เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ ช่วยสร้างจินตนาการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ คือการให้ลูกได้สนุกไปกับการใช้จินตนาการแต่งแต้มวาดภาพระบายสีลงบนกระดาษ ที่มีเพียงกระดาษกับสีก็สามารถสร้างสรรค์จินตนาการได้ เหมือนอย่างครอบครัวของคุณพ่อโย-ภิญโญ คุณแม่กิฟ-พนิดา เวียงซ้าย ที่ส่งเสริมให้ลูกสาวน้องเพ้นท์-ภิญญาดา เวียงซ้าย อายุ 6 ขวบ ได้เรียนรู้ฝึกฝนวาดภาพ ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปทำความรู้จักกันว่าทำไมจึงเลือกเลี้ยงลูกด้วยศิลปะกันค่ะ

 

น้องเพ้นท์กับการเริ่มต้นงานศิลปะวาดภาพระบายสี

คุณพ่อโย และคุณแม่กิฟ เล่าว่า ก่อนลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้อยู่ในวัย 6 ขวบ จะหันมาสนใจและสนุกกับการวาดภาพระบายสี เริ่มมาจากที่ตัวคุณพ่อและคุณแม่ชอบงานด้านศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกันทั้งคู่ พอหลังจากมีลูกก็มีความคิดที่ว่าศิลปะการวาดภาพเป็นเรื่องสนุก ช่วยส่งเสริมจินตนาการที่ดีให้กับลูกได้ จึงลองหากระดาษกับสีมาให้ลูกสาวลองวาดดู หลังจากที่ให้น้องเพ้นท์ได้ลองแต่งแต้มจินตนาการภาพวาดในแบบฉบับของตัวเองแล้ว น้องเพ้นท์มีความสนุก สนใจในการวาดภาพมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงส่งเสริมด้วยการพาไปเรียนศิลปะวาดภาพระบายสีในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ

คุณพ่อโย ยังเล่าต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้น้องเพ้นท์ก็เหมือนกับเด็กๆ ทั่วไปที่ชอบดูการ์ตูน เล่นเกม เล่นไอแพด แล้วก็ไม่ค่อยมีสมาธิสักเท่าไหร่ แต่พอน้องเพ้นท์ได้มาเรียนวาดภาพระบายสีกลายเป็นว่าจากเด็กที่ชอบเล่นเกม ดูการ์ตูน กลายเป็นพอมีเวลาว่างก็จะไปหยิบเอากระดาษกับสีมานั่งวาดภาพ แล้วผลลัพธ์ที่ได้กลับมาอีกอย่างคือ น้องเพ้นท์กลายเป็นเด็กที่มีสมาธิมากขึ้น สมาธิไม่หลุดไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง

 

ลูกได้อะไรจากการเรียนศิลปะวาดภาพระบายสี

คุณพ่อโย – สิ่งที่ลูกสาวได้รับกลับมาแน่ๆ ที่เราสัมผัสได้คือ ลูกมีทักษะการวาดภาพที่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากเมื่อก่อนคือเขาวาดไปตามจินตนาการที่เขาอยากจะวาด อยากจะใช้สีไหนระบายตรงไหนก็ตามแต่อารมณ์ของเขา แต่พอมาเรียนวาดภาพ เขาจะมีความคิดที่เป็นระบบมากขึ้น เริ่มคิดวางแผนว่าถ้าเขาจะทำผลงานออกมาหนึ่งชิ้น เขาก็จะคิดเลยว่าต้องใช้อุปกรณ์และต้องใช้สีอะไรบ้าง นอกจากนี้ก็ยังได้ในเรื่องของสมาธิที่เพิ่มขึ้นด้วยครับ เพราะเราจะสังเกตลูกตลอด ตอนนี้เวลาที่เขาทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่การวาดภาพ เขาก็จะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าครับ ซึ่งที่เห็นได้ชัดอีกเรื่องก็คือผลการเรียนที่โรงเรียนของลูกคือเขาจะโฟกัสกับทุกวิชาที่เรียนเพิ่มมากขึ้นด้วย

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ

ทำไมจึงสนับสนุนให้ลูกได้เข้าร่วมโครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน 2018

แม่กิฟ – โดยส่วนตัวเราสองคนมองว่าเป็นโครงการที่ดีมากๆ สำหรับเด็กๆ ค่ะ เพราะถือเป็นการได้ส่งเสริมให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ได้เปิดประสบการณ์ ได้ลองสนามจากที่วาดอยู่แต่กับที่บ้านกับที่โรงเรียนศิลปะอย่างเดียว แต่โครงการนี้ลูกจะได้ใช้ทักษะการวาดภาพที่มีในการแต่งแต้มสร้างจินตนาการตามหัวข้อโครงการคือ รถยนต์ในฝัน เราในฐานะพ่อแม่ก็ตื่นเต้นไปกับลูก อยากรู้ว่ารถยนต์ในฝันของลูกจะออกมาเป็นยังไงค่ะ

แต่เราก็คุยกับลูกนะคะว่าเป็นการส่งภาพวาดสนุกๆ ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่ากำลังถูกกดดันค่ะ เพราะเราเชื่อว่าถ้าสนับสนุนลูกก็ต้องให้เขาทำบนพื้นฐานของความสุข เพื่อที่ผลงานจะได้ออกมาดีๆ ค่ะ ส่วนจะได้เข้ารอบหรือไม่นั้นเราปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ

โครงการประกวดภาพวาดระบายสี โตโยต้า รถยนต์ในฝัน มีรายละเอียดอะไรบ้าง

สำหรับโครงการนี้จะเปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2018 โดยจะแบ่งการประกวดออกเป็น 3 รุ่น คือ

  1. รุ่นอายุต่ำกว่า 8 ปี
  2. รุ่นอายุ 8-11 ปี
  3. รุ่นอายุ 12-15 ปี

เงื่อนไขการสมัคร

  • ผลงานภาพวาดพร้อมระบายสี บนกระดาษขนาด A3
  • สามารถใช้สีได้ทุกประเภท แต่ห้ามใช้การตกแต่งภาพด้วยเทคนิคดิจิตอล
  • ผลงานที่สมบูรณ์จะต้องถูกส่งมาพร้อมกับใบสมัครและแบบสอบถาม
  • ผู้สมัคร 1 คน สามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัด

เลี้ยงลูกด้วยศิลปะ

ประเภทรางวัลที่จะได้รับ

  • รางวัลการประกวดระดับประเทศ

รางวัลที่ 1 ของทุกรุ่นอายุ : ทุนการศึกษา 30,000 บาท ประกาศนียบัตร และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รางวัลที่ 2 ของทุกรุ่นอายุ : ทุนการศึกษา 20,000 บาท และประกาศนียบัตร

รางวัลที่ 3 ของทุกรุ่นอายุ : ทุนการศึกษา 10,000 บาท และประกาศนียบัตร

รางวัลชมเชย 5 รางวัลของทุกรุ่นอายุ  : ทุนการศึกษา 2,000 บาท และประกาศนียบัตร
(ผู้ชนะระดับประเทศรางวัลที่ 1-3 ของทุกรุ่นอายุ รวม 9 ผลงานจะถูกส่งไปประกวดระดับโลก)

  • รางวัลประกวดระดับโลก

ผู้ชนะระดับโลกพร้อมผู้ปกครอง 1 ท่าน จะได้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัล และทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศญี่ปุ่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม โครงการได้ที่ : http://www.dreamcarthailand.com/

Facebook: https://www.facebook.com/DreamCarArtContest/

เห็นโครงการดีๆ แบบนี้แล้วอยากจะเชิญชวนทุกครอบครัวที่มีลูกๆ รักในการวาดภาพระบายสีลองส่งผลงานเข้าร่วมสนุก เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับโครงการโตโยต้า รถยนต์ในฝัน เหมือนกับครอบครัวเวียงซ้ายกันเยอะๆ ค่ะ

 


ขอขอบคุณสถานที่ :
โรงเรียนสอนศิลปะ Art & Learn
ครูบอส – โทร. 083 986 5758
 

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก

แพทย์เตือน! ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก รักษาช้า อาจอันตรายถึงชีวิต

ไวรัสลงกระเพาะในเด็ก โรคระบาดยอดฮิต ที่มีอาการคล้ายโรคหวัด แต่พิษสงร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต!

 

โรคไวรัสลงกระเพาะในเด็ก โรคเก่าที่ไม่ได้เอามาเล่าใหม่ แต่เป็นโรคที่อยู่คู่ชีวิตของเราและคนในครอบครัวมานานหลายปี โรคที่วิวัฒนาการดีขึ้น จนมนุษย์อย่างเราเองนั้นตามไม่ทัน

ไวรัสลงกระเพาะ คืออะไร?

ไวรัสลงกระเพาะ (Viral Gastroenteritis) คือ ภาวะติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหารและลำไส้ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรค หรือใช้เครื่องใช้ที่มีอุจจาระ อาเจียน หรือน้ำลายปนเปื้อนเชื้อโรคติดอยู่ รวมทั้งการคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคนี้โดยตรง ผู้ป่วยมักอุจจาระเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และอาจมีไข้ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักหายจากโรคนี้ได้เอง แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ อีกทั้งยังไม่มีวิธีรักษาภาวะนี้โดยตรง ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการรักษาประคับประคองตามอาการจนกว่าจะหายดี ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารและน้ำดื่มที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรค

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ระยะนี้ประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็น และชื้นทำให้เชื้อโรคชนิดต่าง ๆ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ขวบ จะมีภูมิคุ้มกันร่างกายน้อยกว่าเด็กทั่วไป ส่งผลให้เจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งโรคที่พบบ่อย คือ  โรคไวรัสลงกระเพาะ หรือโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ 

ซึ่งเจ้าไวรัสนั้นมีมากมายหลากหลายชนิด  แต่จะมีอยู่ชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่พบมากอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 5 ปีนั่นคือ “เชื้อไวรัสโรต้า” นั่นเองค่ะ

เชื้อไวรัสโรต้าโดยโรคดังกล่าวนั้นซึ่งมีอัตราที่พบในเด็กร้อยละ 16 ถึง 58 เชื้อโรคชนิดนี้สามารถอยู่ในสภาวะแวดล้อมทั่วไปได้นาน แฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น จาน ชาม บริเวณพื้นที่ไม่สะอาด อาหารที่รับประทานเข้าไป หรือได้รับเชื้อจากผู้ป่วยโดยตรง โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก อมของเล่นที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่ หลังจากได้รับเชื้อเด็กจะมีอาการเหมือนไข้หวัด คือ มีไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล หรือไอร่วมด้วย

