ขวดนมลูก

ขวดนมลูก หมดอายุหรือยัง พ่อแม่รีบเช็คด่วน!

ของใช้ลูกบางอย่างคุณแม่จำเป็นต้องลงทุนสูง เพราะเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพลูกน้อย ของใช้ที่ต้องลงทุน ได้แก่ ขวดนมลูก และจุกนม ซึ่งขวดนมที่ดีไม่ใช่ขวดนมที่แพงที่สุดเสมอไปแต่ขวดนมที่ได้มาตรฐานนั้นราคาค่อนข้างสูงทีเดียว มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้กันค่ะ

 

การเลือกขวดนมลูก คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาจากวัสดุที่นำมาผลิต ซึ่งในปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติก แต่ขวดพลาสติกก็มีหลายแบบทั้งขวดใส ขวดขาวขุ่น ขวดสีชา ขวดสีน้ำผึ้ง และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่า การที่เด็กดูดนมจากน้ำนมจะไหลออกก็ต่อเมื่อ ปากของเด็กทำการกระตุ้นแต่การดูดจากขวดนั้น น้ำนมจะไหลอยู่ตลอดเวลา จึงอาจจะทำให้เด็กเกิดสำลักน้ำนมได้ ดังนั้น จะต้องมีการฝึกให้เด็กดูดนมจากขวดให้ชินเสียก่อน เพราะเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง เด็กจะสามารถใช้เหงือกกัดไม่ให้น้ำนมไหลออกจากจุกได้

การเลือกขวดนม
การเลือกขวดนมสำหรับทารก

 

โดยควรเริ่มจากการเลือกลักษณะของจุกนมที่มีมาตรฐาน จะต้องเลือกขนาดของจุกนมให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย ซึ่งในเด็กแรกเกิดอาจจะเลือกที่ไซต์ s ก็ถือว่าเพียงพอ เพราะหากเลือกขนาดที่ไม่เหมาะสม จะทำให้น้ำนมไหลเข้าปากเด็กเร็วเกินไป

ซึ่งขวดนมที่ผ่านมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับทารกคือ ขวดนมที่ผลิตจากโพลีพรอพพีลีน หรือ PP ขวนมประเภทนี้
คุณแม่จะรู้จักดีในชื่อเรียกกันคือ ขวดนม BPA Free (อ่านต่อ "BPA free สำคัญต่อลูกน้อยอย่างไร?)

 อันตรายของสาร BPA ต่อทารกในขวดนมที่ไม่ได้มาตราฐาน 

BPA สารอันตราย มีผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท ความทรงจำ การเรียนรู้มีผลต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไปเด็กมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วน และไฮเปอร์แอคทีฟก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคหัวใจยิ่งสะสมในร่างกายมากเท่าใด ก็จะยิ่งไปลดศักยภาพการทำงานของร่างกายมากขึ้นที่สำคัญคือ เด็กทารก เมื่อได้รับสาร BPA ก็จะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่าในเด็กโต หรือผู้ใหญ่

ประเภทขวดนม
ประเภทขวดนม

หลายบ้านที่ให้ลูกใช้ขวดนม…เคยรู้กันบ้างไหมคะว่า!? ขวดนมลูก ก็มีอายุการใช้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นขวดนมสีขาวขุ่น ขาวใส และมีราคาที่แตกต่างกัน >> มาดูขวดนมแต่ละประเภท แตกต่างตามการใช้งาน และมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน

 ขวดนมลูก 

1. ขวดนมประเภทพลาสติก PP ผลิตจากวัสดุ Polypropylene

เนื้อพลาสติกจะมีสีกึ่งโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น สามารถทนอุณหภูมิ -20 – 110 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน ขึ้นกับการดูแลรักษา และและอาจเหลือ 3 เดือนถ้านึ่งหรือต้มบ่อยเกินไปความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

2. ขวดนมประเภทพลาสติก PES ผลิตจากวัสดุ Polyethersulfone

เนื้อพลาสติกออกสีน้ำผึ้ง หรือสีชา สามารถทนอุณหภูมิ -50 – 180 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

3. ขวดนม PPSU ผลิตจากวัสดุ polyphenylsulfone

ขวดสีน้ำตาลอ่อน เช่น ขวดนมสีชา สามารถทนอุณหภูมิ -50 – 180 ˚C และมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 8 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษา และความถี่ในการต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อ

4. ขวดนมแก้ว

สุดคุ้มมีความนิยมน้อย แต่มีอายุการใช้งานไม่จำกัด จนกว่าจะแตกหรือมีรอยขูดข่วน ทั้งยังลดความเสี่ยงจากสาร BPA ในพลาสติกเมื่อถูกความร้อน ซึ่งมีข้อเสียคือ มีน้ำหนักมากกว่า ตกแตกได้ง่าย ราคาแพงกว่า และมีไม่กี่ยี่ห้อให้เลือก

 อ่านต่อ >> “อายุการใช้งานของจุกนม” คลิกหน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เปิดแอร์นอนในรถ

เปิดแอร์นอนในรถ อันตราย! เสียชีวิตแล้วหลายราย เพราะอะไร?

ข่าวพบผู้เสียชีวิตจากการ เปิดแอร์นอนในรถ ที่ยังคงมีให้เห็นเป็นระยะ ทำให้เห็นว่า เรายังขาดความรู้ในเรื่องนี้อย่างแท้จริง หลายคนอาจสงสัยว่า เปิดแอร์นอนในรถ อันตรายอย่างไร? มาไขข้อข้องใจพร้อมกันค่ะ

สองสามี-ภรรยาดับ เพราะ เปิดแอร์นอนในรถ

เหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดภายในปั๊มน้ำมันย่านบางนา โดยพบศพสองสามีภรรยาเสียชีวิตอยู่ที่เบาะที่นั่งด้านคนขับ และที่นั่งตอนหน้าของรถเก๋ง จากการตรวจสอบของแพทย์ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และเสียชีวิตมาแล้วกว่า 10 ชั่วโมง

พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า รถคันดังกล่าวเข้ามาจอดไว้ติดเครื่องทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนกระทั่งรุ่งเช้า พนักงานปั๊มไปเคาะกระจกเรียก แต่คนในรถไม่ยอมตื่น จึงเปิดประตูรถออก ทำให้พบว่าคนทั้งสองเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พบว่าท่อไอเสียของรถมีร่องรอยฉีกขาด ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ทำให้ไอเสียไหลเข้ามาในรถ ประกอบกับไม่ได้มีการแง้มกระจกรถไว้ ทำให้ควันพิษกระจายอยู่ภายในห้องโดยสาร เมื่อสูดดมเข้าไปทำให้หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด

ข่าวนอนในรถเสียชีวิต
ข่าวนอนในรถเสียชีวิต

ก่อนหน้าที่เคยมีข่าวกรณี  “2 แม่-ลูก เปิดแอร์นอนในรถ เสียชีวิต เพราะขาดอากาศหายใจ” ซึ่งต่อมาเมื่อตรวจสอบสาเหตุ พบว่า ท่อไอเสียส่วนท้ายรถที่อยู่ติดกับห้องโดยสารรั่ว จึงทำให้มีก๊าซไหลรั่วเข้าสู่ห้องโดยสารโดยผ่านทางระบบแอร์ของรถ

เปิดแอร์นอนในรถอันตราย
ข่าวนอนในรถเสียชีวิต

ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ได้มีการทดลองว่าด้วยเรื่องคาร์บอนมอนอกไซด์ในรถทำให้เสียชีวิต พบข้อสรุปที่น่าสนใจและมีประโยชน์กับทุกครอบครัวอย่างมาก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ คาร์บอนมอนอกไซด์ในรถ ทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไร คลิก

เด็ก 5 ขวบเลือกไปสวรรค์แทนโรงพยาบาล

บทสนทนาของ”มิเชล”ผู้เป็นแม่ และ”จูเลียอันน่า”ลูกสาววัย 5 ขวบ ที่มีอาการป่วยทางพันธุกรรม ซึ่งรักษาไม่หาย

