ติดจอ

ติดจอ เล่นสมาร์ทโฟนหนัก เสี่ยงภัยทางสายตา

ในยุคของโลกดิจิตอล ทุกๆ คนต่างก้มหน้าก้มตาจ้องอยู่แต่กับสมาร์ทโฟน แท็บเลต และทีวีดิจิตอล หลายคนเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดคุยกับคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆ ในยุคปัจจุบันที่เป็นโรค ติดจอ จนบางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหา ปวดคอ และส่งผลต่อปัญหาสายตา ทำให้สายตาล้าเรื้อรัง

Continue reading “ติดจอ เล่นสมาร์ทโฟนหนัก เสี่ยงภัยทางสายตา”

พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อลูกเจอ “ฉากโป๊ในทีวี”

คุยกับลูกเรื่องเพศ อย่างไรดี เมื่อลูกเจอ “ฉากโป๊ในทีวี”

Q :แอบได้ยินลูกคุยกับเพื่อนเรื่องเพศ เรื่องเซ็กส์ ตกใจมากๆ เลยค่ะ เพราะเรามองว่าเขายังเด็กมาก เราควรห้ามเขาหรือสอนเขาดีคะ คือที่บ้านไม่เคยพูดเรื่องพวกนี้มาก่อน จะเริ่ม คุยกับลูกเรื่องเพศ อย่างไรดีคะ

มี 2 เรื่องที่ควรทราบ หนึ่ง ไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะสนใจและพูดคุยกันเองเรื่องนี้ ทั้งนี้ยังไม่นับว่าอีกไม่นานนักเขาก็จะเข้าไปดูเว็ปโป๊ระดับ XXXX ได้ด้วยตนเอง หรือดูเป็นหมู่คณะกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

เมื่อเราทราบความจริงเช่นนี้แล้ว ก็ไม่ต้องตกใจที่ได้ยินลูกพูดกัน เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยรุ่น ไม่ควรห้าม เพราะจะไม่มีวันสำเร็จ และเขาจะหลบไปพูดกันที่อื่นไม่ควรสั่งสอนตรงๆ เพราะที่จริงแล้ว พ่อแม่ส่วนมากก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเราจะสอนอะไร เมื่อพูดอะไรออกไปก็มาจากทัศนคติของตนเองเสียมากกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะสอน

สอง คือไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะมีเพศสัมพันธ์ในวันหนึ่ง ไม่ก่อนแต่งก็หลังแต่ง ถึงตอนนั้นเราห่วงอะไร ห่วงเรื่องรักนวลสงวนตัว ห่วงเรื่องติดเชื้อ ห่วงเรื่องตั้งครรภ์ ห่วงเรื่องลุ่มหลงมัวเมาไม่เป็นอันเรียนหนังสือให้จบ คุณพ่อคุณแม่ควรตอบข้อนี้ให้ได้ว่าห่วงอะไรกันแน่

คุยกับลูกเรื่องเพศ

 

เวลาเลี้ยงลูก ห่วงเฉพาะที่คอขาดบาดตายจริงๆ ก็พอ

ถ้าเรื่องนี้คุยกันรู้เรื่อง เรื่องอื่นๆ มักจะเป็นเรื่องขี้ผงที่เขาคืนกำไรให้เราเองโดยไม่ต้องบอก เมื่อแน่ใจแล้วว่าเราจะสอนอะไร ก็หาเวลาที่เนียนๆ เวลาที่เนียนๆ คือเวลาที่มีเหตุการณ์บางอย่างบนหน้าหนังสือพิมพ์ ในทีวี หรือดราม่าในโซเชียลมีเดียที่เขาคุยๆ กัน

เวลามีฉากโป๊ปรากฏขึ้นบนทีวีต่อหน้าต่อตา มีข่าวคาวในวงการบันเทิง พาดหัวข่าวระทึกใจบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ คือเวลาที่พ่อแม่ชวนคุยได้ มิใช่ตั้งหน้าตั้งตาสอน แต่สามารถพูดได้ว่าเราห่วงอะไร ควรพูดให้ตลกขบขัน ไม่ซีเรียส พุ่งเป้าไปที่ฉากวาบหวามในทีวีหรือข่าวคาวโลกีย์บนหน้าหนังสือพิมพ์ อย่าด่าใคร ลูกๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นจะไม่ชอบ

พูดว่าระวังติดเชื้อนะ ระวังลืมถุงยางอนามัยนะ ระวังลืมกินยาคุมกำเนิดด้วยนะ ระวังตั้งท้องนะ อะไรประมาณนี้ เตือนคนในข่าวให้ระวัง “บอกแล้วไม่เชื่อ” อะไรทำนองนี้ แล้วแต่พ่อแม่จะทำให้สนุก

ทำซ้ำๆ ของแบบนี้ไม่มีใครเข้าหูในครั้งเดียว

banner300x250

อ่านต่อ บทความน่าสนใจ คลิก

Kid safety พ่อแม่หรือคุณครูสอนเพศศึกษาแก่เด็กอย่างไรจึงเหมาะสม?

ลูกอยากรู้เรื่องเพศ พ่อแม่ต้องพร้อมคุย


เรื่องโดย :  นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

วิธีกำจัดยุง

วิธีกำจัดยุง ป้องกันไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

ไข้เลือดออก และไวรัสซิกา เป็นโรคที่เกิดจากยุงลาย ซึ่งเป็นได้ทั้งครอบครัว และเป็นอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก Amarin Baby and Kids จึงมีวิธีในการป้องกัน และ วิธีกำจัดยุง ให้ได้ผล ป้องกันทุกคนในครอบครัว จากความเสี่ยงของโรคติดต่อให้ปลอดภัยกันค่ะ

Continue reading “วิธีกำจัดยุง ป้องกันไข้เลือดออก และไวรัสซิกา”

ควบคุมลูกมากเกินไป คุณเป็นพ่อแม่แบบนี้บ้างหรือเปล่า?

พ่อแม่มีหน้าที่ในการอบรมสั่งสอน และเลี้ยงดูให้ลูกน้อยเติบโตแข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ แต่ก็ยังมีพ่อแม่บางคนที่ ควบคุมลูกมากเกินไป จนทำให้เกิดผลเสียตามมา สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู และทัศนคติของพ่อแม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนั่นคือสิ่งบ่งบอกว่าลูกโตมาเป็นคนเช่นไร

Continue reading “ควบคุมลูกมากเกินไป คุณเป็นพ่อแม่แบบนี้บ้างหรือเปล่า?”

