น้ำตาลโตนด ประโยชน์ เพื่อสุขภาพ คนท้อง

น้ำตาลโตนด ประโยชน์ ต่อสุขภาพ คนท้อง

น้ำตาลโตนด ประโยชน์  ต่อสุขภาพ คนท้อง คุณแม่คงรู้จักน้ำตาลโตนดเป็นอย่างดี  น้ำตาลโตนดมักใช้แทนน้ำตาลทราย  มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง  และในอินเดีย น้ำตาลโตนดถือเป็นตัวยาสำคัญในตำรับอายุรเวชหรือการแพทย์แผนโบราณของอินเดีย ทีมงาน  Amarin Baby & Kids  มี 9 ประโยชน์มหัศจรรย์ของน้ำตาลโตนด สำหรับคนท้อง มาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

น้ำตาลโตนด ประโยชน์ ต่อสุขภาพ คนท้อง

น้ำตาลโตนดมีคุณค่าทางอาหารมากมาย  แต่สำหรับคนท้อง ต้องมั่นใจเป็นสองเท่าในสิ่งที่รับประทานเข้าไป เพราะหากพลาดเพียงครั้งเดียว คุณแม่อาจต้องเจอปัญหาทางสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  โรคภูมิแพ้  โรคเบาหวาน ฯลฯ  แต่ในช่วงเวลาพิเศษของการตั้งครรภ์แบบนี้  ร่างกายของคนท้องก็ต้องการความหวานด้วยเช่นกัน  แต่จะกินน้ำตาลโตนดอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ไม่เป็นโทษต่อสุขภาพร่างกายของแม่ท้อง

 

Good to know.. “น้ำตาลโตนด เป็นน้ำตาลที่ได้จากต้นตาลโตนด หากเป็นต้นตาลตัวผู้จะได้จากงวงตาล โดยใช้มีดตาล ปาดตรงบริเวณปลายงวง เพื่อให้น้ำตาลไหลซึมออกมา แต่หากเป็นต้นตาลตัวเมียให้ใช้ไม้คาบนวดระหว่างลูกประมาณ 3 วัน แล้วใช้มีดปาดตาลปาดตรงบริเวณปลายจั่นหรืองวง ถ้ามีน้ำตาลไหลออกมาก็แสดงว่าใช้ได้”1

 

 

อ่านต่อ >> “น้ำตาลโตนด ประโยชน์ คนท้อง” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกร้อง อาละวาด

ลูกร้องอาละวาดในที่สาธารณะ แม่จะทำยังไงดี?

ลูกร้อง อาละวาด ในที่สาธารณะ … คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างหรือไม่? ซึ่งคุณหมอสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม Kids Center โรงพยาบาลเวชธานี ได้กล่าวเกี่ยวกับการ “ร้องอาละวาด” ของเด็ก ไว้ว่า นี่คือส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่พ่อแม่ต้องเข้าใจ  ซึ่งจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยค่ะ

ลูกร้อง อาละวาด เพราะอะไร

การร้องอาละวาด คือ การตอบโต้ของเด็กโดยทั่วไป เมื่อถูกขัดขวางอิสรภาพในการกระทำสิ่งที่ต้องการ หรือการเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ลักษณะการแสดงอารมณ์โกรธจะเกิดขึ้นในทันทีทันใด โดยไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

การร้องอาละวาดไม่ได้เป็นเพียงการกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้เพราะเกิดจากการขาดทักษะในการสื่อสารของเด็ก รวมถึงตัวเด็กเองยังไม่เคยเรียนรู้การแสดงออกซึ่งอารมณ์โกรธในลักษณะอื่น

ซึ่งการร้องโวยวาย อาละวาดนี้ จะเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงอายุ 1 – 3 ปี หรืออาจเรียกเด็กวัยนี้ว่า “วัยต่อต้าน” เพราะเมื่อเด็กวัยนี้รู้สึกคับข้องใจ โกรธ หรือผิดหวัง พวกเขามักแสดงออกโดยการร้องไห้ แผดเสียง หรือกระทืบเท้าไปมา ซึ่งบางครั้งทำให้พ่อแม่รู้สึกโกรธ หรืออับอายได้ อย่างไรก็ตาม การร้องอาละวาดเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการเด็กเพื่อที่จะเรียนรู้การควบคุมตนเอง และในความเป็นจริงเด็กเกือบทุกคนต้องมีภาวะนี้บ้างไม่มากก็น้อย และสามารถพบได้ทั่วไปในเด็ก เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการพัฒนาทางด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคมของเด็ก

ร้องอาละวาด

ทำไมเด็กต้องร้องอาละวาด?

เด็กวัยนี้เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเอง อยากรู้อยากเห็นในสิ่งแวดล้อมซึ่งแปลกใหม่บนโลกใบนี้ เด็กมีความต้องการที่จะควบคุมทุกอย่าง ต้องการเป็นอิสระและพยายามที่จะทำอะไรที่เกินความสามารถของตนเอง ต้องการจะตัดสินใจเองและไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้ดีพอ ยิ่งถ้าเขาเหนื่อย หิว หงุดหงิดหรือกลัวด้วยแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถที่จะจัดการตัวเองได้ ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองเป็นเรื่องยากสำหรับเขา การร้องอาละวาด จึงเป็นหนทางในการปลดปล่อยอารมณ์ของเด็ก

ปัญหาเด็กร้องอาละวาดมีลักษณะอย่างไร?

อาการอาละวาดของเด็กมักจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลา 30 วินาทีถึง 2 นาที โดยจะมีความรุนแรงมากที่สุดในช่วง 30 วินาทีแรก ทั้งนี้พฤติกรรมผิดปกติที่มักปรากฏในเด็กที่มีปัญหาร้องอาละวาด ได้แก่

  • ร้องไห้ พร้อมกับกรีดร้อง หรือตะโกน
  • งอหลัง หรือเกร็งร่างกายในขณะที่อาละวาด
  • นอนลงดิ้นกับพื้น
  • เคลื่อนไหวแขนอย่างขาดการควบคุม
  • ปัสสาวะรดที่นอน
  • มีปัญหาการนอนหลับในเวลากลางคืน
  • ดูดนิ้ว
  • กลั้นหายใจจนหมดสติ (breath-holding spells)

อย่างไรก็ตาม หากการร้องอาละวาดดำเนินไปมากกว่า 15 นาที เกิดขึ้นมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นอาการบ่งบอกถึงความผิดปกติทางด้านร่างกาย จิตใจ หรืออารมณ์ของเด็ก และย่อมถือว่าไม่ใช่ลักษณะการร้องอาละวาดแบบปกติ ดังนั้นเด็กจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับความร่วมมือระหว่างผู้ ปกครองและโรงเรียน ซึ่งอาการที่มักพบในการอาละวาดลักษณะนี้ ได้แก่

