ท้องผูก

ลูกอายุ 4 เดือน ท้องผูก ถ่ายไม่ออก เพราะแม่ป้อนกล้วยบด

ท้องผูก หากเกิดขึ้นกับลูกเล็กๆ บอกเลยว่าน่าสงสารมาก เพราะเขาจะไม่สบายตัวแน่นอึดอัดท้อง อยากถ่ายก็ถ่ายไม่ออก   ร้องแงตลอดเวลา นอนน้อย ตื่นบ่อย ทีนี้ก็ต้องเช็กดูว่าลูกมีอาการท้องผูกมาจากสาเหตุอะไร เพราะถ้ารู้เร็วจะได้แก้ไขได้ถูกจุด ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเรื่องจากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ลูกไม่ถ่ายตอน 4 เดือน เหตุเพราะกลัวลูกกินนมไม่อิ่ม ก็เลยป้อน…

 

ท้องผูก ถ่ายไม่ออก เพราะแม่ป้อนกล้วยบด!  

อย่างที่รู้ๆ กันว่าในเด็กเล็กๆ วัยทารกถ้ามีอาการ ท้องผูก ถ่ายไม่ออก นี่ทรมานยิ่งกว่าผู้ใหญ่ซะอีก เพราะเขายังพูดบอกเรา  ไม่ได้ว่า “ปวดอึ แต่อึไม่ออกนะแม่” แล้วถ้าลูกเพิ่งคลอดมาได้ 3-4 เดือน ถ่ายไม่ออกจะให้กินยาระบาย กินน้ำส้ม หรือน้ำลูก พรุนเพื่อช่วยให้ระบายง่ายขึ้นก็คงยังไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะลูกวัยนี้ต้อง “นมแม่อย่างเดียวเท่านั้น” !!

อย่างกรณีนี้ที่คุณแม่ได้อนุญาตให้เรานำมาแชร์ เพื่อช่วยเตือนพ่อแม่มือใหม่ หรือครอบครัวที่ยังมีความคิดว่าจะป้อนกล้วย บด หรืออาหารเสริมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนมแม่ให้กับลูกก่อน 6 เดือน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะคุณแม่กังวลว่าลูกจะกินนมแม่ไม่อิ่ม เนื่องจากลูกกินนมได้น้อยลง  ก็เลยมีความคิดที่ว่าลองป้อนกล้วยบดเสริมให้ลูกตอน 4 เดือน แต่ปรากฎ ว่าแทนที่จะช่วยให้ลูกอิ่ม นอนหลับสบาย กลายเป็นทำให้ลูกไม่ถ่ายไปหลายวัน ถึงขั้นต้องใช้ที่สวนก้นเพื่อช่วยให้ลูกถ่าย ออกมา เอาเป็นว่าเราลองไปดูลำดับเหตุการณ์เรื่องนี้จากคุณแม่กันค่ะ

คุณแม่ลำใย – สวัสดีแม่ๆ ค่ะวันนี้ขออนุญาติเล่าประสบการณ์ตรงจาก “กล้วยบด” ยาวนิดนึงแต่มีประโยชน์แน่นอน

เริ่มจากเราที่คิดว่าน่าจะมีหลายคนเป็นเหมือนกันกับความคิดที่ลังเลว่าจะป้อนกล้วยลูกก่อน 6 เดือนดีไหม? เราก็เป็น 1 ในนั้น ช่วงเข้า 4 เดือน ลูกเริ่มกินนมน้อยลง ตื่นบ่อยจนเรากังวลคิดไปเองว่า “ลูกไม่อิ่ม ไม่สบายท้อง” ความคิดการป้อน กล้วย จึงเข้ามาในหัวจากคอมเม้นท์ที่เคยอ่านผ่านมาว่า “เราก็ป้อนตอนเดือนเท่านั้นเท่านี้ ลูกก็แข็งแรงดีไม่เป็นอะไร” เราก็เลยลอง ที่จะป้อนกล้วยบดให้ลูกกินเสริมจากนมแม่  นี่เป็นลำดับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับลูกเราหลังจากป้อนกล้วยไป

วันที่ 1 : ป้อนกล้วยบดช่วงเช้าไม่ถึงครึ่งลูก บดละเอียดยิบลูกก็กินแต่ไม่หมดนะ เท่ากับว่ากินไปครึ่งหนึ่งของครึ่งลูก  จากนั้นก็ให้ลูกนอน ปรากฎว่านอนนานไม่กวน ต่อมามื้อที่ 2 ตอนเย็นครึ่งลูกเท่าเดิม แต่รอบนี้กินหมดเกลี้ยง กลางคืนลูกนอนปกติ

วันที่ 2 : ลูกตื่นมาก็ขับถ่ายปกติ เราก็ป้อนกล้วยบดให้เช้า-เย็น เหมือนวันแรก ลูกนอนนานขึ้นเราสบายใจมากความรู้สึกคือลูกกินอิ่มนอนหลับ

วันที่ 3 :  ลูกตื่นมาไม่ถ่าย เราก็ยังป้อนกล้วยบดให้เหมือนเดิมเช้า-เย็น แต่ลูกกินกล้วยบดน้อยลงป้อนได้คำ 2 คำก็งอแง ตื่นไว และงอแงมากในช่วงกลางคืน

วันที่ 4 : ลูกตื่นมาก็ไม่ถ่าย งอแงไม่กินกล้วยบดเลย นอนน้อยมากเดี๋ยวตื่นๆ ร้องตลอด เราเลยไม่ป้อนกล้วย ตอนเย็นเพราะเห็นว่าลูกไม่ได้ถ่ายมา 2 วัน วันนี้เราเริ่มกังวลเพราะลูกไม่กิน ไม่ถ่าย และงอแงมาก