อาการที่เด่นชัด คือ อาเจียน ตั้งแต่เล็กน้อยถึงขั้นรุนแรง ซึ่งอาจจะมีอาการท้องอืดร่วมด้วย นอกจากนี้ เด็กจะไม่อยากรับประทานอาหารและมีอาการถ่ายเหลวถ่ายบ่อยตามมาในระยะ 1-2 วัน หรืออาจพบอุจจาระเป็นมูกแต่ไม่มีเลือดปนประมาณ 5-7 วัน

อ่านต่อ! อาการของโรค ในเด็กแต่ละวัยคลิก!

ป้องกันไข้หวัดใหญ่ บนรถสาธารณะ

แพทย์ออกมาตรการ! ป้องกันไข้หวัดใหญ่ บนรถสาธารณะ

หลังจากมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด แพทย์! ได้ออกมาตรการ ป้องกันไข้หวัดใหญ่ บนรถสาธารณะ แล้ว!

 

 

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จนถึงปัจจุบัน มีการพบผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ทั้งในพนักงานและผู้โดยสาร โดยจัดชุดรณรงค์เพื่อป้องกันโรครวมกว่า 50,000 ชิ้นด้วยกัน

โดย นายแพทยสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค  มอบชุดรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในยานพาหนะสาธารณะแก่กระทรวงคมนาคม โดยมี นายวิทยา ยาม่วง  ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมนำคณะเยี่ยมชมรถโดยสารประจำทาง และมอบหน้ากากป้องกันโรคให้แก่ประชาชนที่ใช้บริการยานพาหนะสาธารณะ ณ ป้ายรถโดยสารประจำทาง บริเวณด้านหน้ากระทรวงคมนาคม

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติม >>

ตั้งชื่อลูก ตามการ์ตูน

พ่อลุ้น ขอแม่ ตั้งชื่อลูก ตามการ์ตูน โปรด!

เมื่อคุณพ่อขอ ตั้งชื่อลูก ตามการ์ตูน โปรด! คุณแม่จึงต้องตัดสินใจยื่นคำเด็ดขาดนี้ ได้ครบเมื่อไหร่ ว่ากัน!!

 

 

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณสามี อยากตั้งชื่อลูกตามแบบการ์ตูนดังในตำนาน งานนี้คุณภรรยาอาจจะต้องตั้งเงื่อนไขเล็กน้อย ซึ่งเงื่อนไขนั้น คุณสามีชาวอเมริกันคนนี้ จะทำได้หรือไม่ และเงื่อนไขนั้นคืออะไร เราไปดูข่าวที่กำลังดังกระหึ่มในวงโซเชียลนี้กันค่ะ

และนอกจากนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ก็ได้นำชื่อการ์ตูนยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ตั้งให้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วยเช่นกัน พร้อมแล้วหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปอ่านเรื่องราวนี้กันเลยค่ะ

อ่านต่อ >> คุณแม่ตั้งเงื่อนไขอยากให้ลูกชื่อนี้ก็ต้องได้ให้ครบ!

ป้องกันลูกติดมือถือ

ป้องกันลูกติดมือถือ สไตล์คุณพ่อลูกสอง เต๋า สมชาย

เห็นภาพในละคร นักแสดงหนุ่ม เต๋า สมชาย ออกจะสายเข้ม สายโหด แต่พอเข้าโหมดคุณพ่อลูกสองเนี่ย บอกเลยว่าความโหดไม่เท่า แต่ความเข้มงวดกับลูกๆก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะการออกกฎเหล็ก ป้องกันลูกติดมือถือ คุณพ่อเต๋า มีวิธีรับมือเรื่องนี้กับลูกๆอย่างไร แม่ๆตามมาดูกันเลยค่ะ

Continue reading “ป้องกันลูกติดมือถือ สไตล์คุณพ่อลูกสอง เต๋า สมชาย”

หนูเกิดมาได้อย่างไร

“หนูเกิดมาได้อย่างไร” พ่อแม่ควรตอบแบบไหนมาดูกัน

“หนูเกิดมาได้อย่างไร ?” คำถามที่พ่อแม่ต้องเจอ และคิดให้ดีก่อนตอบ!

 

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหน ที่กำลังมีลูกอยู่ในวัยกำลังฉอเลาะ … คำถามพื้นฐานเลยที่จะต้องเจอจากลูก ๆ ก็คือ “ถามหาที่มาว่า ตัวลูกเองนั้น เกิดมาได้อย่างไร?”

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ ครุ่นคิดว่า แล้วฉันจะตอบลูกอย่างไร ตอบความจริงว่า พ่อกับแม่มีเพศสัมพันธ์กัน รับรองลูกก็ไม่เข้าใจ แถมต้องถามต่ออีกว่า แล้วเพศสัมพันธ์เป็นอย่างไร หากจะคิดไปไกลกว่านั้น สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือ ลูกนำไปลองใช้กับชีวิตจริง!

