น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด “เพชฌฆาตเงียบ” ของแม่ท้อง

น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด
น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด

ภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่ถูกขนานนามว่า “ฝันร้ายทางการแพทย์” เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลันระหว่างเจ็บครรภ์คลอด ระหว่างคลอด หรือหลังคลอดไม่นาน นั่นคือภาวะ น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด

ไม่มีใครคาดคิดว่าอีกไม่กี่อึดใจที่จะได้เฉลิมฉลองชีวิตใหม่ของเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะออกมาดูโลก จะกลายเป็นฝันร้ายของครอบครัว เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่เคยมีอาการผิดปกติใดๆ มาก่อนตลอดการตั้งครรภ์ ได้เข้าไปในห้องคลอด แต่กลับออกมากลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หรือร่างไร้วิญญาณ เพราะ ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด เรามาทำความเข้าใจกับภาวะนี้กันค่ะ

น้ำคร่ำคืออะไร

เมื่อตั้งครรภ์ มดลูกจะขยายตัว โดยภายในมดลูกจะมีน้ำคร่ำ เป็นน้ำสีใสๆ บางทีก็มีสีขุ่นเหมือนสีน้ำฟางข้าว ทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิ ช่วยขับถ่ายของเสีย และห่อหุ้มปกป้องลูกน้อยในครรภ์ให้ปลอดภัยจากการกระทบกระเทือน ให้ลูกลอยอยู่ในน้ำเหมือนภาวะไร้น้ำหนัก

ในน้ำคร่ำจะมีตะกอนของไขเด็ก ขี้ไคลเด็ก ปัสสาวะของเด็ก รวมถึงเศษเซลล์เล็กๆ ที่ลอกออกมาจากตัวเด็กที่มักไม่ใช่กลุ่มเลือดเดียวกับแม่ หรือบางครั้งก็อาจมีขี้เทาของเด็กปนอยู่ได้ น้ำคร่ำจึงเต็มไปด้วยของเสียมากมายถูกห่อหุ้มอยู่ภายในถุงน้ำคร่ำที่ปิดเหนียวแน่นจนของเสียเหล่านี้ไม่สัมผัสกับแม่เลย จึงไม่เกิดปัญหาระหว่างการตั้งครรภ์

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด คืออะไร

ภาวะน้ำคร่ำอุดตัน” ชื่อทางการแพทย์ว่า Amniotic Fluid Embolism (AFE) หรือ Anaphylactoid syndrome of Pregnancy เป็นภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมที่มีความรุนแรง ประกอบด้วยลักษณะเฉพาะ 3 ประการ ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีอาการแตกต่างกันไปเฉพาะบุคคล ตั้งแต่ไม่มีอาการ หรือมีครบทั้ง 3 ภาวะ ได้แก่

  • ภาวะความดันโลหิตต่ำอย่างทันทีทันใด (Hypotension)
  • ภาวะขาดออกซิเจน (Hypoxia)
  • ภาวะความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Comsumptive coagulopathy)

ภาวะดังกล่าวเกิดเมื่อเส้นเลือดดำเส้นเล็กๆ ปริแตกออกในถุงน้ำคร่ำ อาจจะเกิดขึ้นแถวๆ ปากมดลูก หรือบริเวณขอบรกหรือตรงไหนก็ได้ โดยที่มดลูกนั้นมีขนาดใหญ่กว่าหัวใจของเรา เวลามดลูกบีบตัวแรงๆ แรงดันภายในมดลูก ก็อาจจะสูงกว่าแรงดันภายในเส้นเลือด เมื่อเส้นเลือดดำปริแตก แทนที่เลือดจะไหลออกมาจากเส้นเลือด กลับไม่สามารถสู้แรงดันจากการบีบรัดตัวของมดลูกได้ น้ำคร่ำจึงไหลย้อนเข้าไปในกระแสเลือด

ทำให้คุณแม่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เนื่องจากน้ำคร่ำที่ไหลย้อนเข้าไปจะไหลเข้าสู่หัวใจห้องขวา ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังปอดเพื่อฟอก ออกซิเจนแล้วกลับเข้าสู่หัวใจห้องซ้าย แล้วสูบฉีดเลี้ยงร่างกายหมุนเวียนกันไป

เมื่อน้ำคร่ำเข้าไปถึงหัวใจห้องขวาก็จะถูกสูบฉีดไปที่ปอดทั้งสองข้าง แทนที่จะเป็นเลือดก็กลับกลายเป็นน้ำคร่ำ ทั้งไขของเด็ก เศษขี้ไคล ขนอ่อน ขี้เทา ก็จะกระจายไปอุดตันเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ในปอด ทำให้ปอดไม่สามารถทำหน้าที่หายใจได้อีกต่อไป

อ่านต่อ>> น้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด มีอาการอย่างไร คลิกหน้า 2

keyboard_arrow_up