วันที่ 5 : วันนี้ไม่ได้ป้อนกล้วยลูกเลย แต่ลูกก็ไม่ถ่าย และงอแงหนักกว่าเดิม ทุกครั้งที่ลูกตดเขาจะร้องงอแงหนักมาก มันทำให้เรารู้สึกว่าลูกเหมือนอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก วันนี้เราเครียดมากกังวล สงสารลูก ความคิดเรื่องเด็กกินกล้วยแล้วเป็นอันตรายถึงชีวิตแว๊บเข้ามาในหัว กลัวว่าลูกจะเป็นอะไร เลยปรึกษาสามีๆ บอกให้ไปซื้อที่สวนก้นของเด็ก แต่เราไม่เห็นด้วยเพราะกลัวลูกจะใช้แล้วติดต้องสวนก้นบ่อยๆ แต่ถ้าไม่ใช้เดี๋ยวจะไม่ถ่ายอีก จนถึงช่วงหัวค่ำลูกร้องหนักมาก และสังเกตเห็นเขาเบ่งอึแต่ไม่มีอะไรออกมาเลย ยิ่งเบ่งยิ่งร้อง เราเลยตัดสินใจใช้คอตตอนบัดขนาดของเล็กของเด็กจุ่มเบบี้ออยล์แล้วค่อยๆ สวนก้นลูก ช่วงที่คอตตอนบัดเข้าไปเรารู้สึกว่ามีของแข็งอยู่ในก้นลูก ช่วงที่แหย่เข้าไปยังไม่ทันดึงคอตตอนบัตออก ลูกก็เบ่งเราเลยรีบดึงคอตตอนบัดออก ปรากฎว่าลูกอึออกมาหัวแข็งมาก ขนาดทำให้ก้นน้องฉีกเลือดออกซิบๆ ตอนนั้นรู้สึกโกรธตัวเองมากๆ ที่เอากล้วยให้น้องกิน น้องอึออกมาเยอะมากมีแต่แข็งๆ ไม่มีก้อนเหลวๆ ออกมา และคืนนั้นลูกนอนหลับไม่งอแง

วันที่ 6 : วันนี้ไม่ได้ป้อนกล้วย และลูกก็ไม่อึ เราจึงใช้วิธีเดิมวันนี้อึออกมาเป็นเม็ดๆ แข็งๆ 3 ก้อน แล้วก็มีเหลวๆ ตามออกมา พออึวันนี้หลับยาวเหมือนสบายตัว เราเลิกความคิดที่จะป้อนกล้วยลูกอีกเลย

ความจริงไม่กล้ามาเล่ากลัวคอมเม้นท์แรงๆ แต่ถ้าเก็บไว้คนเดียวคนที่มีความคิดแบบเราอาจเป็นเหมือนเรา เราเลยอยากแชร์ เด็กคนไหนที่กินแล้วปลอดภัยไม่เป็นอะไรก็โชคดีไป แต่เรามั่นใจว่าคงไม่โชคดีเหมือนกันทุกคน ไม่เจอกับตัวจะไม่รู้เลยทุกวันนี้น้องขับถ่ายปกติ กินนมแม่อย่างเดียว น้องร่าเริง ไม่งอแง ใครที่คิดจะทำเหมือนเรา ก็ขอให้หยุดคิดนะคะ แต่ถ้า ความคิดแบบนี้มีเราคนเดียวที่คิดก็โล่งใจไปค่ะ

บทความแนะนำ คลิก>> กล้วยบด รับประทานก่อน 6 เดือน เสี่ยงติดเชื้อ

จากการได้พูดคุยกับคุณแม่ โชคดีมากๆ ที่สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น แล้วหยุดป้อนกล้วยให้ลูกทันที เพราะถ้ายังฝืน ป้อนกล้วยให้ลูกต่อไป อาจเป็นอันตรายต่อตัวลูกมากกว่านี้ได้  จากเหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่ลำใย และทีมงานขอให้ทุก ครอบครัวดูไว้เป็นตัวอย่างว่าไม่ควรป้อนอาหาร น้ำ หรือกล้วยให้กับลูกก่อน 6 เดือน เพราะช่วงตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 6 เป็น ช่วงเวลาของ “นมแม่” อย่างเดียว และก็เพียงพอต่อความต้องการของลูกแล้วค่ะ กินนมแม่ลูกจะไม่มีปัญหาเรื่องขับถ่าย ที่ สำคัญกินนมแม่แล้วอิ่มสบายท้อง นอนหลับสบาย ตื่นขึ้นมาลูกก็สดชื่น อารมณ์ดีไม่ร้องงอแงด้วยค่ะ

อ่านต่อ วิธีแก้ไขเมื่อลูกไม่ถ่าย อุจจาระแข็ง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อาหารต้านหวัดให้ลูก

“ข้าวต้มหลากสี” อาหารต้านหวัดให้ลูก สูตรดี แสนอร่อย…ช่วยเพิ่มพลัง!

อาหารต้านหวัดให้ลูก …อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันลูกจากโรคหวัดได้ ซึ่งการกินอาหารที่ให้ลูกได้ซดน้ำซุปเยอะๆ ก็จะช่วยระบายความร้อนและปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย  ทั้งยังช่วยให้ลูกน้อยหายป่วยได้เร็วขึ้น

Continue reading ““ข้าวต้มหลากสี” อาหารต้านหวัดให้ลูก สูตรดี แสนอร่อย…ช่วยเพิ่มพลัง!”

ทำอย่างไร? เมื่อลูกกลายเป็น คนขี้อวด ขี้โม้

คนขี้อวด ขี้โม้ คือหนึ่งในบุคคลที่มีพฤติกรรมสุดยี้! ที่หลาย ๆ คนรังเกียจ แต่จะทำอย่างไรหากลูกมีพฤติกรรมดังกล่าว!

