แดดแรงขนาดนี้แม่ต้องสู้ มาชวนคุยเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับรังสี UV พร้อมสู้แดดไทยพุ่ง 43 องศา แบบตัวมารดา!

  “ประเทศไทยร้อนมาก!” ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ให้เหนื่อย ยิ่งโดยเฉพาะการพาลูกออกไปเล่นกิจกรรมนอกบ้าน แม่จะหยุดสวยไม่ได้

แต่นอกจากอากาศที่ร้อนและแสงแดด แผดเผาที่เราสัมผัสได้ด้วยตัวเองแล้ว ค่า UV Index ประเทศไทยของเรายังสูงไม่แพ้ใครอีกด้วย ค่า UV Index นั้นคือการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลตลงมายังพื้นผิวโลก มีตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึง 12 โดยปกติแดดเมืองไทยมีค่าเฉลี่ย UV Index สูงอยู่แล้ว แต่ถ้าเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะอยู่ที่ระดับความรุนแรงสูงสุดตามที่องค์การอนามัยโลกระบุ ที่ 11 – 12 เลยทีเดียว เรียกว่าแดดเมืองไทยไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาแบบเล่นใหญ่ไม่แพ้ชาติได้ในโลก จนหลายประเทศต้องเตือนนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวประเทศไทยให้หาทางป้องกันแดดให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งผิวหนัง

ในเมื่อแดดเมืองไทยเขาพีคไม่เกรงใจขนาดนี้ ถ้าต้องการปกป้องผิวจากแสงแดดตัวจี๊ดให้อยู่หมัดก็ต้องปกป้องแบบตัวมัม สู้ด้วยความรู้ความเข้าใจแบบยืนหนึ่ง วันฝุ่นมาพายุฤดูร้อนเข้าแปลว่าไม่มีรังสี UV จริงหรือเปล่า? อยู่ในร่มไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดก็ได้จริงไหม? สวยแบบผิวแทนสายฝอก็ไม่ต้องใช้กันแดดจริงดิ? วันนี้ MISTINE จะชวนทุกคนมาแก้ความเข้าใจผิดๆ แล้วรีบเข้าใจใหม่เพื่อให้ฤดูร้อนนี้หาทางป้องกันแดดและรังสี UV อย่างถูกวิธีแบบตัวมารดาสุดปังไปพร้อมกัน เริ่มเลอ!

เรื่องเข้าใจผิดที่ต้องรีบเข้าใจใหม่ในหน้าร้อนนี้ ถ้าคิดจะรับมือกับ UV ตัวจี๊ดในไทย

วันฝุ่นเยอะ วันมีเมฆ สวยเชิดได้แม้ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดจริงหรือ? หลายคนเข้าใจว่าวันที่ท้องฟ้ามีเมฆมากหรือวันที่ PM2.5 บุกจนส่งผลให้อากาศขมุกขมัว แดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินก็แปลว่าสบายใจได้ ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์
กันแดดแล้ว แต่จริง ๆ แล้วแม้เป็นวันที่ดูไม่มีแสงแดดแผดเผา แต่รังสี UV ยังมีอยู่! โดยเมฆบางชนิดอาจกั้นรังสี UV ไว้ได้บ้าง แต่รังสี UV ก็ยังทำร้ายผิวได้อยู่ นอกจากนี้ ผิวยังอาจเกิดอาการแสบไหม้จากแสงอาทิตย์ได้ง่ายขึ้นเพราะขาดสัญญาณเตือนจากความร้อนที่เกิดจากรังสีอินฟราเรด ซึ่งถูกไอน้ำในเมฆดูดซึมไปเกือบทั้งหมด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวันฝุ่นมา ฟ้าหม่น วันฝนตกพายุฤดูร้อนเข้าก็ไม่ควรวางใจ ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อปกป้องผิวในทุกวันชัวร์กว่า

 อยู่แต่ในร่ม แปลว่ารอดเพราะแสงแดดส่องมาไม่ถึง จริงไหม? เพราะฤดูร้อนหมายถึงการไม่อยากออกไป
ฝ่าแดดที่ไหนทำให้คนส่วนใหญ่เลือกเปิดเครื่องปรับอากาศใช้ชีวิตสบายใจในที่ร่ม จนเผลอคิดว่าที่ก็ร่ม แอร์ก็เย็น ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดก็ได้ แม้แสงแดดโดยตรงและรังสี UVB อาจเข้ามาไม่ถึงในที่ร่ม แต่รังสี UVA อาจเล็ดลอดเข้ามาได้! และรังสี UVA นี่เองที่เป็นสาเหตุสำคัญในการทำร้ายผิวหนังของเรา ไม่เพียงเท่านั้น ในอาคารยังมีแสงไฟและแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย เพราะฉะนั้นต่อให้อยู่ในที่ร่มทั้งวัน ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อป้องกันดีกว่ามาตามแก้ให้เสียใจทีหลังแน่นอน 

         อยากสวยแบบสายฝอ ขอมีผิวสีแทนฉ่ำ ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงไม่จำเป็น จริงหรือเปล่า? ต้องเข้าใจก่อนว่าการมีผิวเข้มสุขภาพดีตามต้องการนั้น แตกต่างจากการถูกแดดทำร้ายจนผิวไหม้คล้ำเสีย ดังนั้นใครที่เข้าใจว่าอยากมี
ผิวแทนสวยแบบสายฝอก็ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นผิดถนัด! ยิ่งต้องการผิวเข้มฉ่ำ สุขภาพดีและทำให้อาบแดดได้นานขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นสิ่งสำคัญและอย่าลืมทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง ที่สำคัญถ้าคิดจะอาบแดดฤดูร้อนในประเทศไทยควรอาบก่อนเก้าโมงเช้าและหลังสี่โมงเย็นไปแล้ว ไม่เช่นนั้นรังสี UV อาจนำพาความแห้งกร้านและริ้วรอยก่อนวัยมาเป็นของแถม หรือร้ายแรงถึงขั้นเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังเลยทีเดียว

กันแดดหน้าร้อนต้อง #กันแดดหมวกเหลือง MISTINE Aqua Base Ultra Protection Matte & Light Facial Sunscreen Pro SPF50+ PA++++ กันแดดหน้าไม่เทา! เพราะบางเบาไม่เหนอะหนะ

MISTINE Aqua Base Ultra Protection Matte & Light Facial Sunscreen Pro SPF50+ PA++++ หรือ #กันแดดหมวกเหลือง ถือเป็นโลชั่นกันแดดที่ตอบโจทย์กันแดดหน้าร้อนสำหรับคนไทยได้ครอบคลุม ด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบา
ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วหน้าไม่เทา ด้วยเทคโนโลยีพิเศษ Aquamatte Technology ที่คิดมาเพื่อฤดูร้อนแบบไทยๆ ทำให้ทาแล้วเบาสบายไปกับผิวเหมือนไม่ได้ทาเพราะซึมง่ายกว่าสูตรเดิม ที่สำคัญมาพร้อม UV Protectors ที่ช่วยปกป้องผิวจาก
ทั้งรังสี UVA และ UVB ปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าฤดูร้อนนี้จะอยู่ในที่ร่มหรือกลางแจ้งก็มั่นใจได้แน่นอน ถือเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีคุณภาพแน่นแต่เนื้อบางเบาเหมาะสำหรับทุกวัน ใช้ทุกวันอยู่บ้านก็สบายผิว หรือหน้าร้อนนี้ใครจะออกทริปลงทะเลดำน้ำฉ่ำใจก็ยิ่งไม่ต้องกังวลเพราะ กันแดดหมวกเหลือง ไม่มีส่วนประกอบสารเคมี 4 ชนิด ที่เป็นอันตรายหรือทำร้ายปะการัง รักษาผิวแบบตัวแม่ และแคร์สิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้น กันแดดหมวกเหลืองตัวนี้ ยังได้รับการรับรองจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. ว่าปลอดภัยจริง ๆ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลแน่นอน

Tags

เรื่องนี้แม่ต้องรู้ กับ “New SofTouch” นวัตกรรมจุกนมเจเนอเรชั่นใหม่จาก Pigeon ตัวช่วยการให้นมแม่เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

เพราะน้ำนมแม่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก และเด็กเล็ก ดังนั้น การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่จึงได้มีการส่งเสริม สนับสนุนให้คุณแม่มีความรู้ ความเข้าใจในการให้นมแม่มากขึ้น

นอกจากนี้การให้น้ำนมแม่ยังมีผลดีต่อสุขภาพและสร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูกน้อย บทบาทของแม่ในการเลี้ยงดูลูกจึงมีความสำคัญ และท้าทายมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากวิถีชีวิตและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คุณแม่ยุคใหม่ต้องทำงานและเลี้ยงดูลูกไปพร้อมกัน ซึ่งทำให้แม่ต้องจัดการเวลาให้สมดุลระหว่างการทำงานและการดูแลลูกให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม มีสุขภาพดี และสุขอนามัยที่ถูกสุขลักษณะ

พีเจ้น (Pigeon) แบรนด์อันดับหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่และเด็กทั่วโลก รวมถึงครองตำแหน่งผู้นำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน มีปณิธานในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการคิดค้นและวิจัยผลิตภัณฑ์ที่สามารถสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นแบรนด์แรก และแบรนด์เดียวที่ได้พัฒนานวัตกรรมจุกนมเสมือนนมมารดา จนได้รับการยอมรับจากคุณแม่ทั่วโลก และพีเจ้นยังคงวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ดียิ่งขึ้น จึงได้พัฒนาจุกนมนวัตกรรมรุ่นใหม่ “New SofTouch จุกเสมือนนมมารดาที่ดีที่สุดจากพีเจ้น” ที่ออกแบบมาเพื่อให้เสมือนกับการดูดนมของทารกจากอกแม่ ด้วยคุณสมบัติของจุกนมที่ออกแบบให้มีเส้นกำหนดตำแหน่งริมฝีปากที่เหมาะสม มีความนุ่มมากเป็นพิเศษ ยึดหยุ่นได้ดี และมีระบบป้องกันอาการโคลิก จึงช่วยทำให้ลูกน้อยสามารถดูดนมได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีความรู้สึกใกล้เคียงกับการดูดนมจากอกแม่มากที่สุด และยังช่วยให้การให้นมสลับกับการให้นมจากอกแม่ได้อย่างราบรื่น ไม่สับสน และมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

นางสาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ พีเจ้น แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า “น้ำนมแม่มีปริมาณและส่วนประกอบที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก เพราะในน้ำนมแม่ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และวิตามินต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายของเด็กได้รับภูมิคุ้มกัน สารอาหารที่สำคัญและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ จึงทำให้พีเจ้นให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นอย่างมากต่อการวิจัย และพัฒนาทุกผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่มาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานกว่า 60 ปี พีเจ้นเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลทารกและเด็กเล็ก พร้อมให้ความช่วยเหลือคุณแม่ในการดูแลลูกในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของเส้นทางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เราจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์จุกนมนวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด SofTouch ขึ้น โดยคิดค้นวิจัยจากพฤติกรรมการดูดนมของลูกน้อย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์จุกนมพีเจ้น ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้แม่ยุคใหม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างราบรื่นตลอดระยะเวลาการให้นมแม่ เพราะน้ำนมแม่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับลูกน้อย ที่เราควรสนับสนุนส่งเสริมให้คุณแม่ได้รับความสะดวกมากขึ้นในการให้นมแม่ในวิถีการใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน

 

นายซาโตชิ โคยามะ นักออกแบบผลิตภัณฑ์อาวุโส สายงานวิจัยและพัฒนา พีเจ้น คอร์ปอเรชั่น เผยผลการวิจัยของ    พีเจ้น ประเทศญี่ปุ่น ที่ระบุว่าทารกที่กินนมแม่จะมีพฤติกรรมตามธรรมชาติที่จะใช้ริมฝีปากครอบบริเวณจุกนมจนถึงลานนม และสามารถดูดนมแม่เข้าไปในปากได้ลึกในตำแหน่งที่เหมาะสม และแนบกับเต้านมของแม่ ป้องกันการรั่วไหลของน้ำนม นอกจากนี้ยังพบว่าหัวนมของแม่สามารถยืดออกได้มากกว่าความยาวปกติในจังหวะการดูดนมของของทารก ดังนั้น พีเจ้น จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจุกเสมือนนมมารดา  SofTouch รุ่นใหม่ เจนเนอเรชันที่ 3 เพื่อเลียนแบบการเคลื่อนไหวการดูดนมตามธรรมชาติของทารก ตั้งแต่การอม รีด และกลืน เมื่อดูดนมจากอกแม่ โดยออกแบบให้มี “Latch-on Line” หรือ เส้นกำหนดตำแหน่งริมฝีปาก เพื่อบ่งบอกระดับความลึกที่ทารกควรดูดนมโดยประมาณ มาพร้อมโครงสร้างของจุกนม ที่ช่วยให้ทารกสามารถดูดน้ำนมได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุกนม SofTouch รุ่นใหม่ จะยังคงอยู่ในตำแหน่งเดียวกับการให้นมจากอกแม่ เพื่อเพิ่มการดูดนมที่ดีและมีประสิทธิภาพไม่ว่าทารกจะมีขนาดปากที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้จุกเสมือนนมมารดา SofTouch รุ่นใหม่ยังใช้ซิลิโคนที่นุ่มขึ้น เพื่อช่วยให้ลิ้นของทารกเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น และนุ่มนวล อีกทั้งจุกนมจะเปลี่ยนรูปตามจังหวะการดูด เพื่อไม่ให้ขัดขวางและช่วยการเคลื่อนไหวของลิ้นตามธรรมชาติของทารก โดยได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจให้ใกล้เคียงกับความนุ่มของเต้านมแม่มากที่สุด ช่วยให้การสลับระหว่างการให้นมจากอกแม่และการให้นมผ่านขวดนมของพีเจ้น เป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น และสามารถใช้ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กอื่นๆ ของพีเจ้น ได้อย่างครบวงจร เช่น อุปกรณ์ปั๊มนม ถุงเก็บน้ำนม และผลิตภัณฑ์สำหรับล้างและทำความสะอาดขวดนม เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากพีเจ้น”

นอกเหนือจากนวัตกรรมจุกนมรุ่นใหม่ พีเจ้น ยังคงเดินหน้าแผนการตลาด และสร้างสรรค์กิจกรรม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัว Howapipi (โฮวาปีปี้) แมสคอตของแบรนด์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยคาแรคเตอร์ที่อ่อนโยน อบอุ่น แสนน่ารักในโทนสีขาว-เทา ซึ่งจะปรากฏบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของพีเจ้น เช่น ขวดนมสีชา วัสดุ PPSU ที่มีคุณภาพสูง ได้รับความนิยม และไว้วางใจสูงสุดในกลุ่มแม่ยุคใหม่ เพื่อเพิ่มความสดใส และความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยจุกเสมือนนมมารดา SofTouch ได้เริ่มวางจำหน่ายแล้วในเดือนมีนาคม และขวดนม PPSU ลาย Howapipi จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนทั่วประเทศ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าผ่าน Pigeon Little Moments Club ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มการใช้งานทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึง และเข้าใจคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมช่วยตอบสนองความต้องการของคุณแม่ตลอดเส้นทางการดูแลลูกน้อยในทุกวันๆ

คุณแม่ยุคใหม่ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของพีเจ้น ติดตามความเคลื่อนไหว หรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ผู้เชี่ยวชาญพีเจ้น 02-020-8989 หรือ www.pigeonlittlemomentsclub.com หรือทาง FB/ Line: pigeonlittlemomentsclub และสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของพีเจ้นได้แล้ววันนี้ ในซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าแม่และเด็กชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Pigeon Official store บนแพลตฟอร์ม Lazada และ Shopee หรือ Line Shopping : Moongshop และ www.Moongshop.com

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

อ่านการ์ตูนออนไลน์ เป็นความบันเทิงบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะเนื้อเรื่องสนุกน่าอ่านชวนติดตาม ภาพและลายเส้นสวยงามคมชัด สามารถอ่านจากที่ไหนก็ได้ มีทั้งการ์ตูนอ่านฟรีและการ์ตูนที่ต้องเสียเงินซื้อในราคาที่ไม่แพงให้เลือกอ่าน เนื้อเรื่องมีหลากหลายแนวเลือกได้ตามความชื่นชอบ ทดลองอ่านเรื่องที่สนใจได้ กดอ่านและติดตามการ์ตูนได้หลาย ๆ เรื่องในเวลาเดียวกัน รวมถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเองมีการแจ้ง update กระตุ้นให้คอยติดตามความสนุกอย่างต่อเนื่อง

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

ข้อควรรู้ก่อนอ่านการ์ตูนออนไลน์

การ์ตูนออนไลน์มีเนื้อหาที่หลากหลายแบบ มีความแตกต่างจากการ์ตูนที่เป็นเล่มหนังสือ รวมถึงการ์ตูนออนไลน์ในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมักมาจากหลาย ๆ ประเทศ จึงมีข้อควรรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนติดตามอ่านหรือเข้าไป comment ในกลุ่มนักอ่านการ์ตูน ดังนี้

  • การ์ตูนญี่ปุ่น หรือ มังงะ (Manga) เป็นคำเรียกหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่น ได้รับความนิยมจากผู้อ่านชาวไทยมายาวนาน บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันออนไลน์ ในกลุ่มนักอ่านจะใช้คำว่า “มังงะ” เรียกการ์ตูนที่ตัวเรื่องต้นฉบับมาจากประเทศญี่ปุ่น
  • การ์ตูนเกาหลี หรือ มันฮวา (Manhwa) โดดเด่นด้วยลายเส้นทันสมัย สวยงาม เนื้อเรื่องผูกเค้าโครงซ่อนปมและนำไปสร้างเป็นซีรีส์ด้วย บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันออนไลน์ ในกลุ่มนักอ่านจะใช้คำว่า “มันฮวา” เรียกการ์ตูนที่ตัวเรื่องต้นฉบับมาจากประเทศเกาหลีใต้
  • การ์ตูนจีน หรือ มันฮัว (Manhua) เอกลักษณ์คือมีลายเส้นสวยละมุน ให้ความรู้สึกสวยงามตระการตาแบบจีนโบราณ บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันออนไลน์ ในกลุ่มนักอ่านจะใช้คำว่า “มันฮัว” เรียกการ์ตูนที่ตัวเรื่องต้นฉบับมาจากประเทศจีน
  • การ์ตูนจากประเทศตะวันตก หรือ คอมิกส์ (Comics) เป็นคำเรียกหนังสือการ์ตูนของสหรัฐอเมริกาและยุโรป ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ เนื้อเรื่องดำเนินเร็ว ไม่ซับซ้อน
  • อ่านจากบนลงล่าง (Scroll Down) โดยบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันส่วนใหญ่จะให้อ่านการ์ตูนจากบนลงล่าง มีบ้างที่บางเว็บไซต์ให้อ่านจากขวาไปซ้าย (อ่านตามต้นฉบับการ์ตูนญี่ปุ่น update ใหม่ ๆ) หรือจากซ้ายไปขวาในการ์ตูนเก่า ๆ (ทำตามต้นฉบับเดิมที่แปลไว้ โดยให้เหมาะกับคนไทยที่อ่านหนังสือจากซ้ายไปขวา ซึ่งปัจจุบันสำนักพิมพ์ไม่ทำแล้ว)
  • สปอยล์ (Spoil) นักอ่านการ์ตูนจะเอามาใช้ในความหมายว่า “เอาเรื่องมาเล่าให้ฟัง” เป็นการบอกจุดสำคัญ จุดหักเห ของการ์ตูนเรื่องนั้น ๆ ทำให้คนที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องราวล่วงหน้าเมื่อเจอสิ่งที่เล่าไป อาจส่งผลให้ความตื่นเต้นในการอ่านการ์ตูนลดลง ถ้าไม่มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องก็ไม่ถือว่าสปอยล์ โดยส่วนที่สำคัญและพบมากคือ การ comment โดยมีเนื้อหาการพูดคุยที่มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของเรื่องนั้น ๆ ดังนั้นจึงต้องมีการแจ้งว่า “สปอยล์ (Spoil)” ก่อนที่จะ comment ใด ๆ ที่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ถือว่าเป็นมารยาทในการ comment และอ่านการ์ตูน
  • เรท (Rate) การจัดประเภทเนื้อหาตามอายุ จุดประสงค์เพื่อกำหนดความเหมาะสมของการอ่านและรับชมสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น

12+ แปลว่า แอปพลิเคชันในประเภทนี้อาจมีการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างในบางครั้ง อาจมีเนื้อหาที่แสดงถึงความรุนแรงในรูปแบบที่เป็นการ์ตูน แฟนตาซี หรือเรื่องจริงบ่อยครั้ง และอาจมีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ การชี้นำทางเพศ การจำลองสถานการณ์การเล่นพนันอยู่บ้างบางกรณี ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

17+ แปลว่า ต้องมีอายุอย่างน้อย 17 ปี จึงจะสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้ได้ โดยแอปในประเภทนี้อาจมีการใช้ภาษาที่แสดงถึงความรุนแรงและหยาบคายบ่อยครั้ง อาจมีเนื้อหาที่แสดงถึงความรุนแรงในรูปแบบที่เป็นการ์ตูน แฟนตาซี หรือเรื่องจริง เนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ สยองขวัญ และการชี้นำทางเพศบ่อยครั้ง ซึ่งรวมถึงเนื้อหาที่สื่อถึงเรื่องทางเพศ ภาพเปลือย แอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติด ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี

ดังนั้นนักอ่านสามารถเลือกอ่านการ์ตูนที่ชอบ เนื้อเรื่องที่ใช่ อ่านได้ง่าย ๆ จากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งนี้นักอ่านแต่ละคนต่างมีความคิดเห็น แนวคิด หรือเรื่องที่สนใจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความชอบและความพึงพอใจ โดยสิ่งสำคัญที่ได้รับจากการอ่านการ์ตูนคือ อ่านเพื่อความบันเทิง ผ่อนคลาย อ่านแล้วสนุก ได้แรงบันดาลใจที่ดีจากการ์ตูนเรื่องนั้น ๆ

 

รวมเว็บไซต์และแอปอ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

  1. LINE WEBTOON

แอปพลิเคชันยอดฮิตสำหรับอ่านการ์ตูนออนไลน์และที่สำคัญคือฟรี ควรค่าแก่การติดตั้งไว้ในมือถือเป็นอย่างยิ่ง มีการ์ตูนสนุก ๆ ให้อ่านฟรีมากมาย ลงอัพเดทให้อ่านทุกวันแบบไม่ซ้ำ ซึ่งปกติแล้วการ์ตูนทุกเรื่องบนแอปนี้จะเปิดให้อ่านฟรีและจะมีอัพเดทตอนใหม่ตามตารางประจำวันทุกสัปดาห์ ถ้าหากว่าใจร้อนไม่อยากให้อารมณ์ขาดตอนก็สามารถจ่ายเงินแลกเหรียญเพื่ออ่านก่อนได้โดยไม่ต้องรอ

ภาษา: ภาษาไทย อ่านจากบนลงล่าง (Scroll down) ทั้งมือถือและ Desktop

ช่องทางการอ่าน: สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายบนมือถือทั้งระบบ iOS และ Android เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเข้าไป Log in โดยใช้บัญชี Email, Facebook, Twitter หรือ Line หรือสามารถอ่านบนเว็บไซต์จาก Desktop ได้

เรื่องเด่นแนะนำ: อยู่ ๆ ฉันก็กลายเป็นเจ้าหญิง, ชาตินี้ก็ฝากด้วยนะ, การแต่งงานครั้งใหม่ของจักรพรรดินี, เสือดำขย้ำหัวใจ, แด่รักแรกของฉัน, สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ  

เว็บไซต์อ้างอิง 1: https://www.webtoons.com/th/

เว็บไซต์อ้างอิง 2: https://www.facebook.com/LINEWEBTOONTH/

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

อ้างอิงรูปภาพ: https://apps.apple.com/th/app/webtoon-comics/id894546091?l=th

 

  1. KAKAO WEBTOON

แอปพลิเคชันอ่านการ์ตูนมันฮวาหรือการ์ตูนเกาหลี ที่มี original story เป็นของตัวเอง และถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์มากมาย ใช้งานสะดวก ให้บริการแบบ “รออ่านฟรี” รวมถึงมี ”ตั๋วของขวัญ” แจกฟรีในเมนู “กล่องของขวัญ” ทำให้สามารถเข้าไปอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ แต่ละเรื่องจะมีการแจกตั๋วอ่านฟรีจำนวนแตกต่างกัน เช่น บางเรื่องแจก 1 ตั๋ว ทุก ๆ 2 ชั่วโมง บางเรื่องแจก 1 ตั๋ว ทุก ๆ 3 วัน บางเรื่องแจก 2 ตั๋ว ทุก ๆ 7 วัน ตามแต่ที่แอปกำหนด การใช้ตั๋วอ่านฟรีเข้ามาเช่าอ่าน จะมีระยะเวลาจำกัดให้อ่านได้ 3 วัน หลังจากนั้นถ้าอยากอ่านอีกต้องหาตั๋วฟรีมาเช่าอีกครั้ง ส่วนรูปแบบการ์ตูนจะแบ่งออกมาเป็นตอน ๆ  โดยมีลำดับในการปล่อยให้อ่านที่ชัดเจนว่าจะปล่อยออกมาทุกกี่ชั่วโมง กี่วัน จะได้ติดตามอ่านต่อ ถ้าต้องการความสนุกแบบต่อเนื่องอยากรู้เรื่องตอนถัดไป สามารถเติม Cash เพื่อแลกตั๋วเช่าอ่านตอนต่อไปได้ในราคาเบา ๆ โดยการ์ตูนในแอปทุกเรื่องจะอ่านฟรีได้ตามกำหนด ยกเว้น 10 ตอนสุดท้ายที่ต้องเติม Cash เพื่อแลกตั๋วเช่า ถึงจะได้อ่านจนจบ โดยตั๋วเช่าจะมีระยะเวลาให้อ่าน 365 วัน หรือประมาณ 1 ปี อยากอ่านตอนไหน กี่ครั้ง ภายในระยะเวลานี้ สามารถทำได้เลย

ภาษา: ภาษาไทย อ่านจากบนลงล่าง (Scroll Down) ทั้งมือถือและ Desktop

ช่องทางการอ่าน: สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายบนมือถือทั้งระบบ iOS และ Android เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเข้าไป Log in โดยใช้บัญชี Email, Facebook, Twitter หรือ Line หรือสามารถอ่านบนเว็บไซต์จาก Desktop ได้

