ลูกโดนเพื่อนทำร้าย

ลูกโดนเพื่อนทำร้าย ที่โรงเรียน บังคับให้ขโมยเงินที่บ้าน ไม่ทำขู่ฆ่า!!

ลูกโดนเพื่อนทำร้าย ที่โรงเรียน เรื่องจริงจากหัวอกคนเป็นแม่ที่อยากให้สังคมรับรู้ถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นจริงกับตัวลูกชาย ทั้งนี้คุณแม่ได้ออกมาแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว และหลังจากเหตุการณ์นี้ได้เผยแพร่ออกไปได้สร้างความหดหู่สะเทือนใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ยิ่งนัก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีรายละเอียดมาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

ลูกโดนเพื่อนทำร้าย ที่โรงเรียน บังคับให้ขโมยเงินที่บ้าน ไม่ทำขู่ฆ่า!!

เมื่อวานนี้(15 ธันวาคม 2560) คุณแม่ท่านหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวที่ ลูกโดนเพื่อนทำร้าย ถูกคุกคามที่โรงเรียนมาตลอด 1 ปีเต็ม โดยมีหลักฐานเป็นบาดแผลตามร่างกาย และข้อความแชทพูดข่มขู่บังคับเอาเงิน โยถ้าไม่ได้เงินจำนวนตามที่บอกไว้ จะต้องถูกทำร้ายร่างกาย หลังจากเรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้สร้างความหดหู่สะเทือนใจให้กับคนเป็นพ่อแม่อีกหลายครอบครัวเป็นอย่างมาก

และนี่คือเรื่องราวที่คุณแม่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Ae Supaporn ที่ได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์พร้อมหลักฐานที่ลูกชายวัย 14 ปีโดนบังคับ ถูกข่มขู่ ถูกทำร้ายมาตลอด 1 ปีเต็ม ขณะที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง…

หัวอกแม่ เรื่องจริงที่แม่โพสต์แชร์ลูกถูกขู่ทำร้าย หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ไขมันเลว

ไขมันเลว คืออะไร พร้อมวิธีกำจัดออกจากร่างกาย

ไขมันเลว คืออะไรกันแน่ ทำไมเราถึงต้องกำจัดออกจากร่างกาย และนี่คือหลักการที่พ่อแม่ควรทำและไม่ควรทำ!

คุณพ่อคุณแม่ทราบกันไหมคะว่า ไขมันนั้นมีทั้งไขมันดี และไขมันเลว … หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้ทีมแม่ ABK ได้เตรียมข้อมูลดังกล่าวนี้มาฝากกันพร้อมกับหลักการที่เราทุกคนควรทำและไม่ควรทำ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง

มาทำความรู้จักกับไขมันกันก่อน

ไขมัน คือสารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งร่างกายต้องการไขมันเพื่อไปดูดซึมวิตามินต่าง ๆ นอกจากนี้ ไขมันนั้นยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยห่อหุ้มอวัยวะและกระดูก ช่วยให้ผิวหนังของเรามีความชุ่มชื่น ทั้งยังช่วยให้ร่างกายมีความอบอุ่น ในกระบวนการการสร้างไขมันนั้น ร่างกายของเรายังไม่สามารถสร้างไขมันบางชนิดได้ จำเป็นต้องได้รับไขมันบางส่วนมาจากอาหารเท่านั้น แต่หลาย ๆ คนอาจจะเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารมากจนเกินไป จนส่งผลให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายทีละน้อย และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรคต่าง ๆ ตามมา

 

ไขมันเลว
credits: tappmedical.com, aboutyourcholesterol.com

ไขมันดี คืออะไร?

ไขมันดี หรือเราเรียกกันอีกอย่างว่า HDL (High Density Lipoprotein) นั้นเป็นไขมันที่มีความหนาแน่นสูง และดีกับหลอดเลือดแดงค่ะ เนื่องจากจะช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และไขมันเลวนั้นสะสมอยู่ในหลอดแดงค่ะ ซึ่งหากร่างกายของเรานั้นขาดไขมันไม่ดีละก็ จะส่งผลทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้ การที่เราจะเพิ่มไขมันดีในร่างกายนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มได้ดังนี้ค่ะ

  •  ออกกำลังกายที่มีการใช้แรงงานปานกลางหรือแอโรบิกซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เหนื่อยจนเหงื่อออก และออกกำลังต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป เที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือทุกวันถ้าเป็นไปได้
  • ควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงาน และควรเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่จะส่งผลทำให้ร่างกายมีไขมันดีต่ำลง
  • หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ เนื่องจากไขมันทรานส์จะไปเพิ่มไขมันเลว และลดไขมันดีในร่างกายลง อาหารที่มีไขมันทรานส์มากนั้นก็ได้แก่ เนยเทียม มาการีน ครีมเทียมต่าง ๆ ขนมกรุบกรอบต่าง ๆ เป็นต้น
  • เพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น พืชผักต่าง ๆ และอาหารจำพวกธัญพืชต่าง ๆ หรือเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต โฮลวีท เป็นต้น

ไขมันเลว คืออะไร?

ไขมันเลว หรือไขมันไม่ดีนั้น เรียกได้อีกอย่างว่า LDL (Low Density Lipoprotein) ซึ่งเป็นไขมันที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวได้ ซึ่งไขมันนี้หากร่างกายสะสมมากก็จะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวจนเกิดเป็นภาวะหลอดเลือดตีบ นานวันเข้าก็จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน และส่งผลต่อการเป็นโรคความดันสูง โรคหัวใจขาดเลือด ไตวาย อัมพฤกษ์อัมพาต เป็นต้น ว่าแต่ไขมันเลวที่ว่านี้ มาจากไหนกันนะ

  • มาจากอาหารจำพวกไขมันอิ่มตัว ได้แก่ ไขมันจากสัตว์ จำพวกเนื้อหมู เนื้อไก่ (ยกเว้นเนื้อปลา) ไข่ เนย ชีีส น้ำสลัดสำเร็จรูป ไอศกรีม เค้ก คุ้กกี้เป็นต้น


เครดิต: 108 Health และ Honestdocs

ไขมันเลว

อาหารที่ควรกินและอาหารที่ควรเลี่ยง

หากต้องการให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงละก็ การเลือกรับประทานอาหารนั้น มีผลเป็นอย่างมากเลยละค่ะ และนี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรับประทานและไม่ควรรับประทานตามหลัก 4 ไม่และ 5 ใช่ ดังนี้ค่ะ

หลัก 5 ข้อใช่ควรรับประทานนั้นได้แก่

  • เลือกทานเนื้อสัตว์ที่มีกรดไขมันอิ่มตัวน้อย ได้แก่ ปลา และไก่ไม่ติดมัน  โดยเฉพาะส่วนอก
  • ทานกรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ควรทานปลาที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากกว่า รวมถึง เมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ หรือเสริมน้ำมันปลา
  • ใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันชนิดโอเมก้า 9 ช่วยลดไขมันเลว(LDL)  เช่น เหยาะน้ำมันมะกอกในสลัดผัก ผัดหรือทอดอาหารด้วยน้ำมันเมล็ดชา น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนล่า น้ำมันงา น้ำมันอัลมอนด์ ที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 9 ไม่ควรใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันหมู มาประกอบอาหารโดยเฉพาะคนที่มีคอเลสเตอรอลสูงเพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง
  • ทานโปรตีนจากถั่วเหลือง เพราะสารไอโซฟลาโวนในถั่วเหลืองช่วยลดไขมันเลว(LDL) และช่วยเพิ่มไขมันดี(HDL)
  • ดื่มชาเขียวประมาณ 2 ถ้วยต่อวัน ก็สามารถช่วยลดไขมันเลว(LDL) ในเลือดลงได้

