แพทย์เตือน! โรคภาวะขาดธรรมชาติ โรคใหม่ที่พ่อแม่ต้องรู้!
พบกับอีกหนึ่งโรคของเด็กยุคใหม่ “โรคภาวะขาดธรรมชาติ” ที่จิตแพทย์เป็นห่วงมากถึงขนาดต้องออกโรงเตือน
พบกับอีกหนึ่งโรคของเด็กยุคใหม่ “โรคภาวะขาดธรรมชาติ” ที่จิตแพทย์เป็นห่วงมากถึงขนาดต้องออกโรงเตือน
เที่ยวครอบครัวทริปไหน ๆ ปลอดภัยได้ง่าย ๆ ด้วยการพก ยาสามัญประจำบ้าน เหล่านี้ติดตัวไปด้วย!
พบกับ 3 เรื่องราวของคุณแม่ กับวิธีการรับมือทำอย่างไรเมื่อลูกคนโตไม่รักน้องและกลัว ” แม่ไม่รัก “

ลูกนอนหลับ มีแต่ได้กับได้ จะดีจริงอย่างที่เขาพูดกันหรือไม่ ไปหาคำตอบกันค่ะ
เครดิต: Born J, Wilhelm I. System consolidation of memory during sleep. Psychological Research (2012) 76:192–203
ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้า สวัสดิการคนจน พร้อมแจกบัตรเดือนสิงหาคมนี้!
ใหม่ ครั้งแรก การศึกษาเชิงสังเกตของ Dr. Chetham และ Dr. Sheppard ที่มหาวิทยาลัย North Carolina ประเทศ สหรัฐอเมริกา วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารในนมแม่ ลูทีน โคลีน และ ดีเอชเอกับความจำของทารกอายุ 6 เดือน โดยการวิเคราะห์สารอาหารสำคัญ ในน้ำนมแม่ที่ให้นมบุตรที่อายุ 3 -4 เดือน และทดสอบความจำ ในทารก 67 คนที่ได้นมแม่ที่นำมาวิเคราะห์ ที่อายุ 6 เดือน เพื่อดูความสัมพันธ์ของผลการทำงานร่วมกันของ DHA Choline Lutein กับความจำทารก ผลการศึกษา แสดงความสัมพันธ์ของทำงานร่วมกัน 3 สารอาหารในนมแม่ที่มี 3 สารอาหารในปริมาณที่สูงกว่า1
(ดีเอชเอ &โคลีน, โคลีน & ลูทีน) มีความสัมพันธ์กับกระบวนการสร้างความจำที่ดีกว่าในทารก อย่างไรก็ตามยังต้องการ การศึกษาเพิ่มเติมในการทำงานร่วมกันของสารอาหารเหล่านี้
แอลฟา-แล็คตัลบูมิน อีก 1 สารอาหารสำคัญ ที่พบในนมแม่
เป็นที่ทราบกันดีว่านมแม่เป็นแหล่งที่ดีที่สุดของสารอาหารต่างๆ เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่จำเป็นและสำคัญสำหรับการพัฒนาสมองหลายอย่าง เช่น ดีเอชเอ เอเอ ลูทีน ธาตุเหล็ก และหนึ่งในสารอาหารที่สำคัญคือ แอลฟา-แล็คตัลบูมิน
“แอลฟา-แล็คตัลบูมิน” เป็นโปรตีน คุณภาพสูงซึ่งพบได้มากในนมแม่ สำคัญต่อการสร้างสื่อประสาท เช่นทริปโทเฟน ช่วยในการนอนหลับ ทำให้อารมณ์ดี และยังลดความเครียดอีกด้วยผลวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าเด็กที่ได้รับนมแม่ จะสร้างสารสื่อประสาทมากกว่า ส่งผลให้เด็กนอนหลับและมีอารมณ์ดีกว่า ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลดีต่อพฤติกรรม การเรียนรู้ และการพัฒนาสมอง2-5
Ref:
WN/2017/Mar/102/TH
คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน อาจจะเคยได้ยินว่า ท้องแรกผ่าคลอด ท้องถัดๆ ไป คุณแม่ต้องผ่าคลอดตลอด คำพูดเช่นนี้อาจจะสร้างความสงสัยให้คุณแม่ว่าจริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ คลายข้อข้องใจของคุณแม่ได้ค่ะ
คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อนจะคลอดเองสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่คุณแม่ ท้องแรกผ่าคลอด มาก่อน อาจจะมีโอกาสคลอดเองในท้องต่อไปได้น้อยลง ถ้าหาก
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
สำหรับคุณแม่ที่อยู่ในเงื่อนไขดังต่อไปนี้ คุณหมอไม่แนะนำให้คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาแล้วคลอดเอง ควรจะรับการผ่าตัดคลอดดีกว่าค่ะ
เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด กรมควบคุมโรคในประเทศไทยประกาศเตือนกันอีกครั้งกับโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหลังจากพบว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้พบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงจนพบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีรายละเอียดในเรื่องนี้มาให้ได้ทราบกันค่ะ
กรมควบคุมโรคแจ้งเตือน เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ระบาด หลังพบผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวนมากที่ที่ฮ่องกง หวั่นคนไทยป่วย…
