สมองพิการ

สมองพิการ ภาวะผิดปกติในเด็ก รักษาได้หรือไม่?

สมองพิการ ภาวะผิดปกติในเด็ก คุณแม่ๆสามารถเริ่มสังเกตจากอะไรบ้าง และมีวิธีรักษาได้หรือไม่?  วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลดีๆมาฝากแม่ๆกันค่ะ

 

สมองพิการ ภาวะผิดปกติในเด็ก  

สมองพิการ หรือภาษาการแพทย์เรียกว่า cerebral palsy บางครั้งนิยมเรียกตามตัวย่อว่า โรค CP เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการบาดเจ็บอย่างถาวรในสมองที่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหวและท่าทางของร่างกาย หรือเกิดจากรอยโรคในสมองใหญ่ ที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่มักเป็นมาแต่กำเนิด หรือตั้งแต่เล็กๆ พบได้บ่อยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด, มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่า 1,500 กรัม, ทารกที่คลอดท่าก้น,เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของการคลอด หรือขณะตั้งครรภ์ มารดาเป็นโรคติดเชื้อหรือโรคเรื้อรังบางชนิด ซึ่งปัจจุบันพบได้ 1 – 3 คนต่อเด็กทารก 1,000 คน หรือปีละประมาณ 2,000 คน

 

โรคสมองพิการ เกิดจากสาเหตุอะไร?

ต้องบอกเลยว่าโรคสมองพิการ สามารถเกิดได้ตั้งแต่ระยะก่อนคลอด ระหว่างคลอด หลังคลอด และระยะเด็กเล็ก

  • ระยะก่อนคลอด

ในระยะนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดจากความผิดปกติของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือคุณแม่มีการติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น ติดเชื้อไวรัสบางชนิด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ หัดเยอรมัน โรคลมชักชนิดรุนแรง โรคขาดอาหารรุนแรง ดื่มแอลกอฮอล์จัด สูบบุหรี่ ได้รับสารกัมมันตรังสี หรือพัฒนาการทางสมองของทารกอาจผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ซึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือภาวะตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดสมองของทารก

  • ระยะระหว่างคลอด

ในระยะนี้ อาจเกิดจากการคลอดยาก รกพันคอ ภาวะตกเลือด ขาดออกซิเจนแรกคลอด หรือคลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดน้อย ติดเชื้อ ตัวเหลือง น้ำตาลต่ำ สมองได้รับบาดเจ็บ หรือมีเลือดออกในสมองขณะคลอด

  • ระยะหลังคลอด

ในระยะนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้สมองทารกได้รับความเสียหายในบางส่วน หรือเกิดจากการที่สมองทารกได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ

  • ระยะเด็กเล็ก

ในระยะนี้มักเกิดจากการติดเชื้อของสมองจากภาวะแทรกซ้อน เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตะกั่วเป็นพิษ โรคขาดอาหารรุนแรง ศีรษะเด็กได้รับบาดเจ็บหรือเลือดออกในสมอง สำลักสิ่งแปลกปลอมทำให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจ หรือจมน้ำ

 

อาการของเด็กที่มีภาวะ สมองพิการ มีวิธีสังเกตอย่างไร?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

เลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ

9 วิธี เลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ บอกเลยทำง่ายไม่ยาก

มีพ่อแม่คนไหนบ้างที่ไม่อยากให้ลูกได้ดี พบกับ 9 วิธี เลี้ยงลูกให้ประสบความสำเร็จ งานนี้บอกเลยใคร ๆ ก็ทำได้!

 

 

ลูก คือของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของคนเป็นพ่อเป็นแม่ … ใคร ๆ ก็อยากเห็นลูกของตัวเองได้ดี ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หาเลี้ยงตัวเองได้ ที่สำคัญยังต้องเป็นคนดีอีกด้วย ขอแค่คุณพ่อคุณแม่มีคุณสมบัติตามข้อใดข้อหนึ่งของ 9 ข้อ ความสำเร็จในอนาคตของลูก ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วละค่ะ

ได้มีมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก นิตยสารออนไลน์ Business Insider เขียนโดย เรเชล จิลเลตต์ และเดร้ค แบเออร์ ได้รวบรวมคุณลักษณะของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกที่ประสบความสำเร็จ โดยพ่อแม่เหล่านี้มีคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ ซึ่งได้อ้างอิงถึงผลงานวิจัยของนักวิจัย และนักวิชาการที่สนับสนุนข้อสรุปเกี่ยวกับแต่ละคุณลักษณะดังนี้

วิวัฒนาการชุดชั้นใน

พบกับ วิวัฒนาการชุดชั้นใน ที่คุณแม่ไม่ควรพลาด (มีคลิป)

พบกับ วิวัฒนาการชุดชั้นใน กว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ที่มาจะเป็นแบบไหนที่นี่มีคำตอบ!

 

 

คุณแม่ทั้งหลายเคยสงสัยกันหรือไม่คะว่า ชุดชั้นในที่เราใส่ ๆ กันนั้น เขามีที่มากันอย่างไร คนสมัยก่อนจะใส่แบบไหน เอ … หรือว่าเขาไม่ใส่กัน ถ้าอยากรู้แล้วละก็ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีคำเฉลยมาฝากคุณแม่ ๆ ทุกท่านกันค่ะ นอกจากนี้นะคะ ทีมงานยังมี 5 วิธีสังเกตว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเปลี่ยนชุดชั้นในใหม่กันเสียที

ชุดชั้นใน คืออะไร?

ชุดชั้นใน สามารถเรียกอีกอย่างว่า อันเดอร์แวร์ Underwear) เป็นเสื้อผ้าสวมใส่อยู่ข้างในใต้เสื้อผ้าอื่น ๆ ที่มักจะไปในผิว โดยจะปกคลุมชั้นนอกจากการถูกทำให้สกปรก จากการหลั่งของร่างกายและการปล่อยของเสียจากร่างกายและให้ความช่วยเหลือบางส่วนได้ ในสภาพอากาศหนาวเย็น ชุดชั้นในโดยทั่วไปจะมีสองประเภท ผู้ที่จะสวมใส่เพื่อให้ครอบคลุมร่างกายส่วนลำตัวและเสื้อกางเกงชั้น แม้ว่าเสื้อผ้าที่ครอบคลุมทั้งสองก็ยังมีอีกด้วย สไตล์ที่แตกต่างของชุดชั้นในที่สวมใส่โดยทั่วไปจะเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ชุดชั้นในที่สวมใส่โดยทั่วของผู้หญิงในทุกวันนี้ก็มี ยกทรง และกางเกงชั้นในสตรี เป็นต้น

ตุ่มที่ผิวหนัง

ตุ่มที่ผิวหนัง 1 ในสัญญาณบอกโรคมะเร็ง

ตุ่มที่ผิวหนัง คุณแม่ๆบางท่านอาจจะเคยเป็นกันใช่ไหมคะ หรือผิวหนังผิดปกติเปลี่ยนไปจากเดิม บอกเลยว่าอย่าชะล่าใจนะคะ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้

 

ตุ่มที่ผิวหนัง 1 ในอาการของผิว สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง

เชื่อว่าคุณแม่ๆหลายท่าน เมื่อเวลาเกิด ความผิดปกติของผิวหนังตัวเอง เช่น ตุ่มที่ผิวหนัง ผิวหนังลอก หรืออื่นๆ ก็มักจะคิดว่าไม่เป็นอันตรายมาก และเพิกเฉย เพราะคิดว่าอาจจะหายได้เอง แต่รู้หรือไม่คะว่า ความผิดปกติของผิวหนัง นั้น อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งได้เลยทีเดียว รวมถึงอาจจะบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพภายในอื่นๆได้ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งร้าย ลองมาดูวิธีสังเกตกันดีกว่าค่ะว่า ลักษณะผิวหนังเปลี่ยนไปแบบไหน บ่งบอกความเสี่ยงโรคมะเร็งอะไรได้บ้าง

 

มีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ได้เคยเผยไว้ว่า ในปัจจุบันสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก มาจากโรคมะเร็ง ซึ่งมีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง  7 ล้านคนต่อปี และสำหรับในประเทศไทย มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศ ติดต่อกันมา 7 ปี และที่ผ่านมาพบว่ามีโรคมะเร็งที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในหลายชนิด ที่แสดงอาการทางผิวหนัง และสามารถแพร่กระจายมาสู่ผิวหนังด้วย

 

♦♦♦ อวัยวะที่เป็นต้นตอของมะเร็งที่กระจายมาสู่ผิวหนังได้บ่อยที่สุดคือ เต้านม ปอด กระเพาะอาหาร มดลูก ลำไส้ใหญ่ และไต ส่วนใหญ่มักจะพบการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในตำแหน่งที่อยู่ใกล้มะเร็งต้นตอ

 

ความผิดปกติของผิวหนังแบบไหน บ่งบอกถึงโรคมะเร็งชนิดใดบ้าง?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

ยาแก้แพ้ทำให้มีลูกยาก

วิจัยเผย! ผู้ชายกินยาแก้แพ้บ่อย เสี่ยง “มีบุตรยาก”

ผลวิจัยเผย! คุณพ่อท่านไหนกินยาแก้แพ้เป็นประจำ เสี่ยงต่อการ “มีบุตรยาก”

หากคุณพ่อท่านไหนที่อยากมีลูก แต่ติดปัญหาพยายามเท่าไรก็ไม่สมหวังเสียที อาจจะต้องตรวจเช็คตัวเองให้ดีหลังอ่านบทความนี้!

เมื่อคณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชื่อดัง ได้ทำการตีแผ่ข้อมูลงานวิจัย ถึงแนวโน้มที่ยาแก้แพ้กลุ่มแอนติฮิสตามิน อาจจะมีส่วนทำให้การผลิตฮอร์โมนในเพศชายผิดปกติได้ หากใช้ยานี้ต่อต่อกันเป็นระยะเวลานาน

คณะวิทยาศาสตร์จากสถาบันชีววิทยาและการทดลอง ทางการแพทย์ของอาร์เจนตินา ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลลงในวารสาร Reproduction โดยระบุว่า ผลการทดลองกับสัตว์ในงานวิจัยหลายชิ้นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ชี้ถึงแนวโน้มที่ยาแก้แพ้กลุ่มแอนติฮิสตามีนจะทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะผิดปกติ หากใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

โดยยากลุ่มแอนติฮิสตามีน (Antihistamines) หรือยาแก้แพ้ที่นิยมใช้ลดน้ำมูก ผื่นคัน และภูมิแพ้จากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ทั่วไปนั้น ในระยะยาวอาจส่งผลให้การทำงานของอัณฑะบกพร่อง และเป็นปัญหาต่อการเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้

มีบุตรยาก
วิจัยเผย ผู้ชายกินยาแก้แพ้บ่อย เสี่ยงมีบุตรยาก

ผลวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ว่า แอนติฮิสตามีนอาจส่งผลให้สเปิร์มหรือตัวอสุจิมีจำนวนลดลง ทั้งมีอัตราการตายสูงและรูปร่างผิดแปลกไปจากมาตรฐานด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการมีบุตรยาก

ทั้งนี้ ดร. คาโรลินา มอนดิโญ ผู้นำคณะนักวิจัยดังกล่าวว่า ฮิสตามีน (Histamine) เป็นโมเลกุลที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่ล่วงล้ำเข้ามา ทำให้เกิดอาการแพ้เช่น จามหรือคัน แต่นอกจากนั้นแล้วฮิสตามีนยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมวงจรการหลับและตื่น รวมทั้งพฤติกรรมทางเพศและการเจริญพันธุ์อีกด้วย หากใช้ยาแก้แพ้ซึ่งมีผลยับยั้งการทำงานของฮิสตามีนมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบเรื่องการมีบุตรได้

อย่างไรก็ดี ดร. คาโรลินา กล่าวว่า “ยังไม่มีการทดลองในมนุษย์ เพื่อยืนยันเรื่องผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ต่อการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศของผู้ชายโดยตรง จึงอาจต้องมีการทดลองซ้ำในวงกว้างขึ้นอีก ซึ่งอาจนำไปสู่การคิดค้นยาแก้แพ้ชนิดใหม่ ที่จะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงดังกล่าวขึ้น”

เช่นเดียวกับ ดร.ฉันนะ ชัยเสนา ผู้เชี่ยวชาญจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (ไอซีแอล) แสดงความเห็นว่า ผลการวิเคราะห์ดังกล่าว ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้แน่นอนว่ายาแอนติฮิสตามีนเป็นตัวการที่ทำให้จำนวนของสเปิร์มลดลง เพราะในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา คุณภาพของตัวอสุจิในหมู่ประชากรเพศชายทั่วโลกลดลงเรื่อย ๆ จากหลายสาเหตุ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ลดการใช้ยาแก้แพ้ลงเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด

เอาใจคุณแม่ด้วย 11 เมนูอะโวคาโด ที่บอกเลยง๊ายง่าย

พบกับ 11 เมนูอะโวคาโด ที่คุณแม่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน กินแล้วถูกใจจนต้องขอเพิ่ม!

 

อะโวคาโด คือหนึ่งในผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ซูเปอร์ฟู้ด ที่คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกที่จะให้ลูกได้รับประทานกันตั้งแต่ยังเล็ก เนื่่องจากมีคุณสมบัติที่ดีคือ อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่นานาชนิด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพของทารก มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง และการมองเห็น นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูง ที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบขับถ่ายให้กับลูกน้อย

เพราะอุดมไปด้วยสิ่งดี ๆ มากมายทีมงาน Amarin Baby and Kids จะได้รวมรวมเอาเมนูอะโวคาโดที่ทำง่าย ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

 

เมนูอโวคาโด

เมนูแรก:  ซุปข้นอะโวคาโดและลูกแพร์

ส่วนผสม:

  • อะโวคาโด 1 ผล
  • ลูกแพร์ 1 ลูก
  • น้ำต้มสุกที่สะอาด 1/2 ถ้วย

วิธีการทำ:

  • ให้คุณแม่ผ่าผลอะโวคาโดออกมาสองซีก หลังจากนั้นใช้ช้อนตักเม็ดออก
  • เสร็จแล้วให้สไลด์ผลอะโวคาโด เสร็จแล้วให้นำผลลูกแพร์สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • หลังจากนั้นให้นำผลไม้สองชนิดออกมาปั่น ต่อด้วยใส่น้ำต้มสุกลงไป แล้วปั่นอีกรอบ
  • หากข้นจนเกินไป แนะนำให้ใส่น้ำต้มสุกลงไปอีกครั้งนึง เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เมนูอโวคาโด

