เล่านิทานให้ลูกฟัง

5 เคล็ดลับเด็ด! เล่านิทานให้ลูกฟัง เข้าใจ ได้สาระ พร้อมเสริมพัฒนาการที่ดี

การ เล่านิทานให้ลูกฟัง คือหนึ่งกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่น่าทำร่วมกับลูก เพราะนอกจากความสนุกสนาน เพลิดเพลินแล้ว การเล่านิทานให้ลูกฟังยังเป็นการใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกับลูก ช่วยเสริมจินตนาการ เสริมพัฒนาการ และช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลว่าตัวเองจะเล่านิทานไม่สนุก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่านิทานอย่างไรดี คุณกวิตา พุฒแดง (ครูไนซ์) ผู้ก่อตั้งบ้านกางใจ พื้นที่สำหรับการเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ มี เทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟัง มาแบ่งปันกันค่ะ โดยเทคนิคนี้จะช่วยทำให้ลูก ๆ ทั้งสนุก และมีพัฒนาการที่ดี ถ้าพร้อมกันแล้ว มาค้นหากลวิธีที่ดี หรือไขข้อสงสัยในการใช้นิทานเพื่อสื่อสารกับเด็กกันได้เลย

5 เทคนิค เล่านิทานให้ลูกฟัง
โดย ครูไนซ์ – กวิตา พุฒแดง ผู้ก่อตั้งบ้านกางใจ

ความสำคัญของหนังสือนิทาน

หนังสือนิทานมีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเด็ก ๆ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของผู้ปกครอง และสภาพแวดล้อมในการเติบโตของเด็ก การเล่านิทานเป็นวิธีการสื่อสารที่เหมาะสมในการสอน และกระตุ้นจินตนาการของเด็ก ผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าตื่นเต้น

นิทานช่วยสร้างความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ การใช้ภาษากาย และการเล่าเรื่องราวช่วยให้เด็กเรียนรู้ และเข้าใจสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น ทั้งนี้จะมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของพวกเขา

นอกจากนี้ยังมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการสอนวินัยและบทเรียนที่สำคัญแก่เด็ก การนำเรื่องราวสนุกสนานและทำให้รู้สึกดีใจมาเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ จะช่วยสร้างความสุขและจินตนาการในเรื่องราว

นิทานเป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และพัฒนาของเด็ก ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นแนวตลกหรือแนวเรียนรู้ สิ่งสำคัญคือการสร้างความสนุกและความสนใจในการอ่านและเรียนรู้ของเด็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสที่จะได้ยินเรื่องราว เรียนรู้จากการตั้งคำถาม และคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ดังนั้น ความสำคัญของหนังสือนิทานจึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ

เทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟัง

บ้านกางใจ พื้นที่ของเด็กและครอบครัว
บ้านกางใจเป็นสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ที่บ้านกางใจ ครูไนซ์ดำเนินงาน ด้วยความเชื่อที่ว่า ความสุขของเด็กเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ดังนั้นจึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง อบอุ่นใจ และปลอดภัย เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้และเติบโตอย่างเต็มที่
บ้านกางใจ ทำงานเป็นทีมระหว่างบ้านกางใจและครอบครัว เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกับเด็ก บ้านกางใจเปิดรับสมาชิกร่วมเรียนรู้ อายุ 2-4 ขวบ และคุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของบ้านกางใจเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกสถานที่เรียนรู้ของลูกได้ที่ www.baankangjai.com 

Must Read >> บ้านกางใจ พื้นที่สำหรับเด็กๆ เล่น เรียนรู้ ตามวัย เติบโตไปอย่างมีความสุข

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการ เล่านิทานให้ลูกฟัง

การสร้างสมาธิและให้เด็กได้ผ่อนคลายก่อนการอ่านนิทานเป็นสิ่งสำคัญ อาจให้ลูกเล่นเกม หรือวิ่งเล่น ทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานก่อน พอสังเกตว่าเด็กพร้อมทั้งทางกายและจิตใจในการรับฟังเรื่องราวแล้ว จึงใช้เทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การเลือกใช้เสียงพูดและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปตามบทสนทนาของตัวละคร การใช้ภาพตัวละครและฉากต่าง ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ และความตั้งใจของเด็กในการฟังนิทาน อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการเล่านิทานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยสร้างความสนใจและดึงดูดให้เด็กตั้งใจฟังมากขึ้น 

นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับระยะเวลาในการเล่านิทาน ไม่ควรเล่านิทานที่ยาวเกินไป และเรื่องราวที่นำเสนอควรมีความหมายที่ถ่ายทอดไปยังเด็กเพื่อการเรียนรู้ได้ มีความสอดคล้องกับวัย และความสามารถในการทำความเข้าใจของเด็ก 

เทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟัง

5 เทคนิค เล่านิทานให้ลูกฟัง ให้สนุกไปพร้อมลูก

  • การใช้เรื่องราวเพื่อสอนและสร้างความเข้าใจ

เด็กมองและรับรู้เรื่องราว อย่างการสังเกตพ่อแม่รับประทานอาหาร พวกเขาเรียนรู้ภาษากาย รวมไปถึงการสังเกตสีหน้าของผู้คน ก่อนที่จะนำข้อมูลที่ได้รับรู้นั้นมาทำความเข้าใจในรูปแบบของตนเอง ตัวอย่างเช่น หากแม่เข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ขมวดคิ้ว เด็กก็สามารถอนุมานได้อย่างรวดเร็ว หลังสังเกตการณ์หลายครั้งว่า เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นของแม่ แม่อาจจะกำลังแสดงความไม่พอใจ หรือมีเรื่องคุยด้วยอย่างจริงจัง

หนังสือนิทานตัวอย่าง คือ แมว 11 ตัว กับยักษ์อุฮิอะฮะ หนังสือเล่มนี้เป็นนิทานตลกสุดฮา ที่โรงเรียนอนุบาลต่าง ๆ เคยพิจารณาว่าต้องมี หนังสือเล่มนี้วางขายมาประมาณ 20 ปีแล้ว  เป็นนิทานที่เน้นให้คิดสร้างสรรค์ มีท้องฟ้าสีชมพูสดใส และแมวเดินสองขา น้องแมว 11 ตัว ใช้สอนเรื่องการนับได้ ขณะที่อุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งจัดเป็นการผจญภัยก็ได้สร้างความเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบ และช่วยสอนวินัยในการทำสิ่งที่ถูกต้องให้กับเด็ก  

  • การใช้หนังสือเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างสภาพแวดล้อมทางภาษา

หนังสือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ในการดึงดูดความสนใจ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กไปสู่ทิศทางที่ผู้ปกครองคาดหวังไว้ได้ ในช่วงเวลาก่อนเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองสามารถใช้หนังสือ โดยเฉพาะนิทาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เด็กมีความสนใจในการเรียนรู้ โดยเน้นกระบวนการที่สร้างความตื่นเต้นและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สนุกสนานต่าง ๆ 

การดึงดูดให้ลูกมีพัฒนาด้านภาษา การใช้ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ในสภาพแวดล้อมที่สอนเด็กเป็นเรื่องสำคัญ แต่ควรหลีกเลี่ยงการผสมผสานประโยคของภาษาไทยและอังกฤษเข้าด้วยกัน การใช้ประโยคภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ เล่าให้จบก่อนหนึ่งรอบ และจึงสลับใช้ภาษาไทยจะช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการแต่งประโยคในภาษาหนึ่ง ๆ ได้ดีกว่า และช่วยให้เด็กเข้าใจเนื้อเรื่องจากในภาษาหนึ่ง และเรียนรู้จากอีกภาษาหนึ่งได้มากขึ้น

การสลับภาษาไปมา อาจทำให้เกิดความสับสนและยากต่อการเข้าใจภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมทางภาษาที่สอดคล้องกันเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฤดูร้อน และมีภาพประกอบสวยงาม หรือผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างฉาก และบทสนทนาของตัวละครในเรื่องเล่า โดยใช้ภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่เหมาะสมกับเด็ก นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถใช้วิธีการอื่น ๆ อย่างการเล่นบทบาทเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมและตอบสนองต่อเรื่องราวได้

  • การใช้เรื่องราวเป็นเครื่องมือสื่อสาร

เรื่องราวที่นำมาเล่า เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สำคัญต่อการเรียนการสอน ผู้ปกครองสามารถใช้การ์ดหรือรูปภาพทั้งปกนอกและภายในเล่มนิทานเป็นตัวช่วยในการเล่นโต้ตอบและการสร้างคำถามที่เกี่ยวข้องกับภาพได้ โดยนิทาน 1 เล่ม สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างการสนทนา สื่อสารให้เด็กคิด ส่งเสริมการอ่าน และการสื่อสารภาษาด้วยความเข้าใจ การใช้เรื่องราวและนิทานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับธรรมะหรือประวัติศาสตร์ อาจส่งเสริมความสนใจในเรื่ององค์รวมและคุณค่าทางศีลธรรม ทั้งยังอาจสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้อีกด้วย ดังนั้น การใช้เรื่องราวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารเชิงบวก ต่อการพัฒนาและการเติบโตของเด็ก

  • การให้เวลา

ให้เวลาเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนานซึ่งจะสร้างความสนใจในการอ่านหนังสือของเด็ก สร้างปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้ที่ดีในเด็ก ผู้ปกครองควรใช้เวลาในการฝึกเล่านิทาน เพราะอาจมีคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยหรือออกเสียงผิด ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสสำหรับผู้ปกครองในการแก้ไขปัญหา และแสดงให้เด็กเห็นว่า เราสามารถจัดการกับความท้าทายดังกล่าวได้ นอกจากนี้ เวลาที่เล่านิทาน คุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลากับการมองและสังเกตของเด็ก ๆ ขณะที่พวกเขามองภาพในหนังสือนิทาน เพื่อเป็นการสังเกตลูกด้วย

การวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่า การปลูกฝังความรักในการอ่านให้แก่เด็ก ไม่ใช่เพียงแค่การมีหนังสือจำนวนมากอยู่ในบ้าน แต่ต้องมีแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเช่นกัน การครอบครองหนังสือจำนวนมากไม่ได้รับประกันว่าลูกจะเติบโตมาเป็นเด็กที่หลงใหลในการอ่าน แต่ถ้าพ่อแม่มีหนังสือวรรณกรรมและนิตยสารให้เลือกมากมาย และใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีในแต่ละวันเพื่ออ่านหนังสือสองสามหน้า ก็จะช่วยสร้างการกระตุ้นให้ลูกพัฒนานิสัยการอ่านได้อย่างอิสระ และมีความสนใจในการอ่านมากขึ้นได้

  • การให้ความสำคัญกับทัศนคติต่อการเล่าเรื่อง

แนวทางที่ดีที่สุดคือ “การนำวิธีการแบบ 180 องศาที่เป็นกลาง” มาใช้ในการเล่าเรื่อง โดยผู้ใหญ่ควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมของเด็ก ควรเล่านิทานด้วยความมั่นใจ สนุกสนาน และเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น หากทำแบบนี้ เด็กจะได้รับประสบการณ์ที่ดี พวกเขาจะไม่รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับการแปลความหรือไม่รู้สึกกังวลว่าจะต้องเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ แต่จะช่วยพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อหนังสือและเรื่องเล่าต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น 

ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่า หนังสือนิทานไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องมีรูปภาพประกอบ หนังสือเสียงสำหรับเด็ก หรือหนังสือผ้าที่ให้ประสบการณ์สัมผัส ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ในส่วนของรูปแบบการเล่า แม้จะมีทฤษฎีที่ออกมาแย้งว่า เวลาเราเล่านิทาน เราไม่ควรทำเสียงสูงต่ำ แต่ควรเล่าด้วยโทนเสียงเดียวเสมอตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงประโยคสุดท้าย แต่ทางครูไนซ์ได้เสนอว่า การใช้เสียงสามารถกระตุ้นการเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ ครูไนซ์ยังแนะนำว่า ผู้ปกครองอาจจะเล่านิทาน โดยใช้เทคนิคการร้องเพลงประกอบด้วยก็ได้ โดยใช้ตัวอย่างหนังสือหัวผักกาดยักษ์ ประกอบการสาธิต

เทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟัง

ตัวอย่างการเล่าเรื่องเพื่อการเรียนรู้ในต่างประเทศ

  • ประเทศออสเตรเลียและอเมริกาเหนือ มีหลักสูตรการศึกษาที่สอนให้เด็กในระดับอนุบาลสามารถใช้บอร์ดเกมหรือหนังสือนิทานเป็นตัวช่วยในการเรียนรู้ และเมื่อเด็กเข้าสู่ระดับประถมศึกษาจะได้เรียนรู้การอ่านแผนภูมิพื้นฐาน เช่น แผนภูมิแท่งหรือแผนภูมิวงกลม เมื่อเด็กเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษาจะเป็นการอ่านแผนที่ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การอ่านแผนที่ที่ใช้ในการเดินทางไกลในอดีต จากนั้นผู้เรียนจะฝึกการอ่านแผนที่ที่ยากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่ระดับการศึกษาสูง ๆ และในขั้นตอนสุดท้าย ผู้เรียนจะพัฒนาความรู้มาสร้างอินโฟกราฟฟิกเหมือนที่เห็นในสื่อต่าง ๆ การเล่าเรื่องและให้เรียนรู้เช่นนี้เน้นไปที่ภาพและการมีส่วนร่วมเพื่อความเข้าใจ
  • ประเทศญี่ปุ่น มีการสำรวจพบว่าเด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่สนุกกับการอ่านหนังสือภาพที่เป็นภาพจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือโปสการ์ด มากกว่าภาพนิทานที่วาดขึ้นมา

เทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟัง

สรุปสาระ เทคนิค เล่านิทานให้ลูกฟัง

  1. เล่าเรื่องราว เพื่อสอน และสร้างความเข้าใจ 
  2. หนังสือนิทาน เป็นเครื่องมือเพื่อดึงดูดความสนใจ และสร้างสภาพแวดล้อม เพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษา ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ
  3. เรื่องราวในนิทาน เป็นเครื่องมือสื่อสาร ที่ช่วยในการสร้างปฏิสัมพันธ์ กระตุ้นการอ่าน และการสื่อสารภาษาของเด็ก
  4. การให้เวลา ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และสนุกสนาน ผู้ปกครองควรใช้เวลาให้เพียงพอในการฝึกเล่านิทาน และสังเกตการณ์เด็ก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการสื่อสารด้วย
  5. ทัศนคติต่อการเล่าเรื่อง  ผู้ปกครองควรเล่าเรื่องราวด้วยความมั่นใจ และสนุกสนาน เพื่อสร้างความสนใจ และความตื่นเต้นในการเรียนรู้ของเด็ก

เทคนิค เล่านิทานให้ลูกฟัง นี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายรูปแบบ เพราะการเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้กับลูกน้อยฟังนั้น จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือนิทานเพียงอย่างเดียวก็ได้ คุณพ่อคุณแม่อาจเลือกเป็นหนังสือภาพต่าง ๆ หรือนำสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัวมาพูดคุยกับลูกได้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่สนุกสนาน เติมเต็มความรู้ และความเข้าใจที่สร้างสรรค์ ส่งผลให้ลูกน้อยพัฒนาทักษะการอ่าน ความคิดสร้างสรรค์ และความสนใจในการเรียนรู้ได้อย่างมาก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เทคนิคการ เล่านิทาน ให้สนุก ลูกฟังฟิน อินข้ามวัน

วันนี้คุณ เล่านิทาน ให้ลูกฟังถูกวิธีแล้วหรือยัง?

อยากให้ลูกฝันดีต้อง เล่านิทานให้ลูกฟัง

เหตุผลที่ควรเล่านิทานและเทคนิคการเล่านิทานให้ลูกน้อยเพลิดเพลินและมีความสุข

ถ้าเบื่อการเล่านิทานเรื่องเดิมซ้ำๆ เพราะลูกขอ ทำอย่างไรดี?

ลดความน่าเบื่อในการเล่านิทาน

 

โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ โรงเรียนเล็กๆ ย่านท่าอิฐ กับหลักสูตรสุดว้าว! Project Approach

โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์  “Children must be taught how to think, not what to think.” – Margaret Mead เด็กๆ ควรได้รับการปลูกฝังว่าควรคิดอย่างไร ไม่ใช่ควรคิดอะไร

โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์
กับหลักสูตรสุดว้าว! Project Approach
ให้เด็กๆ
เลือกเอง เรียนเอง ค้นหาตัวเอง

บรรยากาศทางเข้าโรงเรียน

 

และนี่เป็นการสำรวจโรงเรียนเล็กๆ ที่น่าทึ่ง!

School Visit วันนี้ ทีมแม่ ABK พาคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมาเยี่ยมชม โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ ย่านนนทบุรีกันค่ะ ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือของ โรงเรียนนวพัฒน์วิทยา … อีกหนึ่งโรงเรียนอนุบาล ดีๆ ที่ต้องบอกต่อ!!

ถ้านึกถึงโรงเรียน.. เราอาจนึกภาพอาคารขนาดใหญ่ที่จอแจด้วยห้องเรียนจำนวนนับไม่ถ้วน โถงทางเดินที่มีเสียงดัง และกลุ่มนักเรียนจำนวนมาก กลับกันที่ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ ทุกอย่างแตกต่างออกไป

โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี ห่างไกลใจกลางเมืองอันวุ่นวายอย่างกรุงเทพมหานครฯ ในระหว่างการเดินทางมาที่ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ เหมือนเป็นการปรับอารมณ์ให้เงียบสงบและเรียบง่ายมากขึ้น จากเมืองสู่ชุมชนชานเมืองที่แวดล้อมไปด้วยสีเขียวของต้นไม้มีให้รู้สึกสบายตาตลอดทาง และเมื่อมาถึงเราจะพบอาคารชั้นเดียวสีขาวสะอาดตาสไตล์สแกนดิเนเวียน เพดานสูง โล่ง หายใจได้สะดวก แสงแดดสามารถสาดส่องเข้ามาได้ทุกมุม พร้อมเครื่องเล่น ฐานกิจกรรมสีสันสดใส หลากหลายวัสดุ มากมายหลายฐาน สำหรับผู้ใหญ่แค่เห็นก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว หากเป็นเด็กๆ เราคงคว้าตัวไว้ไม่ทันแน่ … มาดูกันดีกว่าว่าอะไรทำให้โรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้มีความพิเศษ!

แสงสว่างส่องลงมาทั่วทุกบริเวณ ทำให้โรงเรียนดูสดใส พร้อมพี่กระต่าย 3 ตัว มาคอยต้อนรับ (สื่อถึงความสดใสของเด็กชั้นอนุบาล 1,2 และ3)

รูปปั้นกระต่ายสีสันสดใส คอยต้อนรับเด็กๆทุกวัน

 

ลานกิจกรรมสั่งทำพิเศษสำหรับนักสำรวจตัวน้อย พร้อมเล่น พร้อมกระโดด และเรียนรู้กฏจราจรไปในตัว

 

ทุกมุมจะมีเครื่องเล่นให้เด็กหมุนเวียน สับเปลี่ยนกันเล่น ยามว่าง

 

เพราะการเลี้ยงดูในวัยเด็กมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก

ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและมั่นคง ส่งเสริมการควบคุมอารมณ์ และสร้างรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ที่ดีตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่ “คุณกุ่ย พิตรา” ทายาทรุ่นที่ 3 และคุณครูประจำโรงเรียนนวพัฒน์พิทยา (ประชาชื่น) และ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ เชื่อมั่น!!!

และนอกเหนือจากเป็นผู้บริหารและคุณครูแล้ว คุณกุ่ยยังเป็นคุณแม่ลูกแฝด 3 ซึ่งทั้งสามก็เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 3 (หลักสูตร Mini English Program) อยู่ที่นี่อีกด้วย

เรียนเหมือนเล่น เล่นแล้วได้เรียน เพราะเชื่อว่า ยิ่งเล่นยิ่งโต

เด็กๆกำลังเรียนรู้กฏจราจรจากถนนจำลอง

เหยียบรอยเท้าที่ทำจากวัสดุนานาชนิด กิจกรรมพัฒนาประสาททางสายตา สัมผัสทางผิวหนัง การทรงตัว และการควบคุมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ผ่านการเดินหรือกระโดด

น้องอนุบาล 1 เพลิดเพลินกับการเรียนรู้ตัวพยัญชนะภาษาอังกฤษ จับคู่ตัวอักษร-สี และออกเสียง ไปพร้อมกัน

 

สิ่งที่ไม่ทักไม่ได้เลย

เมื่อมาถึงที่ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ คือ ฐานกิจกรรม (ซึ่งมีเยอะมาก) คุณกุ่ย เล่าว่าที่นวพัฒน์เด็กๆ จะเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา เพราะ Sensory & Motor Skill มีความสำคัญต่อเด็กเล็กเนื่องจากส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการโดยรวมผ่านการสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง และการเคลื่อนไหว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และสมอง ในเด็กเล็ก ทักษะทางประสาทสัมผัสมีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตทางพัฒนาการของเด็กและการทำงานในชีวิตประจำวันซึ่งทำได้ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพ

ฐานกิจกรรมที่เด็กๆ ทุกระดับชั้นจะเวียนกันมาทำ เด็กๆชอบอะไร หรือ ไม่ชอบอะไรนั้น จะสังเกตได้ผ่านการทำกิจกรรม
กิจกรรมเหยียบสี สร้างความเป็นนักคิดให้กับเด็กๆ เพราะเด็กๆสงสัยว่า ทำไมสีจึงไม่เลอะติดเท้ากันนะ?