หลัก 4 ข้อใช่ไม่ควรรับประทานได้แก่

  • ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงจากสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง หมูยอ สำหรับเนื้อหมูและเนื้อวัวควรเลาะหนักและไขมันออกให้หมด ใช้แต่เนื้อล้วน ๆ
  • เลี่ยงอาหารที่ใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว รวมถึงกะทิ
  • ลดอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ได้แก่ ไข่ปลา ไข่นกกระทา กุ้ง ปลาหมึก หอยนางรม เครื่องในสัตว์ วันไหนทานไข่แดงต้องไม่ทานร่วมกับกุ้ง ปลาหมึก เครื่องในสัตว์ แต่ถ้าเป็นไข่ขาวก็สามารถทานได้ทุกวันนะคะ
  • ลดอาหารที่มีไขมันทรานส์ ให้น้อยที่สุด ซึ่งไขมันนี้จะถูกนำมาใช้ในอุสาหกรรมทำเค้ก คุกกี้ เนยเทียม เนยขาว โดนัท เฟรนช์ฟรายส์ ป๊อบคอร์น ครีมเทียม เป็นต้น

ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่อยากมีสุขภาพที่ดีแล้วละก็ อย่าลืมเลือกรับประทานอาหารที่มีแต่ไขมันดี และที่สำคัญอย่าลืมหมั่นออกกำลังกายกันทุกวันด้วยนะคะ

เครดิต: Woman Learns

อ่านต่อเนื้อหาอื่นเพิ่มเติม:

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ของใช้ในบ้าน เชื้อโรค

7 ของใช้ในบ้าน เชื้อโรค สะสมมากรีบทำความสะอาดด่วน!!

ของใช้ในบ้าน เชื้อโรค สะสมอยู่มากๆ หยิบใช้กันทุกวันนั้นมีอยู่ด้วยกันถึง 7 อย่างที่เป็นแหล่งสะสม และแพร่เชื้อโรคสู่คนในบ้านอย่างคาดไม่ถึงเลยละค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปสำรวจของใช้ในบ้านที่เขาว่าเชื้อโรคชอบหมักหมมแอบซ่อนอยู่กันมากที่สุด ซึ่งเมื่อรู้แล้วต้องรีบเคลียร์ทำความสะอาด และหมั่นเปลี่ยนชิ้นใหม่กันบ่อยๆ ด้วยนะคะ

 

ของใช้ในบ้าน เชื้อโรค ชอบอาศัยอยู่มากที่สุด!!

ตกใจเลยค่ะพอบอกว่า ของใช้ในบ้าน เชื้อโรค ชอบแอบซ่อนอยู่มากที่สุด แล้วก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ และทุกคนในบ้านป่วยกระเสาะกระแสะกันอยู่บ่อยๆ เราเองนี่อยากจะโละทิ้งเปลี่ยนใหม่ให้หมดเลย แต่ก็มานั่งตั้งสติว่าถ้าของใช้บางอย่างเราแค่หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ ตากแดดฆ่าเชื้อโรคก็พอจะได้อยู่ แต่ถ้าเป็นของใช้ในบ้านบางอย่างที่ถ้าหมดอายุการใช้งานก็สมควรแก่การเปลี่ยนใหม่ นึกไปนึกมาว่าแต่ 7 ของใช้สะสมเชื้อโรคที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง ไปค่ะไปสำรวจพร้อมกันทุกบ้านเลยค่ะ…

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนถึงของใช้ในบ้านที่ใช้กันอยู่ทุกวันมีอยู่ 7 อย่างที่ถือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคสูงสุด และก็แนะนำให้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หรือไม่ก็ควรเปลี่ยนเอาของเก่าออกไป แล้วใส่ของใหม่เข้าไปแทนที เพียงเท่านี้ก็ไม่กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค สุขภาพของลูกๆ รวมถึงทุกคนในบ้านก็แข็งแรงห่างไกลโรคแล้วค่ะ

1. ฟองน้ำล้างจาน ชาม ฯลฯ

เห็นหลายๆ บ้านเลยค่ะที่ใช้ฟองน้ำล้างจาน ชาม ภาชนะที่เหี่ยว เปื่อยแล้วก็ไม่ยอมเปลี่ยนใหม่สักที แนะนำว่าควรเปลี่ยนใช้ฟองน้ำชิ้นใหม่ได้แล้วนะคะ

วิธีทำความสะอาด

สำหรับฟองน้ำหลังจากที่ใช้ทำความสะอาดภาชนะเสร็จแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วตากแดดไว้สัก 2-3 ชั่วโมง หรือใช้น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะผสมน้ำเปล่าครึ่งลิตร จากนั้นนำฟองน้ำแช่ไว้ 1 คืน หรือจะใช้เป็นผลิตภัณฑ์ล้างจานที่มีคุณสมบัติช่วยยับยังแบคทีเรียล้างทำความสะอาดฟองน้ำก็ได้เช่นกันค่ะ  ควรฆ่าเชื้อโรคที่ฟองน้ำประมาณ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จนกว่าจะเปลี่ยนใช้ฟองน้ำก้อนใหม่ค่ะ

2. ใยอาบน้ำ ขัดผิว

บ้านไหนที่ชอบใช้ไม่ว่าจะเป็นใยบวบ หรือใยสังเคราะห์สำหรับอาบน้ำ คือบางทีบ้านนึงมีสมาชิก 5 คนก็ใช้ร่วมกัน ขอบอกว่านี่ก็เป็นของใช้ในบ้านอีกชิ้นที่เชื้อโรคชอบกันนัก

บทความแนะนำ คลิก>> วิจัยเผย!แปรงสีฟัน แหล่งสะสมเชื้อโรค เสี่ยงลูกเป็นโรคช่องปาก

วิธีทำความสะอาด

ในเมื่อถูกใช้งานมากก็ต้องทำความสะอาดให้หนักๆ หลังใช้เสร็จแล้วกันด้วยนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในครอบครัว สำหรับใยอาบน้ำ หรือฟองน้ำอาบน้ำ ให้ซักด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นนำไปแขวนผึ่งแดดให้แห้งเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค แนะนำว่าควรทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง หรืออย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และก็ควรเปลี่ยนใย หรือฟองอาบน้ำใหม่ทุก 3 สัปดาห์ค่ะ

7 ของใช้ในบ้านแหล่งสะสมเชื้อโรค เสี่ยงป่วยเรื้อรัง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ผลไม้กินแก้ไอ-เสมหะ

6 ผลไม้แก้ไอ ขับเสมหะ แม่ท้องกินได้ปลอดภัยไม่ต้องใช้ยา

ผลไม้แก้ไอ ขับเสมหะ อะไรบ้างนะที่คนท้องกินได้อย่างปลอดภัย เพื่อจะได้ลดการซื้อยาแผนปัจจุบันมาทาน จริงๆ แล้วผลไม้ที่มีคุณสมบัติเป็นยาด้วยนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดค่ะ อยากรู้ไหมคะว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่ทานแล้วช่วยเรื่องอาการไอ ขับเสมหะได้ผลดี ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีมาฝากคุณแม่ท้องกันตามนี้เลยค่ะ

 

