สมองพิการ

สมองพิการ ภาวะผิดปกติในเด็ก รักษาได้หรือไม่?

สมองพิการ
สมองพิการ

การรักษาภาวะสมองพิการ

  • การรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด เพื่อให้เด็กสามารถช่วยตัวเองได้มากที่สุดถ้าเป็นโรคนี้ มักจะต้องรักษาทางกายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด โดยการใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน การฝึกพูดและแก้ไขความผิดปกติเกี่ยวกับสายตาและการได้ยิน และเพิ่มทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ฝึกการดูดกลืน ทักษะการทำกิจวัตรประจำวัน และการช่วยเหลือตัวเอง
  • การรักษาด้วยยา อาจให้ยากลุ่มที่ใช้ควบคุมอาการที่พบร่วมด้วย เช่น ถ้าชักก็ให้รักษาแบบโรคลมชัก ถ้าแขนขาเกร็งหรือเคลื่อนไหวผิดปกติก็ให้ยาบรรเทาอาการ เช่น ไดอะซีแพม ไตรเฮกซีเฟนิดิล
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การย้ายเอ็น หรือการผ่าตัดกระดูก
  • การรักษาอื่นๆ เช่น การแก้ไขปัญหาสายตาและการได้ยิน การรักษาภาวะชัก และการรักษาด้านจิตเวช

สมองพิการ

สำหรับการดูแลรักษาเด็กที่มีภาวะ สมองพิการ จำเป็นมากๆเลยค่ะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของตัวเด็กเอง และครอบครัว รวมถึงทีมแพทย์ผู้รักษา ซึ่งหากได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เล็กๆ จะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่ารักษาเมื่อเด็กมีอายุมากแล้ว แต่การรักษาในผู้ป่วยแต่ละรายอาจต้องพิจารณาจากความรุนแรงของภาวะสมองพิการ และอายุของผู้ป่วยร่วมด้วยค่ะ ซึ่งการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กสมองพิการ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม กุมารแพทย์สาขาประสาทวิทยา ศัลยแพทย์ด้านระบบประสาท ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดค่ะ

สมองพิการในเด็ก ป้องกันได้อย่างไร?

สมองพิการเป็นโรคที่หาทางป้องกันได้ค่อนข้างยากค่ะ เนื่องจากมักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ถ้าทราบสาเหตุที่แน่ชัดแล้ว ก็อาจป้องกันได้โดย

  • ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ควรดูแสสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง บำรุงครรภ์ด้วยอาหารสุขภาพ ควบคุมโรคเรื้อรังที่อาจะเกิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน
  • เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลอดในสถานพยาบาลที่มีความพร้อม
  • หากพบว่าทารกแรกเกิดมีอาการตาเหลือง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
  • ทารกที่เกิดมา ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามที่แพทย์กำหนด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆที่จะตามมา และควรให้การดูแลรักษาอย่างถูกต้องเมื่อลูกน้อยมีอาการเจ็บป่วย

 

ไม่ว่าแม่คนไหน ก็ย่อมอยากให้ลูกน้อยที่เกิดมามีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และมีร่างกายที่ปกติใช่ไหมคะ ดังนั้นคุณแม่ๆควรดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ตั้งแต่ช่วงเริ่มวางแผนที่จะมีลูกน้อยเลยค่ะ รวมถึงเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว คุณแม่ก็ควรหมั่นสังเกตว่าลูกมีความผิดปกติกับร่างกายใดๆหรือไม่ หากพบความผิดปกติ จะได้รู้เท่าทัน และดูแลรักษาอย่างถูกต้องค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูล www.phyathai.com  / www.healthcarethai.com

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

หมอสุธีรา เผย! ลูกอ้วน จากนมแม่ อันตรายไหม?

อยากให้ลูกมีพัฒนาการดี พ่อแม่ต้องทำ 5 สิ่งนี้ให้กับลูก!

พ่อแม่เช็กด่วน! หลังจิตแพทย์เตือน! เลี้ยงลูกระวังเสี่ยง ภาวะเด็กถูกเร่ง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X