แม่ : จูเลียอันน่า ถ้าหนูป่วยอีกครั้ง จะไปโรงพยาบาลหรืออยู่ที่บ้าน

จูเลียอันน่า : ไม่ใช่โรงพยาบาล

แม่ : นั่นหมายความว่า หนูก็ต้องไปสวรรค์นะ ถ้าหนูไม่ไปโรงพยาบาล

จูเลียอันน่า : ใช่

แม่ : แต่หนูรู้ใช่มั้ยว่า พ่อกับแม่ไปด้วยไม่ได้นะ หนูต้องไปด้วยตัวเองก่อน

จูเลียอันน่า : ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะพระเจ้าจะดูแลหนูเอง

 

เหตุการณ์นี้ อาจไม่ต้องมีข้อถกเถียงมาก ถ้าคนพูดเป็นผู้ใหญ่ เพราะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และตัดสินใจได้เอง แต่คนที่พูดคือหนูน้อยวัย 5 ขวบ ที่ชื่อจูเลียน่า สโนว์ เธอกำลังจะเสียชีวิตจากโรคที่รักษาไม่ได้ ตอนนี้อาการยังทรงตัว แต่ถ้าหากมีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เพียงแค่เป็นเชื้อไข้หวัด เธอก็สามารถเสียชีวิตได้ทันที ซึ่งเธอก็ได้บอก พ่อกับแม่ว่า ถ้าอาการไม่ดีอีก ขอให้พ่อกับแม่ให้เธอได้อยู่บ้านแทนที่จะไปโรงพยาบาล

151023111406-07-moon-family-photos-super-169

เมื่อจูเลียอันน่า อายุได้ 9 เดือน พ่อแม่ก็พบว่า เธอไม่สามารถนั่งอย่างมั่นคงได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทารกทำได้ตั้งแต่ 6 เดือน และเมื่อ 1 ขวบ ปกติเด็กจะเริ่มเดิน แต่ จูเลียอันน่า ไม่สามารถแม้กระทั่งดึงตัวเองให้อยู่ในท่าเตรียมยืนได้ นั่นทำให้ ผู้เป็นทั้งแม่ และนักประสาทวิทยาเป็นกังวล ซึ่งแพทย์ก็บอกเธอว่า ลูกอาจเดินได้ช้า เพราะว่า มีเด็กประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เดินได้เมื่ออายุ  18 เดือน ผู้เป็นแม่อยากเชื่อหมอ แต่ความรู้ด้านประสาทของเธอบอกตัวเองว่า มีบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ

150903124314-02-moon-family-photos-super-169

เธอเริ่มศึกษาเองอย่างละเอียดตัวคนเดียว เพราะว่าสามีเป็นนักบินกองทัพอากาศ และถูกส่งไปที่เกาหลีชั่วคราว
อาการป่วยของจูเลียอันน่า มาจากพันธุกรรม คือ แขนขาห้อย กล้ามเนื้อฝ่อ เซลล์ประสาทสั่งการถูกทำลายอย่างช้า ๆ และเด็กที่เป็นโรคนี้ มักไม่ค่อยได้ฉลองวันเกิดในปีที่ 2 แต่จูเลียอันน่า มีอายุ 5 ขวบแล้ว

150903124329-03-moon-family-photos-super-169

ตั้งแต่ค้นพบอาการแรก ๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มิเชลคิดกลับไปคือ ครั้งแรกที่เจอสามีที่เป็นนักบิน เธอไปตรวจอาการเขา และก็พบว่า เท้าของสามีเธอนั้นตลกดี เพราะใต้เท้ามีความโค้งสูง หลังจากนั้น เมื่อสามีกลับมาเธอจึงพาสามีไปตรวจอีกครั้งและก็พบว่า อวัยวะของสามี ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง และที่จริงแล้วสามีของเธอมีอาการทางระบบประสาท แต่เป็นแบบไม่รุนแรง แต่เมื่อส่งทอดมายังลูกสาว คาดว่ากลับกลายเป็นแบบรุนแรง

เมื่ออาการของลูกสาวเริ่มจะหนักขึ้น พ่อของจูเลียอันน่า ตัดสินใจลาออกมาดูแลครอบครัวตลอดเวลา ภรรยา เขียนในบล็อคว่า เขายอมที่จะเสียสละออกจากงานที่รัก หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ช่วยกันดูแลอาการของลูกสาว จนกระทั่งตอนนี้ จูเลียอันน่า ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในห้องเจ้าหญิง ในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยชุดเจ้าหญิงดิสนี ต่าง ๆ และในตอนเข้า เธอจะเป็นคนเลือกว่า จะเป็นเจ้าหญิงไหนดี เธอมักจะเล่นกับย่า จินตนาการว่าได้ไปเที่ยวและกินอาหาร แต่ความเป็นจริงเธอกินอาหารธรรมดาและไปเที่ยวไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยแสดงความหดหู่เลย บางครั้งพ่อก็จะพาเธอไปที่ห้องอาหาร และเอาพิซซ่าชิ้นเล็ก ๆ ถูที่ปากของลูกเพื่อให้ได้สัมผัสรส

2DE05FE100000578-3292571-image-a-17_1446049217505 2DE05FE900000578-3292571-image-a-16_1446049212407

ล่าสุด จูเลียอันน่า ก็ได้เตรียมการไปอยู่บนสวรรค์ของเธอเองด้วยและเตรียมไปรอพ่อกับแม่บนนั้น เด็กน้อยได้ถามแม่ว่าถ้าแม่มาแล้ว ต้องการให้เธอยืนอยู่หน้าคนอื่น ๆ บนสวรรค์หรือไม่ แม่จะได้เห็นเธอได้ชัด แม่ก็บอกว่าต้องการ เด็กน้อยถามต่อว่า แม่จะวิ่งมาหาเธอมั้ย แม่ก็บอกว่า วิ่ง และก็คิดว่าลูกสาวน่าจะวิ่งมาหาแม่ด้วย

จูเลียอันน่าก็บอกว่า จะวิ่งให้เร็วไปหาแม่เลย และเธอก็ขยับหัวไปข้างหน้าข้างหลังแสดงให้เห็นว่าจะวิ่งเร็วแค่ไหนแม่ของจูเลียอันน่าบอกว่า เมื่อใกล้ถึงเวลา เธอ สามีและลูกสาวก็จะรู้เองว่า เวลาใกล้เข้ามาแล้ว และทั้งหมดจะร่วมกันตัดสินใจ

150903121629-07-moon-family-restricted-super-169 150903121811-16-moon-family-restricted-super-169


ขอบคุณข้อมูลข่าว ภาพ และวีดีโอจาก : http://www.krobkruakao.com/

เด็ก 5 ขวบเลือกไปสวรรค์แทนโรงพยาบาล

http://edition.cnn.com/2015/10/27/health/girl-chooses-heaven-over-hospital-part-1/index.html

http://www.dailymail.co.uk/news/article-3292571/Girl-5-incurable-disease-tells-parents-d-heaven-hospital.html

ส่งต่อคาร์ซีท+รถเข็นcamera

คาร์ซีท+รถเข็นcamera มือ2 สภาพ90% ทุกอย่างครบเหมือนซื้อมือ1
ยกเซ็ทราคา5,000.-
คาร์ซีทใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด-13กิโล
รถเข็นใช้ได้ถึง3ขวบปี
นัดรับสินค้าได้ (จตุจักร, สะพานควาย, อารีย์)
สนใจโทรหาคุณแม่นุ่น 0820010066

Tags

ในวันที่โรคร้ายมาถึง…คุณจะมองมันเป็นวันสุดท้าย หรือจะทำให้เป็นวันแรก!

แคมเปญออนไลน์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการฉีกกฎตลาดประกันสุขภาพ ผ่านเรื่องราวการมองโลกในแง่บวก จาก อลิอันซ์ อยุธยา
………………………………………………………..