ผลไม้แก้ไอ ขับเสมหะ แม่ท้องกินได้ไม่ต้องทานยา

คุณแม่ท้องถามกันเข้ามาบ่อยๆ ว่าเวลาไม่สบายไอมีเสมหะไม่อยากกินยา แต่จะกินเป็น ผลไม้แก้ไอ ขับเสมหะ พอจะมีแนะนำบ้างไหม มีแน่นอนเพราะว่าจริงๆ แล้วผลไม้ใกล้ตัวที่เราทานกันอยู่ทุกวันตลอดฤดูกาลนั้น ก็มีอยู่หลายชนิดเลยค่ะที่มีสรรพคุณเป็นยาได้ด้วยเหมือนกัน

อาการไอมีเสมหะ โดยมากแล้วมักมีสาเหตุจากอาการหวัด ที่บางคนอาจมีการไอ และมีเสมหะร่วมด้วยอยู่นานเป็นสัปดาห์ถึงแม้ว่าหวัดคัดจมูกจะทุเลาลงแล้วก็ตาม ซึ่งการดูแลเบื้องต้นที่คุณแม่ท้องควรทำคือ…

  1. นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ
  2. ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง แทนการดื่มน้ำเย็น
  3. งดของหวานๆ เช่น น้ำผลไม้ ชา ช็อกโกแลต ขนมหวานต่างๆ ฯลฯ
  4. ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ช่วงเป็นหวัดเน้นผลไม้กลุ่มวิตามินซีให้มากขึ้น
บทความแนะนำ คลิก>> 5 คุณประโยชน์มหัศจรรย์ของ “ส้มโอ” สำหรับคนท้อง

ส่วนอาการไอ มีเสมหะ เพื่อหลีกเลี่ยงการทานยาแก้ไอในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถทานผลไม้เหล่านี้ได้ เนื่องจากมีสรรพคุณเป็นยาช่วยในเรื่องแก้ไอ ขับเสมหะได้ดีมากค่ะ…

อ่านต่อ 6 ผลไม้กินเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะสำหรับแม่ท้อง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เด็กสองภาษา

4 ข้อได้เปรียบของการเป็น เด็กสองภาษา

อยากให้ลูกเป็น เด็กสองภาษา จำเป็นต้องส่งเขาเข้าเรียนโรงเรียนอินเตอร์ พร้อม 4 ข้อได้เปรียบของการพูดภาษาได้

 

 

คุณพ่อคุณแม่ว่าไหมคะว่า ยุคนี้ นอกจากจะเป็นยุคดิจิตอลแล้วยังเรียกได้ว่า เป็นยุคทองของภาษาอีกด้วย ใครมีภาษาดี มากกว่าหนึ่งขึ้นไป จัดได้ว่าเก่งอนาคตไกลแน่นอน ยิ่งยุคนี้เป็นยุคของ AEC ด้วยแล้ว บทบาทของภาษาจึงมีให้เราได้พบได้เห็นกันเป็นอย่างมาก

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่มีการผุดของโรงเรียนสองภาษา และโรงเรียนอินเตอร์เพิ่มขึ้นมากมาย เพราะทุกคนรู้ดีว่า ของแบบนี้ได้ใช้แน่นอน … ครอบครัวไหนมีฐานะหน่อย ก็พากันส่งลูกเรียนโรงเรียนที่มีการสนับสนุนในเรื่องนี้ แต่ครอบครัวไหนที่มีฐานะปานกลาง ก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองกันไป … จึงกลายเป็นที่มาของคำถามมากมายจากคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านว่า “ฉันก็อยากให้ลูกได้ดี พูดภาษาเก่ง ๆ แต่ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น แล้วฉันจะต้องทำอย่างไร”

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติม >>

อยากให้ลูกคิดเป็น

อยากให้ลูกคิดเป็น ต้องปลูกฝัง 17 สิ่่งนี้

อยากให้ลูกคิดเป็น อยู่เป็น เอาตัวรอดได้ คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้กับลูก…

 

 

เพราะบนโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด การปลูกฝังให้ลูกอยู่รอดให้เป็น เอาตัวรอดให้ได้ เพื่อในวันข้างหน้า ลูกจะได้มีอนาคตที่ดี … เพราะทีมงาน Amarin Baby and Kids ตระหนักถึงความสำคัญนี้ประกอบกับไปอ่านเจอบทความนึงเข้า จึงมีความรู้สึกว่า เรื่องราวดี ๆ แบบนี้ หากไม่รีบนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่คงจะต้องเสียใจเป็นแน่

มีนักเขียนหนังสือท่านหนึ่งนามว่า Gerard I. Nierenberg ได้พูดถึงเรื่องนี้ผ่านหนังสือที่ชื่อว่า Art of Creative Thinking หรือศิลปะแห่งการคิดสร้างสรรค์ว่า “รางวัลชีวิตของพวกเรา ไม่ได้มาจากการมีสมอง แต่มาจากการใช้สมองต่างหาก” ดังนั้น เมื่อมีสมองแล้ว หากไม่ลับให้คม ไม่คิดไม่ใช้อยู่เสมอ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะมีคุณค่าได้อย่างไร

อ่านต่อบทความนี้เพิ่มเติม คลิก>>

ออกกำลังกายสมอง

ออกกำลังกายสมอง เพิ่มความเก่งให้ลูกน้อย

ออกกำลังกายสมอง ช่วยเพิ่มความเก่งให้ลูกฉลาดคิดและเรียนรู้ได้นะคะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกๆ เป็นเด็กที่ ฉลาด และเรียนรู้เก่ง สิ่งสำคัญจะต้องเริ่มกระตุ้นส่งเสริมให้กันตั้งแต่ที่ลูกยังเล็กๆ ค่ะ  ฉะนั้นไปดูกันว่าเราจะสามารถเพิ่ม ความเก่งให้ลูกด้วยการออกกำลังกายสมองได้อย่างไรกันบ้าง?

 

ออกกำลังกายสมอง เพิ่มความเก่งให้ลูก!!

การกระตุ้นสมองลูกให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพมีอยู่หลายวิธีค่ะ ซึ่งการ ออกกำลังกายสมอง ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีมากๆ ต่อ สมองของเด็ก และวิธีต่อไปนี้คือการออกกำลังกายให้สมองของลูกน้อยได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

วิธีกระตุ้นสมองต่อไปนี้ถือเป็นการบริหารสมองให้กับลูกๆ ได้ดี ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ลูก 2-5 ขวบขึ้นไปค่ะ

1. ฝึกให้ลูกสังเกตสี

ไม่ต้องออกไปซื้ออุปกรณ์ให้เสียเงินในกระเป๋าแพงๆ ค่ะ เพราะแค่เปิดตู้เย็นหยิบเอาผัก ผลไม้ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้ง สีเขียว ขาว ส้ม แดง ม่วง เหลือง ฯลฯ คุณแม่แค่หยิบขึ้นมาแล้วถามลูกว่า “แอปเปิลมีสีเรียกว่าอะไร” , “แครอทสีอะไร” , “แตงโมมีเปลือก และเนื้อสีอะไร” เป็นต้น แล้วยังทำได้ทุกทีที่พาลูกไป เช่น นั่งรถออกไปข้างด้วยกัน คุณแม่สามารถชี้ชวนให้ลูกดูว่ารถที่วิ่งอยู่มีสีอะไรบ้าง ต้นไม้ ดอกไม้ที่อยู่ข้างมีสีอะไร เท่านี้ก็เป็นการช่วยกระตุ้นฝึกให้ลูกใช้ความคิด เรียนรู้ และจดจำรายละเอียดต่างๆ รอบตัวได้แล้วค่ะ

