ประโยชน์ของขิง

9 ประโยชน์ของขิง ทางเลือกใหม่บรรเทาสุขภาพลูก

ลูกท้องอืด ชอบเป็นหวัดต้องอ่าน! พบกับ 9  ประโยชน์ของขิง ทางเลือกใหม่ของคุณแม่มือยุคนี้!

 

 

“ขิง” สมุนไพรไทยพื้นบ้านที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่รู้จักและทราบถึง ประโยชน์ของขิง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า นอกจากช่วยแก้ท้องอืดแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่บอกเลยว่า รู้แล้วจะต้องทึ่ง! เลยละค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันนั้น เรามาทำความรู้จักกับเจ้าขิงที่ว่านี้กันก่อนดีกว่าค่ะ

ทำความรู้จักกับ “ขิง”

ขิง หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เราเรียกกันว่า Ginger นั้น จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกายของเรา เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส แถมยังมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเส้นใยจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของขิงนั้น เราสามารถนำมาใช้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราก เหง้า ต้น ใบ ดอก แก่น และผลก็ได้ทั้งนั้น

มีลูกตอนแก่

ไขข้อข้องใจ มีลูกตอนแก่ เสี่ยงหรือไม่

มีลูกตอนแก่ แม่อายุมากกว่า 35 ปีเสี่ยงทารกในครรภ์พิการ และมีโอกาสแท้งหรือไม่ มาดูกัน

 

 

คุณผู้หญิงหรือคุณแม่หลาย ๆ ท่านคงจะสงสัยและอยากรู้ว่า ถ้าหากอยากมีลูกตอนแรก หรือบังเอิ๊ญบังเอิญมาท้องตอนมีอายุเข้า ทารกในครรภ์จะเสี่ยงเป็นพิการ หรือเป็นอันตรายหรือไม่ ที่สำคัญจะเสี่ยงแท้งหรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนั้นไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ริชาร์ด พอลสัน นายแพทย์จากแผนกสูตินรีเวชประจำประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่า จริง ๆ แล้วการท้องตอนที่คุณแม่มีอายุเกินกว่า 35 ปีนั้น ถือว่าเสี่ยงในระดับหนึ่ง แต่สมัยนี้ผู้หญิงเริ่มท้องกันตอนมีอายุมากโดยเฉลี่ยแล้วอายุที่ยังพบได้อยู่คือ 40 ปีก็มี เรียกได้ว่าผู้หญิงสมัยใหม่เริ่มมีความสามารถที่มากขึ้น เวลาที่มีก็เริ่มที่จะลดน้อยลง เพราะสนใจแต่งานมากกว่านั่นเอง ถามว่าโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้นมีตามมาแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการเป็นดาวน์ซินโดรม และอาจจะต้องดูแลตัวเองให้ดีมากกว่าผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า

พัฒนาการทารก 7 เดือน

22 กิจกรรมเล่นกับลูกเสริม พัฒนาการทารก 7 เดือน

พัฒนาการทารก 7 เดือน กับการเรียนรู้ที่มาคู่กับความซนแบบไม่หยุดยั้ง!

 

 

ไวเหมือนโกหก กับพัฒนาการอันไร้ขีดจำกัดของลูกน้อย จะมีอะไรบ้างนั้น บอกเลยว่า เสียงหัวเราะของทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยนั้น ต้องดังลั่นบ้านแน่ ๆ

พัฒนาการทารก 7 เดือน เปรียบเสมือนนักสำรวจตัวน้อย ที่พร้อมจะค้นหาและสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง อยากที่จะรู้ อยากที่จะเห็นและสัมผัส เพราะทุกอย่างดูน่าสนใจไปเสียหมด พร้อมแล้วเรามาดูกันเลยดีกว่านะคะว่า พัฒนาการทารก 7  เดือน นั้นจะมีอะไรคืบหน้ากันบ้าง แล้วจะต้องส่งเสริมแบบไหน ถึงจะถูกต้อง และมีพัฒนาการที่ดีกว่าเดิม

พ่อแม่เลี้ยงลูก

4 ความต่างของ พ่อแม่เลี้ยงลูก อยากให้ลูกเป็นแบบไหน

อยากให้ลูกเป็นแบบไหน ว่ากันว่าอยู่ที่ “พ่อแม่เลี้ยงลูก” อยากเป็นพ่อแม่แบบไหน แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร เลือกเลย!

 

 

คุณพ่อคุณแม่คะ ทราบกันหรือไม่คะว่าสไตล์การเลี้ยงลูกของเรานั้นมีผลกับอุปนิสัยของลูก และแน่นอนค่ะว่า ในแต่ละแบบกก็ย่อมมีผลลัพธ์ที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเลี้ยงลูกตามใจ ให้ทุกอย่างที่ลูกอยากได้ ก็จะส่งผลให้ลูกกลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจได้

ไดอาน่า บัมลินด์ นักจิตวิทยาประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ได้ทำการรวบรวมเกี่ยวกับเรื่องพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย โดยพูดถึงลักษณะนิสัยของเด็กแต่ละคน โดยสามารถแบ่งออกได้ตามลักษณะความต่างของการที่ พ่อแม่เลี้ยงดู จะมีประเภทไหนบ้าง แล้วเราจะอยู่ในข้อใด ไปอ่านบทความนี้พร้อม ๆ  กันเลยค่ะ

เชื้อลิสทีเรีย

ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก วัย 6-12 เดือน กินอะไรได้บ้าง?

ช่วงหน้าร้อนแบบนี้เชื่อว่าคุณแม่ๆคงจะหาผลไม้คลายร้อนมารับประทาน รวมถึงหา ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก มาให้ลูกน้อยรับประทานด้วยแน่นอนใช่ไหมคะ? แต่ขอเตือนก่อนเลยนะคะว่า หน้าร้อนนี้จะรับประทานผลไม้ชนิดใดต้องระวังให้ดีค่ะ เพราะอาจเสี่ยงติด เชื้อลิสทีเรีย ที่มากับผลไม้ได้

 

ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก

คุณแม่ท้อง หรือคุณแม่ที่กำลังมีลูกเล็ก จะเลือกรับประทานผลไม้คลายร้อนอย่างเช่น เมล่อน แตงโม หรือแคนตาลูป ต้องอ่านเลยค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ข่าว เรื่องที่มีชาวออสเตรเลียเสียชีวิต 3 ราย และป่วยอีก 12 ราย

ซึ่งจากการสืบหาต้นตอได้พบว่า มีสาเหตุมาจากการปนเปื้อนของเชื้อลิสทีเรีย ในผลไม้จำพวกเมล่อน หรือแคนตาลูป ที่ปลูกในรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรียในนั้น ซึ่งหลังจากมีการตรวจพบผู้ประกอบการได้ระงับการวางขาย และตรวจสอบหาแหล่งที่มาของเชื้อ

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะเมื่อปี 2554 เคยพบการระบาดของเชื้อลิสทีเรีย ใน 18 รัฐ ของสหรัฐอเมริกามาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย และมีผู้ล้มป่วยกว่า 72 ราย ซึ่งต้นตอของเชื้อ ก็มาจากแคนตาลูปเช่นกัน แต่เป็นแคนตาลูปที่ปลูกในฟาร์มในรัฐโคโลราโด

