บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แม่เตรียมเฮ! ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินอุดหนุนบุตรเพิ่ม 300!

จากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 ครม.เศรษฐกิจ ได้เห็นชอบให้แจกเงินแก่ผู้ที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตร 300 บาท มีเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาดูกัน

แม่เตรียมเฮ! ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เงินอุดหนุนบุตรเพิ่ม 300!

วันที่ 16 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมานี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกกระทบจีด​ีพีไตรมาส 2 ชะลอตัวต่ำต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปี ประกอบกับ ความผันผวนในตลาดเงิน และตลาดทุน หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น และระยะยาวติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ กว่า 10 ปี สร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย พร้อมทั้ง ปัญหาภัยแล้งกระทบรายได้เกษตรกร กระทบเศรษฐกิจฐานราก

ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบกรอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังเสนอ 3 ด้าน ได้แก่

  1. มาตรการบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง
  2. มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ กระทรวงการคลังมีแผนจะเติมเงินไปยังบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมจากวงเงินเดิมโดยจะเพิ่มเงินในบัตรสำหรับใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือ กดเป็นเงินสดคนละ 200 – 300 บาท รวมวงเงินจับจ่าย 500 บาท สำหรับผูัถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน ตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่กำหนด
  3. มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ทั้งนี้ ผลประชุมนี้จะนำเสนอใน ครม.ชุดใหญ่ สัปดาห์หน้า เพื่อขอใช้งบประมาณ 50,000 ล้านบาท แต่หากรวมวงเงินสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 100,000 ล้านบาท และเม็ดเงินรวมจากทุกมาตรการไม่น้อยกว่า 316,000 ล้านบาท

ขอบคุณข่าวจาก : https://news.thaipbs.or.th/content/282990
เงินอุดหนุนบุตร
เงินอุดหนุนบุตร

โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ แม่ ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนบุตรอยู่ ก็อาจจะเข้าข่ายได้รับเงินเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรเป็นจำนวน 300 บาท ด้วยเช่นกัน แต่จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง และได้รับเงินจำนวนเท่าไร เป็นเวลากี่เดือน อ่านต่อได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนบุตรเพิ่มจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ

ฝันว่าตั้งท้อง

6 เรื่องจริงของความฝัน ฝันว่าตั้งท้อง หมายความว่าอย่างไร?

คนทุกคนเคยฝัน ไม่ว่าจะเป็นฝันดีหรือฝันร้าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักจะ ฝันว่าตั้งท้อง อยากรู้ไหมคะว่าฝันแบบนี้ หมายถึงอะไร? แสดงว่าจะมีลูกจริงหรือไม่?

6 เรื่องจริงของความฝัน ฝันว่าตั้งท้อง หมายความว่าอย่างไร?

6 เรื่องจริงเกี่ยวกับความฝัน

1. ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ความฝันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองของคนเราขณะนอนหลับ โดยความฝันไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ผู้ฝันเคยพบเจอมาก่อนในชีวิตจริง ความฝันอาจเกิดจากจินตนาการของผู้ฝันได้ ดังนั้น ความฝันในบางเรื่องจึงดูแปลกตาและห่างไกลจากความเป็นจริง เรื่องราวในความฝันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างไม่แน่นอน ไม่ต่อเนื่อง คาดเดาไม่ได้ และไม่มีเหตุผล อย่างไรก็ตาม ความฝันมักส่งผลต่อความรู้สึกเมื่อตื่นขึ้น ทั้งฝันดีและฝันร้าย ความฝันจึงอาจเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

จากคำถามนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบกันว่าความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร จนมีทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ออกมามากมายแตกต่างกันไป เช่น ความฝันนั้นเป็นกระบวนการจัดการความจำของสมอง ความฝันเป็นผลกระทบจากความคิด ความเครียด อารมณ์ หรือสิ่งที่เคยพบเห็น ความฝันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีและกระแสไฟฟ้าภายในสมอง รวมถึงความฝันยังอาจเป็นสัญญาณของการเจ็บป่วยของร่างกายได้อีกด้วย เป็นต้น ความฝันสามารถเกิดขึ้นขณะใดก็ได้ในระหว่างนอนหลับ แต่มักเกิดขึ้นในช่วง REM หรือช่วงมีการเคลื่อนไหวดวงตาอย่างรวดเร็วขณะนอนหลับซึ่งเป็นช่วงที่สมองจะมีการตื่นตัวมากที่สุด ในอีกด้านหนึ่ง

2. ความฝันคืออะไร?

ความฝัน คือการสะสมของมโนภาพ ความประทับใจ เหตุการณ์ต่างๆ และอารมณ์ที่เรารู้สึกขณะหลับ บางครั้งความฝันก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องราวในชีวิตจริง แต่หลายครั้งความฝันก็ออกมาในรูปแบบนามธรรมที่เต็มไปด้วยอารมณ์และภาพในจินตนาการ

3. ทำไมเราจึงจำเรื่องที่ฝันไม่ได้?

การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกายช่วงกลางคืนอาจมีผลต่อการจดจำความฝันได้เช่นกัน ช่วงหลับ REM Sleep ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสูงขี้น และอาจเกิดจากการแทรกแซงการสื่อสารระหว่างพื้นที่สมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมความทรงจำได้

4. ความฝันมีกี่ประเภท?

  • ฝันแบบรู้ตัว เป็นความฝันที่ผู้ฝันทราบว่าตนเองกำลังอยู่ในความฝัน บางคนสามารถควบคุมเรื่องราวในความฝันได้
  • ฝันซ้ำ ฝันซ้ำมักมีรูปแบบความฝันที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดหรือล้มเหลว อย่างการถูกทำร้าย ถูกไล่ล่า ถูกขัง ล้ม สอบตก หรือพลาดงานสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าฝันซ้ำอาจสะท้อนถึงปัญหาในชีวิตจริงที่ยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งอาจหายไปเองเมื่อปัญหานั้นคลี่คลายหรือผู้ฝันมีแนวทางที่จะรับมือกับปัญหานั้น
  • ฝันร้าย เป็นการนิยามลักษณะของความฝันที่น่าหวาดกลัวหรือสร้างความรู้ในด้านลบกับผู้ที่ฝัน ฝันร้ายสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและฝันร้ายอาจสะท้อนหรือบ่งบอกถึงสิ่งที่น่ากังวลได้หลายอย่างในชีวิตจริง

5. ความฝันที่พบมากที่สุดคืออะไร?

ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับความฝันเกิดจากการรวบรวมรายงานต่าง ๆ และการทำแบบสอบถาม ทำให้พบว่ามีบางเรื่องที่คนต่างวัยและต่างวัฒนธรรมฝันถึงเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือความฝันเกี่ยวกับการเรียน (หน้าที่การงาน หรือภารกิจที่ได้รับมอบหมาย), ถูกไล่ล่า , ความฝันเรื่องเพศ, ตกจากที่สูง, ไปทำงานหรือไปเรียนสาย, บินได้, ถูกทำร้ายร่างกาย และฝันถึงคนที่ตายไปแล้ว หรือฝันว่าคนรู้จักตาย

ฝันว่าท้อง
ฝันว่าท้อง

6.ความฝันที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เกิดขึ้นได้มากแค่ไหน?

การใช้ชีวิตของเราส่งผลถึงความฝันอย่างใหญ่หลวง ผู้คนที่อยู่ในความฝันส่วนมากจะเป็นคนที่เรารู้จัก มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า ผู้ฝันรู้จักชื่อของคนที่ปรากฏในความฝันถึงร้อยละ 48 อีกร้อยละ 35 คือคนที่มีความคุ้นเคยหรือมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ฝัน เช่น เพื่อน ส่วนที่เหลือน้อยกว่าร้อยละ 16 คือคนแปลกหน้า

เรื่องราวความฝันส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ในชีวิตเราเอง เช่น แม่ท้องมักจะฝันเรื่องเกี่ยวกับการตั้งท้องและการคลอดลูก คนดูแลเด็กและคนแก่มักจะฝันถึงเรื่องคนที่เคยอยู่ในความดูแล นักดนตรีจะฝันถึงเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

อย่างที่ได้กล่าวกันไว้ว่าความฝันเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น แม่ ๆ หรือผู้หญิงที่มีคู่แล้วจึงมักจะ ฝันว่าตั้งท้อง ทำให้เกิดความสงสัยว่าฝันอย่างนี้มีความหมายว่าอย่างไร และหมายความว่าจะมีลูกจริงหรือไม่ อ่านต่อได้ที่หน้า 2 ค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ฝันว่าตั้งท้อง แปลว่าจะท้องจริงหรือ?

Eye Gym Eye Genius

คุณแม่ต้องไม่พลาด “เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ” กับครั้งแรกของประเทศไทย!! ที่งาน Eye Gym Eye Genius

ลานสนุกเสริมสร้างพัฒนาการสายตาและสมอง ที่มาพร้อมของรางวัลมากมายที่คุณแม่ต้องพาลูกมา!! ครั้งแรกของประเทศไทย กับงาน Eye Gym Eye Geniusภายใต้คอนเซ็ปต์  “ตาดีสู่อัจฉริยะ” ที่เต็มไปด้วยความรู้และความสนุกสนานจากกิจกรรมต่างๆ บอกเลยว่างานนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

 

Eye Gym Eye Genius เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ

ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส ชวนคุณแม่และน้องๆมาร่วมงาน Eye Gym Eye Genius ในวันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม 62 ที่เมกะบางนา โซน Food walk ตั้งแต่เวลา 10.00น – 19.30น.

📌งานดีอย่างไร ? ทำไมคุณแม่ต้องพาลูกมา

  • พาลูกมา…เสริมศักยภาพการเรียนรู้ ผ่านการรับฟังเทคนิค “เลี้ยงลูกให้ตาดีสู่อัจฉริยะ” โดยพญ.มัณฑนา ชลานันต์กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม จากโรงพยาบาลกรุงเทพ และ พญ.ประกายรัตน์ ทองผิว จักษุแพทย์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

Eye Gym Eye Genius

  • พาลูกมา..ตรวจวัดระดับพัฒนาการสายตาสู่สมอง โดยเครื่องมือทดสอบทักษะการรับรู้ด้วยสายตา พัฒนาโดย Academic Therapy Publication Assessments จากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • พาลูกมา..ลานเล่นสนุกและฐานกิจกรรมเสริมสร้างกระตุ้นการเรียนรู้จากตาสู่สมอง พร้อมรับของรางวัลมากมาย
  • พาลูกมา…Meet & Greet กับคุณเมย์ น้องมายู และเหล่าเซเลป Blogger และ YouTuber ขวัญใจน้องๆ

Eye Gym Eye Genius

  • และยังมีโอกาสแจ้งเกิดสำหรับน้องๆ มาโชว์ความสามารถ รับการคัดเลือกไปร่วมรายการ Davinci เด็กถอดรหัส ในงานบริเวณ Eye Talent Zone

Eye Gym Eye Genius

พิเศษ!! สำหรับแม่ๆ ที่กดเข้าร่วมงาน 50 ท่านแรก ที่ลิงค์นี้ http://bit.ly/AmarinEvent

รับไปเลย ชุดเครื่องเขียนพรีเมี่ยม ดัชมิลล์ เจ็นไอ วีคิวพลัส มูลค่า 99 บาท จำนวน 50 รางวัล (รับของรางวัล ณ จุดลงทะเบียนในงานEye Gym Eye Genius)

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue อยากตาย ทำไงดี?

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue รู้ไหมผู้หญิงหลังคลอดลูกทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้นะ !!  ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่ได้คลายความกังวล ใจ และมีความสุขกับการเลี้ยงลูก เรามาทำความเข้าใจ เพื่อจะได้รับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดกันได้อย่างถูกวิธีค่ะ

 

ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue  มีอาการอย่างไร ?