พ่อแม่คือคนสำคัญที่ส่งเสริมการเล่นให้ลูก

”การเล่นคือเครื่องมือการเรียนรู้ชิ้นแรกของมนุษย์ เด็กได้เล่นหมายถึงเขาได้สำรวจโลก เมื่อโตขึ้นโลกกว้างมากขึ้น เด็กได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด” ดร. เกษม นครเขตต์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเรื่องการเล่นและประโยชน์ที่เด็กๆจะได้รับ แถมยังมีตัวอย่างกิจกรรมง่ายๆ ที่พ่อแม่ก็ทำร่วมกับลูกได้ด้วยค่ะ

 

 ประโยชน์ของการเล่น ไม่ใช่ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น

พ่อแม่หลายคนยังคงมองว่าการเล่นของเด็กๆ เป็นเรื่องไร้สาระ หรือใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ที่จริงแล้วการเล่นนั้นให้ประโยชน์ทางตรงกับเด็กๆ มากมายโดยเฉพาะ

  1. พัฒนาการทางด้านสติปัญญา ในขณะที่เด็กเล่น เขาจะสัมผัสสิ่งที่เขาเล่น สัมผัสสิ่งแวดล้อม เกิดการเรียนรู้ว่ามันคืออะไร รู้ว่าร้อน เย็น ใกล้ ไกล สูงหรือต่ำ ฯลฯ และเด็กก็จะสังเคราะห์และวิเคราะห์ว่าตัวเองทำได้แค่ไหน อะไรยากง่าย นั่นคือการเรียนรู้ด้านปัญญา สมองของเด็กจะได้รับการกระตุ้นให้ทำหน้าที่ในการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ จดจำเข้าใจ ถ้าเด็กขาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้หรือได้เล่น สมองก็จะไม่พัฒนา
  2. พัฒนาการทางด้านคุณธรรมจริยธรรม เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องการให้และการรับไปโดยธรรมชาติ เพราะเมื่อเด็กเล่นเขาจะได้รับสิ่งที่คนอื่นให้กับเขา เช่น ให้ของเล่น ให้โอกาสเล่น ให้พื้นที่ ให้เวลา แม้กระทั่งให้อภัยในขณะที่เล่นรุนแรงหรือทำให้เพื่อนเจ็บโดยไม่ได้ตั้งใจ และเมื่อเด็กได้รับสิ่งเหล่านี้เขาก็จะตอบสนองกลับ เพราะฉะนั้นคุณธรรมจริยธรรมเด็กจะเรียนรู้จากการเล่น ไม่ใช่การเรียนในห้องเรียน ถึงวิชาพุทธศาสนาสอนคุณธรรมจริยธรรมเด็กได้ แต่ความซื่อสัตย์ ความเอื้ออาทร มันเกิดขึ้นจากโอกาสที่เขาได้เล่นและสัมผัสด้วยตัวเอง
  3. พัฒนาทักษะทางกาย ข้อนี้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ซึ่งถ้าเด็กได้เล่นเขาจะได้รับประโยชน์ทางร่างกายแน่นอน การเล่นทำให้เด็กได้ออกกำลังกาย ร่างกายแข็งแรง สำหรับเด็กเล็กจะได้พัฒนาเรื่องการเดิน การวิ่ง กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี

อ่านเรื่อง “พ่อแม่คือคนสำคัญที่ส่งเสริมการเล่นให้ลูก” คลิกหน้า 2

Q&A “พ่อแม่ทะเลาะกัน” ลูกจะฝังใจจากเหตุการณ์นี้ไหม?

Q วันนั้นทะเลาะกับสามี มีการเถียงกันค่อนข้างรุนแรง และขว้างปาของใส่กัน แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก แล้วลูกมาเห็นพอดี ลูกดูตกใจมาก ตั้งแต่วันนั้นเราทั้งคู่รู้สึกผิดมาก ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรดีค่ะ เขาจะฝังใจจนมีปัญหาอะไรไหม

มีแน่นอน ไม่มากก็น้อย ต่อไปก็ไม่ทำอีก

ขึ้นกับว่าลูกอายุเท่าไร หากเป็นลูกเล็กก่อน 3 ขวบ จะกระทบความสามารถในการไว้วางใจโลกและผู้คน (trust) พัฒนาการอาจจะช้าลงชั่วคราว หรือถดถอยกลับไปบ้าง เช่น เคยไม่ฉี่รดที่นอนก็ฉี่รดที่นอน เคยไม่พูดโกหกก็เริ่มพูดโกหก

หากอายุ 4-5 ขวบ จะกระทบพัฒนาการทางเพศ (psychosexual development)

เขาไม่มั่นใจว่าอยากเป็นเพศอะไรดี ดุร้ายกันจัง

หากอายุ 6-10ขวบ เขาจะโทษตนเอง จับเรื่องหนึ่งผูกเข้ากับเรื่องพ่อแม่ทะเลาะกัน

แล้วสรุปว่าเขาเป็นต้นเหตุ จะรู้สึกผิด (guilty feeling) เริ่มมีพฤติกรรมระงับความรู้สึกผิดที่ก่อตัว เช่น ขโมยของ หนีโรงเรียน ลองเสพยา เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ผล ขโมยของตามห้างก็แล้ว ปีนรั้วโรงเรียนก็แล้ว สูบบุหรี่ก็แล้ว ยังไม่หายรู้สึกผิด ก็จะเข้าสู่อารมณ์เศร้าเต็มรูปแบบ อาจจะแสดงออกว่าเศร้าหรือปรารถนาที่จะตาย หรือแสดงออกด้วยพฤติกรรมเกเรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Sad child from this father and mother arguing family negative concept.

 

หากคุณพ่อคุณแม่เผลอไปครั้งเดียวไม่ได้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้หรอกครับ ไม่ต้องห่วง แต่จะให้ผมพูดว่าไม่เป็นไรพวกเราก็ทำซ้ำอีก ครั้นเขียนออกไปให้หมดความก็จะหวั่นวิตกว่าแย่แล้ว อันที่จริงหวั่นวิตกก็ดีจะได้ไม่ทำอีก

สามีภรรยาไม่มีปากเสียงกันบ้างเป็นเรื่องแปลก แต่จะเห็นว่าการมีปากเสียงเป็นเรื่องธรรมดาและเด็กๆ ควรยอมรับได้นั้น วิธีคิดแบบนี้ผิด พ่อแม่ทะเลาะกันอย่างไรในที่สุดเด็กทุกคนในโลกก็จะยอมรับได้จริงๆ แต่เขาต้องจ่ายอะไรบางอย่างออกไปด้วย การทะเลาะกันของพ่อแม่ ขว้างปาข้าวของ ตบตีลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกายสาหัส เหล่านี้มีต้นทุนมากน้อยต่างๆ กัน แต่มีต้นทุน และคนจ่ายคือลูกของพวกคุณ

