เห็บกัดลูก

พ่อเตือน! หลังพบ เห็บกัดลูก จนไม่สบาย

เห็บกัดลูก! สาเหตุที่ทำให้พ่อต้องอึ้ง … พร้อมเตือน ลูกบ่นเจ็บศีรษะ มีไข้ อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด!

 

 

มีผู้ใช้เฟซบุ๊คนามว่า “วารินทร์ เพชรนิล” ได้โพสต์เรื่องราวที่อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน หลังจากที่ลูกของคุณพ่อ มีอาการไข้ขึ้น พร้อมกับบ่นเจ็บศีรษะ สุดท้ายพบว่ามีเห็บอยู่บนศีรษะของลูก!

แต่ช้าก่อนค่ะ! ก่อนที่เราจะไปอ่านต่อเรื่องราวของคุณพ่อนั้น เรามาทำความรู้จักกับ “เห็บ” ที่ว่านี้กันก่อนว่า มันน่ากลัวขนาดไหน และส่งผลอย่างไรกับมนุษย์อย่างเรา … เพราะทีมงาน Amarin Baby And Kids มั่นใจว่าอาจจะมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านไม่ทราบก็เป็นได้

พาลูกไปเที่ยว

8 กลยุทธ์ แก้ทุกปัญหาที่ต้องเจอ เมื่อพาลูกเที่ยว

การ พาลูกไปเที่ยว นอกบ้านเพื่อเปิดหูเปิดตา สามารถช่วยให้ลูกมีพัฒนาการการเรียนรู้ได้หลายอย่าง แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมั่นใจว่าสามารถดูแลลูกน้อยให้เรียนรู้โลกกว้าง โดยไม่ไปรบกวนคนรอบข้างได้ด้วย 

ซึ่งสำหรับลูกวัย 2 ขวบขึ้นไป เวลาคุณพ่อคุณแม่ พาลูกไปเที่ยว อาจต้องเจอเรื่องปวดหัวกับการที่ ลูกทำผิดกติกา ทะเลาะคนอื่น เล่นเพลินเกินเวลา อยากได้ของแพง  …ซึ่งปัญหาเหล่านี้ เรามี 8 วิธีที่จะช่วยแก้ไขในสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อพาลูกเที่ยว นอกบ้าน มาฝาก ดังนี้ค่ะ…

1. เมื่อ พาลูกไปเที่ยว แล้ว “ลูกตื่นเต้น เสียงดังเกินไป”

ถึงแม้จะเตรียมความพร้อมก่อนไปเที่ยวและตกลงกติกากันก่อนเล่นหรือเยี่ยมชมสถานที่  แต่บรรยากาศครึกครื้นสนุกสนานหรือความตื่นตาตื่นใจของสิ่งต่างๆ ก็อาจชวนให้ลูกน้อยเตลิดได้เหมือนกัน  ลูกน้อยอาจพูดเอะอะเสียงดังหรือวิ่งไปมาเป็นลูกลิง  นั่นเพราะลูกน้อยอยากแสดงออกให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่าเขาชอบและรู้สึกสนุกจริงๆ

ถ้าอาการของลูกไม่รบกวนคนอื่นและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน  คุณพ่อคุณแม่สามารถปล่อยให้เขาค่อยๆ คลายความตื่นเต้นเองได้  แต่หากคึกมากจนแกล้งคนอื่นหรือเผลอพูดจาไม่สุภาพ  คุณพ่อคุณแม่อาจฉุดอารมณ์ของเขาด้วยการพูดตอบรับอารมณ์ความรู้สึกของเขา  “รู้แล้วจ้ะว่าหนูตื่นเต้น”  หรือ  “รู้จ้ะว่าหนูสนุกมาก หนูชอบมาก”  เมื่อคุณพ่อคุณแม่แสดงการตอบรับต่อปฏิกิริยาล้นๆ ของลูกน้อย  เขาจะสงบลงบ้างเพราะสิ่งที่เขาสื่อมีคนรับรู้และเข้าใจแล้ว  จากนั้นเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของลูกน้อย  ให้เขาสนใจสิ่งอื่นแทนการก่อกวนผู้อื่น

พาลูกเที่ยว

2. เมื่อ พาลูกไปเที่ยว แล้ว “ลูกทำผิดกติกา”