ชีวิตใหม่หลังคลอดลูกของคุณแม่ อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับอาการ ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue แน่นอนว่าอาการนี้จะรบกวนการใช้ชีวิต และการทำหน้าที่แม่ของคุณด้วย สำหรับคุณแม่ที่ใกล้คลอด หรือคุณแม่คลอดลูกมาใหม่ๆ ลองมาเช็กตัวเองกันสักนิดค่ะว่า มีอาการซึมเศร้าหลังคลอดลูกกันไหม

  • รู้สึกเศร้า เสียใจ หมดหวัง
  • อารมณ์สวิงขึ้นๆ ลงๆ หงุดหงิด โกรธง่าย หรืออยู่ไม่สุข
  • มีความวิตกกังวล
  • นอนไม่ค่อยหลับ
  • ร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล
  • ไม่ค่อยมีสมาธิ
  • ไม่อยากให้นมลูก ไม่อยากกอดลูก
  • มีความรู้สึกว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง ไม่รู้สึกผูกพันกับลูก
  • รับประทานอาหารน้อยลง
  • มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายลูก เป็นต้น

แค่เห็นอาการเบื้องต้นแล้ว ก็น่ากังวลใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่เรื่องนี้คุณแม่สามารถรับมือกันได้นะคะ เพื่อไม่ให้ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดรุนแรง จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ลองมาดูคำแนะนำจาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือกันค่ะ

อยากรู้เทคนิครับมือภาวะ ซึมเศร้าหลังคลอด Baby Blue
จาก Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ คลิกเลยค่ะ⇓

 

คลิปรายการ Mom Pro Mom Pro คุณแม่มือโปรโชว์เหนือ จาก Youtube : Amarin Baby & Kids

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :

5 วิธีการดูแลตัวเองหลังคลอด ร่างกายฟื้นฟู ฟิตเร็ว
คลอดรก เรื่องสำคัญหลังคลอด ที่คุณแม่ควรรู้
5 วิธีเอาชนะ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด
ซึมเศร้าหลังคลอด อาการ ที่แม่หลังคลอดควรรู้ !
แนะนำเมนูสำหรับคุณแม่หลังคลอด ลดอาการเจ็บปวด+ฟื้นฟูร่างกาย+กระตุ้นน้ำนม

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

8 เทคนิคดีๆ เริ่มต้นวางแผนเพื่อ 60 นาทีเลี้ยงลูกนอกบ้าน

“เลี้ยงลูกนอกบ้าน” กันค่ะ อยากให้พ่อแม่ครอบครัวสมัยใหม่หันมาเลี้ยงลูกนอกบ้านให้มากขึ้น องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าเด็กอายุระหว่าง 1-4 ปีขึ้นไปควรเรียนรู้ เล่นนอกบ้าน เพื่อลดพฤติกรรมการติดหน้าจอ การนั่งนิ่งๆ ที่แทบไม่ค่อยได้ขยับ เคลื่อนไหวร่างกายใดๆ เลย เด็กๆ ควรได้ใช้เวลาอยู่นอกบ้านมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาที เพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และพัฒนาการตามวัยค่ะ

 

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

เลี้ยงลูกนอกบ้าน ได้ประโยชน์ หรือทักษะอะไรบ้าง ?

ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประการณ์ค่ะ เล่นสนุกนอกบ้านผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย ได้อะไรหลายๆ อย่างทั้ง ในเรื่องของพัฒนาการการเรียนรู้ จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาทักษะนอกบ้านในเรื่องเหล่านี้ด้วยค่ะ

– พัฒนาความคิด การไตร่ตรอง พร้อมกับวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์จริง

– ส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็ก

– พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกัน การเข้าสังคม และการสื่อสารกับคนรอบข้าง

– ให้ประโยชน์เชิงบวกต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ฯลฯ

ดังนั้นพ่อแม่ต้องเป็นทีมเวิร์คที่ดีในการเตรียมความพร้อมให้ลูกออกไปเรียนรู้ เล่นนอกบ้าน เพื่อทำให้ 60 นาทีที่อยู่นอก  บ้านในทุกวัน เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกๆ ค่ะ ลองเริ่มต้นไปด้วยกันกับ 8 เทคนิคง่ายๆ ตามนี้ค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

1.เตรียมพร้อมพ่อแม่ เทคนิคหลักสร้างผลสำเร็จ

การเลี้ยงลูกนอกบ้านวันละ 60 นาที จะไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวลูกเลยค่ะ การจัดการตารางงานให้เสร็จก่อนที่จะใช้เวลา คุณภาพร่วมกับลูกเป็นสิ่งสำคัญ การเตรียมพร้อมทางสภาพจิตใจและอารมณ์ เพื่อให้เกิดความราบรื่นระหว่างกิจกรรม ที่ สำคัญ การลดใช้โทรศัพท์ของพ่อแม่ระหว่างกิจกรรมก็เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนเช่นกันค่ะ

2. ค่อยๆ ลดเวลาหน้าจอ

การหักดิบลูกไม่ให้เล่นมือถือก็คงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ ครอบครัว ลองค่อยๆ ลดเวลาที่ลูกจะอยู่กับหน้าจอลงค่ะ  จากนั้นให้คุณพ่อคุณแม่แทรกตัวเองเข้าไปแทนที่มือถือ แล้วชวนลูกเล่น พูดคุย สร้างบทสนทนาในหัวข้อที่ลูกสนใจที่สำคัญพ่อแม่ต้องการจัดตัวเองด้วยการไม่หยิบยื่นมือถือให้ลูกหรือลดการใช้มือถือเวลาอยู่กับลูกนะคะ

3. หลากหลายบรรยากาศพ่อแม่สร้างได้

ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ชอบออกไปสนุกนอกบ้านฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องซ้อมเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูกค่ะ เริ่มต้นจากพื้นที่รอบ บ้าน ลองพากันกางเต้นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ชวนกันดูดาวบนท้องฟ้า หรือปิ้งบาบีคิวกินกันในครอบครัว เมื่อลูกเริ่มสนุกและคุ้นเคยกับบรรยากาศการได้อยู่นอกบ้าน ก็ลองเปลี่ยนทุกวันหยุดสุดสัปดาห์สิ้นเดือน พาลูกออกไปกางเต้นนอนดูดาวที่ เขาใหญ่ หรือต่างจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยๆ กันค่ะ

4. แทคทีมกับเพื่อน เติมความสนุก

เพื่อนวัยเดียวกันจะทำให้การเลี้ยงลูกนอกบ้านง่าย และสนุกขึ้นค่ะ เพราะเมื่อเด็กๆ เขาได้ออกไปทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเล่นกีฬา เที่ยวสวนสัตว์ ไปท้องฟ้าจำลอง หรือเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ ฯลฯ เด็กจะรู้สึกว่ามีคนที่สนใจในแบบเดียวกัน มาเล่นและเรียนรู้ไปด้วยกันและสนุกกับการอยู่นอกบ้านมากขึ้นค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

5. สังเกตและช่วยลูกเลือกกิจกรรมที่ลูกชอบ

คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มสังเกตุและช่วยลูกเริ่มต้นเลือกหรือทำกิจกรรมที่ลูกสนใจแล้วเพิ่มเติมรายละเอียดหรือทักษะที่อยากให้ลูกมีผ่านกิจกรรม บางครั้งกิจกรรมที่เด็กเลือกอาจมีคราบเลอะเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ค่ะ เพราะคราบเลอะสกปรกสามารถซักล้างออกไปได้ แต่ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ลูกได้จากสิ่งที่เขาชอบได้ลงมือทำจริงนั้นมีคุณค่ามากกว่า สามารถนำไปต่อยอดการเรียนรู้ในอนาคตให้กับเด็กๆ ได้ค่ะ

6. เช็กสภาพอากาศ และร่างกายลูกต้องพร้อม

การเช็กสภาพอากาศก่อนพาลูกออกบ้านเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะถ้าออกไปในวันที่ฝนตก อาจจะต้องเตรียมร่มเพิ่ม หรืออากาศร้อนจะได้เตรียมน้ำเพิ่มเคล็บลับง่ายๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ทีนี่ไม่ว่าจะร้อน ฝน หนาวสุขภาพของลูกก็จะแข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรคในการพาลูกออกเรียนรู้ เที่ยว เล่นสนุกนอกบ้านแล้วค่ะ

7. เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง

การวางแผนการเดินทางมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการหงุดหงิดของเด็ก ที่ต้องเจอสภาพรถติดเป็นเวลานาน หากลูกต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือ รถสาธารณะ อาจต้องเตรียมรองเท้าที่ใส่สบาย หรือเพิ่มการสื่อสารให้เข้าใจว่าลูกจะต้องเจออะไรที่คาดเดาได้ ก่อนออกเดินทางจะช่วยทำให้ลูกเข้าใจและลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางได้

8. ค่อยๆ เพิ่มเวลาวันละ 60 นาที

การเลี้ยงลูกนอกบ้านสำหรับครอบครัวที่ลูกเพิ่งเริ่มวัย 1 ขวบขึ้นไป การพาออกไปอยู่นอกบ้านควรเริ่มจาก 30 นาที 45 นาที 60 นาที เป็นต้น ค่อยๆ เพิ่มเวลาทีละนิดจนลูกคุ้นชินกับการอยู่บ้าน เขาก็จะไม่งอแงอยากกลับบ้านตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้าลูกออกไปทานข้าวนอกบ้าน ที่ร้านอาหาร ฯลฯ เขาก็จะอยู่ในนานขึ้นไม่ป่วนให้เสียบรรยากาศค่ะ

เลี้ยงลูกนอกบ้านวันละ 60 นาที ไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่จะยากที่การเริ่มต้นเอาทฤษฎีไปปรับใช้ คุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกออกไปเล่นสนุก เรียนรู้นอกบ้าน ลองนำเอา เทคนิคที่แนะนำให้ทั้งหมดนี้ลองไปปรับใช้กับลูกๆ กันนะคะ เพราะการพาลูกออกนอกบ้านเร็วเท่าไหร่ ก็เท่ากับเป็นการเปิดโลกกว้าง เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ลูกได้เร็วเท่านั้น ที่สำคัญยังเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการ กระตุ้นทักษะรอบด้านให้กับ ลูก ได้เติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและศักยภาพค่ะ

สนับสนุนเรื่องยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์ให้ลูก คลิก บรีสoutdoorlearning  

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

 

เครดิต :  https://www.thaipost.net/main/detail/37941

www.thaihealth.or.th  , www.who.int  , aboutmom.co 

www.independentschoolparent.com

สัมผัสรักจากแม่

เทคนิคการสร้างสายใยรักแม่ลูกจากการสัมผัส

สัมผัสรักจากแม่ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน น่าทะนุถนอม ช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยทุกครั้งที่ได้รับการสัมผัสจากแม่ และเพื่อให้ลูกเติบโตมีพัฒนาการที่ดี เรามีเทคนิคการสร้างสายใยรักระหว่างคุณแม่กับลูกน้อย ด้วยการสัมผัสมาแนะนำกันค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

สัมผัสรักจากแม่ พลังรักพิเศษที่แม่มอบให้ลูกน้อย

ลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดต้องการการทะนุถนอมเป็นอย่างมาก และคนที่จะดูแลใกล้ชิดลูกน้อยมากที่สุดก็คือ “แม่” คนเป็นแม่จะมีพลังรักพิเศษที่ “ลูก” เท่านั้นถึงจะสัมผัสได้ แม่คือผู้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความอบอุ่น นุ่มนวล รู้สึกปลอดภัย การมอบสัมผัสแรกที่เต็มไปด้วยความรักให้กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอดจึงจำเป็นมากค่ะ

การสัมผัสอย่างแรกที่แม่ทุกคนมอบให้ลูกน้อย คือการให้นมแม่ ที่เป็นสุดยอดอาหารสำหรับลูกวัยทารก น้ำนมแม่ครบถ้วนไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตสมวัย มีพัฒนาการด้านร่างกายสมบูรณ์ พัฒนาการสมอง และสติปัญญา นอกจากนี้การสัมผัสจากสิ่งต่างๆ รอบตัวก็เป็นส่วนสำคัญไม่ว่าจะอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ แม่จะคัดสรรเป็นอย่างดี ต้องปลอดภัยกับลูกน้อยเท่านั้น ยิ่งโดยเฉพาะกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวพรรณของลูกนั้นต้องเลือกสรรเป็นพิเศษ และแม่ต้องคิดแล้วว่าเหมาะกับลูกที่สุด ต้องไม่มีสารอันตรายที่ทำร้ายผิวลูก อย่าง กูลเตน , สาร SLS , พาราเบน , ซิลิโคน , สีสังเคราะห์

 

เทคนิคการสร้างสายใยรักแม่ลูกจากการสัมผัส

รู้ไหมคะว่าการสร้างสายใยรักระหว่างแม่ลูก สามารถทำได้ง่ายๆ ทุกวันด้วยการสัมผัสค่ะ  D-nee Organic ผลิตภัณฑ์เด็กสูตรอ่อนโยนเพื่อเด็กแรกเกิด ที่จะช่วยเติมเต็มให้ช่วงเวลาพิเศษระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยได้มีความสุขกันมากยิ่งขึ้น