คำว่ายอมรับ ภาษาอังกฤษว่า accept คำนี้มีต้นทุน ไม่ฟรี

บอกลูกสั้นๆ ได้ว่าพ่อแม่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงโกรธ จึงเผลอทะเลาะกัน และจึงเผลอขว้างปาข้าวของใส่กัน    บอกเขาว่าคนเราคิดเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิดอะไร คนเราโกรธได้ไม่ผิดอะไร แต่คนเราเวลาโกรธแล้วจะทะเลาะกันหรือเปล่าควรคิดให้ดีๆ ว่าควรทำหรือเปล่า เรื่องขว้างปาข้าวของใส่กันผิดแน่ๆ ไม่มีใครควรทำทั้งนั้น ครั้งนี้พ่อแม่ทำผิด ลูกอย่าทำตาม พูดประมาณเท่านี้ได้

1

อย่าสัญญาว่าจะไม่ทำอีก เพราะคุณจะทำไม่ได้ ยุ่งมากยิ่งขึ้นเปล่าๆ

อย่าสั่งสอนซ้ำไปซ้ำมา เพราะคุณเสียสิทธิสั่งสอนไปแล้ว ทำให้เขาดูและให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เวลาสามีภรรยามีปากเสียงกัน อย่าใช้เหตุผล ใช้อารมณ์ล้วนๆ  คือรัก และให้อภัย ให้ดอกกุหลาบสักช่อหนึ่ง

banner300x250

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์  จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

“พีช สิตมน ผลดี” กับบทบาทภรรยา แม่ และเวิร์กกิ้งมัมคนเก่ง

ถ้าเอ่ยชื่อ “พีช สิตมน ผลดี” หลายคนคงเกิดอาการอิจฉาเล็กๆ เพราะเธอคือนางเอกในชีวิตจริงของพระเอกสุดฮอตตลอดกาลอย่าง “พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” เธอคนนี้จัดว่าครบเครื่องทั้งสวยและเก่ง ทุกวันนี้นอกจากรับหน้าที่แม่และภรรยาแล้ว เธอยังขอหวนคืนวงการด้านดีไซน์ที่เธอชื่นชอบ ด้วยการเปิดแบรนด์เสื้อผ้าเด็กในชื่อ LittleFox และเป็นความโชคดีของ Amarin Baby&Kids สุดๆ ที่เราได้บุกมาถึงโชว์รูมเสื้อผ้าของเธอ และยังได้พูดคุยกับเธอแบบเจาะลึกทุกเรื่องอีกด้วยค่ะ

sitamon-6

  • จุดเริ่มต้นความรักของคุณพีชกับพี่ติ๊กเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

พีชกับพี่ติ๊กมีโอกาสได้รู้จักกันค่ะ พอได้คุยกัน มันค่อนข้างคลิก เพราะเรามีแนวคิดอะไรบางอย่างที่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็เป็นเพื่อนกันก่อน แล้วคบกันมาเรื่อยๆ 6-7 ปีได้ค่ะ เลยตัดสินใจแต่งงานกัน

  • ดูไลฟ์สไตล์ของทั้งคู่ค่อนข้างแตกต่างกัน เราหาจุดลงตัวที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไรบ้างคะ

พีชคิดว่าทุกคนต้องมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง และเราควรจะรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ แต่เราก็ต้องมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่ใช้ร่วมกันได้ พีชคิดว่าอย่างนี้มันจะทำให้ชีวิตคู่มีความสุข เป็นวงจรที่แข็งแรงกว่า คือถ้าเราต้องดึงเขามาอยู่กับเราตลอดหรือเขาดึงเราไปอยู่กับเขาตลอด ในสิ่งที่เขาหรือเราไม่ได้เป็นมันจะอึดอัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำให้กันได้ คือสนับสนุนกันไปมา เท่าที่เราจะทำได้ พีชว่าแค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว

  • รวมเวลาที่คุณพีชกับพี่ติ๊กคบกันและแต่งงานกันก็เกินสิบปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังหวานกันเหมือนเดิม มีเคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่อย่างไรคะ

ความเข้าใจกันเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดค่ะ เราต้องเข้าใจในตัวเขา และเข้าใจตัวเองด้วย ส่วนเรื่องความรู้สึกก็สำคัญเหมือนกัน พอเราอยู่ด้วยกันมานานเราจะรู้แล้วว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร เพราะฉะนั้นอะไรที่มันเกินขอบเขต เป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเราก็จะไม่ทำ และพีชไม่ชอบการปะทะ ไม่ชอบความเครียด เลี่ยงได้ก็จะไม่ทะเลาะกับใครเลย อะไรยอมได้เราจะยอม และพีชก็คิดว่าพี่ติ๊กก็คงคิดเหมือนกัน เพราะเราถึงได้อยู่กันมาได้ เขาก็ยอม เราเลยไม่ค่อยทะเลาะกัน อาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างเราก็จะคุยกันมากกว่า

  • หลังจากใช้ชีวิตสามีภรรยาแค่ 2 คน แล้วพอมีสมาชิกตัวน้อยคนที่ 3 ชีวิตเปลี่ยนไปขนาดไหน

ย้อนกลับไปหลังจากแต่งงานประมาณ 3 ปี ก็ท้อง ตอนนั้นตื่นเต้นและดีใจมากเพราะว่า ทีแรกเรายังไม่ตัดสินใจจะมีลูก แต่พอตัดสินใจว่าจะมีลูก น้องเต็นท์ก็มาเลย ชีวิตเปลี่ยนไปต้องระวังไปทุกอย่าง ดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องจิตใจและร่างกาย พยายามไม่เครียดและทำอะไรที่ตัวเองชอบ โชคดีว่าเป็นช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตั้งใจท้องจริงๆ ไม่ได้ทำงาน เลยมีเวลาดูแลตัวเองเต็มที่ ได้ออกกำลังกายบ้าง ทั้งเดินรอบบ้าน เล่นโยคะ พิลาทิส และออกกำลังกายในน้ำ

 sitamon-3

 

  • แต่เห็นว่าเรื่องอาหารการกินนี่ต้องปรับตัวมากใช่ไหมคะ

ใช่ค่ะ ปกติพีชเป็นคนกินตามใจตัวเองมาก อยากกินอะไรก็กิน ขนมชอบมาก (ลากเสียงยาว) ตอนท้องก็ยังกินทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ต้องเพิ่มอะไรที่เราไม่ชอบเข้าไป เช่น ตับ เพราะพีชไม่กินเครื่องใน แต่คุณหมอบอกว่าต้องกินบ้างเพราะมันมีธาตุเหล็ก ก็พยายามลองหลายแบบกว่าจะกินได้ บังคับตัวเองสุดๆ

  • ช่วงนั้นพี่ติ๊กได้ดูแลคุณพีชเป็นพิเศษไหมคะ

ปกติเพราะพี่ติ๊กเขาเป็นคนใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่แล้ว อย่างเวลาเราเดินออกกำลังกาย เขาก็จะมาเดินเป็นเพื่อน หรือเราอยากทำอะไรเขาไม่เคยห้ามแต่ขอให้ระวังตัวเองนิดหนึ่ง พีชเลยค่อนข้างจะโชคดีได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ อยากจะออกไปข้างนอก ไปเดินเล่น หรือช้อปปิ้งก็ไป พีชพยายามทำตัวเป็นปกติที่สุด ไม่ปล่อยตัวเองให้โทรม ยังทาปากแดงออกจากบ้านทุกวัน