  • เตะ ตี กัด ข่วน ดึงผม หรือหยิกผู้อื่น
  • ขว้างหรือทำลายข้าวของ
  • โขกศีรษะหรือทำร้ายร่างกายตนเอง

 

ลูกร้อง อาละวาด

สาเหตุที่อาจทำให้เด็กมีพฤติกรรมเช่นนั้น ได้แก่

  • ข้อจำกัดเรื่องภาษา คือ ไม่เข้าใจสิ่งที่พ่อแม่พูดหรือถามได้ทั้งหมด เด็กจึงสับสน เครียดเมื่อใคร ๆ ก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ตนเองต้องการ ไม่รู้จะบอกความรู้สึกของตนเองอย่างไร (หลังอายุ 3 ปีเด็กส่วนใหญ่สามารถบอกความรู้สึกได้ การร้องอาละวาดจึงค่อยๆลดลง ส่วนเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาช้า การร้องอาละวาดจึงอาจจะยังคงอยู่นานกว่า)
  • ข้อจำกัดเรื่องพัฒนาการด้านอื่นๆ คือ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองทำให้หมดกำลังใจได้ง่าย ไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนเองจินตนาการได้ เช่น เดิน วิ่ง ปีนป่าย วาดรูปหรือเล่นของเล่นที่ยากกว่าวัย
  • ข้อจำกัดเรื่องสังคม เป็นการแสดงปฎิกิริยาต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบ้าน อิจฉาเพื่อนหรือพี่น้อง หรือต้องการได้ในสิ่งที่เด็กคนอื่นมี หรือเรียกร้องความสนใจ
  • ข้อจำกัดเรื่องทางกายภาพ เด็กที่มีอาการเจ็บป่วยอยู่ หิว / เหนื่อยหรือนอนไม่พอ / กังวลหรือไม่สบายตัว

ลูกร้องอาละวาด

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ >> “วิธีป้องกันลูกร้องอาละวาด” คลิกหน้า 2

หมอแนะ! แช่แข็งตุ๊กตา ช่วยลูกรักจากภูมิแพ้ได้

ปัจจุบันโรคภูมิแพ้กลายเป็นอีกโรคหนึ่งที่เด็กๆ เป็นกันมากขึ้น และ เมื่อลูกเป็นภูมิแพ้ แล้วคุณพ่อคุณแม่ ควรรีบพามาหาหมอ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หากได้รับการรักษาเนิ่นๆ ตั้งแต่ยังเป็นไม่มาก มีโอกาสหายขาดมาก แต่หากรอและมารับการรักษาช้าเกินไป โอกาสที่จะหายก็น้อยลง และอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้

เมื่อลูกเป็นภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ คือ เป็นโรคที่ภูมิในร่างกายมีปฏิกิริยากับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งแวดล้อมบางอย่างไวกว่าคนปกติ หรือการต่อสู้กันมากเกินไประหว่างภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นกับสิ่งกระตุ้นต่างๆ ที่ทำให้แพ้ (สิ่งกระตุ้นที่ทำให้แพ้นี่มีชื่อเรียกรวมๆ ว่า สารก่อภูมิแพ้) แต่ละคนจะไวต่อสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ กันไป

เมื่อลูกเป็นภูมิแพ้

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ในเด็กเกิดจาก

1. การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ถ้าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า

2. สิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง แมลงสาบ ควันบุหรี่ รวมถึงอาหารบางอย่างก็สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เช่น อาหารทะเล นมวัว ไข่ แป้งสาลี ถั่วลิสง หมายความว่า แม้จะไม่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ แต่เด็กก็สามารถมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเป็นเวลานานหรือตั้งแต่เกิด เช่น คุณพ่อสูบบุหรี่ เป็นต้น

 “ภูมิแพ้ในเด็ก” มีได้หลากหลาย

ดังนั้นถึงเด็กคนหนึ่งจะไวหรือแพ้สารก่อภูมิแพ้อย่างเดียวกับเด็กคนอื่น แต่การแสดงอาการอาจต่างอวัยวะกันได้ เพราะขึ้นกับความไวของอวัยวะของแต่ละคนอีกด้วย ด้วยเหตุนี้อาการและการเรียกโรคภูมิแพ้จึงมีหลากหลาย ได้แก่

  • เป็นหวัดเรื้อรัง แพ้อากาศ เรียกว่า ภูมิแพ้จมูก
  • เป็นหอบหืด เรียกว่าภูมิแพ้หลอดลม
  • อาการภูมิแพ้ทั้งทางจมูกและหลอดลม เรียกว่า ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
  • อาการแพ้หรือไวต่อสิ่งกระตุ้นแสดงทางผิวหนัง เช่น ขึ้นผื่นเม็ดทราย ผื่นลมพิษ บวมแดง คัน เรียกว่า ภูมิแพ้ผิวหนัง
  • อาการแพ้หรือไวต่อสิ่งกระตุ้นแสดงทางตา เช่น คันตา ตาแดง น้ำตาไหล เรียกว่า ภูมิแพ้ตา
  • ภูมิแพ้จากการอาหาร หรือแพ้ยา มีอาการแสดงออกได้ 3 ระบบใหญ่ๆ ได้แก่ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารและอาการทางผิวหนัง
  • อาการแพ้รุนแรง เรียกว่า ช็อกจากการแพ้ มักเกิดจากอาหาร ยา แมลงสัตว์กัดต่อย อาการเกินภายใน 2-3 นาที เช่น อาเจียนเป็นเลือด ตัวเขียว ปากบวม หน้าบวม ถ่ายมาก ลมพิษขึ้นทั้งตัว

เมื่อลูกเป็นภูมิแพ้

สารก่อภูมิแพ้มีมากมาย

สารก่อภูมิแพ้ ไม่ใช่สารพิเศษหรือแปลกใหม่อะไร เป็นสิ่งที่พบอยู่รอบตัวเราที่เรารู้จักกันดี แบ่งเป็นกลุ่มๆ ได้ดังนี้

  • สารก่อแพ้ในอากาศ ได้แก่ ตัวไรในฝุ่น ซากแมลงสาบ รังแคจากสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข นก ละอองเกสรดอกไม้ นุ่นจากหมอน
  • สารก่อแพ้ในของกิน ได้แก่ อาหารและยา
  • สารก่อแพ้ทางผิวหนัง ได้แก่ ของที่ใช้กับผิวหนัง เช่น สบู่ แชมพู ครีม/โลชั่น ยาสีฟัน ยาทาแผล
  • สารระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ น้ำหอม แป้ง สเปรย์ ยากันยุง น้ำยาดับกลิ่น ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ

แล้วจะมีวิธีรักษาหรือดูแลลูกน้อยได้อย่างไร Amarin Baby & Kids มีความรู้และคำแนะนำดีๆจากคุณหมอมาฝากค่ะ

อ่านต่อ >> “วิธีป้องกันภูมิแพ้ เมื่อลูกติดตุ๊กตาตัวโปรด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a โรคระบาดที่พ่อแม่ควรรู้

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a หรือ H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นโรคที่เริ่มพบเมื่อปี พ.ศ.2552 ที่เม็กซิโก และอเมริกา ต่อมาได้แพร่ออกไปอีกหลายประเทศทั่วโลก กลายเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยเฉพาะในหน้าหนาว ในประเทศไทยก็พบผู้ป่วย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A นี้ด้วย

Continue reading “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a โรคระบาดที่พ่อแม่ควรรู้”

7ผลไม้เทพ

7 ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี ให้แข็งแรงฟิตพร้อมมีลูก !

ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี การมีสุขภาพดีใครๆ ก็อยากมี ยิ่งถ้าครอบครัวไหนที่กำลังเตรียมพร้อมจะมีลูก ต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงตลอดเวลา ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนให้ศรีภรรยาทุกคน ให้ความสำคัญกับสุขภาพของคุณสามี เพื่อจะได้แข็งแรงฟิตพร้อมก่อนมีลูก ด้วย 7 ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี ที่รับรองว่ากินแล้วดี ^_^

Good to know… “อสุจิ หรือ Spermatozoa หรือ Sperm เป็นเซลล์ที่มีเฉพาะเพศชาย มีหน้าที่ผสมพันธุ์ โดยผสมกับไข่จากเพศหญิง”1

ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี : ผู้ชายอยากมีสุขภาพดี ต้องเริ่มจากอะไร ?

ง่ายมากค่ะ หากอยากให้เซลล์ต่างๆ และสเปิร์มภายในร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรง และพร้อมเพื่อการมีลูก ว่าที่คุณพ่อมือใหม่ควร ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เลิกสูบบุหรี่ และละจากความเครียดต่างๆ แล้วหันมาดูแลสุขภาพให้ฟิตด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์อย่างน้อย 3-4 วัน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก และที่สำคัญขาดไม่ได้เลยก็คือ การทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ แนะนำว่าควรทานให้หลากหลายเพื่อร่างกายจะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างครบถ้วน

อ่านต่อ >> “ผลไม้ บำรุงสุขภาพ สามี ให้แข็งแรงฟิตพร้อมมีลูก” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคดื้อยา

สะเทือนวงการแพทย์ “ดื้อยา” ตายทุก 15 นาที

เคยมีข่าวจากหนังสือพิมพ์ China Daily เปิดเผยว่ามียาปฏิชีวนะชนิดหนึ่งทำให้เด็กจีนหูหนวกไม่ต่ำกว่า 1,000,000 คน คุณหมอหยาง ไวยิ่น แห่งแพทยสมาคมจีน กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะ โรคดื้อยา ปีละประมาณ 200,000 คน และเป็นเพราะยาปฏิชีวนะ 40% เพราะการซื้อยามากินเอง

Continue reading “สะเทือนวงการแพทย์ “ดื้อยา” ตายทุก 15 นาที”

วัคซีน ไวรัสโรต้า

รู้จัก ไวรัสโรต้า ต้นเหตุลูกน้อยท้องร่วง พร้อมราคาวัคซีน

ไวรัสโรตา / ไวรัสโรต้า เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุหลักของโรคลำไส้อักเสบในทารกและเด็กเล็ก พบบ่อยในเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน – 2 ขวบ ทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องร่วงรุนแรง เสี่ยงต่อการขาดน้ำ ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค คุณพ่อคุณแม่สามารถปกป้องลูกน้อยด้วย วัคซีนโรต้า ตั้งแต่อายุ 2 เดือน Continue reading “รู้จัก ไวรัสโรต้า ต้นเหตุลูกน้อยท้องร่วง พร้อมราคาวัคซีน”

อาหารแก้หวัด 13 ชนิด! เพิ่มภูมิต้านทานให้กับลูกน้อย

อาหารแก้หวัด … อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณแม่สามารถหามาให้ลูกน้อยรับประทาน เพื่อป้องกันพร้อมรักษาอาการหวัดให้หายได้ นอกเหนือจากการกินยา ซึ่งเด็กบางคนกินยายาก เมื่อมีอาการป่วย ร่างกายของเขาต้องการพลังงานจากอาหารมาช่วยฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ หากลูกได้รับอาหารเหมาะสม จะช่วยให้อาการป่วยหายได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่อลูกป่วยสภาพร่างกายและจิตใจของลูกจะเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ เด็กอาจอ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อยลง หรือไม่อยากกินอะไรเลย ร้องไห้ งอแง ซึม เด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ที่เมื่อร่างกายไม่สบายจิตใจก็ไม่นึกอยากกินอะไร ในช่วงที่ลูกป่วยนี้พ่อแม่จึงต้องจัดเตรียมอาหารสำหรับลูกเป็นพิเศษ และคอยเอาใจใส่ให้ลูกกินอาหารให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

ซึ่งการป้องกันไข้หวัดในเด็ก ไข้หวัดเป็นโรคติดเชื้อ การป้องกันที่ดีคือการให้วัคซีนเพื่อเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แต่มีเชื้อไวรัสมากกว่า 200 ชนิดที่ทำให้เกิดโรคหวัด ดังนั้นจึงยังไม่มีวัคซีนจำเพาะ สำหรับป้องกันโรคหวัดได้ การกินวิตามินซี ก็ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนมากเพียงพอว่า วิตามินซี ไม่ว่าจะเป็นขนาดปกติหรือขนาดสูงจะสามารถป้องกันไข้หวัดได้ และหากได้รับวิตามินซี ในนขนาดที่มากเกินความต้องการในระยะเวลานาน ยังอาจเกิดอันตรายตามมาได้ด้วย เช่น อาจทำให้ท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก

อาหารแก้หวัด

ทั้งนี้ในปัจจุบันแค่ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว นั้นไม่อาจสู้หวัดให้หายได้ในเร็ววัน เพราะเชื้อไข้หวัดนั้น ก็พัฒนาตัวเองตามกาลเวลา ดังนั้น การรักษาโรคหวัดทีดี คือนอกจากทานยาแล้ว ยังต้องดูแลตนเองให้ถูกสุขลักษณะ เลือกอาหารที่มีสารอาหารในการป้องกันหวัดช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ดังอาหาร 13 ชนิดที่ Amarin Baby & Kids รวบรวมมาให้นี้ค่ะ