เรื่องเด่นแนะนำ:  Solo Leveling, ท่านพ่อ ลูกไม่อยากแต่งงาน!, รีเทิร์นรัก กับคุณภรรยา, สัตว์ปีกสยองขวัญ, อันธพาลแห่งตระกูลเคานต์, นางร้ายหุ่นเชิด

เว็บไซต์อ้างอิง 1: https://th.kakaowebtoon.com/

เว็บไซต์อ้างอิง 2: https://www.facebook.com/kakaowebtoon.th/

รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์

อ้างอิงรูปภาพ: https://apps.apple.com/th/app/kakao-webtoon/id1567193116

 

  1. Comico

แอปที่เปิดให้อ่านการ์ตูนชั้นนำจากญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มีการ์ตูนหลากหลายแนว ทั้งแนวต่อสู้ แฟนตาซี แนวโรมานซ์ หลงมิติ คอมเมดี้ แนวดราม่า แนว Boy Love โดยการจะเข้าอ่านการ์ตูนได้ต้องใช้ Pass ในการอ่าน ซึ่งสามารถได้ Pass ง่าย ๆ จากกล่องของขวัญ ถ้าเป็นในแอป ก็สามารถรับของขวัญได้จากการทำกิจกรรม แต่สำหรับใครที่สายเปย์ อ่านแล้วติดใจ อยากอ่านต่อทันที ก็สามารถเช่าหรือซื้อตอนนั้น ๆ โดยเติม Coins ซึ่งต้องซื้อผ่านตัวแอป

ภาษา: ภาษาไทย อ่านจากบนลงล่าง (Scroll Down) ทั้งมือถือและ Desktop

ช่องทางการอ่าน: สามารถโหลดและติดตั้งแอปได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายบนมือถือทั้งระบบ iOS และ Android เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเข้าไป Log in โดยใช้บัญชี Email, Facebook, Twitter หรือ Line หรือสามารถอ่านบนเว็บไซต์จาก Desktop ได้

เรื่องเด่นแนะนำ: Stranger, ข้ามภพสยบแค้น, ADONIS ข้ามลิขิตรักอัศวิน, เอลิเซ่ แพทย์หญิงทะลุมิติ, บัลลังก์แค้นจักรพรรดินี, Sweet Baby

เว็บไซต์อ้างอิง 1: https://www.comico.in.th/

เว็บไซต์อ้างอิง 2: https://www.facebook.com/comicoTH/?locale=th_TH

อ่านการ์ตูน

อ้างอิงรูปภาพ: https://apps.apple.com/th/app/comico

 

  1. WeComics TH

แอปอ่านการ์ตูนแปลไทยลิขสิทธิ์แท้จากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย สไตล์การ์ตูนมีให้เลือกหลากหลายแนวทั้งแนวต่อสู้ โรแมนติก แฟนตาซี โดยแอปจะ update ตอนเรื่อย ๆ และมีประกาศแจ้ง update แต่ละเรื่องว่า up ตอนใหม่ทุกวันอะไร สำหรับการอ่านตอนแรก ๆ จะให้อ่านฟรีเป็นการทดลองอ่านและดูความชอบ ถ้าติดใจก็สามารถซื้ออ่านโดยใช้เหรียญปลดล็อกหรือใช้ดาวปลดล็อกเพื่อจะได้อ่านตอนต่อไปได้โดยไม่ขาดตอน โดยเหรียญพวกนี้สามารถได้จากการเติมเงินซื้อหรือสามารถรับเป็นดาวสะสมได้ที่หน้ากิจกรรมจากการร่วมกิจกรรมตามที่แอปกำหนด แนะนำว่าถ้าไม่ใช่สายเปย์ การเข้าร่วมกิจกรรมรับดาวก็สนุกสนานดีแถมได้ดาวฟรีไว้อ่านการ์ตูนจากแอปโดยไม่ต้องเสียเงินด้วย

ภาษา: ภาษาไทย อ่านจากบนลงล่าง (Scroll Down) ทั้งมือถือและ Desktop

ช่องทางการอ่าน: สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายบนมือถือทั้งระบบ iOS และ Android เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเข้าไป Log in โดยใช้บัญชี Email, Facebook, Twitter หรือ Line หรือสามารถอ่านบนเว็บไซต์จาก Desktop ได้

เรื่องเด่นแนะนำ: เหมันต์นิรันดร, พระเอกของฉันเป็นท่านดยุค, เจ้าหญิงสัญญาปีศาจ, ขอโทษที พอดีไม่ใช่นางเอก, อลวนรักจักรพรรดินี, เสียงรำพันแห่งอันธการ

เว็บไซต์อ้างอิง 1: https://www.wecomics.in.th/

เว็บไซต์อ้างอิง 2: https://www.facebook.com/WeComicsTH/

อ่านการ์ตูน

อ้างอิงรูปภาพ: https://apps.apple.com/th/app/wecomics-th-webtoon/id979856509

 

  1. Bongkoch – Toon Free

เว็บไซต์ที่มีการ์ตูนเฉพาะจากสำนักพิมพ์บงกชให้อ่านฟรี การ์ตูนส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่นและไทย เป็นการ์ตูนแนวโรแมนติกหรือวัยรักวัยรุ่นที่นักอ่านสาว ๆ ชื่นชอบ มีให้อ่านได้ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน โดยแบบฟรีจะแบ่งเป็น แจกฟรี ฟรีจำกัดเวลา และฟรีเฉพาะเล่มแรก ส่วนแบบเสียเงินก็จะมีตัวอย่างให้โหลดมาลองอ่าน ถ้าชอบหรือโดนใจสามารถตามไปซื้อการ์ตูนในรูปแบบอีบุ๊กต่อได้ใน Bongkoch eBook Store ตามที่เว็บไซต์แจ้งไว้ โดยสามารถดาวน์โหลด app “Bongkoch eBook Store” ฟรีผ่าน App store ทั้ง iOS และ Android

ภาษา: ภาษาไทย เฉพาะการ์ตูนเก่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา ส่วนการ์ตูนออกใหม่จะอ่านจากขวาไปซ้ายตามต้นฉบับจากญี่ปุ่น

ช่องทางการอ่าน: อ่านบนเว็บไซต์จาก Desktop หรือมือถือได้โดยไม่ต้อง Log in

เรื่องเด่นแนะนำ: เพื่อนร่วมชั้น, BEAUTY บิวตี้, คาเรนอัศวินที่รัก, รักเธอเกินห้ามใจ, สีสันรักฤดูร้อน, จิฮายะ, มัดหัวใจเจ้าชายเย็นชา

เว็บไซต์อ้างอิง 1: https://www.toonfree.bongkoch.com/

เว็บไซต์อ้างอิง 2: https://www.facebook.com/Toonfreefanpage/

อ่านการ์ตูน

อ้างอิงรูปภาพ: www.facebook.com/photo/?fbid=721722522567548&set=a.721722492567551

 

อ่านต่อ.. รวมเว็บไซต์และแอป อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านสนุก ถูกลิขสิทธิ์ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

สงกรานต์เป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของไทย เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงเรื่องการเล่นน้ำ สาดน้ำ ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติมาร่วมสนุกกัน นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาของแฟชั่นและการถ่ายรูปที่น่าตื่นเต้น ดังนั้นสำหรับบรรดาสาว ๆ เรื่องหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้นอกเหนือจากเครื่องสำอางกันน้ำ จึงเป็นเรื่องทรงผม ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ เวลาเปียกน้ำต้องไม่ดูมะล่อกมะแล่ก หรือกระเซิงไม่เป็นทรง เพื่อจะได้เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี คงความน่าประทับใจ ให้เก็บรูปภาพความทรงจำออกมาสวยและสดใส เพิ่มรอยยิ้มระหว่างงานเทศกาลให้ไม่ขาดไปจากใบหน้า สร้างความมั่นใจแก่ผู้หญิงตลอดงานเทศกาลช่วงวันหยุดยาวนี้

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

ทรงผมที่เหมาะสมกับการเล่นน้ำสงกรานต์

สไตส์ทรงผมเพื่อความทะมัดทะแมง ให้การเล่นน้ำไม่สะดุด ไม่กลัวโดนทักว่าเปียกลู่จนหน้าตาดูไม่ได้ ในที่นี้ขอนำเสนอไว้ 2 รูปแบบ คือ

  • การถักเปีย ต้องใช้หวีเพื่อแยกผมออกเป็นส่วน ๆ มียางรัดผมเพื่อยึดปลายผมเปีย และอาจต้องใช้กิ๊บติดผมเพื่อยึดผมเปียให้เข้าที่ หรือถ้าต้องการความเก๋ไก๋มากขึ้นก็อาจจะถักเปียที่มีความซับซ้อน  
  • การเกล้าผม ต้องใช้หวี ยางรัดผม ที่หนีบผม หรือกิ๊บติดผม

 

อุปกรณ์การจัดแต่งทรงผมที่ควรมีไว้หรือพกติดตัว

  • หวี: เครื่องมือสำคัญในการจัดแต่งทรงผม เพราะจะช่วยแยกผมออกเป็นส่วน ๆ ใช้จัดการกับปมหรือผมที่ยุ่งเหยิงให้เรียบสวยสลวยได้ และหวีถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการถักเปีย ทำให้แบ่งผมออกเป็นช่อ ๆ และถักเปียได้เป็นระเบียบเรียบร้อย
  • ยางรัดผม: เครื่องมือง่าย ๆ แต่อเนกประสงค์ที่สามารถใช้รัดปลายผมเปีย มัดผมหางม้า หรือทำทรงผมเกล้าแบบอื่น ๆ ในช่วงสงกรานต์ ยางรัดผมสามารถช่วยให้ผมอยู่ทรงและป้องกันไม่ให้ผมกระเซิงระหว่างการเล่นน้ำ
  • กิ๊บ: ช่วยเก็บลูกผมหรือเส้นผมที่ไม่สามารถเก็บทรงด้วยยางรัดผมให้เข้าที่ และทำให้ผมที่เกล้าแน่นขึ้นได้ เผื่อระหว่างเล่นน้ำและออกท่าทางต่าง ๆ ผมเกล้าที่จัดทรงไว้แล้วเกิดคลายออกหรือรุ่ยร่ายลงมา
  • ตัวหนีบผม: เพื่อเอาไว้แบ่งทรงผมขณะจัดทรง หรือว่าเอาไว้หนีบเก็บผมหากทรงผมที่ทำไว้คลายตัว กรณีที่มีลวดลายสวยงาม อาจนำมาหนีบกับผมได้ด้วยเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับ
  • สเปรย์: ขวดสเปรย์น้ำ หรือการแบ่งสเปรย์น้ำใส่ขวดเล็ก ๆ พกไว้สามารถนำมาใช้กับผมได้ อาจจะเหมาะสำหรับฉีดหลังเล่นน้ำแล้ว ถ้าต้องไปกินเลี้ยงสังสรรค์ต่อ สามารถนำมาฉีดใส่ผมได้เมื่อผมหมาดขึ้นเพื่อจัดทรงให้อยู่ดี กินเลี้ยงสังสรรค์ปาร์ตี้ได้สุขกายสบายใจว่ารูปถ่ายปังกว่าเพื่อนแน่นอน
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม: บางคนอาจจะสะดวกที่จะใช้แว็กซ์ผม หรือเจลจัดแต่งทรงผมเพิ่มเข้าไปเพื่อเซ็ตให้ผมอยู่ทรง โดยเฉพาะถ้าไม่ได้โดนน้ำสาดแบบถังใหญ่ แค่ปืนฉีดน้ำ การแอบจัดทรงแบบมีตัวช่วยนี้ก็เป็นเทคนิคให้สวยเฉิดฉายกว่าคนอื่น
  • ผ้าขนหนูผืนเล็ก: อาจพกผ้าขนหนูผืนเล็กเท่าผ้าเช็ดหน้าเอาไว้สำหรับเช็ดผมกรณีพักยกการเล่นน้ำ หรือว่าต้องการไปสังสรรค์ต่อที่อื่น นำมาแตะเช็ดผมให้หมาด หากมีพกไว้ทำให้ผมแห้งเร็ว ช่วยลดโอกาสที่จะเป็นหวัด แถมยังเอามาซับน้ำที่เปียกตามตัวได้ด้วย

5 สไตส์ผมเปีย เล่นน้ำสวยเช้ง

  • ผมเปียแบบ Pipe Braid 

ผมเปียแบบสมดุลที่จัดทรงให้ผมดูมีน้ำหนัก เก็บผมทั้งหมดไว้เรียบร้อยนำมาไว้ที่กลางศีรษะด้านหลังเป็นเปียเดี่ยว จะมีทรงเหมือนเป็นท่อนผูกยาวลงมา ดูทะมัดทะแมง เหมาะสำหรับสาวผมยาวเกินช่วงไหล่ 

ขั้นตอนการทำผม:

  1. เริ่มต้นด้วยการแปรงผมเพื่อขจัดความยุ่งเหยิงและปมต่าง ๆ 
  2. จัดผมเป็นช่อตรงกลางคล้ายกับจะผูกหางม้าครึ่งหัว
  3. นำผมส่วนเล็ก ๆ จากด้านหนึ่งมาอ้อมพันผมที่จัดช่อเหมือนหางม้า พันรอบผมหางม้าสองรอบ
  4. นำผมส่วนเล็ก ๆ จากอีกด้านมาเป็นส่วนหนึ่งของการทบสลับไปมาเหมือนกับเปียธรรมดา
  5. สลับไปที่ศีรษะอีกด้าน นำผมอีกปอยมาจากอีกด้านเพื่อมาทบสลับไปมาเหมือนเปียให้เกิดสมดุลจากการใช้ผมทั้งสองข้าง
  6. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 4 และ 5 สลับข้างไปมา เมื่อถักผมด้วยวิธีนี้ไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าผมถูกเก็บมาไว้ที่ตรงกลางของศีรษะด้านหลังยึดกับช่อกลางที่เป็นหางม้า
  7. ถักเปียต่อจนสุดปลายผม แล้วรัดผมเปียด้วยยางรัดผมหรือยางยืดผม
  8. สามารถลองเพิ่มส่วนต่อผมที่มีสีหรือแวววาวขณะที่ถักเปีย จะเพิ่มความเก๋ขึ้นได้เมื่อจัดทรงผมเสร็จ
  9. สามารถจัดทรงด้วยหวีที่ผมส่วนหน้า ดึงให้โป่งขึ้นได้ 

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

Photo & Youtube Link: https://www.youtube.com/watch?v=097u_1HiUMo

 

  1. ผมเปียแบบ Dutch Braid 

ผมเปียแบบเก็บเข้าข้างศีรษะทั้งสองข้าง เหมาะสำหรับผู้มีผมยาวระดับประบ่า หรือหากผมสั้นก็สามารถทำได้ แต่อาจจะเก็บผมเข้ามาได้ไม่ทั้งหมด ผมทรงนี้ช่วยเปิดเผยวงหน้าให้ชัด และดูน่ารักโดยไม่ต้องไปร้านทำผมจากเปียที่จะเห็นได้ชัดจากทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ผมทรง Ductch Braid จะเน้นการเห็นแนวเปียที่ชัดเจน

ขั้นตอนการทำผม:

  1. แบ่งผมเป็นสองฝั่ง นำตัวหนีบผม หนีบผมด้านหนึ่งแยกไว้ก่อน
  2. ผมด้านที่พร้อมจะจัดทรง ให้จับขึ้นมาเป็นช่อ ดูด้วยสายตาแนวเส้นผมที่จัดช่อจะทำมุมสามเหลี่ยมเมื่อเทียบกับเส้นกลางศีรษะที่แบ่งครึ่งผม กรอบใบหน้าด้านหน้า และหากลองดึงช่อผมปัดไปอีกด้านก็จะเห็นว่าทำมุมสามเหลี่ยมกับเส้นผมฝั่งที่กำลังจัดทรงอยู่
  3. แบ่งช่อผมที่จับไว้เป็นสามส่วน ส่วนที่อยู่บนสุดให้พันไขว้ไปด้านใต้ปอยผมที่จับไว้และเป็นปอยผมอันกลาง เน้นเลยว่าต้องนำปอยผมที่จับไว้สลับไขว้ไปด้านใต้ปอยผมอีกอันเสมอ
  4. นำปอยผมที่อยู่ด้านล่างสุด ใกล้กรอบหน้า ไปพันไขว้ด้านใต้ปอยผมที่อยู่ตรงกลาง
  5. เมื่อจับปอยผมด้านบนจะไขว้พันมาทางด้านใต้ของปอยผมตรงกลางอีกครั้ง ให้จับดึงช่อผมด้านในใกล้แนวเส้นแบ่งกลางศีรษะที่ยังไม่ได้รวมเข้ามาจัดทรงมารวมด้วย
  6. เมื่อจับปอยผมด้านล่างจะไขว้พันมาทางด้านใต้ของปอยผมตรงกลางอีกครั้ง ให้จับดึงช่อผมที่ทิ้งตัวด้านนอกใกล้กรอบใบหน้าที่ยังไม่ได้รวมเข้ามาจัดทรงมารวมด้วย
  7. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5 และ 6 สลับไปมาจนสุดความยาวผมหรือได้ระดับความยาวตามต้องการ
  8. รัดผมเปียด้วยยางรัดผมหรือยางยืดผม จากนั้นทำเหมือนกันกับผมที่แบ่งไว้อีกข้าง

ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง

Photo & Youtube Link: https://www.youtube.com/watch?v=bVk0G-TQPEE

 

  1. ผมเปียพร้อมผมบันดังโงะ (Dutch Braid into Messy Buns)

หากไม่ต้องการจัดทรง Dutch Braid แบบธรรมดา ขอนำเสนอให้เพิ่มเสน่ห์ด้วยการทำก้อนผมดังโงะเล็ก ๆ ไว้ด้านบน ด้วยการทำแบบนี้จะทำให้ได้ทรงผมที่อาจจะเป็นเอกลักษณ์ เพื่อน ๆ สังเกตเห็นง่าย แถมถ่ายรูปออกมายังดูเป็นตัวของตัวเอง เปรี้ยว ทันสมัย เหมาะกับคนผมยาวถึงระดับกลางหลังที่ต้องการเก็บผมให้หมด หากเป็นคนทำไฮไลท์สีผมที่ตรงปลาย เมื่อทำทรงนี้ด้วยแล้วจะทำให้ทรงผมยิ่งเสริมคุณให้ดูเด่นขึ้นอีก

ขั้นตอนการทำผม:

  1. แบ่งผมเป็นสองฝั่ง นำตัวหนีบผม หนีบผมด้านหนึ่งแยกไว้ก่อน ก้มศีรษะลง ปล่อยผมทิ้งตัวลงมาทางด้านหน้า โปรดเข้าใจว่าการทำผมทรงนี้จะคล้ายกับ Dutch Braid แต่จะต้องถักจากด้านหลังศีรษะไล่ไปที่ด้านหน้า
  2. ผมด้านที่พร้อมจะจัดทรง จากทางด้านหลัง ให้จับขึ้นมาเป็นช่อ
  3. แบ่งช่อผมที่จับไว้เป็นสามส่วน ให้พันไขว้ปอยผมด้านนอกไปด้านใต้ปอยผมอันกลางที่แบ่งจับไว้ เน้นเลยว่าต้องนำปอยผมที่จับไว้สลับไขว้ไปด้านใต้ปอยผมอีกอัน ข้างใต้เสมอ! 
  4. นำปอยผมที่อยู่ด้านในสุด ใกล้กับเส้นแบ่งผมกลางศีรษะไขว้สลับไปด้านใต้ปอยผมที่อยู่ตรงกลาง
  5. เมื่อจับปอยผมด้านนอกเพื่อไขว้พันมาทางด้านใต้ของปอยผมตรงกลางอีกครั้ง ให้จับดึงช่อผมด้านนอกที่ยังไม่ได้รวมเข้ามาจัดทรงมารวมด้วย
  6. เมื่อจับปอยผมด้านในเพื่อไขว้พันมาทางด้านใต้ของปอยผมตรงกลางอีกครั้ง ให้จับดึงช่อผมที่ทิ้งตัวด้านในใกล้กับเส้นกลางศีรษะที่ยังไม่ได้รวมเข้ามาจัดทรงมารวมด้วย
  7. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5 และ 6 สลับไปมาจนรู้สึกว่ามาถึงที่ระดับด้านบนศีรษะ
  8. รัดผมเปียด้วยยางรัดผมหรือยางยืดผม จากนั้นทำกับอีกข้าง
  1. ยืนยืดตัวขึ้น จะพบว่าเมื่อยืนขึ้นปลายผมที่เหลือจะกลายเป็นเหมือนผมแกละที่มีทิศทางเกาะด้านข้างศีรษะ 
  2. ม้วนปลายผมที่เหลือเป็นผมแกละเป็นกลม ๆ ดังโงะบนศีรษะ และใช้กิ๊บติดผมติดรั้งผมที่ม้วนไว้กับเปียให้แน่น จะได้ดังโกะด้านบนศีรษะ มองจากด้านหลังเห็นเปียที่ชัดเจน 

ทรงผมเล่นน้ำ

Photo & Youtube Link: https://www.youtube.com/watch?v=QRX7WOhbjN0

 

  1. ผมเปียแบบ Pull Through Braid

เปียผมแบบสองข้างที่เน้นให้ทรงเปียนูนสูงขึ้นตรงกลาง จะทำให้เห็นกรอบหน้าที่ยาวขึ้นไปด้วย เหมาะสำหรับผมสั้นประบ่าหรือผมยาวกว่านั้น

ขั้นตอนการทำผม:

  1. เริ่มจากผูกจุดที่กลางศีรษะค่อนมาทางด้านบน แล้วหนีบไว้
  2. ดึงช่อผมจากสองด้านมาผูกหางม้า แล้วให้ทบขึ้นด้านบน ใช้ที่หนีบผมหนีบไว้ด้วยกัน
  3. ทำขั้นตอนที่ 2 ซ้ำ คอยใช้ที่หนีบผม หนีบแต่ละชั้นทบไว้ ทำไปจนถึงต้นคอ จะได้ช่อผมที่ผูกเป็นหางม้าหลาย ๆ ชั้น
  4. เมื่อปลดที่หนีบผม แยกจุกแรกในขั้นตอนที่ 1 ออกเป็นสองฝั่ง ดึงช่อผมชั้นถัดมาขึ้นไปทบคั่นอยู่ระหว่างช่อผมของจุกแรกที่แยกออก จากนั้นช่อผมที่แยกออกให้นำลงมา และนำมาผูกด้วยยางมัดผมกับช่อผมที่อยู่ด้านล่างถัดลงไปจากช่อที่เอาขึ้นไปทบ
  5. ดึงช่อผมที่ถูกแยกสองด้านคั่นด้วยช่อผมเหนือยางรัดผม ให้กระจายออก เป็นการแต่งทรงให้เห็นแนวเปียที่ชัดเจน
  6. ช่อผมที่คั่นแทรกและทิ้งตัวลงมา ให้นำมาแยกเป็นสองฝั่ง ดึงช่อผมชั้นถัดมาขึ้นไปทบคั่นอยู่ระหว่างช่อผมที่แยกออก จากนั้นช่อผมที่แยกให้นำลงมา นำมาผูกกับช่อผมที่อยู่ด้านล่างถัดไป นี่เป็นขั้นตอนที่ 4 ให้ทำตามด้วยขั้นตอนที่ 5 และทำซ้ำไปเรื่อย ๆ 
  7. เมื่อสุดความยาวผม หรือที่ระดับต้นคอแล้วจึงหยุด

ทรงผมเล่นน้ำ

Photo & Youtube Link: https://www.youtube.com/watch?v=D8468v4S5Ko

 

  1. ผมเปียแบบ Bubble Braid

ทรงนี้เรียกว่าเปีย แต่หลายคนอาจจะไม่คิดว่าเป็นเปียก็ได้ เป็นเทคนิคการมัดช่อผมทีละน้อย เป็นชั้น ไล่ไปตามแนวศีรษะ และใช้การดึงให้ผมพองฟูในแต่ละช่อทำให้ดูเปรี้ยวรับสงกรานต์ เหมาะสำหรับคนผมยาวประบ่า แต่หากผมสั้นก็สามารถประยุกต์เป็นลูกเล่นให้กับผมได้

  1. แบ่งผมเป็นสองด้าน 
  2. ด้านหนึ่งที่เริ่มทำ จับช่อผมที่ด้านบนศีรษะแล้วใช้ยางรัดผมมัด 
  3. จับช่อผมอีกช่อที่ระดับต่ำลงไปในด้านเดียวกัน รวบผมที่ระดับผมเดียวกันทั้งหมดแล้วใช้ยางรัดผมมัด จากนั้นใช้มือดึงให้ผมกระจายพองตัวออกเป็นกระเปาะ 
  4. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 3 ไปเรื่อย ๆ 
  5. คอยดึงผมให้เป็นทรงกระเปาะ เรียกว่าเป็นการทำให้อยู่ในทรง Bubble คือกลม ๆ พองออก 
  6. ทำขั้นตอนที่ 2 ถึง 5 กับผมอีกข้างของศีรษะ
  7. จัดแต่งกระเปาะผมให้พองออกตามต้องการ 

ทรงผมเล่นน้ำ

Photo & Youtube Link: https://www.youtube.com/watch?v=kHjUdrl-v0w

อ่านต่อ.. ทรงผมเล่นน้ำสงกรานต์ สวยเป๊ะ ไม่กระเซิง ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

ใกล้สงกรานต์เข้ามาแล้ว ทุกคนเตรียมสนุกสนานกับเทศกาลไทย ๆ ที่ดังระดับโลก ซึ่งกิจกรรมที่ทุกคนต่างรอคอยก็คือ กิจกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ หรือที่ฝรั่งชอบเรียก “สงครามน้ำ (Water War)” เป็นฤดูร้อนที่มีเทศกาลสงกรานต์ให้ได้เล่นน้ำเย็น ๆ ฉ่ำ ๆ กันหลายวันและเป็นเทศกาลวันหยุดยาว ทุกคนก็จะสดชื่นสดใสสนุกสนานไปตาม ๆ กัน โดยก่อนจะไปเล่นน้ำ สาว ๆ ก็ต้องมาเตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้า หน้า ผม ให้พร้อมกับเทศกาลที่จะมาถึง ซึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกเตรียมเสื้อผ้าที่จะใส่หรือ แต่งตัววันสงกรานต์ ตามสไตล์ที่สาว ๆ ชอบ เพื่อไปเล่นน้ำให้สนุก และไม่ต้องกังวลว่าจะโป๊เวลาเปียกน้ำด้วย

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

ข้อควรรู้แต่งตัววันสงกรานต์

ตั้งใจไปเล่นน้ำฉ่ำ ๆ อย่างสนุกสนาน สาว ๆ ก็ต้องดูแลตัวเองกันหน่อย เทศกาลสงกรานต์ทั้งทีจะเล่นน้ำให้เต็มที่ สาว ๆ ก็ต้องเซฟตัวเองกันด้วย

