ดู๋ สัญญา

แนวสอนดี! ดู๋ สัญญา ให้ลูกชายฝึกงานช่วงปิดเทอม เรียนรู้ความลำบากกว่าจะหาเงินได้

ถือเป็นอีกหนึ่งแนวคิดในการเลี้ยงลูกที่ดี ของคุณพ่อ ดู๋ สัญญา คุณากร กับการสอนลูกชายสุดหล่อ “น้องเอม” ที่ตอนนี้อายุ 17 ปี และใกล้จะเรียกจบชั้นมัธยมศึกษาแล้ว ให้ฝึกทำงานในช่วงปิดเทอม

Continue reading “แนวสอนดี! ดู๋ สัญญา ให้ลูกชายฝึกงานช่วงปิดเทอม เรียนรู้ความลำบากกว่าจะหาเงินได้”

สูตรลดน้ำหนัก

“แช่น้ำอุ่น สูตรลดน้ำหนัก” ตามสไตล์ของคุณแม่ชาวญี่ปุ่น!

อยากสวยแต่ไม่มีเวลา ต้องลองสูตรนี้เลย ” สูตรลดน้ำหนัก ” สไตล์เร่งด่วนตามแบบฉบับของคุณแม่ชาวญี่ปุ่น!

 

 

ปัญหาหลัก ๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะลดน้ำหนักกันไม่สำเร็จก็คือ “มีเวลาส่วนตัวไม่มากพอ” เพราะไหนจะต้องทำงาน กลับบ้านมายังต้องมาทำหน้าที่แม่และภรรยาอีก จะให้มานั่งลดน้ำหนักนับแคลอรี่ก็ใช่เรื่อง แค่เวลาทานข้าวยังหาไม่ได้ จะแกว่งแขนซิทอัพละก็ยิ่งแล้วใหญ่ แล้วแบบนี้จะให้คุณแม่อย่างพวกฉันไปหาเวลาทำสวยตอนไหนกัน
ชีวิตของคนเป็นแม่ ถ้าไม่นับเรื่องงาน เวลาทั้งหลายก็มักจะหมดไปกับเรื่องของลูกแล้วก็ลูก กับสามียังไม่มีเวลาให้เลยบางที แต่วันนี้เรามีตัวช่วยลดน้ำหนักแบบคุณแม่ชาวญี่ปุ่นมาฝาก รับรองเลยค่ะว่า แค่ไม่กี่นาที ก็สามารถสวยและฟินได้! 
แต่ก่อนที่จะไปดู เรามาดูถึงสาเหตุที่ทำให้อดีตผู้หญิงหุ่นสวยไซส์ S อย่างเรา กลายเป็นผู้ใหญ่อวบอ้วนไซส์ L กันได้อย่างไร
สาเหตุที่ทำให้คุณแม่อย่างเราอ้วน ได้แก่
  1. การชอบรับประทานอาหารที่มีรสหวานรสมัน
  2. รู้สึกเสียดายอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งของลูก
  3. ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเครียด ก็ยิ่งรับประทาน
  4. น้ำหนักตัวหลังคลอด
5. รับประทานอาหารดึก

แช่น้ำอุ่น ลดน้ำหนักได้จริง ๆ หรือ อ่านต่อได้ที่นี่!

 

เปลี่ยน ” จากติดสินบนลูก ” เป็น ” ทำข้อตกลง ” กันเถอะ

ติดสินบนลูก เป็นเหมือนการให้กำลังใจลูกด้วยรางวัลหลอกล่อทางอ้อม เพื่อให้ลูกทำกิจกรรม หรือสนใจในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ลูกทำ ฯลฯ  แต่รู้ไหมว่าผลเสียที่เกิดขึ้นกับลูกนั้นได้มาไม่คุ้มเสียค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำในการช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องติดสินบนลูก เวลาที่อยากจะส่งเสริมให้เด็กๆ ทำอะไรที่เป็นผลดีต่อตัวพวกเขากันค่ะ

 

ติดสินบนลูก เป็นวิธีที่ดีจริงหรือ?

เชื่อว่ายังมีพ่อแม่หลายๆ ครอบครัวที่ใช้วิธี ติดสินบนลูก เวลาที่ลูกมีข้อต่อรองว่าจะทำนั่น ทำนี่ก็ได้ แต่พ่อแม่ต้องให้ของ เล่น ต้องพาไปเที่ยว ฯลฯ คือมีข้อแม้ของแลกเปลี่ยนตลอดกว่าจะยอมทำ หรือยอมไปโรงเรียน ซึ่งพ่อแม่ก็ใจอ่อนเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วเพื่อให้ลูกเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อและทำตามในเรื่องที่พ่อแม่วางแนวทางไว้ให้ลูก

แต่การที่พ่อแม่มีของมาแลกเปลี่ยนติดสินบนลูกทุกครั้ง หรือเกือบจะทุกเรื่อง นั่นไม่ใช่วิธีที่ดีต่อตัวเด็กทั้งในระยะสั้น และระยะยาวเลยค่ะ  เพราะเด็กจะมีข้อต่อรองกับพ่อแม่ทุกครั้ง

ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็เช่น

แม่ : น้องเกมครับ ช่วยถือขนมกล่องนี้เดินไปให้บ้านคุณยายที

ลูก : ถือขนมไปส่งบ้านยายได้ครับ แต่แม่ต้องให้ค่าเดิน 20 บาท

แม่ : เกมครับช่วยแม่ล้างจานหน่อยลูก

ลูก : แม่ต้องให้ 20 บาทก่อน แล้วถึงจะล้างจานครับ

นี่คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ กับที่บ้านที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของผู้เขียนเอง จนแซวขำๆ กันว่า “ไอลูก 20 บาท” คือไม่ว่าจะให้ทำอะไรจะต้องขอเงิน 20 บาทไว้เป็นประกันว่าถ้าทำให้แล้วจะต้องได้เงินนะ!

จนมานั่งคิดแก้ปัญหานี้ร่วมกันทั้งบ้านว่าจะทำยังไงให้น้องเกม เป็นเด็กที่อยากทำอะไรให้โดยที่ไม่ขอสิ่งแลกเปลี่ยน จนมาถึงบางอ้อว่า น้องเกมอายุยังน้อยเพิ่งจะ 5 ขวบเอง เราน่าจะสร้างความภูมิใจให้เขาได้ ไม่ใช่แค่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวตัดปัญหาความรำคาญลูกแล้วให้ในสิ่งที่ลูกขอเป็นการแลกเปลี่ยนกัน  นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ครอบครัวของน้องเกมใช้เพื่อปรับนิสัย และพฤติกรรม ซึ่งก็ได้ผลดีมากด้วยค่ะ นั่นก็คือ…