แล้วจะต้องทำอธิบายอย่างไร ลูกถึงจะเข้าใจ คลิก!

โรคเตี้ยในเด็ก

โรคเตี้ยในเด็ก โรคใกล้ตัวที่พ่อแม่ควรทำความรู้จัก

สงสัยจัง ทำไมลูกเราถึงตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เพราะกินนมน้อยไป หรือเป็น โรคเตี้ยในเด็ก กันแน่!

 

 

คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคะ เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่า ทำไมลูกของเราที่กำลังอยู่ในช่วงของวัยกำลังเติบโต แต่แทนที่จะเติบโตสูงใหญ่เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน กลับกลายเป็นว่าลูกตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่น ๆ … สาเหตุ เป็นเพราะอะไร จะใช่กรรมพันธุ์ หรือว่าลูกกินนมไม่มากพอหรือไม่ หรือลูกเป็นโรคอะไรกันแน่ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมข้อมูลนี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนท่านกันแล้วละค่ะ

จากสถิตินั้นพบว่า เด็กจำนวน 100 คน จะมีเด็กที่ตัวเตี้ยต่ำกว่าเกณฑ์อยู่ประมาณ 1 – 5 คน และในจำนวนนั้นก็มักจะป่วยเป็นโรคเด็กเตี้ยกันอยู่!

โรคเด็กเตี้ยคืออะไร อ่านต่อ >>

วิธีเลือกอะโวคาโด

อะโวคาโด สุดยอดอาหาร พร้อม วิธีเลือกอะโวคาโด ที่สุก เนื้อสีสวย ไม่เน่าเละ!

อะโวคาโด ผลไม้สุดมหัศจรรย์เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ที่คุณแม่คาดไม่ถึง วันนี้แม่น้องฮันน่าห์ จึงเปิดห้องทดลองเพื่อแฟนเพจ และแฟนเว็บไซต์ของ Amarin Baby & Kids โดยเฉพาะกับเคล็ดลับ วิธีเลือกอะโวคาโด ที่สุก มีเนื้อสีสวย ไม่เน่าเละ จะมีวิธีอย่างไรตามมาดูกันเลยค่ะ

Continue reading “อะโวคาโด สุดยอดอาหาร พร้อม วิธีเลือกอะโวคาโด ที่สุก เนื้อสีสวย ไม่เน่าเละ!”

ฝันว่าท้อง แปลว่า กำลังจะมีลูก เรื่องจริงหรือคิดไปเอง?

ฝันว่าท้อง แปลว่า งานนี้จะได้ลูก! ความเชื่อ ความจริง หรือแค่ความฝัน อยากรู้ไปดูกันเลย

 

 

เมื่อความฝัน กลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลกับชีวิคเรา เค้าว่ากันว่า ฝันว่าหยิบอุจจาระ แปลว่าจะได้ลาภ ฝันว่าเห็นสุนัขแสดงว่ามีเกณฑ์เดินทาง แล้วถ้าฝันว่าท้อง!! จะแปลว่าจะท้องมีลูกจริง ๆ หรือไม่ หรือว่าเป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านกันแล้วละค่ะ

แต่ก่อนอื่นเคยสงสัยกันหรือไม่คะว่า ความฝันนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเพราะกินอิ่มเกินไป? หรือว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ? วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับความฝันกันค่ะ

ความฝันคืออะไร?

ความฝัน คือการแสดงออกของความนึกคิด ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในสมอง ในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ ทราบไหมคะว่า เราสามารถฝันกันได้คืนนึงสองถึงสามครั้งเลยละค่ะ มากสุดก็ หกครั้งเลยทีเดียว ทุกคนต้องนอนหลับฝัน แต่อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจำความฝันของตัวเองได้

อ่านต่อ>> ฝันว่าตัวเองท้อง แปลว่าจะมีลูกจริงหรือม?

สิทธิประกันสังคม ค่ารักษาพยาบาล

ทำอย่างไรเมื่อ ป่วยคนละที่กับ สิทธิประกันสังคม ค่ารักษาพยาบาล เบิกได้?

ทำอย่างไร? เมื่อต้องไปทำงานต่างถิ่น แล้วป่วยคนละที่กับ สิทธิประกันสังคม ค่ารักษาพยาบาล จะเบิกได้หรือไม่?

 

 

คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือที่มีประกันสังคมทุกท่านคะ เคยเกิดความสงสัยกันหรือไม่คะว่า ถ้าหากเราต้องไปทำงานต่างถิ่น หรือได้รับมอบหมายให้ไปทำงานต่างจังหวัด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นนั่นคือ การเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราทุกคนไม่สามารถคาดเดาได้ … ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริงขึ้นมา ทำอย่างไรละทีนี้? จะต้องจ่ายไปเองก่อนหรือว่า ไม่สามารถเบิกได้เลยเพราะไม่ใช่โรงพยาบาลที่เราเลือก? วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้เตรียมคำตอบมาให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

แต่ก่อนที่จะไปดูนั้น เรามาดูกันคร่าว ๆ ก่อนดีกว่านะคะว่า สิทธิประกันสังคม ที่ว่านี้นั้นมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้างที่จะให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้เบิกหรือคุ้มครองอะไรพวกเราบ้าง

