10 วิธีรับมือ “ลูกดื้อ” ตามแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่!

หมดยุคแล้วกับการลงโทษด้วยการตบตีทุกครั้งที่ ลูกดื้อ เพราะยุคนี้คือ ยุคใหม่ที่คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้เหตุผล หรือการลงโทษลูกด้วยวิธี Time Out แทน แต่ในความเป็นจริง คุณแม่ ๆ ทราบกันหรือไม่คะว่า วิธีการรับมือเวลาที่ “ลูกดื้อ” นั้นมีมากมาย และแต่ละวิธีก็ไม่ได้ยากสำหรับคุณแม่ยุคใหม่เลย

แต่ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการรับมือเวลาที่ “ลูกดื้อ” นั้น เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุของการแสดงออกถึงพฤติกรรมี่ไม่น่ารักนี้กันก่อนค่ะ

ทำไมลูกถึงดื้อ?

  • ดื้อตามวัย เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกมีอายุ 2 ขวบ พวกเขาจะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง รักอิสระมากขึ้น ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ และแน่นอนว่า จะเริ่มต่อต้านสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่บอกให้ทำ จนก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารักนั่นก็คือ การร้องอาละวาดและเอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น
  • ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่ลูกยังเด็ก นอกจากพวกเขาจะยังไม่สามารถที่จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นออกมาได้แล้ว พวกเขายังไม่รู้จักแม้แต่วิธีการควบคุมตัวเองอีกด้วย ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่มองว่า ลูกเป็นเด็กขี้โวยวาย หรือดื้อเงียบ เป็นต้น
  • สิ่งแวดล้อมรอบข้าง คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่ามีอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นหรือส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในโรงเรียนที่มีเด็ก ๆ อยู่มาก แน่นอนว่า พวกเขาก็จะมีการทะเลาะหรือแย่งของเล่นกันบ้าง ทำให้ลูกอาจจะซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นมาจนกลายเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวก็เป็นได้
  • สภาพจิตใจ เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม ถูกปล่อยปละละเลย รู้สึกขาดความรักและความอบอุ่น ทำให้พวกเขาเรียกร้องความสนใจของคนรอบข้างด้วยการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ดูแล้วไม่น่ารัก เพราะรู้ว่าหากแสดงออกไป คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความสนใจกับพวกเขาแน่นอน

อ่าน 10 วิธีรับมือลูกดื้อได้ที่หน้าถัดไป

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ยุติการตั้งครรภ์

ยุติการตั้งครรภ์ ความจริงที่คุณแม่ยากจะเผชิญ

ยุติการตั้งครรภ์ ถือเป็นข่าวร้ายที่คุณแม่ทุกคนไม่อยากจะได้ยิน คุณแม่หลายท่านอาจจะสงสัยว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์และควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรหลังยุติการตั้งครรภ์ เราจะมาพูดคุยกันในบทความนี้ค่ะ

การยุติการตั้งครรภ์คืออะไร

การยุติการตั้งครรภ์ หมายถึงการที่คุณแม่จะไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น  ตัวอ่อนในครรภ์ถูกขับออกจากมดลูกก่อนถึงเวลาอันสมควร ทารกในครรภ์จึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณแม่มักมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดจำนวนมากพร้อมกับอาการปวดท้องและปวดหลัง  ถ้าคุณแม่ประสบกับอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อตรวจสอบถึงความผิดปกตินะคะ

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี แม้ว่าคุณแม่จะไม่มีอาการเลือดออกทางช่องคลอด ด้วยปัญหาทางสุขภาพของคุณแม่หรือทารกในครรภ์ คุณหมออาจจะประเมินแล้วว่า คุณแม่ควรจะยุติการตั้งครรภ์  มิฉะนั้นแล้ว อาจจะเกิดผลเสียกับคุณแม่และลูกน้อย ในบางกรณีอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ค่ะ

ปัญหาสุขภาพที่ทำให้ต้อง ยุติการตั้งครรภ์

ปัญหาสุขภาพที่ทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ปัญหาสุขภาพของทารกในครรภ์ และปัญหาสุขภาพของคุณแม่ค่ะ

ปัญหาสุขภาพของทารกในครรภ์

สาเหตุหนึ่งที่คุณแม่ต้องยุติการตั้งครรภ์ คือ ทารกในครรภ์มีสุขภาพไม่แข็งแรง มีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น

  • ความบกพร่องทางกระดูกสันหลัง (Spina Bifida)
  • ภาวะไม่มีสมองและกะโหลกศีรษะ (Anencephaly)
  • แฝดติดกัน (Conjoined twins)
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับไต
  • ความผิดปกติทางด้านโครโมโซม

ปัญหาสุขภาพของคุณแม่

ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ที่ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ เช่น

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ อาการที่พบบ่อย หลังยุติการตั้งครรภ์ คลิกหน้า 2

อาหารเช้าสร้างพลังสมอง อารมณ์ดีตลอดวัน

เด็กๆ ที่ได้ทานอาหารเช้าก่อนออกไปเรียน หรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆ จะช่วยให้สามารถเรียนรู้ และทำทุกกิจกรรมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเพราะอาหารเช้าที่มีประโยชน์ จะให้ทั้งพลังงานและสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงทำให้ลูกพร้อมในทุกวัน แล้ว เมนูอาหารเช้าสร้างพลังสมอง แบบไหนถึงจะเหมาะกับเด็กๆ คุณแม่อยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นไปทราบพร้อมกันค่ะ

อาหารเช้าสร้างพลังสมอง
อาหารเช้ามีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กในทุกด้าน ยิ่งโดยเฉพาะพัฒนาการด้านร่างกาย และพัฒนาการด้านสมอง ที่เด็กต้องใช้ในการเรียนรู้ และจดจำเรื่องราวต่างๆ ที่มีเรื่องใหม่เข้ามาให้เรียนรู้ในทุกวันตามช่วงวัยของพวกเขา ซึ่งอาหารคือหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป็นอย่างมากต่อเด็กทุกคนควรจะได้รับในปริมาณที่เหมาะสมสมดุลกัน มีคุณค่าสารอาหารหลากหลาย ซึ่งโภชนาการที่ดีสำหรับเด็กคือต้องอยู่ในสัดส่วนของอาหารหลัก 5 หมู่ และร่างกายควรจะได้รับทั้ง พลังงาน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่