ดาวเด็กดี

เราเปลี่ยนจากการให้เงินน้องเกม มาเป็นการสะสมดาวเด็กดีแทนค่ะ โชคดีที่พ่อแม่ของน้องเกมเป็นคุณครูสอนศิลปะ  เด็ก เลยทำกิจกรรมนี้ออกมาได้ดึงดูดลูกมาก โดยทำทุกอย่างเหมือนปกติเพียงแต่เปลี่ยนจากการให้เงินมาเป็นการให้ลูก  สะสม ดาวแทน ซึ่งดาวเด็กดีเราให้น้องเกมสะสมเป็นเดือน แล้วก็เอามาดูกันว่าเดือนนี้กับเดือนที่แล้วเขาได้ดาวของการ  ทำความดี ไปกี่ดวง จากนั่นก็เป็นหน้าที่พ่อแม่ที่จะพูดให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในเรื่องที่เขาทำมาตลอดทั้งเดือน จำได้ว่าใน  ช่วงแรกๆ ไม่ ง่ายที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม นิสัยของน้องเกม แต่การมุ่งมั่น และความตั้งใจจริงของพ่อแม่และคนใน  ครอบครัว เป็นสิ่ง สำคัญมากจนุดท้ายก็สามารถเปลี่ยนลูกได้

ทุกวันนี้น้องเกมไม่เคยร้องขอสิ่งตอบแทนที่เป็นเงิน หรือของเล่นอะไรเลย แต่เราก็ไม่ได้ใจร้ายกับเขาซะทีเดียวนะคะ   เพราะทุกปิดเทอมก็จะพาเขาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาให้ประสบการณ์ชีวิตการเรียนรู้ที่แปลกใหม่กับเขาตลอดค่ะ

 

บทความแนะนำ คลิก >> กดดันเรื่องการเรียน ได้ผลเสียมากกว่าผลดี

ให้คำชมลูก คือรางวัลใหญ่

ลองเปลี่ยนจากการให้สินบนลูกตามสิ่งที่ลูกเรียกร้อง หรือตามที่พ่อแม่ชอบเป็นฝ่ายหยิบยื่นข้อแลกเปลี่ยนที่เป็นรางวัลจับ ต้องได้ให้ลูกเองก่อน มาเป็นการให้คำชมลูกทุกครั้งที่

  • ลูกทำการบ้านได้ด้วยตัวเอง
  • ลูกช่วยแม่ล้างจานเองโดยที่ไม่ได้ขอความช่วยเหลือ
  • ลูกทานข้าวหมดจานทุกมื้อ
  • ลูกใส่ถุงเท้ารองเท้าเองได้ ฯลฯ

การชมลูกก็คือการให้กำลังใจ ซึ่งถือว่าดีต่อตัวเด็กมากๆ ทุกครั้งที่ชมลูก ให้เพิ่มด้วยการกอด จับมือ จับไหล่ เฉยคางลูกเข้าไปด้วย การสัมผัสลูกช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยให้กับตัวลูกได้ดีอีกด้วยค่ะ

อ่านต่อ เปลี่ยนการติดสินบนมาเป็นข้อตกลงให้ลูก หน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

มะเร็งเต้านม มหันตภัยร้ายใต้ทรวงอก

7 เรื่อง มะเร็งเต้านม มหันตภัยร้ายใต้ทรวงอก ที่คุณยังไม่รู้

มะเร็งเต้านม มหันตภัยร้ายใต้ทรวงอก อย่างที่รู้กันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงอันดับต้นๆ มาพบ 7 เรื่องที่ควรรู้หากคุณยังรู้จักโรคนี้ไม่ดีพอ

7 เรื่อง มะเร็งเต้านม มหันตภัยร้ายใต้ทรวงอก ที่คุณยังไม่รู้!!

อย่างที่ทราบกันดีว่า มะเร็งเต้านม มหัตภัยร้ายใต้ทรวงอก สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน ที่ไม่ใช่แค่ว่าจะมีเปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเจ็บป่วยด้วยโรคเร็งเต้านมมาก่อนเท่านั้น เพราะปัจจุบันนี้ก็มีหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดมะเร็งขึ้นได้

 

บทความแนะนำ คลิก >> ใส่ชุดชั้นในนอน เสี่ยงเป็นมะเร็ง จริงหรือ?
มะเร็งเต้านม มหัตภัยร้ายใต้ทรวงอก
มะเร็งเต้านม มหัตภัยร้ายใต้ทรวงอก

ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม[1]

  • ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  • มีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านม โดยผู้ป่วยที่เกิดมะเร็งเต้านมขึ้นที่ข้างหนึ่งมีความเสี่ยง 3-4 เท่าในการที่จะเกิดก้อนมะเร็งขึ้นที่เต้านมอีกข้าง
  • มีประวัติการเป็นมะเร็งรังไข่ เนื่องจากการเป็นมะเร็งรังไข่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสฮอร์โมน จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
  • การกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 หรือ BRCA2 มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม และการมีประวัติมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ ในครอบครัวตั้งแต่อายุน้อย
  • การสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางเพศ โดยพบว่าการสัมผัสกับเอสโตรเจนเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม
  • ลักษณะของการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ความอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การได้รับรังสีในปริมาณสูง[1]

เห็นหรือไม่ว่า การเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงนั้นมาได้ได้จากหลายปัจจัย ซึ่งต่อให้เราดูแลสุขภาพร่างกายดีมากแค่ไหน ในบางคนก็ยังสามารถเจ็บป่วยด้วยมะเร็งเต้านมได้  ซึ่งนอกจากการดูแลเรื่องอาหาร สุขภาพ การออกกำลังกาย รวมถึงการพักผ่อนนอนหลับที่มีประสิทธิภาพแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยทั้งผู้หญิงที่เป็นแม่ หรือในผู้หญิงทั่วไป เพื่อเป็นการป้องกันและรู้ทันมะเร็งเต้านม จำเป็นอย่างมากที่ควรต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และที่พลาดไม่ได้คือการตรวจหามะเร็งเต้านม ที่ต้องบอกว่าสามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง หรือจะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจให้ก็ได้เพื่อความแม่นยำกันอีกครั้ง

8 ข้อเท็จจริงของมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้!!

ในผู้หญิงทุกคนการตรวจร่างกายเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ ซึ่งทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแนะนำให้กับผู้หญิงได้ตระหนักถึงสุขภาพกันให้มาก โดยเฉพาะเรื่องของมะเร็งเต้านม ว่าการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการค้นหาก้อนมะเร็งให้เร็วที่สุด นั่นก็เพราะหากมีการตรวจพบเร็ว ก็จะมีโอกาสในการรักษาให้หายขาด และลดอัตราเสี่ยงจากการเสียชีวิตมากขึ้นด้วย  ปัจจุบันทาง สปสช. ได้เปิดให้ลงทะเบียนตรวจคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม ในแอปฯ เป๋าตังฟรี สิทธิประโยชน์ดี ๆ แบบนี้ อีกทั้งยังได้ดูแลสุขภาพของผู้หญิงอย่างเรา ๆ ไม่ไปตรวจไม่ได้เสียแล้ว

บทความแนะนำ คลิก >> มะเร็งจอตา โรคฮิตอันดับ 3 ในเด็ก!! เช็กง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟน

การตรวจหา มะเร็งเต้านม
การตรวจหา มะเร็งเต้านม
  1. ในผู้หญิงที่อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรเรียนรู้การตรวจเต้านมด้วยตนเอง และตรวจเป็นประจำทุกเดือนตลอดชีวิต
  2. ในผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป นอกเหนือจากการตรวจเต้านมด้วยตัวเองแล้ว ควรเพิ่มการตรวจเต้านมกับแพทย์ อย่างน้อยทุก 3 ปี และเพิ่มเป็นทุกๆ ปี เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควบคู่กับการตรวจเอกซเรย์เต้านม
  3. ในผู้หญิงที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ทุกช่วงอายุจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมได้ทุกคน แต่ในผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไปจะมีความเสี่ยงในการเกิดมากขึ้น
  4. ในผู้หญิงช่วงอายุระหว่าง 50-55 ปี พบว่ามีโอกาสป่วยเป็นมะเร็งเต้านมสูงสุด
  5. ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม คือ อายุ พฤติกรรมการทานอาหาร ภาวะอ้วน ไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ชอบดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยทางพันธุกรรม
  6. ผู้หญิงควรมีการตรวจเต้านมตนเอง หลังจากประจำเดือนหมดไป 3-7 วัน และให้ตรวจในวันที่เดียวกันเป็นประจำทุกเดือน
  7. หากมีการตรวจพบก้อนเล็กๆ หรือสิ่งผิดปกติอื่นๆ ให้รีบไปพบคุณหมอทันที
  8. มะเร็งเต้านมหากพบว่าเป็นในระยะเริ่มต้น มีโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้[2]

พอจะทราบกันแล้วว่า มะเร็งเต้านมไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน นอกจากการหมั่นตรวจร่างกายประจำปี แล้วสาว ๆ ยังสามารถตรวจสอบร่างกายของตัวเองได้ในทุกๆ เดือน ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เพียงแค่ใช้ 3 นิ้วในการสัมผัสตรวจหาความผิดปกติของเต้านม โดยมีวิธีการอย่างไรนั้น อ่านต่อกันได้เลยไม่ยากอย่างที่คิด

ข้อมูลอ้างอิงจากhttps://praew.com/www.pobpad.com/www.phukethospital.com

อ่านต่อ>> สาว ๆ ควรรู้วิธีตรวจมะเร็งเต้านมเบื้องต้นด้วยตัวเอง และ 7 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ความปลอดภัยจากภัยอันตราย

รับมือดูแลเมื่อเกิดภัยกับลูกทุกสถานการณ์

คุณแม่ทั้งมือใหม่ และมือเก่าทุกคน ย่อมมีความกังวลสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องของความสะอาด เรื่องโรคภัย และเรื่อง ความปลอดภัยจากภัยอันตราย ต่างๆ รอบตัวลูกน้อย แม้ตอนนี้ทั้งครอบครัว จะระมัดระวังกันแทบทุกฝีก้าว แต่ลูกน้อยก็มีความซน และอยากเรียนรู้จึงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ

Continue reading “รับมือดูแลเมื่อเกิดภัยกับลูกทุกสถานการณ์”

สาเหตุการเสียชีวิต

15 สาเหตุการเสียชีวิตในเด็กอายุ 0-14 ปีทั่วโลก

จากข้อมูลการศึกษาที่ได้รวบรวมไว้เป็นระยะเวลา 50 ปีพบว่า การเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อนั้น ลดลงอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ สาเหตุการเสียชีวิต จากโรคติดเชื้อที่พบได้น้อยลงนี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ต้องพาลูกน้อยไปรับวัคซีนป้องกันโรคแต่อย่างใด

Continue reading “15 สาเหตุการเสียชีวิตในเด็กอายุ 0-14 ปีทั่วโลก”

ดูแลผิวผื่นภูมิแพ้ของลูกน้อย โดยปราศจากสเตียรอยด์

เด็กวัยทารกและเด็กเล็กมีโครงสร้างผิวที่ยังไม่แข็งแรง ทำให้เกิดการระคายเคือง แพ้ได้ง่ายมาก ซึ่งการมีผื่นภูมิแพ้ ผิวแห้ง แดง คัน เป็นผื่นของลูกน้อยอาจเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ และทางเลือกในการลดอาการผื่น คัน ของลูกน้อย ก็หนีไม่พ้นการใช้ สเตียรอยด์ เพราะสามารถลดอาการผื่นคันได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างที่คุณแม่รู้กันว่าการใช้สเตียรอยด์ ในเด็กก็มีข้อเสียหลายอย่าง แต่จะทำอย่างไรเพื่อลดอาการ  แพ้ และไม่ทำให้อาการกลับมาเป็นซ้ำอีก

เรามีคำแนะนำมาฝากไปดูพร้อมกันค่ะ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ผิวลูกน้อยเกิดการแพ้ระคายเคือง
อย่างที่รู้กันดีว่าโครงสร้างผิวของทารกนั้นยังไม่สมบูรณ์แข็งแรง จึงอาจทำให้ในชั้นผิวยังขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวที่จำเป็นต่อ การเสริมสร้างเกราะปกป้องผิว เช่น โอเมก้า-6 แฟตตี้ แอซิด ทำให้ผิวแห้ง เสียความชุ่มชื้นง่าย ผิวบาง ไวต่อปัจจัยกระตุ้น ต่างๆจากภายนอก นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายสาเหตุที่กระตุ้นให้ผิวลูกแพ้ นั่นคือ
– พันธุกรรม พ่อแม่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โอกาสที่ลูกจะเป็น ด้วยมีมากถึง 60-80%
– อากาศเปลี่ยนแปลงและมลภาวะ  ก็จะทำให้ผื่นกำเริบขึ้นได้
– แม่ทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ เช่น ไข่ นมวัว ถั่ว ฯลฯ มากเกินไปในขณะตั้งครรภ์
– การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าเด็กที่ไม่เหมาะสม มีสารเคมีที่อาจทำให้ผิวบอบบางระคายเคือง
– ผิวบางจากการใช้สเตียรอยด์ทาผิว สำหรับการใช้ยาประเภทสเตียรอยด์ควรอยู่ในการดูแลควบคุมจากแพทย์ผิวหนังเท่านั้น เพราะการใช้ยาชนิดนี้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน สามารถเกิดผลกระทบข้างเคียงที่จะทำให้ผิวของลูกบาง  สภาพยิ่งผิวแย่ลงได้ค่ะ

