emotion

Emotion แม่ท้อง 2 เดือน ทะเลาะกับสามี กรีดท้องทำร้ายลูก

ข่าวแม่ท้อง 2 เดือน จากจังหวัดเชียงราย ทะเลาะกับสามีและเกิดน้อยใจกรีดท้องของตัวเองเป็นแผลยาว 10 เซนติเมตร จนเลือดโชก เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำแผลและส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยสามีบอกว่าภรรยาเป็นคนอารมณ์ร้อน (Emotion)

Continue reading “Emotion แม่ท้อง 2 เดือน ทะเลาะกับสามี กรีดท้องทำร้ายลูก”

เทคนิคการถ่ายภาพตัวน้อยแบบมือโปร (มีคลิป)

อีกปัญหาหนึ่งที่แสนจะปวดหัวของคนเป็นพ่อแม่ก็คือ การถ่ายภาพเจ้าตัวน้อย เพราะแทบจะไม่มีทางเลยที่เจ้าหนอนน้อยพวกนี้จะอยู่นิ่งเฉยให้เราได้แชะภาพเก็บความทรงจำต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น รอยยิ้มแรก ท่าหลิ่วตา สะบัดมือสะบัดเท้า ซึ่งพ่อแม่ทุกคนล้วนแต่อยากจะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ก่อนพวกหนูๆ จะโตกันไปเสียก่อน

mom-with-dslr-camera

ยิ่งตอนนี้เทรนด์การถ่ายภาพของลูกน้อยในท่าทางต่างๆ ตั้งแต่เป็นทารกแรกเกิด ไปจนถึงตอนโต  พร้อมกับสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกสบายและมีความสุข กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แต่จะถ่ายภาพยืน กิน นั่ง นอน ก็ดูจะธรรมดาเกินไป เรามีเคล็บลับการสร้างบรรยากาศ ท่าทางในการโพสท์ และเทคนิคต่างๆไม่ว่ากล้องโปร หรือกล้องมือถือก็ถ่ายได้ค่ะ ตามไปดูกันเลย

1. เลือกพื้นหลังให้ contrast

ถ้าลูกน้อยของคุณไม่อยู่นิ่ง (ซึ่งเป็นธรรมชาติของทากรอยู่แล้ว) ให้คุณแม่เข้าไปใกล้ๆ สบตาและพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เพื่อให้หนูน้อยฟังสำเนียงและนิ่งชั่วขณะ หากผ้าห่อตัวหรือเสื้อผ้าของเบบี๋เป็นสีอ่อน ให้รองด้านหลังผ้าห่อตัวเป็นสีเข้มเพื่อให้ตัดกับผ้าห่อตัว เพื่อความโดดเด่นของภาพ

joy_baby_playing_toy-other

2. เทคนิคของชิ้นโปรด

สำหรับเบบี๋ที่โตขึ้นมาหน่อย อาจจะเริ่มกลัวคน กลัวกล้อง แม้คนที่ถ่ายอาจจะเป็นคนคุ้นเคยก็ตาม แต่การทำท่าแปลกๆ ของพวกเขาก็ทำให้หนูน้อยขยาดได้ ดังนั้น ต้องเตรียมพร้อมให้ดี หาของเล่นที่คุ้นเคยหรือที่เบบี๋โปรดปรานให้เจ้าหนูถือไว้ในมือเพื่อความอุ่นใจ ก็พอทำให้ไม่มีอาการโยเยได้ และเผลอๆ อาจจะได้รอยยิ้มสนุกสนานขณะเล่นของเล่นได้ด้วย

3. กองเชียร์

อีกเทคนิคหนึ่งก็คือ การเชียร์และให้กำลังใจอยู่ข้างๆ โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณลุงคุณป้าพากันมาห้อมล้อม เรียกร้องความสนใจให้หนูน้อยอยู่นิ่งๆ และร่วมกันทำท่าตลกๆ เพื่อให้เจ้าตัวเล็กสนใจและยิ้มร่าเริงได้

4. การถ่ายภาพผ่านการสัมผัส

การกอดและการจูบ เป็นการแสดงความรักที่ดูอบอุ่นที่สุด ทั้งการจูบหน้าผาก การจูบมือ เท้า แก้ม รวมถึงการอุ้มลูกแนบอก การอุ้มลูกพาดบ่า  คุณแม่กำลังนอนแล้ววางลูกบนท้อง  หรือคุณแม่นั่งชันเข่าลูกน้อยวางบนหน้าขา ท่าทางต่างๆ เหล่านี้ที่แสดงให้เห็นถึงความรักความอบอุ่นของแม่ลูก เป็นการถ่ายทอดความรักผ่านการสัมผัสที่ดูอบอุ่นที่สุด

อ่านต่อ >>”เทคนิคการถ่ายภาพตัวน้อยแบบมือโปร”

