ชื่อคนเกิดวันอังคาร

รวมชื่อดี ชื่อคนเกิดวันอังคาร เป็นมงคลสำหรับลูกสาว+ชาย

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย การตั้งชื่อจริง ตั้งชื่อลูก ชื่อมงคล โดยเฉพาะ ชื่อคนเกิดวันอังคาร Amarin Baby & Kids มีรายชื่อสำหรับเด็กหญิง เด็กชาย ที่ เกิดวันอังคาร พร้อมคำอ่าน และความหมายของชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์ หลักการตั้งชื่อตามวันเกิด มาแนะนำ ตั้งแต่ ก-ฮ จะมีชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันอังคาร ชื่อตามวันเกิด สำหรับลูกชาย ลูกสาว

ตามที่โบราณาจารย์ได้กำหนด การตั้งชื่อตามวันเกิด จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น

โดยหลักการข้อห้าม!! ในการตั้งชื่อคนเกิดวันอังคาร คือ “อักษรวรรคกาลกิณี ตัว ก ข ค ฆ ง” ห้ามนำมาใช้โดยเด็ดขาด!!!

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ สำหรับ ชื่อเกิดวันอังคารเพศชายนิยมใช้อักขระ วรรคเดช (ด ต ถ ท ธ น) นำหน้าหรือตามหลัง เพศหญิงนิยมใช้ วรรคศรี (บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่นๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้นๆ

อีกทั้ง ชื่อคนเกิดวันอังคาร ที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีตัวอักษร ,สระในวรรค/ทักษาอื่นๆรวมๆกันอยู่ในชื่อ เมื่อได้ชื่อตามหลักตามหลักทักษาปกรณ์แล้ว ก็ควรนำไปตรวจสอบตาม หลักวิชาเลขศาสตร์ และ อายตนะ 6 ดูว่าผลทำนายรวม ดีหรือเสียอย่างไร เพื่อเลือกชื่อที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการตั้งชื่อลูกที่ถูกโฉลกตามวันเกิด Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวมรายชื่อคนเกิดวันอังคาร สำหรับใช้ในการตั้งชื่อลูกชายและลูกชาย ซึ่งยังรวมทั้งการสะกด และความหมายของชื่อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจ จะมีชื่อใดบ้างมาดูกันเลยค่ะ….

รวมรายชื่อคนเกิดวันอังคาร (เด็กชาย-เด็กหญิง)  ตัวอักษร ก-ฮ

สับปะรด เร่งคลอด

ไขข้อข้องใจ สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ? คงเป็นคำถามสำหรับคุณแม่ๆที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ใช่ไหมคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids  มีคำตอบมาฝากแม่ๆกันว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้หรือไม่?ค่ะ

 

สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

ในการตั้งครรภ์ ใช่ว่าคุณแม่ๆจะมีความกังวลในเรื่องของการคลอดก่อนกำหนดเท่านั้น แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์บางท่าน ก็มักจะมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์เกินกำหนดได้เช่นกัน นั่นหมายถึงการตั้งครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ ซึ่งหากปล่อยไว้นานย่อมไม่เกิดผลดีกับทารกน้อยในครรภ์แน่นอน เพราะจะทำให้รกเสื่อม และไม่สามารถนำอาหาร และออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ได้  ดังนั้น จึงได้มีวิธีการเร่งคลอดขึ้น

การเร่งคลอด คือ การทำให้เกิดการเจ็บครรภ์ โดยอาศัยวิธีการต่างๆ ในขณะที่คุณแม่ยังไม่เจ็บท้องคลอดเองตามธรรมชาติ และหากเป็นไปได้ คุณแม่ก็มักจะเลือกวิธีการเร่งคลอดแบบธรรมชาติดีกว่า ซึ่งก็มีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการกินสับปะรด ที่บางคนก็ยังมีข้อสงสัยว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

สับปะรด เร่งคลอด

สับปะรด เป็นผลไม้ที่ช่วยย่อยอาหารที่เป็นกรดและเป็นด่าง เหมาะสำหรับรับประทานหลังอาหารที่หนักเนื้อสัตว์ ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังช่วยขับปัสสาวะ สามารถอมแก้เจ็บคอ หรือบรรเทาคออักเสบได้ และสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ สับปะรด เร่งคลอด ได้หรือไม่นั้น บอกเลยว่า สับปะรดมีส่วนช่วยในการเร่งคลอดได้บ้างค่ะ เพราะในสับปะรดมีสารบรอมีเลน ที่ช่วยทำให้ปากมดลูกอ่อนตัว และเปิดขยายออก รวมถึงมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอ่อนๆ ที่ช่วยให้การบีบตัวของมดลูกมีมากขึ้นค่ะ แต่คุณแม่ท้องก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอดีนะคะ ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป เพราะไม่ว่าอาหารชนิดใด รับประทานมากเกินไปก็ย่อมไม่เป็นผลดีกับร่างกายทั้งสิ้นค่ะ

เมื่อทราบแล้วว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้ แม่ท้องสามารถที่จะรับประทานได้ แต่จะรับประทานเป็นผลไม้อย่างเดียว ก็คงจะเบื่อกันใช่ไหมคะ แม่ๆ มาลองทำเมนูจากสับปะรดกันดีกว่า จะมีอะไรมาบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

 

รวมเมนูสุดเริ่ดจาก สับปะรด แม่ท้องต้องลอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฟังเพลงตอนท้อง

ฟังเพลงตอนท้อง ช่วยลูกฉลาดจริงหรือ?

ฟังเพลงตอนท้อง คุณแม่ๆต้องเคยลองทำแน่ๆใช่ไหมคะ เพราะความเชื่อที่ว่าจะทำให้ลูกอารมณ์ดี ซึ่งการฟังเพลงของคุณแม่ๆแต่ละคนก็แตกต่างกันไป โดยเฉพาะการเลือกฟังเพลงโมสาร์ท แล้วการฟังเพลงสาร์ทนั้น ช่วยให้ลูกฉลาดได้จริงหรือไม่? วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

 

ฟังเพลงตอนท้อง

การฟังเพลงสำหรับคุณแม่ๆที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นที่นิยมมาค่อนข้างนานแล้วค่ะ เพราะความเชื่อที่ว่าฟังเพลงตอนท้อง นอกจากช่วยให้คุณแม่ๆได้ผ่อนคลายแล้ว ก็ยังมีความเชื่อว่า จะส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เป็นเด็กที่อารมณ์ดีไปด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าระบบประสาทการรับฟังของทารกในครรภ์จะเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่อายุครรภ์ 22 สัปดาห์เป็นต้นไปค่ะ เสียงทุกอย่างที่คุณแม่ได้ยินจะถูกนำไปใช้เป็นเสียงกระตุ้นในการสร้างใยประสาทเกี่ยวกับการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์

ดังนั้นเสียงเพลง หากคุณแม่ ฟังเพลงตอนท้อง แม้ลูกน้อยในครรภ์จะยังไม่สามารถแยกเสียงเพลงได้มากนัก แต่ก็ช่วยเรื่องการกระตุ้นประสามการได้ยินของลูกได้ค่ะ ซึ่งคุณแม่อาจทำได้โดยการเปิดเพลงเบาๆ ไม่ต้องให้ใกล้กับครรภ์มากนักค่ะ

คุณแม่ๆก็คงมีวิธีการเลือกเพลงให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังที่แตกต่างกันไป และส่วนใหญ่คิดว่าคุณแม่มักจะเลือกเพลงบรรเลง เพลงโมสาร์ทมาฟังกันมาก แต่ก็มีคำถามว่า แล้วคนท้องฟังเพลงโมสาร์ท จะช่วยทำให้ลูกในครรภ์ฉลาดจริงหรือ? มาดูคำตอบกันค่ะ

 

ฟังเพลงโมสาร์ท ตอนท้อง ช่วยให้ลูกฉลาดจริงหรือ?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มีลูกสาว

จริงหรือการ มีลูกสาว ทำให้คนเป็นพ่อเปลี่ยนไป

มีลูกสาว จะทำให้คนเป็นพ่อเปลี่ยนไปได้มากน้อยขนาดไหน แล้วอะไรคือสาเหตุ?