รวม 13 อาหารแก้หวัด ให้ลูกน้อย

1.ซุบไก่ร้อนๆ

ไม่น่าเชื่อว่าอาหารยอดนิยมที่ทุกชาติใช้ต้านหวัดคือ ซุปไก่ ซึ่งว่ากันว่าใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 นั่นเลย ตามรายงานวิจัยพบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า นิวโทรฟิลด์ ไปยังเนื้อเยื่อปอด ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในปอด และลดอาการไอได้ โดยตำรับซุปไก่ที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ไก่ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย นอกจากนั้นซุปไก่ที่รวมถึง ต้มยำไก่ แกงไก่ ยังมีสมุนไพรที่ช่วยต้านหวัดรวมอยู่อีกหลายชนิด

2.อาหารรสเผ็ด

อาหารที่ช่วยให้จมูกโล่ง หายคัดจมูก ก็คืออาหารรสเผ็ดร้อนที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เราสามารถกินเผ็ดอย่างเอร็ดอร่อยและหลากหลายในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรสเผ็ดร้อนต่าง ๆ เช่น ขิง กะเพรา โหระพา เป็นต้น

3.กระเทียม

กระเทียม นั้นเป็นยาดีช่วยลดอาการหวัดได้ เมื่อมีอาการหวัด ให้นำกระเทียม 1 กลีบเล็กมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนบี้ให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นเติมน้ำผึ้ง และมะนาวเล็กน้อย ดื่มวันละ 2 ถ้วย จะช่วยบรรเทาอาการได้ เมื่อหายแล้วให้ดื่มต่ออีกสัก 3 วัน วันละ 1 ถ้วย หรือถ้าติดใจจะดื่มเป็นประจำก็ได้ เพราะกระเทียมจะช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อย่างดี นักวิจัยชาวจีน ดร.เบนจามิน เลา แห่งมหาวิทยาลัยโลมาลินดาในแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษายารักษาโรคตามแบบแพทย์ตะวันออกมานาน ได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า “กระเทียม” มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหวัดได้โดยตรง และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้

4.ดื่มน้ำมากๆ

ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ เวลาที่เป็นหวัด แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นซึ่งจะทำให้เจ็บคอและไอมากขึ้น ควรจิบน้ำอุ่นหรือน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ ตลอดเวลา เช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย จะช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ และละลายเสมหะ การจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ ร่วมกับการรักษาความสะอาดภายในช่องปาก จะช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย

อ่านต่อ >> “อาหารแก้หวัดให้ลูกน้อย ที่คุณแม่ควรหาให้ลูกทาน” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

25 เคล็ดลับ พิชิตใจให้แม่สามีรัก ภายใน 7 วัน

ทำอย่างไรให้ ชนะใจแม่สามี …สุดยอดปัญหาคลาสสิคสำหรับหลายๆ ครอบครัวคงหนีไม่พ้นเรื่องของลูกสะใภ้กับแม่สามี ซึ่งบางทีไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ดี แต่เกิดปัญหาไม่ชอบหน้าขึ้นมา ก็ขอให้มองว่าเรื่องความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมชาติ

เพราะสามีภรรยาก็จะมีส่วนที่เหมือนกันและต่างกัน  ไม่มีทางที่จะเหมือนกันได้ 100% ซึ่งก็ถือว่ามีความขัดแย้งได้เกิดขึ้นแล้ว  เช่นเดียวกันกับกรณีแม่สามีและลูกสะใภ้  ก็มีมุมขัดแย้งที่เป็นธรรมชาติเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน  ซึ่งก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คุณแม่ ๆ ทุกคน มักจะเห็นลูกของเขายังเป็นเด็ก ๆ และมักจะมีอิทธิพลในการตัดสินใจของลูก ไม่มากก็น้อย แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถเอาชนะใจแม่สามี ให้แม่สามีรักคุณเหมือนที่รักลูกชายของเขาได้ Amarin Baby & Kids มีเคล็ดลับเด็ดๆ กับวิธีทำให้แม่สามีรักคุณมาแนะนำค่ะ

25 วิธีเอา ชนะใจแม่สามี

การจะพิชิตใจแม่สามีนั้น จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป มาดูกันว่าในฐานะ ‘ลูกสะใภ้’ จะมีวิธีพิชิตใจ ‘คุณแม่สามี’ ได้อย่างไรบ้าง

1.ชนะใจด้วยของฝาก อย่าเข้าบ้านเขาด้วยมือเปล่า ควรติดขนมหรือผลไม้ไปสักหน่อย หรือถ้าไปเที่ยวไหนๆ กลับกันมาก็ควรซื้อของมาฝากด้วยอย่าได้ลืม แต่มีข้อแม้ว่า ราคาต้องไม่สูงเกินตัว เพราะนอกจากกำลังทรัพย์จะไม่ไหวแล้ว การซื้อของแพงให้อาจทำให้คิดว่า คุณอวดรวยได้เหมือนกัน

เอาชนะใจแม่สามี

2.มือไม้อ่อนเข้าไว้ มาถึงไหว้ ลากลับไหว้ คงไม่หนักเท่าไหร่ ที่สำคัญ จะต้องออกปากเรียก คุณพ่อคุณแม่สวัสดีค่ะ อีกสักนิด จะช่วยเพิ่มคะแนนได้อีกหน่อย นอกจากนี้ ถ้าท่านยื่นสิ่งของหรือตักข้าวให้ ห้ามลืมพนมมือและกล่าวคำขอบคุณด้วย

3.วาจาสุภาพ เอ่ยปากทุกคำต้องมีลงท้ายคะขา ด้วยความอ่อนหวานแบบที่ใส่จริตพอดีตัว เพราะถ้าหวานจนเวอร์ แม่เขาอาจมองว่าคุณพูดจาไม่จริงใจ แถมยังตำหนิไปถึงบุพการีคุณได้

4.เป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้สำคัญมากค่ะ อย่าพยายามทำตัวเป็นนักแสดง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณรู้สึกว่าทำแล้วจะดูดี เพื่อที่จะให้แม่ของแฟนประทับใจทั้ง ๆ ที่มันไม่เป็นตัวของตัวเอง

5.พูดน้อย ฟังเยอะ เมื่อมีบทสนทนาเกิดขึ้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใด ให้ฟังเป็นส่วนมาก โต้ตอบเป็นส่วนน้อย ถ้ามีการขอความคิดเห็นที่เกิดขึ้น ให้ตอบแบบกลางๆ ในปริมาณพอดีๆ ไม่ใช่พอท่านถาม คุณก็พูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง จนกลายเป็นสาวช่างจ้อ น่ารำคาญมากกว่าน่าเอ็นดู