สัมผัสรักจากแม่

1. ช่วงเวลาอาบน้ำ

ช่วงเวลาอาบน้ำ เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่จะได้สัมผัสและใกล้ชิดลูกน้อยมากในทุกวัน มีเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะให้ลูกน้อยมีความสุขกับการอาบน้ำ ไม่ร้องงอแง คือให้คุณแม่หยอกล้อเล่นกับลูก เล่นฟองสบู่อาบน้ำ หรือหาของเล่นอย่าง หนังสือลอยน้ำ ตุ๊กตาเป็ดน้อย ลูกบอลยางเล็กๆ ฯลฯ ให้ลูกจับ ถือโยนเล่น ทำให้ลูกน้อยสนุก อารมณ์ดีไปกับการอาบน้ำ แล้วก็ยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งการเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน จะเป็นตัวช่วยคุณแม่ได้อย่างดี ให้คุณแม่สะดวกขึ้น สบู่เหลวอาบน้ำ และสระดีนี่ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติถึง 7 ชนิด ทำความสะอาดผิวและผมอย่างอ่อนโยน มีมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยเคลือบผิวปกป้องผิว และผมลูกน้อยให้นุ่มลื่น สูตรล้างออกง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แค่นี้ก็ทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี สบายตัวไปตลอดทั้งวันแล้วค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

2. ช่วงเวลาผ่อนคลาย

การนวดตัวให้ลูกน้อยเป็นการสัมผัสรักที่ส่งมอบความรักของแม่สู่ลูกน้อยได้ดีอีกวิธีหนึ่งเลยค่ะ การนวดตัวจะทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี สบายตัว ช่วยกระตุ้นให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดรวมถึงออกซิเจนในร่างกายให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การนวดหน้าอกลูกน้อยเบาๆ เป็นเทคนิคหนึ่งที่ส่งเสริมช่วยให้ปอด หัวใจทำงานได้ดี ช่วยให้หายใจได้อย่างโล่งสบาย การวางมือนวดหน้าอกลูกน้อย ให้คุณแม่ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง ลูบไล้จากบริเวณกลางหน้าอก แยกมือออกจากกัน ไปทางด้านข้างของลำตัว แล้วให้สองมือลงมาบรรจบกันที่กลางท้องน้อย ท่านวดจะเหมือนการวาดรูปหัวใจค่ะ การใช้เบบี้ออยล์นวดตัวให้ลูกน้อย จะทำให้ผิวลูกน้อยได้รับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไปด้วย ซึ่งดีนี่ เบบี้ออยล์ ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น เบบี้ออยล์ใสบริสุทธิ์ สูตรอ่อนโยนพิเศษสำหรับทารก ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ น้ำมันดอกทานตะวัน อโลเวล่า อ่อนโยนสำหรับใช้นวดตัว หรือผสมน้ำอาบให้ลูกน้อย

สัมผัสรักจากแม่

3. ช่วงเวลาถนอมผิว

การปกป้องผิวและการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวลูกน้อยหลังจากอาบน้ำเสร็จ หรือในระหว่างวันที่อยากให้ลูกสดชื่น สบายผิว ผิวนุ่มลื่น การทาโลชั่นหรือแป้งเนื้อโลชั่นเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยทารก เลือกเป็นแป้งเนื้อโลชั่นจะสะดวกและเหมาะมากๆ อย่าง ดีนี่แป้งเด็กเนื้อโลชั่น ออร์แกนิค ฟอร์นิวบอร์น แห้งสบายเหมือนทาแป้ง และยังช่วยให้ผิวลูกน้อยเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นเหมือนทาโลชั่นช่วยลดผดผื่นด้วยอะลันโทอิน คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องฟุ้งกระจายของแป้ง ซึมซาบเร็วปลอดภัยและอ่อนโยนด้วยสารสกัดจากธรรมชาติถึง 7 ชนิด

สัมผัสรักจากแม่

ช่วงเวลาพิเศษที่แม่กับลูกได้อยู่ด้วยกันแบบนี้เป็นการเสริมสร้างสายใยรักระหว่างแม่ลูกได้ดีมากๆ ค่ะ เพราะไม่ว่าจะอาบน้ำ นวดตัวลูก เล่นกับลูก ฯลฯ เป็นสัมผัสรักจากแม่ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน มีความบริสุทธิ์ แม่ลูกได้มองตา ได้สัมผัสกัน ส่งความรัก ความห่วงใย ก่อเกิดความอบอุ่นทั้งกาย และใจที่มีให้กันของแม่ลูก ช่างเป็นช่วงเวลาที่อิ่มเอมเต็มไปด้วยความสุขล้นจริงๆ ค่ะ

สัมผัสรักจากแม่

เมื่อถึงวัยที่ลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ คุณแม่อาจทำได้แค่มองดูและเป็นกำลังใจให้ลูกอยู่ข้างๆ เท่านั้น ในวันที่ลูกน้อยยังเล็กอยู่มาทำให้ทุกช่วงเวลาให้มีความพิเศษ และมีความหมาย ด้วยการมอบสัมผัสรักจากแม่ให้กับลูกน้อย เพื่อเป็นการสร้างความทรงจำที่ดีของคุณแม่คุณลูกไปด้วยกันนะคะ

สัมผัสรักจากแม่

 

แสดงแบบ : คณแม่ชิดชนก ธรรมมารักษ์ และ น้องมาวิน ธรรมมารักษ์

วิธีทำความสะอาดลูกน้อย

เทคนิคเช็ดทำความสะอาด จุดอ่อนไหวให้เบบี๋น้อย

สำหรับคุณแม่มือใหม่ การทำความสะอาดจุดบอบบาง ให้ลูกน้อยวัยทารกเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และเลือกอุปกรณ์ที่ใช้อย่างดีที่สุด เพราะการทำความสะอาดจุดต่างๆ จะต้องมีความพิถีพิถัน ระมัดระวังให้มาก เพราะจะส่งผลต่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกน้อย ซึ่งหากคุณแม่ทำได้ดี ลูกก็จะสุขภาพดี และปลอดภัยจากโรคร้ายและการติดเชื้อ ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอเทคนิคการเช็ดทำความสะอาดจุดอ่อนไหวต่างๆ ของลูกน้อยที่ต้องใส่ใจ พร้อมกับการเลือกสำลีทำความสะอาดที่อ่อนโยนปลอดภัยต่อลูกวัยทารก

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด  : เตรียมอุปกรณ์ให้สะอาดปลอดภัยที่สุด

1. เลือกสำลีที่บริสุทธิ์อ่อนโยน ปลอดภัย ไร้สารเคมี

คุณแม่ควรเลือกสำลีที่ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติบริสุทธิ์ 100% มีผิวสัมผัสนุ่ม อ่อนโยน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของลูกน้อยทารกที่บอบบาง ต้องระคายเคืองและแพ้ สำลีต้องมีความเหนียวแน่น ซึมซับได้ดี ไม่เป็นขุยเพราะหากเป็นขุยจะทำให้ติดค้างที่ผิวหนังของลูกได้ สำลีต้องมีความปลอดภัยจากสารเคมีต่างๆ ปราศจากใยสังเคราะห์ สารเรืองแสงสารฟอกขาว เพราะหากใช้สำลีที่มีสารเคมีตกค้าง อาจทำให้สารอันตรายติดที่ผิวหนังหรือดวงตา จนเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ เลือกสำลีที่ได้รับการยอมรับและมีมายาวนาน เพื่อความมั่นใจ ในการใช้งานกับลูกน้อยและครอบครัว

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

2. ใช้สำลีให้เหมาะสมกับการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะต่างๆ

นอกจากความปลอดภัยของสำลีที่คุณแม่ต้องตระหนักแล้ว สำลีที่ใช้ทำความสะอาดลูกน้อย ควรต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทด้วย เพราะลูกน้อยมีรูปร่างที่เล็กนิดเดียวและยังมีซอกเล็กซอกน้อยที่อาจทำความสะอาดไม่ทั่วถึงจึงควรเลือกสำลีที่เหมาะสมกับการเช็ดในส่วนต่างๆ ของลูกวัยทารก เช่น ใช้สำลีแผ่นหรือสำลีก้อน สำหรับเช็ดดวงตา ใช้สำลีพันก้านหรือคอตต้อนบัดเช็ดใบหูและสะดือลูก นอกจากนี้หากคุณแม่เลือกสำลีที่สะอาด ปลอดภัย ผ่านการฆ่าเชื้อถึง 2 ครั้ง จะช่วยป้องกันแบคทีเรียที่เกิดขึ้นจากความชื้น และ ทำความสะอาดตามซอกรอบร่างกายลูกได้ดี

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

3. เตรียมน้ำต้มสุก อุปกรณ์ที่สะอาด และล้างมือก่อนเสมอ

อีกเรื่องสำคัญคือ การเตรียมน้ำเพื่อทำความสะอาดลูก ซึ่งควรเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือหากไม่สะดวกก็ต้องมั่นใจว่าน้ำที่ใช้สะอาดจริงๆ  จากนั้นใส่น้ำในภาชนะที่ผ่านการทำความสะอาดแล้ว พร้อมกับคุณแม่ต้องล้างมือตัวเองก่อนทำความสะอาดลูกน้อยเสมอ

 

“เริ่มทำความสะอาดเบบี๋”

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

 

เช็ดรอบดวงตา อุปกรณ์ : สําลีก้อน หรือสำลีแผ่น

  1. จัดเบบี๋ให้อยู่ในท่านอนหงาย
  2. ใช้สําลีก้อนหรือสําลีแผ่นชุบน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว บีบให้หมาด เช็ดจากหัวตาไปหางตา ไม่เช็ดย้อนไปย้อนมา
  3. หากจะเช็ดซ้ำอีกเพื่อให้หมดคราบขี้ตาของลูก ให้เปลี่ยนสําลีใหม่

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

เช็ดอวัยวะเพศคุณหนู  อุปกรณ์ : สําลีแผ่น หรือสำลีม้วน ดึงให้เพียงพอต่อการใช้ (เพราะมีพื้นที่ในการทำความสะอาดมาก)

  1. เริ่มต้นเช็ดบริเวณใต้สะดือของลูกให้ทั่ว
  2. สำหรับลูกชายใช้มือข้างที่ไม่ถนัดค่อยๆ รูดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศลง อย่างเบามือจนเห็นรูเล็กๆ ที่ปลายองคชาต (ปลายท่อปัสสาวะ) แล้วใช้อีกมือจับสำลีชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดให้ทั่ว แล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณลูกอัณฑะให้สะอาดเกลี้ยงเกลา
  3. สำหรับลูกสาว เริ่มเช็ดจากด้านในก่อนอย่างรวดเร็ว เช็ดจากบนลงล่างทั้งซ้ายและขวา แล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่เช็ดด้านนอกที่บริเวณแคมเล็กๆ ทั้งสองข้างซ้ายและขวา
  4. หลังจากนั้นให้เปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณขาหนีบและข้อพับของลูกให้ทั่ว ควรทําอย่างนุ่มนวลแต่รวดเร็ว
  5. เสร็จแล้วเปลี่ยนสําลีแผ่นใหม่ เช็ดบริเวณร่องก้น โดยเช็ดจากด้านบนลงล่าง แล้วตามด้วยการใช้สำลีแห้งเช็ดให้แห้งสะอาด อย่าให้มีความชื้นเหลืออยู่ เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้นและสกปรกได้

 

วิธีทำความสะอาดเด็กแรกเกิด

เช็ดใบหูลูกรัก อุปกรณ์ : สำลีพันก้านหรือคอตต้อนบัด , สำลีแผ่น 

 

  1. ใช้คอตต้อนบัด เลือกขนาดที่พอดีกับรูหูของลูกหรือใหญ่กว่า ค่อยๆ เช็ดจากบริเวณใบหูด้านในออกมาจนถึงบริเวณใบหูด้านนอก ไม่ล้วงเข้าไปในรูหูของลูก
  2. บริเวณด้านหลังใบหูสามารถใช้สําลีแผ่น เช็ดทําความสะอาดเบาๆ หลังการอาบน้ำได้ หากพบว่าบริเวณหลังหูเป็นเมือกๆ หรือขุยขาวๆ ให้ใช้สำลีแผ่นหรือผ้าอ้อมเช็ดทำความสะอาดเบาๆ

 

เช็ดสะดือหนูน้อย อุปกรณ์ : คอตต้อนบัด,แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือน้ำยาที่ทางโรงพยาบาลให้มา

  1. หากสะดือลูกยังไม่หลุด ให้ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาเทลงบนปลายคอตต้อนบัดพอชุ่ม แล้วจับที่ปลายสะดือลูกยกขึ้น จากนั้นใช้สำลีเช็ดบริเวณโคนสะดือลูกให้รอบ โดยเช็ดวนให้รอบจากด้านในออกด้านนอก และเปลี่ยนคอตต้อนบัดชุบน้ำยาใหม่เช็ดจากล่างขึ้นบน (จากโคนสะดือถึงปลายตัด) แล้วใช้คอตต้อนบัดแห้งเช็ดให้แห้งอีกครั้ง
  2. หากสะดือเจ้าตัวน้อยหลุดแล้ว ให้สังเกตก่อนว่าลักษณะสะดือแนบไปกับผิวหน้าท้องของลูกหรือนูนออกมา
  3. หลังจากนั้นใช้คอตต้อนบัดชุบน้ำต้มสุกเช็ดทําความสะอาดรอบสะดือ แล้วใช้คอตต้อนบัดแห้งเช็ดเพื่อให้สะดือแห้ง  ป้องกันการติดเชื้อ

 

วันแม่

รวมโมเม้นท์สุดซึ้ง 10 ดาราฉลอง วันแม่ ปีแรก!