การเรียนรู้ผ่านการเล่นจะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับเด็กๆ และส่งเสริมทักษะการประมวลผลทางประสาทสัมผัสในเด็กเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย

 

เด็กๆกำลังจ่ายตลาดจำลอง ฝึกการทำตามคำสั่งผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน เพราะเด็กๆทุกคนชอบรถเข็น!

 

  1. การพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว: ประสาทสัมผัสช่วยพัฒนากล้ามเนื้อเป็นทักษะที่ช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน ทักษะการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor Skill) เป็นทักษะที่ต้องการควบคุมและแม่นยำ ใช้เพื่อควบคุมทิศทางของสิ่งของ เช่น การเขียน ส่วนทักษะการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skill) จะช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักการทรงตัว สร้างสมดุลให้กับร่างกายได้ มีความแข็งแรง มีความทะมัดทะแมง ความไวในการเปลี่ยนท่าทาง มีทักษะที่ดีในการเล่นกีฬา
การตักข้าวหรือเมล็ดถั่วใส่ขวดช่วยพัฒนาการควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กๆและการทำงานที่เชื่อมโยงระหว่าง ตาและนิ้วมือ
  1. พัฒนาการทางอารมณ์: รูป รส กลิ่น เสียง อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก เด็กที่ได้รับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่พวกเขาชอบมักจะรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลาย และสงบ
วัสดุจากธรรมชาติหลากรูปทรง หลายสัมผัส นอกเหนือจากจะได้หยิบจับแล้ว เด็กๆยังได้เรียนรู้ว่าสิ่งไหนไว้ใช้ทำอะไร
  1. การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์: เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหา (Problem solving skill) เริ่มจากการฝึก

กระตุ้นพัฒนาการและทักษะสำคัญตามวัยอย่างเหมาะสม ร่วมกับสอนให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการหาแนวทางแก้ปัญหาผ่านฐานกิจกรรมต่าง ๆ และกิจวัตรในชีวิตประจำวัน

 

กิจกรรมจับคู่ตัวเลขสำเร็จลุล่วงได้ไวขึ้นเมื่อเด็กๆมาช่วยกัน

 

 

  1. ภาษาและการพัฒนาความรู้ความเข้าใจ: ประสาทสัมผัสกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและความรู้ความเข้าใจ ผ่านการสัมผัส การได้ยิน การเห็น และการดมกลิ่นวัตถุต่างๆ ช่วยสร้างคำศัพท์และประสบการณ์ใหม่ๆ
  2. การควบคุมตนเอง: กิจกรรมช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนเอง เรียนรู้เรื่องกฏระเบียบและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม

 

Mini English Program และ ENGLISH PROGRAM ที่ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ ก็มีนะ!!

คุณครูชาวต่างชาติผู้สร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้กับน้องๆอนุบาล 1 จนเด็กๆไม่เกร็งหรือกังวล และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกันอย่างสุดเหวี่ยง

 

ที่ โรงเรียนนวพัฒน์พิทยา และ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ ใช้หลักสูตร National Curriculum ของประเทศอังกฤษมาประยุกต์กับการเรียนการสอนแบบไทย จึงออกมาเป็นหลักสูตร Hybrid Curriculum (การผสมกันระหว่างสองหลักสูตร) โดยจัดการเรียนการสอนเป็นรูปแบบภาษาอังกฤษ ทั้งคุณครูและตำราเรียนจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่จะมีบางวิชาที่ยกเว้น เช่น วิชาภาษาไทย วิชาสังคมศาสตร์

คุณครูชาวต่างชาติกำลังเล่านิทานหุ่นมือให้น้องๆชั้นเตรียมอนุบาลฟัง

การเรียนการสอนของอังกฤษจะแตกต่างจากหลักสูตรของไทยตรงที่มีเรื่อง Understanding of the world ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเด็กๆ ก็จะมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ค้นหาตัวตนของตัวเองได้จากกิจกรรมและการเรียนรู้ที่โรงเรียน มุ่งเน้นให้เด็กๆได้สำรวจ เรียนรู้ ลงมือทำ ค้นคว้าด้วยตัวเอง โดยการใช้ “Project Approach” (เริ่มตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล) ซึ่งแต่ละสัปดาห์จะมีหัวข้อแตกต่างกันไป (เด็กๆไม่เบื่อแน่นอน) ผ่านการทำกิจกรรมที่ Sensory Station ที่จะแทรกเนื้อหาสาระโดยเด็กๆแทบจะไม่รู้ตัว (เหมือนแอบผสมผักเข้าไปในอาหาร)

 

เลือกเอง เรียนเอง ค้นหาตัวเอง

เด็กๆ ได้ลงมือปลูกและดูแลผลผลิต ในสถานที่จริง เป็นสร้างประสบการณ์และความภาคภูมิใจให้ตนเอง

การกำหนดกิจกรรมของเด็กๆ นั้นไม่ได้มาจากไหนเลย เด็กๆเป็นผู้กำหนดเองว่าอยากเรียนรู้เรื่องอะไร กระบวนการสอนแบบ “Project Approach” เด็กๆมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ตัดสินใจและเลือกเส้นทางการเรียนรู้ของตนเอง เริ่มจากความชอบของเด็กๆ ให้เด็กๆเรียนรู้ด้วยตนเอง ค้นหาตนเอง ในแบบของตนเอง โดย

  • คุณครูจะถามประสบการณ์ของเด็กๆก่อน เพื่อเตรียมคลังความรู้
  • คุณครูจะนำข้อมูลมาบูรณาการ (ประยุกต์)
  • พาเด็กๆไปทัศนศึกษา
  • หลังจากนั้นให้เด็กๆกลับมาสร้างผลงานของตัวเอง
  • สุดท้ายจัดแสดงผลงานของเด็ก โดยเชิญผู้ปกครองมาชมด้วย ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันประสบความสำเร็จมากการเรียนรู้จะผ่าน 4 สาระการเรียนรู้ได้แก่ ตัวเรา ธรรมชาติรอบตัว บุคคลและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเชื่อมโยงทักษะด้านวิชาการด้านต่างๆ คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เชาวน์ปัญญา ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็กๆให้เกิดการเรียนรู้และแสวงหาความรู้อย่างยั่งยืนหรือที่เรียกว่า Lifelong Learning ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะเป็นผู้ใฝ่รู้สนใจอยากค้นคว้าสิ่งต่างๆรอบตัว การเรียนการเป็น หน่วยการเรียนรู้ แกต่างไปตามอาทิตย์ โดยการเลือกหัวข้อคุณครูจะอิงกับหลักสูตรประถมวัย
ทำไมแต่ละขวดจึงมีเสียงที่แตกต่างกัน? กิจกรรมจะกระตุ้นให้เด็กๆสงสัย สร้างความอยากรู้ อยากเห็น

หล่อหลอมพฤติกรรมคุณภาพ

การเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Project Approach ไม่ได้แค่เพียงทำให้เด็กๆรู้สึกสนุกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมคุณภาพผ่านการลงมือทำ เด็กๆที่นวพัฒน์จะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้นี้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1

  1. การทำงานร่วมกัน: คุณครูและเด็กๆทำงานร่วมกันเพื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบร่วมมือซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการเรียนรู้ของตนเอง
  2. ความยืดหยุ่น: กิจกรรมการเรียนรู้และกลยุทธ์การสอนได้รับการปรับและปรับแต่งตามความต้องการและความสนใจของเด็กๆ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมและมีความหมายมากขึ้น
  3. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ: ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มากกว่าการท่องจำ
  4. เครื่องมือ: คุณครูและเด็กๆใช้สื่อและกิจกรรมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบโต้ตอบและมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

นอกเหนือจากที่เด็กๆจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงแล้ว เด็กๆยังได้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆตามหัวข้อที่เด็กๆสนใจ เป็นเรื่องจริงที่ว่า สิ่งใดก็ตามที่ทำเป็นประจำสิ่งนั้นย่อมปลูกฝังและเป็นนิสัย

เด็กช่วยกันจับคู่ไม้ไอศครีมให้เสร็จและสำเร็จไปด้วยกัน เป็นการฝึกการทำงานร่วมกันไปในตัว

เด็กๆ พูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วและมั่นใจ

ภาษาอังกฤษของเด็กๆที่โรงเรียนนวพัฒน์จัดได้ว่าเป็นจุดขายของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ … เพราะที่นวพัฒน์เป็นการสอนภาษาอังกฤษแบบที่ไม่ใช่ท่องจำนั่นก็คือ โฟนิคส์ (Phonics) เป็นการเรียนภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆออกเสียงได้ถูกต้อง ทำให้เด็กๆสื่อสารภาษาอังกฤษได้ชัดเจนและสามารถอ่าน เขียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะสามารถสะกดคำศัพท์ต่างๆได้ด้วยตัวเองจากการรู้จักเสียงของตัวอักษรและเข้าใจหลักการผสมเสียง ซึ่งการอ่านเขียนแบบโฟนิคส์จะสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่านักเรียนทั่วไปและมีความแตกฉานทางภาษา รักการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตัวเด็กๆเองในอนาคต

น้องๆ อนุบาล1 เรียนภาษาอังกฤษกับคุณครูอย่างสนุกสนาน

ฟุตฟิตฟอไฟ ไม่ทิ้งภาษาไทย

หลักสูตรอิงตามกระทรวงศึกษาธิการของไทย แต่การเรียนการสอนวิธีการแบบอังกฤษ

ทีเชอร์สายวิชาการเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง จบหลักสูตรครุศาสตร์ จากประเทศอังกฤษ ดูแลและออกแบบการจัดการเรียนการสอน ใช้หนังสือและตำรานำเข้าจากต่างประเทศซึ่งเหมือนกับหลักสูตรในโรงเรียนนานาชาติ จึงทำให้เด็กๆนวพัฒน์อ่าน เขียน พูดภาษาอังกฤษราวกับ native speaker ในขณะที่วิชาไทยก็ใช้บทเรียนภาษาไทย เนื้อหาหลักสูตรไทย เด็กๆจึงได้เรียนรู้ 2 ภาษาแน่นๆไปพร้อมๆกันแน่นอน

การวัดผล ผ่านการเก็บคะแนนตามที่คุณครูกำหนด (ยกเลิกการสอบมิดเทอม) และมีสอบปลายภาคแค่ครั้งเดียว

เด็กๆจะได้ไปสอบวัดผล National Test (NT) เพื่อประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการสอบ Ordinary National Education Test (O-NET) เพราะช่วง ป.4,5,6 เด็กๆจะต้องไปต่อชั้นมัธยม … ซึ่งเด็กๆนวพัฒน์สามารถสอบเข้ามัธยมโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงได้เป็นจำนวนมาก

ชั้นเรียนกับคุณครูไทย ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

หนูน้อยรักการอ่าน

ห้องสมุด สีหวาน พร้อมพี่ยีราฟตัวใหญ่ แล้วทำไมเด็กๆจะไม่อยากเข้าไปล่ะ!

เด็กๆ นวพัฒน์จะมีวิชา Literature วิชาที่ว่าด้วยการอ่านวรรณกรรม ปลูกฝังให้เด็กๆรักการอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยิ่งได้รับการส่งเสริม ให้รู้จักหนังสือและการอ่านเร็วเท่าไหร่ เด็กก็มีแนวโน้มที่จะมีพัฒนาการที่ดีและมีความพร้อมในการเรียนรู้เร็วยิ่งขึ้น เพิ่มความคิด เพิ่มจินตนาการ

น้องเตรียมอนุบาล 1 นั่งฟังคุณครูเล่านิทานอย่างอบอุ่น
Project Approach เมื่อเด็กๆเลือกหัวข้อ “สัตว์ทะเล”

5 สิ่งพิเศษที่ทำให้เด็กอยากมา โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ ทุกวัน

  1. เลือก เรียน ได้

Project Approach ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองเลือกซึ่งจะทำให้เด็กสนใจและมีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

  1. เรียน เหมือน เล่น

มาโรงเรียนแต่มาเหมือนเล่น! ที่นวพัฒน์เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม หยิบ จับ ขยับ สังเกต เด็กๆจะมีส่วนร่วมและปฏิบัติกิจกรรมทั้งในและนอกห้องเรียนไปตามฐานกิจกรรม หมุนเวียนกันทั้งวัน เคลื่อนที่จนเด็กๆไม่รู้สึกเบื่อ

  1. เล่น สร้าง เพื่อน

เวลาทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ให้กับเด็กๆอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กๆจะเรียนรู้การเข้าสังคม เปิดโอกาสให้เด็กๆได้สื่อสาร ร่วมมือ และเล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน

  1. คุณครูและความผูกพัน

เพราะคุณครูไม่ได้สอนหน้าชั้นเรียน และเรียกตอบคำถามถูกหรือผิด แต่คุณครูเป็นสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เมื่อเด็กๆเป็นผู้เลือกหัวข้อที่ในการเรียนรู้ คุณครูก็จะออกแบบและวางแผนกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการประสานงานระหว่างคุณครูและนักเรียน ซึ่งทำให้เด็กๆและคุณครูผูกพันกันมาก

  1. ความแอดวานซ์และว้าว

นอกเหนือจากกิจกรรม เด็กๆยังได้เรียนรู้กับวิทยากรภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทางโรงเรียนได้เชิญมาอีกด้วย

และในทุกๆหน่วยกิจกรรม ทางโรงเรียนจะพาเด็กๆไปทัศนศึกษาข้างนอก! เด็กๆจะตื่นตาตื่นใจ! เมื่อได้เห็นสิ่งที่เด็กๆสนใจหรือได้เรียนมาอยู่ตรงหน้า กลับจากทัศนศึกษาเด็กๆจะได้สร้างผลงานตามแบบฉบับของตนเอง และทุกผลงานจะได้รับการจัดแสดง

กลุ่มกิจกรรมสวนไดโนเสาร์ เด็กๆมีสมาธิและเล่นได้นานมากอยู่ในฐานที่มั่น

Mommy’s Love This! ถูกใจแม่

  1. ลูกได้เลือกเรียน

คุณแม่ยุคใหม่กดไลค์แน่นอน เมื่อเด็กๆสามารถเลือกเรียนได้ เด็กๆจะไม่รู้สึกว่าการไปโรงเรียนคือการบังคับและเด็กๆก็จะสามารถค้นหาความชอบของตัวเองเจอ

  1. ภาษาอังกฤษเป็นเลิศ

คุณแม่ไม่ต้องเสริมคอร์ส ภาษาอังกฤษแบบ Phonics เพิ่มเติม เพราะที่นวพัฒน์เป็นการสอนแบบโฟนิคส์อยู่แล้ว  เริ่มตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลไปเลย หลักสูตรภาษาอังกฤษของที่นวพัฒน์จะทำให้เด็กๆสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ราวกับเจ้าของภาษา

  1. เด็กๆกล้าแสดงออก

กิจกรรมเป็นเครื่องมือการเรียนการสอนหลักของโรงเรียนนวพัฒน์ การสร้างกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้แสดงออกบ่อยๆ จะช่วยให้เด็กมีพฤติกรรมที่การกล้าแสดงออกมากขึ้น ช่วยลดอาการประหม่า และเพิ่มพูนความมั่นใจ คุณครูจะเป็นผู้ช่วยส่งเสริมให้เด็กๆมีความกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม

  1. กิจกรรมทั้งวันให้ปล่อยพลังล้นๆ

เด็กจะได้ปล่อยพลังทั้งวัน คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกไม่หิว ลูกไม่ง่วง เวลากลับบ้าน

  1. ความปลอดภัยแน่นหนา

บุคคลากรครูดูแลอย่างทั่วถึง รั้วรอบโรงเรียนรอบขอบชิด ประตูหน้าโรงเรียนปิดระหว่างชั่วโมงการเรียนการสอน บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าภายในโรงเรียนได้

เวลาเปลี่ยนกิจกรรม คุณครูจะคอยดูแลให้เด็กเตรียมตัวอย่างเหมาะสม เดินเรียงกันเป็นรถไฟไปทำกิจกรรมใหม่ เด็กๆจะเรียนรู้การรอคอยและการทำงานเป็นทีม

 

ก่อนและหลังกิจกรรม ล้างมือคือสิ่งสำคัญ เด็กๆจะเรียงแถวไม่แซงไปล้างมือกัน

 

การรับสมัครนักเรียน

เตรียมอนุบาล อายุ 2 ปีเป็นต้นไป สามารถเข้าเมื่อไหร่ก็ได้

ชั้นอนุบาล 1 เปิดรับสมัครช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกๆปี เพื่อเข้าเรียนในปีถัดไป

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เปิดรับสมัครช่วง มกราคม – มีนาคม ของปีการศึกษานั้นๆ

ชั้นประถมศึกษาสามารถเข้าเรียนกลางคันได้ แต่จะมีการทดสอบวัดระดับความรู้พื้นฐานของเด็กๆ

สามารถจองเข้าเรียนล่วงหน้าโดยตรงกับทางโรงเรียน ซึ่งที่นวพัฒน์จำกัดจำนวนนักเรียนเพียง 20 คนต่อ1ห้อง และไม่รับเพิ่ม เพื่อคุณครูจะได้ดูแลได้อย่างทั่วถึง

 

โรงเรียนนวพัฒน์วิทยา ประชาชื่น

  • ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นเตรียมอนุบาล 35,000 บาท ต่อเทอม
  • ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-3 หลักสูตรภาษาไทย 30,000 บาท ต่อเทอม
  • ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-3 หลักสูตร Mini English Program 40,000 บาท ต่อเทอม
  • ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 หลักสูตรภาษาไทย 30,000 บาท ต่อเทอม
  • ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 หลักสูตร English Program 42,000 บาท ต่อเทอม

 

โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ (ท่าอิฐ)

ค่าธรรมเนียมการเรียนระดับชั้นเตรียมอนุบาล – อนุบาล 3 = 58,000 บาท ต่อเทอม

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 097-2890670

https://www.facebook.com/nawaphatkindy

https://www.facebook.com/nawaphat.school

 

Editor : แม่พลอย
ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข


อ่านต่อบทความน่าสนใจ

น้ำนมเหลือง วัคซีนธรรมชาติจากแม่สู่ลูก ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่แรกเกิด

นมแม่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญ โดยน้ำนมของแม่จะมี 3 ระยะคือ ระยะหัวน้ำนม (หรือน้ำนมเหลือง), ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน และระยะน้ำนมแม่ ซึ่งน้ำนมแม่ทั้งสามระยะนี้ มีคุณค่าทางสารอาหารที่แตกต่างกัน  โดยส่วนที่สำคัญและเปรียบเสมือน วัคซีนธรรมชาติจากอกแม่สู่ลูกน้อย คือระยะหัวน้ำนม (colostrum) หรือที่เรียกว่า น้ำนมเหลือง

น้ำนมเหลืองของแม่ ที่จะมีเพียง 3 วันแรกหลังคลอดเท่านั้น

ลักษณะของน้ำนมเหลือง

น้ำนมเหลืองจะมีสีเหลืองข้น โดยร่ายกายของแม่จะสร้างและหลั่งน้ำนมเหลืองออกมาเพียง 3 วันแรก หลังคลอดเท่านั้น หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น Mature Milk หรือนมที่เป็นสีขาวในที่สุด

น้ำนมเหลือง เปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติจากอกแม่สู่ลูกน้อย

  • น้ำนมเหลืองประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นมากมาย โดยเฉพาะ “แลคโตเฟอร์ริน” ปริมาณสูง เปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติชั้นดี เพราะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรง ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในทารกแรกเกิด จึงลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย
  • ช่วยทำให้ผนังลำไส้แข็งแรงขึ้น กระตุ้นการเพิ่มแล็กโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ในลำไส้ของเด็ก และลดปริมาณแบคทีเรียอีโคไลซึ่งมีอันตรายต่อทารกให้น้อยลงได้
  • นอกจากนี้ น้ำนมเหลืองยังมีสารอาหารสำคัญหลากหลายชนิด เช่น MFGM, DHA ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง รวมถึงพัฒนาการอื่นๆ ของลูกน้อยอย่างรอบด้าน

 

แลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) สารอาหารสำคัญในน้ำนมเหลือง 

แลคโตเฟอร์ริน คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากในนมแม่ โดยเฉพาะน้ำนมเหลือง ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 15-20% ของโปรตีนทั้งหมดในนมแม่ ถือเป็นสารอาหารที่สำคัญมากที่ลูกควรได้รับ ซึ่งมีผลวิจัยรองรับว่า แลคโตเฟอร์ริน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย นอกจากนี้ แลคโตเฟอรินยังช่วย

  • ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา
  • กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดโอกาสการติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ
  • ส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร ด้วยการเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพ และทำให้ผนังลำไส้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดท้องเสีย

 

 

การให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมเหลืองตั้งแต่แรกเกิด จะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี โดยเฉพาะเด็กผ่าคลอดที่อาจมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ เพราะไม่ได้รับจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในช่องคลอดของแม่ ซึ่งตัวช่วยหรือหนึ่งในสารอาหารสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก็คือ แลคโตเฟอร์ริน ที่พบมากในน้ำนมเหลืองของแม่

ผสานพลังสารอาหารในน้ำนมเหลืองเพื่อพัฒนาการครบรอบด้าน

น้ำนมเหลืองนั้น นอกจากจะมีแลคโตเฟอร์รินในปริมาณที่สูงแล้ว ยังอุดมด้วยสารอาหารสำคัญอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • MFGM เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่พบในนมแม่ มีองค์ประกอบเป็นโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด เช่น สฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด และแกงกลิโอไซด์ มีงานวิจัยรองรับว่านมแม่ซึ่งมี MFGM ส่งผลดีต่อพัฒนาการสมองในระยะยาวของเด็กเล็กไปจนถึงวัยเข้าเรียน เด็กที่ได้รับ MFGM อย่างเพียงพอในช่วงแรกของชีวิต จะมี IQ และ EQ ที่เหนือกว่าเด็กที่ไม่ได้รับ MFGM
  • DHA กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ที่เป็นโครงสร้างของเซลล์สมองและจอประสาทตา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาท เพิ่มจุดเชื่อมต่อของเซลล์สมอง การเรียนรู้ของเด็กจึงดีขึ้นไปด้วย
  • ใยอาหารหรือพรีไบโอติกส์ อาทิเช่น 2’-FL ใยอาหารธรรมชาติชนิดที่พบได้มากที่สุดในนมแม่ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพชนิดดีในลำไส้ ป้องกันการติดเชื้อของลำไส้ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ลดโอกาสในการเจ็บป่วย

สารอาหารในน้ำนมเหลืองเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น แลคโตเฟอร์ริน, MFGM, DHA หรือใยอาหาร 2’-FL ไม่เพียงแค่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง แต่ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ครบรอบด้านให้ลูกน้อย ทั้งพัฒนาการสมอง ภูมิคุ้มกัน และระบบทางเดินอาหาร ดังนั้น ยิ่งลูกได้รับสารอาหารในน้ำนมเหลืองเหล่านี้ได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีประโยชน์และส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ในกรณีที่คุณแม่ไม่มีน้ำนมเหลือง อาจลองปรึกษาแพทย์ให้แนะนำนมสูตรที่มีสารอาหารที่พบในน้ำนมเหลือง โดยเฉพาะ “แลคโตเฟอร์ริน”

ค้นพบมหัศจรรย์น้ำนมเหลืองที่มี “แลคโตเฟอร์ริน” เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3NPA8Gb

Tags

MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3

ประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านเข้ารอบ รอบที่ 1 MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3

ประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านเข้ารอบ รอบที่ 1 MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3 กับการประกวดคุณแม่นักรีวิวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มาเป็นหนึ่งในทีมคุณแม่ Influencer มืออาชีพกับ Amarin Baby & Kids และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมโอกาสเป็น Influencer มืออาชีพ กับ Amarin Baby & Kids

ใครจะมีสิทธิ์ได้ร่วมประกวดกันบ้าง…เช็กรายชื่อได้ที่นี่!!