ไม่ว่าจะเป็นกติกาของสถานที่แห่งนั้น หรือกติกาที่ตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ไว้เพื่อความปลอดภัย  หากลูกน้อยไม่ทำตามข้อตกลง  แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยออกจากสถานที่แห่งนั้นโดยไม่ต้องเสียดายสตางค์ค่ะ  การพาออกไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องดุหรือลงโทษเขานะคะ  ลูกน้อยไม่ได้ทำผิด  เพียงแต่เขายังไม่พร้อมสำหรับกฎเกณฑ์เหล่านั้น  อาจารย์เปรียบเทียบว่าเหมือนคุณพ่อคุณแม่ให้เขาว่ายน้ำ  โดยที่ตัวเขายังไม่พร้อม  ว่ายน้ำยังไม่เป็น  จะอย่างไรก็คงไม่มีทางไปถึงฝั่งอย่างที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวัง

วิธีการแก้ไขง่ายๆ = เพียงแค่พาเขาออกมาจากสระน้ำ  แล้วค่อยๆ สอนและทบทวนข้อตกลงกันใหม่  ถ้าลูกน้อยบอกว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก  เขาพร้อมจะทำตามกฎต่างๆ แล้ว  คุณพ่อคุณแม่อาจให้โอกาสลูกน้อยได้เข้าไปเล่นอีกครั้งหรือเปลี่ยนเป็นให้โอกาสในครั้งหน้าก็ได้

แต่หากคุณพ่อคุณแม่ยังฝืนเที่ยวต่อไปและปล่อยให้ลูกน้อยทำผิดกติกา  ผลที่จะตามมามีอยู่ 3 กรณี  คือคุณพ่อคุณแม่อาจโมโหจนต้องทะเลาะกับลูก  ซึ่งจะผิดจุดประสงค์ของการมาเที่ยว  หรือคุณพ่อคุณแม่อาจทะเลาะกับเจ้าหน้าที่  ซึ่งจะกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีสำหรับลูกน้อยในอนาคต  และที่เลวร้ายที่สุดคืออาจเกิดอันตรายกับลูกน้อยจากความประมาทได้

โรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ

แม่เล่าประสบการณ์! เมื่อลูกเป็นโรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ

แม่เล่าประสบการณ์ สังเกตอาการลูกให้ดี จู่ๆ ปากเบี้ยว หลับตาไม่ได้ น้ำลายไหลย้อย ลูกอาจไม่ได้แกล้งทำ แต่เป็นอาการของ โรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ

ซึ่งโรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ เป็นภาวะที่เส้นประสาทสมอง (Cranial nerve) ที่ควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าถูกทำลายและสูญเสียการทำงาน ทำให้มีอาการใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก หนังตาและมุมปากตก น้ำลายไหลจากมุมปาก สามารถพบได้ในทุกเพศและทุกเชื้อชาติ

แม่เล่า! เมื่อลูกเป็น โรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ
จู่ๆปากเบี้ยว หลับตาไม่ได้ น้ำลายไหลย้อย

และเพราะโรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ รวมไปถึงเด็กๆ จึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้และคอยสังเกตลักษณะอาการของโรคนี้ให้ดี เพราะมันอาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยของคุณก็เป็นได้ เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านนี้ที่มีชื่อเฟซบุ๊ก “Katsara Boochapun” ได้เผยแพร่เรื่องราวสุดสะเทือนใจต่อตนเองยิ่งนัก

โรคประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ

เมื่อลูกชายของตนป่วยเป็น โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก Bell’s palsy หรือ โรคปลายประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ ทำให้มีอาการปากเบี้ยว ปากปิดไม่สนิท หลับตาข้างหนึ่งไม่ได้และมีน้ำลายไหลอยู่ตลอด จนต้องทำกายภาพบำบัดควบคู่กับการรักษา คุณแม่จึงได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ให้ต้องคอยสังเกตดูลูกน้อยของตนเองให้ดี โดยผู้เป็นแม่เล่าว่า…

#ขอแชร์และเล่าประสบการณ์ป่วยของลูกนะคะ
#ลูกของเราเป็นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ
เช้าวันศุกร์ ก่อนลูกไป รร. เราก็เล่น อาบน้ำแต่งตัวปกติ เขาก็เป็นคนขี้เล่น คุยเก่ง ลูกชายเรา 4 ขวบ 4 เดือน แล้วเขาเหมือนยิ้ม พูด หัวเราะ ข้างเดียว เราก็คิดว่าเขาแกล้ง ไม่ได้สนใจอะไร จนเดินไป รร. ยังทำต่อไม่หยุด เราบอกว่าเลิกเล่นได้แล้ว น่าเกลียด

เขาก็งง คือเขาไม่รู้ตัว .. เราก็เอะใจ มันไม่ใช่ละ อาจจะฟันกราม หรือมีแผลในปาก ถามไปว่าเจ็บปากไหม เขาบอกว่าไม่ …. พอตอนเย็นเรากลับมาบ้านค่ำเขาก็นอนกับปู่และย่าไปแล้ว