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่เข้มข้น ทั้งภายในประเทศและมีการประสานข้อมูลในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ส่วนในกรณีพบการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกง นั้น ทางองค์การอนามัยโลก ยังไม่มีคำแนะนำห้ามการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว พร้อมขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพของตนเองและใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
(เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2560) – นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่มีรายงานข่าวในต่างประเทศพบการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวจริง ซึ่งทางประเทศไทยจะประสานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องในฮ่องกง เพื่อยืนยันข้อมูลอีกครั้ง
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในฮ่องกงครั้งนี้ เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H3N2) แต่ยังไม่พบรายงานการดื้อยาหรือกลายพันธุ์ของเชื้อ จึงไม่พบว่ามีไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด และทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่มีคำแนะนำห้ามการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว จึงยังไม่จำเป็นต้องแจ้งเตือนเป็นกรณีพิเศษสำหรับการเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ แต่ขอแนะนำผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและต้องเดินทางไปในเมืองที่มีการระบาดมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง และดูแลสุขภาพของตนเอง หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัดหรือมีผู้คนอยู่จำนวนมาก ไม่คลุกคลีผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่ ใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการป่วยในขณะอยู่ต่างประเทศหรือกลับมายังประเทศไทยแล้วก็ตาม ขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยโรคต่อไป
นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อไปว่า สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยปีนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 43,082 ราย เสียชีวิต 5 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 15-24 ปี (ร้อยละ 11.4) อายุ 25-34 ปี (ร้อยละ 10.7) และอายุ 10-14 ปี (ร้อยละ 10.6) ตามลำดับ ส่วน 5 จังหวัดแรกที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด คือ ลำพูน เชียงใหม่ ระยอง กรุงเทพมหานคร และอุตรดิตถ์ ตามลำดับ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก แค่ชื่อก็น่ากลัวจนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนแล้วละค่ะ ยิ่งโดยเฉพาะคนที่เป็นแม่หากไม่ เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงต่างๆ นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะอะไรรู้ไหมคะ “คนเป็นแม่ห้ามเจ็บ ห้ามตาย!!” ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะมาชวนคุณแม่ และผู้หญิงทุกคนมาเฝ้าระวังสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็งร้ายที่เยื่อบุโพรงมดลูกกันค่ะ
จะดีแค่ไหนถ้าคุณแม่ และผู้หญิงทุกคนได้รู้เท่าทันอาการของ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก สำหรับมะเร็งชนิดนี้นั้น มักจะเกิดขึ้น ที่อวัยวะสืบพันธ์ของผู้หญิง ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนเบื้องต้นให้รู้กันดังนี้…
– มีเลือดออกทางช่องคลอดภายหลังที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
– ประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มากะปริบกะปรอย หรือปริมาณมาก หรือจำนวนวันที่มีประจำเดือนมาก
– มีตกขาวมาก
– บางครั้งอาจจะมีอาการปวดท้องน้อย หรือไม่เวลาปัสสาวะก็จะมีอาการขัดๆ
– อาจคลำเจอก้อนในท้องน้อย ซึ่งมักเกิดจากการที่มดลูกมีขนาดโตขึ้น[1]
บทความแนะนำ คลิก >> เป็นเนื้องอกมดลูก มีลูกได้ไหม?
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ฮือฮา! ในโลกออนไลน์กับคลิป “ลูกเอาแต่ใจ” กระโดดให้รถชน เพียงเพราะแม่ไม่ทำสิ่งนี้ให้!
เครดิต: Real Clip Channel และ ข่าวสด
พบกับวิธีการรับมือเวลาที่ “ลูกอาละวาด ” ได้อย่างแยบยลโดยไม่ต้องลงไม้ลงมือให้เจ็บปวดใจทั้งสองฝ่าย
แม่! ร่ำไห้แทบขาดใจ หลังสูญเสียลูกวัย 3 เดือน เนื่องจาก ผ้าห่อตัวเด็ก ไปติดกับยางล้อรถจักรยานยนต์!