มีข้อควรรู้สำหรับสาว ๆ ในการแต่งตัววันสงกรานต์ ดังนี้

  • สถานที่ มีส่วนเป็นอย่างมากในการเลือกเสื้อผ้าใส่เล่นน้ำสงกรานต์ ถ้าไปวัดทำบุญแล้วออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ต่อ หรือไปในพื้นที่ที่ต้องสำรวม ไปไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ การใส่เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นก็ต้องงดใส่ไป แต่ถ้าไปที่ที่จัดให้เล่นสงกรานต์โดยเฉพาะ สาว ๆ จะแฟชั่นนิสต้ากันขนาดไหนก็จัดเต็มกันมาได้เลย
  • เสื้อ เดิมคือมักนิยมใส่เสื้อสีเข้มซึ่งไม่โป๊แน่ ๆ แต่ร้อน แต่ในปัจจุบันเสื้อสีอ่อนผ้าหนาขึ้นหรือมีซับในใส่แล้วเปียกได้ไม่ต้องกลัวโป๊ แค่ตอนเลือกให้เลือกเนื้อผ้าที่ไม่บางจนเกินไป หรือจะกันโป๊โดยใส่ชั้นในแบบ Sport Bra ก็ช่วยได้ และดูเท่ด้วย
  • เสื้อชั้นใน ใส่ชั้นในที่กระชับสายไม่หลุดง่าย เปียกแล้วแห้งไว หรือถ้าเป็นแบบเกาะอกคือต้องแน่นพอดีตัวแม้เวลาเปียก สาว ๆ อาจเลือกใส่ซิลิโคนบราหรือตัวแปะจุกเพื่อความมั่นใจ หรือให้มั่นใจมากขึ้นก็จัดเป็น Sport Bra ไปเลยก็ได้
  • กางเกงชั้นในกันโป๊ เลือกแบบกางเกงชั้นในที่คล้ายกางเกงขาสั้นและช่วยกันโป๊ เวลาเดิน ลุก นั่ง เนื้อผ้ากระชับแนบสนิทไปกับผิว เปียกแล้วแห้งเร็ว และยังช่วยป้องกันกระโปรงหรือกางเกงที่ใส่ไม่ให้เข้าวินได้ดี
  • รองเท้า เล่นน้ำเปียกแล้วเท้ามักลื่น รวมถึงสาว ๆ ต้องเดินเยอะเกือบตลอดวัน เลือกรองเท้าที่ใส่สบายและที่สำคัญคือ กันลื่น ไม่หลุดง่าย ไม่หนักหรือหนืดเมื่อเปียกน้ำ เปียกแล้วเดินไม่มีเสียงดังเหมือนรองเท้าเด็กหัดเดิน
  • เสื้อคลุม ถ้ากังวลกลัวโป๊ สาว ๆ ควรมีเสื้อคลุมจะแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ พกติดตัวไปด้วยอีกชิ้น ซึ่งเสื้อคลุมเดี๋ยวนี้มีขนาดเล็ก ๆ บาง ๆ ให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ พับแล้วเหลือชิ้นนิดเดียว พกได้สบาย ๆ แถมเวลาร้อนแดดก็นำมาใส่กันแดดได้ดีด้วย
  • กระเป๋าใส่ของ ที่สำคัญคือต้องกันน้ำ ไม่ต้องใบใหญ่ ไปเล่นน้ำไม่เน้นพกของเยอะ ไว้ใส่เฉพาะของสำคัญเท่านั้น เช่น กระเป๋าเงิน มือถือ บัตรโดยสาร
  • แว่นกันแดด ขนาดผิวสาว ๆ ยังต้องทากันแดด อย่าปล่อยให้ดวงตาไม่มีอะไรมาปกป้อง เพิ่มแว่นกันแดดเข้าไปอีกชิ้นช่วยปกป้องดวงตา แถมช่วยเสริมให้การแต่งตัวดูเท่มีสไตล์ขึ้นมาทันทีอีกด้วย
  • หมวก เลือกหมวกให้เข้ากับชุด เช่น หมวกแก๊ป หมวกปีกกว้าง ทำให้การแต่งตัวดูเก๋ขึ้นแถมหมวกยังช่วยกันแดดให้ใบหน้าได้ด้วย
  • งดการใส่ของมีค่าที่เสี่ยงสูญหาย เช่น สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ เน้นใส่เครื่องประดับแบบแฟชั่นจะเหมาะกับการเล่นน้ำมากกว่า ส่วนนาฬิกาข้อมือเลือกใส่แบบที่กันน้ำจะได้สบายใจไม่ต้องกังวลว่าจะเสียหายจากการโดนน้ำ

รวมไอเดียแต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

  1. เสื้อเชิ้ตฮาวาย + กระโปรงยีนส์สั้น

เสื้อเชิ้ตฮาวายลายดอกสีสดใสผูกเอว เป็นไอเทมยอดฮิตทุกสงกรานต์ไม่เคยตกยุค ใส่กับกระโปรงยีนส์สั้นทั้งกระโปรงยีนส์สีเข้มหรือกระโปรงยีนส์สีอ่อน ให้ลุคสดใสน่ารักและดูเท่ไปในตัวด้วยแบบสบาย ๆ

ข้อแนะนำ: เสื้อเชิ้ตฮาวายใส่แล้วผูกตรงช่วงเอวโชว์หน้าท้องเล็กน้อยพองาม และสาว ๆ อย่าลืมเลือกความยาวกระโปรงยีนส์ให้เหมาะกับรูปร่างด้วย อย่างสาวไซส์เล็กควรเลือกเป็น Mini Skirt สั้นเหนือเข่า จะช่วงให้ช่วงขาดูเพรียวสวย

เว็บไซต์อ้างอิง: https://us.shein.com/Tropical-Print-Button-Front-Blouse

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

อ้างอิงรูปภาพ: https://img.ltwebstatic.com/

 

  1. เสื้อครอป + กางเกงขายาวทรงปล่อย

กำลังฮิตและดูปั๊วะ เป๊ะ ปังมากกับเสื้อครอปแมทช์กับการเกงขายาวทรงปล่อย ให้ลุคดูเซ็กซี่ปนเท่อย่างมีสไตล์ แถมยังดูเป็นสาวเฮลตี้สุขภาพดีด้วย

ข้อแนะนำ: เลือกเสื้อครอปเข้ารูปแบบพอดีตัวสบาย ๆ ไม่รัดจนเกินไป เป็นสีพื้นหรือมีลายน่ารัก ๆ เล็กน้อย ใส่แล้วโชว์เอวพอดี ๆ ส่วนกางเกงเป็นเอวสูงทรงปล่อยสีเรียบ ๆ ยิ่งถ้าใส่คู่กับรองเท้าผ้าใบจะยิ่งคล่องตัวและดูดีมาก ๆ

เว็บไซต์อ้างอิง: https://us.shein.com/High-Waist-Heart-Print-Wide-Leg-Jeans

ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊

อ้างอิงรูปภาพ: https://img.ltwebstatic.com/

 

  1. เซตเสื้อสายเดี่ยว + เสื้อคลุม + กางเกงขาสั้น

ให้ลุคสวยเก๋โดยเสื้อตัวบนด้านในเป็นเสื้อสายเดี่ยวสีพื้น จับคู่กับเสื้อคลุมและกางเกงขาสั้นที่เป็นลวดลายสดใสสีเดียวกัน ดูสวยเท่แถมเสื้อคลุมยังช่วยป้องกันแสงแดดและทำให้ไม่โป๊ด้วย

ข้อแนะนำ: ลุคนี้เสื้อสายเดี่ยวด้านในจะเป็นสีขาวหรือสีดำก็ดูดีทั้งคู่ แต่เสื้อคลุมและกางเกงขาสั้นสำคัญมากคือต้องเป็นสีและลายเดียวกันถึงจะใส่แล้วดูดีดูคูลไม่มีเอ้าท์ ใส่แล้วสนุกได้สุดเหวี่ยงแน่นอน

เว็บไซต์อ้างอิง: https://th.shein.com/Paisley-Print-Open-Front-Kimono

แต่งตัวสงกรานต์

อ้างอิงรูปภาพ: https://img.ltwebstatic.com/

 

  1. ชุดเดรสยาวลายดอก

ดูหวาน ๆ เหมือนคุณหนูแต่มีสไตล์เท่เก๋ไปในคราวเดียวกันกับชุดเดรสลายดอกสีสดใส เลือกที่ผ้าดูพลิ้ว ช่วงคอวีใส่แล้วดูไม่ตัน ไม่อึดอัด ไม่ร้อน ช่วงล่างเลือกที่ผ่าข้างหรือแหวกขึ้นมาเหนือเข่าจะทำให้ใส่สบาย เคลื่อนไหวได้สะดวก

ข้อแนะนำ: ชุดเดรสยาวลายดอกไม้ควรเลือกเป็นสี Earth Tone ลายสดใส สาวตัวสูงใส่เดรสยาวเลยเข่าได้ แต่สาวตัวเล็กต้องเลือกที่สูงกว่าเข่าจะได้ดูขายาว ยิ่งจับคู่ใส่กับหมวกปีกกว้างและรองเท้าสานจะให้ลุคที่เก๋ไก๋ แต่งแล้วดูดีไม่ซ้ำใครเลยจริง ๆ

เว็บไซต์อ้างอิง: https://th.shein.com/Floral-Ruffle-Hem-Tie-Side-Wrap-Dress

แต่งตัวสงกรานต์

อ้างอิงรูปภาพ: https://img.ltwebstatic.com/

 

  1. หมวกแก๊ป + เสื้อกล้าม + กางเกงขายาว

แต่งแนวบอย ๆ แต่ให้ลุคเท่และเซ็กซี่ ลุคนี้ความสำคัญคือหมวกแก๊ปและเสื้อกล้ามเข้ารูปเอวลอยที่ขอเป็นสีเจ็บจี๊ดสีเดียวกัน ย้ำ! ต้องสีเดียวกันเท่านั้น เพราะจะโดดเด่นสะดุดตาชวนให้อยากสาดน้ำมากด้วยลุคสุดจี๊ด ใส่คู่กับกางเกงขายาวเอวสูงให้ดูทะมัดทะแมงพร้อมเล่นน้ำให้สนุกทั้งวันกันเลยทีเดียว

ข้อแนะนำ: ลุคนี้เสื้อกล้ามเข้ารูปต้องพอดีตัว ไม่หลวมหรือรัดจนเกินไป สีต้อง Colorful สดใส เช่น ส้ม ชมพู เหลือง หรือสีนีออนสะท้อนสายตาเลยยิ่งดี ที่สำคัญคือหมวกสีต้องแมทช์กับเสื้อด้วยถึงจะดูคูล เสริมลุคขึ้นอีกด้วยแว่นกันแดดแฟชั่น แค่นี้สาว ๆ ก็ดูสวย เท่ เซ็กซี่แล้ว

เว็บไซต์อ้างอิง: https://th.shein.com/Women-Tank-Tops-Camis

แต่งตัวสงกรานต์

อ้างอิงรูปภาพ: https://img.ltwebstatic.com/

 

อ่านต่อ.. ไอเดีย แต่งตัววันสงกรานต์ สวยเท่ได้ ไม่กลัวโป๊ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เปิดรับสมัครแล้ว MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3 การประกวดเพื่อเฟ้นหาคุณแม่นักรีวิวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3 กลับมาอีกครั้ง! กับการประกวดคุณแม่นักรีวิวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มาเป็นหนึ่งในทีมคุณแม่ Influencer มืออาชีพ กับ Amarin Baby & Kids และชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท

เวทีคุณแม่นักรีวิวต้องลุกเป็นไฟ!!
MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3 เริ่มขึ้นแล้ว!!!

Amarin Baby & Kids ครั้งนี้ จัดกิจกรรม Mom Influencer Contest Season3 กับการแข่งขันสุดยอดคุณแม่นักรีวิวระดับประเทศ ปีที่ 3 ที่มีความหมายและแรงบัลดาลใจมากกว่าเดิม ใน To Be Momber one Inspiration ซึ่งทาง Amarin Baby & Kids พร้อมเปิดรับคุณแม่ทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศไทย คุณแม่ที่ชื่นชอบการรีวิว, ไลฟ์สด, ทำคลิปวิดีโอ ร่วมไปถึงสายเขียนคอนเทนต์ และยังมอบความรู้ Modern Parenting สร้างแรงบัลดาลใจ ทริก ทิป ให้กับ แม่ๆที่เข้ามารับชม ต้องห้ามพลาด!!!

เปิดโอกาสให้คุณแม่มาแสดงความสามารถ พัฒนามาเป็น KOM (Key Opinion Moms) คุณแม่ต้นแบบ ที่มอบประสบการณ์ ความรู้ แรงบัลดาลใจ Trick & Tips ที่ส่งมอบ วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Modern Parenting นำเสนอคอนเทนต์สุดสร้างสรรค์ และ สร้างแรงบันดาลใจ ตามรอยรุ่นพี่  Mom Influencer Contest ปีที่ 1 และ 2 โดยผู้เข้ารอบจะมีสิทธิ์ได้เซ็นต์สัญญา ร่วมงานกับ Amarin Baby & Kids ตลอดทั้งปี พร้อมเงินรางวัลและของรางวัลอีกมากมาย 

 

📜📌 เปิดรับสมัครวันที่ 12 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2566 >> ทางช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kid 📜📌

 

ระยะเวลาแคมเปญ
12
เมษายน – 29 มิถุนายน 2566 แบ่งออกเป็น 5 ช่วง ดังต่อไปนี้

ประกาศรับสมัคร

  • เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมประกวดระหว่างวันที่ 12 เมษายน –31 พฤษภาคม 2566
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าประกวด 5 มิถุนายน 2566

ประกวดรอบคัดเลือก : Photo Series Review (3 รูป) 

  • ประกวดรอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 12 – 26 มิถุนายน  2566
  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ 1 วันที่ 7 กรกฎาคม 2566

ประกวดรอบที่ 1 : Photo Series Review (5 รูป)

  • ประกวดรอบ 1 ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2566
  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ 2 และสามารถเข้าร่วม Online Workshop วันที่ 19 สิงหาคม2566

กิจกรรม Online Workshop หัวข้อ เทคนิคสร้างคอนเท้นต์รีวิวอย่างไรโดนใจลูกเพจ มัดใจลูกค้า ฟรี! (ผู้ผ่านเข้ารอบ 2 ทุกคนจะต้องเข้าร่วม)

  • กิจกรรม Online Workshop วันที่ 24 สิงหาคม 2566

ประกวดรอบที่ 2 : VDO Clip Review 1 นาที

  • ประกวดรอบ รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2566
  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 5 ตุลาคม 2566

ประกวดรอบชิงชนะเลิศ ณ งาน Amarin Baby & Kids Fair #26 ไบเทค บางนา

  • ประกวดรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 1 ธันวาคม 2566

***หมายเหตุ วันและเวลาของกำหนดการต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

 

คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด

  • คุณแม่ทั่วประเทศ อายุระหว่าง 22 – 45 ปี ที่มีลูก 6 เดือน ขึ้นไป
  • มีใจรักการรีวิวแนะนำสินค้า สนใจในอาชีพ INFLUENCER และมีความพร้อมในการทำกิจกรรมกับแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆได้
  • มีคาแรคเตอร์โดดเด่น น่าสนใจ
  • มีความสามารถในการเขียนรีวิว ถ่ายภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอ  มีความคิดสร้างสรรค์
  • มีแอคเค้าท์บนโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 1 ช่องทางขึ้นไป  [ Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage,  Instagram,Tiktok ] โดยมียอดผู้ติดตามจากโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มรวมกัน 2,500 คน ขึ้นไป

 

วิธีการสมัคร

สมัครผ่าน Google Form คลิกที่นี่ >> https://bit.ly/MOMINFLUENCERCONTESTSS3 เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2566

พร้อมติดตามประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบและรายละเอียดการประกวดได้ที่ Facebook : Amarin Baby & Kids

 

เงื่อนไขการสมัครเข้าประกวด MOM INFLUENCER CONTEST SS 3

  • ผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลจนครบถ้วนใน Google Form และได้รับอีเมลตอบกลับ จึงถือว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์
  • สามารถสมัครเข้าประกวดได้ 1 คนต่อ 1 ครั้งเท่านั้น หากพบว่าผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลเท็จจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากระบบทันที
  • การเปิดรับสมัครไม่จำกัดจำนวน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
  • ผู้สมัครตกลงให้ความยินยอมแก่ทางบริษัทในการใช้ข้อมูลส่วนตัว ภาพ คลิปรีวิว และข้อมูลอื่นใดของผู้สมัคร เพื่อการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ และใช้ในการโฆษณาและการค้า ของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต  การสมัคร การกรอกข้อมูล การรีวิวในกิจกรรมนี้ ถือว่าผู้สมัครได้รับทราบและตกลงยอมรับกฎกติกาและเงื่อนไข ในกิจกรรมทุกประการ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครทั้งหมดจะอยู่ในข้อมูลเครือข่ายคุณแม่อินฟลูเอนเซอร์ ของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต ซึ่งมีโอกาสร่วมงานและสร้างรายได้จากแบรนด์สินค้าแม่ลูก
  • ผู้เข้าสมัครทุกคนต้องผ่านพิจารณาตามเกณฑ์ในการเข้าประกวดจากบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต  โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าประกวดรอบคัดเลือก ในวันที่ 5 มิถุนายน 2566
  • ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids
  • ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • วันและเวลาของกำหนดการต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
  • การดำเนินงาน และการตัดสินอยู่ในดุลยพินิจจากคณะกรรมการ และการตัดสินจากคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

รูปแบบการประกวด

การประกวดแบ่งออกเป็น 4 รอบ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ประกวดคัดเลือก – รายละเอียดการถ่าย Photo Series

  • ผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับกล่อง “Mommy Box” สำหรับการเขียนรีวิวสินค้าและถ่ายภาพจำนวน 3 ภาพ (จัดส่งถึงบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่  #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids และ #แบรนด์สินค้า โดยโพสต์ได้ 1 คน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ภายในวันที่ 12 – 26 มิถุนายน  2566
  • ส่ง Link รีวิว มาที่ Google Form https://bit.ly/SubmitMICSS3 แนบลิ้งค์ส่งประกวดคัดเลือกรอบ
  • ผู้เข้าประกวดสามารถแชร์โพสต์รีวิวสินค้าไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
  • ประกาศชื่อผู้ผ่านเข้ารอบวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids

ประกาศรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ การประกวด MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3 รอบคัดเลือก

เกณฑ์การตัดสิน ประกวดคัดเลือก

พิจารณาคุณภาพของ Content รีวิวตั้งแต่วันที่ 12 – 26 มิถุนายน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) ดังนี้

  • การเรียบเรียงเนื้อหา  เต็ม 15 คะแนน
  • ความโดดเด่นของสินค้า (ภาพถ่าย) เต็ม 30 คะแนน
  • สื่อสาร Key message ครบถ้วนตามโจทย์ที่กำหนด เต็ม  25 คะแนน
  • สไตล์การเขียนรีวิว และ ความรู้ แรงบัลดาลใจ วิธีการเลี้ยงลูก เต็ม  30 คะแนน

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

ประกวดคัดเลือก รอบที่ 1 – รายละเอียดการถ่าย Photo Series

  • ผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับกล่อง “Mommy Box” สำหรับการเขียนรีวิวสินค้าและถ่ายภาพจำนวน 5 ภาพ(จัดส่งถึงบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่ #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids และ #แบรนด์สินค้า โดยโพสต์ได้ 1 คน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ภายในวันที่ 19 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม 2566
  • ส่ง Link รีวิว มาที่ Google Form https://bit.ly/SubmitMICSS3แนบลิ้งค์ส่งประกวดคัดเลือกรอบ ที่ 1
  • ผู้เข้าประกวดสามารถแชร์โพสต์รีวิวสินค้าไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม
  • ประกาศชื่อผู้ผ่านเข้ารอบวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids

ประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านเข้ารอบ รอบที่ 1 MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3

เกณฑ์การตัดสิน ประกวดคัดเลือก รอบที่ 1

พิจารณาคุณภาพของ Content รีวิวตั้งแต่วันที่ 5 – 11 สิงหาคม 2566 โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) ดังนี้

  • การเรียบเรียงเนื้อหา เต็ม 15 คะแนน
  • ความโดดเด่นของสินค้า (ภาพถ่าย) เต็ม 30 คะแนน
  • สื่อสาร Key message ครบถ้วนตามโจทย์ที่กำหนด เต็ม 25 คะแนน
  • สไตล์การเขียนรีวิว และ ความรู้ แรงบัลดาลใจ วิธีการเลี้ยงลูก เต็ม 30 คะแนน

 

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

ประกวดคัดเลือก รอบที่ 2 – รายละเอียดการถ่าย Clip VDO ความยาวไม่เกิน 2 นาที

  • ถ่ายทำคลิปเป็นแนวตั้ง โดยจัดแสงให้มีความสว่างเพียงพอ สามารถเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน
  • ไม่ควรใช้ฉากหลังรก หรือปรับแต่งมากเกิน
  • ผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับกล่อง “Mommy Box 2” สำหรับการถ่ายคลิป Review สินค้า (จัดส่งถึงบ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • จัดทำคลิปรีวิวนำเสนอเป็นภาษาท้องถิ่นของแต่ละภาคหรือจังหวัด ตามความถนัดของตัวเอง ความยาวไม่เกิน 2 นาที
  • โพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัว หรือ Fanpage ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่ #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids และ #ตามที่แบรนด์สินค้ากำหนด โดยโพสต์ได้ 1 คน ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ภายในวันที่ 16-22 กันยายน 2566
  • ส่ง Link รีวิว มาที่ Google Form https://bit.ly/SubmitMICSS3 แนบลิงค์ส่งประกวดคัดเลือกรอบที่ 2

————————————————————————————–

*SPECIAL SCORE*
  • รับคะแนนพิเศษ 20 คะแนน โดยที่ผู้ประกวดโพสต์คลิปรีวิวสินค้า [ตัวเดียวกับที่โพสต์ใน FB] ลงในช่องทาง Tiktok เฉพาะวันที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 10.00 – 23.00 น. เท่านั้น
หมายเหตุ: สามารถทำได้ทั้งอัดคลิปใหม่ หรือตัดต่อคลิปเพื่อลงใน TIKTOK
  • ตั้งโพสต์เป็นสาธารณะ พร้อมใส่ #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids
  • ผู้เข้าประกวดสามารถแชร์โพสต์รีวิวสินค้าไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตามความเหมาะสม

————————————————————————————-

ประกาศชื่อผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ วันที่ 5 ตุลาคม 2566
ผ่านช่องทาง Facebook Amarin Baby & Kids

เกณฑ์การตัดสิน ประกวด รอบที่ 2

พิจารณาคุณภาพของ Content รีวิวตั้งแต่วันที่ 16-22 กันยายน 2566 โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (100 คะแนน) ดังนี้

  • วิธีการนำเสนอ เต็ม 30 คะแนน
  • สื่อสาร Key message ครบถ้วนตามโจทย์ที่กำหนด เต็ม 40 คะแนน
  • ความโดดเด่นของสินค้า ข้อมูลความรู้ แรงบันดาลใจ หรือวิธีการเลี้ยงลูก เต็ม 30 คะแนน
  • คะแนนพิเศษ เฉพาะผู้สมัครที่โพรสต์รีวิวผ่านช่องทางอีก Tiktok 20 คะแนน

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

เงื่อนไข การประกวดคัดเลือก

  • ห้ามคัดลอก ลอกเลียน หรือดัดแปลงงานเขียนรีวิวของผู้อื่นเป็นอันขาด หากพบว่ากระทำการดังกล่าวจะถือว่าตัดสิทธิ์ในการแข่งขัน

  • ข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิปถือเป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต สามารถทำการปรับปรุงแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน นอกจากนี้ สิทธิ์ใดๆ อันเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวเนื่องกับข้อความรีวิว ภาพถ่ายและคลิป

MOM INFLUENCER CONTEST SEASON 3

ประกวดรอบชิงชนะเลิศ

  • รอบคะแนนพิเศษ 25 คะแนน ทำคลิป เชิญชวนมางาน Amarin Baby & Kids Fair #26 ผ่านช่องทาง Tiktok  ตั้งเป็น “สาธารณะ” พร้อมใส่  #MomInfluencerContestSS3 #AmarinBabyAndKids
  • ผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศขึ้นเวทีประกวดเพื่อแสดงความสามารถต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อค้นหาผู้ชนะ 5 รางวัล และรางวัล ขวัญใจกรรมการ 1 รางวัล ใน วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ณ ไบเทค บางนา

*หมายเหตุ วันประกวดรอบชิงชนะเลิศจะแจ้งให้ทราบภายหลัง

  • ผู้เข้ารอบต้องทำตามกติกาที่ได้รับครบถ้วน  และขึ้นเวทีประกวดเพื่อแสดงความสามารถ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งถือว่าสละสิทธิ์ ผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศสามารถชวนแฟนคลับหรือครอบครัวมาร่วมโหวตเป็นกำลังใจหน้างานได้

วันและเวลาของกำหนดการต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ผู้เข้าร่วมประกวดต้องยินยอมปฏิบัติตามกติกาที่บริษัทฯ กำหนดทุกประการ การดำเนินงาน และการตัดสินอยู่ในดุลยพินิจจากคณะกรรมการ และการตัดสินจากคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

 

เกณฑ์การตัดสินรอบชิงชนะเลิศ

คะแนนจากคณะกรรมการ จำนวน 4 ท่าน ท่านละ 100 คะแนน รวม 400 คะแนน

  • คาแรคเตอร์น่าสนใจ วิธีการพูดนำเสนอลีลาท่าทางน้ำเสียง ความรู้ แรงบัลดาลใจ วิธีการเลี้ยงลูก เต็ม 45 คะแนน
  • Key message ของสินค้าตรงตามโจทย์ที่กำหนด  เต็ม 35 คะแนน
  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เต็ม 20 คะแนน

รางวัลขวัญใจ กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids

  • คัดเลือกจากคลิปจากรอบคะแนนพิเศษ ทำคลิป เชิญชวนมางาน Amarin Baby & Kids Fair #26 ผ่านช่องทาง Tiktok แนบลิ้งค์มาที่ Google Form https://bit.ly/SubmitMICSS3 ที่โดนใจกองบรรณาธิการ ABK มากที่สุด

รางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด

  • รางวัลชนะเลิศกรุงเทพมหานคร รับเงินสดจำนวน 50,000 บาท และโล่พร้อมป้ายรางวัลชนะเลิศกรุงเทพมหานคร
  • รางวัลชนะเลิศภาคเหนือ รับเงินสดจำนวน 50,000 บาท และโล่พร้อมป้ายรางวัลชนะเลิศภาคเหนือ
  • รางวัลชนะเลิศภาคกลาง รับเงินสดจำนวน 50,000 บาท  และโล่พร้อมป้ายรางวัลชนะเลิศภาคกลาง
  • รางวัลชนะเลิศภาคอีสาน รับเงินสดจำนวน 50,000 บาท และโล่พร้อมป้ายรางวัลชนะเลิศภาคอีสาน
  • รางวัลชนะเลิศภาคใต้ รับเงินสดจำนวน 50,000 บาท และโล่พร้อมป้ายรางวัลชนะเลิศภาคใต้
  • รางวัล ขวัญใจกองบรรณาธิการ Amarin Baby & kids รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท และ พร้อมป้ายรางวัล

หมายเหตุ : ผู้รับเงินรางวัลต้องชำระภาษี ณ ที่จ่าย ตามที่กฎหมายกำหนด

สิทธิประโยชน์ของผู้ชนะการประกวด

  • ผู้รับรางวัลชนะเลิศของแต่ละภาค จะได้เซ็นต์สัญญาเป็น “INFLUENCER” ของแบรนด์ Amarin Baby & Kids ภายใต้บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 1 ปี เพื่อก้าวสู่เส้นทางการเป็นคุณแม่ INFLUENCER มืออาชีพ และร่วมงานกับ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต (เงื่อนไขเป็นไปตามสัญญาที่บริษัทกำหนด)
  • ผู้เข้ารอบ 25 คนสุดท้าย มีสิทธิ์ร่วมงานกับแบรนด์ Amarin Baby & Kids ภายใต้บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)  และบริษัทในเครือ, พันธมิตร และคู่ค้ารวมถึงสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนกิจกรรมในอนาคต ในฐานะ INFLUENCER มืออาชีพ (เงื่อนไขเป็นไปตามสัญญาที่บริษัทกำหนด)

พาลูกเรียนรู้และพักผ่อนไปกับ หาดทราย สายลม และจักรวาล รับหน้าร้อน พร้อมเช็คอินพัทยา

ปิดเทอมทั้งที หาเวลาพาลูกไปรับลมทะเลกันมั๊ยคะ ทริปนี้จะพาไปรับไออุ่นจากทะเลพัทยา ใกล้กรุงเทพนิดเดียว ได้สอนอะไรลูกได้เยอะเลยค่ะ เพราะสิ่งรอบตัวเรา คือธรรมชาติ ที่ลูกจะต้องเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน ทริปนี้ ได้สอนลูกถึงการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง ตั้งแต่พื้นโลกยันจักรวาล เป็นยังไง ต้องตามชมกันเลย

ทริปนี้เราจองที่พักกันที่ รร. ฮอลิเดย์อินท์ พัทยา ค่ะ ที่นี่บอกได้เลยว่ามาเป็นครั้งแรก เด็กๆว้าวกันมาก ตั้งแต่จุดเช็คอิน ที่เราสามารถฝึกให้ลูก จัดการการเข้าพักได้ด้วยตนเอง ได้สอนให้เค้าอ่านเอกสาร การเข้าพัก และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ทางโรงแรมมีบริการ ซึ่งแน่นอนว่า เจ้าสองแสบ จำได้อย่างเดียวคือ มีสระว่ายน้ำ 4 สระ และมี Kids Club ด้วย โดยบริเวณล๊อบบี้ มีความโอ่อ่าอลังการมากๆ ซึ่งออกแบบมาให้พื้นที่ดูโปร่งตา อีกทั้งยังมีในส่วนของบาร์ที่บอกได้เลยว่า ขนมหวาน ไอศครีม และ เบเกอรี่อร่อยมากค่ะ

ซึ่งห้องพักที่เราจองมานั้น เป็นแบบ Connecting room ซึ่งจะเป็นโซนห้องเด็กๆ ที่มีเตียงวาฬน้อยมารอต้อนรับ พร้อมตุ๊กตา และ กิ๊ฟท์เซทของที่ระลึกอย่างสมุดระบายสีต่างๆอีกด้วย ( พี่ๆเค้าให้กลับบ้านไปเลยนะคะ ) และที่สำคัญมีเกมเพลย์สเตชั่นให้เล่นในห้องด้วยนะจ๊ะ ความใส่ใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พื้นในห้องของเด็กๆนั้น ได้รับการปูพรม เพื่อกันหกล้ม และภายในถูกตกแต่งด้วยความปลอดภัยมากๆค่ะ  เป็นอะไรที่เด็กๆปลื้มปริ่มมากๆ และเชื่อมกับห้องของ ผู้ใหญ่อย่างเรา ที่กว้างขวาง วิวทะเลกันเลยทีเดียว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันมากๆค่ะ

มาถึงภายในห้องน้ำกันบ้าง ภายในห้องพัก ในเมื่อมี 2 ห้องนอนแล้ว ยังมี 2 ห้องน้ำ เพื่อความสะดวกในการใช้งานได้อีกด้วยค่ะ ที่เด็กๆชื่นชอบกันนั่นคือ ในส่วนของห้องน้ำที่อ่างอาบน้ำมองเห็นวิวทะเลนี่แหละ เพราะห้อง แฟมมิลี่ซุดนี้ จะอยู่บริเวณหัวมุมของอาคาร ทำให้เห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาเลยค่ะ

นอกจากนี้ ความใส่ใจภายในห้องพักนั้น ที่ขาดไม่ได้คือการนอนค่ะ ซึ่งทางโรงแรมมีหมอนให้เลือกใช้2 แบบ คือ แบบ Soft และ แบบ Firm ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลค่ะ มาพักผ่อนทั้งทีได้หมอนสบายนี่เท่ากับดีตลอดทริป

แล้วเราก็มาถึง Facilities  ที่เด็กๆจำได้ตอนเช็คอินคือ สระว่ายน้ำ 4 สระ ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด 4 สระที่สำคัญ สระเด็กมีสไลด์เอร์ และอุโมงยักษ์อีกด้วย อีกทั้ง คิดส์คลับที่สนุกสนาน ให้เด็กๆได้พักผ่อน โดยเราามารถฝากเด็กๆไว้ได้ โดยที่ ผู้ปกครอง สามารถไปฟิตเนส หรือไปชิลที่สปาก็ได้เต็มที่เลยค่ะ ( ขอกระซิบว่า 24 ชั่วโมงนะคะ คุณพ่อห้ามพลาด )

และ อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับเด็กๆที่ไม่เหมือนใคร คือ ในส่วนของสปา ที่ไม่ได้แค่มีสปาของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีสปาของเด็กๆอีกด้วยค่ะ โดยจะมีบริการนวดเท้า และ บริการนวดตัวให้เด็กๆ แบบบำรุงผิว โดยการใช้ coconut oil ที่อ่อนโยนต่อผิว นวดร่างกายในน้องๆ ได้ผ่อนคลายกันอีกด้วย โดยเตียงนั้นทำมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ พร้อมตกแต่งอย่างน่ารัก เด็กๆชื่นชอบมากๆ เพราะเข้าใจถึงความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี มีการ สครับผิวเบาๆ พร้อมบำรุงอย่างเหมาะสมค่ะ

แต่ๆๆๆๆ ไฮไลท์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ซัมเมอร์ริมหาดทั้งที แน่นอนว่า เราออกไปปิกนิกดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ โดยภายในโรงแรม บริเวณคาเฟ่ เราสามารถสั่งชุดปิกนิกไว้ได้ ทางโรงแรมจะมีอุปกรณ์ครบเซทให้เรายืม พร้อมอาหาร จิบยามพระอาทิตย์ตกได้เลยทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเสื่อ ดอกไม้ ตะกร้า และ แซนวิชแสนอร่อยพร้อมเครื่องดื่มค่ะ และในเมื่อที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรี่ แน่นอนว่า Afternoon tea เราต้องไม่พลาดค่ะ และกล้าการันตีเลยค่ะว่าอร่อยสมคำร่ำลือ อย่ารอให้ต่างชาติมาชม เราคนไทยชมด้วยกันเองนี่แหละ เพราะอร่อยจริงๆ

โรคหายาก ที่พ่อแม่ไม่ค่อยรู้จัก ถึงจะหาได้ยาก แต่โรคนี้นั้นมีอยู่จริง!!!!!

“โรคหายาก” เป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับโลก ที่พ่อแม่ควรสังเกต และไม่ควรนิ่งนอนใจอีกต่อไป ถึงแม้จะหาได้ยาก แต่เมื่อรวมๆดูแล้ว มีผู้ป่วยด้วยกลุ่มโรคเหล่านี้ จำนวนไม่น้อย เลยทีเดียว

แล้วทำไมพ่อแม่อย่างเราถึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แน่นอนว่า ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 400 ล้านคนทั่วโลก1 โดยกว่า 3.5 ล้านคนเป็นผู้ป่วยในประเทศไทย แต่มีเพียง 20,000 คน2 เท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกวิธี และ โรคหนึ่งที่น่าสนใจในกลุ่มโรคหายากนั้นคือ โรคโกเช่ร์ (Gaucher Disease) ที่เกิดการความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วย จะมีอาการเช่น อยู่ดีๆก็เกล็ดเลือดต่ำ บางคนมาด้วยอวัยวะภายใน เช่น ตับโต ม้ามโต

และที่น่ากังวลใจคือ บางคนเป็นตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ต้น เพราะกลุ่มโรคเหล่านี้ ต้องใช้เวลาในการตรวจและวินิจฉัย เพราะ เด็กมักป่วยเหมือนโรคทั่วๆไป แต่เป็นซ้ำไม่หายขาด ต้องใช้เครื่องมือที่ล้ำสมัย เพื่อถอดลำดับสารพันธุกรรมได้ทั้งจีโนมในเวลาอันรวดเร็ว ที่เป็นสาเหตุหลักของกลุ่มโรคหายาก และจะสามารถรักษาที่ตรงเหตุอย่างทันท่วงที ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

วันนี้เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาทำความรู้จัก โรคโกเช่ร์ (Gaucher Disease) กันค่ะ

กลุ่มโรคหายาก โรคโกเช่ร์ (Gaucher Disease) คืออะไร และ รักษาอย่างไร

โรคโกเช่ร์ (Gaucher disease) หรือ GD เป็นโรคทางพันธุกรรมหายาก (Rare disease) ที่มีอุบัติการณ์น้อยกว่า 1:100,000 ประชากร โดยโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากการขาดหรือการทำงานของเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส (Glucocerebrosides) บกพร่อง เป็นการถ่ายทอดแบบยีนด้อย (Autosomal recessive) โดยทั้งบิดาและมารดาของผู้ป่วยเป็นพาหะหรือมีพันธุกรรมที่ผิดปกติของยีน GBA

โรคโกเช่ร์แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 1 : ไม่มีอาการทางระบบประสาท  ชนิดที่ 2: มีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากผลแทรกซ้อนทางระบบประสาท ชนิดที่ 3:ผู้ป่วยมีอาการทางระบบประสาท โดยจะมีความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสติปัญญา หรือมีอาการลมชัก

 โดยในประเทศไทย พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก โรคนี้มักพบอาการของโรคได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยมีอาการที่สามารถสังเกตได้จากรูปร่างที่เริ่มผิดปกติ  ตับโต ม้ามโต มีอาการทางระบบเลือดต่างๆ เกิดภาวะซีด เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เป็นแผลฟกช้ำและเลือดออกง่ายกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการทางกระดูกร่วมด้วย เช่น ปวดกระดูก กระดูกบาง กระดูกหักง่าย และบางรายอาจมีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตช้า บางรายที่มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วยจะส่งผลเรื่องพัฒนาการด้านสติปัญญา และ มีอาการลมชัก เป็นต้น ซึ่งแต่ละรายจะมีอาการไม่เหมือนกัน 

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ได้เล่าให้เราได้ฟังว่า แต่ละโรคในกลุ่มโรคหายากมีจำนวนผู้ป่วยน้อย แต่เนื่องจากกลุ่มโรคนี้มีกว่า 7,000 โรค โดยรวมแล้วจึงมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เดิมเรายังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสม ทำให้การวินิจฉัยโรคหายากยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ในปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ล้ำสมัย เรียกว่า “Next Generation Sequencing” หรือ “NGS”  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถอดลำดับสารพันธุกรรมได้ทั้งจีโนมในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติของสารพันธุกรรมอันเป็นสาเหตุหลักของกลุ่มโรคหายาก แพทย์จึงสามารถให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การรักษาที่ตรงเหตุอย่างทันท่วงที ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น บ่อยครั้งที่เปลี่ยนจากการที่ต้องมีผู้ดูแลไปตลอดชีวิต กลายมาเป็นกำลังของสังคมได้” เดิมทีเราไม่ทราบที่มาของโรค แพทย์จำเป้นต้องรักษาตามอาการ และ รักษาตามโรคที่เกิดขึ้นในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา แต่ที่น่าสังเกตคือ เด็ก หรือผู้ป่วย กลับมาหาแพทย์ด้วยโรคและอาการเดิมๆซ้ำๆ จนเป็นที่น่าสงสัย จึงก่อให้เกิดการวินิจฉัยไปยังกลุ่มโรคหายากในลำดับต่อไป แต่บางราย รู้ช้า หรือวินิจฉัยได้ช้า การรักษาก็เป็นไปได้ยากขึ้น จึงเป็นที่น่ายินดี ที่เทคโนโลยีได้ก่อให้เกิดเครื่องมือที่ทันสมัย ตรวจได้เร็วขึ้น และรักษาได้เร็วขึ้น โดยรักษาด้วยการให้ยาเอนไซม์ทดแทน ซึ่งผู้ป่วยจะต้องมารับยาเอนไซม์ทุกๆ 2 สัปดาห์ (ตลอดชีวิต) หรือวิธีที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ คือ การปลูกถ่ายไขกระดูก หรือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell)

นอกจากนี้เรายังได้พูดคุยกับ คุณบุญพุฒิพงศ์ธนโชติ ประธานมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี ซึ่งเป็นคุณพ่อผู้ดูแลลูกที่ป่วยเป็นโรค
โกเช่ร์ อีกด้วย

คุณบุญ พุฒิพงศ์ธนโชติ เล่าให้เราฟังว่า “น้องฝ้ายเป็นโรคโกเช่ร์มาตั้งแต่เกิด ในตอนนั้น โรคนี้เป็นสิ่งใหม่มากสำหรับพวกเรา จากวันแรก ผมรู้แค่ว่าผมต้องทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อช่วยให้ลูกมีชีวิตรอด ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการรักษามีความซับซ้อนและราคาสูง เป็นความท้าทายครั้งหนึ่งในชีวิต แต่เราก็ผ่านมันมาได้ เลยมองย้อนว่าแล้วผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่ต้องเจอความยากลำบากนี้เค้าจะทำอย่างไร เลยเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งมูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดีขึ้นในประเทศไทย รวบรวมผู้ป่วยโรคโกเช่ร์และโรคหายากในกลุ่มโรคพันธุกรรมแอลเอสดีอื่นๆ ให้มารวมตัวกัน พร้อมผลักดันให้เกิดสิทธิที่ให้ภาครัฐเข้ามาดูแล สุดท้ายจากความพยายามของพวกเราทุกคน ยารักษาโรคโกเช่ร์ ประเภทที่ 1 ได้ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ช่วยสนับสนุนทางด้านการเงินและการเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล เราจะเดินหน้าทำงานกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนให้การรักษาโรคหายากได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมกันในอนาคต” 

รู้หรือไม่ 

มีองค์กรที่เข้ามาช่วยส่งเสริมมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคหายากในประเทศไทย อย่าง ทาเคดา ประเทศไทย มีการจัดงาน “Embrace the Differences, Unite for Rare Diseases” ที่บอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจจากผู้ป่วยโรคโกเช่ร์ หนึ่งในโรคหายาก ผ่านนิทรรศการนิทานเจ้าโกเช่ร์กับพลังวิเศษแห่งความลับ พร้อมรับฟังถึงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและการรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งเป็นความหวังของผู้ป่วยโรคหายากที่มีอยู่นับพันโรค  มร. ปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “ทาเคดายึดมั่นพันธกิจในการแสวงหาสุขภาพที่ดีกว่าและอนาคตที่สดใสให้กับผู้คนทั่วโลก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการรักษาที่จะส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งโรคหายากเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่เราให้ความสำคัญ โดยเราทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรทางการแพทย์ รวมทั้งกลุ่มตัวแทนผู้ป่วยเพื่อร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาและนำไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นของชุมชนโรคหายากต่อไป” 

 

 

  

การเลือกซื้อคาร์ซีท สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงใน การเลือกซื้อคาร์ซีท คือ การได้รับการทดสอบในด้านของความปลอดภัยในระดับสากล โดยทั่วไปการทดสอบจะเริ่มตั้งแต่การทดสอบการชนและการป้องกันแรงกระแทกที่จะส่งผลต่อร่างกายเด็ก

 

มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันในโลกแบ่งออกเป็นของ 2 กลุ่มหลักๆ คือ ECE R44 /04 และ ECE R129 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ i – size ของทวีปยุโรป และ FMVSS 213 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียดของการทดสอบขึ้นอยู่กับกฎข้อบังคับของแต่ละประเทศ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือกคาร์ซีทที่ได้รับมาตรฐานและมีสติกเกอร์แสดงถึงมาตรฐานชัดเจน ดังนั้นก่อนซื้อคาร์ซีทไม่ว่าจะรุ่นหรือแบรนด์ไหนๆ คุณพ่อและคุณแม่อย่าลืมที่จะหาข้อมูลหรือสอบถามเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีทตัวนั้นๆ ด้วยนะคะ

ภาพตัวอย่างสติกเกอร์ที่โชว์มาตรฐานชัดเจน และมักแปะอยู่ที่บริเวณด้านหลัง/ใต้ฐานของคาร์ซีท

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาในเลือกคาร์ซีทให้แก่ลูกรัก

  • ปัจจัยในเรื่องของการติดตั้ง

คาร์ซีทส่วนใหญ่ในท้องตลาดการติดตั้งจะมีด้วยกันทั้งหมด 2 แบบ

  1. เข็มขัดนิรภัย เป็นการติดตั้งด้วยสายเข็มขัดนิรภัยที่มากับรถยนต์
  2. Isofix คือการติดตั้งด้วยการเสียบแท่น isofix ของคาร์ซีทเข้ากับเบาะรถยนต์ โดยส่วนมากจะมีในรถยนต์ปี 2014 เป็นต้นไป ช่วยในเรื่องความสะดวก และประหยัดเวลาในการติดตั้ง

  • ปัจจัยในเรื่องของอายุการใช้งาน

ส่วนมากคาร์ซีทจะแบ่งกลุ่มออกตามอายุการใช้งาน โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงแรกเกิดถึงช่วงอายุต่าง ๆ ซึ่งขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทถึงช่วงอายุเท่าไหร่

 

** โดยในปัจจุบัน ตามราชกิจจานุเบกษาที่ได้เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับที่ 13 พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565 ให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งคาร์ซีท และผู้โดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซ็นติเมตรต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่โดยสาร ทำให้ทุกๆ บ้านที่มีลูกน้อยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคาร์ซีทเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และถ้าพ่อแม่คนไหนฝ่าฝืนไม่ใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กทารกแรกเกิด หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กเล็ก มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท

  • ปัจจัยในเรื่องของงบประมาณ

ในส่วนของงบประมาณ ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ โดยปัจจุบันในตลาดมีคาร์ซีทหลากหลายให้เลือกจำนวนมาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกคาร์ซีทที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสากลที่อยู่ภายในงบประมาณของคุณพ่อคุณแม่นะคะ

 

Tips:

ควรเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวเรามากที่สุด? 

 

  • สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยวัยแรกเกิดและมีความจำเป็นต้องเดินทางบ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกที่ต้องพาลูกน้อยไปหาหมอหรือไปฉีดวัคซีน แนะนำ “ตะกร้าคาร์ซีท” ที่ช่วยมอบความคล่องตัวที่เหมาะสำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิด ถึง 13 กิโลกรัม เช่น Joie รุ่น Gemm

  • สำหรับครอบครัวที่อาจเดินทางไม่บ่อย ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน แนะนำเลือกซื้อคาร์ซีทแบบติดตั้งอยู่กับรถ ที่สามารถติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้า และ หันหน้าออก ไม่ว่าจะติดตั้งด้วยเบลล์ หรือ isofix จะคุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด เนื่องจากสามารถเลือกแบบการใช้งานในระยะยาวได้

  • และสำหรับบ้านที่มีเด็กโตวัย 3 ขวบขึ้นไป คาร์ซีทที่เหมาะสมสำหรับเด็กโต คือ “บูสเตอร์ซีท” ที่ทำหน้าที่เหมือนคาร์ซีท เป็นการเพิ่มความปลอดภัยและความสูงให้กับเด็กๆ ให้มีความสูงที่เพียงพอในการคาดเข็มขัดนิรภัยบนรถยนต์ได้ โดยการเลือก Booster Seat คำนึงถึงปัจจัยในเรื่องของอายุ น้ำหนักและส่วนสูง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 3 – 12 ปี หรือน้ำหนัก 15-36 kg. และ มีความสูง 100-145 cm.

เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการนั่งคาร์ซีทในแต่ละช่วงวัย

  • แรกเกิด – 15 เดือน “ต้อง” นั่งหันหน้าเข้าหาเบาะด้านหลังรถ* (Rearward-facing baby seat) เพราะกระดูกคอและหลังยังไม่แข็งแรง หันหน้าเข้าเบาะหลังช่วยลดแรงกระแทก
  • แรกเกิด – 6 ปี สามารถนั่งแบบ “ผสม” หันได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ (Combination seat)
  • 9 เดือน  –11 ปี สามารถเริ่มนั่งแบบหันหน้าไปด้านหน้ารถ (Forward-facing child seat)
  • เด็กโต 3 ปี – 12 ปี นั่งแบบมีพนักพิงด้านหลัง (High-backed Booster Seat) หลังจากนั้น น้องจะเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย และสามารถใช้ Belt ที่มากับรถได้แล้ว

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

เดี๋ยวนี้ถ้าอยากเรียนภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะอังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น สเปน หรือภาษาอะไรก็ตาม เพียงเข้าแอป Youtube ฝึกภาษา ก็จะมีอาจารย์มาเปิดช่องสอนกันคึกคัก วิธีนำเสนอก็ต่างกันไป จะเลือกดูช่องไหนก็คงต้องแล้วแต่พื้นความรู้ที่สะสมมาต่อยอด ใครสนใจภาษาไหน อยากเรียนระดับไหน ลองเลือกจาก 10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ที่เราคัดสรรมาได้เลย

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

  1. UNFOX English

ช่องสอนภาษาอังกฤษเนื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่แกรมม่าพื้นฐาน บทสนทนาพื้นฐาน ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ไปจนถึงคำศัพท์ตั้งแต่ง่าย ไปจนถึงศัพท์ในชีวิตประจำวัน ศัพท์สแลงเข้ายุคสมัย ซึ่งจะมีพิธีกรประจำช่องที่ช่วยสอนไปทีละขั้น ที่ละข้อ หรือนำหนัง ซีรีส์ เพลงกำลังเป็นกระแส มาพูดคุย อธิบายความหมาย โดยมีแขกรับเชิญมาร่วมแชร์ความรู้ไปด้วย ส่วนคนที่อยากเรียนรู้จริงจัง ยังสามารถเข้าไปเรียนคอร์สภาษาแบบปูพื้นได้จากในเว็บไซต์ด้วย เรียกว่าปล่อยความรู้ให้แบบไม่กั๊กและไม่มีค่าใช้จ่ายเลย เหมาะสำหรับน้องๆวัยประถมขึ้นไป หรือคนที่อยากปัดฝุ่นความรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.youtube.com/@unfoxenglish

  

  1. KND Studio

ย่อมาจาก คำนี้ดี ช่องที่เป็นมากกว่าสอนภาษาอังกฤษ แต่คือพอดแคสต์ที่เสนอคอนเท้นต์เชิงความคิด ประเด็นทันสมัย ผ่านภาษาอังกฤษไปด้วย โดดเด่นด้วยคลังคำศัพท์ที่จะนำมาสอนให้จดจำและเข้าใจสถานการณ์ที่ใช้แบบเป็นหมวดหมู่ เช่นชุดท่องศัพท์จนหลับไป, ทายศัพท์จนหลับไป, Word Quiz, Vocab Quiz, Idiom 100, สะกดเก่ง มีคลิปสอนการออกเสียง ตั้งแต่ระดับคำ ยาวเป็นย่อหน้า ไปจนถึงเทคนิคพรีเซ้นต์ภาษาอังกฤษ แถมเนื้อหาแต่ละตอนกูทำได้น่าติดตาม สลับกับพ็อตแคสต์พูดคุยภาษาอังกฤษตามประเด็นสังคมต่างๆ เรียกว่าช่องนี้ดูได้ตั้งแต่ทักษะระดับเริ่มต้น ถึงแอดวานซ์เลยทีเดียว   

10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.youtube.com/@KNDStudio/featured

 

  1. ADAM Bradshaw

หลายคนคงรู้จักอาจารย์อดัมกันเป็นอย่างดีจากรายการสอนภาษาอังกฤษทางโทรทัศน์ ซึ่งพอมาสอนในยูทูปอาจารย์ก็ยังคงคอนเซ็ปต์การสอนที่เน้นไปทางเกร็ดภาษา แก้ไขความเข้าใจผิดทางภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงที่ถูกต้อง ความต่างของคำความหมายคล้ายกัน คำไทยแปลเป็นคำอังกฤษว่าอะไร การสนทนาภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ หรือชวนแขกรับเชิญมาคุยภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ซึ่งข้อดีของช่องนี้ก็คือเป็นการสอนอังกฤษโดยเจ้าของภาษาโดยตรง การออกเสียงจึงถูกต้องและชัดเจน  

เรียนภาษา

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.youtube.com/@AdamBradshaw

 

  1. KruDew English

เรียนภาษาอังกฤษแบบได้ความรู้คู่ความสนุกกับเทคนิคการสอนที่เพิ่มจริตเฉพาะตัวของครูดิวเข้าไปด้วย ช่วยให้เรื่องวิชาการซอฟท์ลงและเข้าใจง่ายขึ้นเป็นกอง ซึ่งเนื้อหาของครูดิวจะเอาป๊อบคัลเจอร์มาเป็นตัวอย่างในการสอนแกรมมาและคำศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือเพลงที่กำลังฮิต ช่วยให้จดจำได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงเทคนิคการจดจำแกรมมา ประโยคสนทนาที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน สถานการณ์ต่างๆ และยังชวนคนดัง ดารา มาร่วมแจมความฮา แต่ได้สอนภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย 