“ถ้าวันหนึ่ง โรคร้าย มาประชิดตัว คุณจะทำอย่างไร?” คำพูดประโยคนี้ทำเอาหลายคนฉุกคิดถึงเรื่องสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างกันเลยทีเดียว แต่น้อยคนนักที่จะใส่ใจอย่างแท้จริง

คงเป็นเพราะคนในยุคปัจจุบันมองว่า ความเจ็บป่วยด้วยโรคร้าย เป็นเรื่องไกลตัว นั่นเพราะเดี๋ยวนี้เทรนด์รักสุขภาพ การออกกำลังกาย กินอาหารคลีน กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และอีกส่วนหนึ่งก็คิดว่า ในเมื่อที่ทำงานก็มีประกันสุขภาพให้อยู่แล้ว ในเมื่อออกกำลังกาย กินดี มีประกันสุขภาพจากที่ทำงาน แล้วจะกังวลเรื่องโรคร้ายไปทำไม…

Untitled2

จากตัวเลขทางสถิติที่แสดงให้เห็นว่าโรคที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย ได้แก่ โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิด , โรคหัวใจและหลอดเลือด , โรคหลอดเลือดสมอง , โรคเกี่ยวกับตับ , โรคเกี่ยวกับปอด และโรคไต ดูเหมือนว่าอัตราส่วนของการเสียชีวิตในคนอายุน้อยจากโรคที่กล่าวมา ยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปีอีกด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นความสามารถในการเข้าถึงการรักษายังขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงิน เช่น ถ้าหากต้องการยารักษาที่ดี ก็ต้องยอมจ่ายเงินที่แพงมากขึ้น เพื่อที่จะได้รับยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาดีมากขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคร้ายเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประกันโรคร้ายทุกวันนี้ อลิอันซ์ อยุธยา มีให้คุ้มค่ากว่าที่เราเคยรู้

• มีการประกันทั้งการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ และโรคร้ายในเวลาเดียวกัน
 • ให้ความคุ้มค่า เพราะจ่ายเบี้ยฯไม่เสียเปล่าเหมือนที่ผ่านมา
 • เป็นโรคหรือไม่เป็นก็ยังมีสิทธิ์ได้เงินก้อน
 • เมื่อพบโรคร้าย เช่น มะเร็งระยะไม่ลุกลาม ได้รับเงินก้อนไปรักษาตัว และไม่ต้องชำระเบี้ยต่อ แต่ยังคุ้มครองต่อเนื่อง
 • จ่ายค่าเบี้ยฯ คงที่ตลอดสัญญา
 • และอย่างที่ทราบกัน คือ เบี้ยฯ ส่วนที่คุ้มครองชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

>> อ่านรายละเอียด “ประกันโรคร้ายได้คุ้ม จากอลิอันซ์ อยุธยา” ได้ที่นี่ http://goo.gl/IOlhIQ

………………………………………………

สำหรับกลุ่มคนที่อายุน้อยเพิ่งเริ่มต้นทำงานตอนกลาง ยังมีความเชื่อที่ว่าโรคร้ายคงไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเอง หรือยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เช่น โรคเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว, ความเสี่ยงในการเกิดโรคจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออายุมากแล้วเท่านั้นเพราะตัวเองยังอายุน้อย, ดูแลร่างกายดี ทั้งอาหารการกินและการออกกำลังกาย คงไม่ป่วยง่ายๆ, รวมถึงมีประกันสุขภาพจากที่ทำงานอยู่ และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อีกมากมาย ไม่อยากต้องมาเสียค่าเบี้ยทิ้งไปทุกปีๆ  . . . 

อลิอันซ์ อยุธยา ได้สนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า โรคร้ายนั้นน่ากลัว เพราะถ้าคุณเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับทุกๆ สถานการณ์แล้ว ความเจ็บป่วยก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ผ่านเรื่องราวของผู้ป่วยมะเร็ง ว่าการที่ต้องเผชิญกับโรคร้ายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว โดยพูดถึง Benefit แบบตรงๆ และเปลี่ยนมาใช้เรื่องจริงที่ให้ Inspiration with entertainment value เป็น Hero content

01-032

โดยใน Campaign นี้ ทางอลิอันซ์ อยุธยา ได้เลือกใช้เรื่องราวชีวิตจริงของ คุณจี๋ จิตรลดา ทรัพย์สุข (ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัยเพียง 34ปี และผ่านการทำคีโม 8ครั้ง รวมถึงฉายแสง 23ครั้ง เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นล้าน เนื่องจากไม่มีประกัน) เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย เกิดความตระหนักและเปลี่ยนทัศนคติในการใช้ชีวิตในวันที่คุณพบโรคร้าย ว่าถ้าหากโรคร้ายนั้นเกิดขึ้นกับคุณ คุณจะมองมันเป็นวันสุดท้ายหรือทำให้เป็นวันแรก เพราะอลิอันซ์ อยุธยา อยากให้คุณใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และต้องการให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่า อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมเคียงข้างคุณ ด้วยประกันโรคร้ายได้คุ้ม

(ติดตามเรื่องจริงจากผู้ป่วยโรคมะเร็ง 3 คน ได้ที่นี่) 

07-101 10-026

ตามด้วยการเล่า Benefits ของประกันโรคร้ายได้คุ้ม ที่ตอบโจทย์ความกังวลด้านต่างๆ ของผู้บริโภคผ่าน 2 วิดีโอ ผ่านการสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตจริงจากบุคคลที่เป็นโรคร้าย ว่าตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาพบว่าตัวเองเป็นโรคร้าย พวกเรารู้สึกอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร และอะไรคือจุดเปลี่ยนของพวกเขาที่ทำให้พวกเขายังสามารถลุกขึ้นสู้มาได้จนถึงทุกวันนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานให้กลุ่มเป้าหมายได้ตระหนักและเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนที่วันนึงโรคร้ายอาจมาเยือน…แล้วคุณละ เตรียมพร้อมรับมือกับโรคร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้แล้วหรือยัง?

คลิปสุดน่ารัก ^_^ พี่สุนัขพาหนูน้อยนั่งรถของเล่น บังคับรถได้เหมือนกับคนขับจริงๆ!

คลิปชวนยิ้มนี้มีความยาวประมาณแค่ 1 นาทีแต่น่ารักน่าเอ็นดูแบบสุด ๆ  เมื่อ เดซี่ เจ้าตูบแสนรู้สายพันธุ์เวสต์ไฮแลนด์ ไวต์เทร์เรียร์ ได้ขับรถของเล่นให้หนูน้อยเพื่อนรักนั่งแบบชิล ๆ อยู่ด้านข้าง ส่วนตัวมันก็จับพวงมาลัยบังคับทิศทาง ขับซิ่งวิ่งวนไปมาได้อย่างคล่องแคล่วเลยทีเดียวเชียว

โดยมีคุณแม่ของพ่อหนุ่มน้อยเป็นผู้ถ่ายคลิปดังกล่าวนี้ไว้ได้ และโพสต์ลงเว็บไซต์ยูทูบ จากนั้นคลิปนี้ได้สร้างความประหลาดใจให้กับชาวโลกโซเชียลไม่น้อย ต่างเข้ามาชมและมีจำนวนมากได้ตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าตูบตัวนี้ไม่ได้ขับเอง แต่ใช้รีโมทเป็นตัวบังคับ!