6.ช่วยเหลือการงาน อย่านิ่งเฉยนั่งรับลมเอื่อยๆ ที่บ้านเขาเด็ดขาด ถ้าเห็นแม่เขาเช็ดถูกวาดบ้าน ให้เอ่ยปากขอเข้าไปช่วยเหลือ และแม้คำตอบที่ได้จะไม่เป็นไร ก็อย่าสนใจ จงกุลีกุจอยื่นมือเข้าช่วยอย่าลังเล รวมทั้งสิ่งใดที่ทำแล้วเห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่อคนในครอบครัวของเขาก็ควรทำด้วย

7.ใช้เวลากับแม่ของแฟนคุณบ้างถ้ามีโอกาส แม่ของแฟนคุณจะต้องชอบทำอะไร หรือมีงานอดิเรกอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นการจัดสวน การทำอาหาร หรืองานฝีมือ คุณควรจะแสดงความสนใจ ถามไถ่บ้าง จะทำให้คุณแม่รู้สึกว่า คุณเป็นแฟนของลูกเธอนะ เธอก็อาจจะเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าคุณ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสนใจในตัวเธอด้วย และอยากจะรู้จักใกล้ชิดกับเธอจริง ๆ ไม่ใช่คนที่จะมาพรากลูกไปจากเธอ

อ่านต่อ >> “เคล็ดลับการเอาชนะใจแม่สามี ข้อที่ 8-16” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คนท้อง กินยาพาราเซตามอล

คนท้อง กินยาพาราเซตามอล เสี่ยงลูกเกิดมาสมาธิสั้น !!

คนท้อง กินยาพาราเซตามอล ระหว่างตั้งครรภ์เป็นไปได้ที่คนท้องจะมีอาการเจ็บป่วยทางสุขภาพแทรกซ้อนขึ้นมาเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาการปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยครั่นเนื้อครั่นตัวชวนให้เป็นไข้ ฯลฯ และยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ทำให้แม่ท้องร่างกายอ่อนแอและป่วยได้ง่ายมาก  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีผลจากการที่ คนท้อง กินยาพาราเซตามอล มาให้ทราบกันค่ะ

Continue reading “คนท้อง กินยาพาราเซตามอล เสี่ยงลูกเกิดมาสมาธิสั้น !!”

นิสัยเด็กขี้อิจฉา

เมื่อลูกมี นิสัยเด็กขี้อิจฉา แก้ไขอย่างไร ?

นิสัยเด็กขี้อิจฉา การมีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่ พี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกัน เป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวปราถนา แต่บางครั้งเรื่องหยุมหยิมกวนใจก็เกิดขึ้นได้ ยิ่งโดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกหลายคน มักมีปัญหาพี่น้องอิจฉากัน ไม่พี่อิจฉาน้อง ก็น้องอิจฉาพี่ ซึ่งหากปล่อยปัญหานี้ไว้อาจติดตัวลูกไปจนโตได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีแก้พฤติกรรม นิสัยเด็กขี้อิจฉา มาให้ทราบค่ะ

 

นิสัยเด็กขี้อิจฉา เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใดบ้าง ?

1. มีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นในครอบครัว

การมีอีกหนึ่งสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัว ย่อมเป็นไปได้ว่าลูกคนโตที่ก่อนจะมีน้อง เขาได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่ และคนรอบข้าง แบบที่ไม่เคยต้องแบ่งความรักที่ได้รับให้กับใคร แต่พอมีน้องใหม่เข้ามาในครอบครัว ทุกคนต่างให้ความสนใจ แน่นอนว่าลูกคนโต อาจคิดว่าน้องที่เกิดมานั้นจะมาแย่งเอาความรักที่เคยได้รบจากทุกคนไปจากเขาหมด ความรู้สึกกลัว ความรู้สึกน้อยใจจึงก่อตัวเกิดขึ้นในใจเด็กเงียบๆ เมื่อถูกสะสมนานวันเข้าก็กลายเป็นความอิจฉาขึ้นในที่สุด

2. การถูกเปรียบเทียบ  

การที่เด็กสองคนมักถูกพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว พูดชมหรือเปรียบเทียบให้เห็นว่าใครเก่งกว่าใคร หรือใครสวยกว่าใคร ฯลฯ ก็อาจนำมาซึ่งความเกลียดชังขึ้นในใจเด็กได้ ว่าที่เขาไม่เก่ง ไม่ดีพอ เลยทำให้พ่อแม่ไม่รักไม่สนใจ ซึ่งการพูดเปรียบเทียบเช่นนี้ไม่ได้ทำให้ลูกรู้สึกดีขึ้น แต่กลายเป็นเด็กรู้สึกว่าถูกตำหนิในเรื่องเดิมซ้ำๆ  ซึ่งก็จะนำไปสู่ความรู้สึกอิจฉาขึ้นในใจเด็ก

3. รักเหมือนกัน แต่ปฏิบัติต่างกัน

เมื่อคนในครอบครัวพยายามให้พี่น้องได้อะไรเหมือนกันโดยไม่นึกถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละคนว่ามีนิสัย หรือความรู้สึกนึกคิดอย่างไร ก็สามารถก่อให้เกิดความอิจฉาขึ้นในใจเด็กได้เหมือนกัน  เช่น การที่พ่อแม่บอกลูกคนเล็กว่า “นี่คือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่หนูอยากได้ และบอกลูกคนโตว่านี่เป็นตุ๊กตาแบบเดียวกันสำหรับลูก” การที่พ่อแม่ให้ด้วยความรัก ซึ่งแทนที่ลูกคนโตจะพอใจ เขาอาจระแวงว่าน้องได้ของเล่นที่แพงกว่าและดีกว่า  หรือลูกคนโตอาจรู้สึกว่าที่พ่อกับแม่ซื้อให้แบบเดียวกัน เพราะว่าจะได้ไม่บ่นว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่า  แทนที่ลูกคนโตจะคิดว่าที่ซื้อให้เพราะรู้ว่าเขาชอบ

4. พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน

บางครั้งพ่อแม่ก็ไม่รู้ตัวว่า สิ่งที่พ่อแม่ทำกับลูกสองคนนั้นต่างกัน เช่น การเอาใจใส่ให้ความรักกับลูกชาย มากกว่าลูกสาว (บางครอบครัวเห่อลูกชายมากว่าสาว) การที่พ่อแม่ทำแบบนี้แน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กเกิดความรู้สึกน้อยใจ เก็บกดเอาไว้จนกลายเป็นความอิจฉาริษยาและรู้สึกเกลียดชังพี่น้องกันเอง และรวมถึงกลายเป็นเกลียดคนรอบข้างไปด้วย