พร้อมชมคลิป! “คุณแม่มือโปรถ่ายรูปเซตฉากลูกน้อยเอง” คลิกหน้า 2

เปลี่ยนนมตามวัย

เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ

นมคือสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนโต เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีน และไขมันที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ และพัฒนาสมองให้ลูกน้อย คุณพ่อ คุณแม่สามารถ เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการของร่างกายได้

Continue reading “เปลี่ยนนมตามวัย ให้ลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบ”

ice cream

Ice cream มาทำไอศกรีมนมแม่+ผลไม้แสนอร่อยกันเถอะ

สำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมที่ปั๊มเก็บไว้เหลือเฟือ ลองนำน้ำนมที่เก็บเอาไว้ในสต็อกมาทำเป็นไอศกรีม (ice cream) แสนอร่อยเอาไว้ให้ลูกน้อยรับประทานระหว่างมื้อ เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยน้ำนมแม่ และวิตามินจากผลไม้ รับรองว่าอร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ

Continue reading “Ice cream มาทำไอศกรีมนมแม่+ผลไม้แสนอร่อยกันเถอะ”

great wife

Great wife สามีเปิดใจ “ผมไม่สามารถหาเงินมาตอบแทนภรรยาได้”

สามีภรรยาคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ร่วมกันมา 3 ปี และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน พวกเขาตัดสินใจให้ภรรยา (Great wife) อยู่ที่บ้านเพื่อเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง เพราะไม่ต้องการจ้างพี่เลี้ยง หรือแม่บ้าน สามีเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวของเขาว่าตัวเองไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงภรรยาได้อย่างเหมาะสม

Continue reading “Great wife สามีเปิดใจ “ผมไม่สามารถหาเงินมาตอบแทนภรรยาได้””

วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด

เคล็ดลับง่ายๆ 30 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด สมองดี พัฒนาการเลิศ!

30 วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่มักจะใส่ใจเสมอ เพราะอยากให้ลูกของเราเก่ง ทันคนอื่น และพึ่งพาตัวเองได้เมื่อเขาโตขึ้น ลองนำไปใช้ในการพัฒนาลูก วิธีต่างๆ เหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ ทดสอบ ทดลอง และสรุปผลมาแล้วจากนักวิชาการว่าใช้ได้ผลดีมาแล้วทั่วโลก


สารพัน คำถามเกี่ยวกับ นมแม่

1. ฉลาดเพราะนมแม่

ให้นมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลการศึกษาในเด็กวัยเรียนพบว่า เด็กที่กินนมแม่ตอนที่เป็นทารกมักจะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ การให้นมลูกยังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์กับลูกน้อย

♠ Mus read : ให้นมแม่ไม่ถึง 6 เดือน กลัวลูกไม่ฉลาด

2. ตามองตา

smart

เมื่อลูกลืมตาตื่นขึ้น ให้เรามองหน้าสบสายตาหนูน้อยสักครู่ หนูน้อยแรกเกิดจดจำใบหน้าของคนได้เป็นสิ่งแรกเสมอ และใบหน้าของพ่อแม่คือใบหน้าแรกที่ลูกอยากจะจดจำ ซึ่งสมองจะบันทึกความทรงจำเพิ่มขึ้น

3. พูดต่อสิลูก

เวลาพูดกับลูก เว้นช่องว่างในช่วงคำง่ายๆ ที่ลูกจะสามารถพูดต่อได้ เช่น พยางค์สุดท้ายของคำ หรือคำสุดท้ายของประโยค ในช่วงแรกๆ ลูกอาจจะเงียบและทำหน้างง ลูกจะจับจังหวะ จับคำพูดบางคำได้

♠ Mus read : วิธีการเลี้ยงลูกอย่างชาญฉลาด ของ ‘เจ้าชายวิลเลียม’ ดยุกแห่งเคมบริดจ์ (อังกฤษ)

4. ทำตลกใส่ลูก

แม้กระทั่งเด็กน้อยอายุเพียงแค่ 2 วัน ก็มีความสามารถเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าอย่างง่าย ๆ ของพ่อแม่ได้ ไม่เชื่อลองแลบลิ้นหรือทำหน้าตาตลกๆ ใส่ ลูกคุณจะทำตามแน่ๆ

5. กระจกเงาวิเศษ

smart

ทารกน้อยเกือบทุกคนชอบส่องกระจก เขาจะสนุกที่ได้เห็นเงาของตัวเองในกระจกโบกมือหรือยิ้มแย้มหัวเราะตอบออกมาทุกครั้ง

6. จั๊กจี้ จั๊กจี้

smart

การหัวเราะเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านอารมณ์ขัน การเล่นปูไต่ทำให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการคาดเดาเหตุการณ์ด้วยว่า ถ้าพ่อแม่เล่นอย่างนี้แสดงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ปูจะไต่จากไหนไปถึงไหนเป็นต้น