 

 

หนึ่งในพฤติกรรมสุดยี้ที่สังคมส่วนใหญ่มักส่ายหน้าก็คือ พฤติกรรมของ “คนชอบขี้อวดและขี้โม้” นั่นเอง แต่จะเป็นอย่างไร หากลูกของเรามีพฤติกรรมแบบนั้นเสียเอง แน่นอนค่ะว่า คุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่อยากให้ลูกน้อยที่น่ารักของเราเป็นกันอยู่แล้วใช่ไหมละคะ แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรกันดี กับพฤติกรรมดังกล่าวของลูก วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์มาฝากกันค่ะ

จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องแปลกเสียเท่าไรหรอกค่ะที่จู่ ๆ เด็กน้อยวัยอนุบาลจะลุกขึ้นมาชอบเล่านู่นเล่านี่ว่าบ้านเรามีอย่างนู้นมีอย่างนี้กับเพื่อน ๆ เพราะเด็กวัยนี้เป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้น มีความรู้รอบตัวต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญรู้สึกมีความภูมิใจในการเป็นตัวเองที่มากขึ้น ทำให้เด็ก ๆ ต้องนำเรื่องเหล่านั้นออกมาพูด ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจจะโอเว่อร์เกินจริิงไปบ้างก็ตาม ทีนี้ก็ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่อย่างเรา จะมาช่วยกันปรับพฤติกรรมการขี้คุยโวของลูกให้ลดน้อยลงหรือให้โม้แบบสมเหตุสมผลกันแล้วละค่ะ

อ่านต่อสาเหตุของการทำให้ลูกกลายเป็นเด็กขี้โม้และขี้อวด คลิก!

โรคกระดูกอ่อน

รู้จัก โรคกระดูกอ่อน ในเด็กพร้อมสาเหตุและวิธีป้องกัน

โรคกระดูกอ่อน คืออะไร แล้วเกี่ยวข้องอย่างไรกับสุขภาพลูก มีวิธีป้องกันหรือไม่ไปดูกัน

 

 

รู้จักกับ โรคกระดูกอ่อน

โรคกระดูกอ่อนหรือ Rickets คือภาวะที่มีความบกพร่องในการสะสมแร่ธาตุหรือการสะสมแคลเซียมในกระดูกระยะก่อนที่จะมีการปิดของแผ่นสร้างกระดูก เนื่องจากการขาดหรือความผิดปกติของกระบวนการสร้างและสลายวิตามินดี ฟอสฟอรัส หรือแคลเซียม ซึ่งอาจทำให้เกิดกระดูกหักหรือผิดรูปได้ โรคนี้ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ในประเทศที่กำลังพัฒนาเลยละค่ะ

สาเหตุของการเกิดคือ การขาดวิตามินดี และแคลเซียม หรือได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ นั่นเองค่ะ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะวิตามินดีเป็นตัวควบคุมเมตาโบลิซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัส  ช่วยรวมฟอสฟอรัสกับแคลเซียมให้เป็นเกลือของสารนี้เกาะตามเนื้อของกระดูก ถ้าร่างกายขาดเพียงแต่วิตามินดี หรือแร่แคลเซียมหรือขาดทั้งสองอย่าง ร่างกายจะไม่สามารถสร้าง กระดูกที่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของร่างกายได้ค่ะ

ชนิดของโรคมีกี่ประเภท อ่านต่อได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ชักจากไข้สูง

เมื่อลูก ชักจากไข้สูง พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร?

ชักจากไข้สูง เกิดขึ้นได้กับเด็กๆ เสมอค่ะ ดังนั้นหากพบว่าลูกมีไข้พ่อแม่ต้องดูแลลดไข้ให้ลูกทันทีด้วยการหมั่นเช็ดตัวบ่อยๆ เพราะหากปล่อยให้อุณหภูมิในร่างกายลูกสูง อาจทำให้ลูกเกิดอาการชักจากไข้ขึ้นมาได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับทุกครอบครัวไว้รับมือ และดูแลลูกเบื้องต้นเมื่อ “ชักจากไข้สูง” มาให้ทราบกันค่ะ

 

ชักจากไข้สูง เป็นอย่างไร?

เวลาที่ลูกไม่สบายตัวร้อน ต้องระวังอย่าให้เกิดมีภาวะ ชักจากไข้สูง ฉะนั้นหากลูกไม่สบายมีไข้ตัวร้อนvสิ่งที่พ่อแม่ต้องทำเป็นอันดับแรกเลยคือการเช็ดตัว และให้ลูกทานยาลดไข้สำหรับเด็กเท่านั้น …เพราะหากลูกไม่สบายตัวร้อนแล้วมีอุณหภูมิ ในร่างกายที่สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียล อาจเสี่ยงต่อการชักได้ สำหรับการชักจากไข้สูง จะมีอาการชักแบบเกร็ง หรือไม่ก็กระตุกไปทั้งตัว ภาวะชักจากไข้เกิดขึ้นได้กับเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึงช่วงอายุ 6 ปี

ชักจากไข้สูง มีผลต่อพัฒนาการ หรือสติปัญญาของเด็กหรือไม่

อ.นพ.สรวิศ วีรวรรณ ภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ความรู้ในเรื่องของภาวะชักจากไข้ ดังนี้…

เมื่อเด็กมีไข้สูงแล้วเกิดการชักขึ้นมานั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่สมองเด็กยังเจริญไม่เต็มที่ จึงทำให้มีโอกาสชักได้เมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น ไข้สูง