ปีแรก..ในฐานะ “แม่” จะมีดาราคุณแม่มือใหม่คนไหนบ้าง ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” กับโมเม้นท์สุดซึ้งใน วันแม่ ปี 2019 นี้ ตามมาดูกันค่ะ

รวมโมเม้นท์สุดซึ้ง 10 ดาราฉลอง วันแม่ ปีแรก!

อาจเรียกได้ว่า “วันเกิดของลูก คือ วันแม่ ของคุณผู้หญิงทุกคน” ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็มีเหล่าบรรดา ดาราสาวสวยหลายคนเป็นคุณแม่มือใหม่ มีสมาชิกใหม่มาให้ชุ่มชื่นหัวใจ  เติมเต็มความรักเกินร้อย ว่าแต่จะมีดาราคุณแม่มือใหม่คนไหนบ้าง ที่ได้ เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” ฉลอง วันแม่ ด้วยภาพสุดประทับใจกับลูกน้อยเป็นปีแรก  Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมความน่ารักมาให้ชมกันค่ะ

มากันที่คุณแม่คนแรก นั่นก็คือ “แม่บุ้ง สะธี” กับ “น้องบุญ” ซึ่งคุณแม่บุ้งก็ได้โพสต์ข้อความเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ทุกคนใน IG ด้วยนะคะ

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

และคุณแม่คนที่ 2 ที่ได้เลื่อนตำแหน่งจากลูก เป็น “แม่” ก็คือ “แม่อีฟ พุทธธิดา” กับ “น้องมีบุญ”

https://www.instagram.com/p/B0R8q72BdJ9/

https://www.instagram.com/p/B1GgrtHBz5t/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

ต่อด้วยคุณแม่สุดสวยคนที่ 3 ก็คือ “แม่บัว สโรชา” กับลูกแฝด “น้องวายุ และน้องวาตะ”

https://www.instagram.com/p/B1EQ8R7H_D3/

https://www.instagram.com/p/BzcYcO5HzMG/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

มากันที่คุณแม่มือใหม่คนที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาวสวยที่มีดีกรีเป็นถึงนางงาม นั่นคือ “แม่เมญ่า” กับ “น้องเบฬิน”

https://www.instagram.com/p/B1C-EiXHATC/

https://www.instagram.com/p/B1EXho0H14u/

 

 

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥

 

ส่วนคุณแม่มือใหม่คนที่ 5 ที่เห่อลูกสุดๆ นั่นคือ “แม่หนูเล็ก” กับ “น้องวิน”

https://www.instagram.com/p/B1Acyz7BE-c/

 

 

ดูต่อ “โมเม้นท์สุดซึ้งของอีก 5 ดารากับปีแรกในฐานะแม่” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

เคล็ด(ไม่)ลับ กู้ !! “ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย” ให้กลับมาสวยสุขภาพดี

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย เป็นปัญหาหนักใจของคุณแม่หลายๆ คนเลยค่ะ เพราะหลังจากมีลูกก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลบำรุง   ปรนนิบัติผิวกันสักเท่าไหร่ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วค่ะ เป็นแม่มีลูกก็ต้องสวยจะปล่อยให้ผิวโทรมไม่ได้เด็ดขาด ฉะนั้นมาดูแลฟื้นฟูผิวเสียแห้งกร้านให้กลับมาสุขภาพดีพร้อมกันค่ะ

 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย สาเหตุ 

มีคุณแม่และสาวๆ ถามกันมามากว่าทำไมถึงมีปัญหา ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย เป็นเพราะอะไร แล้วจะดูแลให้ความชุ่มชื้นผิว กลับมามีสุขภาพดีได้ยังไงบ้าง ฉะนั้นเพื่อจะได้ดูแลบำรุงแก้ปัญหาผิวกันได้อย่างถูกจุด เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิด ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย กันก่อนค่ะ

ผิวแห้ง มีสาเหตุเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะมาจาก สภาพอากาศ (ร้อน หนาว) , การอาบ-แชร์น้ำอุ่น น้ำร้อน ,  การขัดผิวทุกวัน , การใช้สบู่ ครีมอาบน้ำที่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ฯลฯ  ซึ่งอาการของผิวแห้งที่จะ สังเกตได้ด้วยตัวเองก็คือ ผิวดูหยาบกร้าน ผิวลอกเป็นขุยๆ คันตามผิว หรือหลังอาบน้ำเสร็จผิวจะตึงๆ เป็นต้น

ผิวแพ้ง่าย ในผู้ใหญ่สาเหตุหลักๆ มีอยู่ 2 ปัจจัยที่มักก่อให้เกิดปัญหาผิวแพ้ง่าย อย่างแรกมาจากอายุผิวที่มากขึ้นทำ โครงสร้างผิวอ่อนแอลง ยิ่งถ้าไม่ค่อยได้บำรุงดูแลผิวก็จะทำให้ผิวค่อยๆ อ่อนแอลง ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เป็นผื่น  เกิดสิว ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรจากที่ไม่เคยมีอาการแพ้ก็แพ้ขึ้นมาง่ายๆ ค่ะ

สำหรับสาเหตุต่อมาเกิดจากสิ่งเร้าภายนอกที่ส่งผลให้มีปัญหาผิวแพ้ คือ สภาพอากาศ หรือในเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว โฟมล้างหน้า สบู่ ครีมอาบน้ำที่อาจมีส่วนผสมบางอย่างทำลายสมดุล pH ของผิวจนทำให้ผิวระคายเคือง ไวต่อการแพ้ อักเสบค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

วิธีฟื้นฟูผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ให้กลับมามีสุขภาพดี

การดูแลฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงผิวสุขภาพดี นุ่ม ชุ่มชื้น สิ่งสำคัญที่อยากให้คุณแม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เลยก็คือ…

  1. การดื่มน้ำเปล่าต่อวันให้มากขึ้น อย่างน้อย 8-10 แก้ว (1.5- 2 ลิตร)/วัน การรักษาสมดุลน้ำในร่างกายจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน แนะนำว่าควรงด เลิกเครื่องประเภท ชา กาแฟ หรือแฮลกออล์นะคะ
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารบำรุงผิวที่ดีมากๆ ก็เช่น อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีวิตามินซี วิตามินอี ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิว ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลต่างๆ (ปลาแซลมอล ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีล ปลาทูน่า) ชาเขียว(ชงธรรมชาติ) มะเขือเทศ ฟักทอง แครอท บร็อกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถั่วต่างๆ อะโวคาโด้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมจืด เป็นต้น
  3. พักผ่อนนอนหลับให้ได้ 6-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 วัน แนะนำการบริหารอย่าง โยคะ ว่ายน้ำ วิ่ง (ช่วงเช้าๆ ผิวจะได้ไม่ถูกทำร้ายจากแสงแดด)
  4. เติมความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณทั่วเรือนร่างด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ ข้อนี้ก็สำคัญไม่แพ้ข้อ 1-3 เลยค่ะ ทุกครั้งที่อาบน้ำ เสร็จคุณแม่ควรทาบำรุงผิวด้วยครีม โลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น นุ่ม ไม่แห้ง กร้าน เมื่อผิวไม่แห้ง ผิวก็จะไม่คันระคายเคือง สภาพผิวที่แข็งแรงขึ้นผิวก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการแพ้ด้วยค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่ายที่เกิดขึ้น คุณแม่อาจกังวลจนไม่กล้าใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ เพราะเกรงว่าใช้แล้วจะไปก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองมากยิ่งขึ้น จึงแนะนำเป็น Physiogel Soothing Care A.I cream ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้ง แดง คัน ระคายเคืองได้ดีมากๆ ค่ะ Physiogel Soothing Care A.I cream ไม่มีสารเคมีรุนแรง เช่น น้ำหอม สี และสารกันเสีย(Paraben) จึงเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งแดงคัน ที่สำคัญคือ Physiogel Soothing Care A.I cream เป็นครีมที่มีความอ่อนโยนต่อผิวมาก นอกจากจะใช้กับผิวของแม่แล้ว แม้แต่ผิวของเด็กๆ ก็ใช้ได้อย่างอ่อนโยนปลอดภัยเช่นกันค่ะ คือถ้าจะมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวสำหรับคุณแม่คุณลูกที่ใช้ด้วยกันได้เลยก็ต้อง Physiogel นี่แหละค่ะ ยิ่งตอนนี้ยังมีสูตรโลชั่น ที่ให้เนื้อสัมผัสเบาบางมากๆ เหมาะสำหรับใช้ดูแลผิวกายคุณแม่และลูกน้อยค่ะ

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

ทำไม Physiogel Soothing Care A.I. cream จึงดีกับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรงที่จะไปทำร้ายผิว ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าอ่อนโยนต่อผิวจริงๆ คุณแม่ที่ใช้อะไรก็แพ้ถ้าได้ลองใช้ Physiogel Soothing Care A.I. cream แล้วจะถูกใจค่ะ Physiogel Soothing Care A.I. cream ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงสุขภาพดี เพราะมีไขมันจำเป็นที่ช่วยเสริมเกราะความชุ่มชื้นให้กับผิว มี PEA พาลมิตาไมด์ เอ็ม อี เอ(Palmitamide MEA) ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง และระคายเคือง ช่วยลดอาการคันที่เกิดจากผิวแห้ง ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน

คุณแม่ หรือสาวๆ ที่มีปัญหาผิวอยู่ แต่ยังไม่เคยใช้ Physiogel Soothing Care A.I. cream แล้วมีความกังวลเล็กๆ ว่าจะใช้ได้ดีกับผิวตัวเองจริงหรือเปล่า แนะนำเป็นขนาดทดลอง 30 ml. ก่อนค่ะ

อยากให้ผิวพรรณแข็งแรง ไม่มีปัญหาผิวมากวนใจ คุณแม่อย่าลืมนำวิธีฟื้นฟูดูแลบำรุงผิวที่แนะนำให้ไปลองใช้กันนะคะ เป็นแม่ผิวต้องสวย สุขภาพดี ไม่โทรมนะคะ 

ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย

แมลงเข้าช่องคลอด

แมลงเข้าช่องคลอด แม่แชร์เตือน! มีลูกสาวต้องระวัง

แมลงเข้าช่องคลอด ในเด็กผู้หญิงวัย 5 ขวบ จนมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด และช่องคลอดมีกลิ่น แม่โพสต์เตือนควรใส่กางเกงในให้ลูกตลอดเวลา

แมลงเข้าช่องคลอด แม่แชร์เตือน! มีลูกสาวต้องระวัง

🌟🌟คุณแม่ว่างแล้วคะ🌟🌟
สาเหตุที่น้องเข้าโรงพยาบาล⏩น้องมีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอดคะ ช่องคลอดมีกลิ่น
ซึ่งเด็กแค่อายุ 5 ขวบไม่น่าจะมีเลือดไหลได้
⏩น้องไม่มีอาการไข้ ไม่ซึม ไม่มีอาการอะไรที่บ่งบอกจะเป็นโรค น้องบอกแค่เจ็บแต่ทนได้
⏩พ่อกับแม่น้องพาไปหาหมอ
⏩⏩คุณหมอจะต้องวางยาสลบและตรวจช่องคลอด เข้าไป 6 ชั่วโมงเต็มๆคะ (คุณแม่นั่งรอจนรากงอกไปเลยคะ)
⏩⏩ผลปรากฏว่ามีแมลงอะไรก็ไม่ทราบได้ เข้าไปอยู่ในช่องคลอดของน้อง เอาออกมาได้หมดเรียบร้อยคะ
☑️☑️ฝากเตือนคุณแม่ที่มีลูกสาวให้ระวัง ใส่กางเกงชั้นในให้ลูกตลอดนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ตลอดเวลา 🙏🙏🙏
ปล. น้องใส่กางเกงในตลอดเลยนะคะ ไม่ว่าจะเข้านอน หรือเวลากลางวัน