กรุงเทพมหานครฯ

กนกวรรณ แต่งอักษร

กมลฉัตร โสมประยูร

กลิ่นสุคนธ์ วันหมัด

กอบกุล กาญจนมุกดา

กัลยานิษฐ์  สิริธีรนนท์

กุลธิดา ดีชัยยะ

จิตติพร ตั้งจิตรเที่ยง

จินห์จุฑา ประกายแก้วสกุล

ชไมพร เกิดสุทธิ

ชณุตพร ศรีจำลอง

ชรินทร์ทิพย์ ทองสุกโชติ

ญดา วัฒนาศิริพานิช

ณวัสนนท์ พงศ์เกษมฐิรกุล

ณัชชา พงศ์พิสุทธิ์วณิช

ณัฐธิดา ดียิ่ง

ณัฐมล ว็อล์ช

ณัฐหทัย กรรณสูต

ณิชา ยมสมิต

ธนวรรณ เดชชุษณะนาถ

ธนารีย์  แซ่เติน

นนท์ชยลักษณ์ พรรณาผลากูล

นวมนรัศมิ์ วชิระธนานนท์

นัฐยา ปานรักษ์

นุศรา สุภาษร

นุสรา สุขเทียบ

บุศรินทร์ งามกร

เปรม​ยุ​ดา​ กฤษณ​จินดา​

ปุณยวีร์ ปาละ

ผกามาศ ไชยวิสุทธิกุล

แพรวเพ็ญ พิณพิพัฒน์

พกุล เสริฐสุวรรณกุล

พธพร รัตนสิโรจน์กุล

พัชต์วรินทรา วงศ์ฉัตรทอง

พิมพร  โรจนวิภาต

พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล

พิมพ์วิภา วงศ์ไทย

ภัสราวดี เผ่าจินดา

เมย์ วังพัฒนมงคล

เมวิกา เพ่งผล

มัณฑนา โชคศิริวัฒนาวาณิช

มานิตา ชะนะวิวัฒน์

รุ่งจอมขวัญ สวัสดิ์วัฒนดล

แววมณี เผือกสกนธ์

วรณิชชา แสงสุพรรณ

วราลักษณ์ อาตวงษ์

วิภาวัณย์ อรรณพพรชัย

สลิลดา บานแย้ม

สุทธิภา โมฬี

สุทธิลักษณ์ สกุลไทย

สุนิสา ไกรวงศ์

สุภัทรา จักร์แก้ว

หทัยชนก จุฑาเจริญสุข

อนิสา ทองทา

อนุสรา เชาว์ไว

อภัสนันท์ ศรีสกุล

อรชพร​ สวัสดี

อรอนงค์ จินตาไชยวิชญ์

อริสรา ติรณสวัสดิ์

อลิษา เหมือนวงศ์ทำ

ไอรฎา มะทา

May Wangpatanamongkol

Phatwarinthara wongchatthong

 

ภาคกลาง

กนกวรรณ ทับทิมทอง

กนกวรรณ ประสิทธิ์

กัณนิกา  ปาระมี

กานต์พิชชา ธนาดิลก

จิตรกานต์ ภักดี

จิรัชญาณิช เบญจสกุล

ชมพูนุช ฐิติปุญญา

ชัญญา งิมสันเทียะ

ฐานิตย์รดา สาโรจน์วงศ์

ฐาปนี สุทธิสน

ฐิติยา นิ้มสุวรรณ

ณัฐธนภัทร์  แสงอุทัย

ดวงนภา สมสุขเจริญ

ธนัญญา สัตระ

ธัญลักษณ์ แมคกี

นริศรา ศรีมะปรางค์

นัทชา โสภณ

นันท์ชนก ไพฑูรย์มงคล

ปณัสยา ท้วมทอง

ปณิชา นพจิระเดช

ประกายรัตน์ เอื้อนุกูล

ปริตา สุรคุณารักษ์

ปลายลาณี ทัดทรัพย์ฤทธิ์

พรพรรณ โชติมโนธรรม

มชณต วงศา​โรจน์​

รมิดา โฆษิตวราสิน

วรรณวิศา เรืองเดช

วรันธร สุวัตถิกุล

วรางคณา วีระเศรษฐ์ศิริ

วิภาวัลย์ เจริญสุข

วิภาวี ชมิดท์

วิภาสิริ อุตตะกะ

วิมลสิริ เจริญมิตร

ศรศมน​ หวัง​เพิ่ม​พิทยา​

ศิริวรรณ สาพรม

ศุภนิมิต ปิ่นดี

สรารัตน์ ศรีชาลี

สิรินทรา ตันติวุฒิไกร

สิริภา  ยิ่งรัตน์

สิวิภรณ์ โสภณสิริวัฒน์

สุธิณี เกตุเจริญ

สุภัสรา พารักษา

สุภัสสรา โพธิ์เปี่ยม

หทัยชนกก์ แสงภู่

หทัยรัตน์ เหมือนดี

อรชพร​ เวช​ฌ​ณ​ะ​พาณิช​

อาทิตยา เมตตาประสพกิจ

อาทิตยา แย้มบางยาง

ภาคเหนือ

กนกพร จุระเพ็ชร

กรรณิการ์  สารกูมาร

กรวิกรานต์ เสรีสันติวงศ์

กัลญ์วิกา เยี่ยมแสง

กุลญาดา คำเขื่อน

เจนจิรา ระบิล

จิณณ์ณิตา แก้วมา

จีรภัส อยู่ยืน

ชนนิกานต์​  ชัยสาธิตพร

ณัฐธิดา อยู่ลือชา

ณิชนันท์ ชุ่มเย็น

ธิติกานต์ นวสุขารมย์

นิจจารีย์ เฉลิมทรัพย์

นิภาวรรณ นามวงศ์

นิลาวัลย์ ใจฉลาด

บุญธิดา ทองดี

ปิยะฉัตร ช่วยไทย

พรรณิกา ศิริ

พรรษา เครือแปง

พวงผกา สะเสริม

พัทธนันท์ เรือนสุภา

ไพลิน ธิติสรณ์กุล

ศิวิมล พานิชย์วิไล

สุกัญญา ณัฎฐาชาติ

สุดาทิพย์ กล้าโชติชัย

สุทิศา โองาวะ

อมรรัตน์ ชุมภู

อังศุลิน ตั้งใจ

อัฐฐภิรมย์ ธนัตถ์ธำรงกุล

เอกอัปสร จันทรวิลักษณ์

 

ภาคอีสาน

กัณตินันท์  เกินขุนทด

กาญจนาภรณ์ เสือสา

ชนมน​ สันติ​ธรรมา​กร​

ธนารีย์  แซ่เติน

ธัญวลัย แลม

พรชนิตว์  อินทะบุญศรี

พรนิภา​ เสน่ห์จันทร์

พรภัส เพชรตระกูลเจริญ

มณีรัตน์ ศิริสวัสดิ์พิพัฒน์

วาฐินี กะการดี

วารุณี ผิวงาม

วิภาดา​ ขัน​โคก​กรวด​

สายสกุล เบี้ยทอง

สุกัญญา  สารเศวก

สุธาศินี ทำจำปา

สุวรรณี สมศรี

 

ภาคใต้

กรวิกรานต์ เสรีสันติวงศ์

กฤษดี โทนุสิน

กาญจณี โนนุช

เจียระไน สุรัตน์วิมล

จิตราภรณ์ วงดา

จุฑาภรณ์ ปีนะกาตาโพธิ์

ญาดา ประเสริฐสม

ฐานิตย์รดา สาโรจน์วงศ์

ฐิตาภรณ์ อันสนั่น

ณัฐพร จิรศักยกุล

ทัชชมัย อนุรักษ์กมลกุล

นวพร  รัตนทิพย์

นันทิชา พานิชชีวะกุล

นาถลัดดา เลอวิศิษฎ์

พรสุภา ปิ่นแก้ว

มนัสชนก เรืองธารา

รัชนีกร รองเลื่อน

รัชภร สิทธิเดช

วิยะดา หวันหม๊ะ

ศศิวิมล รัตนนรเศรษฐ

เสาวลักษณ์ จรัสพันธ์

โสภิดา  สุภาจักร์

สาธิตา พุ่มอยู่

สุลาวัณย์ สราวุธรัตนานนท์

อัญชนา สุวรรณ์พุ่ม

อัญชศา ทองแกมแก้ว

อาภาพรรณ ศิริชาติ

 

♦ กติกาการประกวดคัดรอบที่ 1
MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 

รายละเอียดการทำรีวิว แบบ  Photo Series

  • ผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับกล่อง “Mommy Box” สำหรับการเขียนรีวิวสินค้าและถ่ายภาพจำนวน 5 ภาพ(จัดส่งถึงบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่ #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids และ #แบรนด์สินค้า โดยโพสต์ได้ 1 คน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 4 สิงหาคม 2566
  • ส่ง Link รีวิว มาที่ Google Form https://bit.ly/SubmitMICSS3 แนบลิ้งค์ส่งประกวดรอบ ที่ 1
  • ผู้เข้าประกวดสามารถแชร์โพสต์รีวิวสินค้าไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม

ประกาศชื่อผู้ผ่านเข้ารอบวันที่ 19 สิงหาคม 2566
ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids

 เกณฑ์การตัดสิน ประกวด รอบที่ 1

พิจารณาคุณภาพของ Content รีวิว ตั้งแต่วันนี้ – 4 สิงหาคม 2566 โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) ดังนี้

  • การเรียบเรียงเนื้อหา เต็ม 15 คะแนน
  • ความโดดเด่นของสินค้า (ภาพถ่าย) เต็ม 30 คะแนน
  • สื่อสาร Key message ครบถ้วนตามโจทย์ที่กำหนด เต็ม 25 คะแนน
  • สไตล์การเขียนรีวิว และ ความรู้ แรงบัลดาลใจ วิธีการเลี้ยงลูก เต็ม 30 คะแนน

 

*เงื่อนไข การประกวดคัดเลือก

  • ห้ามคัดลอก ลอกเลียน หรือดัดแปลงงานเขียนรีวิวของผู้อื่นเป็นอันขาด หากพบว่ากระทำการดังกล่าวจะถือว่าตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน
  • ข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิปถือเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต สามารถทำการปรับปรุงแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน นอกจากนี้ สิทธิ์ใดๆ อันเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิป
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

หมายเหตุ

  • วันและเวลาของกำหนดการต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
  • การดำเนินงาน และการตัดสินอยู่ในดุลยพินิจจากคณะกรรมการ และการตัดสินจากคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
*หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเข้าไปทาง inbox Facebook : Amarin Baby & Kids โดยพิมพ์คำว่า MIC3 พร้อมคำถามที่ต้องการสอบถาม

แฟน จิบลิ ในประเทศไทยมาทางนี้! ทีมแม่ ABK พาเที่ยวโลกอนิเมะ ของ Ghibli Studio ที่เซ็นทรัลเวิลด์

มาถึงไทยแล้ว! จิบลิ สตูดิโอ จากประเทศญี่ปุ่น ที่สร้าง อนิเมะ สุดคลาสสิคมาจัดนิทรรศการอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่จะพาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เข้าไปโลดแล่นในโลกแห่งจินตนาการค่ะ หากวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว คุณพ่อคุณแม่กำลังหากิจกรรมพาเด็กๆ เที่ยว ทีมแม่ ABK ขอแนะนำ

‘THE WORLD OF STUDIO GHIBLI’S ANIMATION EXHIBITION BANGKOK 2023’

ฉากสองพี่น้องในเรื่องโตโตโร่ การ์ตูนสุดน่ารักของ จิบลิ

เมื่อ 20-30 ปี ที่แล้ว สังคมไทยอาจจะคิดว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นงานศิลปะที่ไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่านัก แต่ความจริงแล้ว การ์ตูนแต่ละเรื่องนั้นแฝงด้วยความรู้สึก ความหวัง ความฝัน จินตนาการ และยังสอดแทรกกำลังใจดีๆ ที่แม้กระทั่งผู้ใหญ่อย่างเราก็ยังต้องการอยู่เสมอ ปัจจุบันเด็กคนนั้นได้กลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีเจ้าตัวน้อยข้างๆ เมื่อมีโอกาสนี้แล้ว น่าจะพาเด็กๆ มาสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่เราเคยประทับใจไปด้วยกันนะ

สตูดิโอจิบลิได้ก่อตั้งใน ค.ศ. 1985 โดยผู้กำกับอย่างฮายาโอะ มิยาซากิ ร่วมกับผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและพี่เลี้ยงอย่าง อิซาโอะ ทากาฮาตะ และ ผู้จัดการฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสร้างที่มีผลงานมายาวนานอย่างโทชิโอะ ซูซึกิ โดยความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ของจิบลิ คือฉากหลังที่สวยงาม และการเคลื่อนไหวที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ต้นหญ้า ใบไม้ ขนแมว ทุกรายละเอียด เสมือนเราสัมผัสมันได้จริงๆ

ฉากบ้านต้นไม้ของโตโตโร่ รอให้ทุกคนไปส่องว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้างน้า

หลังจากนิทรรศการที่ไทเป ไต้หวัน เมื่อปี 2560 นี่ก็เป็นอีกครั้งที่สตูดิโอ จิบลิ ขนเอานิทรรศการมาให้แฟนๆ ต่างประเทศสัมผัสกับความอลังการด้วยตาตัวเอง และที่พิเศษสุดๆ สำหรับแฟน จิบลิ ชาวไทย งานนี้ได้คัดเอาฉากใน อนิเมะ ถึง 10 เรื่องของ จิบลิ สตูดิโอ จากที่เคยดูได้เฉพาะหน้าจอโทรทัศน์ มาจำลองให้เราสัมผัสในชีวิตจริง ทั้งฉากที่จัดขึ้นมาเป็นรูปปั้นเหมือนตัวละครให้เราได้เข้าไปสำรวจดูอย่างใกล้ชิด และสามารถมองได้จากทุกมุม หรือจะเป็นฉากที่อยู่ในกรอบรูปสามมิติ ได้ถูกเนรมิตให้เหมือนมีชีวิตขึ้นมา

ฉากจัดแสดงในนิทรรศการที่ประเทศไทยมีดังนี้

  1. เครื่องบินของนาชิกา จาก Nausicaä of the Valley of the Wind
  2. ปราสาทกลับหัว หรือ ลาปูต้า (Laputa) จาก Castle in the Sky
  3. ป้ายรถเมล์และบ้านต้นไม้ จาก My Neighbor Totoro​
  4. จักรยานลอยฟ้าและร้านขนมปัง จาก Kiki’s Delivery Service
  5. ชายหาดพักผ่อน จาก Porco Rosso
  6. บ้านของเหล่าทานุกิ จาก Pom Poko
  7. ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ จาก Princess Mononoke
  8. คาโอนาชิและรถไฟแห่งวิญญาณ จาก Spirited Away
  9. ปราสาทเวทมนตร์ จาก Howl’s Moving Castle
  10. โปเนียวและเหล่าฝูงปลา จาก Ponyo on the Cliff by the Sea (จัดแสดงที่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งถนนพระราม 1)
คุณภูติไร้หน้า พาชมปราสาทของพ่อมดฮาวล์ (Cr.Live Nation Tero)

 

ปราสาทของพ่อมดฮาวล์ ขยับได้เหมือนในการ์ตูนเลยค่ะ แล้วยังมีด้านในปราสาทที่คุณโซฟีกำลังทำความสะอาดอยู่ด้วย
ฉากในเรื่องแม่มดน้อยกิกิ ที่ดูมุมไหนก็น่ารักไปหมด

จากโลกอนิเมะ มาให้แฟนๆ จิบลิ ชาวไทยสัมผัสความประทับใจ

ไฮไลต์ของงานที่หลายคน รวมถึงแม่ไข่มุกชอบมากก็คือ ฉากในอนิเมะเรื่องดัง ที่เราสามารถเข้าไปถ่ายรูปด้วย เหมือนเป็นอีกตัวละครในเรื่องนั้นๆ ยิ่งสร้างความประทับใจเข้าไปอีก การได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องที่เราชอบ ก็เหมือนสานฝันวัยเด็กเหมือนกันน้า ตัวอย่างฉากที่พามาให้ชาวไทยได้สัมผัสมีดังนี้

  • ป้ายรถเมล์จากเรื่อง My Neighbor Totoro ที่มีพร็อพเป็นร่มแดงให้ถ่ายคู่กับโตโตโร่
  • ฉากจักรยานลอยฟ้า และฉากบอลลูน ที่สามารถทำท่าโหนบอลลูนเหมือนในแอนิเมชั่นเรื่อง Kiki’s Delivery Service หรือแม่มดน้อยกิกิ
  • ที่ว่างข้างๆ บนรถไฟแห่งวิญญาณกับ ‘ภูตไร้หน้า’ จากเรื่อง Spirited Away

การได้พาเด็กๆ มาชมนิทรรศการแบบนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโจทย์ท้าทายที่คุณพ่อคุณแม่ สามารถสอนลูกๆ ได้ไปในตัว เพราะบางจุดจะมีรั้วกั้นและป้ายห้ามจับ แต่บางจุดสำหรับถ่ายรูป ก็อนุญาตให้จับได้ ซึ่งในแต่ละจุดถ่ายภาพ จะมีข้อปฏิบัติคือต้องยืนต่อแถวให้เป็นระเบียบ ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่ สามารถฝึกให้เด็กๆ รู้จักวินัย และความอดทนไปด้วยนะ

ถ่ายรูปคู่กับตัวละครดังใน อนิเมะของจิบลิ โตโตโร่ และภูติไร้หน้า

บางคนอาจจะคิดว่า อนิเมะพวกนี้เก่าเกินไปมั้ย? ลูกๆ ไม่รู้จักแน่ๆ ไม่น่าอิน ไม่สนุกไปด้วยหรือเปล่า เพราะเป็นอนิเมะที่ออกมานานหลายสิบปี แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าได้ลองพาเข้ามาสัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเองแล้ว เมื่อกลับบ้านไป อาจมีแรงบันดาลใจที่เด็กๆ จะได้รับไปอีเยอะเลย เพราะการ์ตูนเป็นโลกของจินตนาการ ที่ครั้งหนึ่งผู้ใหญ่อย่างเราก็เคยสนุกไปกับมัน ไม่แน่ว่ากลับบ้านไปแล้ว ลูกๆ อาจจะขอให้คุณพ่อคุณแม่เปิดการ์ตูนสักเรื่องที่ได้เจอในงานนี้จริงๆ ก็ได้ เราเองก็จะได้เพื่อนที่มาอินการ์ตูนไปด้วยกันอีกคนไงล่ะ ^^

ครอบครัวไหนที่เป็นแฟนจิบลิ หรืออยากพาลูกๆ มาสัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจด้วยตัวเอง พากันไปชมได้ ตั้งแต่ วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2566 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ไลฟ์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บัตรราคา 650 บาท จำหน่ายทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์และเว็บไซต์ หรือบริเวณหน้างานนะคะ