เรียนภาษา

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.youtube.com/@kdenglishofficial

 

  1. BBC Learning English

ยกระดับการเรียนภาษาอังกฤษด้วยการเรียนจากเจ้าของภาษาโดยตรง ช่องนี้จึงเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานมาแล้วพอสมควร โดยเฉพาะทักษะการฟัง แต่ถึงจะยังฟังไม่เก่ง ก็สามารถกดดูซับไตเติ้ลคู่กันไปได้ เนื้อหามีตั้งแต่การสอนแกรมมา คำศัพท์ การออกเสียง การฟัง เรียกว่าครบทุกด้าน แต่สอดแทรกในเรื่องราวที่ไม่น่าเบื่อ อย่างเช่นประเด็นที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน หรือข่าวสารที่เป็นกระแสสังคม จากนั้นค่อยย่อยออกมาเป็นรูปประโยค คำศัพท์ที่ใช้ในข่าว ช่วยฝึกการฟังจับใจความไปในตัว ใครต้องการฝึกพูดและฟังภาษาอังกฤษได้ต้องไม่ควรพลาดช่องนี้ 

เรียนภาษา

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.youtube.com/@bbclearningenglish

 

อ่านต่อ.. 10 ช่อง Youtube ฝึกภาษา ปูพื้นฐานความรู้ พร้อมโกอินเตอร์ ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

ในหนึ่งปีช่วงเวลาหยุดยาวที่หลายครอบครัวจะได้พร้อมหน้ากันก็คงจะเป็นช่วงสงกรานต์นี่เอง บางบ้านอาจจะเลือกอยู่บ้าน ใช้เวลาสบายๆร่วมกัน แต่หลายบ้านเช่นกันที่เลือกจะออกไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยกันนอกบ้าน จากที่ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน เราจึงจัด 10 พิกัด เที่ยวสงกรานต์ มาให้เลือกกัน สะดวกใกล้ไกลจุดไหนก็ขอให้เดินทางปลอดภัย มีความสุข ชุ่มฉ่ำ รับเทศกาลสงกรานต์กันค่ะ  

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

  1. สวนนงนุช ชลบุรี

มาเที่ยวกันได้ทั้งบ้าน เพลินได้ทั้งวันจริงๆ ที่นี่รวบรวมพรรณไม้หายากเอาไว้มากมาย บรรยากาศร่มรื่น มีการจัดสวนสไตล์ต่างๆ พร้อมมุมถ่ายรูปเพียบ ไม่ว่าจะสวนฝรั่งเศส สวนอังกฤษ สวนหิน สวนตะบองเพชร ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโซนที่หลายคนชื่นชอบ อย่างเช่น การแสดงช้าง ห้องจัดแสดงของสะสมหายากและราคาแพง เช่นบรรดารถซูเปอร์คาร์ และพลาดไม่ได้กับหุบเขาไดโนเสาร์ สุดอลังการด้วยหุ่นโมเดลเสมือนจริงของไดโนเสาร์มากมายหลากหลายชนิดในอิริยาบถต่างๆ พร้อมเสียงคำราม และบรรยากาศสวนสไตล์ดึกดำบรรพ์ราวกับหลุดไปอยู่ในโลกล้านปี

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nongnoochpattaya.com/th

 

  1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ปทุมธานี

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 9 เต็มไปด้วยองค์ความรู้รอบด้าน ทั้งในเรื่องนิเวศวิทยา ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงภูมิศาสตร์ สามารถเดินชมและสนุกไปกับอุปกรณ์สัมผัส และโมเดลเสมือนจริงต่างๆ ตั้งแต่วิวัฒนาการของโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ตื่นตากับโมเดลไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่ทั้งขยับและคำรามได้ มนุษย์ตั้งแต่แรกเริ่มถึงปัจจุบัน สัตว์ต่างๆ จากทุกมุมโลก จัดแสดงแบ่งตามสภาพภูมิอากาศ โซนเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 รวมไปถึงเวิร์คช็อปวิทยาศาสตร์ และห้ามพลาดน้ำตกในร่มขนาดใหญ่ที่สูงจรดเพดานพร้อมจุดชมวิวมุมสูง เพลิดเพลินเดินชมได้ทั้งวัน  

ที่เที่ยวสงกรานต์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.nsm.or.th/nsm/th/museum/rama9-museum

 

  1. สวนน้ำโคลัมเบียพิคเจอร์ส ชลบุรี

ชุ่มฉ่ำรับสงกรานต์กับสวนน้ำระดับโลกโดยโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ค่ายหนังฮอลิวูดที่มีหนังชื่อดังมากมาย ซึ่งบรรดาเครื่องเล่นในสวนน้ำก็ล้วนนำธีมมาจากหนังดังของค่ายนี้ อย่างโซนโฮเทล ทรานซิลเวเนีย เป็นโครงสร้างเครื่องเล่นรวมสไลด์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถให้เลือกเล่นจาก 9 สไลเดอร์และสนุกกับของเล่นสวนน้ำกว่า 100 จุด, เครื่องเล่นโปรตอนสตรีม จากเรื่อง Ghostbusters จะพาทะยานเข้าในสไลด์ทรงกลมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไปจนถึงสระคลื่นยักษ์ ที่มีคลื่นเสมือนจริง ให้เล่นน้ำเหมือนอยู่ในทะเลด้วย

10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.columbiapicturesaquaverse.com/

 

  1. ตลาดโอ๊ะป่อย ราชบุรี

ตลาดชุมชนบรรยากาศน่ารักที่ชูเอกลักษณ์ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เป็นตลาดติดลำน้ำภาชี มีที่นั่งทำจากไม้ไผ่ให้นั่งชิลติดริมน้ำ และสามารถซื้ออาหารในตลาดมานั่งกิน เช่น ข้าวยำสมุนไพร ข้าวแดกงา ข้าวห่ออั้งหมี่ถ่อ ขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมถ้วย กาแฟดริป ชาสมุนไพร ฯลฯ รวมทั้ง คังด้ง หรือ ใยแมงมุมเครื่องแขวนของชาวกะเหรี่ยง ก็น่าซื้อเป็นของที่ระลึก ห้ามพลาดใส่บาตรพระล่องแพ ที่ชาวกะเหรี่ยงถ่อมาตามลำน้ำพร้อมเป่าเขาสัตว์บอกสัญญาณ ได้ใส่บาตรด้วยอาหารแห้งใส่ชะลอมและดอกไม้ร่วมกัน เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมาก

ที่เที่ยวสงกรานต์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://web.facebook.com/ohpoimarket/

 

  1. อุทยานวังตะไคร้ นครนายก 

แหล่งพักผ่อนหย่อนใจระดับตำนาน อดีตที่พำนักของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร ภายในพื้นที่ 2.4 ตารางกิโลเมตรของอุทยาน เต็มไปด้วยความร่มรื่นของพันธุ์ไม้ทั่วพื้นที่ รวมทั้งสวนพฤกษศาสตร์ สวนกุหลาบ น้ำตกจำลอง และสายน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่าน ทั้งคลองตะเคียน และคลองมะเดื่อ ส่วนกิจกรรมก็มีให้ทำมากมาย ได้ทั้งครอบครัว เช่น ล่องแก่ง, ขับ ATV, Paintball, ล่องเรือชมเขื่อนขุนด่านปราการชล, โหนสลิง รวมทั้งกิจกรรมผจญภัยตามฐานต่างๆ นอกจากนี้ยังมีครบทั้งที่พัก ลานกางเต๊นท์ และร้านอาหารด้วย   

ที่เที่ยวสงกรานต์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://web.facebook.com/wangtakrai/

 

อ่านต่อ.. 10 พิกัดพาลูก เที่ยวสงกรานต์ เที่ยวสนุก ฉ่ำ ยกบ้าน ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

พื้นที่เรียนรู้มีอยู่มากมาย และที่ที่ใครๆก็คุ้นเคยคือสวนสัตว์ที่เราจะได้รู้จักสัตว์จากทุกมุมโลก บนบกและในน้ำ อย่างใกล้ชิด สอนความรักสัตว์ และยังได้ความรู้ทางชีววิทยาด้วย ตามมาเที่ยว 10 สวนสัตว์ และ อควาเรียม ทั่วไทยด้วยกันเลยค่ะ

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

  1. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี

ชวนกันมาชมสัตว์อย่างใกล้ชิดแบบไม่มีกรงกั้น บนเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ ที่นี่มีสัตว์มากมายหลายสายพันธุ์ถึง 300 ชนิด พร้อมกิจกรรมและการแสดงโชว์จากสัตว์แสนรู้ จะเดินชม นั่งรถนำเที่ยว หรือเช่ารถกอล์ฟขับลุยเอง สามารถจอดแวะดูโชว์หรือชมสัตว์ตรงไหนก็ได้ ใครอยากใกล้ชิดน้องๆก็มีโซนที่สามารถเข้าใกล้และป้อนอาหารได้ด้วย ส่วนโชว์ที่ห้ามพลาดก็คือการชมช้างว่ายน้ำจากบ่อกระจกใส และการแสดงพาเหรดเพนกวิน ที่น้องจะเดินเรียงแถวมาอย่างเป็นระเบียบ น่าเอ็นดูมาก ๆ  

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://khaokheow.zoothailand.org/intro.php

 

  1. SeaLife Bangkok Ocean World

แหล่งเรียนรู้โลกใต้น้ำแบบใจกลางกรุงสุดๆ ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เดินทางสะดวกสบายสุดๆ ภายในจัดแสดงอย่างอลังการเต็มพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร สามารถสัมผัสและชมชีวิตสัตว์น้ำน้อยใหญ่ผ่านห้องกระจกขนาดใหญ่แบบ 360 องศา อย่างเช่น ฉลาม, เต่าทะเล, เพนกวิน, ม้าน้ำ ฯลฯ หรือจะลองสัมผัสโลกใต้ทะเลแบบใกล้ชิดก็มีบริการดำน้ำชมฉลามเสือทราย ฉลามครีบดำ ฉลามเสือดาว กระเบนหลังดำ กระเบนนก พร้อมกับครูฝึกมากประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีโซนป่าดิบชื้น ที่จะได้พบกับปลาอะราไพม่า มังกรเครา กบลูกศรพิษ นากเล็กเล็บสั้น และงูนานาชนิด

10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://web.facebook.com/SEALIFEBangkokOceanWorld/

 

  1. Elephant Haven Thailand กาญจนบุรี

มารู้จักช้างแบบไม่ต้องดูโชว์ ไม่ต้องขี่หลัง เพียงแค่มาใช้เวลาเดิน สูดกลิ่นอายป่าบริสุทธิ์ด้วยกัน ก็จัดว่าเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจไม่น้อย ที่นี่เป็นแหล่งพักพิงช้างที่ปลดระวางจากกิจกรรมท่องเที่ยว รวมไปถึงช้างหลายวัยให้มารู้จักพฤติกรรม กิจกรรมคือการมาใช้ชีวิตร่วมกับช้าง มีทั้งทำอาหารและป้อนอาหารให้ช้าง เดินตามช้างเข้าป่า ชมธรรมชาติ ปล่อยช้างหากิน เล่นโคลน ลงไปเล่นน้ำกับช้างในลำธาร ท่ามกลางบรรยากาศป่าที่สดชื่นรื่นรมย์ เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่เน้นให้คนเข้าใจพฤติกรรมช้าง ได้อยู่ใกล้ชิดกันโดยไม่ต้องฝึกเค้ามาเอาใจนักท่องเที่ยว เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก  

สวนสัตว์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://elephanthaventhailand.org/

 

  1. Underwater World พัทยา

ก้าวสู่โลกใต้ทะเลกับอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในชลบุรี ภายในมีโซนชมสัตว์น้ำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปลาทะเลสีสันสดใส ชมปลาทะเลตัวใหญ่ ทั้งฉลามและกระเบนว่ายไปมาแบบใกล้ชิดภายในอุโมงค์กระจกใส ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในโลกใต้ทะเล และยังมีโชว์ให้อาหารปลาใต้น้ำให้ชมเป็นรอบๆด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดตู้แสดงพันธุ์สัตว์น้ำพร้อมข้อมูลความรู้ ทั้งสัตว์ทะเล ปะการัง ปลาน้ำจืดสายพันธุ์ต่างๆ และยังมีโซนแมงกะพรุนในห้องเรืองแสง โซนสัตว์เลื้อยคลาน ที่บางชนิดสามารถสัมผัสได้โดยมีผู้เชี่ยวชาญดูแล และห้ามพลาดการแสดงของน้องนากแสนรู้ สุดน่ารัก 

สวนสัตว์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://web.facebook.com/underwaterworldpattaya.uwp/?locale=th_TH&_rdc=1&_rdr

 

  1. Chiang Mai Night Safari

สวนสัตว์ไม่ได้มีให้ชมแค่ตอนกลางวันเท่านั้น เพราะยังมีสัตว์หลายชนิดที่ใช้ชีวิตในยามค่ำคืน ซึ่งที่นี่ก็ถือเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของประเทศไทย มีสัตว์ให้ชมถึง 1,400 ตัวเลย ไฮไลท์คือ Safari Tram ที่จะมีทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะกลางคืน จะได้ตื่นตาตื่นใจกับพฤติกรรมของสัตว์ในตอนกลางคืน บางชนิดก็สามารถเดินมาหาถึงข้างรถเลยทีเดียว แบ่งเป็น 2 โซน คือ Savanna Safari สัมผัสกับสัตว์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เช่น ยีราฟ ม้าลาย จิงโจ้แดง กวางผา และโซนที่ 2 Predator Prowl ซึ่งเป็นโซนสัตว์นักล่า เช่น เสือโคร่งขาว สิงโต ไอยีน่าลายจุด และอีกมากมาย  

สวนสัตว์

ข้อมูลเพิ่มเติม https://chiangmainightsafari.com/th/

 

อ่านต่อ.. 10 สวนสัตว์และ อควาเรียม ทั่วไทย น่าพาลูกไปเที่ยว ..ได้ที่หน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

สฟิงโกไมอีลิน เด็กผ่าคลอด

สร้างสมองไว สร้างภูมิคุ้มกันเร็วให้ เด็กผ่าคลอด ต้องเริ่มอย่างไร ?

คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ดูแลลูกน้อยได้อย่างทันที ใน เด็กผ่าคลอด พบว่ามี การเชื่อมโยงการทำงานของสมองน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่สามารถสร้างสมองเรียนรู้ไว และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้กับลูกน้อยตั้งแต่แรกคลอด กองบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำในการดูแล เด็กผ่าคลอด มาฝากค่ะ 

ทำไมต้องสร้างสมองไว และเสริมภูมิคุ้มกันให้.. เด็กผ่าคลอด

เด็กที่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอดมักจะมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติค่ะ นั่นก็เพราะว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติจะได้รับจุลินทรีย์สุขภาพอย่างบีแล็กทิส (B. lactis) ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณช่องคลอดของแม่เข้าสู่ร่างกายของลูกได้ในทันทีขณะผ่านช่องคลอดออกมา ซึ่งจะช่วยให้เด็กคลอดธรรมชาติมีพัฒนาการระบบภูมิคุ้มกันตั้งต้นที่เร็ว ข้อดีคือช่วยให้มีโอกาสเจ็บป่วยที่น้อยลงแต่ในเด็กผ่าคลอด จะเสียโอกาสในการได้รับภูมิคุ้มกันตั้งต้นที่ช้ากว่า ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ และเจ็บป่วยบ่อย ที่สำคัญยังพบว่าเด็กผ่าคลอดมีความเสี่ยงด้านพัฒนาการทางสมองอีกด้วยค่ะ

เด็กผ่าคลอด พบว่ามีความเชื่อมโยงของสมองน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ จากการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา (Deoni 2019) ได้มีการศึกษาพัฒนาการทางสมอง โดยดูการทำงานเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมอง (Brain connectivity) จากภาพสแกนสมอง เปรียบเทียบระหว่างเด็กคลอดธรรมชาติ และเด็กผ่าคลอด เมื่ออายุ 2 สัปดาห์ พบว่าสมองของเด็กผ่าคลอดมีการทำงานเชื่อมโยงน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ นอกจากนี้พัฒนาการสมองของเด็กที่ผ่าคลอด ส่วนคอร์ปัส คาโลซัม (Corpus Callosum) ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองซีกซ้าย และซีกขวา พบว่าเด็กผ่าคลอดมีการสร้างไมอีลินในสมองน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่อายุ 3 เดือนจนถึง 3 ปี1

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณแม่ที่ผ่าคลอดลูก ต้องรีบกระตุ้นให้ลูกน้อยมีพัฒนาการสมอง และมีระบบภูมิคุ้มกันที่เร็ว ฉะนั้นคุณแม่อย่ารอ !! เพราะอาจจะช้าจนสายเกินแก้ไขได้นะคะ

น้ำนมแม่อาหารที่ดีที่สุดสำหรับ.. เด็กผ่าคลอด ให้ลูกมีพัฒนาการสมองไว และระบบภูมิคุ้มกันดี

สารอาหารดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ขอยกให้น้ำนมแม่เลยค่ะ ในน้ำแม่มีสารอาหารหลากหลายกว่า 200 ชนิดตามที่ร่างกายของลูกน้อยต้องการตั้งแต่แรกคลอด สำหรับเด็กผ่าคลอด แนะนำให้กินนมแม่หลังจากคลอดออกมาแล้วให้เร็วที่สุดค่ะ ในน้ำนมแม่จะมีไขมันกลุ่มฟอสโฟไลปิดที่ชื่อว่า “สฟิงโกไมอีลิน” ที่ช่วยในการสร้างปลอกไมอีลิน ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมองให้คิดเร็ว เรียนรู้ไว2

รวมทั้งยังมีจุลินทรีย์สุภาพบีแล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis) ที่สามารถส่งต่อให้ลูกน้อย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งต้นได้เร็วอีกด้วย

สฟิงโกไมอีลิน และ บีแล็กทิส สารอาหารและจุลินทรีย์สุขภาพสำคัญที่เด็กผ่าคลอดควรได้รับ

ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่าคุณแม่ที่ผ่าคลอดจะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการสมองเรียนรู้ไว และมีภูมิคุ้มกันสุขภาพที่แข็งแรงได้อย่างไร ตามที่บอกไปค่ะว่าในน้ำนมแม่จะมีทั้งสารอาหารสฟิงโกไมอีลิน และจุลินทรีย์สุขภาพบีแล็กทิส (B. lactis) เด็กผ่าคลอดถึงแม้จะเสียโอกาสที่ได้รับจากช่องคลอดของแม่ แต่ก็สามารถได้จากการรับประทานนมแม่นะคะ

ความสุดยอดของ “สฟิงโกไมอีลิน” ที่มีอยู่ในนมแม่ก็คือ เป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างปลอกไมอีลินของวงจรประสาทในสมอง ซึ่งไมอีลินช่วยให้สมองสามารถส่งสัญญาณประสาทได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด สมองจึงสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ จดจำ คิดวิเคราะห์ และการพัฒนาสมองอย่างรวดเร็วเต็มศักยภาพ ไมอีลินยังมีบทบาทในการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาท (brain connectivity) เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันของสมองที่รวดเร็ว

นักวิจัยพบว่าแขนงประสาทนำออกที่มีปลอกไมอีลินห่อหุ้มจะส่งสัญญาณประสาทได้เร็วกว่าที่ไม่มีถึงกว่า 100 เท่าโดยกระบวนการการสร้างไมอีลินในสมองของลูกจะเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์คุณแม่ และยังคงมีการสร้างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสมอง เพื่อการเรียนรู้ในแต่ละส่วนตามช่วงวัยของลูก

ส่วนจุลินทรีย์สุขภาพบีแล็กทิสที่อยู่ในนมแม่ก็มีความดีเด่นไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะถือเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่ส่งผลให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงได้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต จุลินทรีย์สุขภาพบีแล็กทิส (Bifidobacterium lactis or B. lactis)  เป็นจุลินทรีย์สุขภาพที่พบได้มากในนมแม่3 และลำไส้ของเด็กที่คลอดธรรมชาติ4 จุลินทรีย์สุขภาพบีแล็กทิส มีประโยชน์ในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร5

คุณแม่ผ่าคลอดหากอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองเรียนรู้ไว มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเร็วและช่วยคืนภูมิคุมกันตามธรรมชาติการดูแลลูกน้อยผ่าคลอดให้ได้ทานนมแม่ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตสำคัญและจำเป็นที่สุดเลยล่ะค่ะ สมองที่ไว ร่างกายที่แข็งแรง ส่งต่อให้ลูกน้อยมีอนาคตที่สำเร็จ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีทั้งประสิทธิภาพและศักยภาพในชีวิตค่ะ

 

 

 

อ้างอิง
1Deoni S.C., et al. AJNR Am J Neuroradiol. 2019 Jan;40(1): 169–177.
2Chevalier et al. PLos ONE 2015.
3Susuki K. Nature Education. 2010;3(9):59.
4Gueimonde M, et al. Neonatology. 2007;92(1):64-6.
5Yang B, et al. Int J Mol Sci. 2019 Jul 5;20(13):3306.

1000 วัน 1000 อย่าง เรื่องอลวนของมนุษย์แม่มือใหม่ พร้อมอัปเดตเช็กลิสต์ #เรื่องต้องรู้ ฉบับปี 2023

“เป็นคุณแม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” คำพูดเรียบๆ ง่ายๆ แต่กินใจมนุษย์แม่อย่างแน่นอน เพราะเพียงแค่เริ่มตั้งครรภ์ หลากหลายเรื่องราวก็เกิดขึ้นแบบไม่ให้พักกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะคุณแม่ยุคใหม่ที่ไม่ได้รับบทเป็นแม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรั้งตำแหน่งของการทำงานนอกบ้านอีกด้วย หรือแม้แต่คุณแม่ที่มีธุรกิจของตัวเองก็ไม่อาจที่จะวางมือกับงานที่ทำอยู่ได้ ต้องควบสองตำแหน่งไปแบบถอยหลังกลับไม่ได้

แล้วแบบนี้คุณแม่มือใหม่ จะรับมือกับเรื่องอลวนนับพันเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร? เริ่มตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด ไปจนถึงการเติบโตในวัยเตาะแตะของเจ้าตัวน้อย… มาค่อยๆ ตั้งสติไปด้วยกันกับบทความนี้เลย ที่เปรียบเสมือน คู่มือมหัศจรรย์ 1000 วัน สำหรับคุณแม่มือใหม่ยุค 2023

ทำไม 1,000 วันแรกถึงสำคัญ

เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลูกน้อยจะมีพัฒนาการสูงสุด โดยเฉพาะพัฒนาการด้านสมอง เพราะ 80% ของสมองจะเติบโตในช่วงนี้ ทั้งเรื่องของการเรียนรู้และจดจำ โดยเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ตั้งครรภ์ไปจนถึงอายุ 2 ขวบ จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องดูแลเรื่องสุขภาพและโภชนาการของคุณแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ โดยให้คุณแม่ได้รับสารอาหารที่สำคัญ อย่าง DHA /โคลีน/แคลเซียม/โฟเลท ซึ่งมีส่วนช่วยในพัฒนาการที่สมบูรณ์ของลูกในครรภ์ และส่วนมากก็จะอยู่ในนมสูตรสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั่นเอง จนถึงวันที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก การให้คุณแม่ได้ดื่มนมที่มีสารอาหารครบถ้วนก็จะส่งผลให้ลูกน้อยที่ดื่มนมแม่ได้รับสารอาหารนั้นเช่นเดียวกัน และสำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมไม่มากพอ การให้ลูกได้ดื่มนมผงที่มีสารอาหารสำคัญที่พบในน้ำนมแม่อย่าง MFGM ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะ MFGM นั้นมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและภูมิคุ้มกัน และยังช่วยช่วยเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ของลูกน้อยได้อีกด้วย

ก่อนเจอเรื่องอลวน “มาทำความรู้จัก MFGM กันก่อน”

MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane คือ “เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในนม” ที่พบในนมแม่ โดยอุดมไปด้วยไขมันและโปรตีนชีวภาพมากกว่า 150 ชนิด รวมถึงสารอาหารสำคัญต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกายและสมองของเด็ก ทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ และระบบภูมิคุ้มกัน

และจากงานวิจัยได้พบว่า เด็กที่ได้รับ MFGM ร่วมกับ DHA มีระดับคะแนนพัฒนาการทางสติปัญญาสูงกว่าเด็กที่ได้รับ DHA เพียงอย่างเดียว และยังมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสการเชื่อมต่อเซลล์สมองมากกว่าการใช้ DHA เพียงอย่างเดียวอีกด้วย

ดังนั้นเราจึงเห็นคุณยุคใหม่เลือกที่จะให้น้ำนมแม่กับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 1-2 ขวบกันเลย แต่สำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมน้อยก็ไม่ต้องกังวล เพราะด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตนมผง ทำให้ตอนนี้ผู้ผลิตสามารถที่จะเติม MFGM จากน้ำนมวัวลงในนมผงสูตรสำหรับเด็กได้อย่างมีคุณภาพ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีให้คุณแม่ที่มีน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถให้นมลูกได้

270 วันแรก (ท้อง 9 เดือน) สุดอลวน ของมนุษย์แม่ช่วงตั้งครรภ์

เพียงแค่รู้ว่ามีเจ้าตัวน้อยอยู่ในท้องเรา คุณแม่ป้ายแดงก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะ ไหนจะหาโรงพยาบาลเพื่อฝากครรภ์ เตรียมแผนเคลียร์งานก่อนลาคลอด ตั้งชื่อลูกอะไรถึงจะมงคล คลอดวันไหนถึงจะดี บางคนคิดไปไกลถึงขั้นหาโรงเรียนแล้วก็เป็นได้ แต่ช้าก่อน อยากให้คุณแม่ทุกคนใจเย็นๆ และค่อยๆ จัดการไปทีละเรื่องอย่างมีระบบกับเช็กลิสต์เริ่มต้นที่ต้องจัดแจง