 

 

ผลงานวิจัยนี้ เป็นผลงานวิจัยที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีโอกาสได้ไปอ่านเจอมาค่ะ จีงรีบหยิบยกมานำเสนอคุณพ่อคุณแม่ทันที

โดยผลงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่าน The American Psychological Association’s journal และได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อที่มีลูกสาวว่า ช่างแตกต่างกับคุณพ่อที่มีลูกชาย ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ว่านี้เป็นคุณพ่อจำนวนทั้งสิ้น 52 ราย  ผลการทดลองจะเป็นเช่นไร ทำไมคุณพ่อที่ มีลูกสาว ถึงแตกต่างกับคุณพ่อที่มีลูกชาย … ไปหาคำตอบนี้พร้อม ๆ กัน

โคลีน แม่ท้อง

โคลีน แม่ท้องกินมากพอ ลูกในท้องฉลาดแน่

โคลีน กับแม่ท้อง เกี่ยวกันได้อย่างไร แล้วจะจริงหรือไม่ที่กินแล้วจะช่วยเพิ่มความฉลาดให้กับลูก!?

 

 

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรคือโคลีน และจะส่งผลดีอย่างไรกับทารกในครรภ์ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ทำความรู้จักกับ “โคลีน”

โคลีน คือ สารอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ประเภทวิตามินบี โคลีนนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะมาช่วยพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พัฒนาด้านสมองของทารก โคลีนนั้นจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำและการเรียนรู้ และจะไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท สมอง และความจำ ซึ่งทารกในครรภ์นั้นจะได้รับโคลีนผ่านทางคุณแม่ ทั้งนี้สถาบันการแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้กำหนดปริมาณที่คุณแม่ท้องควรทานอยู่ที่ปริมาณ 450 มิลลิกรัมต่อวัน

กินมะม่วงตอนท้อง

กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือได้โทษ

ไขข้อข้องใจ กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่ … พร้อมเผยข้อมูลด้านโภชนาการที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้

 

กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือได้โทษ

ก่อนอื่นทีมงาน Amarin Baby and Kids ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ทุกท่านนะคะ มีอาการแพ้ท้องหรืออยากรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษกันหรือเปล่าเอ่ย … ยิ่งถ้าเป็นช่วงนี้ด้วยแล้ว ช่วงนี้เรียกได้ว่า เป็นฤดูของมะม่วง ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงแรด มะม่วงอกร่อง มะม่วงเขียวเสวย และมะม่วงอีกมากมายหลากหลายชนิด บรรยายไม่หมดเลยละคะ เพราะถ้าบอกหมดเราคงจะไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการบรรยายสรรพคุณและไขข้อข้องใจว่า กินมะม่วงตอนท้อง สรุปแล้วได้รับโทษหรือว่าประโยชน์มากกว่ากัน

ว่าแล้วก่อนที่ทีมงานจะไปเฉลยให้คุณแม่ได้ทราบ อยากจะขอพูดถึงประโยชน์ของมะม่วงในด้านของโภชนาการกันก่อนค่ะ

วัคซีนผู้ใหญ่ ใครว่าไม่สำคัญ พ่อแม่ควรฉีดถ้าอยากอยู่กับลูกไปนานๆ

วัคซีนผู้ใหญ่ ก็สำคัญไม่แพ้กับวัคซีนของเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะถ้าอยากอยากอยู่กับลูกไปนานๆ ต้องอ่านเลยว่า วัคซีนผู้ใหญ่ ที่พ่อแม่ควรฉีดมีวัคซีนอะไรบ้าง?

 

วัคซีนผู้ใหญ่

ส่วนใหญ่คุณแม่มักจะเป็นกังวลและให้ความสำคัญกับเรื่องของวัคซีนลูกน้อยกันมากๆ แต่รู้หรือไม่คะว่า ผู้ใหญ่ไปจนถึงผู้สูงอายุนั้น ก็จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบัน สังคมไทยเริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเจอกับปัญหาเรื่องของสุขภาพร่างกาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น หากรู้จักที่จะป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆ ย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาวะการเกิดโรคในผู้ใหญ่แล้ว ยังเป็นการช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆเพิ่มขึ้นด้วย

วัคซีน  คือ ตัวอย่างเชื้อของโรคที่ใช้ใส่เข้าไปในร่างกายของคนเราเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้นขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ถาวรตลอดชีวิต วัคซีนอาจจะเป็นโมเลกุลจำลองที่หน้าตาเหมือนเชื้อโรค หรืออาจจะเป็นตัวเชื้อโรคจริงๆที่ทำให้ตาย หรือทำให้อ่อนแรงลงไปแล้วก็ได้ค่ะ

ข้อดีของวัคซีน  เป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุด การลงทุนฉีดวัคซีน ถือว่าเป็นการลงทุนทางด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด รองลงมาจากการลงทุนให้มีน้ำสะอาดไว้ดื่ม โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนใหญ่เป็นโรคที่เป็นแล้วมีความรุนแรง เมื่อเป็นแล้วมักรักษายาก เช่น โรคบาดทะยักในผู้สูงอายุ และบางโรคทำให้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อน และบางโรคหากเป็นแล้วอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังหรือไปถึงขั้นเป็นมะเร็ง เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี, โรคติดเชื้อไวรัสเอ็ชพีวี

ในการฉีด วัคซีนผู้ใหญ่ นั้นเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันไปตลอดชีวิตค่ะ และเป็นเรื่องที่จำเพาะเจาะจงเฉพาะบุคคล จึงต้องมีแผนวัคซีนตลอดชีพเฉพาะตัวของแต่ละคน โดยจะใช้การวิเคราะห์ ปัจจัยต่างๆเกี่ยวกับความต้องการวัคซีนซึ่งแตกต่างกัน ดังนี้