ทำไมต้องให้ลูกกินอาหารเช้า มื้อเช้าดีต่อสมองลูกอย่างไร?
คุณแม่เคยตื่นเช้าขึ้นมา แล้วออกไปทำงานทั้งที่ไม่ได้ทานอาหารเช้ากันบ้างไหมคะ ถ้าเคยกันล่ะก็เชื่อว่าคุณแม่ต้องมีอาการเชื่องช้า จะทำอะไร จะคิดอะไรก็คิดไม่ค่อยออก เพราะสมองไม่แล่น ซึ่งสาเหตุบอกได้เลยว่าเป็นเพราะคุณแม่ไม่ทานอาหารเช้าก่อนมาทำงานนั่นเองค่ะ

เด็กๆ ก็เหมือนกันยิ่งถ้ากำลังอยู่ในช่วงวัยเรียน การทานอาหารเช้ามีความสำคัญอย่างมาก นั่นเพราะถ้าไม่ทานอาหารเช้า จะทำให้สมองเรียนรู้ช้า เซื่องซึม ไม่มีสมาธิ

เด็กที่ไม่ได้ทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายขาดอาหารยาวนาน นับตั้งแต่มื้อเย็นจนถึงมื้อเช้าของวันใหม่ ซึ่งจากการไม่ทานอาหารเช้าผลก็คือ ร่างกายลูกก็จะขาดน้ำตาลในเลือด ซึ่งน้ำตาลในเลือดเป็นอาหารพลังงานของสมองที่จะทำให้สมองเรียนรู้ คิด จดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าน้ำตาลไปเลี้ยงสมองน้อยลงก็จะทำให้สมองเรียนรู้ช้า ลูกก็จะรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่ตื่นตัว เรียนไม่รู้เรื่อง

ดังนั้นหากอยากให้สมองลูกทำงานดี คุณแม่ ควรเตรียมเมนูอาหารสร้างพลังสมอง ให้ลูกทานทุกเช้ากันด้วยนะคะ

ถ้าเลือกอาหารเช้าจากโกโก้ครั้นช์จะได้สารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายลูกหรือไม่
สำหรับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แล้วต้องดูแลทุกคนในบ้านไปด้วยพร้อมกัน เชื่อว่าทุกเช้าในสัปดาห์ของวันทำงานคุณแม่ต้องยุ่งมากไหนจะต้องจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง แล้วยังต้องรีบมาจัดแจ้งเตรียมตัวให้ลูกอีก ยิ่งโดยเฉพาะอาหารเช้า ที่เข้าใจเลยค่ะว่า บางวันคุณแม่ไม่เวลาทำอาหารเช้าให้ลูก แต่ก็ไม่อยากให้ลูกพลาดการทานมื้อเช้า

คุณแม่จึงอาจสงสัยว่าแล้วถ้าจะให้ลูกทานโกโก้ครั้นช์เป็นอาหารเช้า แล้วจะได้คุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของลูกหรือเปล่า  ตอบเลยค่ะว่าโกโก้ครั้นช์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกอาหารเช้าที่เหมาะกับเด็กๆ เพราะโกโก้ครั้นช์ทำมาจากโฮลเกรนหรือ ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือผ่านการขัดสีน้อยมาก  จึงยังมีส่วนประกอบของธัญพืชครบทั้ง 3 ส่วน คือ เยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อข้าว และจมูกข้าว โฮลเกรนจึงมีคุณค่าทางโภชนาการให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะทุกส่วนของเมล็ดข้าวยังอยู่ครบ ทำให้คุณประโยชน์ที่อยู่ในจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดยังคงอยู่ ไม่ถูกขัดสีออกไป เหมือนธัญพืชขัดสีที่จะเหลือเพียงส่วนเนื้อข้าว

นอกจากนี้ แนะนำให้คุณแม่เติมนมจืดที่ให้แคลซียม และ ผลไม้สดเช่น สตรอเบอร์รี กีวี่ ให้มื้อเช้ามีประโยชน์ยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ลูกก็อิ่มพร้อมออกไปเรียนรู้ และทำกิจกรรมสนุกสร้างสรรค์ตลอดวันแล้วค่ะ

เมนูต้านหวัด

เปิดสุดยอด “เมนูต้านหวัด” ที่พ่อแม่ไม่ควรพลาด!

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก บางวันเล่นเอาครบ 3 ฤดูเสียอย่างนั้น แล้วแบบนี้จะไม่ให้ลูกรักของคุณพ่อคุณแม่ไม่เป็นหวัดได้อย่างไร งานนี้คงนอกจากจะต้องดูแลร่างกายของเราเป็นอย่างดีแล้ว การบำรุงด้วยอาหารต้านหวัดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งวันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็ได้นำเอา เมนูต้านหวัด ที่นอกจากจะทำง่ายแล้วยังอร่อยอีกด้วยมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันค่ะ

เมนูต้านหวัด เมนูแรกที่นำมาฝากก็คือ โยเกิร์ต

เมนูต้านหวัด โยเกิร์ต

โยเกิร์ตนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่มีชีวิตและจุลินทรีย์ขนาดเล็กนับล้าน ๆ ตัว ที่จะคอยช่วยปกป้องร่างกายของเราจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่จะมาแทรกแซงจนทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอและเป็นไข้หวัดได้ในที่สุด อีกทั้งโปรไบโอดิกส์ ทั้งแล็กโตบาซิลลัสและไบโฟแบคทีเรียม ที่นอกจากจะไปช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวในร่างกายแล้ว ยังไปช่วยป้องกันเชื้อโรคได้อีกด้วย … สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ชอบเข้าครัว วันนี้เราก็มีวิธีการทำโยเกิร์ตมาฝากกันด้วยนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำนมวัวแท้ 1 แก้ว หรืออาจจะเป็นนมยี่ห้ออื่นที่มีรสชาติค่อนข้างมัน
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติยี่ห้อที่ลูกชื่นชอบ
  • หม้อสแตนเลสใบขนาดที่สามารถวางขวดโยเกิร์ตขนาดเล็กลงไปได้
  • ขวดแก้วขนาดประมาณ ทานอิ่มต่อ 1 ครั้ง ไม่ให้สูงเกินหม้อสแตนเลสใบนั้น