เมนูที่สอง: อะโวคาโดผสมกล้วยบด

ส่วนผสม:

  • กล้วย 1 ผล
  • อะโวคาโด 1 ลูก

วิธีการทำ:

  • ให้คุณแม่นำเนื้ออะโวคาโดพร้อมกับกล้วยมาใส่ในชาม หลังจากนั้นให้บดทั้งสองอย่างด้วยส้อมค่ะ
  • เติมน้ำต้มสุกสะอาดลงไป แล้วคนให้เข้ากัน หรือคุณแม่อาจจะเติมนมผสมลงไปก็ได้นะคะ อันนี้ก็ไม่ว่ากัน
  • หลังจากนั้นคนทุกอย่างเข้ากันจนพอหยาบ เท่านี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูที่ลูกน้อยชอบแล้วละค่ะ

 

เมนูอะโวคาโด

เมนูที่สาม: ซุปอะโวคาโดและมันหวาน

ส่วนผสม:

  • มันหวานหั่นเต๋า 2 ถ้วย
  • อะโวคาโด 1 ผล
  • น้ำต้มสุกสะอาด 4 ถ้วย

วิธีการทำ:

  • ให้นำมันหวานหั่นเต๋าที่ได้ไปต้มไว้ 25 นาทีจนสุกและนิ่ม หลังจากสุกแล้วให้ช้อนออกมาผึ่งไว้ให้เย็น
  • นำผลอะโวคาโด และมันหวานไปบดให้พอหยาบ เสร็จแล้วเติมน้ำต้มสุกลงไป เท่านี้เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

เมนูอะโวคาโด

 

เมนูที่สี่: อะโวคาโดและมะม่วงปั่น

ส่วนผสม:

  • มะม่วง 1 ผล
  • อะโวคาโด 1 ผล
  • ผลไม้ต้มสุก 1 ผล

วิธีการทำ:

  • ให้คุณแม่ปลอกเปลือกมะม่วงออก แล้วตักเนื้อออกมา เช่นเดียวกับผลอะโวคาโดค่ะ
  • เสร็จแล้วให้เติมน้ำต้มสุกลงพร้อมกับเนื้อมะม่วงและอะโวคาโดปั่นให้ละเอียด
  • เติมนมลงไปเสร็จแล้วปั่นให้เข้ากันอีกรอบ เท่านี้เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ
ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย

ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย ดูให้ดี!…เลือกผิด? ลูกกินอาจท้องเสีย

คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย มีสรรพคุณต่างกัน หากเลือกตำลึง มาปรุงอาหารให้ลูกผิดเพศ ก็อาจทำให้ลูกท้องเสียได้ แม่น้องอันน่าห์จึงมี วิธีเลือกตำลึง มาแนะนำ แบบไหนกินได้/ไม่ได้ ตามมาดูกัน

อย่างที่รู้กันว่า ผักนั้นมีประโยชน์กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ตำลึง หรือ ผักตำลึง ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นต่อลูกน้อยในวัยที่กำลังเริ่มรับประทานอาหารเสริมได้แล้ว รวมไปถึงคุณแม่ที่ให้นมลูกด้วยตัวเอง และยังจัดเป็นสมุนไพรที่ดีราคาไม่แพงแถมยังหาซื้อได้ง่าย! แต่อันดับแรกเรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่า สรรพคุณของตำลึงและประโยชน์ของตำลึง จะมีอะไรบ้าง

ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย สรรพคุณต่างกัน เลือกผิดลูกกินอาจท้องเสีย

ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย

ตำลึง เป็นผักที่หาได้ง่าย เพราะขยายพันธุ์ได้จากการที่นกกินผลตำลึงเข้าไปแล้วขับถ่ายเมล็ดออกมา โดยจะเจริญเติบโตได้ดีและแตกยอดมากในช่วงฤดูฝน

ซึ่งตามลักษณะทางพฤษศาสตร์นั้น เป็นไม้เถาเลื้อย ลำเถามีสีเขียว ตามข้อมีมือจับเส้นเล็ก ๆ เพื่อใช้ยึดเกาะ ใบจะเป็นใบเดี่ยวสลับกันไปตามเถามีรูปร่าง 5 เหลี่ยม เนื้อใบเรียบ ใบอ่อนเป็นมันเงา ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อยตื้น ๆ ใบกว้าง 3-4 เซนติเมตร และ ตำลึงยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สูง เช่น สารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และหัวใจขาดเลือด มีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก และฟัน และยังมีฟอสฟอรัส เหล็ก ไนอาซิน วิตามินซีและอื่น ๆ

นอกจากนี้ จากการค้นคว้าของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า… ตำลึงมีเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ในกระเพาะอาหาร อีกด้วย สำหรับตำรายาแผนโบราณ

ตำลึง ถือเป็นยาเย็น ใบช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการแพ้ อักเสบ แมลงมีพิษกัดต่อย แก้แสบคัน เจ็บตา ตาแดงและตาแฉะ แก้โรคผิวหนัง และลดน้ำตาลในเลือด

อีกทั้ง ตำลึง ยังเป็นผักที่คุณแม่ลูกอ่อนไม่ควรพลาดนะคะ เพราะตำลึงอุดมไปด้วย โปรตีน วิตามินจำเป็นหลายชนิด แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหารสูงมาก ๆ ที่สามารถช่วยบำรุงน้ำนม ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอกับความต้องการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

วิธีเลือก ตำลึง ตัวผู้ ตัวเมีย ลักษณะใบตำลึงต่างกันอย่างไร? มาดูกันเล้ย ⇓

ขึ้นทะเบียนว่างงาน

ขึ้นทะเบียนว่างงาน ผู้ประกันตน ประกันสังคม ทำได้อย่างไร?

ขึ้นทะเบียนว่างงาน กันหรือยัง? สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หรือใครที่กำลังจะลาออกจากงาน และอาจว่างงานชั่วคราว บอกเลยว่าถ้าไม่อยากตกงานแบบฟรีๆ เสียสิทธิ์เงินทดแทน ที่จะได้รับจากประกันสังคม ต้องอ่านเลยค่ะ วิธี ขึ้นทะเบียนว่างงาน ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

ขึ้นทะเบียนว่างงาน

สำหรับผู้ที่ตกงาน ถูกเลิกจ้าง ว่างงาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรีบไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งสามารถลงทะเบียนแบบออนไลน์ได้ เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิ์ในการรับเงินทดแทนจากประกันสังคม แต่ก่อนอื่น มาทราบเพิ่มเติมกันก่อนค่ะว่า การที่จะได้สิทธิประโยชน์เงินทดแทนจากประกันสังคมนั้น ต้องเข้าหลักเกณฑ์ใดบ้าง

 

ผู้ประกันตน จะได้เงินทดแทนประกันสังคม ต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

  1. ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย หรือ กรณีผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย
  2. มีระยะเวลาการว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
  3. ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ www.empui.doe.go.th) ของสำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลาออก หรือถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานนับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน
  4. ต้องรายงานตัวตามกำหนดนัด ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ www.empui.doe.go.th) ของสำนักงานจัดหางานไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
  5. เป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดให้
  6. ผู้ที่ว่างงาน ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
  7. ผู้ที่ว่างงาน ต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณี ดังนี้
  • ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณี ร้ายแรง
  • ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
  • ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
  • ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

 