5. พี่น้องทะเลาะกัน

การทะเลาะกันของเด็กๆ ที่เป็นพี่น้องกัน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากลูกทะเลาะกันจนเกินเลยทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต และเกิดความไม่ยอมกัน พ่อแม่ควรยื่นมือเข้าไปไกล่เกลี่ย แต่หากพ่อแม่ให้ความไม่เป็นธรรมกับใครคนใดคนหนึ่ง ตำหนิอีกฝ่ายมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความอิจฉา ไม่พอใจขึ้นกับอีกฝ่ายได้

อ่านต่อ >> “จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีนิสัยเด็กขี้อิจฉา” คลิกหน้า 2 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เลือกรองเท้าให้ลูก อย่างไร? ให้เหมาะกับวัยหัดเดิน

เลือกรองเท้าให้ลูก อย่างไรให้เหมาะกับวัยกำลังหัดเดิน …โดยส่วนใหญ่เด็กจะเริ่มหัดเดินในช่วงอายุประมาณ 10-12 เดือน ซึ่งเมื่อแรกเริ่มหัดเดิน ลูกน้อยอาจจะยังไม่ต้องรีบใช้รองเท้า เพราะการเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นซึ่งคุณแม่ได้จัดเตรียมไว้ จะช่วยให้ลูกเคลื่อนไหวอย่างอิสระ มีการฝึกทรงตัวที่ดีขึ้น และยังได้สัมผัสกับพื้นผิวที่แตกต่างกันไป เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย

แต่เมื่อลูกน้อยอายุ 1 ขวบขึ้นไป การเดินจะทำได้คล่องแคล่วขึ้น ประกอบกับเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย ทำให้บางครั้งลูกอาจเดินสำรวจไปมาจนคุณแม่คอยตามดูไม่ทัน และเกิดความกังวลได้ว่าพื้นผิวที่เท้าของลูกสัมผัสนั้นจะสะอาดเพียงพอไหม? ดังนั้นแล้วหากจะซื้อรองเท้าให้ลูกวัยหัดเดินนี้ จะต้องเริ่มต้นอย่างไรดี Amarin Baby & Kids มีวิธีเลือกรองเท้าคู่แรกให้ลูกวัยหัดเดินมาฝาก

17054739_m

หากลูกเริ่มหัดเดินแล้ว ขณะอยู่ในบ้าน ควรเป็นเท้าเปล่า ด้วยเหตุผลดังนี้

1.ให้ลูกฝึกการลงน้ำหนักเท้าและการทรงตัวที่ถูกต้อง

2.ให้ลูกได้รู้สึกถึงผิวสัมผัสของพื้น ได้พัฒนากล้ามเนื้อเท้าและนิ้วเท้าด้วย

3.เพื่อให้เท้าไม่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว และ จำกัดการเจริญเติบโตของเท้า

วิธี เลือกรองเท้าให้ลูก

1. ขอขนาดพอดี

พอดีหรือไม่ให้ดูตอนใส่แล้วยืน น้ำหนักตัวจะลงที่เท้าทั้งสองข้าง ขณะเดียวกันลองลูบบริเวณน่องของลูกจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อขาและช่วยให้นิ้วเท้าไม่งอ เพราะเด็กที่ยังไม่คุ้นกับรองเท้ามักจะติดงอนิ้ว เมื่อลูกสวมรองเท้าแล้ว ลองทดสอบความพอดีกันดังนี้

เลือกรองเท้าให้ลูก

  • ความกว้าง ทดสอบโดยจับด้านข้างรองเท้าตรงส่วนกว้างที่สุด ลองบีบ ถ้าตัวรองเท้าถูกบีบได้เล็กน้อยแสดงว่ากว้างพอดี ถ้าบีบแล้วพับเข้ามาเลย แสดงว่ากว้างเกินไป และถ้าบีบเข้าหากันไม่ได้เลย แปลว่าคู่นั้นคับไป
  • ความยาว ใช้นิ้วโป้งของคุณกดไปบนรองเท้าตรงนิ้วที่ยาวที่สุดของลูก (เด็ก / ผู้ใหญ่บางคนนิ้วชี้ /นิ้วกลางยาวกว่านิ้วโป้ง) ตามแนวขวางให้มีที่เหลือราว 1/2 นิ้ว หรือ เท่ากับความกว้างของนิ้วโป้งคุณที่กดลงไป จะเป็นความยาวที่พอดี จากนั้นดูนิ้วอื่นๆ ให้แน่ใจว่าในรองเท้ามีพื้นที่ให้นิ้วเท้าของลูกขยับหรือกระดิกได้สบายๆ
  • ส้นรองเท้า ใช้นิ้วก้อยของคุณแทรกไประหว่างส้นเท้าและหลังรองเท้า ขนาดที่พอดีคือ คุณควรแทรกนิ้วได้พอดีๆ ถ้าแทรกนิ้วก้อยไม่ได้เลยหรือแน่นไป ถือว่าคู่นั้นเล็กไป จะเสียดสีกับส้นเท้าของลูก ถ้านิ้วก้อยคุณเลื่อนไปได้รอบคู่ แปลว่าคู่นั้นใหญ่ไป

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

2. ใช้งานได้

ถ้าลูกยังเดินไม่แข็ง ช่วยจูงให้เขาลองเดินกับรองเท้าที่เลือกนั้นสัก 2- 3 ก้าว เพื่อดูว่ารูปรองเท้าเป็นอย่างไรเวลาเดิน ลูกต้องลากเท้าหรือไม่ และส้นเท้าเลื่อนขึ้น – ลง หรือไม่

3. ตรวจดูเท้าหลังลองรองเท้าด้วย

ดูว่าเท้าของลูกไม่มีรอยกด รอยแดง จากรองเท้าไม่พอดี ถ้าสวมถุงเท้าลองถอดถุงเท้าแล้วตรวจดูเท้าลูก ถุงเท้าที่เหมาะกับลูก (และใส่ลอง) คือ ขนาดพอดี คู่ใหญ่หรือเล็กไปจะทำให้เป็นรอย และเสียดสีกับเท้าลูกได้ เนื้อผ้าไม่หนาหรือบางเกินไป ซับเหงื่อได้

เลือกรองเท้าให้ลูก

4. ไม่ซื้อเผื่อโต

รองเท้าคู่ใหญ่มากจะทำให้เกิดการระคายเคือง และแผลพอง หรือ ทำให้ลูกหกล้มง่ายโดยไม่จำเป็นแถมเดินไม่สะดวก ไม่ส่งเสริมการเดิน เวลาเหมาะที่จะซื้อรองเท้าคู่ใหญ่ขึ้น คือเมื่อส่วนของรองเท้าที่เหลือตรงส่วนนิ้วที่ยาวที่สุดน้อยกว่าครึ่งนิ้วโป้งของคุณ