2. ฝึกให้ใช้มือซ้าย มือขวาสลับกัน

โดยมากแล้วเด็กๆ จะถนัดการใช้มือขวากันทุกคนอยู่แล้ว ทั้งใช้ตักข้าวเข้าปาก อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน หรือหยิบจับอะไรก็จะใช้มือขวาเป็นหลัก ง่ายๆ ค่ะแค่ลองให้ลูกสลับมือที่ถนัดในการหยิบ จับสิ่งของ อาจเริ่มจากน้ำหนักเบาๆ ก่อน ใช้ทั้งมือซ้าย มือขวา วางสิ่งของสลับกัน สัปดาห์หนึ่งให้ทำสัก 1-2 ครั้ง ถือเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองให้ตื่นตัวรับกับคำสั่งใหม่ๆ ได้ดีมากค่ะ

3. ฝึกให้ลูกเล่นต่อจิกซอว์

ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกคิดและวางแผนได้ดีมากๆ ค่ะ เพราะถ้าเด็กๆ อยากจะต่อให้เป็นรูปร่าง หรือสัตว์อะไร ก็จะต้องดูว่าภาพชิ้นนี้ สีแบบนี้ รอยต่อแบบนี้ควรจะจับวางไว้ตรงไหนถึงจะเข้าได้แบบพอดี ถึงจะออกมาสำเร็จตามที่กำหนดเอาไว้

4. ฝึกให้วงกลมภาพที่เหมือนกัน

เชื่อว่าพ่อแม่ต้องเคยเล่นกิจกรรมนี้กันมาก่อนค่ะ ซึ่งสนุกมากๆ อุปกรณ์ง่ายมากค่ะ แค่หาตัวอย่างภาพจากอินเตอร์เน็ตแล้วปริ้นทร์ออกมา ให้ลูกใช้ดินสอสี หรือปากกาเมจิสีๆ ก็ได้ ให้เขาสังเกตความเหมือนกันระหว่างสองภาพ ว่ามีจุดไหน มุมไหน หรือรายละเอียดของภาพตรงส่วนไหนที่เหมือนกันบ้าง มีทั้งหมดกี่จุดแล้วก็ให้วงกลมลงไป เด็กๆ จะได้ใช้ความคิดกันแบบเต็มๆ เลยค่ะ

5. ฝึกให้อ่านหนังสือตั้งแต่เล็กๆ

การอ่านหนังสือเป็นรากฐานความรู้ เป็นคลังข้อมูลที่ดีสำหรับเด็กๆ เลยละค่ะ เริ่มต้นจากหนังสือภาพอย่างเดียว แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นหนังสือภาพที่มีตัวหนังสือไม่กี่คำ จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นหนังสือที่มีภาพน้อยลง แต่มีตัวหนังสือ มีเรื่องราวเพิ่มมากขึ้น ง่ายๆ คือให้เปลี่ยนไปตามช่วงวัยของลูกค่ะ การอ่านช่วยฝึกให้สมองจดจำข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

6. ฝึกให้ออกกำลังกาย

การพาลูกไปเดินเล่น วิ่งช้าๆ หรือปั่นจักรยาน ฯลฯ จะช่วยทำให้เลือดสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงร่างกายทุกส่วนได้ดี รวมถึงสมองที่ได้รับทั้งเลือด ทั้งออกซิเจนอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้สมองแข็งแรงสามารถเรียนรู้ จดจำเก็บข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ไม่มีตกหล่นค่ะ

7. ฝึกให้นับเลขถอยหลัง

เด็กมักจะถูกสอนให้ทำอะไรตามแบบแผน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ถ้าลองปรับเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมสนุกๆ เพื่อพัฒนาสมอง การนับเลขแบบถอยหลังก็ดีค่ะ คุณแม่ลองให้ลูกนับเลข 1-10 ตามปกติสัก 1-2 รอบ จากนั้นลองเปลี่ยนให้ลูกนับจากเลข 10 ไปเลข 1  จะกระตุ้นให้สมองจดจำได้ดีมากๆ ค่ะ

8. ฝึกให้ลูกได้รับโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง

โภชนาการสารอาหารที่มีประโยชน์สมารถช่วยเติมเต็มให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ค่ะ โดยเฉพาะการเริ่มต้นด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสมองลูกอย่างครบถ้วนและก็หลากหลายด้วย  หรือหากเมื่อถึงเวลาที่ต้องหานมเสริมให้ลูก แนะนำว่าควรเป็นนมที่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ อย่าง “นมแพะ” ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากค่ะ เพราะในนมแพะอุดมด้วย…

  • โปรตีน CPP (Casein phosphopeptides) ซึ่งเป็นโปรตีนนุ่ม ย่อยง่าย ทำให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้งานได้เต็มที่ และช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัย ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการการเรียนรู้ของสมอง ฯลฯ
  • พรีไบโอติก ชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร เพราะทนต่อน้ำย่อย กรด ด่าง ในกระเพาะและลำไส้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

นอกจากนี้ในนมแพะยังมีคุณค่าสารอาหารอีกหลากหลายชนิด ที่ต้องบอกว่าครบถ้วนเติมเต็มให้ลูกได้อย่างเต็มที่ นั่นคือ

ดีเอชเอ+เออาร์เอ (DHA + ARA) : สารอาหารสองตัวนี้เป็นกรดไขมันที่มีส่วนสำคัญช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอเมก้า 3 6 9 (OMEGA 3 6 9) : กรดไขมันจำเป็นไลโนเลนิก(โอเมก้า 3) กรดไลโนเลอิก(โอเมก้า 6) กรดโอเลอิก(โอเมก้า 9) ซึ่งโอเมก้า 3 6 เป็นสารตั้งต้นของ DHA และ ARA และโอเมก้า 9 จะช่วยในการทำงานของสมอง

วิตามินบี 12 (VITAMIN B 12) : มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท

แคลเซียม (CALCIUM) : มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูดและฟันที่แข็งแรง

ทั้งหมดนี้คือวิธีที่จะช่วยให้สมองของเด็กๆ ทำงานกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และก็เติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการทุกด้านที่สมวัยด้วยค่ะ

อะโพไคร์น

อะโพไคร์น คืออะไรในกระบวนการสร้างน้ำนมแม่ ?

อะโพไคร์น คุณแม่อยากรู้ไหมว่าคืออะไร สำหรับใครที่กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือวางแผนว่าถ้าคลอดลูกแล้วตั้งใจว่าจะให้ลูกกินนมแม่ เราจะไปค้นหาคำตอบพร้อมกันว่าอะโพไคร์นเกี่ยวข้องอย่างไรกับน้ำนมแม่กันค่ะ

 

อะโพไคร์น คืออะไร?

ในนมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไคร์น ซึ่งแตกต่างจากระบบการสร้างน้ำนมทั่วๆ ไป คุณแม่อยากรู้ไหมคะว่าระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์นนี้มีการทำงานอย่างไร

ระบบการสร้างน้ำนมโดยทั่วไปนั้นมี 2 แบบ คือ…

  • แบบเมโรไครน์ (Merocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบนี้พบในสัตว์ให้นมขนาดใหญ่
  • แบบอะโพไคร์น (Apocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบนี้จะพบในคน ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติ หรือเรียกว่า Bioactive Components ในปริมาณสูง นั่นจึงทำน้ำนมแม่มีคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตลูกน้อยอย่างครบถ้วน

สารอาหารที่สำคัญในน้ำนมแม่

สำหรับสารอาหารที่มีอยู่ในนมแม่ล้วนสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายของลูกน้อยอย่างมาก น้ำนมแม่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่หลากหลายครบถ้วน มีทั้งสารภูมิคุ้มกัน เอนไซม์ ฮอร์โมน ไปจนถึงเม็ดเลือดขาว (Leukocytes) ที่เป็นสารภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเชื้อโรค