ผู้ประกันตนมีสิทธิ์จะได้รับเงินทดแทน ดังต่อไปนี้

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

สอนภาษาอังกฤษลูก

เทคนิคแสนง่าย “สอนภาษาอังกฤษลูก” ให้เก่งได้ในวัย 1 ขวบ

หากอยาก สอนภาษาอังกฤษลูก ให้เก่งๆ  ห้ามพลาด! คลิปสุดน่ารัก เมื่อน้องเป่าเปา ต้องตอบคำถามจากแฟลชการ์ด เป็นภาษาอังกฤษ จะถูกต้องแม่นยำ สำเนียงเป๊ะขนาดไหน พ่อบี้กับแม่กิ๊บมี วิธีสอนภาษาอังกฤษลูก หรือฝึกน้องเป่าเปากันอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอปรบมือ พร้อมยอมรับในความน่ารักและความเก่งจนหลายคนตั้งฉายาให้ว่าเด็กโกงอายุ ของ “น้องเป่าเปา” ลูกสาวของ “คุณพ่อบี้ เคพีเอ็น” และ “คุณแม่กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” จริง ๆ เพราะน้องเป่าเปา นั้น เรียกได้ว่าเป็นเด็กน้อยที่มีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม ทั้งพูดเก่ง แถมยังเรียนรู้ภาษาได้เก่งมากอีกด้วย

สอนภาษาอังกฤษลูก
ขอบคุณภาพจาก : IG @gggubgib36
สอนภาษาอังกฤษลูก
ขอบคุณภาพจาก : IG @gggubgib36

เทคนิคแสนง่าย สอนภาษาอังกฤษลูก ให้เก่งได้ในวัย 1 ขวบ

ล่าสุดก็มีคลิปน้องเป่าเปา ที่กำลังนั่งตอบคำถามกับพ่อบี้ก่อนนอน โดยพ่อบี้ให้ดูการ์ดรูปภาพแล้วตอบว่าคืออะไรเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่ง “เป่าเป่า” หนูน้อยวัย 1 ขวบ 8 เดือนคนนี้ ก็สามารถตอบได้แทบทุกคำแบบสบายๆ

แม้จะมีพลาดบ้าง แต่หนูน้อยก็ใช้เวลาคิดและตอบได้ในที่สุด และหากคำไหน น้องเป่าเปา คิดไม่ออก พ่อบี้ แม่กิ๊บ ก็จะบอกใบ้ และสอนทันที เพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนรู้

สอนภาษาอังกฤษลูก

อีกทั้งบางภาพ คำตอบไปร้องเพลงไป และนอกจากความจำจะดีมากแล้ว ก็ยังต้องอึ้งกับสำเนียงภาษาอังกฤษของเป่าเปาที่เป๊ะมาก เก่งจริงๆ เลยนะตัวแค่เนี้ย

นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่หนูน้อยเป่าเปา จะเรียนแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ด้วยความที่คุณพ่อเป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ทำให้น้องเป่าเปา ต้องหัดเรียนภาษาจีนไปด้วยนั่นเอง

ว่าแต่สาวน้อย เป่าเปา จะตอบถูกได้มากน้อยแค่ไหน สำเนียงภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ตามมาดูคลิปกันเลยค่ะ…

ไม่กินข้าวเช้า

แพทย์เตือน ไม่กินข้าวเช้า ระวังเสี่ยง 6 โรคร้าย

ไม่กินข้าวเช้า  อดอาหารเช้า เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่กำลังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ใช่ไหมคะ ขอเตือนคุณพ่อคุณแม่เลยว่า ไม่ควรอดอาหารเช้านะคะ เพราะอาจเสี่ยงเป็น 6 โรคร้าย ทำลายร่างกายและสมองได้

 

ไม่กินข้าวเช้า ระวังเสี่ยง 6 โรคร้าย

เรามักจะได้ยินกันมาตลอดว่า มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญนะ ไม่กินข้าวเช้า เสี่ยงโรคต่างๆถามหาได้ แต่ด้วยการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เร่งรีบ หรือคุณแม่บางคนที่ต้องทำงานบ้าน เลี้ยงลูกจนอาจจะลืมใส่ใจเรื่องอาหารการกิน แต่ขอเตือนเลยค่ะ ถ้ารู้ว่า ไม่กินข้าวเช้า แล้วเสี่ยงหลายโรคขนาดนี้ต้องคิดใหม่เลยค่ะ

การกินข้าวเช้า สิ่งที่สำคัญคือ เวลาในการรับประอาหาร ถ้าอยากให้มื้อเช้าสมบูรณ์แบบ คุณพ่อคุณแม่ควรรับประทานให้เสร็จก่อนเวลา 7.00 น. เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานไปใช้สำหรับในการทำงาน สำหรับกฎง่ายๆของการ กินข้าวเช้า คือ

ไม่กินข้าวเช้า

ข้อแรก อาหารเช้า พยายามรับประทานอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาลให้น้อยที่สุด เพราะแป้งและน้ำตาลดูดซึมได้เร็ว เมื่อดูดซึมเร็ว อินซูลินจะมาควบคุมไม่ให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูง เมื่ออินซูลินมากดนานเข้าก็จะทำให้น้ำตาลเราต่ำ เมื่อน้ำตาลต่ำ เราก็จะหิวเร็ว เพราะฉะนั้นอาหารเช้าไม่ควรเป็นอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากเกินไป

ข้อสอง อาหารเช้า ไม่ควรจะมีรสจัดเกินไป เพราะในตอนเช้ายังไม่มีน้ำย่อยมาก และกระเพาะอาหารยังไม่ขยับเต็มที่ หากรับประทานอาหารที่มีรสจัด และมีความมันหรือเผ็ดเกินไป จะทำให้เกิดผลเสียต่อกระเพาะอาหาร รับประทานเมนูเบาๆ รสอ่อนๆจะดีกว่า

ไม่กินข้าวเช้า แล้วจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

สามีที่ดี

อยากเป็น สามีที่ดี และพ่อที่น่ารักต้องขจัดความเชื่อผิดๆเหล่านี้

สามีที่ดี และพ่อของลูกที่ดี แม่ๆคนไหนก็อยากได้จริงไหมคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีขจัดความเชื่อผิดๆที่ทำให้คุณพ่อมือใหม่ไม่กล้าเลี้ยงลูก ฝากให้แม่ๆไปบอกคุณสามีกันค่ะ

 

การเป็น สามีที่ดี

เขาว่ากันว่าได้ สามีที่ดี ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่จริงไหมคะแม่ๆ ยิ่งล่าสุดเห็นสามีแห่งชาติ พ่อติ๊ก เจษฎาภรณ์ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกชายคนเล็กตัวน้อย น้องตริณณ์ บอกเลยว่าช่างดูอบอุ่น ละมุน ละไมสุดๆ แถมยังเป็นการเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการถอดเสื้อ โชว์หุ่นเป๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมไปด้วย แหม…ไม่รู้ว่าจะโฟกัสที่ความตั้งใจเลี้ยงลูก หรืออย่างอื่นดี แต่บอกได้คำเดียวว่า ณ จุดนี้ อิจฉาภรรยาพ่อติ๊กสุดๆค่ะ

 

 

น่ารักมากๆเลยนะคะเนี่ยพ่อติ๊ก ถึงจะยุ่งแค่ไหน ทั้งงานละคร เข้าป่าถ่ายรายการ แต่ก็ไม่เคยละเลยหน้าที่คุณพ่อที่ดีและหน้าที่ สามีที่ดี ของภรรยาสาวพีช สิตมน ซึ่งก่อนหน้านี้ภรรยาคนสวยก็มักโพสต์ภาพพ่อติ๊ก กับลูกชายคนโต น้องเต้นท์อยู่บ่อยๆ เป็นโมเม้นท์ที่อ่อนโยนมากๆค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

พาลูกเที่ยวสงกรานต์

ข่าวดี! สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการ พาลูกเที่ยวสงกรานต์

อย่าลืม! เช็คเส้นทางให้ดีก่อน พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ปีนี้! เพราะงานนี้ที่ประชุมครม. ประกาศดีเดย์!