ด้านคุณแม่ได้เผยว่า เจ้าตูบเดซี่ตัวนี้ชอบขับรถให้ลูกชายเธอนั่งเป็นประจำ และรถของเล่นคันนี้ก็มีรีโมทบังคับแถมมาจริง แต่เธอใช้มันเพื่อเร่งและหยุดรถเท่านั้น  ส่วนการบังคับทิศทาง เจ้าตูบเดซี่เป็นคนจัดการเองทั้งหมด

ด้วยความฉลาดของเจ้า “เดซี่” สุนัขผู้ที่ชอบพาหนูน้อยโอลิเวอร์ไปนั่งรถเล่น กินลมชมวิวบนรถหรู เมอร์ซิเดส เบนซ์ คันจิ๋ว ดูแล้วเจ้าหมาตัวนี้จะมีความสุขกับการบังคับพวงมาลัยเหลือเกิน

2015-10-09_1-17-49

อย่ารอช้า เราไปชมคลิปสุดแสนน่ารักนี้กันเลยดีกว่าค่ะ ^_^


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : pet.kapook.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Jessica Wolf สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

 

“ภาพแห่งความรัก” จากพ่อแม่ที่บันทึกไว้ ก่อนลูกน้อยจากลา “ชั่วชีวิต”

เรื่องราวนี้เกิดขึ้ยกับครอบครัวของหนูน้อย Abigail ซึ่งเมื่อเธอคลอดออกมา หมอก็ได้แจ้งกับพ่อแม่ว่า ลูกสาวของพวกเขา มีเนื้องอกในสมองที่ผ่าตัดออกไม่ได้ และเธอจะมีชีวิตอยู่บนโลกได้ไม่นาน…

แม้ว่าจะเป็นข่าวร้ายที่สุดของพวกเขา แต่ผู้เป็นพ่อและแม่ Erika กับ Stephen ก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด

Erika กับ Stephen ยังได้กล่าวว่า “ศัลยแพทย์ระบบประสาทแนะนำให้เราพา Abigail กลับไปที่บ้านและดูแลเธอด้วยความรักตราบเท่าที่ยังมีเวลา เราจึงดูแลเธออย่างดี ให้ความรักและความทะนุถนอม ใส่ใจเธอตราบเท่าที่เธอยังมีเวลาให้กับเรา”

เรื่องราวของสาวน้อย Abigail จะเป็นอย่างไร ตามไปชมภาพแห่งความรัก” จากบันทึกที่พ่อและแม่ของเธอได้ทำไว้กันดีกว่าค่ะ

เรารู้ว่าเธอไม่ปกติตั้งแต่เธอมีอายุ 30 สัปดาห์ในครรภ์ … หลังจากคลอด มันก็ชัดเจนมาดว่าเธอเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหาย

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-33

ใจของพวกเราแทบจะสลายอยู่ตรงนั้น

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-5

หมอก็บอกให้เราใช้เวลาและมอบความรักกับเธอเท่าที่เวลายังมี

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-4

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-7

เราจึงทำทุกวันให้ดี

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-10

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-15

เธอทำทุกอย่างเหมือนเด็กทั่วไป เหมือนเธอจะไม่ได้เจ็บป่วยอะไรเลยbaby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-13

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-28

แต่เราก็รู้ดีว่าเธอไม่สามารถอยู่ได้นานนัก

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-24

เราเสียใจกับเวลาที่เราจะไม่มีเธอ

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-26

เรายังอยากเห็นเธอเติบโต ไปโรงเรียน หัวเราะ เต้น ทะเลาะกับพี่สาว

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-19

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-16

เราได้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดแล้ว หวังว่าตอนนี้เบื้องบนคงจะรับเธอไปและเธอคงจะมีความสุขดี

baby-terminal-brain-tumor-cancer-down-syndrome-family-photos-abigail-jones-18


ที่มา: Boredpanda

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.kiitdoo.com/baby-brain-tumor/

วิธีการเลือกน้ำหอม

All you need is “Fragrance”
คุณแม่หลายๆท่านเลือกพักขวดน้ำหอมไว้ในตู้เย็นก่อน หลังจากคลอดลูก แต่เมื่อลูกโตแล้ว คงหันกลับมาใช้น้ำหอมเหมือนเดิม เพราะน้ำหอมกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน บางคนถึงกับมีตู้เย็นสำหรับเก็บน้ำหอมโดยเฉพาะเลยทีเดียว สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยที่ 6 หรือ 7 ของชีวิตไปแล้ว เพราะหลายคนถือคติว่า แม้หน้าไม่(มีเวลา)แต่ง ก็ขอให้กลิ่นตัวหอมไว้ก่อน เป็นใช้ได้ ว่าแต่หลงใหลความหอมขนาดนี้ เรารู้จักน้ำหอมแต่ละประเภทดีหรือยัง ใช้ถูกรึเปล่า แล้วเลือกเป็นไหม แค่ดมแล้วชอบก็ซื้อได้เลยหรือ เรื่องราวน่ารู้แบบนี้ บรรดาน้ำหอมเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดนะคะ

วิธีการเลือกน้ำหอม
บอกแนวกลิ่นที่ตัวเองชอบ เพื่อให้พนักงานคัดเลือกน้ำหอมที่ตรงใจกับคุณได้ หรือ ถ้าใครไม่มีแนวกลิ่นแน่นอน ลองให้พนักงานเลือกจากบุคลิก หรือ สไตล์การแต่งกายของคุณก็ได้
ทดลองกลิ่นจากกระดาษก่อน เมื่อเราพอใจกลิ่นไหนแล้วค่อยฉีดกลิ่นนั้นลงบนผิวข้อมือ เพื่อเช็คให้แน่ใจว่าใช่กลิ่นที่คุณต้องการหรือเปล่า และหลังจากทดลองกลิ่นจริงบนข้อมือแล้วอย่าเพิ่งใจร้อน รอสักครู่ให้กลิ่นน้ำหอมทำปฏิกิริยากับร่างกาย
ใช้เวลาทดสอบนานสักนิด ประมาณ 20 นาที – 1 ชั่วโมง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะน้ำหอมมีกลิ่น 3 ระดับ Top nose คือ กลิ่นที่จะได้รับทันทีที่ฉีดน้ำหอม กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 15 นาที และจางหายไปอย่างรวดเร็ว อย่าเพิ่งโดนหลอกจากกลิ่นแรกนี้ เพราะกลิ่นที่แท้จริง คือ กลิ่น Middle nose ช่วงนี้กลิ่นจะฟุ้งกระจายตัวอย่างเต็มที่ และคงอยู่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง ซึ่งกลิ่นนี้ถือเป็นกลิ่นหัวใจของน้ำหอม และ Base nose กลิ่นเข้มข้นที่สุดที่เหลืออยู่ ซึ่งจะแสดงกลิ่นเมื่อเวลาผ่านไป ประมาณ 4-6 ชั่วโมง และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด

คนเรารับรู้และจำแนกกลิ่นในเวลาเดียวกันได้ถึง 5 กลิ่น ถ้าต้องการทดลองน้ำหอมหลายๆ กลิ่น เพื่อไม่ให้สับสน การสูดดมกาแฟก็ช่วยให้เราจำแนกกลิ่นได้ดีขึ้น
ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ตรงจุด
– ให้ป้ายหรือฉีดบริเวณที่เป็นจุดชีพจร ไม่ว่าจะเป็นข้อมือ ลำคอ กระดูกไหปลาร้า รวมไปถึงข้อพับต่างๆ ไม่ควรฉีดบริเวณหลังใบหู เพราะจะทำให้แอกลฮอล์ระเหยง่าย ไม่ติดทนนาน
– ฉีดหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ตอนที่ผิวยังชุ่มชื้น เพื่อให้กลิ่นติดทานนานกว่าปกติ
– ไม่ควรใช้วิธีแต้มน้ำหอมไว้ที่ข้อมือทั้งสองข้าง แล้วถูเข้าด้วยกัน จะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นหอมอ่อนลง
– อย่าใช้โลชั่นที่มีกลิ่นหอม กลิ่นจะได้ไม่ตีกัน
– ฉีดสเปรย์น้ำหอมในอากาศ เมื่อเราเดินผ่าน กลิ่นจะกระจายติดไปทั่วตัวเรา
– หากเป็นคนผิวแห้ง ควรใช้น้ำหอมมากหน่อย เพราะผิวไม่ค่อยมีน้ำมันที่ช่วยให้กลิ่นติดยาวนาน

การฉีดน้ำหอมควรห่างจากตัวอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำหอมทิ้งจุดด่าง รอยหมองคล้ำ หรือรอยเปียกของน้ำมันเอาไว้บนเสื้อผ้า หรือ เครื่องประดับ

วิธีการเก็บรักษาน้ำหอม
เก็บไว้ในที่เย็น มืด โดยที่ฝาน้ำหอมปิดสนิท หากเราเก็บนํ้าหอมตามวิธีดังกล่าว จะเก็บได้นานถึง 3 ปีนับจากวันที่ผลิต โดยที่กลิ่นของนํ้าหอมไม่เปลี่ยนไป