  • เพศ เนื่องจากวัคซีนผู้ใหญ่บางชนิด ใช้เฉพาะเพศหญิง เช่น วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) หรือบางชนิดไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน
  • อายุ เนื่องจากวัคซีนผู้ใหญ่บางตัว ให้เฉพาะบางอายุตามความเสี่ยงที่มาพร้อมกับวัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะให้เฉพาะคนทั่วไปที่อายุ 50 ปีขึ้นไป วัคซีนปอดบวมให้เฉพาะคนอายุ65 ปีขึ้นไป
  • อาชีพ เนื่องจากบางอาชีพต้องฉีดวัคซีนบางอย่างเฉพาะ เช่น สัตวแพทย์ต้องฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
  • การเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งอาจต้องสอบถามรายละเอียดว่าจะไปประเทศไหน เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมายวัคซีนแตกต่างกัน เช่น ถ้าจะไปประเทศแอฟริกาต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลือง จะไปเมกกะ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • การใกล้ชิดกับคุณแม่ตั้งท้อง เช่น โรคไข้หวัดใหญ่อันตรายกับสตรีมีครรภ์อย่างมาก ผู้ใกล้ชิดคุณแม่ที่ตังท้องอยู่ ก็ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่ไปถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา ซึ่งโรคที่พบบ่อยมากในบ้านพักคนชรา คือ โรคปอดบวม หรือโรคไข้หวัดใหญ่
  • ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี ต้องมีการตรวจดูว่า มีภูมิคุ้มกันโรคนี้แล้วหรือไม่ หากยังไม่มีก็ควรได้รับวัคซีน เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ก่อความเสียหายรุนแรง อีกทั้งประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มาก ดังนั้น คนไทยทุกคนจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคนี้ ยกเว้นผู้ที่เคยตรวจเช็คเลือกและพบว่ามีภูมิคุ้มกันโรคนี้อยู่แล้ว
  • ความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบเอ เป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น เป็นเป็นโรคตับเรื้อรัง หรือเป็นผู้ติดยาเสพติด หรือมีโรคเลือดแข็งตัวผิดปกติ แล้วต้องการจะเดินทางไปยังประเทศที่มีโรคนี้มาก ก็ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ไว้ด้วย
  • ผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน กรณีที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเด็กที่ทานยาแอสไพรินประจำมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของสมองเมื่อได้วัคซีนบางตัวได้ แพทย์จึงต้องมีข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจให้วัคซีน
  • เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนหรือไม่? ถ้าไม่เคยเป็น ควรต้องฉีดวัคซีนอีสุกอีใส เพราะโรคนี้หากมาเป็นเอาตอนอายุมากจะมีความรุนแรงมากกว่า
  • การเลี้ยงสุนัข ปัจจุบันนี้สถานเสาวภาได้นำหลักการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้า (Pre Exposure) ขององค์การอนามัยโลก มาแนะนำให้คนไทยเลือกใช้ได้แล้ว โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนล่วงหน้า สำหรับคนที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อโรคนี้ หากมีการเลี้ยงสุนัข
  • ผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ มากกว่าคนปกติ กลุ่มนี้ควรฉีด วัคซีนผู้ใหญ่ สำหรับป้องกันโรคมากกว่าคนทั่วไป เช่น เป็นมะเร็ง หรือให้ยาเคมีบำบัด
  • เป็นโรคที่หากแพ้วัคซีนแล้วอาจมีความรุนแรง เช่น เป็นหอบหืด หรือมีโรคของกล้ามเนื้อ-ระบบประสาท ทำให้ทางเดินลมหายใจบวม หรือมีปัญหาต่อการหายใจหรือการกลืน แพทย์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนี้ประกอบการวางแผนฉีดวัคซีนเฉพาะบุคคลด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ตรวจสุขภาพ เครือ รพ.พญาไท

 

วัคซีนผู้ใหญ่ ที่จำเป็นต้องฉีด มีอะไรบ้าง?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เป้จูงกันหลง

เป้จูงกันหลง จำเป็นต้องใช้กับลูกจริงหรือ?

เป้จูงกันหลง เป้จูง หรือจะเป้จูงหัดเดิน เรียกได้หลายชื่อเลยค่ะ แต่เรื่องมีอยู่ว่า “จะใช้เป้จูงกับเด็กเนี่ยนะ!!” ทำไมต้องใช้ ลูกไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแค่พ่อแม่อุ้มก็พอไหม? มีหลายเสียงถามมาแบบนี้ค่ะ ที่เมืองไทยอาจจะดูเคอะเขินเวลาใช้เป้จูงลูก แต่ที่เมืองนอกเขาใช้กันมานานแล้วค่ะ ซึ่งจุดประสงค์ที่ใช้ก็เพื่อช่วยเซฟความปลอดภัย

 

เป้จูงกันหลง ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ลูกน้อย

แล้วทำไมต้องเซฟความปลอดภัยให้ลูกด้วย เป้จูงกันหลง? คุณพ่อคุณแม่ลองนึกภาพตามค่ะ เวลาที่เราพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้าน หรือไปในสถานที่ที่มีคนเดินพลุกพล่าน เชื่อว่าพ่อแม่คงไม่ได้อุ้มลูกติดตัวตลอดเวลา ยิ่งถ้าลูกอายุอยู่ในช่วงวัย Toddler 1-3 ปีขึ้นไป เป็นวัยกำลังซน ชอบเดิน ชอบวิ่ง และบางทีก็ไม่ได้เอารถเข็นเด็กไปด้วย แล้วถ้าปล่อยให้ลูกเดินเอง เชื่อเถอะค่ะว่าความเป็นเด็กเมื่อเห็นอะไรแปลกใหม่ย่อมตื่นตาตื่นใจ เขาไม่เดินอยู่นิ่งๆ ตามเราแน่นอน เขาจะปล่อยมือที่แม่จูงเขาอยู่แล้ววิ่งไปข้างหน้า ทีนี้ถ้าพ่อแม่วิ่งตามลูกไม่ทัน สิ่งที่จะตามมาก็อาจจะ…

เป้จูงกันหลง

  • วิ่งไปตัดหน้ารถ ถูกรถชน
  • วิ่งไปชนเข้ากับข้าวของคนอื่นจนเกิดความเสียหาย
  • วิ่งไปแล้วไปสะดุดหกล้ม แขน ขาหัก หัวเข่าถลอก
  • วิ่งไปแล้วหลงกับพ่อแม่ ถูกคนแปลกหน้าพาหนีหายไป

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นจริงๆ กับลูกของทุกคนได้นะคะ ฉะนั้นขอให้ลบภาพที่ว่าใช้เป้จูงลูกแล้วเหมือนจูงสัตว์เลี้ยงออกไปให้หมดค่ะ เพราะความปลอดภัยของลูกเรานั้นสำคัญยิ่งกว่าที่จะต้องมาสูญเสียไป โดยที่ไม่ป้องกันตั้งแต่แรก

 

จูงมือหรืออุ้มจะดีกว่ามั้ย?