ใครอยากเห็นรีวิวพาชมเป็นภาพเคลื่อนไหว ตามไปที่นี่เลย > https://vt.tiktok.com/ZSLDB9xtF/

https://www.tiktok.com/@amarinbabyandkids/video/7251941277263056133

 

เรื่อง : Sita Suksanan

ภาพ : Live Nation Tero Thailand, Sita Suksanan


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B4

Tags

เรียนยิมนาสติก

THE FLIP RAMA 2 พื้นที่บ่มเพาะทักษะฝึก เรียนยิมนาสติก ให้กับเด็กๆ โดยนักกีฬาทีมชาติไทย

เมื่อลูกน้อยก้าวเข้าสู่ช่วงวัย 4 ขวบ ก็ถือเป็นช่วงเวลาทองให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่ พาเด็กๆ ไปทดลองเล่นกีฬา เพื่อเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ซึ่งข้อดีนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ และให้เด็กๆ ได้เรียนรู้น้ำใจนักกีฬาไปพร้อมกันด้วย … SCHOOL VISIT รอบนี้ ทีมแม่ ABK จึงอยากชวนมาดูพื้นที่ดีๆ สำหรับ เรียนยิมนาสติก ในย่านพระราม 2 ด้วยกันค่ะ

THE FLIP RAMA 2
พื้นที่บ่มเพาะฝึกทักษะยิมนาสติกให้เด็กๆ โดยนักกีฬาทีมชาติไทย

THE FLIP RAMA 2 คือ สโมสรยิมนาสติก ซึ่งดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยตัวจริงเสียงจริง (เช่น คุณณัฐวุฒิ ละม้ายวรรณ และคุณจามร พรหมณี) มีอุปกรณ์ครบครันทันสมัย ได้มาตรฐาน ทั้งบาร์ ห่วง ไปจนถึงหน้าผาจำลอง สามารถเรียนทักษะได้หลากหลาย ตั้งแต่พื้นฐานยิมนาสติกไปจนถึงทักษะของนักกีฬา การขึ้นท่าเพื่อนำไปสู่การเต้น การตีลังกา และ Freerun ฯลฯ

เรียนยิมนาสติก

เรียนยิมนาสติก
การฝึกพื้นฐานยิมนาสติกของเด็กๆ ที่เน้นทักษะการกลิ้งม้วน การล้ม การลงจากที่สูง เพื่อความปลอดภัยและการพัฒนาไปสู่กีฬาอื่นๆ

คุณจามร พรหมณี นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ที่คว้าเหรียญรางวัลมาแล้วมากมาย ผู้เป็นทั้งโค้ชและผู้จัดการของ THE FLIP RAMA 2 ให้คำแนะนำว่า ประโยชน์ของการเรียนยิมนาสติก ไม่ได้มีแค่ความยืดหยุ่น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง สร้างการทรงตัวที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของกีฬาเกือบทุกชนิด จึงสามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลายหรือเรียนเพื่อเป็นพื้นฐานก่อนไปเริ่มเรียนกีฬาชนิดอื่นก็ได้

 

คลาส เรียนยิมนาสติก ที่นี่เน้นการให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จึงเรียนเป็นกลุ่มขนาดเล็ก มีโค้ช 1 คน ต่อนักเรียน 5 คน โค้ชแต่ละคนเป็นนักกีฬาอาชีพที่ผ่านการฝึกอบรบผู้ฝึกสอน จึงทั้งดูแลความปลอดภัยไปจนถึงสามารถให้คำแนะนำการฝึกในมุมมองของนักกีฬาได้ด้วย

 

เรียนยิมนาสติก เรียนยิมนาสติก เรียนยิมนาสติก เรียนยิมนาสติก

เด็กๆ จะได้เรียนรู้การขึ้น-ลงอุปกรณ์ และการใช้อุปกรณ์ยิมนาสติกพื้นฐาน

 

ฝึกทักษะพร้อมกันทั้งครอบครัว > การแบ่งกลุ่มเรียนของที่นี่ไม่เข้มงวดเรื่องอายุ แต่แบ่งกลุ่มตามทักษะ ซึ่งโค้ชจะเป็นผู้ประเมินรายบุคคล ดังนั้นพี่น้องที่มีอายุต่างกันมากสามารถเริ่มเรียนพร้อมกันได้ และคุณแม่ก็สามารถเริ่มเรียนพร้อมเด็กๆ ได้ด้วย

 

 

ส่วนนี้แม่ Love มาก > ความพิเศษของโค้ชที่เคยเป็นนักกีฬาอาชีพ คือ เข้าใจว่าความสามารถทางกีฬาของแต่ละคนไม่เท่ากัน อาจมีพัฒนาได้ช้าหรือเร็ว การเรียนจึงเน้นที่ความสนุกสนานและความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นหลัก ส่วนผู้ที่พัฒนาได้เร็วสามารถเรียนแยกแบบส่วนตัวเพื่อฝึกทักษะเป็นนักกีฬาก็ได้

 

เรียนยิมนาสติก
Private Class โค้ชจะสอนรายบุคคลเพื่อฝึกทักษะไปสู่กีฬายิมนาสติก

ประเภทคลาส

Basic Class

เบสิกยิมนาสติก เหมาะสำหรับเด็กอายุ 4-8 ปี หรือผู้ที่ไม่มีทักษะมาก่อน เน้นความเข้าใจพื้นฐานของยิมนาสติก ฝึกทักษะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ความยืดหยุ่น และการทรงตัว

เรียนครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาที

วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17:00-18.30 น.

วันเสาร์ เวลา 9:00-10:30 น. / 14:00-15:30 น.

วันอาทิตย์ เวลา 9:00-10:30 น.

อัตราค่า เรียนยิมนาสติก

10 ครั้ง 4,500 บาท

8 ครั้ง 3,840 บาท

4 ครั้ง 2,000 บาท

1 ครั้ง 550 บาท

 

Flip Class

เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานยิมนาสติก หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เน้นฝึกทักษะเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย พัฒนาทักษะด้านยิมนาสติก และเทคนิคการทำท่าต่างๆ

เรียนครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาที

วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18:30-20:00 น.

วันเสาร์ เวลา 10:30-12:00 น. / 16:00-17:30 น.

วันอาทิตย์ เวลา 10:30-12:00 น.

อัตราค่า เรียนยิมนาสติก

8 ครั้ง 5,000 บาท

4 ครั้ง 2,600 บาท

1 ครั้ง 750 บาท

 

Private Class

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกทักษะเฉพาะตัว

เรียนครั้งละ 1 ชั่วโมง

(สอบถามเวลาเรียนกับทางสถาบัน)

อัตราค่า เรียนยิมนาสติก

8 ครั้ง 6,500 บาท

4 ครั้ง 3,500 บาท

1 ครั้ง 900 บาท

 

Athlete Class

กลุ่มนักกีฬายิมนาสติก

เรียนครั้งละ 2 ชั่วโมง

(สอบถามเวลาเรียนกับทางสถาบัน)

อัตราค่าเรียน

1 คน 1,600 บาท

2 คน 1,600 บาท

3 คน 2,400 บาท

 

ข้อมูลติดต่อ THE FLIP RAMA 2 : www.facebook.com/thefliprama2

Line ID:  @thefliprama2

 

Editor : แม่น้องอลินดา
ภาพ : ศุภกร ศรีสกุล


อ่านต่อบทความน่าสนใจ

เจาะลึกเรื่อง ผื่น แพ้ คัน ในเด็ก 3 ผื่นแพ้ที่พบบ่อย พร้อมวิธีรับมือ ที่แม่ต้องรู้ !!

ผื่นแพ้ กับ ลูกน้อยเป็นของคู่กันเพราะเป็นกลไกปกติของร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ทั้งจากสารเคมี โลหะ อาหาร ฝุ่น หรือแม้แต่พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย รวมถึงภูมิแพ้ โดยจะแสดงออกมาเป็นผื่น แพ้ คัน บวมแดง ที่รบกวนลูกน้อย ทำให้งอแง คัน เกา จนเป็นแผล หรือหากปล่อยไว้อาจจะเกิดเป็นผิวหนาแข็ง จนสร้างความไม่สบายใจให้คุณแม่
ก่อนอื่นคุณแม่ควรทำความเข้าใจว่า ผื่นไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เมื่อผื่นขึ้นได้ ก็หายได้ หากเข้าใจถึงประเภทผื่น สาเหตุ และการดูแลอย่างถูกต้อง เรารวบรวม 3 ผื่นที่พบบ่อยมาฝากคุณแม่แล้วค่ะ

ผื่นแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis)

อาการ : ผื่นแพ้สัมผัส เป็น ผื่นที่มีลักษณะผิวชั้นนอกอักเสบ บวม แดง เป็นตุ่มพอง มีของเหลวไหลซึมออกมา หนังลอก หากเกาจะยิ่งเพิ่มการติดเชื้อมากขึ้น

สาเหตุ : ลูกน้อยสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น วัตถุ หรือสารเคมีบางอย่าง

ได้แก่ กรด ด่าง สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า โลหะ ยาง ลาเท็กซ์ หรือยาบางประเภท

การป้องกัน : พยายามหมั่นสังเกตว่าลูกน้อยแพ้อะไร โดยหากทราบว่าสารใดเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเกิดผื่น คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสซ้ำ หากยังไม่ทราบ อาจลองปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจสารใดกันแน่ที่ลูกแพ้

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ (Atopic Dermatitis)

อาการ : ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ บางครั้งแยกยากจากผื่นแพ้ โดยลักษณะผื่นจะแตกต่างไปตามช่วยอายุ
ระยะวัยทารก

มักเป็นผื่นตุ่มแดงหรือตุ่มใส มีน้ำเหลืองแฉะๆ พบบ่อยคือ แก้ม หน้าผาก หนังศีรษะ ซอกคอ บริเวณด้านนอกของแขนและขา

ระยะวัยเด็ก (อายุหลัง 2 ปี จนถึงวัยรุ่น)

ผื่นมักเป็นตุ่มที่แห้งและหนา บริเวณที่พบบ่อยคือ ข้อพับแขน ข้อพับขา ซอกคอ ใต้แก้มก้น ข้อมือ ข้อเท้า

ระยะวัยผู้ใหญ่

ผื่นจะคล้ายกับในช่วงวัยเด็ก คือเป็นผื่นแห้งและหนา เป็นขุยหรือสะเก็ด พบบ่อย บริเวณ ข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า ระหว่างคิ้ว คอ หลังแขน ขา นิ้วมือและนิ้วเท้า

สาเหตุ : พันธุกรรม โรคภูมิแพ้ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการผื่นภูมิแพ้ เช่น สภาพอากาศ ฝุ่น PM2.5

การป้องกัน : ควรหลีกเลี่ยงสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ และควรทาครีมที่มีฤทธิ์ลดอาการแพ้ที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

 

แมลงสัตว์กัดต่อย (Insect Bite)

อาการ : เป็นตุ่ม นูน พอง คันมาก หากทิ้งไว้หรือรักษาไม่ถูกต้องมักเกิดรอยดำ

สาเหตุ : ยุง มด แมลงก้นกระดก ไร หมัด หรือแมลงที่มีพิษอื่นๆ ล้วนทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง ในเด็กบางคนอาจแพ้จนผื่นที่ขึ้นนั้นใช้เวลานานกว่าจะหาย ทำให้เกิดการไม่สบายตัวจนเกิดการแกะ เกา ซึ่งทำให้ผิวหนังติดเชื้อและอักเสบต่อไปได้อีก
การป้องกัน : ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ๆมีแมลงชุกชุม หากเลี่ยงไม่ได้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแมลงที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ปราศจาก DEET ที่เป็นอันตราย

คุณแม่จะเห็นว่า ผื่นแพ้คันในเด็กทั้ง 3 ประเภท นั้น แม้จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่การรักษาก็แทบไม่แตกต่างกัน โดยมักใช้ยาทาในกลุ่มยาแก้แพ้หรือยาทาสเตียรอยด์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ดีกับลูกน้อยแน่ๆ หากใช้ต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากจะทำให้ผิวบางจากยาสเตียรอยด์แล้ว ยังทำให้หลอดเลือดขยายตัว ผิวแดง ผิวหนังฝ่อ ฟกช้ำง่าย แผลหายช้า นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวลูกติดเชื้อราหรือแบคทีเรียได้ง่ายยิ่งขึ้น นำไปสู่แผลติดเชื้อได้

วิธีรับมือผื่นแพ้คันของลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยเกิดผื่นแพ้คัน ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตามควรรีบทาครีมเพื่อลดอาการแพ้คันอักเสบดังกล่าว อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะยิ่งปล่อยไว้ ร่างกายจะยิ่งปล่อยสารอักเสบหรือสารเกี่ยวกับการแพ้ ออกมามากขึ้น ยิ่ทำให้เกิดอาการบวมแดงคัน จนเกิดเป็นรอยดำ หรือหากเป็นแมลงสัตว์กัดต่อย แพ้น้ำลายยุงก็ยิ่งทำให้พิษจากแมลงกัดต่อยนั้นกระตุ้นการแพ้ได้มากขึ้น ดังนั้นหากเกิดผื่นแพ้คันหรือแมลงกัดต่อย ควรรีบหาครีมที่มีประสิทธิภาพให้การแก้แพ้ผื่นคันได้จริงและต้องผ่านการพิสูจน์ว่าอ่อนโยนปลอดภัยที่จะทาให้ลูกในระยะยาว

ครีมเนฟทรอล

ครีมเนฟทรอล  (Nevtral Cream)

นวัตกรรมครีมสารสกัดจากธรรมชาติสำหรับผื่นแพ้คันและแมลงสัตว์กัดต่อย

มีสารสำคัญคือ Rangchuet AllerXTM หรือ สารสกัดสแตนดาร์ดไดซ์จากรางจืด ที่ผ่านการวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับประเทศ พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ายาสเตียรอยด์ แต่อ่อนโยนปลอดภัยกว่าเพราะเป็นสารสกัดธรรมชาติ และมีคุณสมบัติทำลายพิษแมลงสัตว์กัดต่อย

 

Rangchuet AllerXTM  มีคุณสมบัติอย่างไร?

  • นวัตกรรมสารสกัดรางจืด ในรูปสแตนดาร์ดไดซ์รางจืด
  • งานวิจัยระดับประเทศร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Nanotech และสถาบัน COSNAT
  • ผ่านการรับรองประสิทธิภาพลดอักเสบได้เทียบเท่าสเตียรอยด์ ลดผื่น แก้แพ้คัน อย่างรวดเร็ว
  • ปลอดภัยกว่าสเตียรอยด์เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ปราศจากสเตียรอยด์
  • เหนือกว่าสเตียรอยด์ตรงที่ออกฤทธิ์ทำลายพิษแมลงสัตว์กัดต่อย แพ้น้ำลายยุง และพืชพิษต่างๆได้ ด้วยการทำลาย Venom protein หยุดปฏิกิริยาพิษ จึงทำให้ไม่เกิดรอยดำ
  • ออกฤทธิ์เย็น ไม่แสบผิว ช่วยลดอาการคันทันที
  • อ่อนโยน แม้ผิวแพ้ง่าย ผ่านการทดสอบ Skin Irritation Tested จากศูนย์วิจัย COSNAT
  • ใช้ได้ตั้งแต่เด็กทารก เด็กโต และคุณแม่ตั้งครรภ์

 

หากคุณแม่กำลังมองหาวิธีจัดการผื่นแพ้คันที่กวนใจลูกน้อยแล้วล่ะก็ Nevtral Cream ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเลย ตอบโจทย์ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งยังเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ใช้ได้ต่อเนื่อง ไม่เป็นอันตรายแบบยาทาสเตียรอยด์อย่างแน่นอนค่ะ  

Tags

BEAT ACTIVE

BEAT ACTIVE แหล่งรวมกิจกรรมในร่ม สำหรับเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ ที่เยอะที่สุดในประเทศไทย

BEAT ACTIVE (บีท แอคทีฟ) Indoor Sports Entertainment แห่งใหม่ ใกล้รถไฟฟ้าบางนา สถานที่ที่รวบรวมกิจกรรมในร่ม ไว้เยอะที่สุดในประเทศไทย มีกิจกรรมที่เด็กสามารถเล่นได้ ไปจนถึงการผจญภัยที่ท้าทาย!

BEAT ACTIVE แหล่งรวมกิจกรรมในร่ม
สำหรับทุกคนในครอบครัว

School Visit วันนี้เราจะพาเด็กๆมาเรียนรู้กันนอกห้องเรียน ที่ “ BEAT ACTIVE ” ไบเทคบางนา ลานกีฬาและกิจกรรมของครอบครัว แบบอินดอร์ สถานที่ปล่อยพลังแห่งใหม่ที่ทุกคนไม่ควรพลาด บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร กับ 55 กิจกรรม เด็กๆคนไหนพลังเยอะ รับรองว่าได้ปลดปล่อยเต็มที่แน่นอน

BEAT ACTIVE เป็นสถานที่ที่รวบรวมกิจกรรมมากมาย สำหรับเด็กเล็ก, เด็กโต และผู้ใหญ่เอาไว้ด้วยกัน โดยเครื่องเล่นต่างๆจะกำหนดความสูงของผู้ใช้งานไว้ เพื่อความปลอดภัย มีทั้งหมด 4 โซนหลัก คือ

BEAT ACTIVE

BEAT ACTIVE
BEAT ACTIVE ตั้งอยู่ในอาคารไบเทค บางนา Hall EH 105 เดินเข้ามาจะเจอทางเข้าดีไซน์โมเดิร์น ล้าสมัยสุดๆ แบบนี้เลย

Kid Zone สำหรับเด็กสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร โซนนี้กิจกรรมเพียบ เช่น แทรมโพลีนขนาดย่อม ให้เด็กๆโดดกันจนหมดแรง บ่อบอลขนาดใหญ่   มุมต่อบล๊อคแสนสนุก ปีนป่ายไต่เชือก จักรยานขาไถ หรือ Zip line ให้เด็กๆโหนตัวบนสลิง หรือฝึกโยนลูกบาส ลงห่วงก็น่าสนุก โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทุกกิจกรรม และคอยแนะนำการใช้อุปกรณ์ต่างๆด้วย โซนนี้ผู้ปกครองสามารถ เข้ามาดูแลลูกๆได้อย่างใกล้ชิดด้วยนะ

Novice Zone เหมาะสำหรับเด็กโตสูง 120 เซนติเมตรขึ้นไป และผู้ใหญ่ ใครอยากออกกำลังกายเบาๆมาโซนนี้ได้เลย เพราะมีกว่า 19 กิจกรรมให้เล่น ทั้งลานไอซ์สเก็ต, ลานบาสเก็ตบอลทั้งแบบเดี่ยวและเล่นเป็นกลุ่ม ฟุตซอล เกมส์ปาลูกบอลสะสมคะแนนที่เล่นกับลูกๆได้ หรือเล่นเกมส์ VR ผสมผสานกระโดดบนแทรมโพลีนขนาดใหญ่ ก็เรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี

Kid Zone มีทั้งสไลเดอร์และเชือกให้เด็กๆเล่นให้ปีนป่ายฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่และการทรงตัว

 

Advance Zone ถ้าอยากท้าทายตัวเองอีกนิดให้มาโซนนี้เลย โซนนี้เหมาะสำหรับเด็กสูง 120 เซนติเมตร และผู้ใหญ่ แต่จะมีบางกิจกรรมที่เหมาะกับเด็ก สูง 140 เซนติเมตรขึ้นไป กิจกรรมมากมายเช่น เครื่องตีเทนนิส เครื่องตีเบสบอล หรือใครอยากทรงตัวบนสกี และสโนว์บอร์ดก็มีให้ลอง อย่าลืมแวะไปปีนหน้าผาจำลอง วัดพลังกล้ามเนื้อแขนและขาของคุณและเด็กๆ รับรองสนุกแน่นอน

Extreme Zone สาย Extreme ต้องมาโซนนี้ กับกิจกรรมเรียกเหงื่อสุดมันส์ เหมาะสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น ปีนหน้าผา แบบจับเวลาความเร็วในการปีน ใครเร็วสุดชนะ หรือ Military Active แข่งปีนป่ายไต่เชือก วัดพลังกล้ามเนื้อทุกส่วน ใครผ่านได้ถือว่าเก่งสุดๆ

BEAT ACTIVE
Read & Learn Center มุมนี้ให้เด็กๆ ได้หัดหมุนหัดใช้ไขควง ได้ใช้สมองและกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

BEAT ACTIVE

BEAT ACTIVEบ่อบอลแสนสนุก ของเล่นสุดโปรดของเด็กหลายๆคน

นอกจากนี้ยังมี Active Gym ฟิตเนส ขนาดย่อม มีทั้งลู่วิ่ง ,จักรยาน,ต่อยมวย และยกน้ำหนัก และโซน Thai Fight เวทีการแข่งขันต่อยมวยแบบสดๆให้ได้ชมกันทุกสัปดาห์  ส่วนใครหิวก็ไม่ต้องกังวลเพราะด้านในมีอาหารและขนมต่างๆไว้บริการด้วย บ้านไหนอยากอยู่ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ก็ซื้อบัตรแบบ  All Areas One Day Pass ได้เลย แต่แม่ลูกบ้านนี้อยู่แค่ 3 ชั่วโมงก็เหงื่อท่วม แขนขาหมดแรง กลับถึงบ้านหลับสบายแล้วจ้า

BEAT ACTIVE
แทรมโพลีน มีตาข่ายล้อมรอบเพื่อความปลอดภัย
BEAT ACTIVE
ต่อบล็อก สร้างบ้าน ตามจินตนาการของตัวเอง
BEAT ACTIVE
Active Floor ให้เด็กๆออกกาลังด้วยการ กระโดด หรือย่าเท้าไปมา เล่นสนุกกับภาพ Interactive บนพื้น

BEAT ACTIVE

BEAT ACTIVE
Racing Active โซนขับรถแสนสนุก ที่ขับพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว มีเจ้าหน้าที่คอยสอนวิธีการใช้งานอย่างละเอียด

 

โซนนี้ต้องลอง เล่นโยนลูกบาสเก็บแต้มแล้วมาต่อกันด้วย Zip Line ที่เล่นกี่รอบเด็กๆก็ไม่เบื่อ

ABK TIP’S

  • ถ้าเด็กๆอยากเล่นแทรมโพลีน ต้องใส่ถุงเท้าของ BEAT ACTIVE เพื่อเข้าใช้เท่านั้น  ราคาคู่ละ 70 บาทซื้อที่เคาน์เตอร์ทางเข้าได้เลย
  • จอดรถใต้อาคาร ไบเทค บางนา จอดตรงพื้นที่เสาสีม่วง ( ตรงHall 103-104 จะเดินใกล้กว่า )ลูกค้าที่ใช้บริการที่ Beat Active จอดรถฟรี 10 ชั่วโมง
  • สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆและใส่รองเท้ากีฬาหรือรองเท้าผ้าใบเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย

 

Ticket Prices

วันธรรมดา

• 10.00-13.00 น. ( 3 ชั่วโมง ) Kids Zone : 300 บาท / All Areas : 400 บาท
• 13.30-17.30 น. ( 4 ชั่วโมง ) Kids Zone : 300 บาท / All Areas : 600 บาท
• 18.00-21.00 น. ( 3 ชั่วโมง) Kids Zone : 300 บาท / All Areas : 500 บาท
• 10.00-21.00 น. ( ทั้งวัน ) Kids Zone : 500 บาท / All Areas : 900 บาท

วันเสาร์-อาทิตย์และ วันหยุดนขัตฤกษ์

• 10.00-13.00 น. ( 3 ชั่วโมง ) Kids Zone : 350 บาท / All Areas : 650 บาท
• 13.30-17.30 น. ( 4 ชั่วโมง ) Kids Zone : 350 บาท / All Areas : 750 บาท
• 18.00-21.00 น. ( 3 ชั่วโมง) Kids Zone : 350 บาท / All Areas : 650 บาท
• 10.00-21.00 น. ( ทั้งวัน ) Kids Zone : 550 บาท / All Areas : 1,250 บาท

 

BEAT ACTIVE เปิด : ตั้งแต่ 10.00 -21.00 น.

