เชื้อลิสทีเรีย

ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก วัย 6-12 เดือน กินอะไรได้บ้าง?

event
เชื้อลิสทีเรีย
เชื้อลิสทีเรีย

ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก 6-12 เดือน

ทารกแรกเกิดเป็นที่ทราบกันว่าจะต้องกินนมแม่ ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 เดือน และเมื่ออายุครบ 6 เดือน ก็เป็นวัยที่เริ่มทานอาหารเสริมได้ เพราะเมื่อลูกน้อยอายุ 6 เดือน ฟันหน้า 2 ซี่ล่างจะเริ่มขึ้น ลูกน้อยจะเริ่มรู้สึกอยากจะกัด เคี้ยว ซึ่งผลไม้นั้นก็เป็นหนึ่งในอาหารเสริมสำหรับลูกได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ฟันขึ้นได้ดีอีกด้วยค่ะ

ผลไม้สามารถทำให้ลูกน้อยรู้จักการ เรียนรู้รสหวานจากน้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับพัฒนาการของลูก โดย ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก 6-12 เดือน มีดังนี้

  • กล้วย เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายของเด็ก ช่วยแก้อาการท้องผูก เมื่อเด็กได้รับประทานกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าสุกเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้เด็กไม่มีอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยอาหารอยู่มาก จึงช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก  มีโพแทสเซียมและคุณค่าทางอาหารสูง  
  • ส้ม ผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ป้องกันไข้หวัด และยังมีวิตามินซี ช่วยดูดซึมธาตุเหล็กและช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟันด้วย และภาวะความเป็นกรดที่ช่วยให้การย่อยโปรตีนจากนมดีขึ้น ซึ่งส้มก็มีหลากหลายสายพันธุ์ พันธุ์ที่นิยมให้เด็กๆรับประทานและดีต่อระบบขับถ่ายของเขาก็คือ พันธุ์ส้มเขียวหวาน   
  • มะม่วงสุก มีเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา มีแอนติออกซิแดนท์ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ด้วย

ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก

  • อะโวคาโด มีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม มีวิตามินอี และกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะหัวใจ แต่คุณแม่ควรจำกัดปริมาณ ไม่ควรให้ลูกกินมากเกินไป เพราะอโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง
  • มะละกอ  เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยแก้อาการท้องผูก ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ไม่ว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อได้รับประทานมะละกอแล้วจะทำให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้อย่างปกติ และสบายท้อง หมดปัญหาเรื่องอาการแน่นท้อง ท้องผูก   

แม่ท้อง

  • แตงโม เป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะจึงสามารถช่วยแก้กระหาย ดับร้อนได้ เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน เด็กๆมักจะชอบรับประทาน ที่สำคัญดีต่อระบบขับถ่ายของเด็กอีกด้วย นอกจากนี้แตงโมยังมีสรรพคุณในการช่วยล้างทำความสะอาดไตในวัยผู้ใหญ่ด้วย
  • แอปเปิ้ล  เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณเป็นยาระบาย เพราะมีสารเพคตินเป็นไฟเบอร์ที่สำคัญในระบบย่อยอาหาร ซึ่งสามารถช่วยในการขับถ่าย มีประโยชน์ต่อลำไส้ รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการท้องผูกและท้องเสีย อีกทั้งยังมีวิตามิน A, B1, B2, B6, คลอไรด์ เหล็ก แคลเซียม และโซเดียม 

 

วิธีการเตรียม ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก แต่ละชนิด

♦ คั้นน้ำ ใช้กับผลไม้ประเภทที่มีเส้นใย เช่น ส้มเช้ง ส้มเขียวหวาน และแตงโม

♦ ครูดและบด เหมาะสำหรับผลไม้เนื้อสุกนิ่ม กากใยน้อย เช่น มะม่วงสุก มะละกอสุก และอะโวคาโด