ซึ่งการชักจากไข้ไม่ได้มีผลต่อพัฒนาการ หรือพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ แต่ที่อันตรายคือ หากปล่อยให้เด็กมีอาการชักจากไข้สูงนานมากกว่า 30 นาที จนมีภาวะตัวเขียว ขาดออกซิเจน ก็ทำให้อาจจะมีผลกระทบต่อสมองของเด็กได้[1]

บทความแนะนำ คลิก>> พ่อแม่ระวัง! โรคจูบ โรคติดต่อที่พบได้ในเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป

 

มีโอกาสชักซ้ำ ถ้ามีไข้สูงอีกหรือไม่

โดยทั่วไป ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีโอกาสชักซ้ำได้ถ้ามีไข้สูง  จนกว่าจะอายุมากกว่า 5-6 ปี ส่วนในรายที่เริ่มมีอาการชักจากไข้ครั้งแรกก่อนอายุ 1 ปี และมีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะนี้ในตอนเด็ก อาจมีโอกาสชักซ้ำได้มากขึ้น

มีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือไม่

โดยทั่วไปความเสี่ยงในการเป็นโรคลมชักในอนาคต ไม่ได้แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป ยกเว้นในรายที่มีอาการชักที่นานกว่า 15 นาที มีอาการชักซ้ำมากกว่า 1 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง มีความผิดปกติทางสมองและพัฒนาการก่อนมีอาการชัก หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักได้มากกว่าเด็กปกติ

อ่านต่อ >> ควรทำ vs ไม่ควรทำ เมื่อลูกชัก เพราะไข้สูง คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ลูกนอนกระตุก

ลูกนอนกระตุก ผิดปกติหรือไม่?

ลูกนอนกระตุก อาการปกติ หรือไม่? ร่วมไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กันได้ที่นี่!

 

 

คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่า ทำไมลูกของเราถึงมักมีอาการกระตุกในขณะที่กำลังนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กแรกเกิดจนถึง 3 เดือน แล้วอาการแบบนี้เรียกปกติหรือไม่ และจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรถึงจะผิดปกติ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนแล้วละค่ะ

ทารกนอนกระตุกเพราะอะไร?

ในขณะที่ทารกกำลังนอนหลับแล้วมีการกระตุกเราเรียกอีกอย่างว่า Twitching นั้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก หรือแม้แต่ตัวผู้ใหญ่เองค่ะ ซึ่งการกระตุกที่ว่านี้ จะเป็นการกระตุกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นที่แขนหรือที่ขา

การกระตุก (Twitching) หากทารกหลับ ในระดับที่ลูกตามีการกรอก (rapid eye movement) ทารกมีกระตุก เล็กน้อย ที่แขน หรือที่ขา เวลาตื่นไม่มีกระตุก ผู้ใหญ่บางครั้งก็มี การกระตุก ก่อนรู้สึกตัและจะรวตื่น เช่นเดียวกัน พ่อแม่มักพา ทารกมาปรึกษา โดยบอกว่าลูกชัก หากบุคลากรทางการแพทย์ ไม่มีความรู้เรื่องนี้ ทารกมักถูกรับ ไว้ในโรงพยาบาล ซึ่งเราสามารถแบ่งอาการกระตุกเกร็งของทารกออกเป็น 3 แบบด้วยกัน

อ่านต่ออาการกระตุกเกร็งของทารกทั้ง 3 แบบได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ป้อนยาลูก

เตือนพ่อแม่! ห้าม ป้อนยาลูก พร้อม 3 เครื่องดื่มนี้เด็ดขาด!

ป้อนยาลูก อย่างปลอดภัย ต้องห้ามทานพร้อมกับเครื่องดื่มเหล่านี้เด็ดขาด!

 

 

ทุกครั้งเวลาที่ลูกไม่สบาย สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกทานนึกถึงก็คือ “ยา” นัั่นเป็นเพราะ “ยา” คือ สารหรือสารเคมีที่ออกฤทธิ์ต่อร่างกาย ทำให้มีผลต่อการป้องกันโรค ส่งเสริ่มสุขภาพ บำบัด บรรเทาและรักษาลูกให้กับลูก

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ายาของลูกนั้น มีทั้งหมดกี่ประเภท วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้รวบรวมเอาเนื้อหาที่จำเป็นเกี่ยวกับยาของเด็ก ยกตัวอย่างเช่น วิธีการให้ยาเด็กนั้นมีกี่วิธี ยาอะไรบ้างที่ควรมีติดบ้าง และที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ วิธีการให้ลูกรับประทานยาที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้า เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

วิธีการให้ยาเด็กมีทั้งสิ้น 3 วิธีดังนี้

  1. การให้ยาทางปากด้วยการรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดหรือยาน้ำ ถ้าหากเป็นยาเม็ดละก็ คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะบดให้ลูกก่อนรับประทานนะคะ และถ้าหากยามีรสขมคุณพ่อคุณแม่ก็ควรผสมน้ำหวาน น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้งให้ลูก จะได้ทานง่ายขึ้น
  2. การให้ยาด้วยการฉีด สิ่งที่เด็กทุกคนเกลียดและกลัวมากที่สุด แต่คุณหมอไม่ได้ให้กับทุกราย โดยพิจารณาจากโรคและอาการของเด็กเป็นหลักค่ะ เช่น ยารักษาโรคนั้นมีเฉพาะการฉีดเท่านั้น หรือในเด็กที่มีอาการหนัก ต้องการให้ร่างกายดูดซึมยาเร็วหรือเด็กอาเจียนมาก เป็นต้น
  3. การให้ยาด้วยการใช้ยาเหน็บผ่านทางทวารหนัก ถือเป็นการให้ยาที่มีประโยชน์มาก ๆ เลยละค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ยาแก้อาเจียน ยาแก้หอบ ยาลดไข้ ยานอนหลับ ยากันชัก เป็นต้น ไม่ควรให้ยาทางทวารหนักในเด็กที่ท้องเดิน หรือมีอุจจาระเต็ม เพราะทำให้การดูดซึมไม่ดี วิธีให้ยาเหน็บนั้นเหมาะสำหรับในรายที่เด็กกินยาไม่ได้ อาเจียน หรือกินยายากมาก เท่านั้น

ยาสามัญประจำบ้านของเด็กอะไรบ้าง ที่ควรมีติดไว้ คลิก!