ที่ตั้ง : ไบเทค บางนา ( Hall EH 105 ) เดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีบางนา ทางออก 1 หรือรถยนต์ส่วนตัว

 

Editor : แม่เลม่อน
ภาพ : กรานต์ชนก บุญบำรุง


อ่านต่อบทความน่าสนใจ

เมนูอาหารว่าง

เชฟแม่..แจกสูตรเด็ด เมนูอาหารว่าง ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย ทำง่าย ได้ประโยชน์เต็มคำ (มีคลิป)

บ้านไหนกำลังมองหา เมนูอาหารว่าง มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยวัย 3 ขวบขึ้นไป ทีมแม่ ABK มีสูตรเด็ด ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย  จากคุณแม่ที่เป็นเชฟมืออร่อย มาฝากค่ะ

 

ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย เมนูอาหารว่าง ทำง่ายและมีประโยชน์

(เหมาะกับเด็ก 3 ขวบขึ้นไป ที่ไม่แพ้ถั่ว)
เมนูจาก Rima’s Recipes โดย รัตมา พงศ์พนรัตน์ พรชำนิ

 

เมนูอาหารว่าง ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย นี้ ได้แรงบันดาลใจจากของทานเล่นของคุณแม่ตั้งแต่เด็กๆ ที่ เมล็ดอัลมอนด์ผ่าซีก อบกรอบ กับปลาข้าวสาร ปกติแล้วที่บ้านจะซื้อถั่วต่างๆ มาทำ กราโนล่าบาร์ เพราะลูกชอบมาก

วันนี้เลยลองทำแบบเค็มดูบ้าง เมนูนี้มีแต่ไขมันดีที่ได้จากถั่ว และแคลเซียมที่ไปช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้กับเจ้าตัวจิ๋วอีกด้วย แถมยังสามารถพกพาไปทานได้ทุกที่

เมนูอาหารว่าง

เครื่องปรุง

ปลาข้าวสารทอด ปริมาณตามชอบ
ถั่วดิบ อาทิเช่น วอลนัท, อัลมอนด์ ไพน์นัท หรือเมล็ดเม็ดฟักทอง รวมกันประมาณ 3 ถ้วยตวง
น้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย
ดอกเกลือ

 

วิธีทำ ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย

1. นำถั่วมาคลุกน้ำมันก่อน ปรุงรสด้วยเกลือ อบที่ 150 ทุกสิบนาทีนำออกมาดูและพลิกจนกว่าจะเหลืองกรอบทั้งหมด

2. ผึ่งลมให้หายร้อน นำปลาข้าวสารที่ทอดแล้วมาเทใส บรรจุลงภาชนะสุญญากาศเข่าให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ เก็บไว้ทานได้ 1 เดือน

@amarinbabyandkids

ของทานเล่น ทำง่าย ได้ประโยชน์ ถั่วอบรวมมิตรกับปลาเล็กปลาน้อย #เมนูลูกรัก #เมนูง่ายๆ #เมนูอาหาร #ทานเล่น #fyp #ทีมแม่abk

♬ Cooking Time – Megan Yagami

เคล็ดลับการปรุงอาหาร

เนื่องจากถั่วแต่ละชนิดทนต่อความร้อนได้ไม่เท่ากัน หากใช้คนละชนิดกันแนะนำให้หมั่นคอยพลิกถั่วดูบ่อยๆ ในส่วนของการจัดเก็บอาหารประเภทถั่วนั้น หากอยากเก็บไว้ได้นานโดยไม่ทำให้ถั่วเหม็นหืน ควรใช้ภาชนะสุญญากาศเท่านั้นในการจัดเก็บ เพราะถั่วเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันจึงเหม็นหืนได้ง่าย


อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก

Elemental

ดิสนีย์และพิกซาร์ ชวนเด็กๆ แพคกระเป๋า เดินทางสู่ Elemental ‘ธาตุมหานคร’ ค้นหาธาตุที่แท้จริงในตัวคุณ

ดิสนีย์และพิกซาร์ ชวนแพ็คกระเป๋า เดินทางสู่ ‘ธาตุมหานคร’ เพื่อค้นหาธาตุที่แท้จริงในตัวคุณ กับภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์แห่งปีจากผู้สร้าง InsideOut และ Coco อย่าง Disney & Pixar’s Elemental เมืองอลวนธาตุอลเวง

Elemental

Disney & Pixar’s Elemental เมืองอลวนธาตุอลเวง เรื่องราวของ ธาตุมหานคร (Element City) ซึ่งมีชาว ดิน น้ำ ลมและไฟ อาศัยอยู่ร่วมกัน แอนิเมชันเรื่องนี้ จะพาผู้ชมไปพบกับเอ็มเบอร์ (Ember) สาวแก่น หัวไว ไฟแรง ที่เป็นเพื่อนกับเวด  (Wade) หนุ่มร่าเริง ที่ใช้ชีวิตแบบปล่อยจอยลอยลมในทุกสถานการณ์ และเข้ามาเปลี่ยนทัศนคติต่อโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ Disney & Pixar’s Elemental เมืองอลวนธาตุอลเวง กำกับโดย ปีเตอร์ ซอห์น (Peter Sohn) อำนวยการสร้างโดย เดนิส เรียม (Denise Ream) พร้อมด้วย เลอา ลูวิส (Leah Lewis) และมาโมดู เอธี (Mamoudou Athie) ให้เสียงตัวละครเอ็มเบอร์และเวด

 

รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ ที่นี่

 

ทั้งนี้สำหรับแฟน ๆ ดิสนีย์และพิกซาร์ สามารถร่วมค้นหาว่า “คุณคือคนธาตุอะไร” กับฟีเจอร์สนุก ๆ บนทวิตเตอร์ที่จะสแกนโปรไฟล์ของคุณแล้วหาคำตอบว่าคุณเป็นธาตุอะไร ร่วมค้นหาตัวตนได้ ที่นี่ก่อนจะออกเดินทางไปสนุกสุดเหวี่ยงร่วมกับธาตุอื่น ๆ ในเมืองธาตุมหานคร  22 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทย

 

ติดตามข่าวสาร และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Twitter: @DisneyStudiosTH

Instagram:  @DisneyStudiosTH

Facebook: @WaltDisneyStudiosTH

Hashtag: #ElementalTH #เมืองอลวนธาตุอลเวง

 


อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก

ไมโล รวมพลังครอบครัวยุคใหม่ รักษ์โลก ไปด้วยกัน กับกิจกรรมปล่อยเต่าสู่ทะเล

ไมโล ต่อยอดความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
รวมพลังครอบครัวยุคใหม่ รักษ์โลก ไปด้วยกัน กับกิจกรรมปล่อยเต่าสู่ทะเล

ปัญหาโลกร้อนยังไม่หมดไป ถ้าไม่เริ่ม รักษ์โลก ตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตอาจร้ายแรงกว่าเดิมก็ได้ ไมโล จึงมีโครงการดีๆ ที่ให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และลูก มาช่วยกัน รักษ์โลก อย่างถูกวิธีไปด้วยกัน

ไมโล เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ ที่ถูกใจเด็กๆ หลายคน จัดงาน ไมโล รวมพลัง หลอด รักษ์โลก  จับมือครอบครัวผู้โชคดีจากกิจกรรม แตะ ช่วย เต่า! กับไมโลหลอดกระดาษ ร่วมกันปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ท้องทะเล ซึ่งในโอกาสนี้ ไมโลได้ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์และกระชังอนุบาลเต่าทะเลรวมมูลค่ากว่า 650,000 บาท ให้กับศูนย์อนุรักษ์ฯ เพื่อต่อยอดการเพาะพันธุ์และอนุบาลเต่าทะเล รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้เต่าทะเลสามารถกลับคืนสู่ระบบนิเวศได้โดยสมบูรณ์

นายไชยงค์ สกุลบริรักษ์ ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์นมและโภชนาการสำหรับผู้ใหญ่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด  กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังในการจัดงานครั้งนี้ว่า กิจกรรม ไมโลรวมพลังหลอดรักษ์โลก’ ถูกจัดขึ้นเพื่อต่อ ยอดความตั้งใจของไมโลในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความมุ่งมั่น รวมพลังทำดีเปลี่ยนโลกได้ ที่นอกจากเราจะเดินหน้าส่งมอบโภชนาการที่ครบถ้วนสมวัยให้แก่ผู้บริโภคแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ไปพร้อม ๆ กับการปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับผู้คนในสังคม โดยเฉพาะครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังสำคัญของการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นถัดไป เพราะเราเชื่อว่าพลังเล็ก ๆ เมื่อมารวมกันสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

 

เนื่องจากไมโลตระหนักถึงปัญหาของขยะพลาสติกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ หลอด” ที่ไม่สามารถกำจัดได้โดยสมบูรณ์และมักกลายเป็นขยะไมโครพลาสติกที่สามารถหลุดลอดออกไปสู่แหล่งน้ำได้เสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศทางทะเล อีกทั้งยังเป็นอันตรายต่อชีวิตของเต่าทะเลรวมถึงสัตว์อื่น ๆ ไมโลจึงได้เปลี่ยนไปใช้หลอดกระดาษรักษ์โลกแทนหลอดพลาสติก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเนสท์เล่ระดับโลกในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำหรือนำไปรีไซเคิลได้ และเป้าหมายลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2568 เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยตั้งแต่ปี  2563 เป็นต้นมา ไมโลสามารถลดการใช้หลอดพลาสติกได้แล้วปีละกว่า 600 ล้านหลอด ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ไมโลและผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมด้วยกัน

 

ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษรักษ์โลกแล้ว ไมโลยังมุ่งมั่นปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับผู้บริโภค ที่เป็นพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับโลก กิจกรรม “ไมโลรวมพลังหลอดรักษ์โลก” ดังกล่าวจึงถูกจัดขึ้นเพื่อจุดประกายในการเริ่มลงมือรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับทุกคน เริ่มต้นด้วยการพาผู้ร่วมงานไปสำรวจห้องแสดงนิทรรศการและบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเล เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความสำคัญของเต่าทะเลที่ส่งผลต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเล

ร.อ.หญิง กรกมล กิติกัมรา สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล หรือ หมอนุ่น เผยถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับเต่าทะเล
คุณติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ขอเป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนให้ทุกคนหันมาปรับพฤติกรรมเพื่อเปลี่ยนโลก

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวของเต่าทะเล และรับแรงบันดาลใจในการลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างเต็มเปี่ยม ผู้ร่วมงานยังได้รับความสุขและรอยยิ้มผ่านมินิคอนเสิร์ตจากบอนซ์ ณดล ศิลปินรุ่นใหม่เจ้าของเพลงชื่อดังอย่าง ฉลามชอบงับคุณ ที่มาร่วมสร้างความสดใสภายในงาน ส่งท้ายด้วยกิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ นำทีมโดยผู้บริหารไมโล, ตัวแทนศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลติ๊ก เจษฎาภรณ์บอนซ์ ณดล และครอบครัวผู้โชคดี ที่มารวมพลังกันเพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศภายใต้ท้องทะเล และสานต่อความตั้งใจในการสร้างโลกที่ดีขึ้นเพื่อคนรุ่นต่อไป

บอนซ์ ณดล ศิลปินเจ้าของเพลง ‘ฉลามชอบงับคุณ’
กิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ นำทีมโดยผู้บริหารไมโล, ตัวแทนศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล, ติ๊ก เจษฎาภรณ์, บอนซ์ ณดล และครอบครัวผู้โชคดี

ถือว่ากิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมครอบครัวที่ทั้งสนุก ได้ความรู้ และได้รักษ์โลกไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ ร่วมกันคนละไม้คนละมือ เริ่มปลูกฝังการลดขยะไปพร้อมๆ กันกับลูกๆ และคนในครอบครัว เพื่อที่จะส่งต่อจิตสำนึกความ รักษ์โลก ไปด้วยกันจากรุ่นสู่รุ่นนะคะ

Tags

โรงเรียนหิ่งห้อย จาก Homeschool เล็กๆ กลายเป็น ห้องเรียนธรรมชาติ ให้เด็กๆ กว่า 100 ครอบครัว!

เราเปรียบเด็กๆ เสมือนหิ่งห้อยที่มีพลังในตัวเอง เพื่อเปล่งแสงส่องสว่างให้กับโลกของเรา แสงเล็กๆ ที่แตกต่างเหล่านี้ เมื่ออยู่รวมกันจะช่วยให้โลกของเราสว่างน่าอยู่และสวยงามขึ้น โรงเรียนป่าของหิ่งห้อยเป็นสถานที่ที่ทำให้พวกเขาค้นพบและเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง คำนิยามชื่อโรงเรียนจากคุณจูนวรัญญา สุนทรแต ผู้ก่อตั้ง โรงเรียนหิ่งห้อย

Firefly Forest School โรงเรียนหิ่งห้อย
The Nature Study room

เรารู้จักคุณจูนผ่านทางเฟสบุ๊คเมื่อหลายปีก่อน คุณจูนเป็นคุณแม่ที่ทำ Homeschool ให้กับน้อง ”กานติ” ลูกชายที่แสนน่ารัก เธอจุดประกายให้แม่ๆ Homeschool ที่มีความสนใจในเรื่องการเรียนการสอนลูกแบบเดียวกัน ได้มาเจอ มาพูดคุย พาลูกๆมาเล่นสนุกและเดินสำรวจธรรมชาติด้วยกันที่สวนรถไฟ Playgroup ครั้งนั้นประสบความสำเร็จมาก จนทำให้มีครอบครัวสนใจเข้าทำกิจกรรมเกือบ 100 ครอบครัว ภายในเวลาไม่กี่ปี ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้คุณจูนเริ่มปรับเปลี่ยนบ้านเก่าของตนเองให้กลายเป็นโรงเรียนหิ่งห้อย จนปัจจุบันได้ย้ายและขยับขยายพื้นที่โรงเรียนเป็นกว่า 1 ไร่ แล้ว โรงเรียนนี้มีดีอะไรและน่าสนใจอย่างไรมาลองดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

สนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ มีทั้งบ่อทราย แทมโปลีน ชิงช้า ให้เด็กๆวิ่งเล่นปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่
โรงเรียนหิ่งห้อย
อาคารเรียนบรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านทำให้เด็กๆรู้สึกปลอดภัย เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2

โรงเรียนหิ่งห้อย กับ คลาสเรียนแสนเพลิน

โรงเรียนหิ่งห้อย ใช้หลักสูตรจากต่างประเทศมาปรับใช้ โดยมีแกนหลักของ “Charlotte M. Mason” นักปฏิวัติบ้านเรียนรุ่นบุกเบิก ใช้การสอนแบบ Forest School การเรียนรู้ผ่านธรรมชาติ มีคลาสเรียนที่หลากหลายมากๆ เน้นให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง คลาสเรียนที่น่าสนใจ เช่น

  • Arts &Craft สอนเด็กๆเย็บปักถักร้อยและออกแบบเครื่องแต่งกาย เด็กๆจะได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและดีไซน์งานด้วยตัวเอง
  • Secret Garden วิชาที่ให้เด็กๆได้ลงมือปลูกผัก เรียนรู้เรื่องดินและแมลงต่างๆ
  • Environment &Sustainability เด็กๆจะรู้จักการแยกขยะและการทำปุ๋ยหมัก สอนโดยทีมงานมืออาชีพอย่าง คุณอาร์ม เพจหมักง่าย
  • Life Skills วิชาการใช้ชีวิตและเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ สอนโดยพ่อหนูจาก FROG Team
  • Journal Time วิชาบันทึกต่างๆ เป็นวิชาที่ทำให้เด็กๆไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังหัดเขียนหนังสืออยู่ เค้าจะอยากรู้และค่อยๆถามว่าคำนี้สะกดอย่างไร
  • Creative Drama วิชาที่จะทำให้เด็กกล้าพูด กล้ายอมรับกับความรู้สึกตัวเอง รู้จักอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง โดยการเล่นละคร บทบาทสมมุติให้เค้าเชื่อมโยงความรู้สึกตัวเองกับสิ่งนั้น
โรงเรียนหิ่งห้อย
ด้านหลังอาคารเรียน ทำสวนขนาดใหญ่ ให้เด็กๆ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมในสวน เช่น เอาเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก ในสวนมีแมลงอะไรบ้าง ให้เด็กมาปลูกต้นไม้แล้วบันทึกว่าใครปลูกต้นอะไรบ้าง หรือ ต้นไม้โตด้วยอะไรบ้าง ดิน น้ำ แสงแดดเด็กก็จะค่อยๆซึมซับธรรมชาติไปในตัว มีช่วงหนึ่งที่เด็กๆอยากปลูกสตรอว์เบอรี่มาก ทางโรงเรียนก็ให้เด็กๆได้ทดลองปลูกจริงๆ ผลปรากฏว่าต้นไม้ตาย เขาก็จะได้เรียนรู้ว่า บางอย่างก็ทำไม่ได้ ด้วยดินด้วยสภาพอากาศหลายๆอย่างๆ

 

โรงเรียนหิ่งห้อย

โรงเรียนหิ่งห้อย
ช่วงเช้าไปเก็บไข่ในสวน จะให้เด็กๆหัดนับเลขจากจำนวนไข่ที่ได้ ฝึกคณิตศาสตร์ไปในตัว

 

นอกจากวิชาสนุกๆเหล่านี้แล้ว ยังมีคลาสเรียนที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยจะมีครูพิเศษอีก 7-10 คน ที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นๆมาสอนโดยตรงทั้ง ฟุตบอล บัลเลต์ เต้น หรือทำอาหาร และที่ชอบที่สุดคือ Nature Walk การเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กๆจะได้ไปสำรวจธรรมชาติที่สวนรถไฟกันทุกอาทิตย์ หรือออกเดินทางไปกับครอบครัวเพื่อแคมปิ้งในป่า ส่วนวิชาที่เป็นวิชาการเด็กๆก็จะได้เรียนตามวัยของตนเองอย่างเหมาะสม

สำหรับบ้านไหนที่ทำ Homeschool ทางโรงเรียนมีหลักสูตร FFS2 : Kindergarten Homeschool Curriculum community สามารถสมัครสมาชิกรายเดือนและร่วมใช้หลักสูตรของ Firefly Forest School ไปด้วยกัน และยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆของโรงเรียน โดยได้รับสิทธิ์ส่วนลด10% ในทุกกิจกรรม

โรงเรียนหิ่งห้อย

โรงเรียนหิ่งห้อย
ชวนเด็กๆร้องเพลง เต้นรำ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กๆผ่อนคลายมากขึ้น

5 สิ่งพิเศษที่ทำให้เด็กอยากมา โรงเรียนหิ่งห้อย ทุกวัน 

1. โรงเรียนนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของเด็กๆ เด็กๆจะได้มาตามหาตัวตนของตัวเอง ได้ใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ

2. ที่โรงเรียนหิ่งห้อย มีการสำรวจและมีการผจญภัยด้วยกันทุกวัน เด็กจะเหมือนมาเที่ยวเล่นสนุกสนานไม่เหมือนมาโรงเรียน