กลิ่นแบบไหน ใช่สำหรับคุณ
Classic กลิ่นที่ให้ความรู้สึกลึกซึ้งอบอุ่น น้ำหอมกลุ่มนี้มักจะมีส่วนผสมของกลิ่นมัสก์ กลิ่นแบบเปลือกไม้ และกลิ่นแบบเครื่องเทศเล็กน้อยด้วย (Musky, Woody & Spicy)
Romantic นอกจากให้ความรู้สึกลึกซึ้งและอบอุ่นแล้ว ยังดูนุ่มนวลและอ่อนหวาน มักมีกลิ่นใบไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ และบางชนิดมีกลิ่นมัสก์ เล็กๆเสริมด้วย (Forest, Floral & Musky)
Fresh ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นปลอดโปร่ง โล่งสบาย น้ำหอมกลุ่มนี้มักมีส่วนผสมหลักเป็นกลิ่นใบไม้ใบหญ้า กลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม รวมทั้งกลิ่นดอกไม้ต่างๆ (Forest, Citrus & Floral)
Sport ให้ความรู้สึกคึกคัก ตื่นตัว คล่องแคล่วปราดเปรียว น้ำหอมกลุ่มนี้มักจะมีส่วนผสมของกลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม กลิ่นทะเล และกลิ่นเครื่องเทศ

Tags

บล็อกแสงแดดเอาไว้ ไม่ให้ทำร้ายผิว

ซัมเมอร์นี้ แสงแดดแรงดีไม่มีตกเหมือนเคย มายกการ์ดปกป้องใบหน้าและลำตัว ไม่ให้แสงแดดน็อคเอาได้ ด้วยครีมกันแดดดีๆสักขวด
แสงแดด ประกอบด้วย
รังสีอินฟราเรด (infrared) 40% แสงที่มองเห็นได้ (visible light) 50% และรังสี อัลตราไวโอเลด (ultraviolet, UV) 10% โดยรังสีอัลตราไวโอเลตแบ่งเป็น UVA UVB และ UVC แต่โอโซนในบรรยากาศได้กรอง UVC ออกไป จึงพบเฉพาะ UVA90% และ UVB10% ซึ่ง UVB ถือเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้ผิวหนังเกิดการไหม้แดงและ ส่งผลให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ในขณะที่แสง UVA แม้ส่องลงมายังพื้นโลกสูงกว่า UVB ถึง 20 เท่า แต่เนื่องจาก UVA มีพลังงานต่ำ ถ้าทำให้ผิวเกิดการเปลี่ยนแปลง UVA ต้องใช้พลังงานมากกว่า UVB ถึง 1,000 เท่า แบ่งเป็น UVAI หรือ long UVA มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผิวคล้ำ และ UVAII หรือ short UVA ออกฤทธิ์คล้าย UVB ซึ่งทำให้เกิดผิวไหม้แดงได้ ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงถือเป็นนางเอกของซัมเมอร์นี้ เพราะนอกจากช่วยป้องกันอาการไหม้จากแสงแดด ยังลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง และช่วยชะลอความชราของผิวได้อีกด้วย

สำหรับสารกันแดด หรือ สารกรองแสงในกันแดดทั่วๆไป มี 2 ประเภท
Chemical Sunscreen (organic sunscreen) มีคุณสมบัติดูดซับรังสีและทำปฏิกิริยาทางเคมี โดยเปลี่ยนให้เป็นช่วงคลื่นอื่น ก่อนคายตัวออกมาจากสารกันแดด ทั้งนี้ยังไม่มีสารไหนป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ผลิตภัณฑ์กันแดดจึงควรใช้สารเคมีหลายประเภทผสมกัน ซึ่งข้อเสียของสารกลุ่มนี้คือ ก่อให้เกิดการระคายเคือง แพ้ ไม่ทนทานต่อเหงื่อหรือน้ำ และไม่มีความเสถียรเมื่อทำปฏิกิริยากับแสง
Physical Sunscreen (inorganic sunscreen) มีคุณสมบัติทึบแสง ออกฤทธิ์โดยการสะท้อนแสง ทั้ง UVA, UVB, visible light และ infrared light ด้วยความที่เป็นสารทึบแสงจึงดูดซึมได้น้อยมาก จึงไม่แปลกว่าทำไมหลังจากทาแล้ว สีผิวดูขาวมากกว่าปกติ
ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดี ต้องมี….
อันดับแรกดูที่ SPF (SUN PROTECTION FACTOR) ตัวบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของครีมกันแดดในการป้องกันการเกิดอาการแดงของผิวหนัง เช่น ตากแดดนาน 15 นาทีจะทำให้ผิวหนังมีอาการแดง หากเราทาครีมกันแดด SPF 30 ผิวหนังจะมีอาการแดงหลังตากแดด 15×30 นาที = 450 นาที หรือ 7.5 ชั่วโมง ทั้งนี้ทาง US-FDA, EU-FDA และ THAI-FDA ระบุให้ตัวเลข SPF ที่ติดฉลากไม่ควรเกิน 50 หากมีค่า SPF มากกว่า 50 ให้ระบุเป็น SPF 50+ แทน
อันดับสองดูที่ค่า PPD หรือ PERSISTENT PIGMENT DARKENING เป็นค่าที่บ่งบอกการปกป้องผิวจากรังสี UVA ตัวการที่ทำให้ผิวดูแก่ และหมองคล้ำ หากมีค่า PPD 10 ทำให้เราทนแดดได้มากกว่าผิวที่ไม่ทาถึง 10 เท่า แต่อย่างไรก็ดีในบางประเทศ อย่าง ญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ใช้ค่า PPD แต่ใช้ค่า PA แทน ซึ่งค่าสูงสูดในมาตรฐาน PA คือ PA+++ ซึ่งเมื่อเทียบกับ มาตรฐาน PPD ค่า PA+++ คือ> 8 ขึ้นไป ล่าสุดองค์การอาหารและยาของ สหรัฐอเมริกาให้ใช้ critical wavelength (CW) เพื่อบอกประสิทธิภาพในการ ป้องกัน UVA แทนแล้ว โดย CW ต้องมากกว่า 370 nm จึงขึ้นชื่อได้ว่าเป็น broad spectrum ซึ่งสามารถระบุว่าลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง และผิวหนัง เหี่ยวย่นก่อนวัยได้
เคล็ดลับในการเลือกครีมกันแดด
– ควรมีคุณสมบัติ Broad-spectrum protection หรือ SPFมากกว่า 30 และ Water resistance ทุกวัน โดยทาให้ทั่วบริเวณที่อยู่นอกร่มผ้าประมาณ 15 นาทีก่อนออกแดด
– บริเวณริมฝีปากอาจเกิดมะเร็งได้เช่นกัน ควรทาลิปมันที่มีสารกันแดด โดยทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง และทาซ้ำหลังจากว่ายน้ำหรือ มีเหงื่อออก
– สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยแนะนำว่าควรใช้ครีมกันแดดประมาณ 1 ข้อนิ้วชี้สำหรับทาหน้าและคอ ทาอย่างน้อย 2 รอบ ถึงจะป้องกันแสงแดดได้
– ส่วนใครที่เป็นสิวง่าย ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ประกอบด้วย inorganic sunscreen และควรเลือกรูปแบบ เจลหรือโลชั่น เพราะทำให้ซึมเข้าผิวง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพราะถ้าเกิดการตกค้างของสิ่งสกปรกในรูขุมขนมากขึ้น จะทำให้เกิดสิวตามมา
– เลือกใช้เสื้อผ้าที่ปกป้องผิว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวกปีกกว้าง และแว่นตากันแดด
-แสงแดดจะแรงที่สุดช่วงเวลา 10.00-14.00 น. เวลานี้จึงควรหลบอยู่ในร่ม และไม่ควรอยู่ใกล้กระจก เพราะรังสี UVA สาเหตุของการเกิดความแก่ หมองคล้ำ และริ้วรอย สามารถทะลุผ่านกระจกได้
ครีมกันแดดชนิดไหน เหมาะกับบริเวณใด
แบบครีม เหมาะสำหรับบริเวณ ผิวที่แห้งและใบหน้า
แบบเจล เหมาะสำหรับบริเวณที่มีขน เช่น ศีรษะและหน้าอก คุณผู้ชายเลือกใช้แบบนี้จะเหมาะกว่า
แบบแท่ง เหมาะสำหรับทาบริเวณรอบ ๆ ดวงตา
แบบสเปรย์ เหมาะสำหรับพกพา และสะดวกในการใช้ ไม่ควรสเปรย์ใกล้ใบหน้าและปากมากเกินไป จนเผลอสูดดมสารกันแดด ไม่ควรสเปรย์ใกล้ในที่มีความร้อน หรือ เปลวไฟ วิธีใช้ ควรสเปรย์ลงบนมือก่อน แล้วค่อยทาบนผิวหนัง เพื่อไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจาย

 

เรื่อง : ปราณธารา
ข้อมูลโดย : พญ.นัทยา วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดและเลเซอร์ผิวหนัง สถาบันโรคผิวหนัง

ภาพ : shutterstock

Tags

ใช้ครีมกันแดด แบบไหนถึงสวยใส เป๊ะเว่อร์

1. เลือกครีมกันแดด ที่มีค่า “SPF” สูงและเหมาะสม (ประมาณ 50 ก็พอแล้ว) มีค่า “PPD” / “PA++++” สัญลักษณ์ UVA หรือ “Anti-LONG UVA” แปะไว้ด้วย เพื่อการันตีว่าปกป้องรังสียูวีเอได้จริงๆนะ

2.เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ผลิตภัณฑ์กันแดดมีให้เลือกหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยและใช้กันมาก คือ โลชั่นและครีม ส่วนเนื้อเจลเหมาะสำหรับคนผิวมัน หรือเป็นสิวง่าย แต่ข้อเสียของเจล หลุดได้ง่าย สำหรับรูปแบบแท่ง (stick) ใช้ซอกซอนในบริเวณพื้นที่เล็ก อย่าง ขอบริมฝีปาก หรือปีกจมูก สุดท้ายกับชนิดสเปรย์ ใช้ง่ายสะดวกมาก แต่ฉีดไป 3 ทีก็ใกล้หมดแล้ว แถมอยู่ใกล้ไฟมีสิทธิ์ลุกพรึ่บ

3. ควรแยกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าและผิวกายออกจากกัน และควรตรวจสอบวัน/เดือน/ปีที่ผลิตและวันหมดอายุทุกครั้งด้วย พยายามเลือกใช้ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี

ข้อมูลจาก : รศ. นพ. นิยม ตันติคุณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง แผนกผิวหนัง รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ เภสัชกร นิวัตร ธีรวิวัฒน์วงศ์ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ลา โรช-โพเซย์

ภาพ shutterstock
 

ถาม-ตอบ โดนใจเกี่ยวกับครีมกันแดด

Q: แดดบ้านเราร้อนระอุขนาดนี้ ต้องใช้กันแดด SPF และ PA เท่าไหร่ ถึงจะป้องกันได้

A: ต้องมี SPF 30 หรือ 50 ขึ้นไป ค่า SPF ที่สูงกว่านั้น หลายผลวิจัยพบว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร ส่วน PA (มาตรฐานญี่ปุ่น) และ PPD ควรมีค่า ++++ ซึ่ง + นี้มีมากขึ้นเท่าไร ยิ่งช่วยป้องกันรังสี UVA ได้มากขึ้นเท่านั้น

 

Q : ปริมาณของครีมกันแดด ใช้เท่าเม็ดถั่วเขียวรึเปล่า

A : ปริมาณที่ใช้ในการทาครีมกันแดด สร้างความเข้าใจผิดเยอะมาก หลักๆก็คือ

– กฎนิ้วชี้ ทาครีมกันแดดปริมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ โดยแบ่งทา 2 รอบ ๆ ละ 1 ข้อนิ้วชี้

– กฎเหรียญห้าบาท ใช้ปริมาณครีมกันแดดเท่า 1 เหรียญห้าบาท แต่ถ้าเป็นกันแดดสูตรน้ำ (Fluid) อาจต้องใช้ถึง 1 เหรียญสิบบาท

 

Q: แค่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้า รองพื้น หรือแป้งแต่งหน้า ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด เพียงพอรึเปล่า

A: ปัจจุบันมีการใส่สารกันแดด ลงในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้วย แต่ต้องบอกก่อนว่าป้องกันทั้ง UVA และUVB ได้ไม่ทั่วถึง จะให้เหมาะควรต้องทาครีมกันแดดร่วมด้วย

 

Q: หลังใช้ครีมกันแดด ควรล้างด้วยน้ำเปล่า หรือ เคลนเซอร์ล้างเครื่องสำอาง

A: ปกติครีมกันแดด สามารถทำความสะอาดได้เลย แต่หากเราใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำ (Water resistant) ควรใช้เมคอัพ รีมูฟเวอร์ เช็ดออกก่อน

 

ข้อมูลจาก : รศ. นพ. นิยม ตันติคุณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง แผนกผิวหนัง รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ เภสัชกร นิวัตร ธีรวิวัฒน์วงศ์ ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ลา โรช-โพเซย์

 

Tags

ได้เวลาเปลี่ยน! ตาสุดโทรมให้สวยสดใส

อาการ “นอนดึก ตื่นเช้า” แทบจะเป็นกิจวัตรประจำตัวสำหรับคุณแม่ไปแล้ว ถ้าหากสะสมเอาไว้มากๆ อวัยวะชิ้นแรกที่แสดงอาการฟ้องก่อนเลย คือ ดวงตา พวกรอยหมองคล้ำ รอยเหี่ยวย่นจะรีบจับจองพื้นที่ทันที ไม่อยากให้ใบหน้าดูโทรมจนแซงหน้าอายุแบบนี้ มาดูวิธีจัดการกันเถอะ แต่อันดับแรกลองแก้ไขสาเหตุการเกิดกันก่อน

  • พยายามลดละเลิก การดื่มกาแฟ กินอาหารเค็ม และเผ็ด

เพราะเหล่านี้ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สมบูรณ์ จนมีผลทำให้เกิดรอยคล้ำบริเวณใต้ตาได้ง่าย

  • เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ

โดยระหว่างที่เช็ดทำความสะอาด ควรทำการนวดผิวรอบๆ ดวงตาให้เป็นวงกลม ไม่ควรขยี้แรงๆ อาจทำให้เส้นเลือดแตกได้ เกิดรอยคล้ำเพิ่มมากขึ้นไปอีก จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน อิลาสติน และวิตามินอี ทั้งนี้ในบางตัวอาจมีกรดอัลฟ่าไฮดร็อกซี่ สำหรับผลัดเซลส์ผิวร่วมด้วย โดยจะขจัดเซลส์ผิวที่ตายแล้วออกไป จึงทำให้สารบำรุงในครีมแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

  • พยายามทำใจให้สบาย และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

รู้ว่าทำยากแต่คงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันสักนิด เพราะการเครียดและนอนน้อย ทำให้ผิวมีการผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตามีรอยคล้ำได้เช่นเดียวกัน

สูตรลัดช่วยดูแลผิวรอบดวงตา

สะดวกวิธีไหน เลือกใช้วิธีนั้นกันเลยค่ะ

  1. นำถุงชาคาโมมายด์ มาจุ่มลงในน้ำร้อน จากนั้นล้างด้วยน้ำเย็น แล้วนำมาวางไว้บนดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  2. ใช้ว่านหางจระเข้ แค่นำวุ้นจากว่านหางจระเข้สดๆ มาทาใต้ตา โดยนวดเป็นวงกลม แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน
  3. ใช้น้ำมันมะกอกนวดๆ รอบดวงตา แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน
  4. นำสำลีก้อนกลมจุ่มในน้ำเย็น วางทิ้งไว้บนดวงตาประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก
  5. นำช้อนที่ทำด้วยสแตนเลส ปาดวาสลีนออกมาแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซ เมื่อเย็นจัดก็นำมาทารอบดวงตา
  6. นำผักชีฝรั่งไปวางไว้บนถาดทำน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง แล้วเติมน้ำลงไปแช่จนกลายเป็นน้ำแข็งก้อน นำออกมาลูบรอบดวงตา นอกจากสารคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในผักชีฝรั่งจะช่วยขจัดรอยคล้ำรอบดวงตาแล้ว น้ำแข็งยังช่วยลดอาการตาบวมได้ด้วย
  7. 7. หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ใช้นิ้วชี้กดเบาๆ ที่ถุงใต้ตาด้านล่างช้าๆ จากซ้ายไปขวา ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: Shutterstock