  • บอกข่าวดี แน่นอนว่าคุณพ่อ และคนในครอบครัวคือบุคคลแรกๆ ที่เราอยากให้ทุกคนได้ชื่นใจไปพร้อมๆ กัน ซึ่งโมเมนต์นี่แหละที่จะสร้างความสุขให้กับคุณแม่ได้
  • ตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล กับคุณหมอที่ไว้วางใจทันที เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าอายุครรภ์ของคุณแม่ตอนนี้เท่าไรแล้ว ครรภ์ของคุณแม่แข็งแรงดีหรือไม่ มีเรื่องไหนต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า
  • เปลี่ยนพฤติกรรมในทุกด้าน ทั้งเรื่องของแฟชั่นการแต่งตัวที่ต้องบอกลาส้นสูงกันไปก่อน เรื่องไลฟ์สไตล์ต่างๆ ทั้งนอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ก็ต้องบอกลาด้วยเช่นกัน และที่สำคัญต้องโฟกัสมากๆ ก็คือพฤติกรรมเรื่องสุขภาพและโภชนาการที่ต้องปรับเปลี่ยนทันที อะไรที่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยก็ต้องพักไว้ก่อน
  • บำรุงครรภ์ตั้งแต่วันแรก เพราะเซลล์สมองกว่าแสนล้านเซลล์ของลูกน้อยได้เริ่มก่อกำเนิดตั้งแต่ในครรภ์ ฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่คุณแม่ต้องบำรุงตัวเองให้ได้รับสารอาหารที่สำคัญ อย่าง DHA /โคลีน/แคลเซียม/โฟเลท ซึ่งมีส่วนช่วยในพัฒนาการที่สมบูรณ์ของลูกในครรภ์ เปรียบเสมือนเป็นอาหารบํารุงสมอง ทารกในครรภ์ ที่เน้นเรื่อง พัฒนาการสมองทารกในครรภ์ เป็นสำคัญ
  • ออกกำลังกายอย่างถูกต้อง อาทิ การเดิน การว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิค การปั่นจักรยานอยู่กับที่ การเล่นโยคะ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอก่อน และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงเยอะ หรือเกร็งหน้าท้อง
  • หลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทั้งสิ่งที่เป็นความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในอย่างเรื่องของจิตใจ อะไรที่ทำให้เคลียดก็ต้องหลีกเลี่ยง พยายามทำจิตใจให้สงบและมีความสุขเสมอ
  • ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างมีสติ ถึงแม้ว่ายุคนี้เป็นยุคที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ก็มีข้อมูลจำนวนไม่น้อยที่เป็น Fake News ด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นอย่างมากที่คุณแม่ต้องเลือกที่จะกลั่นกรองเชื่อเฉพาะข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และไม่ทำอะไรโดยปราศจากการรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญ

450 วันสุดอลวน ช่วงลูกน้อยวัยแรกเกิด (0-6 เดือน)

ทันทีที่เสียงร้องอุแว๊ดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าภารกิจสุดอลวนขั้นที่สองของมนุษย์แม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเรื่องตารางเวลาขีวิตที่บอกได้เลยว่า อะไรที่เคยได้ทำก็อาจจะไม่ได้ทำ อะไรที่ไม่เคยทำก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กันกับลูกน้อยเลย กับเช็กลิสต์เปิดประสบการณ์คุณแม่ลูกอ่อน

  • ต้องฟิตร่างกายให้พร้อม เพราะช่วงวัยแรกเกิด ลูกน้อยจะตื่นบ่อยทุกๆ 3-4 ชม. เพื่อกินนม ทำให้คุณแม่ต้องตื่นบ่อยๆ จนเจอกับภาวะนอนน้อยจนร่างกายอ่อนเพลีย ฉะนั้นต้องดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้ร่างกายพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่! หากลูกน้อยมีพฤติกรรมนอนไม่หลับตื่นบ่อยเกินไปจนผิดปกติ คุณแม่ต้องรีบหาสาเหตุให้เจอว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่ทำให้ลูกหลับไม่สนิท หรือเป็นเพราะลูกไม่สบาย จะได้แก้ไขได้ตรงจุด
  • ต้องหยุดเครียดเพราะน้ำนมมาน้อย เชื่อว่าคุณแม่ยุคใหม่หลายท่านมีความตั้งใจจะให้ลูกได้ดื่มนมแม่แบบ 100% แต่จะทำอย่างไรเมื่อน้ำนมมาน้อย อย่างแรกเลย ห้ามเครียด! ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ทำได้ยาก เพราะยิ่งน้ำนมมาน้อยคุณแม่ก็จะยิ่งเครียด และถ้ายิ่งเครียดน้ำนมก็จะมาน้อย กลายเป็นปัญหางูกินหางที่แก้ไม่จบสักที ข้อแนะนำเลย คือให้คุณแม่ใจเย็นๆ ทำใจให้สบายพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ช่วยกระตุ้นการเกิดน้ำนม สุดท้าย ระหว่างรอให้น้ำนมแม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย ก็ต้องมองหาตัวช่วยอย่าง นมผสมสำหรับเด็กแรกเกิดที่มีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนมาเป็นตัวเสริมด้วย เพื่อให้เขามีพัฒนาการทางสมอง ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพลำไส้ที่ดีสมวัย อย่าลิมว่าเด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย เพราะในเด็กเล็กระบบลำไส้ยังทำงานไม่สมบูรณ์ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ หรือในขณะที่เด็กบางคนมีความเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้ เป็นต้น คุณแม่ต้องเลือกโภชนาการและนมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนด้วย
  • ต้องหมั่นเติมพลังกายและพลังใจ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ความสุขของคุณแม่ก็คือการได้เห็นลูกน้อยมีความสุขเท่านี้ก็เป็นการเติมพลังใจที่ดีได้แล้ว ส่วนพลังกายก็ต้องอาศัยตัวช่วยจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ทั้งเรื่องของอาหาร อาหารเสริม และวิตามินต่างๆ ที่จะทำให้คุณแม่มีแรง มีพลัง และมีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อเห็นการเติบโตของลูกในทุกๆ วัน
  • ต้องใช้ความรักชนะนำทาง การเลี้ยงลูกด้วยการให้ความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย เล่านิทาน หรือเปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ นับว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมความฉลาดรอบด้านทั้งทางสติปัญญา (IQ) และอารมณ์ (IQ) ให้กับลูกน้อย ประกอบกับการมอบความรักด้วยการให้สารอาหารที่มีประโยชน์ ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสมองและอื่นๆ ให้กับลูกน้อย ยิ่งเป็นประโยชน์อันดีอย่างยิ่งกับลูกในระยะยาว ฉะนั้นจำเป็นมากที่คุณแม่จะใช้ความรักในการโอบอุ้มการเติบโตของลูกตั้งแต่วันแรก เพื่อให้กราฟพุ่งสูงไปอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย

1000 วันสุดอลวน ช่วงลูกน้อยวัเตาะแตะ  (6 เดือน– 2 ขวบปี)

เดินทางมาถึงครึ่งทางกันแล้ว กับพัฒนาการการเติบโตของลูกน้อยใน 1,000  วันแรกที่เรียกว่าสำคัญมากๆ โดยเฉพาะเรื่องของพัฒนาการทางสมอง ที่ต้องได้รับการปูทางให้เกิดการพัฒนาการสมองตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์ จนถึงวัยแรกเกิด มาจนถึงวัยเตาะแตะ ที่คุณแม่จะได้เห็นการเติบโตของลูกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถพลาดไปได้แม้แต่วินาทีเดียว

  • การเคลื่อนไหวร่างกาย ที่เปลี่ยนจากการคลานเป็นเดินไปถึงการวิ่ง ที่เมื่อไรที่คุณแม่เผลอก็อาจจะได้เจอเหตุการณ์เซอร์ไพรส์แบบไม่คาดคิด ดังนั้นความไวของคุณแม่ต้องได้รับการอัปเกรดให้เร็วกว่าลูกน้อยให้ได้
  • การสื่อสาร ที่ยกระดับจากเสียงร้องมาเป็นการพูด การแสดงท่าทาง และการแสดงอารมณ์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เกิดจากการพัฒนาการทางสมองของลูกน้อยที่ได้รับการดูแลตั้งแต่วันแรกที่ตั้งครรภ์นั่นเอง โดยมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า สมองเด็กมีการเจริญเติบโตสูงสุดถึง 80% ในช่วงตั้งครรภ์ ถึง 2 ปีแรก และสมองถือเป็นศูนย์กลางของพัฒนาการ หากสมองมีพัฒนาการที่ดี พัฒนาการด้านอื่น ๆ ก็จะดีตามมาด้วย
  • การเรียนรู้ ที่ลูกน้อยต้องการได้รับอย่างเหมาะสมตามวัยที่เปลี่ยนไป นั่นหมายความว่าคุณแม่ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะส่งเสริมเรื่องพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกไว้ด้วย

แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นความอลวนของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องเจอ แต่ก็นับว่าคุ้มค่าเป็นที่สุดกับการที่ได้เห็นพัฒนาการของลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างสวยงาม แล้วอย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมของคุณแม่ ที่จะนำไปสู่การเตรียมความพร้อมของลูกน้อยทางด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาการทางสมองที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในทุกๆ ด้าน ซึ่งต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ 1,000 วันแรกตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงวัย 2 ขวบ

 

สำหรับคุณแม่ที่อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสารอาหารและการเลี้ยงดูลูก สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
http://bit.ly/3ZRKA3e

และสามารถมาติดตามเรื่องราวของคุณชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ตในการดูแลตัวเองและลูกๆ แบบเจาะลึกจัดเต็ม ในช่วง 1000วันแรก
พร้อมทั้งสาระความรู้จากคุณหมอชั้นนำที่จะมาตอบคำถามที่คุณแม่มือใหม่อยากรู้ได้ที่นี่ http://bit.ly/3YDJDuq

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

งาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 24 จัดเสวนาขึ้น ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคบางนา วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2566 โดยเชิญผู้มีประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้ปกครองและคุณครูดูแลเด็กเล็กอย่าง ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร (ครูหม่อม) มาบอกต่อ เทคนิคการเลี้ยงลูก อย่างคนรุ่นใหม่ ให้ลูกเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

“วินัยเชิงบวก” กุญแจสำคัญเพื่อพัฒนาเด็ก

ครูหม่อมเปิดประเด็นถึง “วินัยเชิงบวก” ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก โดยรากฐานของวินัยเชิงบวกคือสื่อสารโดยมีเป้าหมายในใจ  สื่อสารให้เด็กเรียนรู้วิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยพ่อแม่ไม่ต้องใช้ความรุนแรงหรือวิธีการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพกายหรือสุขภาพจิตของเด็ก

พ่อแม่หลายท่านตั้งคำถามถึงเวลาที่เหมาะสมกับการนำวินัยเชิงบวกมาใช้ แท้ที่จริงแล้วพ่อแม่สามารถเริ่มต้นฝึกวินัยเชิงบวกได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการเริ่มคิดว่าเราจะเลี้ยงลูกอย่างไรและจะสื่อสารกับพวกเขาอย่างไรตั้งแต่วินาทีที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์ 

สิ่งสำคัญของการใช้วินัยเชิงบวก คือเน้นที่เป้าหมายให้เด็กมีความประพฤติดีและมีความสุข ภายในกรอบปฏิบัติของพ่อแม่ที่มีเป้าหมายเป็นของตนเองว่าจะสื่อสารกับลูกในลักษณะที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ โดยไม่คำนึงว่าพฤติกรรมของพวกเขาจะเป็นอย่างไร

 

เมื่อไม่ได้ใช้วินัยเชิงบวกแต่ต้น พ่อแม่ปรับพฤติกรรม

เทคนิคการเลี้ยงลูก ด้วยการตี การสอนเชิงลบอาจถูกนำมาใช้กับเราเมื่อเรายังเป็นเด็ก และเราอาจใช้มันในฐานะพ่อแม่ต่อไปโดยไม่รู้ตัว เราต้องตระหนักว่าวินัยเชิงลบสามารถสร้างรูปแบบเชิงลบต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของลูก สำหรับพ่อแม่ที่เคยถูกตีสอน หรือใช้วิธีการตีสอนมาก่อน อาจต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ผลระยะยาวก็คุ้มค่ากับความพยายามอย่างแน่นอน

เมื่อใช้เทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวกในช่วงแรก หลังไม่ได้ใช้กับเด็กมาตั้งแต่ต้น จะยืนยันผลดีว่าเกิดขึ้นกับลูก ๆ ของเรา อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ 

การใช้วินัยเชิงบวกจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องคงเส้นคงวาและยืนหยัดในความพยายาม ตัวอย่างเช่น หากเรากำลังพยายามลดพฤติกรรมเชิงลบของเด็ก นอกจากเราจะอดทนไม่ตำหนิต่อว่าหรือตีลูก เราต้องชมเชยเมื่อพวกเขาแสดงพฤติกรรมที่ดี ต้องซื่อสัตย์และจริงใจในการชื่นชมเด็ก ระมัดระวังเพราะเด็กจะรู้สึกได้อย่างรวดเร็วเมื่อเราไม่จริงใจ หากเด็กเห็นการเปลี่ยนแปลงของพ่อแม่และเข้าใจวิธีการของเรา เด็กจึงจะปรับพฤติกรรมเป็นเชิงบวกให้เห็นผล 

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้จะทำให้เด็กเปิดใจให้ผู้ปกครอง ไม่ใช่ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เด็กจะเปิดใจให้โดยธรรมชาติ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่และลูก สามารถสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจ ทำให้เด็ก ๆ เข้าหาเราเพื่อปรึกษาพูดคุยได้สะดวกใจเขาเมื่อเขามีปัญหาหรือข้อกังวลใด ๆ 

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

พฤติกรรมตามพัฒนาการ ไม่ใช่ปัญหาทางพฤติกรรม

เมื่อสื่อสารกับลูก ๆ ของเรา การพิจารณาอายุและการพัฒนาการตามวัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ปกครอง เราอาจกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมและพัฒนาการของบุตรหลาน แต่ผู้ปกครองต้องแยกแยะได้ระหว่างปัญหาพฤติกรรม กับการพัฒนาการตามวัย 

เมื่อลูก ๆ ของเราในวัยเด็กเล็กเริ่มแสดงความสนใจที่จะมีแฟน สิ่งสำคัญคือต้องคว้าโอกาสที่จะพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในทางบวกและสร้างสรรค์ เราต้องหลีกเลี่ยงการโต้ตอบด้วยการตัดสินหรือไม่เห็นชอบ เลือกใช้ท่าทีเป็นการเข้าหาอย่างเปิดเผยและอยากรู้อยากเห็นแทน ไม่ตัดสินใจในทันทีก่อนเองว่าสิ่งใดดีที่สุดสำหรับลูก แต่เน้นว่าเราควรมีส่วนร่วมในการสนทนา ถามคำถาม และแบ่งปันประสบการณ์และค่านิยมของเราเอง

การสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและไม่ตัดสินกัน เราสามารถช่วยลูกๆ พัฒนาทัศนคติที่ดีต่อความสัมพันธ์และเรื่องเพศได้ ความต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ของผู้อื่น แม้จะเป็นในรูปแบบอยากคบเป็นแฟนของเด็ก ๆ แต่นั่นจัดเป็นการพัฒนาการทางอารมณ์และความคิด ไม่จัดเป็นปัญหาทางพฤติกรรม

อีกกรณีหนึ่ง สมมติลูกอายุ 4 ขวบ ร้องไห้แล้วฟุบหน้าลงพื้น หรือออกอาการที่แสดงความไม่พอใจ ต้องเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กตามปกติ พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉยต่ออารมณ์ของเด็ก แต่ตรวจสอบความรู้สึกของพวกเขา ใช้การพูดคุยเชิงบวกช่วยให้เด็กผ่านอารมณ์นั้นไปได้ และค่อย ๆ เรียนรู้การแสดงออกที่เหมาะสม

 

ปัญหาพฤติกรรมจากพัฒนาการทางอารมณ์ที่ผิดปกติ

ในฐานะครูหม่อมมีประสบการณ์ทำงานกับเด็กมานับสิบ ๆ ปี ได้เห็นว่าปัญหาพฤติกรรมเกิดขึ้นได้จากพัฒนาการทางอารมณ์ที่ผิดปกติ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม

  1. เด็กที่ระงับอารมณ์ไว้ เก็บกดอารมณ์ มักทนทุกข์ทรมานอย่างเงียบ ๆ พวกเขาสะสมอารมณ์ต่าง ๆ ไว้มากมาย แต่ไม่แสดงออก
  2. เด็กที่มีความอ่อนไหวสูงและตอบสนองอย่างรุนแรงต่อสิ่งเร้าแม้แต่น้อย พวกเขามักจะปลดปล่อยอารมณ์ออกมาทันที ซึ่งบางครั้งอาจดูไม่มีเหตุผลสำหรับคนอื่น เมื่อพวกเขาโกรธมาก การควบคุมและทำความเข้าใจอารมณ์ของตนจะกลายเป็นเรื่องซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกรีดร้อง

สิ่งสำคัญสำหรับผู้ปกครอง ให้ ‘ทำใจ’ กับอารมณ์ของลูก เน้นสอนหรือแบ่งปันให้พวกเขารู้ทันและจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง ไม่เน้นตำหนิให้ลูกหยุดแสดงพฤติกรรม แต่สนับสนุนให้ลูกแสดงอารมณ์ออกมาแล้วก็สอน ไม่ควรคิดคะเนพฤติกรรมตอบสนองของลูกในแต่ละสถานการณ์และออกปากห้ามไม่ให้แสดงอารมณ์ก่อน เพราะจะไม่ดีต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก

เทคนิคการเลี้ยงลูก “การเพาะเลี้ยงต้นกล้า (ลูกน้อย) ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ไม่เป็นพิษต่อสังคม”

วินัยเชิงบวก กับการบอกว่า ‘เมื่อไร อะไรได้’

ในช่วงวัยประมาณ 4 ขวบ พ่อแม่จะเจอสถานการณ์ที่ลูกแสดงออกว่าอยากซื้อของเล่น หากพ่อแม่สื่อสารให้เด็กรู้ว่าพวกเขาสามารถซื้อของต่าง ๆ ได้เมื่อไร กำหนดเวลาไว้ ไม่ได้ให้เมื่อร้องขอทันที จะทำให้พวกเขาคิดตริตรองมากขึ้นเกี่ยวกับของที่อยากได้ พวกเขาได้ฝึกฝนการใช้กระบวนการคิด ในทางกลับกัน ถ้าเด็ก ๆ ไม่ได้ถูกสอนให้รู้จักการรอ หรือลองขอแล้วมีโอกาสได้ตลอด เพราะพ่อแม่อยากตัดรำคาญ พวกเขาอาจจะเรียนรู้ว่า พวกเขามีสิทธิ ‘ฟลุ๊ค’ ได้ของ ไม่ได้เรียนรู้ว่า ‘เมื่อไร อะไรได้’ แต่เป็นถ้า ‘ลองขอดู เดี๋ยวก็คงได้’ 

 

การมีตัวตน รับรู้ถึง ‘เซลฟ์’ ในตัวเด็ก

ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของพัฒนาการของเด็กคือ เด็กรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เด็กเรียนรู้ที่จะรับรู้และแสดงความรู้สึกและความคิดของพวกเขา แทนที่จะถูกชักจูงจากผู้อื่นเพียงอย่างเดียว 

พ่อแม่สามารถช่วยให้ลูกพัฒนา ‘ตัวตน’ หรือ ‘เซลฟ์’ ขึ้นมาได้ด้วยการรับฟังพวกเขาและกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็น บางครั้งในฐานะพ่อแม่ เราอาจหมกมุ่นอยู่กับการสอนมากเกินไป จนลืมสังเกตและอ่านพฤติกรรมของลูก เราควรระมัดระวังที่จะไม่ตีตราลูกของเราว่ามีลักษณะก้าวร้าวหรือเป็นลักษณะเชิงลบอื่น ๆ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กตีเด็กคนอื่น เราควรพยายามเข้าใจบริบทและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนั้น แทนที่จะลงโทษเด็กในทันที เพราะถ้าผู้ใหญ่ไม่ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ เมื่อเด็กรู้สึกไม่ปลอดภัย พวกเขาจะพัฒนาพฤติกรรมเชิงลบเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ใช่แค่แสดงอารมณ์สู้กลับ แต่รวมไปถึงการตอบสนองในรูปแบบของถอยหนีที่คล้ายสมยอม หรือการทำหูทวนลม

หรืออีกกรณีตัวอย่าง ถ้าเด็กนั่งกับเราและบอกว่าอิ่มแล้วหลังจากกินข้าวไปแค่ห้าคำ เราก็ควรฟังและเคารพการตัดสินใจของเขา อาจให้พวกเขาได้มีโอกาสตักข้าวเองตามปริมาณที่เขากินหมด และอาจพูดคุยเพื่อให้เขาเรียนรู้หากเขาตักมาเองมากเกินไปในบางครั้ง อย่างกรณีที่ตักข้าวมาเยอะเพราะเห็นกับข้าวที่ตัวเองชอบ

หากผู้ปกครองต้องการสอนให้เด็กกินอาหารให้หมด ก็ควรสื่อสารเป้าหมายกับพวกเขา พูดให้พวกเขาเข้าใจถึงความสำคัญที่ต้องกินข้าวให้หมด แต่รักษาสมดุลของการพูดคุย ไม่เน้นไปที่การบังคับในตอนท้ายให้ลูกกินมากเกินไปกว่าที่เขารู้สึกว่าพอแล้วหรือมุ่งทำให้รู้สึกผิดกับการรับประทานอาหารไม่หมด

พ่อแม่ต้องพึงระวังถึงแรงกดดันทางวัฒนธรรมและสังคมที่สามารถมีอิทธิพลต่อทัศนคติ อย่างเช่นในเรื่องการกินอาหาร เราอาจมีความเชื่อว่าเด็กต้องกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะทุกมื้อเพื่อให้มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์เชิงลบ หลังจากโดนหลอกให้กินบ้าง บังคับให้กินบ้าง ลูกอาจรู้สึกสูญเสียตัวตน หรือ ‘เสียเซลฟ์’ และพัฒนาพฤติกรรมเชิงลบ การที่ลูกยอมทำตามที่พ่อแม่ต้องการ อย่างการกินอาหารจนหมด หรือการสมยอมเสมอ อาจเป็นเพียงการปกป้องตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกดุ แต่ลูกไม่รู้สึกสบายใจ และอาจพัฒนาเป็นปัญหาทางพฤติกรรม

  • หากเด็ก ๆ ใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรอธิบายอย่างใจเย็นว่าเหตุใดคำพูดที่พวกเขาใช้จึงไม่เป็นที่ยอมรับ และสนับสนุนให้เด็ก ๆ หันไปใช้ภาษาเชิงบวกแทน
  • หากลูกของเราอารมณ์เสีย พ่อแม่สามารถพูดคุยกับพวกเขาและช่วยพวกเขาหาวิธีสงบสติอารมณ์
  • หากลูกของเราตีเพื่อนด้วยความโกรธ เราต้องช่วยเขาจัดการกับอารมณ์ของเขา และอธิบายอย่างใจเย็นว่าเหตุใดการตีเพื่อนจึงไม่ใช่พฤติกรรมที่ยอมรับได้ และกระตุ้นให้ลูกของเราขอโทษเพื่อน

ทุกครั้งที่เราเห็นลูกของเราประพฤติตัวไม่เหมาะสม เราควรพูดคุยกับพวกเขาเสมออย่างมีเหตุมีผล และต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำของเรา เพราะอาจส่งผลต่อการพัฒนาพฤติกรรมและอารมณ์ของลูก เราควรหลีกเลี่ยงการทำให้ลูกอับอายต่อหน้าคนอื่น เพราะจะไปทำลายความนับถือตนเองและความมั่นใจของพวกเขาได้

การพัฒนาตัวตน หรือเซลฟ์ พ่อแม่ต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าพวกเขามีค่าและเป็นที่รัก โดยไม่คำนึงถึงความสามารถหรือความสำเร็จของพวกเขา เราสามารถกระตุ้นให้บุตรหลานสำรวจความสนใจและความสามารถของตนเอง และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ เน้นรับฟังความรู้สึกของลูกและให้การสนับสนุนมากกว่าการตัดสิน 

วิธีเลี้ยงลูก

ผู้ปกครอง คือ ผู้ประคอง

การเลี้ยงดูลูกเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างพ่อแม่ ต้องทำงานร่วมกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังต้องขอการสนับสนุนจากผู้อื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยเราในเส้นทางการเป็นพ่อแม่ ด้วยการร่วมมือกัน เปิดรับการเรียนรู้และเติบโตของลูก เราสามารถเลี้ยงลูกให้เป็นบุคคลที่มีความมั่นใจและมีความรับผิดชอบ

การปฏิเสธลูก อาจสั่นคลอนความภาคภูมิใจและความสุขสงบทางอารมณ์ของเด็ก ดังนั้น ผู้ปกครองต้องหลีกเลี่ยงการปฏิเสธลูกหลาน หมั่นเอาใจใส่และตอบสนองต่อความต้องการและอารมณ์ของลูก

ในบางครอบครัว มีคนหลายชั่วอายุคนอาศัยอยู่ร่วมกัน เช่น ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ควรช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นข้ามรุ่น ลูก ๆ ของเราฉลาดและมักจะชอบความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดี อาจจะเรียนรู้ที่จะสนิทสนมหรือเข้าหาสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ พ่อแม่ควรเอาใจใส่และสนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์อันดีดังกล่าว แทนความกังวลว่าเด็กจะถูกตามใจ 

ผ่านความสัมพันธ์ในครอบครัว เด็กจะได้เรียนรู้ว่าคนไหนที่เขาเข้าหาและสนิทสนมได้ และขอบเขตการร้องขอสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้างแตกต่างกัน เป็นระเบียบชีวิตอย่างหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้ และนำไปสู่การพัฒนาด้านมนุษยสัมพันธ์

ในการเลี้ยงดูเด็ก ๆ เป็นปกติที่จะทำผิดพลาดได้ แต่เมื่อไตร่ตรองถึงข้อผิดพลาด พ่อแม่หรือผู้ปกครองในครอบครัวต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ หากรู้สึกลังเลที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ เราอาจถูกครอบงำด้วยอารมณ์ด้านลบและล้มเลิกก่อนที่จะได้เริ่มด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคือต้องผลักดันความรู้สึกอยากทำในสิ่งที่ดี สิ่งใหม่ ๆ และขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

เลี้ยงลูกให้มีความสุข กับวิธีคิดใหม่เมื่อคุณคิดว่าเป็นพ่อแม่ไม่ดีพอ

5 เคล็ดลับ วิธีเลี้ยงลูกให้เชื่อฟัง ทำตามด้วยใจ

แม่ต้องมี!! ของกิน ของใช้เด็ก 5 ไอเทมช่วยเลี้ยงลูกให้แข็งแรงเติบโตสมวัย

วิธีเลี้ยงลูกให้ได้ดี ต้องหยุด เปรียบเทียบ ลูกกับคนอื่น!

