[Behind The Scene] ลิเดียขึ้นปก AMARIN Baby & Kids ฉบับเดือนสิงหาคม ต้อนรับวันแม่

ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน พาครรภ์อายุ 8 เดือนขึ้นปก Amarin Baby & Kids ฉบับวันแม่ ด้วยสรีระสุดฟิตแอนด์เฟิร์ม เพราะออกกำลังกาย+โยคะสำหรับแม่ท้อง

สวัสดีแฟนๆ นิตยสารอมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์นะคะ วันนี้ต้องขอบคุณทางหนังสือที่มาถ่ายแฟชั่นสวยๆ ให้เดียกับพี่แมทได้เก็บไว้ดูกัน

จุดเริ่มต้นของคุณแม่สายสปอร์ต

ค่ายมวยนี้เป็นความชอบของพี่แมทค่ะ พื้นที่ของค่ายอยู่ติดกับบ้านทำให้เราได้ออกกำลังกายไปด้วย สำหรับเดียดูแลตัวเองมาตั้งแต่ก่อนท้องแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วแบบนี้ เพราะคุณแม่บอกว่ามันยากนะ  แต่พอแต่งงานแม่ก็บอกว่าให้ปล่อยเลยค่ะ เดี๋ยวเวลาอยากจะมีแล้วมันจะไม่มีนะ  ช่วงใกล้คลอดเพิ่งจะได้ซื้อของใช้เด็กเพราะพี่แมท (แมททิว ดีน) ถือเคล็ดว่าคลอดแล้วค่อยไปซื้อ เดียก็บอกบ้าเหรอพี่แมทเตรียมไม่ทันหรอก  ส่วนเรื่องเพศลูกเราก็ไม่ได้บอกใครกัน พี่แมทอยากให้ทุกคนได้ลุ้น (แต่มันไม่ได้เป็นเคล็ดอะไรนะคะ)

แม่ท้องออกกำลังกายไม่อันตราย

กิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไปหลังจากท้องคือเดียจะไม่ได้ทำงานตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน ส่วนเรื่องออกกำลังกายที่ค่ายมีเทรนเนอร์ประจำอยู่ ซึ่งเขาจบวิทยาศาสตร์การกีฬามาโดยตรง และเคยทำงานกับผู้หญิงตั้งครรภ์มากว่า 100 คนแล้ว  แต่สำหรับคนท้องที่อยากออกกำลังกายต้องปรึกษาคุณหมอประจำตัวก่อนนะคะ สรีระของผู้หญิงท้องทุกคนไม่เหมือนกัน บางคนมีปัญหารกเกาะต่ำ คุณหมอก็จะไม่แนะนำ  ถ้าไม่เคยยกเวทเลย แล้วมายกที 30 กิโล มันก็อันตรายค่ะ

ความเชื่อที่ว่า ‘ท้องแล้วต้องอยู่นิ่งๆ เฉยๆ’

คนรอบข้างมักจะกลัวแทนเราว่าออกกำลังกายได้เหรอ?  จริงๆ แล้วถ้าร่างกายไม่มีปัญหาขณะตั้งครรภ์ก็ทำได้ แต่อย่าเยอะและหักโหมเกินไป  สำหรับเดียจะมีเทรนเนอร์คอยดูแลอยู่ตลอดค่ะ  ช่วยให้เดียไม่ปวดหลังเลย แต่ถ้าช่วงไหนขี้เกียจออกกำลังกายจะรู้สึกเลยว่ากล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้งานจะพยุงหน้าท้องเราไม่ค่อยไหว แล้วน้ำหนักจะลงไปให้กระดูกข้อต่อทำงานหนักขึ้น  แต่ถ้าเราได้ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเรื่อยๆ กล้ามเนื้อจะมาพยุงหลังเราไม่ให้ปวด และเดียก็เล่นโยคะด้วย ช่วยไม่ให้อึดอัด  พวกไขมันจะขึ้นเร็วมากถ้าเราไม่ได้เผาผลาญออก  เดียคิดว่าถ้าท้องแล้วไม่ทำอะไรเลย หยุดทุกสิ่งทุกอย่าง เราก็จะกลายเป็นพะยูน

กระแสโซเชี่ยลที่รุนแรงสุด

            โอ้โห..โดนทุกอย่างเลยค่ะ  แค่เดียเดินอยู่บนลู่วิ่งธรรมดา หรือแค่ใช้มือออกกำลังกาย คนก็จะบอกว่า “อย่าทำแบบนั้น อย่าออกกำลังกายเยอะ เดี๋ยวลูกในท้องจะเหนื่อยไปด้วย”  หรือ “อย่ายืดแขนขึ้นเยอะๆ ลูกจะหลุดออกมา!”  คือเดียว่าถ้าทำอะไรแบบนั้นแล้วลูกออกมาง่ายๆ แล้ว  การคลอดลูกของผู้หญิงคงจะเป็นสิ่งที่ง่ายมากๆ

เคล็ดลับสร้างสุขภาพจิตที่ดี

อย่าไปคิดมากค่ะ! คือถ้ากังวลว่าเดี๋ยวลูกจะหลุด  เขาจะเป็นอะไรอยู่ในท้องไหม? จะแข็งแรงดีไหม? คือถ้าคิดเยอะแล้วมันจะเครียด แต่ถ้าคิดแต่สิ่งดีๆ มันก็จะโอเคค่ะ

 

เตรียมความพร้อมเป็นพ่อแม่มือใหม่

ตอนนี้เดียกับพี่แมทเข้าคอร์สเลี้ยงเด็กอ่อนอยู่ค่ะ  ซึ่งจัดรวมอยู่กับแพ็คเกจคลอดของโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์  เขาจะสอนว่าเลี้ยงยังไง ควรทำยังไง  ส่วนเรื่องแนวคิดในการเลี้ยงเดี๋ยวค่อยดูกันอีกทีค่ะ

ขอเห่อหลานด้วยคน

            ตอนแรกที่เดียรู้ท้องก็บอกแอรินเป็นคนแรกๆ  (สิรีภรณ์ ยุกตะทัต) เธอเอามือมาจับที่ท้องของเดียแล้วคิดไปเองว่าเหมือนว่าหลานกำลังดิ้น แล้วน้ำตาไหล  จริงๆ เป็นหลานคนแรกของกลุ่มเพื่อนด้วย แล้วก็มีป้าพลอย (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) เปลี่ยนมาเรียกแทนเดียว่า “คุณแม่” ตามหลานไปแล้ว  คนที่เห่อมากที่สุดก็เป็นคุณตาคุณยายและอากงอาม่านี่เอง เพราะเป็นหลานคนแรกของทั้งสองฝั่งค่ะ

 

ติดตามเนื้อหาสาระสำหรับแม่ท้องและคุณแม่ที่มีลูกวัย 0 – 12 ปี ได้ที่ อมรินทร์เบบี้แอนด์คิดส์ทุกฉบับ ทุกแผงหนังสือและที่ ww.facebook.com/AmarinBabyandKids, www.amarinbabyandkids.com