การใช้เป้จูงลูกสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากในเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้านด้วยกัน เพราะในบางครั้งการออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกต หรือการไปเดินเที่ยวห้าง ที่มีคนเยอะ แถมคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยใช้มือในการเลือกสินค้าหยิบจับสิ่งของ การปล่อยมือจากลูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ได้ตั้งใจพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะว่า เป้จูงจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างไร

อย่างไรก็ดีพ่อแม่บางคนก็ยังชอบที่อยากจะจูงมือลูกไว้ตลอดมากกว่าใช้เป้จูงเพราะมันรู้สึกอุ่นใจ แอดมินว่าที่จริงแล้วการจับมือจูงลูกเดินและการใช้เป้จูงมันคือสองอย่างที่แตกต่างกัน ในเวลาที่ลูกต้องการกำลังใจหรือลูกอยากให้เราอยู่ใกล้ๆการจับมือกันอบอุ่นก็ทำให้รู้สึกดี แต่ในขณะเดียวกันบางครั้งลูกเองก็อยากจะก้าวเดินอย่างอิสระไม่มีใครมาดึงไว้ เพราะเด็กในวัยนี้สามารถค้นหาสิ่งสนุกและเรียนรู้สิ่งใหม่รอบตัวเขาได้เสมอ เขาอาจจะอยากกระโดดข้ามก้อนหินเล็กๆ เดินเตะใบไม้ หรือกระโดดตามจังหวะเสียงเพลง ซึงการใช้เป้จูงเป็นการปล่อยให้ลูกมีอิสระในการก้าวเดินในรูปแบบที่เค๊าต้องการมากกว่าการจูงมือกัน เป้จูงช่วยฝึกความเชื่อมั่นในตัวเอง ให้ลูกรู้สึกว่าเขาสามารถเลือกที่จะเดินอย่างอิสระ และเคลื่อนไหว 2 เท้าของเขาอย่างที่ใจต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความมั่นใจในการสำรวจโลกของพวกเขาไปด้วยเพราะเขารู้ว่าพ่อกับแม่อยู่ข้างหลังพวกเขา และจะช่วยเขาให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

บางคนชอบอุ้ม ใครๆ ก็ชอบอุ้มเพราะเหมือนกับการได้กอดไว้ตลอดเวลา แต่เมื่อถึงวัยลูกหัดเดิน หรือเริ่มเดินได้แล้วการอุ้มลูกไว้ตลอดก็ไม่ใช่ว่าจะดี เพราะเมื่อลูกโตขึ้นการฝึกเดินเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาฝึกทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การพัฒนาการเดินอย่างถูกต้อง อีกทั้งการทรงตัว การกระโดด และมีความมั่นใจที่จะเคลื่อนไหว มีการเรียนรู้และหยิบจับสิ่งรอบตัวอย่างอิสระ โดยห่างจากอกของพ่อแม่บ้าง เป้จูงจะเข้ามาช่วยให้หนูน้อยพัฒนาการเคลื่อนไหวโดยที่พ่อแม่สามารถวางใจได้ว่าลูกจะยังคงปลอดภัยเพราะพ่อกับแม่คอยดูหนูอยู่ใกล้ๆ นี้เอง

เป้จูงกันหลง

เป้จูงมีประโยชน์ แต่จะเลือกเป้จูงอันไหนดีนะ?

หลังจากรู้ว่าเป้จูงมีประโยชน์ ก็มาติดตรงที่ว่าพอจะไปซื้อเป้จูงลูก ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี เพราะมีออกมาเยอะมากเลย ง่ายๆ ค่ะ ไม่ว่าจะซื้อของใช้อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับลูก ขอให้ดูในเรื่องการใช้งานเป็นหลัก แล้วก็ต้องมีคุณภาพการใช้งานที่ดีด้วยค่ะ

สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วการหาข้อมูลก่อนซื้อของเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ อย่างเป้จูงก็เหมือนกันต้องแน่ใจว่ามีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน สายจูงกับตัวเป้แน่นหนาพอที่จะดึงลูกไว้ แต่ในขณะเดียวกันสายสะพายต้องนุ่มใส่สบายไม่ทำให้ลูกเจ็บดีไซน์ดีวัสดุดีทำความสะอาดง่ายถามว่าความต้องการเยอะขนาดนี้จะหาเป้จูงที่ตอบโจทย์แบบนี้ได้ที่ไหนละ?

มีค่ะ และขอแนะนำเลย เพราะได้ลองใช้กับเด็กๆ ที่บ้านแล้ว กับเป้จูง LittleLifeเป้จูงจากอังกฤษคุณภาพมาตรฐานยุโรปที่มีจำหน่ายในกว่า  30 ประเทศทั่วโลก และเป็นเป้จูงยอดขายอันดับ 1 ของอังกฤษที่คุณพ่อคุณแม่ต่างไว้วางใจขอบอกว่าเป็นเป้จูงที่มีดีไซน์น่ารักมากค่ะ เห็นตอนแรกแม่นี่ร้องว้าวเลย แถมลูกก็ชอบมากด้วย เพราะมีทั้งลายไดโนเสาร์ ผีเสื้อ ปลานีโม ปลาฉลาม ผึ้งน้อย ฯลฯ ขอบอกว่าเป็นลายขวัญใจของเด็กๆ มากค่ะ พอใส่เป้จูงที่หลังแล้ว เหมือนเด็กๆ กำลังได้แหวกว่ายอยู่ในทะเล บินอยู่ในดงดอกไม้ จินตนาการแบบนี้แหละค่ะที่ทำให้ลูกไม่ปฏิเสธการใส่เป้จูง

ไปดูกันว่า เป้จูง LittleLife เขามีความแตกต่าง มีดีอะไร ทำไมแม่ๆ ทั่วโลก รวมถึงแม่คนไทยก็นิยมใช้กันมากค่ะ…

เป้จูงกันหลง

6 คุณสมบัติโดดเด่นที่ได้จากเป้จูง LittleLife

  1. สายจูงของเป้LittleLifeและตะขอตัวยึดกับเป้ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานยุโรปทุกปีว่าทนทานแน่นหนาและมั่นใจได้ว่าสามารถรับน้ำหนักของเด็กวัย 1-3 ปี
  2. ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลอดภัยผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวเด็ก
  3. สวมใส่สบายด้วยสายสะพายที่นุ่มขนาดและน้ำหนักของเป้ต้องพอเหมาะกับเด็กวัย1-3ปี
  4. สีที่เลือกใช้บนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นสีปลอดภัยผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยแม้เอาเข้าปาก
  5. ทนทานทำความสะอาดง่ายเพียงใช้ผ้าเปียกเช็ด
  6. ผ่านการทดสอบการติดไฟตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เห็นไหมคะว่าการเลือกเป้จูงใช้กับลูกๆ จำเป็นมากที่จะต้องดูรายละเอียดก่อนซื้อ ไม่ใช่ว่าจะใช้เป้จูงอะไรก็ได้ เพราะนอกจากจะไม่ได้คุณภาพแล้ว ยังไม่ปลอดภัยต่อการใช้งานอีกด้วยค่ะ

สำหรับครอบครัวไหนที่สนใจเป้จูง LittleLife ตอนนี้เขามีกิจกรรมสนุกๆ ชวนให้ร่วมสนุกกับกิจกรรมที่มีชื่อว่า “LittleLife Explorer ภารกิจค้นหาหนูน้อยนักสำรวจ” ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://amarinbabyandkids.com/littlelifeexploringtheworld/

รวมถึงพบกับบูธ LittleLife ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 ไบเทคบางนาวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2561 นี้

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเป้จูง LittleLife สามารถติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/LittleLifeTH

อย่าลืมนะคะว่าก่อนออกจากบ้านต้องมีเป้จูงลูกติดตัวไว้ด้วยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญลูกไม่หายแน่นอนค่ะ 

ลิ้นบอกโรค เป็นแล้วอย่านิ่งเฉย รู้ไว รักษาได้

ลิ้นบอกโรค เป็นอย่างไร แล้วจะรู้ได้ไรว่าเป็นโรคไหน อยากรู้ต้องอ่านต่อ!