มีโปรตีน เวย์ (Whey) และเคซีน (Casein) ซึ่งโปรตีนในน้ำนมแม่เป็นชนิดที่ย่อยง่าย มีกรดไขมัน น้ำตาลแลคโตส ดีเอชเอ ลูทีน ทอรีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก แคลเซียม ไอโอดีน พรีไบโอติก (Prebiotics) เป็นต้น

และทราบหรือไม่คะว่า นมแพะ ก็มีระบบการคัดหลั่งน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ด้วยเช่นกัน นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่พบเฉพาะในน้ำนมที่ได้มาจากระบบอะโพไคน์ (Apocrine) โดยที่ไม่ต้องสังเคราะห์แล้วเติมลงไป ซึ่งสารอาหารที่สำคัญมีอยู่ 4 ชนิด คือ

  • นิวคลีโอไทด์ เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย
  • ทอรีน ช่วยให้การทำงานของสมองและจอประสาทตาลูกดีขึ้น
  • โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์
  • โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกัน

การมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกคุณแม่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ลูกแรกคลอดด้วยการให้ลูกได้ทานน้ำนมแม่ที่เป็นสุดยอดอาหารมื้อแรกที่สำคัญ และมีประโยชน์ต่อร่างกายของลูกมากๆ เพื่อที่ลูกจะได้มีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่สมวัย สุขภาพร่างกายแข็งแรงค่ะ

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ของลูกให้ห่างไกล ผิวแห้งที่อาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่แห้งและคัน

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว เมืองไทยบ้านเราเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วค่ะ ซึ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้มักทำให้ผิวพรรณแห้งกร้าน  เพราะขาดความชุ่มชื้น ยิ่งโดยเฉพาะกับผิวของเด็กๆ ที่มักจะมีปัญหาได้ง่ายมากกว่าผิวของผู้ใหญ่  ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลผิวลูกน้อยให้ดูมีสุขภาพดี ไม่เกิดปัญหาผิวแพ้ที่นำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ แห้ง และคัน เรามีวิธีดูแลง่ายๆ มาฝากคุณแม่กันค่ะ

 

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ให้ลูกน้อยแม่ต้องมีตัวช่วยที่ดีถึงจะเอาอยู่!!

คุณแม่มือใหม่ที่มีข้อสงสัยว่าทำไมจะต้องดูแลผิวพรรณช่วงหน้าหนาวให้กับลูกมากเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะว่าผิวของลูกตั้งแต่วัย ทารกไปจนถึงวัยเด็กเล็ก โครงสร้างผิวของพวกเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้ความแข็งแรงของผิวมีไม่เท่ากับผิวของผู้ใหญ่ และเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศ หรือมลภาวะต่างๆ ที่มาสัมผัสกับผิว ทำให้ผิวเกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย อย่าง ในช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นๆ คุณแม่มักพบว่าผิวลูกมักเกิดอาการแห้งแตกเป็นขุย ผิวที่แห้งมักทำให้เกิดอาการคัน หากลูก เกามากๆ จากผิวที่แห้งแตกจะยิ่งทำให้เกิดรอยแดงและแตกมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ

ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลผิวลูกในช่วงหน้าหนาวให้ดูมีสุขภาพดี ไม่แห้งกร้านจากการขาดความชุ่มชื้น คุณแม่ควรหาผลิตภัณฑ์สำหรับใช้กับผิวเด็กโดยเฉพาะค่ะ ในการเพิ่มความชุ่มชื้นสร้างเกราะปกป้องผิวลูกให้แข็งแรง อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้หมดปัญหาเรื่องผิวแห้ง  ผิวที่แห้งอาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ที่จะคันมากในช่วงหน้าหนาวนี้ค่ะ

Ezerra Cream

วิธีการดูแลบำรุงผิวให้ลูกในฤดูหนาวอากาศเย็นๆ แบบนี้ เพื่อไม่ให้ผิวลูกขาดความชุ่มชื้นจนแห้งกร้าน และนำไปสู่อาการ  คัน แนะนำว่าให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนต่อผิวของลูกเล็กๆ อย่าง Ezerra Cream ที่สามารถทาบำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวลูกหลังอาบน้ำได้ทุกวัน หรือจะทาบำรุงระหว่างวันก็ได้เช่นกัน รวมทั้งยังสามารถใช้รักษากับ ผิวที่มีอาการแพ้ อย่างผื่นภูมิแพ้ก็ได้เช่นกันค่ะ  ข้อดีของ Ezerra Cream คือ อ่อนโยนต่อผิวบอบบางของลูกน้อย ไม่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ไม่มีพาราเบนที่เป็นสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม ซึ่งคุณแม่สบายใจได้ว่าสามารถใช้กับผิวลูก ต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัย

นอกจากการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันแล้ว การอาบน้ำในช่วงหน้าหนาวให้ลูกก็อาจเป็นการทำร้ายผิวได้เช่นกัน นั่น ก็เพราะว่าคุณแม่มักอาบน้ำอุ่นให้ลูก การอาบน้ำอุ่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายมากด้วยเช่นกัน  ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ผิวลูกถูกทำร้ายจากการอาบน้ำอุ่น คุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิวลูกในทุกวันด้วย Ezerra extra gentle cleanser ด้วยนะคะ

Ezerra extra gentle cleanser

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวลูกน้อยทั้ง 2 ตัว คือ Ezerra Cream  กับ Ezerra extra gentle cleanser คุณแม่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยา ซึ่งจะมีเภสัชกรให้คำแนะนำในการใช้อย่างละเอียดและถูกต้องให้ค่ะ

คุณแม่มีตัวช่วยดีๆ ในการบำรุงและดูแลผิวลูกแล้ว แบบนี้ก็หมดห่วงไม่ต้องกังวลว่าผิวแห้งที่อาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอีกต่อไปแล้วค่ะ 

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.ezerrathailand.com

 

 

ผลไม้แก้ท้องผูก

7 ผลไม้แก้ท้องผูก ช่วยแม่ท้องระบบขับถ่ายดีตลอด 9 เดือน

ผลไม้แก้ท้องผูก สำหรับคนท้องกินอะไรได้บ้าง? นี่ไม่ได้เข้าห้องน้ำตอนเช้ามาเป็นสัปดาห์แล้วอึดอัดจะแย่! อาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้กับทุกคน บางคนอาจจะไม่ได้มีอาการท้องผูกในช่วงเริ่มตั้งครรภ์ไตรมาสแรก แต่จะมีอาการกันในช่วงเข้าสู่การตั้งครรภ์ไตรมาสที่สองเป็นต้นไป ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีผลไม้กินแก้ท้องผูกมาฝากคุณแม่ท้องค่ะ

 

ผลไม้แก้ท้องผูก กับอาการท้องผูกที่แม่ต้องเจอ!!