วิธีการทำ

homemade yogurt how to

ขั้นตอนที่ 1: ห้คุณแม่นำโยเกิร์ตมาวางทิ้งไว้ให้หายเย็น หลังจากนั้น ให้อุ่นนมด้วยไมโครเวฟ โดยใช้ไฟอ่อนนาน 3 นาที แล้วนำออกมาวางผึ่งทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วเติมโยเกิร์ตที่หายเย็นแล้วลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน (อย่าใส่เยอะมากนะคะ เพราะอาจจะทำให้โยเกิร์ตเปรี้ยวเกินไป)

ขั้นตอนที่ 2: นำนมที่ผสมเสร็จแล้ว ตักใสขวดแก้วที่เตรียมไว้

ขั้นตอนที่ 3: ใส่น้ำร้อนในหม้อสแตนเลส ให้อุณหภูมิประมาณพอร้อน แล้วนำขวดโยเกิร์ตวางเรียงปิดฝา ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 4-6 ชั่วโมง มาถึงขั้นตอนนี้ คุณแม่ห้ามเอียงขวดเด็ดขาดนะคะ
 
เพียงเท่านี้คุณแม่ก็จะได้โยเกิร์ตโฮมเมดมาช่วยเสริมภูมิคุ้มกันหวัดให้กับลูกแล้วละค่ะ

เครดิต: Cosmenet
ลูกขาดอากาศหายใจ

แม่โพสต์เตือน! หลัง ลูกขาดอากาศหายใจ เพราะนอนคว่ำ

เป็นที่น่าสลดหดหู่ใจอีกครั้งกับข่าวคราวการจากไปของทารกวัยเพียง 3 เดือนกว่า ที่คุณแม่จับให้ลูกนอนคว่ำจน ลูกขาดอากาศหายใจ บนที่นอน

เรียกได้ว่าเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักภายหลังจากที่ Drama-addict ได้โพสต์ข่าวคราวการจากไปของทารกวัย 3 เดือน กับสองวัน ที่คุณแม่ได้แชร์เตือนครอบครัวอื่นเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของการปล่อยให้ลูกนอนคว่ำตั้งแต่อายุยังน้อย โดยคุณแม่เล่าว่า

####เตือนแม่ๆทุกคนนะคะ ####
#การปล่อยลูกน้อยนอนคว่ำ เราคนนึงค่ะที่ปล่อยน้องนอนคว่ำตั้งแต่สะดือหลุดได้12วัน น้องมีพัฒนาการดีแข็งแรงทุกอย่าง กลับหน้าเองตลอด ตั้งแต่เริ่มนอนคว่ำ จน3เดือนค่ะ จนน้องพลิกกลับมาหงายเอง ชูคอเอง เพราะความชะล่าใจของแม่ค่ะ พอน้องอายุได้แค่ 3เดือนกับ2วัน วันนั้นแม่นั่งรีดผ้าอยู่หน้าห้องแม่เทียวดูน้องทุก30นาที พอเวลา 1.30 คุณแม่เข้าไปดูน้องครั้งสุดท้ายจับน้องว่าฉี่ไหม น้องก็กลับหน้าขยับตัวอยู่เลยค่ะ และพอเวลา 02.00 แม่เข้าไปอีกครั้งเพื่อจะปลุกน้องขึ้นมากินนม จับน้องที่กำลังนอนคว่ำหน้า แต่น้องกับไม่ขยับตัว คุณแม่เริ่มใจสั่นและรีบดูว่าน้องมีอะไรปิดจะหมูกไหม แต่ไม่ค่ะ พอดูหน้าน้องกับคว่ำลงไปกับที่นอน น้องเริ่มซีด ตาโรย คุณแม่กับคุณพ่อรีบอุ้มน้องขึ้นรถ ทั้งผายปอดทั้งปั๊มหัวใจลูก ไปจนถึงโรงบาล หมอก็พยายามช่วยเต็มที่ค่ะ และแล้วน้องก็ต้องจากคุณพ่อกับคุณแม่ไปค่ะ ด้วยความที่เป็นลูกคนแรกหมอช่วยยื้ออยู่3 ชม. เต็มค่ะ จนหมอบอกกับแม่ว่าให้ปล่อยน้องไปนะคะคุณแม่เพราะหมอทำทุกวิถีทางแล้ว หัวใจน้องไม่ตอบสนอง เท่านั้นแหละค่ะแม่แทบล้มทั้งยืน ทำอะไรไม่ถูก เลยค่ะ พอเห็นแม่ๆลงรูปลูกนอนคว่ำหน้าทีไรรุ้สึกกลัวทุกทีค่ะ ####อยากให้แม่ๆดูแลน้องอย่างใกล้ชิดอย่าละห่างสายตานะคะ เพราะบางทีเค้าไม่มีเสียงร้องอะไรเลย เพื่อเตือนเรา พอจะรู้อีกทีก็สายไปแล้ว#### 

ซึ่งงานนี้เรียกได้ว่า เหล่าคุณพ่อคุณแม่หรือแม้แต่คนที่ไม่มีลูกเองนั้นได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างไม่หยุดหย่อน บ้างก็ว่า สาเหตุเพราะคุณแม่อาจจะอยากให้ลูกมีหัวสวย หัวทุย เลยหัดให้ลูกนอนคว่ำตั้งแต่ยังเล็ก เป็นต้น