 

 

“ลิ้น” เป็นมัดของกล้ามเนื้อโครงร่างขนาดใหญ่ ที่อยู่บริเวณฐานของช่องปาก มีหน้าที่รองรับอาหาร ช่วยเหลือในการเคี้ยวและการกลืน เป็นอวัยวะที่สำคัญในการรับรส บริเวณพื้นผิวของลิ้นนั้น ปกคลุมไปด้วยปุ่มรับรส โดยลิ้นสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ หลากหลายทิศทาง จึงช่วยในการออกเสียง นอกจากนี้ ลิ้นยังเป็นอวัยวะที่มีน้ำลายที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

หลายท่านอาจจะมองข้ามความสำคัญของลิ้น เนื่องจากเป็นสิ่งใกล้ตัว จึงปล่อยปละละเลยไป แต่หารู้ไม่ว่า “ลิ้น” นี่ละค่ะ ที่มีคุณสมบัติที่จะมาช่วยบอกโรคต่าง ๆ ให้เราได้รู้และป้องกัน

สามีเปลี่ยนไปหลังมีลูก

คุณรู้ไหม? สามีเปลี่ยนไปหลังมีลูก เพราะอะไร

หากกำลังประสบปัญหา สามีเปลี่ยนไปหลังมีลูก แล้วละก็ ควรอ่าน พร้อมหาสาเหตุ ว่าที่เป็นเช่นนั้น เป็นเพราะอะไร พร้อมอ่านต่อ เรื่องราวตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

คุณแม่คะ … คุณแม่คิดว่าปัญหานึงที่มักเกิดขึ้นกับคุณแม่มือใหม่คืออะไร นอกจากการต้องปรับตัวและปัญหาด้านการเลี้ยงลูก … สำหรับตัวผู้เขียนเองนั้นนอกจากสองเรื่องที่กล่าว ก็มักจะได้ยินปัญหาด้านความสัมพันธ์อยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น สามีเปลี่ยนไปหลังมีลูก ไม่เหมือนกับก่อนและระหว่างท้อง ซึ่งถ้าหากมาดูปัญหาจริง ๆ นั้นหลัก ๆ เลยก็มีทั้งสิ้นสองแบบคือ สามีเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น กับสามีเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้มีโอกาสไปอ่านบทความของคุณแม่ท่านหนึ่งผ่านเพจ Momjunction โดยคุณแม่เล่าว่า เธอเพิ่งจะคลอดลูกได้ไม่นาน ก่อนหน้าที่จะคลอดลูกนั้น ทั้งเธอและสามีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตัวติดกันตลอดเวลา แต่พอหลังจากที่เธอคลอดลูก เธอก็ค้นพบว่า มีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป

เลือกของเล่นให้ลูก

วิธี เลือกของเล่นให้ลูก อย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกของเล่นให้ลูก ใครว่าไม่สำคัญ บอกเลยว่าคุณแม่ๆจะเลือกแค่ความน่ารัก สวยงาม น่าเล่น แค่นั้นไม่ได้ค่ะ แต่ต้องมีวิธีเลือกของเล่นให้ลูก ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

 

เลือกของเล่นให้ลูก

หากคุณแม่ๆไม่ได้เลือกของเล่นลูกที่มีคุณภาพดี และปลอดภัยมากพอ ก็อาจจะต้องเสี่ยงกับอันตรายที่จะเข้ามาใกล้ลูกน้อยได้ง่ายเลยค่ะ ดังเช่น ล่าสุดได้เห็นข่าวแล้วก็ชวนขนลุกมากๆ เมื่อมีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ สุ่มเก็บเป็ดยางลอยน้ำของเล่นเด็กยอดนิยมมาทำการตรวจ โดยผลการทดลองสุ่มตรวจพบว่า ภายในของเล่นนั้น มีจุลินทรีย์เกาะอยู่หนาแน่นมาก ซึ่งยังพบว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราจำนวนมาก 75 ล้านเซลล์ / ตร.ซม. ซึ่งเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในที่ชื้นแฉะ และสามารถแพร่กระจายไปสู่เด็กๆได้ง่าย

 

The Adorable Rubber Ducky Is Actually a Haven for Nasty Bacteria, Scientists Say

The adorable rubber ducky is actually a haven for nasty bacteria, scientists say. https://ti.me/2IW6R9m

โพสต์โดย TIME เมื่อ 27 มีนาคม 2018

 

ซึ่งงานวิจัยนี้ยังระบุอีกว่า แบคทีเรียหรือเชื้อราที่ปรากฏนั้นจะมีผลที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน การดูแลรักษาในแต่ละครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วนักวิจัยพบว่ามีแบคทีเรียที่อาจเป็นอันตรายได้แก่ Legionella และ Pseudomonas aeruginosa ใน 80 เปอร์เซ็นต์ของของเล่นที่ศึกษา

เรียกว่าอันตรายอยู่ใกล้ตัวลูกน้อยมากๆเลยค่ะ ดังนั้น คุณแม่ๆควรให้ความสำคัญในการเลือกของเล่นให้ลูก ที่ดีและมีคุณภาพ เพราะของเล่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งในการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยได้มากเลยทีเดียวค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก fb : TIME

การเลือกของเล่นให้ลูก ในแต่ละช่วงวัย

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

 

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน

แอร์เย็น แอร์ดี แอร์ทน เพื่อดับบ้านร้อน เปลี่ยนแอร์เป็น samsung wind-free

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บ้านไหนเคยเจอปัญหานี้บ้างคะ การที่ลูกนอนหลับไม่สนิท เป็นไปได้ว่าสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนอาจมารบกวนการนอนของลูกค่ะ โดยเฉพาะการเปิดเครื่องปรับอากาศที่มีลมเย็นมาปะทะหน้า-ตัวตลอดเวลา ซึ่งการนอนหลับไม่สนิทจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และพัฒนาการของลูกได้ค่ะ

 

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน นอนหลับไม่สนิท มีผลเสียต่อพัฒนาการ และสุขภาพอย่างไร

ในเด็กเล็กๆ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะหากนอนแล้ว ลูกตื่นบ่อย กลางคืน ผลเสียที่จะตามมาคือในเรื่องของสุขภาพ เด็กที่นอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่ เมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะมีอารณ์ที่หงุดหงิดง่าย ไม่สดใส ไม่ร่าเริง รวมถึงยังส่งผลต่อภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และอาจทำให้เด็กๆ ป่วยง่าย เช่น เป็นหวัดบ่อย เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ เป็นต้น

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการการเจริญเติบโต เด็กที่นอนหลับไม่สนิท ตื่นบ่อยในช่วงกลางคืน จะทำให้โกรทฮอร์โมน (Growth hormones) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งการเจริญวัยหลั่งออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ  สำหรับโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาต็มที่หลังจากที่ลูกหลับไปแล้วหนึ่งชั่วโมง และหากลูกไม่ถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียง แสงสว่าง อุณหภูมิภายในห้องนอน ฯลฯ ก็จะเป็นการนอนหลับที่ได้คุณภาพ โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาเต็มที่ก็จะส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการการเจริญเติบโตอย่างสมวัยค่ะ