เครดิต : นางแบบ ลิเดีย – ศรัณย์รัชต์ ดีน ช่างภาพ : สุเมธ วิวัฒน์วิชา ผู้ช่วยช่างภาพ : ชุติมา มลิชัยศรี สไตลิสต์ : มัลลิกา ชัยทวีพร ผู้ช่วยสไตลิสต์ : จุฑามาศ คงประเสริฐ} กาญจนา หวะสุวรรณ์ ช่างแต่งหน้า : ธัญญา ไรวิรัตน์ ช่างทำผม : อนิรุทธ์ ตัณสุเทพ สัมภาษณ์ : สีวิกา ฉายาวรเดช, สวรินทร์ ฤทธิอินทร์ ตัดต่อวิดีโอ : AMARIN NewMedia เสื้อผ้า : บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด, Jaritt by Harnn ร้าน HARNN และ VUUDH จำหน่ายที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 www.jarittbyharnn IG : jarittbyHarnn, MAIBE จำหน่ายที่ ZEN ชั้น 2 IG : MAISONMAIBE สถานที่ : ค่ายมวยคงสิทธา ถนน สุคนธสวัสดิ์ ลาดพร้าว โทร 02 932 9911

ลูกไม่อยากทำการบ้าน การบ้านเยอะ การบ้านยาก

ลูกไม่อยากทำการบ้าน ทำอย่างไรดี?

ลูกไม่อยากทำการบ้าน มาบ่นให้เราฟังมากมาย แต่ก็ต้องให้ลูกทำอยู่ดี ทำอย่างไรดีถึงจะ “จูงใจ” ให้เขายอมทำการบ้านจนเสร็จ โดยไม่ต้อง “สั่ง” ให้ลูกหงุดหงิดเปล่าๆ

Q: ลูกเรียนอยู่ชั้น ป.4 บ่นท้อและเหนื่อยว่าไม่อยากทำการบ้าน บอกว่าโรงเรียนให้การบ้านเยอะเกินไป บางครั้งก็งอแงร้องไห้ บางครั้งก็อิดออดนานกว่าจะลงมือทำ พ่อกับแม่ทั้งปลอบทั้งดุก็แล้ว รู้สึกเหนื่อยมากค่ะ อยากให้ลูกมีความรับผิดชอบและการเรียนไม่มีปัญหา จะแก้ปัญหาอย่างไรดีคะ

“แชร์ความรู้สึก” เป็นอย่างแรกที่ต้องทำก่อน

ตอนเขาบ่นท้อและเหนื่อย คุณแม่สละเวลานั่งฟัง เริ่มจากทำตัวให้ว่างจริงๆ ล้างใจล้างหู ตั้งใจฟัง ฟังอย่างลึกซึ้งจนกระทั่งเข้าใจความรู้สึกของเขา ถ้าทำได้ คุณเองจะเปลี่ยนไปเป็นคนแรก

ตอนฟัง ทำหน้าตาให้เขาเห็นว่าคุณกำลังฟัง ไม่รีบ สลัดงานอื่นออกให้หมด ลูก ป.4 ของคุณสำคัญที่สุด ตั้งใจฟังและไม่ขัดคอ บางครั้งคุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับที่เขาพูด แต่ขอให้อดใจไว้ก่อน อย่าเถียง และไม่จำเป็นก็อย่าถาม ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ คุณถามได้แต่อย่าซักฟอก ระวังตัวเองดีๆ ถ้าคุณซักฟอกเมื่อไร เขาจะหยุดพูด

banner300x250

อ่านต่อ “เมื่อลูกไม่ทำการบ้าน หลังจากฟังลูกแล้ว ควรทำอย่างไร” คลิกหน้า 2

พาลูกเที่ยว

5 เทคนิค ทำให้ทุกการ “ไปเที่ยว” คือ “โอกาสพิเศษ” สำหรับลูก

สำหรับเด็ก อาจยังบอกไม่ได้ว่าอะไรคือการ “เที่ยว” แต่ในการรับรู้ของเขา แค่ได้ออกไปนอกเขตบ้านก็สนุกแล้ว ดังนั้นสำหรับเด็ก ทุกที่น่าตื่นตาตื่นใจไปหมด ส่วนคุณพ่อคุณแม่คงพาลูกเที่ยวเพราะรู้ว่าทำให้เขาสนุกแน่ๆ และอยากให้พวกเขาได้เห็นโลกกว้าง แต่คุณรู้หรือไม่ คุณยังสามารถทำให้ลูกรู้สึกและสัมผัสได้ว่า “เที่ยว” ให้อะไรเขามากกว่าความสนุกเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น หรือทำอะไรที่ไม่เคยทำ!

1. เริ่มต้นเที่ยวใกล้ๆ ก็ให้ผลสูงได้

เริ่มทดลองจากกิจกรรมง่ายๆ ใกล้บ้านก่อน เช่น ไปดูนก ดูสัตว์ ส่องแมลง ดมกลิ่นดิน ใบไม้ใบหญ้าที่สวนสาธารณะละแวกบ้านหรือแม้แต่สวนหลังบ้าน  หรือพาไปชิมเมนูใหม่ที่ลูกไม่เคยกิน ร้านอาหาร ร้านขนมของชาติต่างๆ หรือไปลิ้มรสอาหารที่ไม่ได้กินบ่อยๆ ไปร่วมงานเทศกาล หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

แม้แต่ในวันคล้ายวันเกิดของลูก แทนที่จะจัดงานฉลองก็จัดทริปเล็กๆ  เน้นที่ไม่ไกล ไปกินอาหารที่ร้านเปิดใหม่ ให้ลูกเลือกเมนูที่อยากลอง  คุณพ่อคุณแม่ก็ทำให้ทริปนี้พิเศษได้อีกด้วยการชวนลูกพูดคุย ถามความคิดหรือความรู้สึกของลูก บอกความรู้สึกของตัวเองให้ลูกฟังด้วยก็ได้ เช่น อาหารที่กิน สภาพสถานที่รอบๆ เป็นต้น

“โดยรวมแล้ว คือการไปเที่ยวแบบใช้เวลาและเงินไม่มาก ไม่ไกล  ใช้เวลาสักครึ่งวัน ไม่กำหนดตายตัวว่าจะเป็นเมื่อไหร่วันไหน  จุดประสงค์คือ แม้จะเป็นประสบการณ์ในวงเล็กๆ ช่วงสั้นๆ แต่ลูกก็ได้สัมผัสสถานที่ อาหาร ศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ และวัฒนธรรมได้” Joe D’Alessandro ประธานและซีอีโอของสำนักงานท่องเที่ยวแห่งซานฟรานซิสโก อธิบาย

“เที่ยวแบบง่ายๆ แค่ครึ่งวัน อย่างช่วงสายหรือบ่ายของวันหยุดก็เพียงพอให้ลูกๆ ได้อะไรเยอะแล้ว”