กุญแจสำคัญ 3 ขวบ ปีแรก เลี้ยงลูกอย่างไรให้ พัฒนาการดี สมองดี มีความสุขไปจนโต

เลี้ยงลูกอย่างไร? แบบไหนเรียกกว่า สปอยล์

เคล็ดลับการเลี้ยงลูกให้เป็น ศิลปินเด็ก รุ่นจิ๋ว “ตินตินกับติโต้” Studio Little Hands

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

การฝึกอบรมการทำ CPR และการเรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 24 จัดขึ้น ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคบางนา วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 มีความสำคัญในการให้ความรู้และทักษะปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมพร้อมในการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถ การปฐมพยาบาลลูก ช่วยชีวิตสมาชิกในครอบครัวหรือผู้อื่นได้ทันท่วงที การเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังและเรียนรู้วิธีการจัดการกับผู้ป่วยในกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

CPR คืออะไร และทำไมจึงต้องเรียนรู้

CPR ย่อมาจาก Cardio-Pulmonary Resuscitation เป็นเทคนิคและวิธีการช่วยคนที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือไม่หายใจ เป็นการกดลงไปบริเวณหัวใจเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และปริมาณอากาศที่จะไหลเข้าไปในปอด หากช่วยชีวิตคนด้วยเทคนิคนี้ จะทำให้ผู้ป่วยกลับมาหายใจได้ สามารถนำส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยมีความเสี่ยงเสียชีวิตหรือสมองตายน้อยลง

ในแต่ละปีมีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นประมาณ 350,000 รายในสหรัฐอเมริกา โดย 90% เป็นผู้ใหญ่ และ 7,037 รายเป็นเด็ก ซึ่งมีเพียง 12% ของผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเท่านั้นที่รอดชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้การทำ CPR ไว้ถึงเป็นการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤติทางชีวิตและสุขภาพที่คนยุคใหม่ควรใส่ใจ

 

การฝึกฝนทำ CPR กับ  พญ.พรพิชญา บุญดี และทีมงานจาก รพ. พระรามเก้า

การทำ CPR เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ เพื่อช่วยผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที แต่จะทำให้เกิดผลจริงและลดความเสี่ยงต่อผู้ป่วยจากการที่ผู้ลงมือขาดความรู้ ผู้สนใจจะต้องพึ่งพาการฝึกปฏิบัติจริง การเรียนรู้จากเพียงการดูวิดีโอการสอนทางออนไลน์ไม่เพียงพอในการลอกเลียนแบบและบรรลุผลของการปฐมพยาบาล

ทุกคนในครอบครัวควรเตรียมพร้อมเพื่อทำ CPR เพราะสถานการณ์ไม่คาดฝันที่จะพบคนหยุดหายใจอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ระหว่างการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ในระหว่างวัน การเรียนรู้วิธีการทำ CPR ภาคปฏิบัติยังมีประโยชน์ครอบคลุมไปถึงการช่วยเหลือผู้อื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิกครอบครัว เราสามารถเห็นได้จากข่าวสารในช่องทางต่าง ๆ ว่าสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นอาจเกิดขึ้นทุกที่ ทุกเวลา ไม่ใช่เกิดเฉพาะกับคนที่มีโรคประจำตัวบางโรคซึ่งมีความเสี่ยงอยู่แล้ว

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน หลายคนอาจลังเลไม่กล้าลงมือให้การช่วยเหลือ แม้ว่าจะเป็นกับสมาชิกในครอบครัวก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นใจซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรู้และประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่ได้รับไป เวิร์คชอปนี้จะเสริมสร้างความมั่นใจว่าสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ตระหนักว่าขั้นตอนการปฏิบัติไม่ยากเกินความสามารถของบุคคลทั่วไปแม้ไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์

งานเวิร์คช็อป การปฐมพยาบาลลูก นี้เป็นโอกาสพิเศษในการเรียนรู้จากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด นำทีมโดย พญ.พรพิชญา บุญดี มาพร้อมทีมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลพระรามเก้า ที่จะเข้าไปแนะนำผู้เข้าร่วมแต่ละขั้นตอนแบบตัวต่อตัวหลังจากให้ลองทำเองแล้วและดูเหมือนต้องการคำแนะนำเพื่อปรับปรุงการลงมือให้ถูกต้องเหมาะสม โดยทีมงานได้นำหุ่นจำลองมาใช้ในการช่วยฝึกฝน ทั้งในการจัดท่าทาง การกดปั๊ม กระบวนการที่ครบถ้วนในการกระตุ้นให้หัวใจของผู้ป่วยกลับมาเต้นตามปกติ แบ่งเป็นการฝึกปฏิบัติต่อเด็ก และผู้ใหญ่

ในผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้น เมื่อเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ มีเวลาเพียงสี่นาทีก่อนที่สมองจะถูกทำลายเนื่องจากขาดออกซิเจน หากมีความล่าช้าในการทำ CPR อาจนำไปสู่การปั๊มนวดกระตุ้นหัวใจที่ไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวัง ลดโอกาสที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีสติสัมปชัญญะ เป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะกลับมามีชีพจรและหายใจ แต่สมองตายหรืออยู่ในอาการโคม่า

สาเหตุที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น อาจเกิดจากโรคหัวใจ ซึ่งคิดเป็น 90% ของกรณีในผู้ใหญ่ และภาวะขาดเลือดอย่างกะทันหัน หัวใจวายเฉียบพลันก็เป็นสาเหตุที่พบเห็นได้บ่อย หรือสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ อุบัติเหตุ ไฟดูด หรือการจมน้ำ

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สิ่งแรกที่ควรลงมือ คือการประเมินการทำงานของระบบทางเดินหายใจ พิจารณาว่าผู้ป่วยหมดสติจริงหรือไม่ ในสถานการณ์วิกฤต การตบหรือตีผู้ป่วยไม่ใช่เทคนิคทางการแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นคืนสติ ไม่ควรใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อประเมินความรู้สึกตัวของผู้ป่วย แต่เบื้องต้นควรใช้การตบมือและตะโกนเสียงดัง เพื่อระบุว่าผู้ป่วยยังมีสติอยู่จะเหมาะสมกว่า โปรดหลีกเลี่ยงการใช้กำลังหรือความรุนแรงที่ไม่จำเป็นเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในกรณีที่พบว่าผู้ป่วยไม่ตอบสนอง สิ่งสำคัญคือต้องสงบสติอารมณ์ และมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนี้

ประการแรก: ต้องประเมินความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะเข้าใกล้บุคคลนั้น หากมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น สายไฟขาด หรือมีความเป็นไปได้ที่จะมีอุบัติเหตุ เช่นอยู่ริมถนน  การเข้าใกล้ก็อาจจะไม่ปลอดภัย

ประการสอง: ต้องโทรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินโดยโทรไปที่ 1669 ผู้รับสายจะแนะนำผู้โทรหาถึงขั้นตอนที่จำเป็น รวมถึงสามารถขอเครื่องกระตุ้นหัวใจภายนอกอัตโนมัติ (AED) ซึ่งสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมากในกรณีที่หัวใจหยุดเต้น

ประการสาม: ประเมินสภาพของบุคคล ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการหายใจ ชีพจร และการตอบสนอง สำหรับผู้ใหญ่ สามารถตรวจสอบชีพจรได้โดยวางสองนิ้วบนลูกกระเดือกและคลำหาหลอดเลือดแดง หากตรวจไม่พบชีพจร ควรเริ่มการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยการกดหน้าอกด้วยอัตรา 100-120 ครั้งต่อนาทีโดยเร็วที่สุด

ผู้ใหญ่โดยทั่วไป ควรใช้เวลาเพียงสิบวินาทีในการตรวจหาชีพจร แต่หากไม่พบ ควรเริ่มการกดหน้าอก การกดหน้าอกอย่างถูกต้องและในตำแหน่งที่เหมาะสมบนหน้าอกเป็นเรื่องสำคัญ หากไม่ได้ทำอย่างถูกต้องจะเกิดความเสี่ยงต่อการกลับมามีสติสัมปชัญญะของผู้ป่วยดังที่กล่าวไปแล้ว

 

ในกรณีของเด็ก การสำรวจว่ารู้สึกตัวอยู่ไหม อาจใช้การสัมผัสฝ่าเท้า ส่วนการคลำหลอดเลือดแดงอาจทำได้ยากเนื่องจากคอเล็ก อาจจะลองพยายามหาชีพจรที่ช่วงแขนที่ต้นแขนด้านในของเด็ก หากชีพจรของเด็กต่ำกว่า 60 จำเป็นต้องทำการกดปั๊มหน้าอก หากเด็กหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจ ควรทำ CPR ทันที

เมื่อกดหน้าอกเด็ก ควรวางมือไว้ตรงกลางหน้าอก ใต้เส้นหัวนม สำหรับเด็กอายุต่ำกว่าหนึ่งปีควรใช้สองนิ้วเท่านั้น หรือหัวแม่มือ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ร่างกายเด็กบาดเจ็บ สิ่งสำคัญคือต้องรักษาระดับความลึกของการกดหน้าอกลงไปประมาณ 1 ใน 3 และความเร็ว 100 ถึง 120 ครั้งต่อนาที โดยหยุดชั่วคราวทุก ๆ 30 ครั้ง

การวางตำแหน่งมืออย่างเหมาะสมเมื่อทำการกดหน้าอกในผู้ใหญ่ ควรวางมือไว้ตรงกลางหน้าอกระหว่างกระดูกหน้าอกกับซี่โครง โดยให้มือข้างที่ถนัดอยู่ด้านล่างและอีกข้างอยู่ด้านบน สิ่งสำคัญคือต้องรักษามุมเก้าสิบองศาระหว่างข้อมือ ข้อศอก และหัวไหล่เพื่อให้แน่ใจว่าการกดลงไปจะหวังผลได้

เพื่อให้มั่นใจว่าการกดหน้าอกกระตุ้นหัวใจได้ผล ต้องออกแรงกดให้เพียงพอเพื่อจำลองการสูบฉีดของหัวใจ ควรกดลึกประมาณครึ่งหนึ่งของหน้าอกและความเร็ว 100 ถึง 120 กดต่อนาที ควรปล่อยให้หน้าอกหดตัวเต็มที่ระหว่างการกดหน้าอก และควรใช้น้ำหนักของร่างกายเพื่อออกแรงกดที่จำเป็น

ขอแนะนำให้ผู้ทำการกดหรือปั๊มหัวใจ ทำการเป่าปากช่วยหายใจสองครั้งหลังจากการกดหน้าอกทุก ๆ 30 ครั้งให้แก่ผู้ป่วย เพื่อให้ออกซิเจนแก่ผู้ป่วย

การปฐมพยาบาล

การกดหน้าอกและการช่วยหายใจ ผู้ช่วยชีวิตควรทำเป็นเวลาห้ารอบหรือประมาณสองนาทีก่อนที่จะเปลี่ยนไปให้ผู้ช่วยชีวิตคนอื่นที่มีทักษะการทำ CPR สลับเปลี่ยนเข้ามา หากมีผู้ช่วยชีวิตเพียงคนเดียวหรือหากผู้ช่วยเหลือสองคนเริ่มเหนื่อยล้า ให้ปรับจำนวนการกดปั๊มหน้าอกและการหายใจที่ปฏิบัติเพื่อให้ทำต่อได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือปฏิบัติตามเทคนิคที่ได้รับการอบรมไป และขอความช่วยเหลือจากแพทย์โดยเร็วที่สุด

หากผู้ป่วยรู้สึกตัวขึ้นมาและตอบสนองดี ก็อาจไม่จำเป็นต้องทำการกดปั๊มหน้าอกต่อ สามารถรอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมารับช่วงพาผู้ป่วยไปดูแลต่อ แต่หากผู้ป่วยไม่ตอบสนอง ก็จำเป็นต้องปั๊มต่อไปจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง และในกรณีที่มีเครื่อง AED (เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแบบใช้งานภายนอกได้อัตโนมัติ) หากประเมินจากเครื่องแล้วว่าสามารถช็อตไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นหัวใจผู้ป่วยได้ อาจนำมาใช้ร่วมกับการปั๊มหัวใจ

การใช้เครื่อง AED (Automatic External Defibrillator)

ในกรณีของการใช้เครื่อง AED (เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแบบใช้งานภายนอกได้อัตโนมัติ) สิ่งสำคัญในการใช้งานคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างระมัดระวังและใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เครื่อง AED ได้รับการออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจและพิจารณาว่าจำเป็นต้องกระตุ้นหัวใจเพื่อให้หัวใจเต้นเป็นปกติหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเครื่อง AED อยู่ที่ใดขณะเกินเหตุไม่คาดคิด และเข้าใจการใช้งานอย่างเหมาะสม

เครื่อง AED สามารถพบได้ในสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบินและสระว่ายน้ำ และมักเป็นสิ่งแรกที่แพทย์จะมองหาในสถานการณ์ฉุกเฉินที่หัวใจของผู้ป่วยหยุดเต้น

การใช้เครื่อง AED เป็นกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน จัดอยู่ในขั้นตอนการช่วยให้หัวใจผู้ป่วยกลับมาเต้นได้ขั้นพื้นฐาน หลังจากเปิดเครื่องแล้ว จะมีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน แนะนำขั้นตอนเป็นเสียง เครื่อง AED จะวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจของผู้ป่วยและพิจารณาว่าจำเป็นต้องกระตุ้นหัวใจหรือไม่ ในการใช้อุปกรณ์ ให้ติดอิเล็กโทรดหรือแผ่นแปะที่หน้าอกของผู้ป่วยตามคำแนะนำที่มีภาพประกอบ และเสียงที่บรรยายการใช้งาน และผู้ใช้งานจะกดปุ่มช็อตหากได้รับคำแนะนำ จากเครื่อง AED เองเท่านั้น

 

เมื่อใช้อิเล็กโทรดหรือแผ่นแปะ ย้ำอีกครั้งว่าต้องดูภาพสัญลักษณ์จุดที่แปะ และปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นเสียงจากเครื่อง AED อย่างระมัดระวัง สำหรับผู้ใหญ่ ควรวางอิเล็กโทรดหนึ่งอันไว้ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา และอีกอันหนึ่งอยู่ใต้รักแร้ซ้าย สำหรับเด็ก ตำแหน่งของอิเล็กโทรดจะถูกทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจนและติดได้ง่าย

สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าหน้าอกของผู้ป่วยไม่มีขนก่อนที่จะติดอิเล็กโทรดหรือแผ่นแปะเพื่อให้แน่ใจว่ามีการนำไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม หากจำเป็น สามารถใช้เครื่องโกนหนวดเพื่อกำจัดขนส่วนเกินได้ เมื่อเครื่อง AED กระตุ้นหัวใจ ต้องแน่ใจว่าทุกคนอยู่ห่างจากผู้ป่วยก่อนที่จะกดปุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

หลังช็อตไฟฟ้า อย่าลืมกดปั๊มหน้าอกต่อไปตามที่เครื่อง AED ชี้แนะหลังจากกระตุ้นหัวใจแล้ว ยิ่งปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างระมัดระวังก็จะเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้สำเร็จ

 

เมื่อเครื่อง AED เตือนให้ทำการกระตุ้นหัวใจ ต้องระวังไม่ให้มีใครสัมผัสผู้ป่วยหรือวัตถุรอบข้าง ผู้ใช้งานเครื่องต้องสั่งให้ทุกคนถอยหลัง รวมถึงเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่อาจอยู่ด้วย หลังจากแน่ใจว่าบริเวณรอบ ๆ โล่งแล้ว ให้ทำการช็อตไฟฟ้าตามที่เครื่อง AED กำหนด และต้องรอจนกว่าเครื่องจะกระตุ้นหัวใจเสร็จก่อน จึงจะสัมผัสผู้ป่วยอีกครั้งหรือกดปั๊มหน้าอกต่อ

หากเครื่อง AED ระบุว่าไม่แนะนำให้กระตุ้นด้วยไฟฟ้า ควรกดปั๊มหน้าอกต่อไปจนกว่าแพทย์จะมาถึง เครื่อง AED ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเปรียบได้กับการมีหมอไว้ที่บ้าน ผู้สนใจสามารถหาวิดีโอและรายงานเพื่อการศึกษา อาทิวีดีโอที่จัดทำโดยสโมสรโรตารี่ เผยแพร่เนื้อหาสอนประชาชนทั่วไปถึงวิธีการใช้เครื่อง AED อย่างถูกต้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ระหว่างวิ่งออกกำลังกาย

สิ่งแปลกปลอมติดคอทารก หายใจไม่ออก ช่วยชีวิตทารกอย่างไร

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในลำคอของทารก สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ สามารถเข้าไปปิดกั้นทางเดินหายใจ เด็ก ๆ มักจะสำลักวัตถุชิ้นเล็กๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นถั่วหรือลูกปัด คนรอบข้างควรระวังไม่ให้เด็กนำสิ่งเหล่านี้เข้าปาก

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมติดคอทารกหรือเด็ก ขั้นตอนแรกคือการระบุว่าทารกสำลักจริง และมีปัญหากับการหายใจแน่ ๆ โดยการสังเกตว่าเด็ก ๆ จับบริเวณคอที่ตรงกับทางเดินหายใจด้วยท่าทีทรมาน และไม่สามารถหายใจได้อย่างถูกต้อง หากไม่มีเสียงขลุกขลักด้วยแล้วยิ่งอันตราย ทารกเสี่ยงต่อภาวะขาดอากาศหายใจ เมื่อยืนยันว่าทารกสำลักหรือไม่สามารถหายใจได้เพราะมีสิ่งกีดขวางทางเดินทางใจ ต้องดำเนินการทันทีเพื่อนำวัตถุแปลกปลอมออก

การทำ CPR และ การปฐมพยาบาลลูก โดย รพ. พระรามเก้า

วิธีนำสิ่งแปลกปลอมออกจากคอของทารก จับคว่ำตบหลัง 5 ครั้ง สลับกับนอนหงาย กดหน้าอก 5 ครั้ง ใช้ฝ่ามือรองเพื่อหนุนคอเด็กขณะตบหลังและจับตัวเด็กหันหน้าออกคว่ำหน้าลง ทำซ้ำจนสิ่งแปลกปลอมออกมา

หากทารกเข้าสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นหลังนำสิ่งแปลกปลอมออกมาได้ จำเป็นต้องทำ CPR เพื่อช่วยให้ทารกกลับมาหายใจ และรีบขอความช่วยเหลือจากแพทย์ การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่อง AED สำหรับเด็ก อาจมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับการใช้งานและขนาดแผ่นแปะที่แตกต่างกัน โดยตัวเครื่องมีลักษณะคล้ายกัน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการวางแผ่นแปะ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ไฟฟ้าช็อตมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับในเด็ก อาจติดแผ่นแปะไว้ที่ด้านหน้าและด้านหลังของหน้าอก ในขณะที่ผู้ใหญ่มักจะแปะไว้ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของหน้าอก

สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโต กรณีมีวัตถุใด ๆ ติดหลอดลม ให้วางมือไว้ตรงกลางท้องใต้ชายโครง รัดกระตุกที่ท้อง เหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ แล้วดึงเข้าหาตัวผู้ที่ทำท่าดังกล่าวขณะยืน เด็ก ๆ เองก็สามารถฝึกฝนการนำสิ่งแปลกปลอมออกจากคอของเด็กที่อายุน้อยกว่า หรือเพื่อนได้ ทางคุณหมอและทีมแพทย์ได้เปิดวีดีโอให้ดูการช่วยเหลือกันของพี่เมื่อน้องลูกอมติดคออันเป็นบันทึกจากเหตุการณ์จริงให้เห็นว่าการเรียนรู้การจัดการเอาสิ่งแปลกปลอมออกมาเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในครอบครัว และเรียนรู้ได้ทุกวัย

สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าหากไม่สามารถเอาวัตถุแปลกปลอมออกได้ด้วยวิธีเหล่า ต้องขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันทีโดยเร็วที่สุด

การปฐมพยาบาล

ข้อแนะนำสำหรับผู้อ่านบทความ

บทความนี้เป็นการถอดบทเรียนจากงานเวิร์คช็อป ไม่ใช่บทความที่ใช้เป็นคู่มือการปฐมพยาบาลได้โดยตรง หากสนใจในการฝึกฝนทำ CPR หรือใช้เครื่อง AED ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการปฐมพยาบาลในรูปแบบอื่น ๆ ผู้สนใจควรมองหางานฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเข้ารับการฝึกฝนให้มีประสบการณ์ จะได้นำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้งานในสถานการณ์จริงอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยความมั่นใจต่อไป

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

วิธี ปฐมพยาบาล และทำ CPR ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

นาทีชีวิต!! CPR ช่วยลูกอย่างไรเมื่อลูก สำลักอาหาร

เปิดใจ! ฮีโร่ลุยน้ำท่วมช่วยเด็กไฟดูด รอดได้เพราะ CPR!!

พ่อแม่ฝึกการทำ CPR ยิ่งช่วยลูกได้เร็ว โอกาสรอดยิ่งสูง

CPR ช่วยชีวิตลูกจากการสำลัก ของติดคอ หากลูกหมดสติ

CPR คือ อะไร? เรียนรู้ไว้ กู้ภัยให้ลูกรักปลอดภัยเมื่อสำลัก

วิธีทำ CPR ที่ถูกต้อง ช่วยชีวิตได้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

ผมร่วง” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และมีผลกระทบต่อคนมากมายทั้งชายและหญิง  โดยคาดว่าประมาณ 40% ของประชากรประสบปัญหานี้ หรือหมายความว่ามีผู้ประสบปัญหานี้ถึง 35 ล้านคนในประเทศไทย สำหรับผู้หญิง อาการ ผมร่วงหลังคลอดลูก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย แม้ว่าความรุนแรงของปัญหาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ก็ไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาจนมองข้ามไม่จัดการกับปัญหานี้ได้ ผู้ชายเองมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหานี้เช่นกัน

ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 24 จัดขึ้น ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคบางนา วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 ได้มีการเสวนาเพื่อรับมือกับปัญหา ผมร่วงหลังคลอดลูก ให้สาระความรู้ดี ๆ สำหรับคุณแม่ คุณพ่อและคนในครอบครัว

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

ปัญหาผมร่วงของคุณแม่ คุณหมอโบนัสมีทางออก 

ปัญหาผมร่วงหลังคลอดอาจมีผลกระทบต่อคุณแม่ทั้งร่างกายและจิตใจ คุณแม่อาจไม่สบายใจหรือกระทบกระเทือนทางจิตใจเมื่อเห็นเส้นผมร่วงเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ผมร่วงยังอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เกิดขึ้นในร่างกายของคุณแม่

เพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ คุณแม่สามารถติดต่อ คุณหมอโบนัส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสูญเสียเส้นผมหลังคลอด เพื่อขอคำปรึกษาและการดูแลรักษาเส้นผมที่เหมาะสม ในงานเสวนานี้ คุณแม่สามารถมาเรียนรู้ด้วยกันถึงเคล็ดลับเล็กๆ ที่จะช่วยป้องกันผมร่วง อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสร้างเส้นผม และการดูแลเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ

ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่ควรตรวจสอบว่าได้รับธาตุเหล็กและวิตามินอื่น ๆ ที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์เพียงพอ โดยการรับประทานอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ ในส่วนของแบรนด์ BEVITA นั้นเป็นวิตามินอาหารเสริมที่ปลอดภัยกับคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์

สำหรับผู้หญิงทุกคนที่คลอดบุตร มีการคาดคะเนว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาการร่วงของเส้นผมในระดับหนึ่ง นั่นเพราะฮอร์โมนเพศหญิงเช่นเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีปรับเปลี่ยนไป และส่งผลต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม หลังคลอดบุตร ระดับฮอร์โมนทั้งสองอาจลดลงอย่างรวดเร็ว จนสร้างปัญหาผมร่วงหลังคลอดได้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคลอดบุตรได้ 2-3 เดือน ในกลุ่มคุณแม่บางท่านอาจมีปัญหาผมบางอย่างอยู่แล้วด้วย การสูญเสียเส้นผมอย่างรวดเร็วจะเป็นเรื่องที่สังเกตเห็นได้อย่างโจ่งแจ้งและทำให้ตกใจมากจริง ๆ

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

ไบโอตินในอาหารเสริม มีประสิทธิภาพสำหรับการสร้างเส้นผมและช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม ดังนั้น หากคุณแม่มือใหม่กำลังค้นหาวิธีการรักษาผมร่วงและฟื้นความมั่นใจ วิตามินอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของไบโอตินจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลและรักษาเส้นผม

ในบางกรณี อาการผมร่วงหลังคลอดอาจยังคงดำเนินต่อไปแม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 3 เดือน สาเหตุที่เกิดอาการผมร่วงอาจเป็นหลายสาเหตุ เช่น โภชนาการที่ไม่เหมาะสม น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วหลังคลอด หรือความเครียด หากคุณแม่ยังพบว่าผมร่วงอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำวิธีแก้ไขที่เหมาะสมและปลอดภัย

การแก้ไขปัญหาผมร่วงเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลาเพื่อหลุดพ้นจากปัญหา เพื่อช่วยให้ผมของคุณแม่แข็งแรงขึ้น แนะนำให้คุณแม่คอยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียดในชีวิตประจำวัน

หลังการให้นมบุตร คุณแม่มือใหม่ควรยังต้องพิจารณาการรับประทานวิตามินเสริม และเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณเพียงพอ 

BEVITA เป็นวิตามินที่เหมาะสม มีคุณภาพสูง สามารถช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมและความสมบูรณ์ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมกับการดูแลเส้นผม การรับประทานวิตามินเป็นการจัดลำดับความสำคัญเพื่อสุขภาพ หลังให้นมบุตร คุณแม่มือใหม่สามารถได้รับสารอาหารที่จำเป็นจาก BEVITA โดยควรรับประทานวันละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า จะพบผลลัพธ์ที่คาดหวังว่าผมร่วงน้อยมาก ผู้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ก็ยืนยันว่ามีผลทางบวก และรู้สึกขอบคุณแพทย์ที่คิดค้นอาหารเสริมวิตามินอย่าง BEVITA ขึ้นมา

จะเห็นว่าทั้งระหว่างและหลังการตั้งครรภ์ ระดับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในวิตามินควรมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์และการเจริญเติบโตของเส้นผม ธาตุเหล็กที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่อาจสูญเสียเลือดมากในระหว่างการคลอดบุตร

 

BEVITA ตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผู้ที่ผมบางหรือผมร่วง

การใช้วิตามินเสริมอย่างสม่ำเสมอเป็นไปเพื่อให้เกิดผลลัพธ์สุขภาพผมที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน บางคนอาจคาดหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทันที แต่ผู้รับประทานวิตามินบำรุงผมต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณสามเดือนเพื่อให้เห็นผม