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติม >>

ภาวะเด็กถูกเร่ง

พ่อแม่เช็กด่วน! หลังจิตแพทย์เตือน! เลี้ยงลูกระวังเสี่ยง ภาวะเด็กถูกเร่ง

ในยุคสมัยนี้ จะเห็นว่าเด็กๆมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น บางคนมีความสามารถพิเศษในหลายด้านพร้อมกัน เด็กยุคนี้จึงถูกเร่งให้เรียนทั้งวิชาการ และกิจกรรมนอกหลักสูตรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้อง เล่น เต้น กีฬา งานศิลปะ และกิจกรรมอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ หรือผู้เป็นพ่อเป็นแม่ หยิบยื่นให้ทั้งสิ้น เพราะอยากให้ลูกๆเป็นเด็กที่เก่งรอบด้าน

Continue reading “พ่อแม่เช็กด่วน! หลังจิตแพทย์เตือน! เลี้ยงลูกระวังเสี่ยง ภาวะเด็กถูกเร่ง”

ผักปวยเล้ง

ผักปวยเล้ง ประโยชน์แฝงอันตราย!!

ผักปวยเล้ง (Spinach) ใครชอบกินบ้างไหมคะ เราคนนึงที่ชอบมาก เห็นใบเขียวๆ แบบนี้อย่าเพิ่งทำหน้ายี้กันนะคะ เพราะ ผักชนิดนี้นำมาทำได้หลากหลายเมนูกินได้ประโยชน์ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวบางโรคก็ไม่แนะนำ ให้กินปวยเล้ง ว่าแต่จะเป็นโรคอะไรนั้นทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาบอกให้ระมัดระวังกันค่ะ

 

ผักปวยเล้ง ประโยชน์ที่ต้องร้องว้าว!!

สำหรับผักใบเขียวอย่าง ผักปวยเล้ง ต้องบอกว่าเป็นผักชนิดหนึ่งที่กินแล้วได้ประโยชน์มากๆ กับสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะ คนที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์แล้วต้องการให้ร่างกายได้รับกรดโฟเลตจากธรรมชาติ สามารถกินผักปวยเล้งได้เช่นกันค่ะ เพราะผักใบเขียวชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องโฟเลตสูง

ปวยเล้ง จะอุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่หลากหลายชนิดอย่าง แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 วิตามินซี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และก็มีลูทีนสูงด้วย

บทความแนะนำ คลิก 16 วิธีล้างผักผลไม้ ให้ปลอดสารก่อนให้ลูกทาน

กินผักใบเขียวชนิดนี้ได้ประโยชน์ตามนี้เลยค่ะ

  • ช่วยทำให้สุขภาพดวงตาแข็งแรง
  • ช่วยปกป้องดวงตาไม่ให้รับอันตรายจากแสงสีฟ้าที่มากับจอคอมพิวเตอร์ มือถือ ดวงอาทิตย์ หรือหลอดไฟต่างๆ เป็นต้น
  • ช่วยป้องกันมะเร็งอัณฑะในผู้ชาย
  • ช่วยป้องกันและลดการเกิดความพิการของสมองกะโหลก และกระดูกสันหลังของทารกเด็กในครรภ์

เห็นประโยชน์ดีๆ กันไปแล้ว ทีนี้เราจะไปดูกันว่ากินผักเขียวปวยเล้งแล้วทำสุขภาพแย่ได้จริงหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ระมัดระวังกันก่อนที่สุขภาพจะแย่ลงไปกว่าเดิมค่ะ

อ่านต่อ อันตรายโรคที่มาจากการกินปวยเล้ง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ประโยชน์ของมันม่วง

10 ประโยชน์ของมันม่วง พร้อม 5 เมนูลูกอร่อย แม่ชอบใจ!

พบกับ ประโยชน์ของมันม่วง ของดีที่มีมากกว่าแค่สีสวย และความอร่อย!!

 

 

กำลังอินกันเลยใช่ไหมละคะกับมันม่วง ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในหมู่ของคุณแม่ ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก … แต่คุณแม่ขา…เราจะฟินไปคนเดียวทำไมคะ  ในเมื่อลูก ๆ ก็สามารถฟิน อร่อย แล้วก็ได้รับประโยชน์ได้เหมือนกันกับเรา

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า มันม่วง ทำได้มากสุดก็แค่เผา … แล้วเด็กที่ไหนจะไปยอมกิน …หารู้ไม่ว่า มันม่วงนี่ละค่ะ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่สุดยอดความอร่อย และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็ได้เตรียมเมนูที่ทำมาจากมันม่วงมาฝากคุณแม่ทุก ๆ คนค่ะ รับรองเลยว่า งานนี้ไม่ใช่แม่คนเดียวเท่านั้นที่จะฟิน  ลูกน้อยก็จะร่วมฟิน พร้อมกับขอเบิ้ลแล้วเบิ้ลอีกก็เป็นได้ แต่ก่อนที่เราจะไปดูนั้น เราไปดูประโยชน์ของเจ้ามันม่วงกันก่อนดีกว่าค่ะ

อ่านต่อ >> คุณประโยชน์ของมันม่วง ได้ที่หน้าถัดไป!

คนท้องดื่มน้ำขิงได้ไหม?