มีเพื่อนๆ ที่เคยมีประสบการณ์ท้องผูกตอนตั้งครรภ์มาแชร์ให้ฟังว่า ช่วงท้องผูกหนักๆ ก็กิน ผลไม้แก้ท้องผูก เยอะอยู่นะเพราะมันจะช่วยทำให้อาการท้องผูกบรรเทาลงได้บ้าง จากที่ไม่ถ่ายตอนเช้ามาเป็นสัปดาห์ ระบบขับถ่ายก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ที่ถึงแม้จะไม่ได้ถ่ายทุกวัน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ถ่ายอุจจาระนานหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ๆ

ซึ่งก็เกิดคำถามข้อสงสัยขึ้นมากมายว่า “อาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์” ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร? สำหรับอาการท้องผูกของแม่ท้องนั้น พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สูตินรีแพทย์ ได้อธิบายไว้ดังนี้ค่ะ

“สาเหตุท้องผูกที่เกิดขึ้นในคนท้อง มาจากฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ มีผลทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว เป็นผลทำให้การบีบตัวของลำไส้ใหญ่ลดลง

ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นกับคนท้อง คือ ไม่ค่อยปวดอุจจาระทำให้ความถี่ในการถ่ายอุจจาระลดลง และอุจจาระแข็งขึ้น คนท้องบางรายอาจทำให้เยื่อบุทวารหนักขาดหรืออักเสบเมื่อถ่ายอุจจาระ[1]

บทความแนะนำ คลิก >> ท้องผูกรุนแรงตอนตั้งครรภ์

นอกจากนี้คุณหมอยังได้ให้คำแนะนำในการบรรเทาอาการท้องผูกที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ว่าคุณแม่ควรทานอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น รวมถึงผลไม้ที่ช่วยสร้างกากอาหารในลำไส้ทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดี เช่น มะละกอสุก แคนตาลูป เป็นต้น เมื่อกากใยมีมากในลำไส้ก็จะช่วยทำให้อุจจาระนุ่ม และช่วยกระตุ้นให้อยากถ่ายอุจจาระเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

ผลไม้แก้ท้องผูก
Credit Photo : Shutterstock

7 ผลไม้แก้ท้องผูก ช่วยแม่ท้องระบบขับถ่ายดี

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้เสมอไม่ใช่กับคุณแม่ท้องเท่านั้นที่ต้องประสบปัญหานี้ เพราะคนทั่วไปทั้งเด็ก คนชรา ผู้หญิง ผู้ชาย ก็มีปัญหาเรื่องขับถ่ายยากอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการท้องผูกในเบื้องต้น แนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ควรเน้นทานผัก ผลไม้ที่มีกากใยมากๆ หรืออาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่  ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และก็ต้องหมั่นออกกำลังกายให้ลำไส้ได้ขยับบ้าง ซึ่งถ้าในคนท้องแนะนำเป็นการว่ายน้ำ หรือโยคะก็ได้ แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำดูแลการออกกายบริหารอยู่ด้วยนะคะ ไม่แนะนำให้ทำเองตามลำพังค่ะ

ไปดูกันซิว่ามีผลไม้แก้ท้องผูกอะไรบ้างที่คุณแม่ท้องควรทานอย่างสม่ำเสมอตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือนนี้กันค่ะ…

1. มะละกอสุก

เป็นผลไม้ชนิดแรกๆ ที่เราจะนึกถึงเวลาที่ท้องผูก หรือถ่ายไม่ออกหลายวัน เพราะหลังจากทานมะละกอสุกเป็นมื้อเย็นสักครึ่งลูก หรือทานช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้าสัก 2-3 ชิ้น แล้วตามด้วยการดื่มน้ำอุณหภูมิห้องสัก 1 แก้ว คุณค่ะข้าศึกบุกในทันทีค่ะ อันนี้เคยลองแล้วได้ผลเลยเอามาบอกกันค่ะ

มะละกอสุกช่วยล้างลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี แก้ท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

มะละกอ ผลไม้ที่อุดมไปด้วยมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ คือมีทั้ง วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ แถมยังมีสรรคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย คุณแม่ท้องคนไหนที่ท้องผูกมากๆ ควรหามะละกอสุกมาทานกันนะคะ

2. ลูกพรุน

เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน มีกากใยสูง ธาตเหล็ก แคลเซียม วิตามินซี ฯลฯ ใครเคยทานน้ำลูกพรุนก่อนนอนบ้างคะ อยากบอกว่าต้องลองนะ ดื่มน้ำลูกพรุ่นสัก 1 แก้วก่อนนอน พอตื่นเช้ามาถ่ายง่ายสบายพุงมากๆ เลย

ลูกพรุนมีไขมันต่ำ มีแคลอรีน้อย มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ

หรือจะทานลูกพรุนสดก็ได้กินตอนท้องว่างเป็นผลไม้มื้อบ่ายของวันสัก 3-5 ผล ก็ช่วยเพิ่มกากใยให้ลำไส้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง ผลไม้ที่มีกากใยสูงอย่างลูกพรุน ไม่บอกก็รู้ว่าช่วยเรื่องท้องผูกได้เยี่ยมยอดไปเลยละค่ะ

บทความแนะนำ คลิก>> ผิวแตกลาย บอกลาขาดด้วย 5 วิธีเด็ด!

3. กล้วยน้ำว้า

อย่าได้มองข้ามผลไม้ชนิดนี้เชี่ยวค่ะ เพราะนอกจากจะหาซื้อง่ายราคาไม่แพงแล้ว กล้วยน้ำว้ายังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 วิตามินซี มีกากใยอาหารช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติ

“กล้วยน้ำว้ามีสารเพคตินและกากใยอาหารสูง ช่วยรักษาอาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ”

สำหรับคุณแม่ที่กลัวว่าอาการท้องผูกจะเป็นในช่วงตั้งครรภ์ หรือกำลังท้องผูกอยู่ แนะนำให้ทานกล้วยน้ำว้าสัก 2 ลูกหลังตื่นนอนตอนเช้า แล้วดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องสัก 1 แก้ว จะช่วยให้ลำไส้ขยับทำงานได้ดี จนรู้สึกปวดท้องเข้าห้องน้ำค่ะ

7 ผลไม้กินแก้ท้องผูกสำหรับแม่ท้อง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ

5 วิธีแก้ปัญหา ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ

ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ อาการสุดคลาสสิคที่ทุกครอบครัวต้องเจอ มาพบกับวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและได้ผลกันค่ะ

 

 

ลูกท้องอืด เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ตั้งแต่ทารกแรกเกิด ไปจนถึงเด็กโตที่เด็ก ๆ เป็นกันบ่อย ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต ซึ่งสาเหตุที่ทารกมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานได้ไม่ดีพอ จึงส่งผลให้ลูกมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา

ซึ่งอาการนี้ สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราแล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะเรารู้ว่าจะต้องรับประทานยาอะไร ทำแบบไหนถึงจะหาย แต่สำหรับเด็ก ๆ นั้น มันไม่ใช่เลยละค่ะ เพราะพวกเขาจะรู้สึกเจ็บ ปวด และทุกข์ทรมานแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะสื่อออกมาได้อย่างเต็มที่ … และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ก็ได้รวบรวมเอาวิธีแก้ พร้อมกับวิธีการสังเกตอาการของลูกมาฝากกันค่ะ

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติม คลิก!

อุทาหรณ์! ลูก คันตา อย่านิ่งนอนใจ!

คันตา อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะบางทีอาจไม่ได้เกิดจากโรคภูมิแพ้ทั่วไปก็เป็นได้

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า อาการคันตานั้น เป็นอาการปกติ ที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป เมื่อมีอาการแพ้อะไรสักอย่าง พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นหนึ่งในอาการของโรคภูมิแพ้นั่นเองค่ะ

แต่! ถ้าหากมันไม่ใช่ขึ้นมาละ … หากอาการดังกล่าวนั้น เกิดจากสาเหตุอื่นที่ใกล้ตัว จนผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เกิดอาการดังกล่าว จนถึงขั้นต้องขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน … ซึ่งเรื่องราวที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมานำเสนอในวันนี้นั้น เป็นเรื่องราวของผู้หญิงชาวจีนคนหนึ่ง ที่ต้องเข้ารับการรักษาอาการดังกล่าว ที่เรื้อรังมานานแสนนาน จนผลสุดท้ายผลการรักษาของเธอ ทำให้ทุกคนตกใจ

อ่านต่อเรื่องราวของเธอได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ด้วย 10 เทคนิคแสนง่าย ไม่ให้ลูกต่อต้าน!