การดูแลผิวลูกเมื่อเกิดผื่นภูมิแพ้
คุณพ่อคุณแม่อาจเกิดคำถามว่าแล้วควรใช้ผลิตภัณฑ์อะไรกับผิวลูกที่จะช่วยลดอาการแห้ง แดง และผื่นได้โดยไม่ใช้สเตียรอยด์ ? จากผลการสำรวจของแพทย์ผิวหนังในประเทศไทย พบว่า 71% ของแพทย์ผิวหนังกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 150 คน แนะนำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในกลุ่มยูเซอริน โอเมก้า ให้คนไข้ เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กในที่มีผื่นภูมิแพ้ โดยยูเซอริน โอเมก้า สามารถใช้เพื่อรักษาอาการผื่นระยะรุนแรงน้อยถึงปานกลางเผื่อให้ผื่นสงบ โดยมีประสิทธิภาพเทียบเคียงกับสเตียรอยด์ และไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจากประกอบด้วยสารธรรมชาติอย่าง ลิโคชาลโคน เอ และโอเมก้า-6 แฟตตี้ แอซิด คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่คือ ให้ทาหลังทำความสะอาดผิวลูกเป็นประจำ เช้า-เย็น โดยสามารถใช้บำรุงผิว ร่วมกับการรักษาของแพทย์ได้อย่างปลอดภัย ปราศจากน้ำหอม สี และสารกันเสีย พาราเบน ปลอดภัยต่อผิวเด็กทารกมากค่ะ

ซึ่งปัจจุบันนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ยูเซอริน โอเมก้า ซูทติ้ง ครีม ได้ในร้านขายยาทั่วไป และโรงพยาบาล

การป้องกันผิวลูกน้อยไม่ให้ระคายเคือง เกิดผื่นภูมิแพ้ซ้ำ
การหลีกเลี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลให้ผิวลูกเกิดการแพ้ระคายเคืองนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเริ่มกันตั้งแต่ช่วงที่ คุณแม่ตั้งครรภ์ ที่ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานอาหารให้หลากหลายอย่างสมดุลกัน และควรลดการทานอาหารกลุ่ม เสี่ยงที่จะส่งผลให้ผิวลูกเกิดการแพ้หลังคลอดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไข่ ถั่วต่างๆ ขนมปัง ขนมเค้ก คุกกี้ นมวัว รวมทั้ง ผลิตภัณฑ์จากนมวัวต่างๆ เป็นต้น คือทานได้แต่ขอให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมที่ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป 

นอกจากนั้น แนะนำคุณแม่ดูแลเตรียมผิวลูกให้มีสุขภาพแข็งแรง ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน สี และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี ซึ่งอาจมีส่วนประกอบอย่าง เชีย บัทเทอร์ และ เด็กซแพนทีนอล  เพราะจะช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวบอบบางของลูกน้อยให้แข็งแรงขึ้น ลดการเกิดผื่นแพ้คัน และหลังทำความสะอาดผิวของลูกน้อยแล้ว ควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในกลุ่มยูเซอริน โอเมก้าอย่างต่อเนื่องแม้ผื่นสงบแล้ว เพื่อเสริมเกราะปกป้องผิวของลูกน้อย และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

ผิวลูกจะแข็งแรงมีสุขภาพดีได้ ต้องอยู่ที่การเตรียมผิว และปกป้องป้องผิวลูกอย่างถูกวิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายสุด คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความชุ่มชื้นต่อผิวเด็กที่ปลอดภัย ปราศจากสารเคมีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่นี่ : http://bit.ly/2sKZmsq

Tags

ลูกนอนกรน

หมอเตือน! ลูกนอนกรน! เสี่ยงพัฒนาการถดถอย

ลูกนอนกรน! ฟังดูธรรมดา แต่หารู้ไม่ว่า เสี่ยงพัฒนาการถดถอย อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการป่วยเป็น 5 โรคร้าย!

 

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่ “ลูกนอนกรน” ขอให้คุณพ่อคุณแม่อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะอาการดังกล่าว อาจส่งผลร้ายต่อพัฒนาการของลูก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอาการของ 5 โรคร้ายอีกด้วย!

คุณพ่อคุณแม่ทราบกันหรือไม่คะว่า ได้มีการศึกษาพบว่า 20% ของเด็กมีอาการนอนกรนนั้น 7-10% มีอาการนอนกรนทุกคืน และเด็กหลายรายที่นอนกรนนั้นมีสุขภาพดี แต่ประมาณ 2% พบว่ามีปัญหาในขณะหลับ  ส่วนใหญ่แล้วจะพบในเด็กที่มีอายุระหว่าง 2 – 6 ปี เพราะเด็กในวัยนี้จะมีต่อมทอมซิล และต่อมอะดีนอยด์ ที่ทำให้เกิดการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจ จนเกิดเป็นเสียงกรนที่มีผลกระทบโดยตรงทางด้านร่างกาย และพัฒนาการทางสมอง เด็กที่มีอาการหายใจลำบากขณะนอนนั้น อาจมีภาวะหยุดหายใจได้ในขณะหลับ หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA)

 โรคนอนหยุดหายใจชนิดอุดกั้น คืออะไร?

ในขณะที่ลูกกำลังนอนหลับ กล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่ตึงตัวและช่วยขยายทางเดินหายใจช่องคอจะหย่อนตัวลง ซึ่งภาวะดังกล่าวนี้เองที่ทำให้ทางเดินหายใจนั้นแคบลง แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหากับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวนั้น ทางเดินหายใจจะตีบแคบลง ทำให้หายใจได้ลำบากขึ้น ซึ่งสมองจะรับรู้ภาวะนี้และสั่งการให้เพิ่มแรงในการหายใจ และเจ้าสิ่งนี้เองที่จะไปกระตุ้นให้สมองตื่นตัวเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อช่องคอกลับมาตึงตัวและเปิดทางเดินหายใจอีกครั้งนึง โดยวงจรดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เป็นสิบ ๆ ถึงร้อยครั้งในแต่ละคืน ทำให้รบกวนการนอนหลับและส่งผลให้สมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอขณะที่กำลังนอนหลับ
อาการที่น่าสงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคดังกล่าวได้แก่
  • ให้ฟังและสังเกตเสียงกรนของลูกว่า เวลาที่เขาหลับแล้ว มีเสียงกรนแบบขาด ๆ หาย ๆ หรือมีการหยุดหายใจไปชั่วขณะบ้างหรือไม่
  • มีอาการสะดุ้งตื่นหลังเสียงกรน หรือเสียงกรนดังเฮื้อก คล้ายกับคนขาดอากาศหายใจ สังเกตว่ารอบริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำหรือไม่
  • ตอนช่วงกลางวัน เด็กมีอาการง่วงนอนเหมือนนอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย ซนมาก ปัสสาวะรดที่นอนบ่อย ๆ และพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยรวดเร็วบ้างหรือเปล่า
  • เหงื่อออกง่าย และหายใจเหนื่อยหอบตอนหลับ หน้าอกบุ๋ม คอบุ๋ม และท้องโป่ง

อ่านสาเหตุของการเกิดโรคได้ที่หน้าถัดไป


เครดิต: ศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สูตรผัวรักผัวหลง

10 สูตรผัวรักผัวหลง มัดใจสามีให้ดิ้นไม่หลุด!

พบกับ 10 สูตรผัวรักผัวหลง จากศรีภรรยาคนสวยของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศจีน ที่บอกเลยเจ๋ง! และเด็ดทุกข้อจริง ๆ

 

 

ก่อนที่เราจะไปดู สูตรผัวรักผัวหลง ที่ว่านี้ เรามาทำความรู้จักกับ “แจ๊ค หม่า” กันก่อนดีกว่าค่ะ

แจ๊ค หม่า คือใคร?