ด้วยความรักและเป็นห่วงกับทุก ๆ ครอบครัว ทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงอยากที่จะขอนำเสนอสาเหตุของการเสียชีวิตของทารกที่เกิดขึ้นบ่อยและมากที่สุดคือ “โรคไหลตายในทารก” หรือเรียกอีกอย่างว่า Sudden Infant Death Syndrome (SIDS) และไม่ใช่แต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นนะคะ ที่เกิดการสูญเสียนี้ ยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่ พบว่ามีเด็กทารกสูญเสียจากภาวะดังกล่าวประมาณ 1.5 คนต่อเด็ก 1,000 คน โดยสาเหตุหลัก ๆ นั้นมาจาก การที่ “ลูกขาดอากาศหายใจ” เพราะคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกนอนคว่ำ

การนอนคว่ำนั้น เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการตายฉับพลันของเด็กทารก สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้จัดตั้งโครงการ “Back to sleep” หรือ “โครงการให้เด็กนอนหงาย” เริ่มตั้งแต่ในปี 1992 และจากการจัดตั้งโครงการนี้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ระวังกันมากขึ้น ทำให้การตายของทารกด้วยโรค SIDS นั้นลดลงอย่างชัดเจน

โรคไหลตายหรือ SIDS คืออะไร … อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าถัดไปค่ะ


เครดิต: Drama-addict

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกปวดหัว

เตือนพ่อแม่! อย่าเพิกเฉย ทุกครั้งที่ “ลูกปวดหัว”

เมื่อไหร่ก็ตามที่ ลูกปวดหัว คุณพ่อคุณแม่อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะอาการปวดหัวดังกล่าว อาจเป็นอาการที่บ่งบอกถึงโรคบางอย่างก็เป็นได้!

คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองบางท่านอาจจะตั้งคำถามว่า “ลูกปวดหัว ได้ด้วยหรือ?” คำตอบก็คือ ได้ค่ะ เพียงแต่ว่าตอนเล็ก ๆ ลูกอาจจะยังสื่อให้พวกเราเข้าใจไม่ได้ อาจจะมีบ้างที่บอกว่า “เจ็บหัว” หรือ “แสดงออกด้วยการร้องไห้งอแง” แต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มโตขึ้น ลูกจะสามารถเริ่มอธิบายถึงอาการดังกล่าวได้มากกว่าเดิม 

 

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า อาการปวดหัวของเด็กนั้น จะพบได้มากในเด็กที่อยู่ในวัยเรียน และอาการดังกล่าว จะเริ่มดีขึ้นหรือหายได้เองภายหลังจากที่ลูกรับประทานยาแก้ปวดและได้นอนพักแล้ว

อาการปวดหัวของลูกเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

  1. อาการปวดหัวเฉียบพลันในเด็กอันเกิดจากเวลาที่ลูกมีไข้ ความเครียด อุบัติเหตุ หรือการได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อันเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  2. อาการปวดหัวเรื้อรังในเด็ก ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากอาการผิดปกติของอวัยวะบนใบหน้า ยกตัวอย่างเช่น หูชั้นกลางหรือไซนัสอักเสบ ฟันผุ สายตาผิดปกติ มีบ้างที่ ลูกปวดหัว อันเนื่องมาจากกลุ่มอาการไมเกรน ภาวะเลือดออกในสมอง หรือเนื้องอกในสมอง เป็นต้น
  3. สำหรับบ้านไหนที่มีลูกสาวที่โตแล้ว การปวดประจำเดือน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกันค่ะ
  4. อาการปวดหัวอันเกิดจากการได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง หากไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เด็กหมดสติ อาการปวดหัวมักไม่รุนแรงมาก อาการดังกล่าวก็จะสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วัน

ดูแลอย่างไร เมื่อ “ลูกปวดหัว”

ในยามที่ ลูกปวดหัว คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้ไม่ยาก หากทราบถึงสาเหตุของอาการดังกล่าวและแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด ยกตัวอย่างเช่น

  1. วิธีการดูแลลูกในกรณีที่ปวดหัวแบบไม่รุนแรง หากลูกยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดูแลลูกได้ด้วยการสังเกตและเฝ้าติดตามอาการในเบื้องต้นว่า สาเหตุที่ ลูกปวดหัว นั้น เป็นเพราะอะไร สามารถแก้ไขได้หรือไม่ หากเป็นเพราะลูกเครียดเรื่องการเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็ควรที่จะเป็นที่ปรึกษาลูก และไม่ควรที่จะดุหรือว่าลูกอีก เพราะการกระทำดังกล่าว อาจจะเป็นการกระตุ้นให้อาการดังกล่าวเป็นมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้
  2. หากลูกปวดหัวแต่ไม่มีไข้หรือไม่มีอาการอื่นแทรกแซง แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ให้ยาแก้ปวดกับลูก ยกตัวอย่างเช่น ยาพาราเซตามอล เป็นต้น หลังจากนั้นก็ควรให้ลูกนอนพักผ่อนให้เต็มที่
  3. ในกรณีที่ลูกปวดหัวเพราะสาเหตุของการได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง คุณพ่อคุณแม่ ควรที่จะเฝ้าดูแลอาการของลูกอย่างใกล้ชิด และต้องสังเกตว่า ลูกมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงหรือไม่ มีอาเจียนพุ่ง หรือซึมลงหรือเปล่า ซึ่งอาการดังกล่าวนั้น เป็นอาการที่บ่งชี้ว่า ลูกอาจจะมีเลือดออกในสมองก็เป็นได้ และสำหรับการส่งเด็กไปเพื่อรับการตรวจเอ็กซเรย์กระโหลกศีรษะหรือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ทันที่หลังได้รับการกระทบกระเทือนนั้น ไม่มีประโยชน์ค่ะ เว้นเสียแต่ว่า ลูกมีอาการเปลี่ยนแปลงในสมองจนสังเกตเห็นได้ชัด หรืออาจจะมีอาการอื่นป่วยร่วมด้วย

อาการปวดหัวแบบไหนที่พบบ่อยในเด็ก หาคำตอบได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

Tags

เลือดกำเดาไหล

เลือดกำเดาไหล แบบนี้…? อันตรายกับลูกแน่นอน!

