนอาจใช้ยาทากันยุงประเภทตะไคร้หอม น้ำมันยูคาลิปตัส หรือสารสกัดจากผิวเปลือกส้ม หรือสาร DEET ความเข้มข้นไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะกันยุงได้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง ไม่ควรใช้ติดต่อเป็นเวลานาน ก่อนใช้ควรทดสอบดูก่อนว่าไม่แพ้ ไม่ทาในบริเวณใกล้ตาหรือปาก และไม่ควรทาที่มือเพราะเด็กอาจนำเข้าปากได้

 

บทความโดย: แพทย์หญิงสุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up