7. สองภาพที่แตกต่าง

ถือรูปภาพ 2 รูป ที่คล้ายกันให้ลูกมอง โดยวางให้ห่างจากใบหน้าของลูกประมาณ 8-12 นิ้ว เช่น ภาพรูปบ้านที่เหมือนกันทั้งสองรูป อีกรูปหนึ่งมีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ข้างบ้าน สร้างความจำพื้นฐานในการจำการอ่าน

 

8. ชมวิวด้วยกัน

พาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน และบรรยายสิ่งที่เห็นให้ลูกฟัง เช่น โอ้โหต้นไม้ต้นนี้มีนกเกาะอยู่เต็มเลย ดูสิลูกบนนั้นมีนกด้วย การบรรยายสิ่งแวดล้อมให้ลูกฟังสร้างโอกาสการเรียนรู้คำศัพท์ให้กับลูก

9. เสียงประหลาด

ทำเสียงเป็นสัตว์ประหลาด คุ๊กคูๆ หรือทำเสียงสูงๆ เลียนแบบเสียงเวลาที่เด็กๆ พูด ทารกน้อยจะพยายามปรับการรับฟังเสียงให้เข้ากับเสียงต่างๆ จากพ่อแม่

10. ร้องเพลงแสนหรรษา

สร้างเสียงและจังหวะส่วนตัวระหว่างเราและลูกน้อยขึ้นมา เช่น เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก ก็ร้องเพลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก เป็นกลอน นักวิจัยค้นพบว่าจังหวะดนตรีเกี่ยวพันกับการเรียนรู้คณิศาสตร์

อ่านต่อ >> “วิธีแสนง่ายเลี้ยงลูกให้ฉลาด” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พ่อแม่รังแก

พ่อแม่รังแกฉัน ตามใจลูกจนลูกกลายเป็นคนใจร้าย

จากคลิปข่าวของรัสเซียที่เผยแพร่ภาพวงจรปิดจากประเทศเบลารุส เป็นเหตุการณ์ของเด็กชายวัย 9 ขวบ ที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับพ่อ แล้วระหว่างทางเด็กชายก็ชี้ไปทางเด็กชายอีกคนหนึ่ง แล้วบอกพ่อว่า “อยากแกล้ง” แทนที่พ่อจะห้ามปราม และสั่งสอนลูก กลับสนับสนุนลูกผิดๆ (parents bullied) กลายเป็น พ่อแม่รังแกฉัน

Continue reading “พ่อแม่รังแกฉัน ตามใจลูกจนลูกกลายเป็นคนใจร้าย”

เมนูนมแม่

10 เมนูอาหารเสริมที่ทำจาก “นมแม่”

สำหรับคุณแม่นักปั๊มนม ที่ปั๊มนมเก็บไว้มากมายจนไม่แน่ใจว่าลูกน้อยจะรับประทานนมที่คุณแม่ปั๊มเอาไว้หมดหรือไม่ ลองนำ เมนูนมแม่ ที่จะแนะนำต่อไนี้ มาทำเป็นอาหารเสริมให้ลูกน้อยรับประทาน เพื่อโภชนาการที่หลากหลาย และได้ประโยชน์ ไม่ต้องกลัวว่าน้ำนมที่ปั๊มเก็บเอาไว้จะไม่หมดได้แน่ๆ

Continue reading “10 เมนูอาหารเสริมที่ทำจาก “นมแม่””

โรคติดต่อทางพันธุกรรม

11 โรคติดต่อทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกและวิธีป้องกัน

โรคทางพันธุกรรม หรือ โรคติดต่อทางพันธุกรรม เป็น โรคที่เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดพันธุกรรมของฝั่งพ่อและแม่ หากหน่วยพันธุกรรมของพ่อและแม่มีความผิดปกติแฝงอยู่ โดยความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการผ่าเหล่าของหน่วยพันธุกรรมบรรพบุรุษ ทำให้หน่วยพันธุกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมได้

11 โรคติดต่อทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก

11 โรคติดต่อทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูก

โรคติดต่อทางพันธุกรรม หมายถึง โรคที่สามารถเกิดขึ้นด้วยสาเหตุความผิดปกติของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ของโครโมโซม จากพ่อและแม่ไปสู่ลูก โดยความผิดปรกตินี้เกิดขึ้นจากหน่วยของพันธุกรรมมีการผ่าเหล่าผ่ากอ ผิดแปลกไปจากบรรพบุรุษ จึงทำให้หน่วยพันธุกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั่นเอง