 

 วิธีช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับสนิทยาวนานตลอดคืน

การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุดค่ะ เพราะขณะที่นอนหลับร่างกายจะซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอให้กลับมาแข็งแรง ฉะนั้นการส่งเสริมให้ลูกเล็กๆ ได้นอนหลับตั้งแต่หัวค่ำแบบที่หลับสนิทไม่มีสิ่งรบกวนมาทำให้ต้องตื่นขึ้นมาบ่อยๆ นั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างบรรยากาศการนอนให้กับลูกด้วย โดยเฉพาะภายในห้องนอนของลูกน้อยค่ะ

1. ห้องนอนต้องสะอาด

ห้องนอนควรเป็นห้องที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของลูกน้อย ฉะนั้นควรทำความทุกวัน ตามพื้น ตามซอกมุมต่างๆ ในห้องต้องไม่มีฝุ่น เศษผง หรือขนสัตว์เลี้ยงเด็ดขาด

2. ห้องนอนต้องไม่มีกลิ่นเหม็นอับ

นอกจากความสะอาดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันก็คือในเรื่องของกลิ่นภายในห้องนอน แนะนำว่าไม่ควรนำอาหารเข้ามาทานในห้องนอน ควรเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในห้องให้ถ่ายเทบ้าง

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน

3. ห้องนอนต้องปราศจากเสียงรบกวน

ห้องนอนที่เงียบสงบ ไม่มีอะไรมารบกวนการนอนหลับของลูก ก็จะทำให้ลูกหลับสนิทได้ง่ายมากขึ้น จึงแนะนำว่าขณะที่ลูกนอนหลับไม่ควรเปิดเพลง เปิดทีวี รวมถึงเปิดไฟในห้องนอนสว่างจ้ามากไป

4. ห้องนอนติดเครื่องปรับอากาศที่มีคุณภาพ

ส่วนหนึ่งพบว่าปัญหาการนอนหลับของเด็กๆ ที่ไม่ได้คุณภาพ มาจากการนอนเปิดแอร์ที่มีทั้งเสียง และลมแอร์ปะทะที่ตัวลูกมากเกินไป จึงทำให้ร้องไห้งอแง ตื่นบ่อยขณะนอนหลับ ลมเย็นจากแอร์ที่ปะทะตัวลูกโดยตรง นอกจากจะเแม่ป็นการรบกวนการนอนของลูกแล้ว ก็อาจเสี่ยงทำให้ลูกเจ็บป่วยไม่สบายได้ เช่น ไข้หวัด โรดปอดบวม ดังนั้นจึงแนะนำว่าคุณพ่อคุณควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีคุณสมบัติให้ลมเย็นอย่างธรรมชาติ ลมแอร์ไม่ตกลงที่ตัวลูกโดยตรง และเสียงแอร์ทำงานต้องเงียบด้วยค่ะ

เอาเป็นว่าเรามาบอกลาลมเย็นที่พุ่งปะทะตัว ด้วยการเลือกใช้แอร์ที่มีคุณภาพอย่างเครื่องปรับอากาศซัมซุง wind free ที่มีเทคโนโลยี Wind-Free ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเปิดแอร์จนถึงระดับอุณหภูมิที่ต้องการ ระบบจะกระจายความเย็นอย่างทั่วถึง โดยไม่มีลมเย็นที่ปะทะตัวโดยตรงค่ะ

รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษก่อนใครคลิกภาพด้านล่างนี้ด่วนเลย!!

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน

เทคโนโลยี Wind-Free คืออะไร

เครื่องปรับอากาศซัมซุง Wind-Free ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนามาเป็นอย่างดีเพื่อให้ตรงกับความต้องการใช้งานของทุกครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ซึ่งซัมซุง Wind-Free จะใช้รูขนาดเล็ก 21,000 รูในการกระจายลมเย็นอย่างอ่อนโยน และสม่ำเสมอให้ทั่วทั้งห้อง รักษาระดับความเย็นสบาย โดยไม่มีลมเย็นที่พุ่งปะทะตัวโดยตรงค่ะ

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษอยู่ที่โหมด Good Sleep เครื่องปรับอากาศซัมซุง รุ่น Wind-Free จะมีระดับความเย็นสบายที่พอเหมาะสำหรับห้องนอนของทุกคนในครอบครัว ยิ่งถ้าเป็นห้องนอนของลูกน้อยคุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ เพราะจะไม่มีปัญหาลูกตื่นบ่อย กลางดึกขณะนอนหลับอีกต่อไป ลูกจะหลับสนิทโดยไม่รู้สึกหนาวช่วงกลางดึก ทำให้นอนหลับได้สนิทยาวนานตลอดคืน เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะอารมณ์ดี สดใส ร่าเริงในทุกๆ วันเลยค่ะ

อย่าลืมนะคะว่าหากจะติด หรือเปลี่ยนแอร์ให้ห้องนอนลูกน้อย เครื่องปรับอากาศซัมซุง Wind-Free ไม่มีลมเย็นปะทะตัว ช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่ดีในทุกช่วงวัยด้วยค่ะ

ลูกตื่นบ่อย กลางคืน

 

ทารกในครรภ์เสียชีวิต

วิธีสังเกต ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือไม่

จากกรณีดัง สู่ความรู้ที่คุณแม่ท้องทุกคนต้องใส่ใจ พร้อมบอกต่อวิธีสังเกตเบื้องต้น ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือไม่?

 

วิธีสังเกต ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือไม่

หากคุณแม่เป็นหนึ่งในแฟนเพจของ แหม่มโพธิ์ดำ ละก็ ต้องมีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของคุณพ่อท่านหนึ่งที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
คือแฟนผมไปใช้บริการ ประกันสังคม ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 61 เวลา 02.00 โดยประมาณ ซึ่งมีเลือดออกในช่องคลอด คุณพยาบาลตรวจปัสสาวะที่ห้องฉุกเฉินในขณะนั้น บอกว่าตั้งครรภ์ ให้แอดมิด ให้น้ำเกลือ และรอจนคุณหมอ มาตรวจในช่วงเช้า และลงความเห็นว่า ภาวะแท้งคุกคาม และนัดมาตรวจอีกครั้งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 61

ตอนเช้ามาตรวจตามนัดเจาะเลือดไปตรวจ หมอแจ้งว่า “ลูกผมน่าจะหลุด” หมอจึงลงความเห็นในใบรับรองแพทย์ว่าแท้ง

ผมและภรรยาเสียใจมาก ผมเครียด นอนก็ไม่ค่อยหลับ ทั้งที่อาการที่มีเลือดออก ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดท้องเลยแม้แต่นิดเดียว และได้นัดมาตรวจอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา ตรวจเลือดอย่างเก่า แฟนผมบอกว่า มีอาการแพ้ท้อง ซึ่งก็แพ้จริง ๆ ครับ อ้วกทุกวัน กินอะไรก็ไม่ได้ หมอตรวจผมเลือดและผลฉี่ ก็เลยวินิจฉัยมาอีกว่า ตั้งครรภ์ ผมกับภรรยา รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังงง ๆ กับคำวินิจฉัยของหมอท่านนี้