ผลดีของอัลตร้าซาวด์

แม่จำใจ ยุติการตั้งครรภ์ เพราะลูกเป็น เมอร์เมดซินโดรม

เพราะลูกเป็น เมอร์เมดซินโดรม ทำให้แม่ต้องตัดสินใจ ยุติการตั้งครรภ์ ทั้ง ๆ ที่ใกล้คลอด!

 

 

ไม่มีใครไม่รักลูกของตัวเอง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ตรวจเจอ ทำให้ หวู่สาว คุณแม่ชาวจีนวัย 26 ปีต้อง ยุติการตั้งครรภ์ ทั้ง ๆ ที่ท้องใกล้คลอด

หวู่สาว ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลในเมืองอี๋ชัง จังหวัดหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีนเพื่ออัลตราซาวด์ตอนที่มีอายุครรรภ์ได้ 6 เดือน แต่แพทย์กับตรวจเจอความผิดปกติบางอย่างของทารกในครรภ์ ทำให้เธอต้องตัดสินใจทำสิ่งที่เธอไม่อยากทำ ซึ่งความผิดปกตินั้นก็คือ ทารกมีขาติดกันมีลักษณะเหมือนหางของนางเงือก

แพทย์บอกว่า ลูกของเธอกำลังทุกข์ทรมานกับอาการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะลูกของเธอไม่มีกระเพาะปัสสาวะ และมีตับที่แคระแกร็น และถึงแม้ว่าเธอจะปล่อยให้ลูกถือกำเนิดออกมา ก็อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน คุณแม่จึงต้องจำใจทำในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต นั่นก็คือ ยุติการตั้งครรภ์ครั้งนี้ซะ

ช่างเป็นเรื่องที่บาดหัวใจของคนเป็นแม่เป็นอย่างยิ่ง และในวันนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทีมงาน Amarin Baby and Kids ก็จะขอนำเสนอภาวะดังกล่าวพร้อมกับข้อดีของการทำอัลตร้าซาวด์ให้คุณแม่ทุก ๆ คนได้อ่านกันค่ะ

อะไรคือ เมอร์เมดซินโดรม คลิก!

ของใช้เด็ก

ของใช้เด็ก (ผลิตภัณฑ์สุขภาพ) ต้องรู้จักใช้ให้เหมาะกับอายุลูก

ของใช้เด็ก ในปัจจุบันมีออกมาอย่างหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของกิน ของใช้ทั่วไป รวมถึงสินค้าที่ใช้เพื่อการดูแลสุขภาพลูก อย่างยาภายนอกทาแก้ผื่นคันจากมด แมลง  หรือสเปรย์ฉีดกันยุง ฯลฯ ที่คุณแม่หาซื้อได้ง่าย แต่ถึงจะซื้อได้เองก็ต้องใช้ให้เหมาะกับอายุลูกด้วย ทีมงาน Amarin Baby & Kids  มีข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้กับเด็กมาให้ทราบค่ะ

 

ของใช้เด็ก (ผลิตภัณฑ์สุขภาพ) ต้องรู้จักใช้ให้เหมาะกับอายุลูก

ครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเลือก ของใช้เด็ก เพราะถึงผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะทำออกมาเพื่อให้เด็กใช้ก็ตาม แต่ผลิตภัณฑ์บางประเภทก็ต้องใช้ให้ตรงกับกลุ่มอายุของเด็กๆ ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเองค่ะ

ภ.ญ.ศิวพร ปีเจริญทรัพย์ เภสัชกรร้านยาเครือข่าย เภสัชกร Safedose ได้แนะนำผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ 5 ตัวอย่างที่เด็กสามารถใช้ได้ แต่ต้องใช้ให้เหมาะกับช่วงอายุ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้างค่ะ…

1. แซม-บัค (Zam-buk)

เป็นผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งสมุนไพรใช้ทาผิว ซึ่งมีคุณสมบัติข้อบ่งใช้ คือ

  • ทาแก้แมลงกัดต่อย
  • ลดอาการฟกช้ำ-ห้อเลือดของผิวหนัง
  • ทาบรรเทาแผลถลอก

และการใช้ขี้ผึ้งแซม-บัค กับเด็กๆ นั้นควรใช้กับเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ซึ่งมีข้อห้ามควรระวัง คือ อย่าป้ายรูจมูก หรือเนื้อเยื่ออ่อน จุดสัมผัสที่อ่อนโยนมากๆ เช่น ดวงตา ช่องปาก เป็นต้น อ่อ!!! ที่สำคัญเมื่อใช้เสร็จแล้วให้ปิดฝาให้สนิท แล้วเก็บให้พ้นสายตาและมือของเด็กๆ ด้วยนะคะ เพราะถ้าเผลอเอามาเล่นขี้ผึ้งหลุดเข้าปาก จมูก ตา อาจเกิดอันตรายได้ค่ะ

2. วิคส์ วาโปรับ (vicks vaporub)

เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้กันมาตั้งแต่เด็กๆ จนผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก็ใช้กันอยู่ ซึ่งคุณสมบัติของวิคส์มีข้อบ่งใช้ คือ