โรคทางพันธุกรรม เป็นโรคที่ปัจจุบันทางการแพทย์ ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงทำให้ติดตัวไปตลอดชีวิต โดยโรคติดต่อทางพันธุกรรม สามารถแบ่งความผิดปรกติของโครโมโซมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ความผิดปรกติของ โครโมโซมเพศ และความผิดปรกติของโครโมโซมร่างกาย หรือ (ความผิดปรกติของออโตโซม) เนื่องจาก โรคติดต่อ ทางพันธุกรรม ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ โดยโรคติดต่อทางพันธุกรรม ที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก มีดังต่อไปนี้

1. โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

เป็นโรคทางพันธุกรรมที่มีความผิดปกติของสารสีแดงในเม็ดเลือด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการโลหิตจางเรื้อรัง  เป็นโรคเลือดชนิดหนึ่งที่มีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีลักษณะผิดปกติ จึงมีการแตกสลายเร็วกว่าที่ควร ทำให้มีอาการซีดเหลืองเรื้อรัง ผู้ที่มีอาการแสดงของโรคนี้ จะต้องรับกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติมาจากทั้งฝ่ายพ่อและแม่ (ซึ่งอาจไม่มีอาการแสดง)ถ้ารับจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว จะไม่มีอาการแสดง แต่จะมีกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติอยู่ในตัวและสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานต่อไปตัวและสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานต่อไป

Must readธาลัสซีเมียตรวจได้ ตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์

2. โรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis)

โรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมที่รุนแรง มีความผิดปกติของตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่สร้างเอ็นไซม์ในการย่อยอาหาร สร้างบางส่วนของต่อมน้ำลาย ต่อมในระบบทางเดินหายใจและต่อมเหงื่อ โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับโรคนี้คือ

(1)  ร่างกายตกอยู่ในภาวะขาดอาหาร

(2) การอักเสบของอวัยวะในระบบหายใจ

(3) ไม่มีแรง เนื่องจากมีเหงื่อออกมากทำให้ร่างกายสูญเสียโซเดี่ยมคลอไรด์ โรคนี้มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก และเด็กหลายคนก็จะเสียชีวิตก่อนที่จะโตจากวิธีการรักษาแผนใหม่ที่ดีขึ้น สามารถช่วยเด็กเหล่านี้มีอายุยืนขึ้นได้

3. โรคคนเผือก (albinism)

โรคอัลบินิซึม (albinism) โรคอัลบินิซึม หรือโรคผิวเผือก เกิดจากยีนด้อย ที่มีอยู่ในพันธุกรรม ทำให้ไม่สามารถ สร้างเอนไซม์ เมลาโนโซท์ ไทโรซิเนส melamocyte tyrosinase ที่จะเปลี่ยนไทโรซีน ซึ่งเป็นโปรตีน สำคัญตัวหนึ่ง ไปเป็นเมลานิน melanin ซึ่งทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ แสดงลักษณะ เผือกคือ มีสีผิวขาว ผมขาว ตาสีขาว ม่านตาสีเทาและโปร่งแสง รูม่านตา สะท้อนแสงออกมาเป็นสีแดง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป แม้จะดูจากภานอกทั้งพ่อและแม่จะมีลักษณะปกติ แต่ทั้งคู่มียีนด้อย ซึ่งมีลักษณะผิดปกติแฝงอยู่หรือเรียกได้ว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะของลักษณะผิดปกตินั้น ลูกก็มีโอกาสได้รับยีนผิดปกตินั้นทั้งคู่ได้ โรคอัลบินิซึม albinism หรือโรคผิวเผือก เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมค่ะจึงไม่มีวิธีป้องกัน ไม่มีวีธีรักษาโดยตรง แต่สามารถทำได้โดยทางอ้อมคือ การป้องกันให้ห่างไกลจากแสงแดด เพราะแสงแดดนั้นจะทำไให้ผิวของคนที่เป็นโรคผิวเผือก ตกกระและจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

โมบายสีขาว ดำ แดง กระตุ้นสมอง การมอง และสมาธิ ให้ลูกน้อย

ทารกแรกเกิด ถึง 3 เดือน จะมองเห็นได้ในระยะ 8-12 นิ้ว และมองเห็นสีต่าง ๆ ได้แล้ว เพียงแต่ว่าการมองเห็นยังไม่สมบูรณ์และแยกแยะสีต่างๆ ได้น้อย แต่สีทารกมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือสีที่ตัดกันอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะสีดำกับสีขาว  นอกจากนี้เจ้าหนูยังชอบมองวัตถุที่เคลื่อนไหวมากกว่าวัตถุที่อยู่นิ่ง ๆ ซึ่งวัตถุลักษณะนี้ที่อยู่ใกล้เขาที่สุด คือ ใบหน้าและดวงตาของแม่นั่นเอง