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ที่ดีให้ลูก เป็นการที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางจิตใจของลูก และในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือในการสอนพฤติกรรมที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

Continue reading “วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ด้วย 10 เทคนิคแสนง่าย ไม่ให้ลูกต่อต้าน!”

อาการแพ้ท้อง

หมอรามาแนะเทคนิค! เอาชนะ “อาการแพ้ท้อง” แบบถูกต้อง

อาการแพ้ท้อง เป็น อาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังจะเป็นแม่คน ซึ่งอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 6 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่หลายท่านมักเป็นกังวลมากว่าการแพ้ท้องจะมีผลต่อลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง เราจึงมีวิธีที่จะช่วยลด อาการแพ้ท้อง จากคุณหมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดี มาฝากค่ะ

Continue reading “หมอรามาแนะเทคนิค! เอาชนะ “อาการแพ้ท้อง” แบบถูกต้อง”

เครื่องซักผ้าฝาบน

สุดยอด!! เครื่องซักผ้าฝาบน “ขยี้ แช่ ซัก” จบในขั้นตอนเดียว ที่คุณแม่บ้านเลิฟมาก

เครื่องซักผ้าฝาบน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณแม่บ้านสะดวก สบายในการใช้งาน ถือเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยิ่งบ้านที่มีสมาชิกหลายคน การซักผ้ากองโตคงไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างแน่นอน ดังนั้นเรามาเปลี่ยนความเหนื่อยล้าจากงานซักให้ กลายเป็นเรื่องสนุก เสื้อผ้าสะอาด ประหยัดเวลา และพลังงานให้คุณแม่ ด้วยเครื่องซักผ้า Samsung Activ Dualwash กันค่ะ

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

 

เครื่องซักผ้าฝาบน ที่ดีต้องตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่!!

อย่างที่รู้กันค่ะว่างานซักผ้าถือเป็นงานหนักของคุณแม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งการเลือกใช้ เครื่องซักผ้าฝนบน ที่ตอบโจทย์ขั้นตอน งานซักผ้าให้จบในครั้งเดียว ไม่ต้องแยกแช่ผ้าทิ้งไว้ในกะละมัง 10 นาที 20 นาทีแล้วค่อยยกเอาผ้าที่แช่ไว้มาใส่ในเครื่องซัก ผ้าอีกที โย้กย้ายเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา เสียเวลา น้ำหกเลอะเทอะ แถมยังเปลืองพลังงานคุณแม่อีกด้วย

ยิ่งในคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านยังต้องดูแลทุกเรื่องภายในบ้านทั้งของลูก สามี หรืออาจจะมีสมาชิก คนอื่นๆ ในครอบครัวอีก โดยเฉพาะงานซักเสื้อผ้าที่บางวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ต้องขนผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ฯลฯ ออกมาซักทำความสะอาด จนคุณแม่ไม่มีเวลาส่วนตัวให้กับตัวเองที่จะออกไปทำสวย หรือนอนพักดูทีวีรายการโปรด เพรากว่าจะซักผ้า เสร็จก็หมดเวลาไปเกือบจะครึ่งค่อนวันแล้ว ฉะนั้นเครื่องซักผ้าที่จะต้องตอบโจทย์คุณแม่บ้านยุคใหม่ได้ดีนั้น…

  • ถังซักต้องมีปริมาณความจุผ้าได้ครั้งละมากๆ
  • มีขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย สามารถแช่ผ้า ขยี้ผ้า ก่อนซักผ้าทำได้ในขั้นตอนเดียว
  • ระบบตัวถังซักผ้าต้องได้คุณภาพ และมาตรฐาน
  • ระบบการซักต้องไม่ทำลายเนื้อผ้าให้เสียหาย
  • ช่วยประหยัดพลังงาน ไม่เปลืองน้ำ และไม่เปลืองค่าไฟ
  • การใช้งานทนทาน รับประกันนานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป

เห็นถึงความต้องการของคุณแม่บ้านแล้ว ต้องบอกว่าสบายมากค่ะ เพราะตอนนี้เครื่องซักผ้าฝาบน Activ Dual WashTM  ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จากเครื่องซักผ้าซัมซุง เครื่องซักผ้าที่มาพร้อมอ่างซักผ้าในตัวมีช่องจ่ายน้ำ ช่วยให้งานซักผ้าของคุณแม่เป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้นด้วยละค่ะ  เอาเป็นว่าเราไปดูความโดดเด่นของคุณสมบัติการใช้งานเครื่องซักผ้าฝาบนของซัมซุงกันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ…

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

เครื่องซักผ้าฝาบน พร้อมด้วย Activ Dual washTM ดีกว่ายังไง?

  1. มีอ่างซักผ้าในตัว ที่มีการออกแบบขนาดให้ลงตัวทุกงานซักของคุณแม่ง่าย สะดวกสบายมากกว่า
  2. มีช่องจ่ายน้ำด้านหน้า ปุ่มเปิด-ปิดน้ำ ใช้งานง่าย
  3. มีฟักช์ชั่น Activ Dual Wash (เฉพาะของซัมซุง) ที่เลือกปล่อยน้ำ หรือเลือกนำไปใช้ต่อในถังซักก็ได้
  4. สามารถขจัดคราบเสื้อผ้า / ขยี้ผ้า / แช่ผ้าก่อนซักเบ็ดเสร็จในอ่างซักผ้าก่อนเทผ้าลงถังซักในหนึ่งเดียว ทำให้ไม่ต้องยกผ้าขึ้นลงจากกะละมังแช่ผ้าต่างหากเหมือนแต่ก่อน
  5. Magic DispenserTM ละลายผงซักฟอกได้หมด ทำให้เพิ่มพลังการซักได้เต็มประสิทธิภาพ
  6. Magic Filter แผ่นกรองอัจฉริยะ 2 ด้าน ทำให้มีประสิทธิภาพในการดักจับเส้นใยและสิ่งสกปรกจากเสื้อผ้าได้มากกว่า (แนกรองสามารถดึงออกมาทำความสะอาดง่าย)
  7. Wobble TechnologyTM เป็นเทคโนโลยีจานซักที่ช่วยถนอมผ้าได้มากกว่า และยังช่วยลดปัญหาผ้าพันกันได้อีกด้วย
  8. เครื่องซักผ้าซัมซุง Activ Dual washTM เป็นรุ่นดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ ทำให้ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานน้อย ทำให้ไม้เปลืองไฟฟ้า
  9. เครื่องซักผ้าซัมซุง Activ Dual washTM การใช้งานมีความทนทานมาก และยังรับประกันคุณภาพการใช้งานให้นานมากถึง 11 ปี

เป็นอย่างไรบ้างคะคุณแม่กับสุดยอดคุณสมบัติการใช้งานจากเครื่องซักผ้าฝาบนของ ซัมซุง Activ Dual washTM ที่บอกได้เต็มปากว่า “คุ้มค่าการใช้งานมาก” ถ้าเครื่องซักผ้าที่บ้านได้เวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว จะลงทุนซื้อใหม่ทั้งทีต้องเลือกที่ดีไซน์การใช้งานครอบคลุมในหนึ่งเดียว ที่สำคัญประสิทธิภาพการใช้งานต้องให้มากกว่าด้วยนะคะ ทีนี้คุณแม่ก็มีเวลาเหลือสำหรับออกไปทำสวย หรือทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวในวันหยุดมากขึ้นแล้วค่ะ

 

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

# Samsung Activ Dual wash
#เครื่องซักผ้าฝาบน
#พื้นที่โฆษณา

อาการไม่สบายท้อง

อาการไม่สบายท้อง ปัญหาสุขภาพเล็กๆ ที่กระทบต่อพัฒนาการลูกน้อย

อาการไม่สบายท้อง เป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับลูกตั้งแต่วัยทารก ไม่ว่าจะเป็นการร้องโคลิคที่ร้องนานซ้ำเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงการแหวะนมออกมาหลังกินอิ่ม และอาการท้องผูกก็เป็นปัญหาที่ทำให้ลูกไม่สบายท้องด้วยเช่นกัน มาดูกันค่ะว่า สาเหตุของอาการไม่สบายท้องนั้นเกิดจากอะไร?