แจ๊ค หม่า เป็นคนเชื้อสายจีน เกิดที่เมืองหางโจว ด้วยความที่สมัยเด็ก ๆ เขาให้ความสนใจกับการศึกษาภาษาอังกฤษมากกว่าสิ่งอื่นใด ทำให้เขาสามารถเริ่มต้นอาชีพของเขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ในตอนนั้นเขาได้รับเงินเดือนเพียง 500 บาทเท่านั้น 
ด้วยวิสัยทัศน์ของแจ็ค หม่า เขาเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการไปเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเขาลองให้เพื่อนค้นหาสินค้าเป็นภาษาจีน ปรากฎว่าไม่พบผลการค้นหานั้น และนั่นคือช่องว่างที่ทำให้เขาสามารถก่อตั้งธุรกิจที่ยิ่งใหญ่นปี 1995 เขาก่อตั้งบริษัทไชน่าเยลโล่เพจเจส ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตแรกสุดในประเทศจีน หลังจากนั้นปี 1999 เขาได้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ด้วยวิสัยทัศน์ด้านอีคอมเมิร์ซ ต่อมาได้ขยายเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องออกไปเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นที่คนไทยรู้จักกันดีคือ Taobao.com นั่นเอง
และในปี 2012 ผลปรากฎว่า ได้มีธุรกรรมซื้อขายผ่าน Alibaba รวมทั้งสิ้น 1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท โดยแจ็ค หม่านำบริษัท Alibaba เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและทำสถิติ IPO ที่ระดมเงินได้สูงสุดในประวัติการณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐ ในวันแรกที่ซื้อขายมูลค่าบริษัท Alibaba พุ่งสูงถึงกว่า 200 พันล้านเหรียญ(6 ล้านล้านบาท) แซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ eBay ส่งผลให้เขากลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งคนใหม่ของประเทศจีนในทันที
แต่ใครจะไปคิดว่า ความสำเร็จของเขานั้น ก็มีภรรยาคนสวยอย่าง “จาง หยิง” คือหนึ่งขวัญและกำลังใจที่คอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเขาไม่เคยห่าง ทั้งคู่ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน และแต่งงานกันทีที่ศึกษาจบ โดยเธอได้เปิดเผยว่า 
“แจ็คหม่าไม่ใช่คนรูปหล่อเลย ออกจากขี้เหร่ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ฉันประทับใจในตัวเขาก็คือ เขาสามารถทำอะไรได้มากมาย  ในขณะที่ผู้ชายรูปหล่อทั้งหลายไม่สนใจจะทำ  ฉันไม่ได้ตัดสินใจผิด  ธุรกิจอาลีบาบาของเขากลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในธุรกิจโลกออนไลน์  ใคร ๆ ก็เรียกเขาว่า “เจ้าพ่อของการก่อตั้งธุรกิจ” สร้างความภูมิใจให้แก่ฉันเป็นอย่างมาก” 

อ่าน 10 ข้อเตือนใจบอกต่อภรรยาทุกคน ได้ที่นี่!


เครดิต: MThai

ป้อนข้าวลูกเวลาไหน

ป้อนข้าวลูกเวลาไหน เหมาะสมที่สุด!

ป้อนข้าวลูกเวลาไหน ถึงจะเหมาสมและดีที่สุดกับตัวลูกน้อย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้ เพราะหากป้อนอาหารเสริมที่นอกเหนือจากนมแม่ ให้ลูกผิดเวลา (ก่อนวัยอันควร) ก็อาจส่งผลร้ายกับลูกน้อยได้

Continue reading “ป้อนข้าวลูกเวลาไหน เหมาะสมที่สุด!”

อยากมีลูกเร็ว

อยากมีลูกเร็ว จังหวะและเวลาในการมีเซ็กส์ คือสิ่งสำคัญ!

อยากมีลูกเร็ว ๆ ทำไงดี …สำหรับคู่รักที่แต่งงานมาหลายปี แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะได้เป็นพ่อคนแม่คน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางครอบครัวที่ต้องการจะมีลูกและพยายามทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ
Continue reading “อยากมีลูกเร็ว จังหวะและเวลาในการมีเซ็กส์ คือสิ่งสำคัญ!”

เงินอุดหนุนบุตร

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด กับ เงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันอย่างไร?

เพราะเด็กคนหนึ่งเกิดมาต้องใช้เงินมากมาย ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบาลมอบ เงินอุดหนุนบุตร และเงินสงเคราะห์บุตร เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคุณแม่คุณพ่อในอีกทางหนึ่ง แล้วต้องทำอย่างไรถึงคุณแม่จะได้เงินนั้นมาใช้เลี้ยงลูก

Continue reading “เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด กับ เงินสงเคราะห์บุตร ต่างกันอย่างไร?”

ลูกติดมือถือ

พ่อแชร์มาตรการเจ๋ง! รักษา ลูกติดแท็บเล็ต จนหาย

เมื่อ ลูกติดแท็บเล็ต จนเริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว พ่อจึงต้องงัดไม้เด็ดขึ้นมารักษา จะเด็ดแค่ไหน ไปดูพร้อม ๆ กันค่ะ

 