♦ ปั่น เลือกผลไม้ที่มีน้ำเยอะ กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ เช่น สาลี่ กีวี่ แอปเปิ้ล และองุ่น ก่อนปั่นควรปอกเปลือก และอาจจะใส่น้ำสุกเพิ่ม แต่การปั่นในโถปั่นอาจมีฟองอากาศผสมเข้าไป ทำให้คุณค่าอาหารอาจลดน้อยลง และลูกอาจมีลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น หลังกินควรมีกิจกรรมให้ลูกทำบ้าง

♦ หั่นชิ้นเล็ก เหมาะกับผลไม้ทุกชนิด เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม อะโวคาโด มะม่วงสุก แตงไทย และองุ่น แต่ผลไม้ที่มีเปลือกบางๆ เช่น องุ่นและส้ม คุณแม่ควรลอกเปลือกและแกะเมล็ดออกให้เรียบร้อย

♦ หั่นเป็นแท่ง มักใช้กับผลไม้ที่นิ่มปานกลาง และไม่เละ เช่น มะม่วง ชมพู่ สาลี่ แอปเปิ้ล และฝรั่ง เพราะลูกจะสามารถจับถือกินเองได้

 

การรับประทาน ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก วัยตั้งแต่  6-12 เดือน

วัย 6-8 เดือน

ลูกควรกินเป็นผลไม้บด ยี หรือครูด ถ้าคุณแม่บดผลไม้ผ่านตะแกรง จะทำให้มีน้ำมากกว่าเนื้อ อาจจะผสมเนื้อผลไม้รวมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความข้นหนืด เพราะลูกวัยนี้เริ่มมีทักษะในการใช้ลิ้นตวัดอาหาร และแตะเพดานปากดีขึ้น ลูกจะสามารถกลืนอาหารได้โดยไม่สำลัก และควรเริ่มจาก 2–3 ชิ้นเล็ก ๆ จนกระทั่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นถึง 2 ช้อนโต๊ะ

อายุ 8-10 เดือน

ในวัยนี้ลูกจะเริ่มมีฟันเพิ่มขึ้นแล้วล่ะค่ะ คุณแม่ควรเลือกผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ให้ลูกน้อยได้ทดสอบความสามารถของฟัน และคุ้นชินกับอาหารที่มีลักษณะหยาบขึ้น สำหรับผลไม้ควรหั่นชิ้นเล็กประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำผลไม้คั้นสด 2–4 ออนซ์

อายุ 10-12 เดือน

สำหรับลูกน้อยวัยนี้จะมีฟันขึ้นเยอะมากกว่าเดิม และเริ่มขบเคี้ยวอาหารจากฟันหน้า เพราะฉะนั้นผลไม้ที่เด็กวัยนี้กินได้ควรเป็นผลไม้เนื้อนิ่มปานกลาง คุณแม่อาจจะหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือเป็นแท่งให้ลูกจับถือกินเอง และควรกินประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ ถ้าเป็นน้ำผลไม้คั้นสดประมาณ 2–4 ออนซ์

 

ทราบกันไปแล้วนะคะว่า ผลไม้สำหรับเด็กเล็ก มีอะไรบ้าง แต่ต้องย้ำว่าผลไม้ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกน้อยกิน ก็คือ ผลไม้ที่ที่มียางและมีเมล็ดเล็กๆ ค่ะ และถ้าจะให้ดีคุณแม่ควรให้ลูกกินผลไม้หลากหลายสีอย่างน้อย 2-3 ชนิดต่อวัน เพื่อลูกจะได้คุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วน ที่สำคัญควรเป็นผลไม้สดและใหม่ รวมถึงอย่าลืมเรื่องของความสะอาดปลอดภัยก่อนรับประทานกยันด้วยนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูล  www.kapook.com /  www. elib.fda.moph.go.th

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ในสตรีมีครรภ์ เรื่องที่คุณแม่ท้อง ต้องระวัง

คนท้องดื่มชาเขียวได้ไหม? ดื่มมากไป เสี่ยงแท้ง จริงหรือ?

อาหารเสริมลูกน้อย เริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up