อาหารติดคอ

การปฐมพยาบาลและทำ CPR เมื่อ อาหารติดคอ ลูกน้อย

อาหารติดคอ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆค่ะ โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่เรียนรู้วิธีการช่วยเหลือเมื่อลูกอาหารติดคอไว้ ก็อาจจะช่วยให้ลูกน้อยพ้นจากอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ 

อาหารติดคอ ลูกน้อย

ดังเช่นคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่ได้แชร์เรื่องราวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวไว้ หลังจากได้ความรู้ดีๆจากการที่เข้าร่วมอบรมเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการทำ cpr เพื่อช่วยลูกเมื่อ อาหารติดคอ จากคุณหมอนริศ ฉันท์เรืองวณิชย์ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งบอกเลยว่าเป็นประโยชน์ที่ควรบอกต่อกับคุณแม่ท่านอื่นๆด้วยค่ะ

อาหารติดคอ

ต้องบอกก่อนว่า เด็กเล็กส่วนใหญ่นั้น มักชอบนำของเล่นเข้าปาก และถ้าของเล่นนั้นเป็นลักษณะชิ้นเล็กๆ ก็มีโอกาสสูง ที่ของเล่นนั้นจะเข้าไปติดอยู่ในคอเด็กได้ เป็นปัญหาที่แม่ๆพบเจอได้บ่อยใช่ไหมคะ

ซึ่งคุณหมอนริศ ได้ฝากเตือนว่า พ่อแม่ต้องพยายามดูแลของเล่นลูกให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่ให้เล่นของเล่นที่มีการแตกหักเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะเด็กสามารถกินเข้าไปสำลักได้ ในเด็กเล็กของเล่นขนาดต้องอย่าเล็กกว่า 3 เซนติเมตร เพราะจะสามารถนำเข้าปากได้ ต้องระวัง

เวลาเด็กหยิบของเข้ามากิน แล้วเด็กสำลักจะดูยังไง? ส่วนใหญ่ถ้าสำลักสิ่งของเข้าไปเนี่ย เด็กก็จะมีอาการไอ มีอะไรติดอยู่ที่คอไออยู่ตลอดเวลา อย่างแรก การปฐมพยาบาลเด็กกลุ่มนี้ ต้องประเมินก่อนว่าเด็กเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเด็กยังรู้ตัว และเด็กยังไอได้อยู่เนี่ย ไม่ต้องทำอะไร พยายามให้เค้าไอออกมาให้ได้มากที่สุด เดี๋ยวมันจะออกมาเอง

จากนั้นสำรวจว่าสิ่งแปลกปลอมยังอยู่ในปากไหม ถ้ายังอยู่ในปากใช้สองนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วโป้ง) หยิบออกมา ห้ามใช้นิ้วชี้เขี่ย หรือล้วงเพียงนิ้วเดียว เพราะเมื่อไหร่ คุณใช้นิ้วเดียวล้วง เมื่อนั้นคุณจะดันของในคอ ตกลึกเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นต้องเห็น ถ้าไม่เห็นสิ่งแปลกปลอม ห้ามเด็ดขาด ต้องใช้สองนิ้วคีบออกมา

 

สำหรับในกรณีที่เป็นเด็กทารกนั้น เมื่อมีการสำลักอาหาร หรือ อาหารติดคอ เด็กจะยังไม่สามารถที่จะไอให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาด้วยตัวเองได้ ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีปฐมพยาบาลด้วยวิธีนี้ >> คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โรคพิการทางหู

ชวนพ่อแม่! ทำความรู้จักกับ โรคพิการทางหู โรคที่เด็กไทยยุคใหม่เป็น

โรคพิการทางหู โรคที่องค์การอนามัยโลก เป็นห่วง เนื่องจากพบว่าเด็กยุคใหม่เป็นเพิ่มมากขึ้น

 

 

หู คืออวัยวะสำคัญของมนุษย์ทุกคน จริงอยู่ที่การสูญเสียการได้ยิน อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหม่ของโลก หากแต่ปัจจุบันมีไม่กี่ประเทศหรอกค่ะ ที่จะทำการหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นสำคัญ และพร้อมที่จะหาวิธีแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งในวันนี้ เราจะขอยกตัวอย่างประเทศออสเตรเลีย พันธิมิตรของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย เชื่อหรือไม่คะว่า พวกเขาผลักดันให้มีการวิจัยและพัฒนาเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชากรให้ดีขึ้น

เช่นเดียวกับ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยคาดการณ์ว่า จะมีผู้ป่วย โรคพิการทางหู เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยมีผลการวิเคราะห์จากงานวิจัยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีประชากรประมาณ 360 ล้านคน หรือ 5.3 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรโลก 7,300 ล้านคน มีปัญหาสูญเสียการได้ยินในระดับพิการ ซึ่งถือเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด รายละเอียดจะเป็นเช่นไร ไปอ่านบทความนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

โรคดื้อ

แพทย์เผย! 8 วิธีสังเกตลูกเป็น โรคดื้อ ต่อต้าน

โรคดื้อ ต่อต้าน โรคที่เด็ก 3 ขวบขึ้นไปมักเป็น มาทำความรู้จักกับโรค และวิธีการสังเกตได้ที่นี่!