คุณพ่อน้องจันทร์เจ้า ถึงขั้นทนไม่ไหว เมือลูกสาววัย 2 ขวบครึ่งเริ่มติดมือถือ จึงได้งัดมาตรการขั้นเด็ดขาดจนลูกหายได้สำเร็จ และนี่คือประสบการณ์ที่คุณพ่อ อยากแชร์ให้กับทุก ๆ ครอบครัว ผ่านเวปพันธิปชื่อดัง
ลูกติดแท็บเล็ต
เครดิตภาพ: Pantip
สาเหตุที่ผมไม่ให้ลูกสาวเล่นสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตนี่ต้องเล่าย้อนไปเมื่อราว 3 ปีก่อน ลูกน้อยยังซุกตัวอยู่ในท้องคุณแม่เป็นเดือนที่ 7 ครั้งนั้นผมมีโอกาสได้ติดรถรุ่นพี่คนหนึ่งไปทำงานที่ต่างจังหวัดด้วยกัน พี่เค้าเลยถือโอกาสพาลูกชายวัย 5 ขวบไปเที่ยวด้วย แต่เนื่องจากเรานัดกันเช้ามากหนูน้อยเลยถูกอุ้มจากเตียงมานอนต่อในรถ
เวลาผ่านไปราวชั่วโมงนึง เด็กน้อยก็ตื่นมาด้วยสีหน้างง ๆ ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนมาทำอะไร แต่คำแรกที่เค้าพูดขึ้นมาก็คือ
“พ่อ ไอแพดอยู่ไหน”
พ่อเด็กตอบกลับว่า “สวัสดีอาก่อนสิลูก”
เด็กน้อยสวนทันควัน “ไม่ เอาแท็บเล็ตมา”
พ่อเลยเริ่มดุ “เด็กไม่ดี พ่อไม่ให้หรอก”
แล้วเจ้าหนูน้อยก็เริ่มอาละวาดอยู่ที่เบาะหลัง ร้องไห้โวยวาย ทุบเบาะ พลางตะโกน “เอาแท็บเล็ตมา ๆ หนูเกลียดพ่อแล้ว พ่อไม่รักหนู…จอดรถเดี๋ยวนี้ หนูจะลงตรงนี้”
อาละวาดอยู่ได้สัก 2 นาที ตัวพ่อก็ใจอ่อนหยิบแท็บเล็ตส่งให้ เท่านั้นแหละกลายเป็นคนละคน นั่งเล่นเกม เปิด Youtube ดูการ์ตูน เงียบกริบจนผมนึกว่าหลานลงจากรถไปแล้ว
หลังจากที่เด็กน้อยได้แท็บเล็ตไปครอบครองเค้าก็ไม่วางมันอีกเลย ทั้งตอนจอดกินข้าวก็ต้องให้พ่อป้อนเพราะมือไม่ว่าง ทั้งระหว่างรอพ่อประชุมเป็นชั่วโมงก็ไม่มีเสียงบ่นสักแอะ…แท็บเล็ตนี่มันช่างวิเศษจริง ๆ
หลังเหตุการณ์นั้นไม่กี่วัน ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางจิตเวชเด็ก ผมเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอมาให้เธอฟัง คุณหมอถอนหายใจแล้วพูดกับผมว่า “พี่รู้ป่ะ วัน ๆ นี่หนูไม่ต้องทำอะไร นั่งบำบัดเด็กติดเกม ติดแท็บเล็ต มือถือนี่แหละ”
ลูกติดแท็บเล็ต
เครดิต Shutterstock
ในฐานะที่ผมเป็นว่าที่คุณพ่อผมจึงสนใจฟังเธอเป็นอย่างมาก ขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ เท่าที่พอจะจำได้ว่า
1. เด็กมักจะสมาธิสั้น เพราะแท็บเล็ตสามารถตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วดั่งใจ เพียงปลายนิ้วสัมผัส อยากเปลี่ยนเกม อยากเปลี่ยนไปดูการ์ตูนตอนอื่น เรื่องอื่น เพียงลากนิ้วเบา ๆ ก็ได้ดั่งใจแล้ว เด็ก ๆ จึงไม่ได้เรียนรู้การรอ การตั้งใจดูหรือเล่นอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ
2. เด็กมักก้าวร้าว อันนี้ขึ้นกับว่าเล่นเกมที่มีความรุนแรงเกินวุฒิภาวะรึเปล่า เด็กมักจะจดจำสิ่งที่ตัวละครในเกมทำไปเล่นในชีวิตจริงบ้างโดยลืมไปว่า คนจริง ๆ นั้นเจ็บได้ เสียใจได้ ตายได้ และไม่สามารถกดรีเซ็ทได้เหมือนในเกม ส่วนที่ก้าวร้าวอีกแบบคือ ติดเกมมากจนแสดงออกแบบก้าวร้าวเพื่อให้ได้เล่นเกม แล้วผลที่ได้คือพ่อแม่ก็ยอมให้เล่น เด็กจึงจำว่าต้องก้าวร้าวแล้วจะได้เล่น
3. เด็กมักจะเก็บกด หมกมุ่น และขาดการปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เข้าหาใครไม่เป็น ผูกสัมพันธ์กับคนอื่นไม่เป็น เพราะขาดการเรียนรู้กระบวนการเหล่านี้ เนื่องจากเกมและแอ็พต่าง ๆ ไม่ได้สอน
ผมตั้งใจฟังคุณหมอเล่าแล้วก็ตั้งปฎิญาณตนเลยว่าจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับครอบครัวเราเด็ดขาด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลูกน้อยของเราโตขึ้นทุกวัน ๆ แม้ว่าตัวผมกับภรรยาจะไม่ได้ให้ลูกเล่นมือถือ แท็บเล็ต แต่เรานี่แหละที่ใช้มันให้ลูกเห็นทุกวัน จนวันนึงเค้าก็เอ่ยปากขอว่า “หนูอยากดูเอบีซียูทูปค่ะ” แล้วเราก็เปิดให้เค้าดูเพราะหวังว่าการฟังเพลงภาษาอังกฤษนั้นจะเป็นประโยชน์กับเด็ก
แล้วเด็กน้อยก็เริ่มขอดูทุกคืนก่อนนอน ยิ่งนับวันยิ่งขอดูบ่อยขึ้นถี่ขึ้น เล่นโทรศัพท์เป็นมากขึ้น เริ่มกดเลือกเพลงเองเป็น กดหยุด กดเปลี่ยนเพลงเป็น จนผมเริ่มรู้สึกว่าเด็กน้อยเริ่มติดมันเข้าแล้ว
ผมจึงเป็นฝ่ายเริ่มคุยกับภรรยาอย่างจริงจังเพื่อออกมาตรการหักดิบ ด้วยการงดเล่นโทรศัพท์ให้ลูกเห็น ห้ามลูกจับโทรศัพท์และแท็บเล็ตของพ่อกับแม่เด็ดขาด ไม่ว่าลูกจะขอร้อง อ้อนวอน หรือร้องไห้โวยวายก็ห้ามใจอ่อน
                                                    คลิก! อ่านต่อมาตรการของคุณพ่อ

กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน

กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน ช่วยให้สุขภาพดี

กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน การรักษารูปร่างให้สวยแข็งแรง เป็นเรื่องที่คุณแม่หลังคลอดอยากทำกันมาก แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าต้องให้นมลูก ซึ่งก็ถูกต้องแล้วช่วงให้นมลูกไม่ควรงดอาหารกันนะคะ แต่ถ้าอยากผอมสวยสุขภาพดีแบบไม่ต้องเสียสุขภาพ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำการ กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน มาฝากคุณแม่กันค่ะ

 

กินน้ำถูกวิธี ลดความอ้วน : ประโยชน์ของน้ำต่อร่างกาย

ร่างกายของเราทุกคนประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 60-75 % และน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญที่ร่างกายจะขาดไม่ได้รองมาจากออกซิเจน หรืออากาศที่เราใช้หายใจกันในทุกๆ วัน  โดยธรรมชาติแล้วร่างกายจะใช้พลังงานจากอาหารที่ร่างกายสะสมไว้ ในกรณีที่เกิดขาดแคลนอาหาร หรืออดอาหาร ทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้เป็นสัปดาห์ แต่ถ้าไม่ได้ดื่มน้ำแค่ 1-2 วัน ทำเอาร่างกายแย่กันเลยค่ะ

 

น้ำมีความสำคัญต่อระบบการย่อยอาหาร สารอาหารจากอาหารที่ทานกันในทุกวัน เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะต้องละลายน้ำก่อนจึงจะผ่านเยื่อบุลำไส้เข้าสู่ร่างกายตามกระแสโลหิต และหลอดน้ำเหลืองได้อย่างสมบูรณ์  และน้ำก็ยังช่วยในการขับถ่ายของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการใช้ออกจากร่างกาย  แล้วก็ยังช่วยในการรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายด้วยค่ะ  นอกจากนี้น้ำยังมีประโยชน์กับร่างกายอีกหลายอย่าง คือ