พาลูกเที่ยววันหยุด
พาลูกเที่ยวเปิดประสบการณ์

2. เที่ยวไกลขึ้น ต้องกระตุ้นความอยาก+สร้างอารมณ์ร่วม

เมื่อมีเวลามากขึ้นจะพาลูกไปเที่ยวไกลขึ้นก็ได้ แต่การเที่ยวจะมีความหมายกับลูกยิ่งขึ้นหากทำอะไรไม่เหมือนใคร เพราะการเที่ยวคือการผจญภัย

เทคนิคคือ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ช่วยวางแผนและหาข้อมูล ให้เขาได้ใช้ทักษะด้านนี้ที่มีอย่างเต็มที่ และจะเป็นการเตรียมตัวและกระตุ้นอารมณ์ร่วมได้ดี ด้วยคำถามธรรมดาๆ เช่น “ใกล้ปิดเทอมแล้ว ลูกอยากไปเที่ยวที่ไหนจ๊ะ”  หรือเอาง่ายๆ ให้เด็กๆ เริ่มต้นก่อนก็ได้ เช่น “ปิดเทอมนี้ เราจะไปทะเลกัน ลูกอยากไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง” แค่นี้ความตื่นเต้นก็มาแล้ว! แม้อาจจะได้คำตอบอย่าง  “อยากไปดูหมีที่ขั้วโลกเหนือ” ก็ไม่ต้องตกใจและรีบปฏิเสธให้อารมณ์ตกไป แค่ต้องตกลงคนละครึ่งทางกับลูก “ขอเป็นหมีขั้วโลก ที่ประเทศไทยก่อนได้มั้ยลูก”

พอมีสิ่งที่ลูกสนใจ การชวนเขาค้นหาข้อมูลเรื่องสถานที่ การเดินทาง และวางแผนทริปก็ไม่ยากแล้ว

“เมื่อเด็กอ่านหนังสือเกี่ยวกับต้นไม้ เขาจะรู้สึกอยากจับและปีนต้นไม้ การอ่านหนังสือจึงเป็นอีกวิธีที่กระตุ้นความสนใจและความอยากรู้อยากเห็นได้”

 banner300x250-1

อ่านต่อ “ทำให้ทุกการ “ไปเที่ยว” คือ “โอกาสพิเศษ” สำหรับลูก” คลิกหน้า 2

เทคนิคเปลี่ยนนิสัยลูก

ลูกวีน ขี้โมโห เจ้าอารมณ์ วิธีรับมือ “สอนลูกควบคุมอารมณ์”

เรื่องลูกขี้โมโห ลูกวีน ทำร้ายตัวเอง  ทำร้ายแม่  เป็นเด็กเจ้าอารมณ์อย่างรุนแรง  ประเด็นนี้มีคุณแม่สอบถามมาทาง  AMARIN Baby & Kids  เป็นจำนวนมาก  และหลายท่านก็พยายามหาคำตอบเพื่อหยุดพฤติกรรมร้ายของลูกนี้  วันนี้มาดูกันค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่จะป้องกันปัญหานี้ได้อย่างไร

ลูกวีน ขี้โมโห เจ้าอารมณ์ วิธีรับมือ”สอนลูกควบคุมอารมณ์”

ไม่ว่าใครก็มีอารมณ์โกรธทั้งนั้น

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่าอารมณ์ “โกรธ” เป็นสิ่งติดตัวมนุษย์มาตามธรรมชาติ  ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่หากไม่สามารถระงับความโกรธได้ก็จะแสดงอารมณ์ที่รุนแรงออกมากันทั้งนั้น   อ้าว..แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ

 baby-968092_960_720

ให้ลูกรู้ตัวว่ากำลังรู้สึก “โกรธ” อยู่นะ

เริ่มแรกเด็กไม่สามารถสงบอารมณ์ได้ด้วยตัวเอง  พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างและคอยบอกลูกว่า “หนูไม่พอใจใช่ไหมคะ  หนูกำลังโกรธอยู่”  เพื่อเตือนสติให้เด็กรู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร  ยิ่งถ้าเขาตะโกนโห่ร้องแทบเป็นแทบตาย   หากคุณใช้คำพูดว่า “หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ!”  “อย่าดื้อเข้าใจไหม?”  …ลูกคุณจะยิ่งระเบิดอารมณ์ใส่คุณแน่ๆ  ให้เปลี่ยนคำพูดเป็น “โอเคไหมคะ  แม่เข้าใจว่าหนูกำลังโกรธอยู่นะ  แม่รู้ว่าหนูโกรธ”  และพยายามเบี่ยงเบนความสนใจให้ไปทำอย่างอื่นเพื่อลืมความโกรธ

 

ถ้าลูกวีนไม่มาก  ปล่อยเขาไป เดี๋ยวก็หยุดเอง

แต่หากลูกเรากำลังโวยวายวีนแตกแต่ไม่มากเท่าไหร่   ปล่อยเขาไปค่ะ  เพราะเขากำลังเรียกร้องความสนใจจากคุณ  และเมื่อเขารู้ว่าเขาไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากคุณได้เขาก็จะหยุดไปเอง

 

พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดีในการระงับอารมณ์

อย่าเผลอแสดงอาการหงุดหงิด  ขี้เหวี่ยง  ด่ากราดไปทั่ว  ถ้าหวังจะให้ลูกเป็นเด็กดี  ไม่ก้าวร้าว  ไม่ขี้โวยวาย  พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้ดูก่อน  และเมื่อเจอสถานการณ์แย่ๆ  แต่คุณระงับอารมณ์ได้  เปลี่ยนเป็นคำพูดเชิงบวก  ลูกก็จะเรียนรู้การจัดการอารมณ์จากคนใกล้ตัวอย่างคุณได้อย่างดีค่ะ

 

อ่านต่อเรื่อง “โกรธคือโง่ โมโหคือ “ลูก” คลิกหน้า 2

งูในรองเท้า

งูในรองเท้า ภัยอันตรายมากับหน้าฝนที่พ่อแม่ต้องระวัง

ช่วงหน้าฝนนี้มีข่าวเรื่องงูเข้ามาในบ้านให้เราได้พบเห็นกันบ่อยๆ โดยเฉพาะงูที่โผล่ออกมาจากโถชักโครก ไม่เว้นแม้กระทั่งในเมืองหรือในชนบท นอกจากนี้ยังมี งูในรองเท้า ที่เราอาจไม่ทันได้สังเกต และอาจเป็นอันตรายกับลูกน้อยของเราได้โดยไม่รู้ตัว

งูในรองเท้า ภัยอันตรายมากับหน้าฝนที่พ่อแม่ต้องระวัง

มีคุณแม่อยู่ท่านหนึ่งมีลูกน้อยวัย 4 ขวบครึ่ง เช้าวันหนึ่งคุณแม่จะพาลูกน้อยไปโรงเรียนตามปกติ เมื่อขึ้นรถมาได้สักพัก ลูกน้อยบ่นว่าง่วงนอน คุณแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร ให้ลูกน้อยหลับไปบนรถระหว่างไปโรงเรียนตามปกติ เมื่อใกล้ถึงโรงเรียน คุณแม่จึงปลุกลูกน้อย แต่พบว่าลูกน้อยนอนหลับตัวแข็งทื่อ หน้าและปากเขียวช้ำ และไม่รู้สึกตัว