ได้เพิ่ม ค่าฝากครรภ์

แม่ท้องรับเพิ่ม ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้

ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม คุณแม่ท้องสามารถเบิกเพิ่มได้แล้วนะคะ คุณแม่บ้านไหนกำลังท้องแล้วยังไม่ได้ฝากครรภ์เตรียมตัวเลย เพราะล่าสุดมีการลงมติจ่ายเพิ่ม ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อแม่ๆแล้ว รอเลยเริ่มอนุมัติ 1 พฤษภาคมนี้

 

ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกเพิ่มได้แล้ว

เรียกว่าเป็นข่าวดีสำหรับคุณแม่ๆที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวถึง มติคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา (ชุดที่ 13) ครั้งที่ 2 /2561 ว่ามีมติเห็นชอบปรับปรุงสิทธิประโยชน์ กรณีคลอดบุตร เพื่อจูงใจให้ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสมีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ โดยสนับสนุน ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพิ่มเติมในกรณีเข้ารับบริการฝากครรภ์ ณ  สถานพยาบาล  ซึ่งปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้จ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 13,000 บาท ต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง  โดยมติคณะกรรมการฯ เห็นชอบให้สนับสนุนค่าตรวจ และ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพิ่มเติมอีก 1,000 บาท ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีการเข้ารับบริการฝากครรภ์ในสถานพยาบาลตามเกณฑ์คุณภาพที่กำหนด คือ

  • ครั้งแรก  อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จ่ายในอัตรา 500 บาท
  • ครั้งที่สอง อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์  แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายในอัตรา 300 บาท
  • ครั้งที่สาม อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายในอัตรา 200 บาท

ซึ่งแนวทางในการขอรับประโยชน์ทดแทน ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม นั้น จะต้องมีหลักฐานการเข้ารับบริการจากสถานพยาบาลที่ไปใช้บริการฝากครรภ์ในแต่ละครั้ง และสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนในส่วนค่าตรวจ และรับฝากครรภ์เพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตร ทั้งนี้ การดำเนินการอยู่ระหว่างการยกร่างประกาศคณะกรรมการการแพทย์ และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นของขวัญ วันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งทางสำนักงานประกันสังคมย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของวิทยาการทางการแพทย์ รวมถึงยังต้องมีการปฏิรูประบบการให้บริการ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำเท่าเทียม เพื่อจะนำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

เงื่อนไขในการได้รับ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม มีเกณฑ์อย่างไรบ้าง?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ปฐมพยาบาล ลูกกระดูกหัก

5 วิธีการ ปฐมพยาบาล ลูกกระดูกหัก

จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกกระดูกหัก หรือไม่ อ่านต่อพร้อมวิธีการ ปฐมพยาบาล ลูกกระดูกหัก ที่พ่อแม่ต้องรู้ เผื่อเหตุฉุกเฉินจะได้รับมือได้ทัน

 

 

ลูกกระดูกหัก เรื่องใหญ่แน่หาก ปฐมพยาบาล ลูกกระดูกหัก ไม่เป็น … โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่น่ารักและกำลังอยู่ในวัยซนของคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้ชาย เดี๋ยวกระโดด เดี๋ยวกลิ้ง ตีลังกา ไม่รู้ว่าจะพลาดตอนไหน แล้วถ้าหากพลาดขึ้นมาจริง ๆ จะมีวิธีการสังเกตอาการอย่างไร วันนี้เราจะไปหาคำตอบนั้นพร้อม ๆ กันค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันนั้น ทราบหรือยังว่า กระดูกหัก นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดด้วยกันดังนี้

  • กระดูกเดาะ คือ ภาวะที่กระดูกหักเฉพาะด้านที่ได้รับการปะทะเพียงด้านเดียวเท่านั้น ส่วนอีกด้านก็จะโก่งออกไปตามแรงกด หากคุณพ่อคุณแม่นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงเวลาที่กิ่งไม้สดโดนหัก แล้วอาจจะทำให้นึกภาพออกได้มากขึ้น
  • กระดูกหักแบบยู่ หรือย่นด้วยแรงอัด คือ ภาวะที่กระดูกได้รับแรงอัดจนย่นเข้าหากัน แต่ไม่มีการเคลื่อนที่ออกจากกัน
  • กระดูกโก่งงอโดยไม่มีรอยหัก คือ ภาวะที่กระดูกโก่งผิดรูปไปจากเดิม โดยไม่แตก หรือไม่มีรอยหักแต่อย่างใด และจะพบได้มากในวัยรุ่นมากกว่าเด็กเล็ก
  • กระดูกหักที่บริเวณส่วนปลาย คือ ภาวะกระดูกหักแตกออกเป็นสองท่อนที่แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนบริเวณส่วนปลายหรือหัวของกระดูกทั้งสองข้างที่ยังเจริญเติบโตได้ตามวัยของเด็กค่ะ หากกระดูส่วนนี้แตกหักและไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจจะส่งผลทำให้กระดูกบริเวณนั้น เจริญเติบโตช้ากว่ากระดูกส่วนอื่นในร่างกาย
คนท้อง เท้าบวม

คนท้อง เท้าบวม หนึ่งในอาการที่ต้องรู้และรับมือ

คนท้อง เท้าบวม อาการปกติหรือไม่ สาเหตุที่บวมเป็นเพราะอะไร อ่านต่อพร้อมรู้วิธีรับมือ!

 

 

คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องทั้งหลายคะ … รองเท้าที่ใส่ทุกวันนี้ เริ่มคับ หรือมีความรู้สึกว่า เริ่มเจ็บเท้าของตัวเองเวลาเดินกันแล้วหรือยัง ถ้าใช่ละก็…ลองก้มดูที่เท้าของตัวเองดูสิคะว่า เท้าของเรานั้นมีสภาพเรียวเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า หรือว่าอูม บวม กันแล้ว … ถ้าไม่สามารถมองเห็นเพราะท้องบังละก็ ไม่เป็นไรค่ะ ค่อย ๆ นั่งเก้าอี้แล้วลองยกเท้าของตัวเราขึ้นมาดู … บวมไหมเอ่ย? ถ้าบวมแล้วละก็สงสัยกันหรือไม่คะว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอะไร หรือว่าถ้ายังไม่บวม … ลองศึกษาไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ

ไม่ต้องกังวลกันไปนะคะ คนท้อง เท้าบวม นั้น เป็นอาการปกติของคนท้องที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หรือว่ากำลังอยู่ในช่วงใกล้คลอดนั่นเอง สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร อยากรู้ไปหาคำตอบนี้พร้อม ๆ กันค่ะ

น้ำต้มใบขนุน เพิ่มน้ำนมแม่

แม่แชร์ วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ สูตรใหม่ด้วยน้ำต้มใบขนุน

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ต้องบอกเลยว่ามีหลายวิธี และหลายสูตรมากๆ ที่คุณแม่พยายามสรรหามาลองกัน เพื่อจะได้มีน้ำนมให้ลูกน้อยได้อย่างเพียงพอ ซึ่งวันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ อีกหนึ่งสูตรมาฝากกันค่ะ

 