โพสต์เตือนภัยจากคุณแม่ Pannipa Sasanthia ที่ได้โพสต์อุทาหรณ์ของลูกสาวที่อยู่ในวัย 5 ขวบนี้ ล่าสุด นายสุรัตน์ วัชรทอง พ่อของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ได้เผยว่า

ช่องคลอดมีเลือดไหล
ช่องคลอดมีเลือดไหล

ก่อนหน้านี้ลูกสาวได้บอกว่าคันบริเวณอวัยวะเพศ รู้สึกเหมือนถูกมดกัด เมื่อแม่ของน้องได้ตรวจสอบดูก็ไม่พบอะไร ซึ่งลูกสาวมีอาการคันอยู่ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นก็เริ่มมีน้ำเหลืองและมีกลิ่นเหม็นออกมา เวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มมีอาการประมาณ 7 วัน ก็พบว่าที่กางเกงในของลูกสาวจะมีเลือดออกมาด้วย ทั้งที่ไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ ยังร่าเริงปกติทุกอย่าง ลูกสาวบอกแค่ว่าเจ็บแต่ทนได้เท่านั้น

โดยหลังจากที่พบเลือดไหลออกจากช่องคลอดก็รีบพาลูกสาวไปหาหมอทันที ซึ่งหมอบอกว่ามีการรักษา 2 แบบ คือกินยาแก้อักเสบ และถ้ายังไม่หายก็จะต้องตรวจภายใน จากนั้นก็กลับมาบ้านและให้ลูกสาวกินยาแก้อักเสบได้เพียงวันเดียว แต่ยังคงมีเลือดออกอยู่และออกมากขึ้นกว่าเดิม จึงตัดสินใจพาลูกกลับไปตรวจอีกภายในตามที่หมอแนะนำ หลังจากหมอใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ก็พบว่าสิ่งแปลกปลอมลักษณะคล้ายกับแมลงบางชนิดเข้าไปอยู่ภายในช่องคลอด จึงได้คีบออกมา หลังจากนำสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวออกจากช่องคลอดแล้ว น้องก็ไม่มีเลือดไหลจากช่องคลอดและไม่มีอาการเจ็บอีก

ทั้งนี้ ตอนแรกที่เห็นลูกมีเลือดไหลออกจากช่องคลอดก็รู้สึกตกใจมาก เพราะคิดว่าลูกถูกกระทำทางเพศ แต่พอหมอตรวจอย่างละเอียด และพบว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมลักษณะคล้ายแมลง เข้าไปอยู่ในช่องคลอด ไม่ได้เกิดจากการกระทำชำเราก็รู้สึกโล่งใจ ส่วนที่นำเรื่องราวไปโพสต์ ก็เพราะอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่ยังเล็กได้ดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบมีอาการผิดปกติ ควรรีบพาไปให้แพทย์ตรวจในทันที ซึ่งสิ่งแปลกปลอมอาจจะมากับเสื้อผ้าที่เราซักแล้วนำไปตาก พอเอามาสวมใส่อาจจะไม่ทันได้สังเกต หรืออาจจะเป็นช่วงที่บุตรหลานไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : https://www.amarintv.com/news-update/news-21662/411539/

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ วิธีป้องกันแมลงเข้าบ้าน

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่แม่ยุคใหม่ต้องมี !!

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่อยากแนะนำให้คุณแม่แฟนเพจ Amarin Baby & Kids รวมถึงเพื่อนๆ ที่เป็นแม่ มือใหม่ได้รู้จักกันค่ะ แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ได้รวมดีลร้านค้าไว้มากถึง 100,000 ร้านค้าที่เป็นสินค้าแม่และเด็ก พิเศษสุดๆ กับ “Monday Mom Day” ดีลดีๆ ถูกใจคุณแม่ทุกวันจันทร์

 

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ที่คนเป็นแม่ต้องมี

ครอบครัวที่มีลูกเล็ก เด็กโตไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ กับ แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada เพราะเป็นแอพซื้อของ ออนไลน์ที่ช่วยให้ชีวิตคุณแม่สะดวก สบายมากขึ้น ยิ่งถ้าคุณแม่ที่ต้องทำงานด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย เวลาที่ของกิน ของใช้ลูก  หมดก็มักจะไม่มีเวลาไปซื้อของเข้าบ้าน แต่ถ้ามีแอพพลิเคชั่น Lazada คุณแม่สามารถช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา สะดวกมากๆ ค่ะ

สำหรับลาซาด้าแอพพลิเคชั่นมีสินค้าแม่และเด็กให้เลือกซื้อมากกว่า 100,000 ร้านค้า คุณแม่สามารถช้อปสินค้าได้ตาม   ช่วงอายุ ตามประเภทสินค้า ที่จะแยกหมวดหมู่ให้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

 

  • กลุ่มสินค้าช่วงตั้งครรภ์

ผลิตภัณฑ์บำรุงครรภ์(นมผง) อุปกรณ์เกี่ยวกับการให้นม(เครื่องปั๊มนม เครื่องนึ่งขวดนม) เครื่องแต่งกายสำหรับแม่ตั้งครรภ์    ผลิตภัณฑ์ดูแลบำรุงผิวพรรณ ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงเด็กแรกเกิด  

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก ชุดเครื่องนอน คาร์ซีท รถเข็นเด็ก เครื่องแต่งกาย ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงทารก

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าลูก ชุดเครื่องนอน คาร์ซีท รถเข็นเด็ก เครื่องแต่งกาย กลุ่มผลิตภัณฑ์นมผง ฯลฯ

  • กลุ่มสินค้าช่วงเด็กเล็ก

ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็ก นมพร้อมดื่ม UHT ของลูก, เครื่องแต่งกายสำหรับเด็ก หนังสือเด็ก ฯลฯ

เรียกได้ว่า เป็นคู่มือที่เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่มากๆ ค่ะ แล้วยิ่งตอนนี้มีแคมเปญสุดพิเศษสำหรับกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก นั่นก็คือ “Monday Mom Day ดีลถูกใจแม่ทุกวันจันทร์” วันสำหรับแม่และเด็ก เพื่อให้คุณแม่สนุกกับการช้อปปิ้ง ได้สินค้าดี ราคาถูกใจ เพราะทางลาซาด้า แจกคูปองส่วนลดซื้อสินค้ามากถึง 500 บาท พร้อมด้วยไลฟ์สด โชว์สินค้าราคาพิเศษจากร้านค้า  หากคุณแม่ท่านใดติดตามดีๆ รับรองว่าได้รับสินค้าในราคาสุดพิเศษมากขึ้นไปอีกแน่นอน!

แอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada

 

ช้อปปิ้งออนไลน์ กับ ลาซาด้า ชีวิตแม่ดี๊ดี !!

ชีวิตแม่ดีสุดๆ ไปเลยกับการช้อปปิ้งผ่าน Lazada เพราะอะไรรู้ไหมคะ …

1. ประหยัดเวลา

แน่นอนว่าการเป็นคุณแม่นั้นไม่ง่าย กว่าจะซื้อของได้แต่ละที ต้องออกไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต รอเวลาเลิกงาน หรือช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ รอลูกหลับ หรือส่งลูกไปโรงเรียนเท่านั้นถึงจะออกไปซื้อได้ เห็นไหมคะว่าชีวิตยากไปอีก ซึ่งการช้อปผ่านลาซาด้านั้น สามารถซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เวลาไหนก็ได้ที่เราสะดวก แถมยังส่งของไว ของที่ได้ก็เหมือนกัน สะดวกสุดๆไปเลยค่ะ

2. ได้เปรียบเทียบสินค้า

บนแพลตฟอร์มลาซาด้า มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ หลากหลายประเภท ลูกค้าภายใน 5-10 นาที ก็รู้แล้วว่าสินค้าราคาถูกกว่า หรือแพงกว่ากันเท่าไหร่ ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อทันที แต่ถ้าไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าเราคงไม่มีเวลาขับรถ นั่งรถทั้งวันเข้า-ออกห้างนั้น ห้างนี้เพื่อดูว่าซื้อของจากห้างไหนได้ราคาดีกว่ากันว่าไหมคะ

3. ได้ราคาดีกว่า

สินค้าเด็กจำพวก ผ้าอ้อม นมผง ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก (โลชั่น สบู่อาบน้ำ น้ำยาซัก-ปรับผ้านุ่ม) เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มักจัด โปรโมชั่นราคาพิเศษถ้าซื้อผ่านลาซาด้า อย่างที่เราซื้อบ่อยๆ ได้ราคาดีๆ  และดีลสุดคุ้ม ประหยัดเงินในกระเป๋าแบบสุดๆ ขอบอกว่าถูกใจแม่มากค่ะ

4. มีเวลาเหลือมากขึ้นให้คุณลูก

แค่ทำงานนอกบ้านก็แทบจะไม่มีเวลาอยู่กับลูกแล้ว เวลาที่เหลือเต็มวันช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ถ้าไม่ต้องออกไปซื้อของนอกบ้าน ถามว่าจะแฮปปี้กว่าไหม ใช่ค่ะแฮปปี้มากๆๆๆ ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไม่เปลี่ยนมาซื้อของออนไลน์แทนการออกไปซื้อของนอกบ้าน แล้วยิ่งแม่ที่เพิ่งคลอดลูก บอกเลยว่าช้อปปิ้งออนไลน์แล้วคุณจะมีเวลาเหลือให้ตัวเองอีกเยอะเลย มีเวลานอน มีเวลากินข้าว ไม่เหนื่อยสลบจากการเลี้ยงลูกแน่นอนค่ะ

นี่แหละค่ะแอพพลิเคชั่นที่คนเป็นแม่ต้องมี ลาซาด้า แอพพลิเคชั่น ที่จะทำให้คุณแม่สนุกกับการซื้อของออนไลน์มากยิ่งขึ้น  และที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดในทุกวันจันทร์  “Monday Mom Day” วันสำหรับแม่และเด็กทุกๆวันจันทร์ที่ลาซาด้า ที่มนุษย์แม่ยุคใหม่อย่างเราๆ จะต้องถูกใจ สุขจนล้นอกกันเลยหล่ะ

เอ้า…ใครยังไม่มีแอพพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada ไปโหลดกันมาไว้บนมือถือด่วนๆ เลยน๊า ไม่งั้นพลาดสินค้าแม่และเด็ก ราคาดีๆ คุณภาพเยี่ยม แล้วจะสินใจกันนะจ๊ะ  

ส่วนเราขอตัวไปซื้อของใช้ลูกกับแอพพลิเคชั่น ลาซาด้า ก่อนล่ะนะ ช้อปต่อไม่รอแล้ว ไปจ้า…

คอซซี่ ของขวัญวันแม่

คอซซี่ ของขวัญวันแม่ COZXY แพลตฟอร์ม สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่เป็นตัวช่วยในการ ส่งมอบของขวัญในวันแม่นี้

คอซซี่ ของขวัญวันแม่ เมื่อถึงช่วงเทศกาลวันแม่ ทุกคนต่างมองหาของขวัญที่จะสามารถแทนความรู้สึกดีๆ คำขอบคุณที่มีให้แม่ที่ดูแลเราเสมอมา จึงมองหาของขวัญที่แม่ชอบ ของขวัญที่อยากดูแลให้แม่สุขภาพแข็งแรง และของขวัญดีๆ ที่แม่อาจจะไม่กล้าซื้อเพื่อตัวเอง

คอซซี่ ของขวัญวันแม่ ที่ไม่ธรรมดา สำหรับคนไม่ธรรมดา

เมื่อถึงช่วงเทศกาลวันแม่ ทุกคนต่างมองหาของขวัญที่จะสามารถแทนความรู้สึกดีๆ คำขอบคุณที่มีให้แม่ที่ดูแลเราเสมอมา จึงมองหาของขวัญที่แม่ชอบ ของขวัญที่อยากดูแลให้แม่สุขภาพแข็งแรง และของขวัญดีๆ ที่แม่อาจจะไม่กล้าซื้อเพื่อตัวเอง