  • แล้วตอนที่พี่ติ๊กออกไปทำงานนอกบ้านเคยมีอารมณ์น้อยใจไหม

ก็มีช่วงที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน อารมณ์ขึ้นๆลงๆแปรปรวนบ้าง แต่ไม่ใช่อารมณ์น้อยใจ เพราะปกติเขาก็ไปทำงานทุกวัน แต่บางวันเราจะรู้สึกเหงา พี่ติ๊กเขาก็พยายามเอาใจ โทรหาระหว่างวัน เพราะเขาออกไปทำงานตอนเช้า ตอนเย็นก็เจอกันแล้ว ส่วนพีชก็พยายามเข้าใจอารมณ์ตัวเองและปรับที่ตัวเองก่อน

  • จนถึงวันที่น้องเต็นท์คลอด เห็นหน้าลูกครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง

พีชผ่าคลอดนะคะ เพราะมีปัญหาเรื่องความดันต่ำคลอดธรรมชาติไม่ได้ ตอนนั้นก็มึนๆ ยานิดหนึ่งแต่ก็ยังจำโมเมนต์ที่เห็นหน้าเขาได้ มันมีหลายๆความรู้สึกเลย ทั้งดีใจ โล่งใจ ตื้นตัน แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงเขามากกว่าก็คืออยากรู้ว่าเขาแข็งแรงสมบูรณ์ไหม พอเราถามไปแล้วพี่ติ๊กตอบว่าโอเค เราก็สบายใจแล้ว

  • ตอนกลับบ้านคุณพีชและพี่ติ๊กเลี้ยงลูกกันเองด้วย พ่อแม่มือใหม่ชุลมุนขนาดไหนคะ

เราตั้งใจว่าจะเลี้ยงกันเอง วันแรกก็โกลาหลมาก ทั้งๆที่พยายามฝึกตอนที่อยู่โรงพยาบาลแล้ว แต่เละเลยค่ะ (หัวเราะ) เปลี่ยนผ้าอ้อมก็เลอะเทอะไปหมด ตอนอาบน้ำก็กลัว เพราะเขาตัวเล็กมาก ไหนจะร้องไหนดิ้น วุ่นวายมาก ช่วง 3-4 เดือนแรกพีชไม่ได้นอนเตียงเลย อุ้มลูกนั่งให้นมบนเก้าอี้ก็หลับไปด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมาก แต่พอตอนนี้เรามองย้อนกลับไป อืม…เราก็ผ่านมาได้นะ

  • พี่ติ๊กมีหน้าที่ช่วยเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ

พี่ติ๊กเขาก็พยายามมาช่วยทุกอย่าง ทั้งอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนนม เพราะฉะนั้นก็มีบางวันที่เขาให้เราพัก ให้เราออกไปเที่ยว เขาก็จะดูลูกให้เอง เขาทำได้

  • ตอนที่ให้พ่อลูกอยู่ด้วยกันมีแอบห่วงบ้างไหม

ไม่ค่อยนะ เพราะรู้ว่าพี่ติ๊กเขาเลี้ยงเป็นเราก็จะสบายใจ แต่ถ้าเป็นคนอื่นสิ น่าห่วงกว่า ในตอนแรกพีชถึงไม่เอาพี่เลี้ยงเลย พีชรู้สึกไม่ไว้ใจใคร กลัวคนอื่นดูแลลูกเราไม่ดีเท่าที่เราดู จนลูกเริ่มเดินได้ ถึงให้มีคนเข้ามาช่วยบ้าง

  • อัพเดทพัฒนาการของน้องเต็นท์ให้ฟังหน่อยค่ะ ตอนนี้กี่ขวบแล้วคะ

สองขวบครึ่งแล้วค่ะ ซนตามธรรมชาติเด็กผู้ชายทั่วไป พูดเก่ง ชอบสำรวจ ติดพ่อติดแม่ ขี้อ้อน พีชว่าเป็นช่วงอายุที่กำลังน่ารัก แล้วเราก็พยายามเลี้ยงเขาอย่างธรรมชาติที่สุด อะไรที่เขาอยากทำอยากสำรวจถ้ามันไม่อันตรายต่อตัวเขา เราจะให้เขาทำทั้งหมด ความเลอะเทอะไม่ใช่สิ่งที่เรากลัว เพราะฉะนั้นเขาจะได้เล่นเต็มที่เลย พ่อแม่ก็จะคอยดูอยู่ข้างๆมากกว่า

 

 sitamon-5

 

  • มีวิธีรับมือกับวัย Terrible Twos อย่างไรบ้างคะ

ถ้าเรื่องไหนที่ไม่ได้จริงๆ พีชใช้วิธีพูดกับเขาค่ะ เน้นน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น เพราะพีชสังเกตดู คือถ้าสมมติเราเสียงเข้มกับเขา เขาก็จะรู้สึกว่าแม่กำลังโกรธ แม่ไม่พอใจแล้วนะ เขาก็จะเข้ามาหาเข้ามาอ้อน เขาอาจจะไม่ได้เข้าใจประโยคที่เราอธิบายทั้งหมด แต่เขาเข้าใจจากน้ำเสียง

  • เริ่มวางแผนอนาคตให้น้องเต็นท์หรือยังคะ

ยังไม่ได้คิดไปไกลมากค่ะ เริ่มคิดเรื่องโรงเรียนก่อน ตอนนี้ก็ให้เขาไปเตรียมความพร้อมโรงเรียนใกล้ๆบ้าน ไปแค่ 3 ชั่วโมงไปเล่น ไปฝึกเจอเพื่อน เจอคนแปลกหน้า ส่วนโรงเรียนอนุบาลก็ค่อยๆดู ช่วงนี้เป็นช่วงหาข้อมูล เก็บข้อมูลค่ะ สิ่งที่พีชคำนึงมากที่สุดคืออยากให้เขามีความสุข ดังนั้นจะเลี้ยงอย่างไงก็ได้ขอให้ลูกมีความสุข โดยยังเป็นคนที่มีระเบียบวินัย และมีขอบเขตในการประพฤติตัวที่ไม่สุดโต่งจนเกินไปค่ะ

  • มีเรื่องน่ารักของลูกชายที่คุณแม่ปลื้มสุดๆไหมคะ

เรานอนด้วยกันตลอด เขาก็จะกอดเรา พีชว่าการที่เราได้กอดกันทุกวัน มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะรู้ว่าอีกไม่นานเขาคงไม่กอดเราแล้ว