งูในรองเท้า

 

งูในรองเท้า

คุณแม่ตกใจมากรีบพาไปส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าลูกน้อยโดนงูกัด คุณแม่บอกเป็นไปไม่ได้ เพราะเดินจูงมือออกจากบ้านมาด้วยกัน ก็ยังไม่เห็นเจองูสักตัว เมื่อคุณหมอลองถอดรองเท้าดู กลับพบว่ามีงูอยู่ในรองเท้า คุณหมอจึงแจ้งว่า “มีลูกงูเห่านอนตายอยู่ในรองเท้าครับ” คาดว่ามันคงจะเข้าไปอาศัยอยู่ในรองเท้าก่อนหน้าที่ลูกน้อยจะใส่เข้าไป มันเลยฉก แต่ด้วยความที่มีถุงเท้านักเรียนอยู่ และเป็นลูกงูตัวเล็ก เด็กคงไม่เจ็บมาก เลยไม่รู้สึกอะไร แต่พิษของมันร้ายแรงมาก จนทำให้ลูกน้อยของคุณแม่เสียชีวิต เมื่อคุณแม่รู้ว่าลูกน้อยตายแล้ว หัวอกของคนเป็นแม่แทบสลาย

อ่านต่อ “งูในรองเท้า ภัยอันตรายมากับหน้าฝนที่พ่อแม่ต้องระวัง” คลิกหน้า 2

pink light เทคโนโลยีเพื่อคนท้อง

Pink Light เทคโนโลยีดี๊ดี ช่วยหญิงตั้งครรภ์ได้ที่นั่งบนรถไฟ (มีคลิป)

หญิงตั้งครรภ์หลายๆ คนพบความลำบากยามต้องโดยสารรถสาธารณะ เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านก็อาจไม่แน่ใจว่าจะลุกให้สาวๆ บางคนดีไหมเพราะไม่มั่นใจว่า เป็นคนท้องจริงหรือเปล่า??

ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ จึงเริ่มมีการทดลองระบบบลูทูธที่มีชื่อแคมเปญน่ารักๆ ว่า “Pink Light” ที่จะช่วยแจ้งเตือนผู้โดยสารรถไฟให้สละที่นั่งแก่หญิงตั้งครรภ์ โดยมีหญิงตั้งครรภ์เข้าร่วมทดสอบระบบ 500 คน เป็นเวลา 5 วัน บนรถไฟสายปูซาน-กิมแฮ

pink light เทคโนโลยี คนท้อง

สาวๆ ที่ตั้งครรภ์จะพกเซ็นเซอร์ซึ่งจะทำให้สัญญาณไฟสีชมพูที่ติดตั้งข้างที่นั่งสำรองสว่างขึ้น และเมื่อได้นั่งแล้ว สัญญาณไฟจะดับลง แบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์มีอายุใช้งานได้นาน 6 เดือน และต้องติดไว้ด้านนอกกระเป๋าเพื่อให้ส่งสัญญาณได้ดี แต่เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ไม่กันน้ำนะจ๊ะ โปรเจคดีๆ นี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างเทศบาลเมืองและบริษัทต่างๆ ในท้องถิ่น

อ่านต่อเรื่อง “Pink Light ช่วยหญิงตั้งครรภ์ได้ที่นั่งบนรถไฟ (มีคลิป)” คลิกหน้า 2

แม็กซ์เวลล์

น่าฮักขนาด! แม็กซ์เวลล์ & คุณแม่ซาร่า แอ่วม่อนแจ่ม

เพิ่งฉลองครบรอบ 2 ขวบไปเมื่อเร็วๆ นี้  และบินไปเที่ยวที่อังกฤษกับคุณแม่ซาร่า  คาซิงกินี  งานนี้น้องแม็กซ์เวลล์  ได้ถือโอกาสไปดูโรงเรียนอีกด้วย  แฟนๆ ร้องอยากให้อยู่ไทยก่อน   วันนี้ AMARIN Baby & Kids นำภาพน้องแม็กซ์เวลล์ และ คุณแม่ซาร่า เมื่อตอนไปเที่ยว ม่อนแจ่ม มาฝากแฟนๆ ให้หายคิดถึงกันก่อนจ้า

 

นุ่งผ้าฝ้ายงาม

แม็กเวลล์04

ดูดอกไม้กับแม่ซาร่าแสนสวย

แม็กเวลล์09

ท่าอ้อนแม่หนักมาก

โชว์อ้อนแม่
โชว์อ้อนแม่

 

 

banner300x250-1

ดูภาพ “น่าฮักขนาด! แม็กซ์เวลล์ & คุณแม่ซาร่า แอ่วม่อนแจ่ม” คลิกหน้า 2

ดูมือถือ

หยุดเด็กตื่นมาดูมือถือกลางดึก ภัยเงียบส่งผลอ่อนเพลียที่โรงเรียน

                คุณพ่อคุณแม่ที่ให้ลูกมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตั้งแต่เด็กๆ  ควรมองย้อนกลับมาดูว่าเป็นการหยิบยื่นดาบสองคมให้กับลูกหรือเปล่า  อย่าเพิ่งให้สิทธิ์ลูกครอบครองโทรศัพท์มือถือไว้จนกว่าจะอายุ 13 ปี  เพราะอะไรนั้น  AMARIN Baby & Kids นำข้อมูลมาให้ดูกันค่ะ

นักวิชาการพบว่าเด็ก 1 ใน 5 ที่มีพฤติกรรมติดโซเชียลมีเดียโดยลุกขึ้นมาเปิดมือถือกลางดึกนั้นจะส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวลาไปโรงเรียน

มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ พบว่าเด็ก เยาวชน ที่อายุ 12 – 15  ปี   จากจำนวน 1 ใน 3 คน มักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง  เพื่อเช็คข้อมูลข่าวสารในแอปฯ โซเชียลมีเดียต่างๆ และโต้ตอบกับเพื่อนๆ  ทั้งแชทและพูดคุย  ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะมีอาการเพลียและเมื่อยล้าเวลาไปโรงเรียน  งานวิจัยครั้งนี้สำรวจจากเด็กจำนวน 848 คน  จากโรงเรียนทั้งหมดในเวลส์  โดยจัดแบ่งเป็น 2 กลุ่มวัย  คือ 12-13 ปี และ 14-15 ปี ด้วยเงื่อนไขต่อไปนี้

www.rafi.org.ph
ภาพจาก www.rafi.org.ph

 

กลุ่มนักเรียนอายุ 12 – 13 ปี 412  คน  พบว่า

22%   เป็นเด็กที่มักจะใช้โซเชียลมีเดียทุกคืน
17%   เป็นเด็กที่เข้านอนหลังเที่ยงคืน ทั้งๆ  ที่ต้องตื่นไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า
14%   เป็นเด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