เมื่อลูกมี เลือดกำเดาไหล อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนตื่นตระหนกตกใจกลัว และกังวลว่า ลูกกำลังเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ซึ่งสำหรับเด็กบางคนอาจไม่น่ากังวล แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรละเลย เพราะถ้าลูกมี เลือดกำเดาไหล ผิดปกติ ก็ต้องรีบดูแลรักษานะคะ เพื่อมาให้กลายเป็นเรื่องบานปลาย Continue reading “เลือดกำเดาไหล แบบนี้…? อันตรายกับลูกแน่นอน!”

การเลี้ยงดู

สมองเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยความรุนแรง กับเด็กปกติ

คุณพ่อ คุณแม่เคยได้ยินคำนี้มั้ยคะ “เด็กจะดี จะชั่ว ขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง” ความคิดนี้อาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป เพราะการที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีที่สมบูรณ์นั้น ต้องใช้ปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน รวมถึง การเลี้ยงดู ของพ่อแม่ ที่อาจจะเปลี่ยนโลกของเขาทั้งใบ

การเลี้ยงดู เปลี่ยนโลกที่เคยงดงาม

มีบทความหนึ่งจากคุณหมอโอ๋เพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน มีเนื้อหาที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกน้อย ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ทีมแม่ ABK จึงขอหยิบยกมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกันค่ะ

#เมื่อการเลี้ยงดูเปลี่ยนโลกที่ควรงดงาม

มีหลายคนมักเกิดคำถาม ว่าอะไรนะที่ทำให้แววตาอันสดใสของเด็กๆ กลายเป็นแววตาแห่งอาชญากร

เด็กหลายคนโตไป กลายเป็นผู้ทำเรื่องร้ายๆ แบบไม่รู้สึกรู้สม

หลายคนก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ทำร้ายได้แม้แต่คนที่รัก…

หลายคนก็ทำร้ายตนเองได้อย่างเย็นชา

หลายครั้งเราก็ตั้งคำถาม…

เกิดอะไรในหัวจิตหัวใจของเด็กเหล่านั้น

การเลี้ยงดู? กรรมเก่า? สันดานตัวเอง? …

วันนี้หมอเอาภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองของเด็กสามขวบจากงานวิจัยที่น่าสนใจงานหนึ่งมาให้ดูค่ะ…

การเลี้ยงดูบุตร
ภาพสมองของลูกจากการเลี้ยงดูทีแตกต่างกัน

ภาพด้านซ้ายมือ เป็นสมองของเด็กสามขวบทั่วไป

ภาพขวามือ เป็นสมองของเด็กสามขวบที่โตมากับการเลี้ยงดูที่ใช้ความรุนแรง ถูกทำร้าย ไม่ใส่ใจ ถูกทอดทิ้ง

ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ และมีลูกวัย 0-6 ปี ร่วมฟังเสวนาฟรี! ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สมัครด่วนจำนวนจำกัด!! อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://bit.ly/2Sek03w

Mom Expert's Talk หมอโอ๋

ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์ และมีลูกวัย 0-6 ปี ร่วมฟังเสวนาฟรี! จากคุณหมอโอ๋ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 สมัครด่วนจำนวนจำกัด!! อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ https://bit.ly/2Sek03w

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ่านต่อ “สมองเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยความรุนแรง กับเด็กปกติ” คลิกหน้า 2

โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น ระบาดหนักในรอบปี พบเด็กเล็กเสี่ยงที่สุด!

กรมควบคุมโรคออกมาเผยยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตจาก โรคไข้กาฬหลังแอ่น ในปี 2017 พบมีเพิ่มขี้นในภาคเหนือและภาคใต้ หวั่นระบาดพุ่ง เตือนผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคคือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องระวังเป็นพิเศษ

Continue reading “โรคไข้กาฬหลังแอ่น ระบาดหนักในรอบปี พบเด็กเล็กเสี่ยงที่สุด!”

ลงโทษลูก

ข่าวสะเทือนใจ พ่อลงโทษลูกชายราวกับไม่ใช่คน

การเลี้ยงลูก 1 คน ให้เขาเติบโตขึ้นมา คอยอบรม สั่งสอนให้เป็นคนดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในบางครั้งลูกน้อยอาจจะทำให้คุณพ่อ คุณแม่เกิดอาการหงุดหงิดใจ เกิดอารมณ์โกรธ และโมโหจากการกระทำที่ไม่ดีของลูกบ้าง แต่อย่าให้ถึงขึ้น ลงโทษลูก เกินกว่าเหตุ ดังเช่นเหตุการณ์แบบนี้เลย

Continue reading “ข่าวสะเทือนใจ พ่อลงโทษลูกชายราวกับไม่ใช่คน”

ให้นมลูก

3 โรคนี้เป็นแล้ว! หยุด ให้นมลูก ทันที พร้อมรู้อีก 7 โรค! ไม่ต้องหยุดให้นม

สำหรับคุณแม่ที่ ให้นมลูก อยู่มักมีข้อสงสัย เมื่อป่วย ไม่สบาย หรือกำลังเป็นโรคใดโรคหนึ่งและต้องกินยารักษาที่ค่อนข้างรุนแรง คำถามคือ แล้วแม่ยังจะให้นมลูกได้อีกหรือไม่ หรือลูกจะติดไข้ติดโรคจากแม่ขณะให้นมหรือเปล่า!

Continue reading “3 โรคนี้เป็นแล้ว! หยุด ให้นมลูก ทันที พร้อมรู้อีก 7 โรค! ไม่ต้องหยุดให้นม”

สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร

สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร ให้เก่งตั้งแต่เด็ก!