ซึ่งสำหรับในประเทศไทยเรานั้น ยิ่งช่วงนี้เข้าสู่เดือนแห่งหน้าร้อนแล้ว ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ค่ะ เพราะยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อากาศร้อนๆ คนไทยมักนิยมรับประทานผลไม้ที่ให้ความสดชื่น หวานหอมได้ เช่น ผลไม้ตัดแต่งจำพวก เมล่อน แคนตาลูป แตงโม เป็นต้นค่ะ ไม่เพียงแค่คนธรรมดาทั่วไป แม้แต่ แม่ท้อง เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุ ก็มักชอบรับประทาน ซึ่งถ้าดูจากข่าวที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็ไม่อยากให้ประมาทค่ะ หากจะต้องเลือกซื้อผลไม้มารับประทาน หรือเลือกซื้อ ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก เพราะหากรับประทานแบบไม่ระมัดระวัง ก็อาจจะได้รับเชื้อเข้าไปมาก และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้

 

ขอบคุณข้อมูล www.msn.com

เชื้อลิสทีเรีย คืออะไร? และมีวิธีป้องกันอย่างไร?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ทักษะสมอง

ทักษะสมอง ช่วยสร้างภูมิต้านทานอุปสรรค

ช่วงปฐมวัยเป็นเวลาสำคัญในการพัฒนาทักษะสมองของลูก หลายบ้านอาจจะเริ่มฝึกภาษาที่ 2 หรือ 3 ให้กับลูกรัก แต่ คุณพ่อคุณแม่ อาจยังไม่ทราบว่า ทักษะสมองยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคให้กับลูกเช่นกัน

เราลองมาดูกันดีกว่าว่าทักษะสมองนั้นคืออะไรแล้วจะสามารถช่วยส่งเสริมให้ลูกมีภูมิต้านทานอุปสรรคได้อย่างไร

 

ทักษะสมอง คืออะไร?

ทักษะสมอง คือ ทักษะความสามารถของสมองในการจัดการกับชีวิต และความสามารถในการจัดการกับตัวเองไม่ว่าจะอารมณ์หรือการคิดแก้ไขปัญหา ซึ่งส่งผลโดยตรงกับการเรียนรู้ภาษาของเด็กๆ

คุณพ่อคุณแม่พอจะนึกกันออกไหมคะว่า ถ้าอยากให้ลูกๆ เก่งด้านภาษา ควรทำเช่นไร หลายคนอาจบอกว่าก็พูดกับลูกในภาษาที่อยากให้เขาพูดได้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กเล็กๆ นี่คือหนึ่งในวิธีที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งมีพ่อแม่ไม่น้อยเลยค่ะที่เริ่มพูดกับลูกด้วยภาษาไทย ไปพร้อมๆ กับภาษาอังกฤษ จีน ฯลฯ  ดร.วรนาท รักสกุลไทย ได้อธิบายไว้ว่าการที่พ่อแม่อยากจะให้ลูกเก่งทุกภาษา ต้องเริ่มจากภาษาสมอง คือเข้าใจการพัฒนาทางภาษาของเด็กก่อน ซึ่งมีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 เรื่องนั่นก็คือ แบบแผน เนื้อหา และการใช้ค่ะ

การฝึกสมองเด็กอย่างถูกต้องเหมาะสมตามช่วงวัย สามารถช่วยทำให้การพัฒนาของภูมิต้านทานอุปสรรคได้ประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับเด็กในช่วงวัย 1-5 ขวบปีแรกเขาจะมีพัฒนาการทางภาษาในแบบของเขา ที่พ่อแม่ต้องเข้าใจอย่างถูกต้องด้วย เพื่อจะได้พัฒนาส่งเสริมลูกได้ถูกทางค่ะ

ในเด็กขวบปีแรก พ่อแม่ต้องให้ลูกได้รับโภชนาการสารอาหารที่สมบูรณ์มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารกับลูกไม่ว่าจะทำอะไรอยู่กับลูกก็ตามให้พูดบอกสิ่งที่กำลังทำให้ลูก เช่น แม่จะให้หนูกินนม พ่ออาบน้ำให้ลูกอยู่นะคนเก่ง มาค่ะเปลี่ยนผ้าอ้อมกัน เป็นต้น จากนั้นเมื่อลูกอายุได้ 2-5 ขวบ เขาจะมีพัฒนาการในการเข้าใจภาษาที่มากขึ้น พ่อแม่ก็ยังต้องสื่อสารด้วยการพูดคุยป้อนคำศัพท์ใหม่ๆ ให้ลูกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถเพิ่มพูนคำศัพท์ในการสื่อสารให้ลูกได้จากการอ่านนิทานด้วยกันกับลูก เล่นบทบาทสมมติ หรือพาลูกออกไปท่องโลกกว้างให้เขาได้ไปเจอกับประสบการณ์จริงที่แปลกใหม่ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการฝึกพัฒนาการทักษะทางภาษาให้กับลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ในเด็กที่มีต้นทุนภาษา หรือมีพื้นฐานทางภาษาที่มากกว่า 1 ภาษา “ถามว่าจะมีประโยชน์อะไรกับชีวิตของลูก สู้รู้แค่ภาษาเดียว ฝึกให้เก่งไม่ดีกว่าหรือ?” ขอตอบว่า “ไม่ดีค่ะ”

อยากให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าในปัจจุบันนี้โลกเราพัฒนาไปไกลมาก และก็มีทั้งวิวัฒนาการ เทคโนโลยี ธุรกิจการค้า การเรียนวิชาใหม่ๆ พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กๆ เท่านั้นที่ต้องเรียนรู้ และตามให้ทันโลก แต่พ่อแม่อย่างเราก็ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีความรู้ในด้านต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อจะได้สอนให้ลูกไว้เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตต่อไป โดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัวนั่นก็คือ “ภาษา” ที่เป็นดั่งภูมิต้านทานอุปสรรคที่ดีให้กับเด็กๆ เพราะต่อไปในอนาคตไม่ใช่แค่การพูดคุย ติดต่อสื่อสารกันเองกับคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ลูกยังจะต้องไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ หลากหลายเชื้อชาติ ทั้งที่โรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่การไปศึกษาต่อต่างประเทศ การติดต่อทำงานกับต่างชาติ แน่นอนว่าภาษาจะเป็นใบเบิกทางให้ลูกได้เริ่มต้นการดำเนินชีวิตง่ายขึ้น แล้วเมื่อต้องเจอเข้ากับปัญหาไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด พวกเขาก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างชาญฉลาด รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงยังสามารถจัดการกับชีวิต อารมณ์ของตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

ดร.วรนาท รักสกุลไทย ได้ให้แนวทางที่พ่อแม่สามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาสมองของเด็กในช่วงปฐมวัย เพื่อสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคของลูกในอนาคต ไว้ดังนี้…