  1. ช่วยลดการเกิดกลิ่นปาก
  2. ช่วยในการย่อยอาหาร
  3. ช่วยลดอาการท้องผูก
  4. ช่วยให้สมองทำงานได้ดี
  5. ช่วยรักษาสุขภาพไตให้แข็งแรง
  6. ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไต
  7. ช่วยให้ดวงตาดูสดใส มีชีวิตชีวา
  8. ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  9. ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่
  10. ช่วยให้สุขภาพผิวดูมีน้ำมีนวลสดใส
  11. ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย
  12. ช่วยลดอาการการปวดศีรษะและไมเกรน
  13. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลในร่างกาย
  14. ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีประสิทธิภาพ

 

อ่านต่อ >> “ควรดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับความต้องการ” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

การโกยนม

10 เทคนิค ” การโกยนม ” ให้อึ๋ม เด้งดึ๋ง ไม่แพ้สาวแรกรุ่น!

อยากอึ๋ม อยากเปลี่ยนจากคัพเล็กให้เป็นคัพใหญ่ ต้องนี่เลยกับ 10 เทคนิค “การโกยนม ” ที่แม่ ๆ ไม่ควรพลาด!

 

 

นอกจากผู้หญิงจะต้องมีหน้าตาเป็นอาวุธแล้ว หน้าอกหน้าใจ ก็ต้องอึ๋มใหญชวนให้น่ามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณสามีของเรา ที่ชอบมักจะบ่นว่า ๆ เราเป็นคุณแม่คัพ A บ้าง นมไซส์เด็กอนุบาลบ้าง ทำเอาคุณแม่อย่างเราสูญเสียความมั่นใจกันไป แต่วันนี้นี่แหละค่ะ ที่เราจะมาเนรมิตหน้าอกหน้าใจของเราให้อึ๋มด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที!

คุณแม่ ๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมผู้หญิง ถึงจะต้องมีหน้าอก!กันด้วย

และนี่คือ คำตอบที่เราได้เตรียมเอาไว้ให้ค่ะ

เพราะธรรมชาติสร้างเราให้เกิดมาเป็นแม่ของลูก  ภายในหน้าอกของเรานั้น อุดมไปด้วยต่อมและเนื้อเยื่อไขมันมากมายระหว่างชั้นของผิวหนัง และผนังช่องอก โดยเนื้อเยื่อไขมันนี้เองค่ะ ที่เป็นตัวกำหนดขนาดและรูปร่างของหน้าอกผู้หญิงเรา ทั้งนี้ ในเต้านมนั้น ยังประกอบไปด้วยเส้นเลือดมากมาย รวมทั้งต่อมน้ำนมและท่อต่าง ๆ ที่สามารถขยายขึ้นได้ในช่วงที่มีการตั้งครรภ์

ผิวบริเวณนอกจะทำหน้าที่พยุงกล้ามเนื้อหน้าอกทั้งหมดระหว่างกล้ามเนื้อคอไว้ เพื่อไม่ให้หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงโลก

เช็ค! ทุกวันนี้ใส่บราถูกขนาดกันอยู่หรือเปล่า?

  1. เริ่มจากการนำสายวัดมาวัดรอบลำตัวเหนือหน้าอก ลอดใต้วงแขนให้แน่นและสามารถหายใจได้ปกติกันก่อน
  2. ให้หน่วยวัดเป็น “นิ้ว” นะคะ ถ้าได้เลขคี่ก็ให้ปัดไปเป็นเลขคู่ และให้ยึดตามตัวเลขนั้นเช่น วัดได้ 31 ก็ให้นับเป็น 32 เป็นต้น
  3. ใช้สายวัด ๆ รอบจุดที่นูนที่สุดของหน้าอก โดยให้วัดหลวม ๆ และหายใจได้ปกติ หน่วยวัดเป็นนิ้วเช่นกัน
  4. หลังจากที่ได้ขนาดของหน้าอกแล้วก็ให้เริ่มหาขนาดของคัพของตัวเองว่า อยู่ในคัพอะไรกันแน่ ยกตัวอย่างเช่น รอบอกวัดได้ 34 นิ้ว รอบลำตัววัดได้ 32 นิ้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ มีขนาดคัพ B โดยการวัดนั้นให้นำเอาผลลัพธ์ของรอบอกกับรอบลำตัวมาลบกัน หากพบว่า
    • ผลต่างมีค่าต่างกัน 1 นิ้วหรือน้อยกว่านั้น แสดงว่าหน้าอกจัดอยู่ในคัพ A
    • ผลต่างมีค่าเท่ากับ 2 นิ้ว แสดงว่าหน้าอกจัดอยู่ในคัพ B
    • ผลต่างมีค่าเท่ากับ 3 นิ้ว แสดงว่าหน้าอกจัดอยู่ในคัพ C
    • ผลต่างมีค่าเท่ากับ 4 นิ้ว แสดงว่าหน้าอกจัดอยู่ในคัพ D

อ่านเทคนิคการโกยนมได้ที่หน้าถัดไป


เครดิต: Pooyingnaka

ขมิบก้น

อยากฟิต อยากแซ่บเวอร์! การ ” ขมิบก้น ” ช่วยคุณได้

อยากเพิ่มความแซ่บให้กับชีวิตรักบนเตียง อย่าลืม “ขมิบก้น” ทุกวัน ๆ ละ 20 นาที!!

หนึ่งในปัญหาที่ทำเอาคนเป็นแม่อย่างเราหนักอกหนักใจก็คือ ปัญหาช่องคลอดหลวม ปัสสาวะเล็ด และจิ๋มเรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะปฏิบัติภารกิจกับสามี เพราะงานนี้นอกจะอายจนเอาหน้ามุดผ้าห่มไม่ทันแล้ว ยังเล่นเอาหมดอารมณ์กันไปตาม ๆ กันอีกด้วย แล้วแบบนี้จะมีวิธีการบริหารหรือช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่ อยากรู้ไปอ่านบทความนี้กัน

มาทำความรู้จักกับอุ้งเชิงกรานกันก่อน!