  • แล้วโมเมนต์น่ารักๆของพ่อลูกที่คุณพีชประทับใจล่ะคะ

พี่ติ๊กเป็นคนที่อยู่กับเด็กแล้วน่ารัก เขาเป็นคนที่เล่นกับเด็กเก่งอยู่แล้ว แล้วเวลาที่เขาเล่นกับลูกเราจะแอบเห็นเขาทำเสียงเล็กเสียงน้อย หาอะไรมาเล่นกันเยอะมาก เวลาเล่นกันก็จะสนุกเต็มที่มอมแมมไปทั้งคู่เลย เหมือนเด็กโตกับเด็กเล็กเล่นกัน (หัวเราะ) นอกจากเรื่องเล่นแล้วก็จะมีเรื่องที่เขาดูแลลูก อาบน้ำให้ลูกทุกวัน แล้วพี่ติ๊กเขาทำคล่อง ทำคนเดียวได้ เพราะถ้าพีชอาบให้ลูกจะต้องมีคนช่วย เพราะถ้าหันหลังปุ๊บเต็นท์วิ่งไปแล้ว มันจะวุ่นวายมาก

  • วางแผนมีน้องให้น้องเต็นท์อีกคนไหมคะ

อยากมีนะคะ ตอนนี้ก็พยายามดูแลสุขภาพตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะพีชกับพี่ติ๊กเราเห็นตรงกันว่าการมีพี่น้องมันสนุก เราทั้งคู่ต่างคนก็มีพี่น้อง สมมติในอนาคตที่เราไม่อยู่แล้ว เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว เขาจะได้มีคู่หูมีคู่คิดค่ะ

sitamon-4

  • ตอนนี้น้องเต็นท์เริ่มโตแล้วคุณพีชกลับมาทำธุรกิจอีกครั้ง ทำไมถึงเลือกธุรกิจเสื้อผ้าเด็กล่ะคะ

พีชชอบเรื่องแฟชั่นและดีไซน์อยู่แล้ว ก่อนแต่งงานเคยทำร้าน Q Concept ซึ่งเป็น Concept Store ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้านจากหลากหลายแบรนด์ ได้ไปเลือกของเอง ทำมาตลอดแต่เลิกทำก็เพราะตั้งใจจะมีลูก พอมีลูกก็อยากทำเสื้อผ้าให้ลูกแหละ เพราะพีชชอบเสื้อผ้าแนวเท่ๆ แฟชั่นๆ แต่บ้านเรายังไม่มีเสื้อผ้าเด็กแนวนี้ออกมา หรือถ้ามีก็เป็นแบรนด์ต่างประเทศที่ราคาค่อนข้างสูงมาก พีชก็เริ่มพัฒนาความคิดไอเดียต่อไปเรื่อยๆ จนอยากทำจริงจัง พี่ติ๊กก็เชียร์ให้ทำแบรนด์ตัวเองเราจะได้ปล่อยไอเดียได้เต็มที่ เจ้าจิ้งจอกแสนซนหรือ LittleFox จึงเกิดขึ้นมาค่ะ

  • แบบนี้คุณพีชได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอนเลยหรือเปล่าคะทั้งเรื่องดีไซน์และอื่นๆ

พีชเป็นคนคิดคอนเซ็ปต์ทั้งหมด เป็นคนวางโครงหลัก และมีน้องอีกคนมาช่วยเพราะเราก็ยังต้องเลี้ยงลูก คือไม่มีเวลาอยู่ออฟฟิศตลอด เมื่อได้ธีมของแต่ละคอลเลคชั่นแล้วก็คิดไว้เลยว่าสีจะเป็นโทนไหน เราจะใช้ผ้าอะไร แล้วก็พัฒนาสิ่งที่เราคิดให้ไปด้วยกัน

  • ส่วนใหญ่การออกแบบแต่ละคอลเลคชั่นได้แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ

แรงบันดาลใจมาจากทุกที่เลยค่ะ ทั้งตอนไปเที่ยว ดูหนัง หรืออ่านหนังสือ อะไรที่เราว่ามันน่าสนใจก็จะดึงมันออกมา

ซึ่ง LittleFox เราเป็นบูทีค คอลเลคชั่นหลักๆของเราคือ Spring และ Summer สองคอลเลคชั่นนี้เสื้อผ้าจะแนวแฟชั่น มีดีเทล มีลูกเล่นเยอะนิดหนึ่ง ไว้ใส่ออกนอกบ้าน และคอลเลคชั่น Basic ซึ่งเป็นชุดลำลองน่ารัก สำหรับใส่อยู่บ้าน เน้นเสื้อยืดใส่สบายที่เราออกแบบลายผ้าเอง ทำเป็นทรงต่างๆ จริงๆใส่เที่ยวได้ด้วย เป็นวันสบายๆ

  • ตอนนี้มีหน้าร้านไหมคะหรือเน้นออนไลน์อย่างเดียวคะ

เราขายออนไลน์เป็นหลักค่ะ เพราะแม่ๆส่วนใหญ่ต้องอยู่กับลูกก็จะไม่มีเวลาออกมาช้อปปิ้ง ถ้าสั่งซื้อออนไลน์มันก็ง่าย เพราะพีชเองพอมีลูกก็เน้นช้อปปิ้งออนไลน์เหมือนกัน แต่ก็จะมีไป Pop upตามห้างบ้างแบบชั่วคราว แต่ถ้าใครสนใจอยากเข้ามาดูแบบพาลูกมาลองชุด โทรเข้ามานัดที่โชว์รูมได้เลยค่ะ

อนาคตมีแผนทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่ด้วยไหมคะ เห็นมีแฟนคลับเรียกร้องอยากให้ทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่บ้าง

ที่จริงรายละเอียดของเสื้อผ้าผู้ใหญ่กับเด็กมันต่างกัน ตอนนี้เราอยากทำเสื้อผ้าเด็กให้ดีที่สุดก่อน แต่ไม่แน่ค่ะอาจจะมีคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับแม่ลูกออกมาบ้างต้องติดตามนะคะ

 

สัมภาษณ์และเรียบเรียง นันทวรรณ์ ภู่ศรี ช่างภาพ กัญชนิกา เมืองวงษ์ ผู้ช่วยช่างภาพ จักรพงษ์ นุตาลัย วรรณรดา เต่าบำรุง Acting Coach มัลลิกา ชัยทวีพร

สารอาหารเพื่อสุขภาพแม่ท้อง ดีต่อทารกและคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์

อาหารการกินเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณแม่หลายคนสนใจและเอาใจใส่ คุณแม่มักจะเริ่มคิดว่าเราควรจะกินอะไรดีที่จะมีประโยชน์ต่อลูกน้อยในครรภ์ กินอะไรที่ลูกออกมาแล้วจะฉลาด แข็งแรง และมีร่างกายสมบูรณ์ Continue reading “สารอาหารเพื่อสุขภาพแม่ท้อง ดีต่อทารกและคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์”

อยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร?