อาหารเสริมวิตามินอย่าง BEVITA กลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับผู้ที่ผมบางหรือผมร่วง เนื่องจากมีการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นถึง 22 ชนิด แทนที่จะพึ่งพาไบโอตินหรือสังกะสีเพียงอย่างเดียว อาหารเสริมตัวนี้ประกอบด้วยส่วนผสมหลายชนิดเพื่อให้การสนับสนุนการดูแลเส้นผมที่ครอบคลุม

สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืม คือการรับประทานวิตามินเดี่ยว ๆ อาจไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนกับการรับประทานอาหารเสริมที่ครอบคลุม ผลวิจัยพบว่าผู้ที่มีผมร่วงมักขาดวิตามินหลายชนิดเช่น ธาตุเหล็ก วิตามินดี และสังกะสี โดยการผสมผสานสารอาหารที่หลากหลายของอาหารเสริมตัวนี้ สามารถเป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมหลายประการ ปริมาณและการกำหนดสูตรของส่วนผสมแต่ละอย่างยังได้รับการศึกษามาก่อนเพื่อให้แน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด 

อาหารเสริม BEVITA มีสารอาหารหลากหลายที่เติมเต็มและปรับสมดุลซึ่งกันและกัน เมื่อผู้ใช้งานควรรับประทานอย่างสม่ำเสมอและตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้เกิดผลดีต่อสุขภาพกายและเส้นผมที่ดีในระยะยาว

เปปไทด์เป็นสารสกัดจากถั่วเหลือง สามารถพบได้ใน BEVITA จะเป็นตัวยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาผมร่วงในผู้ชายด้วย และในหมู่ผู้หญิงก็เกิดผลดี นอกจากนี้ BEVITA ยังมีวิตามินอีเป็นส่วนประกอบที่มีคุณค่าอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการจัดการกับปัญหาผมร่วงไปพร้อมกัน วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของเซลล์ โดยอนุมูลอิสระสามารถทำลายเซลล์ ทำให้ผมร่วงและผมหงอกได้

วิตามินอีที่พบได้ใน BEVITA เป็นตัวช่วยในการลดการหลุดร่วงของเส้นผมตามอายุอีกด้วย โดยพบว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ถึง 40-60 เท่า

ความสำคัญของเปปไทด์และวิตามิน E เป็นเหตุผลที่อาหารเสริมที่มีองค์ประกอบทั้งสองได้รับความนิยมอย่างมากและเป็นที่ต้องการในตลาดวงการดูแลเส้นผม

 

ความสำคัญของงานเสวนา

งานเสวนานี้ เป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการหาคำตอบหรือคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาผมร่วง ผู้เข้าร่วมงานสามารถตั้งคำถามปรึกษาคุณหมอโบนัส ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมได้ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับบางคน ผู้มีปัญหาผมหลายท่านอาจไม่ทราบมาก่อนว่าสามารถหาแพทย์เพื่อปรึกษาได้ หรือลังเลว่าตนจำเป็นต้องพบแพทย์รวมถึงแก้ไขปัญหาเรื่องผม หากไม่เข้าใจเรื่องเส้นผมแล้ว เป็นไปได้ว่าทั้งคุณแม่ คุณพ่อหรือคนทั่ว ๆ ไปจะปล่อยปละละเลยจนกระทั่งสายเกินไปก็ได้

ทางพิธีกรของงาน คุณวู้ดดี้ หรือ วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดังได้แบ่งปันประสบการณ์ความลำบากใจในการดูแลเส้นผม และปัญหาผมร่วงที่ผมเจอมาก่อน หากไม่ได้มีประสบการณ์ปรึกษากับแพทย์ และใช้ผลิตภัณฑ์ BEVITA แล้ว อาจขาดความมั่นใจในเรื่องบุคลิกภาพอันมีสาเหตุมาจากผมร่วงจำนวนมากและต่อเนื่องได้

เมื่อได้มาสนทนากัน ระหว่างผู้ที่เคยประสบโดยตรงถึงปัญหาผมร่วงอย่างคุณวู้ดดี้ และคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ทั้งคุณวู้ดดี้และคุณหมอโบนัสรู้สึกมีความสุข และมีพลังในการแบ่งปันเรื่องราว รวมถึงตอบคำถามของผู้เข้าร่วมงาน

ผมร่วงหลังคลอดลูก ปัญหากวนใจของแม่ ๆ ควรรับมืออย่างไร โดยคุณหมอและคุณวูดดี้

 

ประเด็นที่ผู้ร่วมงานสอบถาม

  1. ปัญหาผมร่วงอย่างต่อเนื่อง ร่วงวันละกว่าสิบเส้น

คุณหมอโบนัสชวนคุยว่าผมร่วงเป็นเรื่องปกติ แต่ผมร่วงมากเกินไประหว่างวันหรือขณะทำกิจกรรมประจำวันถือว่าจะปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ได้ และน่ากังวล วิธีหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงให้ร่วงน้อยลงคือการรับประทานวิตามินร่วมกับอาหารประจำวัน เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลร่วงแน่ ๆ คือการขาดสารอาหาร โดยการรับประทานวิตามินเป็นระยะเวลาสามถึงหกเดือนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีต่อเส้นผม

กรณีที่ผมร่วงยังเกิดขึ้นแม้จะรับประทานวิตามินเสริมแล้ว คุณหมอโบนัสแนะนำว่าควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อระบุหาสาเหตุของอาหารผมร่วงที่แน่ชัด จะได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ วิตามินไม่ใช่คำตอบอย่างเดียวสำหรับปัญหาผมร่วง หากพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่กังวลกับปัญหาผมร่วงจะได้เรียนรู้วิธีการดูแลผมให้เหมาะสม รวมถึงการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม และการปรับปรุงรูปแบบการดูแลผมให้เหมาะสมกับสภาพผมแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

นอกจากนี้การกินวิตามิน ต้องดูแลเรื่องปริมาณการรับประทานที่เหมาะสม หากมากเกินไปอาจเกิดผลข้างเคียงในเชิงลบ ดังนั้นการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนที่จะเริ่มกินวิตามินเสริมก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้  

  1. ปัญหาความเครียดกับผมร่วง

คุณหมอโบนัสให้ความรู้ว่า การเสี่ยงที่เป็นผลให้เกิดผมร่วงอย่างหนึ่งคือความเครียดซึ่งสามารถส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของเรา โดยเฉพาะฮอร์โมนที่มีบทบาทในการควบคุมระดับความตื่นตัวที่จะไปกระตุ้นให้ผมร่วง ดังนั้นการจัดการระดับความเครียดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาเส้นผม เราสามารถรักษาระดับความเครียดให้เหมาะสมโดยบริหารเวลาพักผ่อนและการนอนหลับที่เพียงพอ

การนอนหลับเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายของเราสร้างและฟื้นฟูตัวเอง การนอนน้อยเกินไปอาจส่งผลให้กระบวนการนี้ถูกขัดจังหวะ ซึ่งอาจมีผลเสียต่อสุขภาพของเราโดยรวม รวมถึงการร่วงของเส้นผมด้วย

  1. ปัญหาผมร่วงของแม่ให้นมบุตร

คุณแม่ให้นมบุตรท่านหนึ่งพบว่าผมร่วงตลอดวัน ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าการรับประทานวิตามินอาหารเสริม BEVITA ปลอดภัยหากไม่ได้แพ้สารอาหารใด ๆ ในวิตามิน โดยเมื่อรับประทานยังเป็นประโยชน์ทางสุขภาพที่ส่งต่อไปยังทารกผ่านทางน้ำนมด้วย  

BEVITA เป็นวิตามิน ไม่ใช่ยา อาหารเสริมประเภทวิตามินนั้นจึงไม่ควรเป็นอันตรายต่อสุขภาพของแม่และทารก พร้อมกันนั้นคุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง จะเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมให้แข็งแรงและมีสุขภาพดี

  1. ปัญหาผมร่วงของคุณพ่อ เผชิญหน้ากับปัญหาเส้นผม

หากคุณพ่อรับประทาน BEVITA ก็ควรสังเกตหาการงอกใหม่ของเส้นผมหลังรับประทานวิตามินเพื่อติดตามผลการบำรุงรักษาเส้นผม โดยการงอกใหม่มักจะเริ่มต้นที่แนวผมด้านหน้าก่อนแล้วค่อย ๆ งอกใหม่ไปทั่ว ๆ ไปเมื่อเวลาผ่านไป  วิตามินไม่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ต่างจากยาบางตัวที่หากรับประทานแล้วอาจจะส่งผลต่อสุขภาพและเส้นผมซึ่งการรับประทานสิ่งใดก็ตามเพื่อบำรุงสุขภาพและเส้นผม คุณพ่อหรือคุณผู้ชายในบ้านควรศึกษารายละเอียดสรรพคุณ และหลีกเลี่ยงหากมีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

  1. ปัญหาผมบางเมื่ออายุมากขึ้น

เกิดขึ้นได้ทั้งในหญิงและชาย ผู้ชายอาจจะแสดงลักษณะทางพันธุกรรมออกมาเด่นชัด แนะนำให้ลองทานวิตามินที่มีการวิจัยแล้วว่าช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้ โดยอาจเน้นวิตามินที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของตนเข้ามาเสริม ให้เป็นวิตามินหลักที่ช่วยรักษาผมให้แข็งแรงได้

  1. ปัญหาแชมพูกับอาการผมร่วง

มีหลายคนที่สงสัยว่าการใช้แชมพูบางชนิดจะสามารถทำให้ผมร่วงได้ คำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเท็จทั้งหมด เราต้องรู้ว่ามีแชมพูบางแบรนด์มีสารเคที่อาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองและส่งผลให้ผมร่วงได้ด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหานี้ ควรพิจารณาใช้แชมพูที่อ่อนโยนและเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังแพ้ง่ายหรือเหมาะกับสภาพหนังศีรษะ

 

เทคนิคการเลือกวิตามินเพื่อแก้ปัญหาผมร่วงของคุณหมอโบนัส จากครอบครัวผลิตภัณฑ์ BEVITA

  • การเลือกอาหารเสริมที่มีสารอาหารครบถ้วนที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แพทย์แนะนำให้เลือกซื้ออาหารเสริมที่มีส่วนประกอบทั้งวิตามินและแร่ธาตุอย่างน้อย 22 ชนิด อันเป็นจำนวนส่วนประกอบที่สูงสุดซึ่งพบได้ในผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดประเทศไทยในปัจจุบัน
  • การปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ยาหรือวิตามินเสริมเพื่อเจริญเติบโตของเส้นผม การใช้ยาหรือวิตามินผิดวิธีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้ยังควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้การดูแลเส้นผมอย่างเหมาะสมและเพียงพอเช่นกันมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมในระยะยาว ๆ ดังนั้นควรมีการดูแลและปรับปรุงรูปแบบการดูแลเส้นผมให้เหมาะสมเพื่อสุขภาพเส้นผมที่ดีตลอดเวลา

 

คำแนะนำในการรับประทานผลิตภัณฑ์ BEVITA

วิตามินเสริมอย่าง BEVITA สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย การรับประทานก็สะดวกและง่าย สามารถรับประทานวันละ 1 เม็ดหลังอาหารมื้อใดก็ได้ แต่แพทย์แนะนำให้รับประทานหลังอาหารเช้าเพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด แม้ว่าจะสามารถรับประทานก่อนนอนได้ แต่อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร ควรรับประทานพร้อมมื้ออาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมัน เนื่องจากวิตามินบางชนิดสามารถละลายในไขมันได้ 

 

การรับประทานวิตามินเสริมของคุณแม่เพื่อดูแลเส้นผม

  • คุณแม่ควรเริ่มรับประทานวิตามินเสริมภายในสัปดาห์แรกหลังคลอด โดยเฉพาะวิตามินที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคตับ โรคไต ต่อมไทรอยด์ ฯลฯ สามารถรับประทานวิตามินได้ตามปกติ แต่ควรพิจารณาอาการแพ้ของแต่ละบุคคลและปรึกษาแพทย์หากมีข้อกังวลใด ๆ

ครอบครัว BEVITA มุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนได้กลับมามีความมั่นใจในเรื่องผม ผลิตภัณฑ์ BEVITA ได้รับการออกแบบมาเพื่อบำรุงและปกป้องหนังศีรษะ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมอย่างแข็งแรงและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม หากคุณต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถติดตามครอบครัว BITA บน Facebook หรือ Instagram

 

Facebook Link: https://www.facebook.com/bevitaofficial/

Instagram Link: https://www.instagram.com/bevitaofficial/

ทาง BEVITA มีการแบ่งปันเคล็ดลับที่มีประโยชน์และอัปเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และวิธีการรักษาสุขภาพหนังศีรษะอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้หากคุณแม่ คุณพ่อ หรือท่านใดมีปัญหารังแคหรือปัญหาหนังศีรษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อคุณหมอโบนัสเพื่อขอรับคำปรึกษา

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ผมร่วงหลังคลอด ปัญหากวนใจของแม่ๆ ทุกคน ควรรับมืออย่างไร?

โรคผมร่วงเป็นหย่อม เกิดจากอะไร รักษาได้อย่างไร

ปัญหาผมร่วงหลังคลอด เรื่องไม่เล็ก ของคุณแม่ลูกอ่อน

ผมร่วงเกิดจากอะไร ผู้หญิง ผมร่วงเยอะเป็นสัญญาณโรคร้าย

ผมร่วงหลังคลอด แม่มือใหม่รับได้มั้ย 6 เคล็ดลับป้องกันผมร่วงให้ลูกจำหน้าแม่ได้แบบสวยๆ

ภาวะผมร่วงหลังคลอด แม่ๆมีวิธีรับมืออย่างไร?

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

คุณตุ๊กตาและสามี พี่บอยตรัย ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ เทคนิคพาลูกเที่ยว ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 24 จัดขึ้น ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้าไบเทคบางนา วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 การพาลูกไปเที่ยวพักผ่อนอาจเป็นงานที่ท้าทายสำหรับพ่อแม่ เพราะความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเมื่อไม่ใช่ทริปสำหรับหนึ่งคนหรือสองคน แต่พ่อแม่ต้องดูแลเจ้าตัวเล็กด้วย ซึ่งพ่อแม่ต้องวางแผนการเดินทางให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้กระนั้น การพาลูกไปเที่ยวพักผ่อนก็ดึงดูดใจ เพราะจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน  ทั้งครอบครัวสามารถเรียนรู้จากการเดินทาง พร้อมกับสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

เมื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน

คุณตุ๊กตาและสามี พี่บอยตรัย ในฐานะผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว ทั้งคู่มักสำรวจหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อเยี่ยมชมและสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน โดยก่อนที่จะมีลูก พวกเขาเดินทางเป็นคู่พร้อมกับบันทึกประสบการณ์เป็นตัวหนังสือ หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดีย แล้วเมื่อมีลูก พวกเขาได้เผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาเล่าสู่แบ่งปันเป็นความรู้สำหรับครอบครัวอื่น ๆ

สิ่งสำคัญอันดับแรกของการเดินทางเป็นครอบครัว คือต้องวางแผนล่วงหน้าและค้นหาจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็ก เหมาะทั้งช่วงวัยและความสนใจของเด็ก ซึ่งอาจเป็นสถานที่อย่าง สวนสนุก สวนสัตว์ หรือพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอกทีฟ เพื่อให้เด็กสนุกสนานและได้เรียนรู้ในขณะเยี่ยมชมด้วยกันกับผู้ปกครอง 

นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรตรวจสอบความปลอดภัยของสถานที่ และเตรียมอุปกรณ์เดินทางที่เหมาะสม เช่น รถเข็นเด็ก หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อช่วยให้การเดินทางนั้นง่ายขึ้นและสนุกสนานยิ่งขึ้น

 

เดินทางกับลูก ดีอย่างไร?

การเดินทางกับเด็กมีข้อดีสำหรับผู้ใหญ่สายเที่ยว คือผลักดันให้เห็นมุมมองที่ต่างออกไปเกี่ยวกับการระบุจุดหมายปลายทาง ผู้ใหญ่จะได้พบสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหารใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสังเกตมาก่อนเพราะปัจจัยที่ว่ามีเด็ก ๆ ไปด้วยนั่นเอง 

การท่องเที่ยวนอกจากจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ ยังเปิดโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเด็กในครอบครัว การรู้เรื่องของเด็กมากจะสนับสนุนพฤติกรรมการดูแลเลี้ยงดูลูก พ่อแม่จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างมั่นใจ กล้าสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นต่าง ๆ ด้วย

 

การเลือกสถานที่และกิจกรรม

การเลือกสถานที่พักเมื่อเดินทางกับเด็ก ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสำหรับครอบครัว เช่น สระว่ายน้ำหรือพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก และพิจารณาที่ตั้งของโรงแรมหรือที่พักด้วย เพราะการใกล้ชิดกับสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนเดินทางจะช่วยประหยัดเวลาเดินทาง และช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อเดินทางกับเด็ก

นอกจากนี้เมื่อเล่นแล้วยังต้องแบ่งสรรเวลาพักผ่อน เด็ก ๆ ควรมีช่วงเวลาและสถานที่ที่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในการเดินทาง เพื่อให้เด็กกลับมามีพลังในกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป

ในเรื่องมื้ออาหาร ผู้ปกครองควรเลือกร้านอาหารที่มีเมนูอาหารสำหรับเด็กหรือมีตัวเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับเด็ก การได้ลองชิมอาหารใหม่ ๆ และอาหารท้องถิ่นอาจเป็นส่วนที่น่าตื่นเต้นของประสบการณ์การเดินทางสำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว

ร้านกาแฟหรือคาเฟ่ในท้องถิ่น อาจจัดเป็นพื้นที่น่าสนุกในการเยี่ยมชม ให้ประสบการณ์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร้านกาแฟใหม่มาพร้อมกับบรรยากาศหรือธีมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน แต่การจะเจอกับร้านกาแฟแบบที่ว่า ย้อนกลับไปยังการเตรียมตัวเดินทาง การวางแผนการเดินทางและหาข้อมูลก่อนเป็นสิ่งสำคัญ

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

คาเฟ่สำหรับเด็กและครอบครัว ตัวเลือกเป็นมิตร เพลิดเพลินได้ทั้งครอบครัว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คาเฟ่ที่ออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสำหรับเด็กและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ในลักษณะนี้มุ่งเน้นการเสนอสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนุกสนานสำหรับเด็ก ๆ ในการเรียนรู้และเล่น พร้อมทั้งมีพื้นที่สำหรับผู้ปกครองในการพักผ่อนและเพลิดเพลินได้ในขณะเดียวกัน

 

Wonder Woods Co-learning space & Kids Cafe เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คุณตุ๊กตาได้มีส่วนร่วมในการออกแบบ เพื่อให้เป็นพื้นที่รองรับการใช้บริการของเด็กและครอบครัว คาเฟ่นี้ออกแบบมาเพื่อการเล่นสำหรับเด็ก มีของเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถสร้างความวุ่นวายขึ้นเป็นปกติในการเล่น ขณะเดียวกันพื้นที่ อาหาร และหลายกิจกรรมถูกออกแบบโดยคำนึงว่าสามารถอำนวยความสะดวกและลดความเครียดให้กับผู้ใหญ่ระหว่างที่เด็กกำลังเล่นซนอยู่ด้วย

นอกเหนือจากการจัดพื้นที่เพื่อความสนุก คาเฟ่ประเภทนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะทางสังคมที่มีคุณค่าแก่เด็กอีกด้วย เด็กสามารถสัมผัสกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ และถูกกระตุ้นให้พวกเขาโต้ตอบกับผู้อื่นได้ เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ และเรียนรู้การเคารพผู้อื่น

พาลูกเที่ยว

Wonder Woods Co-learning space & Kids Cafe ตั้งอยู่ที่ซอยพัฒนาการ 511 เป็นคาเฟ่ที่ไม่เหมือนใครและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับครอบครัวและเด็กๆ คาเฟ่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในการเล่นและสำรวจ โดยมีโซนต่าง ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ ตั้งแต่ของเล่นไม้และบ่อบอล ไปจนถึงส่วนกลางแจ้งที่มีต้นไม้กับสะพานเชือกให้ลูกได้ปีนป่าย

 

การเดินทางเสริมสร้างประสบการณ์อื่น ๆ กับลูกน้อย

นอกเหนือจากการมองหาคาเฟ่ คุณแม่ตุ๊กตายังเล่าถึงการเดินทางกับเด็กในรูปแบบอื่น อย่างการเดินทางบนรถไฟตู้นอน เด็กจะได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่แปลกแตกต่างจากที่พบในชีวิตประจำวัน การเดินทางบนรถไฟตู้นอน ทั้งครอบครัวจะมีเวลาในการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสิ่งที่เด็กพบเห็นมาตลอดทาง  ครอบครัวได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ด้วยกัน เด็ก ๆ อาจตื่นเต้นกับการเปลี่ยนเก้าอี้เป็นเตียงนอน และครอบครัวมีโอกาสตื่นเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นผ่านหน้าต่างของรถไฟด้วยกัน

ระยะเวลาเดินทางโดยรถไฟตู้นอนจากกรุงเทพไปเชียงใหม่หรือสงขลา อาจกินเวลา 10 ถึง 15 ชั่วโมง โดยมีจุดจอดหลายจุดตามสถานีต่าง ๆ ระหว่างทาง แต่ความที่เป็นรถไฟตู้นอน พื้นที่ซึ่งปรับนอนได้อำนวยความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก

คุณตุ๊กตาแบ่งปันทัศนคติ เธอเชื่อว่าหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และเติบโตในฐานะพ่อแม่คือการเดินทาง เมื่อเราเดินทางกับลูก ๆ เราช่วยให้พวกเขาพัฒนาทักษะและมุมมองใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ของพวกเขามากขึ้น

 

ข้อคิดสำหรับพ่อแม่ เมื่อใดพร้อมเที่ยว เที่ยวแบบไหนที่ถูกที่สุด

ขณะที่ผู้ปกครองบางท่านอาจกังวลเกี่ยวกับการเดินทางกับเด็กเล็ก สงสัยว่าเด็กเล็กไม่อาจจำประสบการณ์ท่องเที่ยวได้ แต่สิ่งสำคัญจริง ๆ ที่ควรมีน้ำหนักให้ใส่ใจมากกว่า คือการเดินทางกับเด็กทุกวัยเป็นการมอบโอกาสอันมีค่าในการสร้างความผูกพัน การเรียนรู้ และการสำรวจแก่พวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะจำรายละเอียดการเดินทางไม่ได้ แต่ประสบการณ์สามารถช่วยกำหนดมุมมองโลกทัศน์ของพวกเขาและเป็นรากฐานสำหรับการเรียนรู้และการเติบโตในอนาคต

อีกหนึ่งข้อคิดในการเลี้ยงดูเด็กที่คุณตุ๊กตาแบ่งปัน คือการเลี้ยงลูกไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด เนื่องจากเด็กทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสิ่งที่ได้ผลสำหรับคนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับอีกคนหนึ่ง เราต้องปรับกลยุทธ์การเลี้ยงดูของเราเพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กแต่ละคน เปิดรับการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับพวกเขา

เวลาที่เหมาะสมในการเริ่มพาลูกไปเที่ยว คุณตุ๊กตามองว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหรืออายุของลูก แต่เป็นเวลาที่พ่อแม่พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อรับมือกับภารกิจของการเดินทาง เช่น การเก็บสัมภาระ การท่องเที่ยวไปในสภาพแวดล้อมใหม่ และการรับมือกับความผิดพลาดไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น หากพ่อแม่มีความพร้อม แม้ภารกิจเพื่อท่องเที่ยวมีมากขึ้นเพราะไม่ใช่การเดินทางของคนเพียงสองคน พ่อแม่ก็สามารถจัดการกับความท้าทายและความเครียด  และเป็นผลให้ทุกคนเที่ยวได้อย่างสนุกเต็มที่

สิ่งไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างการเดินทาง สิ่งที่คิดไว้ล่วงหน้าหรือกิจกรรมในแผนการ ในความเป็นจริง อาจไม่สนุกอย่างที่คิดไว้ สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมใจไว้แล้วบ้างถึงความผิดหวังและมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับมัน พ่อแม่ต้องปรับความคาดหวังได้เร็ว และหาวิธีที่จะทำให้สถานการณ์ดีที่สุดสำหรับทุกคน และในทางกลับกัน สิ่งที่ไม่คาดฝันอาจนำไปสู่ความทรงจำและเรื่องราวที่ดีที่สุด

เทคนิคพาลูกเที่ยว เที่ยวคาเฟ่สนุกได้ทั้งครอบครัว โดยคุณตุ๊กตา

การเป็นแม่และการเป็นตัวของตัวเอง

ในฐานะแม่ที่แบ่งปันประสบการณ์บนโลกโซเชียลมีเดีย คุณตุ๊กตายังเสนอถึงความสำคัญของการหาสมดุลระหว่างการเป็นแม่กับการเป็นตัวของตัวเอง เธอมีพื้นที่โซเชียลมีเดียทั้งที่แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางกับครอบครัว และพื้นที่สำหรับแบ่งปันเรื่องราวที่เสนอมุมมองของการเป็นตัวของตัวเอง

สามารถเยี่ยมชมและรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์และสาระดี ๆ จาก Facebook ทั้งสองของคุณตุ๊กตาได้

 

Facebook Page: เที่ยวรอบลูก 

Link: https://www.facebook.com/yayeeplanet/?locale=th_TH

พาลูกเที่ยว

หรือ Facebook Page: Smileplease.mom

Link: www.facebook.com/smileplease.mom/

พาลูกเที่ยว

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

พาลูกเที่ยวดะ กับแม่ยุ้ย แม่ปุ้ม แม่จุ๊บ เจ้าของเพจผู้สร้างประสบการณ์ตามแบบฉบับ ABK Explorers Club

10 ที่เที่ยวสงกรานต์ 2566 ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

10 ที่เที่ยวสงกรานต์ 2566 ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด

บอกแหล่ง ที่เที่ยวปิดเทอม เปิดโลกกว้างจินตนาการนอกห้องเรียนเริ่มแล้ว!!

ที่พักภูเก็ต ทะเลอันดามัน แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

10 ที่เที่ยวสำหรับเด็กในกรุงเทพ เพลิดเพลินวันหยุด สนุกทุกกิจกรรม

10 คาเฟ่สำหรับเด็ก เที่ยวเพลิน พักผ่อนได้ทั้งครอบครัว

10 ที่เที่ยว ใกล้กรุงเทพ พาลูกเที่ยวง่าย ๆ เช้าไปเย็นกลับ