กลุ่มนักเรียนอายุ 14 – 15 ปี  436  คน  พบว่า

28%   เป็นเด็กที่ใช้เวลากับโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานและเข้านอนหลักเที่ยงคืนเป็นประจำ ทั้งที่วันพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
23%   เป็นเด็กที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน  เพื่อติดต่อกับเพื่อนในโลกโซเชียลแทบทุกคืน
15%   เป็นเด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว แสดงความคิดเห็นว่าอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่ออ่านหรือสื่อสารกับเพื่อนทางโซเชียลมีเดียทุกวันนั้น  น่าจะเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเด็กๆ ถึงมีอาการอ่อนเพลีย และอยากนอนตอนกลางวัน  ดังนั้นผู้ใหญ่เองควรจะเป็นผู้ห้ามเด็กๆ หยุดพฤติกรรมดังกล่าวเสีย  เพราะมีผลอันตรายต่อการนอนน้อยเสียอีก


อ่านต่อ “หยุดเด็ก
ตื่นมาดูมือถือกลางดึก  ภัยเงียบส่งผลอ่อนเพลียที่โรงเรียน” คลิกหน้า 2

พ่อแม่ระวัง!! 12 ข้อนี้ จะทำลายชีวิตลูกด้วยตัวคุณเอง

พ่อแม่ทุกคนต่างก็ต้องการให้ลูกรักของตนประสบความสำเร็จในชีวิต อยากเห็นลูกได้ดิบได้ดี พยายามเลือกหนทางที่ดีให้กับลูกเสมอ เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า…แต่บางครั้งความปรารถนาดีของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็สร้างปัญหาลูกได้โดยไม่รู้ตัว! Continue reading “พ่อแม่ระวัง!! 12 ข้อนี้ จะทำลายชีวิตลูกด้วยตัวคุณเอง”

ภาพถ่ายใต้น้ำ

ภาพถ่ายใต้น้ำ ของคุณแม่ตั้งครรภ์

ช่วงเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดๆ คุณแม่ท้องหลายคนอาจใช้ช่วงเวลานี้ในการเรียนโยคะกายบริหารเบาๆ ใต้น้ำ เพื่อให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย และบางครั้งเราก็อยากเก็บภาพประทับใจนั้นเอาไว้ให้ลูกน้อยดูเมื่อตอนโต เรามาดู ภาพถ่ายใต้น้ำ แสนอัศจรรย์ของคุณแม่ค่ะ

Continue reading “ภาพถ่ายใต้น้ำ ของคุณแม่ตั้งครรภ์”

ลูกฟันขึ้นช้า ฟลูออไรด์ ดูแลฟันลูก

ลูกฟันขึ้นช้า…ให้ฟลูออไรด์เพิ่มดีไหม?

หากลูกเรามีปัญหาฟันขึ้นช้า ให้ฟลูออไรด์จะช่วยเรื่องฟันของลูกหรือเปล่า มาดูคำตอบและคำแนะนำง่ายๆ เพื่อฟันแข็งแรงจากคุณหมอกันค่ะ

Q: ลูกชายอายุ 7 เดือน ฟันยังไม่ขึ้นเลยค่ะ มีเพื่อนแนะนำว่าให้ผสมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำให้ลูกดื่มได้ จึงอยากขอคำแนะนำคุณหมอว่าให้ฟลูออไรด์ลูกน้อยได้แค่ไหนและเป็นอันตรายหรือไม่คะ?

การให้ฟลูออไรด์ผสมในน้ำดื่มไม่ได้ช่วยให้ฟันขึ้นเร็วขึ้น ฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงฟันผุ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป เช่น กินน้ำจากแหล่งน้ำที่มีฟลูออไรด์สูงกว่า 1.5 มิลลกรัมต่อลิตรต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดปัญหาฟันตกกระหรือฟลูออโรซิส คือเนื้อฟันเสีย เป็นรอยขาวขุ่น เป็นหลุม ร่องหรือเนื้อฟันเป็นสีน้ำตาล  และถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะมีผลต่อกระดูก ทำให้มีอาการผิดปกติตามข้อต่อต่างๆ เนื่องจากฟลูออไรด์ไม่ได้มาจากน้ำแต่เพียงอย่างเดียว อาจมาจากยาสีฟันซึ่งมีปริมาณฟลูออไรด์สูงเช่น 1000 ppm  ควรเลือกใช้ชนิดที่มีแค่ 500 ppm ก็เพียงพอสำหรับเด็ก

ลูกฟันขึ้นช้า ฟลูออไรด์ ดูแลฟัน

เคล็ดลับฟันแข็งแรง

1. ตรวจสอบว่าน้ำกินในแหล่งที่อยู่อาศัยมีปริมาณฟลูออไรด์เท่าใด ถ้ามีน้อยต้องเสริมฟลูออไรด์เม็ดหรือนัดเคลือบฟลูออไรด์สม่ำเสมอ

2. สอนให้ลูกดื่มของเหลวจากถ้วย ยิ่งฝึกเร็วยิ่งดีเพราะการดื่มจากถ้วยเนื้อฟันจะสัมผัสโดนของเหลวน้อยกว่า เมื่อเลิกขวดได้จะทำให้งดนมมื้อดึกได้

3. เมื่อมีฟันขึ้นแล้ว ถ้าลูกติดดูดขวดหรือต้องถือถ้วยน้ำติดมือไว้ตลอดเวลา ให้ใส่แค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้าอยู่ในคาร์ซีทต้องฝึกให้กินน้ำเปล่าแก้กระหายเท่านั้น

อ่านต่อ “เคล็ดลับดูแลฟันลูกให้แข็งแรง ข้อ 4-6” คลิกหน้า 2

ทารกร้องไห้

8 เทคนิครับมือเมื่อลูกทารกร้องไห้อย่าง “ไม่มีเหตุผล”

เคยไหมคะ? ลูกไม่ได้หิว ผ้าอ้อมก็ยังโอเค ไข้ก็ไม่มี แต่ลูกร้องไห้…ทำไมกันเนี่ย แต่อย่าเพิ่งเพลียไปค่ะ วันนี้ Amarin Baby & Kids มีเทคนิคดีๆ 8 ข้อให้คุณพ่อคุณแม่ลองเลือกทำดู รับรองว่าต้องมีสักวิธีที่ทำให้ลูกเบบี๋หยุดร้องไห้ได้แน่ค่ะ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่หาสาเหตุไม่ได้ แล้วทำไมทารกถึงร้องไห้ล่ะ เบบี๋เขามีเหตุผลของเขา แต่ต่อให้คุณเป็นพ่อแม่ที่ฉลาดมากๆ ก็คงไม่สามารถอ่านใจลูกทารกได้อยู่ดี แล้วลูกก็ยังพูดไม่ได้อีกต่างหากเนอะ