5. เวลาเหมาะสม

การเลือกรองเท้าต้องอาศัยความร่วมมือจากลูกอย่างมาก ควรเป็นช่วงที่ลูกอิ่มแล้ว ได้นอนแล้ว ช่วงที่คนในร้านไม่พลุกพล่านก็ยิ่งเหมาะ และจะพาตุ๊กตาเพื่อนสนิทของลูกไปด้วย เพื่อยืดเวลาให้เขาอยู่ในร้านนานขึ้นก็ได้

ทั้งนี้นอกจากเทคนิคการเลือกรองเท้าให้ลูกน้อยในวัยหัดเดินแล้ว ยังมีหลักเกณฑ์การเลือกรองเท้าที่ดี เพื่อช่วยปกป้องเท้าคู่น้อยๆให้กับหนูน้อยวัยกำลังซน ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

อ่านต่อ >> “คำแนะนำดีๆในการเลือกรองเท้าคู่แรกให้ลูกน้อย” คลิกหน้า 2

3 วิธี “สร้างบุญ บารมี” ให้ลูกก่อนเกิด!

การมีลูกที่ดี ย่อมเป็นยอดแห่งความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคน แต่การที่พ่อแม่อยากได้ ลูกดีมาเกิด อย่าหวังเพียงตั้งความปรารถนา บนบาน หรือขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วให้สำเร็จสมประสงค์นั้นย่อมไม่มีทางสำเร็จได้ ซึ่งหากจะสำเร็จได้นั้น ต้องเกิดด้วยการทำเหตุให้สมบูรณ์จริงๆ

ปัจจุบันหากพ่อแม่อยากได้ลุกที่ดี ก็หาฤกษ์ดีๆ ในการคลอดลูก ซึ่งวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าส่งผลให้พ่อแม่ยุคใหม่ตัดสินใจเลือกวิธีผ่าคลอดมากขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย และทำให้คุณแม่เจ็บน้อยกว่า อีทั้งยังเพื่อกำหนดชะตาชีวิตเด็กตาม “ฤกษ์เกิด” ที่เสาะหามาตามความเชื่อเฉพาะตัว

อยากให้ ลูกดีมาเกิด มีบุญบารมี ต้องทำอย่างไร?

ดวงชะตามนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิดทุกวันนี้เกิดเนื่องมาจากกฎแห่งกรรม ซึ่งคนที่จะมาเกิดขึ้นอยู่กับบุญวาสนา และความสัมพันธ์ในอดีตกับพ่อแม่ ซึ่งเด็กที่ได้รับการวางฤกษ์ในลักขณาที่ดีอาจจะเป็นบุญวาสนาของเด็ก ทว่าเมื่อวางฤกษ์เกิดแล้ว ควรแนะนำให้พ่อแม่สร้างบุญให้กับลูกตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิด

ลูกที่ดีมาเกิด

การจะได้ลูกที่ดีๆ มีบุญมาเกิดนั้น สามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือ ทั้งพ่อและแม่ จะต้องตั้งอยู่ในความดีเสมอต้นเสมอปลาย และจะต้องไม่ก่อเวรกรรมกับคนหรือสัตว์อื่นๆ ไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อมไว้ในอดีตด้วย มิฉะนั้นคู่เวรมันก็อาจจะ แอบแฝง มาในรูปของลูกเพื่อตามมาล้างผลาญหรือมาล้างแค้นเพื่อให้หมดเวรกันไปก็ได้

ดังเช่นในคำสอนทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเรื่องราวอยู่มากมายที่ลูกเกิดมาเพื่อล้างผลาญพ่อแม่ พอล้างผลาญเสร็จ กล่าวคือ พ่อแม่พินาศหรือวิบัติแล้วเขาก็ตายหรือจากไป จากคตินี้ ใครที่มีลูกล้างลูกผลาญ ก็จงสังวรไว้ให้มาก อย่าไปต่อเวรกรรมกับเขาเพิ่มขึ้นอีกเลย จงพยายามเอาความดีเข้าต่อในไม่ช้าเวรกรรมต่างๆ ก็ย่อมจะระงับหรือหมดไปเอง

สำหรับพ่อแม่ที่อยากจะให้ลูกดีๆ มาเกิดก็คงทำได้ไม่ยากนัก แต่จะต้องใช้เวลานานหน่อย โดยมีขั้นตอน ดังนี้

1. ควรเว้นจากบาปหรืออกุศลกรรมทุกชนิด

ลูกที่ดีมาเกิด

การจะเป็นพ่อแม่ที่มีลูก ซึ่งเกิดมามีบุญบารมีด้วยนั้นสิ่งสำคัญคือ คู่ชายหญิง (ว่าที่คุณพ่อคุณแม่) ต้องละเว้นกรรมไม่ดี และจะต้องทำในระยะยาวหรือทำจนตลอดชีวิต เมื่อเราไม่ทำบาปกรรม เราก็ย่อมจะไม่มีเวรกับใคร เมื่อเราไปแต่งงานและมีลูก เราก็ไม่มีลูกเวรมาเกิดข้อนี้มันค่อนข้างจะทำยาก แต่ถ้าเราทำได้ มันจะปลอดจากเวรได้แน่นอน

“การละเว้นกรรมไม่ดี คือการถือศีล 5 ส่วนการทำดีทันทีที่มีโอกาส คือการสร้างบุญเมื่อมีจังหวะทำบุญ แต่อย่าทำเกินตัว ส่วนการสวดมนต์ภาวนา คือการทำสมาธิให้จิตนิ่ง ซึ่งจะทำให้ร่างกายเดินอย่างมีระบบ และเกิดปัญญาญาณ เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า พบแต่คนดีๆ มีเงินทองไม่ขาดมือ และเป็นการต่อบุญให้กับเด็กที่มาเกิด เด็กจะเกิดมามีอวัยวะครบ 32 มีบุญส่งเสริมให้พ่อแม่มีเงินทองเลี้ยงดู”

อ่านต่อ >> “วิธีสร้างบุญ เสริมบารมี ให้ลูกก่อนเกิด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

น้ำ เปล่า กับ คนท้อง

น้ำ เปล่า กับ คนท้อง แค่ไหนถึงจะเพียงพอ

น้ำ เปล่า กับ คนท้อง การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายของคนท้องไม่เพียงแต่ต้องการอาหารที่ดีมีประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ร่างกายของคนท้องก็ยังต้องการน้ำสะอาดที่เพียงพอไปตลอดระยะของการตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาบอกถึงประโยชน์จากการดื่มของแม่ท้องให้ได้ทราบกันค่ะ

 

 ทำไมการดื่มน้ำจึงสำคัญสำหรับคนท้อง?