พื้นอุ้งเชิงกรานนั้นประกอบขึ้นด้วย เส้นใยกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีรูปร่างเป็นแผ่นบาง ๆ ที่ขึงอยู่ใต้กระดูกเชิงกราน โดยด้านหน้ายึดติดกับกระดูกหัวหน่าว และด้านหลังยึดติดกับกระดูกสันหลังส่วนใต้กระเบนเหน็บหรือก้นกบ

ขมิบก้น
เครดิตภาพ: CMU

 

หน้าที่ของกล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกราน

  • หดรัดตัวเมื่อคุณไอ จาม หรือออกแรงเบ่ง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัสสาวะเล็ดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • ช่วยพยุงอวัยวะในช่องท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณอยู่ในท่ายืน
  • ช่วยปกป้องอวัยวะในอุ้งเชิงกรานจากความเสียหายภายนอก
  • ช่วยยึดอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น กระเพาะปัสสาวะ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  • ช่วยควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ ลม และการเคลื่อนไหวของลำไส้
  • มีบทบาทหน้าที่ทางเพศขณะมีเพศสัมพันธ์ กล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานจำเป็นต้องแข็งแรงและมีความตึง หรือกำลังที่ เพียงพอเหมือนเช่นกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆของร่างกาย จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานอ่อนแรงเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

  1. ใช้งานน้อยเกินไป กล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานต้องการการบริหารเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและทำงานได้ดี ฉะนั้น หากปราศจากการบริหารก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวนั้นอ่อนล้าได้
  2. การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร อาจส่งผลทำให้กล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานได้รับความเสียหาย
  3. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในสตรีวัยหมดระดู อาจมีส่วนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลงได้ แต่บทบาทด้านนี้ของฮอร์โมนยังคงมีข้อโต้แย้งกันอยู่
  4. วัยที่สูงมากขึ้น ทำให้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง
  5. กล้ามเนื้อเสียหายจากการออกแรงเบ่งมากเป็นประจำเนื่องจากท้องผูก มีภาวะไอเรื้องรัง หรือโรคอ้วน เป็นต้น

จะเกิดอะไรขึ้นหากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแอ คลิก!

ปราบลูกเกรี้ยวกราด

บันได 6 ขั้น ช่วยพ่อแม่ ปราบลูกเกรี้ยวกราด

ปราบลูกเกรี้ยวกราด อย่างไรดี? ปัญหาหนักใจของพ่อแม่ที่ต้องเจอกันอยู่บ่อยๆ ก็คือเวลาที่ลูกเอาแต่ใจมากไป จนบางครั้งก็แสดงพฤติกรรมไม่น่ารักออกมา ไม่ว่าจะเป็นการกรีดร้อง ชอบโวยวาย ไม่ยอมจะต้องให้ได้เดี๋ยวนี้ตอนนี้ ฯลฯ พ่อแม่เห็นแล้วเครียดเลยใช่ไหมคะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการปราบลูกมาให้ทราบค่ะ

 

ปราบลูกเกรี้ยวกราด

ก่อนที่จะไปพบกับวิธี ปราบลูกเกรี้ยวกราด เราในฐานะพ่อแม่มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า พฤติกรรม อารมณ์ร้ายๆ เกรี้ยวกราดที่ลูกแสดงออกมานั้น คืออะไรกัน…

อาการเกรี้ยวกราด รุนแรง หรือที่เรียกว่า Tantrum สามารถที่จะเกิดขึ้นได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 1-4 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงวัยที่ยังควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองยังไม่ได้ดีพอ พ่อแม่ ผู้ปกครองเด็กในอีกหลายๆ ครอบครัว อาจกำลังสงสัยว่าถ้าเด็กๆ จะแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักออกมานั้น ลักษณะอาการแบบไหนที่ถือว่าใช่อาการของ Tantrum กันบ้าง

เพื่อให้เข้าใจกันง่ายมากขึ้น ลองสังเกตอาการที่ลูกแสดงออกมาดังนั้นนี้กันค่ะ นั่นคือ…

– ร้องไห้แหกปาก ร้องกรี๊ด หวีดร้อง ตะโกน

– ทำหลังแอ่นงอ ตัวแข็งเกร็ง ลงไปนอนดิ้นพราดๆ ชักดิ้นชักงอ ร้องกลั้นหน้าเขียว

– เตะ ตี กัด ข่วน ดึงผม ชก เอาหัวโขก ผู้อื่น

– กัดตัวเอง ข่วนตัวเอง ดึงผมตัวเอง เอาหัวตัวเองโขกพื้น โขกกำแพง

– ทำข้าวของให้เสียหาย โดยตั้งใจ[1]

 

บทความแนะนำ คลิก >> พ่อหนุ่มเผย!“น้องมายู” ดื้อจนรับมือไม่ไหว ต้องพาพบจิตแพทย์ (มีคลิป)

เด็กๆ ที่บ้านเป็นอาการแบบนี้กันอยู่บ้างหรือเปล่าคะ ถ้ามีหนึ่งในอาการเหล่านี้ ลูกยังเล็กอยู่ค่ะ ให้รีบปรับแก้ไขพฤติกรรมของพวกกันนะคะ เพราะไม้อ่อนยังดัดง่าย แค่พ่อแม่ต้องรู้วิธีที่จะจัดการกับลูกให้ถูกต้องเหมาะสม ก็จะช่วยให้ลูกๆ กลายเป็นเด็กน่ารักสำหรับพ่อแม่ รวมถึงคนรอบข้างก็จะรักและเอ็นดูค่ะ  

อ่านต่อ ลูกเกรี้ยวกราดจัดการด้วยบันได 6 ขั้น หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ละสายตาจากลูก

เมื่อแม่ ละสายตาจากลูก ทำให้ของเล่นทับจนเสียชีวิต!

อีกหนึ่งอุทาหรณ์เตือนใจ! ของผู้ปกครองหลาย ๆ คน ที่ชอบประมาทด้วยการ ละสายตาจากลูก เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียเพียงแค่เสี้ยววินาที!

 

 

คุณพ่อคุณแม่คะ ทราบหรือไม่คะ อีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตของเด็ก ๆ นั้นเกิดจาก การที่คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ปกครองนั้นละสายตาจากลูก และวัยที่เกิดเหตุบ่อยที่สุดก็คือ เด็กที่อยู่ในวัยเตาะแตะและวัยกำลังซน

จริงอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองอาจจะคิดว่า ลูกหลานโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ หรือแม้แต่ความคิดที่ว่า สถานที่ ๆ ลูกกำลังเดินหรือเล่นอยู่นั้นปลอดภัยแล้ว แต่ความคิดเช่นนั้น ถือเป็นความประมาทที่น่ากลัวและอันตรายต่อชีวิตของเด็ก ๆ มากที่สุดจริงเลยละค่ะ

เช่นเดียวกับคลิปที่เรานำมาฝากในวันนี้ เป็นคลิปที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในเมืองเฉินตูของประเทศจีน ที่คุณแม่พาลูกไปเที่ยวในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยที่ผู้เป็นแม่นั้นเลือกที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าลูกชายของตัวเอง ที่มีอายุประมาณ 1 ปี

และด้วยความไร้เดียงสาของหนูน้อย ก็รู้สึกสนใจกับของเล่นที่อยู่ตรงหน้า จึงพยายาบแอบปีนขึ้นไปบนเครื่องเล่นรถไฟหมุนหยอดเหรียญที่กำลังทำงานอยู่นั้น ทับร่างของหนูน้อยจนเสียชีวิต!!

และจากคลิปดังกล่าว ก็จะเห็นได้ว่า ผู้เป็นแม่นั้นยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายตัวเองเลยเสียด้วยซ้ำ!

ชมคลิปที่ว่านี้ได้ที่หน้าถัดไปเลยค่ะ