 

อาการไม่สบายท้อง (ร้องโคลิค / แหวะนม / ท้องผูก) เป็นเพราะอะไร?

รู้หรือไม่ว่าร้องโคลิค แหวะนม และท้องผูก ที่พบว่าเกิดขึ้นได้บ่อยกับทารกและเด็กเล็กนั้นเป็นกลุ่ม อาการไม่สบายท้อง ที่เกิดจากระบบทางเดินอาหารของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และเมื่อระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เมื่อลูกได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงแรกเกิดที่เด็กควรได้ทานนมแม่ แต่หากไม่ใช่นมแม่ ก็อาจจะทำให้ ลูกมีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร จนส่งผลให้ลูกรู้สึกไม่สบายท้องขึ้นมานั่นเองค่ะ

Good to know…ความไม่สบายท้องเป็นปัญหาที่ได้มีการวิจัยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่วัยทารกและเด็กเล็กโดยทั่วไปได้ถึง 30%[1]

ลูกร้องโคลิค ไม่มีสาเหตุ เป็นเพราะอะไร?

คุณพ่อคุณแม่ที่เพิ่งได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อยมาได้ยังไม่ถึงเดือน จู่ๆ ลูกก็ร้องไห้กวนนานเป็นชั่วโมงๆ ในช่วงเวลาเดิมของทุกวัน ปลอบยังไงก็ไม่ยอมหยุดร้องจนกระทั่งลูกหยุดร้องไปเอง และเมื่อคลำเนื้อตัวลูกก็ไม่มีไข้ดูแข็งแรงสบายดี สงสัยแบบนี้จะใช้อาการร้องโคลิคแล้วละค่ะ

การร้องไห้ปกติถือเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งของเด็ก แต่การร้องกวนงอแงเป็นพักๆ ในช่วงอายุ 5 เดือนแรก อาจเป็นการร้องโคลิค ที่สาเหตุส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจากระบบทางเดินอาหาร เช่น

  • มีแก๊สในกระเพาะและลำไส้มาก
  • ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ไม่หมด
  • ระบบประสาทอัตโนมัติทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ
  • จุลินทรีย์ในลำไส้มีความหลากหลายน้อย
  • หรือแม้แต่การแพ้นมวัวในเด็กก็เป็นสาเหตุของการร้องโคลิค[2]

ลูกท้องผูก เป็นเพราะอะไร?

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กทารก และในเด็กเล็ก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบทางเดินอาหารของเด็กยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสภาพลำไส้หรือมาจากการเปลี่ยนแปลงสูตรนมในเด็ก เป็นต้น

อาการแสดงที่บอกว่าลูกท้องผูก คุณแม่สามารถสังเกตได้ดังนี้

  • ลูกถ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อน แห้ง แข็งเป็นเม็ดกระสุน
  • ขณะถ่ายอุจจาระลูกต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ
  • ลูกแสดงสีหน้าว่าเจ็บปวดทุกครั้งขณะขับถ่ายอุจจาระ[3]

ลูกแหวะนม เป็นเพราะอะไร?

ทุกครั้งหลังมื้อนมแล้วลูกมีอาการแหวะนมออกมา การที่ลูกแหวะนมหรือสำรอกนมออกมา นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หูรูดที่ปิดยังไม่สนิท เป็นผลให้เมื่อลูกทานนมเข้าไปแล้วจึงแหวะเอานมออกมาเล็กน้อยทุกครั้งหลังมื้อนมนั่นเองค่ะ

การเรอกับการแหวะนมไม่เหมือนกันนะคะ คุณแม่อย่าเพิ่งสับสน ถ้าจะสังเกตให้ง่ายๆ ว่านี่ใช่อาการที่ลูกกำลังแหวะนมออกมาหรือไม่ สามารถสังเกตได้ดังนี้

– หลังดูดนม ลูกมักมีอาการแหวะนมออกมาเล็กน้อย

– ไม่มีเหมือนพยายามขย้อน หรือจะอาเจียน

– มีอาการแหวะนมมากกว่า หรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อวัน[4]

อาการไม่สบายท้องส่งผลต่อพัฒนาการของลูกอย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองว่าก็แค่ลูกแหวะนม ร้องกวนโคลิค ท้องผูก พอลูกโตขึ้นเดี๋ยวก็หายไปเองแหละ ใช่อยู่ว่ากลุ่มอาการไม่สบายท้องที่เกิดขึ้นนี้ สามารถหายไปได้เองเมื่อลูกอายุมากขึ้น แต่จะดีกว่ามากหากสามารถช่วยแก้ปัญหาไม่สบายท้องให้ลูกได้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต เพราะอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกได้ โดยเฉพาะพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการการเรียนรู้

กลุ่มอาการไม่สบายท้อง อย่างที่ทราบกันว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากระบบทางเดินอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อลูกได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด ก็ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายไม่รับสารอาหารอย่างเพียงพอครบถ้วน แน่นอนว่าย่อมกระทบต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย พัฒนาการ และการใช้สมองในการเรียนรู้ จดจำ

ดังนั้นเพื่อให้พัฒนาทุกด้านของลูกไม่สะดุดจากปัญหาไม่สบายท้อง แนะนำว่าคุณแม่ควรให้ลูกได้ทานนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด น้ำนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก ที่สำคัญนมแม่ย่อยง่าย จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้หมด นมแม่เป็นนมที่เหมาะกับระบบทางเดินอาหารของลูกอย่างมาก และมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกต้องการด้วยค่ะ

แล้วถามว่าถ้าแม่มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ละต้องทำไงดี หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้เนื่องจากไม่สบายมีปัญหาสุขภาพ แนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับนมสูตรย่อยง่าย ซึ่งเป็นนมสูตรพิเศษที่ช่วยลดปัญหาไม่สบายท้องให้กับลูกวัยทารกและเด็กเล็กได้ค่ะ

 


อ้างอิงข้อมูลจาก
1Y. Vandenplas et al., JPGN 2015
2สุพร ตรีพงษ์กรุณา, ภาวะทางเดินอาหารทำหน้าที่ผิดปกติไร้โรคทางกายในเด็ก, 2558
3ตำราแนวทางเวชปฏิบัติโรคทางเดินอาหารในเด็กที่พบบ่อย ชมรมโรคทางเดินอาหารและโรคตับในเด็ก
4นายแพทย์มิชิโอะ มัตสุตะ เขียน, พรอนงค์ นิยมค้า แปล, สารานุกรมการเลี้ยงดูเด็ก เล่ม 1 เรื่องแหวะนม หน้า 85-86

ฝึกลูกพูด

14 เทคนิค ฝึกลูกพูด ให้มีทักษะการพูดที่ดี..ไปจนโต!

การ ฝึกลูกพูด ฝึกลูกใช้ภาษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่เด็กใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และเป็นการทำให้เด็กคิดโดยตนเอง เป็นหลักสำคัญในการเรียนรู้และการสร้างสรรค์

Continue reading “14 เทคนิค ฝึกลูกพูด ให้มีทักษะการพูดที่ดี..ไปจนโต!”