3. โรงเรียนไม่ได้ประเมินเด็กด้วยตัวเลข หรือเกรดเฉลี่ย แต่ประเมินด้วยพัฒนาการและเป้าหมายที่วางร่วมกันกับผู้ปกครอง ทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับคนอื่น

4. เด็กๆจะเจอเพื่อนที่ดี มีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมีความเป็นมนุษย์สูง และได้เจอครูที่ดีที่เข้าใจเด็กๆและมี Passion ที่อยากจะสอน

5. โรงเรียนให้อิสระทางความคิดของเด็ก ไม่ตีกรอบ ทำให้เด็กเล่นได้อย่างอิสระและรู้สึกปลอดภัย

บรรยากาศห้องเรียนที่น่ารักอบอุ่นเหมือนบ้าน มีอุปกรณ์จัดวางของเล่นต่างๆตามแบบการสอนของมอนเตสซอรี่
เพื่อฝึกประสาททั้ง 5

Mommy’s Love This! ถูกใจแม่

– สถานที่น่ารักอบอุ่นเหมือนบ้าน ไม่รู้สึกว่ากำลังมาโรงเรียน ชั้นล่างมีมุมทำงานให้ผู้ปกครองนั่งทำงานกันแบบสบายๆ ระหว่างรอรับลูกด้วย
– วิชาเรียนที่นี่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะวิชา Life Skills ที่ให้เด็กๆเรียน CPR หรือ ทักษะการเอาตัวรอดต่างๆเช่น ฝึกลอยตัวในน้ำหากเรือล่ม จากผู้เชี่ยวชาญจริงๆอย่าง พ่อหนู หัวหน้า FROG Team เป็นวิชาที่สำคัญในการใช้ชีวิตจริงๆ
– สำหรับเด็กบ้านเรียน หรือ Homeschool สามารถนำหลักสูตรไปสอนลูกด้วยตนเองที่บ้านได้ด้วย
– โรงเรียนนี้เข้าเรียน 10 โมง เพื่อให้ทุกครอบครัวไม่ต้องฝ่ารถติด แถมเด็กๆก็ไม่ต้องรีบตื่นนอน มีพลังเต็มเปี่ยมพร้อมเรียนทันทีที่มาถึง
-ปลูกฝังให้เด็กๆรู้จักรักษ์โลกรักธรรมชาติ เช่น ดื่มนมเสร็จเด็กๆจะนำไปล้างและเก็บไว้ทำของเล่นด้วยตนเอง
 
โรงเรียนหิ่งห้อย
กิจกรรมเล่านิทานฝึกการฟังทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

โรงเรียนหิ่งห้อย

โรงเรียนหิ่งห้อย
ห้องเรียนคลาสเต้นต่างๆ เห็นหน้าเด็กๆก็รู้ว่าสนุกแค่ไหน

 

โรงเรียนหิ่งห้อย

โรงเรียนหิ่งห้อย
ห้องเรียนคลาสเต้นต่างๆ เห็นหน้าเด็กๆก็รู้ว่าสนุกแค่ไหน

เกณฑ์การรับสมัคร โรงเรียนหิ่งห้อย

เด็กอายุ 3-6 ปี

อัตราค่าเล่าเรียน

  • FFS เรียน 5 วัน : ค่าเทอม 98,000 บาท / เทอม
  • FFH เรียน 3 วัน : ค่าเทอม 69,000 บาท / เทอม

**ฟรีค่าแรกเข้า 5,000บาท (ราคาเต็ม15,000 บาท)

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

1.ค่าบำรุงการศึกษา

FFS 5 วัน : ราคา 10,000 บาท / ปี

FFH 3 วัน : ราคา 6,000 บาท / ปี

2.ค่าเครื่องแบบ

ราคา 2,000 บาท / ชุด

3.ค่าอาหาร

FFS 5 วัน : ราคา 10,000 บาท / เทอม

FFH 3 วัน : ราคา 8,000 บาท / เทอม

* หมายเหตุ ทั้งนี้ทางโรงเรียนไม่บังคับให้นักเรียนทุกคนชำระค่าอาหารโรงเรียน หากผู้ปกครองท่านใดไม่สะดวกที่จะชำระในส่วนนี้ สามารถเตรียมอาหารมาให้น้องๆได้ค่ะ

ที่อยู่โรงเรียนหิ่งห้อย

79/2 ลาดพร้าวซอย 35, แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

FB: https://www.facebook.com/FireflyForestSchoolTH

เว็บไซต์ : http://firefly-forest-school.com

 

Editor : แม่เลม่อน
ภาพ : กรานต์ชนก บุญบำรุง


อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก

Studio Ghibli

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาไทย! ท่องโลก Studio Ghibli ทั้งครอบครัว สร้างรอยยิ้ม + รวมหัวใจพ่อแม่ลูก เป็นหนึ่งเดียว

พิพิธภัณฑ์ Studio Ghibli ในโตเกียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ใน Mitaka ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการผลิตภาพยนตร์อันเป็นที่รัก เช่น “My Neighbor Totoro,” “Spirited Away,” “Princess Mononoke” และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นสถานที่มหัศจรรย์ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ในฐานะแฟนภาพยนตร์ของ Studio Ghibli การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จะรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่โลกอันน่าหลงใหลที่สร้างขึ้นโดย Hayao Miyazaki และทีมงานของเขา

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาไทย ท่องโลก Studio Ghibli ทั้งครอบครัว

ตัวพิพิธภัณฑ์เองเป็นเสมือนงานศิลปะชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่ง ด้วยการออกแบบที่มีเสน่ห์และแปลกตาซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณและแนวคิด พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและดื่มด่ำในโลกของ Studio Ghibli ให้แก่ผู้เข้าชม ที่กล้าพูดได้เลยว่า คิดและออกแบบมาเป็นอย่างดีเยี่ยม จากภาพยนตร์แอนนิเมชั่นStudio Ghibli ตั้งแต่วินาทีที่คุณเข้ามา คุณจะได้รับการต้อนรับจากตัวละครที่คุ้นเคยและได้ชื่อว่า เป็นตัวการ์ตูนยอดนิยมก็ว่าได้ อย่าง โทโทโร่ และการตกแต่งที่มีดีไซน์ในทุกๆรายละเอียดซึ่งสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ และแฟนๆของ สตูดิโอจิบลิกันเลย

ภายในพิพิธภัณฑ์ เราได้พบกับนิทรรศการและการจัดแสดงมากมาย โดยแบ่งออกเป็นห้องๆ ทำให้ง่ายต่อการเข้าชม และอินได้ถึงฟีลสุดๆ โดยทุกๆห้องมีเรื่องราวมากมาย ที่แสดงถึงกระบวนการสร้างสรรค์เบื้องหลังภาพยนตร์ของStudio Ghibli มีชุดของจิ๋วที่มีรายละเอียด งานศิลปะต้นฉบับ และการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอกทีฟที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับเวทมนตร์โดยตรง นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ คือ ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีโรงละครที่ฉายภาพยนตร์สั้นที่มีเฉพาะในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น นอกจากลายเส้นที่บ่งบอกถึงความเป็นสตูดิโอจิบลิแล้ว ความสร้างสรรค์ในฤการนำเสนอชิ้นงาน ได้มีความสนุกและน่าติดตามในแบบฉบับของสตูดิโอจิบลิที่เอ็กซ์คลูซีฟจริงๆ เพื่อมอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนใครและน่าจดจำ

ผู้เข้าชมยังสามารถเพลิดเพลินกับการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟมากมาย แลหนึ่งในไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์คือห้อง Catbus ที่ซึ่งเด็ก (และผู้ใหญ่ด้วย!) สามารถปีนขึ้นไปบน Catbus จำลองขนาดเท่าตัวจริงจากเรื่อง “My Neighbor Totoro” เป็นโอกาสในการถ่ายภาพที่น่าทึ่งและสนุกสนานมากสำหรับเด็ก ๆ ในการสำรวจและเล่นอย่างสนุกพัฒนากล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่ อีกทั้งยังรู้จักการเข้าสังคมเล่นกับผู้อื่นอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ยังมีสวนบนชั้นดาดฟ้า ที่ประดับประดาด้วยหุ่นยนต์ยักษ์จากภาพยนตร์เรื่อง “Castle in the Sky” ซึ่งเป็นสวนโอเอซิสอันเงียบสงบท่ามกลางเมืองที่จอแจ เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมในการพักผ่อน เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ และชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามของพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังมีห้องสมุด ร้านกิฟต์ช็อปที่มีสินค้าสุดพิเศษจาก Studio Ghibli และคาเฟ่ที่คุณสามารถผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มตามธีมต่างๆ

และการเยี่ยมชมครั้งนี้ เราได้มีโอกาสเข้าพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณโนนากะ Vice President of Studio Ghibli  ถึงการจัดนิทรรศการในเมืองไทย ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยแฟนๆชาวไทย เฝ้ารอกันอย่างล้นหลาม โดยคุณโนนากะ ได้เล่าถึง ความแตกต่างระหว่างมิวเซียมสตูดิโอจิบลิที่ญี่ปุ่น และ มิวเซียมทั่วๆไปในญี่ปุ่นนั้นคือ รูปแบบของการเดินชมนิทรรศการ ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางที่แต่ละสถานที่กำหนด ที่ต้องมีขั้นตอนเป็น Step by Step แต่ในขณะที่ ของทางสตูดิโอจิบลินั้น เราสามารถเข้าไปแล้วเหมือเข้าไปสู่โลกของสตูดิโอจิบลิเลย โดยไม่มีกฎเกณฑ์บังคับการเดิน ซึ่งเสน่ห์ก็คือ ทำให้ประสบการณ์ของแต่ละคน มีความแตกต่างกันโดยสมบูรณ์แบบในตัวเอง

จุดที่ทำให้สตูดิโอจิบลิ รวมถึงผลงานมากมาย เข้าถึงทุกช่วงวัยนั้น เนื่องจากทุกชิ้นงานนั้นเป็นงานเฮนด์เมดที่สร้างด้วยใจ มีดีเทลที่น่าสนใจ โดยจะสะท้อนผ่านผลงานที่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงสตอรี่เรื่องราวที่เขียนและเบื้องหลังต่างๆในทุกชิ้นจะมีธีม ที่ทำให้เกิดหลากหลายมุมมอง ซึ่งเป็นเสน่ห์อีกอย่างของความเป็นสตูดิโอจิบลิ ทำให้การสะท้อนจินตนาการของแต่ละคน เกิดความตีความได้หลากหลายมุมมอง โดยเฉพาะ จะเห็นได้ชัดในการตีความในเรื่องเดียวกันแต่หลากหลายช่วงวัย ก็ได้แนวคิดและมุมมองที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ เรื่องราวต่างๆ ของจิบลิในแต่ละเรื่อง จะมีข้อมูลที่ทำให้เราได้คิดที่มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ความเป็นจิบลิมีความชัดเจน ที่ว่าสามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศ ทุกภาษา และ ทุกช่วงวัย และเมื่อความเป็นครอบครัว ได้กลับมานั่งคุยกันในเรื่องๆเดียวกัน ผ่านหลากหลายมุมมอง มันคือภาพสะท้อนของจิตนาการ และนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ความเป็นครอบครัวสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วยผ่านการที่พ่อ แม่ ลูก ได้พูดคุยกัน

สตูดิโอจิบลิตื่นเต้นที่จะได้เข้าพบแฟนๆชาวไทย และดีใจที่ได้ยินว่าชาวไทยตั้งตารอ จึงอยากฝากแฟนๆชาวไทย ว่าทางสตูดิโอจิบลิตั้งใจจัดนิทรรศการที่ประเทศไทยอย่างมาก จึงได้มีการประสานกับทางไลฟ์เนชั่นเทโร มาเป็นเวลานาน และได้มีโอกาสที่จะได้จัดงานที่ประเทศไทยครั้งนี้ ซึ่งมีกิมมิกมากมายเพื่อที่จะสร้างประสบการอันน่าประทับใจให้แก่แฟนๆจิบลิ โดยในมิทรรศกาลที่จะมาประเทศไทยนั้น ไม่ได้นำมาเพียงผลงาน และ ภาพวาดเท่านั้น แต่จะมี ทริกอาร์ทต่างๆ ที่เป็นภาพลวงตาที่มีมิติ พร้อมสามารถสัมผัสได้ เล่นได้ รวมถึง อินเตอร์แอคทีฟต่างๆ และที่สำคัญ Cat Bus หรือ Neko Bus ที่เป็นอีกหนึ่งภาพจำของจิบลิ ก็ได้มีการนำมาอย่างแน่นอนที่ประเทศไทย อีกทั้งยังนำพาเหล่าของที่ระลึก ที่ไม่เคยมีขายที่ประเทศไทย จะสามารถมาชอปปิ้งได้ในนิทรรศการนี้เท่านั้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การเข้าร่วมชมนิทรรศการในรูปแบบครอบครัว แน่นอนว่า จะเป็นช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอน

โดยรวมแล้วทั้ง พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่น และ นิทรรศการStudio Ghibli ที่กำลังจะมาที่ประเทศไทย  จะเป็นสถานที่ที่แฟนๆ  Ghibli ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นสถานที่ที่จุดประกายจินตนาการ ความพิศวง และความคิดถึง ความใส่ใจในรายละเอียด ความรักในการเล่าเรื่อง และบรรยากาศอันน่ามหัศจรรย์ ที่จะทำให้ที่นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทั้งครอบครัว

ซึ่งการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Ghibli นั้น  จะต้องซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งตั๋วที่จองไว้ จะระบุวันที่นัดหมายการจอง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ >> https://www.ghibli-museum.jp/en/tickets/

โดยการจำหน่ายบัตรเข้าชม สามารถสั่งซื้อบัตรเข้าชมทางช่องทางออนไลน์ได้ที่ https://l-tike.com/st1/ghibli-en/Tt/Ttg010agreement/index

 

ทั้งนี้สำหรับนิทรรศการ STUDIO GHIBLI จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 66 นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์

1. บัตร Early Bird

  • 🎫 ราคา 490 บาท
  • 🗓️ วันที่ 2-31 พ.ค. 66 (*จำนวนจำกัดต่อวัน)

2. บัตรปกติ

  • 🎫 ราคา 590 บาท
  • 🗓️ วันที่ 1-30 มิ.ย. 66

3. บัตรหน้างาน

  • 🎫 ราคา 650 บาท
  • 🗓️ วันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 66

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม รอติดตามพร้อมกันที่เพจเฟซบุ๊ก Thaiticketmajor หรือ Live Nation Tero หรือ 📞 โทรศัพท์ 02-262-3838


DID YOU KNOW : รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วในเรื่องโทโทโร่ เดิมแล้วเนื้อเรื่องต้นฉบับ จะมีเพียงเด็กสาวน้อยคนเดียว กับ ภูตโทโทโร่เท่านั้นจะเห็นได้จาก คีย์โปสเตอร์ ที่มีเด็กหญิงคนเดียว ที่เป็นคาแรคเตอร์ 2 พี่น้องใน คนเดียวกัน แต่ในขณะนั้น มีแอนนิเมชั่นอีกเรื่องที่จะออกฉายพร้อมกัน แต่เมื่อเริ่มสร้างตั้งไว้ที่เป็นแอนนิเมชั่น 60 นาที แต่เมื่อเขียนเรื่องไปเรื่อยๆ จะขยายเวลาไปที่80 นาที จึงทำให้เป็นที่มาของการเพิ่มตัวละครผู้หญิงเพิ่มอีกหนึ่งคน เพื่อให้การร้อยเรียงของเรื่องสมูธมากขึ้น
DID YOU KNOW : Did you know that In fact, in Totoro Originally, the original story There will be only one little girl with Totoro only, can be seen from the key poster with a single girl. which is a character of two girls in the same person, but at that time there was another animation that would be released at the same time But when starting to create, it was set to be an animation of 60 minutes, but when writing the story continuously It will be extended to 80 minutes, thus making it the source of adding one more girl character. to make the composition of the story more smooth

รีวิวเจาะลึก ครีมอาบน้ำเด็ก สระผมได้ สีม่วงดึงดูดใจแม่

แม่ๆ คนไหนเห็นสีม่วงแล้วต้องพุ่งเข้าหาเหมือนแม่ไข่มุกบ้างคะ? ทีมแม่ ABK เอา ครีมอาบน้ำเด็ก หรือ ผลิตภัณฑ์อาบสระ (head to toe) มารีวิวเจาะลึก ตั้งแต่กลิ่น ราคาต่อมิลลิตร การให้ฟอง ล้างออกง่ายมั้ย? ให้แม่ๆ ดูกันค่ะว่า head to toe แบรนด์ใด สูตรไหนที่เหมาะกับลูกเรา หรือตัวที่แม่สนใจอยากลอง ก็ตามไปจิ้มได้เลย!!

รีวิวเจาะลึก ครีมอาบน้ำเด็ก สระผมได้ สีม่วงดึงดูดใจแม่
สูตรไหนที่เหมาะกับลูกเรา

ครีมอาบน้ำเด็ก Pureen Baby Yogurt

สบู่เหลวที่ใช้ได้ทั้งอาบและสระ เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิด สูตรโยเกิร์ต และวิตามินอี ที่ช่วยให้คงความชุ่มชื้นของผิวได้ยาวนาน ส่วนผสมที่อ่อนโยน ไม่ทำให้แสบตา ปราศจากสารกันเสีย พาราเบน และ SLS ที่ทำให้ระคายเคือง

จุดเด่น : กลิ่นแป้งเด็ก หอมละมุนติดผิว แบบที่ทำให้แม่ๆ อยากหอมลูกน้อยทั้งวัน และให้ความรู้สึกนวลเนียนหลังล้างออก

ครีมอาบน้ำเพียวรีน

 

สบู่เหลวอาบน้ำสระผมเด็ก KODOMO X DEMON SLAYER HEAD TO TOE KIDS MAGIC PURPLE

สบู่เหลวสำหรับเด็ก 6 ขวบขึ้นไปที่ชื่นชอบการ์ตูน Demon Slayer สารสกัดจาก Grape Seed Oil Extract ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ช่วยให้ผิวสะอาดมีสุขภาพดี สูตร pH Balance เหมาะกับผิวของเด็ก มีมอยซ์เจอไรเซอร์ ช่วยบำรุงผิวและเส้นผมให้นุ่มน่าสัมผัส

จุดเด่น : เนื้อเจลสีม่วงสดใสถูกใจเด็กๆ กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และให้ฟองค่อนข้างดี ล้างออกง่าย

 

 

แม่ไข่มุกสังเกตว่า ช่วงนี้ครีมอาบน้ำเด็ก สระผมได้ ขวดสีม่วงที่เน้นกลิ่นผ่อนคลาย สบายตัว ช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ดี หลับสบาย ออกมาให้เลือกเยอะเลยค่ะ แม่ไข่มุกจึงเลือกมา 3 แบรนด์มารีวิวให้ชมกันค่ะ

เจลอาบน้ำเด็ก D-nee Organic Sweet Dream

สบู่เหลวอาบน้ำสระผมที่มีส่วนผสมของ Organic Tea Three Oil ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยน ปราศจาก กลูเตน, พาราเบน, SLS, ซิลิโคน, แอลกอฮอล์ และสี ไม่แสบตา สารสกัดจากออร์แกนิคส์ ลาเวนเดอร์ ทำให้ผิวชุ่มชื้น หอมละมุน รู้สึกผ่อนคลาย

จุดเด่น : ให้ความชุ่มชื้นดี หอมละมุน ผ่อนคลาย ความรู้สึกหลังล้างมีความเคลือบผิวเล็กน้อย

เจลอาบน้ำเด็ก Babi Mild Relaxing Lavender

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสระผม อ่อนโยน หอมผ่อนคลาย สบายผิวก่อนเข้านอน ด้วยเทคโนโลยีน้ำหอม DREAMSCENTZ™ และสารสกัด ออร์แกนิคส์ ลาเวนเดอร์ ปราศจากสารเคมีที่เป็นสาเหตุของการระคายเคือง 10 ชนิด

จุดเด่น : ให้กลิ่นหอม ผ่อนคลาย ระหว่างอาบน้ำ กลิ่นติดผิว รู้สึกชุ่มชื้นหลังล้างออก

เจลอาบน้ำเด็ก Johnson’s Bedtime Baby Bath

เจลอาบน้ำสำหรับเด็ก กลิ่นหอมสูตร Natural Calm อโรม่า จากดอกมะลิและลิลลี่ ให้กลิ่นที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ ช่วยปลอบประโลมผิวให้ผ่อนคลายระหว่างอาบน้ำ ผ่านการทดสอบการระคายเคือง ไฮโปอัลเลอเจนิก

จุดเด่น : ให้กลิ่นหอมชัดเจน ล้างออกง่าย แต่ไม่รู้สึกแห้งตึง

 

สรุปข้อมูลเปรียบเทียบ

แม่ไข่มุกลองทดสอบ ครีมอาบน้ำเด็ก แต่ละยี่ห้อ ด้วยการขยี้ฟอง และทดสอบความล้างออกง่ายโดยใช้เกณฑ์ดังนี้ค่ะ

  • ครีมอาบน้ำเด็ก 1 ช้อนชา
  • น้ำทดสอบฟอง 1 ช้อนโต๊ะ / ขยี้ให้เกิดฟองโดยถูมือ 3 ครั้ง
  • น้ำล้างออก 300 มล.
การให้ดาวจากความรู้สึกส่วนตัว เรียงลำดับจากน้อยไปมาก