1. การเรียนรู้ภาษาเพื่อทำความเข้าใจ

หากพ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟัง ลองเปลี่ยนคำถามที่มักจะถามตอนอ่านนิทานจบ เช่น นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้อะไร มาเป็นการ ตั้งคำถามกับลูกเพื่อให้เขาให้ฝึกคิด ได้มีการจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนิทาน เช่น ในเรื่องหรือในภาพมีตัวละครกี่ตัว มีใครบ้าง ฉาก สถานที่ในนิทานเกิดขึ้นที่ไหน เป็นต้น การถามลูกจะช่วยให้ลูกได้ทบทวนและได้รู้จักคำศัพท์มากขึ้น (คำศัพท์ทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ)

2. เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์

เด็กในช่วง 5 ขวบปีแรก เป็นช่วงที่เขาสามารถเรียนรู้และจดจำเรื่องราวใหม่ๆ ได้มากขึ้น นั่นถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เพิ่มพูด คำศัพท์ใหม่ๆ ให้สมอง ซึ่งนอกจากจะให้ลูกเรียนรู้จากหนังสือภาพ นิทาน หรือการใช้ภาพบัตรคำแฟรชคาร์ด ให้ลองเปลี่ยนพาลูกออกมาสัมผัสเรียนด้วยประสบการณ์ตรง เช่น จะให้ลูกรู้จักกับคำว่าท้องฟ้า ทราย น้ำ ลม ฯลฯ ก็ให้เขาได้เรียน ได้เห็นจากของจริงไปเลย

3. ทักษะสมองและการเรียนรู้ภาษา

ความสัมพันธ์ของทักษะสมองกับการเรียนรู้ทางภาษา ผ่านกิจกรรมการทำแป้งโดว์ ที่เด็กๆ จะได้รู้จักกับคำศัพท์ใหม่ๆ เช่น  คำศัพท์เกี่ยวกับภาชนะ คำศัพท์เกี่ยวกับการเท เป็นต้น

4. หัวใจของภาษาคือการสื่อสารสองทาง

เพื่อให้ลูกมีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น เมื่อมีการสนทนากันระหว่างพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว พยายามให้ลูกมีส่วนร่วมในการสนทนาเรื่องนั้นๆ ด้วย พ่อแม่อย่าเป็นผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว กลับกันเมื่อลูกพูดเราพ่อแม่ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีของลูกด้วย

5. เพิ่มพูนคำศัพท์สู่ภาษาสมอง

การเพิ่มวงคำศัพท์ใหม่ๆ ให้กับเด็กพ่อแม่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง เพราะจากงานวิจัยระบุถึงความแตกต่างระหว่าง พ่อแม่ที่อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน bed time story กับพ่อแม่ที่ไม่ได้อ่านหนังสือนิทานกับลูกเลยไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม เด็กจะมีวงคำศัพท์ที่เพิ่มพูนแตกต่างกันถึง 5-6 เท่า

สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคให้กับลูกๆ จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่ http://www.nutricia-shapingdestiny.com/online-experience.html

คุณพ่อคุณแม่พอจะเห็นแนวทางในการช่วยพัฒนาสมองของลูกเพื่อสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคในการเรียนรู้ของลูกกันไปแล้ว และเพื่อเป็นการสร้างทักษะสมอง เสริมภูมิต้านทานอุปสรรค สู่ความสำเร็จในอนาคตให้กับลูกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำว่าควรดูแลให้ลูกได้รับซินไบโอติกอย่างต่อเนื่อง เพราะซินไบโอติก ช่วยให้เด็ก 1 ใน 4  ไม่เจ็บป่วยตลอดปี สำหรับซินไบโอติกมีมากอยู่ในนมแม่ เด็กๆ ควรได้ทานนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด หรืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีคือการทานนมสูตรที่มีซินไบโอติกอย่างต่อเนื่องจากนมแม่นั่นเองค่ะ

 

ท่าโล้สำเภา

เปิดภาพ! ท่าโล้สำเภา ของจริงที่คุณพี่เดชพูดถึง

เปิดภาพ “โล้สำเภา” ของจริง! พร้อมเผยความลับที่ทำให้แม่นายการะเกดกับพี่ขุน ได้ลูกแฝด จะเป็นเพราะ ท่าโล้สำเภา นี่หรือเปล่า ตามมาดูกันค่ะ

เรียกได้ว่า ออเจ้า ทั้งหลายคงจะฟินกันไปถ้วนหน้ากับฉากการแต่งงานของ “คุณพี่เดช” กับ “แม่หญิงการะเกด” ในละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ซึ่งหลังจากที่ตามลุ้นความรักของพระนางคู่นี้มาตลอด แถมยังได้ฟินสุดสุดไปอีกกับฉากเข้าหอ เมื่อคุณพี่เดชเอ่ยประโยคเด็ด “ออเจ้าเคย ละเล่นโล้สำเภา ฤาไม่?” งานนี้ทำเอาแม่นายการะเกดึงกับงงไปเลยทีเดียว

ก่อนทำท่าโล้สำเภา

ท่าโล้สำเภา คืออะไร

ผู้เขียนก็เชื่อว่าคุณแม่ๆ และสาวๆ หลายคนก็คง งง และไม่คุ้นหู แต่ก็น่าจะเดาทาง หรือ ตีความของ “ท่าโล้สำเภา” จากเสียงบทกลอนที่ถูกแทรกขึ้นมาระหว่างที่คุณพี่เดชกำลังจะสอน การละเล่นโล้สำเภา ให้กับแม่นายการะเกดได้ไม่ยาก …โดยส่วนหนึ่งจากนวนิยาย “บุพเพสันนิวาส” บทประพันธ์ของ “รอมแพง” ก็ได้บรรยายถึง การโล้สำเภา ในความหมายที่คุณพี่เดชว่าไว้อย่างได้อรรถรสทางวรรณกรรมและเห็นภาพชัดเจน ความตอนหนึ่งว่า…

“…โล้สวาทวาดใบสำเภาพลิ้ว ระเรื่อยลิ่วคลองแคบคละขัดขึงน้ำเจือน้อยค่อยวางทางติดตรึง ขยับหายโยกคลึงคราคลื่นมา เมื่อผ่านช่องเข้าอ่าวคราวน้ำขึ้น พอหายมึนสอดสั่งทั้งซ้ายขวา ข้ามนทีสรวงสวรรค์ทุกชั้นฟ้า สมอุราซานซบสยบทรวง…”

โล้สำเภา

ซึ่งคำว่า “โล้สำเภา” นี้เป็นความเปรียบที่ใช้ในวรรณคดีไทยกล่าวถึงบทอัศจรรย์ หรือบทสังวาส คือบทเข้าพระเข้านางนั่นเอง เพราะคนไทยในสมัยโบราณมีศิลปะในการใช้ภาษาเล่าบทร่วมรักได้อย่างอัศจรรย์ใจ โดยใช้ธรรมชาติและสิ่งรอบกายเปรียบเทียบไม่กล่าวตรงๆ ให้ดูหยาบจนเก้อไป …แต่ถ้าความจริงแล้ว ท่าโล้สำเภา นั้นมีลักษณะแบบไหน Amarin Baby & Kids มีภาพชัดๆ มาให้ดูกัน ตามมาดูกันค่ะ ⇓

ลูกนิสัยเหมือนใคร

วิจัยเผย! แท้จริงแล้ว..ระหว่างพ่อ vs แม่ ลูกนิสัยเหมือนใคร?