มีข่าวเด็กเพียงวัยอนุบาล 1 พูดคุยภาษาอังกฤษ กับครูเจ้าของภาษาได้เกินเพื่อนๆ คนอื่น จนทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนอยากรู้และมีคำถามว่าจะ สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร ให้เก่งได้แบบนี้

ซึ่งหนูน้อยที่ถูกล่าวถึง ชื่อ ด.ช.ปุณณภพ น้ำจันทร์ หรือน้องภูเขา อายุ 4 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1/1 ห้อง EP ซึ่งเป็นห้องอิงลิชโปรแกรม โรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง ซึ่งมีความสามารถพูดภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งสำเนียงการออกเสียงที่เมื่อคุณครูและผู้ใหญ่ได้ยินต้อง ยังอึ้ง

สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร ให้เก่งตั้งแต่เด็ก!

สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร

ขอบคุณภาพจาก : www.thairath.co.th

ซึ่งจากการสอบถามคุณครู ก็ทราบว่า น้องภูเขามีความสนใจในเรื่องของภาษาอังกฤษ และเมื่อตอนที่เข้าเรียนมาตอนแรกก็สามารถเรียนรู้คำศัพท์ พยัญชนะภาษาอังกฤษได้ไวกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน สามารถเขียนชื่อตัวเองได้ และที่สำคัญสามารถสื่อสารพูดคุยกับครูชาวต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่ว และเป็นประโยค ต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน ส่วนทางด้านนิสัยใจคอน้องภูเขาก็เป็นเด็กน่ารัก มีความสดใสตามวัยของตนเอง ตั้งใจเรียน ไม่เกเร

ด้านผู้เป็นพ่อและแม่ของน้องภูเขา ได้เปิดเผยว่า…

ช่วงที่น้องภูเขายังเล็กจะซื้อบัตรคำศัพท์ที่มีรูปการ์ตูนและรูปสัตว์มาเปิดให้ลูกดู โดยเฉพาะเวลาเดินทางที่คุณพ่อคุณแม่ขับรถเดินทางจะชอบฟังเพลงในสมัยยุคปี 60 ซึ่งสังเกตเห็นว่าน้องภูเขาก็ตั้งใจฟังมากเช่นกัน

สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร

จนต่อมาคุณพ่อคุณแม่ก็รู้ว่าน้องภูเขามีความสามารถพิเศษพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าเรียน เพราะเวลาพาน้องภูเขาไปเที่ยว ระหว่างการเดินทางผ่านจะถามน้องภูเขาว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร แต่น้องกลับตอบมาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ถึงกับงงในตอนแรกๆ ทั้งนี้ยังบอกอีกว่าพร้อมที่จะส่งเสริมให้น้องภูเขาได้รับการพัฒนาไปในทางที่ชอบต่อไป

ชมคลิป >> น้องภูเขาพูดคุยกับครูสอนภาษอังกฤษ พร้อมเผยเทคนิควิธี สอนภาษาอังกฤษลูกอย่างไร ให้เก่งตั้งแต่เด็ก! คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกไม่สบาย

แม่เตือน! ลูกป่วยเป็น “ไวรัสไข้สูง” ตรวจหาอะไรก็ไม่เจอ!

ประสบการณ์ตรงจากคุณแม่ทางบ้าน เมื่อลูกชายป่วยเป็น ไวรัสไข้สูง ที่ไม่ว่าจะหาสาเหตุจากผลการตรวจน้ำมูก หรือการนำเอาเลือดไปตรวจเพาะเชื้อก็ไม่เจออะไร!

คุณแม่เล่าว่า ปกติแล้วลูกชายเป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส แข็งแรงดี เช่นเดียวกับวันที่เกิดเรื่องนั้น ลูกชายไม่ได้มีอาการใด ๆ ที่แสดงว่าตัวเองป่วยหรือไม่สบายเลย จนกระทั่งตกเย็น ก่อนที่จะพาลูกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าคุณแม่ถึงได้รู้ว่าลูกของตัวเองนั้นตัวร้อน พอนำปรอทมาวัดก็พบว่า ลูกชายมีไข้สูงมากถึง 40 องศาเลยทีเดียว!

ไวรัสไข้สูง

และด้วยประสบการณ์การเห็นหลานสาวของตัวเองชักต่อหน้า ทำให้คุณแม่เกิดความรู้สึกกลัวว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเอง จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันที คุณหมอได้นำตัวน้องไปเช็ดตัว และให้ยาลดไข้ พร้อมกับนำน้ำมูกและเลือดไปตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุต่อไป

ในระหว่างที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนั้น ลูกชายมีไข้สูงโดด 39-40 องศา เรียกได้ว่าเป็นเด็กคนเดียวที่มีไข้สูงที่สุดในวอร์ดเลยก็ว่าได้ เล่นเอาพยาบาลวิ่งกันวุ่นตลอดเวลา หนำซ้ำทานอะไรก็อาเจียนออกมาหมด เพราะฤทธิ์ของไข้ และในที่สุดผลของการตรวจน้ำมูกและตรวจเลือดก็มาถึง คุณหมอแจ้งว่า ไม่พบโรคใด ๆ ที่กำลังฮิตอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มของมือ เท้า ปากเลย คุณหมอจึงแจ้งว่า สาเหตุที่น้องมีไข้ขึ้นสูงนั้น น่าจะเกิดจาก ไวรัสชนิดหนึ่ง หรือที่เราเรียกกันว่า “ไวรัสไข้สูง” นั่นเอง

“ไวรัสไข้สูง” ที่ว่านี้นั้น ไม่มียาเฉพาะทางใด ๆ รักษา ทำได้แต่เพียงให้ยาบรรเทาอาการไป และไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการรอให้ไข้ลดลงไปเอง ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ภายในวันหรือสองวัน ซึ่งลูกชายของคุณแม่ มีไข้สูงนานถึง 5 วัน และต้องให้น้ำเกลือ ยาลดไข้สูงสลับกับยาลดไข้ต่ำ รวมถึงให้ยากันชักกันเอาไว้ตลอดที่ไข้ขึ้นสูง