ในส่วนของราคา แม่ๆ ลองดูโปรโมชั่นอีกทีช่วงที่จะกดซื้อนะคะ เพราะว่าหลายๆ แบรนด์มีโปรเด็ดๆ ให้ซื้อตุนกันบ่อยมากเลยค่ะ ^^

ติดตามข้อมูลสาระความรู้ดีๆ เรื่องแม่และเด็ก จากแม่สู่แม่ได้ที่ >> Facebook: www.facebook.com/AmarinBabyAndKids

Tags

วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจนน่าเป็นห่วง อาจเกิดอาการป่วยได้ง่าย จนทำให้ไอมีเสมหะ  มาดูกันว่า วิธี บรรเทาอาการไอ ของลูกน้อย ด้วย สมุนไพร ใกล้ตัว หาได้ง่ายในบ้านของเรา มีอะไรบ้างค่ะ
ก่อนอื่น คุณพ่อคุณแม่ มาเช็คสาเหตุของการไอมีเสมหะกันก่อน

  • โรคหวัด โรคไซนัสอักเสบ ทำให้น้ำมูกไหลลงคอ กลายเป็นเสมหะ
  • โรคต่อมทอนซิลและคอหอยอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบโรคปอดอักเสบ ทำให้มีเสมหะที่เกิดจากการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุช่องคอ เยื่อบุหลอดลม เยื่อบุถุงลม
  • โรควัณโรค มักมีอาการไอเรื้อรัง ไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร เจริญเติบโตช้า หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ทดสอบได้ด้วยการเอกซเรย์ปอดและทดสอบผิวหนัง
  • โรคภูมิแพ้ เช่น แพ้นมวัว แพ้อาหาร แก้ไขโดย หยุดกินอาหารที่แพ้ แพ้สารกระตุ้นภูมิแพ้ที่เกิดจากการสูดดม เช่นฝุ่น ไรฝุ่น ละอองเกสร ซากแมลงสาบ รังแค ขนสุนัข-แมว
  • สิ่งแปลกปลอมอยู่ในระบบทางเดินหายใจ เช่น สำลักชิ้นส่วนของเล่นหรือเศษอาหาร
  • โรคกรดไหลย้อน เนื่องจากภาวะอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหูรูดที่กั้นระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะ ทำให้มีอาหารหรือกรดไหลย้อนขึ้นมาระคายเยื่อบุทางเดินหายใจ จึงไอเรื้อรัง
หากไอมีเสมหะ เบื้องต้นที่คุณพ่อคุณแม่พอจะช่วยได้ ลองมาดูวิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย จากสมุนไพรที่หาได้ง่ายๆ กันก่อนที่จะพาไปพบคุณหมอนะคะ
  • น้ำอุ่นผสมมะนาวและน้ำผึ้ง

    เชื่อว่าทุกบ้านคงจะมีมะนาว และน้ำผึ้งติดตู้เย็นกันอยู่แล้ว วิธีผสมคือใช้น้ำอุ่นประมาณครึ่งแก้ว + น้ำมะนาวครึ่งซีก + น้ำผึ้งเล็กน้อย ลองชิมก่อนนะคะว่าน้ำอุ่นพอที่ลูกจะจิบได้มั้ย สามารถให้ลูกจิบได้เรื่อยๆ เมื่อไอมีเสมหะค่ะ

น้ำผึ้ง มะนาว ผสมน้ำอุ่น

  • น้ำขิงอุ่น

    ไม่ว่าจะน้ำขิงที่ชงจากผงสำเร็จรูป หรือน้ำขิงจากร้านขายน้ำเต้าหู้ก็ช่วยให้ชุ่มคอได้ค่ะ ลองชิมรสชาติของน้ำขิงก่อนนะคะ ถ้าเผ็ดร้อนเกินไป อาจปรุงเพิ่มเติมด้วยน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความหวาน ทำให้รับประทานง่ายขึ้นค่ะ

น้ำขิงอุ่นๆ

  • ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น สับปะรด มะยม ระกำ

    ผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยให้ชุ่มคอ และขับเสมหะ รสชาติทานง่ายสำหรับเด็กๆ สำหรับผลไม้ที่มีเมล็ด คุณพ่อคุณแม่อาจจะช่วยคว้านเมล็ดออกก่อนที่จะให้ลูกทานนะคะ

ผลไม้รสเปรี้ยว

 

  • สมุนไพรแก้ไอสำหรับเด็ก

    สารสกัดจากสมุนไพรก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการสำหรับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ได้ แต่ต้องดูว่าไม่มีแอลกอฮอล์ หรือมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

สารสกัดจากใบไอวี่ (Ivy Leaft Extract)

ใบไอวี่ จัดเป็นสมุนไพร ที่ระบุไว้ในตำรับยาสมุนไพรยุโรป ซึ่งทางองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) นั้นได้รองรับบทบาทความเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการบรรเทาอาการได้  โดยมีสารสำคัญในการออกฤทธิ์นั้น มีสรรพคุณทางยา โดยผ่านการศึกษาด้านคลีนิกของประสิทธิภาพสมุนไพร จาก (ESCOP) จึงทำให้เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้กันมากในยุโป และมีความปลอดภัย ซึ่งผ่านการประเมินด้านความปลอดภัยจาก Commission E

ESCOP : European Scientific Cooperative on Phytotherapy 
EMA : European Medicines Agency

Eugica Ivy เป็นสมุนไพรแก้ไอที่ปลอดภัยกับเด็กเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งผู้ใหญ่ก็สามารถใช้ดี จึงเหมาะกับทุกคนในครอบครัว เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ สารแต่งสี และน้ำตาล มีรสน้ำผึ้ง ทานง่ายสำหรับเด็ก มีส่วนช่วยแก้ไอขับเสมหะที่บรรเทาอาการได้ดี

 

ในการรักษาอาการไอที่ดีและถูกต้องที่สุดคือการรักษาที่ต้นเหตุ ยาแก้ไอนั้นเป็นเพียง วิธีบรรเทาอาการไอของลูกน้อย เบื้องต้น เวลาจะใช้ยาก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และที่สำคัญที่สุด ไม่ควรใช้ยาที่มีฤทธิ์กดอาการไอ ได้แก่ DEXTROMETROPHAN, CODEINE โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และในรายที่ไอแบบมีเสมหะ เพราะจะทำให้เสมหะไม่สามารถถูกขับออกมา เกิดคั่งค้างอยู่ในระบบทางเดินระบบหายใจ หรือในปอด ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเป็นอันตรายในภายหลังได้ ทางที่ดีจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

 

Tags

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

5 สิ่งสุดว้าว ที่ทำให้เด็กๆ อยากมา โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี ทุกวัน!

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี โรงเรียนทางเลือกขนาดกลาง ที่คุณครูรู้จักนักเรียนทุกคน!!! ใช้หลักสูตรสามัญ แต่เท่าทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน สร้างสมดุลในการใช้ชีวิตของนักเรียน สามารถต่อยอดกับสิ่งที่พบเจอในชีวิตจริง อย่างเกื้อกูล ไม่ใช่การแข่งขัน

สำหรับ โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี มีสโลแกนของโรงเรียนที่น่าสนใจ คือ  A Multi Intelligent Child is Developed Here. มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ใส่ใจลงรายละเอียด ด้วยนโยบายการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ Multiple Intelligences และ Competency ของนักเรียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Innovative Boutique School ทำให้พ่อแม่ยิ้มอย่างเบาใจได้ว่า เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ตามศักยภาพของแต่ละคน

ซึ่งโรงเรียนแห่งพหุปัญญาแห่งนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2527 บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่กว่า  มีการจัดระเบียบ แบ่งเวลาและการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับกิจกรรมของเด็กๆ เราสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายแต่ตั้งใจ ด้วยประสบการณ์ทางด้านการศึกษาของโรงเรียนที่ยาวนานถึง 39 ปี ได้บ่มเพาะความเฉพาะตัวในรูปแบบการสอนของตัวเอง ภายใต้บริบทของเด็กไทยที่มีคุณภาพ

การเรียนของที่นี่จัดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) เพื่อการเรียนรู้ที่ควบคู่กันไปเพื่อพัฒนา อารมณ์ สังคม จริยธรรมและวิชาการ ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานได้ลงมือทำจริง ทั้งหมดนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพทางสมอง ให้เด็กๆได้ใช้ทั้งพลังกายและพลังสมองไปควบคู่กัน

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

 

5 สิ่งพิเศษ ที่ทำให้เด็กๆ อยากมา โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี ทุกวัน

 

1.คลาสเรียนแบบเฉพาะตัว

ในสายตาแม่อย่างเรา มีแววตาประกายและแทบจะร้องว้าว!! ออกมาตั้งแต่ห้องแรกที่คุณครูพาชม นอกจากการเรียนในห้อง จะได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เริ่มจากในชั้นแรกของอาคาร ซึ่งเป็นส่วนของเด็กเล็ก อนุบาล1-3 เป็นห้อง activities Club ,Cooking Club ส่วนชั้นสองเป็นพี่ๆเด็กโตระดับประถมและมัธยม จะเป็นห้อง O-miles ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และห้องกลไกต่างๆซึ่งจะมีอุปกรณ์เอาไว้ให้พร้อม นักเรียนสามารถลงมือปฏิบัติหรือเรียนเป็นกลุ่มได้เลย  ห้อง Math Lab ห้องเรียนคณิตที่ต่างออกไป ผ่านการเล่นได้จับรูปทรงเรขาคณิต ได้ฝึกคิดและสนุกกับตัวเลข ส่วนชั้นที่สาม มีห้องเรียนดนตรีแสนสนุกที่เด็กๆสามารถเลือกเครื่องดนตรีได้ตามที่ตัวเองสนใจ ในเด็กโตมีกิจกรรม ชมรมแต่งเพลง เล่นดนตรี ตัดต่อ แบบการทำงานเป็นทีม จนจบเป็นเพลงด้วยตัวเอง ที่ว้าวอีกสิ่งหนึ่งคือ ห้อง i-Mac ห้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ที่เด็กๆสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้แบบหนึ่งคนหนึ่งเครื่อง สามารถตัดต่อเพลงที่ตัวเองแต่งไว้ หรือทักษะการทำโปรแกรม 3D เมื่อเสร็จแล้วสามารถปริ้นท์ผลงานออกมาได้เลย พราะมีเครื่องปริ้นท์ 3D เตรียมไว้ให้ครบหมดแล้ว   ส่วนช่วงเย็นเด็กๆสามารถเลือกเรียนได้ตามความชอบ เพราะที่นี่มีคลาสเรียนสนุกๆให้หลังเลิกเรียน ไม่เน้นวิชาการ เช่น วิชาดราม่า หรือศิลปะการละครสำหรับเด็ก เทนนิส บัลเลต์ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ทำอาหาร และอื่นๆ

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี
โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

Activities Club ห้องกิจกรรมการเรียนรู้นอกตำราเรียน ที่ทั้งสนุกและสามารถสร้างพื้นฐานอารมณ์ ความคิดและจิตใจที่ดีให้กับเด็กๆ เช่น การเล่นต่อบล๊อก กิจกรรม Drama for kids ศิลปะการละครสำหรับเด็ก ส่งเสริมให้เด็กกล้าแสดงออก สร้างบุคลิกภาพที่ดี และเด็กๆได้ฝึกเรียนรู้อารมณ์ตัวเองอีกด้วย

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

Cooking Club   ลงมือทำครัวกันอย่างจริงจัง เรียนรู้การใช้ชีวิต การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยเหลือแบ่งเบาในครอบครัว ความรู้พื้นฐานของชีวิตที่จะติดตัวเด็กๆไปตลอดชีวิต ให้เอาตัวรอดได้ในทุกๆที่ รวมถึงคำศัพท์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คุณครูจะจดคำศัพท์ที่เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรม แล้วมาย้ำสอนในคลาสเด็กเล็กวัยอนุบาลอีกครั้ง เพื่อให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆในทุกวัน

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

Math lab เรียนวิชาคณิตให้สนุกขึ้นด้วยการเรียนคณิตศาสตร์จากโจทย์ในกระดาษสู่การทดลองซึ่งเด็ก ๆ จะได้ลงมือปฏิบัติแบบ Hands On เข้าใจและแก้ปัญหาเป็น ผ่านหลักสูตรที่ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

ห้อง O-miles   เด็กๆจะได้ลงมือปฏิบัติและฝึกการเรียนรู้กลไกต่างๆด้วยตัวเอง คิดค้นและฝึกใช้ความคิดวางแผนตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ฝึกฝนได้ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง

 

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

ห้อง i-Mac ไม่ต้องนับแล้วว่าแม่ว้าวไปกี่ว้าวแล้ว เพราะห้องคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่อง Mac ให้ใช้หนึ่งคนหนึ่งเครื่องนั้น  เป็นเครื่องมือชั้นดี ที่ช่วยต่อยอดจินตนาการเด็กๆให้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น

 

2. อาหารจากความใส่ใจ และเด็กๆช่วยคิดเมนูเองได้

โรงอาหารปลอดภัย Q Canteen ที่คล้ายจะเป็นโรงอาหารในฝันของแม่ๆ เพราะที่นี่มีข้อกำหนดของการจัดการร้านอาหารไว้อย่างดี โรงอาหารที่นี่มีอยู่สองร้าน แต่เป็นสองร้านที่มีคุณภาพ เพราะวัตถุดิบของแต่ละร้านผ่านการคัดสรรมาอย่างดี โดยทางโรงเรียนจะระบุแหล่งซื้อวัตถุดิบที่ปลอดภัยปลอดสารให้กับทางร้าน เมนูที่เด็กๆได้ช่วยกันสร้างสรร และคิดเมนูที่อยากทานเองกับแม่ครัว ช่วยให้เด็กๆมีช่วงเวลาความสุขกับอาหารกลางวันที่โรงเรียน รวมถึงที่นี่สอนให้เด็กๆเข้าใจถึงที่มาของอาหาร อย่างในเด็กอนุบาลได้ลงมือและเรียนรู้การปลูกข้าวจนจบกระบวนการเป็นข้าวให้พวกเขาได้รับประทานกัน

 

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

 

3. ระเบียบวินัยที่สร้างได้จริง

การสร้างระเบียบวินัยของเด็กๆในโรงเรียนนี้ มีทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในห้องเรียนจะใช้วางระบบ Classroom Management มีการหมุนเวียนนักเรียนให้พอดีกับกิจกรรม หรือภาษามือที่สร้างความเข้าใจเดียวกัน ครูผู้สอนจะรับทราบได้ว่าเด็กต้องการอะไรโดยไม่ต้องมีการตะโกนหรือส่งเสียงดังข้ามไปมา และไม่มีการเคาะโต๊ะ ให้นักเรียนเงียบ ส่วนวินัยนอกห้องเรียนคือ วินัยส่วนรวมในสถานที่ส่วนกลางของทุกคน จะมีการฝึกให้กิน เล่น เก็บอย่างมีระบบ เป็นต้น

 

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

1.สนามเด็กเล่นของพี่ๆชั้นประถม ทางโรงเรียนจะจัดสรรเวลาในช่วงพัก 10 โมงและช่วงเที่ยง ให้เด็กๆได้มาออกกำลังและได้ลงมาผ่อนคลายกัน ทางโรงเรียนปักธงไว้ บอกเรื่องค่าฝุ่นPM 2.5 ให้เด็กดูสีจากธง เด็กๆจะรู้ได้เองว่าสามารถลงมาเล่นได้หรือไม่

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

2. ส่วนของน้องๆอนุบาล 1- 3 จะมีส่วนสนามพัฒนาสมอง จัดสรรเวลาเล่น สลับกันในแต่ละระดับชั้น พื้นฐานจากการคิดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการสอน อย่างช่วงนี้จะมีการสอนเรื่อง “กล้วย” ใช้จุดเริ่มต้นมาจากสิ่งที่มีอยู่ในโรงเรียนอยู่แล้ว จึงออกแบบทางเดินไปยังสนามทรายละเอียดเพื่อทำความรู้จักกับต้นกล้วยไปในตัว ปิดท้ายด้วยความสนุกของสนามเด็กเล่น

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

3. กิจกรรมและการสร้างวินัยอื่นๆที่เด็กๆจะได้เรียนรู้ เช่น หลังรับประทานอาหารควรล้างและเก็บตรงไหน เด็กๆจะมีกล่องข้าวเป็นของตัวเอง เพื่อฝึกความรับผิดชอบตัวเอง ต้องล้างและจัดการกล่องข้าวของตัวเอง การทิ้งเศษอาหารหรือการแยกขยะประเภทต่างๆ ที่หากสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ คุณครูก็จะต่อยอดเป็นกิจกรรมการสอนในห้องเรียนด้วย รวมถึงการสอนความรู้พื้นฐาน แบบลงมือปฏิบัติจริง เพิ่มการรับรู้และการสังเกตในเด็กเล็ก อย่างการปลูกข้าวที่จะรู้กระบวนการตั้งแต่เริ่มต้น จนจบที่บนจานอาหาร

 

4. นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน

หากเกิดการทะเลาะกันในโรงเรียน  เด็กที่มีพฤติกรรม อารมณ์ที่แตกต่างออกไป รวมถึงปัญหาในการเรียน  ทางโรงเรียนจะไม่ตัดสินเด็กในทันที  จะสอบถามกับทางนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงมีการประชุมครูในแต่ละระดับชั้นเป็นประจำ หากนักเรียนคนไหนประสบปัญหาที่มีความซับซ้อนเกินกว่าที่คุณครูประจำชั้นประเมินไว้ ทางโรงเรียนจะปรึกษาร่วมกัน ระหว่างคุณครู นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน และผู้ปกครอง โดยมีนักจิตวิทยาเป็นตัวกลาง ช่วยปรับเด็กให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาและช่วยให้นักเรียนมีความสบายใจและมีความสุขในการเรียนด้วย

5.  ความปลอดภัยที่พ่อแม่อุ่นใจได้

ผู้ปกครองหรือผู้ที่มารับ-ส่ง เด็กๆสามารถมาส่งได้แค่หน้าห้องธุรการ ซึ่งเป็นส่วนด้านหน้าสุดของโรงเรียนเท่านั้น ใครก็ตามที่จะมารับต้องแจ้งกับทางโรงเรียนก่อน โดยที่นี่มีการจัดการผ่านระบบ เป็นแอปพลิเคชั่นของทางโรงเรียน ว่าจะมารับนักเรียนแล้ว หากเปลี่ยนแปลงผู้มารับส่งจะต้องแจ้งทางโรงเรียนให้ทราบก่อน ซึ่งทางโรงเรียนจะแจ้งทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ครูทุกคนไปจนถึงรปภ.ด้านหน้ารับทราบร่วมกัน เรียกได้ว่าเกื้อกูลและช่วยเหลือดูแลกันเหมือนเป็นลูกของตัวเอง

 

 

♥ Mommy’s Love This! ถูกใจแม่

– โรงเรียนนี้ไม่มีการบ้าน!  ใช้วิธีวัดผลการเรียนแบบเข้าถึง ไม่มีการจัดลำดับที่ ประเมินระหว่างทางการสอน คุณครูมีเช็คลิสต์ในการเรียนแต่ละวัน

-ไม่มีการเคาะโต๊ะ ให้นักเรียนเงียบ กำหนดภาษามือที่สร้างความเข้าใจเดียวกัน เด็กๆก็ใช้ระบบเดียวกันกับเพื่อนด้วย ครูไม่ต้องตะโกนสั่ง สอนวิธีการเงียบ และสร้างวินัยแบบเป็นระบบ

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

-โต๊ะเรียนปรับระดับได้ ตามความสูงของนักเรียน   เช่น ในเด็กที่สายตาสั้น ให้นักเรียนช่วยกันดู สามารถเปลี่ยนสลับที่นั่งกันได้

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

-เรียนแบบชิลๆ ทั้งบรรยากาศและอารมณ์ของผู้คน โรงเรียนนี้สร้างความรู้สึกไม่กดดัน ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนทุกวัน ใส่ชุดไปรเวทสองวันต่อสัปดาห์ หรือที่คุณครูวางแผนไว้ในเทอมหน้า หากหน้าฝนไม่ต้องใส่รองเท้านักเรียนมา ใส่รองเท้าแตะแบบสุภาพ เพื่อให้เด็กๆรู้สึกสบายตัวสบายใจ และอยากมาโรงเรียน

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

-โรงเรียนสร้างนักคิด ผ่านกิจกรรมคำถาม ที่ดึงศักยภาพของเด็กๆออกมาผ่านการถามคำถาม ไม่ตัดสินเด็กว่าถูกหรือผิด เน้นให้เด็กๆกล้าที่แสดงความคิดเห็นและมีความคิดอย่างเป็นระบบ

 

♣ ที่อยู่ : โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี

14/7 หมู่ 3 ถ.บางกรวย -ไทรน้อย ตำบล บางสีทอง อำเภอ บางกรวย จังหวัด นนทบุรี

โทร. 080-065-5596

♣ ระดับที่เปิดสอน : ระดับชั้นอนุบาล 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3

♣ อัตราค่าเล่าเรียน : ประมาณ 35,000 บาท/เทอม

♣ เว็บไซต์ : https://prasartvidnon.ac.th/

♣ FBhttps://www.facebook.com/Prasartvidnonschool

 

 

โรงเรียนประสาทวิทยานนทบุรี
ครูทับทิม -คุณ จิตสุภา โตตาบ
รองผู้อำนวยการและ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล
ครูที่มีความชำนาญเฉพาะทาง อย่างด้านภาษา ครูทับทิมจจบการศึกษาปริญญาตรี อักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท ด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ MEd inTESOL, University of Exeter, UK และด้านการเรียนการสอนเด็กเล็ก Distinction in the Kindergarten Teacher Examination, University of Greenwich, UK– TKT (Teaching Knowledge Test), Cambridge Assessment English.
เรียกได้ว่าเป็นครูรุ่นใหม่ที่นำความรู้ บวกกับประสบการณ์ในการสอน มาปรับใช้และพัฒนาเด็กๆในทุกๆด้าน ให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันรวมถึงเป็นผู้นำทีมคุณครูรุ่นใหม่ๆ สร้างเป็นทีมเวิร์คที่ดี มีการปรึกษากันในการทำงานอยู่เสมอ จึงเกิดการเรียนการสอนและการดูแลเด็กที่มีคุณภาพ

 

Editor : แม่พีท-พริม
ภาพ : กรานต์ชนก บุญบำรุง + ภาพจากรร.