  • บรรเทาอาการคัดจมูกจากหวัด
  • ช่วยให้หายใจโล่ง สะดวกขึ้น
  • ช่วยลดอาการแน่นจมูก

เห็นมีคุณแม่ส่วนใหญ่มักซื้อวิคส์ วาโปรับติดตู้ยาไว้ที่บ้านกัน สำหรับการใช้วิคส์นั้นควรใช้กับเด็กที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ซึ่งมีข้อห้ามควรระวัง คือ อย่าป้ายรูจมูก หรือเนื้อเยื่ออ่อน จุดสัมผัสที่อ่อนโยนมากๆ เช่น ดวงตา ช่องปาก เป็นต้น การใช้วิคส์ คือให้ทาบางๆ เท่านั้น ที่หน้าอก คอ และหลัง ซึ่งตัวยาจะออกฤทธิ์โดยการระเหยเข้าโพรงจมูก ช่วยให้อาการหวัด คัดแน่นจมูกดีขึ้น

บทความแนะนำ คลิก>> ของใช้เด็กหมดอายุ เมื่อไหร่ จะรู้ได้อย่างไร?

คุณแม่มือใหม่อาจสงสัยเกิดคำถามว่า แล้วทำไมถึงจะใช้กับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีไม่ได้ ในเมื่อสรรพคุณของวิคส์ วาโปรับ ช่วยบรรเทาอาการหวัด คัดจมูกให้ลูกได้นี่นะ!!  ที่ห้ามใช้กับเด็กเล็กๆ ที่อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ ก็เพราะว่าผิวหนังเด็กอ่อนโยนมาก และง่ายต่อการระคายเคือง การทาวิคส์ลงบนผิวหนังอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือร้อนผิวหนังตรงบริเวณที่ทาได้ค่ะ

อ่านต่อ ผลิตภัณฑ์สุขภาพเด็ก ที่ต้องใช้ให้เหมาะกับอายุ หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

งูกัด

เตือนพ่อแม่! ระวังลูกหลานโดน งูกัด ช่วงหน้าฝน!

แม่แชร์! หากวันนั้นไม่ได้คุณยายช่วยไว้ ลูกชายวัย 3 ปี คงถูก งูกัด ไปแล้ว!!

 

 

คุณแม่แนน หนึ่งในสมาชิกของเพจ Amarin Baby and Kids ได้ส่งเรื่องราวที่เพิ่งจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเองกับทีมงานว่า หากในวันนี้ไม่ได้คุณยายช่วยลูกชายวัย 3 ขวบแล้วละก็ ลูกชายคงจะต้องเจ็บตัวไปแล้ว

โดยคุณแม่เล่าว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกิดในขณะที่ลูกชายของตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงประตูบ้านและคุณยายกำลังจะป้อนข้าว ก็สังเกตเห็นบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ที่พุ่มไม้ คุณยายจึงรีบเดินไปดู พอเห็นเป็นงูกำลังเลื้อยเข้าไปหาหลานจึงได้รีบวิ่งเข้าไป ซึ่งเป็นเวลาที่งูกำลังจะฉกหลานชายพอดี!!

ทำให้คุณยายถูก งูฉกเอาที่มือ คุณแม่จึงรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่างูที่กัดนั้นเป็นงูอะไร และมีพิษหรือไม่ เพราะฉะนั้นคุณหมอจึงต้องให้ยายนอนสังเกตอาการตลอด 24 ชั่วโมง โดยคุณหมอก็ให้ตรวจเลือดทุก ๆ 6 ชั่วโมง เพื่อตรวจวัดผล อาการของคุณยายตอนนี้มือบวมมาก (จากที่เห็นในรูปนั้น คุณแม่เล่าว่า นี่ยุบลงไปเยอะมาก ๆ แล้ว)

คุณหมอบอกว่า หน้าฝนนี้เป็นหน้าที่งูและตะขาบชุมมาก ไม่ใช่แค่โรคทางเดินหายใจเท่านั้นที่พวกเราทุกคนต้องระวัง  เจ้าอสูรพิษร้ายที่ชอบมากับฤดูฝนนี่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านไหนที่มีลูกเด็กเล็กแดง คุณหมอกล่าวต่ออีกว่าสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ มีคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาตัวเพราะถูก งูกัด เยอะมาก คุณแม่จึงอยากนำเรื่องราวนี้มาแชร์ และเตือนทุก ๆ ครอบครัวได้โปรดระวัง เพราะถ้าวันนี้ไม่ได้คุณยายช่วยชีวิตลูกชายไว้ คุณแม่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน

อ่านต่อวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ที่หน้าถัดไป!


เครดิต: ขอบคุณคุณแม่แนน สมาชิกเพจ Amarin Baby and Kids

โรคจูบ

พ่อแม่ระวัง! โรคจูบ โรคติดต่อที่พบได้ในเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป

โรคจูบ โรคติดต่อที่ไม่ใช่โรคใหม่ แต่แฝงไปด้วยความอันตราย และเกิดขึ้นได้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป!!

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินโรคนี้มาบางแล้ว และก็อาจจะมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านจะยังไม่ทราบและสงสัยว่า โรคติดต่อที่ว่านี้คือโรคอะไร และเกี่ยวอะไรกับเด็กเล็ก ๆ ที่มีอายุแค่ 2 ปี วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลดี ๆ มีประโยชน์มาฝากกันค่ะ

โรคจูบ คืออะไร?