การมีลูกแฝด ถือเป็นความต้องการยอดฮิตของคู่สมรสหรือครอบครัวที่มีความพร้อมมากพอ ด้วยความที่ท้องครั้งเดียวแต่ได้เด็กน่ารักพร้อมกันถึง 2 คน (หรือมากกว่า) จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนสงสัยว่าถ้าอยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร ? Continue reading “อยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร?”

“ลูกควบคุมตัวเอง” ได้ ต้องฝึกให้สมองได้ “คิด”

เมื่อสมองได้คิด ลูกก็ควบคุมตัวเองได้ “วัยเตาะแตะ 1-3 ขวบ เริ่มมีพัฒนาการหลายอย่างที่ดูจะเอาแต่ใจตัวเอง “ไม่” ตลอดเวลา บอกให้ไปซ้ายจะไปขวา บอกให้หยุดจะยิ่งทำ เดี๋ยวก็ปาข้าวของ เล่นเลอะเทอะ หรือพอพูดกันไม่รู้เรื่องก็กรี๊ด ก็กัด ซึ่งหลายครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองจะคิดว่าเด็กทำไปเพราะไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ แล้วเราสามารถฝึกให้ลูกน้อยใช้สมองส่วนบริหารขั้นสูง เรียนรู้วิธีควบคุมตัวเองได้” จากประสบการณ์ฝึกเด็กๆ ในการศึกษาวิจัย ดร.วสุนันท์ ชุ่มเชื้อ อาจารย์ประจำและผู้เชี่ยวชาญการส่งเสริมการพัฒนาสมองและกระบวนการรู้คิดในเด็ก สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล จะมีวิธีฝึกสมองเด็กเล็กๆ ได้อย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

ลูกควบคุมตัวเอง ฝึกลูก มีวินัย รับผิดชอบ

ธรรมชาติลูกเตาะแตะยั้งตัวเองไม่เป็น แต่ฝึกสมองเรียนรู้จัดการตัวเองได้

“พัฒนาการของวัย 1-3 ขวบ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คิดว่าเด็กทำไปเพราะไม่รู้เรื่อง พูดหรือบอกเขาก็ไม่ฟัง และอาจจะปล่อยให้ลูกทำไป หรือถ้าพูดไม่ฟังมากๆ ก็อาจมีการดุ หรือตีกันบ้าง แต่จริงๆ แล้วสามารถใช้การฝึกสมองส่วนบริหารขั้นสูงมาช่วยให้ลูกน้อยจัดการตัวเองได้ค่ะ

“ถ้ายิ่งบอกว่า “อย่าวิ่ง” “อย่าปา” “อย่ากรี๊ด” เด็กจะยิ่งทำ เพราะธรรมชาติของเด็กเล็กวัยนี้จะได้ยินคำสุดท้าย และสิ่งสำคัญคือ เขาไม่รู้ว่าเขาจะควบคุมตัวเองอย่างไร สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ บอกวิธีหยุดด้วยตัวเอง ลูกจะจดจำ (Working Memory) ยับยั้งตัวเอง (Inhibit) มีความคิดยืดหยุ่น ตัดสินใจใหม่ (Shifting) และเกิดการเรียนรู้ (Learning) ว่าครั้งต่อไป ถ้าได้ยินคำนี้และท่าทางแบบนี้ เขาควรจะทำตัวอย่างไร

อ่านต่อ “วิธีฝึกสมองลูกกับพัฒนาการชวนปวดหัว” คลิกหน้า 2

banner300x250-1

แก๊งลักเด็กอาละวาด

แก๊งลักเด็กอาละวาด คำสอนของพ่อแม่ช่วยลูกหนีจากแก๊งลักเด็ก

ข่าวเรื่อง แก๊งลักเด็กอาละวาด เกิดขึ้นที่กาฬสินธุ์ เมื่อมีผู้ชายแปลกหน้ามาเดินจูงมือเด็กนักเรียนชั้น ป.1 ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยบอกว่าจะพาไปซื้อขนม โชคดีที่หนูน้อยไม่ยอมไปด้วย และรีบวิ่งเข้าโรงเรียนในช่วงเช้าตอนเดินมาโรงเรียน ผู้ปกครองต่างกลัวว่าจะเป็นแก๊งลักพาตัว

Continue reading “แก๊งลักเด็กอาละวาด คำสอนของพ่อแม่ช่วยลูกหนีจากแก๊งลักเด็ก”

ปลูกฝังลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้เก่ง

“ปลูกฝังลูกให้อดทน” ควรทำให้เป็นวิถีชีวิต เริ่มได้ตั้งแต่ทารก

การ “ปลูกฝังให้ลูกอดทน” เป็นวิธีที่จะทำให้ลูกเจนอัลฟ่าอยู่รอดได้อย่างมีความสุขในโลกที่สับสนวุ่นวายใบนี้ เริ่มทำได้ตั้งแต่ลูกยังเป็นทารกเลยเชียวค่ะ (อ่านเหตุผลที่ทำไมพ่อแม่จึงควรเลี้ยงลูกเจนอัลฟ่าให้ “อดทน-แกร่ง” ได้ในบทความ เลี้ยงลูกให้อดทน-แกร่ง-อึด สร้างสุดยอดเด็กเก่งในยุคดิจิทัล)

วัยแบเบาะ

การฝึกความอดทนอดกลั้นต้องล้อไปกับวิถีชีวิตของลูก สามารถฝึกได้ตั้งวัยแบเบาะ วิถีชีวิตของเด็กเล็กคือกินแล้วนอน โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ เขากินเป็น นอนเป็น สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องรู้เรื่องพัฒนาการเด็กบ้าง เล็กๆ น้อยๆ หากจะเริ่มฝึก ในวัย 6 เดือนเหมาะที่สุด เพราะลูกเริ่มรู้แล้วว่านี่ตัวฉัน นั่นพ่อ นั่นแม่ เวลาคนอื่นอุ้มก็จะรู้ทันทีว่าไม่ใช่พ่อแม่

เริ่มต้นง่ายๆ แค่การป้อนนม หลายคนแค่เห็นลูกเริ่มเบะปาก ก็เอาเข้าเต้าทันที เพราะกลัวลูกหิว จริงๆ เด็กเรียนรู้แล้วว่า เวลาหิวนม คุณแม่จะต้องเตรียมนมอย่างไรบ้างกว่าเขาจะได้กิน ระหว่างที่เขารอ ก็พูดคุยกับลูกว่า เดี๋ยวนะลูก แป๊บนึงนะลูก แม่กำลังจะเอานมให้หนูกินนะ เด็กก็จะรู้จักการรอคอย รู้ว่าพอมีเสียงพูดประมาณนี้ อีกแป๊บนึงก็จะได้กินนม นี่คือวิธีการฝึกเด็กเล็ก