ชวนคุณแม่หันมาบอกรัก “ ตัวเอง “ กันเถอะ


บอกรักลูก บอกรักสามี บอกรักคนรอบตัวมาเยอะแล้ว หันมาบอกรักตัวเองกันบ้างดีไหม ด้วยการโยนทิ้งพฤติกรรมแย่ๆเหล่านี้ทิ้งไป แล้วเริ่มต้นใหม่กระชากผิวอ่อนวัยให้คืนกลับมา

 

ไม่ทาครีมกันแดด เดี๋ยวนี้มีครีมกันแดดเนื้อบางเบาออกสู่ตลาดเยอะมาก ไม่ต้องกลัวว่าทาแล้วจะเหนียวเหนอะหนะเหมือนก่อน ใครที่ไม่ยอมทานอกจากฝ้า หน้าหมองจะถามหาแล้ว ยังเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

 

ทาครีมแต่ผิวหน้า ไม่เลยมาถึงลำคอ ผู้หญิงเราอยากดูอ่อนกว่าวัย ไม่ใช่ดูแลแค่ผิวหน้า แต่ควรเลยไปทาครีมบริเวณลำคอด้วย เพราะผิวหนังส่วนนี้บอบบางกว่าผิวหน้าเสียอีก จึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย

 

ใช้ผลิตภัณฑ์ฟุ่มเฟือยเกินไป ฟุ่มเฟือยที่ว่าไม่ได้หมายถึงราคานะคะ แต่หมายถึงว่า ใช้ทั้งที่ไม่จำเป็นกับผิวหน้าเรา เช่น ผิวขาวอยู่แล้วยังใช้ครีมไวท์เทนนิ่งเพื่อคงความขาวเว่อร์ไว้ หรือ ใช้ครีมกำจัดสิว ทั้งที่สิวยังไม่มี ทั้งหมดนี้นอกจากทำร้ายผิวแล้ว ยังเกิดการดื้อยาขึ้นด้วย หากเราเกิดอาการเหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ

 

เมคอัพทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด เครื่องสำอางที่เราประโคมบนผิวหน้า มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น ทางที่ดีเว้นวรรคให้ผิวได้หายใจหายคอบ้างเถอะ ช่วงวันหยุดก็เปลือยหน้าสดกันบ้าง

 

ภักดีกับสกินแคร์ตัวเดิมๆ ในช่วงเริ่มใช้แรกๆมันก็คงดีกับผิวหน้า แต่อยู่ไปอยู่มา ชักเฉยๆแล้ว แนะนำให้เปลี่ยน เพราะอย่างที่รู้กันว่าผิวหน้าเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น ฝุ่นละออง แสงแดด หรือ ควันพิษ การใช้ผลิตภัณฑ์แบบเดิมนานเกิน 1 ปี ไม่ส่งผลดีเลย ลองสังเกตผิวหน้าของเราทุกๆ 3-6 เดือน หากมีปัญหาตรงจุดไหน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษาส่วนนั้นโดยตรงจะดีกว่า

 

ประโคมยาแต้มสิวเข้าไป เร่งให้ยุบ ไม่ควรใช้ยาแต้มสิว มากเกินกว่า 2 ครั้งใน 1 วัน เพราะยารักษาสิวมีกรดซึ่งต้องใช้เวลานับชั่วโมงค่อย ๆ จึงจะซึมลงสู่เม็ดสิว หากใช้ยาแต้มสิวในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลต่อผิวหนังที่ไม่ได้เป็นสิว ทำให้เกิดอาการแห้งและระคายเคืองได้

 

ครีมบำรุง ยิ่งข้นยิ่งเริ่ด เซลล์ผิวของเรามีขีดจำกัดในการดูดซับความชุ่มชื้น ถึงเราจะโปะเนื้อครีมเข้มข้นมากแค่ไหน ก็ดูดซึมได้แค่ปริมาณที่ขาดเท่านั้น เมื่อเซลส์ผิวดูดซึมไม่หมด ก็เหลือตกค้างกลายเป็นสิวอุดตันไป

 

ลงรองพื้นหลังทาครีมบำรุงทันที ข้อนี้เราเชื่อว่าคุณแม่หลายท่านทำประจำ เพราะเวลาไม่ค่อยมี การลงรองพื้นหลังจากที่ทาครีมบำรุง จะทำให้รองพื้นไม่ติดหน้าจนดูเป็นคราบ แนะนำว่าหลังจากทาครีมบำรุงผิวแล้ว รอสัก 2 นาทีให้ครีมซึมสู่ผิวก่อน ค่อยลงรองพื้น

 

อาบน้ำนาน สะอาดสะอ้านได้ใจ ผิวเมื่อโดนน้ำเป็นเวลานานจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยเคลือบผิวให้ชุ่มชื้นออกไป และถ้าใครใช้ใยบวบขัดตัว คู่กับสบู่ที่มีฟองมากๆแล้วล่ะก็ ผิวยิ่งแห้งมากขึ้นไปอีก หากชอบขัดตัวขณะอาบน้ำแบบนี้ ควรใช้นิ้วมือดีที่สุด แต่ไม่ควรขัดบ่อยมากนะ เดี๋ยวผิวแก่ลงกว่าเดิม

 

 

บทความโดย กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง
ภาพ shutterstock

ยุงกัดทารกจนขาลาย ถ้าไม่ใช้ยาจะใช้อะไรทาดี

หน้าฝนทีไร ยุงร้ายออกอาละวาดมากขึ้น ถ้าตามเนื้อตามตัวลูกน้อยเต็มไปด้วยรอยจ้ำจากยุง เราคงไม่สบายใจแน่ บางครั้งยาแผนปัจจุบันทิ้งรอยดำไว้หลังตุ่มยุบ ซึ่งนอกจากยาสมัยใหม่แล้วคุณแม่ๆ ห้องชานเรือน (จากเว็บไซต์ pantip.com) เขาใช้อะไรทาตุ่มยุงให้กับลูกบ้าง

1. หัวขมิ้น

แช่ตู้เย็นไว้ทั้งหัว พอจะใช้ก็ตัดแบ่งออกมาทาให้ลูกสดๆ ตุ่มยุบไว ไม่เป็นแผลเป็น

2. ดินสอพอง

ตุ่มที่เห่อแดง จะหายเร็วไม่ทิ้งรอยดำ

3. น้ำมันมะพร้าว

หมั่นทาแทนครีมหลังอาบน้ำ รอยขาลายจะจางลง แผลหายไวขึ้น

4. น้ำมันลาเวนเดอร์

นอกจากช่วยให้แผลจากยุงยุบเร็วแล้วยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

เพราะฉะนั้นเราต้องรีบป้องกันยุงกัดทารกโดยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ปลอดภัยจากยุง ติดมุ้งลวด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ถ้าลูกหลับก็ใช้มุ้งครอบป้องกันไว้อีกชั้นได้ หรือใช้ตัวช่วย เช่น แผ่นแปะป้องกันยุง โลชั่น ทาให้กับลูก อย่าลืมหมั่นสังเกตว่าในบ้านเรามียุงมาอาศัยอยู่ด้วยมากเกินไปหรือเปล่า

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: shutterstock

Tags

อินกับละครมากไป เด็กในท้องจะเป็นอะไรไหม

อินกับละครมากไป เด็กในท้องจะเป็นอะไรไหม?