คือโรคที่เราเรียกกันว่า Kissing Disease ซึ่งเกิดจากไวรัส Ebstein Barr หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า EB เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสและทางน้ำลาย และส่วนใหญ่แล้วในประเทศไทยนั้น จะพบการติดเชื้อดังกล่าวได้ในเด็กที่มีอายุ 2 ขวบปีแรกค่ะ

เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายได้รับการติดเชื้อ เจ้าเชื้อไวรัสก็จะแอบแฝงอยู่กับบุคคลนั้นไปตลอดชีวิตโดยไม่ทำให้เกิดอาการ แต่มีโอกาสแพร่สู่คนอื่นได้เรื่อย ๆ จากเชื้อที่ออกมาปนอยู่ในน้ำลาย การติดเชื้อชนิดนี้จึงเกิดขึ้นได้กว้างขวางทั่วโลก ในบางคนที่มีเชื้ออยู่ในร่างกาย เชื้ออาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค รวมถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก เป็นต้น

และจากสถิตินั้นพบว่ามีการติดเชื้อชนิดนี้ทั่วโลก การติดเชื้อครั้งแรกส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยพบว่าในเด็กอายุ 5 ปี มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่ถึงร้อยละ 50 เลยละค่ะ

อาการจะเป็นอย่างไร คลิกอ่านต่อได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

พ่อแม่ช่วยชีวิตลูกป่วย โรคเทรชเชอร์ คอลลินส์ ซินโดรม

โรคเทรชเชอร์ คอลลินส์ ซินโดรม ทำเอาลูกเกือบมีชีวิตไม่รอด แต่เพราะความรักทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

 

 

โจซิลีน แม่ของ วิตอเรีย มาร์จิโอลี เล่าว่า ตอนที่ วิคตอเรีย คลอดออกมา คุณหมอคนที่ทำคลอดบอกให้พวกเราทุกคนทำใจ เพราะ วิคตอเรีย สามารถจบชีวิตลงได้ทุกเมื่อ ให้ทำใจรอว่าเมื่อไหร่เท่านั้น!

โดยคุณหมอบอกว่า วิคตอเรีย เป็น โรคเทรชเชอร์ คอลลินส์ ซินโดรม เกิดจากการมียีนที่ผิดปกติ ทำให้กระดูก 40 ชิ้นและเนื้อเยื่อบนใบหน้าหยุดการพัฒนา อวัยวะบนใบหน้าจึงอยู่สะเปะสะปะไม่เป็นรูปเป็นร่างในแบบที่ควรจะเป็น  แพทย์ไม่ได้ช่วยรักษาให้ เพราะเห็นว่าเกินกำลังแล้ว

ทั้งวิคตอเรียและโจซิลีน ตัดสินใจพากันกลับบ้านหลังจากที่ใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลนาน 1 สัปดาห์ ก่อนกลับคุณฆมอบอกว่า ให้ทำใจ เพราะการที่จะรักษา วิคตอเรีย นั้นเป็นไปได้ยากมากจริง ๆ

เรื่องราวของ วิคตอเรีย จะเป็นอย่างไร จะมีชีวิตรอดหรือไม่ ติดตามต่อได้ที่หน้าถัดไป

ลูกพัฒนาการช้า

ลูกพัฒนาการช้า “โรคพ่อแม่ทำ…หรือ เวรกรรมของลูก!!”

เมื่อเห็น ลูกพัฒนาการช้า พ่อแม่หลายคนอาจตั้งคำถาม ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้! มันเป็นเวรกรรมอะไร? ซึ่งแท้จริงการที่ลูกมีพัฒนาการช้า อาจเป็นโรคที่พ่อแม่ทำให้ลูกเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเวรกรรมของลูกแต่อย่างใด

Continue reading “ลูกพัฒนาการช้า “โรคพ่อแม่ทำ…หรือ เวรกรรมของลูก!!””

งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เช็ก 13 เส้นทาง ปิดช่วงวันซ้อมใหญ่! งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เตือนคุณพ่อคุณแม่ที่จะพาลูกน้อยออกจากบ้านในช่วงปิดเทอม ซึ่งตรงกับการซ้อมใหญ่ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7 ,15 และ 21 ตุลาคม 2560 โดยจะมีการปิดการจราจร 13 เส้นทาง 

Continue reading “เช็ก 13 เส้นทาง ปิดช่วงวันซ้อมใหญ่! งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ”

ของว่างลูก

เผยสูตรเด็ด! “เครปไข่พระอาทิตย์” เมนูมื้อว่างวันหยุดเพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ

ของว่างลูก หรือ อาหาร มีความสำคัญสำหรับเด็กเป็นอย่างมากเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี แต่ปัจจุบันพบว่าเด็กได้รับพลังงานจากอาหารว่าง และขนมมากกว่าอาหารหลัก ส่วนหนึ่งเป็นของว่างที่ไม่เหมาะสม จึงส่งผลให้เด็กเกิดโรคต่างๆ ตามมา

Continue reading “เผยสูตรเด็ด! “เครปไข่พระอาทิตย์” เมนูมื้อว่างวันหยุดเพื่อลูกน้อยโดยเฉพาะ”

ฟันหัก

เมื่อลูก ฟันหัก ควรดูแลรักษาอย่างไร?

ฟันหัก เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น หกล้มปากกระแทก หรือการบดเคี้ยวกัดอาหารแข็งๆ ก็ทำให้ฟันได้รับความเสียหายจนเกิดการแตกหัก บิ่นได้ค่ะ อย่างในกรณีข่าวดังล่าสุดที่คุณครูลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการตบเข้าที่ใบหน้าจนเด็กล้มปากกระแทกจนทำให้ฟันหน้าหัก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อแนะนำในการดูแลกรณีฟันหัก ฟันแตกมาบอกกันค่ะ

 

ฟันหัก เพราะถูกทำโทษ!!!