 

 

ลูกดื้อ ขี้เหวี่ยง ขี้โวยวาย ขี้หงุดหงิด ชอบท้าทายกันหรือเปล่าคะ ถ้าใช่ละก็ ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ทางนี้เลยค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน  Amarin Baby and Kids มีบทความดี ๆ มีประโยชน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่น่ารักของลูกมาฝากกันค่ะ

โดยบทความที่ว่านี้จะขอนำเสนอเนื้อหาจากแพทย์ 2 ท่าน โดยทานแรกคือ นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และแพทย์หญิงกุสุมาวดี คำเกลี้ยง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็ก  จังหวัดขอนแก่น โดยทั้งสองท่าน ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมสาเหตุและวิธีการสังเกตลูกเอาไว้ดังนี้ค่ะ

เมนูแกงจืด

แจกสูตร เมนูแกงจืดไข่น้ำ เมนูบำรุงร่างกายยามลูกป่วย (มีคลิป)

หากเด็กบ้านไหนป่วย และไม่อยากกินอาหาร เชฟแม่หมีมีสูตรเด็ดมัดใจลูกน้อย มาฝาก กับ เมนูแกงจืด ไข่น้ำ เมนูบำรุงร่างกายยามลูกป่วย ช่วยให้ลูกน้อยกินง่าย ซดน้ำคล่องคอ จะมีวิธีทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

เมนูแกงจืด เรียกได้ว่าเป็นเมนูทานง่ายเหมาะสำหรับเด็กมากๆ เพราะเมื่อเด็กๆ ป่วยย่อมมีสภาพร่างกายและจิตใจเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ลูกอาจอ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อยลง หรือไม่อยากกินอะไรเลย ร้องไห้ งอแง ซึม ซึ่งเด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ที่เมื่อร่างกายไม่สบายจิตใจก็ไม่นึกอยากกินอะไร ในช่วงที่ลูกป่วยนี้คุณแม่จึงจำเป็นต้องจัดเตรียมอาหารสำหรับลูกเป็นพิเศษ และคอยเอาใจใส่ให้ลูกกินอาหารให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

Tips การทำอาหารให้ยามลูกป่วย

  • ลูกอาจเพลีย หรือเจ็บปาก เจ็บคอ เพราะป่วย ทำให้เจ้าตัวเล็กเคี้ยวได้ยาก ควรบดอาหารให้นุ่มละเอียด เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้มเละๆ หน่อย
  • ควรให้กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ เลี่ยงอาหารรสจัด หรือมันจัด
  • ถ้าลูกกินได้น้อยให้ลดปริมาณอาหารลง แต่อาจจะเพิ่มมื้ออาหารเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกขาดสารอาหาร

และเพราะ เมนูแกงจืด เป็นเมนูที่ทานง่าย วันนี้ เชฟแม่หมีก็มีสูตรเด็ด กับ เมนูแกงจืด ไข่น้ำ แสนอร่อย ให้ลูกน้อยซดน้ำคล่องคอ ทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายยามป่วยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีวัตถุดิบและขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลยค่า

 

เตรียมสอบเข้า ป.1

เตรียมสอบเข้า ป.1 ให้ลูกด้วยแบบฝึกหัด กว่า 75 แบบฝึก

แจกไฟล์แบบฝึกหัด เตรียมสอบเข้า ป.1 มากถึง 75 แบบ หากบ้านไหนกำลังมองหาแบบฝึกหัด เพื่อให้ลูกน้อยชั้นอนุบาลฝึกทำก่อนขึ้นชั้นประถม คุณพ่อคุณแม่สามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี!!!