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่

น้ำนมแม่ ถือว่ามีความสำคัญกับทารกน้อยมากๆค่ะ ยิ่งช่วงหลังมีการรณรงค์ให้ทารกดื่มนมแม่มากขึ้น เพราะนมแม่มีประโยชน์ต่อลูกมากมายเลยทีเดียว เนื่องจากนมแม่ คือ สารอาหารแรกที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับลูกค่ะ น้ำนมแม่ โดยเฉพาะน้ำนมสีเหลือง เป็นน้ำนมชุดแรกที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเด็ก และมีสารภูมิต้านทานที่ไม่สามารถหาได้จากนมวัว หรือนมชนิดอื่นใด ดังนั้นการให้ลูกน้อยดื่มนมแม่ตั้งแต่คลอดออกมา จะเป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กให้เจริญเติบโตได้ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากความเจ็บป่วยค่ะ

สารอาหารในน้ำนมแม่

สารอาหารในน้ำนมแม่มีความผันแปรตามระยะการผลิตน้ำนม นมแม่มี 3 ระยะ 

  • ระยะแรก มักมีสีเหลือง บางคนอาจเรียกว่าน้ำนมเหลือง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโคลอสตรุ้ม ถูกสร้างขึ้นเพียงระยะ 1-3 วันแรกภายหลังการคลอดบุตรเท่านั้น ซึ่งจะเต็มไปด้วยสารสร้างภูมิต้านทาน เช่น IgA แลคโตเฟอริน เซลล์เม็ดเลือดขาว และโปรตีนต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้น้ำนมในระยะนี้ จะมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสไม่สูงมากนัก มีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดียม คลอไรด์ แมกนีเซียม ปริมาณสูง แต่มีปริมาณโพแทสเซียม และแคลเซียมต่ำกว่านมที่ผลิตระยะหลัง ดังนั้น น้ำนมระยะนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายมากกว่าการเร่งการเจริญเติบโต 
  • ระยะที่สอง จะมีลักษณะขาวขึ้น เรียกว่า ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน  คือ ระยะการเปลี่ยนจากหัวน้ำนมแม่ เป็นน้ำนมแม่ จะหลั่งในช่วง 5 วันจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด โดยมีส่วนประกอบที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต และพัฒนาการเพิ่มมากขึ้น น้ำนม
  • ระยะที่สาม เรียกว่า ระยะน้ำนมแม่  ระยะนี้น้ำนมจะมีสีขาว มีไขมันมากขึ้น ปริมาณน้ำนมที่ผลิตจะมีมากขึ้น ประกอบไปด้วยสารอาหารต่างๆ และสารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย 

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่

สารอาหารในน้ำนมแม่ ประกอบไปด้วย

  • โปรตีนที่เรียกว่า Feedback Inhibitor of Lactation เป็นโปรตีนเวย์ขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่จะถูกผลิตออกมาในช่วงแรก เหมาะสำหรับเป็นอาหารเสริมสร้างร่างกายให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี
  • ดีเอชเอ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับโอเมก้า 3 คือส่วนประกอบหนึ่งของไขมันในสมองลูกน้อย ซึ่งสารอาหารชนิดนี้ยังสามารถเพิ่มปริมาณมากขึ้นได้อีกตามอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปด้วย
  • ไลโซไซม์ เป็นเอนไซม์ที่พบในน้ำนมแม่ แม้ว่าจะพบได้ในน้ำนมวัวเช่นกัน แต่ปริมาณในน้ำนมแม่มีมากกว่าถึง 3 พันเท่า ซึ่งคุณสมบัติของเอนไซม์ชนิดนี้คือ ช่วยกำจัดเซลล์เชื้อแบคทีเรีย และเป็นเอนไซม์ที่ไม่สามารถหาได้จากนมผง
  • ทอรีน สารอาหารที่เป็นตัวช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของลูกให้เจริญเติบโตได้ดี รวมไปถึงการมองเห็นของทารกด้วย

♦♦♦ อีกหนึ่งปัญหาที่คุณแม่ๆ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่เป็นกังวลมากก็คือ ปัญหาเรื่องน้ำนมไม่พอ ซึ่งบางรายอาจจะต้องมีการให้นมผง หรือนมวัวทดแทน เพราะกลัวว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แต่สาเหตุหลักๆ ที่พบมาจากการพักผ่อนน้อย อ่อนเพลียหลังคลอด เครียด วิตกกังวล หรือเจ็บป่วย รวมไปถึงการให้นมแบบผิดวิธี ส่งผลให้ต่อมสร้างน้ำนมไม่ได้รับการกระตุ้น

ดังนั้นควรแก้ปัญหาโดยการพักผ่อนร่างกายให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำตัวเองให้ผ่อนคลาย และให้ลูกน้อยดื่มนมสลับกันไปมาทั้งสองข้างด้วย เพื่อกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมทำงานมากขึ้น หลีกเลี่ยงการให้นมลูกจากเต้าเพียงข้างใดข้างหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดปัญหาหัวนมบอด และน้ำนมมีปริมาณน้อยตามมาด้วย

แต่ขึ้นชื่อว่าคนเป็นแม่ก็ย่อมทำทุกทางเพื่อหา วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ไม่ว่าจะสูตรการเพิ่มน้ำนมต่างๆ เชื่อว่าคุณแม่หลายท่านต้องเคยลองแน่นอน ซึ่งล่าสุด มีคุณแม่ท่านนึงได้แชร์สูตร วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ สูตรใหม่มาให้ลองดูกันค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.pharmacy.mahidol.ac.th

 

วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ด้วยสูตรน้ำต้มใบขนุน

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ธนาคารออมสินแจกเงินขวัญถุง

ข่าวดี! 1 เมษา ธนาคารออมสินแจกเงินขวัญถุง 5,000 บาท

ข่าวดี คุณพ่อคุณรีบอ่านด่วน!!! “ ธนาคารออมสินแจกเงินขวัญถุง  5,000 บาท ” สำหรับเด็กที่เกิดวันนี้! และตั้งชื่อนี้! เท่านั้น ตามมาดูรายละเอียดกันเลย

สำหรับ “ธนาคารออมสิน” ถือเป็นธนาคารที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ซึ่งหากนับมาจนถึง พ.ศ. 2561 นี้ ก็จะมีอายุครบ 105 ปีแล้ว และด้วยโอกาสพิเศษนี้เอง ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 ทางธนาคารออมสินจึงจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อหนูน้อยนักออมโดยเฉพาะ! และเรียกได้ว่าทำเป็นประจำทุกปี คือ การ แจกเงิน ขวัญถุง 1 เมษายน  2561

มูลค่า 500 บาท ให้กับเด็กแรกเกิด ที่เกิดใน วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น คือ สำหรับการที่ แจกเงิน ขวัญถุง  ให้กับเด็กที่เกิดในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 แล้วและคุณพ่อคุณแม่ ตั้งชื่อลูก ว่า “ออมสิน” พร้อมนำเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนมายืนยัน ทางธนาคารออมสินจะเพิ่มมูลค่า เงินขวัญถุง ให้เป็น 5,000 บาท เลยทีเดียว

ธนาคารออมสินแจกเงินขวัญถุง

รายละเอียดเงื่อนไขที่
ธนาคารออมสินแจกเงินขวัญถุง
(การมอบเงินขวัญถุง)