ลูกนิสัยเหมือนใคร กันแน่? …ว่ากันว่า ดูช้างให้ดูหาง จะดูนางให้ดูแม่ ซึ่งหมายถึงแม่มีลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร ลูกก็มักจะเป็นอย่างนั้น แล้วแท้จริงนั้น ลูกที่เกิดมาจะมีนิสัยเหมือนแม่จริงหรือ Amarin Baby & Kids มีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากค่ะ

จากคำถามที่ว่า ลูกมีนิสัยเหมือนใคร ก่อนอื่นขออิงกระแสนิดหน่อย จากเรื่อง บุพเพสันนิวาส ซึ่งหลังจากฉากโล้สำเภา ของคุณพี่เดชกับแม่นายการะเกดผ่านไป ทั้งสองก็มีลูกด้วยกันถึง 4 คน เป็นแฝดชายสอง และลูกสาวอีกสองคน ซึ่งแต่ละคนก็มีนิสัยและเป็นที่รักของคนในบ้านแตกต่างกันไป

วิจัยเผยแท้จริงแล้ว ระหว่างพ่อกับแม่ ลูกนิสัยเหมือนใคร กันแน่!

เด็กๆ ในเรือนคุณพี่เดช

โดยสองลูกแฝดชาย “พ่อเรือง-พ่อริด” จะเป็นลูกคนโปรดของ แม่นายการะเกด เพราะตั้งชื่อตามคนรักเก่า และทำให้คิดถึงเรืองฤทธิ์ที่เป็นคุณพี่เดชในภพชาติที่จากมา

ลูกการระเกดส่วน “แม่แก้ว” ลูกสาวคนรอง เป็นเด็กเรียบร้อย ทำให้เป็นหลานรักคนโปรดของคุณย่าจำปาไป

มาที่ “แม่ปราง” ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นที่รักของคุณพี่เดช กับความซน ซ่า แสบ ที่สงสัยจะได้จากแม่ (เกศสุรางค์) มาเต็มๆ ซึ่งงานนี้คุณพี่ถึงกับเอ่ยปากว่าจะไม่พาไปเที่ยวตลาดอีก …โดยมีผู้ใช้อินสตาแกรม buppesannivasfans ได้เผยข้อความว่า “พระยาวิสูตรสาครกล่าว “เตือนข้าด้วยหนาแม่การะเกด ว่าจักมิยอมพาลูกๆ โดยจำเพาะแม่ปรางมาเที่ยวชมตลาดน้อยอีกแล้วหนา” เมื่อแม่ปรางแอบไปปล่อยไก่ในซุ้มที่ตลาด จนต้องเหมาทั้งตลาด 555 เเสบเหมือนเเม่แบบนี้นี่เอง จึงทำให้คุณพี่เดชหลงสุดๆ

ลูกมีนิสัยเหมือนใคร

ลูกสาวคนโปรดของพ่อเดช

ซึ่งจากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าแม้จะมีลูกแฝด หรือลูกธรรมดา แต่เด็กแต่ละคนที่เกิดมาจากพ่อแม่เดียวกัน ก็มีนิสัยต่างกัน แล้วแท้จริงนั้น ลูกนิสัยเหมือนใคร กันแน่ และนิสัยสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม ได้หรือไม่? ตามมาดูคำอธิบายพร้อมวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้กันค่ะ…⇓

ลูกสาว แม่การะเกด

รวมภาพความน่ารัก น้องเรเน่ ลูกสาว แม่การะเกด กับพ่อเดช

ส่องภาพความน่ารักของ น้องเรเน่ หรือแม่ปราง ลูกสาว แม่การะเกด กับพ่อเดช คนเล็ก จะน่ารัก แสบ ซนแค่ไหน?  วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids รวบรวมมาให้แม่ๆดูกันค่ะ เห็นแล้วต้องบอกเลยว่า น่ารักอ่ะ

 

ลูกสาว แม่การะเกด คนเล็ก แสบ ซน น่ารักได้ใจ

เรียกว่านาทีนี้ต้องยกกระแสความแรงสุด ฉุดไม่อยู่ ให้กับละครปังแห่งปี อย่างเรื่องบุพเพสันนิวาส เลยค่ะ ที่ยิ่งใกล้ถึงตอนจบ เชื่อว่าคุณแม่หลายคนก็คงแอบเสียดายกันแน่ๆ แต่ก่อนจะไปถึงตอนจบนั้น หลังจากผ่านฉากโล้สำเภา ฟินจิกหมอนกันไปแล้ว  ก็ได้มีการแชร์ภาพบรรดาลูกๆทั้ง 4 คน ผลผลิตของพี่ขุนเดช และ แม่นายการะเกด ออกมามากมาย แต่ที่เห็นแล้วน่ารัก น่าเอ็นดู คงจะหนีไม่พ้นแม่ปราง ลูกสาว แม่การะเกด กับพ่อเดช คนเล็ก ที่บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่หลายคนสนใจ เพราะด้วยหน้าตาที่น่ารัก น่าเอ็นดู บวกกับคาเร็คเตอร์แม่ปราง ที่แสบ ซน จนใครๆก็บอกว่าได้ แม่นายนาระเกด  มาเต็มๆเลยค่ะ แถมยังว่ากันว่า พี่ขุนเดชทั้งรัก และหลงลูกสาวคนเล็กคนนี้เอามากๆ เพราะมีนิสัยแสนซน และมักมีวีรกรรมสุดแสบ ถอดแบบเหมือนแม่การะเกดมาเป๊ะนั่นเองค่ะ

ซึ่งผู้ที่มารับบทแม่ปราง ลูกสาวแม่การะเกด กับพ่อเดช คนเล็ก ได้น่ารัก น่าเอ็นดูนั้นก็คือ น้องเรเน่ ลัลน์ณภัทร สูยะชีวิน สาวน้อยวัยเพียงแค่ 6 ปีเท่านั้นค่ะ แต่ความสามารถบอกเลยว่าไม่ธรรมดา และยังเป็นที่รักทั้งในจอ และนอกจอของบรรดาพี่ๆในกองถ่ายอีกด้วย

และไม่ต้องสงสัยว่าทำไม น้องเรเน่ ถึงได้ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติ เพราะ น้องเรเน่ ก็ได้เคยผ่านงานในวงการมาเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผลงานโฆษณา, ผลงานภาพยนตร์ เรื่อง จำเนียร วิเวียร โตมร รวมถึงผลงานละคร น้ำตากามเทพ และล่าสุดกับละครสุดฮิตอย่างบุพเพสันนิวาสนั่นเองค่ะ ไม่ธรรมดาจริงๆ

 

มาดูภาพความน่ารักของ น้องเรเน่ หรือแม่ปราง ลูกสาวแม่การะเกด กับพ่อเดช

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จุดเริ่มต้นของพัฒนาการเด็กที่ดี….เสริมสร้างได้ด้วย นมกล่องแรก

แม่ทุกคนอยากเห็นลูกเติบโตสมวัยและได้รับคุณค่าดีๆ จากธรรมชาติ ยิ่งในขวบปีแรกๆ ที่เด็กจะมีพัฒนาการร่างกายที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด นม จึงเป็นเสมือนอาหารหลักที่ช่วยเสริมโภชนาการของเด็กให้ครบถ้วนมากขึ้น ฉะนั้นการเลือกนมกล่องแรกนั้น จึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก

พัฒนาการเด็กที่ดี เกี่ยวกับนมกล่องแรกจริงหรือ?