เรียกได้ว่า กว่าที่ไข้จะลดลงจนหายไปได้เองนั้น ต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 7 วัน เล่นเอาคุณแม่ถึงกับเครียด แต่ก็นับได้ว่ายังโชคดีที่ผลการตรวจต่าง ๆ นั้น ไม่เจออะไร เว้นเสียแต่มีไข้สูงโดดเท่านั้นเอง คุณแม่จึงอยากฝากเตือนคุณแม่ทุกคน ให้คอยเฝ้าระวังดูแลลูก และที่สำคัญควรมีปรอทวัดไข้ติดบ้านเอาไว้ทุกครั้งด้วยเช่นกัน

คลิกเพื่ออ่านสาเหตุของการเกิดไข้ ได้ที่หน้าถัดไป

ยาว๊าบ หรือ ทรามาดอล

รู้จัก ยาว๊าบ หรือ ทรามาดอล ที่ระบาดหนักในเด็กนักเรียน

ทำไม ยาว๊าบ หรือ ทรามาดอล ยาแก้ปวดที่ดูไม่มีอะไร ถึงกลับกลายเป็น ยาเสพติด ได้ในสังคมของเด็กนักเรียน จนกลายเป็นที่แพร่ระบาดอย่างหนัก ถึงขั้นแม่ค้านำมาแบ่งขาย เม็ดละ 5 บาท เพื่อให้ใส่ผสมน้ำอัดลมรับประทาน จนนักเรียนพากันติดอย่างงอมแงม!!

 

ซึ่งข่าวนี้ทำเอาบรรดาผู้ปกครองของนักเรียนในจังหวัด พากันกังวลใจ ภายหลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่า เกิดการซื้อขายกันอย่างแพร่หลายของ “ยาว๊าบ” หรือ “ทรามาดอล” ที่แม่ค้าหัวใสทำการแบ่งถุงขายให้กับนักเรียนเม็ดละ 5 บาท เพื่อนำไปผสมกับน้ำอัดลมรับประทาน และเมื่อเด็ก ๆ ได้รับประทานเข้าไป ก็จะรู้สึกสบาย ทั้งยังช่วยในการบรรเทาอาการปวด จนทำให้เด็กบางคนที่รับประทานเข้าไปนั้น เกิดการเสพติดโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เสียการเรียนในที่สุด

ยาว๊าบ ทรามาดอล
เครดิต: ข่าวสดออนไลน์

และทันทีที่ทราบรายละเอียดดังกล่าว ผู้ว่าฯ ก็เปิดไฟเขียวสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสืบหาเรื่องราวเกี่ยวกับ ยาว๊าบ จนสามารถจับกุม นางสาววิจิตรา กามาพร วัย 43 ปี ที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 7 ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ได้ในที่สุด และจากการสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ตนได้จำหน่าย ยาว๊าบ หรือ ทรามาดอล ให้กับกลุ่มนักเรียนจริง และในที่เกิดเหตุก็พบกับยาดังกล่าว ที่ถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดเล็กจำนวน 6 ถุง ๆ ละ 50 เม็ดวางอยู่ภายในบ้าน พร้อมที่จะทำการจัดส่งและแบ่งขายให้กับนักเรียนที่มาติดต่อขอซื้อยา

ทั้งนี้ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพเพิ่มเติมอีกว่า ในตอนแรกนั้น ลูกสาวของตนเป็นคนขาย โดยจะสั่งซื้อยาที่ว่านี้จากที่อื่น แล้วส่งผ่านมาทางไปรษณีย์มาให้ 1 กระปุก ซึ่งภายในหนึ่งกระปุกนั้น จะมีการบรรจุยาจำนวนทั้งสิ้น 100 เม็ด เพื่อเอามาแบ่งขาย พอตนเห็นว่าขายแล้วได้กำไรดี จึงเกิดความสนใจ และพอลูกสาวไม่อยู่ จึงได้ขายให้แทน แต่พอมาทราบภายหลังว่าเป็นยาเสพติด จึงบอกให้ลูกเลิกขาย ประกอบกับช่วงหลัง ๆ มีคนขายยาดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ทำให้กำไรลดน้อยลง แต่ตนก็จะเลือกขายให้เฉพาะกับ คนที่รู้จักและเชื่อใจเท่านั้น

“ทรามาดอล” คืออะไร ทำไมถึงเป็นกลายยาเสพติดได้ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ยาแก้ปวด!

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้าถัดไป


เครดิต: ข่าวสดออนไลน์

เตือน! “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ระบาด” ในเด็กเล็ก

ไม่มีใครอยากให้ลูกหลานต้องเจ็บป่วย ดังนั้นเมื่อข่าวคราว “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ระบาด” จึงเปรียบเสมือนเป็นข่าวร้ายของคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองทุก ๆ คน ดังเช่นข่าวการระบาดของโรคที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ที่ผอ. ถึงกับต้องสั่งปิดโรงเรียนเป็นการด่วน หลังพบว่า เด็กนักเรียนป่วยเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

 

ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ได้รับรายงานจากจังหวัดพะเยาแจ้งว่า มีเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลพะเยาป่วยเป็น “โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A” กับนักเรียนในโรงเรียน และมีจำนวนเด็กในโรงเรียนป่วยเพิ่มมากขึ้น!!

หลังจากทางโรงเรียนอนุบาลพะเยาได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 และงานอนามัยโรงเรียนว่า มีนักเรียนในห้องเรียนป่วย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพะเยา โดยพบว่านักเรียนรายดังกล่าวป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ A ขณะเดียวกันก็ยังพบว่านักเรียนในห้องมีอาการป่วยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

และจากการสอบถามโรงพยาบาลพะเยาทราบว่า เด็กนักเรียนรายดังกล่าว ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ดูอาการเพื่อทำการรักษาต่อไป

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้เกิด ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ระบาด เช่นเดียวกันนี้ กับโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถมศึกษาเช่นกัน โดยทางโรงเรียนก็ต้องประกาศผ่านสื่อออนไลน์เพื่อขอปิดการเรียนการสอนเป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อให้นักเรียนที่ป่วยนั้นไปพบแพทย์และพักรักษาจนกว่าจะหายดี ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโลกในเบื้องต้นนั่นเอง

ทำความรู้จักกับโรค ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เพิ่มเติมกันได้ที่หน้าถัดไป


เครดิต: MGR Online

วิธีผ่าองุ่น

นี่คือประโยชน์ขององุ่น กับข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม! พร้อมวิธีการผ่าองุ่นให้ลูกกินอย่างถูกต้องปลอดภัย!