SGP-43

ดวงตาของคุณแม่ที่มีลักษณะกลม และสีตัดกันชัดเจนระหว่างตาขาวและตาดำ และที่สำคัญคือ ดวงตาสามารถกลอกไปมาได้ คุณแม่จึงควรจ้องหน้าลูกใกล้ ๆ พร้อมกลอกตาไปทางซ้ายที ขวาที ไม่นานลูกก็จะคอยมองตามลูกตาสีดำๆ ที่ตัดกับตาขาวของคุณแม่  เป็นการฝึกพัฒนาการด้านการมองเห็นของทารกน้อยได้อย่างดี

สีที่ตัดกันอย่าง สีขาว สีดำ และสีแดง จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการการมองเห็นของลูกน้อยวัยแรกเกิดจนถึง 3 เดือนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งการมองเห็นของลูกจะมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมอง รวมทั้งการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วย … จึงแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ลองหาวัตถุที่มีสีขาว สีดำ สีแดง ตัดกัน มาช่วยกระตุ้นสายตาลูกน้อยวัยแรกเกิด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถทำโมบายสีขาว ดำ แดง ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

วิธีทำโมบายดาว ขาว ดำ แดง

อุปกรณ์

  • กระดาษแข็งมันสีขาว สีดำ และสีแดง
  • เชือกป่าน กาว
  • กรรไกร ที่เจาะรู
  • ก้านพลาสติกแข็งเล็ก ถ้าไม่มีให้ใช้ไม้แข็งๆ แทน

ขั้นตอนการทำ

page

  1. ตัดกระดาษออกเป็นรูปดาว ขนาดใหญ่กว่าเหรียญสิบบาท
  2. จากนั้นนำกระดาษที่ตัดเป็นรูปดาวเรียบร้อยแล้ว นำมาติดกาวเข้าหากัน โดยที่ติดให้สีสลับกันทั้งสองด้าน
  3. เมื่อได้ดาวที่มีสีสลับกันทั้งสองด้านแล้ว ให้เจาะรูด้านบน แล้วร้อยเชือกใส่เข้าไป
  4. นำดาวที่ร้อยเชือกแล้วมาติดห้อยกับก้านพลาสติก โดยให้ติดสลับกันเป็น 4 มุม

คุณแม่สามารถนำโมบายสีขาว ดำ แดงนี้ไปติดไว้เหนือเปล หรือเตียงนอนของลูก เพื่อเวลาที่ลูกตื่นขึ้นมาจะได้เห็นโมบายดาว ที่ช่วยในการกระตุ้นการมองเห็นของเจ้าตัวน้อย

อ่าน >> ข้อดีของโมบายสีขาว ดำ แดง ที่มีต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นของลูก คลิกเลย

งานบ้านที่แม่ท้องทำได้และควรหลีกเลี่ยง

เพราะเรื่องงานบ้านเป็นของคู่กันกับผู้หญิงอยู่แล้ว แม้ยามตั้งท้องว่าที่คุณแม่หลายคนก็ยังอยากทำงานบ้านอันเป็นที่รัก หรือบ้างคนก็จำเป็นต้องทำ แต่เพราะคุณแม่ยังอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแลในท้อง เมื่อทำ งานบ้าน คนท้อง จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิต เพิ่มการดูแลตัวเองในทุกๆ ด้านให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แต่ไม่เหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะการทรงตัวของคุณแม่ท้องนั้นเปลี่ยนไป … Amarin Baby & Kids จึงมีวิธีทำงานบ้านมาฝากสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ทั้งในแบบที่ทำได้ด้วยความระมัดระวังและงานที่ไม่ควรทำ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

Do : งานบ้าน คนท้อง ทำได้

1. ล้างจาน

ผู้หญิงบางคนบอก ชอบล้างจานมากในบรรดางานบ้านทั้งหมด แต่บางคนนี่ ส่ายหน้าอย่างเดียว เพราะไม่ชอบให้มีฟอง ๆ มัน ๆ มาเกาะมือ แต่ก็ไม่มีข้อห้ามสำหรับงานล้างจานเลยค่ะ ยกเว้น…

– คุณแม่ที่แพ้น้ำยาล้างจาน ถ้าจำเป็นต้องทำควรใส่ถุงมือยางกันน้ำ

– ถ้าต้องยืนล้างจานไม่นานมาก ทำได้ตามสบาย แต่ถ้าต้องนั่งลงไปล้างกับพื้น อาจจะติดพุงโต ๆ นั่งไม่ถนัด ลุกไม่สะดวก ก็ต้องระวังให้มากขึ้นนะคะ

2. กวาดบ้าน-ถูบ้าน

งานนี้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอนค่ะ ให้คุณแม่ทำอย่างช้า ๆ อย่างมีสติ จะได้เป็นการฝึกสมาธิไปด้วย แต่..