หากคุณพ่อคุณแม่มีคำถาม หรือสงสัยว่า พัฒนาการเด็ก เกี่ยวข้องอะไรกับการดื่มนมกล่องแรก เรามีคำตอบให้ดังนี้ค่ะ

รศ.ดร.ขนิษฐา ธนานุวงศ์ หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายไว้ดังนี้…

“นมวัว เป็นแหล่งที่ดีของโปรตีน ช่วยให้ร่างกายของเด็กๆ เจริญเติบโตได้อย่างสมวัย มีแคลเซียมที่ดีต่อการเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง และวิตามินดี จะช่วยให้แคลเซียมถูกดูดซึมได้ดีมากขึ้นในลำไส้ เมื่อแคลเซียมถูกดูดซึมได้ดี ร่างกายก็สามารถดึงไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อย่างที่รู้กันดีว่าการส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้มีศักยภาพรอบด้านต้องได้รับการดูแลมาอย่างดีตั้งแต่เริ่มต้น นั่นก็คือการได้กินนมแม่ แต่เมื่อถึงวัยเริ่มทานอาหารอื่นๆ เสริมได้ ก็จะต้องได้รับสารอาหารอย่างหลากหลายครบถ้วน และนอกจากการได้รับอาหารหลักครบ 3 มื้อแล้ว พ่อแม่ยังจะต้องให้ลูกได้รับนมเสริมอย่างต่อเนื่องด้วย   นั่นก็เพราะว่าพัฒนาการของลูกในทุกด้านไม่ได้หยุดพัฒนาอยู่ที่ขวบปีแรกเท่านั้น แต่ยังจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ให้มีศักยภาพมากขึ้นในทุกช่วงวัยของลูก ฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมนอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว พ่อแม่ยังจะต้องให้ลูกดื่มนมอย่างต่อเนื่อง เพราะนมเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่อุดมด้วยคุณค่าสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเด็กๆ

ในช่วงตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปีแรก จะเป็นช่วงที่เด็กมีการเจริญเติบโตแบบพุ่งพรวด เรียกว่าช่วง Growth Spurt ซึ่งเด็กๆ จะสูงเร็วมาก และอีกช่วงก็จะอายุ 11- 20 ปี ที่ทั้งเด็กผู้หญิง-ผู้ชายจะเจริญเติบโตเร็วมากเช่นกัน ดังนั้นทั้ง 2 ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่สำคัญของเด็ก นอกจากการเจริญเติบโตในเรื่องของกายภาพแล้ว สมองก็เป็นส่วนที่พัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เมื่อเด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบ สมองจะมีพัฒนาการการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 60% ดังนั้นเด็กจึงควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

นมกล่องที่ดี ต้องดูที่ตรงไหน?

แม้ว่าแคลเซียมและโปรตีนจะเป็นสารอาหารที่คนนึกถึงเมื่อคิดถึงนมโคแท้จริงแล้วสารอาหารในนมโคมีมากกว่า 15  ชนิด แต่ทั้งนี้การเลือกนมโคนั้นก็สำคัญ เพราะไม่ใช่ว่านมโคแท้ 100% ทุกกล่องจะเหมือนกัน

คุณแม่ควรเลือกโดยเปรียบเทียบสารอาหาร และข้อมูลด้านข้างของบรรจุภัณฑ์ก่อนซื้อ เพื่อให้คุณได้คุณค่าสารอาหารสูงตามที่ต้องการ นมโคที่ดีควรมีสารอาหารจากธรรมชาติ อาทิ โอเมก้า 3 6 9, กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด, โปรตีน, แคลเซียม, วิตามินบี2 บี5 และ บี12 การเปรียบเทียบสารอาหารข้างกล่องบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

เรามาดูกันว่าการเลือกนมกล่องแรกให้กับลูก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพร่างกาย รวมถึงดีต่อพัฒนาการของเด็กๆ ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลต่อไปนี้ คือ…

  1. เป็นนมโคแท้ 100%
  2. ได้มาตรฐานในระดับสากล โดยเฉพาะด้านการผลิตทั้งคุณภาพน้ำนมโค กระบวนการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพรอบด้านอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดทุกขั้นตอน
  3. มีสารอาหารจากนมโคธรรมชาติครบถ้วน โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ

เห็นไหมคะว่าการเลือกนมกล่องแรกให้ลูกนั้นสำคัญมาก ยิ่งโดยเฉพาะเด็กที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโต วัยเรียน มีความจำเป็นมากที่ควรต้องได้รับสารอาหารอย่างหลากหลายครบถ้วน ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สมอง ถามว่าแล้วจะได้จากที่ไหนละ? คำตอบคือ จากอาหารหลัก 5 หมู่ที่อยู่ใน 3 มื้ออาหารประจำวัน และอีกส่วนก็ได้จากการดื่มนมที่มีสารอาหารธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้พัฒนาการลูกน้อยให้เติบโตอย่างสมบูรณ์นั่นเองค่ะ

สนับสนุนโดย โฟร์โมสต์ นมโคแท้ 100%

คุณค่าอาหารธรรมชาติครบถ้วนใน กล่องเดียว

อีกหนึ่งทางเลือก สำหรับ แม่ๆ ที่กำลังมองหา นมโค 100% ให้ลูกน้อย โฟร์โมสต์ นมโคแท้ 100% มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วนจากธรรมชาติ ใน 1 กล่อง ประกอบด้วย แคลเซียมสูง, วิตามินบี 2 บี 5 และบี 12, กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด, โปรตีน และ โอเมก้า 3 6 9 ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงสมองและระบบประสาทของเด็กๆ ให้แข็งแรง พร้อมเติบโตสมวัย

ผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ รสจืด ได้รับมาตรฐานระดับสากล GOLD STANDARD จาก ROYAL FRIESLANDCAMPINA ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะผู้ผลิตนมโคแท้ 100% คุณภาพดีให้สารอาหารสูงจากฟาร์มโคนมคุณภาพ กระบวนการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพรอบด้านอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดทุกขั้นตอน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/2FEwNZ3

คลอดลูก หมอตำแย

ทำความรู้จักกับการ คลอดลูก หมอตำแย โบราณ คลิก!

ก่อนดูตอนอวสาน ต้องทำความรู้จักกับการ คลอดลูก หมอตำแย โบราณ สไตล์แม่หญิงการะเกด บอกเลยงานนี้พีคมาก!