คนท้องดื่มน้ำขิงได้ไหม? เสี่ยงแท้งจริงหรือ?

เชื่อว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องหลายคนมักเป็นกังวลในเรื่องของอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่มักกังวลว่า รับประทานอะไรเข้าไป แล้วจะส่งผลร้ายต่อลูกน้อยในครรภ์หรือไม่ ไม่เว้นแต่สมุนไพรอย่าง ขิง แม่ๆหลายคนก็ยังสงสัยอยู่ว่า  คนท้องดื่มน้ำขิงได้ไหม? วันนี้ Amarin Baby & Kids มาไขข้อข้องใจให้ค่ะ

Continue reading “คนท้องดื่มน้ำขิงได้ไหม? เสี่ยงแท้งจริงหรือ?”

กรมควบคุมมลพิษ

กรมควบคุมมลพิษ ออกเตือนทุกครัวเรือนในกทม. กำลังเผชิญสภาวะอากาศเลวร้าย

ประกาศด่วน!! ไม่ใช่หมอก!! กรมควบคุมมลพิษ ยืนยัน กรุงเทพฯ กำลังเผชิญสภาวะอากาศเลวร้าย เตือนด่วนคุณพ่อคุณแม่ทุกบ้านระวังลูกน้อย งดออกนอกบ้านได้จะดีมาก

Continue reading “กรมควบคุมมลพิษ ออกเตือนทุกครัวเรือนในกทม. กำลังเผชิญสภาวะอากาศเลวร้าย”

อยากมีลูก

อยากมีลูก ต้องอ่าน! 7 ข้อแพทย์แผนจีน ช่วยให้มีลูกสมใจ

อยากมีลูก ปล่อยก็แล้ว ลองทุกกระบวนท่า แต่ทำเท่าไรก็ไม่มี งานนี้อาจต้องใช้แพทย์แผนจีนช่วย!!

 

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากมีลูกคนที่สอง หรือสามีภรรยาคู่ใดที่กำลังพยายามจะมีลูกแล้วทำไม่สำเร็จละก็ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ขอแนะนำวิธีของแพทย์แผนจีน พร้อมสาเหตุที่ทำม๊ายทำไม ทำเท่าไรถึงไม่มีลูกเสียทีในสไตล์ของชาวจีนมาฝากค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันนั้น เรามาทำความรู้จักกับ แพทย์แผนจีน กันก่อนดีกว่าค่ะ

แพทย์แผนจีน คืออะไร?

คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า การแพทย์แผนจีน หมายถึงการแพทย์แผนโบราณของชาวฮั่นซึ่งเป็นการแพทย์ที่มีประวัติการใช้ในการรักษาในชาวจีนยาวนานมากว่า 5,000 ปี และมีทฤษฎีสมบูรณ์ที่สุดโดยมีองค์ประกอบหลักคือ

  • การวินิจฉัย บอกโรคและรักษาด้วยการฝังเข็ม
  • การใช้ยาสมุนไพร
  • ชี่กง
  • ยาบำรุงหรือยาโด๊ปสำหรับคนอยากมีลูก เป็นต้น

อ่านต่อ >> สาเหตุของการไม่มีลูก คลิก!

วิธีเพิ่มน้ำหนัก

วิธีเพิ่มน้ำหนัก ให้ลูกน้อย

วิธีเพิ่มน้ำหนัก ให้ลูกน้อยในช่วงวัยกำลังเติบโตเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ เพราะการเติบโตสมวัยจะต้องมีหลายๆ ปัจจัยร่วมกัน ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงที่ควรต้องสมดุลกัน ดังนั้นเพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัย โดยเฉพาะเรื่องของน้ำหนักตัว เราจึงมีวิธีการเพิ่มน้ำหนักอย่างง่ายๆ และปลอดภัย โดยเริ่มจากโภชนาการที่ถูกต้องเหมาะสมมาฝากกันค่ะ

 

วิธีเพิ่มน้ำหนัก ให้ลูกเติบโตสมวัย

มีหลายๆ ครอบครัวที่กังวลใจว่าทำไมลูกถึงน้ำหนักไม่ขึ้น และก็หาสารพัด วิธีเพิ่มน้ำหนัก ให้ลูกน้อย แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าระบบเผาพลาญของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนรับประทานนิดเดียวก็น้ำหนักขึ้นง่าย แต่บางคนรับประทานปริมาณมากแค่ไหนน้ำหนักก็ไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อตัดความกังวลตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็กน้ำหนักและส่วนสูงของลูกในแต่ละช่วงวัยได้จากโรงพยาบาล หรือคลินิกเด็กต่างๆ ว่าลูกวัยนี้ควรมีน้ำหนัก ส่วนสูงเท่าไหร่ เพราะหากลูกจะดู เป็นเด็กผอม แต่ถ้าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สมดุลกับส่วนสูง ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลใจกันไปค่ะ

แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำอย่างต่อเนื่องคือ การดูแลเรื่องโภชนาการอาหารการกินของลูกให้เหมาะสมเป็นตามช่วงวัยของ ลูก และนี่คือคำแนะนำเบื้องต้น สำหรับช่วยให้ลูกมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ  