 

 

“เทศกาลวันสงกรานต์” คือเทศกาลที่คนส่วนใหญ่รอคอย ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานที่ต่างพากันดีใจที่จะได้ลากลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลูกหลานกันนาน ๆ ส่วนเด็ก ๆ เอง ก็ดีใจที่จะได้เล่นน้ำกัน แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจและรู้จริงถึงประวัติความเป็นมาและขนบธรรมเนียมประเพณีนี้

ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้ตระหนักเห็นว่า คงจะเป็นการดีที่เราจะอธิบายและสอนลูกให้เข้าใจถึงประเพณีวันสงกรานต์ ประเพณีที่มีมากกว่าการเล่นน้ำสาดกัน จึงได้รวมรวมเอาข้อมูลคร่าว ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ไม่ใช่เท่านั้นนะคะ ยังมีข่าวดีจากคณะที่ประชุมครม. เกี่ยวกับการใช้ทางด่วนมาฝากกันด้วยค่ะ

เล่นโทรศัพท์มาก

แม่เตือน! ให้ลูก เล่นโทรศัพท์มาก ระวังตาบอด!

เตือนสติพ่อแม่ทุกคน! รักและห่วงลูก อย่าปล่อยให้ เล่นโทรศัพท์มาก จนเกินไป!

 

 

สมัยนี้หันไปทางไหนไม่ใช่แต่ผู้ใหญ่เท่านั้นแล้วนะคะ ที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ เพราะแม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ ก็ยังเล่นไม่แพ้กัน บางคนเด็กตัวเล็กแค่ขวบสองขวบ พ่อแม่ก็ปล่อยให้ดู ปล่อยให้เล่นกันแล้ว ประหนึ่งว่า เป็นพี่เลี้ยงคนนึงของลูกเลยละค่ะ ซึ่งตัวผู้เขียนเองเคยมีโอกาสได้เห็นภาพแบบนั้นบ่อย ๆ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ เพราะตัวผู้เขียนเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน จนกระทั่งวันหนึ่งลูกชายของผู้เขียนเอง เริ่มทำตาแปลก ๆ ชอบขยิบตาถี่ จนเริ่มถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ และบ่นว่ามองไม่ค่อยเห็น เท่านั้นแหละค่ะ ผู้เขียนแทบจะร้องไห้เลยละค่ะ พาไปหาหมอ ๆ บอกว่า อย่าให้ลูกเล่นมือถือมาก พร้อมกับบอกว่า ตอนนี้ปัญหาที่เจอมากที่จุดก็คือ สายตาของเด็กเสีย เนื่องจากผู้ปกครองปล่อยให้เล่นมือถือมากเกินไป

และนั่น คือสาเหตุที่ทำให้ตัวผู้เขียนเองตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า จะไม่ให้ลูกเล่นและจับกับมือถืออีกโดยเด็ดขาด!! เช่นเดียวกับเรื่องราวที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมานำเสนอในวันนี้ เป็นเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ต้องการโพสต์เตือนสติและเป็นอุทาหรณ์ให้กับพ่อแม่ทุกคน ที่ชอบปล่อยลูกเอาไว้กับจอสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่นี้!

อกตัญญู

วิจัยชี้! พ่อแม่ 3 ประเภท ทำลูกกลายเป็นคน “อกตัญญู”

จะสั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนกตัญญูรู้คุณ มักมาจากคำพูดและการกระทำของผู้ปกครองสะสมเป็นเยี่ยงอย่าง  แต่ถ้าปลูกฝังลูกหลานด้วยตัวอย่างผิดๆ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ก็อาจทำให้ลูกไม่เคารพพ่อแม่ หรือกลายเป็นเด็ก อกตัญญู ไปเลยก็ได

เมื่อพูดถึงเรื่องคุณธรรมในการเป็นคนดีนั้น คนจีนมักจะยึดในหลักความเชื่อต่อ “ขงจื๊อ” ซึ่งเป็นปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลต่อคนจีน หลักคำสอนหนึ่งของ “ขงจื๊อ” นั้น ในเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่หรือการจัดชุดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งหนึ่งในคู่ความสัมพันธ์ก็คือบิดามารดากับบุตรธิดา โดยบิดามารดาจะต้องให้ความเมตตากรุณา และบุตรธิดาก็จะต้องให้ความเคารพและกตัญญูเวที ซึ่งความกตัญญูนี้เองที่เป็น 1ใน 8 คุณธรรมที่สำคัญของขงจื๊อ

ในอักษร “กตัญญู” ในภาษาจีน (孝) ครึ่งบนของตัวอักษรนั้นเป็นอักษรภาพของ “คนแก่” ส่วนครึ่งล่างนั้นจะเป็นตัว “เด็ก” ซึ่งหมายความว่าเมื่อพ่อแม่นั้นแก่เฒ่าลง ลูกที่อยู่เบื้องล่างจะเปรียบเสมือนมือเท้าที่คอยเฝ้ารับใช้ดูแลท่าน ดังนั้นในสังคมจีนจึงให้ความสำคัญคุณธรรมในเรื่องของ “ความกตัญญู” เป็นอันดับแรกๆ ของความดีงาม

อกตัญญู

หากแต่เมื่อสังคมเจริญมากขึ้น วิถีชีวิตของคนก็แปรเปลี่ยนไป จากครอบครัวใหญ่ที่ช่วยอยู่ดูแลกัน ก็กลายเป็นครอบครัวที่เล็กลง จนกระทั่งจีนใช้นโยบายลูกคนเดียวในสมัยหนึ่ง ทำให้ “ลูก” กลายเป็นเสมือน “ฮ่องเต้” น้อย อยากได้ต้องได้ อยากทำต้องทำ พ่อแม่ไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจ เมื่อมีอะไรก็จะหามาให้ลูก โดยลืมไปว่าจะต้องอบรมคุณธรรมให้กับลูกด้วย

วิจัยพบ! พ่อแม่ 3 ประเภท ทำลูกกลายเป็นคน “อกตัญญู”

มีหน่วยงานวิจัยของจีนที่ได้ออกมาสำรวจพบว่า คนที่เป็นที่เคารพของเด็กสมัยนี้เป็นใครบ้าง? และจากแบบสอบถามนั้นกลับพบว่า “พ่อแม่” นั้นแทบไม่ติดใน 10 อันดับแรกเลย ในขณะที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นนั้น “พ่อแม่” กลับเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพของเด็กในอันดับ 1 และ 2 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับสังคมจีน ที่ให้ความสำคัญกับคุณธรรมและความกตัญญูอย่างยิ่ง