อ่านต่อบทความน่าสนใจ

ปัญหาหลังคลอด

แม่ซึมเศร้า ลูกร้องไห้ สารพัด ปัญหาหลังคลอด ที่แม่มือใหม่ต้องเจอ กับหมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ปัญหาหลังคลอด คือ อาการที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดบุตร มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ เนื่องจากฮอร์โมนฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนลดลง ดังนั้นคุณแม่ควรทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

ไขข้อสงสัย ปัญหาหลังคลอด ที่แม่มือใหม่ต้องเจอ
กับหมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และคุณพ่อมือใหม่ที่กำลังรอวันที่ลูกรักลืมตาดูโลก นอกจากการจัดเตรียมบ้าน จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนสำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัว ยังมี ปัญหาหลังคลอด ที่น่ากังวลใจ และอาจเกิดความเข้าใจผิดตามมาอีกหลายอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจและเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม เพื่อเตรียมรับมือและจัดการกับ ปัญหาลูกรัก ต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบ สบายใจ และสามารถเลี้ยงลูกรักให้เติบโตอย่างมีความสุขและแข็งแรง วันนี้ ทีมแม่ ABK มีความรู้ดี ๆ จาก ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ (หมอวิน) เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ มาฝากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคนกัน

ปัญหาหลังคลอด
ศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ (หมอวิน) เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ปัญหาหลังคลอด – ภัยเงียบที่คุณแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว!

อาการอย่างหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยหลังจากคลอดลูก นั่นคือ “ซึมเศร้า” ซึ่งอาการซึมเศร้านี้มีหลายระดับ แบ่งเป็น

  • ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Maternity Blues หรือ Postpartum Blues)

คุณแม่หลายคนอาจจะคิดว่าตัวเองคงไม่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เพราะก่อนคลอดลูก คุณแม่ก็มีความสุขดี ปกติดีทุกอย่าง แต่เมื่อคุณแม่คลอดลูกแล้ว อาจเกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้โดยไม่ได้ตั้งตัว จากการศึกษา พบว่า คุณแม่ร้อยละ 65-80 เคยผ่านการเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โดยภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ ตั้งแต่ 2-3 วันแรก ไปจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด อาการที่พบเห็นได้ทั่วไปคือ ไม่มีความสุข รู้สึกวิตกกังวล ไม่มั่นคงทางอารมณ์ รู้สึกไม่สบายใจ เศร้าใจ เสียใจ

แม่ซึมเศร้า ลูกร้องไห้: สารพัด ปัญหาลูกรัก ที่คุณแม่มือใหม่ต้องเจอ กับหมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

หากคุณแม่เริ่มมีอาการที่หนักมากยิ่งขึ้น และอาการเหล่านั้นมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น คุณแม่อาจกำลังเป็น “โรคซึมเศร้าหลังคลอด” ซึ่งมีความรุนแรงของอาการมากกว่า “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” โดยสามารถเกิดอาหารตั้งแต่ 2-3 เดือนแรก ไปจนถึง 1 ปี หลังคลอด หากไม่ได้รับการรักษาให้ถูกวิธีและทันท่วงที อาจเกิดอาการทางจิตตามมาได้ เป็น “จิตเภทหลังคลอด” ซึ่งจะมีอาการที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น เช่น ได้ยินเสียงแว่ว เกิดภาพหลอน แม้ว่าจะมีอาการที่รุนแรง แต่จิตเภทประเภทนี้เป็นจิตเภทที่พบได้ไม่บ่อยนัก

อาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอด ที่คุณแม่และคนรอบข้างสามารถสังเกตเห็นได้ มักจะเป็นความรู้สึกเศร้าขึ้นมาเอง เป็นอาการของจิตใจและอารมณ์ที่กระทบกับการใช้ชีวิต เช่น การกิน การนอน รู้สึกง่วงผิดปกติตลอดเวลา ถึงจะนอนพักผ่อนเยอะแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกง่วงมาก หรือคุณแม่บางคนอาจมีอาการนอนไม่หลับ บางคนกินอาหารไม่ได้ กินอาหารไม่หยุดจนผิดปกติ งานอดิเรกที่เคยชื่นชอบ ก็ทำแล้วไม่รู้สึกมีความสุขอย่างเคย เช่น ซีรีส์ที่เคยดูแล้วสนุก ตอนนี้ก็ดูแล้วไม่สนุกแล้ว ส่งผลกระทบต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม รู้สึกอยากปลีกตัว รู้สึกแปลกแยกจากสังคม มีความคิดร้าย ๆ ความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับตัวเอง ลูก และคนรอบข้าง เช่น รู้สึกอยากทำร้ายตัวเอง รู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมาอีก รู้สึกอยากจะทิ้งลูก คิดลบกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ เป็นแม่ที่ไม่ดี จิตใจอ่อนแอ เป็นแม่ที่ไม่ดีพอ เป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ เป็นต้น

หากมีอาการเช่นนี้ ควรรับการรักษาทันที จากประสบการณ์ของคุณหมอวิน เวลาที่คุณแม่พาลูกมาตรวจสุขภาพหลังคลอด นอกจากการถามถึงสุขภาพของลูกแล้ว คุณหมอจะถามถึงความรู้สึกและความเป็นอยู่ของคุณแม่ด้วย เพื่อเป็นการทดสอบว่า คุณแม่กำลังมีอาการที่เสี่ยงภาวะซึมเศร้าหรือไม่ เช่น คุณหมอจะถามว่า คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง เหนื่อยไหม ยังไหวอยู่ไหม ซึ่งคุณแม่บางคนได้ยินคำถามแล้วร้องไห้ทันทีเหมือนถูกปลดล็อก หรือคุณแม่บางคนก็มีท่าทีนิ่งเฉยแบบดูไม่มีอารมณ์ร่วม หากมีอาการเช่นนี้ คุณหมอจะได้ให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

ภาวะและโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้นสามารถรักษาได้ โดยยาที่รักษาภาวะซึมเศร้าและโรคซึมเศร้าหลังคลอดนั้นมีหลายชนิด มียาหลายชนิดที่สามารถรับประทานไปพร้อมกับให้นมลูกได้ตามปกติ ซึ่งหากรับการรักษาแล้วมีความจำเป็นต้องใช้ยาที่ต้องงดนมแม่ คุณหมอก็จะแจ้งกับคุณแม่ เพื่องดการให้นมในช่วงที่ต้องรับการรักษา และหานมทางเลือกอื่นมาทดแทนนมแม่ เพราะถึงแม้ว่า นมแม่จะเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้ลูกแข็งแรง แต่สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุดคือ “แม่” มากกว่าต้องการนมแม่ คุณแม่จึงต้องรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงก่อน ลูกจึงจะแข็งแรงตามไปด้วย

จากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกาย การออกไปเจอแสงแดด การเปิดโอกาสให้ร่างกายได้รับวิตามินดีบ้าง สำคัญสำหรับจิตใจและอารมณ์ โดยสารอาหารที่คุณแม่มักจะขาดคือ “โปรตีน” ถ้ารู้สึกว่าตัวเองรู้สึกดาวน์ ควรลดปริมาณอาหารที่มีคาเฟอีนลง จะช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้น นอกจากนี้ควรฝึกการให้นมลูกท่านอน จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ลดภาระในการให้นมลูกลงบ้าง ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็ง ลดความเหนื่อยล้า ให้คุณแม่ได้นอนหลับไปพร้อมกับลูก

 

#คุณพ่อ : บุคคลสำคัญที่ช่วยคุณแม่ก้าวข้ามความเศร้า

คุณพ่อคือตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่หลังคลอด สามารถก้าวข้ามผ่านภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ โดยการสังเกตอาการของคุณแม่ ว่ามีพฤติกรรม และลักษณะนิสัยที่แตกต่างไปหลังจากคลอดหรือไม่ เปลี่ยนแปลงไปจนผิดปกติหรือไม่ เพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดลบอยู่ คุณพ่อจึงต้องเป็นคนที่คอยสังเกตว่า คุณแม่มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง  คุณพ่อสามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ด้วยการพูดคุยกับคุณแม่อยู่เสมอ คอยให้กำลังใจ สร้างความมั่นใจ รวมไปถึงช่วยทำงานบ้าน โดยเฉพาะในเดือนแรก เพราะคุณแม่เพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมา ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ความเจ็บป่วยทางกายและทางใจ

ตัวอย่างที่คุณพ่อช่วยทำได้ ได้แก่

  • ช่วยอุ้มลูก กล่อมลูก
  • ล้างอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • เตรียมอาหาร
  • ช่วยเยียวยาจิตใจ เพราะการรับประทานอาหารที่ดี สลับกับอาหารที่ชอบ ก็จะช่วยให้คุณแม่มีความสุขได้

 

สุขภาพหัวนม ปัญหาหลังคลอด สำคัญไม่แพ้นมแม่

ยิ่งใกล้ถึงกำหนดคลอด คุณแม่ก็มักจะใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น อวัยวะส่วนหนึ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ “หัวนม” และ “ลานนม” โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายก่อนคลอด ควรสังเกตดูหัวนมและลานนมของตนเองว่ามีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง เช่น หัวนมบอด ลานนมแข็ง เป็นต้น เพื่อที่จะได้แจ้งแพทย์ให้ดูแลบริเวณนี้เป็นพิเศษ

นอกจากนี้คุณแม่ไม่ควรยุ่งกับหัวนมหรือลานนมมากเกินไป คุณแม่บางคนต้องการให้ลูกรับประทานน้ำนมเหลือง จึงเริ่มเก็บน้ำนมตั้งแต่ก่อนคลอด ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ควรทำ เพราะการยุ่งกับหัวนมและลานนมก่อนเวลาอันควรอาจเป็นการกระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนดได้ อาจทำให้หัวนมลานนมแตก ทำให้รู้สึกเจ็บทรมานตามมาได้

อย่ารีบซื้อเครื่องปั๊มนมเร็วเกินไป หัวนมและลานนมเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนขนาดอยู่ตลอดการตั้งครรภ์ จึงควรเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมช่วงใกล้คลอดหรือหลังคลอด เพราะขนาดของหัวนมคุณแม่อาจเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทำให้เครื่องที่ซื้อมาล่วงหน้ามีขนาดไม่พอดี ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรให้นมแม่ด้วยการเข้าเต้าก่อน คุณแม่หลายคนมีปัญหาเรื่องน้ำนมน้อย น้ำนมไม่ไหล จึงกังวลว่าตนเองจะไม่มีนมให้ลูกกิน รู้สึกวิตกกังวลจนอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ คุณหมอวินยืนยันว่า น้ำนมเหลืองหรือน้ำนมแม่นั้นอยู่ในหน้าอกแม่ แต่อาจจะยังไม่เห็นในช่วงแรก บีบไม่ออก ถ้าคุณแม่พาลูกเข้าเต้า ลูกก็จะได้รับนมที่มีคุณค่าทางอาหารอย่างแน่นอน คุณแม่จึงควรเอาลูกเข้าเต้าสม่ำเสมอ และควรฝึกวิธีการเอาลูกเข้าเต้าตั้งแต่ที่โรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน โดยช่วงเวลาคุณแม่พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล คือช่วงเวลาที่เหมาสำหรับการเรียนรู้วิธีการให้นมแม่ที่ถูกต้อง

 

ท่าให้นมที่คุณแม่ควรฝึก

  • การให้นมท่านั่ง มือจับประคองหัวลูกเข้าเต้า ข้อสะโพกต้องงอขึ้นเล็กน้อย จึงควรหาอะไรหนุนเท้าให้สูงขึ้น เพื่อให้หน้าขางอเข้าหาตัวเล็กน้อย ป้องกันอาการเกร็ง ปวดเมื่อย ตะคริวกิน คุณแม่สามารถปล่อยมือจากลูกได้ โดยที่ลูกไม่พลิกออกจากเต้านม
  • การให้นมท่านอน

 

3 เทคนิคการให้ลูกดูดนมแม่หลังคลอด

  • ดูดเร็ว ควรให้ลูกดูดนมแม่ให้เร็วที่สุด ภายในในชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • ดูดถูก ควรฝึกวิธีการจับประคองลูกดูดนมจากเต้าให้ถูกท่า ถูกวิธี โดยท่าที่ถูกต้องคือปากของลุกต้องครอบลานนม ปากลูกบานออกเป็นปากเป็ด คางจมเต้า จมูกชิดเต้า เพื่อให้เกิดสุญญากาศในช่องปาก ทำให้ลูกสามารถดูดน้ำนมออกมาได้อย่างถูกวิธี ช่วยให้น้ำนมแม่ไหลดี ถ้าลูกดูดผิดวิธี จะมีเสียงจั๊บ ๆ มี่เกิดจากการที่ปากของลูกไม่ชิดเต้านมแม่ ทำให้ไม่เกิดสุญญากาศภายในปากของลูก ทำให้ลูกดูดนมได้ไม่ดี น้ำนมไหลไม่สม่ำเสมอ น้ำนมไหลน้อย ทำให้ลูกรู้สึกหงุดหงิด หรืออาจทำให้ลูกเคี้ยวหัวนมเพื่อให้น้ำนมไหลออกมา ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้หัวนมและลานนมแตก บาดเจ็บได้
  • ดูดสม่ำเสมอ คุณแม่ควรพาลูกเข้าเต้าเพื่อกินนมเป็นประจำสม่ำเสมอ ตามความหิวและความอิ่มของลูก ต่อให้ไม่มีน้ำนม หรือมีน้ำนมน้อย คุณแม่ก็ควรพาลูกเข้าเต้าสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการกระตุ้นการผลิตน้ำนมแม่

 

อ่านต่อ..ไขข้อสงสัย ปัญหาหลังคลอด ที่แม่มือใหม่ต้องเจอ
กับหมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ
ที่คุณแม่มือใหม่ต้องเจอ กับหมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ ..ที่หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เมนูคะน้าฮ่องกง

เชฟแม่..แชร์สูตรเด็ด เมนูคะน้าฮ่องกง ราดน้ำมันหอย เขียวด้วย..อร่อยดี (มีคลิป)

เมนูคะน้าฮ่องกง ทำไมต้องผักคะน้า (Brassica oleracea var. alboglabra)

ผักคะน้า มีทั้งของไทยและของฮ่องกง แต่สำหรับเด็กแล้ว คุณแม่ปอมแนะนำให้เริ่มจากใช้ ผักคะน้าฮ่องกง ก่อนเพราะ จุดขายของเราก็คือความกรุบกรอบของก้าน ซึ่งคะน้าไทยมักจะมีก้านเล็ก(แต่หากหาชนิดก้านใหญ่ได้ก็ใช้ได้เช่นกัน)  บางครั้งจะเหนียวทั้งก้านและทั้งใบ ซึ่งจะพาลให้เหล่าวัยกระเตาะไม่ซื้อแถมขยาดไปตามๆ กัน

จริงๆ แล้ว คะน้า ถูกจัดอยู่ในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferous Vegetable) เช่นเดียวกับ บร็อคโคลี่ ฝรั่งถึงเรียกคะน้าว่า Chinese Broccoli หรือ Gai Lan 芥蓝 แบบแคนโตนิส ผักประเภทนี้ค่อนข้างท้าท้ายแก๊งฟันน้ำนม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพันธุกรรมต่อมรับรู้รสที่ไวต่อรสขมเป็นอย่างมาก  ถือเป็นกลุ่มผักที่ท้าทาย แต่คุ้มค่ามากถ้าเด็ก ๆ จะหลงรักมัน ไว้มีโอกาสจะกลับมาพูดเรื่องผักวงศ์นี้อีก

แจกสูตร..ลูกซัดหมดจาน
เมนูคะน้าฮ่องกง ราดน้ำมันหอย เขียวด้วยอร่อยดี

(เหมาะสำหับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีส่วนผสมของซอสปรุงรส)
เมนูจาก Rima’s Recipes โดย รัตมา พงศ์พนรัตน์ พรชำนิ

 

พี่คะน้าอุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งทั้งสองตัวเกี่ยวพัน กับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ยังสามารถลดการอักเสบ และลดเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ทั้งฝุ่น ทั้งโรคระบาดอีกด้วย สำหรับวัยที่ติดจอ คะน้าเป็นอาหารต้นทางมีลูตีนสูง เชื่อว่าแม่ๆหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับวิตามินนี้ในการใช้บำรุงดูแลดวงตา ส่วนลูกบ้านไหนมีปัญหาขับถ่าย

อีกทั้ง ผักคะน้า ยังมีไฟเบอร์สูงสามารถช่วยในการขับถ่ายได้ดี นี่ก็เป็นเหตุผลหลักว่าทำไมลูกเราควรมีพี่คะน้าไว้ในอ้อมใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างในโลกนี้มักมีสองด้านเสมอ การเลือกซื้อคะน้าเป็นสิ่งสำคัญ เราควรต้องสอบถามต้นทางการผลิตให้แน่ใจ เพราะไม่ใช่แค่คะน้าแต่ผักในวงศ์นี้สามารถกักเก็บสารเคมีไว้ได้เยอะเช่นกัน การทำความสะอาจก่อนรับประทานจึงเป็นสิ่งสำคัญของพืชวงศ์นี้

เมนูคะน้าฮ่องกง

เครื่องปรุง เมนูคะน้าฮ่องกง ราดน้ำมันหอย

  • คะน้าฮ่องกง 250 กรัม
  • น้ำมันกระทียม 3 ช้อนชา หรือ1 ช้อนโต๊ะ
  • กระทียมสดสับ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 2  ช้อนชา (จะใส่หรือๆไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา

https://www.tiktok.com/@amarinbabyandkids/video/7239892627854724358

 

@amarinbabyandkids คะน้าฮ่องกงราดน้ำมันหอย เมนูง่ายๆ ชวนเด็กๆ มาทานผักกันเถอะ ☺️🥬 #เมนูง่ายๆ #เมนูอาหาร #เมนูลูกรัก #ทำอาหาร #เข้าครัวทํากับข้าว #ทีมแม่abk #fyp #foryoupage ♬ original sound – AmarinBabyAndKids

 

เคล็ดลับการปรุงอาหาร เมนูคะน้าฮ่องกง ราดน้ำมันหอย

1. เวลาล้างผักทุกครั้งไม่ว่าจะนำไปปรุงด้วยวิธีใดก็ตาม แนะนำให้สลัดน้ำออกจากผักหรือซับให้แห้งสนิท เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในตัวผักอาจทำให้ผักเละได้

2. การลวกจะช่วยลดความขมที่มาจากเจ้า glucosinolates ในผักหลักการในการลวก ที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่แม่อยู่ประถม คือ น้ำน้อยไฟแรง และใช้เวลาสั้น ยังคงเชื่อได้อยู่ แต่แม่ขอเพิ่มเกลือลงไปนิดตอนน้ำเดือด ที่เรียนรู้มาจากคุณชวด โดยใช้เวลาลวกเพียง 20 -30 วินาที (ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของก้าน) จากนั้นนำผักใส่ในน้ำเย็นจัด เพื่อให้ผักมีสีเขียวสดใสน่ารับประทานยิ่งขึ้น และซับให้แห้งอีกครั้งก่อนเสิร์ฟ

3. เนื่องจากเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน คุณแม่เลยใช้เทคนิคการทำซอสจากน้ำมันร้อนๆผสมกับน้ำปลาและน้ำมันหอยนิดหน่อย แล้วราดลงบนกระทียมสดสับและคะน้าที่ลวกแล้ว เพราะน้ำมันร้อนๆจะทำให้ดึงรสชาติกระเทียมสดที่ใส่ลงไปให้หอมอบอวลมากขึ้น พี่ผักคะน้าของเราก็จะขึ้นเงา เปล่งเฉดเขียวสดให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น พอดีลูกสาวช่วงนี้ชอบรับประทานกระเทียมเจียว ส่วนตัวเลยอยากทดลองว่าถ้าเป็นกระทียมสดที่ราดน้ำมันร้อนๆนี้จะดึงดูดสาวเจ้าได้หรือไม่

รสชาติและรสสัมผัสที่จะทำให้จานนี้ซื้อใจเจ้าตัวน้อย

ก้านต้องสุกพอดี หวานปะแล่ม รสสัมผัสกรุบกรอบ ผักใบต้องสวยไม่เละ แหย่ะปาก และที่สำคัญต้องทำให้รสขมเจือจางลง เพิ่มรสความกลมกล่อมอุมามิ ไม่เค็มจัดจนเกินพอดี และไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำตาล เพราะความหวานได้จากผักอยู่แล้ว


ขอบคุณข้อมูลจาก : Rima’s Recipes

 

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก!