ลูกในท้องหลับตอนไหน

ลูกในท้องหลับตอนไหน กลางวัน/กลางคืนทำอะไร

ลูกในท้องหลับตอนไหน
ลูกในท้องหลับตอนไหน

สำหรับในช่วงเวลากลางคืน เมื่อคุณแม่ท้องใช้พลังงาน หรือทำกิจกรรม ใช้ชีวิตประจำวัน เคลื่อนไหวน้อยลง และพร้อมนอนหลับพักผ่อน นั่นก็จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ใช้เลือดน้อยลง ซึ่งเลือดที่ออกมาจากหัวใจคุณแม่ก็ไปหล่อเลี้ยงมดลูกน้อยที่ลูกอาศัยอยู่มากขึ้น ทำให้ลูกน้อยได้รับออกซิเจนมากขึ้น และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาดิ้นมากกว่าตอนกลางวัน จึงทำให้คุณแม่สามารถจับความรู้สึก ความเปลี่ยนแปลงภายในท้องได้ง่ายกว่าตอนกลางวัน

การนอนของทารกในครรภ์

ในช่วงที่คุณแม่ท้องมีอายุครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ลูกน้อยจะมีการสร้างสมองเพียงพอให้เกิดการหลับแบบ REM (Rapid Eye Movement) และจะเริ่มมีกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการมองเห็น และการได้ยิน จนในช่วงตั้งครรภ์ครบ 8 เดือน ซึ่งลูกน้อยในครรภ์ก็จะเริ่มนอนหลับแบบ non-REM หรือแบบหลับสนิทได้แล้ว

และในบางครั้ง เมื่อคุณแม่ท้องไปทำการอัลตราซาวนด์แบบ 4 มิติ ก็อาจได้เห็นลูกน้อยกำลังนอนยิ้มอยู่ ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าเกิดอาการกระตุก หรือมีการดึงนั่นเอง

ลูกในท้อง

ทำไมลูกชอบดิ้นตอนกลางคืน

มีการศึกษาค้นคว้าจากสมาคมคุณแม่ตั้งครรภ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า สาเหตุที่ทารกในครรภ์มักจะดิ้นในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน นั่นก็เพราะว่า ในตอนกลางวันนั้นคุณแม่จะไม่ค่อยอยู่เฉย มีการเคลื่อนไหวตัวตลอดเวลา ทำให้ลูกน้อยชอบที่จะหลับในช่วงเวลานั้น

แต่พอตกกลางคืน คุณแม่เคลื่อนไหวน้อยหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ น้อยลง เวลานี้นี่แหละที่ทำให้ลูกน้อยในครรภ์ตื่น และดิ้นมากในตอนกลางคืนอย่างที่คุณแม่รู้สึกนั่นเอง แต่ถ้าหากแม่ท้องรู้สึกว่า ลูกดิ้นแรงและบ่อยมากช่วงกลางคืน จนทำให้คุณแม่ไม่สามารถพักผ่อนได้เลยนั้น แนะนำให้คุณแม่ท้องหาเวลางีบหลับในช่วงระหว่างวันสัก 10 – 15 นาทีบ้าง ก็จะช่วยทำให้ดีขึ้นได้

⇒ Must read : แม่ท้องงีบหลับ ช่วยชาร์ตพลังแม่สู่สมองลูก

อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าลูกน้อยในครรภ์มีความสามารถในการรับรู้และจดจำความรู้สึกต่างๆ จากสภาพแวดล้อมได้ คุณแม่ท้องจึงควรระมัดระวังให้มากกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้ ซึ่งหากคุณแม่รู้จักนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กทารกในครรภ์ก็จะทำให้เกิดผลดีกับตัวของลูกเองด้วยเช่นกันค่ะ

อ่านต่อ “บทความดีๆ น่าสนใจ” คลิก!


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.momjunction.com

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X