รังนก เป็นอีกหนึ่งของขวัญที่หลายๆ คนอาจนึกถึง เมื่อต้องการหาของขวัญล้ำค่า คุณภาพดี เพื่อบอกรักแม่ในเทศกาลพิเศษนี้ โดยรังนกจะมีคุณประโยชน์อยู่มากมาย ชาวจีนถือว่าเป็นอาหารชั้นยอด มีสรรพคุณว่าเป็นยาบำรุงกำลังชั้นยอด ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และเป็นยาอายุวัฒนะ มีราคาแพง เนื่องจากเป็นสิ่งหายาก จะมีเพียงพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ชั้นสูงของจีนเท่านั้นที่จะได้รับประทาน หลังจากนั้นรังนกก็ได้เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และได้กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

บริษัทคอซซี่ นำความพิถีพิถันเพิ่มคุณค่า ให้ของขวัญอย่างกระเช้ารังนก มีความพิเศษยิ่งขึ้นด้วย คอซซี่ กล่องรังนก พรีเมี่ยม ที่จะสร้างความแตกต่าง และสื่อสารความห่วงใยต่อคนพิเศษ ได้ด้วยรังนกรสชาติดี สูตรหวานน้อย ที่มีเนื้อรังนกขาว แท้บริสุทธิ์ จากแหล่งธรรมชาติ เพิ่มปริมาณเนื้ออีก 40% อัดแน่น

ในขวด บรรจุในกล่องสวย พรีเมี่ยม ผลิตและออกแบบจากความตั้งใจที่จะมอบให้คนสำคัญ คัดสรรคุณภาพอย่างละเอียดตั้งแต่เนื้อกระดาษ ไปจนถึงการเรียงขวดเพื่อการส่งมอบอย่างปลอดภัยและสวยงาม จึงทำให้กล่องเป็นเหมือนของขวัญที่สามารถใช้เก็บความทรงจำดีๆ ทำให้ต้องอมยิ้มทุกครั้งที่เปิดดู

และของขวัญจะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการ์ดข้อความที่เขียนถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน เราจึงมีการ์ดให้เลือกถึง 10 ลวดลาย แต่ละลวดลายมีเอกลักษณ์และความหมายที่แตกต่าง เพื่อพิมพ์ข้อความของคุณใส่ไปในกล่อง จึงจะทำให้กล่องรังนก พรีเมี่ยมของคุณ เป็นกล่องเดียว ที่ไม่สามารถนำกล่องอื่นมาทดแทนได้ ในช่วงเทศกาลสุดพิเศษนี้ คอซซี่จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการบอกรักแม่ โดยการมอบส่วนลด 10% สำหรับกล่องของขวัญรังนกพรีเมี่ยมทุกขนาด พร้อมแจกพวงกุญแจใบโคลเวอร์ (มูลค่า 150 บาท) เพื่ออวยพรให้คุณแม่สุขภาพดี มีความสุขความโชคดีตลอดปี

 

ลูกค้าสามารถเลือกกล่องได้ 4 ขนาด (5 ขวด 850 บาท, 8 ขวด 1,250 บาท, 10 ขวด 1,500 บาท, 12 ขวด 1,790 บาท)​ โดยแต่ละกล่องจะมีให้เลือกอีกหลากสี พร้อมการ์ดออกแบบโดยศิลปินให้เลือกทั้งหมด 10 ลาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @cozxy.com หรือ Facebook: cozxy.com

กรุ๊ปเอ็ม จับมือ ลาซาด้า

กรุ๊ปเอ็ม จับมือ ลาซาด้า พลิกโฉมอีคอมเมิร์ซโซลูชั่นในประเทศไทย

2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ประกาศจับมือยกระดับอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างศักยภาพให้แก่แบรนด์บนเครือข่ายห้างสรรพสินค้าดิจิทัล LazMall (ลาซมอลล์) ครอบคลุมทั้งด้านอีคอมเมิร์ซและการสื่อสารทางการตลาดดิจิทัล

กรุงเทพ – กรุ๊ปเอ็ม กลุ่มบริษัทบริหารและจัดการการลงทุนสื่อในเครือ ดับบลิวพีพี ประกาศความร่วมมือกับ ลาซาด้า ผู้นำทางด้านตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

ความร่วมมือระหว่างกรุ๊ปเอ็มและลาซาด้ามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจร เพื่อให้แบรนด์บน ลาซมออล์ สามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มยอดขายผ่านแพลตฟอร์มของลาซาด้า โดยกรุ๊ปเอ็มผู้นำทางด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือดาต้า เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารและการวางแผนการซื้อสื่อผ่าน 3 เอเยนซี่ในเครือ ได้แก่มายด์แชร์ มีเดียคอม และเวฟเมคเกอร์

ทั้งนี้ลาซาด้าได้เริ่มโครงการ “Partner Solutions Program” มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ให้แบรนด์ได้เข้าใจถึงความสำคัญของการวางกลยุทธ์การสื่อสารผ่านการทำงานร่วมกับเอเยนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญความรู้และความชำนาญเพื่อที่จะช่วยผลักดันยอดขายของแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการทำอีคอมเมิร์ซบนลาซมอลล์  ด้วยระบบเก็บสะสมคะแนนจากจำนวนผู้เข้าชมร้านค้า “Partner Points” ที่เป็นการส่งเสริมให้แบรนด์ให้ความสำคัญกับการใช้วางแผนใช้สื่อที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายคุณภาพและปริมาณให้กับแบรนด์ และนำคะแนนที่ได้ไปแลกพื้นที่สื่อบนแพลตฟอร์มลาซาด้า เพิ่มการเข้าถึงของร้านค้าให้มากยิ่งขึ้น

การร่วมมือกันครั้งสำคัญระหว่าง 2 บริษัทจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของกรุ๊ปเอ็มในการทำอีคอมเมิร์ซให้กับร้านค้าบนลาซมอลล์ โดยแบรนด์จะสามารถวางแผนการมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าผ่านบริการต่อไปนี้

Shop-in-shop Marketplace Operations: การสร้างกลยุทธ์ร้านค้าหรือ eStore บนลาซมอลล์แบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การวางแผนโปรโมชั่นจนไปถึงการเลือกใช้ชิ้นงานครีเอทีฟที่สามารถสร้างแรงผลักดันในการซื้อสินค้าบนแอพพลิเคชชัน

Lazada Traffic Tools Operations: ความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ Power of 5 เพื่อเพิ่มยอดขายบนลาซมอลล์อันได้แก่บัตรกำนัล การตกแต่งร้าน การส่งข้อความ การให้บริการข่าวสารหรือฟีดข้อมูล และสินค้าแนะนำ

Partner Premium Services: ปลดล็อคการสื่อสารบนพื้นที่ของลาซาด้าอย่างเช่นแบนเนอร์บนโฮมเพจและลาซมอลล์ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าบนโซเชียลผ่านการสร้างแคมเปญ “Brand Day” และ “Brand of the Week” บนแพลตฟอร์มลาซาด้า

คุณนิคคลาส สตอลเกบิร์ก ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่เพอร์เฟคสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า” “ในความท้าทายของตลาดดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นหน้าที่ของผู้นำตลาดอย่าง กรุ๊ปเอ็ม ที่ต้องให้คำแนะนำและช่วยเหลือลูกค้าในการวางแผนกลยุทธ์อย่างครบวงจร ทั้งด้านตลาดอีคอมเมิร์ซ กิจกรรมทางการตลาด ตลอดจนการเพิ่มผลกำไรจากการขายสินค้าออนไลน์”

“ลาซาด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาขีดความสามารถของแบรนด์เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคและขับเคลื่อนการเติบโตของอีคอมเมิซ์รบนลาซมอลล์ด้วยเครื่องมือ eCommerce Solutions Portal จะช่วยให้แบรนด์รวมทั้งเอเยนซี่สามารถพัฒนาการบริหารเม็ดเงินการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเข้าถึงอินไซด์และความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภค” “เราเชื่อว่าการเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่ออย่าง กรุ๊ปเอ็ม จะช่วยเสริมบทบาทของ ลาซาด้า ให้มีความแข็งแกร่งและสามารถช่วยให้แบรนด์พาร์ทเนอร์ของเราเติบโตไปได้ไกลมากขึ้น” คุณยาน ฟอนเทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวปิดท้าย

กรุ๊ปเอ็ม จับมือ ลาซาด้า
(ซ้ายไปขวา)
นิคคลาส สตอลเกบิร์ก ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) และคุณยาน ฟอนเทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย
กรุ๊ปเอ็ม จับมือ ลาซาด้า
(ซ้ายไปขวา)
นิคคลาส สตอลเกบิร์ก ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) และคุณยาน ฟอนเทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย

 

เกี่ยวกับกรุ๊ปเอ็ม

กรุ๊ปเอ็ม คือกลุ่มบริษัทผู้นำด้านบริหารและลงทุนจัดการธุรกิจสื่อสารการตลาดภายใต้การบริหารของ ดับบลิวพีพี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาการปฎิบัติงานของบริษัทในเครืออันได้แก่ มายด์แชร์ มีเดียคอม และเวฟเมคเกอร์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลูกค้า ผู้ถือหุ้น รวมถึงพนักงานทุกคนในบริษัท ผ่านการบริหาร และทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆ ในเครือ ทั้งในด้านการซื้อพื้นที่สื่อ การสร้างสรรค์เนื้อหาสื่อ การจัดการสื่อดิจิตอล การเงิน การสร้างเครื่องมือทางการตลาด และความสามารถต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ โดยทุกบริษัทในเครือกรุ๊ปเอ็มมีระบบปฎิบัติการสากลและต่างเป็นบริษัทแถวหน้าในแวดวงของตน กรุ๊ปเอ็มมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรบุคคลทั้งด้านความคิดสติปัญญาและลงมือการปฏิบัติงานเพื่อการซื้อขาย การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และการให้บริการด้านการสื่อสารที่ล้ำหน้า รวมถึงสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าและบริษัทด้วย

อาหารทารก

WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย

อาหารทารก สำเร็จรูปต่าง ๆ ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีน้ำตาลเป็นส่วนผสมในปริมาณที่สูงเกินไป องค์การอนามัยโลกจึงออกมาเตือนว่าอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

WHO เตือน! อาหารทารก มีน้ำตาลสูงเกินไป เสี่ยงหลายโรคร้าย

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่า อาหารทารก ตามท้องตลาดทั่วไปมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ข้อมูลดังกล่าวมาจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารกราว 8,000 รายการ ที่วางจำหน่ายระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงมกราคม 2018 โดยสำนักงานภูมิภาคยุโรปขององค์การฯ

องค์การฯ ออกมาเตือนว่าระดับน้ำตาลที่สูงมากเกินไปในผลิตภัณฑ์อาหารเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักเกินและฟันผุ รวมถึงก่อให้เกิดนิสัยชื่นชอบการรับประทานอาหารรสหวานจัดในอนาคต รายงานระบุว่าราวครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบ พบแคลอรี่มากกว่าร้อยละ 30 มาจากน้ำตาลทั้งหมด และประมาณ ใน ของผลิตภัณฑ์เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอื่น ๆ เพิ่มอีก

การตรวจสอบดังกล่าวที่ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 500 แห่งในออสเตรีย บัลแกเรีย อิสราเอล และฮังการีนั้นยังพบว่าฉลากของผลิตภัณฑ์กว่าร้อยละ 60 อ้างว่าผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า เดือน ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค องค์การฯ แนะนำว่าทารกควรบริโภคน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วง เดือนแรกของชีวิต

อาหารเสริม
อาหารเสริม

รายงานยังแนะนำให้แต่ละประเทศออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการบริโภคน้ำตาลปริมาณสูง ห้ามไม่ให้เติมน้ำตาลและสารให้ความหวานในอาหารทารก ยุติการส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แทนน้ำนมแม่ รวมทั้งติดฉลากบนลูกอม เครื่องดื่มรสหวาน น้ำผลไม้ และนมข้นหวาน เพื่อระบุว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ขวบ

ขณะเดียวกันองค์การฯ ชี้แนะว่าเด็กอายุระหว่าง เดือนถึง ปี ควรบริโภคอาหารปรุงเองที่บ้านที่อุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วน ซูซานนา จาแคป ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคยุโรปขององค์การฯ กล่าวว่าโภชนาการที่ดีในวัยทารกและวัยเด็กยังคงเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเติบโตและพัฒนาการของเด็กที่เหมาะสมและเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในอนาคต

ขอบคุณข่าวจาก : สำนักข่าวซินหัว

การฝึกหรือการจะปลูกฝังลักษณะนิสัย รวมไปถึงพฤติกรรมต่าง ๆ สามารถทำได้ตั้งแต่เล็ก ๆ ลักษณะนิสัยการกินอาหารก็เช่นกัน หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกทานอาหารที่มีรสหวานเป็นประจำ ลูกก็จะไม่ชอบหรือคุ้นชินอาหารในรสชาติอื่น ๆ เพราะแน่นอนว่าอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม นั้นอร่อยกว่าอาหารที่มีรสชาติจืด ดังนั้น มาดูกันค่ะ ว่าหากลูกติดรสชาติหวานและทานอาหารมากเกินไป ไม่ว่าจะจากการกินขนมหรือ อาหารทารก ที่มีรสชาติหวานเกินไป อาจก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง (อ่านต่อหน้า 2)

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ลูกติดหวานจาก อาหารทารก ที่มีรสหวานเกินไป เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง? และเทคนิคสอนลูกให้เลิกติดหวาน

ปั๊มนมเป็นเลือด

น่ากลัวมากแม่! เป้ย ปานวาด ปั๊มนมเป็นเลือด

เป้ย ปานวาด ได้โพสต์คลิปวิดีโอ “ปั๊มนมเป็นเลือด”ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นถึงนมแม่ที่เพิ่งปั้มออกมามีสีแดงเหมือนเลือด จนทำเอาบรรดาแฟน ๆ ช็อกไปตาม ๆ กัน

น่ากลัวมากแม่! เป้ย ปานวาด ปั๊มนมเป็นเลือด

เมื่อคุณแม่ลูกสอง เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน ได้โพสต์คลิปวิดีโอและภาพขวดนมที่เพิ่งปั๊มนมเสร็จใหม่ ๆ แต่ภายในขวดกลับเป็นน้ำนมสีแดงเข้มแทนที่จะเป็นสีขาว แถมยังมีภาพก้อนเลือดกองอยู่ข้าง ๆ โดยในโพสต์ดังกล่าวสาวเป้ยได้ระบุข้อความบรรยายเอาไว้ด้วยว่า #มนุษย์แม่ #ทำไมมีเลือดก้อน ๆ ออกมา ทำให้ชาวเน็ตที่เห็นภาพดังกล่าวต่างตกอกตกใจกันใหญ่เพราะสีของน้ำนมค่อนไปทางสีแดงเข้ม ทำให้มีแฟน ๆ จำนวนมาก รวมถึงเพื่อน ๆ ในวงการบันเทิงได้เข้ามาแสดงความห่วงใย พร้อมทั้งแนะนำให้แม่เป้ยรีบไปหาคุณหมอเพื่อหาสาเหตุ

 

 

View this post on Instagram

 

😣 #มนุษย์แม่ #ทำไมมีเลือดก้อนๆออกมา

A post shared by Panward Hemmanee (@ppanward) on

ซึ่งในภายหลัง แม่เป้ยก็ได้เปิดเผยกับทีมวันบันเทิงในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

“ปกติปั๊มแล้วเป็นแบบนี้ตอนเกิดน้องปาลินใหม่ ๆ แต่พยาบาลบอกว่า เป็นเส้นเลือดฝอยแตก แต่ยังไม่เคยเป็นลิ่มเลือดแบบนี้ ก็งงเหมือนกันที่ออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่ปั๊มนมเป้ยใส่ผ้าคลุมแล้วก็ปั๊มไป ทำโน่นทำนี่ไป ไม่ได้มอง ผ่านไป 15 นาที เราก็ไม่รู้ว่าตอนปั๊มมันออกมาเป็นเลือดเลย หรือจับตัวออกมาเป็นเลือดข้างนอก พอเราเห็นเลือดเราก็หยุดปั๊ม คือเราก็เข้าใจว่าเป็นเส้นเลือดฝอยแตกเหมือนที่เคยเป็น แต่ก็เห็นอะไรเป็นก้อน ๆ แต่พอเอาช้อนตักดูมันเป็นลิ่มขึ้นมาเลย ก็ส่งให้คุณหมอประจำดู แล้วหมอยังไม่ตอบ เราก็เลยโพสต์ว่าเกิดอะไรขึ้น คือก็คุยกับหมอแต่ยังไม่ได้ไปหาหมอ แต่ตอนนี้ยังไม่มีรถไปหาหมอ เพราะรถไปส่งคุณป๊อบประชุม อีกคันก็ไปส่งน้องโปรดเรียนพิเศษ แต่ก็จะรอปั๊มรอบต่อไป ถ้าเราปั๊มด้วยแรงดูดที่เบาลงมันจะเป็นอย่างไร หมอก็บอกว่าเลือดพวกนี้เวลาอยู่ข้างนอกมันก็จะจับตัวเป็นก้อนเหมือนเลือดหมู แต่หมออีกคนบอกว่าไม่ค่อยโอเค”
เมื่อถามว่าตอนที่ปั๊มอยู่มีอาการเจ็บหรือไม่ เป้ย เล่าต่อว่า ตอนปั๊มนมมันเจ็บตลอดเวลา เหมือนคนมาหยิก เราก็ไม่คิดอะไรเพราะมันเจ็บตลอดเวลา ไม่ได้รู้สึกว่าเจ็บมาก ก็เหมือนเราปั๊มนมทั่วไป ตอนนี้เข้ากูเกิลไปอ่านข้อมูล ก็ยิ่งอ่านยิ่งนอยด์ ครั้งที่เคยปั๊มแล้วออกมาเป็นเลือดนั้นก็คือ เราเห็นออกมาเป็นเลือดก็หยุด แต่ครั้งนี้ระหว่างที่ปั๊ม 15 นาทีมันไม่เห็นว่าออกมาเป็นอย่างไร พอเห็นเลือดก็ตกใจเลย มันข้นมาก มีเลือดทั้งหมด เป็นน้ำนมแค่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่เคยปั๊มแล้วเส้นเลือดฝอยนั้นคือ ปาลินเพิ่งเกิด ตอนน้องโปรดก็เคยเป็นครั้งเดียว แต่จางมาก ๆ ครั้งนั้นนมกินได้ แต่ครั้งนี้เป็นเยอะ ก็เป็นไม่บ่อยนะ ตอนนี้ปาลิน 11 เดือนแล้ว เป้ยจะปั๊มถอยมาแค่ 3 เวลา ครั้งนี้เป็นตอน 8 โมงเช้า แต่พอจะปั๊มรอบบ่ายคุณหมอให้พักก่อน แต่เดี๋ยวคงต้องปั๊มให้เบอร์อ่อนลงมา แต่ปกติจะปั๊มใช้เบอร์แรงสุด ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องไปหาหมอเพื่อเช็คดูอีกทีค่ะ

จากข่าวนี้ อาจทำให้แม่หลาย ๆ คนตกใจและมีมุมมองที่ไม่ดีเกี่ยวกับการให้นมแม่ และการปั๊มนมแม่ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงขอนำข้อมูลจากคุณหมอพิมลพรรณ ต่างวิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยแม่และเด็ก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้กล่าวถึงกรณีที่คุณเป้ย ปั๊มนมเป็นเลือด มาฝากกันค่ะ

 

อ่านต่อ หมอแจง เป้ย ปานวาด ปั๊มนมเป็นเลือด อาจปั๊มแรงเกินไป แนะให้ไปตรวจ

โรคคางทูม

กรมควบคุมโรคเตือน! “โรคคางทูม ระบาด” ป่วย 1,466 คนแล้ว

โรคคางทูม เป็นโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหากติดเชื้อแล้วอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งในปีนี้ กรมอนามัยได้เปิดเผยสถานการณ์การระบาดของโรคคางทูม พบว่า พบผู้ป่วยโรคนี้ 1,466 คนแล้ว

กรมควบคุมโรคเตือน! “โรคคางทูม ระบาด” ป่วย 1,466 คนแล้ว

กรมควบคุมโรค เตือนระวังโรคคางทูมระบาด แนะผู้ปกครองพาบุตรหลานรับวัคซีนให้ครบช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดีที่สุด

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคคางทูมในประเทศไทย ปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 พบผู้ป่วยโรคคางทูม 1,466 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุด คือ กลุ่มอายุ 15-24 ปี พบมากในกลุ่มนักเรียน ร้อยละ 39.6 จังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ภูเก็ต และแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข่าวการระบาดจากฐานข้อมูลเฝ้าระวังเหตุการณ์ พบรายงานการระบาดของโรคคางทูมเป็นกลุ่มก้อน จำนวน 2 เหตุการณ์ คือ ในค่ายทหารและในโรงเรียน จึงคาดว่าสัปดาห์หน้าอาจพบผู้ป่วยโรคคางทูมเป็นกลุ่มก้อนได้ โดยเฉพาะในสถานที่มีคนอยู่อาศัยรวมกันหนาแน่น และพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่ต่ำ เนื่องจากโรคคางทูม เกิดจากเชื้อไวรัส ติดต่อทางเดินหายใจและการสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย อาการของโรคเริ่มจากมีไข้ต่ำ ๆ ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการเจ็บบริเวณหน้า หู และขากรรไกร มีต่อมน้ำลายข้างกกหูโตขึ้น ควรมีการแยกผู้ป่วยประมาณ 10 วันหลังจากเริ่มมีต่อมน้ำลายโต และควรหยุดไปโรงเรียน หรือหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

คางทูม
คางทูม

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันโรคคางทูมที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการฉีดวัคซีนป้องกัน ปัจจุบันเป็นรูปแบบวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) ในเด็กเล็กควรรับวัคซีนป้องกันโรค 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วงอายุ 9-12 เดือน และฉีดซ้ำอีกครั้ง ช่วงอายุ 2 ปี 6 เดือน ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรพาบุตรหลานไปรับวัคซีนป้องกันโรคให้ครบตามช่วงอายุที่กำหนด (อ่านต่อ ตารางวัคซีน 2562 แม่เช็กเลย! ลูกอายุเท่าไหร่..ต้องฉีดตัวไหนบ้าง?)

ขอบคุณข่าวจาก : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

แม้ว่าการระบาดในปีนี้จะเกิดกับผู้ป่วยอายุ 15-24 ปี แต่จะเห็นได้ว่าวิธีป้องกัน โรคคางทูม ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการฉีดวัคซีน ซึ่งจะต้องฉีดตั้งแต่อายุ 9 เดือน – 2 ปี 6 เดือน เพื่อเป็นการป้องกันในระยะยาว โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดระบบบริการเพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศได้รับวัคซีนตามกำหนด ได้จัดให้สถานบริการ สาธารณสุขของรัฐเป็นหน่วยบริการจัดการฉีดวัคซีนพื้นฐานได้ฟรี โดยรวมวัคซีนโรคคางทูมนี้ด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่มีบุตรหลานที่อยู่ในวัยดังกล่าว ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค ซึ่งก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน มาทำความรู้จักกับโรคคางทูม สาเหตุ อาการ และวิธีการป้องกันได้ที่หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ ทำความรู้จักกับ “โรคคางทูม” สาเหตุ อาการ และวิธีการป้องกัน

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ

เด็กนักเรียน “โชรส์เบอรี กรุงเทพ” คว้า 477 สิทธิ์ เข้าศึกษาต่อสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ประกาศความสำเร็จของ นักเรียนที่จบการศึกษาในปี 2562 โดยมีนักเรียนจำนวน 111 คน สามารถผ่านการคัดเลือกและคว้าสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในสถาบันระดับอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกได้ถึง 477 สิทธิ์ ซึ่งในจำนวนนี้ มี 207 สิทธิ์ เป็นสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของโลก 100 อันดับแรก และยิ่งไปกว่านั้น มี 61 สิทธิ์ เป็นสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก 15 อันดับแรก จากการจัดอันดับโดย Times Higher Education World University Rankings 2019 อาทิ มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยสแตนฟอ์ด มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เป็นต้น

 

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ

การคว้าสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลับชื่อดังระดับโลก ของนักเรียนโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ในปีนี้ นับเป็นจำนวนสิทธิ์ที่มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนาน 16 ปีในประเทศไทยของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องในฐานะโรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย โดยปัจจัยที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความเชื่อมั่นมาโดยตลอดคือความเป็นเลิศทั้งในเชิงวิชาการ และการพัฒนาทักษะและศักยภาพของเด็กนักเรียนได้อย่างรอบด้าน และที่สำคัญคือทีมครูแนะแนวที่แข็งแกร่ง สามารถมองเห็นและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับศักยภาพของเด็กนักเรียนแต่ละคนออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความสำเร็จนี้ให้เกิดขึ้น