 

 

แค่คิดก็เศร้าแล้วที่ต้องถึงวันที่ละครดังอย่าง บุพเพสันนิวาส มาถึงตอนอวนสาน … และหนึ่งในฉากที่ถูกจัดได้ว่าพีคมากๆ สำหรับละครเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้น ฉากที่แม่หญิงของพวกเรา คลอดลูก หมอตำแย แบบไทยแท้โบราณ

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะพอรู้จักกับหมอตำแยมาบ้างคร่าว ๆ แล้วใช่มั้ยคะ เผลอ ๆ อาจจะมีคุณแม่บางท่านเคยคลอดด้วยวิธีมาแล้วเสียด้วยซ้ำ … เอาเป็นว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้ทีมงานจะมาขอนำเสนอเรื่องราวของ “หมอตำแย” กันก่อน งานนี้ละค่ะ พอถึงเวลาตอนคลอดลูกของแม่หญิงเราก็จะทราบกันแล้วละค่ะว่า ที่มาของ หมอตำแย นั้นคืออะไร พร้อมกันแล้วหรือยังคะ ถ้าหากพร้อมแล้วเราไปดูเรื่องเล่านี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

พัฒนาการทารก 6 เดือน

5 กิจกรรมและวิธีการเสริม พัฒนาการทารก 6 เดือน

พัฒนาการทารก 6 เดือน มีอะไรมากกว่าเริ่มให้ทานอาหารเสริมได้ อยากรู้ลูกจะแสบซนขนาดไหนต้องอ่าน!

 

 

คุณแม่คะ ตอนนี้ลูกน้อยเริ่มโตมากขึ้นแล้ว เรียกได้ว่าเรามาถึงกันได้ครึ่งทางแล้วนะคะ อีกไม่กี่เดือนก็ครบหนึ่งปีแล้ว … คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะทราบกันแล้วใช่ไหมละคะว่า พัฒนาการทารก 6 เดือน มีอะไรเพิ่มมากขึ้นบ้าง ว่าแล้วไปดูภาพรวมทั่ว ๆ ไปนี้พร้อมกันเลยค่ะ ตามด้วยกิจกรรมที่จะมาช่วยเสริมพัฒนาการลูกให้แข็งแรง เติบโตสมวัยกัน

พัฒนาการทารก 6 เดือน โดยทั่วไป

  • พัฒนาการทางร่างกาย
    • ลูกควบคุมกล้ามเนื้อใหญ่ได้มากขึ้นได้ดีกว่าเดิม สามารถหันหน้าและเอี้ยวตัวไปมาได้ดี
    • เริ่มยืนเองได้แล้วนะคะ แต่ก็ยังคงต้องมีคุณพ่อคุณแม่คอยพยุงอยู่ดีค่ะ เพื่อป้องกันการล้ม
    • พลิกคว่ำได้ชำนาญมากขึ้น ที่สำคัญเริ่มคืบไปข้างหน้าและข้างหลังได้แล้วนะคะ
    • สามารถนั่งอยู่บนเก้าอี้เด็กและควบคุมมือของตัวเองได้มากขึ้น อยากหยิบจับหรือถืออะไรก็เริ่มคล่องและแม่นยำ
    • ชอบเล่นเกมหยิบของแล้วปล่อยให้ตก เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เก็บและโยนใหม่
การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง

กระทู้ดีจากพันทิป! แนวทาง การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง ที่น่ารัก

การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง อีกหนึ่งแนวทางการเลี้ยงลูกที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนสงสัยว่าดีหรือไม่ เลี้ยงกันอย่างไร แล้วถ้า เลี้ยงลูกแบบฝรั่ง ลูกจะโตขึ้นมาเป็นคนดีหรือเปล่า เพื่อคลายความสงสัยและเป็นแนวทางสู่ Amarin Baby & Kids มีประสบการณ์จากการผลของการเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง มาฝากค่ะ

กระทู้ดีจากพันทิป! แนวทาง การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง ที่น่ารัก

ซึ่ง แนวทาง การเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง ที่น่ารัก ๆ นี้ โพสต์โดยผู้ใช้พันทิป ชื่อ เฮียพี่ชา โดยตัวผู้เขียนกระทู้นั้นไม่ใช่คุณแม่ แต่ก็ยินดีที่จะ บอกเล่าประสบการณ์การเลี้ยงลูก หรือสอนลูกแบบต่างๆที่น่ารักๆของสังคมฝรั่งมาให้อ่านดูค่ะ เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ นำไปใช้ ดังนี้

ก่อนอื่นขอบอกก่อนนะคะว่าเราไม่ใช่คุณแม่ และยังไม่คิดเรื่องจะมีลูกค่ะ ตอนนี้มีแต่หลาน

แต่ต้องขอตั้งประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะว่าเราสังเกตถึงคำว่า”เลี้ยงลูกแบบฝรั่ง”ที่คนเข้าใจผิดๆว่า มันหมายถึง”ไม่ตี” “เลี้ยงแบบปล่อย” หรือว่า “ไม่สอน”

การเลี้ยงลูกแบบครอบครัวฝรั่ง

ต๊ายยยยค่ะ ฟังแล้วตกใจ มีที่ไหนคะไม่สอนลูก T_T การที่เค้าไม่ตีมันไม่ได้แปลว่าเค้าไม่สั่งสอนลูกค่ะ พ่อแม่แต่ละคนก็มีบทเรียนให้ลูกเรียนรู้หรือเข็ดโดยที่ไม่ต้องตี ครอบครัวเราก็เป็นคนต่างชาติค่ะ และการสั่งสอนเค้าก็คือการไม่ตีเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีบทเรียนอะไรเลยที่ทำให้ลูกหลาบจำ สังคมเราในต่างประเทศก็เจอคนที่มีวิธีอบรมสั่งสอนลูกที่ต่างกันไปค่ะ บางคนสอนได้ถึงขั้นที่เรียกว่า “เก๋” เลยทีเดียว

เราเลยอยากเอาประสบการณ์การเลี้ยงลูก หรือสอนลูกแบบต่างๆที่น่ารักๆของสังคมฝรั่งมาให้อ่านดูค่ะ เผื่อใครอยากนำไปใช้ก็ดีเหมือนกันค่ะ ^^

**ป.ล. เด็กแต่ละคนมีนิสัยไม่เหมือนกันนะคะ เราไม่การันตีว่าการสอนลูกแบบนี้จะใช้ได้กับเด็กทุกคน เราแค่มีเจตนาจะมาแชร์เรื่องราวน่ารักๆค่ะ

ผมร่วงหลังคลอด

ภาวะผมร่วงหลังคลอด แม่ๆมีวิธีรับมืออย่างไร?