Q : เมื่อก่อนไม่ชอบดูละครหรือซีรีส์เลยค่ะ แต่พอท้อง มีเวลาว่างเยอะ เพื่อนก็อุตส่าห์หาซีรีส์เกาหลี ญี่ปุ่น และละครไทยมาให้ดูกัน ทีนี้พอดูก็อินมาก ฉากไหนเศร้าก็ร้องไห้ซะจนตาบวม ฉากไหนกุ๊กกิ๊ก ก็แฮปปี้ฟินจิกหมอน อยากรู้ว่าการที่อารมณ์เราขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ ส่งผลเสียกับลูกในท้องบ้างหรือเปล่าคะ

พยายามเลือกดูละครที่ทำให้อารมณ์ของเราฟินดีกว่าค่ะ เพราะจุดประสงค์ของการดูละครก็เพื่อคลายเครียด แก้เหงา ถ้าเรามานั่งดูเรื่องที่เศร้า หรือ ดราม่าหนักๆ ลุ้นกับพระเอกนางเอก มากจนเกินไป ก็ไม่ควรหยิบมาดู เอาเป็นว่าพยายามดูเรื่องที่ให้ความบันเทิงกับเราเป็นหลักดีกว่า และถ้ามีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ก็อย่าให้ถึงกับอดหลับอดนอน หรือเศร้ามากเกินไปค่ะ อันนี้ห่วงแม่นะคะ เพราะยังไงลูกในท้องไม่ได้เศร้า หรืออดนอนไปกับคุณแม่ด้วยแน่ๆ ทำใจสบายๆ ค่ะ

 

จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมีนาคม 2558

บทความโดย: นาวาตรี พญ. ณัฐยา รัชตะวรรณ สูตินรีแพทย์

“วุ้นตาเสื่อม”…ภัยเงียบใกล้ตัว

ปกติแล้วในลูกตากลมๆ ของเราจะมีน้ำวุ้นตาเป็นสารใสคล้ายเจลอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง คั่นกลางระหว่างเลนส์กับจอประสาทตา ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ให้สารอาหารแก่จอประสาทตาและเซลล์ผนังลูกตาชั้นใน และช่วยพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม แต่เมื่อน้ำวุ้นตาเสื่อมลง จากลักษณะที่เป็นวุ้นกลายเป็นของเหลวเมื่อเรากลอกตาวุ้นเหล่านี้ก็จะกระเพื่อม จึงเห็นเหมือนมีเงาลอยไปมา ซึ่งอาจมีรูปร่างแตกต่างกันหลายรูปแบบ เช่น จุดเล็กๆ คล้ายลูกน้ำ วงกลม หรือเป็นเส้นๆ คล้ายหยากไย่ หากเป็นมากจะมีอาการเห็นแสงสว่างคล้ายสายฟ้าแลบ และรู้สึกเหมือนขอบเขตการมองเห็นด้านข้างจะแคบลง เนื่องจากจอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก

a

โรคนี้มักพบในผู้สูงอายุจากการเสื่อมตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อ แต่ก็มีภาวะบางอย่างที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้เร็วทั้งที่อายุไม่มาก เช่น สายตาสั้นมากๆเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ รวมถึงคนที่ต้องใช้สายตามากๆ เป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ทำงานบีบคั้นต้องจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ

อ่านเรื่อง ““วุ้นตาเสื่อม”…ภัยเงียบใกล้ตัว” คลิกหน้า 2

Tags

คุณพ่อสุดแจ่ม!! เปิดคอร์สสอนทำผมให้ลูกสาว ฝีมืออย่างเทพ

เรื่องราวนี้เป็นของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวสหรัฐฯ ที่ต้องเลี้ยงดูลูกสาวมาคนเดียวตั้งแต่เธออายุได้ 1 ขวบ แล้วเขาก็คิดว่าถ้าลูกสาวของเขาเริ่มโตขึ้นแล้วใครจะเป็นคนทำผมให้เธอ…ก็คงต้องเป็นพ่ออย่างเขานี่แหละ >> เขาจึงตัดสินใจไปเรียนและหาความรู้เกี่ยวกับการทำผมให้เด็กผู้หญิง คุณพ่อได้ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้งไม่ว่าจะเป็นการมัดผม การใช้กิ๊ฟ หนังยาง หรือแม้แต่การทำผมแบบยากขั้นสุด แต่เขาก็สามารถผ่านมาได้จนทำให้ได้รับคำชมจากบรรดาคุณแม่ และคุณครู ร่วมไปถึงเพื่อนๆของลูกสาวด้วย จนในที่สุดเขาจึงได้เปิดคอร์สสอนบรรดาคุณพ่อทั้งหลาย ให้ได้ลองมาเรียนรู้และฝึกทำผมให้เจ้าหญิงตัวน้อยกันบ้าง แน่นอนว่าเขาสอนให้แบบฟรี ๆ เลยละค่ะ

ในวันแรกที่เขาเปิดคอร์สนี้มีก็ได้มีคุณพ่อและคุณลูกสาวมาเข้าร่วมด้วย 7 คู่ เขาจึงได้ถ่ายรูปและอัพมันลงในเว็บ Reddit.com พร้อมคำบรรยายว่า

“ผมเปิดคอร์สสอนทำผมให้พ่อและลูกสาว ที่จะช่วยให้พ่อทั้งหลายได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์การทำผม วันนี้เรามีคลาสเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยคู่พ่อลูก ฝึกแปรงผม ทำผมหางม้า ผมเปีย และผมเกล้ามวยแบบเบสิก ผลที่ได้มันยอดเยี่ยมมาก ผมภูมิใจในตัวคุณพ่อเหล่านี้จริง ๆ ทุกคนพยายามทำเพื่อลูกสาวอย่างสุดฝีมือ”

รูปภาพที่เขาโพสต์ลงไปในเว็บนั้น มีผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านครั้งแล้ว และแน่นอนว่าถูกใจชาวเน็ตทั้งหลายเป็นอย่างมากทีเดียว เขาจึงได้มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นอีกหลายครั้ง ว่าแต่จะมีทรงผมแบบใดบ้างไปชมกันเลยค่ะ

 


 

ขอบคุณที่มา ::: facebook :: Philippe Morgese

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://variety.teenee.com/foodforbrain/72477.html

ใครไหนเล่า…รักมั่นแท้ แม่ฉันเอง ^_^

แม่สละสวย สละสาว คราวอุ้มท้อง
แม่ไม่ร้อง แม่ไม่บ่น แม่ทนได้
แม่เฝ้าถนอม จนครรภ์แก่ แม่เต็มใจ
จะหาใคร เหมือนแม่ แพ้ทุกคน

ครบเก้าเดือน เคลื่อนคลอด รอดชีวิต
แม่ใกล้ชิด ลูกน้อย คอยฝึกฝน
แม่ลำบาก อย่างไร ใจแม่ทน
สายเลือดข้น เต้าแม่กลั่น ปันลูกกิน


แม่ป้องริ้น ป้องไร มิให้ผ่าน
แม่สงสาร ห่วงลูกยา กว่าทรัพย์สิน
แม่เห่กล่อม ยามนิทรา เป็นอาจิณ
แม่ไม่ผิน แม่ไม่ผัน ทุกวันมา


ยามลูกสุข แม่สุขสม อารมณ์ชื่น
ยามลูกขื่น แม่ขม ระทมกว่า
ยามลูกไข้ แม่อดนอน ร้อนอุรา
ยามลูกยา อับโชค แม่โศกใจ


คราลูกหิว แม่หิวกว่า น้ำตาร่วง
แม่เป็นห่วง ดิ้นรนหา เอาม้าให้
แม้แม่อด หมดข้าวปลา ไม่ว่าไร
แม่สละได้ ลูกอิ่มแปร้ แม่ทนเอา


ใครไหนเล่า เฝ้าอบรม บ่มนิสัย
แม้เติบใหญ่ ไม่ท้อถอย คอยนั่งเฝ้า
พระคุณเลิศ ลูกโศก ช่วยบรรเทา
ใครไหนเล่า รักมั่นแท้ แม่ฉันเอง…


ขอบคุณ บทกลอนจากเพจ : พระนพดล สิริวํโส