– ห้ามยกถังน้ำด้วยตัวเอง หาถังน้ำแบบมีล้อลาก

– เลือกใช้ไม้ถูบ้าน แทนการถูบ้านด้วยผ้า ที่ต้องนั่งยองลงไปถู

– ระวังพื้นที่ลื่น หรือพื้นที่ต่างระดับ

– ไม่หักโหมออกแรงทำมากเกินไป ถ้ารู้สึกเหนื่อยหรือร้อน ต้องนั่งพักบ่อย ๆ

3. งานสวน

คุณแม่ท่านไหนชอบปลูกต้นไม้ ก็ทำได้ เช่นกัน แบบไม่ต้องออกแรงเยอะ พรวนดินเล็ก ๆ น้อย ๆ รดน้ำต้นไม้ด้วยสายยางรดน้ำ แต่ต้องหาช่วงเวลาดี ๆ แดดร่ม ๆ ค่อย ๆ ทำไป การมองต้นไม้เขียว ๆ ก็ทำให้สบายตา สบายใจ ถ้าต้นไม้ออกดอกออกผล ยิ่งทำให้สุขใจมากยิ่งขึ้น

อ่าน >> งานบ้านที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง คลิกเลย

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร คำถามที่เกิดขึ้นในใจของพ่อแม่ บ่อยครั้งที่ได้เห็นข่าวการทำร้ายร่างกายผู้อื่น ความรุนแรงต่างๆ  รวมถึงคดีสะเทือนขวัญประชาชนที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นเยาวชน หลายคนตั้งคำถามว่าเกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไข หรือป้องกันได้หรือไม่

Continue reading “เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร”

Father 21 ภาพขำกลิ้ง เมื่อพ่อต้องเลี้ยงลูกเอง

ใครจะเข้าใจความเหน็จเหนื่อยของแม่ในการเลี้ยงดูลูกน้อยเท่าแม่ๆ ด้วยกันเอง แล้วถ้าให้คุณพ่อ (father) เป็นคนดูแลลูกบ้างล่ะ จะเป็นยังไง มาดูภาพที่ทั้งตลก ฮา และน่ารัก กับบรรดาคุณพ่อที่ต้องเลี้ยงลูก แบ่งเป็นคุณพ่อ 3 แบบคือ คุณพ่อจอมหลับ คุณพ่อติดเกมส์ และคุณพ่อเอาใจ

Continue reading “Father 21 ภาพขำกลิ้ง เมื่อพ่อต้องเลี้ยงลูกเอง”

Hydrocephalus

Hydrocephalus โรคน้ำในสมองในทารก

จากข่าวที่พบเด็กทารกวัย 1 ขวบ ป่วยเป็นโรคน้ำในสมอง (Hydrocephalus)  โดยมีขนาดรอบศีรษะใหญ่มากคือ 90 เซนติเมตรและมีน้ำหนักมาก ลักษณะตึงเหมือนลูกโป่งที่จะแตก หนูน้อยมองไม่เห็นและไม่เคยได้รับการรักษาทำให้ศีรษะโตขึ้นๆ เพราะหมอบอกว่าหนูน้อยจะเสียชีวิต

Continue reading “Hydrocephalus โรคน้ำในสมองในทารก”

หัวนมบอด

6 เทคนิคแก้ไข “หัวนมบอด”

หัวนมบอด …อีกหนึ่งปัญหาหนักอกหนักใจของผู้หญิงหลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังจะกลายเป็น “คุณแม่” ซึ่งสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าอาจส่งผลกระทบถึงวิธีการเลี้ยงลูกได้นั่นเอง

ซึ่งลักษณะ หัวนมบอด ไม่ใช่โรคหรืออาการแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดปกติของลักษณะหัวนมที่ไม่มีหัวนมขึ้นมา โดยเกิดได้จากท่อนมสั้นหรือพังผืดรัด ซึ่งลักษณะนมเช่นนี้นั้นไม่มีอันตรายใดๆ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายคน โดยส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นกันตั้งแต่แรกเกิดเลยก็ว่าได้

ทั้งนี้มีว่าที่คุณแม่หลายคนกลัวว่า ถ้าหัวนมบอดแล้วจะมีน้ำนมให้ลูกกินหรือไม่? คำตอบ คือ แม่ทุกคนมีนมให้ลูกแน่นอนค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ หัวนมแบบไหนก็ให้นมลูกได้ทั้งนั้นค่ะ เรื่องหัวนมบอด แบน บุ๋ม นี้จริงๆ แล้วจะไม่เป็นปัญหาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เลย

หัวนมบอด

ถ้าเรามองให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ทารกที่เกิดมาใหม่ๆ ไม่มีทางรู้เลยค่ะว่าเขาจะได้ดูดนมแม่จากหัวนมที่มีลักษณะอย่างไร ถ้าเราไม่เอาอย่างอื่นไปแทน ลูกก็จะรู้จักเรียนรู้ที่จะดูดหัวนมแบนหรือบุ๋มของแม่เอง

