ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาล ที่พ่อแม่ควรรู้
13.โรงพยาบาลพระรามเก้า
14.โรงพยาบาลรามคำแหง
15.โรงพยาบาลลาดพร้าว
16.โรงพยาบาลวิภาวดี
17.โรงพยาบาลสมิติเวช (ศรีนครินทร์)
18.โรงพยาบาลสมิติเวช (สุขุมวิท)
19.โรงพยาบาลเจ้าพระยา
13.โรงพยาบาลพระรามเก้า

14.โรงพยาบาลรามคำแหง
15.โรงพยาบาลลาดพร้าว
16.โรงพยาบาลวิภาวดี
17.โรงพยาบาลสมิติเวช (ศรีนครินทร์)
18.โรงพยาบาลสมิติเวช (สุขุมวิท)

19.โรงพยาบาลเจ้าพระยา
อ่านต่อคลิกหน้า 4ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น การดูแลสุขภาพที่คุณแม่สามารถทำได้ในทุกวัน คือการดื่มน้ำอุณหภูมิปกติ หรือดื่มเป็นน้ำอุ่นยิ่งดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำจะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะและเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายให้แข็งแรง ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น ที่อยากให้คุณแม่ และทุกคนได้หันมาดูแลสุขภาพกันให้มากขึ้นค่ะ
3.ยาคุมกำเนิดกับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก จากงานวิจัยพบว่า คนกินยาคุมกำเนิด เป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกน้อยกว่าคนทั่วไป 4.ยาคุมกำเนิดกับมะเร็งปากมดลูก นายแพทย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ได้ให้ความรู้เอาไว้ว่า ภายในช่องคลอดจะมีความเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อรับประทานยาคุมกำเนิดเข้าไป ฮอร์โมนจะเป็นด่างอ่อนๆ บางครั้งอาจมีการติดเชื้อ อักเสบได้ง่าย คุณแม่ที่รับประทานยาคุมไปนานๆ อาจมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกสูง ยาคุมกำเนิดมีหลักฐานบ่งชี้ว่าทำให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงที่เด่นและชัดเจนกว่า คือการติดเชื้อไวรัส HPV 5.ยาคุมกำเนิดกับมะเร็งตับ นายแพทย์พูนศักดิ์ สุชนวณิช ชี้แจงว่า ยาคุมกำเนิดถูกออกแบบมาให้คุมในระยะเวลาสั้น 1-3 ปี การกินยาคุมนานๆ อาจทำให้มีการออกฤทธิ์ที่ตับ เพราะตับต้องกรองสารอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือสารพิษ คุณแม่จึงควรกินยาคุมกำเนิดในระยะเวลาสั้นๆ จากงานวิจัยหลายรายการพบว่า ยาคุมกำเนิด ยิ่งใช้นาน ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับมากขึ้น สำหรับผู้หญิงผิวขาว และผิวดำ แต่ไม่เพิ่มความเสี่ยงในผู้หญิงเอเชีย และอัฟริกา ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับสูงอยู่แล้ว โดยปกติ ยาคุมกำเนิดมีผลชั่วคราว ไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 5 ปี ถ้ามีความจำเป็นก็ไม่ควรเกิน 10 ปี และถ้าต้องการคุมกำเนิดถาวรควรเลือกการทำหมัน หรือใส่ห่วงคุมกำเนิดดีกว่า กินยาคุมแล้วอารมณ์ทางเพศลดลง? […]
4.รับประทานถั่วเหลืองพอประมาณ รับประทานถั่วเหลืองในปริมาณที่พอดี จะด้วยป้องกันโรคมะเร็งได้ โดยรับประทานเพียงสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้ง อย่ารับประทานมากกว่านั้น เพราะจากผลดีอาจกลายเป็นผลเสียได้เช่นกัน 5.ระมัดระวังการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม ส่งผลเสียต่อสุขภาพเมื่อคุณแม่ถึงวัยหมดประจำเดือน คุณแม่ที่ดื่มแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ ควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูงๆ เพื่อลดความเสี่ยง 6.ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ถึง 40% ทำให้คุณแม่ไม่อ้วน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เลือกรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงได้ ถ้าคุณแม่ลองทำตามวิธีเหล่านี้ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและความดัน โรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน และอีกสารพัดโรค เครดิต: นิตยสาร Health & Cuisine มกราคม, Issue 48 อ่านเพิ่มเติม คลิก!! 19 สัญญาณเตือนของโรคมะเร็งที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม Cervical cancer 10 สัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก Save Save