“องุ่น” คือหนึ่งในสุดยอดผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นเพศอะไร หรืออายุเท่าไหร่ และแน่นอนค่ะว่า ประโยชน์ขององุ่น นั้นก็มีมากมาย แต่โทษของมันนั้นก็น่ากลัวไม่แพ้กันหากคุณแม่ไม่รู้ วิธีผ่าองุ่น ที่ถูกต้อง 

Continue reading “นี่คือประโยชน์ขององุ่น กับข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม! พร้อมวิธีการผ่าองุ่นให้ลูกกินอย่างถูกต้องปลอดภัย!”

ลูกตัวเหลือง

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ (เรื่องจริงจากแม่)

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ ได้ยินแบบนี้ทำเอาหลายๆ ครอบครัวเกิดความสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน แต่นี่คือเรื่องจริงของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ได้แชร์เรื่องราวอาการตัวเหลืองของลูกชายที่เกิดขึ้นเพราะภาวะเลือดแม่กับลูกไม่เข้ากัน ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อมูลมาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ (เรื่องจริงจากแม่)

คุณแม่ Kanka Nit Bun เจ้าของเรื่อง ลูกตัวเหลือง เพราะกรุ๊ปเลือดไม่เข้ากับแม่ ได้เขียนแชร์ประการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับลูกชายตัวน้อยวัย 2 เดือน เนื่องจากตั้งแต่แรกเกิดต้องพบกับภาวะตัวเหลือง…

สวัสดีค่ะอยากแชร์ประสบการณ์ครั้งหนึ่งของเรา เราคลอดน้องตั้งแต่ 27 เมษายนที่ผ่าน อยู่โรงพยาบาล ประมาณ 1 อาทิตย์ ก่อนออกจากโรงพยาบาลหมอก็ตรวจค่าเหลืองว่าปกติไหม เพราะน้องตัวเหลือง ตาเหลือง ถ้าไม่ผ่านก็ต้องอยู่ต่อ ต้องส่องไฟ ซึ่งหลังจากเช็กแล้วผ่าน ถ้าจำไม่ผิดได้ค่าเหลือง 11 และก่อนออกโรงพยาบาล ได้ยินพยาบาลพูดว่า ลูกตัวเหลืองเพราะแม่กรุ๊ปเลือดโอ แต่เราก็ไม่ได้สงสัยอะไรมาก… บอกตรงๆ เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่หมอก็ได้นัดตรวจเลือดอีกรอบ ถัดไป 1 อาทิตย์ ก็ไปตามนัด สรุปต้องเจาะเลือดน้อง แม่นี้น้ำตาจะร่วง..!! คนโตๆ โดนเข็มเจาะยังร้อง พอตรวจเลือดค่าเหลืองเพิ่มเป็น 15 เครียดเลย หมอจึงเช็กประวัติ น้องมีเลือดกรุ๊ปบี ส่วนแม่กรุ๊ปโอ จึงเป็นผลทำให้น้องตัวเหลือง หมอนัดอีกรอบวันรุ่งขึ้น เจาะเลือดอีกละ (คิดในใจแค่วันเดียวจะให้ค่าเหลืองมันลดเร็วแค่ไหนกันนะ) เจาะเสร็จค่าเหลืองได้ 14.5 หมอขอเจาะซ้ำแบบละเอียด เห็นลูกเจ็บ 2 รอบ ภายในวันเดียว 😭 เพื่อตรวจหา G6PD สรุปน้องไม่เป็น แต่ค่าเหลืองแบบละเอียดสูงถึง 18 😢😢  แม่น้ำตาซึมเลยค่ะ..!! ไม่เข้าใจสาเหตุทำไมถึงร้ายแรงขนาดนั้น

บทความแนะนำ คลิก >> ลูกตัวเหลือง อันตรายใกล้ตัว!! ที่คุณแม่อาจไม่รู้

 

จุดพีคสุดก็ตอนต้องไปตึกรวมกุมารเวชฯ นี่ละ เตียงเต็ม ห้องสำหรับเด็กอบเต็ม คือเรากับลูกต้องนอนเตียงที่อยู่หน้าทางเข้า ประตู คนเดินเข้าออก ก็เจอหน้าเราคนแรกเลย ใครเดินผ่านก็ส่องดูตู้อบลูกเราที่นอนอยู่  กลายเป็นสิ่งประหลาดเลย จนแฟน ต้องขอห้องพิเศษ ได้ห้องปุ๊บการปฏิบัติมันต่างกันเลย..!!

อ่านต่อ ลูกตัวเหลืองจากภาวะเข้ากับเลือดแม่ไม่ได้ หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

รู้แล้วลูกชมพู่ ชื่ออะไร!? ว่าที่พ่อน็อตแอบเผยกับแฮชแทก #thunderandstorm

ว่าที่คุณแม่ชมพู่ตั้งท้องลูกแฝดมาได้เกินครึ่งทางแล้ว ซึ่งว่าที่คุณพ่อน็อต-วิศรุต ก็ได้แอบเผย ชื่อลูกชมพู่ ผ่านแคปชั่นในไอจี โดยเป็นที่สงสัยและจับตามองของแฟนคลับ ในคำว่า #thunderandstorm

Continue reading “รู้แล้วลูกชมพู่ ชื่ออะไร!? ว่าที่พ่อน็อตแอบเผยกับแฮชแทก #thunderandstorm”