เคยสังเกตกันบ้างไหมคะ? ว่าคุณแม่ๆที่มีลูกแล้ว ทำไมถึงมักนิยม ตัดผมสั้น หลังคลอด แอบบอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ใช่เพียงแค่ให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่การที่คุณแม่ที่มีลูกแล้วมักตัดผมสั้นนั้นเกี่ยวข้องกับ ภาวะผมร่วงหลังคลอด อีกด้วยค่ะ

 

ภาวะผมร่วงหลังคลอด

ยิ่งใกล้ถึงตอนจบละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ก็ยิ่งมีภาพความน่ารักของแม่นายการะเกดออกมาแบบรัวๆเลยค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีภาพแม่นายการะเกดและลูกๆด้วยที่ดูกี่ทีก็น่ารัก น่าเอ็นดู แต่สังเกตกันไหมคะ? ว่าทำไมแม่นายการะเกดถึงต้องตัดผมสั้น หลังจากที่มีลูกแล้ว วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาเฉลยค่ะ

ตัดผมสั้น

ที่เห็นแม่นายการะเกดตัดผมสั้นหลังจากที่มีลูกแล้วนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของความเชื่อคนสมัยก่อนด้วยค่ะว่า หากคุณแม่ไว้ผมยาวตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ สารอาหารจะถูกนำไปหล่อเลี้ยงเส้นผมมาก จนทำให้ลูกไม่ได้รับสารอาหาร และหลังจากที่คลอดลูกแล้ว คุณแม่จะต้องอยู่ไฟอีกนับเดือน รวมถึงห้ามสระผมด้วย ทำให้จำเป็นต้องตัดผมสั้น และให้ดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นนั่นเองค่ะ ถ้าคุณแม่ๆสนใจ อยากจะลองตัดผมตามแม่นายการะเกดก็ได้นะคะ เอารูปไปเป็นแบบได้เลยค่ะ

 

รวมภาพ แม่นายการะเกด ตัดผมสั้น น่ารัก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เมนูเส้น

แจกสูตรอร่อย “มักกะโรนีอบชีส” เมนูเส้น แก้ลูกเบื่อข้าว

เด็กบ้านไหนเบื่อเคี้ยวข้าวแล้ว เชิญทางนี้…เชฟแม่หมีมีสูตรเด็ดที่เป็น เมนูเส้น กับ “มักกะโรนีอบชีส” สุดอร่อย มาฝาก รับรองไม่จำเจ แก้ปัญหาลูกเบื่อข้าวได้แน่นอน

ลูก 1 ขวบ ไม่ยอมกินข้าว ปัญหา ลูกเบื่อข้าว อีกหนึ่งความกังวลที่ทำเอาคุณแม่เหนื่อยใจทุกครั้งที่เข้าครัว เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร หรือทำเมนูไหนให้ลูกทานดี หลอกล่อสารพัดก็ไม่เป็นผล ทำเอาคุณแม่กลุ้มใจกลัวลูกจะผอม และขาดสารอาหาร

แจกสูตรอร่อย มักกะโรนีอบชีส เมนูเส้น แก้ลูกเบื่อข้าว

เมนูเส้น แก้ปัญหา ลูกเบื่อข้าว

ทั้งนี้สาเหตุที่ ลูกเบื่อข้าว หรือการที่ ลูกเบื่ออาหาร อาจเกิดได้หลายปัจจัย เช่น ถูกบังคับให้กินมากจนเกินไป ด้วยความหวังดีของพ่อแม่ก็อยากให้ลูกกินเยอะๆ โดยที่ลืมคิดไปว่าลูกอาจจะอิ่มแล้ว ในขณะที่พ่อแม่บางคนหลอกล่อให้ลูกกินข้าวโดยการพาไปเที่ยว หรือให้เล่นของเล่น จึงเป็นสาเหตุทำให้ลูกเบื่ออาหารได้ ซึ่งความอยากอาหารของเด็กแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เด็กบางคนกินมาก บางคนกินน้อย บางคนตัวสูง บางคนตัวเล็ก จึงทำให้ปริมาณการกินอาหารแตกต่างกันด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ความกังวลของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คือกลัวลูกขาดสารอาหาร ซึ่งเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ หากลูกเเข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี วิ่งเล่น อารมณ์ดี ร่าเริงตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บป่วย ซึมเศร้า เจริญเติบโตตามเกณฑ์ของอายุ …ก็เป็นคำตอบได้ว่าลูกแข็งแรงปกติดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ลูกไม่ยอมกินข้าว หรือกินอาหารบวกกับมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิด ผิวพรรณซีด ไม่เติบโตเท่าที่ควร ก็อาจเป็นอาการเริ่มต้นของการขาดสารอาหารได้

เมื่อทราบแบบนี้แล้วก็ช่วยเบาใจได้ แต่ถ้ายังกังวล ตามมาดูวิธีแก้ปัญหาลูกเบื่ออาหารได้ ดังนี้เลยค่ะ….

เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

ลูกเล่นน้ำในบ่อ เสี่ยง เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

โรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เป็นอันตรายต่อชีวิตของลูกน้อยได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่พามารับการรักษาล่าช้า หรือได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ว่าเมื่อใดควรมาพบแพทย์

แล้วโรคนี้มีอาการอย่างไร ตามมาอ่านประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ได้เขียนเล่าอาการป่วยอย่างละเอียดยิบ ของลูกน้อยจาก โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ไว้ในพันทิป ได้ที่นี่กันค่ะ

แม่เล่าประสบการณ์ เมื่อลูกป่วยเป็นโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

โดยคุณแม่ท่านนี้เป็นสมาชิกผู้ใช้เว็บไซต์พันทิปได้ใช้ชื่อ ปังปุณ ซึ่งได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวอาการป่วยของลูกน้อย จากโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส ไว้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นเทราบและไว้สังเกตลูกน้อยของตัวเอง ดังนี้…

เป็นการโพสครั้งแรกนะคะผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ

ก่อนอื่นอยากจะเตือนพ่อ แม่ ทุกๆ ท่านนะคะ เด็กส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้สาเหตุเกิดจากการเล่นน้ำ ที่มีเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส แล้วก็สำลักน้ำเข้าไปทางจมูกทำให้เชื้อโรคเข้าสู่สมอง ถ้าจะให้ดีควรจะให้ลูกเล่นน้ำในสระว่ายน้ำที่มีระบบบำบัดเท่านั้น

Mom should know : เชื้ออะมีบา หนึ่งในเชื้อร้าย จากน้ำ ที่ทำให้ ลูกน้อยเป็นโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเชื้ออะมีบา จะอยู่ตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ได้แก่ ลำธาร ลำคลอง หนองน้ำ บ่อ บึง ทะเลสาบน้ำจืด ฯลฯ โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลช้าๆ  หรือบริเวณที่เป็นดินโคลน อะมีบาเหล่านี้ชอบน้ำอุ่นๆ จึงพบมากในฤดูร้อน แต่จะไม่พบในน้ำกร่อยหรือน้ำทะเล โดยปกติอะมีบาเหล่านี้ดำรงชีพอิสระในสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยกินของเสียจากแบคทีเรีย แต่เมื่ออะมีบาดังกล่าวมีโอกาสเข้าสู่คนจะก่อให้เกิดพยาธิสภาพที่รุนแรงโดยเฉพาะที่สมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบและเนื้อสมองอักเสบที่มีอาการรุนแรงถึงแก่ความตายได้