แจกฟรี! ไฟล์แบบฝึกหัด เตรียมสอบเข้า ป.1 กว่า 75 แบบฝึก

การทำแบบฝึกหัด ถือเป็นการทบทวนสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ไปแล้ว ซึ่งแบบฝึกหัด เตรียมสอบเข้า ป.1 นี้ เป็นไฟล์ที่ผู้เขียนได้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หมวด ซึ่งสอดคล้องกับแนวการสอบเข้าโรงเรียนสาธิต คือ เด็ก ๆ ต้องมีความรู้ทั้งเชาว์ปัญญาในการคิดวิเคราะห์ วิชาการ (คณิตศาสตร์และภาษาไทย) และความรู้รอบตัวในทักษะชีวิต

สอดคล้องกับทักษะที่เด็กในศตวรรษที่ 21 ที่ควรจะต้องมี โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. ทักษะด้านวิชาการเบื้องต้นหรืออาจเรียกอีกนัยหนึ่งคือความรู้พื้นฐาน

2. ทักษะด้านความสามารถเฉพาะตัว

โดยเมื่อนำเอาความรู้ต่างๆที่มีอยู่แล้วในตัวเด็กมาผสมผสานรวมเข้ากับความสามารถเฉพาะตัวของเขาแล้วจะทำให้เขาผู้นั้นประสบความสำเร็จในอนาคตได้ไม่ยากหรือที่เรียกว่าการมีเชาว์ปัญญาในการคิดวิเคราะห์  โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ด้านวิชาการ

เด็ก ๆ ทุกคนควรที่จะต้องสามารถอ่านออกเขียนได้ คิดคำนวณได้ และหากลูกน้อยเริ่มอยู่ในชั้นสูงขึ้นไป ก็ต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มีความสามารถด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงมีความรู้เกี่ยวกับการเงินการธนาคาร สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีในตัวเด็ก เพื่อให้เขามีความรู้พื้นฐานที่เพียงพอต่อการรับเอาสิ่งใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคตได้

ด้านความคิดสร้างสรรค์

ในด้านของความคิดสร้างสรรค์ ก็เพื่อให้เด็กๆ มีความสามารถในการแข่งขันกับผู้อื่นได้ ดังนั้นลูกควรจะต้องมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน นอกจากนั้นแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ในเด็กก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญเนื่องจากจะเป็นส่วนช่วยให้สามารถต่อยอดความรู้ที่เขาได้เรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในตัวเด็กๆอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกมีทั้งความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับกระบวนการคิดที่เป็นระบบและคิดอย่างสร้างสรรค์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการสื่อสารและการมีความร่วมมือในการทำงานกับผู้อื่นนั่นเอง หากลูกของเรามีความสามารถในทุกๆ ด้านแต่ไม่สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้คนอื่นได้ การมีศักยภาพก็คงจะไม่เกิดขึ้นในตัวลูกอย่างแน่นอน

ดังนั้นเพื่อเป็นการฝึกทักษะด้านวิชาการและความคิดสร้างสรรค์ให้ลูกน้อย โดยเฉพาะในวัยที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างวัยอนุบาล ที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมและต้องเตรียมสอบเข้า ป.1 เราจึงมีแบบฝึกหัดที่ส่งเสริมให้ลูกน้อย ได้เรียนรู้และฝึกฝนสำหรับ เตรียมเข้าชั้น ป. 1 มาฝาก ดังนี้ค่ะ 

เลี้ยงลูกให้กตัญญู

ป้องกันลูกทิ้งตอนแก่ เลี้ยงลูกให้กตัญญู ต้องทำสิ่งนี้บ้าง!

เลี้ยงลูกให้กตัญญู ได้ถ้าพ่อแม่ปล่อยให้ ปู่ย่าตายายเลี้ยงและมีเวลาอยู่กับหลานบ้าง!

 

คุณพ่อคุณแม่คะ ต้องถามก่อนว่า ทุกวันนี้ เราปล่อยให้ลูกของเราได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดปู่ย่าตายายมากแค่ไหน จริงอยู่ที่เราอาจจะมีพี่เลี้ยง และพ่อแม่ของเราก็อาจจะแก่แล้ว แต่การพาลูกหลานไปเจอและไปอยู่ใกล้ชิดกับพวกท่าน จริง ๆ แล้วมีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกับตัวของผู้สูงอายุ หรือแม้แต่เด็กเอง สาเหตุจะเป็นเพราะอะไรนั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำตอบมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนแล้วละค่ะ

เมื่อเด็ก ๆ ได้ใช้เวลาอยู่กับปู่ย่าตายายของตัวเอง พวกเขาจะเกิดความรู้สึกผูกพัน ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับตามมานั้นก็คือ การที่ลูกมีจิตใจอ่อนโยน และรู้จักเอาใจใส่ผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังอาจจะได้ข้อคิดหรือแง่คิดดี ๆ กับการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันให้เด็กเลือกปฏิบัติกับผู้อื่นได้อีกด้วย

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2 >>

ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

กระซิบบอกสามี! 10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ ช่วยห่างไกลโรค

พบกับ 10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ ที่คุณพ่อและคุณแม่ไม่ควรพลาด ฟินได้ คลายเครียด แถมปลอดโรค!