อีกกรณีหนึ่งที่เป็นกันเยอะมากในปัจจุบันคือ คาบนมนอนแล้วหลับ ตื่นขึ้นมานิดเดียวก็รีบเอานมป้อนทันที อย่างนี้เรียกว่า หลับไม่เป็น การฝึกการอดทนรอคอยก็จะไม่เกิด เพราะการฝึกให้กินเป็น นอนให้เป็น ถือเป็นปฐมบทในการฝึกอีคิวและวินัยของลูกนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม เลิกนมมื้อดึก และฝึกหลับยาว สำหรับลูกน้อยวัยเด็กเล็ก

 ปลูกฝังลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้เก่ง

วัยเลิกขวดนม

“ไม่เลิกขวดนมวันนี้ จะยกพวกตีกันวันหน้า” เพราะการเลิกขวดนมเป็นการทดสอบอีคิวดีๆ นี่เอง เป็นปฐมบทในการฝึกอารมณ์ลูก การที่ให้ลูกมีพัฒนาการจากกินผ่านขวดมาเป็นแก้ว มาเป็นช้อนได้ คือจังหวะเหมาะสมที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนเขาด้วยการขัดใจ ขัดความสุขในบางเรื่องของลูก

มีหลายคนถามว่า ทำไมต้องขัดใจ ขณะที่ลูกกำลังมีความสุขกับการดูดขวดนมอย่างเอร็ดอร่อยและไม่มีบันยะบันยัง แล้วจู่ๆ มาบอกลูกให้มากินนมด้วยแก้ว การขัดใจจะสร้างความยากลำบากให้ลูก ลูกอาจมีอารมณ์ขุ่นมัว ร้องไห้งอแง ปะทุอารมณ์ แต่การรู้จักจัดการอารมณ์แล้วกลับมารับเงื่อนไข เลิกขวดนมแล้วมากินนมด้วยแก้ว คือการฝึกอีคิวไม่ใช่เหรอ

ถ้าพ่อแม่ไม่สอนอีคิวตรงนี้ แล้วปล่อยให้เขาโตขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์ขุ่นมัวของเด็กก็จะมากขึ้น รุนแรงขึ้น จนสุดท้ายควบคุมไม่ได้ในทุกๆ เรื่องที่มีคนขัดใจเขา เพราะฉะนั้น คำพูดที่ว่า “ไม่เลิกขวดนมวันนี้ จะยกพวกตีกันวันหน้า” จึงเป็นคำพูดสะท้อนได้ดี

อ่านเพิ่มเติม ฝึกลูกเลิกขวดนมง่ายๆ ภายใน 1 ขวบ!! ป้องกันฟันผุ

อ่านต่อ “ปลูกฝังลูกให้อดทน วัยเตาะแตะจอมอาละวาด+นักสำรวจ” คลิกหน้า 2

วันหยุดนี้ห้ามพลาด ชวนแม่ๆ มาทำเมนู “วุ้นแตงโม” สำหรับเด็ก

วันหยุดนี้พาลูกๆทำวุ้นแตงโมผลไม้รวม สีสันสดใส ใช้ผลไม้มีประโยชน์ถึง 5 ชนิด  ผลไม้ที่ใช้ในการทำวุ้นแตงโม  เนื้อแตงโม  มะม่วง  กีวี่  ทับทิม  องุ่น

 

สูตรนี้ใช้วุ้นครึ่งซองนะคะ

คุณแม่แบ่งแตงโมออกเป็น 2 ส่วน ใช้เพียง 1 ส่วนในการทำวุ้นแตงโมคะ

t02t03
ใช้ช้อนขูดเนื้อแตงโมออก

t04
ขูดเนื้อแตงโมออกให้หมดตามรูปนี้นะคะ

t05
นำผลไม้ที่เด็กๆชอบทั้ง 5 ชนิด ใส่ในลูกแตงโม ใส่ให้เต็มเลยนะคะ ระหว่างนี้คุณแม่ก็จะไปต้มวุ้นให้เดือดคะ

t08

อ่านเรื่อง “วันหยุดนี้ห้ามพลาด ชวนแม่ๆ มาทำเมนู “วุ้นแตงโม” สำหรับเด็ก” คลิกหน้า 2

ความน่ารักบังเกิด…เมื่อ 2 เด็กน้อยทดลองจุ๊บกัน…จุ๊บไปขำไป (มีคลิป)

Amarin Baby & Kids ชวนชมคลิปสุดน่ารักเมื่อ เด็กน้อยทดลองจุ๊บกัน ครั้งแรก…แต่ดูเหมือนว่าจะพยายามกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จสักทีเพราะทั้งคู่มัวแต่หัวเราะขำกัน

ซึ่งคลิปวิดีโอนี้ถูกคลิกชมบนเฟสบุ๊คไปแล้วกว่า 10 ล้านครั้ง และถูกแชร์ไปอีกกว่า 2 แสนแชร์ นอกจากนั้นความน่ารักและความไร้เดียวสาของเด็กน้อยคู่นี้ยังไปเตะตาโปรดิวเซอร์รายการ Right This Minute รายการทีวีของสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ทำการติดต่อให้เด็กน้อย 2 คนนี้ไปออกรายการแล้วด้วย….ว่าแต่เด็กน้อยชายหญิงทั้ง 2 คนจะน่ารักและไร้เดียงสาขนาดไหน ไปชมคลิป เด็กจูบกัน น่ารักมากเลยค่ะ ^^

ชมคลิป เด็กน้อยทดลองจุ๊บกัน ความน่ารักจึงบังเกิด


ขอบคุณข้อมูลจาก :  www.posttoday.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Rebecca Brett

เลี้ยงลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้เก่ง เจนอัลฟ่า

เลี้ยงลูกให้อดทน-แกร่ง-อึด สร้างสุดยอดเด็กเก่งในยุคดิจิทัล

ทำอย่างไร? ให้ลูกเก่ง แกร่ง มีทักษะรู้คิด และจิตสำนึกที่ดีทั้งต่อตนเองและสังคม

“วันนี้เด็กเก่งอย่างเดียว ไม่ใช่คำตอบของสุดยอดเด็กอีกต่อไป คำตอบที่ถูกต้องของสุดยอดเด็ก คือ เด็กต้องแกร่ง รู้เท่าทัน เป็นคนดีที่เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในสังคม และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข ดังนั้นสังคมไทยจึงต้องการเด็กที่มีพลังอึดอดทน รู้เท่าทัน มีทักษะรู้คิด และมีจิตสำนึกที่ดี เป็นเด็กดีที่อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข”  คุณหมอสุริยเดว ทรีปาตี  ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวกล่าวเปิดประเด็น  เพื่อชี้ถึงคุณสมบัติของสุดยอดเด็กไทยในยุคดิจิทัลที่ควรจะต้องมี ทั้งความเก่ง แกร่ง มีทักษะรู้คิด และจิตสำนึกที่ดี เพื่อเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่สร้างลูกให้มีคุณภาพครบถ้วน รู้เท่าทันเทคโนโลยี  เพื่อให้พ่อแม่ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีและพลังอึดอดทนให้กับลูกน้อยทุกคนค่ะ