1. เลือกอาหารที่ให้โปรตีน และพลังงานสูง

อาหารที่ให้พลังงานสูงเหมาะกับเด็กๆ ที่มีระบบเผาพลาญดีเยี่ยมค่ะ อาหารพลังงานสูงที่มีประโยชน์กับเด็กๆ ที่กำลังอยู่ใน วัยเจริญเติบโต เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อปลาที่อุดมด้วยไขมันดีอย่างปลาแซลมอล นม โยเกิร์ต ขนมปัง ชีส มิลค์เชค หรือจะเป็นสมูธตี้นมสด เต้าฮวยนมสด ฯลฯ อาหารพลังงานสูงเหล่านี้สามารถจัดเป็นอาหารว่างเสริมให้ลูก หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นเมนูในมื้ออาหารหลักก็ได้ค่ะ

2. งดเครื่องดื่ม ขนมที่ไม่มีประโยชน์

การให้ลูกรับประทานขนม หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ก่อน หรือระหว่างมื้ออาหารจะทำให้ประสิทธิภาพความอยากอาหารของลูกลดน้อยลง ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารมื้อหลักได้เต็มที่ เนื่องจากยังอิ่มอยู่กับขนมของว่างหวานๆ ที่เพิ่งทานไป ดังนั้นคุณแม่ควรจัดระเบียบการรับประทานอาหารของลูกใหม่ค่ะ คือก่อนมื้ออาหารหลักสัก 30 นาที ห้ามให้เครื่องดื่มหวานๆ หรือขนมหวาน เช่น ช็อกโกแลต  คุกกี้ ขนมเค้ก ฯลฯ กับลูกเด็ดขาด เพราะจะไปทำให้ลูกอิ่มและลดความยากรับประทานอาหารลงได้ค่ะ

3. ควรให้ลูกได้ทานนมเสริมทุกวัน

ถ้าลูกแรกเกิด ถึง 6 เดือนแรก แนะนำว่าให้ดื่มน้ำนมแม่เพียงเดียวค่ะ แต่หลังจาก 6 เดือนไปแล้วสามารถเสริมอาหารอื่นที่นอกเหนือจากนมแม่ได้ หรือหากไม่ได้ให้ลูกดื่มนมแม่ต่อแล้ว ก็ควรต้องหานมอื่นมาทดแทน เพราะการดื่มนมจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกอย่างต่อเนื่อง สำหรับนมที่แม่ๆ มักจะเลือกให้ลูกได้ทานต่อเนื่องจากนมแม่ ก็คือ นมแพะ เนื่องจากนมแพะมีโปรตีนที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติหลากหลายชนิด นั่นคือ

  • โปรตีน CPP (Casein phosphopeptides)

ซึ่งเป็นโปรตีนนุ่ม ย่อยง่าย ทำให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้งานได้เต็มที่ และช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัย

  • ไขมันในนมแพะ

ไขมันในนมแพะ MCT oil เป็นไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง ที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยให้ลูกน้อยมีน้ำหนักตัวดี สมวัย

  • พรีไบโอติก ชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose

ซึ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร เพราะทนต่อน้ำย่อย กรด ด่าง ในกระเพาะและลำไส้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

  • ดีเอชเอ+เออาร์เอ (DHA + ARA)

สารอาหารสองตัวนี้เป็นกรดไขมันที่มีส่วนสำคัญช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โอเมก้า 3 6 9 (OMEGA 3 6 9)

กรดไขมันจำเป็นไลโนเลนิก(โอเมก้า 3) กรดไลโนเลอิก(โอเมก้า 6) กรดโอเลอิก(โอเมก้า 9) ซึ่งโอเมก้า 3 6 เป็นสารตั้งต้นของ DHA และ ARA และโอเมก้า 9 จะช่วยในการทำงานของสมอง

  • วิตามินบี 12 (VITAMIN B 12)

มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท

  • แคลเซียม (CALCIUM)

มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูดและฟันที่แข็งแรง

และนอกจากการดูแลให้ลูกได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตามวัยแล้ว การหมั่นให้ลูกได้ออกกำลังอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่สมดุลกับน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน สุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ด้วยค่ะ

พัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา

พัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ให้ลูกน้อย

พัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ของลูกน้อยให้ทำงานดีมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วย การกระตุ้นส่งเสริมให้ลูกได้เล่น ได้ทำกิจกรรมที่ดีต่อสมอง ให้สมองได้ฝึกคิด ฝึกวิเคราะห์บ่อยๆ ก็จะช่วยให้พัฒนาการ สมองทั้งสองซีกทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญต้องให้ลูกได้รับโภชนาการที่ดีมีประโยชน์ต่อสมองด้วยค่ะ

 

พัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา

สมองจะแบ่งออกเป็นสองซีก ซึ่งการที่สมองจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจะต้อง พัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวา ไป  พร้อมๆ กัน โดยที่สมองซีกซ้ายจะควบคุมการทำงานของสมองซีกขวา และสมองซีกขวาจะควบคุมการทำงานของสมองซีกซ้าย

หน้าที่ของสมองซีกซ้าย คือ…  

  • การใช้ภาษา
  • การเขียน การอ่าน
  • ทักษะด้านตัวเลข
  • การใช้เหตุผล การควบคุม การพูด
  • ทักษะด้าน วิทยาศาสตร์
  • การควบคุมการทำงานของมือขวา