 

กำลังเครียดกันอยู่หรือเปล่าคะ? ถ้าใช่ละก็เชิญทางนี้เลยค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมานำเสนอวิธีคลายเครียดให้คุณพ่อคุณแม่กัน รับรองว่า งานนี้ไม่ใช่แต่จะหายเครียดเท่านั้นนะคะยังจะฟินอีกเสียด้วย แต่อย่าลืมนะคะว่า ทุกอย่างเป็นดาบสองคม เช่นเดียวกับ การมีเซ็กส์หรือการมีเพศสัมพันธ์ หากมีให้ถูกที่ ถูกต้องและถูกเวลา ก็ย่อมนำพาเราไปเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ และปลอดภัย แต่ในทางกลับกัน หากมีผิดแปลกแหวกแนว หรือมีไม่เลือกละก็ อาจจะนำพาโรคร้ายต่าง ๆ มาให้เราด้วยก็ได้

นพ.กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และแอดมิน (admin) เพจ “sarikahappymen” ได้บอกถึงประโยชน์ของเซ็กส์ว่า เรื่องเพศเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามาตั้งแต่เกิด อย่างน้อยจุดเริ่มต้นของเราทุกคน ก็มาจากตรงนั้นแหละ ส่วนการมีเซ็กส์เมื่อมัน “ถูกต้อง-ถูกสถานที่-ถูกเวลา” ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ที่ไม่ดี…มันก็มีถมไป! โดยได้กล่าวถึงประโยชน์เอาไว้ดังนี้

10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

1.กระตุ้นภูมิคุ้มกัน การมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ โดยพบว่าคนที่มีเซ็กส์สม่ำเสมอ จะมีระดับแอนติบอดี้ที่ชื่อว่า “Immunoglobulin A” หรือ IgA มากกว่าคนทั่วไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติเสริมภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าพอมีอะไรลึกซึ้งก็มีการแลกเปลี่ยนสารกันระหว่างบุคคล ทำให้ร่างกายผลิต “IgA” ขึ้นมา ซึ่งประโยชน์ก็คือทำให้เป็นไข้หรือเป็นหวัดน้อยลงนั่นเองค่ะ

2. ดีต่อใจ อย่างที่ทราบกันดีค่ะว่า การออกกำลังกายนั้น ทำให้เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับการมีเซ็กส์แต่ละครั้ง ก็ช่วยบริหารหัวใจได้เช่นกัน สมาคมโรคหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกาได้พบว่า คนที่มีเซ็กส์อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งนั้น จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้น้อยกว่าคนที่ไม่มีเลยมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์

3. ลดความดัน ได้มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่า ผู้หญิงที่มีอายุมากแล้วยังมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้มากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีและอยู่ในรุ่นอายุคราวเดียวกัน

4. แก้ปวดหัว ใครเป็นไมเกรนละก็ ต้องไม่พลาด เพราะงานวิจัยทางการแพทย์ของประเทศเยอรมัน ได้พบว่า การมีเซ็กส์นั้นจะสามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้มากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และนั่นคือสาเหตุที่ว่า เวลาที่เรามีเพศสัมพันธ์นั้น ร่างกายจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า เอนโดรฟิน ออกมาสร้างความสุขและระงับอาการปวดลงได้นั่นเองค่ะ

5. ลดโอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ข้อนี้เป็นที่ฮือฮาและกล่าวขานเป็นอย่างมากเลยละค่ะ กับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่พบว่า ผู้ชายที่มีการหลั่งอย่างน้อยเดือนละ 21 ครั้ง จะมีโอกาสเป็นต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

6.ทำให้นอนหลับดีขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมีปัญหานอนไม่หลับ วันนี้มีข่าวดีมาบอกค่ะ ได้มีการศึกษาหลายครั้งพบว่า หลังจากมีเซ็กส์แล้วร่างกายจะหลับดีขึ้น ซึ่งบางคนอาจคิดว่าคงเพราะเหนื่อย แต่จริง ๆ มีมากกว่านั้น คือพบว่าขณะเรามีเซ็กส์นั้นร่างกายจะมีการหลั่งฮอรโมน “อ๊อกซิโตซิน” กับ “เซโรโทนิน”ออกมา ซึ่งสารทั้งคู่นั้นจะช่วยให้ร่างกายหลับสนิทมากขึ้นได้นั่นเอง

7.ลดความเครียด ปัจจุบันโรคเครียดเป็นปัญหาที่กำลังพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมคนทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตมากมาย และปัจจุบันทางการแพทย์พบว่าคู่สมรส หรือครอบครัวที่ยังมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ จะมีระดับความเครียดลดลงมาก ซึ่งก็ทำให้ความดันลดลงเช่นกัน