ถ้ายังไม่ได้อ่านเรื่อง “สาเหตุที่ทำให้ลูกร้องไห้และวิธีรับมือ” ลองดูก่อนก็ได้ค่ะ จะได้รู้เทคนิคสำหรับสาเหตุต่างๆ หรือจะลองทำ 7 วิธี ด้านล่าง แม้ยังไม่รู้สาเหตุที่ลูกร้องไห้ก็ได้ไม่ว่ากัน

1. หาอะไรให้ลูกดูด

การได้ดูดอะไรสักอย่างทำให้ชีพจรของทารกสม่ำเสมอ ผ่อนคลายท้อง และทำให้อวัยวะที่ตื่นตกใจสงบลง เลือกใช้ได้ทั้งจุกนมหลอกหรือเอานิ้วให้ดูด เขาก็จะสงบลงได้เองค่ะ

2. โอบอุ้มและหุ้มห่อ

เด็กแรกเกิดชอบความอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์คุณแม่ ลองห่อตัวลูกด้วยผ้าห่มหรือใส่เป้อุ้มเด็ก หรืออุ้มเขาแนบไหล่เพื่อให้ได้สัมผัสคล้ายกัน แต่เบบี๋บางคนอึดอัดเวลาถูกอุ้มหรือห่อตัวและอาจจะรู้สึกดีกับวิธีปลอบแบบอื่นดีกว่า เช่น อุ้มไกว หรือดูดจุกนมหลอก

3. เสียงเพลงและท่วงทำนอง

ลองเปิดเพลง ร้องเพลงกล่อมหรือเพลงที่คุณพ่อคุณแม่ชอบ และเต้นไปรอบๆ ห้อง ทดลองเพลงหลายๆ แบบเพื่อดูว่าลูกน้อยชอบเพลงแบบไหน

อ่านต่อ “8 เทคนิค รับมือลูกทารกร้องไห้” คลิกหน้า 2

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น 7 ข้อที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการของเด็กสมาธิสั้นมีตั้งแต่ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งได้นานๆ ขาดแรงจูงใจ ไปจนถึงมีปัญหาทางจิต กระสับกระส่าย เหม่อลอย หรือมีความเครียด วิตกกังวล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเราเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือไม่? Amarin Baby & Kids มีวิธีสังเกต สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

 

1.เสียสมาธิได้ง่าย

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

เด็กที่มีสมาธิสั้น จะมีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ จึงยากที่จะเล่น หรือทำการบ้านได้สำเร็จ ยิ่งถ้าหากทำการบ้านในที่อึกทึก มีสิ่งรบกวนต่างๆ เสียงโทรศัพท์ เสียงทีวี บางครั้งจนถึงขั้นทิ้งสิ่งที่ทำอยู่กลางคันแล้วหันไปสนใจอย่างอื่นต่อ

2.มีทักษะในการฟังที่ไม่ดี

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

เมื่อคุณพ่อ คุณแม่พูดด้วย มักไม่สามารถมีสมาธิในการฟังจนจบ เนื่องจากไม่มีทักษะในการฟังที่ดี ทำให้เกิดความผิดพลาดในการรับสาร แล้วส่งสารออกไปผิดพลาดและมีปัญหาอยู่บ่อยๆ

3.ไม่รู้จักผ่อนคลาย หรือพักผ่อน

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

เด็กๆ ที่สมาธิสั้นมักจะอยู่ไม่สุข จะกระโดดไปมา มีอาการที่ไม่สงบตลอดเวลา กระสับกระส่าย ขาดความรู้สึกผ่อนคลาย จึงทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย

4.มีปัญหากับความล่าช้า

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

สำหรับเด็กที่สมาธิสั้น มักจะทำการบ้านไม่เสร็จ ผลัดวันประกันพรุ่ง ไปโรงเรียนสาย ทำอะไรไม่ตรงเวลา มีอาการหลงๆ ลืมๆ จับจด ไม่สามารถกะเวลาได้ถูก ไม่มีความอดทน จึงให้ทำอะไรผิดพลาดอยู่บ่อยๆ

5.โกรธง่าย

5025662409_bec5f94844_b

เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น จะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ระเบิดอารมณ์ออกมาได้ง่าย เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มักจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว โกรธง่ายมากกว่าปกติ

6.ไม่ระมัดระวังจึงเกิดอุบัติเหตุบ่อย

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

เด็กที่สมาธิสั้นจะมีใจจอจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ยาก ไม่เว้นแม้แต่เวลาเดิน หรือวิ่ง มักจะวอกแวกตลอดเวลา ทำให้พลาดหกล้ม และบาดเจ็บได้ง่าย

7.มีปัญหาครอบครัว

สัญญาณเตือนสมาธิสั้น

เด็กๆ ที่สมาธิสั้น มักจะมีปัญหาครอบครัว มักไม่ค่อยรับฟังผู้ใหญ่ และลืมง่าย ไม่ใส่ใจคนในครอบครัว และโดนคนในบ้านต่อว่า หรือตำหนิบ่อยๆ เรื่องความผิดพลาดของตัวเองจนกลายเป็นความเบื่อหน่าย และทะเลาะเบาะแว้งกัน

ถ้าพบว่าลูกๆ ของเรามีลักษณะอาการ สัญญาณเตือนสมาธิสั้น เหล่านี้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยกันหาทางรักษา และบำบัดอาการที่ถูกต้อง ครอบครัวจะได้กลับมามีความสุขดังเดิม

เครดิต: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ สสส.

อ่านเพิ่มเติม คลิก!!

ลูกน้อยอยู่ไม่สุข เป็นสัญญาณของเด็กสมาธิสั้นหรือไม่?

วิธีทำให้ลูกมีสมาธิ และเป็นคนดี เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก

โรคสมาธิสั้นในเด็ก แก้ได้!

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทำความสะอาดลูกน้อย

วิธีทำความสะอาดลูกน้อย ตั้งแต่หัวจรดเท้า (มีคลิป)

วิธีทำความสะอาดลูกน้อย ในช่วงแรกเกิดเป็นช่วงที่ร่างกายยังบอบบางและอ่อนแอมาก หากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะอุ้มจะจับก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง…โดยเฉพาะเรื่องการดูแลความสะอาดของลูกน้อย ก็ถือเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 

Continue reading “วิธีทำความสะอาดลูกน้อย ตั้งแต่หัวจรดเท้า (มีคลิป)”

เป่าเปา

กุ๊บกิ๊บอวดผลงานปั๊มนมครั้งแรก & ภาพสุดน่ารักน้อง “เป่าเปา”

มาดูความน่ารักของน้อง เป่าเปา ลูกสาวคุณแม่กุ๊บกิ๊บ

เป่าเปา

 

                เป็นใครก็อดเก็บภาพความประทับใจนี้ไม่อยู่ เมื่อผู้หญิงอย่างเราได้ปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกได้สำเร็จ  ตื่นตันและปิติแค่ไหนนั้นมาดูกันว่าคุณแม่กุ๊บกิ๊บเขียนแคปชั่นไว้อย่างไร

เป่าเปา

 

“First Time  ปั๊มนมครั้งแรกให้ลูกตื่นเต้นมาก!!!

ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นแม่ลูกอ่อนที่มีคนติดตามมากที่สุดขณะนี้  ยอดไลค์ต่อรูปไม่ต่ำกว่า 100,000  ขอแถมด้วยภาพความน่ารักของน้องเป่าเปา  ลูกสาวสุดน่ารักที่ถูกจับแต่งตัวให้จี๊ดเหมือนคุณแม่ไม่มีผิด  แฟชั่นผ้าห่อตัว ไปจนถึงชุดเด็กอ่อน  น่ารักเบาๆ สไตล์ครอบครัวสายฮา

ggubgibb (4)

ไปหาหมอครบหนึ่งสัปดาห์
ไปหาหมอครบหนึ่งสัปดาห์
คุณแม่กุ๊บกิ๊บกับชุดให้นมสุดชิค
คุณแม่กุ๊บกิ๊บกับชุดให้นมสุดชิค
ถ่ายคู่กับพี่หมีตัวใหญ่
ถ่ายคู่กับพี่หมีตัวใหญ่
ผ้าห่อตัวการ์ตูนแสนน่ารัก
ผ้าห่อตัวการ์ตูนแสนน่ารัก
ชุดโบว์สายแบ๊ว
ชุดโบว์สายแบ๊ว
คาดโบว์เล็กๆ นิดนึงค่ะคุณแม่
คาดโบว์เล็กๆ นิดนึงค่ะคุณแม่
ชุดธรรมดาหนูก็มีนะคะ
ชุดธรรมดาหนูก็มีนะคะ

ภาพจาก IG : gggubgib36

banner300x250-1

Save

ป้องกันอาชญากรรมแก่เด็ก ไม่โพสต์รูปลูกลงโซเชียล

สิ่งที่ไม่ควรโพสต์ลงโซเชียล
อย่าโพสต์รูปลูกลงโซเชียล
ถ้าไม่อยากถูกพวกโรคจิต Save
รูปไปจิ้น

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา คุณแม่ท่านหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว  เนื่องจากมีญาติๆ พบเห็นว่ามีเฟซบุ๊กของชายคนหนึ่งนำภาพลูกสาวของคุณแม่ ไปมโนว่าเป็นหลานของตัวเอง  ซึ่งเป็นรูปเก่าๆ ของลูกที่คุณแม่โพสต์ไว้หลายปีแล้ว  ชายดังกล่าวนำมาเล่นเรื่องเป็นตุเป็นตะว่าไปรับที่โรงเรียน  ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน

สิ่งที่ไม่ควรโพสต์ลงโซเชียล

คุณแม่แสดงความกังวลและต้องการออกมาเตือนคุณแม่ทุกท่านให้ระวังผู้ไม่หวังดีนำรูปลูกของตนเองไปใช้โดยไม่ทราบเจตนา  ซึ่งในโพสต์ของชายดังกล่าวนั้นก็มีคนเชื่อและชื่นชมความน่ารักของเด็ก ทั้งๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติกันเลย  คุณแม่จึงร้อนใจเข้าแจ้งความก่อนจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้นอีก

 

ขโมยรูป2

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจไม่ใช่ครั้งแรกในบ้านเรา  แต่เมื่อถูกแชร์มากทำให้ถูกพูดถึงและเป็นประเด็นทางสังคมว่าควรช่วยกันออกมาปกป้องสิทธิของเด็ก  เพราะเด็กเองก็เลือกไม่ได้ว่าอยากจะเผยแพร่รูปของตัวเองหรือไม่  และอนาคตหากลูกย้อนกลับมาดูภาพ จะเหมาะสมหรือไม่?

yahoo

ตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านที่เริ่มออกมาพูดถึงสิทธิของเด็ก  และความปลอดภัยทางโซเชียลคือมาเลเซีย โดย กระทรวงการพัฒนาสังคม สตรี และความมั่นคงของประเทศมาเลเซีย ได้ยกตัวอย่างจากต่างประเทศมีการรณรงค์เรื่องการโพสต์รูปเด็กผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างจริงจัง เพราะ รูปเด็กน่ารัก อาจจะกลายเป็นเป้าของพวกชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก และอาจจะถูกสูบรูปไปโพสต์ไว้ในกลุ่มเว็บไซต์ของคนกลุ่มนี้  ซึ่งเมื่อภาพถูกเผยแพร่ไปโดยง่ายแล้วก็ยากที่จะสืบหาที่มาว่ามาจากไหน  ตัวอย่าง สหรัฐอเมริกาที่มีกฏห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ให้มีบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งอินสตาแกรม  เฟซบุ๊ก และอื่นๆ

อ่านวิธีป้องกันก่อนโพสต์รูปลงโซเชียลได้ที่หน้า 2

รีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์ คือ อะไร

หลายครอบครัวกำลังมีปัญหาเรื่องดอกเบี้ยส่งบ้าน  อยากจะปิดให้หมดไวๆ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายส่วนอื่น  ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำวิธีการลดดอกเบี้ยด้วยการ “รีไฟแนนซ์”  ซึ่งมีหลักการอย่างไรบ้างนั้น  เรามาศึกษาไปพร้อมๆ กันค่ะ

 

การรีไฟแนนซ์คืออะไร?

การรีไฟแนนซ์ คือการที่เรามีสัญญาเงินกู้อยู่จำนวนหนึ่ง และต้องการที่จะเคลียร์หนี้ในส่วนนี้ เนื่องจากได้รับผลประโยชน์ หรือข้อเสนอที่ดีกว่าจากจากเงินกู้ก้อนใหม่ เช่น ดอกเบี้ยน้อยกว่าในวงเงินที่มากขึ้น จึงนำเงินที่ได้จากเงินกู้ก้อนใหม่ (ที่มีข้อเสนอที่ดีกว่า) มาเคลียร์หนี้ก้อนเก่านั่นเอง  เพื่อรับผลประโยชน์ หรือสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่ ในธนาคารหรือสถาบันการเงินเจ้าใหม่ แต่ ก็ต้องวิเคราะห์ให้ดีๆ  ว่าส่วนต่างค่าประหยัด หรือดอกเบี้ยที่ลดลงจากการรีไฟแนนซ์ กับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์นั้น คุ้มค่ากันหรือไม่

 

ค่าใช้จ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์

มีด้วยกัน 6 ส่วน ได้แก่

  1. ค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อน ซึ่งจะมีประมาณ 0 – 2% ของยอดหนี้ที่รีไฟแนนซ์ โดยจะจ่ายให้ผู้ให้กู้เจ้าเดิม หากรีไฟแนนซ์ทั้งก้อนก่อนครบกำหนด 3 ปี
  2. ค่าจัดการสินเชื่อ ประมาณ 0 – 1% ของวงเงินกู้ใหม่ โดยจ่ายให้กับผู้ให้กู้ใหม่
  3. ค่าธรรมเนียมสำหรับการจำนอง ประมาณ 10% ของราคาประเมินโดยจะไม่เกิน 2 แสนบาท จ่ายให้กับกรมที่ดิน และไม่จำเป็นต้องจ่ายหากรีไฟแนนซ์กับเจ้าเดิม
  4. ค่าประเมินราคาหลักประกัน 1,500 บาท – 0.25% ของราคาประเมิน จ่ายให้กับผู้กู้ใหม่ และอาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายหากรีไฟแนนซ์กับที่เดิม
  5. ค่าทำประกันอัคคีภัย 2,000 บาทสำหรับบ้านมูลค่า 1 ล้านบาท โดยจ่ายให้กับผู้กู้ใหม่
  6. ค่าอากรแสตมป์ ที่จะต้องจ่ายให้กับผู้ให้กู้ใหม่ เป็นจำนวน 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่

การเงิน

ข้อดีของการทำรีไฟแนนซ์

  1. จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จะทำให้ได้เงินส่วนต่าง ทำให้มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายๆ ส่วนอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมีแผนทำธุรกิจ เพราะจะสามารถเพิ่มทุนในการหมุนเวียนในธุรกิจได้
  2. ในบางกรณีอาจจะทำให้ได้วงเงินกู้ที่มากขึ้นกว่ายอดค้างเดิม
  3. อัตราดอกเบี้ยเจ้าใหม่ที่ถูกกว่า ซึ่งจะทำให้สามารถผ่อนชำระดอกเบี้ยได้ถูกลงกว่าเดิม
  4. เป็นการลดภาระหนี้ของ โดยจะแบ่งเบาภาระให้จำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือนลดลงนั่นเอง

 

ข้อเสียของการทำรีไฟแนนซ์

  1. ค่อนข้างยุ่งยากในเรื่องของการเตรียมเอกสาร
  2. ทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระนานขึ้น
  3. เสียค่าจัดรีไฟแนนซ์ใหม่ อาจจะมีการเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกด้วย

 

 

ที่มา : เพจ ครอบครัวการเงิน  (https://www.facebook.com/KrobKruaKarnNgern)

ภาพ : ShutterStock

ลูกฟันผุ

ลูกฟันผุ เรื่องไม่เล็ก โทษเยอะเกินคาดคิด!

เมื่อลูกฟันผุจะส่งผลเสียหลายประการ แถมยังลดทอนความมั่นใจของลูกน้อยได้อีกต่างหาก มาดูแลฟันลูกกันดีกว่าค่ะ ทำได้ตั้งแต่ซี่แรกเลยนะ!

โรคฟันผุ เป็นโรคที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกันได้แก่  ลักษณะของฟัน น้ำลาย อาหาร (โดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวานหรือคาร์โบไฮเดรต เช่น น้ำตาลแป้ง  ลูกอม  ขนมหวาน  น้ำอัดลม  รวมถึงน้ำผลไม้ชนิดต่างๆ) คราบจุลินทรีย์ พันธุกรรม และพฤติกรรมการดูแลสุขอนามัยในช่องปาก  คุณพ่อคุณแม่จะบอกให้ลูกระมัดระวังการเลือกกินอาหารหรือแปรงฟันให้สะอาดเอี่ยม  เขาก็ยังไม่สามารถทำได้ในทันที  จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแลฟันของลูกน้อยให้แข็งแรง เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เบบี๋มีฟันซี่แรก  คุณพ่อคุณแม่ก็แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ให้เขาได้แล้ว! ผศ. ทพญ. ดร.เข็มทอง มิตรกูล ภาควิชาทันตกรรมเด็ก  คณะทันตแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีเคล็ดวิธีการดูแลฟันของลูกน้อยแต่ละช่วงวัยมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ

โทษของฟันผุมีเยอะมาก!

โรคฟันผุในเด็กมีรูปแบบการทำลายล้างเนื้อฟันที่รุนแรง  โดยในช่วงแรกรอยผุจะมีสีน้ำตาลหรือสีดำรอบคอฟัน  แต่หากปล่อยให้ลุกลามตัวฟันจะถูกทำลายจนเหลือแต่ตอของรากฟันเท่านั้น  ซึ่งโรคฟันผุไม่เพียงทำให้ลูกน้อยปวดฟัน  ฟันไม่สวย  หรือมีกลิ่นปากเท่านั้น  แต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการและชีวิตประจำวันของลูกน้อยมากกว่าที่คิด

  • การเจริญเติบโตของร่างกาย “ช้ากว่าวัย”

ความเจ็บปวดจากโรคฟันผุมักส่งผลให้เด็กรับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่  ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหาร  ร่างกายไม่แข็งแรง  หรือน้ำหนักตัวน้อย  นอกจากนี้อาการปวดฟันอาจทำให้เด็กน้อยนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม  ทำให้การหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย (Growth Hormone)  ซึ่งจะหลั่งเฉพาะช่วงที่ลูกน้อยนอนหลับพักผ่อน  หลั่งได้ปริมาณลดลง  ร่างกายของลูกจึงเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน

banner300x250-1

  • ทักษะการสื่อสารและสังคม “สะดุด”

โรคฟันผุมักเป็นสาเหตุให้เด็กสูญเสียความมั่นใจในการพูด  ทำให้เขาพลาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะการสื่อสารและการเข้าสังคมกับเพื่อนอย่างน่าเสียดาย  ปัญหาดังกล่าวอาจบ่มเพาะจนทำให้ลูกน้อยเติบโตเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจหรือมีปัญหาด้านบุคลิกภาพได้

  • “เชื้อลุกลาม” จากฟันแท้สู่ฟันน้ำนม

ในเด็กที่มีฟันน้ำนมผุมีความเสี่ยงทำให้ฟันแท้ผุตามไปด้วยสูงขึ้น  เนื่องจากฟันที่ไม่กำจัดรอยผุให้หมดไป  จะทำให้ช่องปากสูญเสียสมดุล  เชื้อที่อยู่ในฟันน้ำนมจึงสามารถย้ายไปอยู่ที่ฟันแท้ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กมีฟันชุดผสมคือมีทั้งฟันแท้และฟันน้ำนมปนกัน (ช่วงอายุ 7-12 ปี) หากปล่อยให้ฟันผุโดยไม่แก้ไข  ยิ่งมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ

  • เสี่ยง “ติดเชื้อ” ในกระแสเลือด

หากฟันผุถูกทิ้งไว้นานวัน  เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าไปบริเวณโพรงอากาศหรือช่องว่างที่มีอยู่ในกะโหลกศีรษะซึ่งในศีรษะและใบหน้ามีช่องที่เป็นโพรงอากาศและช่องว่างหลายช่อง  อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ และหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที เชื้อโรคอาจลุกลามไปในกระแสเลือดได้

อ่านต่อ “วิธีดูแลฟันลูกเล็กวัยแรกเกิดถึง 3 ขวบ” คลิกหน้า 2