รู้ให้เท่าทัน! รักษาให้ถูกโรค ลูกเป็นหวัด ชนิดไหนกันแน่ ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันค่ะ
วิธีคำนวณ ส่วนสูงเด็ก เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่อยากรู้กันมากว่า ลูกๆ ของตัวเองนั้นจะสูงเท่าไหร่กันนะ!? เพราะเราใน ฐานะพ่อแม่ก็คงไม่อยากให้ลูกๆ เติบโตขึ้นไม่สูงสมส่วนได้มาตรฐานกันจริงไหมคะ เอาเป็นเราลองไปคำนวณส่วนสูงเด็กกันค่ะ ซึ่งทีม Amarin Baby & Kids มีวิธีคำนวณอย่างง่ายๆ มาฝากกันค่ะ
ก่อนที่จะทราบกันว่าลูกๆ ของเรานั้นจะสูงกันเท่าไหร่ด้วย วิธีคำนวณ ส่วนสูงเด็ก ที่สามารถหาค่าเฉลี่ยส่วนสูงกันได้ด้วย 2 วิธี เราจะไปดูกันก่อนว่าส่วนสูงของเด็กๆ นั้นต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้างค่ะ…
บทความแนะนำ คลิก >> 3 เทคนิค เพิ่มความสูงให้ลูก
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ลูกเหวี่ยงวีน เป็นปัญหาหนักใจของพ่อแม่อย่างมาก ยิ่งกับเด็กที่อายุ 1-3 ขวบ เมื่อถูกขัดใจเขาจะแสดงอารมณ์โกรธออกมา แต่รูปแบบที่ต่อต้านว่าไม่พอใจก็คือจะลงไปนอนดิ้นอาละวาดกับพื้น ร้องตะโกนเสียงดัง กระทืบเท้าแล้วก็กรี๊ดๆๆ พ่อแม่คนไหนอ่อนแอก็แพ้ไปค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีเปลี่ยนลูกขี้วีนด้วยวิธีละมุนละม่อมแต่ได้ผลมาฝากกันค่ะ
เวลาที่ถูกขัดใจ หรือไม่ได้ดั่งใจอาการ ลูกเหวี่ยงวีน อารมณ์บูด หน้าบึ้ง ออกฤทธิ์ด้วยการอาละวาดบ้านแตกจะมีมาพิสูจน์จิตใจพ่อแม่อยู่เรื่อยๆ ค่ะ ทำเอาปวดหัวไม่รู้จะจัดการกับลูกอย่างไรดี เพราะแค่ลำพังคนในบ้านก็สุดจะทนแล้ว แต่นี่ลูกยังไปแสดงกิริยาไม่น่ารักนี้ต่อหน้าผู้คนนอกบ้านอีก ใครเป็นพ่อแม่ก็ไม่อยากให้คนอื่นๆ มองลูกเราเป็นเด็กดื้อไม่น่ารักกันถูกไหมคะ อย่างน้อยก็มีบ้านผู้เขียนนี่แหละที่ไม่อยากให้ลูกๆ หลานๆ ที่บ้านเป็นเด็กขี้เหวี่ยง ขี้วีน แต่เชื่อไหมคะต่อให้เราดูแลเด็กๆ ดียังไง ก็มีบ้างที่พวกเขาจะแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักนี้ออกมาให้คนที่บ้านได้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และปวดหัวกันค่ะ
บทความแนะนำ คลิก >> 4 วิธีปราบลูกดื้อ วางอำนาจ เอาแต่ใจ จากนักจิตวิทยาต่างประเทศชื่อดัง (มีคลิปเหตุการณ์จริง)
การร้องดิ้นอาละวาด (Tantrums) หรืออาการเหวี่ยงวีนที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้น มักจะพบว่าเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงอายุ 1-3 ปี เพราะเด็กช่วงวัยนี้เริ่มที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง เวลาที่ถูกขัดใจก็มักจะโกรธพ่อแม่ หรือไม่ก็คนรอบข้างที่อยู่ด้วย เวลาเด็กๆ มีความรู้และอารมณ์โกรธที่คกกรุ่นอยู่ภายในใจ เขาก็มักที่จะเลือกปดปล่อยออกมาด้วยการแสดงอาการกรีดร้อง กระทืบเท้า ตะโกน หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจจะตีคนที่อยู่รายล้อมด้วย ทั้งพ่อแม่ พี่ญาติพี่น้อง เป็นต้น
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
แม่เตือน! อันตรายถึงชีวิต อย่าคิดมองข้ามการฉีดวัคซีนโรค “อีสุกอีใส” ให้กับลูกเด็ดขาด!

เครดิต: news.com.au
คนแถวบ้านถึงกับอึ้ง! เมื่อรู้ว่า แม่วัยละอ่อน! ทำสิ่งนี้กับ ลูกโดนน้ำร้อนลวก !
แยมสตอเบอรี่ ยี่ห้อไหนดี … ซึ่ง แยม เป็นของหวานประเภทหนึ่ง ใช้รับประทานโดยการทาลงบนขนมปังเพื่อเพิ่มรสชาติให้ขนมปังอร่อยมากขึ้น แยมมักจะทำมาจากผลไม้ หากลูกน้อยของคุณชอบทานขนมปังทาแยม แล้วคุณแม่จะเลือกซื้อ แยมโดยเฉพาะรสชาติยอดฮิตอย่าง แยมสตรอเบอรี่ ยี่ห้อไหนดี ที่ไม่ทำลายสุขสภาพของลูกน้อยและทุกคนในครอบครัว Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาฝากค่ะ

แยมเป็นการถนอมอาหารโดยใช้น้ำตาลความเข้มข้นสูง เพื่อป้องกันการเติบโตของจุลินทรีย์ ถือเป็น อาหารหวานประเภทหนึ่งใช้ทานกับขนมปัง มีลักษณะคล้ายเยลลี่แต่ไม่จับตัวเป็นก้อน โดยมีวิธีการผลิตคือการนำของที่จะทำเป็นแยม (เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ) มาต้มกับน้ำและน้ำตาล เพื่อให้สารเคมีในตัวของผลไม้ทำปฏิกิริยากับน้ำตาล แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก็จะได้แยมตามที่ต้องการ โดยแยมสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
แยมประกอบไปด้วยส่วนผสมหลักๆที่สำคัญ 3 อย่างด้วยกัน นั่นก็คือ น้ำตาล เพกติน และกรด ผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม
น้ำตาล ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิดเป็นรสชาติ อีกทั้งยังช่วยให้เพกตินก่อตัวเป็นเจลด้วยดึงน้ำออกมาจากเพกติน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีที่ช่วยให้ยืดอายุการเก็บของแยมได้นานขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าความชื้นทำให้อาหารเน่าเสียได้เร็ว เมื่อมีน้ำตาลอยู่มาก ก็จะไม่มีที่เหลือให้น้ำได้อยู่ แบคทีเรียก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้
อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำตาลสุดท้ายในแยมควรจะอยู่ที่ 65-69% ซึ่งหากคุณแม่จะเลือกซื้อแยม ที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกน้อยควรเลือกแยมที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลที่ไม่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ลูกน้อยติดหวาน หรือมีค่าน้ำตาลเกินจากการกินแยมเหล่านี้ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ตั้งแต่เด็กนั่นเอง
ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนเราควรรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่ที่น่าตกใจคือจากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบกินขนม ลูกอม ของหวาน และดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง จึงเห็นได้ว่าเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมานั่นเอง จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และสำหรับในเด็กอายุ 6-13 ปี จะมีปริมาณพลังงานที่ใช้ต่อวัน 1600 kcal ก็มีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมต่อวันไม่เกิน 4 ช้อนชา
ข้อมูลอ้างอิงจาก : www.lovefitt.com
เพกติน จะพบได้ตามธรรมชาติในผนังเซลล์ของพืช ได้แก่ เปลือกหรือแกนของผลไม้ มีโครงสร้างโมเลกุลน้ำตาลเรียงต่อกันยาว เมื่อเราเอาผลไม้ไปเคี่ยวหรือผ่านความร้อน เพกตินก็จะถูกปล่อยออกมา และเมื่อมันไปรวมกับน้ำตาลและกรดในสัดส่วนที่เหมาะสม โมเลกุลที่เรียงกันยาวเหมือนลูกโซ่นี้มันก็จะไปเชื่อมต่อกัน ซึ่งอุณหภูมิที่ใช้ก็ประมาณ 104°C และหลังจากที่มันเย็นตัวลงแล้วแยมก็จะเกาะกัน
อย่างไรก็ตาม ผลไม้แต่ละชนิดก็จะมีปริมาณเพกติน มากน้อยต่างกัน ที่มีมากก็คือ แอปเปิ้ล แบล็คเคอร์แรนท์ และองุ่น ส่วนที่มีน้อยกว่าก็ได้แก่ พวกเบอร์รี่ทั้งหลาย ซึ่งถ้าจะเอามาทำแยมก็ต้องเอาผลไม้ที่มีเพกตินมากกว่ามาผสมหรือใช้เพกตินสกัดแทนก็ได้
อ่านต่อ “บทความดีๆ น่าสนใจ” คลิก!
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่