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.med.cmu.ac.th

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด คือ ที่บ้านทำบ่อเลี้ยงปลาคาร์ฟ ขนาดก็ใหญ่พอสมควร ทำสระเสร็จก็เตรียมพักน้ำไว้ในบ่อเพื่อรอจะปล่อยปลา ลูกชายก็ชอบเล่นน้ำเป็นทุนอยู่แล้ว พอเห็นบ่อปลาใส่น้ำไว้ก็เลยขอลงไปเล่น ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร แค่ให้เล่นตอนที่แดดไม่ร้อนก็น่าจะได้ลูกชายเล่นไปสามวันติด ดำผุดดำว่ายสำลักน้ำตามประสาเด็ก

สามวันต่อมาลูกชายเริ่มมีอาการปวดหัว และมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกเล็กน้อย จึงคิดว่าลูกเป็นหวัดเพราะเล่นน้ำแน่ๆ วันรุ่งขึ้นลูกชายปวดหัวมากขึ้น และไข้สูงขึ้น 39 องศา ร้องตลอดว่าปวดหัวๆ จึงรีบพาไปหาหมอ (ลูกชายอายุแปดขวบนะคะ)

ลูกป่วยเป็นโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ~ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2559~

คุณหมอตรวจอาการแล้วบอกว่าให้นอนรพ. ดีกว่า ขอตรวจให้ละเอียดทุกอย่าง เพราะน้องไข้สูง ปวดหัวมาก และมีอาการปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วย คุณสั่งตรวจน้ำมูกหาไข้หวัดใหญ่ ตรวจเลือดหาไข้เลือดออก ช่วงเย็นวันนั้นผลทุกอย่างก็ออกมาว่าปกติ คุณหมอบอกว่าเหลือสมองที่เดียวแล้วที่คุณหมอสงสัยเพราะ “น้องมีอาการคอแข็งก้มไม่ลง” ซึ่งเป็นอาการของโรค ไข้สมองอักเสบ หรือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ตรงนี้ฝากเตือนด้วยนะคะ ถ้าลูกมีอาการไข้สูง ปวดหัวมาก และคอแข็งก้มไม่ลง ปวดเมื่อยตั้งแต่คอลงไปถึงหลังให้สงสัยไว้ก่อนเลย)

คุณหมอขอให้นำน้องลงไปตรวจโดยการเจาะไขสันหลัง เพื่อนำน้ำในไขสันหลังไปตรวจหาเชื้อโรค ตอนนี้ลูกชายยังรู้สึกตัวดี พูดคุยกับคุณแม่ได้ปกติ และให้ความร่วมมือกับคุณหมออย่างดีจึงไม่ต้องมีการดมยาสลบ

ผลออกตอน 22.00 น. คุณหมอสั่งให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียทางสายน้ำเกลือทันทีหลังจากรู้ผล คืนนี้ลูกชายมีไข้ขึ้นและบ่นปวดหัวตลอด พอหมดฤทธิ์ไข้ก็ขึ้นทันทีต้องเช็ดตัวตลอดทั้งคืน พอวันต่อมา….

ลูกในท้องหลับตอนไหน

ลูกในท้องหลับตอนไหน กลางวัน/กลางคืนทำอะไร

คุณแม่ท้องเคยสงสัยไหมว่า… ลูกในท้องหลับตอนไหน หรือตื่นตอนไหน และช่วงเวลาตอนกลางวัน – กลางคืนนั้น ลูกทำอะไรอยู่บ้าง เพื่อคลายความสงสัยให้คุณแม่ท้อง Amarin Baby & Kids จึงมีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากค่ะ

ไขข้อสงสัย ลูกในท้องหลับตอนไหน ตื่นตอนไหน
และกลางวัน/กลางคืน ลูกทำอะไร

เชื่อว่าหากคุณกำลังตั้งครรภ์…คุณแม่มือใหม่ทุกคนก็คงอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกในท้องว่า เติบโตไปอย่างไร แข็งแรงแค่ไหน หรือลูกของเรากำลังทำอะไรตอนอยู่ในท้อง ซึ่งหากคุณแม่สังเกตให้ดี (สำหรับคุณแม่ท้องแรก) จะเริ่มรู้สึกว่า ลูกเริ่มดิ้น ประมาณสัปดาห์ที่ 18-20 ส่วนคุณแม่ท้องหลัง ๆ อาจจะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นประมาณสัปดาห์ที่ 16-18 เป็นต้นไป

ซึ่งการที่ ลูกดิ้น จะเกิดจากการที่เขาเริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายที่สมบูรณ์มากขึ้น รู้สึกมีพื้นที่ในท้องที่ยังเคลื่อนตัวได้ โดยคุณแม่บางคนก็อาจเห็นได้ว่า ตอนไปอัลตร้าซาวด์ คราวก่อนลูกหันตัวไปทางซ้าย มาคราวนี้เห็นลูกหมุนตัวเอาศีรษะลง

อัลตร้าซาวน์ ลูกในท้อง

ทั้งนี้เนื่องจากว่าลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์นั้นจะลอยไปลอยมา ยิ่งคุณแม่เคลื่อนไหว ร่างกายของทารกในครรภ์ก็จะขยับเคลื่อนไหวไปด้วย โดยการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ลอยไปลอยมานั้น ลูกน้อยก็จะสัมผัสกับผิวด้านในของมดลูกตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็มีผลต่อการพัฒนาระบบประสาทรับความรู้สึกของลูกอีกด้วย นอกจากนั้นลูกยังรู้จักการปรับตัวและรู้จักการรักษาความสมดุลของร่างกายไปพร้อมๆ กัน

และเมื่อคุณแม่ท้องรู้ว่าลูกดิ้นตอนไหนแล้ว…ส่วนในเรื่องของความสงสัยที่ว่า แล้ว ลูกในท้องหลับตอนไหน หรือตื่นตอนไหน และในช่วงเวลากลางวัน/กลางคืน นั้นลูกทำอะไรอยู่บ้าง ตามมาคลายความสงสัยนี้กันเลยค่ะ…

ให้พ่อเลี้ยงลูก

6 ช่วงเวลาที่ต้องปล่อย ให้พ่อเลี้ยงลูก เองบ้าง

ทำไมต้องเลี้ยงลูกคนเดียว!? ปล่อย ให้พ่อเลี้ยงลูก เองบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 6 ช่วงเวลานี้!!

 

 

ขอเสียงแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวงก ๆ จนไม่มีเวลากิน ไม่มีเวลานอน ไม่มีเวลาเข้าน้ำ … ผิดกับสามี เวลาชิวเยอะแยะ อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป รู้ทั้งรู้ว่าเลี้ยงลูกเหนื่อย ถามสักคำว่า “เหนื่อยไหม?” ก็ไม่มี แบบนี้คงต้องปล่อยให้เลี้ยงลูกเองบ้างเสียแล้ว จะได้รู้!!

พบกับ 6 ช่วงเวลาที่แม่มืออาชีพอย่างเราต้องไป ให้พ่อเลี้ยงลูก เองเสียบ้าง จะได้รับรู้รสชาติ และจะได้มีส่วนร่วม … จะมีช่วงเวลาอะไรบ้างนั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีมาฝากแม่ ๆ ทุกท่านค่ะ