เลี้ยงลูกให้อดทน เลี้ยงลูกให้เก่ง เจนอัลฟ่า

เทคโนโลยีช่วยลูกสบายในวันนี้ แต่จะลำบากในวันหน้า

“คนเก่งแต่เห็นแก่ตัวมีเยอะ จบด็อกเตอร์แต่ไม่คิดจะทำประโยชน์ให้ส่วนรวมก็มีเยอะ เราไม่ได้ต้องการแบบนั้น หมอเชื่อว่าสังคมไทยก็ไม่ต้องการแบบนั้น”

การเป็นสุดยอดเด็ก ต้องรู้จักในการเอาชนะกับปัญหาและอุปสรรค มีความพร้อมที่จะเผชิญกับความยากลำบากขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเลี้ยงลูกในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี หากเด็กไม่ได้มีทักษะการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ไม่เคยเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ  การทำให้ลูกเป็นสุดยอดเด็กก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้  เพราะเทคโนโลยีส่วนใหญ่ไม่ได้ตอบจิตสำนึก ไม่มีพื้นที่ฝึกความแข็งแกร่งให้ลูก

สมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยี  วิถีชีวิตของผู้คนจะต้องผ่านความยากลำบากขั้นพื้นฐาน  เพราะไม่มีรีโมตคอนโทรล  ไม่มีเครดิตการ์ด  ไม่มีไลน์หรือเฟซบุ๊คที่ให้เราติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศได้ในพริบตา  วิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนั้นคือวิถีแห่งความอดทน  รู้จักอดกลั้น  รู้จักรอคอย  จึงมีพลังอึดเยอะ  แต่เด็กในทุกวันนี้ถูกเลี้ยงอย่างสะดวกสบาย  พลังเหล่านี้จึงหายหมด  บางบ้านให้ลูกรู้จักกับเทคโนโลยีเร็วเกิน  ทำให้นอกจากเด็กจะไม่มีพลังอึดอดทนแล้ว  ยังทำให้สมาธิสั้น  และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ด้วยครับ

อ่านต่อ “ลูกตั้งใจเรียน ไม่ใช่เด็กแกร่ง เพราะอะไร??” คลิกหน้า 2

ถอดแหวนไม่ออก

แม่ท้องระวัง! นิ้วบวม ถอดแหวนแต่งงานไม่ออก ทำยังไงดี!

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นทำให้ คนท้องตัวบวม เท้าบวม นิ้วบวม จน ถอดแหวนไม่ออก ซึ่งนั้นก็เป็นแหวนแต่งงานซะด้วย จะตัดทิ้งก็เสียดาย ใช้น้ำสบู่ก็แล้ว ออยล์ก็แล้ว ไม่มีทางเลยไม่รู้จะทำอย่างไรดี!

Continue reading “แม่ท้องระวัง! นิ้วบวม ถอดแหวนแต่งงานไม่ออก ทำยังไงดี!”

เตือนพ่อแม่ ทะเลาะกันที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้าลูก! อย่าหาทำ พัฒนาการลูกถดถอย

ครอบครัวใดกำลังเผชิญปัญหา พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหลังคลอด ที่ทุกๆ อย่างเปลี่ยนไป ทั้งสภาพจิตใจ ความเหน็ดเหนื่อย ความไม่เข้าใจกันของคุณแม่-คุณพ่อ เหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาของสมองลูกน้อย

มีงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาชิ้นหนึ่งชี้ว่า สมองของเด็กทารก “เปิดรับ” และมีการจดจำเสียงแห่งความโกรธเกรี้ยวของพ่อแม่ สิ่งแวดล้อม เอาไว้ทั้งหมด แม้ว่าเด็กๆ จะกำลังนอนหลับอยู่ก็ตาม!!

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

พ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก กระทบพัฒนาการสมองของลูกน้อย

การศึกษาชิ้นนี้เป็นของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ซึ่งนักวิจัยได้ใช้เครื่อง MRI ทำการสแกนสมองของเด็กทารกจำนวน 20 คนในระหว่างนอนหลับอยู่ภายในเครื่อง MRI โดยนักวิจัยพบว่า สมองของเด็กทารกเหล่านี้มีการตอบสนองต่อเสียงต่างๆ รวมถึงเสียงของความสุข เสียงของความโกรธเกรี้ยวด้วย

ทั้งนี้ นักวิจัยพบว่า เด็กทารกที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีความขัดแย้งสูง สมองส่วนที่เชื่อมโยงกับความเครียด และอารมณ์ของเด็กกลุ่มนี้มีการตอบสนองต่อเสียงของความโกรธอย่างเห็นได้ชัด

01-Cover

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะสมองของเด็กทารกแรกคลอดนั้นกำลังเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งหากพ่อแม่ของพวกเขาเกิดโต้เถียงกันในขณะที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ก็อาจทำให้ลูกรักเสี่ยงต่อการมีปัญหาทางพัฒนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่ถูกทอดทิ้ง หรือถูกล่วงละเมิด ขณะที่การทดลองก่อนหน้านี้ ซึ่งศึกษาในสัตว์ก็พบว่า มีผลกระทบต่อสมองเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า ความเครียด และความโกรธยังอาจส่งถึงทารกได้ตั้งแต่ในครรภ์อีกด้วย โดยนักวิจัยพบว่า แม่ที่ตั้งครรภ์สามารถส่งผ่านความเครียดไปสู่ทารกน้อยได้ผ่านรกนั่นเอง…และอาจนำไปสู่การอธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ของแม่กับภาวะผิดปกติที่เกิดกับทารกน้อย เช่น ภาวะออทิสซึม ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบันด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ >> “เด็กที่มีปัญหาพ่อแม่ทะเลาะกันมีลักษณะอย่างไร?” คลิกหน้า 2

นวดกดจุดลูกน้อย

นวดกดจุดลูกน้อย เพิ่มสูง-แก้ลูกไม่กินข้าว ตามแพทย์จีน

การ นวดกดจุดลูกน้อย เพื่อรักษา หรือแก้ไขอาการผิดปกติต่างๆ เป็นหนึ่งในศาสตร์การแพทย์แขนงหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ซึ่งมีประวัติความเป็นมากว่า 5,000 ปี โดยการใช้ธรรมชาติในการบำบัดรักษา ในที่นี้จะมาพูดถึงการนวกกดจุดเพิ่มความสูง และแก้ไขลูกน้อยไม่กินข้าวกันค่ะ

Continue reading “นวดกดจุดลูกน้อย เพิ่มสูง-แก้ลูกไม่กินข้าว ตามแพทย์จีน”