หน้าที่ของสมองซีกซ้าย คือ

  • ทักษะด้านศิลปะ ดนตรี
  • การใช้จินตนาการ
  • รักการอ่าน การเขียนหนังสือ
  • ความสามารถในงานฝีมือ และงานประดิษฐ์
  • การควบคุมการทำงานของมือซ้าย

คุณพ่อคุณแม่พอได้ทราบการทำงานของสมองทั้งสองซีกกันไปคร่าวๆ แล้วนะคะว่าสมองแต่ละซีกมีหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง ทีนี้เราจะไปช่วยกระตุ้นส่งเสริมให้สมองซีก สมองซีกขวาของลูกทำงานมีพัฒนาการ มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเรื่อยๆ กันค่ะ

 

วิธีพัฒนาสมองซีกซ้าย สมองซีกขวาให้ลูกน้อย

1. ให้ลูกอ่านหนังสือบ่อยๆ

การฝึกให้ลูกได้อ่านหนังสือ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ลูกอายุได้ 8 เดือนขึ้นไปค่ะ โดยที่คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ลูกฟังก่อน ชี้ชวนดูความตื่นเต้นของหนังสือภาพ นิทาน การอ่านหนังสือร่วมกับลูกจะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้เกิดความคิด เรียนรู้ จดจำ และมีจินตนาการ ที่สำคัญยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านไปในตัวด้วยค่ะ

2. ให้ลูกได้รับโภชนาการที่มีประโยชน์

การให้ลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการสมอง สามารถเริ่มได้ตั้งแต่คุณแม่ตั้งครรภ์โดยที่แม่ต้องเน้นอาหารจำพวกที่มีโปรตีน ดีเอชเอ กรดไขมันโอเมก้า3,6 และ9 วิตามินบีต่างๆ ฯลฯ เพราะสารอาหารเหล่านี้มีผลต่อกระบวนการสร้างสมองของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์

หลังจากนั้นให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะในนมแม่อุดมไปด้วยโปรตีนที่ย่อยง่าย ดีเอชเอ เออาร์เอ กรดไขมันโอเมก้า3,6 และ 9 ฯลฯ ที่มีประโยชน์ต่อสมองลูก

และเมื่อลูกอายุได้ 6 เดือนขึ้นไป ก็ให้เสริมอาหารต่างๆ ให้กับลูก แนะนำว่าควรให้อย่างหลากหลาย ต้องมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพราะจะทำให้ร่างกายลูกได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ที่นอกจากจะดีต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว ยังดีต่อพัฒนาการสมองของลูกอีกด้วย

ที่สำคัญต้องให้ลูกได้ดื่มนมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย ถึง 6 เดือนหรือ 1 ขวบ จากนั้นให้ลูกได้ดื่มนมอื่นต่อเนื่องจากนมแม่ โดยควรเป็นนมที่มีสารอาหารครบถ้วน ลูกดื่มแล้วไม่แพ้ และก็ต้องดีต่อพัฒนาการร่างกาย พัฒนาการสองของลูกด้วย อย่างนมแพะก็ถือเป็นนมที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักเลือกให้ลูกได้ดื่มกัน

นมแพะมีระบบการให้น้ำนมที่เรียกว่า อะโพไคร์น ซึ่งทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง อย่างนิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ที่ช่วยพัฒนาระบบทางเดินอาหาร เสริมสร้างการเจริญเติบโต และช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยให้เติบโตอย่างสมวัย

 

โปรตีนจากนมแพะ มีประโยชน์ต่อร่างกายลูกน้อย

นมแพะมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่เป็นโปรตีนย่อยง่าย ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย อย่างแคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ และโปรตีนในนมแพะยังเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยและดูดซึมง่าย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัย

นอกจากนี้ในนมแพะก็ยังมีสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ครบถ้วนด้วยสารอาหาร ดีต่อพัฒนาการการเติบโต และพัฒนาการสมองซีกซ้าย สมองซีกขวาของลูก เช่น…

– ดีเอชเอ(DHA), เออาร์เอ(ARA) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น

– โอเมก้า 3, 6 และ 9 ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง

– ทอรีน ช่วยพัฒนาการทำงานของจอประสาทตา

– โคลีน มีบทบาทในการสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำ

– วิตามิน B12 สูง มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง

– แคลเซียมสูง มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

3. ให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่ดีต่องพัฒนาการสมอง

การส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย หรือการให้เล่น Flash Card (แฟลชการ์ด) หรือบัตรคำ บัตรภาพ บัตรขนาดใหญ่ที่มีคำศัพท์ รูปภาพ ตัวเลข หรือจำนวน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นสมองทั้งสองซีกของลูกให้เกิดการใช้งาน ได้เรียนรู้ ได้วิเคราะห์แยกแยะ และจดจำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกตั้งแต่เล็กๆ กันนะคะ

ลูกจะเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่ทั้งฉลาดคิด ฉลาดเรียนรู้ ได้ดีหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งต้องมาจากพ่อแม่ที่เป็นเสมือนครูคนแรกในการค่อยส่งเสริม ชี้แนะ มอบแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้กับลูกๆ นั่นเองค่ะ