จากการวิจัยพบว่า ในประเทศจีนนั้น พ่อนั้นได้รับการเลือกให้เป็นอันดับที่ 10 ที่ลูกให้ความเคารพ หากแต่ “แม่” นั้นน่าสงสารมากกลับเป็นอันดับที่ 11 เลย เด็กนั้นไม่เคยพูดโกหก พ่อแม่คนจีนมักจะคิดเอาเองว่า “ตนนั้นเป็นประเทศที่ซึ่งในครอบครัวมีการอบรมสั่งสอนดีที่สุดในโลก” มีคนพูดว่า “การที่จีนมีนโยบายลูกคนเดียว ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกับครอบครัวคนจีน”

พาย เฟสซ์ strawberry-in-love

พาย เฟสซ์ ชวนทุกครอบครัวลิ้มลองเมนูใหม่ “Strawberry in love”

คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ บ้านไหนที่ชื่นชอบพายสตรอเบอรี่ชีสเค้กต้องลอง! เมนูสุดพิเศษจาก พาย เฟสซ์ (Pie Face) พายสไตล์โฮมเมดชื่อดังจากประเทศออสเตรเลีย นำความอร่อย มาเอาใจคนรักพายและชีสด้วย Strawberry in love” กับเมนูใหม่ Mini New York Cheesecake Pie” เนื้อพายสี่เลเยอร์ กรอบนุ่มเป็นเอกลักษณ์ แต่เข้มข้นด้วยรสชาติและความหอมละมุนของชีส ตัดกับความหวานซ่อนเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่ชิ้นใหญ่และท็อปปิ้งซอสฉ่ำๆ ที่อยู่ด้านบนของพาย จนกลายเป็นความอร่อยที่เกินห้ามใจ

พาย เฟสซ์

ลิ้มลองความอร่อยกับ พาย เฟสซ์  “Strawberry in love” ในราคาเพียงชิ้นละ 42 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เม.ย. นี้ ที่ร้านพาย เฟสซ์  ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา  เวสต์เกต, ชั้น G สาขาวิคตอเรีย การ์เด้นส์ (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)

 

ติดตามความเคลื่อนไหว และสิทธิ์พิเศษของพายอารมณ์ดีก่อนใคร ได้ที่  LINE “@piefacethai”, www.facebook.com/PieFaceThailand และ #Piefacethailand #Pieface 

ยาชุดแก้ปวดเมื่อย

เตือนภัย! ยาชุดแก้ปวดเมื่อย ไม่ช่วยให้หาย…แถมเสี่ยงตายไม่รู้ตัว

การกิน ยาชุดคลายกล้ามเนื้อ หรือ ยาชุดแก้ปวดเมื่อย นอกจากจะไม่ทำให้หายแล้ว ยังทำให้อาการแย่ลง เพราะมีโอกาสที่ผู้กินจะได้รับอันตรายจากสารพิษของยาเพิ่มขึ้น เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้อีกด้วย

ยาชุด หรือ หมายถึง ยาที่ผู้ขายจัดไว้เป็นชุด ซึ่งมักจะมีขายตามร้ายขายของชำที่อยู่ตามชนบท โดยทั่วไปจะมียาตั้งแต่ 3-5 เม็ดขึ้นไป มีรูปแบบและสีต่างๆ กัน ในยา 1 ชุด จะประกอบด้วยยาหลายๆ ชนิดรวมกัน ผู้ขายจะให้ผู้ซื้อทานครั้งละ 1 ชุด โดยไม่มีการแบ่งว่าเป็นยาชนิดใด ควรทานเวลาใด และผู้ขายมักเป็นผู้ไม่มีความรู้เรื่องโรค อาการของโรค ยาและการใช้ยา จึงมีความเสี่ยงอย่างมากที่ผู้ซื้อยาไปกิน อาจเสี่ยงอันตรายได้รับสารพิษของยาเพิ่มขึ้น เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

เตือนภัย! พ่อแม่ กิน ยาชุดแก้ปวดเมื่อย
ไม่ช่วยให้หาย แถมเสี่ยงตายไม่รู้ตัว!

ซึ่งอันตรายของเจ้า ยาชุดคลายกล้ามเนื้อ นี้ ก็ดันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวผู้เขียนเป็นอย่างมาก จึงอยากจะขอนำมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อเตือนภัยคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายให้ระมัดระวังในการซื้อยามารับประทาน โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า…

คุณป้าวัย 65 ปี จู่ๆ ก็มีอาการปวดเมื่อย พอนวดเสร็จ ก็ได้กินยาคลายเส้น ที่ซื้อมาจากร้ายขายาแถวบ้านที่ต่างจังหวัด ซึ่งลักษณะของยา เป็นยาชุด 4 เม็ด ซองดูเก่าๆ แล้ว

ยาชุดแก้ปวดเมื่อย

เมื่อกินเข้าไปคุณป้าก็บอกว่า ช่วยคลายปวดได้ ซึ่งคุณป้ากินยาไปตอนบ่าย 3 แต่หลังจากนั้น เวลาใกล้ หกโมงเย็น ก็มีสายด่วนจากป้าอีกคนโทรมา บอกว่าคุณป้าที่กินยาคลายกล้ามเนื้อไปนั้นเข้าห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล ซึ่งคุณหมอบอกพอได้ความสั้นๆ ว่า มีอาการแพ้รุนแรง

โดยอาการของคุณป้าเมื่อไปถึง รพ. คือ ท้องเสีย ตัวสั่น พูดไม่รู้เรื่อง ตาเบลอ และยังบอกอีกว่าเหมือนมองไม่ชัด หายใจไม่ออก คุณหมอจึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้น้ำเกลือ และฉีดยา โดยคุณหมอยังบอกอีกว่าถ้ามาช้า 5-10 นาที อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้เบื้องต้นคุณหมอคาดว่าน่าจะแพ้ ยาชุดคลายกล้ามเนื้อ ตัวนี้ แต่เพื่อความแน่ใจต้อหายาชุดนี้ไปตรวจอีกครั้ง ซึ่งคุณหมอบอกว่าต้องหาให้ได้ว่าใน 4 เม็ดนี้ แพ้ตัวไหนกันแน่

…อันตรายของ ยาชุดคลายกล้ามเนื้อ ที่พ่อแม่ควรรู้!..

วิธีลงโทษลูก หยุดทำร้ายเด็ก

วิธีลงโทษลูก ไม่ได้มีแค่การตี ผลักดันแก้กฎหมายหยุดความรุนแรงต่อเด็ก!!

วิธีลงโทษลูก ด้วยความรุนแรงจะสั่งสอนเด็กได้จริงหรือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ต้องมีขอบเขตแค่ไหนกัน สถิติการละเมิดเด็กมักมาจากบุคคลในครอบครัวจะแก้กันอย่างไร

วิธีลงโทษลูก ไม่ได้มีแค่การตี ผลักดันแก้กฎหมายหยุดความรุนแรงต่อเด็ก!!

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ซึ่งเป็นความเชื่อของคนสมัยก่อนว่า ในการอบรมสั่งสอนลูกให้โตมาเป็นเด็กดี เป็นคนดีของสังคมได้นั้นต้องมี วิธีลงโทษลูก ด้วยการตีเมื่อทำผิด แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไป เริ่มมีแนวความคิด และผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การลงโทษลูกด้วยการตี หรือวิธีรุนแรงนั้นส่งผลเสียต่อเด็กมากกว่าผลดี

จากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิซิแกน(UM)ของสหรัฐฯ บ่งชี้หลักฐานว่าวิธีลงโทษอย่างการตีและการมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก ส่งผลกระทบต่อปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวขาดการควบคุม ในเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ซึ่งการมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กครอบคลุมการทำร้ายทางร่างกายและจิดใจ การเพิกเฉย ละเลย การใช้ความรุนแรงในคู่รัก ปัญหากรณีพ่อแม่ต้องโทษจำคุก และกรณีพ่อแม่เสียชีวิต

การศึกษาในครั้งนี้คณะนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจาก 2,380 ครอบครัวของการศึกษาครอบครัวเปราะบางและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก โดยกลุ่มคุณแม่รายงานปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวและพฤติกรรมเก็บกดในเด็กอายุ 5 ปี และการมีประสบการณ์เลวร้ายและการถูกตีในเด็กอายุ 3 ปี การศึกษาพบว่าเด็กอายุ 3 ปี ที่มีประสบการณ์เลวร้ายและถูกลงโทษด้วยการตี สุ่มเสี่ยงจะมีปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกที่ก้าวร้าวขาดการควบคุมเพิ่มขึ้นเมื่ออายุ 5 ปี โดยผลการศึกษานี้สนับสนุนข้อเรียกร้องพิจารณาการลงโทษทางร่างกายเป็นหนึ่งในการมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก และสรุปได้ว่าการโดนตีและการมีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กมีแนวโน้มเชิงลบที่เป็นอันตรายเมื่อเด็กโตขึ้นนั่นเอง
ที่มา : https://neurobalanceasia.com

การลงโทษลูกด้วยความสมเหตุสมผล ไม่ใช้ความรุนแรงยังช่วยเป็นการปลูกฝัง และสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้แก่ลูกน้อย ทำให้เขามีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ : Emotional Quotient) เมื่อโตขึ้นอีกด้วย

วิธีลงโทษลูก ด้วยความรุนแรงดีจริงหรือ
วิธีลงโทษลูก ด้วยความรุนแรงดีจริงหรือ

ผลเสียเมื่อพ่อแม่ใช้ วิธีลงโทษลูก ด้วยการตี

  1. สภาพจิตใจย่ำแย่ แน่นอนว่าไม่ว่าใครถูกตี ถูกกระทำรุนแรง นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว บาดแผลทางใจก็ได้รับไม่ต่างกัน
  2. ทำให้เด็กมีอารมณ์ก้าวร้าว เจ้าอารมณ์
  3. เด็กจะมีการเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงนั้น ไปโดยอัตโนมัติ แม้ว่าในใจเด็กจะไม่ชอบก็ตาม แต่เมื่อโตขึ้นมักพบว่าเขาจะเลือกใช้วิธีความรุนแรงในการแก้ปัญหา
  4. ไม่เชื่อฟัง เมื่อ วิธีการลงโทษ ของพ่อแม่เป็นวิธีการที่รุนแรง หรือการตี เมื่อใช้บ่อย ๆ เข้า เด็กจะเกิดการต่อต้าน และความกลัวจะหายไป จนทำให้ต้องเพิ่มความรุนแรงในการลงโทษนั้นมากขึ้นไปเรื่อย ๆ
  5. กระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว เด็กจะไม่ได้รับความรู้สึกว่า “ถูกรัก” ทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ต่อลูกเป็นไปในเชิงลบ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความหวังดีของพ่อแม่กลับส่งไปไม่ถึงลูก
  6. ทำให้ลูกมีประสบการณ์ไม่ดีในวัยเด็ก บาดแผลใจในวัยเด็กส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็กได้มากกว่าที่คิด การที่เด็กมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน จะหล่อหลอมบุคลิกภาพของเขาขึ้นมาอย่างผิดเพี้ยน เช่น เป็นคนกลัวความผิดหวัง ไม่กล้าตัดสินใจ มีบุคลิกภาพหลบหนีสังคม เป็นต้น

ลงโทษ ไม่จำเป็นต้อง “ตี”

วิธีลงโทษลูก ในแบบอื่น ๆ มีมากมาย โดยที่อาจจะไม่ต้องใช้วิธีการตีลูกก็ได้ ซึ่งแพทย์หญิงสุธีราหรือป้าหมอ กุมารแพทย์ชื่อดัง ได้เคยให้คำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ไว้ว่า ในปัจจุบันมี วิธีลงโทษลูก โดยไม่ตีแต่ยังได้ผลดีอีกด้วย ที่อยากให้ลองนำไปปรับใช้กัน 

โดยป้าหมอแนะนำว่า  

กรณีเด็กเล็ก “เวลาที่เด็กทารกตีหน้าแม่ ทำให้เจ็บ เด็กจะถูกวางลงที่พื้นทันที เป็นการลงโทษด้วยการถูกแยกจากแม่ พ่อแม่ที่ใช้วิธีนี้เมื่อเกิดพฤติกรรมคุกคาม จะช่วยให้ทารกควบคุมตัวเองได้ ที่จริงแล้วเด็กทำพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเรียกร้องความสนใจ ดังนั้นหากพ่อแม่ตอบสนองโดยการไม่สนใจลูกทันทีที่เขาทำสิ่งไม่ดี เป็นเวลา 2-3 นาที จะช่วยให้เขาเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้ไม่ควรทำอีก”

กรณีเด็กโต เด็กที่อยู่ในวัย 2-3 ขวบ โตขึ้นมาอีกนิด  “อีกวิธีหนึ่งของการลงโทษโดยไม่ตี ที่ใช้ได้ผลสำหรับเด็กวัย 2 – 3 ขวบ ก็คือ time-out เป็นการแยกเด็กเข้าคอก หรือมุมเพื่อสงบสติอารมณ์ เช่น ถ้าเด็กพยายามจะเล่นปลั๊กไฟ และไม่นำพาต่อคำห้าม เมื่อพยายามเบี่ยงเบนให้เล่นของเล่นอื่นแล้ว ก็ไม่สนใจ จะพุ่งไปที่ปลั๊กไปตลอดเวลา คล้ายกับจะเล่นเกมส์กันว่าใครจะไปถึงปลั๊กไฟก่อนกัน พ่อแม่สามารถหยุดเขาโดยเอาไปไว้ในคอก แล้วพูดด้วยเสียงธรรมดาว่า time out” ให้เขาอยู่ในคอกนานประมาณ 2-3 นาที เด็กจะร้องไห้แน่นอน แต่วิธีนี้เป็นการสอนว่า คำห้ามมีความหมายอย่างนั้นจริงๆ”

time out วิธีลงโทษลูก แบบไม่รุนแรง
time out วิธีลงโทษลูก แบบไม่รุนแรง
time out 
เวลา time out คือ 1 นาทีต่ออายุ 1 ขวบ ถ้าเวลานานเกินไป เด็กเล็กๆจะลืมว่า ทำไมถึงถูก time out ถ้าลูกลุกก่อนถึงเวลา จะต้องเริ่มต้นใหม่ พ่อแม่อาจเลือกบริเวณในการทำ time out เป็นส่วนที่แยกจากบริเวณที่มีการทำกิจกรรม ไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลาง แต่เป็นมุมห้องที่คุณยังสามารถเห็นว่าลูกกำลังทำอะไร และลูกจะต้องนั่งบนเก้าอี้จนกว่า คุณจะบอกว่าหมดเวลาแล้ว
ป้าหมอ ยังเผยต่ออีกว่า “สำหรับพ่อแม่บางคนอาจใช้วิธีให้ลูกเข้าไปอยู่ในห้องนอน (โดยที่ห้องนอนต้องไม่มีโทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมส์ คอมพิวเตอร์) แล้วบอกว่า เขาจะออกมาได้เมื่อลูกพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ ซึ่งพบว่าได้ผลดี เพราะเป็นการสอนให้เด็กรู้ว่าการได้อยู่ร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆเป็นอะไรที่วิเศษ แต่หากรู้สึกโกรธหรือหัวเสีย การได้อยู่ในห้องคนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ นั่งคิดทบทวนการกระทำของตัวเอง ก็เป็นวิธีการที่ดีกว่าการอาละวาดใส่ผู้อื่น แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ อาจทำให้ห้องนอนเป็นห้องที่เด็กไม่ชอบ เพราะเป็นเหมือนที่กักขัง”

วิธีการลงโทษ โดยไม่ใช้ความรุนแรง

เด็กที่อยู่ในช่วงวัยแห่งการเรียนรู้นั้น แน่นอนย่อมไม่มีใครไม่เคยทำผิด ดังนั้นการลงโทษจึงเป็นสิ่งที่ช่วยปรับพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ให้กลับเข้าที่เข้าทาง สามารถเข้าสังคมได้ การลงโทษจึงไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป แต่วิธีการลงโทษที่เลือกใช้ความรุนแรงต่างหากที่ก่อให้เกิดปัญหา ดังนั้นหากเรายังจำเป็นต้องลงโทษเด็กเมื่อทำผิด มาลองวิธีการลงโทษที่ไม่ใช้ความรุนแรงกันดู เพื่อนำไปปรับใช้กันได้

  1. สบตา แสดงความจริงจัง และอธิบายเปรียบเทียบให้ลูกเห็นภาพ เช่น หากลูกโยนของเล่นลงพื้นแล้วของเสียหาย จะเกิดอะไรขึ้น… เป็นต้น
  2. ตักเตือน 1-3 ครั้ง เราควรให้โอกาสเมื่อลูกทำผิดในครั้งแรก ๆ สอนและสังเกตว่าเขาสามารถทำตามได้หรือไม่ ตกลงกันว่าหากมีเหตุการณ์แบบนี้อีก จะมีการลงโทษ ทำให้ลูกยอมรับไม่ง่ายกว่า
  3. งดทำกิจกรรมที่ลูกชอบ เราตีลูก เพราะหวังว่าเด็กจะได้รู้จักจำว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่การงดไม่ให้เขาได้รับในสิ่งที่ชอบ ก็นับว่าเป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง และแน่นอนเขาก็จะจดจำได้เช่นกัน เช่น ถ้าทำการบ้านไม่เสร็จ ก็จะอดเล่นของเล่น หรืออดทำกิจกรรมที่ชอบ ซึ่งสามารถใช้ได้กับเด็ก 6 ขวบขึ้นไป เพราะเริ่มเข้าใจเงื่อนไขง่ายๆ ได้แล้ว
  4. จับแยกให้อยู่ตามลำพัง หรือ Time out
  5. รับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป ไม่ลงไปแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการที่ลูกทำผิดให้เขาทั้งหมด เด็กจะต้องได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานั้น เป็นการสอนให้เขารู้จักความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้ทำ และจะเพิ่มความระมัดระวังในครั้งต่อไปได้ดีกว่า เช่น เมื่อทำลายข้าวของต้องรู้จักที่จะเก็บกวาด ทำความสะอาด หรือถ้าทำร้ายคนอื่นต้องรู้จักขอโทษและสำนึกผิดจริงๆ พ่อแม่ควรสอนลูกในเรื่องความผิดชอบชั่วดีแบบง่าย ๆได้ เช่น แม่รักลูกเพราะหนูใจดีกับน้อง ให้รางวัลลูกเมื่อลูกทำความดี รวมถึงใช้เหตุผลกับลูกมากกว่าที่จะใช้อารมณ์
ความรุนแรงในเด็ก ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
ความรุนแรงในเด็ก ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา

 

♦♦♦ การลงโทษลูก หากพ่อแม่อยากให้ได้ผลดีนั้น ต้องทำการลงโทษทันทีหลังทำผิด ตัวอย่างเช่น หากลูกไม่เก็บของเล่นหลังจากเล่นเสร็จ โดยที่บอกแล้ว ยังไม่ทำ ให้พ่อแม่เก็บของเล่นไปไว้ในที่ๆ เขาหยิบเองไม่ได้ เพื่อไม่ให้เล่นนาน 2-3 วัน เขาจะได้ไม่กล้าทำอีก หรือ หากลูกที่เริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อย ไม่นำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วใส่ไว้ในที่เตรียมซัก เขาก็จะไม่มีเสื้อสะอาดใส่ไปโรงเรียน หรือ หากกลับบ้านดึกโดยไม่โทรบอกก่อน จะไม่ได้อนุญาตให้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนอีก จนกว่าเขาจะแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น

แต่ละวิธีที่ได้แนะนำกันไปคุณแม่ๆก็อย่าลืมลองนำไปใช้กันได้เลยนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกใช้วิธีทำโทษลูกในแบบต่างๆ ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย หรือเหมาะสมกับลูกของเราด้วยนะคะ เชื่อว่า อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณแม่บางคน แต่ถ้าคุณแม่อดทน ยอมใจแข็งในการทำโทษลูก ลูกน้อยก็จะเติบโตมาเป็นเด็กที่ดีแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก FB : สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

 

อ่านต่อ>> ก้าวไกล ผลักดันแก้กฎหมายห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีหรือลงโทษด้อยค่าลูก คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

สอนลูกทำทาน

ปลูกฝังและ “สอนลูกทำทาน” เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

เพื่อให้ลูกมีชีวิตที่ดี ไม่ลำบาก ไม่ขัดสน พ่อแม่ควรเริ่มปลูกฝังและ สอนลูกทำทาน เสียตั้งแต่วันนี้

 

 

ทุกวันนี้ชีวิตของเรานั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน หรือแม้แต่ครอบครัว แล้วในอนาคตข้างหน้า แน่นอนว่า ลูก ๆ ของเราก็ต้องเจอสิ่งเหล่านี้ แล้วพวกเขาก็จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ รอบตัวไปให้จงได้ แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราก็สามารถที่จะปลูกฝังให้ลูกได้รู้จักการสะสมบุญเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งการสะสมบุญนี้ นอกจากนะเป็นการทำความดี ความกตัญญูกตเวทีแล้ว ยังรวมไปทำถึงการทำทานอีกด้วย และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and kids ก็จะขอนำเสนอการสร้างทาน ที่จะช่วยเสริมสร้างบุญให้กับลูก รวมถึงสมาชิกทุกคนมาฝากกันค่ะ

อานิสงส์ของการสร้างทานนั้น มีคุณมากมายมหาศาลเลยละค่ะ โดยผู้ทำจะต้องตั้งมั่นว่าผู้อื่นจะได้รับประโยชน์และความสุขด้วยความมีเมตตาจิต ซึ่งถ้าหากเราสร้างทานด้วยการหวังผลตอบแทนละก็อานิสงส์ที่จะได้รับนั้น อาจจะไม่ได้ส่งผลอะไรกลับมาหรือบางทีอาจจะส่งผลให้เราได้รับโทษมากกว่าคุณอีกเสียด้วย

Contact US

บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4510

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Baby&Kids

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4775
Email : [email protected]

Report an issue or send feedback

0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]

Privacy Policy