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี  ในคนปกติควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาสุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ความต้องการปริมาณอาหารจะเปลี่ยนไป รวมถึงปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันด้วย  แม่ท้องหลายๆ คนมักเกิดคำถามว่า “ตอนท้องควรดื่มน้ำเยอะแค่ไหน ?” คำตอบง่าย ๆ คือคนท้องควรดื่มน้ำวันละ 10-12 แก้ว การที่ต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะตอนนี้คุณแม่มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง  ทำให้คนท้องจึงต้องดื่มน้ำเยอะขึ้น

อ่านต่อ >> “5 ประโยชน์สำคัญของการดื่มน้ำสำหรับแม่ท้อง ” คลิกหน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สตรอเบอร์รี คนท้อง ผลไม้ดีต่อสุขภาพ

สตรอเบอร์รี คนท้อง ผลไม้ดีต่อสุขภาพ ถ้าให้นึกถึงผลไม้ที่อยู่ในตระกูลเบอร์รี คุณแม่ท้องนึกถึงผลไม้ชนิดไหนกันบ้างคะ ? สำหรับผลไม้ที่จัดว่าเป็นหนึ่งในนางเอกของผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก นั่นก็คือสตรอเบอร์รีผลไม้สีแดงรสชาติอร่อย  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีสุดยอดประโยชน์จาก สตรอเบอร์รีผลไม้ดีต่อสุขภาพคนท้อง มาฝากกันค่ะ

 

สตรอเบอร์รีผลไม้ที่ไม่ได้มีดีแค่สีสวยอย่างเดียว  เพราะยังมีสรรพคุณที่น่ามหัศจรรย์มากด้วย สตรอเบอรีเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระสูง วิตามินซีสูง วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 โฟเลต ใยอาหาร และแร่ธาตุต่างๆ อย่าง ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟลาโวนอยด์ สังกะสี เป็นต้น

สตรอเบอร์รี คนท้อง ผลไม้ดีต่อสุขภาพเครดิตภาพ : shutterstock

อ่านต่อ >> “สตรอเบอร์รี คนท้อง ผลไม้ดีต่อสุขภาพ” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ

10 เทคนิคเตรียมพร้อม พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ

พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ  เฮ้  ^_^  ใกล้จะได้หยุดยาวกันแล้ว หลายๆ ครอบครัวก็น่าจะมีแพลนไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด หรือไม่ก็ไปเที่ยวต่างประเทศกันใช่ไหมคะ  สำหรับครอบครัวไหนที่จะไปเที่ยวต่างประเทศและมีลูกเล็กเดินทางไปด้วย  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 10 เทคนิคเตรียมพร้อม พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ มาฝากค่ะ เพื่อจะได้ท่องเที่ยวให้แฮปปี้กันทั้งบ้าน

 

ผู้เขียนได้รับคำถามเยอะอยู่พอสมควรจากหลายครอบครัว ที่วางแพลนว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศ  และการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวที่พาลูกเล็กไปด้วยครั้งแรก  จึงเกิดความกังวลในหลายๆ เรื่อง และไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมพร้อมให้ลูกในเรื่องใดบ้าง  ขอให้สบายใจกันได้เลยค่ะ จะไปเที่ยวทั้งทีจะติดเอาความกังวลใจกันไปด้วยทำไมละค่ะ  เพราะจริงๆ แล้วการพาลูกเที่ยวต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่เตรียมตัวยากหรือมีความยุ่งยากอะไรมากมาย  เพียงแค่ขอว่าก่อนเดินทางจริง เอกสาร และสิ่งของจำเป็นต้องมีพร้อมรออยู่ในกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว  และก่อนเดินทางจริง เราก็แค่เตรียมสุขภาพลูกให้พร้อมกับการที่จะต้องเดินทางไกล ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ก็แค่นั้นเองค่ะ  เอาเป็นไปดูกันสักนิดกับเทคนิค พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ ที่รับรองว่าถ้าทำได้ ท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งนี้ แฮปปี้กันทั้งบ้านอย่างแน่นอน  ^_^

Good to know… “เมื่อมีเด็กเล็กโดยสารนั่งเครื่องบินไปด้วย ควรเลือก หรือระบุที่นั่งบนเครื่องตรงแถวหน้าที่ติดกับห้องน้ำ เพื่อจะได้สะดวกเวลาที่ต้องพาลูกเข้าห้องน้ำ”

อ่านต่อ >> “เทคนิคพาลูกเที่ยว ต่างประเทศ ครั้งแรก” คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ภาวะเครียดในเด็ก แก้ไขอย่างไร ?

ภาวะเครียดในเด็ก รู้ไหมคะว่า เด็กๆ เขาก็มีเรื่องเครียดเหมือนกับผู้ใหญ่อย่างเราๆ นี่แหละ แต่อาจจะมีปัจจัยของความเครียดที่อาจไม่หนักหนาสาหัสเท่าในผู้ใหญ่  แล้วเพราะอะไรละเด็กๆ ถึงมีความเครียดกัน  ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี 5 เรื่อง ภาวะเครียดในเด็ก พร้อมวิธีแก้ไข มาฝากคุณพ่อคุณแม่ให้ได้ทราบกันค่ะ

 

เรื่องเครียดของเด็กถึงแม้อาจไม่ได้หนักเท่ากับของผู้ใหญ่ แต่เราในฐานะพ่อแม่ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องเครียดของลูกกันนะคะ เพราะเรื่องเครียดบางเรื่องของเด็กๆ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่เหมือนกัน ไปดูกันค่ะว่า เด็กๆ เขามีเรื่องอะไรให้เครียดกันบ้าง

 

Good to know… “ความเครียด หมาย ถึง การที่บุคคลรับรู้ว่าสัมพันธภาพระหว่างตนเองกับสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจาก สิ่งเร้าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ทำให้ตนเองรู้สึกไปในทางลบ หรือหมายถึงความไม่สมดุลระหว่างสิ่งเร้ากับกลไกการปรับตัวของบุคคล”1

 

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดในเด็ก

    1. การสูญเสียการควบคุมตนเอง
    2. การบาดเจ็บและการเจ็บปวดของร่างกาย
    3. ความกังวลจากการแยกจาก ครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย ซึ่งในเด็กจะมีสามระยะด้วยกันคือ ระยะต่อต้าน ระยะหมดหวัง และระยะปฏิเสธ2

อ่านต่อ >> “5 เรื่องเครียดในเด็ก ที่พ่อแม่ควรรู้” คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่