เมื่อวานอ่านข่าวครูทำโทษเด็กนักเรียนจน ฟันหัก บอกตามตรงว่าตกใจมากค่ะ และเชื่อว่าพ่อแม่ก็รู้สึกแย่และตกใจกับข่าวนี้ไม่ต่างกัน ในฐานะพ่อแม่ทุกคนยอมรับกฎกติกาได้หากบางครั้งลูกจะถูกทำโทษบ้างเล็กๆ น้อยๆ เมื่อพวกเขาทำผิดจริงๆ ซึ่งความผิดนั้นก็ต้องว่ากันไปตามเหตุและผล แต่ต้องไม่ใช่วิธีการทำโทษที่รุนแรง ใช้อารมณ์ในการทำโทษเด็กเป็นที่ตั้ง จนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งร่างกาย และจิตใจของเด็กๆ ได้ค่ะ

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ปกครอง ด.ช.เอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปี รร.ชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ ได้แจ้งความต่อ ร.ต.ท.สุเมธ เสนากร รอง.สว.สส.สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อให้เอาผิดกับครูรายหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงลงโทษบุตรชาย โดยตบเข้าที่ใบหน้าจนหน้าไปกระแทกกับชั้นเหล็กภายใน รร.เลือดกบปากฟันซี่หน้าหัก 1 ซี่ ทั้งนี้เมื่อผู้บริหารของ รร.ทราบเรื่องได้เรียกครูและนักเรียนมาพูดคุยกัน โดยครูยอมรับว่าทำเกินกว่าเหตุจริงและพร้อมที่จะรับผิดชอบช่วยค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้วกลับไม่แสดงความรับผิดชอบ นอกจากนี้กลับมีเพื่อนครู พยายามเข้ามาช่วยโดยข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง

ด.ช.เอ เล่าว่า วันเกิดเหตุได้เดินเข้าไปหาครูกำลังซื้อน้ำโดยมีเศษเงินเหรียญ ซึ่งตนเองต้องการขอแลกเพื่อนำไปเติมโทรศัพท์เท่านั้น จากนั้นครูก็บอกว่าไม่ใช่เพื่อนเล่น และไม่รู้ว่าไปโมโหใครมา ใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าจนหัวไปกระแทกกับชั้นเหล็กอยู่ข้างๆ แถมเดินตามเข้ามาตบซ้ำ และเตะซ้ำอีก 1 ครั้ง ก่อนเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วพร้อมสั่งการให้ทาง สพม.เขต 30 จ.ชัยภูมิและฝ่ายงานเกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาให้ความช่วยเหลือสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวเป็นการด่วน ส่วนเรื่องทางคดีหากพบว่าผิดจริงให้เอาผิดทางวินัยและดำเนินคดีอาญาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตัวเด็กที่ไม่กล้าไปโรงเรียน

บทความแนะนำ คลิก>> ลูกมีกลิ่นปาก สัญญาณบอกโรคที่ต้องระวัง!

นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 30 จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเบื้องต้นได้สั่งย้ายครูคนดังกล่าวมาประจำที่สำนักงาน สพม.เขต 30 ไว้ก่อน ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนภายใน 15 วัน เพื่อเอาผิดทางวินัยร้ายแรงเพิ่มเติม หากพบว่ามีครูรายอื่น ๆ หรือใครที่ไปเกี่ยวข้องในการข่มขู่เด็กและครอบครัวของเด็ก ก็จะต้องถูกสอบสวนด้วยเช่นกัน ส่วนคำให้การของครูผู้ก่อเหตุได้ลงบันทึกยอมรับผิดว่าทำเด็กจริง เพราะเกิดจากโทสะ ก็ต้องดำเนินไปตามระเบียบราชการ – ที่มาข่าวจาก : newtv

จากข่าวนี้จะเห็นว่าฟันของเด็กหักจากการกระแทกเข้ากับของแข็ง ซึ่งโดยทั่วไปฟันสามารถแตกหัก หรือบิ่นได้จากหลาย กรณี ไม่ว่าจะจากการกัดและบดเคี้ยวอาหารที่แข็งมากๆ ก็ทำให้ฟันเกิดการเสียหายขึ้นได้ค่ะ และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ เข้าใจถึงวิธีการดูแลฟันของลูก หรือแม้แต่ฟันของตัวเอง ที่ก็อาจเกิดการแตก หักขึ้นมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ…

อ่านต่อ วิธีดูแลรักษาเมื่อ ฟันแตก-หัก-บิ่น หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

สถานที่ขอลูก

8 สถานที่ขอลูก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

รวม 8 สถานที่ขอลูก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คนไหนอยากมีลูก ต้องห้ามพลาด!!

 

 

เมื่อไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล เมื่อไม่ได้ด้วยกลเราก็ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันละทีนี้ สำหรับคุณสามีภรรยาคู่ไหนกำลังมองหาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะไป ขอลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกคนแรกหรือคนสองกันอยู่ละก็ อย่าพลาดนะคะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้รวบรวมเอา 8 สถานที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาฝากกันค่ะ ว่าแล้วอย่าช้า ไปดูพร้อม ๆ กันเลย

ประเทศไทย

วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ขอลูก
เครดิต: กระทรวงวัฒนธรรม

คงไม่มีใครไม่รู้จัก วัดโสธรวรารามหรือวัดหลวงพ่อโสธร ที่จัดได้ว่าเป็นสถานที่ลำดับต้น ๆ ที่ผู้คนต่างนิยมกันมาขอพร ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน ขอพรให้สมหวังในโชคลาภ และที่ขอพรกับหลวงพ่อมากที่สุด คือการขอลูก

สิ่งของที่ควรนำมาถวาย ได้แก่ ไข่ต้ม พวงมาลัย ดอกไม้ธูปเทียน และการรำแก้บน เป็นต้น

คลิกดูสถานที่ขอพรในประเทศไทย เพิ่มเติมได้ที่หน้าถัดไปค่ะ