8.กระตุ้นสมอง มีการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ พบว่าการมีเซ็กส์บ่อย ๆ จะมีความจำดีกว่าคนที่ไม่ค่อยมี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากประเทศเนเธอแลนด์ อธิบายว่า การมีเซ็กส์ช่วยกระตุ้นสมองส่วน “ฮิปโปแคมปัส” ซึ่งช่วยเรื่องความจำได้

9.อายุยืนขึ้น งานวิจัยจากวารสารการแพทย์ติดตามผู้ชายอายุ 45-60 ปี จำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 10 ปี พบว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่อยู่อย่างสันโดษ

10.เพิ่มความมั่นใจ ทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงมีระดับความเชื่อมันในตัวเองสูงกว่าคนที่ไม่ค่อยได้มีเซ็กส์

ในเมื่อข้อดีมีมากขนาดนี้ จะช้าอยู่ใย ว่าแล้วคืนนี้ รีบสะกิดบอกสามีกันเลยดีกว่าค่ะว่า หากอยากมีสุขภาพดี ห่างไกลมะเร็งละก็คืนนี้เจอกัน!

 

อ่านต่อเนื้อหาอื่นที่น่าสนใจ:


ขอบคุณที่มา: เดลินิวส์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ให้ลูกกินไข่

4 เหตุผลที่พ่อแม่ควร ให้ลูกกินไข่

ลูกไม่สบายบ่อย เข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ ความจำไม่ค่อยดี  แค่พ่อแม่ ให้ลูกกินไข่เป็นประจำก็ช่วยได้

 

 

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. ได้อธิบายว่า อาหารทุกมื้อล้วนมีความสำคัญ แต่ในบรรดาอาหารแต่ละมื้อที่เรากิน มื้อที่มีความสำคัญที่สุดคือ ‘อาหารเช้า’ เนื่องจากร่างกายอดอาหารมาตลอดทั้งคืน อาหารเช้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานจากอาหารมื้อเย็น ไปเลี้ยงหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย  พอตื่นเช้ามา หลังจาก 9-10 โมง เราจะเริ่มหิว ดังนั้น จึงต้องกินอาหารเช้าเข้าไปทดแทนพลังงานที่เสียไป อีกทั้งอาหารเช้ายังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายและสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้ายังช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย

และอาหารเช้าที่คนส่วนใหญ่นิยมทานก็มักจะมี ไข่ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งมหาวิทยาลัย North Carolina จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้การสนับสนุนให้คนส่วนใหญ่รับประทานไข่เป็นประจำทุกวัน เพราะเป็นอาหารที่ไม่ได้มีราคาแพง แถมอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ทำไมต้องกินไข่ทุกเช้า หาคำตอบได้ที่หน้า 2 >>

เทรนด์ฮิตแม่ยุคใหม่! “ฝากไข่” เพื่อมีลูกในอนาคต

“ฝากไข่” เทรนด์ใหม่ของสาวโสดที่อยากมีลูกในอนาคต … และกลัวว่าอายุเพิ่มขึ้นแล้วจะมีลูกไม่ได้

 

 

เมื่อยุคนี้คือยุคของหญิงเก่งและแกร่ง แถมเวลาก็ไม่ค่อยมี การ ฝากไข่ จึงกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของสาวโสด เนื่องจากกลัวว่าพอวันเวลาผ่านไป อายุเริ่มมีมากขึ้น การตั้งครรภ์จะเป็นอะไรที่ยากลำบากแถมยังถือเป็นความเสี่ยงกับพัฒนาการของลูกด้วย

นอกเสียจากนี้ ยังพบว่าผู้หญิงแต่งงานน้อยลงหรือช้าลง โดยนิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น ยืนยันได้จากอัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 ลดลงเหลือ ร้อยละ 0.4 อาจจะด้วยเหตุผลจากหน้าที่การงาน หรือความรักอิสระมากขึ้นของสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน แต่ในความเปลี่ยนแปลงนั้น เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์โดยการฝากไข่แช่แข็ง หรือ Oocyte Freezing จึงเป็นที่ตอบโจทย์ที่ทำให้เราไม่ต้องกังวลกับอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีกต่อไปค่ะ

อ่านต่อ >> เนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2

จู๋ดำ

ไขข้อข้องใจคุณผู้ชาย ทำไมจุ๊ด จู๋ดำ?

ทั้ง ๆ ที่อยู่ร่มผ้า แต่ก็ไม่วายที่จะดำ … ร่วมไขข้อข้องใจ ทำม๊ายทำมาย จู๋ดำ?