 

นายคริส ซีล ครูใหญ่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส กล่าวว่า “ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนโชรส์เบอรี กรุงเทพ มีความโดดเด่นจนสามารถผ่านการคัดเลือกและคว้าสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นเหมาะสมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายปี ทั้งคณะบุคลากรครูอาจารย์ที่มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ ให้การดูแลสั่งสอนนักเรียนทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ทีมแนะแนวการศึกษาของโชรส์เบอรีที่มีความแข็งแกร่งมาก เป็นทีมงานที่ทุ่มเทเอาใจใส่และให้คำปรึกษาอย่างดีเยี่ยมอยู่เสมอแก่เด็กนักเรียนทุกคน และรวมถึงผู้ปกครองของนักเรียนด้วย ตั้งแต่ช่วยค้นหาแนวทาง เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนได้รับการสนับสนุนที่ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจที่แตกต่าง หรืออย่างในส่วนของผู้ปกครอง ทางโรงเรียนก็จัดให้มีโปรแกรม selected and trained เพื่อสนับสนุนให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีความพร้อมที่จะช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียน”

นายคริส ซีล กล่าวว่า “ในส่วนของตัวเด็กนักเรียนก็มีความขยันหมั่นเพียร มีความขวนขวายใฝ่รู้ และมีวินัย เมื่อได้รับการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ก็ทำให้เกิดเป็นความรู้ความสามารถที่โดดเด่นของเด็กๆ ซึ่งเด็กนักเรียนที่โดดเด่นที่จบการศึกษาในปีการศึกษานี้ มีหลายคนมากที่อยู่กับโชรส์เบอรี กรุงเทพ มายาวนาน 15 ปี ตั้งแต่เปิดโรงเรียน นี่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เราเห็นว่าการทำงานร่วมกันของทุกอย่าง ทั้งครูผู้สอน หลักสูตรการเรียนการสอน ตัวเด็กนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง สภาพแวดล้อมในการเรียน และความสมดุลระหว่างการเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อทุกอย่างถูกต้องเหมาะสม และต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน จะเกิดผลดีกับตัวเด็กนักเรียนเป็นอย่างมาก”

“ที่โชรส์เบอรี เรารับฟังนักเรียนแต่ละคนว่าต้องการอะไร ช่วยเหลือนักเรียนในการค้นหาเป้าหมายที่เหมาะที่สุดสำหรับแต่ละคน และมอบโอกาสในการที่นักเรียนจะได้พัฒนาไปสู่เป้าหมายดังกล่าวนั้น และแน่นอนที่สุดว่าเพื่อนนักเรียนด้วยกันเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญมากที่จะช่วยสนับสนุนนักเรียนให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งเป้าไว้ รวมไปถึงบรรดาศิษย์เก่าที่จบไปแล้วที่ได้ไปเรียนต่อในสถาบันการศึกษาที่ดี หรือที่เรียนจบมีอาชีพการงานที่มั่นคง ก็ล้วนเป็นต้นแบบที่ดีให้กับศิษย์ปัจจุบันเอาเป็นแบบอย่าง” นายคริส ซีล กล่าว

การเตรียมตัวนักเรียนโชรส์เบอรี นอกจากจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัยในรั้วโรงเรียนไปจนถึงชั้นเรียนปีสุดท้ายแล้ว โรงเรียนยังรักษาสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นเหมือนคนในครอบครัว แม้ว่าเด็กจะเรียนจบไปแล้วก็ตาม นั่นเพราะโชรส์เบอรีมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จในขั้นต้นที่ได้เข้าเรียนต่อในสถาบันการศึกษาที่ดีเท่านั้น แต่ต้องพัฒนานักเรียนให้ประสบความสำเร็จในทั้งการทำงานไม่ว่าจะในสาขาอาชีพใด และการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านต่อไปด้วย และที่สำคัญที่สุดคือนักเรียนได้เติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม

นักเรียนโชรส์เบอรีหลายคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า กว่าจะประสบความสำเร็จ ได้เข้าเรียนที่สถาบันในฝัน ต้องอาศัยการเตรียมตัวเป็นเวลาหลายปี โดยแต่ละคน ก็มีวิธีการและเนื้อหาที่ต้องเตรียมตัวแตกต่างกัน ขึ้นกับสาขาวิชาและสถาบันที่สนใจอยากเข้าไปศึกษาต่อ ซึ่งทุกคนต้องเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นในด้านวิชาการ การสอบวัดผลต่างๆ และกิจกรรมนอกหลักสูตรที่อาจจะวางแผนมาไม่เหมือนกัน และนอกจากการเตรียมตัวที่แตกต่างกันไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือการได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างรอบด้านและสม่ำเสมอทั้งจากเพื่อนนักเรียน ผู้ปกครอง และโรงเรียนมีคุณภาพซึ่งมีครูและทีมแนะแนวการศึกษาที่เอาใจใส่และมีประสบการณ์ และนอกจากสิ่งเหล่านี้จะช่วยในขั้นตอนการเข้าเรียนแล้ว ยังมองว่านี่จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะติดตัวนักเรียนไปจนถึงเมื่อได้เข้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และไปจนถึงหลังจากนั้นที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

 

นางสาวสวิภากร ชาญไพบูลย์รัตน์ นักเรียนโชรส์เบอรีซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาไปล่าสุดในปีการศึกษาที่ผ่านมา และกำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่ สถาบันพาร์สันส์ เดอะ นิวยอร์ค สคูล ออฟ ดีไซน์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “ผลการเรียนที่ดีเป็นสิ่งพื้นฐานที่จะช่วยให้ผ่านขั้นแรกของการได้รับคัดเลือกเข้าเรียน แต่กิจกรรมนอกหลักสูตรทั้งในและนอกโรงเรียน โดยเฉพาะที่ตรงกับสาขาที่สนใจศึกษาต่อ เป็นสิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่น รวมไปถึงการเขียนจดหมายแนะนำตัวสำหรับการสมัครเรียนก็สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นโดยสรุปว่าเราเป็นคนแบบไหน เพราะฉะนั้น ต้องเขียนหรือพูดด้วยความมั่นใจเพื่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจจริง โดยไม่ลืมที่จะขอความคิดเห็นหรือคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์”

 

นายธีรัตม์ วงศ์ไวศยวรรณ ศิษย์เก่าโชรส์เบอรีซึ่งสำเร็จการศึกษาไปในปี 2561 ขณะนี้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร กล่าวว่า “ตอนที่เตรียมตัวสมัครเรียนต่อ ได้ฝึกจำลองการสอบสัมภาษณ์ (Mock Interview) กับครูที่เชี่ยวชาญหลายครั้ง ซึ่งช่วยให้รู้สึกชำนาญและมั่นใจขึ้นมากเมื่อต้องไปสัมภาษณ์จริงๆ”

 

นางสาวยัสมิน นิวยิน ศิษย์เก่าโชรส์เบอรีซึ่งสำเร็จการศึกษาไปในปี 2561 ขณะนี้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร กล่าวว่า “สิ่งแวดล้อมคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยในการเตรียมตัว ที่โชรส์เบอรี มีวัฒนธรรมสังคมและการทำงานที่ส่งเสริมความมุ่งมั่นและเป็นแรงผลักดันนักเรียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้มีความมั่นใจในการที่จะยื่นสมัครไปตั้งแต่ต้น การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เชื่อในไอเดียที่ว่า คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่ตั้งใจจะทำ เป็นอะไรที่พิเศษมาก รวมไปถึงมิตรภาพที่เหนียวแน่นที่สร้างขึ้นที่นี่ ก็เป็นการเตรียมทักษะที่ได้นำไปใช้ในระดับมหาวิทยาลัยด้วย”

 

ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่สนใจส่งบุตรหลานเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ในทุกชั้นการเรียนการสอน สามารถติดต่อสอบถามหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.shrewsbury.ac.th และสามารถทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบพูดคุยกับครูใหญ่ พร้อมพบปะครูผู้สอน รวมทั้งเยี่ยมชมห้องเรียนและบรรยากาศการเรียนการสอนได้ทั้งที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส และ ซิตี้ แคมปัส โดยทั้งสองแคมปัสมีมาตรฐานการเรียนการสอนเช่นเดียวกันทุกประการ และเด็กนักเรียนที่จบจาก ซิตี้ แคมปัส ยังการันตีได้รับสิทธิ์ให้เข้าศึกษาต่อที่ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ด้วย

โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ
นายคริส ซีล ครูใหญ่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส
โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ
นางสาวสวิภากร ชาญไพบูลย์รัตน์ นักเรียนโชรส์เบอรีซึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษาไปในปีการศึกษาล่าสุด
โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ
นายธีรัตม์ วงศ์ไวศยวรรณ ศิษย์เก่าโชรส์เบอรี
โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ
นางสาวยัสมิน นิวยิน ศิษย์เก่าโชรส์เบอรี

 

 

อาหารตามวัย

“อาหารตามวัย” กินอย่างไร ให้ลูกพัฒนาการดี

“สุขภาพมีความสำคัญไม่แพ้การเรียนและการส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านอื่นๆ  เพราะร่างกายเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กมีความพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ  คุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดสรรเวลาให้ลูกได้ออกกำลังกาย  และให้ความสำคัญกับอาหารการกินของลูกด้วยนะคะ” คุณหมออนุตรา โพธิกำจร กล่าวเปิดประเด็นเพื่อแนะนำ อาหารตามวัย และเทคนิคการเลือกออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัยของลูกน้อยทุกครอบครัว

อาหารตามวัย แรกเกิด – 6 เดือน : นมแม่เท่านั้น สำคัญที่สุด!

หากคุณแม่ไม่มีน้ำนมหรือน้ำนมไม่เพียงพอ  สามารถเสริมด้วยนมผสมสำหรับเด็กแรกเกิดได้ตามความเหมาะสม

อาหารตามวัย 6– 9 เดือน : สตาร์ทอาหารเสริม 1 มื้อ

ลูกน้อยควรได้ลองกินอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ  เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่ารสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย  อาหารเสริมจึงเป็นอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์  บดละเอียด  และเคี้ยวกลืนง่าย  เช่น  ผักบดผลไม้ขูด  น้ำต้มผัก  ฯลฯ  และควรให้เด็กกินอาหารทีละชนิดซ้ำๆ 4-5 วัน  จึงจะเริ่มกินอาหารชนิดใหม่  เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตหากเด็กแพ้อาหาร

อาหารตามวัย 9 – 12 เดือน : อาหาร 2 มื้อ+นม 1 มื้อ

ในวัย 9 – 12 เดือนนี้ เด็กสามารถรับประทานอาหารหยาบได้แล้ว โดยวัยนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดมื้ออาหารให้ครบ 5 หมู่ได้แล้ว  ให้รับประทานอาหาร 2 มื้อ  แต่ก็ควรต้มให้นิ่มและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  เพื่อป้องกันการสำลักอาหารค่ะ  และต้องมีนมอีก 1 มื้อเป็นอย่างน้อย

อาหารตามวัย
อาหารตามวัย

อาหารตามวัย 1 ขวบขึ้นไป : 5 หมู่ 3 มื้อ เพิ่มพลังให้ร่างกาย

เด็กตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป  คุณหมอยืนยันว่าต่างต้องการอาหาร 5 หมู่ 3 มื้อ เหมือนกัน  เพียงแต่เพิ่มปริมาณตามความต้องการของร่างกายที่เติบโตขึ้นเท่านั้น  ส่วนนมจากที่เคยเป็นอาหารหลักก็กลายมาเป็นอาหารเสริมแทนโดยดื่มแทรกในช่วงสาย  บ่าย  และก่อนนอน  เพื่อเสริมแคลเซียมให้ร่างกาย

ส่วนเด็กตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไปควรเลือกดื่มนมรสจืดสูตรพร่องมันเนยเนื่องจากนมพร่องมันเนยมีคุณค่าทางอาหารเทียบเท่านมสูตรปกติ  แตกต่างกันเพียงปริมาณไขมันอิ่มตัวเท่านั้น  นมพร่องมันเนยจึงดีต่อสุขภาพมากกว่า  ในกรณีเด็กน้อยที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลในนมวัวได้  ทำให้ท้องเสียทุกครั้งที่ดื่มนม  ก็สามารถเลือกรับประทานโยเกิร์ตรสจืดทดแทนได้ค่ะ

อาหาร 5 หมู่

อ่านเรื่อง ““อาหารตามวัย” กินอย่างไรให้ลูกแข็งแรง” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่