Must read : ชมคลิป >> สัญชาตญาณการดูดนมแม่ของทารก

หัวนมบอด

ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากแม่คิดไปเอง (หรือมีคนอื่นพูดให้คิด) ว่าหัวนมบอด ลูกจะดูดไม่ได้ แล้วก็เอาขวดให้ดูดแทน ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ลูกเรียนรู้ว่าจะต้องดูดจากจุกยางแบบนี้ เมื่อลูกเรียนรู้ไปแล้วแบบนั้น ก็จะทำให้ลูกไม่ยอมดูดหัวนมแบนๆ ของแม่ ในทางกลับกัน ตั้งแต่แรกคลอด ถ้าลูกไม่เคยได้ดูดอะไรเลย นอกจากหัวนมแบนๆ ของแม่ตัวเอง ลูกก็จะเรียนรู้ได้เองว่าการดูดนมแม่คือ การอมลานนมแบนๆ พออกแรงดูดก็จะมีน้ำนมไหลออกมา คนเป็นแม่ก็เช่นกัน ลองคิดว่าถ้าเราหัวนมแบน แล้วเราก็ไม่เคยเห็นว่าหัวนมคนอื่นเป็นอย่างไร เราก็คงคิดว่าคนทั้งโลกมีหัวนมแบนเหมือนกับเรานั่นเอง จริงๆ แล้วหัวนมที่อาจจะเป็นปัญหามากกว่า ไม่ใช่บอดหรือแบน แต่เป็นหัวนมใหญ่ เต้าคัดแข็ง แล้วลูกตัวเล็กๆ ปากเล็กๆ จะทำให้ดูดลำบาก แต่ปัญหานี้ก็แก้ไม่ยากค่ะ ช่วงแรกอาจจะปั๊มแล้วป้อนด้วยแก้วก่อน แป๊บเดียวลูกก็ตัวโตขึ้น มีแรงดูดมากขึ้น ก็ค่อยๆ หัดดูดได้ค่ะ

ทั้งนี้เมื่อคุณแม่มาฝากครรภ์ และพูดคุยเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ให้ตรวจดูหัวนมแม่อย่างละเอียด รวมทั้งดูความยืดหยุ่นของหัวนมและควรให้ความมั่นใจแก่แม่ในรายที่มีความวิตกกังวล

หัวนมบอด (Inverted Nipples)

หัวนมบอดเป็นลักษณะอาการของหัวนมที่แบน หรือ ยุบเข้าไปข้างใน แทนที่จะยื่นออกมาเหมือนหัวนมปกติ (ดูตัวอย่างจากรูปด้านล่าง)

หัวนมบอดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นกันมาแต่กำเนิด -ที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับลักษณะหัวนมแบบนั้น อย่างไรก็ตามผู้หญิง บางคนมามีหัวนมบอดในภายหลัง โดยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น จากการให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง การมีแผลเป็นที่สร้างเนื้อเยื่อ รั้งท่อน้ำนมทำให้ดึงหัวนมเข้าข้างใน อาการหัวนมบอดนั้น โดยปกติมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ การมีพื้นที่ฐานหัวนมน้อยเกินไป ท่อน้ำนมสั้นกว่าปกติรั้งหรือหดตัวเข้าไป รวมทั้งการมีผังพืดรอบๆ ทำให้เกิดการดึงรั้งในหัวนม

อ่านต่อ >> “ลักษณะของหัวนมบอดและวิธีแก้ไข” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

การนับลูกดิ้น

อุทาหรณ์! ลูกเสียชีวิตในครรภ์เพราะลืมนับลูกดิ้น

เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ลูกน้อยเสียชีวิตอยู่ในครรภ์นาน 7 วัน เพราะแม่ลืม การนับลูกดิ้น และลืมสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น

เมื่อการตั้งครรภ์ของคุณแม่ดำเนินมาถึงช่วงสัปดาห์ที่ 16 เป็นต้นไป คุณแม่ตั้งครรภ์จะเริ่มรู้สึกได้ว่าลูกกำลังดิ้นอยู่ (คุณแม่บางท่านอาจรู้สึกได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 20 เนื่องจากมีผนังมดลูกที่หนากว่า) ลักษณะการดิ้นของลูกในช่วงแรกยังเบาๆ  คุณแม่จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าโดนปลาตอด  เมื่อตัวของลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น การดิ้นของทารกในครรภ์จะเริ่มแรงขึ้น บางครั้งอาจเห็นได้ว่าอวัยวะบางส่วน เช่น เท้านั้น กำลังดันท้องคุณแม่อยู่