 

 

คุณพ่อทั้งหลายคะ เคยคิดหรือสงสัยกันหรือไม่คะว่า ทำไมน้องชายของคุณพ่อถึงดำ ทั้ง ๆ ที่แดดก็ไม่โดน แถมอยู่ในร่มผ้าตลอดเวลา แต่กลับมีสีดำ เชื่อเถอะค่ะว่า แม้แต่ผู้เขียนหรือทีมงานเองตอนแรกยังไม่รู้เลยเหมือนกัน แต่พอได้อ่านเจอเท่านั้นละค่ะ ถึงกับบางอ้อ จนต้องรีบนำมาเขียนเป็นบทความให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกันเลยทีเดียว

และไม่ใช่แค่คำตอบเท่านั้นนะคะที่เราเตรียมมาให้ เพราะทีมงาน Amarin Baby and Kids ยังได้เตรียมวิธีการทำความสะอาดที่่ถูกต้องมาฝากกันด้วยละค่ะ พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าหากพร้อมแล้วไปอ่านบทความนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2 >>

มดลูกมีปัญหา

เลี่ยงได้เลี่ยง! 10 พฤติกรรมส่งผลให้ มดลูกมีปัญหา

มดลูกมีปัญหา แน่! ถ้าคุณแม่ ๆ ทั้งหลายไม่ดูแลให้ดี ระวังแก่ตัวไปจะลำบาก !!

 

 

ร่างกายของผู้หญิงนั้นซับซ้อนนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายของผู้หญิงเรา ไม่ว่าจะเป็นรังไข่หรือมดลูก ซึ่งวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาพูดถึงมดลูกกันค่ะ เพราะถ้าหากเราดูแลไม่ดีละก็ อนาคตรับรองลำบากแน่นอนเลยละค่ะ แล้วใครละจะเป็นคนดูถ้าไม่ใช่ลูกหลานของเราเอง ดังนั้น ถ้าหากไม่อยากให้ลูกหลานต้องลำบาก หรือต้องนำเงินเก็บที่มีมาเป็นค่ารักษาพยาบาลละก็ หลีกเลี่ยง 10 พฤติกรรมเหล่านี้ซะเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นจะหาว่าไม่เตือน

มดลูก คืออะไร?

ซึ่งมดลูกที่ว่านี้ เป็นอวัยวะกลวง ที่มีรูปร่างคล้ายกับลูกแพร์ มีผนังหนาวางตัวอยู่ในช่องเชิงกราน อยู่หลังกระเพาะปัสสาวะ อยู่หน้าลำไส้ใหญ่ และช่องทวารหนัก โพรงของมดลูกนั้นอยู่ติดกับโพรงของปีมดลูกและโพรงของช่องคลอด

อ่านต่อ >> เนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2

ข้อห้ามคนท้อง

10 ข้อห้ามคนท้อง ที่ต้องระวังขณะตั้งครรภ์

ข้อห้ามคนท้อง สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คงจะเคยได้ยินข้อห้ามต่างๆที่คนรอบข้างคอยเตือนมากมายเลยใช่ไหมคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids รวบรวม 10 ข้อห้ามสำหรับคนท้องมาฝากค่ะ มาดูกันว่าคนท้องห้ามทำอะไรบ้าง และทำแล้วจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ขนาดไหน

Continue reading “10 ข้อห้ามคนท้อง ที่ต้องระวังขณะตั้งครรภ์”

คนท้องนวดได้ไหม

คนท้องนวดได้ไหม อันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่า?

เดี๋ยวปวด เดี๋ยวเมื่อย อยากรู้จัง คนท้องนวดได้ไหม … ร่วมไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

โอ้ยปวด โอ้ยเมื่อย … อยากจะไปนอนนวดก็เกรงใจ เพราะลังเลว่าจะเสี่ยงกับการแท้งหรือไม่นั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาร่วมไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ แต่เอ … ก่อนที่จะไปหาคำตอบนั้น ทำไมเราไม่มาดูกันก่อนถึงสาเหตุของอาการเมื่อยนี้กันก่อนค่ะ

ทำไมคนท้องถึงรู้สึกเมื่อย?

อาการปวดเมื่อยของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยละค่ะ ไม่ว่าจะเป็น สรีระที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น พออายุครรภ์มีมากขึ้น มดลูกก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย จนส่งผลทำให้กระดูกสันหลังช่วงเอวแอ่นมาข้างหน้ามากกว่าปกติ และนี่เองค่ะ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดเมื่อย นอกเสียจากนี้ยังเป็นเพราะคนท้องไม่ค่อยได้ขยับตัวหรือเปลี่ยนอิริยาบถมากเท่าไรนัก พอยืน นั่ง หรือนอนนาน ๆ อาการปวดเมื่อยก็เลยเกิดขึ้น

ว่าแต่คนท้องนวดได้หรือไม่  อ่านต่อได้ที่หน้า 2 >>