และเมื่อตั้งครรภ์ในไตรมาสท้ายๆ การนับลูกดิ้น จะสำคัญมาก สูติแพทย์มักจะแนะนำว่า ให้คุณแม่เริ่มสังเกตความถี่หรือให้นับจังหวะที่ลูกดิ้น เพราะการนับจำนวนครั้งที่ลูกดิ้น จะช่วยให้คุณแม่รู้ว่าลูกแข็งแรงดีหรือไม่ และมีพัฒนาการเป็นอย่างไร แล้วสังเกตดูอีกหนึ่งครั้ง ถ้าลูกยังไม่ดิ้นตามที่ควรจะเป็นหรือลูกดิ้นน้อยลงมาก อาจเกิดอาการผิดปกติ คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์เศร้าสลด เช่นเดียวกับกรณีของคุณแม่ท่านนึง ที่ได้โพสต์เล่าเรื่องราวในเฟสบุ๊คที่คุณแม่ต้องสูญเสียลูกชาย ขณะอายุครรภ์ได้เพียง 29 สัปดาห์ เนื่องจากคุณแม่ลืมนับอัตราการดิ้นของลูก จนลืมสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น ก่อนจะมาตรวจพบภายหลังว่าลูกได้เสียชีวิตอยู่ในครรภ์นานกว่า 7 วัน

การนับลูกดิ้น
อุทาหรณ์! ลูกเสียชีวิตในครรภ์เพราะลืมนับลูกดิ้น

ประสบการณ์อันน่าเศร้าของคุณแม่ Noo Berry Berry มีข้อความว่า…

อยากแชร์ ไว้เตือน แม่ๆ ว่า ต้องระวัง ทุกวินาที เรา อายุครรภ์ 29 W เฝ้ารอว่าจะได้เจอหน้าลูกทุกวัน เราทำงานตลอด ไปหาหมอตามนัดตลอด
มีวันนึงที่รู้สึกว่าน้องไม่ดิ้น เลยไป โรงพยาบาลไปเช็ค น้องเสียแล้ว เราใจหายมาก คือเราไม่มีอาการใดๆ บ่งชี้ว่ากำลังป่วย ไม่มีไข้ ไม่ปวดท้อง ไม่มีมูกเลือด ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หมอบอกว่า น้องเสียมานานแล้ว เรายิ่งเสียใจหนัก นับได้เฉพาะที่เค้าเสียอยู่ในท้องเรา คือ 7 วัน ที่เค้าเสียแต่เค้าน่าจะเสียนานกว่านั้น

พอคลอดออกมา เค้าดูปกติทุกอย่าง รกไม่พันคอ อวัยวะครบทุกอย่าง น้ำคล่ำสีปกติ หน้าตา จิ้มลิ้มแต่เริ่มเปื่อยเพราะอยู่ในท้องนาน
(แต่แม่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ) มันยากมาก ถ้าจะเอาความรู้สึกของตัวแม่เองเป็นที่ตั้ง เลยคิดแต่ว่าลูก ยังอยู่ปกติดี

มันคือความผิดพลาดของเราที่ไม่ทำตามหมอ คือนับลูกดิ้นฝากแม่ๆ ที่ยังไม่คลอดน้อง อย่าลืมนับลูกดิ้น ทุกวันนะคะ เรื่องแบบนี้หมอบอกเกิดขึ้นได้ กับทุกคน

นับลูกดิ้น
ประสบการณ์ของคุณแม่ท่ลูกน้อยเสียชีวิตอยู่ในครรภ์นาน 7 วัน เพราะแม่ลืม การนับลูกดิ้น

ทาง Amarin baby & kids จึงขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่และครอบครัวมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

อ่านต่อ >> อ่านต่อวิธีการนับลูกดิ้น คลิกหน้า 2

ภาพซึ้งหาดูยาก เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงสอนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

จากแฟนเพจ เรารักราชวงศ์จักรี “We love Chakri Dynasty” ได้เผยแพร่ภาพ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ในพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2559 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ซึ่งเป็นภาพขณะที่พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงสอนพระองค์ที ให้ทำท่าทรงเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร พอทำได้ก็ทรงปรบมือ องค์ภาก็ทรงยิ้มที่เห็นน้องสาวสอนน้องชาย นับเป็นภาพที่หายากและสุดซึ้งจริงๆ

ทรงพระเจริญ และเป็นมิ่งขวัญของผองไทยตลอดไป

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ในพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2559 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

โพสต์โดย เรารักราชวงศ์จักรี "We love Chakri Dynasty" บน 5 พฤษภาคม 2016


ขอบคุณคลิปภาพจาก  แฟนเพจเฟสบุ๊ค เรารักราชวงศ์จักรี “We love Chakri Dynasty”

วิธีรับมือ ผมร่วง หลังคลอด ด้วย 15 สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง

คุณแม่มือใหม่หรือมือเก่าหลายคนคงเคยได้ยินคำโบราณที่ว่าถ้าลูกจำหน้าได้จะทำให้ผมคุณแม่ผมร่วง… สาเหตุที่ ผมร่วง เพราะลูกจำหน้าได้นั้นจริงหรือไม่นั้นยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
Continue reading “วิธีรับมือ ผมร่วง หลังคลอด ด้วย 15 สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง”